สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

จิรายุ ห่วงทรัพย์ แสดงความเห็นเกี่ยวกับกฎหมายการค้าประเวณี โดยเฉพาะกรณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีที่ถูกข่มขืนหรือกระทำชำระ และเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบว่ากฎหมายที่แก้ไขครั้งนี้ครอบคลุมถึงชาวต่างด้าวที่มารับใช้คนไทยอยู่ในประเทศไทยหรือไม่

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เขต ๑๘ คลองสามวาครับ ฟังท่านรัฐมนตรีวรวัจน์แล้วก็เห็นด้วย แต่ว่าก็มีหลากหลายมิติ เป็นข้อสังเกต เมื่อสักครู่นี้ฟังดูกฎหมายของฝ่ายค้าน ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านนิพิฏฐ์ ฟังตอนแรกชักเคลิ้ม แต่พอไปเกี่ยวข้องกับท่านนายกรัฐมนตรีเลยเดี๋ยวต้องฟังอีกประเด็นหนึ่ง ท่านประธานครับ เรื่องของการข่มขืนกระทำชำเรากับการซื้อบริการแนวคิดมันก็ต่างกัน แต่เป้าหมายของคนร้ายนั้นทิศทางเดียวกันครับ ซื้อบริการนั้นอาจจะเป็นความชอบ เป็นความพึงพอใจระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายก็ว่ากันไปครับ บางทีก็ไม่ได้มีการถามว่าอายุเท่าไร เอาแค่พึงพอใจก็ซื้อบริการก็ว่ากันไปตามระบบของกระบวนการกฎหมายครับ แต่การข่มขืน กระทำชำเรานี่ครับ ตามกฎหมายที่ระบุไว้ผมว่ามันมีความชัดเจนว่าเป็นการกระทำ ประทุษร้าย ผมอาจจะโชคดีมีลูกชาย ไม่มีลูกสาวเลยไม่ค่อยกังวลเท่าไรครับ แต่ก็ไม่แน่ครับ สมัยนี้ ขออภัยท่านประธานนะครับ ภาษานี้อาจจะเป็นภาษาที่สื่อมวลชนเขาใช้กัน วงการตุ๋ย ก็เยอะนะครับท่านประธานครับ เด็กเยาวชนอายุต่ำกว่า ๑๓ ปีเป็นผู้ชายก็โดนกระทำกัน เยอะแยะมากมายครับ แต่ประเด็นที่น่าสนใจ ท่านประธานครับ ผมกำลังตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ ประเทศไทยแม้จะเป็นประเทศที่มีขอบเขตรอบทิศ มีทหาร มี ตม. มีอะไรก็แล้วแต่ แต่ในความเป็นจริงเมื่อท่านเซิร์จ (Search) เข้าไปในกูเกิล (Google) นี่ท่านจะเห็นเลยนะครับว่า การค้าประเวณีในประเทศไทยที่เป็นเด็กต่ำกว่าอายุ ๑๕ ปี ท่านประธานครับ เป็นเด็กที่มาจาก ต่างชาติ ชาติไหนก็สุดแท้แล้วแต่ แต่ที่มานั้นส่วนใหญ่ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนหรอกครับ ท่านประธานครับ พอมาแล้วก็เกิดกรณีการกระทำชำเรารุมโทรม รุมโทรมนี่หมายความว่า มากกว่า ๑ คน ท่านประธานครับ แล้วเมื่อขึ้นสู่กระบวนการศาล ขึ้นสู่ชั้นตำรวจพนักงานสอบสวน เราจะทราบได้อย่างไรครับว่าเด็กเหล่านี้อายุต่ำกว่า ๑๓ ปีหรือไม่ หรืออายุ ๑๕ ปี หรือ ๑๘ ปี ตามโทษที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติที่แก้ไขฉบับนี้ครับ ผมฝากเป็นข้อสังเกตอย่างนี้ ท่านประธานครับ ความเป็นมนุษย์เหมือนกันของเพศหญิงและผู้ชายที่มาจากต่างแดนครับ ท่านลองไปเดินได้เลยครับในกรุงเทพมหานครทั้งผู้หญิงและผู้ชายถ้าท่านลองถามเขาสีอะไรครับ เขาจะบอกว่าสีแรง บางคนไปถามสีอะไร สีเหลือง คือพูดชัดเจนเลยครับว่ามาจากต่างด้าวชัดเจน แล้วทำอะไรครับ ก็ขายบริการแบบนี้ กฎหมายแบบนี้ผมไม่แน่ใจท่านประธานครับว่ามีการ ครอบคลุมถึงชาวต่างด้าวที่มารับใช้คนไทยอยู่ในประเทศไทยนี้หรือไม่ อย่างไรนะครับ แล้วนอกจากนี้ครับ พอเราพูดถึงกฎหมายแบบนี้ พอเราบอกว่าถ้าเราคัดค้านเดี๋ยวเราจะ ถูกกล่าวหาว่าเราไม่คุ้มครองเด็ก สภาผู้แทนราษฎรก็เป็นแง่กฎหมายท่านประธานครับ มีข้อสังเกตมากมายหลากหลาย เมื่อสักครู่นี้ผมออกไปค้นข้อมูลอยู่เป็นคำพิพากษาของ ศาลฎีกาครับ พูดถึงเรื่องของการไม่รู้อายุเด็กในช่วงที่ผ่านมา เกิดอะไรขึ้นครับในระหว่าง ชั้นสอบสวนตำรวจจับกุมได้ปุ๊บถามเด็กอายุเท่าไร เด็กบอกอายุ ๑๓ ปี แต่พอสอบสวนไป สอบสวนมาผู้ต้องหาให้การปฏิเสธครับบอกว่าเด็กคนนี้เคยบอกว่าอายุ ๑๘ ปี เกิดการต่อสู้ กันเชิงหลักฐาน ท่านประธานครับ มีการไปค้นหาใบเกิด ใบสูจิบัตร ปรากฏว่าพอมาอีกที อายุ ๑๘ ปี ๒ เดือน หน้าตาเด็กก็ไม่ได้เด็กแล้วละครับ ๑๓ ปีถึง ๑๕ ปี บางทีมันก็ละม้ายคล้ายกันอยู่ที่การบริโภค อาหารการกิน ท่านประธานครับ สรุปใจความก็คือเมื่อมาถึงชั้นพนักงานสอบสวน แล้วต่อไป ยังอัยการมีประเด็นดังกล่าวนี้เกิดขึ้นจริง ๆ ท่านประธานครับ มีการโกงอายุเด็ก ถ้าเกิดท่านประธาน ขออภัยหลายท่านที่อาจจะเกิดหลังปี ๒๕๐๐ ไป การแจ้งเกิดเด็กช้า หรือคุณพ่อคุณแม่ ลืมแจ้งเกิดนี้เกิดขึ้นเป็นประจำในสังคมไทย เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ผมก็ไม่อยากจะให้ กฎหมายนี้ไปบอกว่าเอ๊ะใครก็แล้วแต่อย่าไปถามว่าเด็กอายุเท่าไร ท่านติดคุกอย่างเดียวก็เป็น ข้อสังเกตฝากท่านรัฐมนตรีนะครับ และนอกจากนี้ท่านประธานครับในกระบวนการ การค้าประเวณีในประเทศไทย หน่วยงานหลากหลายเขาทำบันทึกไว้ครับ ส่วนใหญ่เด็กอายุ ต่ำกว่า ๑๕ ปี เป็นเด็กต่างด้าว แล้วเกิดกระบวนการจัดฉาก ท่านประธานครับ บางทีเด็กมาบอก เฮียอายุเท่าไร ๑๘ ปีแล้วพี่จัดได้เลย ปรากฏว่าถูกตำรวจจับ ท่านประธานครับ อายุต่ำกว่านั้น อย่างนี้เราเข้าใจได้ว่าไม่ว่าเด็กจะอายุเท่าไร การค้าประเวณีหรือการซื้อบริการไม่ควรกระทำ อย่างยิ่ง อันนี้เข้าใจครับ แต่เป็นข้อสังเกตในกระบวนการจัดฉาก กระบวนการวางแผนครับ ผมอาจจะจินตนาการไปไกลครับท่านประธาน แต่อ่านศาลฎีกาหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับ ขบวนการในการรุมโทรมหรือว่าข่มขืนเด็กนั้น มีหลากหลายนัย นัยที่สำคัญเรื่องหนึ่ง ท่านประธานครับ มีคน ๒ คนรักกันมาตั้งแต่ ๑๐ ขวบ ความรักนั้นไม่ได้บอกได้ว่าอายุมันจะเท่าไร อยู่ที่ฮอร์โมนในร่างกายและสิ่งแวดล้อมของเด็กและเยาวชนต่าง ๆ ครับ ปรากฏว่ารักกันมา อยู่ดี ๆ ไปอาศัยทำมาหากินขายพวงมาลัยกันตามสี่แยก สุดท้ายปลายทางก็ไปอยู่ด้วยกัน พออยู่ด้วยกันอายุสัก ๑๓ ปี ๑๔ ปี ผู้ชาย ๑๕ ปี ๑๖ ปี แต่เด็ก ๑๓ ปี ท่านประธานครับ ปรากฏว่าตำรวจสายตรวจไปเจอ เขาอยู่กันมานานแล้ว ๓-๔ ปี ท่านประธาน ตำรวจบอก อ้าวนี่ข่มขืนกระทำชำเราใช่ไหม เด็กต่ำกว่าอายุ ๑๓ ปีใช่ไหม ผู้ชายอายุ ๑๕ ปี ๑๘ ปี ใช่ไหม กฎหมายไม่ยินยอมไว้ เพราะท่านจะต้องถูกจับ อย่างนี้ก็เป็นปัญหาครับ แต่ที่ผมเห็นด้วย อย่างยิ่งก็คือเรื่องของศาลครอบครัว บางทีความรัก ท่านประธานครับมันห้ามอะไรไม่ได้จริง ๆ บางคนไม่เคยถามหรอกครับว่าอายุเท่าไร คนอายุ ๘๐ ปียังรักอายุเด็ก ๑๘ ปี ตั้งเยอะแยะไปครับ คนอายุ ๑๘ ปีรักคนที่อายุ ๖๐ ปีก็เยอะท่านประธานครับ แต่ประเด็น ที่น่าสนใจก็คือเมื่อมีศาลครอบครัวช่วยพิจารณานี่ ผมอยากฝากไปยังรัฐบาลนะครับว่า เมื่อไปสู่กระบวนการชั้นกรรมาธิการท่านกรุณาลงรายละเอียดเพิ่มเติมครับว่า ขอบเขตของ การพิจารณากว่าศาลครอบครัวจะอนุมัติหรืออนุญาตให้ทั้งคู่ได้แต่งงานกันด้วยใจที่ไม่ได้มี การข่มขื่นกระทำชำเรานะครับ มันมีหลากหลายประเด็นท่านประธานครับ ๑. ค้าประเวณี ๒. ข่มขืนกระทำชำเราหรือรุมโทรม ๓. รักกันจึงมีอะไรกันแล้วก็อยู่ด้วยกัน ทั้งหมดนี้มันไม่ได้ บอกอากัปกิริยาในการกระทำ แต่มันเข้าข่ายกฎหมายทั้งหมด ท่านประธานครับ ผมก็ฝากไปยัง รัฐบาลครับ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ เดี๋ยวนี้ใบเกิดเขียนกันง่ายครับ โดยเฉพาะการอ้าง ถิ่นฐานที่อยู่บ้าง ต่างจังหวัดก็ใช้ลายมือกันบ้าง ไม่ใช้คอมพิวเตอร์แบบในกรุงเทพมหานคร ก็ยังพอมีอยู่ครับ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ผมก็เลยฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ครับว่าเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการแก้ไข แต่ก็เป็นข้อสังเกตไว้ว่าถ้ากรณีดังกล่าวนั้นมันเกิด อย่างเรื่องที่ผมว่า ๓ ประเด็น แล้วถ้าเป็นคนที่กระทำความผิดจริง ท่านไม่ต้องไปสนใจเลย เด็กอายุต่ำกว่า ๑๓ ปี ท่านห้ามอยู่แล้ว แต่ถ้ารักกันล่ะ อยู่ด้วยกันล่ะ หรือถูกล่อลวงให้ไป รุมโทรม เช่น เขากำลังรุมโทรมกันอยู่ เด็กคนนี้เปิดประตูเข้าไปด้วย กล่าวหาว่าอยู่ใน กระบวนการรุมโทรมแบบนี้ทางกฎหมายมีแนวคิดอย่างไร แต่สุดท้ายปลายทางท่านประธานครับ ไม่อยากให้สังคมไทยนี้เกิดขึ้น นี่เป็นการแก้กฎหมายแบบปลายทางครับ ต้นทางคือเราต้อง ส่งเสริมวัฒนธรรม สังคมในประเทศไทย ท่านประธานครับ ลูกหลานเติบโตขึ้นมาจะได้ รักนวลสงวนตัว เอาล่ะถ้าเศรษฐกิจดี กินดีอยู่ดี ไม่มีใครขายตัวเด็ดขาด ทุกคนเป็นสุภาพสตรี ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายจะค้าขายประเวณีก็ค้าขายเหมือนกัน แต่ถ้าบ้านเมืองมีสตางค์ เศรษฐกิจดีครับ ประเทศร่ำรวยครับ อย่างวันนี้ท่านประธานครับ พ.ร.ก. ผ่านมา ผมใจชื้นเลยครับ เด็ก ๆ ก็จะได้มีสตางค์ เพราะอะไรครับ คุณพ่อคุณแม่ทำงานเงินเดือนเพิ่มขึ้น ๑๕,๐๐๐ บาท ขออภัยที่โยงไปถึงแบบนั้น แต่มันเป็นการแก้ไขในเชิงกายภาพของประเทศครับ สุดท้าย ปลายทางแล้วเราจะมีภูมิคุ้มกันตัวเองครับ ต่อให้เด็ก ขอโทษนะครับท่านประธาน ขออภัยครับ จะขาว จะอวบ จะสวยขนาดไหน แต่เมื่อสังคมมันดี เศรษฐกิจดี ความคิดมันดี มันจะ ไม่กระทำครับ และสุดท้ายปลายทางการค้าประเวณีในประเทศไทยมันจะลดน้อยลง ห้ามไม่ได้ หรอกครับ มีทั่วโลก ท่านประธานครับ ประเทศเจริญแล้วก็เยอะแยะครับ เห็นด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติม ขอบพระคุณท่านประธานครับ