รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๓
ณ ตึกรัฐสภา
ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมาแล้วนะครับ ขอเชิญ นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ เจ้าของกระทู้ถามครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอบพระคุณท่านประธานครับที่กรุณาบรรจุกระทู้ ถามผม ในระเบียบวาระการประชุม แล้วก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมครับ ท่านโสภณ ซารัมย์ ที่ท่านมาตอบกระทู้ถามของผมด้วยตัวท่านเองครับ ผมขออนุญาตไม่อ่านกระทู้ถามนะครับท่านประธานเพื่อประหยัดเวลาของสภา แต่ว่า ผมจะขออนุญาตสรุปประเด็นปัญหา ใช้เวลานิดเดียวนะครับแล้วก็จะเข้าสู่คําถามซึ่งมี คําถามเดียวครับท่านประธาน เนื่องจากกระทู้ถามของผมนี้เป็นเรื่องที่สอบถามถึง นโยบายที่ทางกระทรวงจะมีนโยบายให้ ขสมก. ไปเดินรถในเส้นทางของอําเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่ง ขสมก. ไปเดินรถบางส่วนแล้วอยู่ในอําเภอกระทุ่มแบนนะครับ สาเหตุเนื่องจากว่าวันนี้จังหวัดสมุทรสาครเป็นจังหวัดที่มีอุตสาหกรรมไปตั้งอยู่มาก ก็ทําให้มีพี่น้องประชาชน มีชุมชนใหม่เกิดขึ้นเยอะ บ้านจัดสรร โรงเรียนต่าง ๆ ไปตั้ง อยู่มาก แล้วก็เป็นจังหวัดปริมณฑลครับ เพราะฉะนั้นก็มีพี่น้องประชาชนจํานวนมาก ทีเดียวได้ไปประกอบกิจการแล้วก็ไปตั้งบ้านเรือนที่อยู่อาศัยอยู่จํานวนมากเพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็ว สาธารณูปโภคพื้นฐานก็ไม่เพียงพอในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง ระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่และที่ทันสมัย สะดวก ปลอดภัยก็ยังขาดแคลนอยู่มาก ทีเดียว ในเบื้องต้นก็อยากจะได้บริการที่มีความสะดวก ปลอดภัย เช่น ขสมก. นี่ละครับ ไปแก้ปัญหาในเบื้องต้นก่อนนะครับ โดยเฉพาะในอําเภอบ้านแพ้ว ปัจจุบันนี้การเดินทาง ส่วนใหญ่เราเข้ามากรุงเทพฯ กันก็มาทํางานด้วย ลูกหลานเราก็มาเรียน ค่าใช้จ่ายจากที่ อําเภอมาที่ริมขอบของกรุงเทพฯ นะครับ หนองแขม บางแค ไปกลับนี่เกือบร้อยนะครับ อันนี้ก็เป็นค่าใช้จ่ายที่สูง แล้วพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ที่ใช้บริการแบบนี้ก็มีฐานะ ทางเศรษฐกิจไม่สู้ดีนักนะครับ
อีกประการหนึ่ง คือเรื่องความปลอดภัยครับ ซึ่งผมคิดว่าก็ตรงกับที่ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคงจะเล็งเห็นนะครับว่าความปลอดภัยของเยาวชนเรา ที่มารํ่าเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ นี่ วันนี้ขึ้นรถลงเรือก็คงไม่สะดวกนะครับ ถ้าเกิดว่า มีบริการของ ขสมก. ให้บริการก็จะสะดวกและปลอดภัยอย่างยิ่ง เป็นที่สบายใจ ของผู้ปกครองนะครับ อย่างไรก็ตามผมก็ทราบดีครับว่าทาง ขสมก. เองก็มีปัญหา บางประการเหมือนกันในเรื่องผลประกอบการของตัว ขสมก. ทั้งนี้ก็เพราะว่าได้รับภาระ ไว้เยอะนะครับ อย่างเช่นปริมาณรถในปัจจุบันก็ไม่เพียงพอ ส.ส. หลายท่านก็ขอไป ท่านวัชระ เพชรทอง ขอยืดเส้นทางไปถึงวัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม ขอรถเมล์ฟรีไปบริการ ที่หนองแขม อันนี้ท่านก็บอกมาผมทราบ ระยะแรกถ้าหากว่าท่านรัฐมนตรีได้มีนโยบาย ที่จะให้ ขสมก. ไปเดินรถขยายเส้นทางไปถึงอําเภอบ้านแพ้ว ผมก็ทราบดีว่าอาจจะประสบ กับภาวะขาดทุนบ้างในเบื้องต้นนะครับ อย่างไรก็ตามผมคิดว่าประโยชน์ที่ได้รับคงคุ้มค่า มากกว่านะครับ และประการที่สําคัญก็อาจจะไปกระทบกับผู้ประกอบการเดิม ที่ได้รับสัมปทานไว้แล้ว แต่อย่างไรก็ตามผมคิดว่าผู้ประกอบการเดิมที่วิ่งรถอยู่แล้วที่ไม่ใช่ ขสมก. นี่เขาก็เป็นคนพื้นที่ เป็นผู้นําท้องถิ่น ก็คงจะคํานึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมมากกว่า แล้วอีกอย่างหนึ่งท่านประธานชัยเคยแนะนําผมไว้ผมจําได้ แต่ก่อนนี้เคยอยู่ คณะกรรมาธิการการคมนาคมกับท่าน ท่านเคยแนะนําผมเรื่องนี้บอกว่าระวัง ผู้ประกอบการเขาอาจจะมองอีกมุมหนึ่งนะครับ แต่ผมคิดว่าด้วยความสามารถของ ท่านรัฐมนตรีในเรื่องการที่จะให้วินวิน (Win win) ทั้ง ๒ ฝ่าย ก็อาจจะมีการขยายสัมปทาน หรืออะไรก็ตามให้กับผู้ประกอบการเดิม ก็คงจะแบ่งเบาภาระในส่วนนั้นไปได้นะครับ คําถามของผมก็คือผมเข้าสู่ประเด็นคําถามเลยครับท่านรัฐมนตรีว่า ทางกระทรวง มีนโยบายที่จะให้ ขสมก. ไปวิ่งบริการเดินรถให้กับพี่น้องประชาชนที่อําเภอบ้านแพ้วเข้าสู่ กรุงเทพมหานครหรือไม่ครับ ถ้ำหากว่ามีนี่ท่านจะกรุณาได้ในเมื่อใดครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
สภายินดีต้อนรับ คณะอาจารย์และนักเรียนโรงเรียนสาธิตพิบูลบําเพ็ญ มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี ด้วยความยินดีนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมตอบ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ใคร่ตอบข้อกระทู้ถามของท่านสุธรรม ระหงษ์ ซึ่งเป็นกระทู้ถามที่พี่น้อง ประชาชนในจังหวัดสมุทรสาครได้รับความเดือดร้อน ก่อนที่ผมจะได้ตอบกระทู้ ถาม ของท่านนะครับ ผมอยากกราบเรียนในภาพรวมของการบริการ ขสมก. นิดเดียว ขณะนี้ รถ ขสมก. ของเรามีอยู่ ๓,๕๐๐ คัน แยกเป็นรถแอร์ ๑,๘๐๐ คัน และเป็นรถร้อนประมาณ ๑,๖๐๐ กว่าคัน ที่วิ่งได้จริง ๆ ก็ประมาณสัก ๓,๐๐๐ คัน นอกนั้นก็จอดซ่อม แต่เราไปจัดเป็นรถฟรีอีก ๘๐๐ คัน โดยสภาพของรถ ขสมก. ปัจจุบันเรามีรถใหม่สุด คือ ๑๐ ปีอยู่แค่ ๕๐๐ คัน ฉะนั้นจึงเป็นปัญหาอย่างยิ่งที่เราใช้รถประมาณสักอายุ ๑๒-๒๐ ปีมาวิ่งทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นปัญหา ฉะนั้น ขสมก. เองโดยกระทรวงคมนาคมก็ได้ เห็นความสําคัญเราก็คิดว่าในภาวะที่ ขสมก. ขาดทุนอยู่ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็คิดว่า จะนําไปสู่การปรับปรุงรถ ขสมก. โดยใช้รถเอ็นจีวี (NGV) เข้ามาวิ่ง ที่บอกว่าโครงการ รถเอ็นจีวี ๔,๐๐๐ คัน ฉะนั้นอยู่ในช่วงดําเนินการ ทีนี้เมื่อเส้นทางที่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลทั้งหมดเราแยกเป็นการวิ่งดังนี้ คือวิ่งเป็นรถร่วม ๑๐๙ เส้นทาง และเป็นรถ ของ ขสมก. เอง ๒๑๘ เส้นทาง ตามที่กระทู้ถามของท่านสุธรรม ระหงษ์ ได้หยิบยกขึ้นมา ในเส้นทางจากกระทุ่มแบนไปยังอําเภอบ้านแพ้ว ซึ่งขณะนี้เรามีรถที่วิ่งจากสนามหลวง ไปที่กระทุ่มแบนแล้ว แต่ไปจบที่กระทุ่มแบน ระยะทางที่ไปถึงบ้านแพ้วเป็นระยะทาง ๒๐ กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางที่ท่านกล่าวถึงที่เป็นเส้นทางที่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็น ประชาชนหรือนักเรียนที่มาเรียนในเขต กทม. ชั้นใน ผมกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า การขนส่งในกรุงเทพฯ เราเข้าใจว่า ขสมก. คือคนในระดับรากหญ้า คือคนที่มีฐานะ อีกระดับหนึ่งมาใช้บริการ ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะอํานวยความสะดวกให้แก่พี่น้อง ประชาชนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ผมก็ทราบดีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่กล่าวถึง ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้อง ฉะนั้นเมื่อผมได้รับทราบปัญหาที่ท่านสุธรรม ระหงษ์ ได้นําเรียนผม ก่อนหน้านี้แล้ว ผมก็ได้ไปสํารวจเส้นทางเพื่อที่จะดําเนินการให้เป็นรูปธรรม ผมกราบเรียน อย่างนี้นะครับว่า ขณะนี้เรามีรถที่วิ่งเป็นรถหมวด ๔ หรือเรียกว่ารถสองแถวอยู่ทั้งหมด ๑๖ คัน วิ่งไปกลับ ไปกลับวันละ ๖๒ เที่ยว ในเส้นทางจากบ้านแพ้วไปยังกระทุ่มแบน ถามว่า รถหมวด ๔ เป็นรถที่พี่น้องประชาชนพอใจที่จะใช้บริการหรือไม่ ก็พอใจในระดับหนึ่ง ทั้งเรื่องค่าบริการ ทั้งเรื่องคุณภาพของรถ ฉะนั้นเพื่อแก้ปัญหาที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรท่านได้หยิบยกขึ้นมา ผมก็ให้ไปศึกษาดูว่าถ้าเราจะเพิ่มจํานวนรถในภาวะที่จะ บริหารจัดการให้เป็นทางเลือกหนึ่งของพี่น้องประชาชน คือได้ขึ้นรถเมล์จากบ้านแพ้วไปยัง กระทุ่มแบน ระยะทาง ๒๐ กิโลเมตรได้หรือไม่ ก็ได้ไปลงพื้นที่นะครับ เราก็สั่งคณะทํางาน ไปลงพื้นที่ ติดขัดนิดเดียวในผู้ประกอบการอย่างที่ท่านหยิบยก ฉะนั้นผมเองตอนนี้ ได้สั่งการให้ ขสมก. ร่วมกับจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับพื้นที่ด้วย อาจจะได้กราบเรียนเชิญ ท่านสุธรรมไปร่วมที่จะทําความเข้าใจกับผู้ประกอบการ ท่านที่มีปัญหาเรื่องรถร่วม อยู่ก่อน ถ้าปัญหาของรถที่มีอยู่ ๑๖ คันที่วิ่งอยู่ขณะนี้ไม่มีปัญหา เราเองก็จะสามารถ จัดให้ได้ในสักวันละเช้าเที่ยว เย็นเที่ยว ซึ่งเช้าเป็นช่วงนักเรียนได้ไปใช้บริการ และ ช่วงกลับจากการทํางานในช่วงเย็นอาจจะไปกลับสักวันละคัน วิ่งไปกลับ ๆ อย่างนี้ครับ ฉะนั้นสรุปก็คือวันนี้ทางกระทรวงเองไม่ได้นิ่งนอนใจที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนที่ท่านสุธรรม ระหงษ์ ได้หยิบยกขึ้นมา ผมกราบเรียนเพื่อเป็นรูปธรรม ในสัปดาห์หน้าคณะทํางานก็จะได้ไปทําความเข้าใจ แล้วถ้าไม่มีปัญหาเราก็จะจัด รถวิ่งให้นะครับ กราบขอบคุณครับ
ติดใจอยู่ไหม เชิญครับ
กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ผม นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี เป็นอย่างสูงที่ท่านได้ชี้แจงและให้ความชัดเจน แล้วก็เป็นรูปธรรมจริง ๆ นะครับ ก็คงจะ เป็นนิมิตหมายที่ดีครับท่านรัฐมนตรี แล้วผมกับท่าน ส.ส. ครรชิต ทับสุวรรณ ก็จะ ขออนุญาตเข้าไป อาจจะไปร่วมในการประชุมหารือแนวทางให้ ขสมก. มาวิ่งในเส้นทาง ดังกล่าวนะครับ แล้วก็ต้องฝากท่านรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งนะครับได้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องประสานมา พวกผมพร้อมที่จะไปร่วมแสดงความคิดเห็น แล้วก็อาจจะมีพี่น้อง ประชาชนที่สนใจคงเข้าไปร่วมรับฟังด้วย ก็คิดว่าทางท่านรัฐมนตรี ทางส่วนราชการ คงจะอนุญาตให้พี่น้องประชาชนที่มีส่วนที่จะต้องใช้บริการเข้าไปแสดงความคิดเห็นด้วย ขอบพระคุณท่านประธานครับ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีอย่างสูงครับ
ก็ถือว่าจบกระทู้ถาม ๑.๑.๑ นะครับ
๑.๑.๒ กระทู้ถามที่ ๒๒๗ เรื่อง การพัฒนาลุ่มนํ้าพะเนียง จังหวัด หนองบัวลําภู (นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตอบ
คุณพิษณุเอาเอกสารมาได้ขออนุญาตประธานไหม ถ้าไม่ได้ขออนุญาต ประธานตามข้อบังคับข้อ ๖๑ ให้เจ้าหน้าที่เอาออกจากห้อง
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ
ขออนุญาต คุณไม่ได้ ทําเรื่องมาขออนุญาตแล้วคุณเอามาตั้ง อย่างนั้นคุณไม่รู้ระเบียบ
กําลังจะขออนุญาต ท่านประธานเดี๋ยวนี้แล้วครับ
ผมไม่อนุญาต เจ้าหน้าที่ เก็บเอกสารออก คุณถามกระทู้ถามได้
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับท่านประธาน
ขณะนี้นะครับ ก่อนที่ คุณจะถามผมขออนุญาตนิดหนึ่งครับ ทางสภายินดีต้อนรับผู้บริหารโรงเรียนมัธยม ทั่วประเทศด้วยความยินดีครับ
ท่านประธานครับ ได้ขออนุญาตแล้วครับ เป็นเอกสารแล้วท่านประธานช่วยดูด้วยครับ
อยู่ไหน
เอาไว้ข้างบนครับ
ไหนข้างบนตรงไหน
จะมีเอกสารแล้วก็มีรูปถ่าย ด้วยครับท่านประธาน
เปล่านะ ในเอกสารผม ไม่เห็นมีที่คุณจะขออนุญาต
ไปเซ็นขอไว้ข้างบนแล้วครับ ท่านประธานครับ โปรดกรุณาด้วยครับ เซ็นขอไว้แล้วอาจจะยังมาไม่ถึงท่านประธานครับ มีรูปที่จะออกโปรเจกเตอร์ (Projector) ด้วยครับ
อะไรนะ
มีรูปถ่ายที่จะออก โปรเจกเตอร์ด้วยครับ
ไม่ใช่ขออนุญาต
เซ็นขอท่านประธานครับ เจ้าหน้าที่อาจจะเอาลงมาไม่ทัน ท่านประธานครับ เซ็นตั้งแต่เมื่อเช้า ตรวจสอบได้ครับ
ผมตรวจสอบผมก็มา ตั้งแต่เช้า คุณก็รู้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นถึงวิป (Whip) ด้วยน่าจะรู้ระเบียบดี
ไปเซ็นแล้วครับ ท่านประธานครับ แต่ว่าเอกสารอาจจะช้า ท่านประธานครับ
มันช้ามันเร็วมันก็ต้องถูก ตามระเบียบ เพราะว่าคุณเป็นฝ่ายนิติบัญญัติต้องรู้ระเบียบข้อบังคับอย่างดี
ครับ ขออนุญาต ท่านประธานนะครับ กางไว้ไม่มีอะไรเสียหายครับท่านประธาน เซ็นไว้ข้างบนแล้วครับ
เปล่าครับ คือหมายความ ว่าผมยังไม่ได้เห็นเรื่องคุณ แล้วคุณขอมาผมก็เห็นคุณมาตั้ง ผมก็ในฐานะ เป็นประธานที่ประชุมก็ทําให้ถูกระเบียบข้อบังคับ เดี๋ยวฝ่ายหนึ่งเขาก็บอกว่าทําไม ผมอนุโลม ถือว่าเป็ นลูกเป็ นหลานอนุโลม ผมก็ต้องพูดก่อน แล้วก็ตอนนี้ถือว่า เป็นลูกหลานอนุญาต
กราบขอบพระคุณ ท่านประธานอย่างสูงครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ต้องขอ กราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงนะครับ ถึงแม้ว่าอาจจะมีการผิดพลาด ในตอนต้น ท่านประธานก็ได้กรุณาอยู่ดีนะครับ ก็จะขอเวลาท่านประธานพอสมควร เนื่องจากว่ากระทู้ถามทั่วไปกระทู้นี้ผมรอเวลามาเป็ นเวลาหลายเดือนซึ่งได้รับ การร้องเรียน ร้องขอ แล้วก็มีการแลกเปลี่ยนกับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดหนองบัวลําภู เป็นวงกว้างนะครับ กระทู้ถามของกระผมวันนี้จะเป็นการสะท้อนถึงปัญหาในการพัฒนา โครงการต่าง ๆ โดยภาครัฐ ซึ่งในบางโครงการมีการพัฒนาแล้ว แต่ว่าไม่ได้สิ้นสุด ทั้งโครงการ จึงทําให้เกิดปัญหาตามมาทีหลัง ท่านประธานครับ กระทู้ถามวันนี้ผมถามเรื่องการพัฒนาลุ่มนํ้าพะเนียงอยู่ในพื้นที่จังหวัด หนองบัวลําภู ผมขออนุญาตท่านประธานใช้เอกสารแล้วก็วันนี้จะมีรูปภาพประกอบ แต่วันนี้จะขอชี้ให้กล้องโคลส (Close) มาที่ด้านหลัง จะเป็ นแผนที่แสดงตรงนี้ กล้องทันไหมครับ กล้องยังไม่ทัน มาแล้วนะครับ ขออนุญาตให้เต็มจอนิดหนึ่งครับ จะเป็น พื้นที่แสดงพื้นที่ลุ่มนํ้าพะเนียง จังหวัดหนองบัวลําภู จะอยู่ในพื้นที่ที่เป็นเส้นสีฟ้ำทั้งหมด แล้วก็ลุ่มนํ้าพะเนียงต้นนํ้าอยู่ที่อําเภอนาด้วง จังหวัดเลย ของท่าน ส.ส. เปล่งมณีนั่งอยู่ ข้ำงหลังนี่นะครับ พอไหลจากจังหวัดเลยผ่านมาประมาณ ๕ อําเภอ ของจังหวัดหนองบัวลําภู แล้วก็ไปสิ้นสุดที่อ่างเก็บนํ้าเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น เป็นระยะทางทั้งหมด ๑๔๖ กิโลเมตร ผมมั่นใจว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ที่มาตอบกระทู้ถามผมวันนี้ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านก็คงจะรู้จักลํานํ้าสายนี้ดี เพราะว่าท่านเป็นอดีตอธิบดีกรมชลประทาน เพราะฉะนั้น แหล่งนํ้าสําคัญ ๆ ทั่วประเทศท่านจะทราบดี แต่วันนี้ผมจะขออนุญาตในฐานะที่ท่านรับ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เป็นถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเป็นผู้ที่รู้ดีในเรื่องของแหล่งนํ้าทั่วประเทศจะได้มาตอบกระทู้ถาม แล้วก็แลกเปลี่ยน ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นของกระผมที่เป็ นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลําภูที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาโครงการของภาครัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ อันดับแรกต้องนําเรียนก่อนว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี เป็ นโครงการที่มีประโยชน์ที่ภาครัฐเล็งเห็นถึงความสําคัญของพี่น้องโดยเฉพาะ คนยากคนจน โครงการนี้เกิดขึ้นจริง ๆ เมื่อปี ๒๕๔๖ ในช่วงนั้นได้มีการขออนุญาต โครงการขึ้นมา แล้วก็ทําเป็ นโครงการพัฒนาลุ่มนํ้าพะเนียง ปี ๒๕๔๕ มีการตั้ง คณะทํางานขึ้นมา โดยผู้ว่าราชการจังหวัด โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกระทู้ถาม วันนี้กระผมได้รับฉันทานุมัติจาก ส.ส. จังหวัดหนองบัวลําภูทั้ง ๓ ท่านบวกปาร์ตี้ ลิสท์ (Party list) อีก ๑ นั่นคือท่าน ส.ส. นายไชยา พรหมา ท่าน ส.ส. วิชัย สามิตร แล้วก็ ส.ส. กิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ ให้เป็นผู้ตั้งกระทู้ถามในภาพรวมของจังหวัดหนองบัวลําภู ท่านประธานครับ ในปี ๒๕๔๕ ซึ่งขณะนั้นจังหวัดหนองบัวลําภูก็ตั้งใหม่อายุยังไม่ถึง ๑๐ ปี ปัญหาสําคัญของจังหวัดหนองบัวลําภูนั้นคือความยากจน ความยากจน เกิดมาจากอะไร เกิดมาจากสภาพกายภาพส่วนหนึ่งของจังหวัดหนองบัวลําภู เพราะจังหวัดหนองบัวลําภูมีพื้นที่เป็นคล้าย ๆ แอ่งนํ้าเป็นก้นกระทะ แล้วที่ลุ่มที่สุดถือว่า ตํ่าที่สุดก็คือบริเวณลุ่มนํ้าพะเนียง เพราะฉะนั้นเมื่อฝนตกรุนแรงติดต่อกันหลายวันนํ้า จากอําเภอนาด้วง จากจังหวัดเลยทั้งหมดก็จะไหลมารวมกันอยู่ที่พื้นที่ลุ่มนํ้าพะเนียง แล้วก็ก่อเกิดปัญหาตามมามากมาย ขออนุญาตโชว์สไลด์ (Slide) รูปที่ ๑ ครับ ท่านประธานจะเห็น ท่านรัฐมนตรีจะเห็นว่าเวลาลุ่มนํ้าพะเนียงคลุ้มคลั่ง ลุ่มนํ้าพะเนียง ได้รับนํ้าจากพื้นที่ทางตอนบนคือจังหวัดเลยจะไหลบ่าลงมาที่ลุ่มช่วงล่างก็คือ จังหวัดหนองบัวลําภู แม้แต่ถนนก็ทานไม่อยู่พังเป็ นระยะ ๆ รูปต่อไปครับ นี่ครับ ท่านประธานเรามองเห็นว่ากระแสนํ้ากําลังบ่าข้ามถนนแล้วก็ทําลายแม้กระทั่งถนน ที่กีดขวางทางกั้น นี่ก็คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนปี ๒๕๔๕ ซึ่งเมื่อทางจังหวัดหนองบัวลําภู ร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้นได้ร้องขอไปก็ได้รับการตอบรับโดยดีอย่างดี แล้วก็มีการจัดตั้งเป็นโครงการพัฒนาลุ่มนํ้าพะเนียงขึ้นมา มีด้วยกันทั้งหมด ๓ ระยะ ระยะเร่งด่วนขณะนี้ดําเนินการไปเสร็จแล้ว ซึ่งกระผมก็มั่นใจว่าท่านอธิบดีก็คงจะได้ รับทราบเรื่องแล้ วโครงการเร่งด่วน นั่นก็คือขุดลอกลําพะเนียงช่วงต้ น ประมาณ ๒๕ กิโลเมตรจากทั้งหมด ๑๔๖ กิโลเมตรที่วางแผนงานไว้ นอกจากนั้น ท่านประธานครับเมื่อเริ่มต้นโครงการ ๒๕๔๕ ที่จะมีการยกคันขุดลอกแล้วก็ ยกคันพะเนียง ตลอดจนก่อสร้าง ปตร. ประตูระบายนํ้าเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชนในจังหวัดหนองบัวลําภูซึ่งเป็นเกษตรกรก็น่าจะดีขึ้น เพราะว่าทุกปีที่ผ่านมาลงทุนค่าปุ๋ ย ค่าเมล็ดพันธุ์พืช ค่าแรงงานลงไป แต่พอถึงสิ้นปี ต้นข้าวกําลังสวยงามนํ้าก็ไหลบ่ามาแล้วก็ท่วมขัง บางครั้งก็ท่วมเป็นเดือน สุดท้าย ชาวบ้านก็ขาดทุน ก็เป็นปัญหาสําคัญที่ทําให้รายได้ต่อคนต่อหัวของจังหวัดหนองบัวลําภู ตํ่าที่สุด ทั้ง ๆ ที่เราเองก็เป็นคนขยันแต่ว่าธรรมชาติไม่เอื้ออํานวย ท่านประธานครับ ในปี ๒๕๔๗ จังหวัดหนองบัวลําภูก็โชคดีได้รับการอนุมัติงบประมาณในสมัยของ ฯพณฯ อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ แล้วก็อดีตท่านรองนายกรัฐมนตรีสุวิทย์ คุณกิตติ ซึ่งเป็นผู้ดูแล เรื่องของนํ้าในขณะนั้นแล้วก็เป็นประธานคณะกรรมการทรัพยากรนํ้าแห่งชาติ ท่านก็ได้ อนุมัติให้ช่วงต้น โครงการดําเนินการเบื้องต้น อันนี้ก็คือภาพให้เห็นนะครับว่าทุกปีจะต้อง มีการบริจาคช่วยกันทุกปี เสียเงินงบประมาณเป็นหลาย ๆ ร้อยล้านช่วยแก้ไขปัญหา ให้พี่น้องประชาชน รูปนี้คือโครงการพัฒนาลุ่มนํ้าพะเนียงช่วงแรก เสร็จแล้วชาวบ้านก็มี การทํากระชังปลาในลุ่มนํ้า รูปต่อไปครับจะเห็นลักษณะเป็ นโครงการที่พัฒนา เฟส (Phase) แรกเสร็จแล้วจะมีคันคลองซึ่งเป็นถนนลูกรังที่จะให้พี่น้องเกษตรกรสามารถ ที่จะลําเลียงพืชผลออกมาตลอด ๑๔๖ กิโลเมตร ก็จะทําให้ที่ดินที่ติดลําห้วยพะเนียงนี้ มีมูลค่าเพิ่มไปด้วยแล้วก็เกษตรกรได้ประโยชน์ในการที่จะใช้เส้นทางนํ้านี้ในการขนสินค้า ทางการเกษตรด้วย รูปต่อไปครับ ท่านประธานครับ จะเห็นนะครับว่าโครงการพัฒนา ลุ่มนํ้าพะเนียงเป็นโครงการที่ดีและมีประโยชน์แน่นอน แต่ไม่ได้ว่าจะเกิดประโยชน์ แต่ฝั่งเดียว ฝั่งโทษก็มี พี่น้องประชาชนจํานวนหนึ่งซึ่งเป็นพี่น้องที่อาศัยอยู่ริมลํานํ้าจริง ๆ ก็คืออยู่ติดลําห้วย ท่านเหล่านี้ได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากว่าในการขุดลอกลําห้วย พะเนียงนั้นเกิดปัญหาตามมานั่นก็คือการรุกลํ้าที่ดินของพี่น้องประชาชน เพราะว่าในแบบ ของกรมชลประทานก็ออกแบบหน้าตัดลํานํ้าให้มีความกว้างหรือว่าความใหญ่พอสมควร ทําไมต้องทําอย่างนั้น ก็เนื่องจากว่าลํานํ้าพะเนียงมาเป็นนํ้าที่เยอะมาก ถ้าหากว่าทําแล้ว ยกคันแล้วก็เล็ก ท่านอธิบดี ท่านรัฐมนตรีก็คงทราบดี ถ้าเล็กก็จะมีปัญหานํ้าก็จะไหล ไม่สะดวก จึงต้องขยายให้มีพื้นที่ใหญ่พอสมควร เมื่อขยายพื้นที่ใหญ่พอสมควร ก็เกิดปัญหาครับท่านประธาน พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องประชาชนเจ้าของที่ดินที่มี ขนาดเล็กประมาณ ๑ไร่ หรือ ๓ ไร่ ที่อยู่ติดลําห้วยพะเนียง และโดยเฉพาะถ้าอยู่ติด บริเวณโค้งด้วย โค้งต่าง ๆ ที่เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาของลําห้วย เมื่อพัฒนาเมื่อยกคันคูขึ้นแล้ว ปรากฏว่าที่ดินของพี่น้องเกษตรกรเหล่านั้นแทบไม่เหลือเลยครับท่านประธาน หรือเหลือ ก็ทําอะไรไม่ได้ ซึ่งตรงนี้ผมเองที่ตั้งกระทู้ถามวันนี้ก็อยากจะถามรัฐมนตรีด้วยนะครับว่า ชาวบ้านที่เดือดร้อนเหล่านั้นซึ่งเสียสละให้กับส่วนรวมแล้ว ทําให้นํ้าไม่ท่วมส่วนรวม แต่ตัวเองจะต้องเสียที่ดินทิ้งไป บางคนถึงกับแทบจะล้มละลายเพราะว่าไม่มีอาชีพอื่น จะเป็นไปได้ไหมที่ภาครัฐจะตั้งงบประมาณในการจ่ายค่าชดเชยเพื่อให้เกษตรกร ที่เสียที่ดินเหล่านั้นได้นําเงินไปซื้อที่ดินแปลงอื่นเพื่อที่จะประกอบอาชีพให้ได้เต็มภาคภูมิ ของเขา ในฐานะที่เขาเป็นผู้เสียสละให้กับส่วนรวมแล้ว ท่านประธานครับ นอกจากนั้น ความเดือดร้อนของพี่น้องอีก ๑๖๖ ราย ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีก็คงจะได้เห็นหนังสือแล้ว เห็นเรื่องแล้วก็คือชาวบ้านจํานวน ๑๖๖ รายที่อยู่ริมลําห้วยพะเนียงได้ฟ้ องร้อง ศาลปกครอง ฟ้ องกรมชลประทานและศาลปกครองสูงสุด อันนี้ถึงสูงสุดแล้วนะครับ ท่านประธาน ได้ตัดสินให้กรมชลประทานจ่ายค่าเสียหายหรือค่าชดเชยให้กับพี่น้อง เหล่านั้น ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่ทราบว่าเรื่องไปถึงไหนแล้ว ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีคงมีคําตอบ ให้ผมด้วย นอกจากนั้นท่านประธานครับ ๑๖๖ คนก็เป็นส่วนหนึ่ง แล้วก็ยังมีอีกส่วนหนึ่ง ที่ยังไม่ได้ฟ้ องร้องกรมชลประทาน ผมก็อยากจะเรียนถามไปอีกว่า คนที่ไม่ฟ้ องจะทํา อย่างไร น่าจะจัดให้ทุกคนไหม น่าจะตั้งเป็นงบประมาณเพื่อที่จะชดเชยให้ทุกราย เพื่อให้พี่น้องเหล่านั้นได้รับประโยชน์ จากโครงการของภาครัฐด้วยเหมือนกัน ท่านประธานครับ นั่นคือเบื้องต้นที่เป็นภาพรวม ภาพใหญ่ที่ผมอยากจะฉายให้ท่านเพื่อนสมาชิก แล้วก็ท่านประธาน ตลอดจน ท่านรัฐมนตรีได้เห็นว่าความเป็ นมาของโครงการลุ่มนํ้าพะเนียงเป็ นอย่างไร ท่านประธานครับ ภาพที่ ๒ ก็จะเป็นเจาะโฟกัส (Focus) เข้ามาบริเวณลุ่มนํ้าพะเนียง ที่จะไหลผ่านบริเวณอําเภอเมืองที่เห็นสีฟ้ำคือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในการท่วมอย่างหนัก ตรงนี้ที่จะต้องได้รับการแก้ไขแล้วก็ดูแลเป็นพิเศษจากทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะทางกรมชลประทาน
ผมขออนุญาตเข้าคําถามที่ ๑ ผมขออนุญาตถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนี้ ภาครัฐจะกรุณาสานต่อโครงการก่อสร้างพัฒนา ลุ่มนํ้าพะเนียงแบบยั่งยืนอย่างไร มีแผนงานโครงการในปี ๒๕๕๔-๒๕๕๘ หรือแผนพัฒนาลุ่มนํ้าพะเนียง ๕ ปีหรือไม่ อย่างไร และถ้าจะทําต่อจะตั้งงบประมาณ เพื่อจ่ายค่าชดเชยค่าที่ดินให้กับชาวบ้านผู้เดือดร้อนที่อยู่อาศัยอยู่ริมลําห้วยพะเนียง หรือไม่ และจะแก้ปัญหาการฟ้ องร้องเพื่อทําให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้ ตลอดจนยังมี อีกปัญหาหนึ่งจะดูแลไม่ทําให้เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่นี่หมายถึงเจ้าหน้าที่หรือว่าเจ้าหน้าที่ ของกรมชลประทานเองซึ่งอยู่ภาคสนาม ซึ่งปัจจุบันนี้ท่านเหล่านั้นก็ดําเนินงาน ตามนโยบายภาครัฐ แต่ได้รับความเดือดร้อนโดยส่วนการตั้งกรรมการสอบ ปัจจุบัน ก็ไม่เป็นอันทํางานกันละครับท่านประธาน ขาดขวัญกําลังใจกัน เพราะว่าศาลปกครอง ฟ้ องให้กรมชลประทานใช้ กรมชลประทานใช้ก็ไปตั้งคณะกรรมการสอบเจ้าหน้าที่ ทั้ง ๆ เจ้าหน้าที่เหล่านั้นก็ได้ทํางานอย่างเต็มความสามารถ ถามว่า จะปรับปรุง ระบบราชการตรงนี้อย่างไร เพื่อให้ขวัญกําลังใจกับเจ้าหน้าที่เหล่านั้นดีขึ้น เป็นคําถาม ชุดข้อที่ ๑ ก่อนครับท่านประธาน
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตอบ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านรองนายกรัฐมนตรี พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ ซึ่งท่านติดราชการสําคัญ ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีสนั่นได้รับมอบหมาย จาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ในเรื่องพัฒนาลุ่มนํ้าพะเนียง จังหวัดหนองบัวลําภู ก่อนอื่นผมต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลําภู ท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์ เป็นอย่างยิ่งที่ได้นําปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในจังหวัดหนองบัวลําภู ได้มาสอบถาม เพื่อความกระจ่างชัดเจนให้กับพี่น้องประชาชนในจังหวัดหนองบัวลําภู โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องเกษตรกรได้รับทราบถึงปัญหาและแนวทางแก้ไขต่อไป
สําหรับในคําถามแรกนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนว่า เป็นที่ทราบดีอยู่แล้ว จังหวัดหนองบัวลําภูก็มีลุ่มนํ้าใหญ่ ๆ อยู่ ๒ ลุ่มนํ้า คือลุ่มนํ้าโขงกับลุ่มนํ้าชี ส่วนลําห้วยพะเนียงนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งคือลุ่มนํ้าย่อยของลุ่มนํ้าชี ซึ่งมีพื้นที่ลุ่มนํ้าใหญ่มาก ตามที่ท่านสมาชิกได้กราบเรียนไปแล้วถึง ๑,๘๗๐ ตารางกิโลเมตร ความยาวของ ลุ่มนํ้าพะเนียงทั้งหมดก็ประมาณ ๑๘๐ กิโลเมตร แต่ส่วนที่อยู่ในจังหวัดหนองบัวลําภู ก็ประมาณ ๑๔๐ กิโลเมตรเศษ ๆ ตามที่ท่านได้กล่าว เมื่อพื้นที่ลุ่มนํ้ากว้างใหญ่ไพศาล เพราะฉะนั้นปริมาณนํ้าหรือปริมาณฝน พื้นที่รับนํ้ามาก็ทําให้มากเช่นกัน ประกอบกับ ลํานํ้าพะเนียงมีสภาพที่คดเคี้ยว แล้วก็มีสิ่งขวางทางนํ้าอยู่เป็นจํานวนมาก จึงทําให้ ประสบปัญหาอุทกภัยเป็นประจําตามที่ท่านได้ทราบกัน ซึ่งความสําคัญของตรงนี้ก็ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๕ ที่ท่านบอกว่าได้ดําเนินการแก้ไขปัญหามาแล้ว ซึ่งในเบื้องต้นจังหวัดก็ได้รับมอบหมายให้ สํานักงาน รพช. ในขณะนั้นได้ทําการขุดลอก แล้วก็ต่อมาในปี ๒๕๔๖ ก็ได้มีการอนุมัติ โครงการขุดลอกลําพะเนียงตามที่ท่านได้กล่าวนะครับ ซึ่งในการดําเนินการตรงนี้เอง จังหวัดก็ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเรียกว่า คณะกรรมการบริหารโครงการพัฒนา ลุ่มนํ้าพะเนียง เพื่อจะขับเคลื่อนให้เป็นรูปแบบ ต่อมาเมื่อปี ๒๕๔๗ รัฐบาลในขณะนั้น ได้ให้ความสําคัญในโครงการนี้ก็ได้จัดสรรงบประมาณไปประมาณ ๓๐๑ ล้านบาท ส่วนหนึ่งก็เอาไปให้กรมชลประทานดําเนินการขุดลอกปรับปรุงลํานํ้าประมาณ ๒๑๓ ล้านบาท และอีก ๘๘ ล้านบาทก็ให้กรมทรัพยากรนํ้าเป็นผู้ดําเนินการก่อสร้าง อาคารบังคับนํ้าเพื่อเก็บกักนํ้าไว้ในลํานํ้า
ทีนี้ประเด็นปัญหาในเรื่องของที่ดิน คณะกรรมการบริหารจังหวัดเขาก็ได้ มีมติว่าทําอย่างไรที่จะให้พี่น้องเกษตรกรได้เข้ามามีส่วนร่วม ก็เลยมีมติว่าจะไม่มี การชดเชยค่าที่ดินให้กับพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ ก็ได้ไปทําการประชาสัมพันธ์ แล้วก็ทําความเข้าใจกับชุมชนกับเกษตรกรที่อยู่ในริมลุ่มนํ้าพะเนียงให้ความเห็นชอบ ในการขุดลอกโครงการนี้ด้วย ซึ่งพี่น้องเกษตรกรแล้วก็ผู้นําชุมชนในขณะนั้น ก็เห็นประโยชน์ของโครงการจึงได้เซ็นชื่อยินยอมให้การใช้ที่ดินกันเกิดขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ ผมคิดว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติคงจะได้ทราบในเบื้องต้นว่า ข้อมูลเหล่านี้เป็นเรื่องที่พี่น้องเกษตรกรให้ความยินยอมก่อน เมื่อโครงการนี้เข้าไป ดําเนินการแล้ว ปรากฏว่าในระหว่างดําเนินการราษฎรบางส่วนที่เป็นเจ้าของที่ดินก็ไม่ได้ ยินยอมตามที่ได้เซ็นชื่อยินยอมไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว ก็มีการเว้นที่กันบ้าง โครงการไม่บรรลุ วัตถุประสงค์ แต่เมื่อขุดเสร็จแล้วก็มีราษฎรส่วนหนึ่งตามที่ท่านได้กล่าวเมื่อกี้ก็ฟ้ องร้อง ต่อศาลปกครองซึ่งราษฎรทั้งหมดที่เซ็นชื่อยินยอม ถ้าผมจําตัวเลขไม่ผิดก็มีประมาณ ๔๗๐ รายโดยประมาณ แล้วก็มีการฟ้ องร้องอยู่ขณะนี้อยู่ที่ศาลปกครองก็ ๑๖๖ ราย ถึงที่สุดแล้ว ๓๒ ราย ซึ่งศาลสั่งให้กรมชลประทานชดใช้ที่ดินให้ราษฎรผู้ได้รับ ความเสียหายประมาณ ๓,๘๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเมื่อศาลสั่งแล้วกรมชลประทานต้องปฏิบัติ ตามที่ศาลสั่ง ส่วนที่ยังไม่เป็ นที่ยุติก็ต้องรอให้กระบวนการทางศาลเป็ นข้อยุติ กรมชลประทานก็จะดําเนินการตามนั้นต่อไปนะครับ
สําหรับในประเด็นว่าแล้วเราจะพัฒนาลุ่มนํ้าพะเนียงนี้ต่อไปอย่างไร ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาในลักษณะเช่นนี้การพัฒนาลุ่มนํ้าพะเนียงก็หยุดชะงักไม่สามารถที่จะ ดําเนินการต่อได้ ซึ่งกรมชลประทานก็มองว่าเราจะมองระบบลุ่มนํ้าพะเนียงทั้งระบบ อย่างไร เพราะว่าโครงการที่เราทํามาข้างต้นเป็นการขุดลอกเป็นช่วง ๆ เท่านั้นเอง ไม่ตลอดลํานํ้าก็เกิดปัญหาอุปสรรคนะครับ เพราะฉะนั้นอยากให้มองทั้งระบบเลยว่า ลุ่มนํ้าพะเนียงมีระบบ เพราะโครงการนี้ยังไม่ได้มีการศึกษาทั้งหมดเลย ทั้งระบบลุ่มนํ้า กรมชลประทานจึงบอกว่าขอศึกษาระบบลุ่มนํ้าพะเนียงทั้งหมดเลยว่าเราจะดําเนินการ แค่ไหน อย่างไร แต่อย่างไรก็ตามในส่วนที่คิดว่ามันไม่เป็นอุปสรรคต่อแผนแม่บทใหญ่ ที่กําลังศึกษาอยู่ ซึ่งในปีงบประมาณ ๒๕๔๔-๒๕๔๕ กรมชลประทานก็จะสร้างประตู ระบายนํ้าบังคับนํ้าอีก ๒ แห่ง เพื่อเก็บกักนํ้าไว้เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ต่อไปครับ เพราะฉะนั้นในภาพรวมของลุ่มนํ้าพะเนียงผมต้องขอเรียนกับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรตินะครับ ท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ว่าต้องขอให้ ศึกษาให้เต็มทั้งลุ่มนํ้าก่อน ตรงนี้ก็ขอใช้เวลาอีกสักนิดหนึ่งครับในการศึกษาเพื่อจะจัด แผนแม่บทที่สําคัญต่อไปนะครับ เมื่อไปศึกษาเสร็จแล้วผมคิดว่าในลักษณะเช่นนี้ การดําเนินการให้โครงการเป็นรูปธรรม การจัดหาที่ดินก็ต้องไปดําเนินการจัดหาที่ดิน ซื้อที่ดินเพื่อไม่ให้พี่น้องเกษตรกรเขาได้รับผลกระทบนะครับ ส่วนกระบวนการสอบสวน ข้าราชการนั้นผมคิดว่าคงเป็นไปตามระเบียบของทางราชการที่จะดําเนินการ ต้องไปดูว่า ในขั้นตอนที่มาที่ไปเป็นอย่างไร อันนี้ก็คงดูในเรื่องข้อเท็จจริงต่าง ๆ เพื่อให้เกิดขึ้นนะครับ ขออนุญาตกราบเรียนตอบคําถามในคําถามแรกนี้ ขอบพระคุณครับ
สภายินดีต้อนรับ สถาบันการศึกษาด้านถิ่นที่อยู่แห่งออสเตรเลียด้วยความยินดีครับ เชิญท่านเจ้าของ กระทู้ถาม
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งครับ ต้องขอ กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีธีระ วงศ์สมุทร ซึ่งท่านก็ตอบกระทู้ถามได้ชัดเจน ก็แสดงว่าขณะนี้โครงการพัฒนาลุ่มนํ้าพะเนียงก็ได้รับการดูแล ได้รับการใส่ใจจากทาง ภาครัฐโดยที่ท่านจะสตัดดี้ (Study) ภาพรวม นอกจากนั้นเมื่อสตัดดี้ภาพรวมและศึกษา ภาพรวมแล้วก็คงจะได้ลงไปดูรายละเอียดและพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป ท่านประธานครับ ผมยังมีคําถามอีกเป็นคําถามที่ ๒ ในกระทู้ถามอันนี้ ก็เรียนถาม ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีกเรื่องหนึ่งนั่นก็คือเรื่องของการแก้ไขปัญหาการขาดแคลน แหล่งนํ้าการเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่นอกเขตชลประทานทั่วประเทศและพื้นที่ จังหวัดหนองบัวลําภูอย่างไร กราบเรียนท่านประธานว่า ที่กระทู้ถามข้อที่ ๑ นั้นเกี่ยวกับ เรื่องของการพัฒนาลุ่มนํ้าพะเนียงซึ่งเมื่อพัฒนาเสร็จแล้วก็จะถือเป็นพื้นที่ชลประทาน แต่ท่านประธานครับ พื้นที่ที่อยู่นอกเขตชลประทานสีฟ้ำคืออยู่ห่างไกลออกไปจากบริเวณ ริมลํานํ้าพะเนียงก็เป็นพี่น้องเกษตรกรเหมือนกัน เขาก็ฝากคําถามผมมาเพื่อที่จะมาถาม ภาครัฐ ถามนายกรัฐมนตรีว่า พื้นที่นอกเขตชลประทาน โดยเฉพาะในภาคอีสานเป็นพื้นที่ ที่มีขนาดใหญ่มากเกือบ ๕๐ ล้านไร่ อาศัยแต่นํ้าจากฟ้ำอย่างเดียว ถ้าปีไหนฟ้ำฝนตกต้อง ตามฤดูกาลก็มีกําไร แต่ถ้าปีไหนฝนไม่มาหรือมามากเกินไปก็เสียหาย อย่างปีที่แล้ว จังหวัดหนองบัวลําภูแทบจะครึ่งหนึ่งเลยไม่สามารถที่จะทําการเกษตรได้ เพราะว่า แล้งทั้งจังหวัดดํานาไม่ได้ จึงเป็นคําถามของกระผมว่า รัฐบาลมีโครงการที่จะพัฒนา หรือว่าแก้ไขพื้นที่ที่ขาดแคลนแหล่งนํ้านอกเขตชลประทาน อย่างเช่นกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติของท่านสุวิทย์ คุณกิตติ เมื่อเช้าผมก็ได้นําเรียนท่าน ท่านก็บอกว่า ท่านไม่ได้มาตอบกระทู้ถามวันนี้ แต่ขอให้แจ้งว่าท่านได้จัดไว้ อย่างจังหวัดหนองบัวลําภู ท่านเตรียมไว้ให้ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ ทั้งหมดถึง ๒๔ โครงการ เป็นโครงการพัฒนา แหล่งนํ้าที่อยู่นอกเขตชลประทาน ส่วนกรมชลประทานเองซึ่งดูแลรับผิดชอบเรื่องนํ้า เต็ม ๆ วันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็มาแล้ว ผมขออนุญาต ถามว่า ท่านมีแผนงานที่จะพัฒนาพื้นที่นอกเขตชลประทานทั่วประเทศอย่างไร และ โดยเฉพาะโครงการขุดสระในไร่นา ซึ่งอดีตกรมชลประทานเคยเป็นเจ้าภาพใหญ่ ซึ่งปัจจุบันนี้ไม่ทราบว่าใครเป็นเจ้าภาพโครงการขุดสระในไร่นา หรือว่าฟาร์ม พอนด์ (Farm pond) ซึ่งเป็นโครงการที่สมัยก่อนนั้นพี่น้องเกษตรกรได้รับประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง ขณะนี้หายไปแล้วหรือแทบจะไม่มี ก็ขอเรียนถามคําถามที่ ๒ ดังนี้ครับท่านประธาน ขอขอบคุณครับ
สภายินดีต้อนรับองค์การ บริหารส่วนตําบลหัวนา จังหวัดหนองบัวลําภู ที่มาฟังผู้ถามกระทู้ถามด้วยความยินดี และพร้อมกันนั้นก็ขอต้อนรับวิทยาลัยสารพัดช่างชลบุรีด้วยความยินดีเช่นกัน เชิญท่านรัฐมนตรีตอบกระทู้ถามครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต้องขอขอบคุณท่านพิษณุ อีกครั้งหนึ่ง ขออนุญาตเอ่ยนามท่านที่ได้ห่วงใย นอกจากห่วงใยพี่น้องในจังหวัด หนองบัวลําภูแล้วท่านยังห่วงใยพี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศ จึงถามว่าในพื้นที่นอกเขต ชลประทานทั่วประเทศและพื้นที่จังหวัดหนองบัวลําภูจะมีแนวทางในการพัฒนาอย่างไร ผมอยากกราบเรียนสักนิดหนึ่งนะครับว่า ก็ทราบกันดีแล้วว่าพื้นที่การเกษตรเรา ๑๓๐ ล้านไร่ ปัจจุบันเป็นพื้นที่ชลประทานเพียง ๒๘ ล้านไร่ หรือ ๒๑ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเอง ก็ย้อนไปดูพี่น้องในภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีพื้นที่การเกษตรส่วนใหญ่ ประมาณ ๕๗ ล้านไร่ ถ้าเทียบเปอร์เซ็นต์แล้วก็ ๔๔ เปอร์เซ็นต์ของทั้งประเทศ แต่มีพื้นที่ ชลประทานเพียง ๕.๙ ล้านไร่ หรือประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ซึ่งถ้าเทียบแล้ว ก็น้อยมาก เพราะฉะนั้นเมื่อเรามองพื้นที่การชลประทานที่ได้พัฒนาไปแล้วก็มองว่า ในการพัฒนาแหล่งนํ้าเราจะพัฒนาอย่างไร เรามามองว่าศักยภาพของพื้นที่และศักยภาพของประเทศเราพื้นที่ที่เราจะพัฒนาแหล่งนํ้า ให้เป็ นพื้นที่ชลประทานได้ทั้งประเทศคงมีประมาณ ๖๐ ล้านไร่เท่านั้นเอง จาก ๑๓๐ ล้านไร่ ปัจจุบันเราทําได้ ๒๘-๒๙ ล้านไร่ ก็เหลืออีกประมาณ ๓๑ ล้านไร่ เท่านั้นเองที่จะดําเนินการเป็นพื้นที่ชลประทานได้ ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาในเรื่องแหล่งนํ้า ขนาดใหญ่ แหล่งนํ้าขนาดกลาง แหล่งนํ้าขนาดเล็ก หรือการสูบนํ้าด้วยไฟฟ้ำซึ่งสิ่งที่พี่น้อง ประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความต้องการเป็นอย่างยิ่ง ทีนี้นอกจาก ๖๐ ล้านไร่ เป้ำหมายที่เราทําไว้เราจะดําเนินการอย่างไร สิ่งนี้เองคือสิ่งที่เข้าไปเสริมก็คือเรื่องสระนํ้า ในไร่นาที่ท่านผู้มีเกียรติได้สอบถามเมื่อกี้ ซึ่งจะทําเรื่องของสระนํ้าในไร่นาก็เป็นเรื่องที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับผิดชอบอยู่โดยกรมพัฒนาที่ดินซึ่งกําลังดําเนินการอยู่ ในขณะนี้ นอกจากนั้นแล้วทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ดูแลในเรื่อง ของการอนุรักษ์ฟื้นฟูลํานํ้าธรรมชาติที่มีอยู่เพื่อดําเนินการเป็นแหล่งกักเก็บนํ้าไว้ใน ลํานํ้าธรรมชาติเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้มีโอกาสนํานํ้าที่กักเก็บไว้เอาไปใช้ประโยชน์ ในพื้นที่เหล่านั้นด้วย สําหรับในจังหวัดหนองบัวลําภูนั้น พื้นที่การเกษตรซึ่งมีอยู่ทั้งหมดถึง ๑.๓ ล้านไร่ ซึ่งขณะนี้ได้พัฒนาไปแล้วงบประมาณแค่ ๑๐๐,๐๐๐ เศษ ๆ เท่านั้นเอง ระบบชลประทานถ้าเทียบเป็นสัดส่วนแล้วก็อยู่ที่ประมาณ ๘ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ การเกษตร ถ้าดูเมื่อกี้ผมบอกว่าพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ นี่ยังน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในเรื่องของจังหวัด หนองบัวลําภูซึ่งเป็นจังหวัดใหม่ตามที่ท่านได้เรียนไว้ เพราะฉะนั้นในการดําเนินการ พัฒนาจังหวัดหนองบัวลําภูนั้นก็คงจะดําเนินแนวเช่นเดียวกับที่ผมได้เรียนในภาพรวม ทั้งประเทศ ก็คงจะดําเนินการในลักษณะของโครงการขนาดกลาง โครงการขนาดเล็ก และโครงการสถานีสูบนํ้าเพื่อที่จะขยายพื้นที่ชลประทานให้มากยิ่งขึ้น ส่วนพื้นที่ ที่ไม่สามารถขยายชลประทานได้ก็คงจะเอาในเรื่องของสระนํ้าในไร่นาเข้าไปแก้ไขปัญหา พร้อมทั้งโครงการฟื้นฟูและอนุรักษ์แหล่งนํ้าของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม อยากจะเรียนว่าในปี ๒๕๕๓ นี้เองเราได้จัดงบประมาณภายใต้ แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ให้จังหวัดหนองบัวลําภูถึง ๔๙๗ ล้านบาท ดําเนินการโครงการในเรื่ องของการก่อสร้ำงสถานีสูบนํ้าก็ดี เรื่ องของ แก้มลิงก็ดี เรื่องของฝายทดนํ้าก็ดี ก็จะมีพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นอีกประมาณ ๒๘,๐๐๐ ไร่ ในแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง นอกจากนั้นแล้วกรมชลประทานเอง ก็ยังได้ วางแผนในปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ เอาไว้ สําหรับที่จะดําเนินการใน จังหวัดหนองบัวลําภูถึง ๒๒ โครงการ ก็มีทั้งขนาดกลาง โครงการสถานีสูบนํ้าด้วยไฟฟ้ำ โครงการขนาดเล็กและโครงการแก้มลิง ตามแผนนี้ก็ได้กําหนดเป้ำหมายไว้ว่าจะมีพื้นที่ ได้รับประโยชน์อีกประมาณ ๑๖,๐๐๐ ไร่เศษ งบประมาณที่ประมาณการไว้ก็ประมาณ ๖๘๔ ล้านบาท นอกจากนี้ผมอยากจะเรียนว่า ในจังหวัดหนองบัวลําภูทั้งหมด กรมพัฒนาที่ดินได้ดําเนินการทําในเรื่องของสระนํ้าในไร่นา ซึ่งในการทําสระนํ้าในไร่นา ขนาดบ่อของสระนํ้าก็อยู่ที่ความจุ ๑,๒๖๐ ลูกบาศก์เมตร ในการทําสระนํ้าในไร่นา กระบวนการราษฎรก็ต้องมีส่วนสมทบในโครงการนี้เช่นกัน โดย ๑ บ่อ เกษตรกรจะต้อง สมทบในมูลค่า ๒,๕๐๐ บาท แล้วก็พื้นที่ต้องมีเอกสารสิทธิ ที่ผ่านมาทั้งหมดตั้งแต่ ปี ๒๕๔๘ ถึงปี ๒๕๕๒ กรมพัฒนาที่ดินได้ดําเนินการในเรื่องของสระนํ้าในไร่นาในจังหวัด หนองบัวลําภูไปแล้วถึง ๒,๖๕๓ บ่อ และในปี ๒๕๕๓ นี้ก็ได้มีแผนที่จะดําเนินการอีก ๖๕๐ บ่อกระจายไปตามอําเภอต่าง ๆ เช่น อําเภอเมือง อําเภอนากลาง อําเภอโนนสัง อําเภอศรีบุญเรือง อําเภอคูหาสวรรค์ และอําเภอนาวัง สุดท้ายผมก็ต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคือท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์ อีกครั้งหนึ่ง ขอกราบ ขอบคุณครับ
ยังติดใจอยู่ ให้อีกครั้งหนึ่ง เชิญครับ
ขอบพระคุณท่านประธาน ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลําภู ต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีธีระ วงศ์สมุทร ท่านตอบคําถามได้ชัดเจน แล้วก็มองเห็น แนวทาง แต่ผมอยากจะฝากข้อสังเกตไปถึงท่านรัฐมนตรีด้วย โดยเฉพาะภาครัฐ นั่นก็คือการแก้ไข ปัญหาเรื่องของแหล่งนํ้านอกเขตชลประทาน ทางภาครัฐน่าจะจัดทําเป็ น เมกะโปรเจกต์ (Megaproject) ท่านรัฐมนตรีครับ ใส่เข้าไปสัก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําเป็นโครงการขุดสระในไร่นาให้กับพี่น้องเกษตรกรเป็นจํานวน มาก ๆ อย่างที่ท่านบอก ของปี ๒๕๕๓ ได้ ๖๐๐ บ่อ ท่านรัฐมนตรีครับ มีประชาชนที่ลงชื่อ อยู่ที่จังหวัดหนองบัวลําภูเกือบ ๑๐,๐๐๐ คนที่รอที่จะได้สระนํ้าหรือฟาร์ม พอนด์ ของท่านไปใช้สอย เพราะฉะนั้นถ้าให้ปีละ ๖๐๐ บ่อ ความต้องการเป็นหมื่นอีก ๑๐ ปี ก็ไม่เสร็จ ก็อยากจะนําเสนอท่านรัฐมนตรีว่าช่วยคุยกับท่านนายกรัฐมนตรีว่าทําเป็น เมกะโปรเจกต์ได้ไหมครับ ขนาดกรุงเทพฯ ยังมีรถไฟใต้ดินตั้งเจ็ดแปดสาย ใช้เงิน ตั้งสองสามแสนล้านบาท พวกกระผมขอสัก ๕๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะไป ทําฟาร์ม พอนด์ นอกจากจะช่วยให้พี่น้องเกษตรกรมีนํ้าแล้วยังเป็นแหล่งที่จะเลี้ยงปลา เป็นอาหารโปรตีนให้กับเด็ก ๆ ด้วยนะครับ ก็ฝากท่านรัฐมนตรีเพื่อที่จะหารือกับทาง ภาครัฐต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ
ขอฝากท่านครับ ก็ขอบคุณครับ จบกระทู้ถามที่ ๒ นะครับ
๑.๑.๓ กระทู้ถามที่ ๒๓๐ เรื่อง นโยบายการพัฒนากีฬาของรัฐบาล (นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา
เจ้าของกระทู้ถามถามได้ครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้ แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมทําหน้าที่ในฐานะสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่จะตรวจสอบ แล้วก็สอบถามการทํางานของทางรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชน กระทู้ถามที่ผมตั้งกระทู้ถามในครั้งนี้เพื่อจะสอบถามท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งมีหน้าที่ดูแลเรื่องนโยบายการพัฒนากีฬา ของรัฐบาลหรือของประเทศชาติครับ ท่านประธานครับ ต้องยอมรับว่ากีฬาเป็นเครื่องมือ สําคัญที่คนทั่วโลกนํามาใช้ในการพัฒนาคน เพื่อให้คนเป็นคนที่มีคุณภาพ มีความแข็งแรง มีจิตใจของความเป็นนักกีฬา มีความเป็นคุณธรรม กีฬาสามารถสร้างความสามัคคี ให้กับคนในประเทศ คนในชาติ เพื่อนําไปสู่การพัฒนาประเทศชาติเป็นลําดับสุดท้าย ท่านประธานครับ ต้องยอมรับว่าเมื่อกีฬามีความสําคัญ ในแต่ละประเทศก็มีการกําหนด แผนพัฒนากีฬาชาติของแต่ละประเทศขึ้นมา ประเทศไทยของเราก็เช่นเดียวกันครับ ได้กําหนดให้มีแผนพัฒนากีฬาแห่งชาติขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๑ เป็นฉบับที่ ๑ ขณะนี้เราได้ ใช้แผนพัฒนากีฬาแห่งชาติมาจนถึงฉบับที่ ๔ ซึ่งจะใช้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ จนถึงปี ๒๕๕๔ เพื่อนํายุทธศาสตร์ต่าง ๆ นําไปสู่การปฏิบัติและติดตามประเมินผลในการพัฒนากีฬา ของชาติ ซึ่งเขาแบ่งยุทธศาสตร์ออกเป็น ๖ ยุทธศาสตร์ด้วยกันครับท่านประธาน ๑. ก็คือ กีฬาขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นกีฬาที่รัฐจะต้องจัดให้กับเด็กนักเรียนที่เรียนหนังสือในระดับ การศึกษาภาคบังคับให้ได้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการออกกําลังกาย มีความรู้ ทักษะกีฬาขั้นพื้นฐาน เพื่อนําไปสู่ความเป็นนักกีฬาในอนาคตต่อไป อันนี้เป็นสิทธิที่ทุกคน ต้องมี ท่านประธานครับ โรงเรียนของประเทศไทยมีอยู่ทั้งหมด ๓๑,๐๐๐ โรงเรียน โดยประมาณ ท่านประธานทราบไหมครับว่าขณะนี้มีครูพลศึกษาที่ดูแลเรื่องกีฬา มีจํานวนเท่าไรครับ มีประมาณ ๑๗,๐๐๐-๑๘,๐๐๐ โรงเรียนแค่นั้นเอง อีกประมาณ ๑๔,๐๐๐ โรงเรียนไม่มีครูพลศึกษา ก็แสดงให้เห็นว่าเด็กของเราไม่ได้รับสิทธิพื้นฐาน ที่จะได้รับเรื่องกีฬาขั้นพื้นฐานเลยนะครับ ส่วนที่ ๒ ก็คือยุทธศาสตร์กีฬาด้านมวลชน ก็คือให้คนทุกคนได้มีโอกาสได้ออกกําลังกาย ซึ่งเป็ นไปตามกฎบัตรออตตาวา เมื่อปี ๒๕๒๙ แล้วก็กฎบัตรของกรุงเทพฯ ซึ่งมีการแก้ไขครั้งล่าสุดนะครับ ก็คือ รัฐจะต้องจัดให้คนในประเทศนั้นได้มีสุขภาพที่ดีทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ด้อยโอกาส หรือคนพิการจะต้องมีสิทธิออกกําลังกาย ยุทธศาสตร์ที่ ๓ ก็คือยุทธศาสตร์กีฬาเพื่อความเป็นเลิศ คือการสร้างความภาคภูมิใจ ให้กับคนในชาติ การสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน ยุทธศาสตร์ที่ ๔ คือยุทธศาสตร์ กีฬาด้านอาชีพ ซึ่งจะนํารายได้ให้กับผู้ที่เล่นกีฬา แล้วก็เรื่องของวิทยาศาสตร์การกีฬา และการบริหารจัดการ นั่นคือแผนยุทธศาสตร์ที่ประเทศไทยได้กําหนดขึ้นมา ๔ ฉบับ ด้วยกันครับท่านประธาน ขณะเดียวกันในการบริหารประเทศ รัฐบาลทุกรัฐบาล ก็จะกําหนดนโยบายของกีฬาลงไปในนโยบายของการบริหารประเทศของรัฐบาลแต่ละยุค แต่ละรัฐบาล ยกตัวอย่าง เช่น รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งแถลงนโยบาย เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ ก็มีการกําหนดถึงนโยบายการกีฬาและนันทนาการ ไว้ทั้งหมด ๕ ข้อย่อยด้วยกัน ๑. ก็คือสร้างโอกาสให้ทุกคน ประชาชนทุกกลุ่ม ได้ออกกําลังกายทางด้านกีฬา
ไม่เอาเอกสารอ่านได้ไหม ผิดข้อบังคับ ไม่อ่านเอกสารได้ไหม
ขออนุญาตท่านประธานครับ ขออนุญาตอ่านนโยบายของรัฐบาลให้ท่านประธานได้รับทราบครับ ข้อ ๑ ก็คือเสริมสร้าง โอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มได้ออกกําลังกาย โดยจัดสถานที่และจัดกิจกรรม การออกกําลังกายอย่างทั่วถึง ข้อ ๒ ก็คือพัฒนาสู่ความเป็ นเลิศ สนับสนุนให้มี การจัดการแข่งขันกีฬาในระดับนานาชาติ ข้อ ๓ ก็คือส่งเสริมกีฬาไทย ข้อ ๔ ก็คือ ปรับปรุงการบริหารจัดการด้านกีฬา และข้อ ๕ ปรังปรุงกฎหมายการกีฬา นี่คือนโยบาย ของรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งได้มอบหมายให้ ฯพณฯ ชุมพล ศิลปอาชา เป็นผู้รับผิดชอบทางด้านกีฬาของประเทศ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตตั้งกระทู้ถาม ถามท่านรัฐมนตรี เนื่องจากดีใจมากครับที่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมานี้ทางกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาได้เสนอแผนยุทธศาสตร์การสร้างกีฬาไทยสู่ความเป็นเลิศ หมายถึงว่าสร้างประเทศไทยของเราให้อยู่ในแนวหน้าของการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ ก็ดีใจครับ ก็ขออนุญาตสอบถามท่านว่า ตรงแผนยุทธศาสตร์สร้ำงกีฬาไทย สู่ความเป็นเลิศแล้ว สิ่งสําคัญที่สุดของการพัฒนากีฬาก็คือพื้นฐานของกีฬา เราจะ สร้างตึกถ้าเกิดฐานไม่แข็งแรง เสาเข็มไม่แข็งแรง ฐานรากไม่แข็งแรงเราก็ไม่สามารถที่จะ สร้างตึกสูงได้ ทํานองเดียวกันเราจะสู่ความเป็นเลิศถ้าเกิดฐานเราไม่แข็งแรงเราก็ไม่มี โอกาสที่จะพัฒนาให้สูงที่สุดได้ ขออนุญาตสอบถามก็คือนโยบายในการพัฒนากีฬา ขั้นพื้นฐานครับ ในการพัฒนากีฬามวลชนท่านมีนโยบายและจัดสรรงบประมาณแผนงาน ในปี ๒๕๕๓ นี้อย่างไรบ้างครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ
ทางสภายินดีต้อนรับ นักเรียนโรงเรียนสายปัญญารังสิต จังหวัดปทุมธานี ด้วยความยินดีนะครับ แล้วก็ต้อนรับ วิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรีด้วยความยินดีเช่นกัน เชิญท่านรัฐมนตรีตอบกระทู้ถามครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระผมก็ต้องขออนุญาตท่านประธาน ตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านสมบูรณ์จากจังหวัดตรัง ก็ต้องขอบคุณ เพราะว่ากระทู้ถามนี้ก็ทําให้ผมได้มีโอกาสจะมาชี้แจงเรื่องแผนยุทธศาสตร์ ๗ ปี เพิ่งผ่าน ครม. ไปสด ๆ ร้อน ๆ นี้เอง วงเงินทั้งหมดในกรอบ ๗ ปี ๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท เดี๋ยวผมจะกราบเรียนท่าน และถ้าท่านสนใจในเรื่องของรายละเอียดเดี๋ยวผมจะมอบ ให้ท่าน และท่านก็อยู่ในคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬาด้วย ท่านสามารถ เรียกผม เรียกเจ้าหน้าที่ที่รู้เรื่องดีไปให้ข้อมูลและชี้แจงท่านได้อีกส่วนหนึ่ง ถ้าวันนี้ ไม่เคลียร์ (Clear) นะครับ คือในเรื่องของกีฬานี้งบประมาณที่ได้รับทั้งหมด ถ้าจะตอบหมด มันก็เยอะ มีหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณอยู่ ๓ หน่วยงานในกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา หน่วยงานที่ ๑ ก็คือ สพก. หน่วยงานที่ ๒ กกท. และหน่วยงานที่ ๓ ก็คือ สพร. สพร. นี้เป็นในระดับของมหาวิทยาลัยไม่เป็นไรหรอก เท่าที่ท่านสนใจนั้นคงจะอยู่ใน สพก. ส่วนหนึ่ง และอยู่ใน กกท. อีกส่วนหนึ่ง ถ้าดูตัวเลขงบประมาณที่เราได้รับมาแล้ว ในช่วงสามสี่ปีที่ผ่านมา เฉพาะของนันทนาการ การกีฬา และนันทนาการเราได้รับเงิน งบประมาณมา ๒,๙๐๐ กว่าล้านบาท ก็เกือบ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ที่มาของงบประมาณนี้ เรามีอยู่ ๓ ทางด้วยกัน ทางหนึ่งก็คือตั้งงบประมาณประจําปี อีกทางหนึ่งก็คือได้มาจาก กองทุนพัฒนาการกีฬา และอีกทางหนึ่งก็ได้มาจากหนึ่งกีฬาหนึ่งรัฐวิสาหกิจ ผู้ที่จะได้รับ งบประมาณพวกนี้เป็นสมาคมทั้งหมดก็ ๖๐ กว่าสมาคมร่วมด้วยกัน แล้วก็ตัว สพก. เอง สพร. เอง แล้วก็ กกท. เองก็ได้รับมาด้วย ในช่วงสามสี่ปีที่แล้วมานี้ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท เฉพาะของ สพก. อย่างเดียวก็ได้นําไปใช้จ่ายอย่างที่ท่านได้เรียนมาเมื่อสักครู่แล้ว มากมาย กีฬาขั้นพื้นฐานเป็นกีฬาที่สําคัญมากที่จะต้องดูแล เช่น กีฬานักเรียน นักศึกษา แห่งประเทศไทย กีฬาระหว่างโรงเรียนส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค กีฬานักเรียนเพื่อการแข่งขัน ในระดับนานาชาติ กีฬาคนพิการ แล้วก็ดาวรุ่งยูธ โอลิมปิก (Youth Olympic) อันนั้น กีฬาพื้นฐาน ทีนี้กีฬามวลชนงบประมาณทั้งหมดเขาไปลงที่นี่ในช่วงสองสามปี นี้ก็ ๘๐๐ กว่าล้านบาท จากการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนและประชาชนที่ท่านก็ทราบดีแล้วว่า เป็นไทยแลนด์ ไพรม์ มินิสเตอร์ คัพ (Thailand Prime Minister Cup) แล้วก็มีฟุตบอลก็คือ ฟุตบอลเยาวชนอายุ ๑๒ ปี ๑๔ ปี ๑๖ ปี ๑๘ ปี แล้วก็มีการจัดแข่งขันกีฬาฟุตบอลมวลชน อําเภอคัพก็มี จากการแข่งขันกีฬาฟุตบอลเยาวชน ๕ จังหวัดภาคใต้ แล้วนอกจากนั้นก็ยังมี มหกรรมกีฬามวลชนแชลเลนจ์ เดย์ (Challenge Day) แล้วกีฬามวลชนแห่งประเทศไทยอีก กีฬาวันข้าราชการเราก็ไปดําเนินการรับผิดชอบช่วยดูแลจัดการให้เขาด้วยเหมือนกัน แล้วการพัฒนากีฬาเพื่อคุณภาพชีวิตของกลุ่มบุคคลพิเศษและผู้ด้อยโอกาสคือชาวไทยภูเขา แล้วก็การเสริมสร้างกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านก็ดี ระหว่างประเทศก็ดี ที่ผ่านมาทั้งหมดเป็นงบประมาณส่วนหนึ่งที่อยู่ในองค์กรที่เราเรียกกันว่า สพก. สํานักงาน พัฒนากีฬาและนันทนาการ ในส่วนของการกีฬาแห่งประเทศไทยในช่วง ๓ ปีที่แล้วมานั้น เราก็ได้รวมทั้งหมดก็เกือบ ๘,๐๐๐ ล้านบาทด้วยกัน ในจํานวน ๘,๐๐๐ ล้านบาทนี้ก็ได้ จัดสรรกันไปตามกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ให้สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยบ้าง จัดกีฬา ให้สมาคมจังหวัดบ้าง องค์กรกีฬาต่าง ๆ บ้าง ไปจัดสร้างศูนย์ฝึ กกีฬาแห่งชาติ สร้างศูนย์วิทยาศาสตร์กีฬา ๕ ภาค แล้วก็ศูนย์บริการองค์กรกีฬา และท้ายที่สุดก็คือ สปอร์ต ฮีโร (Sport Hero) พัฒนากีฬาจังหวัด งบประมาณทั้งหมดก็ไปลงอยู่ในพวกนี้ ทั้งหมดเลย ส่วนผลออกมาเป็นอย่างไรนั้นมันมีเยอะแยะเลยนะครับ แล้วก็เราได้เหรียญ อะไรบ้าง เท่าไร มีมากมาย แล้วกระผมว่าจะกราบเรียนเป็นตัวหนังสือตอนนี้คงจะยาว แต่อย่างไรก็ตามทีงบประมาณพวกนี้สําหรับการกีฬาแห่งประเทศไทยนั้นก็ได้ไป ดําเนินการจัดกีฬา ถ้าเป็ นในระดับชาติท่านก็ทราบดีตรังเกมส์ท่านก็เพิ่งผ่านไป เมื่อเร็ว ๆ นี้เอง มีพิษณุโลกเกมส์ มีสองแควเกมส์ มีตรังเกมส์ กาญจนบุรีเกมส์แข่งขันกีฬา ผู้สูงอายุ ส่วนในกีฬานานาชาตินั้นเราก็มีซีเกมส์ (SEA Games) อย่างซีเกมส์ที่ลาวก็เพิ่ง ผ่านไปหยก ๆ เราก็ได้เหรียญทองมา ๘๖ เหรียญ ส่วนยูธ โอลิมปิก เกมส์ที่สิงคโปร์ ก็ผ่านไปแล้ว มาร์เชียล อาร์ท เกมส์ (Martial Arts Games) ได้ผ่านไปแล้วเราก็มาอันดับหนึ่ง ส่วนเอเชียน พารา เกมส์ (Asian Para Games) ไปแข่งกันที่มาเลเซียก็ผ่านไปแล้วเช่นเดียวกัน ดังนั้นอันนี้ก็เป็นงบประมาณที่เราได้จัดสรรไปเพื่อประโยชน์ในการพัฒนากีฬาจากการ แข่งขันกีฬาทั้งในระดับพื้นฐานและในระดับระหว่างประเทศเป็นจํานวนมาก คงไม่พูดถึง เหรียญทองที่เราได้รับมันเยอะแยะเหลือเกินนะครับ ก็อยากจะให้ตัวเลขท่านในภายหลัง สําหรับแผนยุทธศาสตร์สร้างกีฬาไทยสู่ความเป็นเลิศ ซึ่งเพิ่งผ่าน ครม. เมื่อวันอังคารที่แล้วนี้เองนะครับ จะมีช่วงระยะเวลาตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ ถึง ปี ๒๕๕๙ รวม ๗ ปี ด้วยกัน งบประมาณในกรอบงบประมาณของแผนทั้งหมด ๑๙,๑๓๓ ล้านบาท ภายใต้แผนยุทธศาสตร์อันนี้เราได้กําหนดไว้ว่าจะใช้ไปในการสร้าง และผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางกีฬาของเอเชีย สปอร์ต ฮับ (Asia Sport Hub) ของเอเชีย ซึ่งพวกนักกีฬาฝันกันอยู่มากนักแล้วก็มีความเป็นไปได้อย่างสูงทีเดียว แล้วก็ ภายใต้แผนผลักดันอันนี้เราจะไปสร้างศูนย์ฝึกกีฬา ศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกีฬา และการไปจัดการเป็นเจ้าภาพกีฬานานาชาติต่าง ๆ เราก็จะพยายามจัดสรร เวลานี้มันมี มิติใหม่ว่าเราน่าจะเอาการกีฬานั้นเป็นตัวกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยว ดังนั้น ผมก็ได้รับมอบนโยบายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีว่าทําอย่างไรจะเป็นเจ้าภาพจัดกีฬา นานาชาติเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย ผมก็เลยให้นโยบายไปว่า ถ้าเราสามารถจะไปบิดเป็นเจ้าภาพกีฬาอะไรได้ก็ขอให้ดําเนินการไปได้เลย แล้วผม จะบริหารจัดการในเรื่องงบประมาณเรื่องอะไรต่าง ๆ ให้อีกทีนะครับ การฝันที่จะเป็น ศูนย์กลางกีฬาแห่งเอเชียนี่ก็มีเค้าน่าจะเป็ นไปได้แต่เราต้องวางพื้นฐานไว้ก่อน นอกจากนั้นภายใต้แผนยุทธศาสตร์อันนี้มีสปอร์ต อะคาเดมี (Sport Academy) ขึ้นมาด้วย งบประมาณที่ ๑๙,๑๓๓ ล้านบาทมันจะไปตกอยู่ที่การจัดประชุมองค์กรกีฬานานาชาตินี้ ตั้ง ๗๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ แล้วก็จะไปจัดการแข่งขันกีฬานานาชาติประมาณสัก ๕๐๐ ล้านบาท แล้วก็จะไปจัดการแข่งขันกีฬาเฉพาะด้านก็จะตกประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท การพัฒนาศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬาตกประมาณ ๑,๔๐๐ ล้านบาท แล้วก็การพัฒนาศูนย์ฝึกซ้อมกีฬานานาชาติ อันนี้ก็ตกประมาณเกือบ ๖,๐๐๐ ล้านบาท การพัฒนาศูนย์ฝึกซ้อมกีฬานานาชาติ อันนี้ ๑,๕๐๐ ล้านบาท การสรรหาคัดเลือกนักกีฬา การฝึกซ้อม แล้วก็สวัสดิการต่าง ๆ และพัฒนาผู้ตัดสินนี่ก็อีก ประมาณสักเกือบ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นงบประมาณในภายใต้แผนพัฒนา ของยุทธศาสตร์การกีฬาซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติไปนั้นก็จะเป็นแนวทางที่ให้ทางผู้ปฏิบัติ ผู้บริหารงานด้านการกีฬาได้ไปดําเนินการได้ถูกต้อง และกรอบงบประมาณก็คงจะได้ ชัดเจนในแต่ละปี ผมก็จะพยายามผลักดันให้ได้งบประมาณตามกรอบของแผนที่ได้รับ การอนุมัติ ก็อยากจะกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในเบื้องต้นเท่านี้ก่อนนะครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านผู้ตั้งกระทู้ถาม อาศัยข้อบังคับ ข้อ ๑๖๓ ให้ชัดนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้ แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีเป็นอย่างยิ่งนะครับที่ได้ชี้แจงแผนงาน แล้วก็นโยบายของกีฬา แล้วก็ต้องขอบคุณย้อนหลังที่ท่านร่วมเป็นกําลังใจให้กับกีฬา แห่งชาติ ตรังเกมส์นะครับ ท่านประธานครับ แผนยุทธศาสตร์การสร้างกีฬาไทย สู่ความเป็นเลิศถือว่าเป็นแผนที่มีความชัดเจนที่ไทยของเราต่อไปนี้จะต้องเป็นเจ้าซีเกมส์ จะต้องเป็น ๑ ใน ๓ ของกีฬาเอเชียนเกมส์ และอยู่ในลําดับที่ ๑-๓ ของการแข่งขันกีฬา โอลิมปิ ก เกมส์ในส่วนของชาวเอเชียนะครับ ท่านประธานครับ ความมุ่งหวัง สู่ความเป็นเลิศเพื่อสร้างความภาคภูมิใจก็เป็นที่น่ายินดีครับ ที่ผมเป็นห่วงก็คือเรื่องของ พื้นฐานจริง ๆ ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นว่าประเทศไทยของเรา มีโรงเรียนอยู่ ๓๑,๘๒๑ โรงเรียนขณะนี้ เหมือนที่ผมกราบเรียนแล้วว่าขณะนี้ครูที่จะไป สอนนักเรียนมีไม่ครบทุกโรงเรียน ท่านรัฐมนตรีได้กําหนดเป็นนโยบายเถอะครับว่า เราจะสร้างกีฬาให้กับประเทศเพื่อความยั่งยืนจะต้องสร้างตั้งแต่เด็กแล้วก็เด็กนักเรียน เยาวชนทั้งหลาย ท่านประธานครับ ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการซึ่งดูแลกีฬาขั้นพื้นฐาน ผมสอบถามท่านประธานครับ มีโรงเรียนใดบ้างขณะนี้ที่ได้รับงบประมาณในการไปสร้าง สนามกีฬาของโรงเรียน มีอยู่เท่าเดิม เมื่อปีที่แล้วมีอยู่เท่าไรปีนี้ก็มีอยู่เท่านั้นละครับ แทบจะไม่ได้งบประมาณในการไปก่อสร้างสนามกีฬาสําหรับโรงเรียนเลย ถามว่า งบประมาณสนับสนุนอุปกรณ์ให้กับนักเรียน โรงเรียนมีไหมครับ เด็กนักเรียนประเทศไทย ของเราตั้งแต่ประถมศึกษาจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลายประมาณ ๘,๐๐๐,๐๐๐ คน มีงบอุปกรณ์กีฬาให้เด็กนักเรียนบ้างไหมครับ น้อยมาก เพราะฉะนั้นสิ่งนี้แหละ เป็นสิ่งสําคัญที่เราจะสร้างนักกีฬาของเราตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน ท่านประธานครับ เรามาดูถึง กีฬา ออกจากกีฬาขั้นพื้นฐานก็คือกีฬามวลชน ประเทศไทยของเรามี ๗๖ จังหวัด ท่านประธานทราบไหมครับว่าสนามกีฬาจังหวัดมีไม่ครบทั้ง ๗๖ จังหวัด ยังขาดอีก ๔ จังหวัด สนามกีฬาอําเภอ เรามีกีฬาอําเภออยู่ ๘๗๘ อําเภอ มีสนามกีฬาอําเภอเพียงแค่ ๓๐๒ แห่ง ลานกีฬาทั่วประเทศครับ เดิมเรามีนโยบายว่าน่าจะมีลานกีฬาทุกตําบล ในสมัยรัฐบาลท่านชวน หลีกภัย เคยมีนโยบายลานวัดลานกีฬา และมีเป้ำหมายว่า อย่างน้อย ๑ ตําบล ต้องมี ๑ ลานกีฬา เรามีตําบลทั้งหมด ๗,๒๕๕ ตําบล แต่เรามี ลานกีฬาแค่ ๔,๐๐๐ กว่าแห่ง และโดยเฉพาะมีการปฏิรูประบบการบริหารประเทศ เปลี่ยนกระทรวง ทบวง กรม ตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ งบประมาณในการก่อสร้างสนามกีฬา เดิมเป็นหน้าที่ของ กกท. และกรมพลศึกษา ขณะนี้ไม่มีแล้ว มอบให้ท้องถิ่น ซึ่งท้องถิ่น ก็ไม่ได้ไปสร้างขึ้นเลย เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนไม่มีสนามกีฬาที่จะมาใช้เป็นพื้นที่ ออกกําลังกายเลย เพราะฉะนั้นจึงขออนุญาตท่านประธานได้ขอให้ทางท่านรัฐมนตรี ได้ให้การสนับสนุนกีฬาขั้นพื้นฐานของเรา ทั้งเรื่องของสนามกีฬา ทั้งเรื่องของครูผู้ฝึกสอน ทั้งเรื่องของอุปกรณ์ และโดยเฉพาะเดิมเรามีโครงการอาสาสมัครการกีฬาหรือ อกฬ. ในสมัยรัฐบาลท่านชวน หลีกภัย เช่นเดียวกันครับ คนที่จบพลศึกษาไปนํากีฬา ไปนํา การออกกําลังกาย ไปเป็นครูสอนพลศึกษาในโรงเรียนระดับประถมศึกษาที่ขาดแคลน แก้ปัญหานี้ได้มากเลย บรรจุเพียงแค่ ๘๐๐ กว่าอัตราแค่นั้นเองครับสามารถแก้ปัญหา เรื่องสุขภาพให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยได้อย่างดียิ่ง เราแก้ปัญหาที่ประชาชน จะต้องเข้ารักษาพยาบาลปีหนึ่งตกประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ไปรักษาพยาบาล เพราะฉะนั้นหนทางนี้ที่จะเป็ นหนทางแก้ เพราะฉะนั้นขอฝากท่านรัฐมนตรีก็คือ ๑. บรรจุครูพลศึกษาอย่างน้อย ๑ คนต่อ ๑ โรงเรียนในระดับประถมศึกษา ๒. ก็คือ ขอให้มีลานกีฬาหรือสนามกีฬาทุกอําเภอและทุกตําบล ถ้าเกิดสามารถทําได้ก็ให้มี ทุกหมู่บ้าน ซึ่งถือว่าเป็ นของขวัญให้กับพี่น้องประชาชนที่เขาควรมีสิทธิได้รับ แล้วสุดท้ายก็คือขอให้มีอุปกรณ์กีฬาซึ่งเป็ นอุปกรณ์ที่ดีสําหรับในการสร้างคน ให้กับโรงเรียนแล้วก็เยาวชนทั่วทั้งประเทศด้วย ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ต้องขอบคุณท่านสมบูรณ์อย่างยิ่งเลยที่ได้นําถ้อยคํา ตอนหลังนี่ดีมากครับ แล้วผมก็อยากจะให้ถ้อยคําของท่านสะท้อนไปถึงผู้ที่มี อํานาจตัดสินใจระดับที่เหนือผมไปด้วย เพราะว่าผมได้สั่งการไปเรียบร้อยแล้วว่า ผมฝันมาตั้งแต่สมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแล้ว อยากจะให้ทุกโรงเรียน มีกีฬาทุกตําบล ทุกหมู่บ้านมีลานกีฬาอย่างน้อยแห่งละหนึ่ง นี่ก็สั่งให้ทําแผนเป็น โดยเฉพาะออกมา ฉีกออกมาต่างหากเลย เพราะว่าเวลานี้อุปสรรคมากเหลือเกิน ผมเห็นใจมาก เพราะว่ารัฐธรรมนูญเราไปบอกว่าการกระจายอํานาจนั้นส่วนกลางไป แตะต้องอะไรไม่ได้ งบประมาณก็ต้องตัดไปให้ทางส่วนท้องถิ่นเขาหมด อันนี้คือปัญหา ของผม ท่านสมาชิกขอสนามมา ขออะไรต่ออะไรมานั้น สุดท้ายสํานักงบประมาณ เขาก็ไม่ให้ เขาบอกเป็ นเรื่องของท้องถิ่นไปหมดแล้ว โอนภารกิจไปแล้ว จัดสรร งบประมาณไปให้เรียบร้อยหมดแล้ว ผมก็เลยไม่รู้จะทําอย่างไร แทนที่ผมจะได้บุญคุณ ก็เลยได้รับโทษแทน สํานักงบประมาณเขาก็ปัดไปให้เป็นท้องถิ่นหมดเลย ดังนั้นอันนี้เป็นกติกาซึ่งมันน่าจะหาทางมีข้อยกเว้นได้ ผมก็ได้บอกทางหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องว่าให้ทําเป็นโปรเจกต์ (Project) พิเศษมา แล้วก็เสนอเข้ามาแล้วผมจะเอาเข้า ครม. ไปเลยนะ เอากันให้จริงจังเลย ไม่ใช่พูดกันอยู่อย่างนี้ตลอดเวลาเป็นเวลานับไม่รู้ กี่ปีแล้วมันก็ไม่จบเสียที ๓๐,๐๐๐ กว่าโรงนี่มันยังไม่ได้ครบหรอก ยิ่งครูพละเวลานี้ เราไปตั้งส่งจากของเราไปก็ไม่ได้ ไปก้าวก่ายอํานาจของท้องถิ่น ก็คงจะมีวิธีการ หลายวิธีการ แต่ผมก็จะรับเรื่องนี้ไปช่วยผลักดันเท่าที่จะทําได้ สนามกีฬานี่ตรงกันเลย ทุกอําเภอ ทุกตําบล ผมคิดไว้ทุกตําบลนะ บอกทางนั้นไปแล้ว ๗,๐๐๐ กว่าตําบลนี่ แล้วก็ จะลงลึกไปบางแห่งในเรื่องของหมู่บ้านด้วย ส่วนครูพละนั้นก็จะช่วยดูแลอุปกรณ์การกีฬา ยังพอจะมีทางออกได้เยอะอุปกรณ์การกีฬานี่ แต่ถ้าจะไปให้ตรงตามระเบียบของ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นบางทีเขาก็ไม่ยอม แต่ก็จะพยายามดูแลให้ในเรื่อง อุปกรณ์นะครับ เรื่อง อพร. นี่ก็เหมือนกันก็เห็นขอมาเหมือนกัน ผมก็พยายามจะดูเท่าที่ จะทํา ถ้ำทําได้ ผมจะทําทันทีเลยเรื่องพวกนี้ ตอนผมเป็ นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการมานี่เห็นใจพวกโรงเรียน พวกท้องถิ่นมาก ถ้าท้องถิ่นไม่แข็งแรง ไม่มีทางที่จะขึ้นไประดับชาติเลย ไม่มีทางที่จะขึ้นไประดับนานาชาติ ดังนั้นพื้นฐาน ข้างล่างนี่สําคัญตั้งแต่โรงเรียนมาเลย ต้องทําให้เขาแข็งแกร่ง แล้วทําให้ถูกทิศทาง ด้วยนะครับ ถ้าให้ถูกทิศทางฝึกด้วยวิทยายุทธ วิชาการที่ถูกทิศทางมีความสําคัญ อย่างยิ่งเลย ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ ๗ ปีนี่ครับจะมุ่งเน้นไปอย่างที่ท่านว่าทั้งหมดเลย อันนี้ก็ต้องขอบคุณท่านมากที่มีความเห็นตรงกับผมเป็นอย่างยิ่งเลย อําเภอมี ๓๐๒ แห่ง ขาด ๔ จังหวัด อันนี้เดี๋ยวจะลองรับไปดูนะ ถ้าไม่ไปก้าวก่ายจังหวัดเขาผมจะดูแลให้
สุดท้ายเชิญ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้ แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ชื่นชมท่านรัฐมนตรีครับที่มีวิสัยทัศน์ ที่จะร่วมสร้างคนให้เป็นคนที่มีคุณภาพ ท่านครับ ผมขออนุญาตฝากท่านประธานไปจนถึง ท่านรัฐมนตรีก็คือ เรื่องแรก ที่เราจะมีโอกาสที่จะพัฒนากีฬาของเราให้สู่ความเป็นเลิศ แล้วคนของเรามีคุณภาพนะครับ ส่วนแรก สิ่งที่กังวลอยู่ก็คือขณะนี้สํานักงาน พัฒนาการกีฬาและนันทนาการ หรือเดิมกรมพลศึกษาครับ ที่ถูกปรับเปลี่ยนไปเป็น สํานักงานนี่ ภารกิจขณะนี้มีข้อจํากัดมากครับ ท่านรัฐมนตรีน่าจะนํากลับมาเป็ น กรมพลศึกษาเช่นเดิม ซึ่งจะมีหน้าที่ดูแลเรื่องการกีฬาขั้นพื้นฐานของประชาชนนะครับ ท่านประธานครับ ส่วนที่สอง ก็คือท่านควรจะผลักดันโรงเรียนกีฬาซึ่งเป็นสถาบันที่จะ สร้างนักกีฬาในระดับประเทศให้กับเรานะครับ เราคัดหัวกะทิของเด็กนักเรียน ๘,๐๐๐,๐๐๐ คนนี่ขึ้นมาเป็นตัวแทนนักกีฬา ขณะนี้เดิมเป็นนโยบาย ๑๒ เขตการศึกษา มีอยู่ ๑๑ โรงเรียนแล้วครับ ยังขาดอีก ๑ โรงเรียน โรงเรียนอยู่ในเขตการศึกษา ๑ เดิมครับ แถวจังหวัดปทุมธานี จังหวัดนนทบุรีแถวนี้ครับ เด็กบริเวณนั้นเขาจะได้มีโอกาสเหมือนกับ เด็กอีก ๑๑ เขตการศึกษา หรืออีกหลายจังหวัดทั่วประเทศที่เขามีโอกาสเข้าเรียน โรงเรียนกีฬา ท่านประธานครับ โรงเรียนกีฬานี่เป็นโรงเรียนที่รัฐจัดให้เรียนฟรีนะครับ มีอาหารการกิน มีที่พัก มีเสื้อผ้า เด็กนักกีฬาเรียนภาคปกติ แล้วก็ฝึกกีฬาจนสร้างเป็น รายได้ เป็นอาชีพ ต้องยอมรับนะครับว่าอาชีพกีฬาขณะนี้เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ระดับสูง มาก ส่วนที่สาม ก็คืออยากจะให้ได้สนับสนุนขณะนี้ก็คือกีฬาอาชีพครับ มีกีฬาอาชีพ โดยเฉพาะฟุตบอลขณะนี้เป็นที่นิยมมากนะครับ ฟุตบอล ลีก (Football League) อาชีพ ภูมิภาค ฟุตบอลไทย พรีเมียร์ ลีก (Thai Premier League) ทั้งหลายนะครับ นโยบายรัฐบาล มีอยู่ข้อหนึ่งก็คือการออกกฎหมายกีฬาอาชีพครับ ขณะนี้ยังไม่มีกฎหมายกีฬาอาชีพที่จะ ไปดูแลสนับสนุนแล้วก็คุ้มครองให้กับนักกีฬาอาชีพเลย ผมคิดว่าท่านเป็นรัฐมนตรีที่มี วิสัยทัศน์กว้างไกล ก็ได้กําหนดให้มี พ.ร.บ. กีฬาอาชีพขึ้นมาในสมัยนี้ก็จะเป็นคุณูปการ ของประเทศ ขอขอบคุณครับท่านประธาน
ก็รับเข้าไปก็แล้วกันครับ ท่านจะตอบหรือครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม ชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คืออย่างนี้ครับตอนนี้ผมคิดว่าผ่าน เพราะว่าทีแรก ก.พ.ร. เขาตีกลับมา สพก. จะให้ เป็นกรม ทีแรกตีกลับมาหาว่าเป็นกรมวิชาการเขาก็ไม่ยอมให้คืน เวลานี้ผมก็บอกว่า เปลี่ยนชื่ออย่างเดียว แล้ว ครม. ก็อนุมัติหลักการเมื่อวันอังคารที่แล้วนี้เองว่าเปลี่ยนชื่อ อย่างเดียวทําได้ ผมก็จะเอามติ ครม. อันนี้ไปยันกับ ก.พ.ร. แล้วก็เมื่อเปลี่ยนชื่อเฉย ๆ เสร็จแล้วมันไม่ได้กระทบกระเทือนงบประมาณ ไม่ได้กระทบกระเทือนอะไรเลย ทุกอย่าง เหมือนเดิมเพียงแต่เปลี่ยนชื่อเท่านั้น เมื่อวันอังคารนี้เองผมพูดใน ครม. ครม. ก็บอกว่า ทําได้ ดังนั้นผมก็ได้ส่งทบทวนไปเรียบร้อยแล้ว ไปทาง ก.พ.ร. เรียบร้อยแล้วก็จะไป ผลักดันดูคิดว่าน่าจะเป็นไปได้ สพท. ด้วย สํานักงานพัฒนาการการท่องเที่ยวด้วย ๒ กรมนี้ สําหรับโรงเรียนกีฬาเวลานี้เป็นที่น่ายินดีที่เราได้อดีตนายกรัฐมนตรีมาเป็น นายกสภามหาวิทยาลัย สภาสถาบันพลศึกษาท่านมีหัวใจนักกีฬาเต็มที่เลย เดี๋ยวจะนําไป ฝากท่าน แล้วก็สําหรับสนับสนุนกีฬาอาชีพกฎหมายจะผลักดันให้เข้าภายใน สมัยประชุมนี้ ไปติดที่กฤษฎีกาเสียนาน มันจะมีอยู่สามสี่ฉบับ พ.ร.บ. กีฬาเองนั้น ก็ต้องแก้ พ.ร.บ. กีฬาอาชีพก็ต้องมี แล้ว พ.ร.บ. สวัสดิการนักกีฬาก็ต้องมี ดังนั้นจะมี พ.ร.บ. ตามเข้ามาสู่สภานี้ประมาณ ๔ ฉบับด้วยกัน ผมขอกราบเรียนเพื่อประกอบ ตามกระทู้ถามของท่าน ขอบคุณมากครับ
จบกระทู้ถามทั่วไป ต่อไป เป็นกระทู้ถามสด
๑.๒ กระทู้ถามสด
๑.๒.๑ กระทู้ถามที่ ๐๘๐ ส. เรื่อง การแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม (นายจตุพร พรหมพันธุ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี มาหรือยัง เชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ๒ ท่าน
ขออนุญาตท่านประธาน
มีอะไรหรือครับ
ท่านประธาน ผม สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล
ไม่ใช่ คุณประท้วงหรืออะไร
ผมขออนุญาตท่านประธาน
ถ้าอนุญาต นั่งยกมือ เท่านั้นก็พอแล้ว ผมจะชี้ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัด เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ที่จริงแล้วการถ่ายทอดกระทู้ถามสดจะมี การถ่ายทอดประมาณบ่ายโมง ขณะนี้มันเพิ่งเที่ยงครึ่ง ผมคิดว่าวันนี้เราพิจารณา ได้รวดเร็ว ผมเกรงว่าพี่น้องประชาชนที่กําลังติดตามกระทู้ถามสดจะไม่ได้รับชม การถ่ายทอด อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าเราชะลอสักเล็กน้อยได้ไหมครับ วันนี้ ท่านประธานทําหน้าที่ได้มีประสิทธิภาพ การถามตอบกระชับเป็นประโยชน์จริง ๆ แต่ผม คิดว่าบ่ายโมงนี้จะเริ่มมีการถ่ายทอด พี่น้องประชาชนสนใจกระทู้ถามสดของ สภาผู้แทนราษฎร ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าเป็นไปได้ชะลอสักเล็กน้อย ได้ไหมครับท่านประธาน
เดี๋ยวผมจะถามรัฐมนตรี ผู้ควบคุม
ได้ครับ
เชิญท่านรัฐมนตรี ช่วยชี้แจงครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี กรณีเรื่องของการถ่ายทอดเรื่องกระทู้ถามสด ซึ่งก็คิดว่าต่อไปนี้ก็คงจะได้รับผลกระทบ จากการที่เราเปลี่ยนเวลาประชุม แต่ว่าเนื่องจากผังรายการมีการกําหนดเวลาไว้แล้ว ผมก็ได้สั่งการไปยังช่อง ๑๑ ว่าให้บันทึกเทปเอาไว้ บันทึกเทปการถามกระทู้ถามสดไว้ แล้วก็จะออกอากาศตามเวลาที่กําหนดไว้ ก็คือตั้งแต่เวลาบ่ายโมงครึ่งเป็นต้นไป ก็หมายความว่ากระทู้ถามสดทั้ง ๓ กระทู้ก็จะได้รับการถ่ายทอดในเวลาเดิม ที่เตรียมการไว้ อย่างเช่นในสัปดาห์หน้าถ้าหากว่าเปิดการประชุมตอนเก้าโมงเช้า แล้วก็ อาจจะมีการถามกระทู้ถามสดเร็วขึ้น เป็นช่วงเวลา ๑๐ โมงครึ่งก็บันทึกเทปเอาไว้แล้วก็ ออกอากาศในเวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา วันนี้ก็เช่นเดียวกันครับ ถ้าเกิดเราถามตอนนี้ไป ก็บันทึกเทปเอาไว้แล้วก็ออกอากาศตามเวลาที่กําหนดครับ
เชิญคุณสุรพงษ์
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย สิ่งที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจงนั้น ผมไม่เข้าใจ ถ้าสมมุติบันทึกเทปไปแล้ว แล้วพอถึงเวลาบ่ายโมงครึ่งในขณะที่มีการถาม กระทู้ถามมันจะวนกันอย่างไรครับเวลาถ่ายทอด ผมไม่เข้าใจวิธีการของท่าน คือผม ไม่เคยทํางานสื่อนะครับ จะวนรอบอย่างไรครับเวลาถ่ายบันทึกเทปไว้แล้วก็ไปออก บ่ายโมงครึ่ง และในขณะที่เวลาบ่ายโมงครึ่งก็มีการตั้งกระทู้ถามในสภา จะวนรูปไหนครับ วนไปตามก้นกันทีหลังหรืออย่างไร ต้องชี้แจงให้ชัดเจน ท่านรัฐมนตรีชี้แจงให้ผมได้ สบายใจหน่อยครับ พี่น้องประชาชนเขาก็รอฟังอยู่ เชิญครับ
ท่านประธานครับ วิธีการก็คือสมมุติว่าเดี๋ยวเราจะมีการถามกระทู้ถามสดใช่ไหมครับ เริ่มตั้งแต่เวลาขณะนี้ก็คือประมาณ ๑๒.๓๖ นาฬิกา เขาก็บันทึกเทปไป แล้วก็พอถึงเวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา ก็นําเทปที่บันทึกเอาไว้ตั้งแต่เวลา ๑๒.๓๖ นาฬิกา ก็ออกอากาศไป แต่ว่าในกรณีที่ถ้าเกิดสมมุติว่ามีการบันทึกออกอากาศไปแล้ว ช่วงเวลาดังกล่าวอาจจะมี การถามกระทู้ถามสดในกระทู้ถามที่ ๒ หรือกระทู้ถามที่ ๓ ตามหลัง การบันทึกเทป ก็ทําตามหลังครับ ซึ่งในทางเทคนิคก็สามารถทําได้ไม่ยากนะครับ เอาเป็นว่าผู้ชมทางบ้าน ที่ติดตามสามารถจะติดตามดูกระทู้ถามสดได้จนครบถ้วนทั้ง ๓ กระทู้ ส่วนในทางเทคนิค เขาสามารถทําได้ครับ แล้วก็เคยทํามาหลายครั้งครับ
ผมได้อนุมัติให้สถานี ทีเอ็นเอ็น (TNN) หรืออะไรนี่ครับ แล้วก็เอเอสทีวี (ASTV) เขาจะถ่ายทอดการประชุมตลอด เขาเขียนมาในเรื่องนะครับ ผมก็อนุมัติไปแล้ว ผมคิดว่า ๒ สถานีนี้เขาคงจะทําหน้าที่ ของเขาตามที่เขาขอมา เอากระทู้ถามเลยดีกว่า ไม่ให้เสียเวลาครับ
เชิญผู้ตั้งกระทู้ถาม ท่านจตุพร พรหมพันธุ์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผมขอ กราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่า ประเด็นเริ่มต้นก่อนที่จะตั้งกระทู้ถามที่ทางรัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรี นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้อธิบายความนั้นจะเห็นได้ อย่างชัดเจนว่าถ้าเอาการประชุมสภาในสมัยที่ผ่านมานั้น วันนี้ได้คําตอบเลยว่ามาตรการ ที่นายสาทิตย์พูดนั้นเป็นความเท็จ ผมเองตั้งกระทู้ถามคนแรกเวลาการถ่ายทอดก็ไม่ทัน แบบนี้ ตั้งกระทู้ถามที่ ๓ ก็หมดเวลาการถ่ายทอด แปลความกันว่าไม่ว่าจะก่อน หรือจะหลัง วันไหนตั้งใจจะเอาตรงกลางพรรครัฐบาลก็จะมาเอาเสียอีก นี่คือสถานการณ์ ที่ผมเจอมาในสมัยที่ผ่านมา แต่ว่าไม่เป็นไรครับ ท่านจะทําอย่างไรก็แล้วแต่ เพราะว่าสิ่งที่ ต้องการตั้งกระทู้ถามในวันนี้ทั้งคนถามและคนชี้แจงนั้นจะต้องทําหน้าที่เพื่อให้พี่น้อง ประชาชนคนไทยที่เขาเป็นเจ้าของภาษีอากร เขาเป็นเจ้าของสิทธิอํานาจอธิปไตยนั้น ได้รับฟัง ผมขอเรียนกับท่านประธานนะครับว่า กระทู้ถามที่ผมได้ทําหนังสือกราบเรียน ไปยังท่านประธานเรื่องการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมนั้น นี่ไม่ใช่เป็นปรากฏการณ์ ครั้งแรก ประเด็นที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะนายกรัฐมนตรีไปทําหน้าที่ในฐานะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในเรื่องการที่จะลงมติว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญร่วมกับ พรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ ความจริงแล้วผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่า พวกผมเองนั้น ได้ประกาศมาตั้งแต่ต้นว่าจะไม่ร่วมสังฆกรรม และถ้าไม่มีสิ่งที่มาพาดพิงถึงพวกกระผม และก้าวล่วงถึงกระบวนการยุติธรรมนั้นวันนี้ผมจะมีกระทู้ถามในเรื่องอื่น แต่ประเด็นที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะนายกรัฐมนตรีกระทําการก้าวล่วงละเมิดอํานาจตุลาการ นั้นมันเป็นเรื่องใหญ่ เพราะว่าระบอบประชาธิปไตยนั้นคําว่า ประชาธิปไตย นั้นคือ ประชาชนบวกกับอธิปไตย อํานาจสูงสุดในการบริหารประเทศคืออํานาจอธิปไตยแบ่งไว้ ๓ ทางชัดเจน ๑. อํานาจ ในการออกกฎหมายคือสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือรัฐสภานั่นเอง อํานาจ ในการบริหารหรือใช้กฎหมายนั่นคือรัฐบาลทําหน้าที่ในการบริหารประเทศ อํานาจที่ ๓ คืออํานาจตุลาการที่ทําหน้าที่ในการตัดสินคดีความ แปลความว่าทั้ง ๓ อํานาจนั้น ได้ทําหน้าที่ถ่วงดุลกัน และจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น เราไม่เคยได้เห็นคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีได้ทําตัวเหิมเกริมถึงขนาดก้าวล่วง มีอํานาจ ถึงขนาดว่าคดีอยู่ในศาลฎีกาแล้วมีสิทธิว่าจะต้องออกผลมาเป็นอย่างไร เหมือนกับสิ่งที่ นายอภิสิทธิ์ได้พูดในที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ ผมขอเรียนกับ ท่านประธานว่า บันได ๔ ขั้นของ คมช. ผมว่ามันเป็นหัวใจหลักที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บังอาจก้าวล่วงถึงอํานาจตุลาการ บันได ๔ ขั้นของ คมช. เขาบอกอย่างชัดเจนว่าวันที่ พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ไปพูดที่กระทรวงสาธารณสุข
ท่านประธานครับ
ประท้วงอะไร
ท่านประธานที่เคารพครับ
คุณประท้วงใช่ไหม
ครับ
ประท้วงอะไร ข้อบังคับ ข้อไหน
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ แล้วก็ไม่อยากประท้วงหรอกครับ แต่ว่าท่านผู้อภิปราย
ประท้วงผมหรือ ผมถามท่านใช้ข้อบังคับข้อไหนประท้วง ประท้วงเรื่องอะไร
ท่านประธานครับ กําลังชี้แจงว่า ผู้อภิปรายที่ตั้งกระทู้ถามขณะนี้ใช้คําพูดที่ไม่เหมาะสม เช่น ใช้คําว่า เหิมเกริม นายกรัฐมนตรีบังอาจ ซึ่งเป็นคําพูดที่ส่อเสียดแล้วก็ใส่ร้าย ผมคิดว่าขอให้ระมัดระวัง ในการใช้คําพูดด้วยครับ
ประท้วงผมใช่ไหม หรือประท้วงผู้อภิปราย
ก็ประท้วงประธานละครับ
ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ใช่ไหม
ครับ ท่านได้ควบคุมการอภิปราย เพราะว่าใช้ถ้อยคําที่เสียดสีแล้วก็ใส่ร้ายครับท่านประธาน
ครับ ก็ขอความกรุณา ผู้ถามกระทู้ถามอย่าเสียดสี ดูข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ด้วยครับ ขอความกรุณา เชิญต่อครับ
ผมกราบขอบคุณท่านประธาน การใช้อํานาจก้าวล่วงถึงกระบวนการตุลาการนั้นไม่ว่าใครก็ตามละครับถือว่าเหิมเกริม ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ดี ไพร่ รากหญ้า จนถึงนายกรัฐมนตรีต้องใช้คํานี้เหมือนกัน สิ่งที่นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กระทําการบังอาจแทรกแซงกระบวนการ ยุติธรรมนั้นมันสอดคล้องกับบันได ๔ ขั้นของ คมช. พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ไปพูดที่กระทรวงสาธารณสุข บอกว่า คมช. มีบันได ๔ ขั้น ๑. ต้องยุบพรรคไทยรักไทย ๒. ต้องยึดทรัพย์ พันตํารวจโท ทักษิณ ๓. ต้องทําให้พรรคไทยรักไทยแตก ๔. ต้องให้ รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ผ่าน เพื่อที่จะได้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ผมเรียนกับท่านประธานว่า สิ่งที่นายอภิสิทธิ์ได้พูดในที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวานนี้ได้สร้างความเสียหาย นอกจากพาดพิงถึงพวกกระผม พาดพิงถึง พันตํารวจโท ทักษิณแล้วนั้น ที่สําคัญที่สุดคือการอธิบายความแก้ต่าง สิ่งที่ได้ไปรับปากตกลงในเวลา ที่จะร่วมมือในการจะจัดตั้งรัฐบาล นายอภิสิทธิ์พูดในที่ประชุมพรรค แล้วก็ให้ รองโฆษกพรรคออกมาแถลง โดยได้ใจความง่าย ๆ ว่านายอภิสิทธิ์ได้ชี้แจงในที่ประชุมว่า ไม่ขัดข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีเงื่อนไขเพียง ๒ ข้อ ข้อที่ ๑ ต้องไม่มีการนิรโทษกรรม ให้กับ พันตํารวจโท ทักษิณ อ้ายนี่ผมไม่ติดใจครับ ท่านไม่นิรโทษกรรมก็เป็นเรื่องของท่าน ไม่มีปัญหาอะไร แต่ข้อที่ ๒ สิครับ ต้องไม่มีการคืนทรัพย์สินให้กับ พันตํารวจโท ทักษิณ ท่านประธานก็ทราบเหมือนอย่างที่กระผมทราบเหมือนกันว่าคดีที่ คตส . ที่คณะรัฐประหารแต่งตั้งคนที่เป็นปฏิปักษ์กับ พันตํารวจโท ทักษิณเป็นคณะกรรมการ ตรวจสอบ ทําหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวน แล้วก็ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา แผนกคดีอาญา ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองนั้น ได้เป็นไปด้วยความอคติในชั้นพนักงานสอบสวน แต่เรื่อง เมื่อถึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองนั้น แน่นอนที่สุดก็คือว่า การตัดสินของศาลฎีกาในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์นั้นไม่มีมนุษย์หน้าไหนในประเทศนี้ สามารถที่จะไปสั่งการว่าศาลฎีกาจะต้องยึดทรัพย์ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อาจจะกล่าวอ้างว่าการที่พูดนี่คือหลักการการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ที่พรรคร่วมรัฐบาลและตัวแทนอย่างนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่เขาเขียนจดหมาย เปิดผนึกเมื่อวานนี้ก็ชัดเจนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเขียนด้วยมือแล้วอย่าลบด้วยเท้า แล้วระบุกันอย่างชัดเจนเป็นที่ได้ยินของพี่น้องประชาชนกันทั้งประเทศว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง กับเรื่องคดียึดทรัพย์เลย มีเพียง ๒ มาตราเท่านั้น ๑. คือ มาตรา ๑๙๐ คนในสภานี้ก็รู้ว่า นี่คือข้อตกลง เวลาที่จะขอความเห็นชอบกรอบการเจรจาหรือข้อตกลงกับต่างประเทศ ที่ต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน และมาตรา ๙๔ เรื่องเขตการเลือกตั้ง มันเกี่ยวข้องกับการยึดทรัพย์หรือไม่ยึดทรัพย์ พันตํารวจโท ทักษิณ ตรงไหน ขอเรียนกับ ท่านประธานนะครับว่า เวลานี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กําลังเอา พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร และกระบวนการยุติธรรมเป็นเหยื่อการเสียคําพูดที่ให้ไว้กับเพื่อนในการจัดตั้ง รัฐบาล ชัดเจนครับ เนวินโผกอดมาร์คหนุน นายกรัฐมนตรียํ้าสัญญาลูกผู้ชาย ที่ไป โรงแรมสยามซิตี้ ท่านประธานคงจะจําได้
ท่านประธานสภาครับ
มีผู้ประท้วงครับ
ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอ ประท้วงผู้ที่อภิปรายในข้อ ๑๕๖ กระทู้ถามสดได้ถูกกําหนดเวลาไว้ไม่เกิน ๒๐ นาที ท่านใช้เวลาไว้ครึ่งทางแล้วว่าประเด็นก็ยังไม่เข้าสู่หัวใจของเรื่อง คําถามก็ยังไม่ถูกตั้ง ผมเองที่ต้องประท้วงเพราะผมเองจะต้องถามกระทู้ถามเป็นกระทู้ถามที่ ๓ ซึ่งเป็นเรื่อง หนี้นอกระบบซึ่งคนทั้งประเทศรอฟังอยู่ ผมเป็น ส.ส. ของคนส่วนใหญ่ ผมต้องทําหน้าที่ ผมไม่ใช่ ส.ส. ที่รับใช้คนคนเดียว
ครับ มันไม่ค่อยดีนะครับ คือประท้วงให้มันถูกหลักเกณฑ์สักหน่อย คือเวลา ๒๐ นาที ตอนนี้ ๑๑ นาทีแล้ว เชิญท่านจตุพรต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานจะให้ใครลุกขึ้นมาประท้วง แล้วทําหลอกด่าฟรี พูดมาตรง ๆ สิผมรับใช้ใคร เพียงคนคนเดียว จังหวัดเพชรบุรีนักเลงไม่ใช่หรือ อย่ามาทําหน้าแก่ใส่ผม พูดมาเลย
ผมไม่จําเป็นต้องพูดหรอกครับ คนทั้งประเทศเขารู้ว่าคุณจตุพรรับใช้ใคร
คุณยังนุ่งกางเกงอยู่หรือเปล่า
คุณจตุพรเป็น ส.ส. ในสภาแห่งนี้
เอาอย่างนี้นะครับ
พูดในสภาทุกครั้งรับใช้ทักษิณ คนเดียวครับ
ท่านประธานที่เคารพ
ไม่เห็นจําเป็นต้องอธิบายความ เลยครับ
คุณอรรถพรนั่งลง ก่อนครับ ทีละคนครับ
ท่านประธานต้องให้ถอนคําพูด ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบสัดส่วน ได้รับคะแนน ๑,๒๐๐,๐๐๐ รายชื่อ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลําดับที่ ๔ ของพรรคพลังประชาชน ให้ถอนคําพูดครับ
คุณอรรถพรครับ ผมว่า เพื่อบรรยากาศแล้วท่านจะได้ถามกระทู้ถามเร็ว ก็ถอน แล้วก็เขาจะได้ถามเร็วเพื่อจะได้ ตอบเร็วครับ
คือผมต้องกราบเรียนท่านประธาน ว่าผมคงถอนในสิ่งที่เป็นความจริงไม่ได้ และผมพูดด้วยความปรารถนาดีกับคุณจตุพร ผมไม่อยากให้คนเขามากล่าวหาพูดจากันเรื่อยเปื่อยว่าเป็นตุ๊ดตู่สู้แล้วรวยอะไรทํานองนั้น ผมคงถอนไม่ได้ครับ
มันจะไปกันใหญ่แล้ว
เพราะผมพูดในสิ่งซึ่งเป็ น ความจริง
อย่างนี้ไหมครับท่านประธาน ที่เคารพ
มันจะไปกันใหญ่แล้ว ผมว่านี่มันกระทู้ถามสดนะครับ เราก็ควบคุม ต่างฝ่ายต่างก็ถอยกันบ้างนะครับ
ไม่ได้ท่านประธานต้องให้ ถอนคําพูด ทั้งประเด็นเรื่องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของคนเพียงคนเดียว รับใช้ พันตํารวจโท ทักษิณ ตุ๊ดตู่สู้แล้วรวย กางบัญชีทรัพย์สินกันไหม ตรวจสอบสมบัติกันไหม ระหว่างพวกท่านกับพวกผม ผมไม่ใช่พวกขี้ฉ้อนะ เอามาไล่กันไหมว่าใครขี้ฉ้ออะไรกันบ้าง ถอนครับท่านประธาน อย่ากินฟรีครับ
ท่านอรรถพรก็ถอนไปครับ
ผมคงไม่ถอนครับ
ไม่ถอน
ไปจังหวัดเพชรบุรี คุณตุ๊ดตู่นี่ก็ไป ด่าผม
ผมจะวินิจฉัย เพื่อความสงบเรียบร้อยของสภา ถ้าท่านไม่ถอนผมก็ขอความกรุณาท่านออกจาก ห้องประชุมครับ ประธานขอร้องครับ ถ้าท่านถอนก็อยู่ ถ้าท่านไม่ถอนก็ออกจาก ห้องประชุมครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้วินิจฉัยให้ นายอรรถพร พลบุตร ถอนคําพูด ซึ่งนายอรรถพร พลบุตร ไม่ถอนคําพูดตามคําวินิจฉัยและได้เดินออก จากที่ประชุมสภา)
เจ้าหน้าที่ดูด้วย ให้คุณอรรถพรอยู่นอกห้องประชุมครับ เชิญต่อครับ
ท่านประธานครับ
คือผมจะให้เขาออกไปนอกห้อง เสียก่อนผมจะได้อภิปรายต่อ
เขาออกแล้วครับ
ยังไม่ถึงนอกห้องครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ
ครับ
ให้ประท้วงกันอย่างเต็มที่
มีอะไรอีกครับ
ผม ประมวล เอมเปี ย สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดชลบุรี ท่านประธานครับผมขอนิดเดียวครับ ว่าขอให้ท่านประธานรักษาระเบียบ รักษากฎกติกา รักษาเวลาด้วยครับ เพราะว่าถ้าใช้ วิธีการตีกินอย่างที่ท่านผู้อภิปรายทําแบบนี้มันไม่ถูกนะครับ พูดไปเรื่อยแล้วสุดท้ายก็มา ขอกินเวลาคนอื่นเขามันไม่ถูกต้อง รักษาเวลาหน่อยครับ
ครับ ผมพยายามนะครับ ตอนนี้ ๑๑ นาทีแล้วครับ
(นายอภิชาติ สุภาแพ่ง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
มีอะไรคุณอภิชาติ
ขอใช้สิทธิพาดพิงครับ ผม อภิชาติ สุภาแพ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งจริง ๆ แล้วผมพยายามควบคุม สติอารมณ์ผมเพื่อให้การประชุมนั้นดําเนินไปด้วยดี แต่ในการที่มาพาดพิงถึงคนเพชรบุรี อันนี้ผมเดือดร้ อนครับ เพราะผมเป็ นผู้แทนคนเมืองเพชร ผมอยากจะเรียน ท่านประธานไปยังผู้อภิปรายว่า ผู้อภิปรายนั้นกล่าวพาดพิงคนเมืองเพชรเป็นนักเลง ผมอยากจะเรียนท่านประธานครับว่า นักเลงนี่แหละครับคบได้ครับ คําเดียวรู้เรื่อง
คือเอาอย่างไรครับ คุณอภิชาติจะให้ถอนคําว่า
มันเสียหายครับท่านประธาน เพราะว่า ผู้อภิปรายนั้นบุกไปปราศรัยที่จังหวัดเพชรบุรี หาว่าผมเป็ น ส.จ. ๑๐๐ ศพ ดีแต่ เผาศพ อยากจะเรียนฝากไปถึงผู้อภิปรายด้วยว่า จังหวัดเพชรบุรีนั้นโดยเฉพาะส่วนตัวผม ขาดอยู่อีก ๓ ศพครับจะปิดบัญชีในชีวิตผม ขอบคุณครับ
ก็ดี ก็แถลงความจริง ต่อสภา เขาจะได้บันทึกไว้
ไม่ได้เลย ท่านประธานไม่ได้เลย ท่านประธานให้อันธพาลที่ไหนมาข่มขู่คนในสภานี้ ให้ถอนคําพูดครับ ถ้านักเลงจริง ก็ยิงเสีย ถ้าไม่นักเลงพูดแต่ปากก็ถอนคําพูดเสีย ถอนคําพูดครับท่านประธาน
ให้ถอนคําว่าอะไรครับ
ก็ยังเหลืออีก ๓ ศพ คือพวกผม
อ๋อ
คือถ้าไม่ใช่ลูกผู้ชายจริงไปนุ่ง ผ้าถุงไป ถ้าลูกผู้ชายก็บอกว่าใคร
ผมนี่แหละครับลูกผู้ชายจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมเป็ นนักการเมืองไม่ได้อาสารับใช้ใครเป็ นการส่วนตัวครับ โดยเฉพาะคนเมืองเพชรเขารับจ้างเอาชีวิตคนครับ
รับจ้างเอาชีวิตใครครับ ท่านประธานดูสิครับในสภานี้มีมือปืนด้วยหรือครับ
ไม่ใช่มาเถียงกันครับ
นี่นายกรัฐมนตรีนั่งมีลูกพรรค เป็นมือปืนหรือ นี่ข่มขู่ผมในสภามุ่งหมายเอาชีวิต แล้วท่านประธานไม่เตือนให้ถอนคําพูด เป็นมือปืนหรือครับในสภา ส.ส. ยิงใครก็ได้หรือ ก็ยิงสิ ดีแต่ปาก ท่านประธานต้องให้ถอน ขู่ใครล่ะครับ
ท่านหยุดพูดก่อน เดี๋ยวผม จะพูดกับท่านอภิชาติ ท่านอภิชาติครับ ขอความกรุณาถอนคําว่า ๓ ศพอะไรนั่น
ท่านครับ ทําไมหรือครับ ผมยังขาดอีก ๓ ศพที่ผมจะไปสวดศพมันผิดตรงไหนหรือครับ
อย่ากระจอกครับ นักเลง อย่ากระจอก ขอโทษทีท่านประธาน พูดแล้วต้องรับผิดชอบครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตประท้วง
มีผู้ประท้วง
ผมประท้วงท่านผู้อภิปรายครับ ต้องถอน คําพูดทั้งกระจอกและอันธพาลครับ ในสภานี้ไม่มีทั้งกระจอกและอันธพาลนะครับ
มันมีอันธพาลกระจอกที่ขู่ยิงผม ในสภา ให้ถอนคําพูดครับท่านประธาน
ก็ไม่ได้ระบุชื่อนะครับ เขาไม่ได้บอกว่า ยิงนะครับท่าน
ก็ผมกําลังยืนอยู่
คือสถานที่แห่งนี้ ไม่ใช่ที่เถียงครับ ต้องมีเหตุมีผลครับ
ผมใช้เหตุใช้ผล ท่านประธานครับ ผมก็ฟังมาตลอดใช้วิธีการกระแนะกระแหน ในสภาผู้แทนราษฎรต้องเอาเรื่องจริง ๆ มาพูดกัน
คือเอาอย่างนี้ครับ ท่านนั่ง ก่อนครับ
(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณพิเชษฐ์ประท้วง มีอะไรอีก เอาเข้าไป
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ เขาพาดพิงเฉพาะจังหวัดเพชรบุรีแค่นั้น ก็มีคนเพชรบุรีขึ้นมา ๒ คน แล้วกล่าวคําที่ไม่เหมาะสมในสภา ดูถูกแล้วก็หมายเอาชีวิต ข่มขู่ ท่านประธานครับ ทุกจังหวัดไม่มีใครเหนือกว่าใครหรอกครับ แล้วไม่พูดด้วย อย่างไร ก็ขอให้ถอนคําพูด ถ้าอยากจะมีปัญหาก็ไปข้างนอก ไม่ต้องมามีในนี้
ไม่ถึงขนาดนั้น
ขอให้ถอนคําพูดครับ ท่านประธานครับ
นี่ปีใหม่แล้วนะครับ ปีเสือ อย่าดุกันมากครับ
(นายประมวล เอมเปีย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ผมว่าพอแล้ว ท่านประท้วงพอแล้ว เดี๋ยวผมวินิจฉัยครับ
พาดพิงผม ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ
พาดพิงอะไร
เขาพาดพิงบอกพูดเฉพาะคนเพชรบุรี ผมคนเมืองชลครับ และผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในนี้ ผมเห็นว่าผู้อภิปราย พูดถึงเรื่องอันธพาลว่าไม่ถูกต้อง เพราะว่าคําในนี้ เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยกันไม่มีคําว่าอันธพาลอยู่ในนี้ นอกจากตัวเองจะทําตัวเป็ นอันธพาลเสียเอง เพราะฉะนั้นผมบอกว่าให้ถอนคําพูดนี้เพราะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีเกียรติกัน ทุกคนครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผู้ลากมากดี ที่ไหนมาขู่ยิงผมในสภา ไม่ได้ครับท่านประธาน ท่านประธานปล่อยให้สมาชิกทําตัวเป็น อันธพาลขู่ยิงคนในสภาได้อย่างไร ต้องถอนครับท่านประธาน มีที่ไหน อบต. เขายังไม่ทํา นี่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ก็อาจจะพูดพลั้งเผลอไป ท่านอภิชาติครับ ถอนแล้วก็เดี๋ยวจะให้คุณจตุพรถอนเหมือนกัน
ด้วยความเคารพท่านประธาน ให้ถอน คําว่าอะไรครับ ท่านประธานทราบหรือยังที่ให้ผมถอนนั้นท่านประธานทราบหรือยังว่าให้ ผมถอนคําว่าอะไรครับ
เรื่อง ๓ ศพ
อ๋อ ท่านประธานครับ ผมบอกว่า ในชีวิตผมยังขาดอยู่อีก ๓ ศพ ไม่ได้หมายความว่าต้องไปฆ่ากันตายนะครับ ทุกวันนี้ ท่านผู้อภิปรายก็บอกเองว่าผมดีแต่วางพวงหรีด ไปเผาศพ ไม่ได้พูดแค่นี้ บุกไปพูด ที่เพชรบุรีที่ชะอําด้วย เขาก็บอกเรื่องงานศพ ผมไม่ใช่พวกมือปืน ผมต้องไปเยี่ยมเยียน ทุกข์ สุขของพี่น้องประชาชน ถ้าเขาจะรับเป็นศพเองก็เชิญรับไปเถอะครับ ผมไม่ถอน เพราะผมไม่ได้กล่าวหาเขาครับ ท่านประธานใช้วินิจฉัยด้วยนะครับ
ผมก็วินิจฉัยว่า การประท้วงนะครับ ประท้วงทั้ง ๒ ฝ่ำยขอให้ประท้วงผมว่าผมผิดข้อบังคับข้อไหน ผมจะได้ว่ากล่าวทั้ง ๒ ฝ่าย ทีนี้ทางฝ่ายทางนี้ก็หาว่าผม
ไม่ได้ท่านประธานที่เคารพ กระผมต้องขอเรียนกับท่านประธาน ระหว่างที่นายอภิชาติ สุภาแพ่ง ได้พูดถึง ๓ ศพนั้น ไม่ได้อธิบายความเหมือนอย่างที่อธิบายความเมื่อตะกี้นี้ ผมจึงบอกว่าคนที่เป็นนักเลง หรือคนเป็ นอันธพาลมาขู่ยิงคนในสภานั้น ท่านประธานลองไปดูเทป (Tape) ย้อนหลังเถอะ ผมเรียนกับท่านประธานว่าถ้าสภาของเรายินยอมให้มีการข่มขู่จะยิงกัน ในสภานี่มันไม่ใช่สภาแล้ว อบต. เขายังพัฒนาเวลานี้ยังไม่มี เพราะฉะนั้นผมยังยืนยันว่า เขาต้องถอนคําพูดไม่ใช่มาแก้ตัว เพราะว่าที่พูดเมื่อตะกี้นี้อย่างที่ผมบอกว่าคนที่นุ่ง กางเกงก็ควรจะยอมรับว่าเมื่อกี้ตัวเองพูดอะไร ให้ถอนครับท่านประธาน
รัฐมนตรีจังหวัดเพชรบุรี จะเอาอีกคนหนึ่งแล้ว เชิญ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผมใคร่ขอถือโอกาส
ท่านประธานที่เคารพ ผมขอ ประท้วงก่อน เพราะว่าก่อนที่นายอลงกรณ์จะพูดต้องจบกรณีนายอภิชาติ สุภาแพ่ง ก่อน ขนมาทั้งจังหวัดเลย
ผมจะ ช่วยจบให้นะครับ
เป็นหน้าที่ของนายอภิชาติ เขาจะต้องแสดงความรับผิดชอบต่อคําพูดของเขาที่พาดพิงผม มาขู่ยิงผมได้อย่างไร
ท่านประธานได้กรุณาให้ผมได้ใช้สิทธิพาดพิงนะครับ
ไม่ได้นะครับ ก็เป็นเรื่องระหว่าง ท่านประธานต้องวินิจฉัยกรณีนายอภิชาติ สุภาแพ่ง ก่อน
ผมจะช่วยเพื่อให้การวินิจฉัยง่ายขึ้น เพราะผมทราบดีว่าท่านประธานก็อึดอัดในเรื่องนี้
ฟังรัฐมนตรีเขาสักนิดหนึ่ง ได้ไหมครับ
การประชุมสภาของเราจะได้เดินหน้าไม่เสียเวลานะครับ
เชิญ
คืออยากเรียนว่า การพาดพิงมาถึงคนจังหวัดเพชรบุรีนั้นในทางที่เสียหายก็เป็นหน้าที่ที่ผม ในฐานะที่เป็น ส.ส. ๕ สมัยของจังหวัดเพชรบุรีที่จะต้องชี้แจงทําความเข้าใจว่าคุณจตุพร อาจจะไปพูดนอกสภา ซึ่งก็เป็นเรื่องที่อยากจะทําความเข้าใจในฐานะที่ท่านทําหน้าที่เป็น ส.ส. อยู่ในสภานะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ขอประท้วง อีกเหมือนกัน ถ้าจะเอาเรื่องนอกสภามาพูดนี่นะครับ พวกผมประท้วงได้ทุกวันครับ
ท่านกรุณาฟังให้จบก่อนได้ไหมครับ
ไม่ได้สิ ท่านประธานต้องวินิจฉัย ก่อนสิว่าถ้ากรณีที่นายอภิชาติพาดพิงผม
ก็จะโยงมาในสภาที่กําลังเป็นปัญหาที่ท่านประธานจะต้องวินิจฉัยนั่นแหละครับ ผมอยากจะเรียนคุณจตุพรว่าท่าน ส.ส. อภิชาติ มีฉายาจริงครับ แต่ก่อนท่านเป็น ส.จ. ส.จ. ๑๐๐ ศพ ไม่ได้ไปยิงใคร ๑๐๐ ศพ ท่านไปเผาศพ ไปเป็นประธานจุดเผาศพ เพราะฉะนั้นที่ท่านกล่าวถึงเรื่องของ ๓ ศพ ท่านก็อย่าไปตีความว่าจะเป็นเรื่องการไปยิง ท่านเป็นคนกล่าวเรื่องการไปยิงมันทําให้ขวัญเสียทั้งสภา แล้วก็เสื่อมเสียมาถึง ส.ส. จังหวัดเพชรบุรีด้วย การตีความใด ๆ ผมคิดว่าอย่าคิดเอาเองครับ แล้วไปสร้าง ความเสียหายให้กับผู้อื่น เพราะฉะนั้นท่านประธานจะได้วินิจฉัยได้ถูกต้อง แล้วผมคิดว่า เราได้ใช้เวลาของสภามานานพอสมควรแล้ว ดังนั้นถ้าหากว่าท่านจะได้ปฏิบัติตามกรอบ ข้อบังคับในการตั้งกระทู้ถามตรงไปตรงมาก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
ก็ให้ผมวินิจฉัยนะครับ คือมันก็ผิดทั้ง ๒ ฝ่าย ฝ่ายผู้ตั้งกระทู้ถามก็หาว่ากระจอก ฝ่ายทางโน้นก็ ๑๐๐ ศพ ๓ ศพ อะไร ผมว่าออมชอมกันได้ไหมครับทั้ง ๒ ฝ่าย อย่างน้อยที่สุดเราก็สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรด้วยกัน ก็ขอความกรุณาทั้งคุณจตุพร ทั้งคุณอภิชาติครับ หยุดการประท้วงกัน แล้วก็จะถาม เอาเรื่องที่มีสาระให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบเพื่อจะได้เกิดความสบายใจ ในสภานี้นะครับ
(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
มีประท้วงอะไรอีกครับ
ท่านประธานครับ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมประท้วง ท่านประธานตามข้อ ๘ ท่านประธานต้องแยกแยะประเด็นนะครับ ของท่านจตุพร ก็อีกเรื่องหนึ่ง ของท่านทางฝั่งรัฐบาลก็อีกเรื่องหนึ่ง ท่านต้องแยกแล้วก็ให้ถอนนะครับ ถ้าทางนี้พูดไม่เหมาะสมก็ให้ถอน ต้องแยกเป็น ๒ เรื่อง มันมาอะลุ้มอล่วยไม่ได้ครับ ท่านประธานครับวินิจฉัยด้วยครับ
ผมก็วินิจฉัยไปท่านหนึ่ง แล้วครับ เชิญท่านออกไปนอกห้องประชุมท่านหนึ่งแล้วนะครับ แต่ผมไม่อยากจะให้มี ซํ้าสอง ก็อยากจะให้ออมชอมกัน แต่ถ้าออมชอมไม่ได้ ข้อบังคับมันมี ผมก็จะปฏิบัติตาม ข้อบังคับ ผมก็พูดตรงไปตรงมาอย่างนี้ละครับ ผมไม่อยากจะให้มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น เพราะว่าสภาเราถดถอย ทั้งเถื่อนทั้งอะไรร้อยแปดนะครับ เราก็ถูกประณามกันพอสมควร แล้วก็อยากจะขอความกรุณาทุกฝ่ายให้อยู่ในกรอบ ให้อยู่ในระเบียบ เพราะมันก็พอกัน ทั้ง ๒ ฝ่ำยละครับ ขอให้ดําเนินการต่อไปนะครับ ก็คิดว่าจะเรียบร้ อยนะครับ ถามกระทู้ถามไปเลยดีกว่าครับ ผมจะไม่วินิจฉัยเรื่องนี้อีก ขอความกรุณาเถอะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมขอเรียน กับท่านประธานนะครับว่า ผมเองถ้าไม่มีใครมาขัดขวางในการตั้งกระทู้ถาม ท่านประธาน ไปตรวจเวลาดูผมจะใช้เวลาไม่นาน แต่ที่ผ่านมาก็มีการพยายามจะทําลายสมาธิ ในลักษณะแบบนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า ผมเรียนต่อท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า จากกรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พูดในที่ประชุมของพรรคประชาธิปัตย์ในเรื่องการที่จะขอ ความเห็นชอบจากสมาชิกว่าจะเห็นชอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาล หรือไม่ นายอภิสิทธิ์พูดในข้อที่ ๒ ว่าต้องไม่มีการคืนทรัพย์สินให้กับ พันตํารวจโท ทักษิณ ผมอธิบายมาถึงตอนที่ว่าอํานาจอธิปไตย นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ได้แบ่งอํานาจ อย่างชัดเจน เพราะระบอบประชาธิปไตยแบ่งอํานาจอธิปไตยเป็น ๓ ทาง ประชาธิปไตย คือ ประชาชน กับอธิปไตย นั่นหมายความว่าอํานาจแต่ละส่วนนั้นจะต้องมีการถ่วงดุลกัน นี่เป็นหลัก ของการปกครอง แต่ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่า การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กระทําตนเหิมเกริมแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เพราะว่าประเด็นที่จะยึดทรัพย์ หรือไม่ยึดทรัพย์ พันตํารวจโท ทักษิณนั้นไม่ได้เกี่ยวกับ ๒ มาตราที่พรรคร่วมรัฐบาล ขอความเห็นชอบในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะมีเรื่องมาตรา ๑๙๐ เรื่องข้อตกลง กับต่างประเทศ และมาตรา ๙๔ เรื่องเขตการเลือกตั้ง ท่านประธานที่เคารพ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ใช้วิธีใส่ร้ายบุคคลอื่น แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เพราะนายอภิสิทธิ์ ไม่รักษาคําพูดไว้กับพรรคร่วมรัฐบาล วันที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ผมว่าท่านจตุพรตอนนี้ ๑๑ นาทีแล้ว เหลือเวลา ๙ นาทีเท่านั้น ผมอยากจะให้ถามเลยครับ
คือถ้าไม่ประท้วงผมนี่ ที่ผมต้อง อธิบายความย้อนเพราะอะไรครับ จะได้เกิดความต่อเนื่องกันอย่างไรครับ เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ปี ๒๕๕๑ ต่อปี ๒๕๕๒ ท่านประธานจําภาพนี้ได้ไหมครับ นายอภิสิทธิ์กอดกับ นายเนวิน ชิดชอบ อย่างกับแฝดอิน จัน นายเนวิน ชิดชอบ ประกาศสัญญาลูกผู้ชายกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ผมว่ามันนอกเรื่องนะครับ
เรื่องเดียวกันเลย เรื่องเดียวกันเลย ท่านประธานฟังผมดี ๆ
อย่าไปก้าวก่าย บุคคลภายนอกนะครับ ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ นะครับ
ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณอยู่ใน ห้องประชุมเหมือนกับพวกผมนี่ละครับ ถ้าอย่างนั้น ข้อที่ ๓ ในจํานวน ๔ ข้อ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย นายอภิสิทธิ์รับเสนอทุกเงื่อนไข แล้วก็ บอกว่าเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เห็นว่ามีบางมาตราที่เป็นปัญหา ต้องแก้ในส่วนที่เป็น ปัญหา และนายอภิสิทธิ์บอกว่าตนเป็นคนแรกที่เสนอตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษา การแก้ไข ความจริงแล้วนายอภิสิทธิ์เป็นคนแรกมากกว่านั้นอีก พูดเป็นคนแรกหลังจากมี การลงประชามติในวันที่ ๑๙ สิงหาคม ปี ๒๕๕๐ บอกว่าจะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นสิ่งที่นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ได้เขียนจดหมาย เมื่อวานบอกว่าเขียนด้วยมือและลบด้วยเท้า แล้วก็บอกว่าให้จําบรรยากาศในการจับมือ ร่วมในการจัดตั้งรัฐบาลว่าเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เป็นเงื่อนไขหนึ่ง แล้วก็นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ก็พูดในลักษณะตัดพ้อต่อว่าว่า การที่คนของพรรคประชาธิปัตย์พูดว่า การยื่นญัตติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นการยื่นเพื่อประโยชน์ของนายบรรหาร และนายเนวิน หรือใครบางคน ถือเป็นคําพูดที่หมิ่นนํ้าใจและดูถูกดูแคลนกันเกินไป ถามว่า หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญใน ๒ มาตรานี้ประสบความสําเร็จ นายบรรหาร และนายเนวิน หรือใครบางคนจะได้อะไรขึ้นมาบ้าง ประการสําคัญเท่ากับเป็นการดูแคลน คณะกรรมการสมานฉันท์ไปทั้งคณะพร้อม ๆ กัน ท่านประธานที่เคารพ อย่างที่ผมเรียน กับท่านประธานว่า มีเนื้อหาในที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ที่มีการวิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย ฝ่ายเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วก็มีการแถลงออกมาข้างนอกนั้น ล้วนแต่พาดพิงถึง พันตํารวจโท ทักษิณ แต่ประเด็นที่ผมจะตั้งคําถามก็คือว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร ท่านใช้สิทธิอะไร ท่านได้ใช้อํานาจ อะไรว่าจะต้องไม่คืนทรัพย์สินของ พันตํารวจโท ทักษิณ ทั้งที่คดีความนั้นอยู่ในศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง และประเด็น ๒ ประเด็นที่พิจารณา เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องข้อตกลงตามมาตรา ๑๙๐ กับเขตเลือกตั้งตามมาตรา ๙๔ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการคืนหรือไม่คืนทรัพย์สินของ พันตํารวจโท ทักษิณ เพราะฉะนั้นการที่นายอภิสิทธิ์ทําตัวเหิมเกริมแทรกแซงกระบวนการ ยุติธรรมนั้น ถามนายอภิสิทธิ์ฐานะนายกรัฐมนตรีว่า ใช้อํานาจอะไร และสามารถ กระทําได้ตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน นี่เป็นคําถามแรก
ประท้วงอะไรครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ขออนุญาตสั้น ๆ นิดเดียวครับ เพราะว่าสมาชิกได้กล่าวพาดพิงถึงเรื่อง ของการประชุมพรรคประชาธิปัตย์ ผมก็เป็นสมาชิกพรรคแล้วผมอยู่ในที่ประชุมนั้น ผมไม่ได้ยินคําพูดที่ท่านได้กล่าวอ้างว่าท่านอภิสิทธิ์ได้พูดถึงเรื่องของการจะให้ยึดทรัพย์ อะไรทํานองนี้นะครับ แล้วก็มาตั้งเป็นคําถามสําคัญด้วยว่าเป็นการก้าวก่ายอํานาจ ตุลาการ ผมจึงขอให้ท่านช่วยส่งเอกสารที่ท่านอ้างถึงว่าที่ได้นํามาเป็ นประเด็น กระทู้ถามสดในวันนี้ ท่านมีเอกสารใดที่จะเอามาอ้างถึงว่าในที่ประชุมนั้นได้พูดอย่างนั้น กรุณาส่งให้ท่านประธานด้วยนะครับ ถ้าไม่มีเอกสารก็แสดงว่าท่านใช้ความรู้สึก ของตัวเองและกล่าวเท็จในสภา
เดี๋ยวให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ในฐานะท่านเป็นนายกรัฐมนตรี
ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะตอบ
ไม่ต้องหรอกครับ
นายบุญยอดพาดพิงผมก่อนครับ ท่านประธาน
ท่านนั่งก่อนเถอะครับ ให้นายกรัฐมนตรีท่านตอบก่อนเถอะครับ
ถ้าอย่างนั้นก่อนที่ผมจะตั้ง คําถามที่ ๒ ผมจะใช้สิทธิพาดพิงนายบุญยอด สุขถิ่นไทย
ไม่เป็ นอะไรครับ เดี๋ยวใช้สิทธิได้ครับ เชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ท่านสมาชิกใช้เวลาไปถึงเกือบ ๑๕ นาทีนะครับ ผมจะขอใช้เวลาบางส่วนแล้วก็ชี้แจงประเด็นที่พาดพิงด้วย ก็ขอความกรุณาท่านประธาน ว่าถ้าเกินเวลาไปบ้างก็เป็นความจําเป็น เพราะว่าไม่ได้ตอบเฉพาะกระทู้ ถาม แต่ว่า พาดพิง
ประการแรก ขอยืนยันว่ารัฐบาลมีความตั้งใจที่จะให้เวทีกระทู้ถามสด เป็นเวทีที่ฝ่ายค้านสามารถใช้ในการตรวจสอบและพี่น้องประชาชนติดตามได้ รัฐบาลนี้ เป็นรัฐบาลแรกครับที่ให้มีการถ่ายถอดสดกระทู้ถามสด และรัฐบาลนี้ก็เป็นรัฐบาลที่ผม ในฐานะหัวหน้ากําชับเพื่อนรัฐมนตรีว่าให้ให้ความสําคัญในการมาตอบกระทู้ถาม เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนว่า ไม่ค่อยเป็นธรรมเท่าไรที่มากล่าวหารัฐบาล หรือท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีว่าเราพยายามที่จะไม่ให้ท่านทําหน้าที่ หรือให้ประชาชนรับรู้รับทราบการทําหน้าที่ของท่าน เพราะข้อเท็จจริงมันก็ชัดเจนว่า รัฐบาลนี้เป็ นรัฐบาลแรกที่ตั้งใจที่จะให้เรื่องของกระทู้ถามสดนั้นเป็นเรื่องที่พี่น้อง ประชาชนสามารถติดตามได้
ประการที่สอง ผมก็ต้องกราบเรียนท่านประธานตรง ๆ ว่า ก็น่าเสียดายว่า กระทู้ถามสดที่ตั้งขึ้นมาในวันนี้เขียนในสิ่งที่ไม่ได้เป็นข้อเท็จจริง ผู้ถามก็ไม่ใช่สมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ และตราบเท่าที่ผมยังอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ก็คงไม่ได้เข้าไปอยู่ใน พรรคประชาธิปัตย์หรอกครับ ผมก็ไม่ทราบว่าท่านไปรู้ได้อย่างไรว่าใครพูดอะไร ในที่ประชุมพรรค ผมกราบเรียนว่า ไม่ใช่เฉพาะในที่ประชุมพรรคนะครับ กรณี คดีทรัพย์สินของ พันตํารวจโท ทักษิณ ผมพูดส่วนตัว ผมพูดต่อสาธารณะ ผมพูด ในที่ประชุมทุกกรณีเหมือนกันหมด ผมพูดว่าเป็นเรื่องที่ศาลจะต้องวินิจฉัยตัดสิน และหลักในการตัดสินก็ง่ายนิดเดียวครับอะไรที่คุณทักษิณมีสิทธิที่จะได้ก็ต้องคืน อะไร ถ้าหากว่ากฎหมายเขียนว่าคุณทักษิณไม่มีสิทธิที่จะได้ต่อไปก็ยึด ผมไม่เคยพูดเป็นอื่น เพราะฉะนั้นประการแรกก็คือว่าถ้อยคําที่ท่านอ้างทั้งหมดผมไม่เคยพูด แต่ว่าท่าน ก็ถือโอกาสแหละครับแทนที่จะสอบถามกันก่อน ก็กล่าวหาทันทีว่าผมเหิมเกริมไปก้าวล่วง ไปละเมิดอํานาจศาล อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า ใน ๒ ประเด็นที่ท่านบอกว่า ผมก้าวล่วงอํานาจศาลนี่ไม่ใช่เลย กรณีแรกผมตอบไปแล้วว่าผมไม่เคยพูด กรณีที่ ๒ เป็นเรื่องการนิรโทษกรรม ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านน่าจะทราบเรื่อง นิรโทษกรรมเป็ นเรื่องของฝ่ำยนิติบัญญัติในการที่จะออกกฎหมาย ผมก็เป็ น ฝ่ายนิติบัญญัติ ผมก็มีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นของผมว่าไม่สมควรตรากฎหมาย นิรโทษกรรมรับใช้ใครคนใดคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นไม่มีตรงไหนเลยครับที่ผมไปก้าวล่วง หรือละเมิดอํานาจศาลหรือกระบวนการยุติธรรมในการพูดของผม
ประการถัดมาอยากจะกราบเรียนครับว่า สําหรับกรณีเรื่องรัฐธรรมนูญ ก็เช่นเดียวกันก็ไม่ควรเอาคําพูดของผมไปบิดเบือน เพราะว่าเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญมันมีที่มาที่ไปชัดเจน ตอนจัดตั้งรัฐบาลคุยกันครับในบรรดาแกนนําของ พรรคร่วมรัฐบาลว่าเป็นประเด็นหนึ่ง รัฐธรรมนูญมันมีที่มาที่ไปชัดเจน ตอนจัดตั้งรัฐบาล คุยกันครับในบรรดาแกนนําของพรรคร่วมรัฐบาลว่าเป็นประเด็นหนึ่งซึ่งควรจะต้องมา พิจารณาว่าจะทํากันอย่างไร ผมก็บอกว่าผมนี่ละครับ ตั้งแต่วันที่เขาลงประชามติ หรือก่อนลงประชามติบอกรัฐธรรมนูญผ่านแล้วนี่แก้ไขได้ แต่ผมก็บอกเช่นเดียวกันนะครับ ว่าเวลาพูดแก้รัฐธรรมนูญนี่คนหนึ่งพูดก็หมายถึงเรื่องหนึ่ง อีกคนหนึ่งพูดก็อาจจะ หมายถึงอีกเรื่องหนึ่ง การแก้ไขที่พูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลมันมี ๓ ส่วน
ส่วนแรกก็คือ ประเด็นที่บอกว่าถ้าเป็นเรื่องของการที่จะไปทําผิดให้เป็นถูก ถ้าเป็นเรื่องที่มีผลประโยชน์ขัดกัน ถ้าเป็นเรื่องที่ดําเนินการแล้วสังคมจะมีความขัดแย้งนี่ ผมเห็นว่าไม่ควรทํา
ส่วนที่สองก็คือ บางประเด็นถ้าเห็นตรงกันว่าเป็นอุปสรรค คือบังคับใช้ รัฐธรรมนูญแล้วมีปัญหาจําเป็ นต้องแก้ไข หรือถ้าแก้ไขแล้วเห็นว่าทําให้ระบอบ ประชาธิปไตยดีขึ้นผมบอกผมเอาด้วย
ส่วนที่สามก็คือ ไม่เข้าข่ายทั้ง ๒ ส่วนแรกครับ เช่น กรณีระบบเลือกตั้ง ผมก็บอกว่าเรื่องนี้จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์บังเอิญไม่ตรงกับพรรคการเมืองอื่น เพราะตั้งแต่วันที่เขามีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมเป็นตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์ ไปให้ความเห็นว่า ผมเห็นว่าเขตเลือกตั้งที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันนั้นเหมาะสมและดีที่สุด เพราะลดปัญหาความแตกแยกในสังคม ป้ องกันระบบธุรกิจการเมืองได้ดีกว่าและได้ ผู้แทนราษฎรซึ่งจะคํานึงถึงการทํางานในระดับชาติมากกว่า ชัดเจนครับ ถ้าวันนี้ผมพูด เป็นอื่นก็จะกลายเป็นว่าผมเขียนด้วยมือลบด้วยเท้าครับ เพราะฉะนั้นเวลาท่านลําดับ เหตุการณ์นี่ขอความกรุณาดูข้อเท็จจริง แล้วก็เอาคําพูดต่าง ๆ เอาเหตุการณ์ต่าง ๆ มา ร้อยเรียงกันครับ ผมกราบเรียนว่า กรณีเขตเลือกตั้งนี่ผมบอกว่าถ้าทําในกรอบของ กรรมการสมานฉันท์และมีฉันทามติคือพูดง่าย ๆ มีการลงประชามติและประชาชน เห็นชอบ ผมบอกว่าถ้าดําเนินการกันในกรอบนั้นผมก็ไม่ขัดข้อง ก็ไปตกลงกันที่ทําเนียบ รัฐบาลครับ ทั้งวิปรัฐบาล วิปฝ่ำยค้าน และวุฒิสภา แต่ต่อมานี่ฝ่ำยค้านเปลี่ยนใจ ก็เป็นสิทธิของท่านก็เท่านั้นเองครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า เรื่องของการที่ท่านอ่าน หนังสือพิมพ์แล้วมา ท่านก็คงจะแก้ตัวว่าหนังสือพิมพ์ลงอย่างนั้น แต่ข้อเท็จจริง เป็นอย่างนี้และผมก็ไม่ไปโทษหนังสือพิมพ์นะครับ ไม่ไปโทษใคร คนสัมภาษณ์ รองโฆษก ผมเข้าใจว่าคุณหมอวรงค์กระมังครับที่ท่านหมายถึงคือรองโฆษก คือบางครั้งก็พูดจา สื่อสารเข้าใจกันผิดนะครับ เช่น เมื่อเช้านี้ผู้สื่อข่าวท่านหนึ่งถามผมบอกว่าเหตุการณ์วุ่น ๆ อย่างนี้มันจะเลยเดือนกุมภาพันธ์ไหม ผมก็นึกว่าหมายถึงเหตุการณ์วุ่น ๆ ผมก็บอกว่า อาจจะมีเดือนมีนาคมนิดหน่อย เขาไปตีความว่ารัฐบาลจะอยู่ถึงเดือนมีนาคมนิดหน่อย ก็เข้าใจกันผิดก็เท่านั้นเองครับ แต่ว่าไม่น่าจะเอามาเป็นสาระถึงขั้นที่จะมาตั้งกระทู้ถาม ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าผมนี่ไม่เคยมีประวัติที่พูดจาอะไรแบบนี้ และที่สําคัญไม่ควรจะกล่าวหาว่าผม เหิมเกริม ที่ไม่ควรจะกล่าวหาเพราะว่าท่านปั้นนํ้าเป็นตัวเกี่ยวกับผมหลายเรื่อง ไม่อยู่ใน รถในกระทรวงมหาดไทยบ้าง สั่งฆ่าคนบ้าง เป็นเท็จทั้งสิ้น แล้วผมก็ฟ้ องศาลอยู่ แล้วท่าน ไปอ่านคําฟ้ องด้วยครับ ถ้าอยากเห็นตัวอย่างคนที่เหิมเกริม ก้าวล่วงกระบวนการยุติธรรม ใครครับปราศรัยที่ลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ๑๑ ตุลาคม บอกสมัยนี้ศาลเชื่อถือไม่ได้ ดูบัลลังก์ต้องดูก่อนว่าสีเหลืองหรือไม่ นี่ผมพูดแบบสุภาพนะครับ เพราะถ้อยคําที่ท่านใช้นี่ หยาบคายกว่านี้เยอะ นั่นละครับก้าวล่วงศาล กระบวนการยุติธรรม ผมไม่เคยทําครับ เรื่องอื่น ๆ ท่านกล่าวหาอีกครับ เพราะต้องการปลุกปั่นให้คนเกลียดชังรัฐบาล เกลียดชังผม เช่น อ้างว่าผมถ่วงฎีกา ๒ มาตรฐานในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการถวายฎีกา อย่างนี้เป็นต้นครับ เพราะฉะนั้นก็ขอกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่เอามาเขียนใน กระทู้ถามนี้มันไม่เป็นความจริง แล้วสิ่งที่ท่านพูดก็ไม่เป็นความจริง ขอขอบพระคุณครับ
เวลาก็หมดแล้วนะครับ จะให้อีกสัก ๕ นาทีนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ใช้สิทธิพาดพิงนิดหนึ่งครับท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ขออนุญาตใช้สิทธิ พาดพิง
ใครพาดพิงใคร
ขออนุญาตทั้งคุณจตุพร พรหมพันธุ์ แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีได้เอ่ยนามว่าคนที่แถลงข่าว ในเนื้อข่าวที่คุณจตุพร เอามาอ่านนั้น ผมหมอวรงค์ครับท่านประธาน แล้วทําให้พี่น้องประชาชนเข้าใจผิดว่า ท่านนายกรัฐมนตรีกําลังจะแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมซึ่งไม่ใช่ครับ และผม ค้นหนังสือพิมพ์เอามาอ่านเรียบร้ อยแล้วครับว่าสิ่งที่คุณจตุพร พรหมพันธุ์ อ่านในหนังสือพิมพ์แล้วมาตีความ ผิดครับท่านประธาน ผมจะชี้แจงข้อเท็จจริง นิดเดียวครับเดี๋ยวพี่น้องประชาชนจะเข้าใจผิด
ก็ชี้แจงแล้วว่าไม่ได้ สัมภาษณ์อย่างนั้น ก็จบครับ มันจะเสียเวลานะครับ
ผมเรียนชี้แจงสั้น ๆ นิดเดียวครับ ท่านประธาน ๒ นาทีครับท่านประธาน
ท่านประธานต้องให้เขาชี้แจง หลังจากกระทู้ถามผมจบไปแล้ว
ถูกต้องครับ เดี๋ยวค่อย ชี้แจงตอนที่กระทู้ถามมันจบ เพราะว่าเวลาอีก ๕ นาที
เพราะว่าจะมีพาดพิงเพิ่ม
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คือตั้งใจ ฟังหน่อย ข้อที่ ๑ เรื่องไม่มีการนิรโทษกรรมให้กับ พันตํารวจโท ทักษิณ ผมก็บอกว่า ผมไม่ติดใจ เพราะว่าเป็ นเรื่องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซีกท่านไม่เห็นด้วย ก็เป็นเรื่องของท่าน แต่เรื่องกรณีข้อที่ ๒ ต้องไม่คืนทรัพย์สินให้กับ พันตํารวจโท ทักษิณ นายอภิสิทธิ์บอกว่าตัวเองไม่ได้พูดในที่ประชุมพรรค หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันพุธที่ ๒๗ มกราคม เขาได้ถอดคําถาม คําตอบ นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ที่กําลังจะขึ้นเมื่อสักครู่นี้ครับ ถามหลายข้อแล้วเขาก็ถอดเทปเป็นตอน ๆ จนกระทั่งเขาถามว่านายสุเทพได้แสดงสีหน้า อย่างไรหลังจากทราบผล นายวรงค์บอกว่านายสุเทพได้ชี้แจงว่าในช่วงฟอร์มรัฐบาลใหม่ ได้มีการพูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญบ้าง แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ข้อผูกมัดว่าจะต้องทําอย่างนั้น ทําอย่างนี้ นายอภิสิทธิ์ก็ชี้แจงในที่ประชุมว่าไม่ขัดข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่มีเงื่อนไข ๒ ข้อ ๑. ต้องไม่มีการนิรโทษกรรมให้กับ พันตํารวจโท ทักษิณ และ ๒. ต้องไม่มีการคืนทรัพย์สินให้กับ พันตํารวจโท ทักษิณ ท่านประธานที่เคารพ ถ้านายวรงค์พูดเท็จเอาสิ่งที่นายอภิสิทธิ์ไม่ได้มาพูดในที่ประชุมพรรค ทําไมเมื่อวันที่ ๒๗ ตั้งแต่เช้าวันพุธจนกระทั่งบัดนี้นายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ไม่ออกแถลงการณ์ ชี้แจงว่าไม่ได้มีการพูดถึงถ้อยคํานี้ แต่พอมีถ้อยคํานี้ปรากฏว่าไม่หนังสือพิมพ์ผิด ก็รองโฆษกพรรคแถลงผิด เอากันแบบนี้ครับท่านประธาน ไม่ง่ายไปหน่อยหรือ
ประเด็นต่อมาครับ ท่านประธานที่เคารพ พฤติกรรมของคนที่แทรกแซง กระบวนการยุติธรรม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านต้องรู้ตัวเองนะครับว่าท่านก็เป็นจําเลย อยู่หลายคดี ผมก็เป็นจําเลยอยู่หลายคดี แต่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๙ ในวรรคสอง บอกว่า ในคดีอาญาต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจําเลยไม่มีความผิด วรรคสามบอกว่า ก่อนมีคําพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทําความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทําผิดมิได้ นี่ท่านจบนิติศาสตร์ รามคําแหง ได้อย่างไร ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยพฤติกรรม พอมีถ้อยคําอันนี้จากที่รองโฆษกพรรคมาแถลงมันสอดคล้องกับพฤติกรรมว่าไปฟ้ องใคร คนนั้นจะต้องผิดทันที คือทําตัวเป็นศาลเสียเอง ไปตัดสินเสียเอง ทั้งที่รัฐธรรมนูญบอกว่า ในคดีอาญาต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจําเลยไม่มีความผิด เพราะฉะนั้น ท่านประธานที่เคารพ นายอภิสิทธิ์ฟ้ องผม เป็นหน้าที่ผมจะต้องไปต่อสู้คดี ศาลจะเป็นคน ตัดสินครับ และผมจะต่อสู้ให้ครบกัน ๓ ศาล ท่านไม่ต้องมาประนีประนอมหรือบอกว่า ไม่ต้องยอมความ ไม่ต้องยอมครับ เพราะว่าคดีนี้จะเป็นประวัติศาสตร์ให้ประเทศไทย เขาได้มีกรณีศึกษาระหว่างการทําหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ไปสู้กันในศาลครับ บางคดี ที่ท่านยังตกค้างไม่ฟ้ องผม ทําไมไม่ฟ้ องล่ะครับ ที่ผมบอกว่าท่านเป็นชายไทยที่หนี การเกณฑ์ทหาร ใช้เอกสารเท็จในการสมัครเป็ นอาจารย์โรงเรียนนายร้อย จปร. ทําไมไม่ฟ้ องล่ะครับ คดีที่ ๔ เชิญครับ
ท่านประธานครับ
มีผู้ประท้วงแล้วครับ
ท่านประธานครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ จังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า การที่ท่านประธานปล่อยให้ผู้อภิปรายตั้งกระทู้ถาม แต่ใช้วิธีการในการอภิปรายอย่างนี้ มันจะทําให้เสียเวลาสภา เพราะฉะนั้นขอให้ท่านประธานได้ควบคุมด้วยครับว่าให้ผู้ถาม ได้รีบถามครับ
ก็จะจบอยู่แล้วนะครับ
ท่านประธานครับ ผมก็ขอประท้วง บ้างครับ เพราะว่าผมก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๑ เสียงเหมือนกันครับท่านประธาน
ประท้วงเรื่องอะไร
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สุชาติ ลายนํ้าเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี เขต ๑ วันนี้ท่านประธานต้องรักษาเวลา เมื่อกี้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ขึ้นมาตอบพี่น้องประชาชนก็ฟังอยู่ พี่น้องประชาชนจะเป็นคน ตัดสินใจว่าใครถามดีและตอบไม่ดี แต่ท่านต้องปรามข้างล่างด้วยครับ ท่านบอกว่าจะให้ รักษาเวลา ท่านต้องรักษาเวลาการอภิปราย ท่านประธานครับ วันนี้กระทู้ถามระหว่าง จตุพรกับนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ครับท่านประธาน ขอบคุณมาก
ท่านประธานครับ
ประท้วงกันไป
ผมประท้วงท่านประธานที่ปล่อยให้ นายเพชรบุรีเข้ามาในห้องประชุม ท่านประธานยังไม่อนุญาตนะครับ เรื่องนี้ก็ยังไม่จบ เขาเดินมานั่งในห้องประชุมได้อย่างไรครับ ท่านประธานต้องให้ออกนะครับ
คุณอรรถพร เขาประท้วง คุณ แล้วก็ขอความกรุณาออกไปก่อนครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ชี้แจงนิดเดียวครับ ผมมาเตรียมพร้อมเพื่อทําหน้าที่ผู้แทนของคนส่วนใหญ่ เพื่อเตรียม เอกสารเรื่องหนี้นอกระบบครับ
พูดตลกเลยครับท่านประธาน ที่เคารพ
ที่นี่สภานะครับ ดูเด็กนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคําแหง คณะรัฐศาสตร์ มานั่งชมอยู่นะครับ ช่วยรักษา มารยาทนะครับ
ไม่ ท่านประธานที่เคารพให้เขาเข้ามา ในสภามาประท้วงอีกรอบได้อย่างไรท่านประธาน
ประท้วงอะไรครับคุณ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ
ท่านประธานครับ ผมประท้วง ท่านประธานให้วินิจฉัยกรณีของนายอรรถพร พลบุตร
ผมบอกเขาแล้ว
อย่าเพิ่งปล่อยให้คนอื่นขึ้นมาประท้วง ท่านต้องวินิจฉัยให้เขาออกห้องประชุมก่อน
ผมบอกเขาแล้วอย่างไร ละครับ
ผมมาเตรียมตัวเพื่อทําหน้าที่รับใช้ คนส่วนใหญ่ครับ
คุณจะทําหน้าที่อะไรก็ช่าง ท่านประธาน วินิจฉัยให้คุณออกจากห้องประชุม
ไม่ทราบทําไม ผมไม่ได้ตั้งใจจะมา ประท้วงนะครับ
คุณอรรถพร
เห็นผมแล้วเสียวหรือครับ
ไม่มีใครกลัวคุณหรอก
ช่วยนั่งลงก่อนครับ
คนในนี้ไม่มีใครกลัวคุณหรอก
อย่ามาท้าคนเพชรบุรีส่ง ๆ นะครับ
กระจอก คนอะไรก็ช่างไม่มีใครกลัว คุณหรอก คนอย่างคุณน่ะ
คนอย่างผมทําไมครับ อย่ามาท้า คนเพชรบุรีส่ง ๆ นะครับ
ผมไม่ได้ท้าคนเพชรบุรีครับ ผมท้าคุณ
คนท้าหลายคนปิดบัญชีไป ตั้งนานแล้ว
ผมท้าคุณ ผมไม่ได้ท้าคนเพชรบุรี ผมท้า คนอย่างคุณ
สภาแห่งนี้เป็นที่ทรงเกียรติ
คุณต้องออกจากห้องประชุม ท่านประธาน
ท่านประธานวินิจฉัยเถอะครับ ผมมาทําหน้าที่เพื่อเตรียมการ
ผมเข้าใจ ผมยังไม่ได้ อนุญาตให้คุณเข้าห้องประชุม ขอให้ถึงคราวคุณแล้วผมจะเชิญมาเองครับ แต่ขอ ความกรุณาออกไปก่อน
คําวินิจฉัยของท่านประธานนะครับ แต่สําหรับท่านเมื่อสักครู่นี้ชื่ออะไรไม่อยู่ในสารบบสมองผม เมื่อไรก็ได้ครับ
คุณอรรถพรช่วยกรุณา อย่าต่อความยาวสาวความยืดครับเพื่อจะได้จบ
(นายธนา ชีรวินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
มีประท้วงอะไร มันจะจบ อยู่แล้วนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมอดทนฟังกระทู้ถามสดมาตั้งแต่เริ่มต้น ความจริงก็จะลุกขึ้นประท้วง แต่เพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศ แต่ผมปล่อยตรงนี้ไปไม่ได้ครับท่านประธาน เพราะว่า ท่านสมาชิกที่ตั้งกระทู้ถามสดก่อให้เกิดความสับสนและความเข้าใจผิดของพี่น้อง ประชาชนที่ฟังอยู่ ท่านบอกว่าท่านอภิปราย ท่านบอกว่าท่านพูดหลายครั้งว่า นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์
ไม่ใช่ ประท้วงอะไร
ก็ท่านประธานฟังผมสิครับ
เอาประเด็นเลย จะพูดอะไร
ท่านประธานฟังผมสิครับ นี่กําลัง พูดครับว่า นายกรัฐมนตรีหนีทหาร ทําเอกสารปลอมเรื่องทหาร ท่านนายกรัฐมนตรีพูด ชัดเจนหลายครั้งครับว่าแน่จริงให้ไปพูดนอกสภา
คือเรื่องนี้เอาไว้ให้ ท่านนายกรัฐมนตรีตอบ
ท่านประธานฟังสิครับ พี่น้อง ประชาชนเขาฟังอยู่เขาไม่เข้าใจ หาว่านายกรัฐมนตรีทําไมไม่ฟ้ อง ก็แน่จริงออกไปพูด นอกสภาที่ไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครองสิครับ แต่ว่าท่านก็เอาแต่พูดในสภาตรงนี้เพราะท่าน จะใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองที่ท่านนายรัฐมนตรีในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฟ้ องท่านไม่ได้ ท่านต้องพูดให้ครบสิครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานผมปล่อยให้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นพี่น้อง ประชาชนจะเข้าใจสับสน ขอบคุณครับ
นั่งลงเถอะครับ เดี๋ยวให้ ท่านนายกรัฐมนตรีชี้แจงครับ
(นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ประท้วงอะไรครับ พอแล้วครับผมจะให้ต่อให้จบ ให้เวลาคุณจตุพรอีกสัก ๒ นาที
ท่านประธานครับต้องทําตาม ข้อบังคับ ที่จริงบุคคลเมื่อสักครู่นี้ไม่สามารถขึ้นมาประท้วงได้ครับ เป็ นเรื่ องที่ ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องตอบ
คือผมก็บอกแล้วครับ ผมก็ทําตามข้อบังคับแล้ว เชิญนั่งลงครับ คุณจตุพรให้อีก ๒ นาที
ท่านประธานที่เคารพ เรื่องการหนีทหารของนายอภิสิทธิ์ เรื่องการใช้เอกสารเท็จสมัครเป็นอาจารย์โรงเรียน นายร้อย จปร. ของนายอภิสิทธิ์ นายกมล บันไดเพชร ไปร้องเรียนดําเนินคดีที่ กระทรวงกลาโหม พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ยอมดําเนินคดี เรื่องก็ส่งไปที่ ป.ป.ช. ส่วนที่บอกว่าผมใช้เอกสิทธิ์วันนี้เป็นการถ่ายทอดไม่มีเอกสิทธิ์ คุ้มครองแล้วทั่วทุกหนทุกแห่งที่ผมมีเวทีปราศรัยผมก็พูด พูดมาเป็ นชาติแล้ว ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นที่นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงอย่างเป็ นความเท็จ เรื่องเขตเลือกตั้งครับท่านประธานที่เคารพ มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการจะยึดทรัพย์ หรือไม่ยึดทรัพย์ เขตเล็กพวกท่านไม่ใช่หรือถูกใบแดง ถูกศาลฎีกาสั่งจําคุกเป็นคนแรก ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ พวงใหญ่ ๑,๓๐๐,๐๐๐ จังหวัดเพชรบูรณ์จําไม่ได้หรือครับ มันอยู่ที่พฤติกรรมของคนต่างหากท่านประธาน แต่บังเอิญว่าท่านโชคดีกว่าพวกผม เท่านั้นเอง คําถามต่อมาครับท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่ถ้อยคําที่รองโฆษก พรรคประชาธิปัตย์อ้างคําพูดของนายอภิสิทธิ์ในที่ประชุมพรรคตรงกับเอกสารลับที่ นายกษิต ภิรมย์ ทําถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ เรื่องแนวทางการดําเนินการกับความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา หัวข้อ ๒.๔ ครับ บริหารจัดการ เวลาให้เป็ นประโยชน์ต่อรัฐบาลไทยที่สุดโดยการเร่งการพิจารณาคดีต่าง ๆ ของ พันตํารวจโท ทักษิณ ที่ยังคั่งค้างอยู่ เอกสารประกอบอย่างชัดเจนว่าเป็นคดียึดทรัพย์ ๗๖,๐๐๐ ล้านบาท ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับ หนังสือของนายกษิต ภิรมย์ ผมถามว่านายอภิสิทธิ์ได้เกษียนหนังสือต่อไปยังหน่วยงาน ใดบ้างหลังจากได้รับเอกสารชิ้นนี้ ซึ่งเป็นเอกสารที่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เช่นเดียวกันนายกษิต ภิรมย์ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีสิทธิอะไรที่จะไปเร่งรัดคดีของ พันตํารวจโท ทักษิณ ซึ่งอยู่ในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ที่จะตัดสินในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ นายกษิตและนายอภิสิทธิ์มีสิทธิแทรกแซงคดี อายัดทรัพย์การยึดทรัพย์ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นผมจึงเชื่อโดยสุจริตว่าการที่รองโฆษก พรรคประชาธิปัตย์เอาคําพูดของนายอภิสิทธิ์มาแถลงแล้วหนังสือพิมพ์มติชน และหนังสือพิมพ์อีกหลายฉบับมาลงข่าวแล้วก็ไม่ได้มีการฟ้ องร้อง นั่นเป็นการยืนยันว่า ถ้าไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ท่านขยันไปศาลอยู่แล้วไม่ใช่หรือ ไปวันละ ๓ เวลาก็มีความสุข แต่ผมบอกกับท่านประธานว่าถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่า
ถามแล้วครับ มันเกินเวลา ไป ๓ นาที
เมื่อได้รับหนังสือจาก นายกษิต ภิรมย์ ลงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน นายกษิตได้มีหนังสือแทรกแซงกระบวนการ ยุติธรรมชัดเจน นายอภิสิทธิ์รับหนังสือแล้วได้ส่งไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ตามเอกสาร หนังสือของนายกษิตหรือไม่ เพราะมันตรงกับสิ่งที่เป็ นคําพูดในที่ประชุม พรรคประชาธิปัตย์
ขอบคุณครับ จบ ถามแล้ว เชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานครับ
มีอะไรอีก
ผมขอใช้สิทธิพาดพิงครับ ท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกอภิปรายตอบโต้ที่ผมได้กล่าวว่า ทําไมไม่ออกไปพูด นอกสภา เรื่องนี้จะได้ใช้สิทธิ ท่านก็ลุกขึ้นบอกว่าท่านพูดมีการถ่ายทอดซึ่งหากเสียหาย จะถูกฟ้ องร้อง
ท่านประธานครับ ขออนุญาต ประท้วงครับ
มีผู้ประท้วงอีกแล้ว
ผมกราบเรียนครับว่าเอกสิทธิ์นั้น
เดี๋ยวให้เขาสักนิดหนึ่งครับ
ต้องให้ท่านนายกรัฐมนตรี ชี้แจงแล้วครับ
ผมนิดเดียวจบแล้วครับ
ท่านธนานั่งลงก่อนครับ ค่อยชี้แจงทีหลัง
ครับท่านประธาน
ท่านผู้ประท้วงนั่งลงครับ ให้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านชี้แจงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประเด็นที่ท่านสมาชิกได้ถามเพิ่ม แล้วก็ที่ได้กล่าว อภิปรายเพิ่มผมคงจําเป็นจะต้องชี้แจงหลายเรื่อง
ประการแรก ท่านบอกว่าผมไม่ต้องชี้แจงแล้วเรื่องนิรโทษกรรม เพราะท่าน ยอมรับแล้ว ผมจําเป็นต้องชี้แจงเพราะในกระทู้ถามท่านเขียนมาอย่างนั้น ท่านเขียนมา ประกอบเหตุผลว่าผมไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมเพราะพูดเรื่องนิรโทษกรรม ผมก็ อธิบายให้ท่านฟังว่าเรื่องนิรโทษกรรมเป็ นเรื่องอํานาจของฝ่ำยนิติบัญญัติที่จะมี การดําเนินการผมไม่ได้ไปแทรกแซง ผมก็ต้องชี้แจง ท่านเข้าใจแล้วก็ดีแล้ว คราวหลัง ก่อนเขียนกระทู้ถามก็ทําความเข้าใจกับประเด็นที่จะถามเสียก่อนนะครับ
ประการที่สองครับ พฤติกรรมที่ท่านพยายามกล่าวหาผม ผมก็ยืนยันว่าผม ตอบตามความเป็นจริง สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่ประชุมในวันอังคารยืนยันได้ตรงกัน หมดนะครับว่าไม่มีใครพูดถึงเรื่องทรัพย์สินของ พันตํารวจโท ทักษิณ ที่จะถูกยึดหรือ ไม่ถูกยึดเลยครับ พูดกันในเรื่องรัฐธรรมนูญว่าต้องไม่แก้ในประเด็นที่มีความขัดแย้ง ไม่แก้ ในประเด็นที่ทําให้เกิดความแตกแยกในสังคม ทําผิดเป็นถูก แล้วก็เรื่องเขตเลือกตั้งนั้น ก็เป็นความเห็นของท่าน ผมก็บอกแต่ว่าประเด็นเขตเลือกตั้งก็ไม่ใช่ทั้งในข่ายประเด็นที่เรา บอกว่าไม่สมควรจะแก้ไข หรือประเด็นที่เราบอกว่าต้องแก้ไข ก็บอกเป็นเรื่องที่จุดยืนแต่ละ พรรคแตกต่างกันไป ผมกราบเรียนท่านครับ ท่านก็กล่าวพาดพิงที่ผมฟ้ องร้องหรือ ไม่ฟ้ องร้องท่าน บังเอิญเรื่องประเด็นการรับราชการทหารของผม ผมก็ชี้แจงในสภาไปแล้ว หลังจากนั้นก็ไม่มีรายงานขึ้นมาว่าท่านไปพูดที่ไหน ท่านก็มาพูดอีกครั้งตอนตั้งกระทู้ถาม แล้วผมให้ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ตอบ แล้วท่านก็บอกว่า ผมไม่รู้ท่านจบกฎหมายหรือจบ อะไรนะครับ แต่ท่านอ่านรัฐธรรมนูญให้ดีนะครับ เวลาท่านกล่าวหาผมในสภาผมฟ้ อง ท่านไม่ได้แม้จะมีการถ่ายทอดสด เพราะฉะนั้นกราบเรียนว่าถ้ารายงานขึ้นมาผมก็ ดําเนินการครับ ผมก็ไม่ได้อยากไปศาลหรอกครับ ท่านคิดว่าผมมีความสุขกับการไปศาล ไม่เลยครับ ผมฟ้ องร้องไม่กี่คนหรอกครับ ฟ้ องมากที่สุดก็ท่านครับ เหตุผลที่ต้องฟ้ อง เพราะว่าท่านปั้นนํ้าเป็นตัวจริง ๆ กล่าวหาในสิ่งที่เป็นเท็จโดยสิ้นเชิง พูดซํ้าแล้วซํ้าเล่า จนตัวเองเชื่อคําโกหกของตัวเอง คนเขาก็ทนไม่ได้เขาก็บอกว่าแล้วจะให้เชื่อหรืออย่างไร จําเป็นจะต้องใช้สิทธิในการฟ้ องร้อง ผมฟ้ องเสร็จผมก็ไปศาลท่านไม่ไปก็เป็นสิทธิของท่าน แต่จะบอกให้ท่านทราบนะครับว่าพฤติกรรมเหิมเกริมที่ไปก้าวล่วงศาลนั่นนะครับ ที่ท่าน ไปพูดที่ผมสรุปเมื่อสักครู่ที่ท่านไปว่าศาลนั่น ทนายท่านยอมรับแล้วนะครับว่าท่านพูด บังเอิญวันนั้นท่านไม่ได้ไป จะได้ทราบครับว่าใครมีพฤติกรรมเหิมเกริมแล้วก็ละเมิดศาล ก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่าผมไม่ได้พูดประโยคที่ท่านกล่าวหาว่าผมพูดที่เป็นที่มาของ กระทู้ถาม ส่วนเอกสารของท่านรัฐมนตรีกษิต ผมก็ไม่แน่ใจนะครับ เรื่องก็นานมาแล้ว แต่ว่าผมเข้าใจว่าเป็นการรายงานวิเคราะห์สถานการณ์ ถ้าผมจําไม่ผิดผมก็คงเกษียนว่า ทราบ แล้วเท่าที่ผมจําได้ก็ไม่ได้เป็นอย่างที่ท่านกล่าวหาว่าเป็นเรื่องการไปแทรกแซง กระบวนการยุติธรรมครับ เป็นการวิเคราะห์สถานการณ์เท่านั้นเองครับ
จบกระทู้ถามสดที่ ๑ ครับ หมดเวลาแล้วครับ กระทู้ถามสดที่ ๑ ผมให้เวลาเกินไปเยอะแล้วครับ
ท่านประธานที่เคารพ คือปกติแล้ว ก็จะมี ๓ คําถาม ท่านประธานอ้างเรื่องเวลา ท่านนายกรัฐมนตรีก็ใช้วิธีการพาดพิงแล้วก็ ตีหัวเข้าบ้านแบบนี้ไม่ได้ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องวิธีพิจารณาความอาญา ไม่ได้เลย ท่านประธานที่เคารพ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ใช้สิทธิพาดพิงตามที่ท่านประธานตกลงไว้ครับ
ท่านประธานครับ ผม สุนัย ประท้วง คุณจตุพรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงตามที่ท่านประธานตกลงกับผมไว้ครับ
เดี๋ยวครับให้ผู้ประท้วง ผู้อาวุโสข้างหลัง เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ขอประท้วงคุณจตุพร คุณจตุพรได้บอกแล้วว่าได้กล่าวเรื่องนายกรัฐมนตรีหนีทหารนี่ไม่ใช่ เฉพาะในสภา ได้กล่าวข้างนอกตั้งหลายครั้ง ผมจึงเห็นใจท่านนายกรัฐมนตรีมาก อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีฟ้ องคุณจตุพรสักทีสิครับเรื่องนี้ แล้ วบางเรื่องท่านนายกรัฐมนตรีก็จําไม่ได้ อะไรที่เสียเปรี ยบนี่ชัดเจน อย่างคุณกษิตทําหนังสือไปนี่ คุณนายกรัฐมนตรีอย่าตลบตะแลงสิครับ
มีผู้ประท้วงแล้ว พอแล้วครับ
ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ ผมไม่ยอมนะครับท่านประธาน ผมประท้วงท่านผู้อภิปรายครับ อย่าใช้วาจาสามหาว เหน็บแนมตลอดเวลาเลยครับ
ครับ
ต้องถอนนะครับ อย่างนี้ใช้ไม่ได้นะครับ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากี่สมัยแล้วที่ทําตัวแบบนี้ จะตีกินแบบนี้ตลอดหรือ
พอแล้วกระมังครับ
ไม่ใช่ แม้แต่ท่านผู้อภิปราย ผู้ถาม กระทู้ถาม พูดวาจาสามหาวหยาบคายมาโดยตลอด ไม่เคยให้เกียรติเลยครับ ไม่เคย ให้เกียรติท่านนายกรัฐมนตรีเลยนะ พูดนาย ๆ ตลอด เคยไหม แล้วคิดว่าเขาจะให้เกียรติ คุณหรือ
ท่านประธานที่เคารพ ปล่อยให้พูด อย่างนี้อยู่ได้อย่างไรท่านประธาน
ก็ท่านพูดเอง จะปล่อยได้อย่างไร ท่านประธานต้องปล่อยผม ท่านนายกรัฐมนตรีท่านมีเมตตาธรรมพอที่ท่านไม่ฟ้ องท่านนะ
เมตตาอะไร ท่านประธาน ท่านให้ประท้วงใช่ไหม เดี๋ยวผมใช้สิทธิพาดพิง
ท่านไม่ฟ้ องนี่ไม่เมตตาหรือ ยังไม่รู้สํานึก ตัวเองเลยว่าตัวทําอะไรไป
พอหรือยังครับ
ท่านประธานที่เคารพ
ท่านประธานครับ ต้องให้รู้สํานึกบ้าง สิครับว่าคนเรากระทําอะไร
มันอะไรกันล่ะท่านประธาน ปล่อยเปิดไมโครโฟนให้เขาพูดแบบนี้ เอาแบบนี้กันหรือ สนุกกันหรือ
ได้ แบบนี้ก็ได้ไม่มีปัญหา ผมไม่มีปัญหา จะเอาอย่างไร
อายุ ๕๘ ปี แล้วควรจะ รู้สึกรู้สาบ้าง
ผมขอแล้วตั้งแต่แรก จําไม่ได้หรือ
วันนี้เจอนักเลงกินเปล่าทั้งบางเลย
ไม่ใช่กินเปล่า คนอย่างผมไม่เคย กินเปล่าใครนะครับท่านจตุพร
เจอนักเลงกินเปล่าหมดเลยครับ
พอแล้วครับ นั่งลงเถอะครับ
คุณอาจจะท้าใครก็ได้ว่านักเลงกินเปล่า ผมไม่เคยกินเปล่าใคร ผมพูดเรื่องจริงในสภา คุณไม่เคยให้เกียรติท่านนายกรัฐมนตรี คุณพูดนาย ๆ ไปตลอด ตีกินมาโดยตลอด แล้วก็คิดว่าตัวเองมีศักดิ์ศรีพอจะประชุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือ
ท่านประธานครับ ต้องปิด ไมโครโฟนแล้วครับท่านประธาน ไม่อย่างนั้นมันก็เกิดเรื่องอย่างนี้ครับ
ก็บอกให้นั่งลงครับ บอกพอแล้ว
ต้องปิดไมโครโฟนเลย ท่านประธาน ให้เขาพูดได้อย่างไรล่ะครับ
คุณก็อีกคนเหมือนกันจะบอกให้
ท่านประธานครับ นี่สภาหรือตลาด ถ้าท่านประธานปล่อยให้คนมาโต้อยู่ในสภา
นี่สุดยอดจริง ๆ ครับ ท่านประธานที่เคารพ เปิดสภามีนักมวยมาเต็มเลยครับ มือปืนก็มี
มันไม่ใช่นักมวย แต่คุณอย่ามาตีกิน แบบนี้ เพราะว่าประชาชนเขาฟังอยู่ว่าอะไรข้อเท็จ ข้อจริง คุณพูดจาวกวนซํ้าซาก ในเรื่องนายกรัฐมนตรีมาตลอด
ท่านประธานปล่อยแบบนี้ใช่ไหม ปล่อยแบบนี้ใช่ไหมครับ
ท่านประธานปล่อยให้คะแนนเต็ม ๆ เลยครับ ตอนนี้ประชาชนให้คะแนนอยู่
ตอนนี้ประชาชนเขามอง อยู่ครับ ใครทําอะไรในสภานี้เขามองอยู่
ท่านประธาน ผมประท้วงท่านประธาน
เขารู้แล้วว่าใครทําอะไร เราจึงมีการสัมมนากันตลอดครับ แล้วก็นี่เด็กนักศึกษาอยู่ข้างบน อายเขาบ้างสิ
ท่านประธานครับ ผมประท้วง ท่านประธานใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘ ขอให้ท่านประธานใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘ ให้ชัดเจน
ข้อบังคับก็ให้ท่านนั่งลง ท่านก็ไม่นั่ง
ผมจะนั่งครับ ชัดเจน แต่อย่าใช้วาจา สามหาวหยาบคายอย่างนี้นะครับ
ท่านนั่งลงครับ ทางนี้ ก็นั่งลงครับ
ท่านประธานครับ ผมต้องประท้วงท่านประธานแล้วครับ ผมประท้วงท่านประธาน ผม อดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคเพื่อไทย ผมขอประท้วงท่านประธาน ตามข้อบังคับ ข้อ ๘ (๓) ขอให้ควบคุมการรักษาความสงบเรียบร้อยในที่ประชุมสภา
ครับ
ท่านประธานครับ ท่านประธาน จะปล่อยให้คนที่ลุกขึ้นมาอภิปรายแบบนั้นไม่ได้
ก็ทุกฝ่ายแหละลุกขึ้นมา
ไม่ได้ครับท่านประธาน
ท่านต้องเข้าใจนะ ประธานกําลังควบคุมอย่างเต็มที่
ท่านประธานมีมาตรการ หลายอย่างครับ ท่านประธานปิดไมโครโฟน ท่านประธานเคาะค้อน หรือท่านประธาน ลุกขึ้นทุกคนก็ต้องหยุดแล้ว ท่านประธานต้องทําให้เหมาะสมกับเวลาครับ ท่านประธาน ปล่อยให้พูดแบบนี้มันก็มีเรื่องกันสิครับ
ก็ทุกคนเสมอภาคกันครับ มีสิทธิเสมอภาค
ไม่ได้ครับท่านประธาน เสมอภาคไม่ได้
ผมก็พยายามควบคุม แล้วครับ แต่ควบคุมไม่อยู่จะให้ทําอย่างไร แม้แต่ท่านเองผมยังคุมไม่อยู่ ให้ท่านนั่ง ท่านยังไม่นั่งเลย
ไม่ใช่ครับท่านประธาน ผมพร้อมที่จะนั่ง แต่ผมกําลังเรียนท่านประธานว่าให้ท่านประธานควบคุมให้เรียบร้อย
ผมจะปฏิบัติตามข้อบังคับ ข้อ ๘ เชิญนั่งลงครับ ไม่ให้ประท้วงแล้ว เชิญนั่งลง
ไม่ใช่ประท้วงครับ ผมขอพาดพิง
ก็นั่งลงก่อนสิครับ ผมเชิญนั่งลงก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพ พรรคเพื่อไทยนี้เชื่อประธานเต็มที่อยู่แล้ว จะนั่งลงก่อนครับ
ขอเชิญทุกฝ่ำยเลย คุณจตุพรพอแล้วนะครับ
ท่านนายกรัฐมนตรีพูด ผิดกฎหมายครับท่านประธาน แล้วก็พาดพิง ปกติเป็นคําถามที่ ๓
ผมไม่อนุญาตแล้วครับ
คือท่านประธานปล่อยให้ นายกรัฐมนตรีท่านไม่รู้วิธีพิจารณาความอาญา กรณีการขึ้นศาลเพื่อไต่สวนผู้ร้อง
ท่านประธานที่เคารพครับ ของผม ถูกพาดพิงตั้งนานแล้วครับ
ฝ่ายจําเลยไม่ต้องไปศาลไม่รู้หรือ
ท่านพอแล้วครับ พอแล้วครับ
เขาเป็นสิทธิที่จะไม่ไป แต่นี่มาทํา อวดตัวได้อย่างไรว่าตัวเองแสดงความกล้าว่าตัวเองไป ท่านประธานที่เคารพ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมบอกว่าเป็นสิทธิของท่านนะครับ
เมื่อกี้ไม่ได้พูดบอกว่า เพราะผม ไม่ได้ไป
พอแล้วครับ คุณจตุพร หมดเวลาแล้ว กระทู้ถามที่ ๑ หยุดได้แล้วครับ
ท่านประธานที่เคารพ อย่างนี้ เพื่อความสบายใจนายกรัฐมนตรี วันศุกร์ที่ ๑๙ เวลาเที่ยงผมจะพูดเรื่องการหนีทหาร หน้ากองทัพบกและถ่ายทอดบันทึกฟ้ องเลยครับเพื่อความสบายใจ ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน
ครับ
ท่านประธานครับ กรุณา ส่งเทปให้ผมด้วยนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ด้วยความยินดีครับ
เออ เอา ๆ เจ้าของ กระทู้ถามที่ ๒ เขากําลังนั่งอยู่ตรงนี้
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ใช้สิทธิพาดพิงตามที่ท่านประธานได้บอกไว้นะครับ
ให้จบกระทู้ถามก่อน แล้วก็ค่อยพาดพิง
ครับ ไม่ได้ครับท่านประธาน ปล่อยไว้ไม่ได้ครับท่านประธาน แล้วผมเสียหายครับท่านประธาน กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์
ผมประท้วงครับท่านประธาน ผมเป็นฝ่ำยท่านประธานครับ ท่านประธานก็ออกคําสั่งแล้วว่าให้จบกระทู้ถามก่อน นี่ไม่ฟังอย่างนี้ไม่ได้ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สัมพันธ์กันครับท่านประธาน
ผมนี่เคารพประธานที่สุด
เป็นเรื่องที่คุณจตุพร พรหมพันธุ์ เอามาตั้งเป็นกระทู้ถามครับท่านประธาน
ผมอยู่ฝ่ายประธาน ประธานสั่งแล้ว นั่งก่อน คุณหมอวรงค์น่ะ
ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลกครับ ในฐานะรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์
ท่านประธาน ไม่ได้นะครับ ท่านประธานสั่งแล้ว ถ้าอย่างนั้นท่านประธานต้องถอนคําพูดก่อน
ผมว่าถ้าจบกระทู้ถาม
ท่านประธานครับ ผมขอชี้แจงสั้น ๆ
ไม่ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นท่านประธาน ต้องถอนคําพูดก่อนครับ
ผมเพียงแค่ชี้แจงให้เกิดความเข้าใจ ที่ถูกต้องครับ เพราะว่ากระทู้ถามที่คุณจตุพรเอามาตั้งในวันนี้เป็นกระทู้ถามบิดเบือนครับ ท่านประธาน
ไม่ได้ครับ ท่านประธานสั่งแล้ว ศักดิ์สิทธิ์ครับ คุณหมอวรงค์ต้องนั่งก่อน ไม่อย่างนั้นท่านประธานต้องถอนคําพูดก่อน
ถ้าอย่างนั้นนั่งทุกคนครับ นั่งทุกคนทั้ง ๒ ฝ่ายนั่งทุกคน ต่อไปเป็นกระทู้ถามที่ ๒ ครับ
สิทธิพาดพิงเสียก่อนเถอะครับ
ไม่ละครับ จบกระทู้ถามแล้วจะให้พาดพิงครับ
ไม่ได้ชี้แจงในสภานี้ จะเสียหายนะครับ
ผมไม่อนุญาตครับ
ท่านประธานครับ ผมเสียหาย นะครับท่านประธาน
ผมไม่อนุญาตครับ
ผมนิ่งไม่ได้ครับท่านประธาน วันนี้ ผมไม่ยอมครับท่านประธาน
ไม่อนุญาตครับ นั่งลง ก่อนครับ จบกระทู้ถามทุกกระทู้ถามเสร็จแล้วผมจะให้พาดพิงนะครับ เดี๋ยวไม่มี ปัญหาครับ เอากระทู้ถามที่ ๒ ครับ
๑.๒.๒ กระทู้ถามที่ ๐๘๑ ส. เรื่อง การตรวจสอบที่ดินที่บริเวณ เขากระโดง อําเภอเมือง และที่ดินริมหนองนํ้า อําเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ (ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรีครับ
เรียนเจ้าของกระทู้ถามครับ เชิญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย กลุ่มที่ ๖ กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรีและจังหวัดสมุทรปราการ ผมขอ ยื่นกระทู้ถามสด ถาม ท่านนายกรัฐมนตรี กระทู้ถามอยู่ในมือท่านประธานแล้ว รายละเอียดต่าง ๆ มันเป็นข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่กระผมตรวจสอบ ในฐานะเขียนสํานวน เป็นพนักงานสอบสวน ๑๑ ปี ที่กองปราบ เรียนหนังสือด้านปริญญากฎหมายก็หลายใบ อ่านแล้วมันงง จึงขออนุญาตท่านประธานต้องอ่านเอกสาร ผมดูหน้าตาท่าน นายกรัฐมนตรีวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีอารมณ์ดี จะหยิบเนคไท (Necktie) ผิดหรือเปล่า ผมไม่ทราบ เพราะท่านผูกสีแดง ผมติดตามท่านนะ แล้วผมก็ดูท่าน เพราะจะว่าไปแล้ว ท่านประธาน ผมกับท่านนายกรัฐมนตรีรู้จักตั้งแต่ท่านเรียนที่ประเทศอังกฤษ แล้วเวลา ท่านพักเรียนท่านก็กลับมาประเทศไทย ตอนนั้นผมอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ผมเป็น คนปราศรัย เป็นคนคุมเวทีที่ท้องสนามหลวง ท่านมาทบทวนความหลังผมก็นึกออกว่า อ๋อ นี่ท่านนายกรัฐมนตรี ผมดูการแต่งตัวว่าท่านใส่สูทลองแวง (Lanvin) ของประเทศฝรั่งเศส หรือประเทศอังกฤษ ผมนี่ใส่ลองแวงของประเทศฝรั่งเศส แล้วผมก็ใส่เซกน่า (Seckna) ของประเทศเยอรมนี แต่เมื่อสักครู่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่ารัฐบาลของท่านเป็นรัฐบาลแรก ถ่ายทอดสดเวลายื่นกระทู้ถามสด ท่านนายกรัฐมนตรีต้องย้อนความหลังว่าคนที่มี ความคิดเรื่องถ่ายทอดสดการประชุมสภาคือ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ไม่ว่าจะเป็น ประชุมรัฐสภา ประชุมงบประมาณ ญัตติไม่ไว้วางใจและหรือกฎหมายสําคัญผมเป็นคน ต่อสู้กับ พลเอก ชาติชาย บอกต้องให้โอกาสฝ่ายค้านเขาได้แสดงออกเหมือนต้มนํ้า มันต้องมีพวยกา ผมบอกท่านประธานผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีสมัยผมเชิญฝ่ายค้าน ไปออกโทรทัศน์ทีละ ๑ ชั่วโมงเอาไปเลย การเมืองมันจะได้ผ่อนคลาย การเมืองมันจะได้มี ทางออก แล้วประชาชนยุคโกลบัลไลเซชัน (Globalization) เขาเข้าใจว่าใครพูดมันฟังได้ ใครพูดมันฟังไม่ได้ ใครพูดมันใช้ไม่ได้ สักนิดเดียวครับก่อนเข้าเรื่อง เมื่อกี้คุณฟังทางบ้าน หรือหลายคนที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ไปเข้าใจว่าจังหวัดเพชรบุรีมันดุเดือด เลือดพล่าน ไม่ใช่หรอกครับ สมัยผมเป็น ร้อยตํารวจโท เมื่อปี ๒๕๑๗ ผมได้รับคําสั่งด่วน จากกรมตํารวจให้ไปเป็นหัวหน้าหน่วยปราบมือปืนเมืองเพชร ผมเดินทางไปอยู่ ๘ เดือน พักที่หาดเจ้าสําราญ อ้ายโจ๊ก เตาถ่าน อ้ายหาร เตาแก๊ส อ้ายแอ๊ด เตาปูน อ้ายโป๊ ก บ้านโป่ง กํานันช้อง ช่องตะแก ผู้ใหญ่มั่น บ้านลาด ๘ เดือนผมจับมาคุยกันหมด สุดท้าย ก็เรียบร้อย แต่จังหวัดเพชรบุรีนี่เขาคนจริงคนจังคนดังเมืองเพชร แต่เขาไม่ได้เลวร้าย อย่างที่คิด แต่คําพูดเมื่อกี้บอกอีก ๓ ศพ คนก็แปลได้ ถ้าผมนั่งข้างล่างผมก็นึก เอ๊ะ แล้วศพที่ ๔ จะถึงผมไหม แต่พอสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอธิบายว่า ๓ ศพนี่ยังไปงานศพ ไม่ครบ ตรงนี้ก็จบไป
ท่านประธานที่ผมตั้งเรื่องถามกระทู้ถามสดเรื่องนี้ก็เพราะว่าไม่ได้มี เจตนาเลยที่จะมากระทบกระทั่งท่านประธาน ไม่ได้มีเจตนาจะมาย้อนเกล็ด พรรคประชาธิปัตย์ ที่ผมมายืนตรงนี้ไม่ได้หมายความว่าผมจะเลียนแบบนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ว่าท่านยืนตรงนี้แล้วจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ครับ แต่อยากจะกระตุก ความรู้สึกนึกคิดของท่าน เมื่อตอนท่านเป็นผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปราย ไม่ไว้วางใจท่านสมัคร สุนทรเวช ผมเจ้าของรหัสฉายา มท. ๑ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ผมไม่ใส่ดอกเตอร์เพราะเมียเขาดุ บอก ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง คนรู้จัก แล้วจําได้แม่น ผมถูกพรรคประชาธิปัตย์ก็คือพรรคพวกท่านนายกรัฐมนตรีนี่ครับอภิปราย เสียหายบอกว่าผมนี่ในฐานะ มท. ๑ พรรคพลังประชาชน ขณะนั้นปกป้ องท่านประธาน ท่านประธานทําผิดไม่ว่าจะเป็ นการบุกรุกที่ดินเขากระโดงเป็ นที่ของการรถไฟ แห่งประเทศไทย ท่านประธานไปบุกรุกที่สตึก ไปบุกรุกหนองนํ้า ไปปิดกั้นหนองนํ้า คนฟังทางบ้านเชื่อพรรคประชาธิปัตย์ เพราะท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้เปรียบ วาจาของท่านเหนือคนอื่น ๆ ผมรู้ ผมเข้าใจ เขาบอกว่าไปทางไกลรู้กําลังม้า นานเวลาจึงรู้ นํ้าใจคน เหตุการณ์ผ่านมา ๑ ปีเศษ ๆ พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ถ้าจะบอกว่า คุณชวรัตน์เป็น มท. ๑ คุณชวรัตน์ไม่ได้คุมกรมที่ดิน คนที่คุมกรมที่ดินคือคนของ พรรคประชาธิปัตย์ คือ นายถาวร เสนเนียม ๑ ปี เศษที่ผ่านไปท่านนายกรัฐมนตรี ท่านมีวิญญาณฝ่ายค้านเดิมติดตัวไหม ถ้าท่านมีวิญญาณฝ่ายค้านท่านต้องตามไปดูสิว่า เอ๊ะ ที่อภิปราย มท. ๑ เฉลิมเขาไว้ เขาไปปกป้ องไหม วันนั้นผมตอบผมจําได้ ผมบอก ท่านประธานไม่เคยมาขอผม คุณอาผู้หญิงก็ไม่เคยมาขอผม แล้วผมบอกว่าผมเชื่อว่า ท่านประธานอยู่ตรงนี้มานานไม่คิดทําผิดอย่างที่พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหา กล่าวหาว่า ผมปกป้ องท่านประธานไม่พอ ยังกล่าวหาว่าผมไปกลั่นแกล้งผู้คนในพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ผมไม่มีความประพฤติอย่างนั้น ตั้งแต่เล็กจนโตเรื่องกลั่นแกล้งคนผมทํา ไม่เป็ น แต่จากบุคลิกลักษณะความเป็ นนายตํารวจ ความเป็ นครูฝึ กคอมมานโด (Commando) อยู่หน่วยสวาท (SWAT) ซึ่งมันต้องปฏิบัติการรุกรบ มันก็ทําให้ บุคลิกลักษณะกลายเป็นคนแอกเกรสซีฟว์ (Aggressive) จริง ๆ ไม่ใช่ ผมขออนุญาต เบื้องต้น กระทู้ถามสดถามท่านนายกรัฐมนตรีว่าการบุกรุกที่สาธารณะคือที่เขากระโดง และที่อําเภอสตึก ที่ท่านนายกรัฐมนตรีกับคณะเมื่อครั้งที่ทําหน้าที่ผู้นําฝ่ำยค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร ท่านปฏิเสธไม่ได้หรอกครับว่าท่านไม่ได้อภิปราย เพราะเวลา อ่านญัตติ พออินโทร (Intro) เสร็จท่านก็บอกว่ารายละเอียดต่าง ๆ บรรดาสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ คือลูกพรรคของท่านจะได้อภิปรายนั่นแปลว่าท่านรับรู้ นั่นแปลว่า ท่านรับทราบ ท่านต้องมีการซักซ้อม ท่านต้องมีการทําความเข้าใจ ปัจจุบันมีการตื่นตัว และการหวงแหนสมบัติของแผ่นดิน ที่สาธารณะ ที่ดินของทางราชการ มีไว้เพื่อประโยชน์ ร่วมกัน รวมทั้งที่ป่าสงวนและอุทยานแห่งชาติ อันเป็นแหล่งต้นนํ้าลําธาร มีกลุ่มนายทุน ข้าราชการ นักการเมืองได้สมคบร่วมกันบุกรุกเข้าไปทําลายสมบัติของชาติ แสวงหา ผลประโยชน์โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายแผ่นดิน แต่กลับไม่มีการสะท้อนที่จะมี การตอบรับปกป้ องผลประโยชน์ของชาติจากหน่วยราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้อง สมัยผมเป็น มท. ๑ ผมประกาศเด็ดขาด ผมดําเนินการ ๑ ๒ ๓ รัฐบาลชุดนี้ไม่มี นายกรัฐมนตรี เวลาตอบปฏิเสธได้ แต่ไม่กระเหี้ยนกระหือรือ ไม่ได้คิดค้นนิยมแต่ประกาศพระราชกําหนด รักษาความเรียบร้อยอะไรของท่าน พระราชกําหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน พระราชบัญญัติ กอ.รมน. ชอบตรงนั้น ที่ดินทรัพย์สมบัติซึ่งเป็นแนชชันนัล แอสเซท (National asset) นายกรัฐมนตรีสนใจบ้างหรือไม่ ติดตามข่าวไม่ค่อยมี ท่านประธาน รัฐบาลภายใต้การนํา ของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้แถลงนโยบายไว้ซึ่งเป็นรัฐบาลแรก ในระบอบประชาธิปไตยที่ไปแถลงนโยบายที่กระทรวงการต่างประเทศ ผมไม่ได้เขียนว่า แถลงนโยบายต่อรัฐสภาไม่เป็นอะไร สถานการณ์อิเมอร์เจนซี (Emergency) ฉุกเฉิน ไม่ว่ากัน ท่านนายกรัฐมนตรีได้บอกว่าจะต้องรักษาปกป้ องทรัพยากรของชาติเอาไว้ ๒ เขาที่มีข่าวไม่ว่าเขายายเที่ยง ไม่ว่าเขาสอยดาว ไม่ได้มีพิกุล หลุดออกจากปาก ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านอาจจะตอบได้ท่านไม่แทรกแซง แต่อย่างน้อย ๆ ข่าวมันออกทั้งประเทศ ข่าวมันออกทั่วโลก ท่านนายกรัฐมนตรีผู้ที่ได้รับความชื่นชม คะแนนนิยม ๗๘.๒ เปอร์เซ็นต์ ผมไม่อิจฉาท่านนายกรัฐมนตรี ระวังคนใน พรรคประชาธิปัตย์เขาอิจฉาเพราะท่านนําโด่งไปคนเดียว ๗๘.๒ เปอร์เซ็นต์ ลงมา ๗ ลงมา ๒ นอกนั้นเป็น ๐ ท่านไม่เคยพูดถึงเลย กรณีการบุกรุกที่ดินที่สาธารณะอําเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นหนองนํ้าก็มีการกล่าวหาท่านประธาน และคุณอาผู้หญิงของผมบอก ทับซ้อนที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ที่เขากระโดงบอกทับซ้อน ที่สตึกบอกบุกรุกหนองนํ้า ท่านในฐานะผู้นําฝ่ำยค้านในสภาผู้แทนราษฎรวันนั้น วันนี้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ๑ ปีเศษที่ผ่านไป
ผมขออนุญาตประทานกราบเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีในคําถาม ข้อที่ ๑ ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้เข้ามาบริหารประเทศ ๑ ปีเศษ ได้มีการดําเนินการ ในเรื่องนี้อย่างไร มีการสอบสวนพิสูจน์สิทธิที่ดินทั้ง ๒ แห่ง ที่สาธารณะที่อําเภอสตึก ที่ดิน การรถไฟแห่งประเทศไทย ที่เขากระโดง ท่านนายกรัฐมนตรีอย่าไปโยนให้บุญจงตอบ เพราะบุญจงเขาไม่ได้ว่าท่านประธานผิด ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นคนนําอภิปราย แล้วลูกพรรคของท่านเป็นคนบอกว่าผิด แล้วกล่าวหาว่าผมปกป้ อง กล่าวหาช่วยเหลือ ท่านประธาน ผมก็ตอบว่าผิดถูกนี่มันยังไม่ได้ตัดสิน แล้วท่านประธานไม่เคยขอร้องผม แล้วผมไม่เคยไปช่วยท่านประธาน ถ้าจะโยนให้บุญจงตอบ ไม่ได้ครับ บุญจงคุณไม่เคย กล่าวหาว่าผิด ผมก็ไม่ได้กล่าวหาว่าผิด แต่ผมกําลังถามว่าที่พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหา ว่าผิดเมื่อเป็ นฝ่ำยค้าน วันนี้พรรคประชาธิปัตย์เป็ นรัฐบาลตรวจสอบหรือเปล่า ถ้าตรวจสอบแล้วผลเป็นอย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีท่านเสียเวลาสักนิดเถอะครับ บุญจง ไปหลงทางที่อื่น ไม่ต้องมาตอบเรื่องนี้ เพราะถ้าบุญจงตอบไม่มีราคาครับ ไม่ใช่เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการไม่มีราคา เพราะคุณไม่เคยกล่าวหาเรื่องนี้ ผมอยากให้คนที่เขา กล่าวหาว่าผิดแล้วเขาไปเป็นรัฐบาล ณ วันนี้เขาจะตอบผมว่าอย่างไร นี่เป็นคําถาม ข้อที่ ๑ ท่านประธานครับ
เชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ขอขอบคุณท่านสมาชิกนะครับ แล้วก็กรุณา พูดถึงไมตรีที่มีต่อกันตั้งแต่ในอดีต เผอิญจะเรียนท่านนิดหนึ่งครับ สมัยผมเป็ น ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผมไม่ได้ยืนตรงนั้นหรอกครับ ต้องถอยไปอีกแถวหนึ่ง เผื่อท่านจะไปใช้นะครับ ผมว่าเป็นมุมที่กําลังดีครับ พูดกับประธานแล้วก็ถามกระทู้ถาม นายกรัฐมนตรี ตรงคุณธเนศนั่งครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องที่ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม ได้ยกขึ้น มาถาม ผมก็ไปตรวจสอบ ตอนที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านมีผู้ดําเนินการเรื่องนี้อยู่ ก็คือ ๑. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ซึ่งได้อภิปรายเรื่องนี้ แล้วก็ ๒. นายอลงกรณ์ พลบุตร กรณี ของนายอลงกรณ์ซึ่งปัจจุบันเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กระผมเข้าใจว่า มีการไปยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. แล้วก็ขณะเดียวกันเข้าใจว่าท่านประธานก็ฟ้ องท่านรัฐมนตรี อยู่นะครับ ก็เป็นเรื่องที่อยู่ที่ศาล ส่วนกรณีของการดําเนินการของหน่วยงานราชการ ผมก็ต้องกราบเรียนครับว่า นโยบายผมก็ชัดในเรื่องเหล่านี้ครับว่าให้ดําเนินการ อย่างตรงไปตรงมาตามข้อเท็จจริง ซึ่งรายละเอียดจะมีผู้ที่รับผิดชอบอยู่ ๒ ท่าน ความจริง ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยคือท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการถาวร เสนเนียม แต่บังเอิญวันนี้ ท่านอยู่ต่างจังหวัดนะครับ เพราะว่ามีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของมาเลเซีย เดินทางมา ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการบุญจงจึงมาชี้แจงแทน และอีกส่วนของการรถไฟ แห่งประเทศไทยนั้นท่านรัฐมนตรีว่าการโสภณก็จะชี้แจงถึงการดําเนินการของรัฐบาล
ก็ให้เขาตอบก่อนนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมพอใจแค่นายกรัฐมนตรีตอบเท่านี้ ผมไม่อยากฟังบุญจงกับโสภณ ผมพอใจแล้ว ผมจะถามข้อที่ ๒ เพื่อไม่ให้เสียเวลา ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อผมถามคําถามข้อที่ ๑ แล้วไปสู้คําถามข้อที่ ๒ ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า ผมเป็นนักการเมืองที่ทําการบ้าน ไม่ใช่นึกสนุกก็มายื่นกระทู้ถามสดถามท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่หรอกครับ ผมเป็ น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่เคยมีใครต้องมาเขียนคําตอบให้ผม ผมบอกคุณ ไม่ต้องมาเขียนคําตอบให้ผม ถ้าผมไม่พร้อมผมมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้ ท่านประธานจากที่พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหาท่านประธานไว้เสีย ๆ หาย ๆ คนฟัง เชื่อหมด ขออนุญาต เขาไม่เรียกท่านประธาน เขาบอกนายชัย ชิดชอบ บุกรุกที่อําเภอสตึก บุกรุกหนองนํ้าสาธารณะ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต ประท้วงครับ
ไม่ต้องประท้วงหรอกครับ นั่งลงฟังดีกว่า เชิญต่อครับ
ท่านประธานครับ ที่ผมมาพูดอภิปรายวันนี้ผมไม่ต้องการว่าให้ไปทะเลาะกัน เพราะปกติพรรคภูมิใจไทยกับ พรรคประชาธิปัตย์ก็รักกันน้อยอยู่แล้ว ไม่ถึงกับเกลียดกัน ผมไปตรวจสอบ ปรากฏว่า ที่ดินของท่านประธานที่อําเภอสตึก พรรคประชาธิปัตย์บอกบุกรุกที่ดินอําเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เกี่ยวข้องกับนายชัย ชิดชอบ และบุกรุกที่สาธารณะซึ่งเป็นหนองนํ้า ผมตรวจสอบไหมครับ ตรวจสอบครับ ปรากฏว่า ที่ดินท่านประธานมี ๓๗ แปลง ๔๐๐ ไร่ มีเอกสารสิทธิเป็น น.ส. ๓ และโฉนดที่ดิน เจ้าหน้าที่เขาตรวจสอบเรียบร้อย เขาบอกเลยโฉนดถูกต้อง ไม่ผิดกฎหมาย พนักงาน สอบสวน สภ.อ. สตึก ตรวจสอบครบถ้วนว่าท่านประธานมีโฉนดถูกต้องเรียบร้อย แล้วพรรคประชาธิปัตย์เอาหน้าไปไว้ไหน หรือเอาหน้าไว้บนคอ เขาตรวจสอบเรียบร้อย เขาบอกเลยว่าไม่ผิด ผมก็ตามไปดูต่อว่าพนักงานสอบสวนมันบอกไม่ผิดแล้วเป็นอย่างไร เขาตั้งข้ อหาบุกรุกครับ เขาบอกท่านประธานบุกรุกที่สาธารณะ ตอนนั้น พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน คนกลัวทั้งบ้านทั้งเมือง ไม่เหมือนพวกผมเป็นฝ่ายค้าน ไม่มีใครกลัวครับ เมียที่บ้านยังไม่กลัวเลยท่านประธาน ตํารวจรีบทํางาน ตั้งข้อหา ท่านประธานบุกรุกที่สาธารณะ ตํารวจไปเรียกพยานมาสอบสวนครบถ้วนเรียบร้อย พยานบอกไม่ ท่านมีมานานแล้ว อภิปรายใส่สีตีไข่ บอกประธานไปกั้นรั้วลวดหนาม เข้า ออกไม่ได้ ชาวบ้านเป็นร้อยไปที่ สภ.อ. สตึก บอกว่าไม่มีเลย ใครเข้าได้ ออกได้ รู้เลยว่าเจ้าของที่ดินคือ ส.ส. เก่าแก่ของจังหวัดบุรีรัมย์ ทั้งชีวิตมีแต่ให้ ตํารวจเขาก็เลย สั่งไม่ฟ้ อง ทั้งข้อหาว่าท่านประธานบุกรุกที่สาธารณะและครอบครองที่ดินโดยไม่ชอบ ตํารวจเขาสั่งไม่ฟ้ อง ผมตามไปดูต่อ อ้าว ตํารวจสั่งไม่ฟ้ อง แล้วเรื่องต่อไปเป็นอย่างไร อัยการจังหวัดสั่งไม่ฟ้ องครับ คดีก็มาอัยการเขต ๓ คาดว่าเสร็จแล้ว แล้วท่าน นายกรัฐมนตรีเมื่อตอนท่านเป็นผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และพรรคพวกท่าน สะเปะสะปะเลอะเทอะอย่างนี้นี่ ขอโทษใครบ้างไหมหาว่าผมปกป้ อง ผมก็บอกไม่ได้ ปกป้ อง บอกว่าท่านประธานผิด ท่านประธานก็ไม่ผิด ระบบกระบวนการยุติธรรมก็มี ตํารวจ อัยการ แล้วก็ศาล ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา เดี๋ยวนี้ไม่เหมือนก่อน ก่อนมี ศาลเดี่ยว เดี๋ยวนี้มีศาลคู่ คู่เยอะ ๆ เขาสั่งไม่ฟ้ องท่านประธานชัย ที่ท่านฟ้ องนายอลงกรณ์ น่ะดีแล้ว อย่าไปถอนนะ ฟ้ องไป วันนี้อัยการสั่งไม่ฟ้ องแล้ว และอัยการจังหวัดอาจจะ สั่งไม่ฟ้ องท่านประธานไปแล้วผมไม่ทราบ พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน บุคคลยืนยันว่าที่ดินดังกล่าวแม้จะมีการล้อมรั้ว แต่บุคคลทั่วไปสัญจรไปมาได้ ก็แสดงว่า สมัยท่านอภิสิทธิ์เป็นฝ่ายค้านลูกพรรคท่านก็นั่งเทียนอะไรก็ได้ให้คนเสียหาย อะไรก็ได้ ให้คนหายนะ เพื่อให้กูดีเด่นดัง แล้วเป็นอย่างไรวันนี้ ขอโทษใครไหม บอกไหมว่าเฉลิม ไม่ได้ปกป้ อง บอกไหมว่าท่านประธานไม่ผิด นั่นคือที่ดินสตึก
ต่อมาอีกอันหนึ่งผมไปตรวจสอบ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านต้องอบรม ลูกพรรค พวกประเภทปากเปราะเราะราย กล่าวหาคนอื่นเขาเสียหาย วันหนึ่งมันเป็น บูมมะแรง (Boomerang) กลับมาย้อนอย่างที่เห็นนี่ ผมไม่อยากว่าท่านนายกรัฐมนตรีว่า นั่งแอร์พอร์ท ลิงค์ (Airport link) ท่านยิ้มแย้ม ผมดูโทรทัศน์ครับ นายกรัฐมนตรียิ้มไปนั่ง แอร์พอร์ท ลิงค์ ผมจําคลับคล้ายคลับคลาว่าคนในพรรคประชาธิปัตย์มันเคยด่า ท่านทักษิณ ว่าแอร์พอร์ท ลิงค์นี่มันอ้ายหนูได้ไป อ้ายหนูก็คือลูกชวรัตน์ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (จํากัด) มหาชน ก็กระแนะกระแหนเหมือนกับว่า ให้พรรคพวกไปทํา พวกท่านนะว่าไว้ แต่นายกรัฐมนตรีไปนั่งแอร์พอร์ท ลิงค์ ยิ้มแย้มแจ่มใส ผมนาน ๆ เห็นท่านยิ้มนะ ผมดีใจด้วย ผมไม่เคยมีความสุขนะที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปไหน ฮ. ๔ ลํา ฮ. ๕ ลํา เหนื่อย เพราะผมไปโดนล้อมที่กระบี่มาแล้ว ผมรู้รสชาติ ท่านมหาดไทยมันแค่ ๕๐๐ ผมกระบี่ ๓,๐๐๐ คน ๓,๐๐๐ คนล้อมผม แล้วจะเหลือหรือผมก็หลบออกมาก่อนสิ ผมหนี ผมถึงเรียนท่านประธานว่านั่นสตึกผมพูดอย่างนี้มีคนบอกผมดีแคลร์ (Declare) ท่านประธาน ไม่ใช่ครับ ผมรักความเป็นธรรม แล้วผมอยากให้สภาแห่งนี้บันทึกไว้ว่า ร้อยตํารวจเอก เฉลิม ไม่ได้ปกป้ องอาชัยของผม แล้วผมอยากให้สภาแห่งนี้บันทึกว่า ที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกเมื่อสักครู่ว่าปั้นนํ้าเป็นตัว พวกท่านในพรรคประชาธิปัตย์ที่ดิน ที่เขากระโดง อําเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ในความเป็นตํารวจเก่า เขากล่าวหาว่าบุกรุกที่ การรถไฟแห่งประเทศไทยมีการออกโฉนดมิชอบ ทับซ้อนที่การรถไฟแห่งประเทศไทย พนักงานสอบสวนได้ทําการสอบสวน เขาไม่ได้ดําเนินคดีกับท่านประธานครับ ไม่มี เลยครับ มีพรรคประชาธิปัตย์สมัยเป็นฝ่ายค้านเท่านั้นที่บอกดําเนินคดีกับท่านประธาน คดีนี้ไม่มีการดําเนินคดีกับท่านประธาน เพราะท่านประธานอยู่ที่เขากระโดงมานาน ตั้งแต่ผมเป็น ร้อยตํารวจโท ตั้งแต่พวกใส่เทด โทนี่ (Ted Tony) วันนี้ยังใส่รองเท้าแตะ ไม่มีสตางค์เดี๋ยวนี้รวยหมด พรรคจนคนรวย พรรคการเมืองไหนผมไม่พูด พรรคจน คนรวย จากใส่รองเท้าผ้าใบบาจา ใส่รองเท้าหนังที่บางลําพูวันนี้เทดโทนี่ เขาไม่ได้ ดําเนินคดีกับท่านประธานที่เขากระโดง แต่มีเจ้าหน้าที่บางคนพนักงานสอบสวน เขาบอกว่าออกโฉนดโดยเจ้าหน้าที่ทําผิด นั่นกรณีอื่น แล้วเขาก็จับบุคคลบางส่วนไป ดําเนินคดี สุดท้ายเขาสั่งไม่ฟ้ อง ก็แปลว่าท่านประธานไม่เกี่ยว คนที่ถูกกล่าวหาตํารวจ ก็สั่งไม่ฟ้ อง ผมตรวจสอบหมด ผมไม่ได้รักท่านประธานมากกว่าตัวผม ผมดูเรียบร้อย ไม่มีเลย แล้วพรรคประชาธิปัตย์เอาที่ไหนมาด่าผม พรรคประชาธิปัตย์เอาที่ไหนมาว่า ผมไม่มีการกล่าวหาท่านประธาน ไม่มีสํานวนเสนออัยการ มีประชาชนที่อาศัยบริเวณนั้น ถูกกล่าวหา สุดท้ายอัยการไม่ฟ้ อง จึงถามว่าประชาธิปัตย์อภิปรายว่าเป็นการบุกรุกที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย บุกรุกอย่างไร โสภณไม่ต้องมาตอบหรอกไม่รู้เรื่อง นี่เอาข้อมูล ของพนักงานสอบสวนก่อนจะถามคําถามข้อที่ ๒ ผมยืนยันอีกครั้งหนึ่ง ข้อเท็จจริงของผม ที่กราบเรียนมันเป็นความจริงที่ปรากฏในกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ผมพูดเอง ผมจึงถาม
ข้อที่ ๒ กรณีไม่อาจดําเนินคดีอาญากับผู้บุกรุกที่ดินทั้ง ๒ แห่งนี้รัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีจะดําเนินการต่อไปอย่างไร เพราะท่านกล่าวหาว่าเขาทําผิด ไม่ใช่ ท่านนายกรัฐมนตรีเดี๋ยวมาเถียงผม พวกของท่านกล่าวหาว่าท่านประธานทําผิด ถ้าท่าน มั่นใจว่าทําผิด ท่านต้องปกป้ องทรัพย์สมบัติของแผ่นดินเหมือนกับพวกผมที่เคย ดําเนินการปกป้ องทรัพย์สมบัติของแผ่นดินมาแล้ว ผมไม่ลงรายละเอียด เพราะเดี๋ยวจะมี การประท้วงว่าผมปกป้ องเรื่องอะไร จึงขอถามนายกรัฐมนตรีว่าถ้าท่านประธานไม่ผิด ก็ตอบมาว่าไม่ผิด แต่ถ้าผิดรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์วันนี้ เป็นฝ่ายค้านวันนั้นถ้าว่าผิด ท่านจะดําเนินการเรื่องนี้อย่างไร นี่เป็นคําถามข้อที่ ๒ ครับท่านประธาน
เชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อย่างที่กราบเรียนตั้งแต่ต้นในรายละเอียดของทั้ง ๒ กรณีท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบจะเป็นผู้ที่ชี้แจงข้อเท็จจริง ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า การที่จะบอกว่ารัฐบาลจะดําเนินการอะไรหรือไม่คงไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนกล่าวหา ต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงนะครับ เพราะฉะนั้นข้อเท็จจริงนั้นท่านรัฐมนตรีท่านจะชี้แจง ต่อไป แต่ว่าบังเอิญตั้งแต่คําถามแรกนี่ท่านก็ตั้งข้อสงสัยว่ารัฐบาลนี้จะดําเนินการจริงจังในเรื่อง ที่ดินหรือไม่ อย่างไร ก็กราบเรียนนะครับว่า ในเรื่องของการแก้ปัญหาที่ดินนี่ รัฐบาลก็ได้ ยึดในเรื่องของการดําเนินการตามกฎหมาย จะมีกรณีที่มีการอะลุ้มอล่วยก็เฉพาะกรณี ที่เป็นเรื่องของราษฎรซึ่งมีข้อพิพาทกับรัฐอยู่อย่างชัดเจน ซึ่งก็จะใช้แนวทางของการทํา เรื่องของโฉนดชุมชนแก้ไขไป แล้วท่านก็บอกว่าเรื่องใหญ่ ๆ ไม่ทําหรือว่าผม ไม่สั่งการอะไร ก็ขอกราบเรียนนะครับ ตัวอย่างหนึ่งก็กรณีเขายายเที่ยง เมื่ออัยการวินิจฉัย แล้วกรมป่าไม้ไปแถลงข่าว ตอนแรกผู้คนเข้าใจว่าจะต้องใช้เวลาหลายเดือนไปเกี่ยวข้อง กับที่อื่น ผมก็พูดชัดเจนครับว่าขอให้ดําเนินการกรณีที่อัยการวินิจฉัยแล้วให้เสร็จโดยเร็ว แล้วต่อมากรมป่าไม้ก็บอกก็ดําเนินการให้ภายใน ๗ วัน เขาก็ดําเนินการตามนั้น ฉะนั้น นี่คือความตรงไปตรงมาที่เราดําเนินการในทุกเรื่องนะครับ ส่วน ๒ เรื่องนี้ก็จะเป็นเรื่องที่ ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ๒ ท่านได้ชี้แจงข้อเท็จจริงการดําเนินการของภาครัฐ ส่วนกรณี ของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้อภิปรายในเรื่องนี้ก็คงจะใช้สิทธิพาดพิงครับ
เชิญผู้ถามกระทู้ถาม
ท่านประธานครับ ผมพอใจนายกรัฐมนตรีตอบ พอแล้ว ตอบเท่านี้ละครับ ก็แสดงว่าก่อนจะถามข้อที่ ๓ ท่านนายกรัฐมนตรีของผมระหว่างเป็ นผู้นําฝ่ำยค้านในสภาผู้แทนราษฎร ข้อมูล จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลไม่เคยสกรีน (Screen) ไม่เคยดู อัพ ทู ยู (Up to you) อัพ ทู มึง จะพูดอะไรก็ได้ แต่รอบนี้ถ้าท่านจะกรุณาพวกผมนี่แล้วรอจนถึงญัตติ ไม่ไว้วางใจ ผมไม่ใช่ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แล้วอยากจะบอกท่านประธาน ไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและพรรคประชาธิปัตย์ ทําไมชอบมาห่วงพวกผม ชอบบอก แหม พรรคนี้ผีหัวขาดทํางานไม่ได้แล้วเธอจะรู้สึก ผมทําของผมได้ แล้วผมตรวจสอบหมด ใครจะอภิปรายอะไรชั่วดีถี่ห่าง ยู (You) ต้องดีมอนสเตรท (Demonstrate) ต้องแสดงให้รู้ ต้องบอกผมว่าเรื่องนี้อภิปรายเขาเรื่องอะไร เรื่องนี้เรื่องอะไร ๆ ตอบเท่านี้พอ บุญจง นั่งเฉย ๆ โสภณนั่งเฉย ๆ ไม่ต้อง ก็เท่ากับว่านายกรัฐมนตรีไม่รู้เรื่องเลยอย่างไร ไม่รู้เรื่องเลยตอนที่ผู้นําฝ่ำยค้านในสภาผู้แทนราษฎรที่ อลงกรณ์ วิรัตน์ ใครต่อใคร มิสเตอร์เอ็กซ์ มิสเตอร์เค พูดไม่รู้เรื่อง ท่านประธานครับ ผมเรียนนิดหนึ่งเรื่องเขายายเที่ยง ท่านนายกรัฐมนตรี อายเขา ผมไม่ได้สอนท่านนะ ถึงแม้ท่านอายุน้อยกว่าผม เรื่องมัน เกิดขึ้นเพราะเสื้อแดงไม่ใช่ท่าน ท่านขับรถเข้าซอยแล้วเกียร์เสียถอยหลังไม่ได้ ก็เลยต้อง ตามนํ้าอย่างไร อย่าไปเถียงเลยอายเขา นี่ผมจะเตือนไว้ในฐานะมิตรรัก นายกรัฐมนตรี จะเห็น ท่านประธานครับ พวก นปช. เขาทําอะไรช่างเขาไม่เป็นไร แต่ผมนี่เมื่อสักครู่ ผมเจอสุเทพเพื่อนรัก ผมบอกมีไหมที่นอกเรื่องนอกราวผมทําให้นายกรัฐมนตรีเสียสมาธิ ที่ทําให้สุเทพเสียสมาธิ ผมให้โอกาสอย่างไร เพราะท่านมาในระบอบประชาธิปไตย
ท่านประธานครับ ผมประท้วง ท่านประธาน ขออนุญาต ขออภัยท่านเฉลิมนะครับ
ประท้วงเรื่องอะไร
เมื่อกี้นี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ยืนยัน บอกว่ามีการถ่ายทอดสด แต่หน้าจอช่อง ๑๑ ตอนนี้ไม่ใช่ท่านเฉลิมพูดครับ เอาเทป ของท่านนายกรัฐมนตรีกําลังพูดอยู่ตอนนี้ เพราะฉะนั้นอย่าเล่นอย่างนี้ครับ กรมประชาสัมพันธ์ คุณสาทิตย์อย่าเล่นอย่างนี้ครับ
ท่านประธานครับ ผมคิดว่า อันนี้ต้องชี้แจงให้เกิดความเข้าใจนะครับ ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ท่านบอกว่ากระทู้ถามสด กระทู้ถามแรกนี่จะเริ่มออกเวลาบ่ายโมงครึ่ง เพราะฉะนั้นเขาก็จะเปิดเทปตั้งแต่ กระทู้ถามสด ซึ่งเราเริ่มกันประมาณเที่ยงสี่สิบครับ มันก็จะถ่ายของมันอย่างนี้ต่อไป เรื่อย ๆ จนจบครับ ก็ไม่เห็นมีตรงไหนที่เปลี่ยนแปลงไปจากที่ชี้แจงให้เข้าใจเลยครับ เพราะว่าถ้าถ่ายทอดสดตอนนี้กระทู้ถามของคุณจตุพรก็ไม่ได้ออกสิครับ อันนี้ก็ต้องถ่าย กระทู้ถามของคุณจตุพรให้ออกไปก่อนนะครับ
ถ้าอย่างนั้นท่านนายกรัฐมนตรีก็อย่าพูด เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่นสิครับ ก็อย่าบอกว่าถ่ายทอดสดสิครับ ก็บอกว่าเอาเทปไปเปิด ก็สิ้นเรื่องสิครับ
ท่านประธานครับ ผมได้กราบเรียนแล้วนะครับบอกว่าเราเริ่มต้นถ่ายทอดสด ทีนี้ถ้าวันนี้ถ่ายทอดสด พวกท่านก็บ่นว่ากระทู้ถามแรกมันจะไม่ได้ออกก็เลยเปิดเทปให้ครับ เพื่อที่จะให้ออกได้ ครบถ้วนครับ น่าจะเข้าใจได้นะครับ
ท่านประธานครับ เราเข้าใจท่านประธาน ผมเข้าใจ อย่าใช้คําว่า ถ่ายทอดสด ครับ มันไม่ใช่ครับ
พอแล้วครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมต่อเลยว่าที่ดินเขายายเที่ยงนี่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกสั่งดําเนินการ กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่คุณสุวิทย์อยู่ อัยการบอกให้ออกไป ๓๐ วัน มันไม่ใช่เรื่องพวกท่านทํา ไปที่ไหนอายเขาถึงนั่น เขาด่ากันมาเจ็ดย่านนํ้า เขาบุกไปถึง เขายายเที่ยง เขาออกโทรทัศน์พีเพิล แชนเนิล (People Channel) มันไม่มีทางไปอื่น ก็เชิงเขาติดคุก ๖ ปี เอายอดเขาบอกไม่เจตนาก็ไม่เป็นไร แต่ไม่ได้มีการถอนสิทธิ ไม่ได้ มีการให้ออกจากพื้นที่เพราะฝี มือรัฐบาลชุดนี้ เป็ นเรื่องกลุ่มคนเสื้อแดงเขาทํา ท่านนายกรัฐมนตรีอย่าไปตอบแบบไปกินครีมเค้ก มันไม่ใช่ท่าน แต่ว่าท่านหนีไม่ออก โบราณเขาบอกนักเลงขับรถเข้าซอย พอดีเกียร์ถอยหลังเสียถอยไม่ได้ ท่านก็เลยต้อง ตามนํ้ากับเขา พูดให้ชัดว่าเมื่อมีกรณีเปิดโปงจากพี่น้องประชาชน ท่านจึงดําเนินการ ให้เป็นไปตามกระแสคัดค้าน เรื่อง ส.ป.ก. ตรงปากช่อง นายตํารวจตัวใหญ่ที่เขา เรียกกันบิ๊กขี้หลี ไปจับจองปลูกบ้านอย่างกับคฤหาสน์ อย่างกับชาโตว์ (Chateau) ในยุโรปยังอยู่ได้ ส.ป.ก. ฟ้ อง ศาลสีคิ้วส่งหนังสือยังอยู่ได้ เป็นที่ฮันนีมูน (Honeymoon) เยอะแยะหมด ตรงนั้นมีไม่ตํ่ากว่า ๕,๐๐๐ ไร่ จดไปหน่อยสิแล้วไปดําเนินการ หรือว่า ทํากับคนจนกลัวคนรวย กลัวเศรษฐีหรือ กลัวคนเคยมีอํานาจหรือ สมัยผมไม่มี ผมทําเสมอภาคกัน ที่เขาสอยดาว อธิบดีกรมที่ดินเมื่อวานให้สัมภาษณ์บอกว่าถอดถอน โฉนดยาก อ้ายหมอนี่ผมจะจําเอาไว้ ผมเรียนท่านประธานผ่านไปท่านนายกรัฐมนตรี ก่อนจะถึงคําถามข้อที่ ๓ ที่ดินเขาสอยดาว ๔,๐๐๐ กว่าไร่ ล้อมรั้วรอบที่ป่าสงวนที่อุทยาน ๔๐๐ กว่าไร่ออกโฉนดได้อย่างไร เจ้าหน้าที่ที่ดินมันขึ้นเฮลิคอปเตอร์หรือ ถึงบินไปลง แล้วออกโฉนดตรงนั้น ไม่ได้ กระทบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เป็นของตระกูล โสภณพนิช ทําธุรกิจไม่ผิดกฎหมาย แต่ตรงนี้เป็นที่ป่าสงวน ได้เอกสารสิทธิ ผมยืนยัน กับท่านประธานว่าผิด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็ม พาดพิงบุคคลที่สามกรุณาฟ้ อง เพราะวันนี้ คดีผมน้อย มีสุเทพฟ้ องอยู่คดีเดียว คดีอื่นยังไม่มี ไปบุกรุก ไปยึดครอง ตั้งบริษัท จันทบุรี พอได้เอกสารสิทธิในฐานะประธานสนามกอล์ฟ นายชาตรี โสภณพนิช ในฐานะประธาน แบงก์กรุงเทพเอาโฉนดที่ออกไม่ชอบมากู้เงินจากธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงเทพ ไม่ใช่ทรัพย์สินของโสภณพนิช เป็นทรัพย์สินพี่น้องประชาชนที่ฝากเอาไว้ เพราะฉะนั้น ที่เขาสอยดาวผมมีหลักฐานเก็บไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๓๒ กําลังดําเนินการ แต่ว่ามีการรัฐประหาร โดยคณะ รสช. ก็หยุดไว้ ผมมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็มีการทําสํานวนคดีนี้ คดีไปติดอยู่ที่อัยการ อัยการคนนี้ไม่ทราบว่าเป็นอัลไซเมอร์ (Alzheimer) หรือไม่ ในขณะนั้นมันพิจารณาไม่เสร็จ ผมไปจังหวัดจันทบุรี ประจักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัด นครราชสีมาเดี๋ยวนี้ อํ้า ๆ อึ้ง ๆ เรียนท่านประธานผ่านไปนายกรัฐมนตรี เขาลือว่า มีธนาคารซัพพอร์ต (Support) ท่าน ซัพพอร์ต ขอประทานโทษ ไม่ใช่ ซัพพอร์ตท่าน พวกท่าน ในการมาเอาอํานาจไปจากพวกผม เขาลือว่าบริษัทนํ้าเมา ออกเงินเยอะแยะเพื่อล้มรัฐบาลพวกผม เพราะฉะนั้นท่านต้องแสดงความเป็นชีฟ ออฟ คอมมานด์ (Chief of command) สแปน ออฟ คอนโทรล (Span of control) นายกรัฐมนตรีพูดภาษาไทยเดี๋ยวท่านไม่เข้าใจ พูดภาษาอังกฤษต้องแสดงความเป็นผู้นํา เรียกอธิบดีกรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมา เรียกอธิบดีกรมที่ดินมา แล้วท่าน ตบปากแทนผมด้วย อธิบดีกรมที่ดิน บอกว่าคุณไปพูดได้อย่างไรถอนไม่ได้ มันออก เอกสารสิทธิในที่ป่ำสงวนแห่งชาติ ผิด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ตระกูลโสภณพณิช เป็ นผู้ครอบครอง ไม่ใช่ทุกคน แต่รายชื่อมันโสภณพณิช ร้อยละ ๗๐ เป็ นเศรษฐี มหาเศรษฐี มาอยู่เมืองไทยนั่งเรือใบมาแล้วมายึดที่ซึ่งเป็ นของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ล้นเกล้าฯ ทุกพระองค์ที่ทรงพระราชทาน บ้านผมมีโฉนดครุฑใหญ่ เป็นกระด้งนั่นก็ได้มา เจ้าฟ้ำเจ้าแผ่นดินทรงพระกรุณา เมื่อก่อนไม่มีหรอกครับ แม่ผม ก็เคยเล่าให้ฟังตั้งแต่เด็กบอก อ้ายหนูเอ๋ยที่ดินนี่ของพระพุทธเจ้าหลวงทั้งนั้น ไม่ใช่ ของพวกเรา ทรงพระราชทานแบ่งปัน แต่วันนี้เขายายเที่ยงผมไม่พูดถึงถือว่าจบเกม โอเวอร์ (Game over) เขาสอยดาว นายกรัฐมนตรีต้องจัดการ อย่าไปยุ่งเรื่องอื่น เสื้อแดง ชุมนุมก็ช่างมันเถอะ เป็ นนายกรัฐมนตรีให้เขาด่าบ้างสิ ไม่ให้เขาด่าเลยจะเป็ น นายกรัฐมนตรีได้อย่างไร มันดีอย่างนี้ระบอบประชาธิปไตย
ผมถามข้อที่ ๓ ว่าการบุกรุกที่ผมถามกล่าวหาท่านประธานหรือคุณอาชัย ของผม จบแล้ว อ้ายผู้เกี่ยวข้องยืนบ้างสิ ยืนบ้าง ว่าที่อภิปรายตอนนั้นเพราะหมั่นไส้เฉลิม ที่อภิปรายตอนนั้นเพราะเป็นฝ่ายค้าน ทําอะไรไม่ได้เลยต้องด่ารัฐบาล พวกผมไม่ครับ นายกรัฐมนตรีก็มักจะบอกว่า พวกผมเป็นฝ่ายค้าน มีมาตรฐานอย่างนั้นอย่างนี้ แปลว่า พวกผมไม่มีมาตรฐาน วันนี้ผมเป็นรองท่านนิดเดียวครับ ๑. อายุมากกว่า หล่อน้อยกว่า ๒. ส่วนสูงไม่ถึงท่าน เพราะผม ๑๖๘ ท่าน หนึ่งร้อยเจ็ดสิบกว่า อย่างอื่นไม่มีอะไรครับ ผมมั่นใจว่าผมมีสติปัญญา แล้วพวกท่านต้องไปอบรมสั่งสอนเวลาจะด่าว่าใครเขานึกบ้าง เอาเรื่องจริงมาพูด อย่าไปบอกว่า แหมอย่างนี้อย่างนั่น อ้ายผมมันจําแม่น ผมก็ไป กรอหนังกลับ ท่านนายกรัฐมนตรียืนตรงนี้ครับ อ้าว รอบหน้า ผมจะยืนบ้าง
ท่านประธานครับ
เผื่อจะได้เป็ น นายกรัฐมนตรีกับเขา แต่รอบนี้ผมไม่เอาหรอกเลือกตั้งกันใหม่
ท่านเฉลิมครับมีผู้ประท้วง
ประท้วงทําไมเสียของ ไม่มีอะไรผิดพลาดเลย ระมัดระวังแล้ว จะบอกว่าเกินเวลาอ้ายหนูเอ็งนั่งก่อน ชาวบ้าน เขาชอบเดี๋ยวเสียแต้มครับ
นั่งลงก่อนเถอะจะจบ อยู่แล้ว
ท่านประธานช่วยกรุณาควบคุมเวลา ด้วยครับ เพราะว่าเลยไปถึงสมัยเด็กสมัยไหนแล้วก็ไม่รู้ครับ เสียเวลาสภาครับ ท่านประธาน
ท่านผู้ตั้งกระทู้ถามครับ
เสียเวลาคุณก็เดินออกไป ทางบ้านเขาชมกันตรึม นี่ถ้ามาลงกรุงเทพมหานครแพ้เลยนะ ดีว่าลงต่างจังหวัดก็ด้วย อาศัย
เชิญต่อสักนิดหน่อยครับ
ท่านประธานครับ ข้อที่ ๓ รัฐบาลต้องยืนยันว่าที่เคยกล่าวหาท่านประธานไว้ แล้วข้อมูลที่ผมเอามาบอกนี้รัฐบาล จะโต้แย้งอย่างไร เท็จไหมที่ผมพูด หรือยังยืนยันว่าท่านประธานทําผิดต้องบอก ถ้าบอกว่า เมื่อสํานวนการสอบสวนออกมาอย่างที่กระผมกราบเรียน สตึกเขาสั่งไม่ฟ้ อง เขากระโดง บุรีรัมย์ ท่านประธานไปมีคดี กล้าหาญหน่อยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ท่านต้องขอโทษ ท่านประธานแทนสมาชิกพวกปากเปราะเราะรายที่เล่นงานประธานไว้ มันเตะแถมถึงผมจึงได้มีที่มาของกระทู้ถามสดวันนี้ สุดท้ายในข้อที่ ๓ เขายายเที่ยง ผมไม่พูดถึง เขาสอยดาวอยากถามนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ อย่าไปเชื่ออธิบดีกรมที่ดิน อย่าไปเชื่อกระทรวงมหาดไทย ท่านประธานรู้ไหมตั้งแต่มีกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่ สมุหกลาโหม สมุหนายก เมื่อก่อนมี ๒ กระทรวง ไม่มีรัฐมนตรีมหาดไทยคนไหน เซ็นเข้าอาวุธปืนมากขนาดนี้ ๙๔ แห่งถึง ๑๐๐ แห่งเวลา ๕ เดือน ปืนสั้น ๓๐ กระบอก ปืนยาว ๕๐ ถ้า ๑๐๐ ล้านบาทปืนสั้น ๓,๐๐๐ กระบอก ปืนยาว ๕,๐๐๐ กระบอก ยุคนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เป็นยุคจังโก้ ผมใส่ชื่อไปแล้ว มท. ๑ อยู่ในคิวอภิปรายแล้วฝาก ท่านประธานไปถึงบุญจงซึ่งกันรักแบบญาติ กรุณาป่วยเสียวันเขาอภิปราย เขาไม่ได้ถาม บุญจง เขาถามชวรัตน์ ให้ชวรัตน์มาตอบ เพราะชวรัตน์เป็ นคนเซ็นเห็นชอบ ผมจึงถามว่าเรื่องเขาสอยดาว ท่านนายกรัฐมนตรีจะดําเนินการอย่างไร แล้วเรื่อง ท่านประธานเมื่อปรากฏชัดว่าท่านประธานไม่ผิด ขอโทษไหม ถ้าขอโทษในสภาอาย ก็ไปขอกาแฟประธานกินสักแก้วบอก ท่านประธานครับวันนั้นผมเผลอไปหน่อย เพราะหมั่นไส้เฉลิมก็เลยต้องอภิปรายมันไปอย่างนั้น จริง ๆ ผมรู้ว่าท่านประธานไม่ผิด คําถามก็เลยถามเขาสอยดาวท่านนายกรัฐมนตรีทําอย่างไร อย่าให้เขากล่าวหานะว่า เพราะนามสกุลคล้ายคลึงกับรัฐมนตรีไม่เกี่ยว ท่านอย่ามาตอบโต้ผม ผมไม่ได้ว่าท่าน แต่มันนามสกุลนี้จริง ๆ โสภณพนิช นายชาตรี โสภณพนิช โสภณพนิชเป็นลูกธนราชันย์ แต่ไปยึดที่ป่าสงวนมาเป็นสมบัติส่วนตนแถมเอามาจํานองธนาคารที่ตัวเองมีอํานาจ อนุมัติปล่อยกู้และเป็ นเงินชาวบ้าน บริษัทนํ้าเมาผมจะเช็กบิลรอบหน้า ขอบคุณ ท่านประธานข้อที่ ๓ ครับ
จะตอบไหมครับ เชิญท่านตอบ
ท่านประธานครับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สั้น ๆ ๓ ประเด็นนะครับ
ประเด็นแรก การดําเนินการทุกอย่างจะเป็นไปตามกฎหมาย แล้วก็ต้องขอ ท่านประธานว่าเมื่อสักครู่ที่พูดทํานองว่ารัฐบาลจะไปดําเนินการหรือดําเนินคดีกับคนจน ไม่จริงนะครับ แล้วก็ที่เราพยายามแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนทั้ง ๔ ภาคเลยครับ ในขณะนี้ที่เป็นปัญหาข้อขัดแย้งกับรัฐ โดยเฉพาะก็คือท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ก็ได้รับ มอบหมายให้ดูแลเรื่องนี้ก็กําลังให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องซึ่งรอคอยการแก้ปัญหา มาหลายรัฐบาลและขณะนี้ก็มีความคืบหน้าไปมากในหลายพื้นที่
ประการที่สอง อย่างที่ผมกราบเรียนก็คือว่า ในเรื่องของการดําเนินการ กรณีเขาสอยดาวก็จะดําเนินการตรงไปตรงมา ขอให้ท่านมั่นใจไม่ได้สนใจว่าจะเป็น นามสกุลอะไรเกี่ยวข้องกับใคร
ประการที่สาม ในส่วนของการทําหน้าที่ฝ่ายค้าน ผมก็กราบเรียนว่า ระบบ ที่พรรคประชาธิปัตย์ใช้ก็มีการตั้งคณะทํางานต่าง ๆ และบุคคลทั้งสองที่เข้ามาทํางาน ในเรื่องนี้ก็พร้อมที่จะชี้แจง ทั้งคู่ก็ขอใช้สิทธิในการพาดพิงอยู่ ขอบคุณครับ
ให้ตอบก่อนคุณวิรัตน์ เดี๋ยวพาดพิงอีกหลายท่าน นั่งลงก่อนครับ เชิญรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านตอบสั้น ๆ เวลา กินมากแล้ว เดี๋ยวครับขออนุญาตเชิญท่านอรรถพรเข้ามาเตรียมตัวได้ เชิญครับ
ต้องขออนุญาต ท่านประธานนิดนะครับ ไม่ใช่ผมเป็นคนต่อล้อต่อเถียง เมื่อสักครู่ท่านนายกรัฐมนตรี นั่งใจลอย ผมไม่ได้พูดนะว่าท่านไปดําเนินคดีกับคนจน ผมไม่ได้ว่านะ ผมบอกแต่เพียงว่า เขาบอกว่าท่านประธานไม่ผิด แล้วตํารวจเขาเห็นว่ามีคนอาศัยบริเวณเขากระโดงแล้วก็ มีคนไปแจ้งตํารวจก็ไปจับมา แล้วสุดท้ายตํารวจกับอัยการก็บอกไม่ผิดแล้วก็สั่งไม่ฟ้ อง ผมไม่ได้บอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีไปเกเรคนจนหรือจับคนจนไม่ใช่นะ ท่านอาจจะ ใจลอยหรือฟังผมเพลินหรือเปล่า เดี๋ยวลูกพรรคหยิกเอานะ ผมจะบอกให้
ครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ไม่ได้เสียมารยาท ผมไม่มีเวลาฟังบุญจง ไม่มีเวลาฟังคนชี้แจง ไม่มีเวลาครับ เพราะข้อมูลที่ผมเอามาพูดเป็นเอกสารทางราชการคนอื่นหาไม่ได้ หรอกครับ ยกเว้นหลานชายกํานันชัยคนนี้ละครับถึงหาได้ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ตอบสั้น ๆ ก็แล้วกันครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องขออนุญาต ตอบสั้น ๆ นะครับ โดยเฉพาะท่านผู้ถามกระทู้ถาม ท่านเฉลิมไม่ติดใจที่จะฟังคําตอบนี้ แต่เนื่องจากการตั้งกระทู้ถามมีการถ่ายทอดสด พี่น้องประชาชนก็อยากจะทราบว่า ความคืบหน้าในการดําเนินงานของกรมที่ดินโดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยได้ดําเนินการ ไปอย่างไร ผมต้องกราบเรียนนะครับว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้นได้สั่งการ ตลอดว่าใครก็ตามที่มีการบุกรุกที่สาธารณะต้องตรวจสอบแบบตรงไปตรงมา ถ้าผิดก็ต้อง ว่าตามผิด ก็ต้องมีการเพิกถอนกันไป สําคัญอย่างยิ่งครับ ในประเด็นของที่ดินทั้ง ๒ แห่ง ที่ท่านผู้ถามกระทู้ถามได้สอบถามก็คือที่ดินเขากระโดง แล้วก็ที่ดินที่ริมหนองนํ้า อําเภอสตึก ทั้ง ๒ เรื่องนี้ผมต้องเรียนว่า กรมที่ดินดําเนินการอย่างต่อเนื่องครับ มีการตั้งกรรมการ ตรวจสอบข้อเท็จจริง ล่าสุดในบริเวณของที่ดินเขากระโดงนั้นก็ได้มีคําสั่งให้มีการเพิกถอน น.ส. ๓ ๔ แปลง เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ นี่คือความคืบหน้า ส่วนที่ดินที่อยู่บริเวณ ริมหนองนํ้า อําเภอสตึก เมื่อมีการร้องเรียนว่ามีการรุกลํ้าที่บางแปลงในขณะนี้ส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นอําเภอหรือสํานักงานที่ดินจังหวัดก็ได้มีการตั้งกรรมการออกไป ตรวจสอบร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่ามีส่วนใดรุกลํ้าแค่ไหน เพียงใด หรือไม่ ต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบข้อเท็จจริงว่าผิดก็ว่าตามผิด ถ้าไม่ผิดก็ต้องให้สิทธิ ของผู้ที่เขามีเอกสารสิทธิ นี่คือแนวทางและความคืบหน้าของการดําเนินการของกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทยครับ
เชิญรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ใคร่ตอบกระทู้ถามของท่านผู้ถามกระทู้ถาม คือเรียนอย่างนี้นะครับ หลังจากที่มีกรณี เหตุคําพิพาทเรื่องที่ดิน ที่จริงไม่ใช่เป็นเรื่องที่ดินเฉพาะผู้ตอบกระทู้ถาม ๑ ราย ที่ดิน ที่เกี่ยวข้องกับทางการรถไฟแห่งประเทศไทย ข้อพิพาทมีอยู่ ๗๐๐ กว่าราย เพราะฉะนั้น ที่ ๗๐๐ กว่ารายเมื่อมีข้อพิพาท เกิดจากกรณีที่ทางราชการได้ออกพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๔๖๒ ที่จะทําทางรถไฟจากกรุงเทพฯ ถึงอุบลราชธานี แล้วปี ๒๔๖๓ ก็ไปทําแนวเขต ปรากฏว่าที่ดินในข้อพิพาทที่บอกว่าที่ดินที่เป็นส่วนแยกจากบุรีรัมย์ไปยังเขากระโดงไม่อยู่ ในพระราชกฤษฎีกาที่เวนคืนตามแนวพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๔๖๓ เพราะฉะนั้น เมื่อโต้ตอบกันมาทั้งเอกสาร สรุปสุดท้ายเรื่องนี้ก็ได้มีการเพิกถอนที่ดินที่ไม่เกี่ยวข้อง ในที่สาธารณะไป ๓ ราย ส่วนที่ดินที่อยู่ในเขตของที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ผมกราบเรียนนะครับ โดยหลักนิติศาสตร์ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยไม่สามารถที่จะหา หลักฐานไปยืนยันว่าตามพระราชกฤษฎีกาเองก็ตาม แผนที่ประกอบแนบท้าย พระราชกฤษฎีกาเองก็ตาม การรถไฟแห่งประเทศไทยไม่สามารถที่จะหาเอกสารไปยืนยัน ส่วนหลักนิติศาสตร์ผมก็กราบเรียนว่า วันนี้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ ๗๐๐ กว่ารายในเส้นทางที่ การรถไฟแห่งประเทศไทยไปเอาหินที่เขากระโดงนี่นะครับ ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยเอง ก็ไปชี้แนวเขตตั้งแต่การออก ส.ค. ๑ พอ ส.ค. ๑ มีการออก น.ส. ๓ เจ้าหน้าที่การรถไฟ แห่งประเทศไทยก็ไปชี้แนวเขตให้เขา พอ น.ส. ๓ ก็ไปชี้แนวเขตให้เขา จนมาถึงโฉนด ฉะนั้น เมื่อผมกราบเรียนว่าทั้ง ๒ หลักจึงไม่สามารถที่จะเป็นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย แต่ขณะนี้เมื่อมีผู้ที่ยังติดใจเรื่องนี้อยู่ก็นําเรื่องไปร้องที่ ป.ป.ช. ป.ป.ช. ก็รับเรื่อง ถามว่าวันนี้ ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยทําอะไร เราไม่ได้นิ่งเฉยในตลอด ๑ ปีก็มีการติดตามเรื่องนี้ มาตลอดอย่างตรงไปตรงมา ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยก็ไม่ได้นิ่งนอนใจก็แจ้งไปยัง กรมที่ดินว่าเป็นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย แต่ไม่สามารถที่จะหาเอกสารไปได้ เมื่อเรื่อง เข้าสู่ ป.ป.ช. ในสัปดาห์ที่แล้ว ป.ป.ช. ก็ลงพื้นที่ ทางการรถไฟก็ให้ส่งเจ้าหน้าที่ไปชี้แนวเขต ฉะนั้นกราบเรียนว่าในระยะ ๑ ปีที่รัฐบาลนี้ทํางานอยู่ เรื่องนี้ก็ไม่ได้นิ่งเฉยก็ทําตามกฎหมาย ตลอดมา ขอบคุณครับ
คือท่านที่ถูกพาดพิงได้พูด ไว้แล้วนะครับ คือหลังจากกระทู้ถามสดจบแล้วก็จะได้พูด เพราะว่ามีอยู่หลายท่าน จดชื่อ ไว้หมดแล้วครับ ต่อไปขอเชิญคุณอรรถพรครับ
ท่านประธานครับ ผมขอประท้วง ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ก่อนเถอะครับ
เดี๋ยวครับ นั่งลงก่อนครับ ให้กระทู้ถามจบแล้วก็ค่อยประท้วง
ผมเชื่อตามที่ท่านประธานนะครับ
ครับ เชิญนั่งลงก่อนครับ คือจบกระทู้ถามแล้วก็ที่พาดพิงเรื่องกระทู้ถามก็จะต่อเรื่องพาดพิง ให้จบเรื่องกระทู้ถาม ตามวาระก่อนครับ
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๘๒ ส. เรื่อง ความคืบหน้าโครงการแก้ไข ปัญหาหนี้นอกระบบ (นายอรรถพร พลบุตร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง
เชิญท่านอรรถพรครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน ที่ได้อนุญาตให้ผมได้เข้ามาทําหน้าที่ถามกระทู้ถามสด เพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ ผมจะทําหน้าที่ในกรอบเวลาที่กําหนดด้วยความสํานึกว่าใครเป็นคนที่เลือกผมเข้ามา และผมควรจะรับใช้ใคร
ในเรื่องแรก ในช่วงเวลาอันจํากัดผมขอแสดงความยินดีกับรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านกรณ์ จาติกวณิช ที่ได้รับการคัดเลือกจากสื่อมวลชน เครือไฟแนนเชียล ไทม์ส (Financial Times) ซึ่งเป็นสื่อมวลชนซึ่งทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่ง ของโลกให้เป็ นรัฐมนตรีคลังโลกแห่งปี ๒๐๑๐ และเป็ นรัฐมนตรีคลังแห่งเอเชีย เป็นรัฐมนตรีคลังคนแรกของประเทศไทยซึ่งได้รับการยกย่องเช่นนี้ ไฟแนนเชียล ไทม์ส ระบุว่าการคัดเลือกท่านกรณ์ จาติกวณิช เป็นรัฐมนตรีคลังโลกแห่งปีหนึ่งเดียว เพราะมี รูปแบบการบริหารงานที่ก้าวหน้า มีความสามารถในการแก้ไขวิกฤตการณ์ทางการเงิน มีความเป็นผู้นําทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน และมีผลงานที่สามารถเอาชนะปัญหาที่ท้าทาย ตําแหน่งนี้เป็นความภูมิใจของพวกเราทุกคน ซึ่งเมื่อประกอบกับกระแสการพยากรณ์ เศรษฐกิจว่าในปี ๒๕๕๓ เศรษฐกิจของประเทศไทยจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาสที่ ๒ ทุกสํานักทางเศรษฐกิจได้ชี้เป็นทิศทางเดียวกัน เราก็มีกําลังใจที่จะยืนอยู่บนแผ่นดินนี้ ต่อไป และผมเชื่อว่าการที่รัฐมนตรีคลังของรัฐบาลนี้ได้รับการยกย่องเช่นนี้ก็จะทําให้เสียง วิพากษ์วิจารณ์ที่บอกว่าดีแต่กู้ ที่บอกว่าเป็นเรื่องของเด็ก ๒ คน ก็คงจะแผ่วจางลงไป ถ้าจะเหลืออยู่บ้างก็เป็ นเพียงเสียงลอดตามไรฟันเท่านั้นครับ ท่านประธานครับ แต่ความภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ของเราซึ่งมาจากชาวบ้าน ไม่ว่าจะอยู่พรรคไหน ภาคไหน หรือชื่ออะไร ก็อยากให้รัฐมนตรีคลังของเราได้ก้าวไปสู่ตําแหน่งอีกตําแหน่งหนึ่ง ซึ่งอาจจะ เป็นตําแหน่งเล็ก ๆ ธรรมดา ๆ แต่มันมีความหมายเหลือเกินสําหรับพี่น้องประชาชน คนไทยทั้งประเทศนั่นก็คือตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในหัวใจของคนจน เส้นทางจะไปสู่ตําแหน่งนี้ยากครับ ทุรกันดาร มีคนได้พยายามก้าวเดินบนเส้นทางนี้มา หลายยุค หลายสมัย หลายรัฐบาล แต่ไม่เคยมีใครทําสําเร็จ ผมหวังในรัฐบาลนี้ ผมหวัง ในตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผมหวังในตัวท่านรองนายกรัฐมนตรีไตรรงค์ สุวรรณคีรี นักสู้แห่งคาบสมุทรสทิงพระว่าจะเอาชนะปัญหานี้ให้สําเร็จให้ได้ และหนึ่งใน มาตรการแห่งการก้าวเดินไปสู่ตําแหน่งนี้ ก็คือมาตรการการแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบ ของพี่น้องประชาชน ส.ส. ในสภาแห่งนี้ไม่ว่าจะพรรคอะไร ภาคอะไร ได้พูดถึงปัญหานี้ หลายครั้งหลายหน ความทุกข์ยากเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะที่จังหวัด สุราษฎร์ธานี ที่จังหวัดชลบุรี ที่จังหวัดสุโขทัย ที่จังหวัดลําพูน หรือที่ไหนต่อที่ไหนก็ตามแต่ ก็พูดจาภาษาเดียวกันทั้งสิ้น เขาอยู่ไม่ได้ จากการสํารวจในทางวิชาการ เมื่อปลายปี ๒๕๕๒ หนี้นอกระบบได้กินพื้นที่ของหนี้ทั้งระบบเข้ามากว่าครึ่ง เกือบร้อยละ ๖๐ และเมื่อสํารวจลึกลงไปร้อยละ ๗๙ ของคนเป็นหนี้ทั้งหมดไม่มีปัญญา ในการชดใช้หนี้สิ้นเหล่านี้ ปัญหานี้หนักหนาสาหัสจริง ๆ เพราะฉะนั้นพวกเราทั้งสิ้นจึงดีใจ มั่นใจที่รัฐบาลได้ประกาศมาตรการการแก้ไขปัญหา หนี้สินนอกระบบโดยผ่าน ๖ สถาบันหลักของภาครัฐ มีธนาคารออมสิน มี ธ.ก.ส. เป็นแกนหลักตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ขยายเวลามาจนถึงสิ้นสุด ๓๑ มกราคมนี้ซึ่งเป็น วันเกิดผมพอดี ท่านประธานครับ พวกเราทุกคนในที่นี้มาจากชาวบ้าน ระหว่างชาวบ้าน กับเราแรก ๆ มันเป็นเรื่องของคนที่ถูกเลือกกับคนที่ได้รับเลือก แต่เมื่อเราอยู่ในกระแสธาร ของชาวบ้านไปนาน ๆ มันเป็นพี่เป็นน้อง มันเป็นญาติ มันเป็นเพื่อนร่วมชะตากรรม เดินไปรู้ครับว่าใครพอมีจะกิน ใครวันนี้หุงข้าวไม่เต็มหม้อ หลายปัญหาแก้กันไม่ได้ เราก็หมดปัญญาที่จะแก้ ก็ได้แต่กอดคอกันร้องไห้ ปัญหาหนี้นอกระบบเป็นปัญหาหนึ่ง ซึ่งพวกเราคนที่มาจากชาวบ้านทั้งหมด บางทีเราก็สิ้นปัญญาเหมือนกัน ทําอย่างไร ที่จะไม่ต้องมากอดคอร้องไห้กับชาวบ้านอีก ฉะนั้นเมื่อรัฐบาลประกาศนโยบายแก้ไข ปัญหาหนี้นอกระบบมันจึงเหมือนปาฏิหาริย์ เราได้มีคําตอบบอกชาวบ้านของเราซึ่งมา จับมือกันด้วยความทุกข์ทรมาน ถูกข่มขู่จากอ้ายแก๊งหมวกดํามาตลอดเวลา มันเหมือน ปาฏิหาริย์ที่เราจะมีคําตอบให้กับชาวบ้านได้ เขาดีใจกันครับ เขามีความรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้ มันไม่ใช่เพียงมาตรการหนึ่งของรัฐบาล แต่มันคือชีวิตทั้งชีวิตครับ เขาก็ไปลงทะเบียนกัน มากมาย แต่หลายคนไม่ยอมไปลงทะเบียน เป็นหน้าที่ที่ ส.ส. อย่างพวกเราต้องไปประชุม ชี้แจง ไปชักชวน บางทีต้องเอารถปิกอัพ (Pickup) ไปขนคนไปลงทะเบียน ท่านประธาน รู้ไหมว่าเราเผชิญกับอะไร สิ่งที่เราต้องต่อสู้คือความหวาดกลัวของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นหนี้เต็มตัวไปหมดแต่ไม่กล้าไปลงทะเบียน เขากลัวว่าอ้ายแก๊งหมวกดํา เขากลัว นายทุนเงินกู้นอกระบบแบบนี้ไปยืนเฝ้ำหน้าประตูที่จังหวัดบ้านผมธนาคารออมสิน บางแห่งต้องไปลงทะเบียนหนี้นอกระบบหลังตึกของธนาคารเพราะชาวบ้านไม่กล้า เปิดเผยตัวมากจนเกินไป เราต้องเผชิญกับความไม่เชื่อมั่นว่าไปลงทะเบียนแล้วจะแก้ไข ปัญหาในหัวใจของเขาได้จริงหรือไม่ เพราะประวัติศาสตร์เขาเคยขมขื่นมากับเรื่อง การจดทะเบียนอย่างนี้ครับ ที่เมื่อไปจดทะเบียนแล้วสิ่งที่เขาได้รับก็คือได้ขึ้นทะเบียน เป็นคนจนครับ แล้วนิยายมันก็จบลงแค่นั้น นั่นคือภาพสะท้อนของปัญหา แน่นอนครับ เป้ำหมายในการแก้หนี้นอกระบบ มันไม่มีใครในโลกนี้ที่ทําให้บริบูรณ์ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ โดยสมบูรณ์แบบ แต่ผมก็ต้องทําหน้าที่ที่จะชี้แจงปัญหาส่วนหนึ่งที่มันทับซ้อน ผมใช้เวลา สั้น ๆ อธิบายตัวอย่างสั้น ๆ นิดเดียวครับ ในฐานะผู้แทนจากชาวบ้านเมื่อรู้ว่ามันจะมี ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นตรงนี้ที่จะทําให้คนเราเป็นอิสระกับตัวเองในเชิงเศรษฐกิจ เราก็วิ่งไปหา คนที่เรารู้ว่าเขาไปไหนไม่ได้แล้ว ชีวิตเขาตื่นขึ้นมาพรุ่งนี้ยังไม่รู้จะเดินไปไหน ยังไม่รู้ว่า จะต้องไปหลบหลังบ้าน เพราะว่าเจ้าหนี้มันจะมายืนด่าหน้าบ้านเช้าสายบ่ายเย็นหรือไม่ ผมไปชวน ผมไปบอก ผมบอกผมไปรับก็ได้ ไปจดทะเบียนเถอะนี่เป็นโอกาสเดียวที่จะ เป็นไทยกับตัว เขาไม่ยอมมาครับ เท่าไรเขาก็ไม่ยอมมา ผมถามว่าทําไมไม่มา เขาบอกว่า เพราะเจ้าหนี้ของเขามันคือคนปากซอย มันเห็นหน้ากันตลอดเวลา เขากลัวว่าถ้าเขามา จดทะเบียนแล้วไม่ได้รับการปลดเปลื้องหรือรีไฟแนนซ์ (Refinance) จากนอกระบบมา ในระบบ เขาจะไม่สามารถกลับไปกู้เงินจากนายทุนคนเดิมได้อีก แล้ววันนี้เขาก็หายตัวไป จากชุมชน ผมก็ไม่รู้ว่าวันนี้เขาอยู่ที่ไหน นั่นคือภาพสะท้อนของปัญหาที่ซ้อนอยู่ใน เป้ำหมายใหญ่ของรัฐบาลซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อพี่น้องประชาชน แต่ในมุมมอง บางมุมมองชาวบ้านเขาก็คิดอย่างน่ารับฟังเขาก็คิดได้คมชัดมากกว่าดอกเตอร์ ทางเศรษฐศาสตร์บางสถาบัน เขาบอกกับผมอย่างนี้ครับท่านประธานสภา เขาบอกว่า แม้ว่าในช่วงที่รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาล ๑ ปี เขาอาจจะไม่รํ่ารวยขึ้น แต่เขามีความรู้สึกว่า เขามีเงินในกระเป๋ำมากขึ้น มีเงินเหลือในกระเป๋ำมากขึ้น อย่างน้อยเขาไม่ต้องจ่ายค่าไฟ ไม่ต้องจ่ายค่านํ้า อย่างน้อยลูกหลานของเขามีอยู่สามสี่คน เปิดเทอมเขาไม่ต้องเอาเตารีด ไปจํานํา ไม่ต้องเอารถเครื่องไปจํานําเพราะเรียนฟรี ๑๕ ปี อย่างน้อยมีผู้สูงอายุอยู่ในบ้าน สามสี่คน เขาก็ได้ ๒,๐๐๐ บาท ๒,๕๐๐ บาท พอจะประทังชีวิตไปได้ มีใครสักคนหนึ่ง เป็น อสม. ก็อีก ๖๐๐ บาท ข้างบ้านพิการเดินไม่ได้ก็อีก ๕๐๐ บาท รถเมล์ฟรี รถไฟฟรี มันลดต้นทุนในชีวิตของเขาลงไปมาก เงินเขาเหลือมากขึ้น เขาหวังว่าพรุ่งนี้เขาจะไป สมัครงานในโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งกระจายการจ้างงานไปทั่วทั้งประเทศนับแสนล้านบาท นับล้านครอบครัวที่จะได้รับ รายได้เพิ่มขึ้นจากนี้ เงินเขาเหลือมากขึ้น มองไปทางซ้ายเขาปลูกข้าว เขามั่นใจเลยว่า อย่างน้อยตันละ ๑๐,๐๐๐ บาท เขาได้แน่นอนอย่างที่เขาไม่เคยมีใครให้ความหวังกับเขา อย่างนี้มาก่อน เขาได้แน่นอน เขาปลูกมันสําปะหลัง ๑๕,๓๐๐ บาทต่อตัน ไม่เคยมีใครให้ อย่างนี้มาก่อน หรือถ้าอ้อยก็ ๗ บาท ๗๑๐ บาท ไม่เคยมีใครให้ความมั่นใจในหลักประกัน อย่างนี้มาก่อน สิ่งนี้ครับมันทําให้เขามีกําลังวังชามากยิ่งขึ้น คนใต้ ยางพารา ๙๐ บาท เขามีความสุขครับ แต่ทั้งหมดทั้งปวงซึ่งเป็นความหวังเป็นความมั่นใจมันจะล้มเหลวไป โดยสิ้นเชิงถ้าคนจํานวนนับล้านครอบครัวไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากการแก้ไข ปัญหาหนี้นอกระบบ ผมมั่นใจในความตั้งใจของรัฐบาลนี้และท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ผมเชื่อว่าโครงการนี้จะประสบความสําเร็จ แต่นั่นเป็นความเชื่อส่วนตัว ของผมและ ส.ส. ส่วนหนึ่งในสภาแห่งนี้ แต่พี่น้องประชาชนนับล้านชีวิตวันนี้รอฟังคําตอบ จากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการยอดเยี่ยมแห่งโลกว่า การจดทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ ๓๑ มกราคมนี้ กระบวนการ ต่อไปการคัดสรรข้อมูล การเจรจา การประนอมหนี้ การปรับปรุงหนี้สินจากนอกระบบมาสู่ หนี้ในระบบซึ่งต้นทุนตํ่าลงจะบรรลุสู่เป้ำหมายอย่างไร จะคาดหวังได้อย่างไร รัฐบาลจะมี มาตรการอย่างไรที่จะทําให้โครงการนี้ประสบความสําเร็จมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ คําถามข้อที่ ๑ ครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกวันนี้ที่ได้ตั้งกระทู้ถามในเรื่องที่เป็นนโยบายที่สําคัญมาก ที่สุดนโยบายหนึ่งของทางรัฐบาล ก็อยากที่จะเรียนท่านประธานผ่านไปสู่ท่านสมาชิก แล้วก็พี่น้องประชาชนที่ติดตามข่าวเรื่องนี้อยู่ว่าตั้งแต่วันที่รัฐบาลชุดปัจจุบันเข้ามารับ ภาระหน้าที่ในการที่จะดูแลบ้านเมือง ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้มีคําสั่งให้กับพวกเรา ทุก ๆ คนให้ดูแลพี่น้องประชาชนภายใต้นิยามที่เราเรียกว่า ฝนตกทั่วฟ้ำ ก็คือดูแลให้ พี่น้องประชาชนทุก ๆ คนมีโอกาสทางเศรษฐกิจ โอกาสทางสังคมที่เสมอภาคเท่าเทียมกัน ทางด้านเศรษฐกิจทางรัฐบาลก็ได้ออกนโยบายและมาตรการที่จะดูแลชีวิตทางเศรษฐกิจ ของพี่น้องประชาชนให้ครบถ้วนบริบูรณ์ ตั้งแต่การดูแลเรื่องรายได้ก็ผ่านมาตรการสําคัญ ที่สุดทางด้านนั้นก็คือ มาตรการประกันรายได้พี่น้องเกษตรกร ซึ่ง ณ ปัจจุบันก็มีพี่น้อง เกษตรกรกว่า ๔,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ ดูแลเรื่องของ ค่าใช้จ่ายผ่าน ๕ มาตรการที่ดูแลเรื่องค่านํ้า ค่าไฟ ค่าเดินทาง ซึ่งก็เป็นการลดภาระ ค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชน รวมไปถึงการเรียนฟรี ลดภาระค่าใช้จ่ายเรื่องของ การศึกษาให้กับลูกให้กับหลานของพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วประเทศ แต่ก็มีอีกประเด็น ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับโอกาสทางเศรษฐกิจของพี่น้องประชาชนที่เรื้อรังคาราคาซัง ในสังคมไทยมายาวนานตามที่ท่านสมาชิกจากจังหวัดเพชรบุรีเมื่อสักครู่ได้บรรยายให้กับ พวกเราได้เข้าใจ ประเด็นปัญหานั้นก็คือปัญหาหนี้และประเด็นปัญหาหนี้ที่เป็นปัญหา เรื้อรังมากที่สุดไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ในหลายยุคหลายสมัยก็คือ ปัญหาหนี้นอกระบบ ดังนั้น กระผมและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจึงได้ปรึกษาหารือและตกลง กันว่าเราจะร่วมมือกันในการที่จะเสนอมาตรการที่จะแก้ไขปัญหานี้ นอกเหนือจาก การปลดหนี้ให้กับพี่น้องประชาชนที่มีอยู่กับเจ้าหนี้นอกระบบแล้วก็จะต้องหามาตรการ ที่รองรับความต้องการทางการเงินของพี่น้องประชาชนในภายหลังด้วย เพื่อว่าเมื่อมี การโอนหนี้เข้าสู่ระบบในรอบนี้แล้วในอนาคตปฏิเสธไม่ได้หรอกครับ พี่น้องประชาชน อย่างไรก็แล้วแต่ยังมีความจําเป็นที่จะต้องกู้ยืมในกรณีฉุกเฉินจําเป็นในอนาคตอีกแน่นอน รัฐบาลก็จําเป็นที่จะต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือรองรับความต้องการของพี่น้องประชาชน ณ วันนั้น
แต่ก่อนอื่นผมขอแนบรายงานเพื่อประโยชน์ของเพื่อนสมาชิกว่า ณ ปัจจุบันก็มีพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนเป็นหนี้เป็นสินนอกระบบมาขึ้นทะเบียนไว้ผ่าน ๒ ธนาคารของทางรัฐบาลก็คือธนาคารออมสิน กับ ธ.ก.ส. รวมแล้ว ณ ปัจจุบัน ๑,๑๐๐,๐๐๐ รายโดยประมาณ ๑,๑๐๐,๐๐๐ รายมีมูลหนี้โดยเฉลี่ยรายละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท เท่ากับ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เป็นภาระหนี้สินของพี่น้องประชาชน ที่กู้ยืมจากนอกระบบมา ขออนุญาตอธิบายเพิ่มเติมโดยใช้ตัวเลขเป็นตัวชี้ถึงภาระ อันหนักหน่วงของสังคมของพี่น้องประชาชนทั้ง ๑,๑๐๐,๐๐๐ คนนี้ โดยเฉลี่ยอัตรา ดอกเบี้ยที่เป็นภาระต่อพี่น้องประชาชนกลุ่มนี้มีตั้งแต่ร้อยละ ๕ ต่อเดือน ขึ้นไปถึง ร้อยละ ๒๐ ที่โหดหน่อยสูงกว่านั้นก็มีแต่ผมไม่เอามาพูดถึง สมมุติโดยเฉลี่ยภาระดอกเบี้ย ของพี่น้ องประชาชนกลุ่มนี้สูงถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน มูลหนี้โดยรวม ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งที่รัฐบาลกําลังนําเสนอที่เป็นการโอนหนี้ส่วนนี้เข้ามาสู่ระบบ การกู้ยืมของธนาคารแห่งรัฐ โดยมีเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยเพียงเดือนละไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ ส่วนต่างประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์นี้เท่ากับเม็ดเงินภาระดอกเบี้ยของพี่น้องประชาชน คิดแล้วโดยรวมเท่ากับ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อเดือนที่รัฐบาลสามารถประหยัดให้กับพี่น้อง ประชาชนได้ ทั้งปีก็ ๑๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่คือเงินที่เป็นดอกเบี้ยที่นายทุนผู้มีอิทธิพล เคยได้รับ แต่หลังจากโครงการนี้แล้วเสร็จจะเป็ นเม็ดเงินในกระเป๋ำของพี่น้อง ประชาชนแทน เงื่อนไขอื่น ๆ ที่เอื้อต่อการชําระหนี้ต่อความหวังของพี่น้องประชาชนที่จะมี ในการดํารงชีวิตก็คือการยืดระยะเวลาการใช้หนี้ ในโครงการของรัฐบาล ระยะเวลา การใช้หนี้ถูกยืดให้เป็นอย่างน้อยระหว่าง ๘ ปีถึง ๑๒ ปี เพราะฉะนั้นภาระค่าใช้จ่าย ของพี่น้องประชาชนในการที่จะรับภาระหนี้ที่ได้รับการโอนเข้ามาสู่ระบบนั้นเป็นระดับ ที่ถือว่าเป็นการปลดแอกให้กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ
ทีนี้หลังจากที่มีการขึ้นทะเบียนแล้วท่านสมาชิกก็คงอยากจะทราบว่า รัฐบาลดําเนินการอย่างไรต่อไป ก็จะขออนุญาตเรียนว่า เราได้เริ่มดําเนินการในส่วนที่จะ โอนหนี้นอกระบบเข้ามาสู่ในระบบแล้วโดยที่หยิบยกประชาชนที่ขึ้นทะเบียนไว้ว่ามีหนี้ โดยรวมไม่เกินรายละ ๕๐,๐๐๐ บาท โดยรวมทั้งระบบจาก ๑,๑๐๐,๐๐๐ คน มีประชาชน ที่มีหนี้ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาทอยู่ ๒๖๐,๐๐๐ ราย ความจริงออกมาก็เท่า ๆ กัน ธ.ก.ส. รับผิดชอบประมาณ ๑๓๐,๐๐๐ ราย ธนาคารออมสินรับผิดชอบอีก ๑๓๐,๐๐๐ ราย ดําเนินการในการแก้ไขโอนหนี้ส่วนนี้เข้าสู่ระบบแล้ว ณ วันนี้พี่น้องประชาชนที่ได้รับ การปลดแอกจากการเป็นหนี้นอกระบบแล้วประมาณ ๑๐,๐๐๐ ราย ๖,๐๐๐ รายอยู่ตาม ชนบท อีก ๔,๐๐๐ รายอาศัยอยู่ในเมือง ผมได้เดินทางไปเยี่ยมชมแล้วก็เป็นพยาน ในการแก้หนี้ให้กับพี่น้องประชาชนใน ๒ จังหวัดในภาคอีสานคือจังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดศรีสะเกษ ขออนุญาตเรียนว่า ภาคอีสานก็เป็นภาคที่มีพี่น้องประชาชน ที่เดือดร้อนเรื่องหนี้นอกระบบมากที่สุด อันนี้พวกเราฟังแล้วก็คงไม่เป็นที่แปลกใจ กรุงเทพมหานครติดอันดับ ๑ ในการขึ้นทะเบียนแต่ว่าถ้านับประชากรก็เป็นเรื่องที่ ไม่น่าแปลกใจ ลําดับรองลงมาจังหวัดสุรินทร์ ตามด้วยจังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดศรีสะเกษ ภาคอีสานทั้งนั้น นอกจากนั้นสาเหตุที่เราได้เปลี่ยนกติกาเพื่อเร่งในการ ที่จะดูแลประชาชน เดิมทีตามกําหนดการเดิมเราจะเริ่มที่จะเจรจาช่วงเดือนกุมภาพันธ์ สาเหตุเป็นเพราะเมื่อเราได้รับรู้ข้อมูลจากการขึ้นทะเบียนแล้วเราได้เห็นถึงลักษณะ การกู้ยืมซึ่งเป็นพิษเป็นภัยต่อพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่เป็นชาวไร่ ชาวนา เกษตรกรอย่างมาก จะมีลักษณะของการกู้ยืมโดยใช้โฉนดที่ดินเป็นหลักประกัน ก็จะมี ๒ วิธี ขายฝากหรือไม่ก็เอาที่ไปขัดดอก ที่น่ากลัวที่สุดคือการขัดดอก วิธีการก็คือ เอาโฉนดที่ดินไปตึ๊งกับเจ้าหนี้กู้ยืมเงินมา ตลอดช่วงที่ยังเป็นหนี้ สิทธิในการใช้ที่ดิน ทํามาหากินนั้นตกเป็นของเจ้าหนี้ ผมต้องยอมรับ ท่านประธานครับ ในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ผมไม่เคยรับรู้เรื่องเหล่านี้มาก่อน เมื่อรับรู้ว่า ที่ทํามาหากินของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องชาวอีสานตอนนี้กรรมสิทธิ์ในการใช้ ที่ทํามาหากินนั้นถูกโอนไปให้กับเจ้าหนี้แล้ว แม้มีโครงการประกันรายได้ของรัฐบาลนะครับ ผู้ที่ได้รับประโยชน์กลับไม่ใช่เจ้าของที่ กลับเป็นเจ้าหนี้ที่ได้สิทธิในการทําไร่ทํานาบนที่ดินของพี่น้องประชาชนที่เป็นหนี้ เราก็จึง ตัดสินใจว่าเราควรจะต้องเร่งดําเนินการในการที่จะคืนโฉนดเหล่านี้ให้กับพี่น้องประชาชน ก่อนที่จะดําเนินการในส่วนอื่น อย่างน้อยเพื่อให้ทันฤดูการปลูกในรอบต่อไป เพื่อพี่น้อง ประชาชนสามารถขึ้นทะเบียนมารับอานิสงส์ของนโยบายประกันรายได้ของรัฐบาลได้ การขายฝากก็เป็นเรื่องที่น่ากลัวครับ เพราะเป็นการโอนลอยกรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของ ที่ดิน เมื่อครบกําหนดการชําระหนี้ถ้าไม่สามารถหาเม็ดเงินมาชําระหนี้ได้ที่หลุดมือ ทันทีครับ กลายเป็นของเจ้าหนี้ และโดยส่วนใหญ่เราก็พบว่าหลาย ๆ สัญญามีกําหนด ในการชําระหนี้สิ้นเดือนมกราคม เราก็จึงเร่งทํางานโดยด่วน เพื่อที่จะเคลียร์หนี้ส่วนนี้ ให้กับพี่น้องประชาชน ก็ได้เห็นตามภาพที่ปรากฏทางโทรทัศน์ ก็มีพี่น้องประชาชน หลายรายได้รับโฉนดที่ดินของตนเองกลับคืนไป มีหลายท่านได้กล่าวกับผมว่าชีวิตนี้ ไม่คิดว่าจะได้เห็นโฉนดของตัวเองอีกแล้ว ก็ถือว่าเป็นการตอบสนองความต้องการของ พี่น้องประชาชนในระดับหนึ่ง จากนี้เป็นต้นไปเราก็ได้เริ่มดําเนินการในการที่จะเจรจากับ กลุ่มลูกหนี้ทั้งหมด ๑,๑๐๐,๐๐๐ ราย ในส่วนของลูกหนี้ที่มีหนี้ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท ต่อราย รัฐบาลจะดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม ในส่วนของลูกหนี้ส่วนอื่น โครงการนี้ทั้งหมดจะแล้วเสร็จพิจารณาให้กับประชาชนทั้ง ๑,๑๐๐,๐๐๐ ราย ภายใน เดือนพฤษภาคมหลังจากนั้นก็จะเข้าสู่ช่วงของการทบทวนว่าพี่น้องประชาชนส่วนที่ ไม่สามารถที่จะโอนหนี้เข้าสู่ในระบบได้เป็นเพราะอะไร มีวิธีการในการที่จะแก้ไขเยียวยา ต่อเนื่องอย่างไร เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตชี้แจงเบื้องต้นให้กับท่านสมาชิกเพียงแค่นี้ ก่อนครับ
ครับ ท่านผู้ถามกระทู้ถามครับ เหลือ ๑๐ นาทีสุดท้ายนะครับ ขอความกรุณารวบรัด
ท่านประธานครับ เวลาไม่ใช่หมด ไปแล้วหรือครับท่านประธาน
ท่านสุนัยครับ ตามที่เราได้ตกลงกัน ๒๐ นาทีถามตอบ แล้วเราต่อให้ ๑๐ นาที ทุกท่านนะครับ
ขอบพระคุณครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จากเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเห็นแก่เวลาที่มีค่าของสภาผู้แทนราษฎร ผมจะ ขออนุญาตนําคําถามที่ ๒ และคําถามที่ ๓ ถามในทีเดียวกัน เพื่อรัฐมนตรีจะได้ตอบ อย่างชัดเจนตรงประเด็น และเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนซึ่งฟังการถ่ายทอดอยู่ใน ขณะนี้ ผมได้ฟังคําชี้แจงจากคําถามที่ ๑ จากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแล้วก็ ดีใจ ผมเชื่อว่าชาวบ้านที่ฟังการถ่ายทอดอยู่ขณะนี้ดีใจมากกว่าผม อย่างน้อยเขารู้ว่า เดือนมีนาคมจะมีคนจํานวนหนึ่งเกือบแสนคนได้ตื่นขึ้นแล้วสูดลมหายใจเต็มปอดสักที เขาเป็นไทยกับตัว เดือนพฤษภาคมอีกหลายแสนครอบครัว อีกหลายแสนครัวเรือน ก็จะได้เดินในเส้นทางแห่งความหวัง ตรงนั้นเขารอมานานชั่วชีวิต อย่างไรก็ตามแต่ ท่านประธานครับ ความวิตกกังวลของเราซึ่งอยู่ในพื้นที่สัมผัสชีวิตจิตใจของชาวบ้าน มีข้อวิตกกังวลหลายประการ เมื่อเช้านี้ผมเดินทางมาผมก็ยังสวนรถกับแก๊งหมวกดํา หลายคัน ยังมีพี่น้องประชาชนจํานวนไม่น้อยแม้แต่รู้ ว่าโครงการนี้รัฐบาล ให้ความมั่นใจได้วันนี้ยังไม่ไปขึ้นทะเบียน ยังห่วงกังวลกับนายทุนเงินกู้ที่อยู่ข้างบ้าน ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของชุมชนในอีกรูปแบบหนึ่ง ที่บ้านผมและที่หลายจังหวัดประชาชนไป จดทะเบียน เงินกู้นอกระบบบางทีไม่ถึง ๕๐,๐๐๐ บาทหรอกครับ แต่ได้รับการชี้แจง จากเจ้าหน้าที่ว่าต้องใช้ข้าราชการคํ้าประกัน เป็นไปไม่ได้ ถ้าเขามีญาติเป็นข้าราชการ ที่พร้อมจะคํ้าประกันเงินกู้ของเขาแม้ว่าจะไม่มากมาย ๓๐,๐๐๐ บาท ๔๐,๐๐๐ บาท เขาไม่มาเป็นลูกหนี้นอกระบบ ทั้งที่โดยระเบียบของกระทรวงการคลังที่กําหนดลงไปใช้ คําว่า มีผู้ คํ้าประกัน ถ้ำต้ องใช้ ข้ำราชการคํ้าประกันในวงเงินหนี้ขนาด ๓๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาทจะมีพี่น้องหลายหมื่นคนที่พลาดโอกาสที่สําคัญในชีวิตตรงนี้ไป เริ่มมีการพูดถึงการที่จะสมคบกันปลอมแปลงเอกสารที่จะมาใช้ประโยชน์จากโครงการนี้ สร้างนายทุนเงินกู้ปลอมขึ้นมา สร้างลูกหนี้ปลอมขึ้นมาในระดับพื้นที่รายเล็กรายน้อย เริ่มมีเกิดขึ้นเหมือนกัน ขณะเดียวกันเพื่อจะต่อเนื่องไปถึงคําถามที่ ๓ ก็คือว่าในมาตรการ ต่าง ๆ เหล่านี้ ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้พี่น้องประชาชนรอฟังว่า ท่านกรณ์ จาติกวณิช จะมี มาตรการเข้าไปแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นซ้อนลงไปในเป้ำหมายโครงการนี้อย่างไร และที่เป็นห่วงเป็ นกังวลเป็นที่สุดก็คือว่าหลายฝ่ำยเกรงว่าเมื่อโครงการนี้บรรลุสู่ เป้ำหมายแล้ว วันหนึ่งพี่น้องประชาชนซึ่งได้เป็นไทยกับตัวในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ถ้าเขา ไม่เข้มแข็งเพียงพอ ถ้าเขาไม่มีกําลังวังชาที่เพียงพอ วันหนึ่งเขาจะต้องซมซานกลับไปหา นายทุนเงินกู้นอกระบบเหล่านั้นอีกครั้งหนึ่ง และครั้งนี้หนักหนาสาหัสเพราะเป็ น การกลับไปรอบที่ ๒ ผมจึงอยากเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผ่านท่านประธานสภาว่า รัฐบาลได้เตรียมมาตรการระยะยาวที่จะให้ปัญหาหนี้นอกระบบ ได้จบสิ้นโดยบริบูรณ์ไม่ย้อนกลับเป็นงูกินหางอย่างไร
และสุดท้ายผมฝากท่านเป็นพิเศษนะครับ คําชี้แจงต่อจากนี้ไปของท่าน จะเป็ นการทําให้คนเป็ นแสนคนในคืนนี้นอนตาหลับ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังต้องชี้แจงให้ชัดเจน ให้กระจ่าง ให้ความมั่นใจ ผมอยากให้ท่านเป็น ผู้ที่แก้ไขปัญหาความยากจนของประเทศให้สําเร็จ ให้โครงสร้างสังคมที่มันพิกลพิการ ที่คนจนกลายเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศเหมือนเขตใหญ่ แล้วมหาเศรษฐีกระจุกเดียว เป็นคนที่ได้เปรียบตลอดเวลาเหมือนเขตเล็ก แล้วเราก็แก้รัฐธรรมนูญแห่งชีวิตตรงนี้ ไม่สําเร็จสักครั้งหนึ่ง ขอให้สําเร็จในยุคสมัยของท่าน ขอให้ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังในหัวใจของคนจน ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอให้ชัด ๆ ก่อนครับ ในเรื่องของหลักเกณฑ์การเข้าสู่ระบบของรัฐบาล
อันดับแรก เรื่องของการมีผู้คํ้าประกัน ชัดเจนว่าไม่จําเป็นที่จะต้องเป็น ข้าราชการ ผมเห็นด้วยกับท่านเรื่องหลักประกันไม่ต้องมีอยู่แล้ว เรื่องของผู้คํ้าประกันเป็น ใครก็ได้ขอให้รายได้ของผู้คํ้าประกันนั้นไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๑๐ ของหนี้ที่มาคํ้าประกัน พูดง่าย ๆ สมมุติว่ามีหนี้ ๒๐,๐๐๐ บาท รายได้ของผู้คํ้าประกันต้องไม่น้อยกว่า ๒,๐๐๐ บาทต่อเดือน ซึ่งไม่น่าจะเป็นประเด็นปัญหาแต่อย่างใดสําหรับผู้คํ้าประกันที่มี อาชีพหรือมีช่องทางทํามาหากินปกติ นั่นคือชั้นแรก ผมจะขอเรียนว่า จากประสบการณ์ เท่าที่ผ่านมาในส่วนของพี่น้องที่เป็ นเกษตรกรขึ้นอยู่กับทาง ธ.ก.ส. นั้น สัดส่วน ความสามารถในการที่จะแก้ไขปัญหาอยู่ในระดับสัดส่วนที่สูงมาก คือพูดง่าย ๆ ๑๐๐ คน ที่เรียกเข้ามาเจรจาตอนนี้ประสบความสําเร็จไปประมาณร้อยละ ๙๐ ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วน ที่สูงกว่าที่ผมเองคาดการณ์ไว้
ในส่วนของธนาคารออมสิน เนื่องจากธนาคารออมสินดูแลพี่น้องประชาชน ในอําเภอเมือง ในจังหวัดใหญ่ สัดส่วนความสําเร็จ ณ วันนี้ยังน้อยกว่า ยังมีสัดส่วน บางส่วนที่รอบแรกแล้ว พูดง่าย ๆ ก็คือยังคุยกันไม่จบ อาจจะสะดุดประเด็นปั ญหา เรื่องของความร่วมมือของเจ้าหนี้ตามที่ท่านได้กล่าวถึง เรื่องของผู้คํ้าประกันยังไม่ได้มี มาให้พร้อมเพรียง แต่แม้แต่ในส่วนนี้เราก็เชื่อว่าหลังจากที่มีการพูดคุยทําความเข้าใจกัน แล้วก็น่าจะแก้ไขปัญหาได้ในสัดส่วนที่มากกว่า อันนี้ก็คือประเด็นที่ผมอยากที่จะเรียน คือพูดง่าย ๆ ประชาชนส่วนนี้จะกลายเป็นลูกค้าของธนาคาร เพราะฉะนั้นเขาก็มี ความระมัดระวังว่าลูกหนี้นี้เป็นลูกหนี้จริงไม่ได้มีการรายงานเท็จ จากการสอบถามเขาก็ ค่อนข้างสบายใจต่อปริมาณหนี้ที่มีการลงทะเบียน และคิดว่าไม่น่าจะเป็นปัญหาสําหรับ เขาแต่อย่างใด ผมก็ขออนุญาตเรียนว่า โครงการนี้ไม่ได้ใช้เม็ดเงินงบประมาณเลย เป็นการทําธุรกิจตามปกติของธนาคารของรัฐที่มีหน้าที่ที่จะดูแลพี่น้องประชาชน ที่ไม่สามารถเข้าถึงกลไกของธนาคารพาณิชย์อยู่แล้ว ส่วนพูดถึงความต้องการ ของประชาชนในอนาคตว่าโอเค (OK) ได้รับการโอนหนี้รอบนี้ไปแล้ว อนาคตต้องการเงิน มีความจําเป็นเร่งด่วน ลูกป่วย ลูกเข้าเรียน มีความจําเป็นต้องใช้เงินด่วนทําอย่างไร ขอเรียนว่า แนวคิดของรัฐบาลก็คือการโอนหนี้เข้ามาจะโอนเข้ามาในรูปของวงเงิน หมายความว่าถ้ามีหนี้ ๕๐,๐๐๐ บาท โอนเข้ามาสู่ระบบธนาคาร ๕๐,๐๐๐ บาท วงเงินของท่านผู้นั้นคือ ๕๐,๐๐๐ บาท เวลาผ่านไปท่านชําระต้น ชําระดอกหนี้เหลือ ๔๐,๐๐๐ บาท อีก ๑๐,๐๐๐ บาทท่านเบิกได้เลยเป็นวงเงินของท่าน ถ้าท่านเป็นลูกหนี้ที่ดี เวลาผ่านไป ๖ เดือน ๑ ปี ธนาคารก็จะพิจารณาเพิ่มวงเงินให้ท่านอีก ซึ่งตรงนี้ก็คือ คําตอบว่าในอนาคตจะเข้าถึงแหล่งเงินได้อย่างไร เมื่อเข้ามาสู่ระบบแล้วเราต้องรักษา ให้อยู่ในระบบตลอดไป ธนาคาร ธ.ก.ส. ก็จะออกโครงการธนาคารชุมชนสอดคล้องกับ ธนาคารประชาชนของธนาคารออมสินเพื่อดูแลลูกค้าที่เราเรียกว่า ไมโคร ไฟแนนซ์ (Micro Finance) ลูกค้าระดับรากหญ้าให้ทั่วถึงในรูปแบบลักษณะเดียวกันกับที่เขาได้รับ การดูแลจากเจ้าหนี้นอกระบบ ณ ปัจจุบัน ธนาคารแห่งชาติกับกระทรวงการคลังรู้ดีว่า พี่น้องประชาชนคนไทยอย่างน้อยประมาณอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่สามารถ ได้รับบริการจากสถาบันการเงินได้ เราจึงต้องจัดระบบการเงินเพื่อชาวรากหญ้าขึ้นมา โดยเฉพาะ
สุดท้ายผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า เรื่องนี้นอกจากไม่ใช่เป็นเรื่อง เพียงแค่ของกระทรวงการคลังเท่านั้น จริง ๆ แล้วไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลเท่านั้นด้วยซํ้าไปอีก ต่างหาก เป็นเรื่องของพวกเราที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุก ๆ คน ผมต้องขออนุญาต เรียนว่า ตั้งแต่วันแรกที่ได้มีการประกาศเจตนาตั้งใจของรัฐบาลที่จะเข้ามาช่วยแก้ไข ปัญหาเรื่องหนี้นอกระบบ ผมได้รับคําแนะนําจากเพื่อนสมาชิกจากทุกพรรค ผมขออนุญาตเอ่ยนามเป็นตัวอย่างนะครับ ท่านชาดา ส.ส. พรรคชาติไทย เป็นท่านที่มี ความรู้ในเรื่องนี้ท่านมาจากจังหวัดอุทัยธานี ผมเข้ามาผมเพิ่งรู้ว่าจังหวัดอุทัยธานีมีเจ้าหนี้ นอกระบบเยอะมากเลยครับ ผมก็ไม่ทราบว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ท่านก็ให้คําแนะนําผม อย่างดี ผมเดินทางไปลงพื้นที่ที่จังหวัดอุบลราชธานีก็ได้รับคําแนะนําจากทาง ส.ส. พรรคเพื่อไทย ท่านชวลิตก็ให้คําแนะนําผมไปตลอดทาง นอกจากนั้นลงพื้นที่ เพื่อเป็นพยานต่อการโอนหนี้ของพี่น้องประชาชนในจังหวัดพื้นที่ของเขาด้วยพร้อม ๆ กัน กับ ส.ส. จังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดยโสธรจากพรรคประชาธิปัตย์ เพราะฉะนั้น ผมถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราทําร่วมกัน แล้วก็มั่นใจได้ในส่วนของพี่น้องประชาชน ที่ติดตามการอภิปรายในครั้งนี้ว่า รัฐบาลและผู้แทนทุก ๆ คนของท่านเอาจริงกับการแก้ไข ปัญหาหนี้ แล้วเราเชื่อว่าเมื่อพี่น้องประชาชนได้รับการแก้ไขปัญหาหนี้ผสมกับเรื่องของ การดูแลเรื่องรายได้ และเรื่องของค่าครองชีพแล้วเศรษฐกิจโดยรวมจะต้องดีขึ้นแน่นอน และเศรษฐกิจจะมั่นคงได้พี่น้องประชาชนต้องแข็งแกร่งครับ ขอบคุณครับ
จบ กระทู้ถามสด กระทู้ที่ ๓ ท่านสมาชิกครับ ท่านประธานชัยได้มอบรายชื่อท่านสมาชิก ที่จะใช้สิทธิพาดพิงตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ วรรคสอง ท่านแรกคุณหมอวรงค์นะครับ ขอความกรุณาเอาตรงประเด็นเลยนะครับ แล้วเดี๋ยวต่อด้วยท่านสุนัย ท่านวิรัตน์ คุณหญิงกัลยา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงในกระทู้ถามที่ ๑ ซึ่งทางคุณจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ตั้งกระทู้ ถามท่านนายกรัฐมนตรี จริง ๆ แล้วผมเสียดายนิดเดียวครับท่านประธาน ถ้าผมได้ชี้แจง สิทธิพาดพิงตั้งแต่ตอนตั้งกระทู้ถามที่ ๑ ผมเชื่อว่ากระทู้ถามจะต้องยุติ เนื่องจากว่า การพาดพิงถึงผม เนื่องจากผมหมอวรงค์ในฐานะรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์เป็น ผู้แถลงข่าว และเอาคําแถลงข่าวของผมนั้นไปบิดเบือนกับข้อเท็จจริงที่ผมกําลังชี้แจง กับสื่อ ดังนั้น ผมจึงขออนุญาตอ่านหนังสือพิมพ์สั้น ๆ ที่ว่าผมแถลงข่าวเป็นอย่างไร แล้วก็ ข้อความที่เขาพูดนั้นเป็ นอย่างไร จะได้ชี้ให้เห็นว่ามีความขัดแย้งกันอย่างไรบ้าง คําแถลงข่าวของผมต่อสื่อมวลชนผมกล่าวว่า ข้อตกลงดังกล่าวหมายถึงหากจะมี การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็สามารถมาพูดคุยเจรจาตกลงทําความเข้าใจกันได้ ไม่ขัดข้องกับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่มีเงื่อนไขเพียง ๒ ข้อคือ ๑. ต้องไม่มีการนิรโทษกรรม ๒. ต้องไม่มีการคืนทรัพย์ให้กับ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ดังนั้นเจตนาชัดเจนครับว่าเนื่องจากว่าอดีตที่ผ่านมามี พรรคการเมืองบางพรรคต้องการจะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อนิรโทษกรรมแล้วก็เพื่อการคืน ทรัพย์ ดังนั้นเงื่อนไขในการตกลงก็ตรงไปตรงมาว่าถ้าคุณจะแก้รัฐธรรมนูญต้องมาทําเพื่อ นิรโทษกรรมนะ และต้องไม่เกี่ยวข้องกับการคืนทรัพย์ ไม่เกี่ยวกับประเด็นการแทรกแซง ศาลหรือแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมทั้งสิ้น ดังนั้นผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ว่าถือว่าคุณจตุพร พรหมพันธุ์ บิดเบือนข้อเท็จจริงของผมครับ และอยากจะกราบเรียน ท่านประธานนะครับว่า ขนาดสื่อลงเป็นลายลักษณ์อักษรยังบิดเบือนได้ขนาดนี้ มันถึง บิดเบือนกันได้เยอะครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ท่านก็ ได้ให้ข้อมูลทางท่านแล้วนะครับ เชิญต่อไปครับ ท่านวิรัตน์ครับถูกพาดพิง เดี๋ยวท่านสุนัย ต่อจากท่านวิรัตน์นะครับ
เมื่อกี้ท่านเอ่ยชื่อผมก่อนนะท่าน
ไม่ครับ ท่านวิรัตน์ก่อนครับ ท่านวรงค์ ท่านวิรัตน์ ท่านสุนัยและคุณหญิงกัลยาครับ เชิญท่านวิรัตน์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมเป็นผู้อภิปราย คุณเฉลิม อยู่บํารุง ในสมัยที่คุณเฉลิมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมถูก กล่าวหาค่อนข้างรุนแรงครับ นั่งเทียน ปากเปราะเราะราย เอาที่ไหนมาว่าเฉลิม หรือ หมั่นไส้เฉลิมหรือเอาเรื่องจริงมาพูดบ้าง มันทําให้เสียหายครับท่านประธาน เพราะว่ากรณี ที่ผมอภิปรายไม่ไว้วางใจคุณเฉลิมนี่มันมีที่มาที่ไป ผมขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ ท่านประธาน คือที่ดินของบริษัท ศรีสุบรรณฟาร์ม ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ศาลจังหวัด สุราษฎร์ธานี ศาลจังหวัดในระบบกระบวนการยุติธรรมนี่พิพากษาว่าออกโดยชอบ พิพากษาเรียบร้อยว่าออกโดยชอบแต่คุณเฉลิมไม่ยอม สั่งให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงซึ่งต่อมา คนนี้ก็เป็นรองอธิบดี ผมไม่อยากพาดพิงเดี๋ยวจะเสียหาย ครั้งที่ ๑ คนคนนี้กับคณะลงไป ตรวจสอบ ผลครั้งที่ ๑ ออกโดยชอบ ทั้งหมดสอบ ๔ ครั้งนะครับ สั่งไปอีกไม่พอใจ ไปดู อีกที ครั้งที่ ๒ ก็คนคนเดียวกันนี่ครับสรุปมาออกโดยชอบ ครั้งที่ ๓ เช่นเดียวกัน มีการเปลี่ยนตัวกรรมการบ้างก็ยืนยันว่าออกโดยชอบ พอครั้งที่ ๔ ครับ การออกทั้งหมด คนคนเดียวกันนี่ครับบอกว่าออกโดยไม่ชอบ ผมก็ตั้งคําถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยตอนนั้น เฉลิม อยู่บํารุง ว่าท่านได้ใช้อํานาจแทรกแซงการทําหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่หรือไม่ มาถึงวันนี้นะครับ กระบวนการที่ว่าออกโดยชอบนั้นกรมที่ดินยืนยัน แล้วว่าออกโดยชอบ จบไปนะครับ นี่คือกรณีที่ ๑ ผมไปโยงกับเรื่องลํากระโดงเรื่องเดียว ผมก็บอกว่าลํากระโดงนี่เป็นอย่างไรล่ะ ถึงไหนแล้ว เป็นการทวงถาม คุณเฉลิมก็บอกว่า เชื่อว่าไม่ได้ทําผิด นั่นความเห็นของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเลยนะ ความเห็น ลักษณะอย่างนี้ครับน่าจะเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม แต่ทันทีที่พรรค ประชาธิปัตย์มาเป็นรัฐบาล คุณถาวร เสนเนียม ไปดูแลกรมที่ดินดําเนินการทุกเรื่องเท่าที่ เป็นไปตามกฎระเบียบ หลักการ เหตุผล พยาน ผมเองทวงถามท่านประธานครับ ทวงถาม ว่าเมื่อไรกรณีอัลไพน์ซึ่งคนในตระกูลชินวัตรเข้าไปพัวพันอยู่ถึงไหนแล้ว ผมทวงถาม ผมออกทีวี (TV) ผมไปพบ ป.ป.ช. เดินเต็มที่นะครับ ที่ดินรัชดาภิเษกเอย เขากระโดงเอย เราทํานะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นไปตามเงื่อนไข
ท่านประธานครับ
ท่านสุนัยครับ เดี๋ยวให้ท่านชี้แจงให้จบครับ ท่านนั่งลงครับ เดี๋ยวท่านจะได้มีโอกาสชี้แจง เรื่องพาดพิง ท่านนั่งก่อนครับจะได้ให้จบเป็นท่านท่านไป นั่งลงครับ ท่านวิรัตน์ครับเอาที่ พาดพิงท่านครับ
นี่ครับ นี่กําลังพาดพิงว่าไม่ได้เป็ น การนั่งเทียน ไม่ได้เป็นการปากเปราะเราะราย ไม่ได้พูดเพราะหมั่นไส้ แต่ว่าพูดเพราะ พฤติกรรมของ มท. ๑ ในขณะนั้นไม่ชอบมาพากล ขอบคุณท่านประธาน
เชิญท่านสุนัยครับ
เมื่อสักครู่ต้องขอประทานโทษ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าถ้าพาดพิงคงต้องฟัง แต่ว่าถ้าลึกนักมาถึงเรื่องอดีตหัวหน้า พรรคผมนี่ผมว่ามันเป็ นพาดคอไม่ใช่พาดพิง เลยต้องเตือนท่านประธานก่อน ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย สิ่งที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานที่เกี่ยวข้องกับการอภิปรายในเรื่องของ กระทู้ถามสด ถ้าท่านประธานจะได้ทบทวนดูนะครับว่าอดีตกระทู้ถามสดนี้ไม่มีนะครับ เพิ่งจะมีมาไม่กี่สมัย ผมจําความได้ว่าปรัชญาของกระทู้ถามสดนั้นเพื่อ ๑. เพื่อให้ระบบ รัฐสภาตอบคําถามของประชาชนได้อย่างฉับไว ผมเป็นคนหนึ่งที่รักระบบรัฐสภา และไม่ชอบการรัฐประหาร พรรคการเมืองไหนที่สนับสนุนการรัฐประหารนี่ผมไม่ยอม หรอกครับ ดังนั้นท่านประธานครับ การที่ระบบรัฐสภามีกระทู้ถามสดนั้นเพื่อให้ประชาชน รู้สึกพึงพอใจต่อระบบรัฐสภาว่าเขาพึ่งได้ เมื่อก่อนนี้มีแต่กระทู้ถามแห้งครับ ๓ เดือน ๔ เดือนจนกระทั่งเรื่องจบไปหมดแล้วกระทู้ถามเพิ่งมา ดังนั้นเรื่องกระทู้ถามสดนี้จึงเป็น กระบวนการที่ตรวจสอบรัฐบาล
และประการที่ ๒ เป็นการควบคุมฝ่ำยบริหารทําให้รัฐมนตรีจะต้อง ตื่นตัวเสมอ เพื่อให้ฉับไวต่อการแก้ปัญหาของประชาชนแม้ว่าไม่มีกระทู้ถามมา ด้วยเหตุนี้เองเราจึงมีข้อตกลงกันว่าให้มีการถ่ายทอดสด ท่านประธานครับ ที่ผมต้อง ขอเวลานี้จริง ๆ เพราะเป็นผลประโยชน์ของระบบรัฐสภา ทางท่านรัฐมนตรีสาทิตย์นั้น กระผมขอเรียนเถอะครับว่าเมื่อท่านไปเป็นรัฐมนตรีแล้วก็แสดงความมีเกียรติหน่อย วันนี้ท่านได้ใช้สถานีโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ หรือที่เราเรียกว่าหอยม่วงนี่เป็ นเครื่องมือ จนเกินงามแล้ว ประการแรก ได้เอาผู้ที่ร่วมการก่อจลาจล แล้วท่านไม่ดําเนินคดีกับเขานั้น มาออกรายการ อันนั้นผมไม่ว่าละ ท่านก็ทําของท่านไป บาปกรรมมีจริง ท่านจะต้องรับ เคราะห์ แต่กรณีกระทู้ถามสดนี่ครับ ท่านกลับไม่ทําตามข้อตกลงกับประธานสภาที่ตกลง กับเพื่อนสมาชิกในสภาว่าจะถ่ายทอดตั้งแต่บ่ายโมงครึ่งถึง ๓ โมงครึ่ง วันนี้ชัดเจนครับ กรณีที่ท่านเฉลิมขึ้นมาพูดนั้นวันนี้ไม่มีการถ่ายทอดสดครับ และสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรี พูดนั้นเป็นเท็จครับ ไม่ใช่รีรัน (Rerun) ครับ แต่มีคนจัดรายการอีกคนหนึ่งเลยครับเป็น โฆษก เอาตัดต่อการอภิปรายแต่ละตอนแล้วมาสรุปด้วยครับ ไม่ใช่สดครับท่านประธาน ลักษณะอย่างนี้ผมถือว่า ภาษาฝรั่งเขาเรียกทริคกี้ (Tricky) ภาษาไทยเขาเรียกว่า เล่นสกปรก อย่าทําเลยครับ ท่านสาทิตย์ท่านได้ยินแล้วมาตอบก็ได้ หรือไม่มาตอบ ก็ไม่เป็นไร ขอฝากไป ไม่ได้ตําหนิอะไรท่าน แต่ว่าความรู้สึกที่กระทําอย่างนี้ผมว่าไม่ดีครับ
เอาละครับ
ท่านประธานครับ จําได้ไหมครับ ถ้ายิ่งทําอย่างนี้กรมประชาสัมพันธ์จะถูกประชาชนเกลียดชังมากขึ้น กรมประชาสัมพันธ์ ที่ถูกเผาครั้งแรกเมื่อ ๑๔ ตุลาคม ก็เพราะเหตุการณ์อย่างนี้ครับ จึงฝากไว้ ท่านประธานครับ ขอท่านประธานช่วยทําบันทึกถึงรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ด้วยครับว่าทําอย่างนี้สกปรกครับ ขอบคุณ
เอาละครับท่านครับ ผมขออนุญาตชี้แจงนิดหนึ่งเรื่องการถ่ายทอดสด โดยปกติ สมัยประชุมที่แล้วเราก็ประสานให้มาถ่ายตั้งแต่บ่ายโมงครึ่งถึงบ่ายสองโมงครึ่ง หรือบ่ายสามโดยประมาณนี่นะครับ เผอิญวันนี้กระทู้ถามสดเข้าไว ถึงไว จริง ๆ เมื่อก่อนนี้ ท่านประธานสภาท่านให้หารือไปเรื่อย ๆ ผมจําได้ว่าผมต้องทําหน้าที่ตอนบ่ายโมงครึ่ง จะเข้ากระทู้ถามสดทุกครั้ง และมีการถ่ายทอด เผอิญวันนี้ไม่มีการหารือก็เลยเข้า กระทู้ถามธรรมดา กระทู้ถามสดไวไปนะครับ ฉะนั้นถ้าต่อไปท่านประธานมีนโยบาย ชัดเจนว่าจะไม่หารือมันจะเข้ากระทู้ถามสดไว เราก็จะได้ประสานเพื่อเปลี่ยนแปลงเวลา นะครับ ผมก็รับเอาข้อสังเกตท่านสุนัยได้ประสานกับท่านประธานสภาต่อไปนะครับ ขอบคุณครับ
ขอประทานโทษท่านประธานครับ ไม่ใช่เป็นการรีรันนะครับ แต่มีการจัดรายการครับ มีโฆษกอีกคนหนึ่งเลยมาขมวดครับ มีขมวดประเด็นเป็นประเด็น แล้วก็ตัดตอนคุณจตุพรเป็นตอน ๆ ในขณะที่ท่านเฉลิม พูดอยู่นี่ครับ
เดี๋ยวจะไปตรวจสอบให้นะครับ ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ ไม่ต้องแก้ตัว ให้เขาหรอกครับ ข้อเท็จจริงเป็นเช่นนี้ครับ
ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปครับ ใช้สิทธิพาดพิงท่านคุณหญิงกัลยา เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ต่อกรณีที่ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ได้กล่าว พาดพิงครอบครัวโสภณพนิชที่เกี่ยวข้องกับเขาสอยดาว ดิฉันเสียดายมากว่าท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง น่าจะมานั่งฟังในสภา ท่านพูดเสร็จท่านก็ออกไปเลย ซึ่งคนที่เขาจะพูดอะไรท่านก็ไม่ได้ยิน ไม่ได้ฟัง แต่เชื่อว่าท่านคงฟังอยู่ ที่ดิฉันเสียดายมาก ก็คือว่าดิฉันจะขอบคุณเขาค่ะ ๒ ประเด็นด้วยกัน อย่างน้อยคุณเฉลิมก็ได้กันว่า ไม่เกี่ยวกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แม้ดิฉันจะนามสกุล โสภณพนิช ก็ตาม นั่นน่ะเป็นการพูดความจริงที่ดิฉันอยากจะขอบคุณ น่าเสียดายมากค่ะ
ประการที่ ๒ คุณเฉลิมกล่าวถึงอะไรมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่พูดก็คือว่าที่ดิน เขาสอยดาวมีโฉนด มี น.ส. ๓ และมี น.ส. ๓ ก ก็จะขอขอบคุณที่พูดสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริง ในครั้งนี้ แต่สิ่งที่คุณเฉลิมกล่าวหาตระกูลโสภณพนิช แล้วก็บอกรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่เกี่ยว ดิฉันอยู่ในตระกูลโสภณพนิชหรือเปล่า ไม่ทราบว่ากฎหมายเขาเรียนกันมา แล้วเขาว่าคนที่นามสกุลโสภณพนิชไม่เกี่ยวกับคําพูด ที่กล่าวหาตระกูลโสภณพนิชอย่างรุนแรง อย่างไม่เป็นธรรม แล้วก็เอ่ยชื่อบุคคลข้างนอก บุคคลที่สามหลายครั้งหลายครา พูดแล้วพูดอีก ๆ บุคคลที่ถูกกล่าวนามเขาอยู่นอกสภากัน คุณหญิงไว้ก่อน กันคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ไม่เกี่ยว แต่ตระกูลโสภณพนิช ตระกูล โสภณพนิช แต่คนที่ถูกเอ่ยนามเขาคงจะต้องต่อสู้คดี แล้วก็เอาไว้รอไปพบกันที่ศาลค่ะ
ก็ครบถ้วนท่านที่ใช้สิทธิพาดพิงนะครับ ท่านสมาชิกครับ จบวาระกระทู้ถามแล้วนะครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกมาลงชื่อ
ท่านประธานครับ ท่านประธาน ที่เคารพ
ท่านวัชระครับ ท่านไม่ได้ถูกพาดพิงนะครับ นั่งเถอะครับ ท่านมีอะไรครับ
ท่านประธานต้องฟังสมาชิก ก่อนครับ
ท่านประท้วงหรือครับ
ผมประท้วงครับ
ประท้วงเรื่องอะไรครับ ข้อไหนครับ
ผมแนะนําตัวก่อนครับ ท่านประธาน กระผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตประท้วงคุณสุนัย นามสกุลจําไม่ได้ ต้องขออภัยจริง ๆ ครับ ท่านพี่ผมขาวนี่ครับ ท่านได้อภิปรายกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรี ว่าตลบตะแลง ท่านจะคิดว่าท่านหัวหน้าพรรคของผมจะมีนิสัยเหมือนกับหัวหน้าพรรค ของท่านไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ คําว่า ตลบตะแลง นั้นเป็นคําที่ไม่สุภาพ เสียดสี ผิดตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ท่านประธานเป็นผู้ควบคุมการประชุมสภาตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านประธานต้องให้ท่านพี่สุนัยถอนคําพูดนี้ และท่านพี่สุนัยถ้าไม่ถอนท่านประธาน ต้องสั่งให้ออกนอกห้องประชุมเหมือนกับที่สั่งให้สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ออกนอก ห้องประชุมครับ
นั่งเลยครับ ผมวินิจฉัย ท่านสุนัยครับขอความกรุณาถอนคําว่า ตลบตะแลง นะครับ
เสียดายจริง ๆ นะว่าท่านอยู่ พรรคเดียวกับผม
ท่านสุนัยครับ
ผมคงจะต้องพูดกับท่านประธานว่า ผมพูดเมื่อไรครับ
เมื่อสักครู่นี้นะครับที่ท่านอภิปราย
เมื่อกี้ผมยังไม่ได้อภิปราย ผมชี้แจง เรื่องทริคกี้ ผมใช้คําว่า ทริคกี้ แปลว่า สกปรก
นั่นละครับ แล้วท่านแปลภาษาไทย ผมก็ฟังอยู่นะครับ
ท่านประธานพูดเท็จเองนะ
ขอความกรุณาเถอะครับ
ไม่ใช่ ท่านประธานบอกผมพูด ตลบตะแลงที่ไหนเล่า ผมพูดบอกว่า ถ้าทําอย่างนี้ภาษาฝรั่งเขาเรียกทริคกี้ ภาษาไทย เรียกว่า ทําสกปรก ก็บอกว่าถ่ายทอดสด แล้วในทางปฏิบัติไม่ได้ถ่ายทอดสด แล้วไม่ใช่ รีรันด้วย แต่เป็นการจัดรายการอีกต่างหาก มีโฆษกมาขมวดประเด็นอย่างนี้ทริคกี้ แล้วท่านก็เออออห่อหมกกับเขาไปได้
เดี๋ยวนะครับท่านสุนัยครับ
คนละตอนนะครับ
ท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้ฟังอยู่นะครับ เจ้าตัวมา เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จริง ๆ ผมเข้าใจว่าเพื่อนสมาชิกจะประท้วง เรื่องนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ท่านพูดครับ ท่านพูดบอกว่าผมนี่บางเรื่องแกล้งทําเป็นจําไม่ได้ ตลบตะแลงตอนที่ท่านพูดถึงเรื่องบันทึกของท่านรัฐมนตรีกษิต ผมไม่ถือสาครับผมก็เลย ไม่ได้ประท้วงท่านครับ แต่ว่าถ้าท่านจําไม่ได้ท่านนะครับตลบตะแลงครับ
ท่านสุนัยครับ ก็ถอนเสียนะครับ
ท่านประธานครับ ก็ดีใจนะ ที่ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีอย่างนี้ นิดไม่ได้ หน่อยไม่ได้
ถอนเถอะครับ
จะต้องเสียเสียดสีคนอื่น ฟังให้ดี ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีนี่แหละตลบตะแลงจริง ๆ เมื่อสักครู่นี้ผมกล่าว
ท่านสุนัยมีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ
ท่านประธาน นายเชน เทือกสุบรรณ ขออนุญาตเพื่อให้การประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ท่านประธานต้อง ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านประธานสั่งให้คุณสุนัยได้ถอนคําพูดหลายครั้งแล้ว คงไม่ต้อง อภิปรายนะท่านประธานบอกท่านประธานวินิจฉัยแล้ว เพราะฉะนั้นต้องมีหน้าที่ที่ต้อง ปฏิบัติตาม ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านสุนัยครับ ผมขอความกรุณาท่านถอนนะครับ
เดี๋ยวสิครับ
ถอนเฉพาะคํา ตลบตะแลง ครับ
ไม่ใช่ เมื่อสักครู่นี้ผมพูดเรื่องหนึ่ง
ไม่ใช่ คือท่านวัชระ ท่านฟังอยู่แล้วท่านเข้ามา
ท่านย้อนไปผมก็ไม่รู้ว่าท่านกําลัง จะพูดถึงตรงนี้ ผมก็บอกผมพูดถึงทริคกี้
ที่ท่านพูดไว้ครับ ที่มีคําว่า ตลบตะแลง ถอนเถอะครับเราจะได้ลบออกจากรายงาน การประชุมไป
ท่านครับ ท่านนายกรัฐมนตรี จริง ๆ ตลบตะแลงหลายเรื่อง
ท่านสุนัยครับ
ตอบกระทู้ถามผมไม่เกี่ยว
ท่านสุนัยครับผมขอให้ท่านถอนคําว่า ตลบตะแลง
ท่านครับ พฤติกรรมของ ท่านนายกรัฐมนตรีหลายครั้ง
ท่านสุนัยครับ ขอความกรุณาครับ ถอนเถอะครับ
ท่านครับ เดี๋ยวก่อนสิครับ
คือเดี๋ยวเราจะได้พิจารณาเรื่องอื่นต่อไป ท่านถอนนะครับ
คือเรื่องผ่านมา ๒ ชั่วโมง ๓ ชั่วโมง แล้วก็มาบอกกันแล้วก็มาพูดเรื่องนี้มันจะตัดต่อกันได้อย่างไรล่ะครับ ผมกําลังพูดถึงเรื่อง การตั้งกระทู้ถามสด ท่านก็มาประท้วงผมว่ากระทู้ถามสดผมพูดอย่างนี้ ผมบอก ผมไม่ได้พูด
มีสมาชิกทักท้วงไม่ว่าท่านจะอภิปรายตอนไหนก็ตามถ้าคําอภิปรายนั้นมันขัดต่อข้อบังคับ แล้วเขามาทักท้วงขอให้ท่านถอน ประธานวินิจฉัยว่ามันเป็ นถ้อยคําที่ไม่สุภาพ ไม่เหมาะสม ขอความกรุณาท่านถอนเท่านั้นเองครับ
ท่านครับ ฟังผมสักนิดสิครับ ดูพฤติกรรมของท่านนายกรัฐมนตรีก็แล้วกัน
ท่านสุนัยครับ ไม่เอาแล้วครับ ขอความกรุณาถอนนะครับ
ท่านครับ ให้ผมพูดสักนิดสิครับ
ท่านถอนเถอะครับ ไม่ต้องพูดแล้วครับเดี๋ยวผมจะไปเรื่องอื่นต่อแล้วครับ
ท่านประธานครับ
ไม่มี ประเด็นอะไรเดี๋ยวจะบานปลายกว่านี้ ขอความกรุณาครับ
คือผมอยากให้คุณสุนัย เป็นสุภาพบุรุษครับ
ท่านวัชระไม่ต้องหรอกครับ ท่านประธานวินิจฉัยแล้วให้ท่านสุนัยถอนคําพูดว่า ตลบตะแลง ขอความกรุณาถอนนะครับ
ท่านนายกรัฐมนตรีไม่มีเกียรติพอ ที่ผมจะทําเช่นนั้นครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านไม่ถอนคําพูด ท่านสมัครใจออกจากห้องประชุม
(นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เอาละครับ คุณหมอครับไม่มีอะไรแล้วครับ
ท่านไม่ให้พูดไม่ได้ ผมยืนและ ยกมือ
ประท้วงเรื่องอะไรล่ะครับ
เมื่อสักครู่ผมประท้วง ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีก็พูดว่าคุณสุนัยก็ตลบตะแลง ต้องให้ ท่านนายกรัฐมนตรีถอนคําพูดด้วย เมื่อสักครู่ก็บอก คุณก็ตลบตะแลง นี่คือคําพูดของ นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีต้องถอนคําพูดด้วยครับ ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยครับ
ท่านนายกรัฐมนตรีออกจากห้องประชุมไปแล้ว เอาอย่างนี้นะครับท่านสมาชิก ผมขอความกรุณาครับ
ท่านประธานครับอย่าทํา ๒ มาตรฐาน
ไม่มี ๒ มาตรฐาน
ก็นี่อย่างไรครับ ท่านบอกว่า นายกรัฐมนตรีเดินไป ท่านก็ต้องบอกสิครับ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องถอน ท่านได้ยินอยู่
คืออย่างนี้ครับ ประธานได้วินิจฉัย คําว่า ตลบตะแลง เป็ นคําพูดที่ไม่เหมาะสม ขัดข้อบังคับ ฉะนั้นได้ให้คุณสุนัยถอน คุณสุนัยท่านบอกว่าท่านไม่ถอน ท่านสมัครใจ เดินออกจากห้องประชุม ขณะเดียวกันมีท่านสมาชิกท่านคุณหมอประสิทธิ์ได้บอกว่า ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีถอนคําพูดนี้เช่นกัน เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขอกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ ครั้งแรกที่คุณสุนัยพูด ผมก็ไม่ติดใจ คือท่านกล่าวหาผมใช้คําว่า ตลบตะแลง แกล้งจําไม่ได้ในเรื่องที่ท่านอภิปราย เสร็จแล้วต่อมาเพื่อนสมาชิกก็ประท้วงคุณสุนัยว่า ใช้คําพูดนี้ ขอให้ถอน คุณสุนัย ผมไม่ทราบนะครับจําได้หรือจําไม่ได้ อ้างว่าไม่ได้พูด สุดท้ายก็ยอมรับว่าพูด เพียงแต่พูดคนละท่อนกับก่อนที่คุณวัชระจะประท้วง ผมก็บอกว่า ถ้าการแกล้งจําไม่ได้เป็ นพฤติกรรมตลบตะแลง สิ่งที่คุณสุนัยทํานั่นแหละครับ มันตรงกับคําพูดคุณสุนัย แต่เอาละ เมื่อท่านประธานบอกคําพูดนี้ไม่เหมาะสมผมก็เป็น สุภาพบุรุษพอที่จะขอถอนคําพูดคําว่า ตลบตะแลง ครับ
จบนะครับ ท่านสาทิตย์ชี้แจงเรื่องถ่ายทอดสด เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี กรณีที่มีเพื่อนสมาชิกได้แสดงความกังวลแล้วก็พาดพิงถึงเรื่องการถ่ายทอดสดในทํานอง ว่าจะมีการดําเนินการที่ไม่ถูกต้องเพราะเสมือนกับมีการตัดต่อบ้าง มีการจัดทําเป็น รายการบ้าง ผมก็ต้องเรียนท่านประธานนะครับว่า ความจริงแล้วรัฐบาลได้มี การถ่ายทอดสดการถามกระทู้ถามสดมาโดยตลอดนะครับ ตั้งแต่สมัยประชุมของเราได้ เริ่มต้นภายใต้รัฐบาลนี้ ตลอดเวลาก็มีการจัดผังรายการครับ ในช่วงระยะเวลาที่กําหนดไว้ คือบ่ายโมงครึ่ง ความจริงแล้วกระทู้ถามจะต้องจบภายใน ๑ ชั่วโมง แต่ว่าทุกครั้ง ก็จะมีเวลาสํารองเหลือเอาไว้ บังเอิญว่าวันนี้สภามีการเปลี่ยนแปลงเวลาของการถาม กระทู้ถามสด คือไม่ได้เริ่มตรงเวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา ผมก็ลุกขึ้นชี้แจงต่อสภานี้ในขั้นตอน เบื้องต้นบอกว่าเวลาของการถ่ายทอดนั้นยังคงอยู่ที่ ๑๓.๓๐ นาฬิกา แต่ในเมื่อกระทู้ ถามสดมีการเริ่มต้นก่อนผังรายการก็ไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ เพราะจะกระทบถึงผัง รายการอื่นด้วย วิธีการก็คือว่าจะต้องมีการบันทึกเทปเอาไว้ บังเอิญในการบันทึกเทปเริ่ม เวลา ๑๒.๓๖ นาฬิกา ผมนั่งอยู่ตรงนี้ครับ แต่การถามกระทู้ถามนั้นไม่ได้อยู่ในระยะเวลา ๒๐ นาทีต่อ ๑ กระทู้ และจําได้กระทู้ถามสดที่ ๑ มีการประท้วงกันไปมายาวนานมาก แล้วก็ไปคาบเกี่ยวถึงระยะเวลาที่เป็นเวลาบ่ายโมงครึ่งซึ่งเป็นเวลาถ่ายทอดสด คําถาม แรกเพิ่งจบตอนเวลาประมาณบ่ายโมงครึ่งหลังจากมีการประท้วงกันยาวนาน เพราะฉะนั้นในการถ่ายทอดออกอากาศในการทําเทปก็มีปัญหา ๒ ประการ
ประการที่ ๑ ก็คือจะทําอย่างไรให้อยู่ในระยะเวลาที่เหมาะสม
ประการที่ ๒ ก็คือตอนกระทู้ถามสดที่ ๑ ดําเนินการถามในสภา ตัวกระทู้ถามที่บันทึกเทปในตอนคําถามที่ ๑ ก็ต้องออกอากาศไปก่อน เพราะฉะนั้น ช่วงต่อของการที่จะเอาเทปซึ่งบันทึกต่อมาออกอากาศต่อจึงจะต้องมีคนที่มาคั่นรายการ ก่อน เพราะว่าเวลาจะใช้สัญญาณการถ่ายทอดสดเขาเกี่ยวสัญญาณจากโทรทัศน์ ดาวเทียม แต่พอมาถึงกระทู้ถามถัดมาจากที่ท่านสมาชิกถามท่านนายกรัฐมนตรีใน กระทู้ถามสดที่ ๒ ก็มีการดําเนินการต่อเนื่อง หลังจากนั้นพอจบแล้วผมก็ดูอยู่ครับสักครู่นี้ ก็จะขึ้นกระทู้ถามสดที่ ๓ ซึ่งสมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์ถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ก็มีคนคั่นนิดหนึ่งแล้วก็ฉายต่อครับ แต่เพื่อเวลาที่เหมาะสมวันนี้ก็มี การตัดทอนจริงในช่วงระยะเวลาที่มีการประท้วงกัน มิฉะนั้นแล้วระยะเวลาก็จะไม่ได้ และกระทู้ถามสดสุดท้ายก็เวลาไม่เพียงพอครับ ผมก็เรียนท่านประธานครับว่าในสัปดาห์ ซึ่งเราจะเริ่มการประชุมตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา ก็คงจําเป็นต้องใช้วิธีการนี้ไปก่อน เนื่องจากการปรับผังรายการจะส่งผลกระทบถึงรายการอื่นซึ่งหลายรายการเช่าเวลา ออกอากาศกับสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ ด้วย การไปเปลี่ยนเวลา ออกอากาศผังเขาก็จะเป็นปัญหาครับ แต่ก็ยืนยันครับว่าการถ่ายทอดกระทู้ถามสดแม้ว่า จะเป็นการบันทึกเทป ถ้าอยู่ในระยะเวลาที่เรากําหนดเอาไว้คือประมาณหนึ่งชั่วโมงถึง หนึ่งชั่วโมงครึ่งจะถ่ายทอดสดจนกระทั่งจบและให้ประชาชนได้ติดตามดูแลอย่างครบถ้วน เต็มที่ ไม่มีนะครับประเภทลูกตุกติกที่จะไปตัดทอนตรงนั้นตรงนี้ไม่ให้ใครได้ออกอากาศ เพราะว่าที่ผ่านมาเราก็ทําอย่างนั้นมาโดยตลอดนะครับ เพราะถ้าจะตุกติกง่ายครับไม่ให้ ถ่ายทอดสดเสียแต่แรกเหมือนในเวลาอื่นก็จบครับ แต่เราใจกว้างพอที่จะเปิดให้มี การถ่ายทอดสดครับ
ก็ยังมีอีกท่านหนึ่งครับ มีท่านรัฐมนตรีอลงกรณ์ ที่ท่านประธานชัยได้อนุญาตท่านไว้เรื่อง ใช้สิทธิพาดพิง เชิญครับ
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด: ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตท่านประธานสภาในการใช้สิทธิพาดพิง ซึ่งท่านประธานสภาได้อนุญาตเมื่อวาระในเรื่องของกระทู้ถามสดได้ยุติลง สืบเนื่องจาก ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มีการอภิปรายระหว่างการตั้งกระทู้ถามสด ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับเรื่องของการบุกรุกที่ดินของรัฐและพาดพิงมาถึงตัวกระผม ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเพราะว่ามีความคลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริง จะด้วยความที่ท่านไม่เข้าใจกระบวนการทํางานของพรรคฝ่ายค้าน คือพรรคประชาธิปัตย์ ในขณะนั้นหรืออย่างไรก็สุดแล้วแต่ แต่เป็นหน้าที่ที่ผมจะต้องชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ที่ท่านกล่าวว่าท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขณะนั้นเป็นผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่รู้ ปล่อยให้ลูกพรรคออกมาดําเนินการเสมือนหนึ่ง ไม่มีความรับผิดชอบ ซึ่งอยากจะเรียนว่า ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รวมทั้งหัวหน้าพรรคก่อนหน้านั้นได้แต่งตั้งให้ผมเป็นประธานตรวจสอบ การทุจริต เพราะฉะนั้นจึงได้ทําหน้าที่ในการตรวจสอบ ซึ่งก็มีกรณีการบุกรุกที่ดิน ของรัฐที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งก็ทําหน้าที่ในการตรวจสอบและเมื่อเห็นว่ามีเหตุอันควร เชื่อได้ว่าได้มีการกระทําผิดตามข้อเท็จจริง จึงได้ส่งเรื่องให้กับทางคณะกรรมการป้ องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ซึ่งก็เป็นกระบวนการที่กระผมได้ ตรวจสอบแล้วก็ดําเนินการทุกครั้ง แต่ไม่ใช่ทุกคดีที่จะยื่นให้กับ ป.ป.ช. เมื่อได้ตรวจสอบ เห็นว่าข้อเท็จจริงไม่มีมูลเพียงพอที่จะดําเนินการต่อไป แต่ว่าในเรื่องใดที่เห็นว่ามีเหตุ อันควรเชื่อก็จะดําเนินการสรุปเป็นสํานวนสอบสวนรายงาน แล้วก็ยื่นให้ ป.ป.ช. ตามกระบวนการและอํานาจหน้าที่ที่รัฐธรรมนูญได้กําหนดไว้ในขณะนั้น ขณะเดียวกัน ก็มีการฟ้ องร้องแจ้งความผมในคดีหมิ่นประมาท โดยท่านชัย ชิดชอบ และสมาชิก ในครอบครัวของท่าน ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่สามารถใช้สิทธิได้เมื่อเห็นว่าต้องการปกป้ อง ชื่อเสียงเกียรติยศ ผมก็ถือว่าผมได้ทําหน้าที่ตามหน้าที่ที่ผมได้รับมอบหมายจาก รัฐธรรมนูญ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานตรวจสอบการทุจริต ความจริงก็เป็น ๑ ใน ๒๐ คดีที่ถูกฟ้ อง วันนี้คดีก็อยู่อย่างครบถ้วน แล้วแม้ว่าจะมา ร่วมรัฐบาลกันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องแต่อย่างใด ต่างฝ่ายต่างเคารพในกระบวนการยุติธรรม เคารพในเรื่องกระบวนการของ ป.ป.ช. ที่จะสอบสวนดําเนินการต่อไปเพื่อพิสูจน์ ความถูกผิด แล้วผมก็เชื่อว่าการให้ความเคารพต่อกระบวนการยุติธรรมโดยไม่มาตัดสิน ชี้ว่าใครถูกใครผิดด้วยตัวเองจะได้รับการยอมรับได้ในที่สุด ดังนั้นแม้ว่าจะอยู่ร่วมรัฐบาล แต่ก็ไม่มีการถอนคดีความกัน ไม่มีการติดต่อเพื่อให้มีการเกี้ยเซี้ยคดี หรือว่าดําเนินการ อย่างหนึ่งอย่างใดในลักษณะที่ไม่ถูกไม่ควร ทุกคดียังอยู่ครบ และนั่นคือหลักการทํางาน ของผมมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล จึงให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้เกิดความมั่นใจในข้อเท็จจริงเหล่านี้ว่าสิ่งที่ผมได้ชี้แจงนั้นเป็นไปตามข้อเท็จจริง และหากว่ามีความเข้าใจผิดคลาดเคลื่อนอย่างใด โดยเฉพาะท่าน ร้อยตํารวจเอก ดอกเตอร์เฉลิม อยู่บํารุง ถึงแม้ท่านไม่อยู่ในที่ประชุมนี้ก็ขอให้ท่านได้เข้าใจในความจริง ที่ถูกต้องด้วย ขอขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ท่านอดุลย์มีอะไรครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม อดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคเพื่อไทย ที่จริงผมต้องการจะพูดในอาทิตย์หน้า เนื่องจากคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านกลับไปแล้ว แต่ปรากฏว่าท่านยังอยู่ และคุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ยังอยู่ที่นี่ก็เลยอยากจะกราบเรียน
ท่านมีเรื่องจะหารือใช่ไหมครับ
จําเป็ นจะต้องพูดครับ ท่านประธาน
เรื่องอะไรครับ
เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ ตัวผมโดยตรงด้วย เมื่อสักครู่ถ้าเกิดท่านประธานดูเหตุการณ์มาตั้งแต่แรก ตอนที่ ผมลุกขึ้นประท้วง ท่านประธาน ตอนนั้นท่านประธานชัยทําหน้าที่เป็ นประธาน ในที่ประชุม ผมจะพูดเรื่องแรกก่อน ผมก็ถูกข่มขู่ท่านประธาน ท่านประธานครับ นี่คือ สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ใช้อํานาจนิติบัญญัติของประเทศไทย เป็น ๑ ใน ๓ อํานาจสูงสุด ของประเทศไทย ถ้าหากท่านประธานติดตามการประชุมมาตั้งแต่แรก บริบทในตอนนั้น ที่มีการลุกขึ้นมาพูดในตอนนั้น ถ้าหากว่าเรายอมรับความจริงแล้วจะต้องยอมรับว่า มีการข่มขู่กันในสภานี้ ที่จริงผมตั้งใจว่าจะไม่พูดอะไร แต่ว่ามันเกินเลยไป เกินเลยจน ทําให้ไม่สามารถที่จะหยุดยั้งที่จะไม่พูดก็ไม่ได้แล้ว เพราะไม่ใช่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ถ้าเกิด ท่านประธานลองเอาเทปมาดูในตอนนั้นจะเห็นว่ามีเพื่อนสมาชิกบางท่านเหมือนกับข่มขู่ สมาชิกด้วยกันในสภานี้
ท่านอดุลย์ครับ เรื่องนี้ก็ผ่านพ้นไป
ท่านประธานครับ
ท่านประธานชัยก็ได้ดําเนินการแล้วนะครับ
ท่านประธานครับ ผมกําลัง จะเรียนท่านประธานว่าจะปล่อยให้มันผ่านไปเช่นนั้นไม่ได้ จะปล่อยให้มันผ่านไปแล้วก็ จะเกิดขึ้นอีกในอนาคตไม่ได้ ท่านประธานครับ ผมกลัวครับ ผมบอกท่านประธานว่า ผมกลัว กลัวว่าถ้าเกิดว่าเราอดยั้งอารมณ์กันไม่ได้ มันก็จะเกิดขึ้นมา แล้วมันจะเป็น ตัวอย่างที่ไม่ดีกับเยาวชนในอนาคตหรือคนที่อยู่ทางบ้าน ท่านประธาน นี่เป็ น สภาผู้แทนราษฎรมีการข่มขู่กันได้ แล้วก็ปล่อยให้มันหายไปแบบสายลม แล้วก็เกิดขึ้นใหม่ แบบนั้น ท่านประธานมันหมายความว่าอย่างไร มันหมายความว่านอกจากสภานี้ จะคุ้มครองความปลอดภัย คุ้มครองจิตใจของเพื่อนสมาชิกที่จะลุกขึ้นมาทําหน้าที่ อย่างบริสุทธิ์ อย่างถูกต้องเพื่อประชาชนมันทําไม่ได้ มันไม่สามารถที่จะทําหน้าที่ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะมันเกิดความกลัวในจิตใจ นี่เป็นประเด็นแรก
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ถ้าหากว่ามันเกิดขึ้นมาจริง ถึงแม้มันจะ ไม่เป็นอันตรายมากมายเพียงไร แต่ภาพพจน์ที่มันออกไป ผมเคยถูกทําร้ายในสภาแห่งนี้ และผลปรากฏว่าเรื่องผ่านไปหลายปีแล้วก็ยังมีภาพของผมออกทีวีมาอยู่เป็นประจํา เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ท่านประธานจะต้องมีมาตรการที่จะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก นี่เป็นเรื่องแรก ที่ผมจะเรียนท่านประธาน
เรื่องที่สอง ก็คือเรื่องเมื่อกี้ที่มีการพูดกันว่าถ่ายทอดหรือไม่ถ่ายทอด ท่านนายกรัฐมนตรีลุกขึ้นมาพูดครั้งแรก ได้แสดงออกว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลแรกที่ใจกว้าง ที่ให้มีการถ่ายทอดสด ท่านประธานครับ ก็เพิ่งทราบจากคุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ซึ่งเป็นผู้ควบคุมบอกว่า ถ้าเกิดผมฟังไม่ผิด กระทู้ถามที่ ๓ มันตรงเวลาพอดี มันได้ ถ่ายทอดออกไปพอดี ท่านประธาน ๒ กระทู้แรกมีคนโทรมาบอกผม ผมก็เปิดดู ปรากฏว่า มันเป็นการตัดต่อเทปจริง ๆ ไม่ได้สาระทั้งหมดของการประชุมในตอนนี้ ตัวพิธีกรเอง บอกว่าไม่เป็นเรียล ไทม์ (Real time) ท่านใช้ว่าไม่เป็นเรียล ไทม์จะต้องมีการตัดต่อเทป ออกไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่มันเกิดขึ้นเช่นนี้จะต้องคิดว่าจะทําอย่างไร เพราะเหตุที่คุณสุนัย ใช้คําว่า ทริคกี้ ที่จริงถ้าเกิดว่า ถ้าหากว่าผมได้ทราบมาถึงตอนนี้ ผมก็คิดว่า เอ๊ะ มันก็เป็น แบบนั้นจริง ๆ
เอาละครับ
ท่านประธานครับ อีกนิดเดียว ท่านประธาน ตอนนี้ผมขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีประจํา สํานักนายกรัฐมนตรีนะครับว่า ภาพพจน์ของกรมประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะตัวท่านเอง แต่ก่อนนี้ในรัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณถูกโจมตีว่าถูกแทรกแซงโดยรัฐบาล ปัจจุบันนี้ ผมขอกราบเรียนท่านว่าประชาชนรู้ว่าไม่ใช่แทรกแซง แต่ว่าคุณสาทิตย์เข้าไปครอบงํา เขาแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการถ่ายทอดสด ท่านจะถ่ายทอด ท่านถ่ายทอด ไม่ถ่ายทอดไม่ต้องถ่ายทอด เพราะมิเช่นนั้นการที่จะไปตัดต่อ ๆ แล้วออกไปนั้นมันเหมือน เป็นการโฆษณาชวนเชื่อ ผมถึงกราบเรียนท่านประธานเช่นนี้ครับ ขอบคุณครับ
ท่านรัฐมนตรีชี้แจง กล่าวพาดพิงท่านรัฐมนตรี เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ผมจําเป็นต้องลุกขึ้นชี้แจงอีกครั้งหนึ่งครับเพื่อทําความเข้าใจ มิเช่นนั้นแล้วก็อาจจะทําให้ เกิดการขยายผลให้เกิดความเข้าใจผิดว่าต่อไปนี้กระทู้ถามสดก็จะมีการไปตัดต่ออย่างที่ ท่านได้กล่าวในสภาแห่งนี้นะครับ ผมเรียนข้อเท็จจริงอย่างนี้ก่อนว่าสภากําหนดเวลา กระทู้ถามสด ๑๓.๓๐ นาฬิกา เขาก็จัดผังรายการรอเวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา สมมุติวันนี้ ได้บันทึกเทปไว้ออกตอน ๑๓.๓๐ นาฬิกา เวลาไปออกมันเลยเวลากระทู้ถามที่ ๑ ไปแล้ว นึกออกไหมครับ แล้วถ้าเป็นสัปดาห์หน้าสภาเริ่มประชุม ๙ โมง กระทู้ถามสดถาม ๑๐ โมงครึ่งโดยประมาณ ถ้าจะยึดเวลา ๑๓.๓๐ น. ก็คือเลยกระทู้ถามสดไปแล้ว แล้วจะ ให้ถ่ายทอดอะไรครับ เป้ำหมายรัฐบาลคือถ่ายทอดกระทู้ถามสด นี่คือความประสงค์ที่ ต้องการขยายผลเรื่องการทํางานของรัฐสภาให้ประชาชนรับทราบ วิธีการแก้ก็มี ๒ อย่าง ๑. ย้ายผังรายการใหม่มาให้ตรงกับเวลาถามกระทู้ถามสด ซึ่งผมก็ชี้แจงว่าทําไม่ได้ เพราะว่ามันกระทบรายการอื่น วิธีการที่ ๒ ก็คือถ่ายเทปไว้ก่อน แล้ววันนี้ผมยืนยัน ได้ออกอากาศครบทั้ง ๓ กระทู้ถามสดครับ เพียงแต่ว่าในกระทู้ถามสดที่ ๑ ในช่วงที่ ประท้วงกันวุ่นวายก็มีการตัดตรงนั้นออกไป เพราะไม่ได้เป็นสาระของกระทู้ถามสด ถ้าถ่ายยาวตรงนั้นผมตอบได้เลยครับว่าอีก ๒ กระทู้ถามสดก็ไม่ได้ออกอากาศ เพราะฉะนั้นก็ออกอากาศไปครบทั้ง ๓ กระทู้ แต่ว่าในการออกอากาศมันก็มีช่วงที่เป็น ช่วงที่ขาดตอน เพราะเหตุว่าเหตุการณ์คาบเกี่ยวต่อเนื่องกันก็เป็นช่วงเทคนิครายการ แต่ประชาชนนี่ได้รับชมจนครบถ้วน ที่พิธีกรรายการประกาศบอกว่าไม่ใช่เรียล ไทม์ ก็แปลว่าไม่ได้สดในขณะที่เกิดเหตุการณ์อยู่ในขณะนั้น แต่ว่ากระทู้ถามสดทั้ง ๓ อัน ได้ออกครบครับ ช่วงที่สมาชิกจากพรรคท่านคุณเฉลิมถาม ผมก็ไปยืนดูครับ เขาออกอากาศจนครบ เพราะฉะนั้นไม่มีครับทริคกี้อะไรทั้งหลาย แต่ในสัปดาห์หน้า ผังรายการก็คงยังปรับไม่ได้อาจจะต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง ก็คงจะใช้วิธีเทปออกอากาศ สมมุติว่ากระทู้ถามสดถ้าคุมเวลาเหมือนวันแรก สัปดาห์แรกลงตัวเลยครับ วันนั้นเรา ถามตอบกระทู้ถามจริง ๆ แล้วผมเรียนครับว่า การถ่ายทอดสดออกอากาศจะถ่ายทอด จนกระทั่งครบทั้ง ๓ กระทู้นะครับ วิธีการก็จะเป็นเช่นนั้นจะไม่มีการตัดทอนเนื้อหาสาระ ใด ๆ ออกไป นั่นเป็นประการแรกที่ผมต้องเรียนชี้แจง
ส่วนเรื่องที่ท่านไปพูดถึงกรมประชาสัมพันธ์ว่าเข้าไปครอบงําอะไร ต่อมิอะไรนี่ ผมชี้แจงได้อยู่ครับว่าการทําหน้าที่ของเขาก็เป็นการทําหน้าที่ตามที่วิชาชีพ ของเขาจะต้องรับผิดชอบ รัฐบาลก็ให้อิสระในการเสนอข่าวและรายการต่าง ๆ ตามที่ รัฐธรรมนูญได้บัญญัติเอาไว้ ไม่มีหรอกครับการแทรกแซงอย่างที่เคยเกิดขึ้นแล้วในอดีต แต่เรื่องนี้ไม่ชี้แจงรายละเอียดครับ เพราะผมทราบอยู่แล้วว่าจะมีการอภิปรายเรื่องนี้ กันอีกหลายรอบ และถึงเวลานั้นครับจะได้เอาข้อเท็จจริงมาเปิดให้สภาเห็นกันว่า เวลาแทรกแซงเขาทํากันอย่างไร และเวลาไม่แทรกแซงเขาทํากันอย่างไร
ท่านสมาชิกครับพอแล้วนะครับ ผมขออนุญาต
นิดเดียวครับท่านประธาน
พอแล้วครับท่านอดุลย์ พอแล้วครับ ไม่อย่างนั้นจะเป็นการตอบโต้กันไปมาไม่จบ ท่านให้ ข้อสังเกต ท่านรัฐมนตรีก็ชี้แจงก็จบแล้วครับ เชิญนั่งแล้วครับ เชิญเลยครับพอแล้วครับ ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับจบการพิจารณาระเบียบวาระกระทู้ถามแล้วนะครับ
ท่านประธานครับ ท่านให้ ท่านรัฐมนตรีชี้แจง ท่านรัฐมนตรีไม่ได้ชี้แจงอย่างเดียวนะ
นั่งเลยครับ ผมให้ท่านนั่งลงแล้วครับ พอแล้วครับ ท่านก็ได้มีโอกาสชี้แจงมากมายแล้ว ท่านรัฐมนตรีก็ตอบให้ท่านเข้าใจแล้ว เชิญนั่งแล้วครับ พอแล้วครับ ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีผู้มาลงชื่อเข้าประชุมทั้งสิ้น ๔๒๐ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุม ผมขอดําเนินการ ประชุมตามระเบียบวาระต่อไปครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
๒.๑ รับทราบรายงานสรุปผลการดําเนินงานของส่วนราชการและ รัฐวิสาหกิจตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๒ ของสภาผู้แทนราษฎร
ด้วยสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า ตามที่ สภาผู้ แทนราษฎรได้ ส่งข้ อสังเกตของคณะกรรมาธิ การวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๒ ของสภาผู้แทนราษฎรไปเพื่อดําเนินการนั้น คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ รับทราบรายงานสรุปผลการดําเนินงานของส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ง บ ป ร ะ มำ ณ รำ ย จ่ำ ย สผ ๓/๒๕๕๓ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๕๗/๓ ประจําปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๒ ของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ซึ่งสํานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งรายงานดังกล่าวให้กับท่านสมาชิกแล้ว
มีท่านสมาชิกประสงค์จะอภิปรายซักถามไหมครับ เชิญท่านนริศ ขํานุรักษ์ ครับ ท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบขอความกรุณามาฟังประเด็นของเพื่อนสมาชิกเพื่อจะได้ ตอบข้อซักถาม
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตได้ อภิปรายรายงานสรุปผลการดําเนินงานของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจตามข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ที่จริงข้อสังเกตมีหลายข้อหลายหน้า เพียงแต่ว่าผม ขออนุญาตได้อภิปรายบางข้อเท่านั้นเอง เหตุที่ผมตั้งใจจะอภิปรายเพราะว่าข้อสังเกต เกิดขึ้นจากการกลั่นกรองในการทํางานของคณะกรรมาธิการวิสามัญซึ่งเป็นเรื่องสําคัญ และหากส่วนราชการจะได้นําข้อสังเกตเหล่านี้ไปทํางานได้ครบถ้วนสมบูรณ์ผมคิดว่าจะ เกิดประโยชน์อย่างมหาศาล ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ในร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ นั้น ข้อสังเกตที่ผมอภิปรายอยู่ใน หน้าที่ ๑๓ ๓ ข้อด้วยกันในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ข้อที่ ๑ เรื่องเกี่ยวกับการฟื้นฟูสภาพป่าและการปลูกป่า ข้อที่ ๒ เรื่องของ การฟื้นฟูและพัฒนาเหมืองแร่เก่าซึ่งผ่านการสัมปทานแล้ว แล้วเรื่องที่ ๓ การถ่ายโอน ภารกิจการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการได้ รายงานกับสํานักงบประมาณว่าได้ดําเนินการไปตามข้อสังเกตแล้วในหน้าที่ ๖๑ แต่กระผมขออนุญาตที่จะได้อภิปรายว่าแม้ว่าส่วนราชการจะได้สร้างเครื่องมือขึ้นมา เพื่อที่จะดําเนินการให้เป็นไปตามข้อสังเกต แต่ว่าโดยข้อเท็จจริงที่กระผมได้ติดตามเรื่องนี้ อย่างใกล้ชิดนั้นพบว่ายังไม่สามารถที่จะทําให้บรรลุตามเจตนารมณ์ของข้อสังเกต อันสําคัญของกรรมาธิการงบประมาณ กล่าวโดยการปลูกป่า ข้อสังเกตของกรรมาธิการ จะให้มีการปลูกป่าให้ครบถ้วนให้สมบูรณ์ให้มีระบบการตรวจสอบ ประเทศไทยมีพื้นที่ ๓๐๐ กว่าล้านไร่ ในวันที่กรมป่าไม้ประกาศสถาปนากรมป่าไม้โดยรัชกาลที่ ๕ วันแรก มีป่ำอยู่ถึง ๒๐๐ ล้านไร่ แล้วก็ในทางวิทยาศาสตร์บอกป่ำที่จะมีเพื่อให้ประชาชน ความเหมาะสมที่จะมีป่าต้องมี ๑๕๐ ล้านไร่ แต่ว่าขณะนี้ป่าประเทศไทยมีอยู่เพียง ๕๐ ล้านไร่เท่านั้นเอง มีอยู่เพียง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ทีนี้ ๑๐๐ ล้านไร่เอามาจากไหน ๑๐๐ ล้านไร่ต้องเอามาจากการปลูกป่ำฟื้นฟูขึ้นมา ประเทศไทยปลูกป่ำกันมา ร้อยกว่าปีแล้ว ถ้าปลูกปีละไร่นี่ป่ำนนี้ครบตามจํานวนที่เราควรจะมีแล้ว แต่วันนี้ป่ำ ที่ปลูกนี่อยู่ตรงไหน หาเนื้อป่ำไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว เขาบอกว่าจริง ๆ มีสัก ๗-๑๐ เปอร์เซ็นต์ ป่าที่ปลูกจํานวนมหาศาลในประเทศไทยใช้งบประมาณมากมาย มหาศาลไม่รู้กี่หมื่นกี่แสนล้านไร่แล้วในรอบ ๑๐๐ ปีที่ผ่านมา แต่เนื้อป่าไม่รู้อยู่ตรงไหน มีคนพูดกันบอกว่าถ้าปลูกจริง ๆ ป่านนี้ไปถึงประเทศเวียดนามแล้ว ป่านนี้ทะลุไปยัง ประเทศพม่าแล้วพื้นที่ปลูกป่า แต่ว่าวันนี้เนื้อป่าไม่รู้อยู่ตรงไหน ผมคิดว่าข้อสังเกตนี้ ยังไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างจริงจัง ผมจึงฝากว่า ๑. ก็ขอให้มีระบบกระบวนการตรวจสอบ ป่าต้องปลูกครบทุกไร่ที่อนุมัติงบประมาณไปนี่ต้องปลูกครบทุกไร่ ต้องปลูกจํานวนครบ ทุกต้น ปีนี้อนุมัติ ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ก็ต้องปลูก ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ ปีนี้อนุมัติไป ๕๐ ล้านต้น ก็ต้องครบ ต้องมีระบบการตรวจสอบที่ดี แต่ว่าขณะนี้การปลูกป่ำไม่เป็ นเช่นนั้น การปลูกป่ำประเทศไทยยังเป็นแหล่งหาประโยชน์ของข้าราชการบางคน เป็นแหล่ง หาผลประโยชน์ของนักการเมืองบางคน ทําให้ป่าไม่มีครบตามจํานวนที่พวกเราต้องการ ผมเรียนท่านประธานว่านอกจากนั้นความไม่เหมาะสม เช่น พื้นที่ป่าอนุรักษ์ไม่จําเป็นต้อง ปลูกป่า อุทยานแห่งชาติเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามีแนวพระราชดําริก็คือปล่อยให้ป่ามันฟื้นฟู ขึ้นมาเอง ป่าที่ควรจะปลูกก็คือ ๑. ป่าสงวนแห่งชาติที่ทรุดโทรม ๒. ป่าแม้เป็นเขตอนุรักษ์ แต่ว่าถ้าถูกถางเมื่อเข้าไปจับกุมแล้วต้องมีการปลูกป่าฟื้นฟูขึ้นมาเท่านั้นแหละครับ นอกนั้นไม่ต้องไปปลูกป่ำ การปลูกเสริมป่ำสมบูรณ์ถือเป็ นการปิ ดบังซ่อนเร้ น หาผลประโยชน์นะครับ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าในข้อสังเกตก็คือยังไม่มี การตรวจสอบประเมินผลการทํางานตามข้อสังเกตของสภาผู้แทนราษฎร จึงเกิด ความล้มเหลวในข้อนี้นะครับ
อีกข้อหนึ่งท่านประธานครับ ในข้อที่ ๒.๗.๒ คือเรื่องการเร่งให้ฟื้นฟู เหมืองแร่ที่ผ่านการทําเหมืองแร่ ทั้ง ๓ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมได้อภิปรายไว้ในวาระที่หนึ่ง ของ พ.ร.บ. งบประมาณ ปี ๒๕๕๒ ทั้งสิ้นครับ ท่านประธานครับ ในประเทศไทยมีพื้นที่ ที่ทําการเหมืองแร่ ผ่านการทําเหมืองแร่มามากมายครับ ทุกภาค และมากมายเฉพาะ ภาคใต้ วันที่เขาไปขออนุญาตสัมปทานทําเหมืองแร่ เหมืองแร่อยู่ในป่าสงวนเขาก็ขอ สัมปทาน เพราะว่าเขาต้องไปขอที่กรมป่าไม้ แต่ว่าเมื่อเขาทําเหมืองแร่เสร็จหมดอายุ สัมปทาน หรือยุติการดําเนินการทําเหมืองแร่โดยเงื่อนไขใด ๆ ก็ตาม ท่านประธานเชื่อไหม ครับว่าเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เจ้าของสัมปทานเหมืองแร่ที่ไปเช่าที่กรมป่ำไม้ทําแร่ ออกเอกสารสิทธิเสียเอง ในจังหวัดหลายที่ครับ ในภูเก็ตกลายเป็นของเอกชน ทั้ง ๆ ว่า เป็นเจ้าของสัมปทาน เป็นที่สวยงามกลางเกาะภูเก็ต เป็นที่สวยงามกลางเมืองใหญ่ ที่จริงที่เหล่านี้มันควรจะมาเป็นแหล่งนํ้า หลังจากสัมปทานแล้วต้องกลับมาเป็นของรัฐ ถูกไหมครับ เพราะหมดอายุสัมปทาน ควรจะมาเป็นแหล่งนํ้าดื่มนํ้าใช้สําหรับพี่น้อง ประชาชน หรือควรจะมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสําหรับพี่น้องประชาชน เป็นแหล่งประมง เป็นแหล่งอาหารหรือว่าเป็นแหล่งกีฬาทางนํ้า แต่นี่เป็ นของคนโดยเฉพาะ แล้วก็มี ขออนุญาตมีสัมปทานป่าชายเลน เมื่อไม่กี่ปีนี้ครับมีการยกเลิกสัมปทานป่าชายเลน ปรากฏว่าเจ้าของสัมปทานออกเอกสารสิทธิในสัมปทานป่าชายเลนครับ ออกเป็นโฉนดได้ ส่วนใหญ่เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย ออกได้ แล้วก็ไปทํานากุ้งต่อ ส่วนที่ออกไม่ได้ขณะนี้ ท่านประธานครับมีอยู่หลายล้านไร่ทีเดียวที่กรมป่าไม้ไม่ยอมส่งมอบไปให้กับกรมใหม่ คือกรมทรัพยากรชายฝั่ง ซึ่งมีหน้าที่โดยตรง ขณะนี้มีป่าจํานวนเป็นล้านไร่ที่ไม่อยู่ในการ ดูแลของส่วนราชการเลย คือกรมป่าไม้ซึ่งเป็นเจ้าของสัมปทานเดิมไม่ส่งมอบไปยัง กรมใหม่ กรมทรัพยากรชายฝั่ง ทําให้เกิดการบุกรุกโดยไม่มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบ เรื่องนี้ เป็นเรื่องสําคัญนะครับ แล้วก็ผมคิดว่าผมไม่ทราบเลยครับ จนถึงขนาดนี้ผมติดตาม และได้อภิปรายเรื่องนี้ว่ามีการยึดคืนเหมืองแร่เก่ามาได้ตรงไหนบ้าง ไม่มีรายงาน ผมคิดว่าส่วนราชการยังไม่ปฏิบัติตามข้อสังเกตนี้แม้แต่นิดเดียวครับ ถ้าสมมุติว่ารัฐมนตรี จะได้ตอบ หรือผู้เกี่ยวข้องจะได้ตอบว่าเหมืองแร่เก่าตามข้อสังเกต ๒.๗.๓ มีการคืน เรียกคืนมาได้บ้างแล้ว ก็กรุณาตอบให้สภาได้รับทราบ ให้กระผมได้รับทราบ ซึ่งกระผมได้ ติดตามเรื่องนี้อยู่อย่างใกล้ชิด
เรื่องสุดท้ายท่านประธานครับ เรื่องที่ ๒.๗.๓ คือเรื่องการถ่ายโอนงาน ด้านทรัพยากรธรรมชาติให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังมีต่อไปอีกนะครับว่า กรมควบคุมมลพิษไม่มีกฎหมาย ไม่สามารถที่จะสร้างระบบบําบัดนํ้าเสียและการขจัด มูลฝอยให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่มีกฎหมายให้กรมควบคุมมลพิษทํา ที่จริงผมคิดว่าในการอภิปรายและในข้อสังเกตถ้ามองให้ดีจะพบว่าข้อสังเกตของ พ.ร.บ. งบประมาณมุ่งที่จะให้กรมควบคุมมลพิษเป็นผู้ให้ความรู้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการกําจัดขยะและจํากัดนํ้าเสีย เป็นพี่เลี้ยงให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะว่า เขาเหล่านั้นอาจจะไม่มีองค์ความรู้เพียงพอ ไม่ใช่ว่าจะให้กรมควบคุมมลพิษไปจัดสร้างให้ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าในข้อสังเกตในเรื่องการกระจายอํานาจ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการก็แทบ ไม่ปฏิบัติตามข้อสังเกตของสภาผู้แทนราษฎร ผมยกตัวอย่างสั้น ๆ ก่อนจบ ก็คือ การป้ องกันฟื้นฟูป่า การป้ องกันรักษาป่า การฟื้นฟูป่า การป้ องกันไฟป่า ที่จริงสิ่งเหล่านี้เขียนบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญทั้งสิ้นเลย แต่ว่าจนถึงขณะนี้ส่วนราชการที่รับผิดชอบในการปลูกป่า ฟื้นฟูป่า ป้ องกันรักษาป่า และดูแลเรื่องไฟป่าไม่เคยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เข้ามามีส่วนร่วมตามข้อสังเกต และตามรัฐธรรมนูญแม้แต่นิดเดียวครับ ผมถามท่านประธานว่ามีหน่วยงานไหนได้จ้าง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปลูกป่าแทนรัฐ ไม่มีครับ ไม่มีกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่ำและพันธุ์พืช กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ไปจ้างองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในการป้ องกันรักษาป่า ไม่มีครับ เรื่องไฟป่าเป็นภารกิจที่ง่ายก็ไม่เคยจ้าง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเขาก็มีศักยภาพ และผมก็มั่นใจว่าองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเหล่านั้นมีศักยภาพเพียงพอที่จะดูแลพื้นที่อนุรักษ์ พื้นที่ป่าเหล่านั้นไว้ได้ เพราะว่าเขาเป็นเจ้าของ เขาเป็นผู้ใกล้ชิดนี่มันผิดหลักการอนุรักษ์ หลักการอนุรักษ์ก็คือ เราอนุรักษ์ไว้ ไม่ใช่เพียงไว้แต่ว่าให้มากเราต้องอนุรักษ์เอาไว้เพื่อให้ประชาชน ได้ใช้ประโยชน์ เมื่อเจตนารมณ์การอนุรักษ์ไว้ให้ประชาชนได้ประโยชน์คนที่มีหน้าที่ ในการอนุรักษ์มากที่สุดก็คือเจ้าของ คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ควรจะมีบทบาท ที่ควรจะเป็นหลักในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ มอบให้เขาสิครับ เพราะว่าการดูแล รักษาป่า ๑๐๐ ปีที่ผ่านมาที่มีการสถาปนากรม จนถึงขณะนี้ป่าหายไป ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ผมเรียนตัวเลขตั้งแต่ต้น ถ้าวิธีการดูแลรักษาป่า ป้ องกันป่า บริหารจัดการกับป่าไม้ แบบปัจจุบันเหลือเวลาอีก ๕๐ ปีเท่านั้นเองประเทศไทยจะไม่มีต้นไม้เหลือแม้แต่ต้นเดียว
ทีนี้เราต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการ รัฐธรรมนูญก็ให้โอกาสว่าให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทได้ ข้อสังเกตของกรรมาธิการงบประมาณก็บอกให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามารับผิดชอบในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ แต่ปรากฏว่าข้อเท็จจริงแล้วก็ที่รายงานเข้ามาในสภาผู้แทนราษฎรไม่มีสิ่งนี้ครับ ผมจึง กราบเรียนท่านประธานว่าทั้ง ๓ ข้อที่ผมได้อภิปราย ๑. เรื่องการฟื้นฟูป่า ๒. เรื่องการ เข้าไปพัฒนาพื้นที่ที่ผ่านการทําเหมืองแร่ และ ๓. เรื่ององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการกระจายอํานาจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาตินั้น หน่วยงานราชการได้ทํา ตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๒ ได้น้อยมากครับ สมควรแก่ทางสภาผู้แทนราษฎรจะได้ติดตามคาดคั้นต่อไปครับ ท่านประธาน กราบขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ความจริงเรื่องนี้อยู่ในความรับผิดชอบของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังติดภารกิจสําคัญที่ได้นัดหมายไว้ ล่วงหน้า ได้มอบหมายให้คุณดุสิต เขมะศักดิ์ชัย ที่ปรึกษาสํานักงบประมาณ มาเป็น ผู้รับฟังคําชี้แจงและตอบคําถามคําชี้แจง เพราะฉะนั้นผมต้องขอเชิญคุณดุสิต เขมะศักดิ์ชัย เข้าห้องประชุมเพื่อรับฟังคําอภิปรายได้นะครับ ขอเชิญครับ ต่อไปเชิญ คุณชวลิต วิชยสุทธิ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครพนม ท่านประธานที่เคารพครับ รายงานสรุปผลการดําเนินงานของ ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ ๒๕๕๒ ที่เสนอต่อสภา เพื่อรับทราบในวันนี้นั้น กระผมมี ๓ ประเด็นใหญ่ ๆ ที่จะเสนอท่านประธานผ่านไปยัง ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาข้อสังเกตว่ามีผลในทางปฏิบัติมากน้อยแค่ไหน อย่างไร
ประเด็นแรก ที่ผมให้ความสนใจก็คือ ๑.๘ ในหน้า ๖ เงินอุดหนุนที่จัดสรร ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการการกระจายอํานาจควรนําผลการ พิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปี ไปเป็ นแนวทางในการกําหนดการจัดสรรงบประมาณให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นดังนี้ ผมข้ามมา ๑.๘.๒ เลยนะครับ การกําหนดวัตถุประสงค์ ให้มีการกําหนดวัตถุประสงค์ในรายการที่มีการใช้จ่ายเงินอุดหนุนทั่วไปอย่างชัดเจน เช่น เงินอุดหนุนสําหรับศูนย์เด็กเล็ก เงินอุดหนุนสําหรับสนับสนุนอาหารกลางวัน เงินอุดหนุน สําหรับสนับสนุนอาหารเสริม (นม) เงินอุดหนุนสําหรับสนับสนุนการสงเคราะห์เบี้ยยังชีพ คนชรา และเงินอุดหนุนสําหรับสนับสนุนบริการสาธารณสุข เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรให้ไปดําเนินการในภารกิจสนับสนุนบริการสาธารณสุข นั้นควรกําหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนว่า เงินอุดหนุนทั่วไปสําหรับสนับสนุนบริการ สาธารณสุขเป็นจํานวน ๒,๖๗๐ ล้านบาท โดยสมควรปรับปรุงวงเงินจัดสรรเป็นแห่งละ ประมาณ ๓๐,๐๐๐ บาท เพื่อส่งเสริมให้มีการดําเนินกิจกรรมพัฒนาระบบบริการ สาธารณสุขมูลฐานเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเกิดประโยชน์แก่ประชาชนทั่วประเทศให้ได้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ บังเอิญในปี ๒๕๕๒ ผมเป็นคณะกรรมาธิการด้วยจําได้ว่ามีข้อสังเกตข้อนี้ แต่ในทางปฏิบัติเมื่อมีข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๑๒๕ ประกอบข้อ ๙๗ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะต้องรับไป ดําเนินการ โดยเรื่องนี้จะต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรีรับทราบ ซึ่งได้ตรวจดูเรื่องเดิมแล้ว คณะรัฐมนตรีก็ได้รับทราบ แต่ในทางปฏิบัติไม่ได้เป็ นไปตามข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการ กระผมจึงมีความสงสัยว่าข้อสังเกตที่ตั้งไว้จะมีประโยชน์เพียงใด เมื่อตั้ง ข้อสังเกตไว้แล้วส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไม่ได้ปฏิบัติตาม โดยเฉพาะในส่วนนี้ คณะกรรมการการกระจายอํานาจซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน กระผมก็ขอฝาก ท่านประธานผ่านไปทางท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการการกระจาย อํานาจได้ดูในเรื่องนี้ด้วย นี่เป็นประเด็นที่ ๑ ที่ผมขอนําเสนอผ่านท่านประธานไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการการกระจายอํานาจ
ประเด็นที่สอง หน้า ๑๕ ข้อ ๒.๑๔ หน่วยงานของรัฐสภา รัฐสภาควร พิจารณาให้มีสํานักงบประมาณของรัฐสภา เพื่อทําการวิเคราะห์งบประมาณของประเทศ ที่นําเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปี และเพื่อสนับสนุนการทํางานของฝ่ายนิติบัญญัติ รวมถึง คณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ของรัฐสภา โดยคํานึงถึงการแบ่งแยกและถ่วงดุลอํานาจ ทั้ง ๓ ฝ่ำย คือนิติบัญญัติ บริหารและตุลาการ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจํา บรรยากาศในการอภิปรายในเรื่องนี้ในคณะกรรมาธิการได้เป็นอย่างดีว่า เรามีอํานาจอยู่ ๓ อํานาจด้วยกันคือ นิติบัญญัติ บริหารและตุลาการ นิติบัญญัติเป็ นผู้พิจารณา งบประมาณของส่วนราชการต่าง ๆ ทั้งหมด แต่ได้รับงบของตนเองไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ของ งบประมาณทั้งประเทศ แล้วเราจะทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่ได้มี การอภิปรายกันมาก และในขณะนี้เราก็ประสบปัญหาที่เห็นกันอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น วิทยุโทรทัศน์ของรัฐสภาที่ยังไม่สามารถครอบคลุมการบริการได้ทั่วประเทศ ทั้ง ๆ ที่ ประชาชนทั้งประเทศสมควรที่จะรับรู้การทํางานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อย่าง ทั่วถึง เมื่อตอนต้นเมื่อช่วงเช้าก็มีการอภิปรายกันว่าสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ ถ่ายทอดเป็นเวลาช่วงนั้นช่วงนี้ พี่น้องประชาชนรับฟังในสิ่งที่เขาควรจะรับทราบ ไม่ทั่วถึง ถ้าเรามีวิทยุโทรทัศน์ของรัฐสภาที่มีประสิทธิภาพครอบคลุมทุกหมู่บ้าน ตําบลต่าง ๆ ทั่วประเทศก็จะเป็นประโยชน์ในการที่จะส่งเสริม เผยแพร่การทํางานของสมาชิกรัฐสภา นี่พูดกันมานานเนกาเลแล้วแต่ไม่เป็นผลในทาง ปฏิบัติเสียที ผมก็ฝากตรงนี้ในส่วนของรัฐสภาของเราเองโดยเฉพาะท่านประธานนะครับ งานของกรรมาธิการ ๓๕ คณะท่านประธาน งบประมาณถูกตัดลง ตัดลงจะทําอะไรได้ ในการที่จะทํางานในการตรวจสอบการทํางานของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง นี่คือสิ่งที่ผม อยากจะฝากไว้ที่มีการพูดกันมาก งานของกลุ่มมิตรภาพของสมาชิกรัฐสภา ท่านประธาน อย่าคิดว่าเรื่องนี้ไม่สําคัญนะครับ โดยเฉพาะกลุ่มมิตรภาพรอบ ๆ บ้านของเรานี่ ไทย-ลาว ไทย-เวียดนาม ไทย-เขมร ไทย-กัมพูชา ไทย-มาเลเซีย รอบบ้านเรานี่มีประโยชน์อย่างยิ่ง ในข้อเท็จจริงซึ่งมันก็อาจจะเกิดขึ้นได้ รัฐบาลต่อรัฐบาลอาจจะไม่ถูกกันแต่ประชาชน ถูกกัน สมาชิกรัฐสภาถูกกัน ไปมาหาสู่กัน ผมมีโอกาสเจอสมาชิกรัฐสภาของลาวเขาเพิ่ง จัดการประชุมสัมมนา ๓ ประเทศครับ ประเทศลาว ประเทศเวียดนาม ประเทศกัมพูชา ของเราแค่รับรองเขานี่ยังแทบจะไม่มีงบ ทั้ง ๆ ที่เราเป็นประเทศที่ใหญ่กว่า ๓ ประเทศนั้น ในเชิงเศรษฐกิจมากมาย ท่านประธานที่เคารพครับ เราให้ความสําคัญกับการจัดสรร งบประมาณของฝ่ายนิติบัญญัติของเรามากน้อยแค่ไหน เพียงใด นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่า ขณะนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องหันมามองตัวเราเองด้วยคือในฝ่ายนิติบัญญัติว่าขณะนี้ เราสมควรที่จะมีการยกเรื่องนี้เข้ามาดูกันเป็นพิเศษ ผมยังจําได้ ท่านรัฐมนตรีพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ปัจจุบันท่านเป็นรัฐมนตรี ตอนนั้นเป็นกรรมาธิการถึงกับเคยรับปากว่า เราได้รับงบเพียงไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะต้องร่วมไม้ร่วมมือกันมา ดูเรื่องนี้กันเป็นพิเศษ ทําอย่างไรงานของรัฐสภาของเราจะเป็นหน้าเป็นตาทัดเทียมกับ ฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการที่เป็นเสาหลักของประเทศอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเราก็เป็นเสาหลัก ของประเทศด้วย ๑ ใน ๓ อํานาจนั้น นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะอภิปรายเสนอต่อที่ประชุม ผ่านไปยังท่านประธาน รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของเราเองคือเลขาธิการรัฐสภา
ในประเด็นที่สาม ที่ผมให้ความสําคัญในอันที่จะอภิปรายถึงก็คือหน้า ๔ ครับท่านประธาน ๑.๒ ภาวะเศรษฐกิจทั่วไปและสถานการณ์ราคานํ้ามันและพลังงาน ในข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการได้ลงไว้อย่างนี้ครับท่านประธาน จากสถานการณ์ ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันและแนวโน้มจากปัจจัยเสี่ยงที่สําคัญคือ ราคานํ้ามัน และพลังงานที่ผันผวนและทรงตัวอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง และอัตราเงินเฟ้ อที่เพิ่มสูง ขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ จึงเห็นว่ารัฐบาลควรดําเนินการดังนี้ ผมมาข้อ ๑.๒.๔ เลยนะครับ กําหนดมาตรการในการบริหารหนี้อย่างระมัดระวังเพื่อลดปริมาณหนี้สาธารณะและภาระ งบประมาณในการชําระดอกเบี้ยเงินกู้ ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการได้ตั้งข้อสังเกต ไว้ในการให้ความสําคัญกับการบริหารหนี้อย่างระมัดระวัง แต่ผมดูรัฐบาลนี้ในเรื่องนี้ ผมมีข้อสังเกตอยู่ ๒ ข้อ
ข้อแรก เรากลับสร้างหนี้เพิ่มขึ้นจากเงินกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังที่ทราบ กันดีอยู่ หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นไปแค่ไหนอย่างไรแล้ว นั่นเป็นสิ่งที่รัฐบาลอ้างว่าจําเป็น จะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ทางฝ่ายค้านมองว่าเมื่อโปะเงิน ที่จะต้องไปชดใช้เงินคงคลัง และเงินในอันที่จะพัฒนานั้นควรที่จะมาขอผ่านสภาของเรา กลับไปใช้ระบบอย่างที่เราทราบกันอยู่ ซึ่งไม่ผ่านการตรวจสอบของสมาชิกรัฐสภา
แล้วก็มาถึงข้อที่สอง ก็คือก่อให้เกิดการโกงขึ้นกันอย่างมากมาย ในขณะนี้ ขณะนี้อาจจะกล่าวได้ว่าแตะไปตรงไหนก็เหม็นตรงนั้น ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่ได้กล่าวเกินเลย สิ่งที่ผมกล่าวมานี้ ขณะนี้ทั้งในระดับต่างประเทศ ทั้งในระดับใน ประเทศ ได้มีการทําผลการสํารวจในเรื่องของการทุจริตที่เกิดขึ้นในวงราชการ ในวงงาน การเมืองขณะนี้ ประเทศไทยของเราอยู่ในอันดับสูงมากจนเป็ นที่น่าตกใจ ดังนั้น การที่เรามีภาระหนี้ แต่เงินที่กู้มานั้นแทนที่จะเป็นประโยชน์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แทนที่จะเป็นประโยชน์คือตกถึงมือพี่น้องประชาชน กลับมีการมาทุจริตกันมากมาย ซึ่งแน่นอนรายละเอียดทางพวกกระผมคงจะไม่มากล่าวในตรงนี้ คงจะเก็บไว้ในอันที่จะ อภิปรายไม่ไว้วางใจในโอกาสอันใกล้ที่จะถึง แต่ปัญหาเฉพาะหน้าที่ผมจําเป็นจะต้อง กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็คือว่ามีอยู่ โครงการหนึ่งที่ผมไม่สบายใจ ถึงแม้จะเป็นโครงการในปัจจุบันนี้ก็ตาม แล้วก็เพื่อนสมาชิก หรือพี่น้องประชาชนก็บอกว่าอย่าพูดเลย พูดแล้วเสียคะแนน แต่ผมเห็นว่าเสียคะแนน ดีกว่าเสียเงิน ถ้าเราได้มีโอกาสป้ องกันก็จะช่วยกันได้ นั่นก็คือโครงการประกันรายได้ ให้กับพี่น้องเกษตรกร ท่านประธานที่เคารพครับ ขณะนี้ผมได้รับทราบข่าวคราวจาก พรรคพวกเพื่อนฝูงหลายจังหวัดว่าในการประกันรายได้
มีผู้ประท้วงครับ คุณชวลิตครับ คุณบุญยอดประท้วงเรื่องอะไรครับ
เรียนท่านประธานครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ตอนนี้เราอยู่ในระหว่าง การดูรายงานสรุปผลการดําเนินงานของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจตามข้อสังเกต ของกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ของสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่กําลัง อภิปรายอยู่ ท่านลากไปถึงเรื่องอื่น ๆ เมื่อสักครู่ท่านก็ได้พูดเองนะครับว่าเรื่องที่พูดมา จะเอาไปอภิปรายในโอกาสอันใกล้นี้แล้วก็จะไม่พูดรายละเอียด ผมก็นั่งฟังนะครับ แต่ท่านกําลังจั่วหัวเรื่องที่ ๒ แล้วนะครับ ผมคิดว่าถ้าหากว่าท่านจะอภิปรายในเรื่องอื่น ก็รอวาระอื่น ในวาระนี้ก็พูดแต่เฉพาะในส่วนที่กําลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ครับ
สรุปแล้วคือประท้วงว่าอภิปรายนอกประเด็นใช่ไหมครับ เชิญนั่งครับ ผมวินิจฉัยนะครับ คุณชวลิตได้พูดยังอยู่ในประเด็นแต่ขอให้รวบรัดด้วย เพราะว่าผมกําลังจะกําหนดเวลา เพราะว่ายังมีผู้ที่ต้องการอภิปรายอีกหลายท่าน ก็ขอเชิญรวบรัดด้วยครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมคิดว่า ได้อยู่ในประเด็นในเรื่องภาวะเศรษฐกิจทั่วไป แล้วก็สถานการณ์ราคานํ้ามันและพลังงาน โดยเฉพาะสิ่งที่นําเสนอนี้ได้เรียนกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแล้ว ท่านก็ บอกว่าท่านติดภาระก็ขอได้ให้อภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร ผมก็คิดว่าสิ่งที่นําเสนอนั้น ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวแต่อย่างใด เป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม แล้วก็จะได้ช่วยกัน หาทางป้ องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น ปัญหานั้นก็คือในการประกันรายได้ทางด้านราคา ข้าวนะครับ หลายพื้นที่ไม่ได้มีการดําเนินการตามระเบียบ ตามขั้นตอนที่กําหนดไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือการประชาคม เมื่อไม่มีการประชาคม มีการลงทะเบียน แน่นอน ก็มีปัญหาในเรื่องของการเบิกเท็จ ตรงนี้ผมฝากไว้สั้น ๆ เพียงเท่านี้ เพื่อให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้ไปตรวจสอบแล้วก็หาทางป้ องกัน โดยเฉพาะปัญหาในเรื่องข้าวนาปรัง ที่กําลังจะถึงในอนาคตอันใกล้ ขอขอบคุณท่านประธานครับ
ยังเหลือผู้ยกมือค้างไว้ ๓ ท่านนะครับ อาจารย์รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท คุณเรวัต สิรินุกุล คุณวัชระ เพชรทอง และคุณพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ก็ขอท่านละประมาณสัก ๑๒ นาที เชิญอาจารย์รัชฎาภรณ์ครับ
ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกาฬสินธุ์ ดิฉันสนใจที่จะอภิปรายข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ของสภาผู้แทนราษฎร ดิฉันสนใจอยากจะอภิปรายตรงนี้ก็เพราะว่าตอนปี งบประมาณ ๒๕๕๓ ดิฉันได้มีโอกาสไปอยู่ในคณะอนุกรรมาธิการการฝึกอบรมสัมมนา ประชาสัมพันธ์ จ้างที่ปรึกษา จ้างเหมาไปต่างประเทศและอื่น ๆ ยาว ๆ นี่นะคะ ดิฉันก็มา พบว่าพอมาอ่านตอนปี ๒๕๕๒ ดิฉันไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวเลยนะคะ แต่พอมาอ่านข้อสังเกต ของงบประมาณ ปี ๒๕๕๒ พบว่าข้อสังเกตเหล่านี้สงสัยว่าเสนออย่างนี้แล้วสํานัก งบประมาณหรือหน่วยงานต่าง ๆ เอาไปอ่าน ไปพิจารณาแล้วไปดําเนินการหรือไม่ เพราะข้อสังเกตในปี ๒๕๕๒ เมื่อดิฉันมาดูของปี ๒๕๕๓ แล้วพบว่าเหมือนเดิมเลย แล้วคิดว่าข้อสังเกตที่เราให้เอาไว้ก็คงจะทํานองนี้ ก็เลยสงสัยว่าเสียแรงเปล่าหรือไม่นะคะ เพราะว่าแม้กระทั่งหน้า (๖) นี่นะคะ ๑.๗ พูดถึงเรื่องการวิจัยการถ่ายทอดเทคโนโลยี ปี ๒๕๕๓ อนุกรรมาธิการเราก็พูดทํานองนี้ละค่ะว่าจะต้องมีองค์กรที่เป็ นกลาง เพราะงานวิจัยเราเยอะมีทั้งสํานักวิจัย มีทั้ง สกว. มีทั้งกระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีและหน่วยงานต่าง ๆ นี่นะคะว่าต้องติดตามประเมินผลการศึกษาวิจัย ทุกประเภท แล้วต้องดูด้วยว่าเอาไปใช้ปฏิบัติได้จริงหรือไม่ เป็นประโยชน์หรือไม่ เพราะว่า งานวิจัยหลายอย่าง หลายเรื่องวิจัยตามความต้องการความสนใจของผู้วิจัยก็เลยทําให้ ไม่ได้นําไปถ่ายทอด เพราะว่ามันไม่ได้ตรงและสอดคล้องกับแนวทางของหน่วยงาน ฉะนั้น ตรงนี้เราก็บอกว่าน่าเสียดาย เพราะว่าการวิจัยถ้าไม่เอาไปใช้ประโยชน์กับประชาชนกับ สังคมมันก็น่าจะไม่เป็นประโยชน์ แล้วพอมาถึงเรื่องของหน้า ๗ นี่นะคะ พูดถึงเรื่อง ๑.๙ ฝึกอบรมสัมมนาประชาสัมพันธ์ยาว ๆ นี่ค่ะ พอ ๑.๙.๑ เราก็พบว่าปี ๒๕๕๓ ก็พบ เหมือนเดิม ก็คือการตั้งราคาอัตราในการฝึกอบรมนี่นะคะไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร รวมทั้ง ยิ่งถ้าเป็นสํานักงาน ก.พ. จะมีค่ากระเป๋ำซึ่งแพงมาก สํานักงาน ก.พ. นี่มีค่าออกแบบ กระเป๋ำอีก เพราะฉะนั้นเราก็พยายามที่จะพูดถึงเรื่องความประหยัด ความคุ้มค่า ราคา อาหารในข้อสังเกตนี้ก็บอกว่าอัตราค่าจ้างที่ไม่เหมาะสม มีลักษณะสูงเกินสมควร และไม่เป็นมาตรฐานเดียวกันอย่างเช่นราคาอาหารกลางวันของปี ๒๕๕๓ ก็เข้าข่าย ข้อสังเกตปี ๒๕๕๒ เลยค่ะว่า ค่าอาหารกลางวันมีราคาตั้งแต่ ๑๕๐ บาทต่อมื้อ จนกระทั่ง ไปถึง ๕๐๐ บาทต่อมื้อ แล้วก็ ๘๐๐ บาทต่อมื้อ ดิฉันยังถามในที่ประชุมว่า ๘๐๐ บาท กินเข้าไปแล้วเหาะได้หรืออย่างไร เพราะว่ามันแพงและต่างกันมากนะคะ อันนี้ก็ยังเป็น ข้อสังเกตเดิม ๆ อยู่ พอไปถึงหน้า ๘ นะคะ ๑.๙.๒ ค่าจ้างที่ปรึกษา เราก็เสนอเหมือน อย่างนี้เปี๊ยะเลยว่า การที่จะจ้างที่ปรึกษานี่ต้องจ้างในกรณีที่จําเป็น เป็นภารกิจที่มีความ ยุ่งยากซับซ้อน หรือว่าตัวเองทําไม่ได้แล้วไปจ้างผู้เชี่ยวชาญมาเป็นที่ปรึกษา ไม่ว่าจะให้ คําปรึกษาหรือว่าช่วยดําเนินการก็ตาม แต่เราก็ยังพบว่าเมื่อปี ๒๕๕๒ นี่นะคะ งบปี ๒๕๕๒ ให้ข้อสังเกตอย่างนี้แล้ว พอมาถึงปี ๒๕๕๓ เราก็ยังต้องเสนอแบบนี้ อีกเหมือนกัน เพราะเราพบว่าหน่วยงานหลายหน่วยงาน คําว่า จ้างที่ปรึกษา ก็คือ เอาท์ ซอร์ซ (Out source) ก็คือจ้างหน่วยงานอื่นมาทําหน้าที่แทนตัวเอง รวมทั้งการ ฝึกอบรมก็จ้างคนอื่นมาฝึกอบรมให้ตัวเอง เดี๋ยวนี้พบว่าแม้กระทั่งโรงเรียน สถานศึกษานี่ เวลาจ้างครู แน่นอนจ้างครูต่างประเทศก็ใช้คนต่างประเทศแต่ก็จ้างจากบริษัทนะคะ เพราะฉะนั้นสมัยดิฉันเรียนจบทั้งปริญญาตรี ปริญญาโททางด้านครู ดิฉันมีเพื่อนเป็นครู เยอะ ครูรุ่นเรานี่ค่ะ รุ่นดิฉันไม่ใช่รุ่นเรา หลายคนคนละรุ่นนะคะ ครูรุ่นดิฉันเป็นรุ่นที่รู้สึกว่า ไปจ้างบริษัทอย่างนั้นบางทีมันไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ แล้วบางทีได้ครูที่ไม่ได้ตรงตามความรู้ความสามารถ รวมทั้งตอนนี้เรามีโครงการเรียนฟรี ฟรีก็จะให้ฟรีกิจกรรมของโรงเรียนด้วย การจัดค่ายจริยธรรม จัดค่ายทางด้านให้ความรู้ ก็จะให้ฟรีปีละครั้ง ดิฉันก็ทราบว่าเดี๋ยวนี้ครูโรงเรียนก็ไม่ทําเองแล้ว ก็ไปจ้างบริษัท มาทําอย่างนี้เป็นต้น มันต้องดูว่าเป็นสิ่งที่เราทําไม่ได้ ต้องยุ่งยากซับซ้อนไม่ใช่เพื่อที่จะ แบ่งเบาภาระหรือไม่ใช่เพื่อที่จะจ้างพวกตัวเองมาทําต่อ มีบางโครงการในงบประมาณ ปี ๒๕๕๓ มีบางกระทรวงเข้ามาเสนอแล้วเราก็ถามว่าท่านไปจ้างใครมาจัดอบรมให้ท่าน ก็เอาข้อมูลมาให้ดูเป็นนามสกุลเดียวกันกับผู้บริหารกระทรวง กรรมาธิการเราก็ถามว่า แล้วคนที่มารับงานต่อเป็นอะไรกับท่าน ผู้บริหารตอบเลยเป็นภรรยาผม แต่อันนั้นก็อาจจะ เป็นประเด็นบ้าง ไม่เป็นประเด็นบ้าง ถ้ามันเป็นเรื่องที่เหลือบ่ากว่าแรงแล้วก็ภรรยาท่าน เป็นผู้มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้านนี้ก็ไม่เป็นไร แต่บางทีการอบรมแม้กระทั่ง หลักสูตร ที่จริงหลักสูตรเนื้อหาหน่วยงานต้องเป็นคนกําหนดแล้วจะต้องร่วมทําด้วย ไม่ใช่ จ้างเขาทําทุกอย่าง เพราะฉะนั้นการจ้างที่ปรึกษาพบว่าข้อสังเกตของงบประมาณ ปี ๒๕๕๒ ก็ยังไม่ได้รับการพิจารณา พอไปถึงปี ๒๕๕๓ เราก็ยังต้องพูดเหมือนเดิมอยู่ แล้วก็รวมทั้งการเดินทางไปต่างประเทศ เรื่องของการเดินทางไปต่างประเทศนี้ก็พบว่า ก็เหมือนเดิมอีกค่ะ ๑.๙.๓ พองบประมาณ ปี ๒๕๕๓ เรายังต้องมาพูดเรื่องนี้แล้วก็ ขอความกรุณาเพราะว่างบประมาณ ปี ๒๕๕๒ ตั้งข้อสังเกตไว้แล้ว พอมาถึงปี ๒๕๕๓ เราจะต้องขอความกรุณาเลยไปต่างประเทศไม่นั่งชั้นหนึ่งได้ไหม นั่งชั้นธุรกิจได้ไหม ก็ยังต้องมาขอร้องกันอีก ปีนี้งบประมาณ ปี ๒๕๕๓ ข้อสังเกตก็ซํ้ากันอีกละค่ะ ก็ไม่ทราบว่า ตอนนี้เรากําลังจะทํางบปี ๒๕๕๔ กรอบเพิ่งผ่าน ครม. ไปเมื่อวันอังคาร งบปี ๒๕๕๔ จะเอาข้อสังเกตของปี ๒๕๕๒ หรือปี ๒๕๕๓ ไปร่วมพิจารณาด้วยหรือไม่ หน้า ๙ ๑.๑๓ การโอนเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณรายจ่าย มันก็มีทั้งการโอนเปลี่ยนแปลง งบประมาณรายจ่ายเรื่องหนึ่งแล้วก็เรื่องเงินเหลือจ่ายอีกเรื่องหนึ่ง ดิฉันอยู่ คณะกรรมาธิการการบริหารและติดตามงบประมาณก็ได้ขอนะคะ พอถึงงบปลายปี เราก็ขอให้หน่วยงานต่าง ๆ เอางบเหลือจ่ายมาชี้แจงเราก็พบว่าหลายหน่วยงานมากเลย มีการโอนเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณรายจ่าย บางหน่วยงานเดือนตุลาคม พองบประมาณผ่านปั๊บเดือนตุลาคมเริ่มโอนเปลี่ยนแปลงแล้ว เดือนพฤศจิกายนเริ่มโอน เปลี่ยนแปลงแล้ว เราก็ถามว่าทําไมถึงต้องโอนเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้นปี อย่างนี้ คําตอบของหน่วยงานหลายหน่วยงานบอกว่า เพราะตอนแรกไม่ได้ขอเรื่องนี้มา ที่ต้องมาโอนเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้นปีก็เพราะว่ารายการที่ขอไปกรรมาธิการงบประมาณ ของสภาไม่อนุมัติ พอไม่อนุมัติแล้วเมื่องบประมาณมีผลบังคับใช้ก็เลยโอนเปลี่ยนแปลง เพื่อที่จะมาใช้รายการที่กรรมาธิการงบประมาณไม่อนุมัตินี่แหละ ดิฉันก็ตั้งคําถามอีก เหมือนกันว่าถ้าคณะกรรมาธิการงบประมาณไม่อนุมัติแปลว่าเขาไม่ประสงค์จะให้ท่าน ใช้จ่ายในรายการนี้แต่ท่านก็บอกว่าเมื่อมันผ่านสภาไปแล้ว ตอนนี้สภาไม่เกี่ยวท่านก็ไป เปลี่ยนแปลงรายการได้อย่างนั้นหรือ ถามสํานักงบประมาณว่าทําไมให้เปลี่ยน ท่านก็บอกว่าเพราะวงเงินมันไม่เกินกี่ล้านดิฉันจําไม่ได้ ขอประทานโทษ ๑๐ ล้านบาท หรืออะไรนี่นะคะ เป็นอํานาจของอธิบดี เพราะฉะนั้นสํานักงบประมาณไม่ได้ตรวจสอบ ไม่ได้ดูแลเรื่องเหล่านี้เลย แม้กรรมาธิการงบประมาณจะไม่อนุมัติก็ตาม พอถึงงบ เหลือจ่ายก็เช่นเดียวกัน อะไรที่บอกว่าห้ามซื้อซื้อหมดเลย อะไรที่กรรมาธิการขอว่าอย่าซื้อ ซื้อหมดเลย เช่น เรื่องการจัดหายานพาหนะ เรื่องครุภัณฑ์ เรื่องคอมพิวเตอร์ เรื่องเครื่อง ถ่ายเอกสารในกรรมาธิการปี ๒๕๕๒ ก็ตั้งข้อสังเกตว่าการจัดหายานพาหนะ ครุภัณฑ์ ขอให้เช่า แล้วเช่าก็อย่าเกิน ๓ ปี ถ้าครบ ๓ ปีแล้วถ้าจะเช่าอีกอย่าให้เป็นรายการของ ชุดเดิมทั้งยานพาหนะ ครุภัณฑ์ คอมพิวเตอร์แล้วก็เครื่องถ่ายเอกสาร ในงบปี ๒๕๕๓ เราก็ต้องมาพูดเรื่องนี้อีกเหมือนกันว่าไหนบอกว่าไม่ซื้อ ให้เช่า แล้วพอถึงงบเปลี่ยนแปลงรายการงบหรืองบเหลือจ่ายก็ซื้อรถ บางหน่วยงานซื้อรถ ๔๐ คัน ๕๐ คันก็มี อย่างนี้แปลว่าอะไร อย่างนี้แปลว่าข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ไม่มีความหมายเลยใช่หรือไม่ เพราะฉะนั้นดิฉันก็เรียนถามนะคะ เรียนฝากทางท่าน ที่ปรึกษาของกระทรวงการคลังไปด้วยเหมือนกันว่าเรากําลังจะทํางบปี ๒๕๕๔ ท่านเข้มงวด ท่านกําชับเรื่องเหล่านี้ได้หรือไม่ หรือก็จะให้กรรมาธิการงบประมาณก็มาพูด เรื่องเดิม แล้วทุกอย่างก็กลับไปเหมือนเดิม ถ้าอย่างนั้นไม่ต้องมีหรอกค่ะกรรมาธิการ งบประมาณ ขอบพระคุณค่ะ
คุณเรวัต สิรินุกุล ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย รายงานสรุปผลการดําเนินงานของ ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ของ สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ผมได้ดูในข้อสังเกตต่าง ๆ ซึ่งกรรมาธิการได้ พิจารณางบประมาณเสร็จแล้วก็มีข้อสังเกต มีข้อสังเกตต่าง ๆ ส่งไปให้สํานักงบประมาณ พิจารณา สํานักงบประมาณพิจารณาแล้วก็ส่งกลับครับ ส่งกลับก็คือมีคําตอบ มีคําตอบ จากข้อสังเกตเหล่านั้นมายังสภาผู้แทนราษฎร ผมก็มาดู ๆ ก็เห็นว่าบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งกระผมจะหยิบยกบางเรื่องมาในกรณีที่สงสัยว่า
อย่างในเรื่องแรกท่านประธานครับ ข้อ ๒.๑ งบกลาง คณะกรรมาธิการ ตั้งข้อสังเกตไปอยู่ ๓ ข้อ นี่เขาบอกไว้ ควรทบทวนหลักเกณฑ์การจัดสรรค่าใช้จ่าย การปรับเงินค่าตอบแทนบุคลากร ๑ ๒ ๓ ซึ่งในหนังสือนี้มีแล้ว ผมคงไม่ต้องอ่าน เพราะจะ เสียเวลานะครับ ทีนี้หนังสือเล่มนี้เขาตอบมา สํานักงบประมาณเขาตอบมา ผลการดําเนินงานของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ตามข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการตามที่ได้รับรายงาน มีหลายกระทรวงนะครับ มีกระทรวงการคลัง ตอบมา มีรัฐวิสาหกิจ มีกระทรวงกลาโหม มีธนาคารออมสินตอบมา ผมก็มาดูว่าคําตอบ เหล่านั้นเป็นอย่างไรก็มาดูว่ามีอันหนึ่งที่ไม่ได้ตอบ ท่านผู้อํานวยการครับ ท่านรองใช่ไหม ท่านประธานที่มาตอบชี้แจง
ท่านเป็นตัวแทนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นที่ปรึกษาสํานักงบประมาณ
สํานักงบประมาณนะครับ มีอันหนึ่ง ท่านดูนะครับ ท่านกรุณาตอบผมด้วยว่าทําไมที่เขาพูด ๆ กัน ในข้อนี้ทําไมไม่มีโครงการ ชุมชนพอเพียง สํานักงบประมาณครับ ไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กล่าวไว้เลยครับว่า ได้ดําเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการอย่างไร มีความชัดเจนในการจัดทํา โครงการอย่างไร มีปัญหาจนเป็นที่ร้องเรียนกันอยู่ทุกวันนี้ เป็นเพราะมีคนเข้าไปจัดงาน แทนชุมชน ตรงนี้ครับเป็นเรื่องใหญ่แล้วเสียหายมากมาย ครั้งแรกผมก็ไม่ได้สนใจแต่พอ มาทราบเข้าทีหลังบอกว่าชุมชนพอเพียง ท่านประธานทราบไหม เอาไปเลย เอาโครงการ ต่าง ๆ ไปให้พี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนเขา โอ้โฮ ดีใจครับ อุ๊ย นี่มีโครงการมาแล้ว นํ้ากินบ้างอะไรบ้าง ไฟฟ้ำบ้าง ก็นึกว่าได้ของฟรี ๆ เปล่า ๆ พอตอนหลังมาก็บอกว่า ในชุมชนนี้ซื้อ ซื้อโครงการเหล่านี้เป็นเงินเท่านั้นเท่านี้ เขาก็ตกใจ เอ๊ย นี่ไม่เอา โครงการ เหล่านี้เขาไม่ต้องการใช้ เขาก็จะคืน นี่ปัญหาที่เกิดขึ้นท่านรู้ไหมความจริงมันน่าจะรู้ ถ้าบอกไม่รู้ไม่ได้หรอก ข่าวก็ ครึกโครม นี่ตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่ ๑ ที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านก็ตอบผมหน่อยก็แล้วกัน นะครับ
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ๒.๖.๓ ท่านดูนะครับ ๒.๖.๓ ที่เขาให้ข้อสังเกต ไปนะครับ ข้อสังเกตว่า สํานักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรตั้งงบประมาณ ค่าใช้จ่ายในการจ้างที่ปรึกษาเป็นจํานวนมาก อันนี้ครับท่านประธานอยู่นี่ครับ ๒.๖.๓ ท่านประธานครับ รัฐบาลควรทบทวนการยุบเลิกกรมทางหลวงชนบท เนื่องจากเห็นว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่สามารถดําเนินการตามภารกิจถ่ายโอนจาก กรมทางหลวงชนบทได้อย่างสมบูรณ์ อันนี้เขาเขียนไว้ต้นเรื่องเป็ นอย่างนี้ ทีนี้ ให้ข้อสังเกตไป ก็ตอบครับ ผลการดําเนินงานของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจก็ตอบมา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมทางหลวงชนบท ก็ตอบมาแล้วครับ ตอบมาแล้วก็ยังไม่ได้ชัดเจน เพราะว่าในปัจจุบันนี้กรมทางหลวงชนบทนี่ปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนยังเยอะ ท่านตัวแทนสํานักงบประมาณท่านเคยไป จังหวัดกาญจนบุรีไหมครับ ไป เยี่ยม ดีใจด้วยที่จังหวัดกาญจนบุรี ท่านไปในหมู่บ้านไหม ไปนะ โอ้โฮ ไปหมู่อะไรบ้างก็ไม่รู้ แล้วท่านไปนี่ขอประทานโทษท่านประธานขอคุย หน่อยนะ เพราะว่าพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดกาญจนบุรีจะได้ดีใจ เพราะท่านไปแล้วนี่ ไปเห็นไหมว่าชุมชน หมู่บ้านต่าง ๆ วิ่งไปนี่ฝุ่นฟุ้ งไหม ฝุ่นถนนฟุ้ งเลยครับท่านประธาน นี่อย่างนี้เป็นต้น แล้วเป็นอย่างไรครับ นอนก็อยู่กับฝุ่น กินข้าวก็กินกับฝุ่น ยิ่งตอนนี้โรงงาน เปิดด้วย ท่านประธานครับ โรงงานนํ้าตาลเปิดอยู่ แม้ว่าขณะนี้จะได้ดําเนินการที่ว่าไม่ให้ มีฝุ่นละอองแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีอยู่ตลอดไม่หมดไปอย่างนี้เป็นต้น ทางหลวงชนบท บอกว่าจะจัดให้มีเขาเรียกว่าถนนไร้ฝุ่น แล้วเป็นอย่างไรครับ มันก็ยังมีไม่ทั่วถึง เมื่อมี ไม่ทั่วถึงไม่สามารถดําเนินการให้ทั่วถึงได้ ถ้าอย่างนี้องค์การบริหารส่วนตําบล องค์การ บริหารส่วนท้องถิ่น ก็ให้เขาดําเนินการเองได้หรือไม่ แต่ตอบว่าขณะนี้ยังไม่พร้อม ถ้าเขา พร้อมล่ะ เมื่อไรพร้อมก็ดําเนินการ ก็เพราะเขาจะรู้ว่าในท้องถิ่นของเขานั่นควรจะสร้าง ที่ไหน แล้วตรงไหนเป็นฝุ่นมากที่สุดควรจะสร้างก่อนสร้างหลังอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น ก็อยากจะกราบเรียนว่าเรื่องเหล่านี้จะให้ดําเนินการไปอย่างไร กี่ปีอะไรก็ว่ากันไปให้สําเร็จ ไปเลย งบประมาณต่าง ๆ ก็ทุ่มไปให้ ยกเลิกนี่เขาไปเสีย แล้วให้ท้องถิ่นเขาดําเนินการเอง นี่คือความเห็นเพิ่มเติม
ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งครับ ๑.๑๐ เป็นเรื่องที่การจัดซื้อจัดจ้างด้วย วิธีการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ท่านประธานครับ ความจริงรัฐบาลก็พยายาม จะแก้ไขให้การจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อที่จะให้มีการเขาเรียกอะไร ประมูลกัน ไม่มีการฮั้วกัน แต่ท่านประธานครับมันก็เป็นเรื่องดีในระดับหนึ่ง แต่ว่า ท่านประธานรู้ไหมว่าสิ่งเหล่านี้ถึงแม้จะป้ องกันอย่างไรเขาก็ทํากันได้ เขาฮั้วกันได้ เขาล็อก สเปก (Lock Spec) กันได้เขาทําได้ครับอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นก็อยากจะ ฝากสํานักงบประมาณว่า เรื่องเหล่านี้ท่านดูไหม ท่านดูถึงไหม แม้ว่าอย่างนี้จะหาทางอื่นอีกไหมครับ หาทางเลือก อีกไหมครับว่านอกจากอีออคชัน (e-Auction) แล้วยังมีอื่นอีกไหมครับที่ไม่สามารถที่จะ ล็อก สเปกได้เลย คนที่พร้อมกว่ารู้สเปกอะไรแล้วไปประมูลเองได้เองทั้งหมดเอง อะไรอย่างนี้ ได้อีกไหมครับ มีอะไรคิดอีกไหมครับ คิดขึ้นมาใหม่อีกไหมครับ เพราะ ทุกวันนี้อย่างที่ท่านคิดว่าอีออคชันแล้ว สมบูรณ์แล้วก็ป้ องกันได้ ไม่จริงนะครับ ไม่จริงครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเรื่องเหล่านี้ผมคิดว่าก็ต้องคิดครับ สํานักงบประมาณก็ต้อง คิด คิดว่าทําอย่างไรนอกเหนือจากนี้แล้วที่จะไม่ให้มีการล็อก สเปกได้ นี่คือสิ่งที่กระผม ก็อยากจะฝากเอาไว้ แล้วก็เป็นนอกเหนือจากที่คณะกรรมาธิการได้ตั้งข้อสังเกตไว้แล้ว ผมก็ตั้งข้อสังเกตเพิ่มขึ้นนะครับ
มีอีกเรื่องหนึ่งนิดหน่อยเท่านั้นเอง ไม่กี่เรื่อง มานี่อีกครับ ปุ๋ ยเคมี เรื่องเคมี ๒.๕.๒ ก็ว่าปุ๋ ยเคมีที่ปัจจุบันนี้พี่น้องใช้กันมันแพง แล้วมันก็ไม่มีถูกเลย ก็ยิ่งแพงขึ้นไปอีก ทําอย่างไรก็แพง แพงทุกปี ทุกปี ทุกปี จะทําอย่างไรให้ลดลงมาบ้างก็ปรากฏว่าหน่วยงาน ที่รับผิดชอบไปกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ ตอบมามีทั้งะยะสั้น ระยะยาว แก้ไข ปัญหาต่าง ๆ แล้วก็บอกมาให้มีการจํากัดการใช้ปุ๋ ยแต่ท่านประธานรู้ไหม การจํากัด การใช้ปุ๋ ยและปุ๋ ยมีคุณภาพ ที่ดินมีคุณภาพมันต้องไปพร้อมกัน นั่นก็คือที่ดินในที่นั้น ๆ จะต้องมีนํ้าด้วย นํ้าสมบูรณ์ นํ้าอุดมสมบูรณ์ ทําให้พี่น้องเขา ในขณะนี้เป็นอย่างไร แล้งก็แล้งซํ้าซากอยู่อย่างนั้น นํ้าท่วมก็ท่วมซํ้าซากอยู่อย่างนั้น แก้ไขได้ไหมล่ะ แก้ไข ก็ไม่ได้ แต่ถ้าตราบใดที่ยังแก้ไขให้พี่น้องประชาชนไม่ได้อย่ามาพูดเลยครับ อย่ามาพูด บอกว่าต้องใช้ปุ๋ ยที่มีคุณภาพ ใช้ปุ๋ ยให้เหมาะสมกับพื้นที่ดินไม่ได้ ท่านยังไม่สามารถ จะดูแลพี่น้องเกษตรกรเขาทํามาหากินด้วยคุณภาพที่ท่านทําให้ นั่นก็คือนํ้ามีพร้อม ปุ๋ ยมีพร้อม พันธุ์มีพร้อมอย่างนี้เป็นต้น นี่คือสามารถที่จะดูแลหรือจํากัดในสิ่งที่ท่านพูดได้ เพราะในขณะนี้ทําไปอย่างไรปุ๋ ยก็ยังแพงอยู่ครับท่านประธาน คุณภาพของปุ๋ ยก็ไม่ดีพอ นี่คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียนว่าเรื่องอย่างนี้ ผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับ กราบเรียนทางสํานักงบประมาณด้วยว่า ท่านครับ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น เรื่องนํ้า เรื่องดิน เรื่องที่ดินทํากิน เรื่องนํ้านี่ อย่างไร ๆ ก็ทุกปีถ้าจะตั้งงบประมาณตรงนี้ด้วย ตรงนี้ด้วยครับ ท่านประธานครับ ไม่เห็นกรรมาธิการบอกไว้เลยว่าที่ดินทํากินของเกษตรกรควรจะ เป็นเท่าไร อย่างไร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรจะมีนํ้ากินนํ้าใช้เพียงพอแค่ไหน นี่ครับเป็นเรื่องที่สําคัญ จะมีปุ๋ ยเพียงพอ ปุ๋ ยราคาถูกเท่าไร เวลามันแล้งท่านประธานครับ แล้งสองสามทีใส่ปุ๋ ยไปตายหมด ปุ๋ ยแห้งไปหมดอย่างนี้มันไม่ได้ประโยชน์ครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนํ้าสําคัญที่สุด ก็ฝากทางสํานักงบประมาณไว้ด้วยนะครับ ว่าท่าน ได้กรุณาด้วยว่าปีต่อไปเรื่องปุ๋ ยเป็นเรื่องรองนะครับ ที่ดินทํากิน เรื่องนํ้า ที่ดินทํากิน อันดับ ๑ เรื่องนํ้ามีกินมีใช้ สามารถทํานาได้ ทําไร่ทํานาได้ อันนี้อันดับ ๒ ปุ๋ ยมาอันดับ ๓ มีนํ้าเยอะ ๆ ถ้าปุ๋ ยน้อยก็ยังไม่เท่าไรนะครับ ถ้านํ้าไม่มีเลยนี่ใส่ปุ๋ ยลงไปเท่าไร ก็ไม่มีประโยชน์ นี่คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียนฝากไว้ แล้วก็ถ้าจะให้ปุ๋ ยราคาแพงมันก็ จะเป็นอย่างนี้นะครับ ก็ให้ไปอย่างนี้ แล้วก็แพงอยู่เรื่อย
ครับท่าน ขอความกรุณารวบรัดด้วยนะครับ
เสร็จแล้ว ผมจบแล้ว ปุ๋ ยอันนั้นไม่พูดกัน ท่านรัฐมนตรีเขาพูด ท่านประธานครับ ผมก็จะจบแล้วผมกราบเรียนแค่นี้เอง อันนี้ เรื่องฝาก แต่ข้อสังเกตของผมก็คือว่าขอให้งบประมาณเพ่งเล็งแล้วก็ใช้งบให้เรียกว่าลงไป ในเรื่องนํ้าหน่อย เรื่องดิน เรื่องนํ้า เรื่องปุ๋ ย ช่วยเหลือเกษตรกรหน่อยครับให้เขามีที่ดิน ทํากินสามารถยืนหยัดอยู่ได้บนอาชีพเกษตรกรรม ขอบคุณครับท่านประธาน
ต่อไปเชิญคุณวัชระ เพชรทอง ครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตกราบขอบพระคุณ ท่านประธานวิปรัฐบาลท่านวิทยา แก้วภราดัย ที่อนุญาตให้ผมขึ้นมาอภิปรายในประเด็นนี้ เนื่องจากว่าผมนั้นเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เพิ่งเข้ามาเมื่อปีที่แล้ว และการอภิปราย รายงานสรุปผลการดําเนินการของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจตามข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการวิสามัญนั้นผมก็ไม่เคยลุกขึ้นอภิปรายเลย ท่านประธานครับ อยากจะ กราบเรียนต่อเนื่องจากท่านเรวัตซึ่งเป็นประธานกลุ่มมิตรภาพไทย-โปแลนด์ เป็นประธาน ของคณะที่ผมสังกัด ซึ่งท่านได้อภิปรายถึงเรื่องปัญหาของปุ๋ ยเคมี ท่านประธานที่เคารพ แม้ว่าผมนั้นเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมืองหลวงกรุงเทพมหานคร แต่ก็ถือว่าอยู่ ชายขอบอยู่ชายแดนของกรุงเทพฯ มีเขตแดนต่อเนื่องกับจังหวัดนครปฐมและจังหวัด สมุทรสาคร พี่น้องชาวนาชาวไร่ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการได้ขายข้าวให้ได้มี ราคาแพง หรือขายข้าวให้ได้มีราคาที่ยุติธรรม และซื้อปุ๋ ยในราคาที่ถูก ข้าวแพง ปุ๋ ยถูก ชาวนาต้องการเท่านี้แหละครับ เมื่อคณะกรรมาธิการได้ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ว่าจะมีการขาย ปุ๋ ยเคมีจํานวน ๓๐๐ ล้านตัน ประทานโทษ ๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งจํานวนทั้งสิ้น ๒๕,๐๐๐ ตัน ผมก็คิดว่าเป็นสิ่งที่ดีครับ แต่อยากจะถามว่าในทางปฏิบัตินั้นปุ๋ ยเคมีที่ท่านบอกว่าจะมี การจําหน่ายเหล่านี้ซึ่งจะมีปรากฏในรายงานในหน้า ๕๓ ท่านประธานครับ ประทานโทษ มีการจําหน่ายไปถึงชาวนาจริง ๆ หรือไม่ หรือว่ากระจุกตัวอยู่ในบางจังหวัดเท่านั้น เพราะชาวนาชาวไร่นั้นต้องการจริง ๆ ครับ ปุ๋ ยมีราคาถูกและขายข้าวให้ได้ราคา ที่เป็นธรรม แม้ว่าผมจะเป็น ส.ส. กรุงเทพฯ อย่างที่กราบเรียนไปแล้ว แต่ผมห่วงใย ชาวนา ชาวไร่ เพราะผมถือว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ซึ่งตั้งแต่เป็นเด็กนักเรียน ครูบาอาจารย์ก็สอนมาเสมอว่าชาวนานั้นคือกระดูกสันหลังของชาติ แต่ในความเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ว่าเป็นที่ใดครับท่านประธาน ถือว่าเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นปัญหาที่ท่านเรวัตได้ลุกขึ้นมาอภิปรายนั้นเป็ นประเด็นที่สําคัญ และควรที่จะติดตาม มีการตรวจสอบว่าหน่วยราชการได้ปฏิบัติไปตามนั้นจริงหรือไม่ และนอกจากนี้ในความปลอดภัยด้านอาหารในหน้าที่ติดกัน ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เช่นเดียวกัน ปรากฏว่าถ้าท่านประธานสังเกตนะครับ พืชผัก ผลไม้จากต่างชาติที่นํามาขายในท้องตลาดอยู่ในขณะนี้ ทําให้เกษตรกรคนไทยแท้ ๆ ขายไม่ได้ เพราะพืชผลการผลิตจากต่างชาติเหล่านั้นบุกเข้ามาตีตลาดของพี่น้องคนไทย และปรากฏว่ามีสารพิษตกค้างเป็นจํานวนมาก ผมมีความสงสัยจริง ๆ ครับ สงสัยในเรื่อง ของประสิทธิภาพของหน่วยงานของรัฐบาล โดยเฉพาะประสิทธิภาพหน่วยงานในสังกัด ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นมีการตรวจสอบ อาหาร ผลไม้ พืชผักนานาชนิด เหล่านี้จริงหรือไม่ แล้วทําไมพืชผักนานาชนิดเหล่านี้ว่ามาจากต่างประเทศสามารถอยู่ได้ เป็นระยะเวลานานโดยไม่เหี่ยว ไม่เฉา ยังสดอยู่เสมอเป็นเพราะอะไร เขาใช้สารอะไรและ มีโทษต่อสุขภาพร่างกายของพี่น้องคนไทยหรือไม่ อย่างไร ประทานโทษครับท่านประธาน พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากว่าได้ซื้อผัก ผลไม้ อาหารเหล่านี้ไปบริโภค และแน่นอนครับในอนาคตจะมีผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องคนไทย โดยเฉพาะ โรคมะเร็งทั้งหลาย ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่ผมห่วงใยในข้อสังเกตที่เกี่ยวกับกระทรวง เกษตรและสหกรณ์
ส่วนสํานักงานตํารวจแห่งชาติมีปรากฏในรายงานหน้าเกือบจะสุดท้าย ปรากฏว่าสํานักงานตํารวจแห่งชาติมีการตั้งข้อสังเกตว่าจะมีการเลื่อนข้าราชการตํารวจ ชั้นประทวนขึ้นเป็ นสัญญาบัตรเพื่อเป็นการสร้างขวัญและกําลังใจ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ถ้าท่านประธานจําได้ในสมัยของท่าน พลตํารวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส เคยมีการสอบบรรจุข้าราชการตํารวจชั้นประทวนซึ่งมีวุฒิปริญญาโทขึ้นทะเบียนไว้ถึง จํานวน ๔๒๓ นาย ตํารวจเหล่านี้สอบได้ทุกคน ขึ้นทะเบียนไว้เรียบร้อยแล้ว ท่านประธาน ครับ มีการตั้งข้อสังเกตว่าจะสร้างขวัญกําลังใจกับข้าราชการตํารวจชั้นผู้น้อยหรือ ชั้นประทวนให้ได้เลื่อนเป็นสัญญาบัตร แต่ที่บรรจุค้างคาไว้ทําไมไม่แต่งตั้งเป็นนายตํารวจ สัญญาบัตร วันก่อนผมได้มีโอกาสพบกับท่านรักษาการผู้บัญชาการสํานักงานตํารวจ แห่งชาติโดยบังเอิญที่ทําเนียบรัฐบาล คือท่าน พลตํารวจเอก ประทีป ตันประเสริฐ ท่านบอกกับผมว่าท่านไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน และจะไปดําเนินการเพื่อให้ความเป็นธรรม กับเจ้าหน้าที่ตํารวจชั้นประทวนเหล่านี้ต่อไป ท่านประธานครับ เมื่อไม่กี่วันก่อนก็พบ ท่านโฆษกสํานักงานตํารวจแห่งชาติที่รัฐสภาแห่งนี้ ท่านโฆษกสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ก็บอกว่าจะติดตามเรื่องนี้ให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ตํารวจชั้นผู้น้อย ชั้นประทวน เหล่านี้ซึ่งมีวุฒิปริญญาโทและสอบบรรจุได้ขึ้นบัญชีไว้แล้วจํานวน ๔๒๓ ราย ข้าราชการ ตํารวจบอกผมว่าควรจะไปบอกท่านนายกรัฐมนตรีเพราะเรื่องนี้นั้นเป็ นนโยบาย แต่ท่านประธานครับ ถ้าในรายงานฉบับนี้มีการตั้งข้อสังเกตไว้อย่างนี้แล้วผมอยากจะให้ สํานักงานตํารวจแห่งชาติได้สร้างขวัญและกําลังใจให้กับข้าราชการตํารวจชั้นประทวน บรรดานายสิบ นายดาบทั้งหลายที่ซึ่งเป็นลูกหลานคนจนทั้งประเทศ ไม่มีโอกาสติดดาว แม้ว่าใช้วุฒิปริญญาโท วุฒิปริญญาโทนั้นก็ไปรํ่าเรียนด้วยเงินของตัวเอง สอบได้แล้วก็ ยังไม่มีโอกาสบรรจุแต่งตั้ง แต่ท่านประธานครับ ลูกหลาน บรรดาลูกชาย ลูกสาวของ ตํารวจใหญ่ ๆ ในสํานักงานตํารวจแห่งชาติกลับบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตํารวจ สัญญาบัตรหน้าตาเฉย ทั้งผู้หญิงผู้ชาย อย่าให้เอ่ยนามสกุลเลยท่านประธาน แล้วนี่ ความยุติธรรมอยู่ที่ไหน ถ้าเราไม่มีความยุติธรรมให้กับตํารวจ แล้วตํารวจจะให้ ความยุติธรรมกับพี่น้องประชาชนได้อย่างไร
ท่านประธานครับ นอกจากนี้ที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตในรายงานฉบับนี้ คือเรื่องแรกที่สุดเรื่องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตเพื่อที่จะ ดําเนินการปกป้ องสถาบันพระมหากษัตริย์ และมีการเขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะมี การแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยด่วนต่อไป ในฐานะที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ สภาแห่งนี้เป็นผู้ที่บัญญัติกฎหมาย จนบัดนี้ผมก็ยังไม่เห็นว่าจะมีกฎหมายใด ๆ ที่จะบรรจุ เข้ามาเป็นการเร่งด่วนเพื่อที่จะปกป้ องสถาบันพระมหากษัตริย์ ท่านประธานครับ ต้องยอมรับความจริงกันว่าในปัจจุบันนี้มีการละเมิด มีการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ทั้งทางเว็บไซต์ (Web site) ใบปลิว วิทยุชุมชนต่าง ๆ นานา ผมทราบดีว่าหัวอกของ ท่านประธานนั้นเป็นอย่างไร มีความจงรักภักดีเทิดทูนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ขนาดไหน ท่านประธานรู้สึกเช่นไรผมก็รู้สึกเช่นนั้น เพราะฉะนั้นภาระหน้าที่นี้ในฐานะ ที่เราเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมายืนอภิปรายต่อหน้า พระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และท่านประธานก็นั่งอยู่ภายใต้ พระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง ท่านประธานครับ เราจะปล่อยให้มีการละเมิด มีการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งอย่างขนานใหญ่นั้นไม่ได้โดยเด็ดขาด อย่างน้อยที่สุดผมคิดว่าในประเด็นนี้ ท่านประธานครับถ้าผมพูดผิดในประเด็นหนึ่ง ประเด็นใดก็ต้องกราบขออภัย ผมคิดว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจทั้งประเทศต้องตระหนัก ถ้าพบเห็นการกระทําผิดดังกล่าวนั้นได้โปรดทําการจับกุมได้ทันทีเพราะเป็นความผิด ซึ่งหน้า มีอํานาจจับกุมตาม ป. วิ. อาญาอยู่แล้ว แต่ผมไม่เข้าใจว่าทําไมเจ้าหน้าที่ตํารวจ ถึงไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่จับกุมอย่างเฉียบขาด อย่างรวดเร็ว ไม่ป้ องปราม การกระทําความผิดของกลุ่มบุคคลเหล่านี้ นี่คือประเด็นที่สําคัญที่สุด
นอกจากนี้ในเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการ ในรายงานฉบับนี้มีการเขียน ถึงการขาดแคลนครูผู้สอน ปัญหาตําราเรียนปลอม ปัญหาหนี้สินของครู ผมทราบว่า รัฐบาลชุดนี้ตั้งแต่สมัยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้พยายามแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ลุล่วงมาโดยตลอด จนถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ ท่านประธานครับ แต่ปัญหา อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าปัญหาการโยกย้ายข้าราชการครูที่จะโยกย้ายไปตาม ความต้องการของข้าราชการครูแต่ละรายนั้นทําไมมันยากเย็นแสนเข็ญเสียเหลือเกิน เห็นว่ามีการวิ่งเต้น มีการต้องใช้เงินใช้ทอง ทําไมไม่ตอบสนองต่อความต้องการของ ข้าราชการครูเหล่านั้น ซึ่งมีความประสงค์จะโยกย้ายไปตามภูมิลําเนา หรือไปรับใช้ บิดามารดาของตัวเอง หรือต้องการที่จะพยาบาลแม่หรือพ่อของตัวเองที่กําลังเจ็บป่วย ทําไมกระทรวงศึกษาธิการไม่ทําเรื่องการโยกย้ายข้าราชการครูให้ง่ายกว่านี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ นอกจากกระทรวงศึกษาธิการแล้ว กระทรวงสาธารณสุข ท่านประธานครับ แม้ว่าจะเพิ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขคนใหม่ แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขคนเก่านั้นผมเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของท่าน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะท่านเป็น อดีตผู้นํานักศึกษาสมัย ๑๔ ตุลาคม และต้องการที่จะทํากระทรวงสาธารณสุขให้โปร่งใส ท่านประธานครับ ปัญหาที่เกิดคือหลักประกันสุขภาพ คือบัตร ๓๐ บาท ในรายงานฉบับนี้ ก็มีครับ แต่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ นอกจากบัตรนี้สามารถใช้รักษาโรคเอชไอวี (HIV) โรคเอดส์ และในรัฐบาลนี้ให้รักษาไตวายได้ด้วย ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่าปรากฏว่า โรงพยาบาลของเอกชนบางแห่งในขณะนี้ เช่น โรงพยาบาลศรีวิชัย ๒ ที่เขตหนองแขม โรงพยาบาลเกษมราษฎร์บางแค ได้ติดป้ำยประกาศแล้วครับ งดให้บริการโครงการบัตร ๓๐ บาท ประมาณตั้งแต่เดือนสองเดือนข้างหน้านี้เป็ นต้นไปครับ ถามว่าทําไม โรงพยาบาลเอกชนเหล่านี้ต้องยกเลิกการให้บริการบัตร ๓๐ บาท ซึ่งทั้งที่รัฐบาลปัจจุบันนี้ ไม่มีการเก็บแม้แต่บาทเดียวคือรักษาฟรี ปัญหาเกิดจากอะไรครับ และจะให้ พี่น้องประชาชนในเขตหนองแขม บางแค ภาษีเจริญไปรักษาที่โรงพยาบาลไหน เพราะขณะนี้เขาไปรักษาที่โรงพยาบาลศรีวิชัย ๒ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์บางแค จํานวนนับหมื่น ๆ คนต้องย้ายโรงพยาบาลไปรักษาที่ใด นี่คือปัญหาที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขคนใหม่ควรที่จะใส่ใจและดูแลเป็นอย่างยิ่ง
ท่านประธานที่เคารพ นอกจากนี้ผมยังมีอีก ๒ ประเด็นสั้น ๆ ก็คือว่า เรื่องของรัฐสภา ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับว่ารัฐสภาแห่งนี้ควรจะมีสํานักงบประมาณ เป็นของตนเองครับ เห็นด้วยอย่างยิ่งกับท่าน ส.ส. ฝ่ายค้าน คือท่านนายอําเภอชวลิต ได้อภิปรายไปแล้ว เพราะอะไรครับ เพราะว่ากรรมาธิการแต่ละคณะนั้นไม่ว่าฝ่ายค้านหรือ ฝ่ายรัฐบาล อยู่ในคณะกรรมาธิการนั้นไม่มีฝ่ายค้าน ไม่มีรัฐบาล เราทําหน้าที่แทน พี่น้องประชาชน กรรมาธิการแต่ละคณะมีค่าใช้จ่ายในการที่จะลงไปดูแลทุกข์สุข ดูแล ปัญหาของพี่น้องประชาชน รวมทั้งการไปตรวจสอบสภาพปัญหาในต่างจังหวัด ท่านประธานครับ ผมทราบมาว่าอย่างท่านประธานรัฐสภาสามารถที่จะเบิกจ่ายไป ต่างจังหวัด วันเสาร์ วันอาทิตย์ ครั้งละประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ บาทโดยไม่มีใบเสร็จ หรือประธานรัฐสภาซึ่งไม่ได้หมายถึงท่าน ไปต่างประเทศบ่อยครั้ง แต่กรรมาธิการ ไม่ค่อยได้ไป หรือไม่ได้ไปเลย ท่านประธานครับ งบในส่วนของกลุ่มมิตรภาพเช่นกันครับ ถูกตัดลงอย่างน่าใจหาย ทําไมไม่ให้ ส.ส. ไปสร้างสัมพันธไมตรีกับ ส.ส. ต่างประเทศ เพื่อที่จะยึดโยงเอาไว้เพื่อเป็นประโยชน์ของประเทศชาติในภายภาคหน้า ผมเห็นด้วย กับท่าน ส.ส. ชวลิตทุกประการครับ
และสุดท้ายฝากท่านประธานไปยังสํานักงบประมาณ ปรากฏว่าในฐานะที่ ผมได้รับการแต่งตั้งจากคณะอนุกรรมาธิการงบประมาณในปีที่ผ่านมาให้เข้าไปเป็น ที่ปรึกษา ผมเห็นเลยครับว่างบสิ่งพิมพ์ของกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ นั้นปรากฏว่า ท่านประธานที่เคารพครับ มีการตั้งเกินจริง งบประชาสัมพันธ์ งบสิ่งพิมพ์ งบสื่อพัสดุ ทั้งหลายนั้นใช้เงินที่เปลืองและแพงมาก ยกตัวอย่าง เช่น เอกสารขนาดเอ ๔ (A4) ท่านประธานที่เคารพครับ เอกสารขนาดเอ ๔ ใบเดียวครับ กรมกรมหนึ่งตั้งไว้ใบละ ๑๐ บาท แผ่นปลิวใบเดียว ๑๐ บาท ผมถามว่ากรมกรมนั้นตั้งงบประมาณไว้ ๑๐๐,๐๐๐ แผ่นเป็นเงินเท่าไร ตั้งเกินจริงครับท่านประธาน เพราะในความเป็นจริงแล้ว ใบปลิวที่ท่านประธานพิมพ์ไม่ว่าจะแจกจ่ายเรื่องใดก็สุดแท้แต่ ใบหนึ่งไม่กี่สตางค์ ท่านประธานก็รับทราบ มิหนําซํ้าการตั้งงบสิ่งพิมพ์ในเรื่องของหนังสือ เอกสาร ท่านประธานครับ นิดเดียว ก็คือว่ามีการตั้งค่าใช้จ่ายที่เรียกว่าไม่สมเหตุสมผล และไม่ได้ กําหนดสเปกให้ชัดเจน อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังสํานักงบประมาณว่าควรจะ กําหนดสเปกสิ่งพิมพ์ให้ชัดเจน ไม่ว่ากระดาษหนากี่แกรม กระดาษปกหนากี่แกรม กระดาษอะไร พิมพ์จํานวนกี่สี่ ขอให้ชัดเจนเพื่อประหยัดเม็ดเงินของพี่น้องประชาชน ขอขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างยิ่ง กราบขอบพระคุณครับ
ผมเรียนเรื่องนี้ครับ เรื่องสํานักงบประมาณครับ ผมได้รับการประสานจากไอพียู (IPU) หรือสภาโลกเขาผลักดันค่อนข้างมากให้สภาผู้แทนราษฎรของเรามีสํานักอย่างน้อยสํานัก วิเคราะห์งบประมาณของเราเอง ก็จะรับเรื่องนี้มาปฏิบัติ ในประเทศที่เจริญแล้วหลาย ประเทศสํานักงบประมาณจะอยู่ในสังกัดของรัฐสภา และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคต ถ้าหากว่าสํานักงบประมาณอยู่ในสังกัดของรัฐสภา รัฐสภาจะเป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร และเมื่อนั้นบ้านเมืองของเราจะพัฒนาไปได้เร็วครับ เชิญคุณพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ครับ ผมอ่านชื่อไว้ก็แล้วกันนะครับ มีคุณพิษณุ หัตถสงเคราะห์ คุณรังสิมา รอดรัศมี คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ คุณเจริญ จรรย์โกมล เชิญคุณพิษณุครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขณะนี้ เรากําลังอภิปรายกันถึงรายงานสรุปผลการดําเนินงานของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๒ นั่นก็แปลว่างบประมาณเหล่านี้ส่วนใหญ่ได้ไป ถึงมือพี่น้องประชาชนหมดแล้ว และข้อสังเกตต่าง ๆ ที่ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญซึ่ง ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งให้หน่วยงานต่าง ๆ ไปปฏิบัตินั้น ตัวแทนของสํานักงบประมาณ ซึ่งวันนี้ก็ทราบว่ามีท่านดุสิต เขมะศักดิ์ชัย ซึ่งท่านเองก็เป็น ผู้หนึ่งที่มีความสําคัญในการกําหนดงบประมาณของประเทศไทยทุกปี วันนี้กระผม ก็ขออนุญาตที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของท่านในการที่สํานักงบประมาณนั้น เป็นแกนกลางที่จะรวบรวมการปฏิบัติงานทั้งหมดของหน่วยงานต่าง ๆ ว่าได้ปฏิบัติตาม ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ อย่างไร และมีข้อเสนอแนะอย่างไร
ท่านประธาน เรื่องแรกที่ผมใคร่ขอฝากเป็นข้อสังเกตลงไปถึงสํานัก งบประมาณซึ่งเป็ นผู้ดูแลงบประมาณของประเทศไทยตลอดหลายปี ที่ผ่านมา ผมขออนุญาตอภิปรายเรื่องของข้อสังเกต ข้อ ๑.๕ การจัดสรรงบประมาณด้านแหล่งนํ้า ครับท่านประธาน ท่านผู้แทนของสํานักงบประมาณครับ ซึ่งข้อสังเกตข้อ ๑.๕ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้เขียนไว้อย่างนี้ครับว่า ขออนุญาตอ่านนะครับท่านประธาน รัฐบาลควรดําเนินการจัดทําแผนดําเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหานํ้าทั้งระบบให้เป็ น วาระแห่งชาติ โดยกําหนดบทบาทของหน่วยงานรับผิดชอบให้ชัดเจน มีการบูรณาการ ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการปฏิบัติงานที่ซํ้าซ้อน โดยเฉพาะ ระหว่างกรมทรัพยากรนํ้าและกรมชลประทาน ทั้งในด้านนโยบายและการปฏิบัติการ และกําหนดหลักเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณ โดยคํานึงถึงปัจจัยพื้นที่ จํานวนประชากร ตลอดจนปัญหาภัยแล้ง นํ้าท่วม และนํ้าเสีย รวมทั้งกําหนดยุทธศาสตร์และแก้ไขปัญหา นํ้าในแต่ละพื้นที่ลุ่มนํ้าโดยจัดลําดับความสําคัญของโครงการในแต่ละพื้นที่ เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อประชาชนโดยรวมให้ทั่วถึงและเป็นธรรม ท่านประธานครับ ตรงนี้ ละครับที่ท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณได้ตั้งข้อสังเกตไว้ ข้อ ๑.๕ และโดยเฉพาะบรรทัดสุดท้าย ที่บอกว่า ให้ทั่วถึงและเป็นธรรม ผมก็ใคร่ขออนุญาตถามตัวแทนของสํานักงบประมาณ ซึ่งท่าน อาจจะต้องตอบตอนท้ายว่าหน่วยราชการที่ได้รายงานมาเป็ นหนังสือฉบับนี้ ผลการดําเนินงานของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ตามที่ได้รับรายงาน แล้วก็สํานักงบประมาณได้สรุปไว้ในหนังสือเล่มนี้ ผมดูแล้ว ก็มีข้อสังเกตแล้วก็ข้อห่วงใยที่อยากจะฝากทางท่านตัวแทนนะครับ โดยเฉพาะ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ถ้าผมจําไม่ผิด ท่านนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช เป็ นนายกรัฐมนตรี ได้เห็นชอบให้แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนา และบริหารจัดการทรัพยากรนํ้าและชลประทานขึ้น โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีรองเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อธิบดีกรมทรัพยากรนํ้า และอธิบดีกรมชลประทานเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ซึ่งมีบทบาทหน้าที่พอสมควร ท่านประธานครับ มีเรื่องหนึ่งที่คณะกรรมการนี้ตั้งขึ้นมาแล้ว และผมติดใจและต้องการสอบถาม นั่นก็คือการบูรณาการของคณะกรรมการชุดดังกล่าว นั่นคือแผนการผันนํ้าเพื่อเพิ่มต้นทุนนํ้าหรือเติมนํ้าให้กับประเทศไทย ซึ่งในช่วงนั้น ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ได้เคยอภิปรายในสภาแห่งนี้ว่าจะผันนํ้าโดยเฉพาะจาก ลุ่มนํ้าโขงขึ้นมาเข้ามาใส่ในพื้นที่ของภาคอีสานเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน อยากจะ ถามว่าขณะนี้คณะกรรมการชุดนั้นได้ดําเนินการไปถึงไหนแล้ว หากท่านผู้มาชี้แจง สามารถตอบได้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อสภาแห่งนี้นะครับ
นอกจากนั้นท่านประธานครับ ข้อ ๑.๕ ข้อสังเกตที่ทางคณะกรรมาธิการ ตั้งไว้ว่าให้จัดสรรเรื่องของงบประมาณเรื่องของการพัฒนาแหล่งนํ้าให้ทั่วถึงและเป็นธรรม เปิดไปดูหน้า ๑๐ ท่านผู้ชี้แจงหน้า ๑๐ การกําหนดหลักเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณ ในเรื่องของแหล่งนํ้า ผมอยากให้ท่านประธานได้ดูตรงนี้ แม้ว่าจะเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า ได้มีหลักเกณฑ์การพิจารณาจัดสรรงบประมาณอย่างเป็นธรรมและกระจายลงสู่ ภูมิภาคต่าง ๆ ในปี ๒๕๕๒ ได้จัดสรรงบประมาณดังนี้ กรมชลประทานได้เงินไป ๓๕,๑๙๙.๕๓ ล้านบาท จัดสรรให้ภาคเหนือ ๑๔ เปอร์เซ็นต์ ตะวันออกเฉียงเหนือ ๑๔.๘๔ เปอร์เซ็นต์ ภาคกลางและภาคตะวันออก ๒๒.๖๘ เปอร์เซ็นต์ ภาคใต้และ ภาคตะวันตก ๑๔.๙๒ เปอร์เซ็นต์ ส่วนกลาง ๓๓.๑๓ เปอร์เซ็นต์ เงิน ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท กระจายออกไปทั่วทุกภูมิภาคซึ่งกรมชลประทานผมก็เห็นว่าไม่น่ามีปัญหา แต่ที่มีปัญหา ที่ผมไม่สบายใจนั่นก็คือหน่วยงานที่ ๒ คือกรมพัฒนาที่ดิน กรมพัฒนาที่ดินซึ่งเป็นผู้ดูแล สําคัญอีกกรมหนึ่งในเรื่องของแหล่งนํ้าได้รับเงินงบประมาณเพียง ๑,๓๐๕ ล้านบาท เท่านั้น ทั้ง ๆ ที่กรมพัฒนาที่ดินนี้เป็นหน่วยงานหลักที่สําคัญที่สุดปัจจุบันนี้ที่ดูแล เกษตรกรที่อยู่นอกเขตชลประทาน ท่านประธานครับ อย่างนี้มันจะเป็นธรรมและทั่วถึง อย่างไร พี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานมีน้อยกว่าพี่น้องประชาชนที่อยู่ นอกเขตพื้นที่ชลประทานด้วยซํ้าไปครับ แต่คนที่อยู่ในเขตชลประทานมีจํานวนน้อยกว่า แต่ได้รับงบประมาณไปถึง ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่พี่น้องเกษตรกรคนยากคนจน โดยเฉพาะคนที่อยู่ในภาคอีสานทั้งตอนบน ตอนล่างหรือตอนกลาง ทุกตอนเขาต้องการ อะไรครับ เขาต้องการสระนํ้าในไร่นา ซึ่งปัจจุบันนี้กรมที่ดูแลงานสระนํ้าในไร่นาซึ่งดูแล นอกเขตชลประทานนั่นคือกรมพัฒนาที่ดินได้เงินเพียง ๑,๓๐๕ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๒ และถามว่ามีความต้องการขนาดไหน ทราบไหมว่ามีเกษตรกรลงชื่อไว้ ๗๗๐,๖๕๙ บ่อ หรือ ๗๗๐,๖๕๙ คนที่ต้องการแหล่งนํ้าในพื้นที่ของเขา เพราะว่าชลประทานไปไม่ถึง แม้ว่าจะมีการดําเนินงานมาแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๔๘-๒๕๕๑ ก็มีเพียง ๘๔,๐๐๐ บ่อ แล้วปี ๒๕๕๒ ก็จัดไว้เพียง ๑๙,๕๑๘ บ่อ และทราบว่าปี ๒๕๕๓ ก็ใกล้ ๆ กัน หลักหมื่นครับ แล้วคน ๗๗๐,๖๕๙ คน ที่รองบประมาณอยู่นั้นจะทําอย่างไร ผมขอฝาก ท่านผู้ชี้แจงช่วยดูงบประมาณในปี ๒๕๕๔ ด้วยว่า เรื่องของการพัฒนาแหล่งนํ้านอกเขต ชลประทานเป็นเรื่องสําคัญ แล้วท่านประธานและท่านผู้มาชี้แจงจะเห็นผลทันทีถ้าหากว่า ท่านได้นําโครงการพัฒนาลุ่มนํ้าหรือฟาร์ม พอนด์ไปปฏิบัติจริง ๆ เราจะมีพี่น้องเกษตรกร อีก ๗๐๐,๐๐๐ กว่ารายที่จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตของเขาได้ จากปัจจุบันนี้นอกเขต ชลประทานทํานา ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์จะได้ผลผลิตอยู่ประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าหากว่ามีฟาร์ม พอนด์กระจายออกไปให้ ๗๐๐,๐๐๐ กว่ารายนั้น ท่านคิดดูแล้วกันว่ามูลค่าเพิ่มของข้าวที่จะกลับเข้ามาสู่ประเทศไทย รายได้ที่จะกลับมาสู่ เกษตรกรเหล่านั้นจะมากขนาดไหน ผมฝากท่านผู้ชี้แจงว่าปี ๒๕๕๔ นี้ ถ้าผมโชคดีผมจะ อยู่ในคณะกรรมาธิการแล้วก็จะคุยกับท่านเรื่องนี้ด้วยเป็นสําคัญนะครับ
ท่านประธานครับ ขออีกสักเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องของข้อสังเกตในข้อ ๑.๘ หน้า ๒๑ เงินอุดหนุนที่จัดสรรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๑.๘.๑ กําหนด ทิศทางการพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน และท้องถิ่นและยุทธศาสตร์ของประเทศ นี่คือข้อสังเกตที่ทางคณะกรรมาธิการตั้งไว้ โดยให้การดําเนินการดังกล่าวจะต้องครบถ้วน รวดเร็ว ทั่วถึงและเป็นธรรม ตั้งข้อสังเกตไว้นะครับ ผมก็อยากจะฝากถามไป แล้วก็มี ข้อ ๑.๘.๓ ว่าด้วยการจัดสรรอุดหนุนเฉพาะกิจรายใหม่ ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กําหนดแนวทางและหลักเกณฑ์การจัดสรร นําเสนอคณะกรรมการการกระจายอํานาจ ให้ความเห็นชอบก่อนแจ้งประกาศแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทราบ ก็แปลว่า การจัดสรรอุดหนุนงบเฉพาะกิจนั้นเรายังมีคณะกรรมการการกระจายอํานาจเป็นผู้ดูแล ไฟนอล (Final) อีกครั้งหนึ่งครับท่านประธาน และคณะกรรมการการกระจายอํานาจซึ่งผม ขออนุญาตฝากผู้ชี้แจงไปถึงผู้ที่ดูแลคณะกรรมการการกระจายอํานาจซึ่งประธานสูงสุด นั่นก็คือท่านนายกรัฐมนตรีด้วยว่ากรุณาให้ความสําคัญแล้วก็เข้ามาดูแลใกล้ชิดกับ คณะกรรมการการกระจายอํานาจด้วยครับ เพราะผมได้รับการร้องขอแล้วก็ร้องเรียนจาก ท้องถิ่นทั่วประเทศไทย ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดหนองบัวลําภูที่ผมอยู่นะครับ ทั่วประเทศไทย ที่ผมได้มีโอกาสออกไปสัมผัสว่าด้วยความล่าช้าของคณะกรรมการการกระจายอํานาจ ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานดูปีนี้เราผ่านงบประมาณมาพอสมควรแล้ว ปรากฏว่า คณะกรรมการการกระจายอํานาจยังไม่สามารถที่จะประชุมได้เลย ที่จะกําหนด แบบฟอร์ม (Form) หรือจะกําหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ นี่ของปี ๒๕๕๓ นะครับท่านผู้ชี้แจง อันนี้ขออนุญาตโยงมาด้วยให้เห็นว่าทั้งปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ช้าไปหมด เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมคิดว่าการจัดสรรเงินอุดหนุนเฉพาะกิจรายใหม่ให้แก่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น น่าจะให้อํานาจกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นไปเลยครับ แล้วก็กําหนดเป็นหลักเกณฑ์ ตายตัวครับท่านประธาน แล้วก็ใช้ไปสัก ๑๐ ปี ถ้าหากว่ามีความเสียหายหรือว่ามีความ ที่จะต้องการแก้ไขค่อยมาแก้กัน แต่ถ้าหากว่าท่านปล่อยให้คณะกรรมการการกระจาย อํานาจตั้งเงื่อนไขใหม่ทุกปี ๆ ๓ เดือน ๔ เดือนผ่านไป ขณะนี้ฝนจะมาแล้วครับ งบประมาณที่สํานักงบประมาณเองผมว่าตั้งเตรียมไว้ให้แล้วในกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่น ตัวท่านอธิบดีเองก็พร้อมที่จะดําเนินงานอยู่แล้วแต่ทําอะไรไม่ได้ ติดที่ คณะกรรมการการกระจายอํานาจ ผมฝากผู้ชี้แจงช่วยกระตุ้นคณะกรรมการการกระจาย อํานาจด้วย ผมไม่โทษท่านนายกรัฐมนตรีแต่ผมโทษผู้ดูแลปัจจุบันที่ดูแลเงินอยู่ก็คือ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังที่ท่านยังไม่ประชุมให้สักที ตรงนี้ก็ฝากกระตุ้น เตือนด้วยว่ามันไปจะครึ่งทางอยู่แล้ว เงินก็มีอยู่แล้ว ทําไมไม่ประชุมแล้วก็เอาเงินให้กับ พี่น้องประชาชนที่ดูแลเรื่องของท้องถิ่นอยู่ ไม่ว่าจะเป็น อบต. อบจ. เทศบาล จะได้พัฒนา พื้นที่ของเขาครับ อย่าไปกั๊กเพื่อให้เสียเวลา
สุดท้ายท่านประธานครับ มีเวลาอยู่ ๓๘ วินาที ข้อสุดท้ายหน่วยงานของ รัฐสภา พวกเราตั้งข้อสังเกตไว้ เมื่อกี้ท่านวัชระก็ได้อภิปรายไว้ แล้วก็ท่านนายอําเภอ อภิปรายไว้ แต่ปรากฏว่าในเล่มนี้ครับ ท่านผู้มาชี้แจงครับ ข้อสังเกตเกี่ยวกับรัฐสภา ควรพิจารณาให้มีสํานักงบประมาณของรัฐสภาหรือพาร์ลิเมนท์ บัดเจท ออฟฟิศ (Parliament budget office) ควรจะมีและเป็นเรื่องสําคัญและเป็นสิ่งที่ดีด้วย ปรากฏว่า ไม่ได้ตอบข้อสังเกตไว้นะครับว่าผลการดําเนินงานเกิดอะไรขึ้น อันนี้ก็ขอฟังคําชี้แจงด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปเชิญคุณรังสิมา รอดรัศมี ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจาณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ของสภาผู้แทนราษฎร คือดิฉัน เห็นว่าการที่สภาได้ตั้งข้อสังเกตเอาไว้เกี่ยวกับงบประมาณทุกปีนี่ แต่พอเวลาดิฉันไปเป็น กรรมาธิการแล้วนี่ เมื่อปีที่แล้วดิฉันเป็นอนุกรรมาธิการอบรมสัมมนา ประชาสัมพันธ์ ศึกษาดูงานต่างประเทศอะไรนี่ค่ะ คือมันยาวนะคะหัวข้อนี้ เพราะฉะนั้นดิฉันมานั่งดูแล้ว ทุกกระทรวงที่ผ่านนี่มันไม่ได้เอาไปใช้เลย ไม่ได้แก้เลยค่ะ กี่ปี ๆ เป็น ส.ส. มา ๓ สมัย เหมือนเดิมทุกอย่างเลย สํานักงบประมาณนี่ต่อไปท่านดุสิตจะเป็น ผอ. สํานักงบประมาณนี่ ท่านต้องเน้นให้มากเลยนะคะ ดิฉันก็ให้กําลังใจ คือดิฉันนั่งพิจารณางบประมาณนี่ ท่านฟังดิฉันท่านก็จะต้องฟังอีกเพื่อถ่ายทอดให้ประชาชนที่อยู่ทางบ้านได้รับรู้บ้างว่า การจัดสรรงบประมาณแต่ละปีนี่ดิฉันว่ามันเลวร้ายมากเลย อะไรที่จะแก้ไขไม่เคยได้รับ การแก้ไขเลยเหมือนเดิม เป็นมา ๓ สมัยก็เหมือนเดิม เข้าไปพิจารณา พูดก็ซํ้า ๆ เหมือนเดิม ไม่รู้ปีนี้จะเหมือนเดิมไหม ถ้าปีนี้เหมือนเดิมอีกก็ต้องเจออีกค่ะ ดิฉันตั้งใจว่าถ้ารัฐบาลยังอยู่ถึงจัดงบประมาณ ดิฉันจะอาสาไปเป็นกรรมาธิการอีก ไล่ไปเลยค่ะ ท่านดูหน้า ๕ การตั้งงบประมาณผูกพันข้ามปี งบประมาณ ดิฉันดู บางกระทรวงตั้งงบเอาไว้แรก ๆ ก็ตั้งไว้นิดเดียว แล้วพอเสร็จแล้วก็ตั้งงบผูกพันอีก อย่างเช่นยกตัวอย่างบางกระทรวงตั้งไว้งบ ๒๙๙ ล้านบาท แต่พอเสร็จแล้วตั้งผูกพันอีก ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ดิฉันว่าอย่างนี้แล้วในนี้บอกว่าการตั้งงบประมาณผูกพัน จะต้องแสดงรายการผูกพันดังกล่าวไว้ในเอกสารงบประมาณปีถัดไปให้ชัดเจน นี่แล้วให้ ชัดเจน มันไม่มีรายละเอียดให้ชัดเจนเลย พอถึงเวลาก็มาตั้งงบผูกพันเอาไว้แทบจะ ทุกหน่วยงานเลย แทนที่จะมีการประชาคมก็ยังไม่ได้ประชาคมเลย แต่ตั้งงบไปก่อนแล้ว ค่อยมาทํางบผูกพันทีหลัง อย่างนี้ถ้าสํานักงบประมาณเอาเข้ามาต้องอภิปราย แต่นี่ ต้องว่าสํานักงบประมาณอย่างเดียวเลย เพราะเขาเน้นเอาไว้แล้ว สํานักงบประมาณต้องดู ให้ละเอียด ไม่ใช่ปล่อยให้เขาเอาเข้ามาอย่างนี้ ปีนี้จะดูสิว่าจะเอาเข้ามาไหม
ต่อไป ๑.๕ การจัดสรรงบประมาณด้านแหล่งนํ้า อันนี้ก็เหมือนกัน ดิฉันก็เคยอภิปรายแล้วว่าแหล่งนํ้าคนเดือดร้อนนํ้าไม่มีจะใช้ ยกตัวอย่างที่จังหวัด สมุทรสงคราม ชาวบ้านหมู่ ๑ ตําบลนางตะเคียน ไม่มีนํ้าใช้เลย ดิฉันก็ประสาน กรมทรัพยากรนํ้าบอกให้ไปขุดบ่อนํ้าบาดาล ก็ขุดจริง ๆ ขุดบ่อนํ้าบาดาล ขุดแล้วก็ไม่มี ถังส่งนํ้า ไม่มีท่อส่งนํ้า แล้วเขาจะไปใช้นํ้าได้อย่างไร แต่ตรงไหนที่เขาไม่เดือดร้อน ก็จะไปขุดให้เขา ดิฉันถามว่าจะขุดไปทําไม ประปาภูมิภาคก็ผ่าน แต่มันมีอยู่ในแผน แต่ที่ไม่มีนํ้าไม่อยู่ในแผนหรอก มันขุดตามความต้องการของผู้รับเหมาหรือเปล่า ท่านต้องดูด้วยใครเดือดร้อน ในนี้ก็บอกแล้วว่าให้ทําตามความเดือดร้อน ความสําคัญ แต่ละพื้นที่ แต่บางทีก็ไปถาม ส.ส. ว่าในพื้นที่ของท่านเดือดร้อนตรงไหนบ้าง แต่พอ ส.ส. บอกไปแล้ว ไม่ได้เลยค่ะ แล้วก็ไปขุดในสิ่งที่ ส.ส. ไม่อยากได้ แล้วก็ประชาชนก็ไม่อยากได้ อย่างขุดคลองอย่างนี้ ดิฉันพูดมาเดี๋ยวปีนี้เอาอีก ท่านประธานก็ฟังดิฉันแล้ว คลองที่ให้ขุด ก็ไม่ยอมขุด ไปขุดคลองที่ไม่ให้ขุด นี่ ๓ สมัยแล้วยังไม่ได้ขุดเลย เดี๋ยวดูสิปีนี้จะได้ขุดไหม เดี๋ยวคลองวัดบางแก้วดิฉันต้องอาละวาดอีกรอบหนึ่ง
ต่อไปองค์การมหาชน หน้า ๕ หน้า ๖ องค์การมหาชนบางอันตั้งมาแล้ว เงินเดือนของเจ้าหน้าที่มากมายมหาศาล ค่าเช่าอาคารก็มากมาย แต่คนไปใช้บริการอะไร ไม่คุ้มค่าเลยกับเงินที่เสียไป ในนี้เขาก็บอกว่าให้ยุบรวม ให้ยกเลิก แต่ก็เห็นมาขอ งบประมาณเหมือนเดิม ขอมากกว่าเดิมเข้าไปอีก แล้วก็ไม่เห็นจะมีผลงานอะไรมากขึ้น เลยนี่ดิฉันกาดอกจันไว้ ๕ ดอกเลยนะ ปีหน้าจะเห็นอีกหรือเปล่า
ต่อไปเลยนะคะ หน้า ๗ การฝึกอบรมสัมมนา เมื่อสักครู่นี้ท่านอาจารย์ รัชฎาภรณ์ ก็ได้อภิปรายไปแล้วนะคะ เพราะว่าท่านก็เป็นอนุกรรมาธิการอยู่คณะเดียว กับดิฉันนะคะ ที่ดิฉันเคยพูดอยู่ตลอดเวลาว่าค่าอาหารก็ตั้งตั้งแต่ ๑๐๐-๘๐๐ บาท กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเขาคิดอะไรเป็ นวิทยาศาสตร์หมดเลย อาหารกลางวันมื้อหนึ่งเขาคิดร้ อยเดียวเอง แต่บางกระทรวงคิด ๘๐๐ บาท บางกระทรวง ๕๐๐ บาท สํานักงบประมาณจัดอย่างไรคะ กินไม่เหมือนกัน หรือท้องไม่เท่ากันหรืออย่างไรคะ บางกระทรวง ๓๐๐ บาท คือให้มันมีมาตรฐานเดียวกัน สิคะ แล้วนี่ทําเนียบรัฐบาล วิปรัฐบาลได้ ๘๐ บาท ดิฉันก็งง แล้วมันตั้งอย่างไร สภาผู้แทนราษฎรได้ ๑๕๐ บาท ส.ส. กิน ๑๕๐ บาท กระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีกิน ๑๐๐ บาท ทําเนียบรัฐบาลกิน ๘๐ บาท ไม่รู้เจ้าหน้าที่กินเท่าไร เพราะฉะนั้นคือคนตําแหน่งสูงจะกินมากใช่ไหม หรือว่าคนตําแหน่งน้อยกินน้อยใช่ไหม ท่านต้องไปดูตรงนี้ด้วย เพราะมันรั่วไหลมากเลยเกี่ยวกับค่าอาหาร อาหารว่าง ก็เช่นกัน บางกระทรวงตั้ง ๑๒๐ บาท กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒๕ บาท กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเขาดีมากเลยนะ เขาซื่อสัตย์จริง ๆ เขาคิดอะไร เป็นวิทยาศาสตร์หมด แต่บางกระทรวงที่มันคิดทุจริตมันก็เบิกให้สุดไปเลย สุดโต่งไปเลย เรื่องกระเป๋ำก็เช่นกัน ถ้าสํานักงบประมาณอนุมัติกระเป๋ำนะเกิดเรื่องแน่เพราะดิฉันเน้นไปแล้ว กระเป๋ำบ้า อุ๊ย ขอโทษ ขอถอนกระเป๋ำบ้า คืออย่างนี้เมื่อคราวที่แล้วดิฉันก็อภิปรายไปแล้ว กระเป๋ำอะไร ที่มาหิ้วนี่ อบรมอะไรก็กระเป๋ำทั้งนั้น ท่านไปดูสิกระเป๋ำนี่ไปอบรมเต็มบ้านไปหมดเลยไม่รู้ จะไปทําอะไรเพราะกระเป๋ำลูกหนึ่งดิฉันเอาไปใช้จนกระเป๋ำดําหมดเลย ลูกละ ๑๖ บาท อย่างดีเลย สีสันสวยงามเลย มีการ์ตูน มีอะไรเรียบร้อย ลดโลกร้อน แต่เวลาเขาเบิกลูกละ เท่าไร ๓๕๐ บาท มันก็ทําแต่กระเป๋ำอยู่นั่นละ เพราะฉะนั้นงบอบรมสัมมนานี่ดิฉัน คิดว่ามันได้ประโยชน์แค่ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นละ นอกนั้นก็เป็นค่าอาหาร ค่าสมุด ปากกา ดินสอ ไม้บรรทัด ค่ากระเป๋ำ สมุดฉีก มีอยู่แค่นี้ อื่นก็ไม่ได้เท่าไรเลย ค่าอาหารว่าง เพราะฉะนั้นงบอบรมสัมมนามันมากเกินไป คือไม่ใช่ไม่อยากให้อบรม อยากให้อบรม แต่ค่าใช้จ่ายนี่มันสูญเสียไปกับในสิ่งที่มันไม่จําเป็นมาก
แล้วอีกประการหนึ่งคือเกี่ยวกับเรื่องโทรศัพท์ เห็นไหมคะ ทุกปีท่านไปดู ได้เลย ดิฉันขอย้อนหลังไว้นะแต่ยังไม่เห็นได้ ย้อนหลัง ๕ ปี ทําสถิติมาเลยว่า แต่ละกระทรวงย้อนหลัง ๕ ปีค่าโทรศัพท์สูงขึ้นปีละเท่าไร ๆ ดิฉันก็เสนอไปแล้ว ดูสิปีหน้า สํานักงบประมาณจะเข้มงวดไหม ขอทีหนึ่งนี่ค่าโทรศัพท์สํานักงานเป็นล้านสองล้าน โอ้โฮ มันใช้อะไรขนาดนั้น ดิฉันบอกให้ใช้โปรโมชัน (Promotion) มีโปรโมชันตั้งเยอะแยะ เดือนหนึ่ง ๖๙๙ บาทโทรตั้งแต่เช้ายันเย็น ไม่รู้ใช้หรือเปล่า ถ้าใช้ได้นี่มันจะประหยัดไปอีก เยอะเลย ประเทศเรามันไม่มีเงินนะคะ เราต้องไปกู้เขามาแล้วก็เสียดอกเบี้ย อะไรที่ ประหยัดได้นี่สํานักงบประมาณก็ต้องช่วยด้วย ให้ช่วยกันประหยัด คุณเป็นคนใช้ งบประมาณ แต่คนที่หางบประมาณนี่มันก็ลําบากนะคะ เพราะว่าอย่างกรมสรรพากรนี่ เจ้าหน้าที่เขาไปเก็บภาษีต่าง ๆ ตามร้านเขาก็จะถูกทําร้าย ถูกเอามีดอีโต้จะสับอะไร อย่างนี้ พวกนี้มันน่าสงสารเขามากเลย เขาต้องไปหาเงินมาให้พวกเราใช้แต่เขาต้องมา รับภาระตรงนี้ เพราะฉะนั้นการใช้เงินต้องใช้อย่างประหยัด
อีกเรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับเรื่องจ้างที่ปรึกษา เมื่อกี้ท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์ก็พูด ไปแล้ว จ้างลูก จ้างผัว จ้างเมียอยู่แต่ในกระทรวงนั้นนะ จ้างเมียผู้นํา ผัวผู้นํามาเป็น ที่ปรึกษา จ้างไปทําไม งบทีหนึ่ง ๓๐ ล้านบาท ๑๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นที่ปรึกษา บางกระทรวงนี่เขาก็เขียนไว้แล้ว ให้จ้างเฉพาะที่จําเป็น ไม่จําเป็นก็ไม่ต้องจ้าง นี่จะจําเป็น หรือไม่จําเป็นก็จ้างมันหมดเลย เพราะมันหากินได้อย่างไรคะ ฉะนั้นดิฉันจึงแช่งอย่างไร ท่านอยู่กับดิฉันนี่ท่านก็ทราบ ยกมือทุกครั้งเลย เจ้าประคู้น ใครที่โกงหลวง โกงแผ่นดิน ขอให้มีอันเป็นไป ไปไหนขอให้รถควํ่าตาย พิกลพิการ จะไม่ได้ใช้เงิน นอนหยอดข้าวต้ม ถ้าตัวเองไม่ตายก็ขอให้ไปตกลูกตกเมียนะคะ แช่งมันตลอดไปใครที่โกงแผ่นดิน เพราะฉะนั้นดิฉันก็พูดอยู่ตลอดว่าการใช้จ่ายเงิน อย่างเช่นปรับปรุงภูมิทัศน์นี่ ปรับปรุง อะไรที่หนึ่ง ๑๐ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาท ๓๐ ล้านบาท ปลูกต้นเข็ม ๕ บาท เบิก ๓๐ บาท ปลูกไม่กี่วันถอนทิ้งปลูกใหม่ ก็มันได้กําไรเป็นสิบ ๆ เท่า แล้วก็มันเสียหายโดยใช่เหตุเลย เพราะว่ามันเป็นการโกงกิน เพราะฉะนั้นปรับภูมิทัศน์ของกระทรวง ทบวง กรมไหน ท่านต้องดูให้ดี ๆ นะคะ เพราะมันปรับทุกปีเลย ปีหนึ่ง ๑๐ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาทนี่ มันปรับอะไรกันนักหนา ต้นไม้ก็ดูให้ดี รดนํ้าที่ดิฉันพูดนี่ให้มันดูสวยก็พอแล้ว ไม่ต้องไป รื้อถอนอยู่บ่อย ๆ
ต่อไปหน้า ๑๐ ดิฉันไล่ตามหน้านะคะท่านจะได้ตามทัน หน้า ๑๐ ปรับปรุง วิธีการและเอกสารของงบประมาณ งบประมาณนี่ดิฉันก็มีความเห็นว่ากรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ๔๕ วัน มันดูไม่ทันหรอก มันเยอะแยะไปหมดเลย แต่ว่าสิ่งที่จําเป็นที่จะให้ดูนี่มันไม่เอามาให้ดูหรอก เอาแต่อะไรมาให้ดูก็ไม่รู้เยอะแยะ เปิดไม่ทัน ดิฉันก็เลยมีความเห็นว่าการตั้งกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรนี่ควรตั้งตาม กระทรวง อย่าง ๓๕ คณะที่มีอยู่นี่ควรตั้งตามกระทรวงเลย กระทรวงการคลัง กระทรวง สาธารณสุข กระทรวงคมนาคมแล้วตรวจงบประมาณเลยก่อนที่จะเข้าสภาแต่ละกระทรวง เพราะมันมี ทุกพรรคการเมืองอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจะประหยัดงบประมาณอีกเยอะเลยแล้วก็สามารถ ดูได้อย่างละเอียดเลย เพราะว่าถ้าตั้งตามความต้องการที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเป็น ประธานคณะกรรมาธิการดิฉันดูแล้วบางคณะมันก็ไม่ได้ประโยชน์ เพื่อสนอง ความต้องการของนักการเมืองดิฉันไม่เห็นด้วย เพราะเป็นเงินของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นก็เสนอว่าควรตั้งกรรมาธิการตามกระทรวงต่าง ๆ ต่อไปเกี่ยวกับงบ กระทรวงกลาโหม กระทรวงกลาโหมเขามาชี้แจงในคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณ เงินเดือนของข้าราชการกระทรวงกลาโหม ทหารปีนี้เหลือพันกว่าล้านบาท ทําไมตั้งไว้ เยอะแยะขนาดนั้น ดิฉันเลยว่าท่านต้องดูให้ดีนะคะ เพราะว่ามันตั้งไปมากเกินไป แล้วงบประมาณ อย่างเช่น ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ซํ้าซ้อนทุกอย่างเลย อบรมอะไร ก็อบรมเหมือนกันหมดเลยทุกกระทรวง เศรษฐกิจพอเพียงก็เศรษฐกิจพอเพียงหมด มันไม่มาบูรณาการก่อน เวลาขอเข้ามาทุกกระทรวง ทุกกรมอบรมก็อบรมอย่างเดียว ดิฉันก็เลยมานั่งคิด ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ต้องทําอะไรเลยทั้งเดือนมีหน้าที่อบรม อย่างเดียวเลยแล้วก็ไม่ต้องไปทํางานได้เบี้ยเลี้ยงอบรม เพราะงบอบรมมันมากมาย มหาศาลเลย แต่ว่าประชาชนไม่ค่อยได้เท่าไรหรอกมันไปตกกระเป๋ำ อาหาร ค่าเดินทาง ค่าวิทยากรหมด
ต่อไปกระทรวงการคลังดิฉันก็คิดว่าเมื่อสักครู่ดิฉันก็อภิปรายไปแล้วว่า ควรยุบรัฐวิสาหกิจอะไรต่าง ๆ ที่มันไม่เกิดประโยชน์ให้ดู ท่านคงจะรู้ว่ามันมีเยอะเลย องค์การมหาชนอะไรนี่ให้ยุบเสียนะ คราวหน้าจะได้ไม่มารกในงบประมาณอีก กระทรวง การต่างประเทศดิฉันคิดว่าดิฉันไปดูงานต่างประเทศมาดิฉันก็สงสารเขานะคะ บางที่ งบประมาณกระทรวงการต่างประเทศถูกตัดเยอะเลย จะจัดโครงการอะไร กิจกรรมอะไร เงินก็ไม่มี อย่างเช่นที่กวางเจาดิฉันไปมา เขาจะจัดงานกีฬาเอเชียนเกมส์ งบที่จะใช้จัด ทางด้านส่งเสริมสินค้าการเกษตรเพื่อที่จะให้คนที่จะมาร่วมงานกีฬาก็ไม่มี เพราะฉะนั้น เมื่องบกระทรวงไหนที่มีความจําเป็นที่จะโปรโมท (Promote) สินค้าการเกษตรให้คนมา ท่องเที่ยวในประเทศไทยควรที่จะสนับสนุนให้มาก ไม่ใช่จัดเหมือนกันหมดเลย แล้วก็ อีกอย่างที่ดิฉันขอไว้ทุกครั้งว่ากระทรวงการต่างประเทศงบเขาได้น้อยอยู่แล้ว ใครที่ไป ดูงานไม่ว่ากระทรวงไหนไป หน่วยงานไหนไปอย่าไปรบกวนเขา เพราะตัวเองก็มี งบประมาณอยู่แล้ว อย่าใช้งบเขามาเลี้ยงรับรองอะไรอย่างนี้ก็สงสารเขา ทํางานให้กับ ประเทศแล้วยังต้องมาเป็นหนี้อีก ส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดิฉันก็มองดูว่า อย่างกรมชลประทานตั้งงบประมาณ ไม่อย่างนั้นดิฉันรวมเรื่องอีออคชันทีเดียวไปเลย ตอนนี้ปัญหาการประมูล ท่านบอกอีออคชันฮั้วกันไม่ได้ ดิฉันก็ไปปรึกษา แล้วก็ไปปรึกษา หลาย ๆ คนว่าการตั้งงบประมาณสูงให้ท่านทําอย่างไรมันก็มีการฮั้วกัน สํานัก งบประมาณต้องไปตรวจดูนะคะ มันตั้งสูงมากเกินผิดปกติเลย ตอนนี้งบจะสูงขึ้น ๆ ไม่ว่า จะเป็นกระทรวงคมนาคม ชลประทาน
ต้องขอรวบรัดด้วยนะครับ
นี่ก็พยายามรวบแล้วค่ะ เดี๋ยวก่อนนะคะ เพราะว่าดิฉันอภิปรายให้ละเอียดเลย จะได้ได้ประโยชน์ไม่อย่างนั้น ก็ไม่ได้ใช้อะไรเลยทํามาทําไมเสียหนังสือเสียงบประมาณเปล่า ๆ เพราะฉะนั้นการตั้ง งบประมาณท่านต้องให้กรมบัญชีกลางลดราคากลางอีก ไม่ใช่เขาขอเท่าไรก็ให้เขาไป หมดแล้วมันก็ตั้งโต๊ะฮั้วกันหมดเลย แล้วก็มีไม่กี่คนหรอกในจังหวัดแต่ละจังหวัดท่านไป ดูได้ มีอยู่บริษัทสองบริษัทฮั้วกันเลย ถ้าท่านลดลงนะแล้วมันได้ราคาที่ทําได้มันไม่มี การฮั้วกันหรอก มันจะได้ไม่ยิงกันเหมือนทุกวันนี้ ต่อไปกระทรวงศึกษาธิการ เรียนฟรี ต้องฟรีจริง ๆ นะคะ เพราะว่ามันก็มีคนมาร้องเรียนอีก ฟรีแล้วก็ฟรีไม่จริงมีเสียโน่นเสียนี่ อะไรอย่างนี้ ท่านต้องดูด้วยนะคะว่าปัญหาต่าง ๆ อย่างเช่นปัญหาหนี้ครู ตอนนี้ครูก็มา ร้องเรียนเยอะแล้วอุปกรณ์การเรียนการสอน โรงเรียนอย่างเช่นตอนนี้หลาย ๆ โรงเรียนเขา รื้อแล้ว ไม่มีโรงเรียนให้เรียน โรงเรียนวัดเทพประสิทธิ์ที่ดิฉันเคยอภิปรายไว้ โยธาธิการจังหวัดห้ามใช้แล้วเพราะมัน สี่สิบห้าสิบปีแล้ว พอรื้อแล้วเด็กไม่มีที่เรียนต้องไปเรียนเตาอบ พอวันไหนมีเผาศพ เด็ก เรียนเตาอบไม่ได้ ย้ายไปเรียนศาลาวัด พอศาลาวัดมีทําบุญ อ้าว เรียนไม่ได้อีก ทีนี้ถ้ามี ทั้งวันพระ เรียนที่ศาลาวัดเมื่อไม่ได้มีเผาศพอีก เรียนไม่ได้ทั้งคู่เลยเพราะไม่มีที่เรียน เพราะฉะนั้นท่านต้องดูความจําเป็นด้วย ตรงไหนที่เขาขาดแคลนท่านก็ต้องให้เขา
กระทรวงสาธารณสุข ขวัญกําลังใจนะคะ รวมของตํารวจไปเลยทีเดียว ขวัญกําลังใจของตํารวจของพยาบาล ดิฉันก็เห็นใจตอนนี้คนที่เขาอยากจะย้ายให้ไปอยู่ ตามความต้องการของเขา ถ้าไม่ได้ตามความต้องการส่วนใหญ่เอกชนก็จะมาซื้อตัว ไปหมด ทําให้เราผลิตก็ไม่เพียงพอ เสียงบประมาณเปล่า ๆ แล้วพอเวลาไปอยู่แล้ว เมื่อขวัญกําลังใจเขาไม่มีก็ลาออกไปทําอาชีพอื่น มาเป็นผู้แทนราษฎรอย่างดิฉัน ไปเป็น อาชีพอื่น ขายประกัน ขายเครื่องสําอางหมดค่ะ ต่อไปท่านต้องเสียงบประมาณเยอะ ตํารวจก็เช่นกัน ดิฉันเห็นแล้วคนที่ไม่มีเส้นก็จะลําบาก จะปลดเกษียณก็ยังไม่ได้ ขึ้นตําแหน่งเลย อย่างตํารวจ นายดาบอะไรพวกนี้ที่เขามีความรู้ความสามารถ จบปริญญาตรี ปริญญาโท น่าจะสนับสนุนนะคะ ให้กําลังใจเขา
ต้องขอคุณรังสิมารวบรัดด้วยนะครับ
อีก ๒ ข้อ เดี๋ยวแป๊ บเดียวค่ะ ทีนี้หน่วยงานของรัฐสภา เจ้าหน้าที่ของรัฐสภา เมื่อตอนที่ดิฉันเป็ นกรรมาธิการ ดิฉันไม่ได้ตัดงบประมาณเลยนะ ดิฉันเห็นใจว่าควรที่จะได้งบมาพัฒนา แต่พูดไปแล้ว ไม่เห็นพัฒนาเลยท่านเลขาธิการฟังด้วยนะคะ เห็นไหมดิฉันบอกว่าเงินเดือนของลูกจ้าง โอทีเห็นบอกตั้งแต่เดือนตุลาคมยังไม่ได้รับเลย ไม่รู้เสื้อแดงได้รับหรือยังคะ ยังไม่ได้รับ ใช่ไหม ตั้งสามสี่เดือนแล้วเขายังไม่ได้รับเลย ท่านต้องดูเขาด้วย ขวัญกําลังใจเขาไม่มีเลย ของท่านไม่เดือดร้อนหรอกเพราะท่านเงินเดือนเยอะ แต่น้อง ๆ เขาเงินเดือนเขาน้อย ท่านต้องดูแลเขาด้วยอุตส่าห์ไม่ตัดแล้ว แล้วก็เงินเดือนของลูกจ้างที่จ้างบริษัทมา พอเขา มาร้องเรียนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ดันถูกไล่ออกอีก ต้องให้เขาให้ตรงตามเวลาสิคะ เพราะเขาต้องเช่าบ้าน ไหนจะค่านํ้า ค่าไฟ เพราะฉะนั้นจะจ้างบริษัทไหนมาทําต้องบอก ให้จ่ายเงินเดือนให้กับลูกน้องของบริษัทให้ตรงตามวัน เวลาด้วย แล้วก็อีกเช่นกัน อุปกรณ์ ต่าง ๆ ดิฉันพูดไว้ปีหนึ่งแล้ว ซ่อมหลังคารั่ว อาคารส่งที่ออกรายการทีวี ร้านทําผมรั่ว หยดติ๋ง ๆ ไปนอนสระผมนํ้าหยดเต็มหน้ายังไม่แก้เลย อุตส่าห์ไม่ตัดงบนะคะ แล้วประตู ก็ปิดไม่ได้ก็ไม่ไปแก้ บอกจะแก้ให้ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งนํ้ายาล้างมือ คือต้องอภิปรายแล้ว ท่านเลขาธิการ งบประมาณเขามาชี้แจงวันหนึ่งเป็ นร้อย ๆ นํ้ายาล้างมือก็ไม่มี ไข้หวัด ๒๐๐๙ ระบาด ไม่มีนํ้ายาล้างมือ พอล้างเสร็จ
ขอความกรุณาคุณรังสิมารวบรัดด้วยนะครับ
นิดเดียว พอล้างเสร็จ ผ้าเช็ดมือก็ไม่มี ต้องถกกระโปรงเช็ดกับซับใน อย่างนี้จะแก้ปัญหาไข้หวัดนกระบาดได้ อย่างไร แล้วพอมาเข้าห้องนํ้าวันธรรมดาสภาไม่เปิด เจ้าหน้าที่บอกว่าเขาห้ามใส่กระดาษ ทิชชูค่ะ ต้องใส่ได้เฉพาะวันพุธกับวันพฤหัสบดี อ๋อ มีการเข้าห้องนํ้านี่กําหนดวันมาประชุม ด้วยหรือ เพราะฉะนั้นท่านเลขาธิการไม่ตัดงบแล้วนะต้องดูให้ดี
เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะฝากเรื่องการโอนเปลี่ยนแปลงงบครั้งสุดท้าย การโอนเปลี่ยนแปลงงบเมื่อกี้ท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์ก็พูดไปแล้ว คราวที่แล้วดิฉันก็พูด ไปแล้ว เปลี่ยนงบบึงฉวาก มังกรทองอะไรนี่ ตอนนี้ดิฉันก็พูดภาพรวม การจะโอน เปลี่ยนแปลงงบจะต้องผ่านสภา เวลามาของบขอผ่านสภา แต่เวลาโอนเปลี่ยนแปลงงบ ไม่ผ่านสภา อย่างนี้ไม่ถูกค่ะ เหมือนกับมาหลอก เวลาตั้งงบประมาณเอามาให้เราดู ๑ เล่ม แต่พองบผ่านสภา ๑ ตุลาคมเอาอีกเล่มหนึ่งไปจัด อย่างนี้ก็ไม่ถูก เพราะฉะนั้น ดิฉันจึงอยากจะกราบเรียนท่านนะคะว่าต่อไปการโอนเปลี่ยนแปลงงบจะต้องผ่านสภา ออกเป็ นกฎหมายก่อน ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงแล้วเอามาขออนุญาตย้อนหลัง มันไม่มีประโยชน์เลย ไม่อย่างนั้นพอ ๑ ตุลาคมปั๊บโอนหมดเลย ไปต่างประเทศไม่ให้ไปก็ ไป ไม่ให้ซื้อรถก็ซื้อ เพราะฉะนั้นปีหน้าอย่าให้เจอแบบนี้ ฝากไว้ด้วยท่าน ผอ. ในอนาคต ขอบคุณค่ะ
ผมเรียนท่านสมาชิกอย่างนี้ครับ หลายเรื่องก็เห็นด้วยกับคุณรังสิมา อย่างเช่นเรื่องจํานวน คณะกรรมาธิการ เนื่องจากผมไปร่วมประชุมต่างประเทศค่อนข้างมาก คณะกรรมาธิการสามัญน่าจะมีประมาณสัก ๒๐ คณะ แล้วหนึ่งในนั้นก็คือ คณะกรรมาธิการสามัญงบประมาณ ซึ่งขณะนี้ไอพียูกําลังผลักดันให้สภาผู้แทนราษฎร ของเรามีคณะกรรมาธิการสามัญงบประมาณ ซึ่งผมกําลังศึกษาช่องทางอยู่นะครับ แล้วเมื่อไรสํานักงบประมาณมาเป็ นข้าราชการในสังกัดของรัฐสภา ประธาน คณะกรรมาธิการสามัญงบประมาณอาจจะต้องหาคนที่มีความรู้ทางด้านงบประมาณ จริง ๆ มาเป็นประธาน เมื่อนั้นสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นอิสระต่อฝ่ายบริหาร แล้วบ้านเมือง จะพัฒนาไปได้เร็ว ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมหวังจะเห็นในระยะเวลาไม่เกิน ๑๐ ปีจากนี้พวกเรา ต้องช่วยกันร่วมมือผลักดันให้ได้ คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย รายงานสรุปผลการดําเนินงานฉบับนี้ที่ทางสํานักงบประมาณได้นําสู่สภา ผมมีข้อที่จะ เสนอแนะ
ประการแรก การจัดทํางบประมาณแต่ละครั้งแต่ละปี มักจะมีปัญหา เกี่ยวกับเรื่องเนื้องาน มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องแบบ ซึ่งหลายครั้งหน่วยงานเอง การตรวจสอบของสํานักงบประมาณอาจจะไม่ทันหรือเร่งรีบจนเกินไป พอเวลามี การปรับลดเนื้องานต่าง ๆ แล้วนี่จะมีการนําเสนองบประมาณกลับเข้ามา เรื่องแบบ เรื่องรายละเอียด บางครั้งทําไม่ทันหรอกครับท่านประธาน แต่ก็เอาเข้ามาก่อนเป็น รายการ ท้ายที่สุดบางสิ่งบางอย่างก็เกิดปัญหาตามมา ก็คือเนื้อที่เนื้องานต่าง ๆ อาจจะ ไม่ได้มีการยินยอมหรือยกเป็นที่เป็นสาธารณะ ก็เลยทําให้การใช้จ่ายงบประมาณ ในส่วนนี้นั้นเกิดปัญหา
ในเรื่องของกระทรวงที่หยิบยกขึ้นมาพูดก็คือกระทรวงคมนาคม ผมดูในเรื่องของโครงการที่เน้นภารกิจของตนเองมากกว่า อันนี้เป็ นข้อ ๒.๖๒ เรื่องสํานักงานนโยบายและแผนของกรมการขนส่งและจราจร เขาบอกว่าการว่าจ้างนี่ มีการว่าจ้างบริษัทซึ่งจริง ๆ แล้วเพื่อนสมาชิกก็พูดไปหลายคน แต่ผมพูดผมจะเสนอแนะ
อีกประการหนึ่ง คือการว่าจ้างบริษัทที่ออกแบบส่วนใหญ่แล้วเราก็จะไป มองคนที่หรือบริษัทที่ใกล้ชิดแล้วก็ไปวางสเปก พูดง่าย ๆ ครับทุกอย่าง เมื่อวางสเปกแล้ว ก็จะได้วัตถุประสงค์ตามเป้ำของบริษัท เมื่อออกแบบแล้วก็จะมีการควบในเรื่องของบริษัท ที่ปรึกษาก็คือการควบคุมงาน การวางสเปกอย่างนี้เป็นการวางเพื่อแก้ไขงานในระบบ เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มบริษัทที่จะเข้าไปทํางาน ผมอยากจะขออนุญาตว่าขณะนี้ เรามีสถาบันต่าง ๆ เช่น มหาวิทยาลัยอยู่จํานวนมาก ผลิตบุคลากรทั้งในด้านของ สถาปัตยกรรม ทั้งในด้านวิศวกรรม อย่างเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง ผมเคยไปคุยกับท่านอธิการบดี ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอธิการบดีกิตติ ในขณะที่ผมเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการอยู่ในกระทรวงสาธารณสุข ผมไปเชิญท่านครับ บอกว่าท่านครับตรงนี้ท่านลองมาออกแบบอาคารที่โรงพยาบาลนพรัตน์ ๓๓ ชั้น รวมถึงค่าคุมงาน เขาบอกว่าออกแบบเสร็จให้นักศึกษาระดับชั้นปีที่ ๔ ที่กําลังจะจบ หรือปีที่ ๕ เข้าไปดู ก็ได้ทั้งสถาบัน ได้ทั้งคนต่าง ๆ แล้วได้ทั้งคนที่เข้าไปฝึกอบรมงาน ดีกว่าเอาบริษัทที่มันไม่มีความรู้ความสามารถมีอยู่ไม่กี่คน แต่นี่ได้ทั้งสถาบันมาดูแล อัตราค่าจ้างถ้าจําไม่ผิดเขาคิดเบ็ดเสร็จครับ ทั้งควบคุมดูแลงานประมาณไม่เกิน ๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ของเรานี่ไปคิด ๑.๕ ไปบวก ๑.๗ ในค่าคุมงาน ตกแล้วประมาณ ๓.๒ ถ้าผมจําไม่ผิดนะครับ ตัวเลขสูงกว่า แล้วก็มีปัญหา ส่วนนี้นี่ผมอยากจะฝากว่าเป็นไป ได้ไหมสํานักงบประมาณจะออกระเบียบว่าใช้ระบบจีทูจี (G to G) กับในส่วนของ หน่วยงานที่สามารถพูดคุยกันได้กับสถาบัน เขามีตัวตนครับ ระดับคณบดีจบดอกเตอร์ ทั้งนั้น ดีกว่าบริษัทที่เราไปจ้างสํารวจ จ้างออกแบบ แล้วก็ไม่มีคุณค่า อันนี้ผมขออนุญาตแนะนํา อันแรกนะครับ อันที่ ๒ ไม่ว่ากันครับ การเสนอความคิดในเรื่องของการออกแบบดู เหมือนว่าง่ายประเทศของเรา แล้วก็ฟังแต่รัฐมนตรี ฟังแต่คนที่เอาเข้าไปนั่งในส่วนของ สํานักงานต่าง ๆ เช่น กรณีของ สจร. ที่เอาไปนั่งทําแผนในเรื่องของระบบรถไฟในส่วนของ กรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ผมเคยเสนอหลายครั้ง เช่น ผมยกตัวอย่างรถไฟ สายที่พาดผ่านไปทางสุขุมวิทในขณะนี้ที่วิ่งกันอยู่นะครับ ก็จะมีรถไฟสายตะวันออกที่วิ่ง ผ่านไปยังเขตพื้นที่ทางด้านตะวันออก บางกะปิ มีนบุรี สายสีชมพูกับสายสีนํ้าตาล ผมเสนอไว้ว่าควรจะวิ่งลงใต้ซอยนานา ตรงนั้นมีอู่หรือสถานีอยู่ที่บริเวณของ ธนาคารกรุงไทย ถ้าวิ่งลอดใต้นานา แล้วก็วิ่งลงคลองแสนแสบใต้อุโมงค์คลองแสนแสบ เป็นที่วิ่งของรถไฟ วิ่งผ่านหน้ารามคําแหงลงคลองแสนแสบ วิ่งไปจนจดมีนบุรี คุณได้ อะไรครับ ถนนลาดพร้าวคุณไม่ต้องไปทําทางรถไฟอีกเส้นหนึ่งแล้วครับ อีกเส้นหนึ่ง ถนนรามคําแหงคุณไม่ต้องทํา ถนนสุขุมวิทกับถนนเพชรบุรีตัดใหม่มันมีคลองแสนแสบกั้น พอเข้าไปตามเขตก็ได้การแบ่งเขตทั้งเขตบางกะปิกับเขตวังทองหลาง แล้วก็เขตบางกะปิ กับเขตสะพานสูง ท่านประธานครับ มันลงใต้ดิน ลงใต้คลองไม่ต้องไปยุ่งยาก ไม่ต้องไป เสียผลประโยชน์อะไรที่มันมากมาย เสนอไปแล้วหลายครั้งแต่ดูเสมือนว่าถ้าทําบนบกแล้ว รถก็ติด ปัญหาการเวนคืนที่ ปัญหาเรื่องจราจรแต่ไม่ได้ฟังครับ ผมยกตัวอย่างที่ใกล้เข้าไป อีกนิดหนึ่งตอนผมอยู่สภา กทม. เคยอภิปรายไว้ว่าไม่ควรที่จะเสนอให้มีการสร้างสะพาน เหล็ก เพราะต้นทุนมันแพงกว่าประมาณสามเท่าของสะพานปูนในขณะนั้น คือปี ๒๕๓๗ แล้วมติของสภาก็บอกไม่ให้ทํา แต่วันนี้ทําออกมาครับ ซ่อมสะพานกันปิดกัน ๙๐ วัน ต่ออีก ๑๕ วัน ไม่เสร็จต่ออีกบางทีกดเข้าไป ๑๒๐ วัน แต่สะพานเหล็กของเรา ไม่เหมาะสมอยู่แล้ว เพราะมีการซ่อมทุก ๓ ปี ซ่อมเล็กนะครับ ซ่อมใหญ่ ๕ ปี ๑๐ ปีนี่ ซ่อมกันแหลกลาญ หมดเป็นพันล้าน วันนี้รถราก็ติดครับ ถ้าคิดเทียบกับอายุการใช้งาน ของสะพานปูนก็ต่างกัน ที่ผมเสนอแนะนะครับอยากให้ทางสํานักงบประมาณไปดู ความเหมาะสมว่าอันไหนที่เป็นเรื่องของสเปกพยายามดูว่ามันจําเป็นไหม ถ้าอ้างอย่าง เดียวว่าแก้ไขปัญหาจราจรแล้วทําอย่างนี้มันไม่คุ้มค่าหรอกครับ เช่น เมื่อกี้ผมพูดเรื่อง รถไฟ ถ้าท่านทําใต้คลองแสนแสบเวนคืนที่ก็ไม่ต้องใช้ เป็นการพัฒนาที่ตาบอดด้วย เข้าออกได้สะดวกขึ้น เพราะว่ามันมีถนนโยงใยไปถึงปลายนะครับ แล้วก็ต่อเชื่อมได้ หลายสาย
อีกอันหนึ่งในเรื่องของมลภาวะ วันนี้หน่วยงานเดียวของกรุงเทพมหานคร ดูเหมือนว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ได้ลงไปดูเลย ที่บอกว่าไม่ได้ ไปดูไม่ใช่หมายถึงว่าเขาไม่อยากจะดูครับ เพราะกฎหมายของกรุงเทพมหานครไปกั้นไว้ แต่ดูเสมือนว่ากรุงเทพมหานครนั้นขณะนี้กําลังทําผิดกับการดูแลเรื่องมลภาวะ ถ้าจับผิด โดนหมดเลยครับท่านประธานครับ การบุกรุกลําคลอง การปล่อยนํ้าเน่าเสียลงในคลอง การไม่บําบัดนํ้า ผิดหมดเลยครับ ในคู คลองวันนี้นับวันกรุงเทพมหานครยิ่งนํ้าเน่าเสีย เป็นจํานวนมากมาย ในนี้เขียนไว้บอกว่าจะต้องมีการส่งเสริมแล้วก็แก้ไขการบําบัดนํ้าเสีย สร้างความรู้ความเข้าใจ แต่ปรากฏว่ากรุงเทพมหานครไม่มีความเข้าใจในเรื่องของระบบ หรือเปล่าผมก็ไม่ทราบ หรือไม่มีการดูแลหรือเปล่า ไม่มีการจัดเก็บค่าดูแลเรื่องนํ้าเสีย ในอัตราต่าง ๆ มีเห็นออกข้อบัญญัติแต่ไม่กล้า ก็คงจะต้องฝากครับว่าการให้เงินสนับสนุน แต่ละบาทแต่ละสตางค์ของสํานักงบประมาณในเรื่องนี้ เมื่อสนับสนุนเงินลงไปแล้วต้องให้ คุ้มค่าและมีการเก็บเงินกลับเข้ามาเพื่อดูแลในเรื่องของการบําบัดในเรื่องดังกล่าวนะครับ ขออนุญาตว่าในเรื่องของกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขนี่มีงบประมาณขีดจํากัดอยู่แล้ว เพราะงบประมาณส่วนหนึ่งเขาเอา ไปลงในส่วนของโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เมื่อกี้เพื่อสมาชิกได้พูดไปบอกว่า โรงพยาบาลเกษมราษฎร์กําลังที่จะผละตัวออกจากโครงการดังกล่าว ท่านประธานทราบ ไหมครับว่า โรงพยาบาลเกษมราษฎร์นี้รับคนป่ วยจากหลักประกันสุขภาพ ทั่วกรุงเทพมหานครประมาณ ๓๔๐,๐๐๐ กว่าคน วันนี้ออกไปแล้วครับ ๒๒๐,๐๐๐ คน เหลืออีกแสนกว่าคนเขากําลังจะออกครับ กําลังจะทิ้ง ถามว่าเมื่อเขาทิ้งนี่ใครดูแล ก็ไม่พ้น หรอกครับกระทรวงสาธารณสุข แล้วอีกหลายโรงพยาบาลของเอกชนที่เขาดูแลในเรื่อง ของสุขภาพที่เขาขึ้นทะเบียนนี่ ประการแรกที่เขาไม่เอาการลงทะเบียน ๓๐ บาท ที่รัฐบาล ชุดที่ผ่านมาบอกไปยกเลิกคําว่า ๓๐ บาท สมัย คมช. ผิดพลาดอย่างรุนแรงครับ ไปเที่ยว สอบถามดูได้เลยครับว่า โรงพยาบาลแต่ละโรงพยาบาลเขาถือว่าการลงทะเบียน ๓๐ บาท เป็นการป้ องกันคนใช้ในเรื่องของหลักประกันอย่างฟุ่มเฟือย ส่วนที่ ๒ คือ ต่อหัวต่อรายตอนนี้ไปตัดเขาครับ ไปคิดจํานวนการคํานวณว่าน่าจะเหมาจ่ายในอัตรา ที่ทําได้ แต่ปรากฏว่าคนที่ป่วยเป็นโรคได้เพิ่มออกมาโรคหัวใจ ฟอกไต เรื่องโรคโน้นโรคนี้ มันเหมือนกับว่าไปผลักภาระที่เพิ่มเติมให้เขากับจํานวนต่อหน่วยที่ถูกเหมาไปและ การเบิกจ่ายนั้นก็ไม่ทันก็ติดค้าง แม้กระทั่งในเรื่องของหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน ผมเรียน ท่านประธานผ่านไปยังสํานักงบประมาณการจัดเงินในหมวดนี้ ท่านไปดูครับ รถอีเอ็มเอส (EMS) หรือรถตู้ที่อยู่ตามมูลนิธิต่าง ๆ ที่เขาไปดูว่าเกิดอุบัติเหตุแล้วนําส่งโรงพยาบาล แก้ไขปัญหาฉุกเฉิน ตอนนี้ค้างจ่ายเขานะครับ ในกรุงเทพมหานครค้างเขาตั้งสามสี่เดือน แล้วผมถามว่าเมื่อคุณค้างเขาเขาเป็นมูลนิธิเขาจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายเงินให้กับลูกน้อง จ่ายเงินค่าเชื้อเพลิงได้ สถิติตัวนี้การเบิกจ่ายรัฐบาลบอกว่าอย่าให้เงินค้างท่อ แต่ดู เหมือนว่าเงินต่าง ๆ กระท่อนกระแท่น การจัดเก็บบอกว่าดีขึ้น การกู้เงินบอกว่าอนุมัติโดย สภาทั้ง พ.ร.บ. พ.ร.ก. แต่เห็นใช้จ่ายเงินไปแค่ ๒.๖ หมื่นล้านในการผูกพันงบประมาณ ที่เป็นงบเงินกู้มันก็เกิดปัญหาแล้วครับ เพราะฉะนั้นในส่วนตรงนี้ท่านประธานครับ ผมเอง ไม่อยากจะให้เกิดปัญหาที่เกิดขึ้น
อีกส่วนหนึ่งฝากสุดท้ายครับ ปัญหาเรื่องการเรียน เรื่องการศึกษา การศึกษานี่เป็ นเรื่องสําคัญ ผมพูดเสมอครับว่ากระทรวงศึกษาธิการมีเป้ำหมาย ในการที่จะดูเรื่องการส่งเสริมและเป้ำหมายการศึกษาให้กับเด็ก เยาวชน เรียนฟรีตอนนี้ รัฐบาลประกาศชัดว่า ๑๕ ปี แต่มันสวนทางครับ ท่านบอกว่าเรียนฟรีแต่ท่านประธานลอง ไปถามดูครับ ทุกโรงเรียนอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอนในนี้มีการพูด การจัดซื้อการอบรม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เขียนไว้ แต่มันไม่พอครับ เมื่อมันไม่พอนี่ก็ไปบอกเขาบอกว่าไม่มีสิทธิ ที่จะเรียกเก็บแล้วไปประเมินคุณภาพตามไป ท้ายที่สุดโรงเรียนต่าง ๆ เหล่านั้นทนไม่ได้ เพราะต้องการให้เด็กได้เรียน ได้ศึกษา ได้เพิ่มเติม ก็ไปหาวิธีการออก บางโรงเรียนเดี๋ยวนี้ พูดเลยครับบอกว่าออกใบเสร็จให้ ถ้าท่านบริจาคเราออกใบเสร็จให้ ไม่รู้ว่าสวนทาง หรือเปล่า หลายโรงเรียนกําลังทําอยู่ แต่ก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะไม่อย่างนั้นออกแล้วไม่มี ใบเสร็จก็จะเกิดปัญหา ทีนี้ประเด็นอุปกรณ์สื่อการเรียนต่าง ๆ ผมว่าสําคัญมากกว่า ที่รัฐบาลจะไปพูดว่าให้เครื่องแบบ ให้หนังสือ ซึ่งบางทีหนังสือหนังหาก็ไปเหมาเขา สื่อบางอย่างมันไม่ต้องการใช้แล้วเพราะมันล้าสมัยท่านก็ไปเหมาเอามาใช้ไปขนออกมา เสื้อผ้าบางทีก็ตัด เพราะไปเหมาเอามาเอาราคาที่ถูก หลวมหรือฟิต (Fit) เกินไป แต่อุปกรณ์ สื่อการเรียนการสอนเป็นเรื่องสําคัญท่านไม่ทําหรอกครับ ผมไม่ทราบว่า คิดอย่างไร และรวมถึงนะครับท่านประธาน ผมก็ยังมองว่าเรื่องค่านํ้า ค่าไฟ ค่าสาธารณูปโภคท่านไปเหมาจ่ายแล้วตัดเงินลงมาทุกปี แต่ค่าเอฟที (FT) ที่ทางไฟฟ้ำเขาเรียกเก็บมันสูงขึ้น นี่มันสวนทางหมด ผมก็เลย ถามว่าสํานักงบประมาณเอากรอบวิธีการคิดอย่างไร และท้ายที่สุดก็เป็นหนี้ วันนี้ หลายโรงเรียนเป็นหนี้ ต้องไปเอาเงินบํารุงการศึกษา เงินต่าง ๆ ที่มีเหลืออยู่นี่เอามาจ่าย ค่านํ้า ค่าไฟ พูดไปแล้วหลายครั้งแล้วก็ต้องพูดอีกเพื่อที่จะให้ทางสํานักงบประมาณ ได้ทราบโดยตรง เพราะผมพูดฝากทางรัฐมนตรีไปนี่ดูเหมือนว่าค่านํ้า ค่าไฟ หรือเงินที่จะ ไปสมทบก็ยังไปไม่ถึง ก็คงฝากท่านประธานว่าสิ่งต่าง ๆ ที่ทางสํานักงบประมาณได้เสนอ รายงานเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าได้รับฟังแล้วสามารถปฏิบัติได้ผมว่าจะยิ่งดีกว่านี้ ขอบคุณครับ ท่านประธาน
ยังเหลืออีก ๓ ท่านนะครับ คุณบุญยอด คุณเจริญ และคุณเจะอามิง ผมจะขออย่างนี้ ได้ไหม ขอลดเหลือสัก ๘ นาที เพราะว่าเดี๋ยวเรายังมีวาระ ๒.๒ กับ ๒.๓ ต่อ ขอเชิญ คุณบุญยอด สุขถิ่นไทย
เรียนท่านประธาน ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมจะใช้เวลาที่ประหยัดมากที่สุดเท่าที่จะทําได้เพื่อประสิทธิภาพในการอภิปราย เรื่องของ การสรุปผลงาน จากข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการไปยังหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ต่าง ๆ ซึ่งเข้าสู่สภาในวันนี้ คําถามที่ ๑ ของผมคือทุกหน่วยงานที่ท่านส่งข้อสังเกตนี้ไป ทุกหน่วยงานตอบท่านใช่หรือไม่ หรือบางหน่วยงานไม่ต้องตอบ หรือบางหน่วยงาน ตอบมาแล้วก็ตอบอย่างไรก็ได้ ผมดูสามสี่เรื่องที่ปรากฏอยู่ในหน้าต้น ๆ ของรายงาน ฉบับนี้ การปกป้ องพระมหากษัตริย์ มี ๒ หน่วยงานที่ตอบมา คือกระทรวงไอซีที (ICT) และกระทรวงกลาโหม ภาวะเศรษฐกิจทั่วไปมี ๓ หน่วยงานที่ตอบมา สํานักงบประมาณ สํานักงานปลัดกระทรวงคมนาคม แล้วก็สํานักงานป้ องกันและปราบปรามยาเสพติด เรื่องรายได้นอกงบประมาณมีกรมการขนส่งทางบกกับกระทรวงการคลัง เรื่องการตั้ง งบประมาณผูกพันข้ามปี หน่วยงานที่ตอบมามีสํานักงบประมาณ สํานักงาน ปลัดกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงชนบท และกระทรวงศึกษาธิการ คําถามจึงมีว่า ทั้งหมดในที่ท่านส่งข้อสังเกตไปนั้นเขาตอบกลับมาทั้งหมดหรือไม่ ถ้าเขาตอบกลับมา ทั้งหมดท่านทําไมไม่ใส่ไปในรายงานนี้ ถ้าเขาไม่ตอบกลับมาท่านจะให้เขาตอบกลับมา อย่างไร อีกหน่วยงานหนึ่งที่ไม่ได้ตอบกลับมา จากข้อสังเกตที่เกิดขึ้นก็คือหน่วยงาน รัฐสภาของเรานี่ละครับ ข้อสังเกตเขียนไว้ว่าอย่างไร ข้อคําตอบข้างหลังเท่าเดิม ก๊อบปี้กัน มาใส่ ลองเปิดดูได้ ผมก็ตกใจเหมือนกันว่าหน่วยงานของรัฐสภาไม่ต้องตอบหรอกครับ มีข้อสังเกตที่ตั้งขึ้นมาแล้วไม่ต้องตอบหรอกครับว่าปีหนึ่งทําอะไรไปบ้าง ก็อยากให้ หน่วยงานของรัฐสภาช่วยตอบบนการอภิปรายในวันนี้ด้วยว่าเป็นอย่างไร ผมมีคําถามอีก สักหกเจ็ดข้อ คําถามยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือสํานักงบประมาณว่าท่านจะปรับปรุง เปลี่ยนแปลงเรื่องต่าง ๆ ต่อไปนี้ได้หรือไม่ ถ้าท่านทําไม่ได้ใครต้องทําเรื่องต่อไปนี้ เช่น ๑. การปรับปรุงระบบของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ อย่างที่ ส.ส. บางท่านอย่างเช่น ส.ส. รังสิมาก็บอกไว้ใช้เวลาในการพิจารณา รอบที่ ๒ ประมาณ ๔๕ วัน ถึงแม้จะพิจารณากันเกือบทุกวันก็ตาม แต่ว่าข้อมูลต่าง ๆ นั้น ก็มีมากเหลือเกินที่จะให้หน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาตอบ หน่วยงานที่มาเท่าที่ผมเคยไปเป็น คณะกรรมาธิการงบประมาณด้วยเมื่อ ๒ ปีที่แล้วนั้นบางหน่วยงานก็ไม่ส่งคนที่มีอํานาจ ชัดเจนมาตอบ บางหน่วยงานกรรมาธิการก็ไม่กล้าถาม เช่น กระทรวงกลาโหมเป็นต้น เราจะมีวิธีการในการเปลี่ยนแปลงการพิจารณางบประมาณนี้อย่างไร
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะถามท่านก็คือว่าการพิจารณามีวิธีพิจารณาก็คือว่า จะต้องปรับลดเท่านั้น จะไม่สามารถที่จะปรับเพิ่มงบประมาณได้ แต่วิธีการในการปรับลด ก็ใช้วิธีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการ หลังจากนั้นก็ปรับลดเรื่องต่าง ๆ มา แล้วก็ปรับกลับไป หาหน่วยงานต่าง ๆ ที่ขอมาในรอบสอง สุดท้ายส่วนใหญ่แล้วท่านประธานก็คือว่า งบประมาณก็จะเท่าเดิม ให้ปรับลดอย่างไรก็ตามสุดท้ายก็กลับไปโปะกับที่ หน่วยงานต่าง ๆ เท่าเดิม คําถามจึงมีว่าทําไมท่านจึงใช้วิธีการแบบนี้ วิธีการแบบนี้เป็น วิธีการที่มีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ หรือเป็นวิธีการที่กรรมาธิการใช้อํานาจของตนในการที่ จะมีอํานาจเหนือต่อหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะต้องเข้ามาสู่การพิจารณา แล้วก็มีอํานาจที่จะ ให้ผลประโยชน์กับหน่วยงานบางหน่วยงานที่ขอเข้ามาในรอบหลัง ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะผ่าน คณะรัฐมนตรีก็ตาม แต่เท่าที่เราเห็นในคณะกรรมาธิการนั้นต้องพูดกันด้วยข้อเท็จจริงว่า ผมยังเห็นว่ามีลักษณะของการยอมกัน ลักษณะของการเอื้อต่อประโยชน์ของโครงการ บางโครงการซึ่งมีรัฐมนตรีดูแลอยู่นะครับ
เรื่องที่ ๓ ที่ถามท่านนะครับ หน่วยงานที่ไม่มีลักษณะของการขอ งบประมาณเนื่องจากมีรายได้เอง ก็ไม่ต้องเข้าสู่ตัวของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ อย่างเช่น การไฟฟ้ำ การบินไทยอย่างนี้เป็นต้น หน่วยงานเหล่านั้นใช้เงินอย่างไร ทําไมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจึงไม่มีโอกาสที่จะได้รับรู้รับทราบ เขามีวิธีการทํางาน อย่างไร มีรายได้อย่างไร ใช้เงินอย่างไรอย่างนี้เป็นต้น เพราะหน่วยงานเหล่านั้น ไม่จําเป็นต้องมาเข้าสู่เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ แต่ผมเชื่อว่าหน่วยงานเหล่านี้ก็คือหน่วยงาน ราชการครับท่านประธาน หน่วยงานราชการซึ่งใช้เงินของภาษีประชาชน ซึ่งใช้ต้นทุน จากประเทศชาติ ประชาชน เช่น การเวนคืน การใช้ข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่เอื้อประโยชน์ต่อ หน่วยงานเหล่านี้ บางหน่วยงานกลายไปเป็นบริษัทมหาชนแล้วด้วยซํ้า ทํากําไรมากมาย มหาศาล แต่ทําไมซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจใช่ไหมครับ เข้าสู่องค์การมหาชนเป็นบริษัทมหาชน ทํากําไรได้ไปแบ่งปันกับผู้ถือหุ้นได้ แต่ทําไมไม่เคยต้องมาตอบต่อตัวแทนของประชาชน ในสภาผู้แทนราษฎรล่ะครับ ทําอย่างไรให้คนเหล่านี้ หรือว่าหน่วยงานเหล่านี้ นํารายละเอียดต่าง ๆ เข้ามาในสภาให้ได้นะครับ
เรื่องต่อไป ก็เป็นคําถามที่เราถามกันมาโดยตลอดว่าเมื่อไรเราจะจัดสรร งบประมาณอย่างเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพสักที อย่างเช่น เงินเดือนข้าราชการซึ่งเป็น เงินเดือนซึ่งไม่สามารถแตะต้องได้ ส่งเข้ามาเท่าไรก็ต้องได้เท่านั้น มีตัวเลขและสัดส่วน ในงบประมาณเป็นจํานวนมาก เข้าไปประมาณสักหกสิบเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ เราจึง เหลือเงินในการไปลงทุน ในการที่จะทําความเจริญให้กับชาติบ้านเมืองเพียงแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์หรือ ๔๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น คําถามนี้ผมเชื่อว่าเขาถามกันมาหลายปี ตลอดชั่วอายุของพวกเรานะครับว่าทําไมประเทศไทยเราจึงมีข้าราชการจํานวนมาก และใช้เงินงบประมาณในเงินเดือน รวมทั้งสวัสดิการต่าง ๆ ของข้าราชการมาก ใครล่ะครับที่จะต้องทําการปฏิรูประบบราชการเหล่านี้ และเมื่อไรท่านจะทําได้
เรื่องต่อไปของเรื่องราชการ ก็คือราชการซื้อของแพงทุกครั้งจริงไหมครับ ราชการซื้อของจํานวนมากกว่าเอกชนซื้อในจํานวน ๑ ชิ้น ๒ ชิ้นด้วยซํ้า แต่ราชการ ทุกหน่วยราชการซื้อของแพงกว่าคนธรรมดาปกติและเอกชน ทําไมมันเป็นอย่างนั้น ได้ล่ะครับ เมื่อไรเราจะแก้กันได้สักที ใครต้องแก้ ใครต้องทําอะไรล่ะครับกับเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ เบิกจ่ายช้าก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน บอกว่าอนุมัติเงินไปแล้ว เงินไปอยู่ ตรงนั้นตรงนี้แล้ว ทําไมกระบวนการมันจึงไม่สามารถให้เงินงบประมาณลงไปสู่ บุคคลต่าง ๆ ในสภาแห่งนี้เองผมยังเคยคุยกับน้อง ๆ นะครับ เขามีเงินตกเบิกเรื่องของ เบี้ยประชุม เรื่องของโอทีหรืออะไรต่าง ๆ ต้องรอ ๓ เดือน ๔ เดือน ผมไม่เข้าใจเหมือนกัน นะครับ ทํางานแล้วทําไมสิ้นเดือนเขาถึงไม่ได้ แล้วทําไมบริษัทเอกชนเขาทํากันได้ล่ะครับ ทํางานได้โอที อยู่เวรกันคํ่า ๆ มืด ๆ ดึก ๆ ดื่น ๆ ล้วนแล้วแต่มีต้นทุนทั้งนั้นครับ เขาต้อง กลับบ้านดึก ต้องกลับแท็กซี่ต้องใช้ชีวิตไม่ปกติ เขาอาจจะต้องไปค้างอ้างแรมที่ไหนต่าง ๆ ก็ตาม สุดท้ายทําไมเขาต้องรอสามสี่เดือนจึงจะขอเบิกได้ ทําไมราชการซึ่งมีคอมพิวเตอร์ มากมาย มีระบบต่าง ๆ เยอะแยะใส่เข้าไปทุกปีจึงไม่สามารถทํางานเท่าเอกชนได้
คําถามเหล่านี้เป็นคําถามที่เรื่องเบสิก (Basic) มากนะครับ เงินเหล่านี้ มันไปตรงไหน เงินที่ไปช้า เงินที่มาช้าทั้งหลาย เบิกจ่ายกันช้ามันมีดอกเบี้ยมิใช่หรือ ดอกเบี้ยต่าง ๆ เหล่านั้นไปหาใครครับ ผมขออนุญาตที่จะลองเสนอไอเดีย (Idea) ดูนะครับ อย่างหนึ่งก็คือว่าในการพิจารณางบประมาณเราลองเรียงลําดับกระทรวง กันใหม่ดีไหมครับ ที่ผ่านมามักจะเรียงกระทรวงเดิมซํ้า ๆ ถูกไหมครับ สํานักนายกรัฐมนตรีเริ่มต้นก่อน แล้วก็เรียงไล่ไป สุดท้ายกรรมาธิการงบประมาณ ก็หมดแรงนะครับ ประชุมกัน ๔๕ วัน ๖๐ วันนี่นะครับ ปี หน้าเอาใหม่ไหมครับ กระทรวงท้ายสุดที่เคยเข้าสู่การพิจารณา อย่างเช่นรัฐสภาอย่างนี้เข้าก่อนไหมครับ แล้วก็ไล่กระทรวงกันใหม่อีกสักรอบหนึ่ง แล้วถ้ามันดีขึ้นหรือว่ามันเปลี่ยนแปลง อย่างน้อยก็มีการเปลี่ยนแปลง ทุกกระทรวงต้องพร้อมสําหรับการเข้าสู่การพิจารณา ร่างงบประมาณอยู่แล้ว เพราะฉันทํามาแล้วนะครับ บางทีมันช้าในเบื้องต้น หรือว่า ละเอียดมากในเบื้องต้น ตอนกลาง ๆ ก็เริ่มแผ่วลง ๆ สุดท้ายก็แทบจะเข้ามาแล้วก็ออกไป เข้ามาแล้วก็ออกไป ไม่มีข้อติติง หรือข้อดูแลเรื่องต่าง ๆ นี่นะครับ ก็เป็นเรื่องที่ขออนุญาต ฝากไว้กับทางสํานักงบประมาณนะครับ
สุดท้ายผมเห็นด้วยกับท่านประธานครับ ในเรื่องที่ท่านอยากจะ ขอให้มีการตั้งสํานักงบประมาณของรัฐสภา เรื่องนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ การมีพาร์เลียเมนท์ บัดเจ็ท ออฟฟิศนั้น ผมเชื่อว่าจะทําให้การทํางานด้านงบประมาณ การดูแลงบประมาณ การสร้างประสิทธิภาพของการจัดสรรงบประมาณ และการติดตาม งบประมาณนั้นน่าจะทําให้ได้ดีขึ้น สํานักงบประมาณน่าจะเล็กเกินไปสําหรับการจะอยู่ใน สํานักนายกรัฐมนตรีเท่านั้น แล้วดูแลงบประมาณของทุกกรม ทุกกระทรวงทั่วทั้งประเทศ ดูแลปีต่อปี ผมคิดว่าท่านเล็กไป และท่านก็ดูเหมือนว่าจะดูแลกันไม่ทั่วถึง รวมทั้งวิธีการในการพิจารณางบประมาณนั้นก็เป็นวิธีการที่เราทํากันลวก ๆ มานาน ขอให้ เป็นจริงเป็นจัง เอาจริงเอาจัง และผมคงไม่ต้องรอถึง ๑๐ ปีอย่างที่ท่านประธานว่าถ้าเรา ทําได้และคิดว่ามันดีทําปีนี้ได้ก็ทําเลยครับ ทุกอย่างไม่ต้องรอครับ ขอบพระคุณครับ
ผมเรียนเพิ่มเติมอย่างนี้ครับ เรื่องนี้มีการศึกษาอยู่แต่มันก็มีปัญหาอยู่เหมือนกันที่มีคน วิเคราะห์ว่าบรรดาพวกเราเองซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการขาดธรรมาภิบาลในการจัดสรร งบประมาณ ซึ่งเราเองก็ต้องพัฒนาคุณภาพของตัวเราเองด้วยนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่เมื่อกี้คุณบุญยอดบอกว่ารัฐสภายังไม่ได้ตอบข้อสังเกตนะครับ ก็ต้องฝากท่านเลขาธิการ ประสาน ผอ. สํานักการคลังและงบประมาณ ตอบย้อนหลังก็ยังได้นะครับว่าในส่วนของ รัฐสภาเราตอบไปอย่างไรนะครับ ต่อไปเชิญคุณเจริญ จรรย์โกมล ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย จากข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการในหน้า ๑๐ ข้อ ๑.๑๔ ในการประเมินโครงการและการติดตาม ประเมินผล ขออนุญาตท่านประธานที่จะขออภิปรายแล้วก็นําเสนอเอกสารและหลักฐาน ประกอบเพื่อที่จะให้เป็นอุทาหรณ์ของพวกเราทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับการติดตาม ประเมินผลการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อให้มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล เพื่อแก้ไข ปัญหาของพวกเรา ท่านประธานที่เคารพครับ ในข้อ ๑.๑๔ นั้น การประเมินโครงการและ การติดตามประเมินผล ผมขออนุญาตอ่านนิดหนึ่งว่า ควรให้ความสําคัญกับการนําผล การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการขนาดใหญ่และโครงการที่อยู่ในความสนใจของ ประชาชนมาประกอบการจัดทํางบประมาณและติดตามประเมินผลเพื่อให้เกิด ประสิทธิภาพและประสิทธิผลสามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงทีสําหรับโครงการที่มี การก่อหนี้ผูกพันข้ามปี งบประมาณ ควรมีการติดตามความก้าวหน้าและการใช้จ่าย งบประมาณเป็นประจําทุกปี และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนการกําหนดเป้ำหมาย ตัวชี้วัดทั้งเชิงยุทธศาสตร์และในระดับผลผลิตให้มีความชัดเจนและสามารถแสดง ความเชื่อมโยงได้อย่างแท้จริง นี่เป็นข้อสังเกตที่คณะกรรมาธิการได้ตั้งไว้ ต่อมาผมก็มาดู อีกครั้งหนึ่งในหน้า ๔๑ ผลของข้อสังเกตที่ทางส่วนที่รับผิดชอบนําไปปฏิบัติ ในเรื่อง ของสํานักงบประมาณ สํานักงบประมาณนั้นเป็นหน่วยงานนอกจากจะดูแลเรื่อง งบประมาณแล้วยังมีภาระหน้าที่ในการติดตามเช่นเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพครับ สํานักงบประมาณเขาก็ได้รายงานถึงว่า ข้อ ๑ การติดตามความก้าวหน้าในการใช้จ่าย งบประมาณของส่วนราชการสํานักงบประมาณได้มีการประมวลผลการปฏิบัติงานและ การใช้จ่ายงบประมาณแบบรายการสรุปเป็นรายไตรมาสและมีการสรุปในระดับกระทรวง ระดับกรม และระดับยุทธศาสตร์ อันนี้เฉพาะข้อ ๑ ท่านประธานครับ ทีนี้เมื่อท่านจะได้ สรุปและท่านติดตาม ผมขอหยิบยกในเรื่องซึ่งมีเอกสาร มีพยานบุคคลยืนยันว่า ส่วนราชการก็ดี ผู้ที่รับผิดชอบในการบริหารบ้านเมืองก็ดี ผู้ที่มีหน้าที่ในการกํากับติดตาม การใช้จ่ายงบประมาณก็ดี สิ่งซึ่งท่านรายงานต่อสภาในข้อ ๑ และข้อ ๒ และข้อ ๒.๒ นั้นนะครับ ในหน้า ๔๒ ท่านประธานลองเปิดดู ผมอยากจะถามถึงความรับผิดชอบ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยู่คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณของ สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าในรายการใช้จ่ายในกรณีงบฉุกเฉินเร่งด่วน ที่ใช้จากงบกลางที่จะต้องจัดสรรให้กับทางกรมป้ องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้กับ แต่ละจังหวัด ๆ ทั่วประเทศซึ่งเกิดอุทกภัย เมื่อกี้นี้ที่ผมได้เรียกเอกสารทั้งประเทศมาดูได้ ประกาศเขตอุทกภัยทั้งหมด ๗๑ จังหวัดทั่วประเทศ ท่านประธานคิดดูว่าแต่ละจังหวัดนั้น จะต้องใช้จ่ายไม่น้อยกว่า ๕๐ ล้านบาทต่อภัยต่อครั้งผมตั้งแต่ได้หยิบยก ติดตาม ในเรื่องนี้ขึ้นมานี่ ท่านประธานเชื่อไหมฟังแล้วอย่าตกใจเป็นการโกงทั้งประเทศครั้งที่ยิ่งใหญ่เหมือนกันครับ ท่านประธาน ฝ่ายบริหารก็ดีซึ่งท่านมานั่งในการตอบชี้แจงและสํานักงบประมาณเสียดาย มากที่ท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณน่าจะเข้ามานั่งฟังด้วย ผมจะยกตัวอย่าง เช่น ทางคณะกรรมาธิการของผมได้ไปติดตามการใช้จ่ายงบประมาณนี้ทั้งหมด ๖ จังหวัด ในขณะนี้ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดอุดรธานี จังหวัด สกลนครและจังหวัดนครพนม ร่วมกับผมได้ขอความกรุณาจากท่านเลขาธิการ ป.ป.ท. และกรมดีเอสไอ (DSI) กรมสอบสวนคดีพิเศษขอให้มาช่วยผมในการติดตามการใช้จ่าย งบประมาณ ท่านประธานที่เคารพครับ ในรายการนี้จัดที่จังหวัดสุรินทร์ผมยกตัวอย่าง ๒ รายการ เฉพาะ ๒ รายการเท่านั้น ซึ่งผมตรวจทั่วประเทศในขณะนี้ อันนี้เพียง หนึ่งในร้อยหรือในพันโครงการเท่านั้นเอง อยู่อําเภอโนนนารายณ์ จังหวัดสุรินทร์ ในหมู่ที่ ๑ ถึงหมู่ที่ ๑๑ ตําบลระเวียง จังหวัดสุรินทร์ ท่านประธานเชื่อไหมครับ ได้มี การประกวด ได้มีการทําสัญญาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เบิกจ่ายเงิน ผมลงไปตรวจ ปรากฏ ดูตามเอกสารไม่มีการที่จะเอาลูกรังมาทําการถมในกรณีที่นํ้าท่วมเลย ไม่มีเลยครับ แล้วก็ มีการเบิกจ่ายเงินไปเป็นที่เรียบร้อย ไม่มีการลงมือใด ๆ ทั้งสิ้น นี่คืองบประมาณแผ่นดิน ที่จะเอาไปบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนกรณีภัยนํ้าท่วม อันนี้เพียงแต่ ๑ รายการ แล้วนอกจากที่ผมให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ลงสอบสวนแล้วยังได้พยานบุคคลยืนยันว่า เป็นถึง เจ้าหน้าที่ข้าราชการ ระดับ ๖ และระดับ ๗ ด้วยบอกว่ารายการนี้มีการเบิกจ่ายเงิน เป็ นที่เรียบร้ อยแต่ไม่มีการทําใด ๆ ทั้งสิ้น อะไรมันเกิดขึ้น นี่เพียง ๑ รายการ ที่จังหวัดสุรินทร์ หมู่ที่ ๕ อีกรายการหนึ่งเป็นโครงการที่นํ้าท่วมเช่นเดียวกัน แล้วก็จะต้อง ทําถนนให้อยู่ในสภาพที่มีการคมนาคมสัญจรไปมาได้อยู่ที่หมู่ที่ ๕ ถึงหมู่ที่ ๗ ตําบลโนนนารายณ์ อําเภอโนนนารายณ์ จังหวัดสุรินทร์ ท่านประธานครับ ผมให้ท่านดูรูป นิดหนึ่ง ผมให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ร่วมกับคณะอนุกรรมาธิการลงไปดู เขาไม่ใช้ลูกรังนะครับ ปรากฏว่าก่อนเราลงไปดู ๑ วัน ท่านเห็นรูปนี้ไหมครับ เอาดินข้าง ๆ ถนนขุดแล้วก็มาใส่ไว้ ซึ่งเป็นดินธรรมดาไม่ได้ลูกรังเลย อะไรเกิดขึ้น ผมเสียดายท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ไม่ได้มาฟัง อันนี้อะไรเกิดขึ้นครับ ทีนี้ปรากฏว่าเป็นการทุจริตอันนี้เฉพาะ ๒ รายการ ที่เราไปตรวจ แล้วมีจํานวนมากมายเหลือเกิน อยู่ที่ห้องคณะกรรมาธิการผมที่กําลังจะ แถลงข่าวใหญ่ว่าบ้านเมืองนี้ไหนท่านนายกรัฐมนตรีแถลงต่อสภาว่าจะไม่มีการสอน เรื่องโกงแต่อะไรมันเกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมยังมีอีกอันนี้อยู่ที่อําเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ หมู่ที่ ๗ ตําบลทุ่งกุลา ท่านประธานที่เคารพครับ เวลาแจ้งนํ้าท่วมจะต้อง แจ้งพื้นที่ที่ชัดเจน แต่ปรากฏว่าแจ้งออกมาเป็นพื้นที่ที่เป็นถนนลาดยาง แต่เวลาไปทําไป ทําในถนนอีกเส้นหนึ่งอยู่อีกพื้นที่หนึ่ง เราก็ไปตามว่าอะไรมันเกิดขึ้น ขบวนการทั้งหมด อันนี้เท่าที่ผมเรียนให้ท่านประธานด้วยเวลาอันสั้น ได้เห็นว่านํ้ามันก็ไม่ได้ท่วมหรอก แต่จริง ๆ ก็ต้องการงบประมาณเพื่อเอาไปทํามาหากินกันอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ ผมจึงสงสัยว่า ท่านได้ติดตามเรื่องนี้ไหม ไหนบอกว่าติดตามประเมินผล ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะให้ ๓ ท่านประธาน ด้วยซํ้าไปว่ามีปลัดอําเภอท่านหนึ่งรับสารภาพต่อคณะกรรมาธิการที่ลงไปดูในพื้นที่ว่า งบประมาณที่เอามาดําเนินการในการปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อจะให้แก้ไขภัยพิบัตินํ้าท่วม ยืนยันต่อคณะกรรมาธิการเลยครับ บอกว่าจริง ๆ หลายรายการมีการเบิกจ่ายกันจริง แต่ไม่มีการลงมือทํา หลังจากที่ปรากฏให้ถ้อยคําต่อคณะกรรมาธิการ เรื่องมาถึงที่ผม ปัจจุบันนี้ปลัดอําเภอคนนี้ถูกย้ายออกจากพื้นที่ อะไรเกิดขึ้น บ้านเมืองนี้หาคนดีหาคนที่ ตั้งใจที่จะมาเปิดเผยต่อสภาแห่งนี้นําสู่คณะกรรมาธิการแห่งนี้ต้องถูกโยกย้ายสับเปลี่ยน ออกไป ไหนบอกว่าจะปราบคนโกง อันนี้เพียงจังหวัดเดียวนะครับ ขณะนี้จังหวัดนครพนม ก็เช่นเดียวกันที่ผมเพิ่งกลับจากจังหวัดนครพนมในสัปดาห์ที่แล้ว ทั้งหมดจะเป็นรูปแบบ แนวทางเดียวกันทั้งหมดในขณะนี้ก็คือการหาประโยชน์จากงบนํ้าท่วม ต้องการปริมาณ ดินลูกรังหินคลุก กําหนดไว้ในสัญญาก็จริงครับท่านประธาน แต่จริง ๆ แล้วปริมาณไม่ถึง หลายพื้นที่เราถ่ายรูปออกมาบอกว่าต้องมีปริมาณดินจํานวนเท่านี้ ลูกรังเท่านี้ หินคลุก เท่านี้ แล้วก็มีความหนาขนาด ๑๐ นิ้ว ๑๐ เซนติเมตร ผมก็ไปถ่ายรูปมาให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. นี่ครับท่านประธานไปถ่ายรูปมา ๑ เซนติเมตรก็ยังไม่ถึงเลย ผมจึงสงสัยว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณที่ตั้งข้อสังเกตไว้นี่ แล้วก็ให้ฝ่ำยบริหารไปปฏิบัติในข้อที่ผมได้เรียนต่อ ท่านประธานคือหน้า ๔๒ ท่านบอกว่าจะติดตามความก้าวหน้าการใช้จ่ายงบประมาณ ของส่วนราชการ สํานักงบประมาณได้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานนี่ ผมก็เลย สงสัยครับว่าสํานักงบประมาณเขาต้องติดตามประมวลผลแล้วติดตามการใช้จ่ายเงินว่า เงินนี้ใช้จ่ายเป็ นไปตามวัตถุประสงค์หรื อไม่อย่างไร ผมก็มีโอกาสได้เชิญ สํานักงบประมาณมา แต่ท่านผู้อํานวยการเชิญไปแล้วท่านก็ไม่มา ผมอยากจะถามว่า ใครเป็นผู้ติดตาม ใครเป็นผู้ประเมินผล สํานักงบประมาณมีหน่วยไหม เขาบอกมี แล้วใคร ติดตาม ถามไปถามมาบอกให้กรรมาธิการติดตามงบประมาณติดตามแทน อย่างนี้ ท่านประธาน แล้วปล่อยไปให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ได้อย่างไรครับ ขณะนี้งบนี้ เท่าที่สอบถามกันมานี่ อันนี้เขาเล่าให้ฟังนะครับ เขานินทากันอยู่ห้องกาแฟอยู่ขวามือ อยู่ซ้ายมือท่านประธานนี่ท่านลองให้เจ้าหน้าที่ของสภาเราไปหาข้อมูลนะ เขาบอกว่า รายการนี้มันไม่รู้ จะทําอย่างไร เขาบอกว่ามาเป็ นผู้ว่าราชการจังหวัดทีหนึ่ง ต้อง ๑๐ ล้านบาท เขาบอกอย่างนี้ จะเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดต้อง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ใครจะไปสอบนายอําเภอต้อง ๘๐๐,๐๐๐ บาท ผมก็เลยสงสัยว่ามันไปเกี่ยวกับเรื่องนี้ อย่างไร เขาก็พยายามโยงให้เห็นว่าถ้าหากไม่ทําอย่างนี้แล้วมันจะมีที่ไหนมาชดเชย ในสิ่งที่ได้จ่ายไป ขอความกรุณาท่านประธานลองให้เจ้าหน้าที่ของสํานักของท่านประธาน ลองสืบดูเรื่องนี้ว่าที่เขานินทากันอยู่ข้างสภานี่จริงเท็จอย่างไร แต่ผมในฐานะที่เป็น ประธานคณะกรรมาธิการนี่เราก็จะไปพูดอย่างนี้โดยไม่มีหลักฐานมันก็ไม่ได้ แต่อันนี้ เป็นหลักฐานที่เราพิสูจน์แล้วว่าเจ้าหน้าที่ป้ องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ และดีเอสไอซึ่งผมให้ไปตรวจสอบพร้อมกรรมาธิการนี่ ให้บันทึกไว้เลยว่าคุณให้ปากคํา ว่าอย่างไร ใครให้ แล้วประชาชนอย่างไร
ต้องขอรวบรัดด้วยนะครับ
ฉะนั้นที่ผมมาเรียนต่อท่านประธานนี่ ผมเสียดาย อันนี้เฉพาะในเรื่องของงบภัยนํ้าท่วม แล้วอีกหลายเรื่องโดยเฉพาะงบเอสพี ๒ (SP2) เมื่อกี้ท่านรัฐมนตรีวิชาญได้มากระซิบบอกสํานักงานตํารวจแห่งชาติจะเอางบ ประมูลสร้างแฟลตทั่วประเทศทั้งหลายมาไว้ที่ส่วนกลางอีกแล้ว อันนี้มันอะไรเกิดขึ้น ท่านเห็นไหมครับ ถ้าส่วนกลางมันอะไรเกิดขึ้นครับ กระจายไปพื้นที่นี่ดีแล้วมันจะได้ รวดเร็ว ประมูลแฟลตทีหนึ่งมีบริษัทเดียวหรือนิติบุคคลเดียวรับไปนี่มันจะทําได้อย่างไร นี่พิสูจน์ให้เห็นแล้ว
ท่านประธานที่เคารพครับ อีกเรื่องหนึ่งเรื่องสุดท้ายผมฝากท่านประธาน ไปที่ฝ่ำยบริหารซึ่งท่านเป็นตัวแทนท่านรัฐมนตรี ด้วยความวิตกกังวลเหลือเกินเลย การใช้จ่ายงบเอสพี ๒ ซึ่งผมกําลังติดตาม ผมยกตัวอย่างรายการเดียวได้เห็น ท่านจะเอาเงินประมาณ ๑๐๐ ล้านบาทไปปรับปรุงซ่อมสนามหลวง ผมถามว่าปรับปรุง อะไรที่สนามหลวง ๑๐๐ ล้านบาทในขณะนี้ เพราะสนามหลวงเป็นสถานที่ที่ประชาชน ใช้ร่วมกันและมีงานรัฐพิธีต่าง ๆ มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อันนี้ ด้วยความเป็นห่วงว่าสิ่งที่เรามีความจําเป็นที่จะต้องไปใช้เยอะแยะสําหรับคนยากคนจน เราก็น่าจะเอาไปดูแลคนยากคนจน แต่งานบางอย่าง อย่างเช่นที่สนามหลวงเราก็ ไม่สบายใจว่าท่านจะเอาไปทําอะไร ท่านจะไม่ให้คนใช้เลยหรือในขณะนี้ แล้วงานรัฐพิธี ต่าง ๆ ท่านจะทําอย่างไร ท่านจะไปเป็นถาวรวัตถุไว้ได้อย่างไร เพราะมันจะต้องมี การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกันอยู่ตลอดเวลา นี่ก็ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยว่าที่ผมนําเสนอ ต่อท่านประธาน ทางผู้บริหารที่มารับฟังท่านจะแก้ไขปรับปรุงแล้วก็จะดําเนินการอย่างไร กับการโกงทั้งประเทศในขณะนี้ โกงแบบนี้ไม่ใช่โกงจังหวัดเดียว โกงทั้งประเทศ แล้วเราได้ หลักฐานด้วย พูดนี่ไม่ใช่ว่าพูดลอย ๆ ท่านประธาน ผมมีหลักฐานยืนยัน ในขณะนี้ มีหลักฐานทุกที่ ฉะนั้นสบายใจได้ว่าสิ่งซึ่งผมได้นําเสนอนั้นท่านบอกว่ากรรมาธิการ ได้ตั้งข้อสังเกตแล้วท่านนําไปปฏิบัติ ผมก็อธิบายความว่าที่ท่านนําไปปฏิบัติมันไม่จริง ท่านอย่ามาโกหกสภาผู้แทนราษฎร ถ้าท่านนําไปปฏิบัติจริง ๆ มันจะเกิดเหตุการณ์นี้ ได้อย่างไร ท่านติดตามประเมินผล ผมจึงถามท่านว่าท่านไปติดตามอย่างไรจึงมีการโกง กันเกิดขึ้น ผมถามประเด็นเดียวเลย ท่านไปติดตามอย่างไรจึงเกิดการโกงกันเกิดขึ้น แสดงว่าท่านไม่ไปติดตามใช่ไหมมันจึงเกิดเหตุการณ์นี้ จึงนํามาสู่ในการรายงานต่อ สภาผู้แทนราษฎรนี้ไม่เป็นจริง เมื่อไม่เป็นจริงในฐานะท่านเป็นรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ท่านจะต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่าการรายงานฉบับนี้ มันไม่เป็นอย่างที่ท่านพูด ไม่เป็นอย่างที่ท่านนําเสนอ ขอให้ตอบแล้วก็ชี้แจงด้วยครับ ท่านประธาน ขอขอบคุณครับ
คุณเจะอามิง โตะตาหยง ครับ
ท่านประธานครับ ผม วัชระ ครับ
คุณวัชระมีอะไรครับ พาดพิงหรือ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่เป็ นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เมื่อสักครู่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ท่าน ส.ส. เจริญซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยรามคําแหงของกระผมได้อภิปราย พาดพิงถึงกรณีสนามหลวงของกรุงเทพมหานคร ซึ่งผมเป็น ส.ส. กรุงเทพมหานคร แม้ว่าจะอยู่ฝั่งธนบุรี แต่ด้วยความที่เป็น ส.ส. กรุงเทพมหานครนั้นก็ต้องรับผิดชอบถึง พื้นที่สนามหลวงด้วยครับท่านประธาน คือเนื่องจากว่าคําอภิปรายของท่านเจริญนั้น อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อกรุงเทพมหานคร ซึ่งกรุงเทพมหานครนั้นมีความตั้งใจ ที่จะปรับปรุงท้องสนามหลวงให้เป็นสนามหลวงของพี่น้องประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ และมีคุณภาพในอนาคต ฉะนั้นการอภิปรายของท่าน ส.ส. เจริญ อาจจะก่อให้เกิด ความเสียหายต่อกรุงเทพมหานครได้ ผมในฐานะ ส.ส. กรุงเทพมหานคร จึงขอใช้สิทธิ อภิปรายในกรณีนี้พาดพิงว่าสนามหลวง
ความจริงคุณวัชระก็ได้ใช้สิทธิพาดพิงไปเรียบร้อยแล้วนะครับ ผมว่าไว้โอกาสหน้านะครับ ขอให้คุณเจะอามิง โตะตาหยง อภิปรายเลย คุณวัชระนั่งเถอะครับ เพราะว่าได้อภิปราย ว่ามีความตั้งใจ แล้วคุณเจริญก็ไม่ได้กล่าวหาว่ามีการกระทําทุจริตใด ๆ ทั้งสิ้น เชิญนั่งลง เถอะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ
ต้องเรียนอย่างนี้ครับ เรายังเหลือวาระ ๒.๒ กับ ๒.๓ ผมเกรงว่าเดี๋ยวจะไม่เหลือเพื่อนผม ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เป็นเพื่อนท่านประธาน เชิญนั่งลงเถอะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกําลังจะนั่งลงครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้ดูในรายงานผลดําเนินงานของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจตามข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการวิสามัญกรณีพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๒ ของสภาผู้แทนราษฎร กระผมขออนุญาตเรียนท่านประธาน แล้วก็ขออนุญาต วิพากษ์วิจารณ์บางเรื่องในกรอบความคิดที่ทางกรรมาธิการก็ได้ให้ความสําคัญ โดยเฉพาะในกรณีที่ผมให้ความสําคัญมากในขณะนี้ก็คือ นโยบายในการปกป้ องสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งในคณะกรรมาธิการและใน สภาผู้แทนราษฎร แม้กระทั่งในสื่อสาธารณะต่าง ๆ นั้นเราจะต้องยอมรับว่าในขณะนี้ มีการวิพากษ์วิจารณ์ในกรณีสถาบันจะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์กันมากโดยเฉพาะใน เว็บไซต์ ท่านประธานที่เคารพครับ มันเป็ นสิ่งที่ล่อแหลม แล้วก็รัฐเองจะต้องให้ ความสําคัญโดยเฉพาะในการวิพากษ์วิจารณ์แล้วไม่สามารถดําเนินคดีตามกฎหมายได้ ผมอยากเรียนถามไปถึงสํานักงบประมาณว่ามันใช้เงินงบประมาณมากมายเหลือเกิน หรืออย่างไร ถึงไม่สามารถจะปกป้ องพวกคนเหล่านี้ได้ สิ่งที่ผมให้ความสําคัญมากที่สุด ก็คือว่าผมได้ท่องในโลกเว็บไซต์ของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้พบในการกล่าวอ้างและค่อนข้าง ที่จะหมิ่นเหม่ไปในทางหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์มากมายในเว็บไซต์ แต่กระบวนการ ในทางกฎหมายไม่ดําเนินการอะไรเลย สิ่งที่ผมอยากจะเรียนถามถึงทางฝ่ายสํานัก งบประมาณว่าสํานักงบประมาณหรือทางคณะกรรมาธิการไม่ได้ตั้งข้อสังเกตเหล่านี้ไว้เลย หรืออย่างไร โดยเฉพาะที่ผมมองดูแล้วก็สังเกตดูในเว็บไซต์ต่าง ๆ มีการเปิดเว็บไซต์ เหล่านี้แล้วไม่มีการดําเนินคดี หรืออาจจะมีการดําเนินคดีนั้นอาจจะน้อยไป และเว็บไซต์ จะมีการเปิดขึ้นมาแต่ละเรื่อง ๆ แต่ละครั้งปิด ๑ เว็บไซต์ เพิ่มขึ้นมาอีกสองสามเว็บไซต์ อีก ๑๐ เว็บไซต์ ถามว่าสิ่งเหล่านี้ กระบวนการเหล่านี้ ถ้ากระผมเองอยู่ในขั้นกรรมาธิการ ผมจะตั้งข้อสังเกตว่ามันเกิดจากความเชื่องช้าและความไม่เอาใจใส่ของหน่วยงานราชการ ที่มีความรับผิดชอบ หน่วยงานราชการเกิดการปล่อยเกียร์ว่างและรัฐต้องให้ความสําคัญ ถ้าหากหน่วยงานไหนที่มีความรับผิดชอบโดยตรงไม่ดําเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเกี่ยวกับ การหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นต้องถือว่าเป็นการทําหน้าที่ด้วยความบกพร่องของ หน่วยงานราชการ โดยเฉพาะกลไกของรัฐที่มีความรับผิดชอบโดยตรง ท่านประธาน ที่เคารพครับ เท่าที่ผมได้แลเห็นก็คือว่ามีการปิดเว็บไซต์บ้างเป็นบางช่วง แต่การดําเนินคดี ตามกฎหมายผมไม่เห็นเลยว่าจะมีการดําเนินคดีตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด ถ้าหากมี การปล่อยอย่างนี้ขึ้นไปก็จะมีการจาบจ้วงทั้งทางตรงและทางอ้อม พาดพิงถึงสถาบัน เป็นระยะ ๆ ซึ่งไม่ควรที่จะเกิดขึ้นในสถาบันในประเทศไทยเรา ซึ่งผมได้ติดตามเรื่องนี้ ค่อนข้างที่จะให้ความเป็นห่วงและตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมไปจากทางคณะกรรมาธิการ กระผมขออนุญาตลงลึกไปในประเด็นการทํางานและงบประมาณในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ก็ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีงบประมาณลงไปเยอะ เหลือเกิน กระบวนการและกรอบความคิดในการไปดูแลจังหวัดชายแดนภาคใต้รัฐบาล ก็ให้ความสําคัญโดยการนําเอาการเมืองนําหน้าการทหารบวกด้วยการพัฒนา งบประมาณเหล่านี้ทางกรรมาธิการเองและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็เห็นด้วย ในการที่จะจัดสรรงบประมาณลงไป แต่กระบวนการที่ผมอยากจะฝากไปทางสํานัก งบประมาณว่าการติดตามกระบวนการ และเม็ดเงินที่ลงไปพัฒนาในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ต้องมีกระบวนการในการติดตามงบประมาณให้เป็นไปตามเนื้องานที่ขอจากสํานัก งบประมาณ และของบประมาณจากสภาผู้แทนราษฎรเข้าไปในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ กระผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ว่าผมยกตัวอย่างในกรณีของทางหลวงก็ดี ทางหลวงชนบทก็ดี มันมีหลายโครงการที่ได้ไปสร้างเส้นทางไว้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในที่สุดมีส่วนหนึ่งและเป็นบริษัทที่ต้องยอมรับว่ามาจากต่างจังหวัด ซึ่งไม่ใช่เป็นบริษัท ที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปประมูลงานได้ ในที่สุดก็ได้ทิ้งงานโดยอ้าง สถานการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยอาศัยมติของคณะรัฐมนตรี ขอยกเลิกสัญญา และทิ้งงานเหล่านี้กันมากมาย ผมเรียนถามทางสํานักงบประมาณว่าเรื่องเหล่านี้ท่านได้ ติดตามหรือไม่ อย่างไร อย่างในกรณีเส้ นทางในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีกี่เส้นทางที่ให้งบประมาณไปแล้วแล้วก็ไม่ได้สร้าง ไม่ได้จัดซื้อจัดจ้างอีกเท่าไร และที่จัดซื้อจัดจ้างแล้วทิ้งงานไปเท่าไร และกระบวนการเหล่านี้ เม็ดเงินเหล่านี้ได้มีการ โอนมายังหน่วยงานกลางหรือไม่ อย่างไร ท่านได้ติดตามไหมครับ สิ่งเหล่านี้ที่พวกผม ในฐานะที่เป็ นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ก็เป็ นห่วงก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ใช้งบประมาณมาก ที่จริงกระบวนการการใช้งบประมาณมันไม่ได้มาเริ่มต้นการใช้ งบประมาณในสมัยรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์นี้ เริ่มต้นกระบวนการการทํางบประมาณ มีการทํางบประมาณ มีการผูกพันกับงบประมาณในการดําเนินการก็มากมาย แต่ในที่สุด มันก็มาเกิดขึ้นว่ารัฐบาลนี้ใช้งบประมาณไปแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มากมาย แต่สิ่งที่สําคัญที่เราเวลาไปตรวจตามกันจริง ๆ แล้วมันจะมีปัญหาตรงที่ว่า เงินส่วนหนึ่งนั้นไปโป่งอยู่ที่ในส่วนของบุคลากร อย่างนี้จริงหรือไม่ อย่างไร ผมเรียนถาม ทางฝ่ายสํานักงบประมาณไว้ว่าส่วนหนึ่งงบประมาณที่มากไปไปอยู่ที่บุคลากรที่ไปใช้ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ อย่างไร
สิ่งที่สําคัญที่ผมอยากจะฝากไปทางสํานักงบประมาณอีกประเด็นหนึ่งก็คือ เรื่องการเยียวยาที่ดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งตํารวจ ทั้งทหาร ทั้งพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ บางครั้งคนที่ได้รับผลกระทบที่สําคัญมาก ที่สุดก็คือคนที่อยู่เบื้องหลังก็หมายถึงครอบครัว ผมเรียนท่านอย่างนี้ว่าในกรณีของตํารวจ ทหารซึ่งสมัยก่อนผู้บัญชาการสํานักงานตํารวจแห่งชาติได้เคยให้สัญญาว่า ถ้าในกรณีที่ บุคคลได้รับผลกระทบจนว่าพ่อหรือแม่ถูกฆ่าตายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในกรณี ความไม่สงบจะให้การดูแล ถ้าเป็นตํารวจก็จะกลับมาบรรจุให้เป็นตํารวจ ให้ลูกมาเรียน จบปริญญาตรีแล้วกลับมาเป็นตํารวจ ในที่สุดคนเหล่านี้อีกมากมายครับท่านประธาน ยังไม่ได้รับการบรรจุ ทีนี้ที่ผมอยากจะฝากไปในประเด็นที่ลูกของกํานัน ผู้ใหญ่บ้านที่ได้รับ ผลกระทบจากสิ่งเหล่านี้ในจังหวัดชายแดนก็ไม่ได้รับการดูแลจากรัฐบาล ถามว่า สิ่งเหล่านี้สํานักงบประมาณได้จัดสรรงบประมาณไปดูแลคนเหล่านี้หรือไม่ คนที่ได้เคยให้ ความช่วยเหลือหน่วยงานราชการที่ได้รับผลกระทบจนพ่อหรือแม่ถูกยิงเสียชีวิตในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านได้จัดสรรงบประมาณเหล่านี้ไปดูแลเขาหรือไม่ อย่างไร ซึ่งเท่าที่ผมดูกลุ่มของกํานันผู้ใหญ่บ้าน ลูกหลานเขาราชการไม่ได้ดูแลทั้ง ๆ ที่เขา ช่วยเหลือราชการมาตลอด ที่สําคัญต่อไปก็คือในกรณีการศึกษา กรณีการศึกษาในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการย้ายครูจากจังหวัดชายแดนภาคใต้สืบเนื่องจากสถานการณ์ ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ย้ายออกจากพื้นที่ไปอยู่ในจังหวัดอื่นที่สําคัญที่สุด ท่านประธานครับน่าสงสารคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตัวย้ายไปตําแหน่งยังอยู่ที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ นั่นหมายถึงว่าในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีบุคลากรด้านครูอยู่แต่ว่า ตัวผู้สอนจริง ๆ ไปอยู่ในจังหวัดอื่น ในที่สุดจังหวัดชายแดนภาคใต้ในสภาพข้อเท็จจริง ก็คือขาดบุคลากร ผมเรียนถามทางสํานักงบประมาณว่าเรื่องเหล่านี้ท่านได้คิดไหม ผมคิดนะครับท่านประธานจะต้องเอาคนที่ย้ายออกจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นครูที่ย้ายหรือราชการที่ย้ายออกจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องย้าย เมื่อย้ายออก จากจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องย้ายทั้งตําแหน่งและอัตราเงินเดือนไปไว้ที่อื่นและในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เปิดตําแหน่งใหม่ งบประมาณเหล่านี้ท่านได้จัดสรรไหม ท่านได้ คิดไหมในกรอบในการแก้ไขปัญหาที่มีความละเอียดอ่อนอย่างนี้ และในกรณีกํานัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมขออนุญาตลงลึกตรงประเด็นตรงนี้ เพราะว่าในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นงบประมาณที่ขาดการดูแลและเพื่อให้ งบประมาณมีประสิทธิภาพ จําเป็นที่ผมจะต้องพูดลงลึกลงไปนิดหนึ่งว่าท่านจะต้องให้ ความดูแลแล้วก็จัดสรรงบประมาณให้เพียงพอ งบไหนที่ลงไปแล้วดูแล้วไร้ประสิทธิภาพ ท่านได้เคยตรวจสอบไหมครับว่างบประมาณที่ท่านให้ไปในแต่ละปี ๆ มีงบประมาณ ในช่วงไหนได้มีการประเมินหรือไม่ว่าไม่มีประสิทธิภาพ หน่วยงานไหนบ้าง ผมยกตัวอย่างในกรณีซีซีทีวี (CCTV) ในกรณีซีซีทีวีเงิน ๙๖๙ ล้านบาทที่สํานักงาน ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้มีการประมูล แล้วในที่สุดก็ไม่มีการติดตั้งในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ก็มีปัญหาระหว่างบริษัทกับสํานักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย อย่างกรณีอย่างนี้ ท่านได้ติดตามไหม งบประมาณที่เหลือท่านได้ติดตามไหมว่างบส่วนนี้ไปอยู่ตรงไหน เพราะเงิน ๙๖๙ ล้านบาท ๑๔๕ ล้านบาทได้เบิกล่วงหน้าไปแล้ว และทิ้งงานไป มีคดี ฟ้ องร้องระหว่างกระทรวงมหาดไทยกับผู้ประมูลงาน ผมถามว่า ณ วันนี้เท่าที่ผมทราบก็มี การประมูลขึ้นมาอีกครับ ประมูลขึ้นมาด้วยใช้หลักการเอ็มโอยู (MOU) ข้อตกลงเดิม ระเบียบข้อบังคับเดิมแล้วก็ใช้อีออคชันในที่สุดก็มาลงที่วิธีพิเศษ อย่างนี้ท่านได้ติดตาม ไหมครับ และในกรณีจังหวัดชายแดนภาคใต้ในกรณีในการดูแลงบประมาณทั้งหมดผมว่า ต้องไปดู ผมอยากจะฝากทางสํานักงบประมาณช่วยไปดูในกรณีวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง ด้วยวิธีพิเศษ ท่านจะต้องไปดูแลในกรณีของภาคใต้ให้มากที่สุด ที่สําคัญที่สุด แต่ท่าน ไม่มีอํานาจที่จะมาตรวจสอบแต่ว่าท่านต้องถามข้อมูลด้วยครับว่า ณ วันนี้ในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้คนที่ไปประมูลงาน คนที่ไปทํางานเป็นคนในพื้นที่หรือนอกพื้นที่ อันนี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งอยากจะฝากทางสํานักงบประมาณจะได้รับรู้ไว้ สิ่งที่สําคัญเหมือนกับ ท่านสมาชิกหลายท่านที่ได้พูดถึงก็คือในกรณีการจัดสัมมนา ท่านได้เคยติดตามไหมครับ งบสัมมนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สัมมนาไม่ขัดข้องหรอกครับ ไปเถอะครับแต่ว่าต้อง ไม่มากจนเกินไป ผมได้รับคําบอกเล่าจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จริง ๆ ครับว่า ณ วันนี้เขาไม่ต้องทํามาหากินอะไรเลย ถ้าไม่ไปสัมมนาก็กลัวว่าตัวเอง จะถูกข้อครหาว่าไม่ให้ความร่วมมือกับทางราชการก็อยู่ไม่ได้ เวลาไปสัมมนาและตัวเอง ก็ทิ้งงานทิ้งการไป แล้วการครองชีพของตัวเองรัฐก็ไม่ได้ไปดูแล กลับมาอยู่หนึ่ง หรือสองสามวันต้องไปอีกครับท่านประธาน มันแปลกจริง ๆ งบสัมมนาในจังหวัดชายแดน ภาคใต้และเยอะมาก ๆ ถามว่าท่านได้ติดตามเรื่องสัมมนาและการประเมินผลเรื่องเงิน สัมมนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ อย่างไร และปีนี้ได้มีการตั้งข้อสังเกตในการตั้ง งบประมาณการสัมมนาไหม ที่จริงกระบวนการถ้าผมอยู่ในกรรมาธิการงบประมาณ ผมจะให้อย่างนี้ครับว่าในการจัดสัมมนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เวลางบประมาณไป สัมมนาขอให้สัมมนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเอาเจ้าหน้าที่จากกรุงเทพฯ หรือผู้รู้ นักวิชาการทางกรุงเทพฯ ลงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้วก็ไปจัดสัมมนา ในโรงแรมหรือสถานที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เหตุผลเพราะอะไรครับ เพราะต้องการ เอาเงินเหล่านี้ซึ่งธุรกิจด้านโรงแรมได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์และสถานการณ์ ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ จนธุรกิจของคนเหล่านี้ โรงแรมหรือสถานที่สําคัญ ๆ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจการท่องเที่ยวเกือบล่มสลาย เวลาไปจัดสัมมนาในพื้นที่เงิน เหล่านี้จะเป็นกระแสหมุนเวียนเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับธุรกิจในพื้นที่สิ่งเหล่านี้ท่านได้ติดตาม ไหมครับว่างบประมาณเหล่านี้การไปใช้ในพื้นที่กับนอกพื้นที่อันไหนดีกว่ากัน เพื่อสร้าง กระแสเลือด สร้างกระแสในเชิงธุรกิจให้กับในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่สิ่งที่สําคัญ ครับท่านประธาน คนที่เป็นกลไกของรัฐเท่าที่ผมฟังมาไม่กล้าไปในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เลยต้องเอาประชาชนมาทางกรุงเทพฯ ไปภาคเหนือ ไปภาคอีสาน สิ่งเหล่านี้ผมอยากจะ ฝากท่านประธานไปถึงผู้ที่มาทําหน้าที่ชี้แจงว่าช่วยดูสิ่งที่ผมฝากเป็นข้อสังเกตให้ทางท่าน ได้กรุณาได้ดูแลและสิ่งที่สําคัญผมอยากจะฝากว่าต้องไปประเมินผลประสิทธิภาพและ การทํางานให้มีผล อย่าให้เกิดข้อครหาอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้พยายามพูดถึงว่ามีการโกง ที่จริงมันโกงมาก่อนหน้านี้แต่ลักษณะอย่างนี้ทําอย่างไร ถ้าจะมีเงินเล็ดลอดออกไป ข้างนอกพยายามให้เล็กลงให้น้อยลงทําอย่างไร แต่อย่างน้อยที่สุดสิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือ ณ วันนี้เงินรัฐบาลมุ่งหมายไปเพื่อต้องการพัฒนาประเทศ ในการพัฒนาพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในการอาชีพก็ดี อะไรก็ดี รัฐบาลเขาพยายามทําดู แต่ว่าทําอย่างไรที่ท่านซึ่งท่านต้องดูแลงบประมาณแผ่นดิน จะต้องอย่าให้มีการคอร์รัปชัน (Corruption) แต่สิ่งที่สําคัญต้องระมัดระวัง ฝากท่าน อีกประเด็นหนึ่งคือต้องระมัดระวังอย่าให้มีการคอร์รัปชันในเชิงนโยบายด้วยครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปจะเชิญคุณดุสิต เขมะศักดิ์ชัย เชิญครับ
กระผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่เคารพ ประเด็นที่ท่านได้กรุณาสอบถามกระผมรวบรวมดูจาก ๑๑ ท่าน ก็มีประเด็นหลายประเด็นที่เป็ นเรื่องข้อแนะนํา มีหลายประเด็นที่เป็ นเรื่องฝาก มีหลายประเด็นที่เป็นความเห็น มีหลายประเด็นที่เป็นข้อสังเกตบนข้อสังเกตอีก แล้วมี หลายประเด็นที่ท่านประสงค์ที่จะได้รับคําชี้แจงเพิ่มเติม กระผมจะขออนุญาต ท่านประธานตอบสั้น ๆ ในเรื่องที่ท่านต้องการข้อมูลนะครับ สําหรับเรื่องที่อยากจะ กระผมอาจจะขออนุญาตไล่จากข้างหลังไปเพราะว่าใกล้ที่สุดนะครับ
ในเรื่องที่ท่านได้กรุณาถามเรื่องซีซีทีวี กระผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ได้มีการยกเลิกสัญญาตามที่ท่านได้สอบถามไว้แล้วก็ทําสัญญาใหม่ ส่วนเงินที่จ่าย ล่วงหน้าไปแล้ว ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ทางกรมต้องไปดําเนินการตามกฎหมาย ส่วนเรื่องที่จะ ดําเนินการต่อไปก็ต้องดําเนินการตามที่ประกวดราคาได้ใหม่
สําหรับเรื่องเงินเดือน ที่ท่านเรียนถามมาในภาคใต้เวลาย้ายคนไปแล้ว เงินย้ายออกหรือเปล่า อันนี้เงินเดือนจะตามตัวคนครับ ย้ายไปอยู่ที่ไหนเงินจะตามไปด้วย เพราะฉะนั้นก็จะมีคนย้ายมาแทนสําหรับอัตราที่อยู่ในภาคใต้ ส่วนเรื่องการอบรม สัมมนา ต่าง ๆ ในภาคใต้ เรื่องการอบรม สัมมนา เดี๋ยวกระผมจะกราบเรียนในภาพรวมเพราะว่า มีหลายท่านให้ความสนใจค่อนข้างมาก
สําหรับเรื่องของท่านกรรมาธิการที่ถามในเรื่องการใช้เงินทดรองราชการ กระผมขออนุญาตกราบเรียนว่า การใช้เงินทดรองราชการเป็ นไปตามระเบียบ กระทรวงการคลัง โดยส่วนราชการมีสิทธิที่จะเบิกไปล่วงหน้า คือหมายความว่าระเบียบ เงินทดรองราชการถูกตราขึ้นเพื่อช่วยแก้ปัญหาในเรื่องภัยธรรมชาติ ภัยพิบัติต่าง ๆ ให้เป็นไปได้โดยเร็ว คือหมายความว่าไม่ต้องเสนอเรื่องขึ้นมาที่สํานักงบประมาณหรือว่า ส่วนกลาง แต่ว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมีอํานาจที่จะประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ แล้วก็ สามารถใช้เงินจ่ายไปก่อนเป็นเงินทดรองราชการได้ ผมเข้าใจว่าจังหวัดจะได้ประมาณ ๕๐ ล้านบาทในจังหวัด ซึ่งกรณีที่ท่านได้กรุณายกตัวอย่างที่จังหวัดสุรินทร์ กระผม เข้าใจว่าจะได้ดําเนินการไปแล้วก็มาขอเบิกงบประมาณชดเชยในภายหลังซึ่งเรื่องนี้ก็เป็น เรื่องที่กระผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าเป็นเรื่องที่น่าที่จะมี การเข้าไปดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด แต่ผมกราบเรียนว่าข้อสังเกตที่ท่านกล่าวมานี่นะครับ กระผมจะได้รวบรวมแล้วก็เสนอไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะต้องมีความระมัดระวัง ในเรื่องนี้
ประเด็นในเรื่องของชลประทาน ในเรื่องแหล่งนํ้า ซึ่งมีท่านกล่าวถึง ประมาณสองสามท่าน กระผมขอกราบเรียนว่า ในปีงบประมาณ ๒๕๕๓ ด้วยข้อจํากัด ของเรื่องงบประมาณทําให้งบประมาณในงบลงทุนทั้งภาพรวมเหลือประมาณ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ กรมชลประทานก็ได้รับผลกระทบจากภาพรวมงบประมาณด้วยเช่นกัน ผมเข้าใจว่าในเอสพี ๒ ทางชลประทานหรือว่าเรื่องนํ้าจะได้รับงบประมาณในระหว่าง ปี ๒๕๕๓ ถึงปี ๒๕๕๕ ในเงินกู้ไทยเข้มแข็งประมาณ ๔๗,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งกระผม คิดว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้น่าจะแก้ไขปัญหาในส่วนที่ท่านฝากไว้ได้ตามสมควร
ประเด็นในเรื่องการผันนํ้าจากแม่นํ้าโขง กระผมขอกราบเรียนว่า เรื่องนี้ ก็อยู่ในระหว่างการศึกษาแล้วก็ได้ตั้งงบประมาณผูกพันไว้ของปี ๒๕๕๒ ถึงปี ๒๕๕๕ เป็นเงินประมาณ ๑๙๐ ล้านบาท แล้วอยู่ในระหว่างการศึกษา ซึ่งกระผมคิดว่าแนวทาง ก็คงเป็นแนวทางที่ท่านกรรมาธิการได้รับทราบแล้ว โดยยังมีระยะที่ ๑ ระยะที่ ๒ ด้วยนะครับ
ข้อสอบถามของท่านในเรื่องส่วนราชการรายงานผลการดําเนินการตาม ข้อสังเกตมาว่าวิธีการเป็นอย่างไร แล้วก็ส่งมาหมดหรือไม่อะไร กระผมขอกราบเรียน อย่างนี้เป็นประเด็นไปเลยแล้วกันนะครับว่า กระบวนการที่คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้ สํานักงบประมาณรวบรวมรายงานผลการดําเนินงานตามข้อสังเกตนี่นะครับ จะให้ปลัดกระทรวงคือ สํานักงานปลัดกระทรวงรวมรายงานผลการดําเนินงานตาม ข้อสังเกตของอนุกรรมการส่งมาที่สํานักงบประมาณ แล้วสํานักงบประมาณก็จะรวบรวม นํามารายงานที่ท่านได้นําเรียนท่านประธานและท่านกรรมาธิการในวันนี้ เพราะฉะนั้นใน แต่ละข้ออาจจะไม่ใช่ทุกส่วนราชการรายงานโดยทางสํานักงานปลัดกระทรวงที่เป็นหน่วย กลางของกระทรวงจะเป็นผู้ประสานงานแล้วก็รวบรวมนําส่งสํานักงบประมาณ และสํานัก งบประมาณจะรวบรวมนําเสนอคณะรัฐมนตรี แล้วก็คณะรัฐมนตรีจะส่งมาที่ท่าน อันนี้ เป็นขั้นตอนการดําเนินงานนะครับ เพราะฉะนั้นบางข้อท่านเห็นได้ว่าตอบมาไม่ครบ ทุกกรม หรือตอบมาไม่ครบทุกกระทรวงแต่ละกระทรวงก็จะดูประเด็น ประเด็น ในความหมายที่ว่าไม่ครบก็คือแต่ละกระทรวงก็จะดูประเด็นว่าเกี่ยวข้องกับท่านมากน้อย แค่ไหน แล้วก็ตอบมาตามนั้นนะครับ ก็จะมีอย่างที่ท่านถามก็คือสําหรับรัฐสภาก็ไม่ได้ส่ง คําตอบไปที่เรา ผมเข้าใจว่าจะอยู่ในระหว่างการดําเนินการอย่างที่ท่านประธานได้กรุณา เรียนแล้ว ก็มีความก้าวหน้าในการดําเนินงานแต่ว่าไม่ได้แจ้งไปที่เรา เราก็เลยไม่ได้ รายงานท่านมานะครับ แต่ทีนี้ในส่วนของข้อแนะนําของท่านในเรื่องการประชุมของ คณะกรรมาธิการนี้ กระผมคิดว่าข้อเสนอของท่านเป็นข้อเสนอที่ดีแต่กระผมอาจจะไม่อยู่ ในฐานะที่จะบอกว่าส่วนไหนดีหรือส่วนไหนไม่ดี เพราะว่าทางคณะกรรมาธิการจะเป็นคน องค์ประชุมจะเป็นคนตัดสินว่าลําดับจะเป็นอย่างไร หรือว่าจะกําหนดกันอย่างไรไม่ให้ เสียเวลา จะมีอนุกรรมาธิการมากน้อยแค่ไหน ซึ่งผมคิดว่าพัฒนาการในช่วงกระผมอยู่ใน ห้องประชุมคณะกรรมาธิการนับสิบปี กระผมคิดว่าดีขึ้นกว่าแต่เดิม แล้วก็มีความละเอียด รอบคอบสมบูรณ์ ทําให้เกิดประโยชน์ รวมทั้งข้อสังเกตที่ตั้งก็เป็นประโยชน์มากนะครับ ส่วนเรื่องส่วนราชการซื้อของแพงกว่าเอกชนจะทําอย่างไร กระผมคิดว่ากระบวนการจัดซื้อ จัดจ้างทั้งหมดจะเป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุ แล้วก็มีขั้นตอนการทําตามกฎหมาย ก็เป็นเรื่องที่ส่วนราชการจะต้องช่วยกันดูแลครับผม
ขอให้ท่านดุสิตได้อภิปรายตอบให้จบก่อนนะครับ
ในเรื่องที่ท่านฝากเรื่องถนนไร้ฝุ่น กระผมขอกราบเรียนว่า ในงบ โครงการไทยเข้มแข็งนี้ก็มีอยู่ประมาณ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท สําหรับเรื่องที่ท่านฝากเรื่อง กรมทางหลวงชนบท กระผมคิดว่าตาม พ.ร.บ. โครงสร้ำงของส่วนราชการ พ.ร.บ. กระทรวง ทบวง กรม ก็ยังคงดํารงให้เป็นกรมอยู่ต่อไปนะครับ มีประเด็นสําคัญ ที่กระผมกราบเรียนท่านที่ถามหลายท่านนะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่กระผมค่อนข้างดีใจ เพราะว่าหลังจากที่คณะอนุกรรมาธิการอบรม สัมมนาต่าง ๆ เสนอความเห็นมา ๒ ปี เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ปรับค่าใช้จ่ายตามข้อสังเกตของ คณะอนุกรรมาธิการโดยทางกระทรวงการคลังเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีนะครับ กระผม จะขอนําเรียนท่านสั้น ๆ ท่านอาจจะสบายใจขึ้นในแง่ของการบริหารงบประมาณ แล้วก็ การใช้จ่ายงบประมาณในลําดับต่อไปครับ อย่างเช่นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยเครื่องบิน ทางกระทรวงการคลังก็ขอความร่วมมือให้ออกระเบียบให้ผู้ดํารงตําแหน่ง ตั้งแต่ระดับ ๙ หรือเทียบเท่าลงมาเบิกค่าใช้จ่ายค่าโดยสารเครื่องบินในอัตราชั้นประหยัด เว้นแต่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านประธานศาลฎีกา ท่านประธาน รัฐสภา ท่านรองประธานรัฐสภา ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ขอความร่วมมือให้เบิก ในอัตรา ๒๕ บาทต่อมื้อต่อคน ค่าอาหารในการฝึ กอบรมในสถานที่ราชการ ขอความร่วมมือให้เบิกจ่ายคนละไม่เกิน ๑๕๐ บาทต่อมื้อ กรณีการจัดฝึกอบรมในสถานที่ เอกชน ถ้าจัดเลี้ยงมื้อเดียวนะครับ มื้อกลางวันก็ขอให้เบิกไม่เกิน ๔๐๐ บาท ส่วนค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มในการประชุมขอให้เบิก ๒๕ บาทต่อมื้อต่อคน ค่าอาหาร ในการประชุมเบิกไม่เกิน ๘๐ บาทต่อมื้อต่อคน นี่เป็นตัวอย่างที่กระผมขอกราบเรียน ท่านว่าข้อห่วงใยแล้วก็ข้อสังเกตที่ท่านคณะอนุกรรมาธิการอบรม สัมมนาฝากไปนี้ มีผลในทางปฏิบัตินะครับ
ส่วนเรื่องกระเป๋ำ กระผมขอกราบเรียนว่าในรอบหลัง ๆ สํานักงบประมาณ ก็ปรับลดหมด เวลาที่ตั้งงบประมาณ แต่ในชั้นบริหารงบประมาณก็จะต้องไปไล่ดูอีกทีว่าจะมีใคร ปรับเปลี่ยนไปซื้อกระเป๋ำหรือไม่ แต่ในชั้นตั้งงบประมาณนี่กระผมคิดว่า และช่วงนี้ เป็นโอกาสที่ดีเพราะว่าจะทํางบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ก็คงรับความเห็นของท่านที่นําเสนอ ไปหลายเรื่องไปประกอบการพิจารณาด้วย กราบขอบพระคุณท่านประธาน และท่านสมาชิกครับ
คุณเจริญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ที่ผมอภิปรายไปนี่ แล้วก็ท่านผู้ชี้แจงได้ตอบกลับมาว่าจะเอาเรื่องที่เกิดขึ้นไปแจ้งให้กับส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้อง ผมฟังดูเหมือนกับท่านจะแจ้งกลับไปคืนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ท่านอย่าไป ทํานะครับ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเขาทุจริตอยู่แล้ว ปัญหาทั้งหมดมันไม่ได้เกิดขึ้นอยู่ที่ ปลายทาง มันอยู่ที่ระเบียบของกระทรวงการคลัง ท่านจดไว้เลยนะครับ ระเบียบ กระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน ท่านไป อ่านทั้งหมดอันนี้แหละมันนําไปสู่ช่องว่างในการนําเสนอภัยอย่างไรท่าน นี่ต้นเหตุของการ ทุจริตคือระเบียบตัวนี้ ผมจึงถามกระทรวงการคลังท่านตอบในฐานะกระทรวงการคลัง ท่านดูบ้างหรือเปล่า ถ้าท่านอยากจะรู้รายละเอียดให้มาถามจะแนะนําให้ แต่อันนี้ ผมไม่อยากใช้เวลาของสภา
อันที่ ๒ แทนที่ท่านจะเอาข้อแนะนําที่ผมได้พูดไป ก็คือในเรื่องรายงาน ข้อสังเกตของสํานักงบประมาณ สํานักงบประมาณไม่เคยไปติดตามการใช้จ่าย สํานักงบประมาณมันจึงเกิดเหตุการณ์ขึ้น ท่านกําลังจะตอบในสภา ผมยิ่งตกใจเลย บอกว่าจะเอาเหตุการณ์นี้ไปแจ้งให้พื้นที่ ก็เขาทุจริตอยู่แล้วท่านแจ้งจะไปแก้ไขอะไรได้ ผมจึงสงสัยว่า เอ๊ะ ท่านตอบในฐานะผู้แทนกระทรวงการคลัง ท่านต้องไปดูระเบียบตัวนี้ มันเป็ นช่องว่าง อันที่ ๒ ผมจึงถามท่านประธานตั้งแต่ต้นว่าทําไมผู้อํานวยการ สํานักงบประมาณไม่มานั่งฟังด้วย ก็เพราะท่านไม่เคยไปติดตามการใช้จ่าย สํานักงบประมาณ ท่านจะไปอ้างว่าเป็นเรื่องของใช้กรณีฉุกเฉิน มันใช่แต่มันมีระเบียบ แล้วผู้อํานวยการสํานักงบประมาณต้องตาม แล้วคราวนี้มันไม่ใช่เกิดที่จังหวัดเดียว มันเกิด ๗๑ จังหวัดทั่วประเทศ อะไรมันเกิดขึ้น แสดงว่าสํานักงบประมาณนี่หย่อนยาน ในการติดตามใช่ไหม กระทรวงการคลังนี่ไม่เคยไปดูระเบียบของกระทรวงการคลังว่าด้วย เงินทดรองจ่ายใช่ไหมมันจึงเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ จึงให้สภาผู้แทนราษฎรอย่างที่ ท่านประธานพูดผมขอบคุณมากเลย ต่อไปสภาต้องมีหน่วยงานซึ่งอย่างที่ท่านประธาน พูดถูกเลยครับ งบประมาณเข้าสู่สภานี่เลิกเสียทีเถอะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ฝ่ายบริหารไม่ต้องมานั่ง ให้ฝ่ายนิติบัญญัติเขาได้ติดตามได้ตรวจสอบได้พิจารณาของเขา เห็นไหมครับนี่เป็นบ่อเกิดอะไร นี่คือผลพวงจากการใช้เงินไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มี การติดตาม มันจึงไม่สัมฤทธิผล เลิกเสียทีเถอะ ท่านกลับไปบอกท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง
ต้องขอรวบรัดสักนิดนะครับ
งบประมาณเอาอย่างที่ท่านประธาน พูดนี่ ในงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ขอได้ไหมว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ฝ่ายบริหารนี่เลิกเสียทีเถอะท่านอยู่อีกฝ่ายหนึ่ง ให้ฝ่ำยสภาเขาตรวจสอบให้เขาติดตามอย่างท่านประธานพูดถูก อย่างนั้นมันไม่มี ความเป็นอิสระในการพิจารณามันก็มีการลอบบี้ (Lobby) กันอยู่อย่างนี้ ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน
ผมขอต่อเนื่องตรงนี้นิดหนึ่งจากผลการศึกษามีนักวิชาการบางท่านไม่เห็นด้วยก็เพราะว่า ๑. คือบอกว่าบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราเอง บุคลากรของเรายังไม่มีความรู้ ความสามารถในเรื่องแอคเคาน์ติ้ง (Accounting) ในเรื่องการบัญชี การเงิน การบริหาร งบประมาณ เพราะฉะนั้นในอนาคตเราสามารถปรับปรุงตัวเราเองได้ แต่เรื่องสําคัญ อันหนึ่งที่เขาวิจารณ์ก็คือว่าคณะกรรมาธิการของเราบางท่านยังขาดธรรมาภิบาล เหมือนกับเจตนาเอางบประมาณเข้าพื้นที่ของตัวเองหรือพรรคพวก เรื่องนี้ก็ต้องขอ ความร่วมมือสมาชิกทุกท่าน เราอาจจะต้องวางกรอบให้ดีแล้วก็จะต้องเริ่มสักสมัยหนึ่ง เมื่อไรที่เราพร้อมนะครับ คุณบุญยอด สุขถิ่นไทย ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร จากคําตอบที่ สํานักงบประมาณให้มานะครับ ผมขออนุญาตฝากสุดท้ายนิดเดียวสั้น ๆ ว่า ผมคิดว่า ท่านคงจะต้องทําตัวชี้วัดให้ชัดเจนเป็ นสถิติที่ชัดเจนว่า เมื่อมีรายงานข้อสังเกต และข้อปฏิบัติใหม่ ๆ ไปให้กับหน่วยงานต่าง ๆ แล้วเขาทํามาอย่างไรบ้าง เขาแก้ไข ปรับปรุงประสิทธิภาพของการใช้งบประมาณ หรือว่าการทําตามข้อสังเกตต่าง ๆ ที่ว่านั้นในการจัดสรรงบประมาณอย่างไร ท่านคง จะต้องให้คะแนนหรือว่าให้มีสถิติที่มาจับให้ชัดก่อนที่จะมีการเข้าสู่การประชุมในรอบปี ถัดไปนะครับ
เรื่องที่ ๒ ผมขออนุญาตฝากท่านว่าอย่างเช่นการใช้งบประมาณไม่หมด ที่ผ่านมาเราก็จะบอกกันใช่ไหมครับว่าใช้ไม่หมดแสดงว่าประสิทธิภาพไม่ดี ปีหน้าก็ต้องใช้ น้อยลง หน่วยงานทุกหน่วยงานจึงพยายามเทงบประมาณให้หมดอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ในตอนท้าย หรือเร่งซื้อของ หรือเร่งจัดการอะไรต่าง ๆ หรือเอาไปแปรให้มันเป็ น งบประมาณให้ได้แล้วก็ใช้มันไปโดยไม่มีประสิทธิภาพ ถ้าหน่วยงานไหนเขาประหยัด ซื้อของได้ดีตามประสิทธิภาพนั้นแต่เขาใช้เงินน้อยลงท่านน่าจะให้แต้มบวกเขาไม่ใช่หรือ อย่างนี้นะครับ วิธีคิดต่าง ๆ ผมคิดว่าท่านก็คงเข้าใจ ทําให้มันมีผล มีประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วจับต้อง วัดได้ แล้วก็มาเปิดเผยต่อสาธารณะว่าสิ่งที่ผ่านมาปีที่แล้วทํากันอย่างไร ปีนี้ทํากันอย่างไร ผลงานต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร เราจึงจะได้ใช้งบประมาณ แล้วก็ การพิจารณานั้นก็จะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ขอฝากเพียงเท่านี้ ขอบพระคุณครับ
คุณวัชระ เพชรทอง แล้วต่อไปอาจารย์รัชฎาภรณ์ ขอแต่ละท่านรวบรัดด้วยนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตสั้น ๆ นิดเดียวครับ เนื่องจากว่าผู้แทนของสํานักงบประมาณนั้นไม่ได้พูดถึง เรื่องสเปกสิ่งพิมพ์แต่ประการใดแม้แต่นิดเดียว เป็นเรื่องน่าเป็นห่วงครับท่านประธาน อย่างที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้แทนสํานักงบประมาณแล้วว่า แม้กระทั่ง พิมพ์ใบโฆษณาประชาสัมพันธ์ขนาด เอ ๔ ใบละถึง ๑๐ บาท บางหน่วยตั้ง ๕ บาท ๖ บาท ๗ บาท ๘ บาทแล้วไม่มีการควบคุม รวมทั้งการกําหนดสเปกสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ไม่ว่า จะเป็นหนังสือ จุลสาร หรือทุกอย่างที่เกี่ยวกับการพิมพ์ รวมทั้งการโฆษณาประชาสัมพันธ์ อยากให้สํานักงบประมาณได้เคร่งครัดและดูแลให้ปรากฏเป็นจริง อย่าให้มีการทุจริต คอร์รัปชันในประเด็นนี้ได้อีกโดยเด็ดขาด
และอีกนิดเดียวครับท่านประธานในเรื่องของกรุงเทพมหานครนั้น เนื่องจากว่าท่านอาจารย์หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัฒน์ ซึ่งท่านเป็นผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ท่านมีนโยบายที่จะปรับปรุงสนามหลวง และขอให้มั่นใจว่า กรุงเทพมหานครนั้นจะปรับปรุงด้วยความโปร่งใส สุจริต และถ้ามีการคอร์รัปชันใด ๆ ผมในฐานะซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็จะตรวจสอบอย่างเข้มงวดด้วยตนเอง ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ขอกราบขอบพระคุณครับ
อาจารย์รัชฎาภรณ์ครับ
ขอบคุณค่ะท่านประธาน ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ก็ขอบพระคุณที่ท่านตัวแทนกระทรวงการคลังได้ชี้แจงเรื่องระเบียบ เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ซึ่งก็คิดว่าเราก็คงสบายใจ แล้วเราก็จะดูว่างบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ที่เข้ามาจะทําตามนี้ไหม แล้วก็อยากจะฝากท่านดูเรื่องการจ้างที่ปรึกษาด้วย เรากังวลเรื่องการจ้างที่ปรึกษามากเลยว่าจะต้องจ้างให้เหมาะสม คําว่า ที่ปรึกษา ต้องจ้างในสิ่งที่หน่วยงานนั้นทําไม่ได้ แล้วก็อยากจะกําชับเรียนท่านว่าดูเรื่องการโอน เปลี่ยนแปลงงบประมาณด้วย เพราะว่าถือว่าเป็นเรื่องสําคัญมากเลย แล้วยิ่งถ้าบอกว่า ที่รีบโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณตั้งแต่ต้นปีเป็นเพราะว่ากรรมาธิการงบประมาณไม่ให้ คือถูกตัดแล้วก็เลยต้องมาเปลี่ยนแปลงงบประมาณซื้อในสิ่งที่กรรมาธิการตัด ไม่ทราบว่า มันจะผิดตรงไหนหรือเปล่า
สุดท้ายสั้น ๆ อยากจะพูดถึงระเบียบเงินทดรองนิดหนึ่ง เพราะว่าดิฉัน อยู่ในคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณชุดเดียวกับท่านเจริญ ในที่ประชุม เราก็พยายามตอนนั้นเชิญกรมบัญชีกลาง เชิญกระทรวงการคลัง แต่ว่าคนที่มาเป็น ตัวแทนคือกรมบัญชีกลาง ที่ประชุม ส.ส. แต่ละคนมีประสบการณ์แล้วก็เล่าประสบการณ์ ในพื้นที่ให้ฟัง รวมทั้งเรื่องของการประกาศเป็นเขตประสบภัย กรมบัญชีกลางไม่ยอมรับรู้ อะไรเลย บอกแต่ว่าเป็นไปตามระเบียบที่กําหนด ถ้าบอกว่ามีการกระทําอย่างนี้ ท่านก็บอกเป็นไปตามระเบียบที่กําหนด ดิฉันถึงได้บอกว่าดิฉันไม่สบายใจถ้าคนที่จะมี หน้าที่ดูแลเรื่องการเงินไม่ยอมรับรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นในพื้นที่ แล้วท่านก็บอกว่า ถ้าส่งเอกสารใบสําคัญรับเงินมาถูกต้องท่านก็ถือว่าถูกต้อง ถ้าอย่างนี้เราไม่เรียกว่า ติดตาม หรือไม่คิดว่าการใช้งบประมาณนั้นเป็นการใช้งบประมาณที่มีประสิทธิภาพ เราเคยเสนอแม้กระทั่งว่าอาจจะต้องแก้ระเบียบเสียใหม่แล้วก็มีการติดตาม ให้ดีกว่านี้ แล้วคนที่รับผิดชอบต้องไม่ใช่คิดว่าตัวเองมีหน้าที่ตรวจใบสําคัญอย่างเดียว แล้วก็ดูใบสําคัญอย่างเดียว ต้องดูเสียงนกเสียงกาที่อยู่รอบ ๆ ตัวด้วย ขอบพระคุณค่ะ
คุณรังสิมา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม คือดิฉันก็ไม่ติดใจแล้วนะคะเรื่องอาหารหรือว่าเรื่องกระเป๋ำ ท่านตอบแล้ว แต่ยังมี หลายเรื่องที่ท่านยังไม่ตอบ แต่ถ้าเกิดท่านยังไม่ตอบก็ไปเจอกันในคณะกรรมาธิการ ก็แล้วกันถ้าเกิดว่าขอไปแล้วท่านยังไม่ดําเนินการ ก็คอยฟังดิฉันเทศน์ทุกกระทรวงที่เข้ามา แล้วก็อีกประการหนึ่งเมื่อสักครู่ที่ท่านประธานบอกว่าเราทํางบเองไม่ได้ เพราะไม่มี ประสิทธิภาพ ไม่มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ไม่จริงค่ะ ถ้าจะทํามันต้องทําได้ แต่ว่าดิฉันก็ขอพูดหน่อยว่า ส.ส. บางคนของเรามันก็แย่จริง ๆ อย่างที่ท่านประธานว่า มาจัดงบประมาณก็เรียกเขามาทุบหัวอย่างนี้ สํานักงบประมาณด้วยนะคะ ฟังไว้ด้วย หัวหน้าส่วนราชการทุกส่วนเลยไม่ต้องไปกลัว นักการเมืองคนไหนเอางบประมาณ เข้าจังหวัดตัวเอง แล้วมาบีบคอพวกข้าราชการมาบอกรังสิมา ดิฉันจะจัดการเลย มันไม่ถูกนะคะ เพราะอย่างนั้นมันไม่ได้รับการพัฒนาหรอก เพราะทุกคนก็จ้อง แต่ฮุบงบเข้าจังหวัดตัวเอง งบเข้าจังหวัดตัวเอง ไม่ได้ทําให้กับประเทศชาติบ้านเมืองเลย มีการฮั้วกัน มีการตั้งโต๊ะขายงบ ซื้องบอะไรอย่างนี้ ดิฉันรับไม่ได้เลย ดิฉันจึงว่าดิฉัน แช่งใครนี่ ใครโกงก็รับไป ใครไม่โกงก็ไม่ต้องรับ บางคนก็มาต่อว่าดิฉัน คุณรังสิมา คุณไม่ได้ทํารับเหมาคุณมาแช่งคนอื่นเขาได้อย่างไร ดิฉันว่าคุณโกงหรือ ดิฉันไม่ได้ว่า คุณโกงนี่ คุณโกงใช่ไหม คุณถึงได้มาต่อว่าดิฉัน ดิฉันจะพูดอย่างนี้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นเราต้องปรับจิตสํานึกของคนที่มาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าให้คุณมี ความซื่อสัตย์ คือทําก็ทําให้ส่วนรวมจริง ๆ ไม่ใช่ทําให้เฉพาะพื้นที่ของตัวเอง ถ้าจะทําให้ พื้นที่ของตัวเอง คุณไปเป็นนายก อบจ. ไม่ต้องมาเป็น ส.ส.คุณจะได้พัฒนาเฉพาะ ในจังหวัดของคุณ เพราะฉะนั้นข้าราชการที่มาชี้แจงนะคะ อธิบดีก็มาร้องเรียน หลายท่านแล้ว เวลามางบประมาณท่านต้องเอาตํารวจมานั่งหน้าห้องงบประมาณด้วย ดิฉันเสนอประธานไว้ด้วยนะคะ ปี ต่อไปเอาตํารวจมานั่งแต่ละห้องเลยที่จัดสรร งบประมาณ มันขวักไขว่วุ่นวายไปหมด คือเขามาร้องเรียนดิฉัน ดิฉันก็จ้องแล้วนะ ปีนี้ ต้องเอาให้ได้ มันกลายเป็นที่ซื้อขายงบประมาณ มันกลายเป็นที่ทุบหัวข้าราชการ ข้าราชการเขาอึดอัดมากเลย มีคนมานั่งคอยดักอยู่หน้าประตู พอออกมาจากห้องปั๊บ อ้ายนี่ประกบเลย ประกบซ้ายประกบขวาไม่ได้กูไม่ยอม ขอโทษ กู ขอถอน คือไม่ได้ ก็ไม่ยอม ต้องให้ ถ้าไม่ให้จะตัดอะไรอย่างนี้ มันเล่นขู่กันอย่างนี้นี่ ดิฉันยังบอกข้าราชการ ไม่ต้องไปกลัว นักการเมืองที่มันแย่ ๆ มันก็มีค่ะ เพราะฉะนั้นต้องปรับคุณภาพ ของนักการเมือง แล้วก็ท่านที่ฟังวิทยุดิฉันทางบ้านนี่ถ้าเกิดนักการเมืองที่ขี้โกง ท่านอย่าพยายามเลือกเข้ามา ต้องเลือกนักการเมืองที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน บ้านเมือง จะได้พัฒนาสักทีหนึ่งนะคะ อันนี้ดิฉันก็ไม่ติดใจท่าน แต่ดิฉันติดใจสภาอีก ดิฉันอภิปราย เสร็จดิฉันก็ไปเจอข้าราชการ แต่ห้ามไปทําโทษเขานะคะท่านเลขาธิการ คือดิฉันฟังแล้ว ดิฉันก็ไม่สบายใจ พูดก็ยังพูดไม่หมด เมื่อสักครู่ท่านประธานเร่งดิฉันเวลามีน้อย เพราะว่า เงินโอทีจากได้ ๓,๐๐๐ บาท ก็ไปเหมาจ่ายเหลือ ๓๐๐ บาท ท่านประธานต้องดูสวัสดิการ ให้เจ้าหน้าที่ด้วยนะคะ อาหารการกินก็ต้องดูให้เขา เลิกมืดรถรับส่งเห็นบอกตอนนี้ ถ้าเลิก ๕ โมงกว่าจะกลับกว่าจะเก็บของกว่าจะอะไรมันก็มืด รถก็ไม่มีไปส่งเขา แล้วไป บางคนกว่าจะถึงบ้านก็ดึกดื่น แล้วเขาไปถูกข่มขืนขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ เพราะฉะนั้น สวัสดิการของเจ้าหน้าที่ท่านต้องดูแลเขาด้วย ไม่ใช่ตัดเขาหมดเลย แล้วบางคน เห็นบอกว่าบางที่เจ้าหน้าที่ที่ล่าง ๆ เล็ก ๆ ยิ่งไม่ได้ดิฉันก็ยิ่งไม่เห็นด้วยเลย อย่างท่าน เลขาธิการท่านไม่ควรเอาเพราะเยอะแล้ว ต้องให้น้อง ๆ เจ้าหน้าที่ทําความสะอาด หรือว่า รักษาความปลอดภัยอะไรพวกนี้น่าให้เขา เพราะฉะนั้นท่านต้องไปดูตรงนี้ด้วย ท่านช่วย ไปดูหน่อยนะคะท่านประธาน เดี๋ยวถ้าเกิดว่าเจ้าหน้าที่ที่ฟังดิฉันแล้วไม่ได้รับอะไร หลาย ๆ อย่าง ถ้าท่านกลัวเลขาธิการจะเล่นงาน หรือประธานจะเล่นงานนะ ท่านก็เขียน หนังสือมาไปหย่อนในตู้รหัส ๒๖๙ เดี๋ยวดิฉันไปเปิดเอง แล้วถ้าไม่ได้เรื่องอย่างไร เดี๋ยวงบประมาณปีหน้าดิฉันอภิปรายใหม่ค่ะ ขอบคุณค่ะ
ก็ขอบคุณในข้อแนะนําครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่คอยสอบถามถึงสวัสดิการและการให้บริการ แก่เจ้าหน้าที่ของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้เราได้มีการตกลงกับกระทรวงกลาโหม เพราะว่าในการซื้อที่ มันจะมีที่เหลืออยู่นิดหนึ่ง ก็ได้ตกลงกันแล้วครับ เพิ่งเซ็นเอ็มโอยูไปเมื่อกลางวัน ว่าเราจะ ได้ที่อีกประมาณ ๓ ไร่กว่า ๆ เพื่อสร้างเป็นที่พักอาศัยของข้าราชการชั้นผู้น้อยของ สภาผู้แทนราษฎร และเราก็จะมีที่ที่วัดแก้วฟ้ำอีก ซึ่งผมมองอย่างนี้ครับว่าในอนาคต มีคณะกรรมาธิการของกิจการสภาเสนอว่าน่าจะมีที่พักอาศัยของ ส.ส. เพราะฉะนั้น ที่พักอาศัยของ ส.ส. ผมคิดว่าเราน่าจะเสียสละไปอยู่ไกลหน่อย คือไปอยู่ที่วัดคูนายกิม ส่วนที่วัดแก้วฟ้ำซึ่งใกล้กับสภาผู้แทนราษฎรให้น้อง ๆ เขาพักอาศัยและเขาเดินมาทํางาน น่าจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ซึ่งอาจจะต้องหารือในอนาคตต่อไปนะครับ ขอเชิญท่านดุสิตตอบ ช่วงนี้ครับ
กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ คําถามพาร์ท (Part) หลัง ๆ นี้ คงเป็นเรื่องฝากนะครับ ซึ่งอย่างที่ปรึกษาหรือว่าเรื่องสเปกของกระดาษจัดพิมพ์ อะไรนี้ครับ ซึ่งจริง ๆ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่าสเปกเรื่องจัดพิมพ์อะไรนี้ เรายังไม่ได้มีไว้นะครับ เรื่องกระดาษ เอ ๔ ที่ท่านว่าแผ่นละ ๑๐ บาทอะไรนี่ครับ อันนี้ ก็รับที่จะไปดูนะครับ ส่วนที่ท่านกรรมาธิการได้เรียนเรื่องเงินทดรองราชการ กระผม พอจะทราบว่าอยู่ที่กรมบัญชีกลางครับ แต่ทีนี้พอฟังท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์แล้วนี่ กระผม คิดว่าสํานักงบประมาณอาจจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมที่จะหาข้อมูลหรือว่าขอความรู้จาก คณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อที่จะไปช่วยกันดูแลเรื่องนี้ครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
คุณวัชระครับ ขอสั้น ๆ เลยนะครับ เราจะได้ไปวาระอื่นต่อครับ
ผมสั้นที่สุดครับ ท่านประธานที่ เคารพผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครพรรคประชาธิปัตย์ เรื่องสเปกสิ่งพิมพ์เป็นเรื่องที่สําคัญครับ และในคณะอนุกรรมาธิการงบประมาณ มีท่าน ส.ส. จุติ ไกรฤกษ์ เป็นประธาน ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม เพราะท่านเป็น ส.ส. จังหวัด พิษณุโลก แต่เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการงบประมาณ เรื่องการฝึกอบรมสัมมนา ในปีงบประมาณที่ผ่านมาได้แต่งตั้งให้ผมไปเป็นที่ปรึกษา และได้ให้ผมร่างสเปกสิ่งพิมพ์ ให้กับสํานักงบประมาณ ซึ่งผู้แทนสํานักงบประมาณได้ยืนยันว่าจะนําสิ่งที่ คณะอนุกรรมาธิการได้ร่างนี้ไปเวียนให้กับหน่วยราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม เพื่อที่จะให้กําหนดรายละเอียด บอกรายละเอียดในสเปกสิ่งพิมพ์ให้ชัดเจนในการตั้ง งบประมาณ เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ จะมีการคอร์รัปชันกัน ในประเด็นนี้ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ไม่มีผู้ประสงค์จะอภิปรายเพิ่มเติมนะครับ
(ไม่มีสมาชิกขออภิปราย)
เป็นอันว่าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบรายงานสรุปผลการดําเนินงานของ ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๒ เสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอขอบคุณท่านที่ปรึกษาสํานักงบประมาณ คุณดุสิต เขมะศักดิ์ชัย ขอขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ต่อไปเป็นวาระที่ ๒.๒ และวาระที่ ๒.๓ เป็นการรับทราบ รายงานการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศของคณะกรรมาธิการสามัญ ๙ คณะ จํานวน ๑๑ ฉบับ ตามระเบียบวาระที่ ๒.๒ แต่เนื่องจากมีวาระที่ ๒.๓ เป็นเรื่องทํานอง เดียวกัน เป็นรายงานของคณะกรรมาธิการสามัญเดินทางไปศึกษาดูงาน ๔ คณะ จํานวน ๖ ฉบับ ผมเห็นว่าเป็นเรื่องเดียวกัน จึงเห็นควรนํามาพิจารณารับทราบไปในคราวเดียวกัน นะครับ
เชิญคุณบุญยอดครับ
เรียนท่านประธานครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก็จะขออนุญาตเรียนปรึกษาท่านก่อนว่าถ้าจะเข้าสู่วาระนี้เท่าที่ดูมีอยู่ก็เป็นรายงาน ทั้งหมด ๑๓ คณะ ถูกไหมครับ ๙ บวก ๔ ๑๓ คณะ จํานวน ๑๗ ฉบับ คําถามจึงมีว่า แล้วทําไมไม่มีทั้งหมดเข้ามาพร้อม ๆ กัน อันนี้เป็นคําถามแรกนะครับ แล้วถ้าหากว่า จะเข้ามาในพร้อม ๆ กันก็จะได้พิจารณาไปในคราวเดียว แล้วก็รวมทั้งเวลาที่ตอนนี้ ผมเชื่อว่าในการประชุมนั้นเวลาก็ค่อนข้างจะล่าช้าแล้ว มันนานมามากแล้วนะครับ แล้วก็ สมาชิกเองก็ดูจะไม่มีสมาธิเท่าไรนัก ถ้าหากว่าท่านจะพิจารณาในคราวหน้าผมก็คิดว่า น่าจะดีกว่า คือรอให้พร้ อมหลาย ๆ ฉบับด้วยกันก่อน รวมทั้งการดูงานของ ท่านประธานสภา หลายคนเขาก็ถามนะครับว่าทําไมประธานสภาผู้แทนราษฎรไปดูงาน ไม่ส่งรายงานมาด้วยล่ะครับ ก็ขอฝากให้ท่านได้พิจารณาก่อนว่าจะนําเข้าสู่การพิจารณา ในญัตตินี้เลยหรือไม่
ก็เรียนคุณบุญยอดอย่างนี้ครับ เนื่องจากว่าตามที่เรากําหนดให้คณะกรรมาธิการที่ศึกษา ดูงานนั้นกลับมารายงานภายในประมาณ ๓๐ วันนะครับ การเดินทางไปศึกษาดูงานของแต่ละคณะกรรมาธิการไม่ตรงกัน แต่คณะกรรมาธิการ ที่กลับมาแล้วท่านก็สรุปรายงานทยอยเรียงลงมา แล้วฟังว่าจะไม่มีการอภิปราย เพราะว่า ไม่อย่างนั้นเราก็จะต้องรอคณะกรรมาธิการคณะอื่นเดินทางกลับมา แล้วระเบียบวาระ มันก็จะต้องมาแทรกกันนะครับ ผมขอถือโอกาสนี้พิจารณาไปพร้อมกันเลยทั้ง ๑๗ ฉบับ ซึ่งเราได้แจกจ่ายให้สมาชิกได้อ่านดูแล้ว สําหรับของท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านกําลังรวบรวมรายงานอยู่ ผมเองก็กําลังรวบรวมรายงานอยู่ ในส่วนของการเดินทาง ไปประชุมรัฐสภาโลกผมสั่งให้เจ้าหน้าที่แจกเป็ นเอกสารไปแล้ว ก็ขอดําเนินการ เลยนะครับคุณวิชาญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตผมเห็นคล้อยกับท่านบุญยอด เพราะว่าการรายงาน ทั้ง ๑๑ ฉบับ แล้วท่านประธานบอกว่ามีเพิ่มเติมอีก ในขณะนี้ดูแล้วตรงนี้ ๙ คณะ ๑๑ ฉบับ ๔ คณะ อีก ๖ ฉบับ ถ้ามีคําถามในเรื่องรายละเอียดใครจะตอบครับ เช่น การศึกษาดูงานที่เกาหลีในส่วนนี้ของคณะกรรมาธิการที่ไปดูงานที่สาธารณรัฐเกาหลี ผมถามลักษณะของการไปศึกษาดูงาน การใช้จ่ายและการดูแล หรือส่วนอื่นประธาน คณะกรรมาธิการต้องมานั่งหรือเปล่า การเสนอรายงานถ้าเกิดมีข้อซักถามมันก็ต้องดู รายละเอียดด้วย แล้ววันนี้ผมว่าเพื่อนสมาชิกเองนับไปนับมาในนี้ก็เหลือไม่ถึง ๑๕ คน ผมหารือท่านประธานว่าเวลานี้ทุ่มเศษแล้ว ถ้าเกิดเราจะพิจารณารายงานก็ไม่ขัดข้อง แต่มันจะได้เนื้อหาสาระอะไรหรือเปล่า ก็หารือท่านประธานว่า อย่างไรก็ตามคิดว่า รายงานถ้าจะให้ศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่ส่งเข้ามาแล้วก็เพื่อทราบ แต่คนที่สนใจ คนที่ดูเมื่อสักครู่ เพื่อนสมาชิกหลายคนเขาก็บอกว่าที่เขาไปดูงานอยากจะสอบถามอะไรบ้าง แต่ตัวประธานคณะกรรมาธิการก็ไม่ได้อยู่ในที่ประชุม มีไหมครับท่านประธานครับ ถ้ามี ก็ต้องเชิญรับฟังรายงานเหมือนกับที่เมื่อสักครู่เราได้ซักถามประเด็นของ สํานักงบประมาณที่มีรายงานเข้ามา
ต้องเรียนคุณวิชาญอย่างนี้ครับ วิปทั้ง ๒ ฝ่ำยได้บอกกับผมว่าไม่มีสมาชิกติดใจ จะอภิปราย เมื่อไม่มีสมาชิกติดใจอภิปรายผมถึงดําเนินการ เพราะว่าได้แจก ระเบียบวาระนี้ให้สมาชิกได้ไปอ่านล่วงหน้าแล้ว แต่ถ้าหากว่ามีสมาชิกท่านใดติดใจ จะอภิปราย ก็มีความจําเป็นผมก็จะต้องเชิญประธานคณะกรรมาธิการนั้น ๆ ขึ้นมารับฟัง ไม่ทราบว่าจะมีสมาชิกท่านใดติดใจอภิปรายไหมครับ คุณวิรัตน์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลา ในฐานะ วิปรัฐบาล กราบเรียนท่านประธานว่า ที่ท่านประธานได้กรุณาแจ้งให้เพื่อนสมาชิก ทราบนั้นคือข้อตกลงที่ชัดเจน เหตุผลก็เพราะว่าได้แจกรายละเอียดของแต่ละคณะ ให้อย่างน้อย ๒ รอบสัปดาห์ที่แล้วและสัปดาห์นี้ แล้วก็เมื่อเห็นว่าเป็นข้อตกลงวิปอย่างนั้น ประธานคณะกรรมาธิการก็ได้ปฏิบัติหน้าที่อื่นครับ ก็กราบเรียนว่านี่คือข้อตกลงครับ
มีสมาชิกท่านใดติดใจสงสัยต้องการอภิปรายไหมครับ เชิญคุณบุญยอดครับ
เรียนท่านประธานครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ก็ดูในรายงาน ที่ส่งมาให้ ผมฝากนิดเดียวว่าสิ่งหนึ่งที่ไม่ปรากฏอยู่ในรายงานคืองบประมาณที่ใช้ ของคณะแต่ละคณะ กระผมก็ถือว่ารายงานฉบับต่าง ๆ นั้นก็พูดแค่เรื่องของการไปดูงาน วาระที่ไปทํา บุคคลที่ไปพบหรือว่ามีรูปถ่ายที่ปรากฏอยู่เพียงเท่านั้นเอง แต่ว่าส่วนสําคัญ อีกส่วนหนึ่งที่น่าจะต้องลงไว้เพื่อที่จะเป็นการประเมินถึงการใช้จ่ายงบประมาณด้วย นั่นก็คือตัวงบประมาณที่ใช้ว่าแต่ละคน แต่ละท่านนั้นใช้งบประมาณกันไปเท่าไร ก็เป็น สิ่งหนึ่งที่ถ้าหากว่าจะมีรายงานอย่างนี้เข้ามาก็ขอให้ระบุด้วย แล้วผมก็เห็นว่าจริง ๆ ถ้าจะ ส่งเข้ามาต้องขออนุญาต ผมก็อาจจะเป็นพวกนอกคอกในวิปเสียหน่อย ผมว่าถ้าส่งกัน เข้ามาแล้วก็มาพิจารณากันลวก ๆ แบบนี้ก็อย่าทําเลยครับ ขอบคุณครับ
ก็เป็นข้อสังกตที่น่ารับฟังนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้ลักลั่น ผมคิดว่าข้อสังเกตของ คุณบุญยอดมีนํ้าหนักและมีเหตุผลนะครับ แต่ถ้าหากว่าเราให้คณะกรรมาธิการที่จะเสนอ มาใหม่บอกงบประมาณ แต่คณะเก่าที่เรากําลังรับทราบนี้ไม่ต้องบอกมันก็ลักลั่นกัน ผมขออย่างนี้เลยก็แล้วกันครับ ตัดสินใจนะครับ เป็นบันทึกของการประชุมครั้งนี้ก็ขอให้ ทั้ง ๑๑ คณะนี่ท่านได้กรุณาสรุปเฉพาะเรื่องงบประมาณค่าใช้จ่ายเพิ่มเข้ามา แล้วเรา ค่อยพิจารณาพร้อมกันเลยอย่างนี้ก็แล้วกันนะครับ ท่านสมาชิกครับ เราได้พิจารณากันมา เป็นเวลาพอสมควรแล้ว ต้องขอขอบคุณและชื่นชมทุกท่านที่ยังอยู่ในห้องประชุมแห่งนี้ นะครับ คุณทศพลหารือหรือครับ
ท่านประธานครับ ผม ทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ตกลงเรื่องการรับทราบ รายงานผลการศึกษาการดูงานของคณะกรรมาธิการนี่ตกลงถือว่ายังไม่รับทราบใช่ไหม ครับ
ก็ต้องขอเลื่อนไปพิจารณาในครั้งหน้าครับ แล้วก็ขอเป็นข้อสังเกตนะครับ ทางเลขาธิการ ทําเรื่องถึงประธานคณะกรรมาธิการตามข้ อสังเกตของคุณบุญยอดว่า ให้คณะกรรมาธิการทุกคณะที่เดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศกรุณาสรุปงบประมาณ ที่ใช้มาด้วยนะครับ ท่านที่ส่งมาแล้วก็ให้ทําเป็นใบแทรกเพิ่มเติมมาภายหลัง เพื่อให้ บรรดาสมาชิกได้พิจารณากันอย่างรอบคอบอีกครั้งหนึ่ง เป็นการเลื่อนการพิจารณา นะครับ มีท่านอื่นไหมครับ เราได้ประชุมกันมาเป็นเวลาพอสมควรครับ ต้องขอขอบคุณ และขอชื่นชมสมาชิกทุกท่านที่ยังร่วมการอภิปรายวันนี้ เราอภิปรายกันค่อนข้างหนักหน่วง ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรทุกคนครับ ขอปิดประชุมครับ