รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายคุ้มครองเด็ก

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายคุ้มครองเด็ก โดยคัดค้านการอ้างความยินยอมหรือความสำคัญผิด และเสนอให้ห้ามมีเพศสัมพันธ์กับเด็กอายุต่ำกว่า ๑๓ ปี โดยไม่คำนึงถึงอายุผู้กระทำ เพื่อป้องกันปัญหาจริยธรรมและสังคม

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันเห็นด้วยนะคะ กับการเสนอกฎหมายนี้ เพราะว่าในช่วงที่ผ่านมาสังคมไทยมีการละเมิดทางเพศกับเด็กมาก ยิ่งในระยะหลัง ๆ นี่เราก็จะเห็นนะคะว่าเด็กกลายเป็นที่ต้องการของกลุ่มผู้เที่ยวทั้งหลาย แล้วก็ในช่วงที่ผ่านมานี้นะคะ เมื่อสัก ๑๐ ปีที่แล้วก็มีผู้หลักผู้ใหญ่ในสภาซึ่งมีปัญหาไปซื้อ บริการกับเด็กนักเรียนซึ่งอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี แล้วก็สุดท้ายศาลก็ได้ตัดสินลงโทษ แต่กว่าจะ ตัดสินลงโทษได้อย่างนั้น องค์กรต่าง ๆ ได้ออกมาเคลื่อนไหวแล้วก็ให้ดำเนินการกับท่านผู้นี้ นะคะ ซึ่งมีตำแหน่งอยู่ในสภา ปรากฏว่าเราพบกับปัญหาอุปสรรคมากมายกลายเป็นว่า แม้กระทั่งผู้มีเกียรติซึ่งเป็นผู้หญิงก็ตาม ก็ยังมองว่าเป็นเพราะว่าเด็กพวกนั้นนี่มันใจแตก เด็กพวกนั้นนี่มาเพื่อที่จะขายบริการ เด็กพวกนั้นมานี่ด้วยความพอใจ เพราะว่าได้เงินมาก ซึ่งมันเป็นคนละประเด็นเลยกับสิ่งที่พวกเรากำลังพยายามที่จะพูดนะคะ หรือว่าแม้กระทั่ง ที่ท่านรัฐมนตรีพูดเมื่อสักครู่นี้นะคะว่าเด็กก็คือเด็ก เราต้องคุ้มครองเด็กแล้วเราจะไปบอกว่า ถ้าเด็กพอใจจะถูกล่อลวงจะถูกล่อด้วยเงินทองทรัพย์สินอย่างไรก็ได้ แล้วเมื่อถูกจับได้ คนบางส่วนคนบางกลุ่มก็มักจะหาว่า ๑. อันดับแรกนี่ถือว่าเด็กยินยอม ๒. อาจจะอ้างว่า สำคัญผิดหรือว่าเห็นว่าเด็กนี่ เด็กสมัยนี้ตัวโตอาจจะมีสรีระซึ่งไม่รู้ว่าอายุเท่าไร ที่จริงแล้ว มันสะท้อนให้เห็นว่าศีลธรรมของสังคมไทยนี่นะคะ ถ้าอ้างแบบนี้ถือว่าศีลธรรมหรือว่า ความรับผิดชอบใช้ไม่ได้เลย เพราะแปลว่าท่านไม่มีความยับยั้งชั่งใจ แปลว่าท่านนี่ ท่านไม่ใช่ ท่านที่อยู่ในนี้นะคะ ท่านใดก็ตามที่ไปซื้อบริการเด็กหรือต้องการที่จะมีความสัมพันธ์ทางเพศ กับเด็กถือว่าใช้ไม่ได้ ดิฉันเคยไปอบรมส่วนใหญ่จะอบรมกับกลุ่มผู้หญิง เคยไปอบรมกับกลุ่ม ผู้ชายบางส่วนเวลาพูดถึงเรื่องนี้ หลายคนก็จะบอกว่าอายุ ๑๓ ปีก็ใช้ได้แล้ว พอเราถามว่า ถ้าเป็นลูกคุณ คุณยอมไหม ไม่ยอม แต่ถ้าเป็นลูกคนอื่นก็อยากจะนอนด้วย เพราะฉะนั้น คำพูดอย่างนี้ ทัศนะอย่างนี้เป็นทัศนะที่เห็นแก่ตัวแล้วก็ใช้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อก่อนนี้ ข้ออ้างที่บอกว่าสำคัญผิดไม่รู้ในข้อเท็จจริงนะคะ แล้วก็อ้างอย่างนี้ แล้วก็เป็นดุลยพินิจของศาล ที่จริงเราให้ภาระให้ศาลรับภาระมากเกินไปนะคะ ในการที่จะต้องใช้ดุลยพินิจว่าดูแล้วสำคัญผิด ได้หรือเปล่า จริงหรือเปล่า เพราะฉะนั้นมันไม่ควรจะต้องให้มีการวินิจฉัยหรือใช้ดุลยพินิจ อย่างนั้นนะคะ เราบอกไปเลยว่าเด็กก็คือเด็ก เด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ตัวเล็ก ๆ นะคะ ที่เราจะ คาดหวังว่าเขาคิดได้ หรือเขาจะมีความรู้ผิดชอบชั่วดี คือเราบอกว่าถ้าคนบรรลุนิติภาวะไปแล้ว เขาจะไปทำอะไรกับใคร เราไม่ได้ว่า แต่ถ้าเป็นเด็กเราถือว่า ๑. ก็ยังไม่สมควร ถ้าเขาท้อง ท้องโดยไม่พร้อมจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเขายังอยู่ในวัยเรียน เขาจะใช้ชีวิตอย่างไร เขาจะดำเนินชีวิต อย่างไร เป็นเรื่องที่เราต้องเป็นห่วงเป็นใยกันนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันก็เห็นด้วยว่าการที่ กฎหมายนี้แก้ไขเสียว่าจะอ้างความสำคัญผิดหรือความไม่รู้นี่ ไม่ได้ เพียงแต่ดิฉันก็ยังเป็นห่วง นะคะ ถ้าเราบอกว่าให้ศาลคดีเด็กและเยาวชนหรือที่เทียบเท่าเป็นคนพิจารณาแล้วบอกว่า ถ้าผู้กระทำอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี แล้วผู้ถูกกระทำอายุต่ำกว่า ๑๓ ปี ถ้าจะยอมให้เขาแต่งงานกันก็กลัวว่าจะถูกผู้ปกครองบังคับให้แต่ง ถ้าศาลเป็นคนสอบแล้ว พิจารณาแล้วยอมให้แต่งได้ มันก็ยังจะเป็นปัญหาในการดำเนินชีวิตคู่ของคนที่อายุต่ำกว่า ๑๘ ปี อยู่ร่วมกับคนอายุต่ำกว่า ๑๓ ปีอยู่ดี ก็อยากจะให้พิจารณาด้วยค่ะ ว่าศาลเอง เมื่อตัดสินไปแล้วว่าให้เขาแต่งงานกันได้ แล้วไม่ต้องรับผิด และถ้าผู้กระทำยังอยู่ติดคุก แล้วถ้าศาลยินยอมให้แต่งงานกันได้ คนที่อยู่ในคุกก็ต้องรีบปล่อยออกมาเพื่อให้เขามาใช้ชีวิต อยู่ร่วมกัน แล้วก็ต้องเรียนถามอีกเหมือนกันนะคะท่านที่จะไปเป็นกรรมาธิการ ถ้าศาลตัดสินว่า ให้เขาแต่งงานกันได้ แล้วผู้ที่กระทำนี่ไม่มีความผิด แล้วถ้าผู้ปกครองไม่เห็นชอบ แล้วไม่ยินยอมด้วย เขาจะใช้ชีวิตอยู่ในสังคม เขาจะใช้ชีวิตอยู่ในครอบครัวเขาอย่างไร จริง ๆ แล้ว ดิฉันว่าถ้าจะบอกว่าห้ามมีเพศสัมพันธ์ ห้ามซื้อบริการ ห้ามมีเพศสัมพันธ์ไม่ว่าเด็กจะยินยอม หรือไม่ยินยอมก็ตามกับเด็กที่ต่ำกว่าอายุ ๑๓ ปี ท่านต้องรู้ว่าเด็กต่ำกว่าอายุ ๑๓ ปีนี่นะคะ เขาเรียนหนังสืออยู่ชั้นไหน เขาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาแค่นั้นนะคะ ยังไม่ถึง ม. ๖ เลย แล้วก็จะให้ แต่งงานกับคนที่อายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ดิฉันก็ยังไม่เห็นด้วยนะคะ ถ้าบอกว่าใครก็ตาม มีเพศสัมพันธ์กับเด็กอายุต่ำกว่า ๑๓ ปี แล้วไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตามมีความผิด ทุกคนต้องยับยั้งชั่งใจในการที่จะไปมีเพศสัมพันธ์กับใครก็ตามที่ไม่ใช่คู่สมรสของเรา ที่ไม่ใช่ คู่ของเรา ปัญหานี้เป็นปัญหาเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ถ้าเราบอกว่าสังคมทุกวันนี้ มันเปลี่ยนไปมากแล้ว เพราะฉะนั้นเราต้องเปลี่ยนตาม อีกหน่อยเราก็ไม่ต้องมีกฎกติกาแบบนี้ ขึ้นมานะคะ เพราะฉะนั้นก็เรียนว่าสังคมเรา อย่างที่ท่านรัฐมนตรีบอกนี่ค่ะ ว่าเราสมควร ที่จะต้องปกป้องแล้วก็คุ้มครองเด็กที่อายุไม่เกิน ๑๓ ปีอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นการป้องปราม การล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กอย่างเข้มงวดมากยิ่งขึ้น และเพื่อคุ้มครองศีลธรรมทางเพศของคน ในสังคม โดยเฉพาะผู้ที่จะกระทำ ขอบคุณค่ะ