สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

ผุสดี ตามไท แสดงความกังวลเรื่องความรุนแรงในครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรุนแรงที่เกิดขึ้นในครอบครัวที่มีต่อผู้หญิง และเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำมาตรการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังและเร่งด่วน

นางผุสดี ตามไท บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ก่อนอื่นขอขอบคุณสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ที่ได้จัดทำรายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านความรุนแรงของประเทศไทย นะคะ แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของการรายงานตามมาตรา ๑๗ แห่ง พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว บังเอิญเรื่องความรุนแรงนี้ จะเฉพาะเจาะจงในเรื่องของความรุนแรงในครอบครัว ท่านประธานคะ เมื่อบ่ายนี้ดิฉัน ได้หารือเรื่องความรุนแรงในสังคมที่เกิดขึ้นทั้งในที่สาธารณะ และในเรื่องของครอบครัว จนกระทั่งทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องพวกนี้ต้องเสียชีวิตไปโดยไม่สมควรและโดยไม่จำเป็นเลย ท่านประธานคะ ข้อมูลต่าง ๆ ที่บอกมาในวันนี้นี่นะคะ ก็ยังคงยืนยันในสิ่งที่เรารับรู้กันมา โดยตลอด นั่นก็คือว่าผู้ที่เป็นผู้กระทำก็จะเป็นเพศชายส่วนใหญ่ ผู้ที่เป็นผู้ถูกกระทำก็จะเป็น หญิงเสียเป็นส่วนใหญ่ คืออายุ ๑๘ ปีขึ้นไป อันนี้ก็พูดไปนะคะ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ดี ข้อมูลจากสำนักงานอัยการสูงสุด ข้อมูลจากสำนักงานยุติธรรม หรือแม้แต่ข้อมูลที่มาจากเรื่องของเว็บไซต์ (Web site) นะคะ ทั้งหมดนี้ ท่านประธานคะ ยังคงยืนยันว่าในสังคมไทยนั้น เรายังไม่ได้จัดการเรื่องของการพยายามจะหล่อหลอมหรือ ปรับทัศนคติในเรื่องนี้แต่อย่างใดเลย ทั้ง ๆ ที่จริงๆ แล้ว งานวิจัยหลายชิ้นก็บอกเสมอมาว่า เรื่องสาเหตุจริง ๆ มันมาจากเรื่องทัศนคติ เป็นเรื่องของการเคารพในความเป็นมนุษย์ ในเรื่องของศักดิ์ศรี ในเรื่องของสิทธิมนุษยชนซึ่งกันและกัน ไม่ว่าใครจะกระทำต่อใครก็ไม่ได้ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายจะกระทำต่อผู้หญิง ผู้หญิงกระทำต่อผู้ชาย ผู้ใหญ่กระทำต่อเด็ก หรือผู้สูงอายุหรืออะไรก็แล้วแต่ ดิฉันคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องใหญ่มากที่สุด ที่จริงแล้ว ท่านประธานคะ ในหลายปีที่ผ่านมามีผู้พยายามจะบอกว่าจริง ๆ สังคมไทยนั้นเป็นสังคมที่มี ความเมตตากรุณา แล้วก็น่าที่จะเป็นศูนย์ในเรื่องของสันติวิธีได้ แล้วก็จะเป็นศูนย์กลางที่ให้ ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกไม่ว่าจากที่ไหนก็แล้วแต่ได้มาใช้พื้นที่แล้วก็จะเป็นที่ที่แบ่งปัน ประสบการณ์แล้วก็เสาะแสวงหาองค์ความรู้ทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะให้มนุษย์ทั้งหลายนั้นได้ใช้สันติวิธี เพื่อจะอยู่ด้วยกันเท่านั้นเอง แต่น่าเสียดาย ท่านประธานคะ จนถึงวันนี้นะคะ จุดเริ่มแรกเลย คือเรื่องของครอบครัว วันนี้ตัวเลขยังเหมือนเดิมและจะสูงขึ้นกว่าเดิมด้วย แล้วก็ไม่ได้ลดลง ดิฉันก็ขอหารือท่านประธานไปนี่นะคะ ก็อยากที่จะให้ท่านนายกรัฐมนตรีและรวมทั้งรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องไม่ใช่เฉพาะเรื่องของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เท่านั้น แต่จะเป็นกระทรวงวัฒนธรรมก็ดี กระทรวงศึกษาธิการก็ดี กระทรวงอื่น ๆ ทั้งหลายก็ดี ต้องผนึกกำลังกันเพื่อที่จะใช้ข้อมูลอย่างนี้ค่ะ ให้เป็นประโยชน์แล้วก็หาแนวทาง หาแนวปฏิบัติ หามาตรการต่าง ๆ ที่จะลุกขึ้นแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังและเร่งด่วน ท่านประธานคะ เราสูญเสียชีวิตของคน เราต้องมีคนพิการอันเนื่องมาจากการใช้ความรุนแรงในครอบครัว เป็นจำนวนไม่น้อยทีเดียวและทรัพยากรทั้งหลายที่เราจำเป็นต้องใช้ไปในการแก้ไขปัญหานี้ ก็มีเยอะนะคะ ดิฉันคิดว่าเรามีงานในการพัฒนาสังคมนั้นที่ดีกว่าและมีคุณค่ากว่า และจำเป็น มากกว่านี้เยอะ ถ้าหากเราไม่ลุกขึ้นแก้ไขป้องกันกันอย่างจริง ๆ จัง ๆ เมื่อตอนช่วงแรก ที่ดิฉันได้กราบเรียนหารือท่านประธานไป ดิฉันก็เสนอแนะไปว่าจริง ๆ แล้วอย่างน้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำสปอทวิทยุ สปอทโทรทัศน์ หรือจะเผยแพร่สื่อในรูปแบบต่าง ๆ นี้นะคะ เพื่อที่จะให้เข้าใจเรื่องนี้ว่าให้เรานั้นต้องเคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ซึ่งกันและกัน และปัญหาใดที่เกิดขึ้นนั้นก็ต้องเลือกที่จะใช้สันติวิธีให้มากที่สุด และความรุนแรงนั้น ควรจะเป็นหนทางสุดท้าย ทีนี้ดิฉันยังมองไม่เห็นเลยนะคะ วันนี้มีโฆษณาร้อยแปดพันเก้า ประการ แต่ไม่เคยมีสปอทตรงไหนที่จะพยายามเชิญชวนให้มนุษย์ทุกผู้ทุกนามในสังคม ต้องลงมือใช้ ต้องลงมือคิดในเรื่องของสันติวิธีอย่างจริง ๆ จัง ๆ แล้วก็ประกอบกับกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งดูแลรับผิดชอบในเรื่องของการหล่อหลอมคนนะคะ โดยถัวเฉลี่ยตั้งแต่ระดับเล็กมาเลย จนกระทั่งถึงสูงสุดนี่นะคะก็อย่างน้อยที่สุด ๑๒ ปี รวมไปถึงอุดมศึกษาด้วย ดิฉันคิดว่า ถ้าเราตั้งใจทำกันอย่างจริง ๆ จัง ๆ นั้น เพียงพอกับการที่จะหล่อหลอมมนุษย์พันธุ์ใหม่ ที่จริง ๆ พันธุ์เดิมก็มีอยู่ที่เขาเลือกใช้สันติวิธีนะคะ แต่อาจจะมีไม่มากเพียงพอ แต่อย่างไรเสียก็อยากที่จะ ให้ได้ข้อมูลทั้งหลายที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้ค่ะ มันเป็นประโยชน์มากเลย ดิฉันคิดว่าทางรัฐบาลนั้น ควรจะต้องนำข้อมูลเหล่านี้ไปนั่งคิดวิเคราะห์แล้วก็คิดกันอย่างจริง ๆ จัง ๆ ว่าทำอย่างไร แล้วควรจะต้องวางเป้าหมายด้วยว่าจะลดเรื่องของคดีความรุนแรงหรือว่าจะทำกันอย่างไร ให้เห็นชัดเจนนะคะ ปีหนึ่งจะให้เกิดอะไรขึ้น ปีที่ ๒ จะเกิดอะไรขึ้น ดิฉันคิดว่าถ้าเผื่อทาง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยเฉพาะสำนักงานกิจการสตรีและ สถาบันครอบครัวจะช่วยเป็นหลักในการที่จะเชิญชวนโน้มน้าวให้รัฐบาลนั้นได้ลงมือทำกัน อย่างจริง ๆ จัง ๆ ก็จะเป็นประโยชน์มากทีเดียว เพราะวันนี้ทุกคนไม่ปฏิเสธเลยว่าความเข้มแข็ง ของครอบครัวนั้นเป็นเงื่อนไขที่สำคัญที่สุดในเรื่องของความมั่นคงของมนุษย์ เพราะฉะนั้น ถ้าเผื่อเราคิดว่าจะช่วยกันทำตรงนี้ ในอนาคตปัญหาเรื่องความรุนแรงในครอบครัวก็คงจะค่อย ๆ น้อยลง ดิฉันคิดว่าทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านประธานคะ คงจะต้องไปช่วยคิดกัน มีกลไกอะไรไหมในชุมชนที่จะช่วยพยุงครอบครัว หลายคนเมื่อเวลา ที่เห็นเด็ก ๆ มีปัญหา เช่น วัยรุ่น หรือว่าจะเป็นคนสูงอายุก็แล้วแต่ที่ถูกกระทำรุนแรงแล้วนะคะ บางทีก็ซ่อนอยู่ ตัวเลขทั้งหมดนี้จริง ๆ แล้วไม่ใช่เป็นตัวเลขเต็มที่จริง ๆ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันคิดว่ามีหลายคนเคยไปทำวิจัยศึกษาดูพบว่าตัวเลขที่รายงานนี้เป็นเพียงสักประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๑๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ส่วนที่เหลือยังคงซ่อนแฝง และเพราะเป็น เรื่องความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในตัวบ้านหรือซึ่งมีรั้วหรือมีผนังก็เลยทำให้ไม่อาจที่จะทะลุ ออกมาข้างนอกได้นะคะ ก็มีอีกเยอะ เป็นจำนวนมากทีเดียวดิฉันคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ คิดว่าอยากจะให้ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นได้เป็นแม่งานนะคะ ในการที่จะลุกขึ้นคิดกันเลย ครอบครัวคือหน่วยที่สำคัญที่สุดและหากว่าท่านจะคิดมาตรการ ใด ๆ ที่จะช่วยทำให้ครอบครัวเข้มแข็งได้ ท่านประธานคะ ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งนะคะ เรื่องของยาเสพติดก็ดี เรื่องของอะไรก็ดี ที่ผ่านมากันทั้งหมดนี่นะคะ ทั้งเรื่องของมึนเมา เรื่องของ การพนันทั้งหลาย ถ้าเราสามารถคิดหามาตรการช่วยส่งเสริมกลไกครอบครัวให้ได้สามารถ เข้มแข็งได้อย่างจริง ๆ จัง ๆ ก็จะเป็นประโยชน์มาก แล้วก็ครอบครัววันนี้ถูกตำหนิอยู่ตลอดเวลา ลูกไม่ดีเอย ใครไม่ดีเอย ก็บอกว่าครอบครัว แต่ครอบครัววันนี้ภาระอยู่บนบ่าทั้ง ๒ ข้าง หรือ ๔ ข้าง ทั้งพ่อและแม่นี่นะคะ หนักหนาสาหัสแล้ว เพราะฉะนั้นกลไกที่จะต้องช่วย สนับสนุนให้เขานั้นได้ดำเนินชีวิตในครอบครัวอย่างเป็นไปได้อย่างดีก็จะเป็นประโยชน์มาก ทีเดียว ก็ขออนุญาตขอบพระคุณแล้วก็ขอฝากไว้นะคะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และท่านต้อง ทำอย่างจริง ๆ จัง ๆ ดิฉันก็ขอฝากในประเด็นสุดท้ายว่าขณะนี้เข้าใจว่าคนกำลังจะต้องพูดถึง เรื่องการจัดงบประมาณนะคะ เพื่อเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๖ ก็อยากจะฝาก ด้วยว่าทางสำนักงานกิจการสตรีและครอบครัวนั้นอย่าเหนียมอาย ดิฉันเห็นงบประมาณ ของท่านเข้ามาทีไร จิ๊บจ๊อยมากเลยค่ะ แต่ท่านมีภาระหนักอย่างใหญ่หลวง ท่านไม่กล้าที่จะ ลุกขึ้นตั้งงบประมาณเยอะ ดิฉันก็ต้องฝากท่านด้วย แล้วก็ฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ด้วย ถ้าเผื่อท่านจริงใจ ตั้งใจ อยากจะแก้ไข ปัญหา ท่านต้องช่วยสนับสนุนเพื่อจะให้สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวรวมไปถึง กระทรวงของท่านเองนั้น ได้มีงบประมาณเพียงพอที่จะช่วยกำจัดหรือลดปัญหาเหล่านี้ ให้น้อยลงทุกวัน ๆ ขอบพระคุณค่ะ