สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๒๘ มกราคม ๒๕๕๓

ชวลิต วิชยสุทธิ์ รายงานสรุปผลการดำเนินงานของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2552 ที่เสนอต่อสภา และเสนอ 3 ประเด็นที่จะพิจารณาข้อสังเกต ชวลิต วิชยสุทธิ์ เสนอแนะการจัดสรรงบประมาณให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยให้คณะกรรมการการกระจายอำนาจนำผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการไปเป็นแนวทางในการจัดสรรงบประมาณ และเรียกร้องให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการจัดสรรงบประมาณของรัฐสภา และเรียกร้องการสนับสนุนให้มีสํานักงบประมาณของรัฐสภา เพื่อวิเคราะห์งบประมาณของประเทศ และสนับสนุนการทํางานของฝ่ายนิติบัญญัติ ชวลิต วิชยสุทธิ์ ยังหารือเรื่องภาวะเศรษฐกิจที่ตึงตัวและราคาน้ำมันและพลังงานที่สูงขึ้น และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการบริหารหนี้อย่างระมัดระวัง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการทุจริตในวงราชการและวงการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตรวจสอบโครงการประกันรายได้ให้กับเกษตรกร

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครพนม ท่านประธานที่เคารพครับ รายงานสรุปผลการดําเนินงานของ ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ ๒๕๕๒ ที่เสนอต่อสภา เพื่อรับทราบในวันนี้นั้น กระผมมี ๓ ประเด็นใหญ่ ๆ ที่จะเสนอท่านประธานผ่านไปยัง ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาข้อสังเกตว่ามีผลในทางปฏิบัติมากน้อยแค่ไหน อย่างไร

ประเด็นแรก ที่ผมให้ความสนใจก็คือ ๑.๘ ในหน้า ๖ เงินอุดหนุนที่จัดสรร ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการการกระจายอํานาจควรนําผลการ พิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปี ไปเป็ นแนวทางในการกําหนดการจัดสรรงบประมาณให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นดังนี้ ผมข้ามมา ๑.๘.๒ เลยนะครับ การกําหนดวัตถุประสงค์ ให้มีการกําหนดวัตถุประสงค์ในรายการที่มีการใช้จ่ายเงินอุดหนุนทั่วไปอย่างชัดเจน เช่น เงินอุดหนุนสําหรับศูนย์เด็กเล็ก เงินอุดหนุนสําหรับสนับสนุนอาหารกลางวัน เงินอุดหนุน สําหรับสนับสนุนอาหารเสริม (นม) เงินอุดหนุนสําหรับสนับสนุนการสงเคราะห์เบี้ยยังชีพ คนชรา และเงินอุดหนุนสําหรับสนับสนุนบริการสาธารณสุข เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรให้ไปดําเนินการในภารกิจสนับสนุนบริการสาธารณสุข นั้นควรกําหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนว่า เงินอุดหนุนทั่วไปสําหรับสนับสนุนบริการ สาธารณสุขเป็นจํานวน ๒,๖๗๐ ล้านบาท โดยสมควรปรับปรุงวงเงินจัดสรรเป็นแห่งละ ประมาณ ๓๐,๐๐๐ บาท เพื่อส่งเสริมให้มีการดําเนินกิจกรรมพัฒนาระบบบริการ สาธารณสุขมูลฐานเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเกิดประโยชน์แก่ประชาชนทั่วประเทศให้ได้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ บังเอิญในปี ๒๕๕๒ ผมเป็นคณะกรรมาธิการด้วยจําได้ว่ามีข้อสังเกตข้อนี้ แต่ในทางปฏิบัติเมื่อมีข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๑๒๕ ประกอบข้อ ๙๗ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะต้องรับไป ดําเนินการ โดยเรื่องนี้จะต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรีรับทราบ ซึ่งได้ตรวจดูเรื่องเดิมแล้ว คณะรัฐมนตรีก็ได้รับทราบ แต่ในทางปฏิบัติไม่ได้เป็ นไปตามข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการ กระผมจึงมีความสงสัยว่าข้อสังเกตที่ตั้งไว้จะมีประโยชน์เพียงใด เมื่อตั้ง ข้อสังเกตไว้แล้วส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไม่ได้ปฏิบัติตาม โดยเฉพาะในส่วนนี้ คณะกรรมการการกระจายอํานาจซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน กระผมก็ขอฝาก ท่านประธานผ่านไปทางท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการการกระจาย อํานาจได้ดูในเรื่องนี้ด้วย นี่เป็นประเด็นที่ ๑ ที่ผมขอนําเสนอผ่านท่านประธานไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการการกระจายอํานาจ

ประเด็นที่สอง หน้า ๑๕ ข้อ ๒.๑๔ หน่วยงานของรัฐสภา รัฐสภาควร พิจารณาให้มีสํานักงบประมาณของรัฐสภา เพื่อทําการวิเคราะห์งบประมาณของประเทศ ที่นําเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปี และเพื่อสนับสนุนการทํางานของฝ่ายนิติบัญญัติ รวมถึง คณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ของรัฐสภา โดยคํานึงถึงการแบ่งแยกและถ่วงดุลอํานาจ ทั้ง ๓ ฝ่ำย คือนิติบัญญัติ บริหารและตุลาการ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจํา บรรยากาศในการอภิปรายในเรื่องนี้ในคณะกรรมาธิการได้เป็นอย่างดีว่า เรามีอํานาจอยู่ ๓ อํานาจด้วยกันคือ นิติบัญญัติ บริหารและตุลาการ นิติบัญญัติเป็ นผู้พิจารณา งบประมาณของส่วนราชการต่าง ๆ ทั้งหมด แต่ได้รับงบของตนเองไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ของ งบประมาณทั้งประเทศ แล้วเราจะทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่ได้มี การอภิปรายกันมาก และในขณะนี้เราก็ประสบปัญหาที่เห็นกันอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น วิทยุโทรทัศน์ของรัฐสภาที่ยังไม่สามารถครอบคลุมการบริการได้ทั่วประเทศ ทั้ง ๆ ที่ ประชาชนทั้งประเทศสมควรที่จะรับรู้การทํางานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อย่าง ทั่วถึง เมื่อตอนต้นเมื่อช่วงเช้าก็มีการอภิปรายกันว่าสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ ถ่ายทอดเป็นเวลาช่วงนั้นช่วงนี้ พี่น้องประชาชนรับฟังในสิ่งที่เขาควรจะรับทราบ ไม่ทั่วถึง ถ้าเรามีวิทยุโทรทัศน์ของรัฐสภาที่มีประสิทธิภาพครอบคลุมทุกหมู่บ้าน ตําบลต่าง ๆ ทั่วประเทศก็จะเป็นประโยชน์ในการที่จะส่งเสริม เผยแพร่การทํางานของสมาชิกรัฐสภา นี่พูดกันมานานเนกาเลแล้วแต่ไม่เป็นผลในทาง ปฏิบัติเสียที ผมก็ฝากตรงนี้ในส่วนของรัฐสภาของเราเองโดยเฉพาะท่านประธานนะครับ งานของกรรมาธิการ ๓๕ คณะท่านประธาน งบประมาณถูกตัดลง ตัดลงจะทําอะไรได้ ในการที่จะทํางานในการตรวจสอบการทํางานของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง นี่คือสิ่งที่ผม อยากจะฝากไว้ที่มีการพูดกันมาก งานของกลุ่มมิตรภาพของสมาชิกรัฐสภา ท่านประธาน อย่าคิดว่าเรื่องนี้ไม่สําคัญนะครับ โดยเฉพาะกลุ่มมิตรภาพรอบ ๆ บ้านของเรานี่ ไทย-ลาว ไทย-เวียดนาม ไทย-เขมร ไทย-กัมพูชา ไทย-มาเลเซีย รอบบ้านเรานี่มีประโยชน์อย่างยิ่ง ในข้อเท็จจริงซึ่งมันก็อาจจะเกิดขึ้นได้ รัฐบาลต่อรัฐบาลอาจจะไม่ถูกกันแต่ประชาชน ถูกกัน สมาชิกรัฐสภาถูกกัน ไปมาหาสู่กัน ผมมีโอกาสเจอสมาชิกรัฐสภาของลาวเขาเพิ่ง จัดการประชุมสัมมนา ๓ ประเทศครับ ประเทศลาว ประเทศเวียดนาม ประเทศกัมพูชา ของเราแค่รับรองเขานี่ยังแทบจะไม่มีงบ ทั้ง ๆ ที่เราเป็นประเทศที่ใหญ่กว่า ๓ ประเทศนั้น ในเชิงเศรษฐกิจมากมาย ท่านประธานที่เคารพครับ เราให้ความสําคัญกับการจัดสรร งบประมาณของฝ่ายนิติบัญญัติของเรามากน้อยแค่ไหน เพียงใด นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่า ขณะนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องหันมามองตัวเราเองด้วยคือในฝ่ายนิติบัญญัติว่าขณะนี้ เราสมควรที่จะมีการยกเรื่องนี้เข้ามาดูกันเป็นพิเศษ ผมยังจําได้ ท่านรัฐมนตรีพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ปัจจุบันท่านเป็นรัฐมนตรี ตอนนั้นเป็นกรรมาธิการถึงกับเคยรับปากว่า เราได้รับงบเพียงไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะต้องร่วมไม้ร่วมมือกันมา ดูเรื่องนี้กันเป็นพิเศษ ทําอย่างไรงานของรัฐสภาของเราจะเป็นหน้าเป็นตาทัดเทียมกับ ฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการที่เป็นเสาหลักของประเทศอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเราก็เป็นเสาหลัก ของประเทศด้วย ๑ ใน ๓ อํานาจนั้น นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะอภิปรายเสนอต่อที่ประชุม ผ่านไปยังท่านประธาน รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของเราเองคือเลขาธิการรัฐสภา

ในประเด็นที่สาม ที่ผมให้ความสําคัญในอันที่จะอภิปรายถึงก็คือหน้า ๔ ครับท่านประธาน ๑.๒ ภาวะเศรษฐกิจทั่วไปและสถานการณ์ราคานํ้ามันและพลังงาน ในข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการได้ลงไว้อย่างนี้ครับท่านประธาน จากสถานการณ์ ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันและแนวโน้มจากปัจจัยเสี่ยงที่สําคัญคือ ราคานํ้ามัน และพลังงานที่ผันผวนและทรงตัวอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง และอัตราเงินเฟ้ อที่เพิ่มสูง ขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ จึงเห็นว่ารัฐบาลควรดําเนินการดังนี้ ผมมาข้อ ๑.๒.๔ เลยนะครับ กําหนดมาตรการในการบริหารหนี้อย่างระมัดระวังเพื่อลดปริมาณหนี้สาธารณะและภาระ งบประมาณในการชําระดอกเบี้ยเงินกู้ ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการได้ตั้งข้อสังเกต ไว้ในการให้ความสําคัญกับการบริหารหนี้อย่างระมัดระวัง แต่ผมดูรัฐบาลนี้ในเรื่องนี้ ผมมีข้อสังเกตอยู่ ๒ ข้อ

ข้อแรก เรากลับสร้างหนี้เพิ่มขึ้นจากเงินกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังที่ทราบ กันดีอยู่ หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นไปแค่ไหนอย่างไรแล้ว นั่นเป็นสิ่งที่รัฐบาลอ้างว่าจําเป็น จะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ทางฝ่ายค้านมองว่าเมื่อโปะเงิน ที่จะต้องไปชดใช้เงินคงคลัง และเงินในอันที่จะพัฒนานั้นควรที่จะมาขอผ่านสภาของเรา กลับไปใช้ระบบอย่างที่เราทราบกันอยู่ ซึ่งไม่ผ่านการตรวจสอบของสมาชิกรัฐสภา

แล้วก็มาถึงข้อที่สอง ก็คือก่อให้เกิดการโกงขึ้นกันอย่างมากมาย ในขณะนี้ ขณะนี้อาจจะกล่าวได้ว่าแตะไปตรงไหนก็เหม็นตรงนั้น ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่ได้กล่าวเกินเลย สิ่งที่ผมกล่าวมานี้ ขณะนี้ทั้งในระดับต่างประเทศ ทั้งในระดับใน ประเทศ ได้มีการทําผลการสํารวจในเรื่องของการทุจริตที่เกิดขึ้นในวงราชการ ในวงงาน การเมืองขณะนี้ ประเทศไทยของเราอยู่ในอันดับสูงมากจนเป็ นที่น่าตกใจ ดังนั้น การที่เรามีภาระหนี้ แต่เงินที่กู้มานั้นแทนที่จะเป็นประโยชน์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แทนที่จะเป็นประโยชน์คือตกถึงมือพี่น้องประชาชน กลับมีการมาทุจริตกันมากมาย ซึ่งแน่นอนรายละเอียดทางพวกกระผมคงจะไม่มากล่าวในตรงนี้ คงจะเก็บไว้ในอันที่จะ อภิปรายไม่ไว้วางใจในโอกาสอันใกล้ที่จะถึง แต่ปัญหาเฉพาะหน้าที่ผมจําเป็นจะต้อง กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็คือว่ามีอยู่ โครงการหนึ่งที่ผมไม่สบายใจ ถึงแม้จะเป็นโครงการในปัจจุบันนี้ก็ตาม แล้วก็เพื่อนสมาชิก หรือพี่น้องประชาชนก็บอกว่าอย่าพูดเลย พูดแล้วเสียคะแนน แต่ผมเห็นว่าเสียคะแนน ดีกว่าเสียเงิน ถ้าเราได้มีโอกาสป้ องกันก็จะช่วยกันได้ นั่นก็คือโครงการประกันรายได้ ให้กับพี่น้องเกษตรกร ท่านประธานที่เคารพครับ ขณะนี้ผมได้รับทราบข่าวคราวจาก พรรคพวกเพื่อนฝูงหลายจังหวัดว่าในการประกันรายได้