สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

ศุภฤกษ์ หงษ์ภักดี นำเสนอรายงานสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวของประเทศไทย และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการงานกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

นายศุภฤกษ์ หงษ์ภักดี รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายศุภฤกษ์ หงษ์ภักดี รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รับมอบหมายจากท่านสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ ให้นำเสนอรายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านความรุนแรงในครอบครัว ของประเทศไทยนะครับ ตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง ในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐

ประการแรก ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ที่ได้วิเคราะห์รายงานฉบับนี้ ได้มีคำถาม ได้มีข้อเสนอแนะและแนวทางทางการปฏิบัติรวมทั้ง มาตรการต่าง ๆ ที่จะมอบให้ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เราไป ดำเนินการนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการที่เราจะต้องปฏิบัติงานหรือบูรณาการร่วมกับหลาย ๆ กระทรวง เราได้ลงนามเอ็มโอยู (MOU) ไปเมื่อปี ๒๕๕๓ โดยมีพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้า พัชรกิติยาภา ท่านทรงเป็นประธาน เราได้ลงนามเอ็มโอยูร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานก็จะมี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการ สำนักงานศาลยุติธรรม กรุงเทพมหานคร และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งในการรายงานของเรานั้นก็ต้องยอมรับว่า เราอาจจะพูดได้ไม่หมด รายงานได้ไม่หมด เกี่ยวกับเรื่องการที่เราทำงานร่วมกับ หน่วยราชการต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งการที่เราทำงานร่วมกับองค์กรภาคเอกชนหรือเอ็นจีโอ (NGO) นะครับ ซึ่งในปีนี้ประมาณเดือนกรกฎาคมนี้เราคงมีการลงนามเอ็มโอยูร่วมกับทางองค์กร ภาคเอกชนหรือเอ็นจีโอนี้เพิ่มขึ้น สำหรับสิ่งที่เป็นข้อเสนอแนะจากท่านสมาชิกผู้มีเกียรตินะครับ ทุกท่านก็คือไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดเก็บข้อมูลนะครับ การติดตามผลการปฏิบัติงาน กฎหมายมาตราต่าง ๆ การเปรียบเทียบกับรายงานเมื่อครั้งที่แล้วนะครับ การทำงาน การบูรณาการ การประสานงานกับทุกกระทรวง ทบวง กรม หรือแม้กระทั่งงบประมาณแล้วก็เจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติงานนั้น ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ขอน้อมรับ ข้อเสนอแนะแนวทางการปฏิบัติรวมทั้งมาตรการต่าง ๆ ไปเพื่อปรับปรุงในการรายงาน ในปี ๒๕๕๔ นะครับ ซึ่งเราจะต้องทำรายงานขึ้นมานะครับ สำหรับเรื่องงบประมาณนั้น สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวซึ่งทำงานเกี่ยวกับเรื่องสตรีและครอบครัวนั้น เราได้รับงบประมาณเพียง ๓๖๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง และงานที่ทำเรื่องเกี่ยวกับ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พุทธศักราช ๒๕๕๐ นั้น เราได้รับงบประมาณ ๒๐ ล้านบาท ซึ่งที่จริงเรื่องงบประมาณมันเป็นเรื่องที่เราก็ไม่สามารถ ที่จะพูดมากได้ ซึ่งเราก็พยายามที่จะของบประมาณเพิ่มไป แต่ถ้าอย่างไรในงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ก็คงได้รับความเมตตา และความอนุเคราะห์จากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้มีเกียรติทุกท่านนะครับ ด้วยในการที่จะปรับงบประมาณให้กับสำนักงานกิจการสตรีและ สถาบันครอบครัว ผมต้องขออนุญาตนิดหนึ่งครับที่สามารถจะชี้แจงรายละเอียดได้พอดีก่อน ผมจะมาดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงนี้ ผมเป็นผู้อำนวยการสำนักงานกิจการสตรีและ สถาบันครอบครัวมาก่อนเลยทราบข้อจำกัดต่าง ๆ ของสำนักงานนี้ซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากรม ได้พอสมควร แล้วถ้าได้รับความกรุณาจากท่านผู้มีเกียรติทุกท่านนะครับ ก็คงจะทำให้งาน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พุทธศักราช ๒๕๕๐ นี้นะครับ ก็จะเป็นไปตามที่ดั่งข้อเสนอแนะของทุกท่านที่ได้เสนอแนะมาแนวทางต่าง ๆ นะครับ แล้วในปี ๒๕๕๕ นี้จะเป็นไปที่ครบ ๕ ปีของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งเราได้วางโครงการไว้ว่า จะมีงานการจัดประชุมวิพากษ์เกี่ยวกับเรื่องกฎหมายฉบับนี้นะครับ เพราะเรามีแค่ ๑๘ มาตรา จริง ๆ พอถึงเวลาแม้กระทั่งนิยามของบุคคลในครอบครัวเราก็ต้องนำมาพูดกันว่าบุคคล ในครอบครัวนั้นประกอบไปด้วยใครบ้างนะครับ เมื่อเป็นคดีขึ้นสู่พนักงานสอบสวน ผ่านไปท่านอัยการ หรือแม้กระทั่งศาลยุติธรรมก็ตามนะครับ สุดท้ายนี้ในฐานะผู้แทนของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็ขอนำข้อเสนอแนะข้อแนะนำ มาตรการต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านได้เสนอแนะไว้ ณ ที่นี้นำไปปรับปรุง เกี่ยวกับเรื่องการทำงาน นำไปปรับปรุงเกี่ยวกับเรื่องรายงานฉบับ ๒๕๕๔ ซึ่งฉบับของ ปี ๒๕๕๔ ที่เราจะได้ดำเนินการในปีนี้ต่อไปครับผม กราบเรียนท่านประธานครับ