กรณี จาติกวณิช หารือเรื่องนโยบายของรัฐบาลและเสนอแนะวิธีการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดอุบลราชธานี นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการช่วยเหลือประชาชนที่มีหนี้สินนอกระบบ โดยเสนอโครงการโอนหนี้สินเข้าสู่ระบบธนาคารของรัฐเพื่อลดภาระดอกเบี้ยและช่วยเหลือประชาชนในการชำระหนี้ นอกจากนี้ยังเน้นย้ำว่าภาครัฐได้เร่งดำเนินการแก้ไขหนี้ส่วนนี้ให้กับประชาชน โดยเฉพาะชาวไร่ชาวนาและเกษตรกร โดยมีเป้าหมายที่จะคืนโฉนดที่ดินให้กับประชาชนที่มีหนี้ไม่เกิน 50,000 บาท และจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม นอกจากนี้ยังจะทบทวนวิธีการแก้ไขหนี้ส่วนที่ไม่สามารถโอนเข้าสู่ระบบได้
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกวันนี้ที่ได้ตั้งกระทู้ถามในเรื่องที่เป็นนโยบายที่สําคัญมาก ที่สุดนโยบายหนึ่งของทางรัฐบาล ก็อยากที่จะเรียนท่านประธานผ่านไปสู่ท่านสมาชิก แล้วก็พี่น้องประชาชนที่ติดตามข่าวเรื่องนี้อยู่ว่าตั้งแต่วันที่รัฐบาลชุดปัจจุบันเข้ามารับ ภาระหน้าที่ในการที่จะดูแลบ้านเมือง ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้มีคําสั่งให้กับพวกเรา ทุก ๆ คนให้ดูแลพี่น้องประชาชนภายใต้นิยามที่เราเรียกว่า ฝนตกทั่วฟ้ำ ก็คือดูแลให้ พี่น้องประชาชนทุก ๆ คนมีโอกาสทางเศรษฐกิจ โอกาสทางสังคมที่เสมอภาคเท่าเทียมกัน ทางด้านเศรษฐกิจทางรัฐบาลก็ได้ออกนโยบายและมาตรการที่จะดูแลชีวิตทางเศรษฐกิจ ของพี่น้องประชาชนให้ครบถ้วนบริบูรณ์ ตั้งแต่การดูแลเรื่องรายได้ก็ผ่านมาตรการสําคัญ ที่สุดทางด้านนั้นก็คือ มาตรการประกันรายได้พี่น้องเกษตรกร ซึ่ง ณ ปัจจุบันก็มีพี่น้อง เกษตรกรกว่า ๔,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ ดูแลเรื่องของ ค่าใช้จ่ายผ่าน ๕ มาตรการที่ดูแลเรื่องค่านํ้า ค่าไฟ ค่าเดินทาง ซึ่งก็เป็นการลดภาระ ค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชน รวมไปถึงการเรียนฟรี ลดภาระค่าใช้จ่ายเรื่องของ การศึกษาให้กับลูกให้กับหลานของพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วประเทศ แต่ก็มีอีกประเด็น ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับโอกาสทางเศรษฐกิจของพี่น้องประชาชนที่เรื้อรังคาราคาซัง ในสังคมไทยมายาวนานตามที่ท่านสมาชิกจากจังหวัดเพชรบุรีเมื่อสักครู่ได้บรรยายให้กับ พวกเราได้เข้าใจ ประเด็นปัญหานั้นก็คือปัญหาหนี้และประเด็นปัญหาหนี้ที่เป็นปัญหา เรื้อรังมากที่สุดไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ในหลายยุคหลายสมัยก็คือ ปัญหาหนี้นอกระบบ ดังนั้น กระผมและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจึงได้ปรึกษาหารือและตกลง กันว่าเราจะร่วมมือกันในการที่จะเสนอมาตรการที่จะแก้ไขปัญหานี้ นอกเหนือจาก การปลดหนี้ให้กับพี่น้องประชาชนที่มีอยู่กับเจ้าหนี้นอกระบบแล้วก็จะต้องหามาตรการ ที่รองรับความต้องการทางการเงินของพี่น้องประชาชนในภายหลังด้วย เพื่อว่าเมื่อมี การโอนหนี้เข้าสู่ระบบในรอบนี้แล้วในอนาคตปฏิเสธไม่ได้หรอกครับ พี่น้องประชาชน อย่างไรก็แล้วแต่ยังมีความจําเป็นที่จะต้องกู้ยืมในกรณีฉุกเฉินจําเป็นในอนาคตอีกแน่นอน รัฐบาลก็จําเป็นที่จะต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือรองรับความต้องการของพี่น้องประชาชน ณ วันนั้น
แต่ก่อนอื่นผมขอแนบรายงานเพื่อประโยชน์ของเพื่อนสมาชิกว่า ณ ปัจจุบันก็มีพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนเป็นหนี้เป็นสินนอกระบบมาขึ้นทะเบียนไว้ผ่าน ๒ ธนาคารของทางรัฐบาลก็คือธนาคารออมสิน กับ ธ.ก.ส. รวมแล้ว ณ ปัจจุบัน ๑,๑๐๐,๐๐๐ รายโดยประมาณ ๑,๑๐๐,๐๐๐ รายมีมูลหนี้โดยเฉลี่ยรายละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท เท่ากับ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เป็นภาระหนี้สินของพี่น้องประชาชน ที่กู้ยืมจากนอกระบบมา ขออนุญาตอธิบายเพิ่มเติมโดยใช้ตัวเลขเป็นตัวชี้ถึงภาระ อันหนักหน่วงของสังคมของพี่น้องประชาชนทั้ง ๑,๑๐๐,๐๐๐ คนนี้ โดยเฉลี่ยอัตรา ดอกเบี้ยที่เป็นภาระต่อพี่น้องประชาชนกลุ่มนี้มีตั้งแต่ร้อยละ ๕ ต่อเดือน ขึ้นไปถึง ร้อยละ ๒๐ ที่โหดหน่อยสูงกว่านั้นก็มีแต่ผมไม่เอามาพูดถึง สมมุติโดยเฉลี่ยภาระดอกเบี้ย ของพี่น้ องประชาชนกลุ่มนี้สูงถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน มูลหนี้โดยรวม ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งที่รัฐบาลกําลังนําเสนอที่เป็นการโอนหนี้ส่วนนี้เข้ามาสู่ระบบ การกู้ยืมของธนาคารแห่งรัฐ โดยมีเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยเพียงเดือนละไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ ส่วนต่างประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์นี้เท่ากับเม็ดเงินภาระดอกเบี้ยของพี่น้องประชาชน คิดแล้วโดยรวมเท่ากับ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อเดือนที่รัฐบาลสามารถประหยัดให้กับพี่น้อง ประชาชนได้ ทั้งปีก็ ๑๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่คือเงินที่เป็นดอกเบี้ยที่นายทุนผู้มีอิทธิพล เคยได้รับ แต่หลังจากโครงการนี้แล้วเสร็จจะเป็ นเม็ดเงินในกระเป๋ำของพี่น้อง ประชาชนแทน เงื่อนไขอื่น ๆ ที่เอื้อต่อการชําระหนี้ต่อความหวังของพี่น้องประชาชนที่จะมี ในการดํารงชีวิตก็คือการยืดระยะเวลาการใช้หนี้ ในโครงการของรัฐบาล ระยะเวลา การใช้หนี้ถูกยืดให้เป็นอย่างน้อยระหว่าง ๘ ปีถึง ๑๒ ปี เพราะฉะนั้นภาระค่าใช้จ่าย ของพี่น้องประชาชนในการที่จะรับภาระหนี้ที่ได้รับการโอนเข้ามาสู่ระบบนั้นเป็นระดับ ที่ถือว่าเป็นการปลดแอกให้กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ
ทีนี้หลังจากที่มีการขึ้นทะเบียนแล้วท่านสมาชิกก็คงอยากจะทราบว่า รัฐบาลดําเนินการอย่างไรต่อไป ก็จะขออนุญาตเรียนว่า เราได้เริ่มดําเนินการในส่วนที่จะ โอนหนี้นอกระบบเข้ามาสู่ในระบบแล้วโดยที่หยิบยกประชาชนที่ขึ้นทะเบียนไว้ว่ามีหนี้ โดยรวมไม่เกินรายละ ๕๐,๐๐๐ บาท โดยรวมทั้งระบบจาก ๑,๑๐๐,๐๐๐ คน มีประชาชน ที่มีหนี้ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาทอยู่ ๒๖๐,๐๐๐ ราย ความจริงออกมาก็เท่า ๆ กัน ธ.ก.ส. รับผิดชอบประมาณ ๑๓๐,๐๐๐ ราย ธนาคารออมสินรับผิดชอบอีก ๑๓๐,๐๐๐ ราย ดําเนินการในการแก้ไขโอนหนี้ส่วนนี้เข้าสู่ระบบแล้ว ณ วันนี้พี่น้องประชาชนที่ได้รับ การปลดแอกจากการเป็นหนี้นอกระบบแล้วประมาณ ๑๐,๐๐๐ ราย ๖,๐๐๐ รายอยู่ตาม ชนบท อีก ๔,๐๐๐ รายอาศัยอยู่ในเมือง ผมได้เดินทางไปเยี่ยมชมแล้วก็เป็นพยาน ในการแก้หนี้ให้กับพี่น้องประชาชนใน ๒ จังหวัดในภาคอีสานคือจังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดศรีสะเกษ ขออนุญาตเรียนว่า ภาคอีสานก็เป็นภาคที่มีพี่น้องประชาชน ที่เดือดร้อนเรื่องหนี้นอกระบบมากที่สุด อันนี้พวกเราฟังแล้วก็คงไม่เป็นที่แปลกใจ กรุงเทพมหานครติดอันดับ ๑ ในการขึ้นทะเบียนแต่ว่าถ้านับประชากรก็เป็นเรื่องที่ ไม่น่าแปลกใจ ลําดับรองลงมาจังหวัดสุรินทร์ ตามด้วยจังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดศรีสะเกษ ภาคอีสานทั้งนั้น นอกจากนั้นสาเหตุที่เราได้เปลี่ยนกติกาเพื่อเร่งในการ ที่จะดูแลประชาชน เดิมทีตามกําหนดการเดิมเราจะเริ่มที่จะเจรจาช่วงเดือนกุมภาพันธ์ สาเหตุเป็นเพราะเมื่อเราได้รับรู้ข้อมูลจากการขึ้นทะเบียนแล้วเราได้เห็นถึงลักษณะ การกู้ยืมซึ่งเป็นพิษเป็นภัยต่อพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่เป็นชาวไร่ ชาวนา เกษตรกรอย่างมาก จะมีลักษณะของการกู้ยืมโดยใช้โฉนดที่ดินเป็นหลักประกัน ก็จะมี ๒ วิธี ขายฝากหรือไม่ก็เอาที่ไปขัดดอก ที่น่ากลัวที่สุดคือการขัดดอก วิธีการก็คือ เอาโฉนดที่ดินไปตึ๊งกับเจ้าหนี้กู้ยืมเงินมา ตลอดช่วงที่ยังเป็นหนี้ สิทธิในการใช้ที่ดิน ทํามาหากินนั้นตกเป็นของเจ้าหนี้ ผมต้องยอมรับ ท่านประธานครับ ในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ผมไม่เคยรับรู้เรื่องเหล่านี้มาก่อน เมื่อรับรู้ว่า ที่ทํามาหากินของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องชาวอีสานตอนนี้กรรมสิทธิ์ในการใช้ ที่ทํามาหากินนั้นถูกโอนไปให้กับเจ้าหนี้แล้ว แม้มีโครงการประกันรายได้ของรัฐบาลนะครับ ผู้ที่ได้รับประโยชน์กลับไม่ใช่เจ้าของที่ กลับเป็นเจ้าหนี้ที่ได้สิทธิในการทําไร่ทํานาบนที่ดินของพี่น้องประชาชนที่เป็นหนี้ เราก็จึง ตัดสินใจว่าเราควรจะต้องเร่งดําเนินการในการที่จะคืนโฉนดเหล่านี้ให้กับพี่น้องประชาชน ก่อนที่จะดําเนินการในส่วนอื่น อย่างน้อยเพื่อให้ทันฤดูการปลูกในรอบต่อไป เพื่อพี่น้อง ประชาชนสามารถขึ้นทะเบียนมารับอานิสงส์ของนโยบายประกันรายได้ของรัฐบาลได้ การขายฝากก็เป็นเรื่องที่น่ากลัวครับ เพราะเป็นการโอนลอยกรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของ ที่ดิน เมื่อครบกําหนดการชําระหนี้ถ้าไม่สามารถหาเม็ดเงินมาชําระหนี้ได้ที่หลุดมือ ทันทีครับ กลายเป็นของเจ้าหนี้ และโดยส่วนใหญ่เราก็พบว่าหลาย ๆ สัญญามีกําหนด ในการชําระหนี้สิ้นเดือนมกราคม เราก็จึงเร่งทํางานโดยด่วน เพื่อที่จะเคลียร์หนี้ส่วนนี้ ให้กับพี่น้องประชาชน ก็ได้เห็นตามภาพที่ปรากฏทางโทรทัศน์ ก็มีพี่น้องประชาชน หลายรายได้รับโฉนดที่ดินของตนเองกลับคืนไป มีหลายท่านได้กล่าวกับผมว่าชีวิตนี้ ไม่คิดว่าจะได้เห็นโฉนดของตัวเองอีกแล้ว ก็ถือว่าเป็นการตอบสนองความต้องการของ พี่น้องประชาชนในระดับหนึ่ง จากนี้เป็นต้นไปเราก็ได้เริ่มดําเนินการในการที่จะเจรจากับ กลุ่มลูกหนี้ทั้งหมด ๑,๑๐๐,๐๐๐ ราย ในส่วนของลูกหนี้ที่มีหนี้ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท ต่อราย รัฐบาลจะดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม ในส่วนของลูกหนี้ส่วนอื่น โครงการนี้ทั้งหมดจะแล้วเสร็จพิจารณาให้กับประชาชนทั้ง ๑,๑๐๐,๐๐๐ ราย ภายใน เดือนพฤษภาคมหลังจากนั้นก็จะเข้าสู่ช่วงของการทบทวนว่าพี่น้องประชาชนส่วนที่ ไม่สามารถที่จะโอนหนี้เข้าสู่ในระบบได้เป็นเพราะอะไร มีวิธีการในการที่จะแก้ไขเยียวยา ต่อเนื่องอย่างไร เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตชี้แจงเบื้องต้นให้กับท่านสมาชิกเพียงแค่นี้ ก่อนครับ