สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๒๘ มกราคม ๒๕๕๓

วัชระ เพชรทอง หารือเรื่องต่างๆ เช่น ปัญหาปุ๋ยเคมี, การตรวจสอบอาหาร, การเลื่อนตำแหน่งข้าราชการตำรวจ, การปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์, ปัญหาการขาดแคลนครูผู้สอน, การให้บริการบัตร 30 บาท, และสิทธิของกรรมาธิการรัฐสภา และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาทั้งหมดนี้

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตกราบขอบพระคุณ ท่านประธานวิปรัฐบาลท่านวิทยา แก้วภราดัย ที่อนุญาตให้ผมขึ้นมาอภิปรายในประเด็นนี้ เนื่องจากว่าผมนั้นเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เพิ่งเข้ามาเมื่อปีที่แล้ว และการอภิปราย รายงานสรุปผลการดําเนินการของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจตามข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการวิสามัญนั้นผมก็ไม่เคยลุกขึ้นอภิปรายเลย ท่านประธานครับ อยากจะ กราบเรียนต่อเนื่องจากท่านเรวัตซึ่งเป็นประธานกลุ่มมิตรภาพไทย-โปแลนด์ เป็นประธาน ของคณะที่ผมสังกัด ซึ่งท่านได้อภิปรายถึงเรื่องปัญหาของปุ๋ ยเคมี ท่านประธานที่เคารพ แม้ว่าผมนั้นเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมืองหลวงกรุงเทพมหานคร แต่ก็ถือว่าอยู่ ชายขอบอยู่ชายแดนของกรุงเทพฯ มีเขตแดนต่อเนื่องกับจังหวัดนครปฐมและจังหวัด สมุทรสาคร พี่น้องชาวนาชาวไร่ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการได้ขายข้าวให้ได้มี ราคาแพง หรือขายข้าวให้ได้มีราคาที่ยุติธรรม และซื้อปุ๋ ยในราคาที่ถูก ข้าวแพง ปุ๋ ยถูก ชาวนาต้องการเท่านี้แหละครับ เมื่อคณะกรรมาธิการได้ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ว่าจะมีการขาย ปุ๋ ยเคมีจํานวน ๓๐๐ ล้านตัน ประทานโทษ ๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งจํานวนทั้งสิ้น ๒๕,๐๐๐ ตัน ผมก็คิดว่าเป็นสิ่งที่ดีครับ แต่อยากจะถามว่าในทางปฏิบัตินั้นปุ๋ ยเคมีที่ท่านบอกว่าจะมี การจําหน่ายเหล่านี้ซึ่งจะมีปรากฏในรายงานในหน้า ๕๓ ท่านประธานครับ ประทานโทษ มีการจําหน่ายไปถึงชาวนาจริง ๆ หรือไม่ หรือว่ากระจุกตัวอยู่ในบางจังหวัดเท่านั้น เพราะชาวนาชาวไร่นั้นต้องการจริง ๆ ครับ ปุ๋ ยมีราคาถูกและขายข้าวให้ได้ราคา ที่เป็นธรรม แม้ว่าผมจะเป็น ส.ส. กรุงเทพฯ อย่างที่กราบเรียนไปแล้ว แต่ผมห่วงใย ชาวนา ชาวไร่ เพราะผมถือว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ซึ่งตั้งแต่เป็นเด็กนักเรียน ครูบาอาจารย์ก็สอนมาเสมอว่าชาวนานั้นคือกระดูกสันหลังของชาติ แต่ในความเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ว่าเป็นที่ใดครับท่านประธาน ถือว่าเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นปัญหาที่ท่านเรวัตได้ลุกขึ้นมาอภิปรายนั้นเป็ นประเด็นที่สําคัญ และควรที่จะติดตาม มีการตรวจสอบว่าหน่วยราชการได้ปฏิบัติไปตามนั้นจริงหรือไม่ และนอกจากนี้ในความปลอดภัยด้านอาหารในหน้าที่ติดกัน ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เช่นเดียวกัน ปรากฏว่าถ้าท่านประธานสังเกตนะครับ พืชผัก ผลไม้จากต่างชาติที่นํามาขายในท้องตลาดอยู่ในขณะนี้ ทําให้เกษตรกรคนไทยแท้ ๆ ขายไม่ได้ เพราะพืชผลการผลิตจากต่างชาติเหล่านั้นบุกเข้ามาตีตลาดของพี่น้องคนไทย และปรากฏว่ามีสารพิษตกค้างเป็นจํานวนมาก ผมมีความสงสัยจริง ๆ ครับ สงสัยในเรื่อง ของประสิทธิภาพของหน่วยงานของรัฐบาล โดยเฉพาะประสิทธิภาพหน่วยงานในสังกัด ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นมีการตรวจสอบ อาหาร ผลไม้ พืชผักนานาชนิด เหล่านี้จริงหรือไม่ แล้วทําไมพืชผักนานาชนิดเหล่านี้ว่ามาจากต่างประเทศสามารถอยู่ได้ เป็นระยะเวลานานโดยไม่เหี่ยว ไม่เฉา ยังสดอยู่เสมอเป็นเพราะอะไร เขาใช้สารอะไรและ มีโทษต่อสุขภาพร่างกายของพี่น้องคนไทยหรือไม่ อย่างไร ประทานโทษครับท่านประธาน พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากว่าได้ซื้อผัก ผลไม้ อาหารเหล่านี้ไปบริโภค และแน่นอนครับในอนาคตจะมีผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องคนไทย โดยเฉพาะ โรคมะเร็งทั้งหลาย ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่ผมห่วงใยในข้อสังเกตที่เกี่ยวกับกระทรวง เกษตรและสหกรณ์

ส่วนสํานักงานตํารวจแห่งชาติมีปรากฏในรายงานหน้าเกือบจะสุดท้าย ปรากฏว่าสํานักงานตํารวจแห่งชาติมีการตั้งข้อสังเกตว่าจะมีการเลื่อนข้าราชการตํารวจ ชั้นประทวนขึ้นเป็ นสัญญาบัตรเพื่อเป็นการสร้างขวัญและกําลังใจ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ถ้าท่านประธานจําได้ในสมัยของท่าน พลตํารวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส เคยมีการสอบบรรจุข้าราชการตํารวจชั้นประทวนซึ่งมีวุฒิปริญญาโทขึ้นทะเบียนไว้ถึง จํานวน ๔๒๓ นาย ตํารวจเหล่านี้สอบได้ทุกคน ขึ้นทะเบียนไว้เรียบร้อยแล้ว ท่านประธาน ครับ มีการตั้งข้อสังเกตว่าจะสร้างขวัญกําลังใจกับข้าราชการตํารวจชั้นผู้น้อยหรือ ชั้นประทวนให้ได้เลื่อนเป็นสัญญาบัตร แต่ที่บรรจุค้างคาไว้ทําไมไม่แต่งตั้งเป็นนายตํารวจ สัญญาบัตร วันก่อนผมได้มีโอกาสพบกับท่านรักษาการผู้บัญชาการสํานักงานตํารวจ แห่งชาติโดยบังเอิญที่ทําเนียบรัฐบาล คือท่าน พลตํารวจเอก ประทีป ตันประเสริฐ ท่านบอกกับผมว่าท่านไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน และจะไปดําเนินการเพื่อให้ความเป็นธรรม กับเจ้าหน้าที่ตํารวจชั้นประทวนเหล่านี้ต่อไป ท่านประธานครับ เมื่อไม่กี่วันก่อนก็พบ ท่านโฆษกสํานักงานตํารวจแห่งชาติที่รัฐสภาแห่งนี้ ท่านโฆษกสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ก็บอกว่าจะติดตามเรื่องนี้ให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ตํารวจชั้นผู้น้อย ชั้นประทวน เหล่านี้ซึ่งมีวุฒิปริญญาโทและสอบบรรจุได้ขึ้นบัญชีไว้แล้วจํานวน ๔๒๓ ราย ข้าราชการ ตํารวจบอกผมว่าควรจะไปบอกท่านนายกรัฐมนตรีเพราะเรื่องนี้นั้นเป็ นนโยบาย แต่ท่านประธานครับ ถ้าในรายงานฉบับนี้มีการตั้งข้อสังเกตไว้อย่างนี้แล้วผมอยากจะให้ สํานักงานตํารวจแห่งชาติได้สร้างขวัญและกําลังใจให้กับข้าราชการตํารวจชั้นประทวน บรรดานายสิบ นายดาบทั้งหลายที่ซึ่งเป็นลูกหลานคนจนทั้งประเทศ ไม่มีโอกาสติดดาว แม้ว่าใช้วุฒิปริญญาโท วุฒิปริญญาโทนั้นก็ไปรํ่าเรียนด้วยเงินของตัวเอง สอบได้แล้วก็ ยังไม่มีโอกาสบรรจุแต่งตั้ง แต่ท่านประธานครับ ลูกหลาน บรรดาลูกชาย ลูกสาวของ ตํารวจใหญ่ ๆ ในสํานักงานตํารวจแห่งชาติกลับบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตํารวจ สัญญาบัตรหน้าตาเฉย ทั้งผู้หญิงผู้ชาย อย่าให้เอ่ยนามสกุลเลยท่านประธาน แล้วนี่ ความยุติธรรมอยู่ที่ไหน ถ้าเราไม่มีความยุติธรรมให้กับตํารวจ แล้วตํารวจจะให้ ความยุติธรรมกับพี่น้องประชาชนได้อย่างไร

ท่านประธานครับ นอกจากนี้ที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตในรายงานฉบับนี้ คือเรื่องแรกที่สุดเรื่องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตเพื่อที่จะ ดําเนินการปกป้ องสถาบันพระมหากษัตริย์ และมีการเขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะมี การแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยด่วนต่อไป ในฐานะที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ สภาแห่งนี้เป็นผู้ที่บัญญัติกฎหมาย จนบัดนี้ผมก็ยังไม่เห็นว่าจะมีกฎหมายใด ๆ ที่จะบรรจุ เข้ามาเป็นการเร่งด่วนเพื่อที่จะปกป้ องสถาบันพระมหากษัตริย์ ท่านประธานครับ ต้องยอมรับความจริงกันว่าในปัจจุบันนี้มีการละเมิด มีการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ทั้งทางเว็บไซต์ (Web site) ใบปลิว วิทยุชุมชนต่าง ๆ นานา ผมทราบดีว่าหัวอกของ ท่านประธานนั้นเป็นอย่างไร มีความจงรักภักดีเทิดทูนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ขนาดไหน ท่านประธานรู้สึกเช่นไรผมก็รู้สึกเช่นนั้น เพราะฉะนั้นภาระหน้าที่นี้ในฐานะ ที่เราเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมายืนอภิปรายต่อหน้า พระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และท่านประธานก็นั่งอยู่ภายใต้ พระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง ท่านประธานครับ เราจะปล่อยให้มีการละเมิด มีการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งอย่างขนานใหญ่นั้นไม่ได้โดยเด็ดขาด อย่างน้อยที่สุดผมคิดว่าในประเด็นนี้ ท่านประธานครับถ้าผมพูดผิดในประเด็นหนึ่ง ประเด็นใดก็ต้องกราบขออภัย ผมคิดว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจทั้งประเทศต้องตระหนัก ถ้าพบเห็นการกระทําผิดดังกล่าวนั้นได้โปรดทําการจับกุมได้ทันทีเพราะเป็นความผิด ซึ่งหน้า มีอํานาจจับกุมตาม ป. วิ. อาญาอยู่แล้ว แต่ผมไม่เข้าใจว่าทําไมเจ้าหน้าที่ตํารวจ ถึงไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่จับกุมอย่างเฉียบขาด อย่างรวดเร็ว ไม่ป้ องปราม การกระทําความผิดของกลุ่มบุคคลเหล่านี้ นี่คือประเด็นที่สําคัญที่สุด

นอกจากนี้ในเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการ ในรายงานฉบับนี้มีการเขียน ถึงการขาดแคลนครูผู้สอน ปัญหาตําราเรียนปลอม ปัญหาหนี้สินของครู ผมทราบว่า รัฐบาลชุดนี้ตั้งแต่สมัยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้พยายามแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ลุล่วงมาโดยตลอด จนถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ ท่านประธานครับ แต่ปัญหา อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าปัญหาการโยกย้ายข้าราชการครูที่จะโยกย้ายไปตาม ความต้องการของข้าราชการครูแต่ละรายนั้นทําไมมันยากเย็นแสนเข็ญเสียเหลือเกิน เห็นว่ามีการวิ่งเต้น มีการต้องใช้เงินใช้ทอง ทําไมไม่ตอบสนองต่อความต้องการของ ข้าราชการครูเหล่านั้น ซึ่งมีความประสงค์จะโยกย้ายไปตามภูมิลําเนา หรือไปรับใช้ บิดามารดาของตัวเอง หรือต้องการที่จะพยาบาลแม่หรือพ่อของตัวเองที่กําลังเจ็บป่วย ทําไมกระทรวงศึกษาธิการไม่ทําเรื่องการโยกย้ายข้าราชการครูให้ง่ายกว่านี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ นอกจากกระทรวงศึกษาธิการแล้ว กระทรวงสาธารณสุข ท่านประธานครับ แม้ว่าจะเพิ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขคนใหม่ แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขคนเก่านั้นผมเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของท่าน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะท่านเป็น อดีตผู้นํานักศึกษาสมัย ๑๔ ตุลาคม และต้องการที่จะทํากระทรวงสาธารณสุขให้โปร่งใส ท่านประธานครับ ปัญหาที่เกิดคือหลักประกันสุขภาพ คือบัตร ๓๐ บาท ในรายงานฉบับนี้ ก็มีครับ แต่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ นอกจากบัตรนี้สามารถใช้รักษาโรคเอชไอวี (HIV) โรคเอดส์ และในรัฐบาลนี้ให้รักษาไตวายได้ด้วย ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่าปรากฏว่า โรงพยาบาลของเอกชนบางแห่งในขณะนี้ เช่น โรงพยาบาลศรีวิชัย ๒ ที่เขตหนองแขม โรงพยาบาลเกษมราษฎร์บางแค ได้ติดป้ำยประกาศแล้วครับ งดให้บริการโครงการบัตร ๓๐ บาท ประมาณตั้งแต่เดือนสองเดือนข้างหน้านี้เป็ นต้นไปครับ ถามว่าทําไม โรงพยาบาลเอกชนเหล่านี้ต้องยกเลิกการให้บริการบัตร ๓๐ บาท ซึ่งทั้งที่รัฐบาลปัจจุบันนี้ ไม่มีการเก็บแม้แต่บาทเดียวคือรักษาฟรี ปัญหาเกิดจากอะไรครับ และจะให้ พี่น้องประชาชนในเขตหนองแขม บางแค ภาษีเจริญไปรักษาที่โรงพยาบาลไหน เพราะขณะนี้เขาไปรักษาที่โรงพยาบาลศรีวิชัย ๒ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์บางแค จํานวนนับหมื่น ๆ คนต้องย้ายโรงพยาบาลไปรักษาที่ใด นี่คือปัญหาที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขคนใหม่ควรที่จะใส่ใจและดูแลเป็นอย่างยิ่ง

ท่านประธานที่เคารพ นอกจากนี้ผมยังมีอีก ๒ ประเด็นสั้น ๆ ก็คือว่า เรื่องของรัฐสภา ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับว่ารัฐสภาแห่งนี้ควรจะมีสํานักงบประมาณ เป็นของตนเองครับ เห็นด้วยอย่างยิ่งกับท่าน ส.ส. ฝ่ายค้าน คือท่านนายอําเภอชวลิต ได้อภิปรายไปแล้ว เพราะอะไรครับ เพราะว่ากรรมาธิการแต่ละคณะนั้นไม่ว่าฝ่ายค้านหรือ ฝ่ายรัฐบาล อยู่ในคณะกรรมาธิการนั้นไม่มีฝ่ายค้าน ไม่มีรัฐบาล เราทําหน้าที่แทน พี่น้องประชาชน กรรมาธิการแต่ละคณะมีค่าใช้จ่ายในการที่จะลงไปดูแลทุกข์สุข ดูแล ปัญหาของพี่น้องประชาชน รวมทั้งการไปตรวจสอบสภาพปัญหาในต่างจังหวัด ท่านประธานครับ ผมทราบมาว่าอย่างท่านประธานรัฐสภาสามารถที่จะเบิกจ่ายไป ต่างจังหวัด วันเสาร์ วันอาทิตย์ ครั้งละประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ บาทโดยไม่มีใบเสร็จ หรือประธานรัฐสภาซึ่งไม่ได้หมายถึงท่าน ไปต่างประเทศบ่อยครั้ง แต่กรรมาธิการ ไม่ค่อยได้ไป หรือไม่ได้ไปเลย ท่านประธานครับ งบในส่วนของกลุ่มมิตรภาพเช่นกันครับ ถูกตัดลงอย่างน่าใจหาย ทําไมไม่ให้ ส.ส. ไปสร้างสัมพันธไมตรีกับ ส.ส. ต่างประเทศ เพื่อที่จะยึดโยงเอาไว้เพื่อเป็นประโยชน์ของประเทศชาติในภายภาคหน้า ผมเห็นด้วย กับท่าน ส.ส. ชวลิตทุกประการครับ

และสุดท้ายฝากท่านประธานไปยังสํานักงบประมาณ ปรากฏว่าในฐานะที่ ผมได้รับการแต่งตั้งจากคณะอนุกรรมาธิการงบประมาณในปีที่ผ่านมาให้เข้าไปเป็น ที่ปรึกษา ผมเห็นเลยครับว่างบสิ่งพิมพ์ของกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ นั้นปรากฏว่า ท่านประธานที่เคารพครับ มีการตั้งเกินจริง งบประชาสัมพันธ์ งบสิ่งพิมพ์ งบสื่อพัสดุ ทั้งหลายนั้นใช้เงินที่เปลืองและแพงมาก ยกตัวอย่าง เช่น เอกสารขนาดเอ ๔ (A4) ท่านประธานที่เคารพครับ เอกสารขนาดเอ ๔ ใบเดียวครับ กรมกรมหนึ่งตั้งไว้ใบละ ๑๐ บาท แผ่นปลิวใบเดียว ๑๐ บาท ผมถามว่ากรมกรมนั้นตั้งงบประมาณไว้ ๑๐๐,๐๐๐ แผ่นเป็นเงินเท่าไร ตั้งเกินจริงครับท่านประธาน เพราะในความเป็นจริงแล้ว ใบปลิวที่ท่านประธานพิมพ์ไม่ว่าจะแจกจ่ายเรื่องใดก็สุดแท้แต่ ใบหนึ่งไม่กี่สตางค์ ท่านประธานก็รับทราบ มิหนําซํ้าการตั้งงบสิ่งพิมพ์ในเรื่องของหนังสือ เอกสาร ท่านประธานครับ นิดเดียว ก็คือว่ามีการตั้งค่าใช้จ่ายที่เรียกว่าไม่สมเหตุสมผล และไม่ได้ กําหนดสเปกให้ชัดเจน อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังสํานักงบประมาณว่าควรจะ กําหนดสเปกสิ่งพิมพ์ให้ชัดเจน ไม่ว่ากระดาษหนากี่แกรม กระดาษปกหนากี่แกรม กระดาษอะไร พิมพ์จํานวนกี่สี่ ขอให้ชัดเจนเพื่อประหยัดเม็ดเงินของพี่น้องประชาชน ขอขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างยิ่ง กราบขอบพระคุณครับ