วัชระ เพชรทอง หารือเรื่องความรุนแรงในครอบครัวและเศรษฐกิจ ตกงาน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความรุนแรงในครอบครัว และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหานี้ รวมทั้งการปราบปรามการซื้อขายยาเสพติดด้วย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นับประเทศ เป็นเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ในวันนี้นับว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่สำนักงานกิจการสตรี และสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้นำข้อมูล สถานการณ์ด้านความรุนแรงของประเทศไทยที่เกี่ยวกับเด็ก เยาวชน และครอบครัว ซึ่งถูกกระทำ ตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับ เกิดขึ้นในสมัยท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นกฎหมายสั้น ๆ มีเนื้อหาเพียง ๑๘ มาตรา และในมาตรา ๑๗ ได้บัญญัติให้ต้องรายงานผลดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาเพื่อทราบปีละครั้ง ครั้งนี้ นับว่าเป็นครั้งแรก ท่านประธานครับ ความรุนแรงในครอบครัวเปรียบเสมือนกับภูเขาน้ำแข็ง ที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้สังคมไทย เป็นการซุกซ่อน ซ่อนเร้น และเร้นลับ ซึ่งเด็กและสตรี ถูกกระทำมาโดยตลอดในสังคมของเรา เป็นที่น่าภาคภูมิใจว่า พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า พัชรกิติยาภา ได้ทรงรณรงค์เรื่องหยุดความรุนแรงในสตรี ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมายฉบับนี้ แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานที่เคารพ ความรุนแรงที่กระทำต่อเด็กและสตรีในครอบครัวนั้น ใช่ว่าจะลดน้อยถอยลง และในรายงานฉบับนี้นั้น ผมเห็นว่าไม่น่าจะเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด อาจจะเนื่องด้วยมีข้อจำกัดในการเก็บข้อมูล เพราะการที่หน่วยงานของท่านบอกว่าความรุนแรง ในครอบครัวเกิดขึ้นสูงสุดที่จังหวัดพัทลุง จำนวน ๑๑๖ ราย อันดับที่ ๒ ที่จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน ๙๐ ราย อันดับที่ ๓ ที่จังหวัดร้อยเอ็ด ๓๐ ราย จังหวัดกาญจนบุรี ๒๙ ราย จังหวัดยโสธร ๒๗ ราย ในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ นั้น ผมไม่เชื่อว่าเป็นตัวเลขตามนี้ อย่างน้อยที่สุดท่านประธานครับ ในกรุงเทพมหานครซึ่งมีชุมชนแออัดเป็นจำนวนมาก ผมได้เห็นการกระทำรุนแรงที่ผู้ชาย กระทำต่อผู้หญิง ที่บุคคลอ้างว่าเป็นสามีกระทำต่อภรรยาและกระทำต่อบุตรเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นความปวดร้าวเป็นความเจ็บช้ำของคนที่เป็นผู้แทนราษฎรซึ่งไม่อาจที่จะซับน้ำตาของเด็ก เยาวชนและสตรีเหล่านั้นได้โดยง่าย เนื่องด้วยก็เพราะว่าผู้กระทำความรุนแรงต่าง ๆ นั้น ก็มักจะอ้างว่าเป็นเรื่องส่วนตัวและ ส.ส. อย่าเข้าไปยุ่ง ท่านประธานครับ แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็มักจะยืมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ไปจัดการคนที่กระทำการละเมิดต่อเด็กและเยาวชน รวมทั้งสตรีเหล่านั้นโดยไม่มีข้อยกเว้น ผมกราบเรียนท่านประธานว่ากฎหมายฉบับนี้นั้น ดีมากท่านประธานครับ ท่านอาจารย์พุทธทาสเคยกล่าวไว้ว่า หากศีลธรรมไม่กลับมา โลกา จะวินาศ และความรักความอบอุ่นในครอบครัวของแต่ละครอบครัวนั้น เป็นปัจจัยหลัก เป็นปัจจัยแรกของสังคมไทยที่ต้องทำให้เข้มแข็งก่อนที่สังคมไทยจะเข้มแข็งในอนาคต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านที่แล้ว ท่านอำนวย คลังผา ท่านกล่าวไว้ว่า ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนาม ท่านบอกว่าทุกหยดของสุรา คือน้ำตาของครอบครัว ท่านประธานครับ ผมก็ รณรงค์ในพื้นที่ที่ผมเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบเขต คือเขตหนองแขม เขตบางแค และเขตภาษีเจริญว่าเพียงแค่คิดเสพยา น้ำตาแม่ก็ไหล ท่านประธานครับ เพราะปัญหายาเสพติดนั้น มีมากมายเหลือเกิน และเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันเพื่อจะหยุดยั้งปัญหาดังกล่าว ท่านประธานครับ ในรายงานฉบับนี้ในหน้า ๓๓ และหน้า ๓๒ ได้สรุปสาเหตุของความรุนแรง เอาไว้ ๕ ประการดังนี้ มากที่สุดคือเกิดจากเมาสุรา ยาเสพติด จำนวน ๓๘๙ รายซึ่งถือว่า น้อยมากนะครับ เพราะชุมชนแออัดในกรุงเทพมหานครนั้นมีจำนวน ๑,๐๐๐ กว่าแห่ง ซึ่งเกิดทุกแห่งและแห่งละหลายครอบครัวเนื่องด้วยเป็นสลัมและเป็นชุมชนแออัด สาเหตุที่ ๒ เกิดจากสุขภาพกายและจิตใจ สาเหตุที่ ๓ เกิดจากการนอกใจ หึงหวง สาเหตุที่ ๔ เกิดจาก เศรษฐกิจ ตกงาน สาเหตุที่ ๕ เกิดจากสื่อลามกและลดหลั่นกันตามลำดับ ท่านประธานครับ สาเหตุจากเมาสุราและยาเสพติด ตรงนี้ผมคิดว่ารัฐบาลควรที่จะแก้ไขปัญหาไม่ส่งเสริมให้ คนดื่มสุราและโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเองก็ไม่ควรที่จะส่งเสริมในการให้ แจกจ่ายสุรา กับหัวคะแนนหรือพี่น้องประชาชน เพราะเท่ากับเราให้ยาพิษกับประชาชนและเป็นการแช่ง พี่น้องประชาชนให้ตายก่อนวัยอันสมควร ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่เคยแจกเหล้า ให้กับพี่น้องประชาชนเพราะถือว่าเป็นการมอมเมาและเรื่องยาเสพติดก็ยิ่งแล้วใหญ่ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานว่าปัจจุบันนักเรียนในกรุงเทพมหานครติดยาไอซ์ (Ice) เป็นจำนวนมากครับ ไม่ได้ติดยาบ้าแล้วนะครับ แสดงว่ายาไอซ์มีการซื้อขายได้ อย่างง่ายดาย และผมคิดว่าตรงนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยท่านผู้มีหน้าที่รับผิดชอบต้องเร่งรีบ ในการปราบปราม ส่วนสาเหตุถัดมาเรื่องสุขภาพกายและจิตใจนั้นก็เป็นเรื่องของนานาจิตตัง เป็นเรื่องของแต่ละคนซึ่งขาดแคลนศีลธรรม ไม่มีศีลธรรมอยู่ในหัวใจในการไปตบตีภรรยา ถือว่าเป็นเรื่องที่บาปอย่างร้ายแรง เพราะชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองได้นั้นก็ควรที่จะเชื่อฟังภรรยา ท่านประธานครับ สาเหตุที่ ๓ ก็คือเรื่องการนอกใจ หึงหวง ตรงนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่เฉพาะพี่น้องประชาชนเท่านั้นแต่เป็นเรื่องของนักการเมืองด้วย ถ้านักการเมืองนอกใจ ซึ่งพูดตรงนี้อาจจะกระทบกระเทือนหลายท่านก็ต้องกราบขออภัย แต่ถ้าผู้นำทางการเมือง นอกใจครอบครัว ท่านประธานครับ อะไรจะเกิดขึ้นและมีข่าวคราวอยู่สม่ำเสมอจนถึง ปัจจุบันว่ามีผู้นำทางการเมืองนอกใจคนที่เป็นภรรยาหรือนอกใจคนที่เป็นสามีก็ยังมีในสังคม ปัจจุบัน ท่านประธานครับ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้นำมาซึ่งเหตุของความรุนแรงซึ่งปรากฏว่า สถิติท่านประธานที่เคารพเกิดในบ้านของตนเองมากที่สุดครับ เพราะฉะนั้นบ้านไม่ได้เป็น สถานที่ที่อบอุ่นอย่างที่บางท่านคิด บ้านคือสถานที่ประกอบอาชญากรรมในการรังแกเด็ก และสตรีคือภรรยาของตนเองซึ่งไม่ควรที่จะเกิดขึ้นอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ การที่ผมลุกขึ้น อภิปรายในกฎหมายซึ่งเป็นรายงานตามมาตรา ๑๗ ฉบับนี้นั้นก็เพราะว่าผมเห็นว่าการที่ สภาผู้แทนราษฎรของเรานั้นได้อภิปรายถึงเรื่องปัญหาครอบครัวคือเป็นเรื่องที่ควรอภิปราย อย่างยิ่งเพื่อที่จะให้ครอบครัวของสังคมไทยของเราได้เป็นครอบครัวที่อบอุ่น มีพ่อ มีแม่ มีบุตร มีลูกที่มีคุณธรรม มีศีลธรรม ท่านประธานครับ ถ้าเป็นอย่างนี้ได้สังคมเราก็จะเป็นสุข ผมอยากให้มีความรักเกิดขึ้นในทุกคนและรักทุกฝ่าย ไม่ว่าจะมีความคิดเห็นทางการเมือง ที่แตกต่างกันอย่างไร ไม่ใช่ว่าความคิดเห็นทางการเมืองที่ไม่ตรงกันแล้ว ไม่รักถึงขั้นชิงชัง ต้องฆ่ากันตาย สิ่งนั้นไม่น่าจะใช่จิตใจที่แท้จริงของประชาชนคนไทยของเรา ท่านประธานครับ
ปัญหาอีกประการหนึ่งที่ผมขออนุญาตอภิปรายต่อท่านประธานเพื่อเรียนไปยัง ผู้จัดทำรายงานก็คือเรื่องเศรษฐกิจ ตกงาน ท่านประธานครับ เศรษฐกิจ ตกงานเป็นสาเหตุ อันดับที่ ๑๔ ที่ก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นมาและผมเชื่อว่าในภาวการณ์ปัจจุบันนี้เนื่องจากว่า พี่น้องประชาชนตกงานเป็นจำนวนมาก พี่น้องประชาชนไม่ได้รับค่าแรงตามที่รัฐบาล เคยให้สัญญาไว้แม้แต่คนเดียวในวันนี้ นั่นก็สะท้อนให้เห็นว่าพี่น้องประชาชนที่เคยคาดหวัง เอาไว้ว่าจะได้ค่าแรงวันละ ๓๐๐ บาทก็ยังไม่ได้ ก็ไม่มีเงินไปซื้อนมให้ลูก ไม่มีอาหารที่จะ ไปซื้อให้ภรรยาของตนเอง ท่านประธานครับ มิหนำซ้ำภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันของแพง รัฐบาล ก็ไม่เร่งรีบที่จะแก้ไขปัญหา กระทรวงพาณิชย์ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าโดยเฉพาะ อธิบดีกรมการค้าภายใน ผมนั้นได้ติดตามการทำงานของอธิบดีกรมการค้าภายในมาโดยตลอด นับตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว ปรากฏว่าไร้ประสิทธิภาพอย่างสิ้นเชิง ในการที่จะควบคุมดูแลสินค้าที่จำเป็นของพี่น้องประชาชน ไม่ให้มีราคาที่เกินกว่าที่กำหนด และนี่ล่ะครับท่านประธาน สาเหตุอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้น ความรุนแรงในครอบครัว เพราะเนื่องจากความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลในการแก้ไข ปัญหาทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นจริง ไม่ตอบสนอง ไม่สนองตอบต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน ไม่ได้ ทำให้พี่น้องประชาชนมีความสุขจริง ถ้าพี่น้องประชาชนมีความสุขจริง มีเงินในกระเป๋าจริง และมีรายได้เข้าสู่ตนเองจริงอย่างที่รัฐบาลสัญญาไว้ ปัญหานี้ก็จะไม่เกิด เพราะฉะนั้น ท่านประธานที่เคารพ ผมเชื่อว่าปัญหานี้ซึ่งเป็นปัญหาที่ ๔ ของความรุนแรงที่เกิดขึ้น ในครอบครัว ผมเชื่อว่าในปีต่อ ๆ มาปัญหาที่เกิดขึ้นจากเศรษฐกิจและตกงานคงจะแซง อันดับอื่นขึ้นมาอย่างแน่นอน เพราะเนื่องจากว่าอย่างที่ผมกราบเรียนท่านประธานไปแล้ว เนื่องจากรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องของแพงได้ ไม่สามารถแก้ไขปัญหา เรื่องเศรษฐกิจได้ และไม่สามารถที่จะจ่ายค่าแรงให้กับพี่น้องประชาชนวันละ ๓๐๐ บาทได้จริง หรือแม้กระทั่งเงินเดือนปริญญาตรีได้ ๑๕,๐๐๐ บาท ปัจจุบันภาคเอกชนก็ยังไม่ได้จริง เพราะฉะนั้นคือปัญหาครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานไปยังผู้จัดทำรายงานว่า ในการทำรายงานปีต่อไปนั้นขอให้ท่านได้เพิ่มเติมข้อมูลจากศาลเยาวชนและครอบครัว ซึ่งเป็นศาลยุติธรรมที่ทำงานด้านเด็ก และมีข้อมูลเรื่องนี้อย่างพร้อมมูลเพื่อประกอบการพิจารณา และผมเชื่อว่าการรายงานของท่านทุกปี ๆ นับจากปีนี้เป็นปีแรกจะทำให้สังคมไทยน่าอยู่ขึ้น ดีขึ้น และมาพูดจากันในเรื่องของความรุนแรงในครอบครัวเพื่อที่จะหยุดยั้งความรุนแรง ในครอบครัวให้จงได้ ซึ่งผมเชื่อว่าท่านประธานก็จะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และประชาชนคนไทยทั่วไป ขอขอบคุณครับ