บุญยอด สุขถิ่นไทย หารือเรื่องการปฏิรูประบบราชการ โดยเรียกร้องให้หน่วยงานราชการปรับปรุงระบบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี และปฏิรูประบบราชการให้ได้ โดยเฉพาะเรื่องการซื้อของในราชการ ซึ่งราคาแพงกว่าเอกชน และการเบิกจ่ายเงินของบุคคลในสภา นอกจากนี้ยังเสนอแนวคิดในการพิจารณางบประมาณใหม่ โดยเรียงลำดับกระทรวงและให้สํานักงบประมาณของรัฐสภามีบทบาทในการดูแลและตรวจสอบงบประมาณ
เรียนท่านประธาน ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมจะใช้เวลาที่ประหยัดมากที่สุดเท่าที่จะทําได้เพื่อประสิทธิภาพในการอภิปราย เรื่องของ การสรุปผลงาน จากข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการไปยังหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ต่าง ๆ ซึ่งเข้าสู่สภาในวันนี้ คําถามที่ ๑ ของผมคือทุกหน่วยงานที่ท่านส่งข้อสังเกตนี้ไป ทุกหน่วยงานตอบท่านใช่หรือไม่ หรือบางหน่วยงานไม่ต้องตอบ หรือบางหน่วยงาน ตอบมาแล้วก็ตอบอย่างไรก็ได้ ผมดูสามสี่เรื่องที่ปรากฏอยู่ในหน้าต้น ๆ ของรายงาน ฉบับนี้ การปกป้ องพระมหากษัตริย์ มี ๒ หน่วยงานที่ตอบมา คือกระทรวงไอซีที (ICT) และกระทรวงกลาโหม ภาวะเศรษฐกิจทั่วไปมี ๓ หน่วยงานที่ตอบมา สํานักงบประมาณ สํานักงานปลัดกระทรวงคมนาคม แล้วก็สํานักงานป้ องกันและปราบปรามยาเสพติด เรื่องรายได้นอกงบประมาณมีกรมการขนส่งทางบกกับกระทรวงการคลัง เรื่องการตั้ง งบประมาณผูกพันข้ามปี หน่วยงานที่ตอบมามีสํานักงบประมาณ สํานักงาน ปลัดกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงชนบท และกระทรวงศึกษาธิการ คําถามจึงมีว่า ทั้งหมดในที่ท่านส่งข้อสังเกตไปนั้นเขาตอบกลับมาทั้งหมดหรือไม่ ถ้าเขาตอบกลับมา ทั้งหมดท่านทําไมไม่ใส่ไปในรายงานนี้ ถ้าเขาไม่ตอบกลับมาท่านจะให้เขาตอบกลับมา อย่างไร อีกหน่วยงานหนึ่งที่ไม่ได้ตอบกลับมา จากข้อสังเกตที่เกิดขึ้นก็คือหน่วยงาน รัฐสภาของเรานี่ละครับ ข้อสังเกตเขียนไว้ว่าอย่างไร ข้อคําตอบข้างหลังเท่าเดิม ก๊อบปี้กัน มาใส่ ลองเปิดดูได้ ผมก็ตกใจเหมือนกันว่าหน่วยงานของรัฐสภาไม่ต้องตอบหรอกครับ มีข้อสังเกตที่ตั้งขึ้นมาแล้วไม่ต้องตอบหรอกครับว่าปีหนึ่งทําอะไรไปบ้าง ก็อยากให้ หน่วยงานของรัฐสภาช่วยตอบบนการอภิปรายในวันนี้ด้วยว่าเป็นอย่างไร ผมมีคําถามอีก สักหกเจ็ดข้อ คําถามยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือสํานักงบประมาณว่าท่านจะปรับปรุง เปลี่ยนแปลงเรื่องต่าง ๆ ต่อไปนี้ได้หรือไม่ ถ้าท่านทําไม่ได้ใครต้องทําเรื่องต่อไปนี้ เช่น ๑. การปรับปรุงระบบของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ อย่างที่ ส.ส. บางท่านอย่างเช่น ส.ส. รังสิมาก็บอกไว้ใช้เวลาในการพิจารณา รอบที่ ๒ ประมาณ ๔๕ วัน ถึงแม้จะพิจารณากันเกือบทุกวันก็ตาม แต่ว่าข้อมูลต่าง ๆ นั้น ก็มีมากเหลือเกินที่จะให้หน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาตอบ หน่วยงานที่มาเท่าที่ผมเคยไปเป็น คณะกรรมาธิการงบประมาณด้วยเมื่อ ๒ ปีที่แล้วนั้นบางหน่วยงานก็ไม่ส่งคนที่มีอํานาจ ชัดเจนมาตอบ บางหน่วยงานกรรมาธิการก็ไม่กล้าถาม เช่น กระทรวงกลาโหมเป็นต้น เราจะมีวิธีการในการเปลี่ยนแปลงการพิจารณางบประมาณนี้อย่างไร
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะถามท่านก็คือว่าการพิจารณามีวิธีพิจารณาก็คือว่า จะต้องปรับลดเท่านั้น จะไม่สามารถที่จะปรับเพิ่มงบประมาณได้ แต่วิธีการในการปรับลด ก็ใช้วิธีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการ หลังจากนั้นก็ปรับลดเรื่องต่าง ๆ มา แล้วก็ปรับกลับไป หาหน่วยงานต่าง ๆ ที่ขอมาในรอบสอง สุดท้ายส่วนใหญ่แล้วท่านประธานก็คือว่า งบประมาณก็จะเท่าเดิม ให้ปรับลดอย่างไรก็ตามสุดท้ายก็กลับไปโปะกับที่ หน่วยงานต่าง ๆ เท่าเดิม คําถามจึงมีว่าทําไมท่านจึงใช้วิธีการแบบนี้ วิธีการแบบนี้เป็น วิธีการที่มีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ หรือเป็นวิธีการที่กรรมาธิการใช้อํานาจของตนในการที่ จะมีอํานาจเหนือต่อหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะต้องเข้ามาสู่การพิจารณา แล้วก็มีอํานาจที่จะ ให้ผลประโยชน์กับหน่วยงานบางหน่วยงานที่ขอเข้ามาในรอบหลัง ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะผ่าน คณะรัฐมนตรีก็ตาม แต่เท่าที่เราเห็นในคณะกรรมาธิการนั้นต้องพูดกันด้วยข้อเท็จจริงว่า ผมยังเห็นว่ามีลักษณะของการยอมกัน ลักษณะของการเอื้อต่อประโยชน์ของโครงการ บางโครงการซึ่งมีรัฐมนตรีดูแลอยู่นะครับ
เรื่องที่ ๓ ที่ถามท่านนะครับ หน่วยงานที่ไม่มีลักษณะของการขอ งบประมาณเนื่องจากมีรายได้เอง ก็ไม่ต้องเข้าสู่ตัวของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ อย่างเช่น การไฟฟ้ำ การบินไทยอย่างนี้เป็นต้น หน่วยงานเหล่านั้นใช้เงินอย่างไร ทําไมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจึงไม่มีโอกาสที่จะได้รับรู้รับทราบ เขามีวิธีการทํางาน อย่างไร มีรายได้อย่างไร ใช้เงินอย่างไรอย่างนี้เป็นต้น เพราะหน่วยงานเหล่านั้น ไม่จําเป็นต้องมาเข้าสู่เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ แต่ผมเชื่อว่าหน่วยงานเหล่านี้ก็คือหน่วยงาน ราชการครับท่านประธาน หน่วยงานราชการซึ่งใช้เงินของภาษีประชาชน ซึ่งใช้ต้นทุน จากประเทศชาติ ประชาชน เช่น การเวนคืน การใช้ข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่เอื้อประโยชน์ต่อ หน่วยงานเหล่านี้ บางหน่วยงานกลายไปเป็นบริษัทมหาชนแล้วด้วยซํ้า ทํากําไรมากมาย มหาศาล แต่ทําไมซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจใช่ไหมครับ เข้าสู่องค์การมหาชนเป็นบริษัทมหาชน ทํากําไรได้ไปแบ่งปันกับผู้ถือหุ้นได้ แต่ทําไมไม่เคยต้องมาตอบต่อตัวแทนของประชาชน ในสภาผู้แทนราษฎรล่ะครับ ทําอย่างไรให้คนเหล่านี้ หรือว่าหน่วยงานเหล่านี้ นํารายละเอียดต่าง ๆ เข้ามาในสภาให้ได้นะครับ
เรื่องต่อไป ก็เป็นคําถามที่เราถามกันมาโดยตลอดว่าเมื่อไรเราจะจัดสรร งบประมาณอย่างเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพสักที อย่างเช่น เงินเดือนข้าราชการซึ่งเป็น เงินเดือนซึ่งไม่สามารถแตะต้องได้ ส่งเข้ามาเท่าไรก็ต้องได้เท่านั้น มีตัวเลขและสัดส่วน ในงบประมาณเป็นจํานวนมาก เข้าไปประมาณสักหกสิบเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ เราจึง เหลือเงินในการไปลงทุน ในการที่จะทําความเจริญให้กับชาติบ้านเมืองเพียงแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์หรือ ๔๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น คําถามนี้ผมเชื่อว่าเขาถามกันมาหลายปี ตลอดชั่วอายุของพวกเรานะครับว่าทําไมประเทศไทยเราจึงมีข้าราชการจํานวนมาก และใช้เงินงบประมาณในเงินเดือน รวมทั้งสวัสดิการต่าง ๆ ของข้าราชการมาก ใครล่ะครับที่จะต้องทําการปฏิรูประบบราชการเหล่านี้ และเมื่อไรท่านจะทําได้
เรื่องต่อไปของเรื่องราชการ ก็คือราชการซื้อของแพงทุกครั้งจริงไหมครับ ราชการซื้อของจํานวนมากกว่าเอกชนซื้อในจํานวน ๑ ชิ้น ๒ ชิ้นด้วยซํ้า แต่ราชการ ทุกหน่วยราชการซื้อของแพงกว่าคนธรรมดาปกติและเอกชน ทําไมมันเป็นอย่างนั้น ได้ล่ะครับ เมื่อไรเราจะแก้กันได้สักที ใครต้องแก้ ใครต้องทําอะไรล่ะครับกับเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ เบิกจ่ายช้าก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน บอกว่าอนุมัติเงินไปแล้ว เงินไปอยู่ ตรงนั้นตรงนี้แล้ว ทําไมกระบวนการมันจึงไม่สามารถให้เงินงบประมาณลงไปสู่ บุคคลต่าง ๆ ในสภาแห่งนี้เองผมยังเคยคุยกับน้อง ๆ นะครับ เขามีเงินตกเบิกเรื่องของ เบี้ยประชุม เรื่องของโอทีหรืออะไรต่าง ๆ ต้องรอ ๓ เดือน ๔ เดือน ผมไม่เข้าใจเหมือนกัน นะครับ ทํางานแล้วทําไมสิ้นเดือนเขาถึงไม่ได้ แล้วทําไมบริษัทเอกชนเขาทํากันได้ล่ะครับ ทํางานได้โอที อยู่เวรกันคํ่า ๆ มืด ๆ ดึก ๆ ดื่น ๆ ล้วนแล้วแต่มีต้นทุนทั้งนั้นครับ เขาต้อง กลับบ้านดึก ต้องกลับแท็กซี่ต้องใช้ชีวิตไม่ปกติ เขาอาจจะต้องไปค้างอ้างแรมที่ไหนต่าง ๆ ก็ตาม สุดท้ายทําไมเขาต้องรอสามสี่เดือนจึงจะขอเบิกได้ ทําไมราชการซึ่งมีคอมพิวเตอร์ มากมาย มีระบบต่าง ๆ เยอะแยะใส่เข้าไปทุกปีจึงไม่สามารถทํางานเท่าเอกชนได้
คําถามเหล่านี้เป็นคําถามที่เรื่องเบสิก (Basic) มากนะครับ เงินเหล่านี้ มันไปตรงไหน เงินที่ไปช้า เงินที่มาช้าทั้งหลาย เบิกจ่ายกันช้ามันมีดอกเบี้ยมิใช่หรือ ดอกเบี้ยต่าง ๆ เหล่านั้นไปหาใครครับ ผมขออนุญาตที่จะลองเสนอไอเดีย (Idea) ดูนะครับ อย่างหนึ่งก็คือว่าในการพิจารณางบประมาณเราลองเรียงลําดับกระทรวง กันใหม่ดีไหมครับ ที่ผ่านมามักจะเรียงกระทรวงเดิมซํ้า ๆ ถูกไหมครับ สํานักนายกรัฐมนตรีเริ่มต้นก่อน แล้วก็เรียงไล่ไป สุดท้ายกรรมาธิการงบประมาณ ก็หมดแรงนะครับ ประชุมกัน ๔๕ วัน ๖๐ วันนี่นะครับ ปี หน้าเอาใหม่ไหมครับ กระทรวงท้ายสุดที่เคยเข้าสู่การพิจารณา อย่างเช่นรัฐสภาอย่างนี้เข้าก่อนไหมครับ แล้วก็ไล่กระทรวงกันใหม่อีกสักรอบหนึ่ง แล้วถ้ามันดีขึ้นหรือว่ามันเปลี่ยนแปลง อย่างน้อยก็มีการเปลี่ยนแปลง ทุกกระทรวงต้องพร้อมสําหรับการเข้าสู่การพิจารณา ร่างงบประมาณอยู่แล้ว เพราะฉันทํามาแล้วนะครับ บางทีมันช้าในเบื้องต้น หรือว่า ละเอียดมากในเบื้องต้น ตอนกลาง ๆ ก็เริ่มแผ่วลง ๆ สุดท้ายก็แทบจะเข้ามาแล้วก็ออกไป เข้ามาแล้วก็ออกไป ไม่มีข้อติติง หรือข้อดูแลเรื่องต่าง ๆ นี่นะครับ ก็เป็นเรื่องที่ขออนุญาต ฝากไว้กับทางสํานักงบประมาณนะครับ
สุดท้ายผมเห็นด้วยกับท่านประธานครับ ในเรื่องที่ท่านอยากจะ ขอให้มีการตั้งสํานักงบประมาณของรัฐสภา เรื่องนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ การมีพาร์เลียเมนท์ บัดเจ็ท ออฟฟิศนั้น ผมเชื่อว่าจะทําให้การทํางานด้านงบประมาณ การดูแลงบประมาณ การสร้างประสิทธิภาพของการจัดสรรงบประมาณ และการติดตาม งบประมาณนั้นน่าจะทําให้ได้ดีขึ้น สํานักงบประมาณน่าจะเล็กเกินไปสําหรับการจะอยู่ใน สํานักนายกรัฐมนตรีเท่านั้น แล้วดูแลงบประมาณของทุกกรม ทุกกระทรวงทั่วทั้งประเทศ ดูแลปีต่อปี ผมคิดว่าท่านเล็กไป และท่านก็ดูเหมือนว่าจะดูแลกันไม่ทั่วถึง รวมทั้งวิธีการในการพิจารณางบประมาณนั้นก็เป็นวิธีการที่เราทํากันลวก ๆ มานาน ขอให้ เป็นจริงเป็นจัง เอาจริงเอาจัง และผมคงไม่ต้องรอถึง ๑๐ ปีอย่างที่ท่านประธานว่าถ้าเรา ทําได้และคิดว่ามันดีทําปีนี้ได้ก็ทําเลยครับ ทุกอย่างไม่ต้องรอครับ ขอบพระคุณครับ