สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

สุนทรี ชัยวิรัตนะ เสนอรายงานสถานการณ์ความรุนแรงในประเทศไทย โดยมีการอ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว เธอแสดงความยอมรับในความยากลำบากในการรวบรวมข้อมูล แต่ก็ชี้ให้เห็นว่าข้อมูลบางส่วนอาจไม่ถูกต้องหรือซ้ำซ้อน เธอจึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับเปลี่ยนแนวคิดและสร้างความเชื่อที่จะไม่ทำให้การกระทำความรุนแรงเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องที่ต้องทำในภาพรวมของประเทศ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ก่อนอื่นสำหรับรายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านความรุนแรงของประเทศไทย ที่ทางสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวได้นำมาเสนอต่อสภาของเราในวันนี้นะคะ ดิฉันก็ได้มีการอ่านหนังสือที่ท่านได้ทำรายงานมาแล้ว ก่อนอื่นต้องขอให้กำลังใจท่านนะคะ เพราะว่าเรื่องที่ท่านจะต้องมารายงานเรื่องความรุนแรงต่อครอบครัวในสังคมไทยที่ท่าน นำเข้ามาในวันนี้ ดิฉันเข้าใจถึงความยากลำบากที่ท่านจะต้องไปจัดหรือว่าจัดเก็บข้อมูล แน่นอนค่ะ ท่านก็มีการยอมรับอยู่แล้วว่าท่านได้มีการขอข้อมูลมาจากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น ของทางตำรวจ ทางศาล ทางอัยการนะคะ ซึ่งตรงนี้ก็ต้องเรียนสอบถามท่านต่อไปอีกค่ะว่า ข้อมูลที่ท่านได้มาจากตารางแผนภูมิต่าง ๆ ที่ท่านทำมานี่นะคะ จำนวนรายข้อมูลที่ท่าน ได้รับการดำเนินคดีค่ะ แต่ละหน่วยงานก็ไม่ทราบว่าซ้ำซ้อนกันหรือไม่ ซึ่งบางหน่วยงาน แจ้งความจากตำรวจ บางคดีแจ้งตำรวจแล้วไปสู่ขั้นอัยการ สู่ขั้นศาล ตรงนี้ต้องเรียนถาม ด้วยค่ะว่าข้อมูลเหล่านี้ได้มีการหักออกหรือว่าได้มีการแยกแยะหรือเปล่าคะว่าเป็นข้อมูล ที่ซ้ำซ้อนกันหรือเปล่า แต่ก็ต้องชมเชยท่านที่ท่านกล้ายอมรับ แล้วก็การที่ท่านมาเสนอรายงาน ฉบับนี้ต่อสภา ดิฉันก็คิดว่ามันคงจะไม่ใช่เป็นข้อมูลที่ได้รับอย่างแน่นอนค่ะ เพราะว่าจากที่ เห็น ๆ มันมีหลายกรณีที่เกิดความรุนแรงต่อเด็ก ต่อสตรีที่อยู่ในหมู่บ้าน ก็ไกล่เกลี่ยกันเอง ให้ผู้ใหญ่บ้านเป็นคนมาช่วยดำเนินการไกล่เกลี่ย เรื่องก็ไม่มาถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่มาถึงอัยการ ไม่มาถึงศาล ตรงนี้ท่านก็คงจะไม่สามารถที่จะไปเก็บข้อมูลรวบรวมรายงานสถานการณ์ ตรงนั้นได้ ซึ่งตรงนี้รายงานฉบับนี้ก็คงจะเป็นเพียงสิ่งที่จะมาสะท้อนให้เราได้รับทราบว่า จริง ๆ แล้วในปัจจุบันสังคมไทยของเราได้มีปัญหาเกี่ยวกับทางด้านความรุนแรงต่อเด็กและ สตรีที่เกิดขึ้นมาในปัจจุบันนี้นะคะ แต่ว่าเราคงต้องมาช่วยกันคิดว่าจะมีวิธีการหรือว่าจะทำ อย่างไรได้บ้างที่จะต้องมาช่วย ๆ กันปรับเปลี่ยนแนวคิดความเชื่อที่ไม่ให้คิดว่าการที่บุคคล ในครอบครัวของเราถูกกระทำการหรือว่าถูกล่วงละเมิดอะไรก็ตามแต่ เราจะละความละอาย แล้วก็มาเอาผิด มาเอาโทษสำหรับผู้ที่กระทำความผิดตรงนั้น ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าในสังคมไทย ของเรานี้ก็ยังมีความคิดที่ไม่อยากจะเปิดเผยเป็นเรื่องที่น่าอาย ตรงนี้ก็คงต้องฝากหน่วยงานของท่านที่จะต้องมาช่วยหาวิธีการในการปรับเปลี่ยนแนวคิดแล้ว ก็สร้างความเชื่อที่ว่าเรื่องการกระทำความรุนแรงต่อเด็ก ต่อสตรี หรือว่าต่อครอบครัวของเรานี้ มันไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่มันเป็นเรื่องที่จะต้องทำในภาพรวมของประเทศ ซึ่งก็ต้องเรียนค่ะว่า เรื่องความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี่มันก็มีมาจากหลายสาเหตุ ดิฉันดูจากรายงานที่ท่านทำมานี่นะคะ ก็พบว่าจากข้อมูลนี้บอกว่ามีสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตัวข้อมูลจากตารางหน้า ๓๔ ท่านบอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดความรุนแรงนี่จำนวนสถานที่ที่เกิดมากที่สุดกลายเป็นเกิดที่บ้านเรือน ของตนเอง ในตรงนี้ก็ต้องยอมรับว่าบางครั้งข้อมูลดิฉันว่ามันไม่น่าจะตามภาพข่าวที่เราได้ เห็นกันทุก ๆ วันนี้ ทุกวันถ้าเราอ่านหนังสือพิมพ์ไม่ว่าฉบับไหนค่ะ เราจะเห็นทุก ๆ วันเลยค่ะว่า จะมีเรื่องการกระทำความรุนแรงไม่ว่าจะต่อเด็ก ต่อสตรี ต่อผู้พิการ ก็ไม่ทราบว่าหน่วยงานเหล่านี้ ได้เข้าไปดูหรือเปล่า แล้วก็บางอย่างดิฉันเห็นมีข่าวว่าพ่อ ครูบาอาจารย์ ข่มขืนเด็กนักเรียน ถูกข่มขืน ถูกมีท้อง กินเวลาไปเป็นสิบปี ตรงนี้ก็เข้าใจท่านว่ามันคงจะจัดเก็บไม่ได้แล้วก็ ข้อมูลที่ท่านบอกสถานที่เกิดนี่บางอันก็คงจะเป็นข้อมูลที่มาจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือว่า ทางหน่วยงานต่าง ๆ ที่แจกแจงให้ท่าน ซึ่งตรงนี้ก็คงต้องฝากทางหน่วยงานค่ะว่าเป็นไปได้ไหม ในการรายงานผลสถานการณ์ความรุนแรงในปีหน้าค่ะ เป็นไปได้หรือเปล่าที่จะขอความร่วมมือ จากทางตัวแทนผู้นำของแต่ละหมู่บ้าน ก็อาจจะเป็น อสม. ประธาน อสม. แต่ละหมู่บ้าน หรือว่าประธาน อสม. แต่ละตำบล หรือจะเป็นผู้ใหญ่บ้านก็ได้ค่ะ ในการที่ช่วยรวบรวม ตัวเลขของผู้ที่ถูกกระทำความรุนแรงในแต่ละหมู่บ้าน ในแต่ละพื้นที่ของตัวเอง เนื่องจากว่า ดิฉันเองก็ต้องเรียนว่าเป็น ส.ส. อยู่ที่ต่างจังหวัด หลายครั้งค่ะเมื่อมีเรื่องการกระทำความรุนแรง เกิดขึ้นต่อบุคคลในพื้นที่เขาไม่ไปแจ้งความกับตำรวจค่ะ เขาจะวิ่งมาหาผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านนี่ละค่ะที่จะต้องไปเรียกคู่กรณีมาพูดคุยกันว่าจะเอาเรื่องอย่างไรกันบ้าง จะสามารถจบเรื่องราวที่เกิดขึ้นกันได้อย่างไร บางเรื่องถ้าเป็นเด็กก็อาจจะเห็นค่ะว่าเด็ก ในต่างจังหวัดส่วนใหญ่อายุ ๑๓-๑๔ ปี แต่งงานกันแล้วค่ะ นั่นก็คือเคลียร์ (Clear) จบที่ ผู้ใหญ่บ้าน หรือว่าผู้ปกครอง หรือว่าคนที่มีหน้าตาในสังคมที่เป็นที่ยอมรับตรงนั้น เขาก็จะเป็น คนที่ต้องเข้าไปช่วย อย่างตัวดิฉันเองก็เป็น ส.ส. มาปีนี้ปีที่ ๕ ดิฉันเองก็เจอเรื่องความรุนแรง ที่สามีภรรยาทะเลาะกัน เคลียร์กันไม่จบ ตบตีกัน ถึงขั้นต้องเข้านอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล มาร้องเรียนต่อดิฉันให้ไปเอาผิดต่อสามี เมื่อพูดคุยกันไปมากลายเป็นภรรยาไม่ยอมเอาเรื่องสามี เรื่องราวก็หายไป อย่างนี้ดิฉันเข้าใจค่ะว่ามันก็เป็นปัญหาในการที่ท่านจะรายงาน แต่ว่า รายงานฉบับนี้ก็ต้องบอกว่ามีประโยชน์นะคะ เพราะว่ามันจะเป็นการสะท้อนให้เราเห็นว่า จริง ๆ แล้วนี่ด้วยวิวัฒนาการที่มันเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมากในปัจจุบันเรา ทีวี (TV) เอย ทางอินเทอร์เน็ต (Internet) เอย อะไร สื่อต่าง ๆ ที่มีเข้ามาค่ะ เด็กหรือว่าผู้ที่ได้รับชม บางครั้งก็เกิดแนวคิดในการลอกเลียนแบบ ก็ต้องฝากท่านหาแนวทางในการแก้ไขแล้วก็ ป้องกันในปัญหาเหล่านี้ด้วย ซึ่งดูจากแนวโน้มสถานการณ์แล้วนี่นะคะ สถานการณ์ความรุนแรง ที่แต่ละปีที่ท่านจัดเก็บข้อมูลมาก็มีแนวโน้มที่จะมีตัวเลขที่ค่อนข้างจะสูงขึ้นนะคะ แล้วก็ จากตัวเลขนี้ปรากฏว่าเรื่องราวจำนวนคดีที่ขึ้นสู่กระบวนการพิจารณาของศาล ส่วนใหญ่ดิฉันเห็น จำนวนค่อนข้างเยอะอยู่หรือว่าจบในขั้นตอนของการไกล่เกลี่ย ก็ต้องฝากหน่วยงานค่ะ ท่านประธานว่าทำอย่างไรตรงที่ไกล่เกลี่ยนี้เราจะมีการติดตามไหม หรือว่ารายงาน สถานการณ์ความรุนแรงในครั้งหน้านี้ฝากได้ไหมคะ เพิ่มได้ไหมที่จะขอข้อมูลว่า ทางหน่วยงานได้มีการติดตามหรือเปล่าว่าคดีที่เขาไกล่เกลี่ยกันจบนี้ค่ะ ครอบครัวนั้นหรือว่า ผู้ที่เสียหายคนนั้นได้ถูกกระทำความรุนแรงเกิดขึ้นอีกหรือเปล่าจากบุคคลในครอบครัว ถ้าหากเป็นบุคคลในครอบครัวนะคะ ตรงนี้ต้องฝากว่าถ้ามีข้อมูลตรงนี้ก็จะเป็นอีกข้อมูลหนึ่งที่จะช่วยเราในการรู้เรื่องราว ของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเป็นอย่างดี แล้วที่สำคัญอย่างที่เรียนค่ะ คงต้องให้ กำลังใจท่านนะคะ ด้วยท่านต้องดูแลประชาชนทั้งประเทศก็ตั้ง ๖๕ ล้านคน หน่วยงานท่านก็เป็น หน่วยงานที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่โตอะไร งบประมาณที่จะต้องใช้ดูแลก็ค่อนข้างมาก ก็ต้องให้ กำลังใจท่าน ที่สำคัญปัจจุบันนี้เท่าที่ดิฉันทราบนะคะ ก็มีการที่แรงงานต่างด้าวเข้ามาอาศัย แล้วก็ทำมาหากินที่ประเทศไทยเรา ก็ต้องเรียนถามท่านไปด้วยค่ะ ว่าในส่วนที่ท่านรายงาน ข้อมูลสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศไทยที่ท่านทำมาสู่สภาในวันนี้ได้มีการ รวมถึงแรงงานต่างด้าวที่ถูกหลอกเข้ามา แล้วถูกกระทำความรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ด้วยหรือเปล่า ก็ต้องฝากประเด็น ๓-๔ ข้อที่ได้พูดมาค่ะ ฝากทางท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานให้ช่วยดูแล แล้วก็คิดว่าครั้งหน้าคงจะได้เห็นรายงานสถานการณ์ที่ของแท้มากกว่า ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ถ้าท่านสามารถจัดเก็บข้อมูลได้จากระดับที่ใกล้ชิดกับแหล่งข้อมูลก็คือ ระดับหมู่บ้านนะคะ ก็ขอให้กำลังใจหน่วยงานที่ท่านกล้ายอมรับความจริง หายากค่ะ ท่านประธาน ในปัจจุบันการจัดทำรายงานอะไรก็ตามแต่คงไม่ค่อยมีใครกล้ายอมรับความจริง อย่างที่หน่วยงานท่านยอมรับนะคะ ว่าข้อมูลที่ได้อาจจะไม่ใช่ข้อมูลทั้งหมด แต่ก็ต้องชมเชย ท่านค่ะที่กล้ายอมรับและกล้านำมาเป็นข้อมูลเพื่อจะแสดงให้เห็นว่าปัจจุบันแนวโน้ม สถานการณ์ความรุนแรงของประเทศไทยเรามีมากขึ้นกว่าที่ผ่านมาในอดีต ก็ต้องฝากท่านประธาน แล้วก็ให้กำลังใจหน่วยงานค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ