พิษณุ หัตถสงเคราะห์ หารือเรื่องการปฏิบัติงานของรัฐวิสาหกิจและการจัดสรรงบประมาณ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลจัดทำแผนปฏิบัติงานเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำทั้งระบบ พิษณุ หัตถสงเคราะห์ ยังหารือเรื่องการจัดสรรงบประมาณในโครงการพัฒนาสระน้ำในไร่นา และเสนอให้รัฐสภามีสถานะบัดเจท ออฟฟิศ เพื่อตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขณะนี้ เรากําลังอภิปรายกันถึงรายงานสรุปผลการดําเนินงานของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๒ นั่นก็แปลว่างบประมาณเหล่านี้ส่วนใหญ่ได้ไป ถึงมือพี่น้องประชาชนหมดแล้ว และข้อสังเกตต่าง ๆ ที่ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญซึ่ง ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งให้หน่วยงานต่าง ๆ ไปปฏิบัตินั้น ตัวแทนของสํานักงบประมาณ ซึ่งวันนี้ก็ทราบว่ามีท่านดุสิต เขมะศักดิ์ชัย ซึ่งท่านเองก็เป็น ผู้หนึ่งที่มีความสําคัญในการกําหนดงบประมาณของประเทศไทยทุกปี วันนี้กระผม ก็ขออนุญาตที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของท่านในการที่สํานักงบประมาณนั้น เป็นแกนกลางที่จะรวบรวมการปฏิบัติงานทั้งหมดของหน่วยงานต่าง ๆ ว่าได้ปฏิบัติตาม ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ อย่างไร และมีข้อเสนอแนะอย่างไร
ท่านประธาน เรื่องแรกที่ผมใคร่ขอฝากเป็นข้อสังเกตลงไปถึงสํานัก งบประมาณซึ่งเป็ นผู้ดูแลงบประมาณของประเทศไทยตลอดหลายปี ที่ผ่านมา ผมขออนุญาตอภิปรายเรื่องของข้อสังเกต ข้อ ๑.๕ การจัดสรรงบประมาณด้านแหล่งนํ้า ครับท่านประธาน ท่านผู้แทนของสํานักงบประมาณครับ ซึ่งข้อสังเกตข้อ ๑.๕ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้เขียนไว้อย่างนี้ครับว่า ขออนุญาตอ่านนะครับท่านประธาน รัฐบาลควรดําเนินการจัดทําแผนดําเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหานํ้าทั้งระบบให้เป็ น วาระแห่งชาติ โดยกําหนดบทบาทของหน่วยงานรับผิดชอบให้ชัดเจน มีการบูรณาการ ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการปฏิบัติงานที่ซํ้าซ้อน โดยเฉพาะ ระหว่างกรมทรัพยากรนํ้าและกรมชลประทาน ทั้งในด้านนโยบายและการปฏิบัติการ และกําหนดหลักเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณ โดยคํานึงถึงปัจจัยพื้นที่ จํานวนประชากร ตลอดจนปัญหาภัยแล้ง นํ้าท่วม และนํ้าเสีย รวมทั้งกําหนดยุทธศาสตร์และแก้ไขปัญหา นํ้าในแต่ละพื้นที่ลุ่มนํ้าโดยจัดลําดับความสําคัญของโครงการในแต่ละพื้นที่ เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อประชาชนโดยรวมให้ทั่วถึงและเป็นธรรม ท่านประธานครับ ตรงนี้ ละครับที่ท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณได้ตั้งข้อสังเกตไว้ ข้อ ๑.๕ และโดยเฉพาะบรรทัดสุดท้าย ที่บอกว่า ให้ทั่วถึงและเป็นธรรม ผมก็ใคร่ขออนุญาตถามตัวแทนของสํานักงบประมาณ ซึ่งท่าน อาจจะต้องตอบตอนท้ายว่าหน่วยราชการที่ได้รายงานมาเป็ นหนังสือฉบับนี้ ผลการดําเนินงานของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ตามที่ได้รับรายงาน แล้วก็สํานักงบประมาณได้สรุปไว้ในหนังสือเล่มนี้ ผมดูแล้ว ก็มีข้อสังเกตแล้วก็ข้อห่วงใยที่อยากจะฝากทางท่านตัวแทนนะครับ โดยเฉพาะ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ถ้าผมจําไม่ผิด ท่านนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช เป็ นนายกรัฐมนตรี ได้เห็นชอบให้แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนา และบริหารจัดการทรัพยากรนํ้าและชลประทานขึ้น โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีรองเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อธิบดีกรมทรัพยากรนํ้า และอธิบดีกรมชลประทานเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ซึ่งมีบทบาทหน้าที่พอสมควร ท่านประธานครับ มีเรื่องหนึ่งที่คณะกรรมการนี้ตั้งขึ้นมาแล้ว และผมติดใจและต้องการสอบถาม นั่นก็คือการบูรณาการของคณะกรรมการชุดดังกล่าว นั่นคือแผนการผันนํ้าเพื่อเพิ่มต้นทุนนํ้าหรือเติมนํ้าให้กับประเทศไทย ซึ่งในช่วงนั้น ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ได้เคยอภิปรายในสภาแห่งนี้ว่าจะผันนํ้าโดยเฉพาะจาก ลุ่มนํ้าโขงขึ้นมาเข้ามาใส่ในพื้นที่ของภาคอีสานเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน อยากจะ ถามว่าขณะนี้คณะกรรมการชุดนั้นได้ดําเนินการไปถึงไหนแล้ว หากท่านผู้มาชี้แจง สามารถตอบได้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อสภาแห่งนี้นะครับ
นอกจากนั้นท่านประธานครับ ข้อ ๑.๕ ข้อสังเกตที่ทางคณะกรรมาธิการ ตั้งไว้ว่าให้จัดสรรเรื่องของงบประมาณเรื่องของการพัฒนาแหล่งนํ้าให้ทั่วถึงและเป็นธรรม เปิดไปดูหน้า ๑๐ ท่านผู้ชี้แจงหน้า ๑๐ การกําหนดหลักเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณ ในเรื่องของแหล่งนํ้า ผมอยากให้ท่านประธานได้ดูตรงนี้ แม้ว่าจะเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า ได้มีหลักเกณฑ์การพิจารณาจัดสรรงบประมาณอย่างเป็นธรรมและกระจายลงสู่ ภูมิภาคต่าง ๆ ในปี ๒๕๕๒ ได้จัดสรรงบประมาณดังนี้ กรมชลประทานได้เงินไป ๓๕,๑๙๙.๕๓ ล้านบาท จัดสรรให้ภาคเหนือ ๑๔ เปอร์เซ็นต์ ตะวันออกเฉียงเหนือ ๑๔.๘๔ เปอร์เซ็นต์ ภาคกลางและภาคตะวันออก ๒๒.๖๘ เปอร์เซ็นต์ ภาคใต้และ ภาคตะวันตก ๑๔.๙๒ เปอร์เซ็นต์ ส่วนกลาง ๓๓.๑๓ เปอร์เซ็นต์ เงิน ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท กระจายออกไปทั่วทุกภูมิภาคซึ่งกรมชลประทานผมก็เห็นว่าไม่น่ามีปัญหา แต่ที่มีปัญหา ที่ผมไม่สบายใจนั่นก็คือหน่วยงานที่ ๒ คือกรมพัฒนาที่ดิน กรมพัฒนาที่ดินซึ่งเป็นผู้ดูแล สําคัญอีกกรมหนึ่งในเรื่องของแหล่งนํ้าได้รับเงินงบประมาณเพียง ๑,๓๐๕ ล้านบาท เท่านั้น ทั้ง ๆ ที่กรมพัฒนาที่ดินนี้เป็นหน่วยงานหลักที่สําคัญที่สุดปัจจุบันนี้ที่ดูแล เกษตรกรที่อยู่นอกเขตชลประทาน ท่านประธานครับ อย่างนี้มันจะเป็นธรรมและทั่วถึง อย่างไร พี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานมีน้อยกว่าพี่น้องประชาชนที่อยู่ นอกเขตพื้นที่ชลประทานด้วยซํ้าไปครับ แต่คนที่อยู่ในเขตชลประทานมีจํานวนน้อยกว่า แต่ได้รับงบประมาณไปถึง ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่พี่น้องเกษตรกรคนยากคนจน โดยเฉพาะคนที่อยู่ในภาคอีสานทั้งตอนบน ตอนล่างหรือตอนกลาง ทุกตอนเขาต้องการ อะไรครับ เขาต้องการสระนํ้าในไร่นา ซึ่งปัจจุบันนี้กรมที่ดูแลงานสระนํ้าในไร่นาซึ่งดูแล นอกเขตชลประทานนั่นคือกรมพัฒนาที่ดินได้เงินเพียง ๑,๓๐๕ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๒ และถามว่ามีความต้องการขนาดไหน ทราบไหมว่ามีเกษตรกรลงชื่อไว้ ๗๗๐,๖๕๙ บ่อ หรือ ๗๗๐,๖๕๙ คนที่ต้องการแหล่งนํ้าในพื้นที่ของเขา เพราะว่าชลประทานไปไม่ถึง แม้ว่าจะมีการดําเนินงานมาแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๔๘-๒๕๕๑ ก็มีเพียง ๘๔,๐๐๐ บ่อ แล้วปี ๒๕๕๒ ก็จัดไว้เพียง ๑๙,๕๑๘ บ่อ และทราบว่าปี ๒๕๕๓ ก็ใกล้ ๆ กัน หลักหมื่นครับ แล้วคน ๗๗๐,๖๕๙ คน ที่รองบประมาณอยู่นั้นจะทําอย่างไร ผมขอฝาก ท่านผู้ชี้แจงช่วยดูงบประมาณในปี ๒๕๕๔ ด้วยว่า เรื่องของการพัฒนาแหล่งนํ้านอกเขต ชลประทานเป็นเรื่องสําคัญ แล้วท่านประธานและท่านผู้มาชี้แจงจะเห็นผลทันทีถ้าหากว่า ท่านได้นําโครงการพัฒนาลุ่มนํ้าหรือฟาร์ม พอนด์ไปปฏิบัติจริง ๆ เราจะมีพี่น้องเกษตรกร อีก ๗๐๐,๐๐๐ กว่ารายที่จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตของเขาได้ จากปัจจุบันนี้นอกเขต ชลประทานทํานา ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์จะได้ผลผลิตอยู่ประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าหากว่ามีฟาร์ม พอนด์กระจายออกไปให้ ๗๐๐,๐๐๐ กว่ารายนั้น ท่านคิดดูแล้วกันว่ามูลค่าเพิ่มของข้าวที่จะกลับเข้ามาสู่ประเทศไทย รายได้ที่จะกลับมาสู่ เกษตรกรเหล่านั้นจะมากขนาดไหน ผมฝากท่านผู้ชี้แจงว่าปี ๒๕๕๔ นี้ ถ้าผมโชคดีผมจะ อยู่ในคณะกรรมาธิการแล้วก็จะคุยกับท่านเรื่องนี้ด้วยเป็นสําคัญนะครับ
ท่านประธานครับ ขออีกสักเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องของข้อสังเกตในข้อ ๑.๘ หน้า ๒๑ เงินอุดหนุนที่จัดสรรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๑.๘.๑ กําหนด ทิศทางการพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน และท้องถิ่นและยุทธศาสตร์ของประเทศ นี่คือข้อสังเกตที่ทางคณะกรรมาธิการตั้งไว้ โดยให้การดําเนินการดังกล่าวจะต้องครบถ้วน รวดเร็ว ทั่วถึงและเป็นธรรม ตั้งข้อสังเกตไว้นะครับ ผมก็อยากจะฝากถามไป แล้วก็มี ข้อ ๑.๘.๓ ว่าด้วยการจัดสรรอุดหนุนเฉพาะกิจรายใหม่ ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กําหนดแนวทางและหลักเกณฑ์การจัดสรร นําเสนอคณะกรรมการการกระจายอํานาจ ให้ความเห็นชอบก่อนแจ้งประกาศแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทราบ ก็แปลว่า การจัดสรรอุดหนุนงบเฉพาะกิจนั้นเรายังมีคณะกรรมการการกระจายอํานาจเป็นผู้ดูแล ไฟนอล (Final) อีกครั้งหนึ่งครับท่านประธาน และคณะกรรมการการกระจายอํานาจซึ่งผม ขออนุญาตฝากผู้ชี้แจงไปถึงผู้ที่ดูแลคณะกรรมการการกระจายอํานาจซึ่งประธานสูงสุด นั่นก็คือท่านนายกรัฐมนตรีด้วยว่ากรุณาให้ความสําคัญแล้วก็เข้ามาดูแลใกล้ชิดกับ คณะกรรมการการกระจายอํานาจด้วยครับ เพราะผมได้รับการร้องขอแล้วก็ร้องเรียนจาก ท้องถิ่นทั่วประเทศไทย ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดหนองบัวลําภูที่ผมอยู่นะครับ ทั่วประเทศไทย ที่ผมได้มีโอกาสออกไปสัมผัสว่าด้วยความล่าช้าของคณะกรรมการการกระจายอํานาจ ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานดูปีนี้เราผ่านงบประมาณมาพอสมควรแล้ว ปรากฏว่า คณะกรรมการการกระจายอํานาจยังไม่สามารถที่จะประชุมได้เลย ที่จะกําหนด แบบฟอร์ม (Form) หรือจะกําหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ นี่ของปี ๒๕๕๓ นะครับท่านผู้ชี้แจง อันนี้ขออนุญาตโยงมาด้วยให้เห็นว่าทั้งปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ช้าไปหมด เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมคิดว่าการจัดสรรเงินอุดหนุนเฉพาะกิจรายใหม่ให้แก่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น น่าจะให้อํานาจกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นไปเลยครับ แล้วก็กําหนดเป็นหลักเกณฑ์ ตายตัวครับท่านประธาน แล้วก็ใช้ไปสัก ๑๐ ปี ถ้าหากว่ามีความเสียหายหรือว่ามีความ ที่จะต้องการแก้ไขค่อยมาแก้กัน แต่ถ้าหากว่าท่านปล่อยให้คณะกรรมการการกระจาย อํานาจตั้งเงื่อนไขใหม่ทุกปี ๆ ๓ เดือน ๔ เดือนผ่านไป ขณะนี้ฝนจะมาแล้วครับ งบประมาณที่สํานักงบประมาณเองผมว่าตั้งเตรียมไว้ให้แล้วในกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่น ตัวท่านอธิบดีเองก็พร้อมที่จะดําเนินงานอยู่แล้วแต่ทําอะไรไม่ได้ ติดที่ คณะกรรมการการกระจายอํานาจ ผมฝากผู้ชี้แจงช่วยกระตุ้นคณะกรรมการการกระจาย อํานาจด้วย ผมไม่โทษท่านนายกรัฐมนตรีแต่ผมโทษผู้ดูแลปัจจุบันที่ดูแลเงินอยู่ก็คือ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังที่ท่านยังไม่ประชุมให้สักที ตรงนี้ก็ฝากกระตุ้น เตือนด้วยว่ามันไปจะครึ่งทางอยู่แล้ว เงินก็มีอยู่แล้ว ทําไมไม่ประชุมแล้วก็เอาเงินให้กับ พี่น้องประชาชนที่ดูแลเรื่องของท้องถิ่นอยู่ ไม่ว่าจะเป็น อบต. อบจ. เทศบาล จะได้พัฒนา พื้นที่ของเขาครับ อย่าไปกั๊กเพื่อให้เสียเวลา
สุดท้ายท่านประธานครับ มีเวลาอยู่ ๓๘ วินาที ข้อสุดท้ายหน่วยงานของ รัฐสภา พวกเราตั้งข้อสังเกตไว้ เมื่อกี้ท่านวัชระก็ได้อภิปรายไว้ แล้วก็ท่านนายอําเภอ อภิปรายไว้ แต่ปรากฏว่าในเล่มนี้ครับ ท่านผู้มาชี้แจงครับ ข้อสังเกตเกี่ยวกับรัฐสภา ควรพิจารณาให้มีสํานักงบประมาณของรัฐสภาหรือพาร์ลิเมนท์ บัดเจท ออฟฟิศ (Parliament budget office) ควรจะมีและเป็นเรื่องสําคัญและเป็นสิ่งที่ดีด้วย ปรากฏว่า ไม่ได้ตอบข้อสังเกตไว้นะครับว่าผลการดําเนินงานเกิดอะไรขึ้น อันนี้ก็ขอฟังคําชี้แจงด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ