อรรถพร พลบุตร ขอขอบคุณท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับอนุญาตให้ถามกระทู้ถามสด และยืนยันว่าจะทำหน้าที่ด้วยความสำนึกในหน้าที่เพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน ที่ได้อนุญาตให้ผมได้เข้ามาทําหน้าที่ถามกระทู้ถามสด เพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ ผมจะทําหน้าที่ในกรอบเวลาที่กําหนดด้วยความสํานึกว่าใครเป็นคนที่เลือกผมเข้ามา และผมควรจะรับใช้ใคร
ในเรื่องแรก ในช่วงเวลาอันจํากัดผมขอแสดงความยินดีกับรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านกรณ์ จาติกวณิช ที่ได้รับการคัดเลือกจากสื่อมวลชน เครือไฟแนนเชียล ไทม์ส (Financial Times) ซึ่งเป็นสื่อมวลชนซึ่งทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่ง ของโลกให้เป็ นรัฐมนตรีคลังโลกแห่งปี ๒๐๑๐ และเป็ นรัฐมนตรีคลังแห่งเอเชีย เป็นรัฐมนตรีคลังคนแรกของประเทศไทยซึ่งได้รับการยกย่องเช่นนี้ ไฟแนนเชียล ไทม์ส ระบุว่าการคัดเลือกท่านกรณ์ จาติกวณิช เป็นรัฐมนตรีคลังโลกแห่งปีหนึ่งเดียว เพราะมี รูปแบบการบริหารงานที่ก้าวหน้า มีความสามารถในการแก้ไขวิกฤตการณ์ทางการเงิน มีความเป็นผู้นําทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน และมีผลงานที่สามารถเอาชนะปัญหาที่ท้าทาย ตําแหน่งนี้เป็นความภูมิใจของพวกเราทุกคน ซึ่งเมื่อประกอบกับกระแสการพยากรณ์ เศรษฐกิจว่าในปี ๒๕๕๓ เศรษฐกิจของประเทศไทยจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาสที่ ๒ ทุกสํานักทางเศรษฐกิจได้ชี้เป็นทิศทางเดียวกัน เราก็มีกําลังใจที่จะยืนอยู่บนแผ่นดินนี้ ต่อไป และผมเชื่อว่าการที่รัฐมนตรีคลังของรัฐบาลนี้ได้รับการยกย่องเช่นนี้ก็จะทําให้เสียง วิพากษ์วิจารณ์ที่บอกว่าดีแต่กู้ ที่บอกว่าเป็นเรื่องของเด็ก ๒ คน ก็คงจะแผ่วจางลงไป ถ้าจะเหลืออยู่บ้างก็เป็ นเพียงเสียงลอดตามไรฟันเท่านั้นครับ ท่านประธานครับ แต่ความภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ของเราซึ่งมาจากชาวบ้าน ไม่ว่าจะอยู่พรรคไหน ภาคไหน หรือชื่ออะไร ก็อยากให้รัฐมนตรีคลังของเราได้ก้าวไปสู่ตําแหน่งอีกตําแหน่งหนึ่ง ซึ่งอาจจะ เป็นตําแหน่งเล็ก ๆ ธรรมดา ๆ แต่มันมีความหมายเหลือเกินสําหรับพี่น้องประชาชน คนไทยทั้งประเทศนั่นก็คือตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในหัวใจของคนจน เส้นทางจะไปสู่ตําแหน่งนี้ยากครับ ทุรกันดาร มีคนได้พยายามก้าวเดินบนเส้นทางนี้มา หลายยุค หลายสมัย หลายรัฐบาล แต่ไม่เคยมีใครทําสําเร็จ ผมหวังในรัฐบาลนี้ ผมหวัง ในตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผมหวังในตัวท่านรองนายกรัฐมนตรีไตรรงค์ สุวรรณคีรี นักสู้แห่งคาบสมุทรสทิงพระว่าจะเอาชนะปัญหานี้ให้สําเร็จให้ได้ และหนึ่งใน มาตรการแห่งการก้าวเดินไปสู่ตําแหน่งนี้ ก็คือมาตรการการแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบ ของพี่น้องประชาชน ส.ส. ในสภาแห่งนี้ไม่ว่าจะพรรคอะไร ภาคอะไร ได้พูดถึงปัญหานี้ หลายครั้งหลายหน ความทุกข์ยากเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะที่จังหวัด สุราษฎร์ธานี ที่จังหวัดชลบุรี ที่จังหวัดสุโขทัย ที่จังหวัดลําพูน หรือที่ไหนต่อที่ไหนก็ตามแต่ ก็พูดจาภาษาเดียวกันทั้งสิ้น เขาอยู่ไม่ได้ จากการสํารวจในทางวิชาการ เมื่อปลายปี ๒๕๕๒ หนี้นอกระบบได้กินพื้นที่ของหนี้ทั้งระบบเข้ามากว่าครึ่ง เกือบร้อยละ ๖๐ และเมื่อสํารวจลึกลงไปร้อยละ ๗๙ ของคนเป็นหนี้ทั้งหมดไม่มีปัญญา ในการชดใช้หนี้สิ้นเหล่านี้ ปัญหานี้หนักหนาสาหัสจริง ๆ เพราะฉะนั้นพวกเราทั้งสิ้นจึงดีใจ มั่นใจที่รัฐบาลได้ประกาศมาตรการการแก้ไขปัญหา หนี้สินนอกระบบโดยผ่าน ๖ สถาบันหลักของภาครัฐ มีธนาคารออมสิน มี ธ.ก.ส. เป็นแกนหลักตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ขยายเวลามาจนถึงสิ้นสุด ๓๑ มกราคมนี้ซึ่งเป็น วันเกิดผมพอดี ท่านประธานครับ พวกเราทุกคนในที่นี้มาจากชาวบ้าน ระหว่างชาวบ้าน กับเราแรก ๆ มันเป็นเรื่องของคนที่ถูกเลือกกับคนที่ได้รับเลือก แต่เมื่อเราอยู่ในกระแสธาร ของชาวบ้านไปนาน ๆ มันเป็นพี่เป็นน้อง มันเป็นญาติ มันเป็นเพื่อนร่วมชะตากรรม เดินไปรู้ครับว่าใครพอมีจะกิน ใครวันนี้หุงข้าวไม่เต็มหม้อ หลายปัญหาแก้กันไม่ได้ เราก็หมดปัญญาที่จะแก้ ก็ได้แต่กอดคอกันร้องไห้ ปัญหาหนี้นอกระบบเป็นปัญหาหนึ่ง ซึ่งพวกเราคนที่มาจากชาวบ้านทั้งหมด บางทีเราก็สิ้นปัญญาเหมือนกัน ทําอย่างไร ที่จะไม่ต้องมากอดคอร้องไห้กับชาวบ้านอีก ฉะนั้นเมื่อรัฐบาลประกาศนโยบายแก้ไข ปัญหาหนี้นอกระบบมันจึงเหมือนปาฏิหาริย์ เราได้มีคําตอบบอกชาวบ้านของเราซึ่งมา จับมือกันด้วยความทุกข์ทรมาน ถูกข่มขู่จากอ้ายแก๊งหมวกดํามาตลอดเวลา มันเหมือน ปาฏิหาริย์ที่เราจะมีคําตอบให้กับชาวบ้านได้ เขาดีใจกันครับ เขามีความรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้ มันไม่ใช่เพียงมาตรการหนึ่งของรัฐบาล แต่มันคือชีวิตทั้งชีวิตครับ เขาก็ไปลงทะเบียนกัน มากมาย แต่หลายคนไม่ยอมไปลงทะเบียน เป็นหน้าที่ที่ ส.ส. อย่างพวกเราต้องไปประชุม ชี้แจง ไปชักชวน บางทีต้องเอารถปิกอัพ (Pickup) ไปขนคนไปลงทะเบียน ท่านประธาน รู้ไหมว่าเราเผชิญกับอะไร สิ่งที่เราต้องต่อสู้คือความหวาดกลัวของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นหนี้เต็มตัวไปหมดแต่ไม่กล้าไปลงทะเบียน เขากลัวว่าอ้ายแก๊งหมวกดํา เขากลัว นายทุนเงินกู้นอกระบบแบบนี้ไปยืนเฝ้ำหน้าประตูที่จังหวัดบ้านผมธนาคารออมสิน บางแห่งต้องไปลงทะเบียนหนี้นอกระบบหลังตึกของธนาคารเพราะชาวบ้านไม่กล้า เปิดเผยตัวมากจนเกินไป เราต้องเผชิญกับความไม่เชื่อมั่นว่าไปลงทะเบียนแล้วจะแก้ไข ปัญหาในหัวใจของเขาได้จริงหรือไม่ เพราะประวัติศาสตร์เขาเคยขมขื่นมากับเรื่อง การจดทะเบียนอย่างนี้ครับ ที่เมื่อไปจดทะเบียนแล้วสิ่งที่เขาได้รับก็คือได้ขึ้นทะเบียน เป็นคนจนครับ แล้วนิยายมันก็จบลงแค่นั้น นั่นคือภาพสะท้อนของปัญหา แน่นอนครับ เป้ำหมายในการแก้หนี้นอกระบบ มันไม่มีใครในโลกนี้ที่ทําให้บริบูรณ์ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ โดยสมบูรณ์แบบ แต่ผมก็ต้องทําหน้าที่ที่จะชี้แจงปัญหาส่วนหนึ่งที่มันทับซ้อน ผมใช้เวลา สั้น ๆ อธิบายตัวอย่างสั้น ๆ นิดเดียวครับ ในฐานะผู้แทนจากชาวบ้านเมื่อรู้ว่ามันจะมี ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นตรงนี้ที่จะทําให้คนเราเป็นอิสระกับตัวเองในเชิงเศรษฐกิจ เราก็วิ่งไปหา คนที่เรารู้ว่าเขาไปไหนไม่ได้แล้ว ชีวิตเขาตื่นขึ้นมาพรุ่งนี้ยังไม่รู้จะเดินไปไหน ยังไม่รู้ว่า จะต้องไปหลบหลังบ้าน เพราะว่าเจ้าหนี้มันจะมายืนด่าหน้าบ้านเช้าสายบ่ายเย็นหรือไม่ ผมไปชวน ผมไปบอก ผมบอกผมไปรับก็ได้ ไปจดทะเบียนเถอะนี่เป็นโอกาสเดียวที่จะ เป็นไทยกับตัว เขาไม่ยอมมาครับ เท่าไรเขาก็ไม่ยอมมา ผมถามว่าทําไมไม่มา เขาบอกว่า เพราะเจ้าหนี้ของเขามันคือคนปากซอย มันเห็นหน้ากันตลอดเวลา เขากลัวว่าถ้าเขามา จดทะเบียนแล้วไม่ได้รับการปลดเปลื้องหรือรีไฟแนนซ์ (Refinance) จากนอกระบบมา ในระบบ เขาจะไม่สามารถกลับไปกู้เงินจากนายทุนคนเดิมได้อีก แล้ววันนี้เขาก็หายตัวไป จากชุมชน ผมก็ไม่รู้ว่าวันนี้เขาอยู่ที่ไหน นั่นคือภาพสะท้อนของปัญหาที่ซ้อนอยู่ใน เป้ำหมายใหญ่ของรัฐบาลซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อพี่น้องประชาชน แต่ในมุมมอง บางมุมมองชาวบ้านเขาก็คิดอย่างน่ารับฟังเขาก็คิดได้คมชัดมากกว่าดอกเตอร์ ทางเศรษฐศาสตร์บางสถาบัน เขาบอกกับผมอย่างนี้ครับท่านประธานสภา เขาบอกว่า แม้ว่าในช่วงที่รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาล ๑ ปี เขาอาจจะไม่รํ่ารวยขึ้น แต่เขามีความรู้สึกว่า เขามีเงินในกระเป๋ำมากขึ้น มีเงินเหลือในกระเป๋ำมากขึ้น อย่างน้อยเขาไม่ต้องจ่ายค่าไฟ ไม่ต้องจ่ายค่านํ้า อย่างน้อยลูกหลานของเขามีอยู่สามสี่คน เปิดเทอมเขาไม่ต้องเอาเตารีด ไปจํานํา ไม่ต้องเอารถเครื่องไปจํานําเพราะเรียนฟรี ๑๕ ปี อย่างน้อยมีผู้สูงอายุอยู่ในบ้าน สามสี่คน เขาก็ได้ ๒,๐๐๐ บาท ๒,๕๐๐ บาท พอจะประทังชีวิตไปได้ มีใครสักคนหนึ่ง เป็น อสม. ก็อีก ๖๐๐ บาท ข้างบ้านพิการเดินไม่ได้ก็อีก ๕๐๐ บาท รถเมล์ฟรี รถไฟฟรี มันลดต้นทุนในชีวิตของเขาลงไปมาก เงินเขาเหลือมากขึ้น เขาหวังว่าพรุ่งนี้เขาจะไป สมัครงานในโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งกระจายการจ้างงานไปทั่วทั้งประเทศนับแสนล้านบาท นับล้านครอบครัวที่จะได้รับ รายได้เพิ่มขึ้นจากนี้ เงินเขาเหลือมากขึ้น มองไปทางซ้ายเขาปลูกข้าว เขามั่นใจเลยว่า อย่างน้อยตันละ ๑๐,๐๐๐ บาท เขาได้แน่นอนอย่างที่เขาไม่เคยมีใครให้ความหวังกับเขา อย่างนี้มาก่อน เขาได้แน่นอน เขาปลูกมันสําปะหลัง ๑๕,๓๐๐ บาทต่อตัน ไม่เคยมีใครให้ อย่างนี้มาก่อน หรือถ้าอ้อยก็ ๗ บาท ๗๑๐ บาท ไม่เคยมีใครให้ความมั่นใจในหลักประกัน อย่างนี้มาก่อน สิ่งนี้ครับมันทําให้เขามีกําลังวังชามากยิ่งขึ้น คนใต้ ยางพารา ๙๐ บาท เขามีความสุขครับ แต่ทั้งหมดทั้งปวงซึ่งเป็นความหวังเป็นความมั่นใจมันจะล้มเหลวไป โดยสิ้นเชิงถ้าคนจํานวนนับล้านครอบครัวไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากการแก้ไข ปัญหาหนี้นอกระบบ ผมมั่นใจในความตั้งใจของรัฐบาลนี้และท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ผมเชื่อว่าโครงการนี้จะประสบความสําเร็จ แต่นั่นเป็นความเชื่อส่วนตัว ของผมและ ส.ส. ส่วนหนึ่งในสภาแห่งนี้ แต่พี่น้องประชาชนนับล้านชีวิตวันนี้รอฟังคําตอบ จากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการยอดเยี่ยมแห่งโลกว่า การจดทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ ๓๑ มกราคมนี้ กระบวนการ ต่อไปการคัดสรรข้อมูล การเจรจา การประนอมหนี้ การปรับปรุงหนี้สินจากนอกระบบมาสู่ หนี้ในระบบซึ่งต้นทุนตํ่าลงจะบรรลุสู่เป้ำหมายอย่างไร จะคาดหวังได้อย่างไร รัฐบาลจะมี มาตรการอย่างไรที่จะทําให้โครงการนี้ประสบความสําเร็จมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ คําถามข้อที่ ๑ ครับ