สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๒๘ มกราคม ๒๕๕๓

ธีระ วงศ์สมุทร หารือเรื่องการพัฒนาพื้นที่ชลประทานในประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดหนองบัวลําภู โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบชลประทานเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และเสนอแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ชลประทานในจังหวัดหนองบัวลําภู รวมถึงการลงทุนในโครงการขนาดกลาง โครงการขนาดเล็ก และโครงการสถานีสูบนํ้าเพื่อเพิ่มพื้นที่ชลประทาน

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต้องขอขอบคุณท่านพิษณุ อีกครั้งหนึ่ง ขออนุญาตเอ่ยนามท่านที่ได้ห่วงใย นอกจากห่วงใยพี่น้องในจังหวัด หนองบัวลําภูแล้วท่านยังห่วงใยพี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศ จึงถามว่าในพื้นที่นอกเขต ชลประทานทั่วประเทศและพื้นที่จังหวัดหนองบัวลําภูจะมีแนวทางในการพัฒนาอย่างไร ผมอยากกราบเรียนสักนิดหนึ่งนะครับว่า ก็ทราบกันดีแล้วว่าพื้นที่การเกษตรเรา ๑๓๐ ล้านไร่ ปัจจุบันเป็นพื้นที่ชลประทานเพียง ๒๘ ล้านไร่ หรือ ๒๑ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเอง ก็ย้อนไปดูพี่น้องในภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีพื้นที่การเกษตรส่วนใหญ่ ประมาณ ๕๗ ล้านไร่ ถ้าเทียบเปอร์เซ็นต์แล้วก็ ๔๔ เปอร์เซ็นต์ของทั้งประเทศ แต่มีพื้นที่ ชลประทานเพียง ๕.๙ ล้านไร่ หรือประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ซึ่งถ้าเทียบแล้ว ก็น้อยมาก เพราะฉะนั้นเมื่อเรามองพื้นที่การชลประทานที่ได้พัฒนาไปแล้วก็มองว่า ในการพัฒนาแหล่งนํ้าเราจะพัฒนาอย่างไร เรามามองว่าศักยภาพของพื้นที่และศักยภาพของประเทศเราพื้นที่ที่เราจะพัฒนาแหล่งนํ้า ให้เป็ นพื้นที่ชลประทานได้ทั้งประเทศคงมีประมาณ ๖๐ ล้านไร่เท่านั้นเอง จาก ๑๓๐ ล้านไร่ ปัจจุบันเราทําได้ ๒๘-๒๙ ล้านไร่ ก็เหลืออีกประมาณ ๓๑ ล้านไร่ เท่านั้นเองที่จะดําเนินการเป็นพื้นที่ชลประทานได้ ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาในเรื่องแหล่งนํ้า ขนาดใหญ่ แหล่งนํ้าขนาดกลาง แหล่งนํ้าขนาดเล็ก หรือการสูบนํ้าด้วยไฟฟ้ำซึ่งสิ่งที่พี่น้อง ประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความต้องการเป็นอย่างยิ่ง ทีนี้นอกจาก ๖๐ ล้านไร่ เป้ำหมายที่เราทําไว้เราจะดําเนินการอย่างไร สิ่งนี้เองคือสิ่งที่เข้าไปเสริมก็คือเรื่องสระนํ้า ในไร่นาที่ท่านผู้มีเกียรติได้สอบถามเมื่อกี้ ซึ่งจะทําเรื่องของสระนํ้าในไร่นาก็เป็นเรื่องที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับผิดชอบอยู่โดยกรมพัฒนาที่ดินซึ่งกําลังดําเนินการอยู่ ในขณะนี้ นอกจากนั้นแล้วทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ดูแลในเรื่อง ของการอนุรักษ์ฟื้นฟูลํานํ้าธรรมชาติที่มีอยู่เพื่อดําเนินการเป็นแหล่งกักเก็บนํ้าไว้ใน ลํานํ้าธรรมชาติเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้มีโอกาสนํานํ้าที่กักเก็บไว้เอาไปใช้ประโยชน์ ในพื้นที่เหล่านั้นด้วย สําหรับในจังหวัดหนองบัวลําภูนั้น พื้นที่การเกษตรซึ่งมีอยู่ทั้งหมดถึง ๑.๓ ล้านไร่ ซึ่งขณะนี้ได้พัฒนาไปแล้วงบประมาณแค่ ๑๐๐,๐๐๐ เศษ ๆ เท่านั้นเอง ระบบชลประทานถ้าเทียบเป็นสัดส่วนแล้วก็อยู่ที่ประมาณ ๘ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ การเกษตร ถ้าดูเมื่อกี้ผมบอกว่าพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ นี่ยังน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในเรื่องของจังหวัด หนองบัวลําภูซึ่งเป็นจังหวัดใหม่ตามที่ท่านได้เรียนไว้ เพราะฉะนั้นในการดําเนินการ พัฒนาจังหวัดหนองบัวลําภูนั้นก็คงจะดําเนินแนวเช่นเดียวกับที่ผมได้เรียนในภาพรวม ทั้งประเทศ ก็คงจะดําเนินการในลักษณะของโครงการขนาดกลาง โครงการขนาดเล็ก และโครงการสถานีสูบนํ้าเพื่อที่จะขยายพื้นที่ชลประทานให้มากยิ่งขึ้น ส่วนพื้นที่ ที่ไม่สามารถขยายชลประทานได้ก็คงจะเอาในเรื่องของสระนํ้าในไร่นาเข้าไปแก้ไขปัญหา พร้อมทั้งโครงการฟื้นฟูและอนุรักษ์แหล่งนํ้าของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม อยากจะเรียนว่าในปี ๒๕๕๓ นี้เองเราได้จัดงบประมาณภายใต้ แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ให้จังหวัดหนองบัวลําภูถึง ๔๙๗ ล้านบาท ดําเนินการโครงการในเรื่ องของการก่อสร้ำงสถานีสูบนํ้าก็ดี เรื่ องของ แก้มลิงก็ดี เรื่องของฝายทดนํ้าก็ดี ก็จะมีพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นอีกประมาณ ๒๘,๐๐๐ ไร่ ในแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง นอกจากนั้นแล้วกรมชลประทานเอง ก็ยังได้ วางแผนในปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ เอาไว้ สําหรับที่จะดําเนินการใน จังหวัดหนองบัวลําภูถึง ๒๒ โครงการ ก็มีทั้งขนาดกลาง โครงการสถานีสูบนํ้าด้วยไฟฟ้ำ โครงการขนาดเล็กและโครงการแก้มลิง ตามแผนนี้ก็ได้กําหนดเป้ำหมายไว้ว่าจะมีพื้นที่ ได้รับประโยชน์อีกประมาณ ๑๖,๐๐๐ ไร่เศษ งบประมาณที่ประมาณการไว้ก็ประมาณ ๖๘๔ ล้านบาท นอกจากนี้ผมอยากจะเรียนว่า ในจังหวัดหนองบัวลําภูทั้งหมด กรมพัฒนาที่ดินได้ดําเนินการทําในเรื่องของสระนํ้าในไร่นา ซึ่งในการทําสระนํ้าในไร่นา ขนาดบ่อของสระนํ้าก็อยู่ที่ความจุ ๑,๒๖๐ ลูกบาศก์เมตร ในการทําสระนํ้าในไร่นา กระบวนการราษฎรก็ต้องมีส่วนสมทบในโครงการนี้เช่นกัน โดย ๑ บ่อ เกษตรกรจะต้อง สมทบในมูลค่า ๒,๕๐๐ บาท แล้วก็พื้นที่ต้องมีเอกสารสิทธิ ที่ผ่านมาทั้งหมดตั้งแต่ ปี ๒๕๔๘ ถึงปี ๒๕๕๒ กรมพัฒนาที่ดินได้ดําเนินการในเรื่องของสระนํ้าในไร่นาในจังหวัด หนองบัวลําภูไปแล้วถึง ๒,๖๕๓ บ่อ และในปี ๒๕๕๓ นี้ก็ได้มีแผนที่จะดําเนินการอีก ๖๕๐ บ่อกระจายไปตามอําเภอต่าง ๆ เช่น อําเภอเมือง อําเภอนากลาง อําเภอโนนสัง อําเภอศรีบุญเรือง อําเภอคูหาสวรรค์ และอําเภอนาวัง สุดท้ายผมก็ต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคือท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์ อีกครั้งหนึ่ง ขอกราบ ขอบคุณครับ