รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อภิปรายข้อสังเกตต่อร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี ๒๕๕๒

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๒๘ มกราคม ๒๕๕๓

รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อภิปรายข้อสังเกตต่อร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี ๒๕๕๒ โดยชี้ว่าข้อเสนอแนะเดิมในปี ๒๕๕๓ ยังคงไม่ได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะประเด็นการวิจัยที่ไม่ได้สร้างประโยชน์ การตั้งราคาฝึกอบรมที่สูงเกินควร และการจ้างที่ปรึกษาหรือ Outsourcing ที่ขาดความจำเป็นและโปร่งใส รวมถึงกรณีการจ้างบริษัทแทนครูซึ่งอาจเป็นการแบ่งเบาภาระงานของบุคลากรภายใน

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท แบบสัดส่วน

ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกาฬสินธุ์ ดิฉันสนใจที่จะอภิปรายข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ของสภาผู้แทนราษฎร ดิฉันสนใจอยากจะอภิปรายตรงนี้ก็เพราะว่าตอนปี งบประมาณ ๒๕๕๓ ดิฉันได้มีโอกาสไปอยู่ในคณะอนุกรรมาธิการการฝึกอบรมสัมมนา ประชาสัมพันธ์ จ้างที่ปรึกษา จ้างเหมาไปต่างประเทศและอื่น ๆ ยาว ๆ นี่นะคะ ดิฉันก็มา พบว่าพอมาอ่านตอนปี ๒๕๕๒ ดิฉันไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวเลยนะคะ แต่พอมาอ่านข้อสังเกต ของงบประมาณ ปี ๒๕๕๒ พบว่าข้อสังเกตเหล่านี้สงสัยว่าเสนออย่างนี้แล้วสํานัก งบประมาณหรือหน่วยงานต่าง ๆ เอาไปอ่าน ไปพิจารณาแล้วไปดําเนินการหรือไม่ เพราะข้อสังเกตในปี ๒๕๕๒ เมื่อดิฉันมาดูของปี ๒๕๕๓ แล้วพบว่าเหมือนเดิมเลย แล้วคิดว่าข้อสังเกตที่เราให้เอาไว้ก็คงจะทํานองนี้ ก็เลยสงสัยว่าเสียแรงเปล่าหรือไม่นะคะ เพราะว่าแม้กระทั่งหน้า (๖) นี่นะคะ ๑.๗ พูดถึงเรื่องการวิจัยการถ่ายทอดเทคโนโลยี ปี ๒๕๕๓ อนุกรรมาธิการเราก็พูดทํานองนี้ละค่ะว่าจะต้องมีองค์กรที่เป็ นกลาง เพราะงานวิจัยเราเยอะมีทั้งสํานักวิจัย มีทั้ง สกว. มีทั้งกระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีและหน่วยงานต่าง ๆ นี่นะคะว่าต้องติดตามประเมินผลการศึกษาวิจัย ทุกประเภท แล้วต้องดูด้วยว่าเอาไปใช้ปฏิบัติได้จริงหรือไม่ เป็นประโยชน์หรือไม่ เพราะว่า งานวิจัยหลายอย่าง หลายเรื่องวิจัยตามความต้องการความสนใจของผู้วิจัยก็เลยทําให้ ไม่ได้นําไปถ่ายทอด เพราะว่ามันไม่ได้ตรงและสอดคล้องกับแนวทางของหน่วยงาน ฉะนั้น ตรงนี้เราก็บอกว่าน่าเสียดาย เพราะว่าการวิจัยถ้าไม่เอาไปใช้ประโยชน์กับประชาชนกับ สังคมมันก็น่าจะไม่เป็นประโยชน์ แล้วพอมาถึงเรื่องของหน้า ๗ นี่นะคะ พูดถึงเรื่อง ๑.๙ ฝึกอบรมสัมมนาประชาสัมพันธ์ยาว ๆ นี่ค่ะ พอ ๑.๙.๑ เราก็พบว่าปี ๒๕๕๓ ก็พบ เหมือนเดิม ก็คือการตั้งราคาอัตราในการฝึกอบรมนี่นะคะไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร รวมทั้ง ยิ่งถ้าเป็นสํานักงาน ก.พ. จะมีค่ากระเป๋ำซึ่งแพงมาก สํานักงาน ก.พ. นี่มีค่าออกแบบ กระเป๋ำอีก เพราะฉะนั้นเราก็พยายามที่จะพูดถึงเรื่องความประหยัด ความคุ้มค่า ราคา อาหารในข้อสังเกตนี้ก็บอกว่าอัตราค่าจ้างที่ไม่เหมาะสม มีลักษณะสูงเกินสมควร และไม่เป็นมาตรฐานเดียวกันอย่างเช่นราคาอาหารกลางวันของปี ๒๕๕๓ ก็เข้าข่าย ข้อสังเกตปี ๒๕๕๒ เลยค่ะว่า ค่าอาหารกลางวันมีราคาตั้งแต่ ๑๕๐ บาทต่อมื้อ จนกระทั่ง ไปถึง ๕๐๐ บาทต่อมื้อ แล้วก็ ๘๐๐ บาทต่อมื้อ ดิฉันยังถามในที่ประชุมว่า ๘๐๐ บาท กินเข้าไปแล้วเหาะได้หรืออย่างไร เพราะว่ามันแพงและต่างกันมากนะคะ อันนี้ก็ยังเป็น ข้อสังเกตเดิม ๆ อยู่ พอไปถึงหน้า ๘ นะคะ ๑.๙.๒ ค่าจ้างที่ปรึกษา เราก็เสนอเหมือน อย่างนี้เปี๊ยะเลยว่า การที่จะจ้างที่ปรึกษานี่ต้องจ้างในกรณีที่จําเป็น เป็นภารกิจที่มีความ ยุ่งยากซับซ้อน หรือว่าตัวเองทําไม่ได้แล้วไปจ้างผู้เชี่ยวชาญมาเป็นที่ปรึกษา ไม่ว่าจะให้ คําปรึกษาหรือว่าช่วยดําเนินการก็ตาม แต่เราก็ยังพบว่าเมื่อปี ๒๕๕๒ นี่นะคะ งบปี ๒๕๕๒ ให้ข้อสังเกตอย่างนี้แล้ว พอมาถึงปี ๒๕๕๓ เราก็ยังต้องเสนอแบบนี้ อีกเหมือนกัน เพราะเราพบว่าหน่วยงานหลายหน่วยงาน คําว่า จ้างที่ปรึกษา ก็คือ เอาท์ ซอร์ซ (Out source) ก็คือจ้างหน่วยงานอื่นมาทําหน้าที่แทนตัวเอง รวมทั้งการ ฝึกอบรมก็จ้างคนอื่นมาฝึกอบรมให้ตัวเอง เดี๋ยวนี้พบว่าแม้กระทั่งโรงเรียน สถานศึกษานี่ เวลาจ้างครู แน่นอนจ้างครูต่างประเทศก็ใช้คนต่างประเทศแต่ก็จ้างจากบริษัทนะคะ เพราะฉะนั้นสมัยดิฉันเรียนจบทั้งปริญญาตรี ปริญญาโททางด้านครู ดิฉันมีเพื่อนเป็นครู เยอะ ครูรุ่นเรานี่ค่ะ รุ่นดิฉันไม่ใช่รุ่นเรา หลายคนคนละรุ่นนะคะ ครูรุ่นดิฉันเป็นรุ่นที่รู้สึกว่า ไปจ้างบริษัทอย่างนั้นบางทีมันไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ แล้วบางทีได้ครูที่ไม่ได้ตรงตามความรู้ความสามารถ รวมทั้งตอนนี้เรามีโครงการเรียนฟรี ฟรีก็จะให้ฟรีกิจกรรมของโรงเรียนด้วย การจัดค่ายจริยธรรม จัดค่ายทางด้านให้ความรู้ ก็จะให้ฟรีปีละครั้ง ดิฉันก็ทราบว่าเดี๋ยวนี้ครูโรงเรียนก็ไม่ทําเองแล้ว ก็ไปจ้างบริษัท มาทําอย่างนี้เป็นต้น มันต้องดูว่าเป็นสิ่งที่เราทําไม่ได้ ต้องยุ่งยากซับซ้อนไม่ใช่เพื่อที่จะ แบ่งเบาภาระหรือไม่ใช่เพื่อที่จะจ้างพวกตัวเองมาทําต่อ มีบางโครงการในงบประมาณ ปี ๒๕๕๓ มีบางกระทรวงเข้ามาเสนอแล้วเราก็ถามว่าท่านไปจ้างใครมาจัดอบรมให้ท่าน ก็เอาข้อมูลมาให้ดูเป็นนามสกุลเดียวกันกับผู้บริหารกระทรวง กรรมาธิการเราก็ถามว่า แล้วคนที่มารับงานต่อเป็นอะไรกับท่าน ผู้บริหารตอบเลยเป็นภรรยาผม แต่อันนั้นก็อาจจะ เป็นประเด็นบ้าง ไม่เป็นประเด็นบ้าง ถ้ามันเป็นเรื่องที่เหลือบ่ากว่าแรงแล้วก็ภรรยาท่าน เป็นผู้มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้านนี้ก็ไม่เป็นไร แต่บางทีการอบรมแม้กระทั่ง หลักสูตร ที่จริงหลักสูตรเนื้อหาหน่วยงานต้องเป็นคนกําหนดแล้วจะต้องร่วมทําด้วย ไม่ใช่ จ้างเขาทําทุกอย่าง เพราะฉะนั้นการจ้างที่ปรึกษาพบว่าข้อสังเกตของงบประมาณ ปี ๒๕๕๒ ก็ยังไม่ได้รับการพิจารณา พอไปถึงปี ๒๕๕๓ เราก็ยังต้องพูดเหมือนเดิมอยู่ แล้วก็รวมทั้งการเดินทางไปต่างประเทศ เรื่องของการเดินทางไปต่างประเทศนี้ก็พบว่า ก็เหมือนเดิมอีกค่ะ ๑.๙.๓ พองบประมาณ ปี ๒๕๕๓ เรายังต้องมาพูดเรื่องนี้แล้วก็ ขอความกรุณาเพราะว่างบประมาณ ปี ๒๕๕๒ ตั้งข้อสังเกตไว้แล้ว พอมาถึงปี ๒๕๕๓ เราจะต้องขอความกรุณาเลยไปต่างประเทศไม่นั่งชั้นหนึ่งได้ไหม นั่งชั้นธุรกิจได้ไหม ก็ยังต้องมาขอร้องกันอีก ปีนี้งบประมาณ ปี ๒๕๕๓ ข้อสังเกตก็ซํ้ากันอีกละค่ะ ก็ไม่ทราบว่า ตอนนี้เรากําลังจะทํางบปี ๒๕๕๔ กรอบเพิ่งผ่าน ครม. ไปเมื่อวันอังคาร งบปี ๒๕๕๔ จะเอาข้อสังเกตของปี ๒๕๕๒ หรือปี ๒๕๕๓ ไปร่วมพิจารณาด้วยหรือไม่ หน้า ๙ ๑.๑๓ การโอนเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณรายจ่าย มันก็มีทั้งการโอนเปลี่ยนแปลง งบประมาณรายจ่ายเรื่องหนึ่งแล้วก็เรื่องเงินเหลือจ่ายอีกเรื่องหนึ่ง ดิฉันอยู่ คณะกรรมาธิการการบริหารและติดตามงบประมาณก็ได้ขอนะคะ พอถึงงบปลายปี เราก็ขอให้หน่วยงานต่าง ๆ เอางบเหลือจ่ายมาชี้แจงเราก็พบว่าหลายหน่วยงานมากเลย มีการโอนเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณรายจ่าย บางหน่วยงานเดือนตุลาคม พองบประมาณผ่านปั๊บเดือนตุลาคมเริ่มโอนเปลี่ยนแปลงแล้ว เดือนพฤศจิกายนเริ่มโอน เปลี่ยนแปลงแล้ว เราก็ถามว่าทําไมถึงต้องโอนเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้นปี อย่างนี้ คําตอบของหน่วยงานหลายหน่วยงานบอกว่า เพราะตอนแรกไม่ได้ขอเรื่องนี้มา ที่ต้องมาโอนเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้นปีก็เพราะว่ารายการที่ขอไปกรรมาธิการงบประมาณ ของสภาไม่อนุมัติ พอไม่อนุมัติแล้วเมื่องบประมาณมีผลบังคับใช้ก็เลยโอนเปลี่ยนแปลง เพื่อที่จะมาใช้รายการที่กรรมาธิการงบประมาณไม่อนุมัตินี่แหละ ดิฉันก็ตั้งคําถามอีก เหมือนกันว่าถ้าคณะกรรมาธิการงบประมาณไม่อนุมัติแปลว่าเขาไม่ประสงค์จะให้ท่าน ใช้จ่ายในรายการนี้แต่ท่านก็บอกว่าเมื่อมันผ่านสภาไปแล้ว ตอนนี้สภาไม่เกี่ยวท่านก็ไป เปลี่ยนแปลงรายการได้อย่างนั้นหรือ ถามสํานักงบประมาณว่าทําไมให้เปลี่ยน ท่านก็บอกว่าเพราะวงเงินมันไม่เกินกี่ล้านดิฉันจําไม่ได้ ขอประทานโทษ ๑๐ ล้านบาท หรืออะไรนี่นะคะ เป็นอํานาจของอธิบดี เพราะฉะนั้นสํานักงบประมาณไม่ได้ตรวจสอบ ไม่ได้ดูแลเรื่องเหล่านี้เลย แม้กรรมาธิการงบประมาณจะไม่อนุมัติก็ตาม พอถึงงบ เหลือจ่ายก็เช่นเดียวกัน อะไรที่บอกว่าห้ามซื้อซื้อหมดเลย อะไรที่กรรมาธิการขอว่าอย่าซื้อ ซื้อหมดเลย เช่น เรื่องการจัดหายานพาหนะ เรื่องครุภัณฑ์ เรื่องคอมพิวเตอร์ เรื่องเครื่อง ถ่ายเอกสารในกรรมาธิการปี ๒๕๕๒ ก็ตั้งข้อสังเกตว่าการจัดหายานพาหนะ ครุภัณฑ์ ขอให้เช่า แล้วเช่าก็อย่าเกิน ๓ ปี ถ้าครบ ๓ ปีแล้วถ้าจะเช่าอีกอย่าให้เป็นรายการของ ชุดเดิมทั้งยานพาหนะ ครุภัณฑ์ คอมพิวเตอร์แล้วก็เครื่องถ่ายเอกสาร ในงบปี ๒๕๕๓ เราก็ต้องมาพูดเรื่องนี้อีกเหมือนกันว่าไหนบอกว่าไม่ซื้อ ให้เช่า แล้วพอถึงงบเปลี่ยนแปลงรายการงบหรืองบเหลือจ่ายก็ซื้อรถ บางหน่วยงานซื้อรถ ๔๐ คัน ๕๐ คันก็มี อย่างนี้แปลว่าอะไร อย่างนี้แปลว่าข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ไม่มีความหมายเลยใช่หรือไม่ เพราะฉะนั้นดิฉันก็เรียนถามนะคะ เรียนฝากทางท่าน ที่ปรึกษาของกระทรวงการคลังไปด้วยเหมือนกันว่าเรากําลังจะทํางบปี ๒๕๕๔ ท่านเข้มงวด ท่านกําชับเรื่องเหล่านี้ได้หรือไม่ หรือก็จะให้กรรมาธิการงบประมาณก็มาพูด เรื่องเดิม แล้วทุกอย่างก็กลับไปเหมือนเดิม ถ้าอย่างนั้นไม่ต้องมีหรอกค่ะกรรมาธิการ งบประมาณ ขอบพระคุณค่ะ