รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๒
ครั้งที่ ๕ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) เปึนพิเศษ
วันพุธที่ ๒๖ เดือนสิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๒
ณ ตึกรัฐสภา
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดสุโขทัยครับ ผมขอหารือต่อท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนที่จังหวัดสุโขทัย ก็สืบเนื่องมาจากว่าแหล่งน้ําต่าง ๆ ที่จังหวัดสุโขทัย โดยเฉพาะเรื่องของน้ําประปาตามหมู่บ้าน ตามชนบทนั้น ซึ่งเปึนแท็งก์น้ําเก่า แล้วก็ หมดอายุ ประสิทธิภาพในการใช้น้ําและท่อน้ําตัน อย่างนี้เปึนต้น เปึนประปาหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเปึนขนาดกลาง ขนาดใหญ่หลายแห่งครับ ที่พี่น้องประชาชนในจังหวัดสุโขทัยนั้น ยังมีความต้องการ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าประสานไปกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรน้ําบาดาล ก็ไม่สามารถที่จะไปทําให้ เพราะบอกว่าได้ถ่ายโอน ให้กับท้องถิ่นหมด ถ้าจะตั้งงบประมาณก็อยู่ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่จะต้องเข้าไปดูแลในหลาย ๆ แห่ง เพราะฉะนั้นก็ต้องฝากต่อท่านประธาน อย่างเช่น หมู่บ้าน หมู่ที่ ๘ ตําบลหนองจิก ที่เรียกว่าบ้านบึงหญ้า อันนี้มีตั้ง ๒๐๐ กว่าหลังคาเรือน แต่น้ํานั้นไม่ค่อยไหล ใช้ไม่ค่อยได้ เพราะว่าเปึนประปาเก่า เปึนโครงเหล็ก ใช้ถังไฟเบอร์กลาส (Fiberglass) ก็อยากจะให้เปลี่ยนเปึนประปาหมู่บ้านขนาดใหญ่ ถังคอนกรีตแห่งแรก และอันที่ ๒ ก็คือประปาหมู่บ้าน หมู่ที่ ๙ ตําบลยางซ้าย อําเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย อันนี้พี่น้องประชาชนก็ได้ร้องเรียนขอผ่านที่ผมมา ผมก็ต้องฝากถึง ท่านประธาน และอีกแห่งหนึ่งก็คือ ประปาหมู่บ้าน หมู่ที่ ๕ ตําบลบ้านสวน อําเภอเมือง แห่งนี้ก็เช่นกัน พี่น้องประชาชนนั้นต้องการที่อยากจะได้มีประปาใช้ในการเปึนน้ําดื่ม น้ําบริโภคอย่างมาก และ
อีกเรื่องหนึ่ง ผมฝากเกี่ยวกับเรื่องโครงการของถนนทางหลวงชนบท ที่ในอําเภอคีรีมาศนั้น ยังมีความต้องการอีกมากมายที่ทางหน่วยงานต่าง ๆ นั้น ไม่สามารถเข้าไปดูแลได้ทั่วถึง ก็ต้องฝากกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคมว่า อย่างเช่น สายบ้านนาไผ่ล้อม บ้านตะพังมะพลับ อย่างเช่น สายบ้านหนองตลับ หมู่ ๔ หมู่ ๘ บ้านใหม่โพธิ์ทอง น้ําตกสายรุ้ง หมู่ ๕ บ้านเปล้า น้ําตกสายรุ้ง หมู่ ๓ และสายเลียบ ลําคลองหนองเทโพธิ์ หมู่ ๒ ไปหมู่ ๑๒ ของอําเภอกงไกรลาศ และอีกหลายเส้นด้วยกัน กระผมฝากต่อท่านประธานถึงกรมทางหลวงชนบทให้งบประมาณกับทางหลวงชนบท สุโขทัยไว้มาก ๆ ครับ ขอบคุณมากครับ
ต่อไปคุณอนุรักษ์ บุญศล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด สกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยและหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากราษฎร อําเภอคําตากล้า จังหวัดสกลนคร โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลชุมชนเมือง และตําบลรอบนอกในเรื่องการออกเอกสารสิทธิในที่ดินเขตเทศบาลและชุมชนเมือง เรื่องการออกเอกสารสิทธิไม่ได้ในเขตเทศบาลชุมชนเมืองและตําบลรอบนอก ใช่จะมี เฉพาะในอําเภอคําตากล้า จังหวัดสกลนครเท่านั้น มีหลายอําเภอและหลายจังหวัด ในประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพคะ ราษฎรไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเอง และข้าราชการไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับราษฎรในเขตของตัวเองได้เพราะเปึนปัญหา ระดับประเทศ จึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ หยิบยกปัญหานี้ขึ้นมาแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนดังต่อไปนี้ค่ะ
ข้อ ๑ แก้ไขกฎระเบียบหรือระเบียบปฏิบัติที่ดึงรั้ง ยืดเยื้อ เรื้อรัง มายาวนาน โดยเฉพาะในอําเภอคําตากล้า อําเภอคําตากล้านั้นได้รับเปึนตําบลนับจาก วันนั้นจนถึงวันนี้ ๑๑๒ ป้ และเปึนอําเภอมาได้ถึง ๓๕ ป้ค่ะท่านประธาน จากรุ่นสู่รุ่นยัง ไม่ได้มีเอกสารสิทธิเลย เปึนเพราะเหตุใดคะ
ข้อ ๒ การครอบครองโดยไม่มีเอกสารสิทธิใด ๆ นั้นทําให้ราษฎร ขาดโอกาสหลายอย่าง เช่น ขาดโอกาสในการใช้ประกันตนหากมีปัญหาเกี่ยวกับ ข้อกฎหมาย ขาดโอกาสในการแปลงสินทรัพย์เปึนทุนค่ะท่านประธานที่เคารพ และเสมือน ขาดสิทธิความเปึนเจ้าของ ดังนั้นจึงขอให้แก้ปัญหากว่า ๑๐๐ ป้ ให้สามารถออก เอกสารสิทธิได้หรือไม่ และได้เมื่อไร
ข้อ ๓ ให้รัฐบาลโดยการนําของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ความสําคัญกับการแก้ปัญหาป์าสงวนในเขตเทศบาลชุมชนเมือง ทั้งระบบ ทั้งประเทศ เพราะป์าสงวนในเขตเทศบาลและชุมชนเมือง ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของราษฎร ให้ดีขึ้นได้ เอกสารสิทธิราษฎรผู้เปึนเจ้าของสิทธิอยากได้สิทธิที่เปึนเอกสารค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ
เชิญคุณมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคกิจสังคม ขอกราบเรียนท่านประธานเปึนเรื่องเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพิษณุโลก หรือจังหวัดใกล้เคียงนะครับ
เรื่องแรก ก็คือเรื่องของการบริการของสนามบินจังหวัดพิษณุโลก คือได้รับ ปัญหาความเดือดร้อนคําร้องเรียนจากผู้พิการ เด็ก ผู้สูงอายุ ตลอดจนพี่น้องประชาชน ในเรื่องของ ปัจจุบันนี้เขาเรียกว่า รถดันล้อของทางการบินไทยเสียหายมาเปึนเวลา เดือนกว่าแล้ว ยังไม่มีการแก้ไข ปัญหาก็คืออย่างนี้ท่านประธานครับ ผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็น ผู้พิการที่ใช้รถเข็น เวลาเข็นขึ้นเครื่อง ปกติเขาจะมีงวงที่จอดเทียบเครื่องบิน เมื่อรถดันล้อเสีย เครื่องบินก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปสู่จอดที่งวงได้ ดังนั้นความเดือดร้อนตรงนี้ก็เปึนสิ่งที่ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ แล้วก็เด็กประชาชนทั่วไปครับ ที่เดือดร้อนอีกประการหนึ่งก็คือ เวลา ฝนตกต้องเดินฝ์าฝนทําให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ มาสู่พี่น้องประชาชน
เรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องของความไม่เข้าใจในเรื่องของปัญหาที่ยังไม่ชัดแจ้ง ในเรื่องของการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งทางนายกองค์การบริหารส่วนตําบลก็ดี นายกเทศมนตรีก็ดี ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่เข้าใจในเรื่องของการจัดทํา งบประมาณในป้หน้า เพราะเกรงว่าการที่จะนําค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเปึน เบี้ยผู้สูงอายุ เงิน อสม. แล้วก็อีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เปึนรายจ่ายประจํามาเปึนรายจ่าย ประจํา แล้วก็รวมไปในเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะทําให้รายได้ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นไม่เพียงพอในการที่จะมาบริหารพัฒนาพื้นที่ต่าง ๆ ให้เกิดความเจริญก้าวหน้าได้
เรื่องที่ ๓ เรื่องสุดท้าย คือการขนส่งระบบรางเปึนที่ทราบกันดีว่า เปึนการขนส่งที่มีความปลอดภัยที่สุด แล้วก็มีความประหยัดที่สุด ซึ่งต่างจังหวัดนั้น มีข้อเรียกร้อง มีความต้องการที่อยากจะเห็นการขนส่งระบบรางของเรามีการพัฒนา ให้ทันสมัย ซึ่งทางรัฐบาลเองหลาย ๆ รัฐบาล พยายามที่จะมองเห็นการพัฒนาในเฉพาะ เพียงแต่กรุงเทพมหานคร แต่ต่างจังหวัดยังเดือดร้อนกันอยู่มาก ถ้าเราได้ขนส่งระบบราง ที่มีความเร็ว ซึ่งปัจจุบันนี้เปึนที่ทราบกันดีว่า ประเทศเวียดนามก็ได้เริ่มทํารถไฟหัวจรวดแล้ว แต่ประเทศไทยเรายังตามไม่ทันครับ ขอบคุณครับ
ทางสภายินดีต้อนรับ อาจารย์และนักศึกษาชมรมประชาธิปไตยวิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ด้วยความยินดี ต่อไปคุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ ก่อนที่จะทําการหารือในวันนี้ ดิฉันต้องกราบขออนุญาตท่านประธาน ใช้ภาพประกอบในการหารือค่ะ ท่านคงจะอนุญาตนะคะท่านประธาน
สืบเนื่องจากที่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ดิฉันได้มีโอกาสตั้งกระทู้ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งท่านรัฐมนตรีได้ให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ มาตอบกระทู้ให้กับดิฉัน ท่านประธานคะ เมื่อดิฉันบอกว่าดิฉันจะลงไปพื้นที่ เมื่อดิฉันกลับ เมื่อท่านไม่มีการประชุม ดิฉันก็ได้ทํา ตามที่พูดค่ะ ดิฉันก็ได้มีการลงไปเยี่ยมเยียนที่ศูนย์เด็กเล็กวัดท่าสง่าค่ะท่านประธาน ก็จะไปตรวจสอบดูว่าทําไมข้อมูลของท่านรัฐมนตรีกับที่ดิฉันไปเจอมากับตาตัวเอง ถึงไม่เปึนจริง ผลปรากฏว่าท่านรัฐมนตรีบอกดิฉันว่างบประมาณของ อบต. มีเพียงพอ ในการที่จะเข้าไปดูแลศูนย์เด็กเล็ก แต่ว่าเมื่อดิฉันลงไปพบค่ะท่านประธาน ก่อนอื่นดิฉัน ขอโชว์ภาพให้ท่านประธานดูก่อน ภาพแรกท่านประธานคะ นี่คือศูนย์เด็กเล็ก ที่ดิฉันได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมตอนแรก ก็เปึนศาลาวัด จะมีปัายบอกชัดเจนค่ะท่านประธาน ว่าเปึนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดท่าสง่านะคะ แต่ว่าที่ต้องมีการย้ายสถานที่ท่านประธานคะ มันสืบเนื่องมาจากศาลาวัดมีรังนกพิราบ นกพิราบเข้ามาทํารังค่อนข้างมาก ก็ทําให้เกิด มีแมลงสัตว์กัดต่อยมาทําอันตรายต่อเด็กที่มาอาศัยเรียนอยู่ที่นี่ ทําให้ต้องขอย้ายไปใช้ อาคารเรียนที่โรงเรียนบ้านหนองอ้อ โนนนาพวง ซึ่งจะเปึนภาพนี้ที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่า ศูนย์เด็กเล็กแห่งนี้มีอาคารเรียนเปึน ๔ คูหา แต่ท่านประธานคะ ถ้าท่านประธานดูดี ๆ นะคะ จะพบว่าศูนย์เด็กเล็กนี่ค่ะท่านประธาน เปึนอาคารเรียนค่ะ ถ้ามองเข้าไปข้างใน ภาพต่อมาจะเห็นว่ามันจะมีห้องเรียนของเด็กนักเรียนอยู่ค่ะ ก็ต้องเรียนค่ะท่านรัฐมนตรี คะ การไปอาศัยเรียนที่โรงเรียนคงจะไม่ใช่อาคารของศูนย์เด็กเล็ก ก็อยากจะฝาก ท่านประธานค่ะว่าดิฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทําไมข้อมูลของท่านรัฐมนตรีถึงไม่ตรง อย่างที่ดิฉันได้ลงไปดูในพื้นที่เมื่อวันศุกร์และวันเสาร์ที่ผ่านมา ก็ต้องฝากท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรีให้ช่วยตรวจสอบดูด้วยค่ะ และที่สําคัญท่านบอกว่าจํานวนเด็กเล็ก มันลดลง ดิฉันก็เลยไปสอบถามค่ะ ก็ปรากฏว่า อบต. เขาบอกไม่มีเงินที่จะไปสนับสนุน ในเรื่องค่ารถรับส่งเด็ก ซึ่งเมื่อก่อนเขามีการรับเด็กทั้งตําบล ๑๒ หมู่บ้านมาเรียนที่ ศูนย์เด็กเล็กวัดท่าสง่าแห่งนี้ ตอนนี้เงินงบประมาณไม่มี ก็เลยไม่ได้มีการจัดรถรับส่งเด็ก ทําให้จํานวนเด็กลดลง ก็ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีให้ช่วยดูแล สนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างที่ท่านได้มายืนยันกับดิฉันว่าท่านจะจัด ก็ขอให้เปึน ภายในป้งบประมาณ ๒๕๕๓ นะคะท่านประธาน เพราะว่าเด็กตอนนี้ลําบากมาก ต้องแบ่งเปึน ๒ ห้องเรียน ซึ่งลําบากมาก ๆ ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ
คุณทศพล เพ็งส้ม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องที่ขออนุญาตหารือท่านประธานก็ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เนื่องจากในส่วนของจังหวัดนนทบุรีนั้นมีประชากรที่นับถือศาสนาอิสลามเปึนจํานวนมาก แต่เนื่องจากปรากฏว่าได้มีการตรวจสอบแล้ว ไม่มีการไปเป่ดสํานักงานของ ธนาคารอิสลามเลยสักแห่งเดียวที่จังหวัดนนทบุรี ก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีด้วยว่า ช่วยสนับสนุนและช่วยเร่งรัดในการอนุมัติเพื่อเป่ดสาขาของธนาคาร อิสลามยังจังหวัดนนทบุรีด้วย
อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่า ในพื้นที่บางบัวทองนั้น ในหมู่บ้านบ้านบัวทอง มีหวยจับยี่กีเปึนประจํา ก็ฝากท่านประธานไปถึงผู้เกี่ยวข้องด้วยว่า ชาวบ้านได้ร้องเรียน มามาก เนื่องจากว่าส่วนใหญ่ไม่ต้องทํามาหากินแล้ว เล่นหวยกันโดยที่ส่วนราชการนั้น ไม่ให้ความสนใจ
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน เนื่องจากชาวบางบัวทองและไทรน้อย นะครับ ก็กราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่มีการสนับสนุนให้มีการขยายเส้นทาง ถนนบางกรวย-ไทรน้อย เปึน ๔ เลน โดยใช้งบประมาณกรอบวงเงินกู้โดยมีการผ่าน มีการดําเนินการออกแบบและสํารวจเปึนที่เรียบร้อยแล้ว ชาวบ้านบางบัวทองและชาวไทรน้อย โดยเฉพาะชาวจังหวัดนนทบุรีก็ฝากขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีมาด้วย ขอบคุณท่านประธาน
คุณนิยม วรปัญญา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. ลพบุรี ผมได้รับความกรุณาจากท่านประธานหลายครั้งที่ได้หารือ รู้สึกได้ประโยชน์ทันตาเห็นเลยครับ เพราะไปแก้ไขให้ได้กว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์เลยครับ ราษฎรชมเชยท่านมาก ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมก็ได้รับการร้องเรียนมาอีกครับ
๑. เรื่องขอให้ปรับปรุงถนนจากสิงห์บุรี มาบ้านหมี่ มาลํานารายณ์ ไปวิเชียรบุรี หล่มสัก ด่านซ้าย จังหวัดเลย สายนี้เปึนทางเชื่อมระหว่างภาคทั้ง ๔ ภาคครับ
๒. แล้วก็สายที่ ๒ จากลํานารายณ์ วิเชียรบุรี เพชรบูรณ์ หล่มเก่า ด่านซ้าย และอีกสายหนึ่งก็คือ สายจากสิงห์บุรี ลพบุรี ชัยภูมิ ชุมแพ แล้วก็จังหวัดเลย
๓. เรื่องการประกาศเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินที่ยังออกโฉนดได้มีอีก จํานวนมากของจังหวัดลพบุรี หลายตําบล หลายอําเภอ ทีนี้รายละเอียดผมมีรายงาน อยู่ในหนังสือที่เสนอท่านไว้แล้วครับ
๔. เรื่องสร้างอ่างฝายวังเชื่อม อ่างวังเตาถ่าน วัดท่าใหญ่ แล้วก็บ้าน ชอนสารเดช วังสาหร่าย คุ้มใหญ่ อันนี้ถ้าสร้างอ่างนี้เสร็จจะได้น้ําใช้แก้ปัญหาภัยแล้ง ได้ครับ
๕. ภัยพิบัติเกิดจากฝนแล้งทุกอําเภอของจังหวัดลพบุรี ท่านประธานครับ ขอให้ทางราชการที่มีเครื่องสูบน้ําคอยช่วย เพราะว่าข้าวที่ทําไว้กําลังตายแล้ง ถ้าไม่มี ฝนตกมาอีกก็จะไม่ได้เก็บเกี่ยว
๖. กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง ขอให้เร่งรัดให้โรงงานน้ําตาลเป่ดหีบอ้อยต้นป้ เพราะป้นี้น้ําตาลทั่วโลก ขาดแคลน เราจะได้เงินเข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้
๗. เรื่องที่ดินขอให้กรรมาธิการวิสามัญที่สภาตั้งไปเร่งแก้ไข เพราะว่า ที่กรมป์าไม้ประกาศทับเปึนที่สงวนหวงห้ามทับที่ทํากินและที่อยู่อาศัยของราษฎร มีจํานวนมากบางแห่ง ทั้งวัด ทั้งโรงเรียน ซึ่งสร้างมาก่อนเปึนเวลาร้อยป้ก็ยังถูกประกาศทับ บางแห่งเขาเปึนเมืองเก่าก็ยังถูกประกาศทับไป ฉะนั้นขอให้มีการแก้ไขและกันออกให้ครับ
๘. ขอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาแก้ไขถนนที่คดโค้ง เกิดอุบัติเหตุบ่อย ก็เพราะว่าถนนมันคดครับ ขอให้เร่งแก้ไข ให้คณะกรรมาธิการการคมนาคมได้พิจารณา เรื่องนี้ ศึกษาและหาทางแก้ไขด่วน และการจราจรที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง เพราะว่าแม่น้ํา ลําคลองวิ่งอ้อมไปตั้ง ๕๐-๖๐ กิโลเมตร แล้วจะมีสะพานข้าม ก่อนนี้สะพานไม้ทําได้ เดี๋ยวนี้สะพานไม้ทําไม่ได้ เพราะว่าไม่มีเงินจะไปสร้าง เพราะสะพานไม้มันแพง สมัยก่อน ราษฎรทํากันเองได้ เดี๋ยวนี้ราษฎรกําลังเดือดร้อนมาก ร้องเรียนมามาก รายละเอียด ปรากฏตามที่ผมได้ส่งเรื่องแนบ ผมจะส่งให้กับสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นะครับ
หมดเวลาแล้วครับ เชิญคุณไมตรี สอยเหลือง
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายไมตรี สอยเหลือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรที่อยู่ในเขตอําเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เปึนจํานวนมากหลายเรื่อง หลายกรณีด้วยกัน
เรื่องแรกเปึนเรื่องขโมย โจรชุกชุมมากในระยะนี้ อยากจะให้ทางรัฐบาล ช่วยกําชับทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ช่วยดูแลราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจาก ขโมยโจรแอบย่องขึ้นบ้าน ลักทรัพย์ของราษฎร
เรื่องที่สองเปึนเรื่องเกี่ยวกับราษฎรที่อาศัยอยู่ในเขตที่ดินราชพัสดุ ที่ตําบล พลูตาหลวง อําเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งเรื่องนี้ผมเคยมาหารือกับท่านประธานแล้วครั้งหนึ่ง จนบัดนี้ยังไม่เห็นความคืบหน้า ผมจึงได้นําเรื่องมาหารือกับท่านประธานอีกครั้ง เปึนครั้งที่ ๒ เพราะราษฎรที่อาศัย อยู่ในที่ดินราชพัสดุดังกล่าวกําลังถูกกองทัพเรือขับไล่อยู่
เรื่องที่สามเปึนเรื่องสลากกินแบ่งรัฐบาล ปัจจุบันขายเกินราคามาก ที่อําเภอสัตหีบ ขายในราคา ๒ ใบ ๑๑๐-๑๒๐ บาท เมื่อสักครู่ได้คุยกับท่านวิชัย ล้ําสุทธิ ส.ส. ระยอง ได้คุยกันว่าที่จังหวัดระยองก็ขายในราคาถึง ๑๓๐ บาท อยากจะให้รัฐบาล ช่วยดูแลเรื่องนี้ด้วย ผมมีข้อเสนอแนะเรื่องนี้อยากจะให้ตัดระบบผูกขาด ระบบโควตา ควรจัดสรรบางส่วนของสลากให้กับประชาชนทั่วไปได้ซื้อล่วงหน้า ทางอินเตอร์เน็ต (Internet) เวลารับสลากก็จะให้ไปรับที่ธนาคารกรุงไทย
เรื่องที่สี่คือเรื่องน้ําประปาที่อําเภอสัตหีบ เปึนอําเภอที่ยังมีน้ําประปา น้ําสะอาดใช้ไม่ครบทุกหมู่บ้าน ผมเคยเรียนหารือเรื่องนี้ที่สภาแห่งนี้ครั้งหนึ่ง แต่ก็ยังไม่มี ความคืบหน้าราษฎรก็ได้ทวงถามอยู่เรื่อย ๆ ว่าเมื่อไรน้ําประปาจึงจะเข้าไปในหมู่บ้าน เสียที จึงได้นําเรื่องน้ําประปาและทั้ง ๔ เรื่องมาหารือท่านประธานในวันนี้ เพื่อขอความ คืบหน้าและแก้ไขความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่อําเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีต่อไปด้วย ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน
คุณสถาพร มณีรัตน์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือ ผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมอยู่ ๒ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ คือการขยายช่องจราจรถนนพหลโยธิน ๑๐๖ อําเภอลี้ อําเภอบ้านโฮ่ง ซึ่งงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ นั้น ได้รับการจัดสรร แต่ปรากฏว่ามีการ ปรับเปลี่ยนงบประมาณ พอไปป้ ๒๕๕๓ ซึ่งกําลังจะพิจารณานั้น ปรากฏว่าหายไปเลย ก็จึงนําเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่า การขยาย ช่องจราจรถนนพหลโยธิน ๑๐๖ นั้น มีความจําเปึนเปึนอย่างยิ่ง
เรื่องที่ ๒ พระราชกฤษฎีกาเวนคืนถนนสายเลี่ยงเมืองลําพูน ซึ่งออกมา เกือบ ๒ ป้แล้ว ใช้วงเงินทั้งหมด ๒๗๐ ล้านบาท เพื่อที่จะตัดถนนเลี่ยงเมือง จังหวัดลําพูน เข้าไปสู่ถนนจังหวัดเชียงใหม่ ปรากฏว่างบประมาณ ป้ ๒๕๕๓ ทั้งไทยเข้มแข็ง ทั้งไทย ไม่เข้มแข็งคืองบประมาณปกติไม่มีเลยครับ จึงอยากจะนําเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ว่าขอจัดสรรงบประมาณให้กระจายอย่ากระจุก เพราะมิฉะนั้นแล้วพี่น้องประชาชนก็จะเห็นว่ามี ๒ มาตรฐาน เพราะกู้เงินมาแล้ว มันหารโหดหมดครับ แต่เวลาใช้เงินก็ใช้กันในส่วน บางส่วนก็ไปปูด บางส่วนก็ไม่ได้เลย แต่เวลาเปึนหนี้ใช้เท่ากันหมด ก็นําเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ขอให้ความเปึนธรรมกับพี่น้องในเขตภาคเหนือ โดยเฉพาะที่ จังหวัดลําพูนด้วยความเข้าใจยิ่ง ขอกราบขอบพระคุณครับ
คุณวัชระ เพชรทอง
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตหารือท่านประธานดังต่อไปนี้
เรื่องแรกเปึนเรื่องที่คุณวิเชียร ธรรมาภิรมย์ เจ้าของร้านขายยา ในซอยวัดรางบัว เขตภาษีเจริญ ได้ร้องเรียนกับผม เนื่องจากองค์การบริหารส่วนตําบล น้ําน้อย ที่อําเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้ก่อสร้างถนนรุกล้ําที่ดินของนายวิเชียร ธรรมาภิรมย์ ซึ่งได้ร้องเรียนกับผมซึ่งเปึน ส.ส. ในพื้นที่ ท่านประธานครับ ปรากฏว่า สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาได้มีหนังสือลงวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๔๘ ถึงจังหวัดสงขลา เพื่อที่จะให้จังหวัดสงขลานั้นได้พิจารณาสั่งการให้องค์การบริหารส่วนตําบลน้ําน้อย อําเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เยียวยาชดใช้ค่าเสียหายให้แก่นายวิเชียรตามควรแก่กรณี และได้กําชับว่าเพื่อปัองกันมิให้เกิดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นและก่อความเดือดร้อน และเสียหายแก่ประชาชนในโอกาสต่อไป สมควรที่จังหวัดสงขลาจะได้กําชับให้หน่วยงาน ของรัฐภายในจังหวัดดําเนินการรังวัดตรวจสอบเขตให้ถูกต้องก่อนที่จะสร้างถนน ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้ผ่านมาหลายป้แล้ว ปรากฏว่าองค์การบริหารส่วนตําบล น้ําน้อยยังไม่ได้ชดเชย ชดใช้ค่าเสียหายให้กับนายวิเชียร ธรรมาภิรมย์ ซึ่งเปึนเจ้าของ ร้านขายยาในซอยวัดรางบัวแต่ประการใด จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้โปรดเร่งรัดไปยัง อบต. น้ําน้อยด้วย
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ เปึนเรื่องความเดือดร้อนของผู้ใหญ่บ้าน ที่บ้านห้วยแห้ง หมู่ที่ ๖ ตําบลถ้ําลอด อําเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน คือนายอํานาจ วิเชียรยอดกุล ซึ่งมีตําแหน่งเปึนผู้ใหญ่บ้าน เขาเดือดร้อนเนื่องจากว่า เพื่อนของผมนั้น ไปเปึนคุณครูใหญ่ที่โรงเรียนบ้านห้วยแห้ง และได้ส่งจดหมายร้องเรียนมาที่ผม ความว่า นายอํานาจนั้นได้ถูกกล่าวหาว่ามีการกระทําผิดอาญา แล้วต่อมาศาลชั้นต้นได้ตัดสิน พิพากษาให้จําคุก ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟัอง ดังนั้นทางอําเภอปางมะผ้า โดยนายอําเภอปางมะผ้าในขณะนั้น และท่านผู้ว่าราชการจังหวัด นายธงชัย วงศ์เหรียญทอง ในขณะนั้น จึงได้ทําหนังสือหารือไปยังอธิบดีกรมการปกครองเพื่อที่จะ หารือว่าการกลับเข้ามารับตําแหน่งหน้าที่ของนายอํานาจ วิเชียรยอดกุล ซึ่งเปึนผู้ใหญ่บ้านนั้น จะได้ค่าตอบแทนได้หรือไม่ อย่างไร และได้ตั้งแต่เมื่อไร ปรากฏว่า เรื่องนี้ค้างคามานาน จึงอยากจะให้กรมการปกครองได้โปรดพิจารณาเรื่องนี้โดยด่วน และ
เรื่องถัดมาเปึนเรื่องของความเดือดร้อนของพี่น้องในเขตหนองแขม บางแค ภาษีเจริญ ก็คือเรื่องการก่อสร้างถนน อยากจะให้พิจารณาการก่อสร้างถนนบางบอน ๓ ซึ่งก่อให้เกิดมลภาวะเปึนอย่างมาก ท่านประธานครับ ขอกราบขอบพระคุณ
คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องนะครับ
เรื่องแรก ก็คือเรื่องของการนัดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธาน ที่เคารพครับ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วท่านประธานได้นัดการประชุมเมื่อวันศุกร์ และภายหลัง ต่อมานั้นท่านประธานก็ได้มีคําสั่งให้ยกเลิกการประชุมเมื่อวันศุกร์ สิ่งที่ตามมาก็คือว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านนั้น บางท่านมีนัด บางท่านมีภารกิจก็ต้องเลื่อนไป เลื่อนมาตามวาระการประชุมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสัปดาห์นี้ก็เกิด ข้อสงสัยอีกเช่นเดียวกัน เพราะว่าท่านประธานได้นัดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันพุธ วันพฤหัสบดี และวันศุกร์ โดยมีระเบียบวาระการประชุมแนบส่งมาด้วยนะครับ และในขณะเดียวกันท่านประธานได้ส่ง เอสเอ็มเอส (SMS) ไปยังสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร เรื่องการประชุมเรื่องงบประมาณป้ ๒๕๕๓ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองต้อง หยิบยกเรื่องนี้มาหารือก็เนื่องจากว่าหลังจากที่ท่านประธานมีคําสั่งให้เปลี่ยนแปลง โดยเร็วแล้ว เอกสารต่าง ๆ รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพวกเราไม่มีโอกาสได้ ศึกษาดูแต่อย่างใดเลยนะครับ เพิ่งมาได้รับวางอยู่บนโต๊ะเมื่อเช้านี้เอง แล้วก็ไม่มีโอกาสได้ ศึกษาในรายละเอียด อย่างข้อเท็จจริง เพราะว่าท่านประธานนั้นได้นัดกะทันหัน อีกเช่นเดียวกัน นั่นเปึนเรื่องที่ ๑ จึงอยากเรียนถามท่านประธานถึงเหตุผลของการ ดําเนินการในเรื่องดังกล่าว
เรื่องที่ ๒ สืบเนื่องมาจากเรื่องที่ ๑ เรื่องที่ ๒ นั้นก็คือว่าทราบว่าวันนี้จะมีการ พิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญเรื่องการพิจารณางบประมาณป้ ๒๕๕๓ เพราะฉะนั้นแล้วในการพิจารณาดังกล่าวนั้น เห็นว่าน่าจะมีการถ่ายทอดทางสถานีวิทยุ โทรทัศน์ ซึ่งเปึนแนวทางที่เคยปฏิบัติมาในสมัยรัฐบาลที่แล้ว จึงอยากกราบเรียน ท่านประธานทั้ง ๒ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ อยากบอกท่านประธานว่า ในเรื่องการนัดการประชุมนั้นควรจะมี การชัดเจน แล้วก็น่าจะมีการวางแผนเพื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นจะได้กําหนดแผน ในการทํางานตามที่ท่านประธานนัด
เรื่องที่ ๒ นั้นก็คือเรื่องการถ่ายทอด อยากจะให้ท่านประธานนั้น ได้ประสานงานไปยังรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ได้มีการถ่ายทอดการประชุมสภา ในเรื่องการพิจารณาเรื่องงบประมาณในวาระสองและวาระสาม จึงกราบเรียนท่านประธาน มาด้วยความเคารพ ขอบคุณครับ
ผมตอบเลยนะครับ เพราะ ท่านสงสัย และเรื่องนี้ท่านสถาพรท่านสอนผมที่ประชุมสภาแห่งนี้ ผมก็ปฏิบัติตาม ข้อบังคับ ข้อ ๑๓ ผมได้นัดประชุมในวันนี้ ตามหนังสือด่วนมาก ที่ สผ ๐๐๑๔/ผ ๘๖ ลงวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๒ โดยท่านเลขาธิการได้ส่งเรื่องไปให้ท่านตั้งแต่วันที่ ๒๑ สิงหาคม นี่เรื่องหนึ่ง
อีกเรื่องหนึ่ง ผมได้รับหนังสือด่วนมาก ด่วนที่สุด จากท่านประธาน ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณป้ ๒๕๕๓ ตามหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ ๕๔๐๖/๒๕๕๒ ลงวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๒ ให้ส่งเรื่องเข้าสู่การพิจารณา ที่คณะกรรมาธิการเสร็จแล้ว ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖ (๔) และในหนังสือได้กําชับ บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ งบประมาณป้ ๒๕๕๓ ได้พิจารณาจัดทํารายงานเสร็จสิ้นแล้ว จึงใคร่ขอให้ท่านได้โปรด พิจารณาบรรจุในระเบียบวาระของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันพุธที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๒ เพื่อให้เปึนไปตามกรอบปฏิทินการพิจารณางบประมาณประจําป้ ๒๕๕๓ ต่อไป ผมได้ทําตามข้อบังคับ ทําตามระเบียบ ส่วนทางสภาจะพิจารณาอย่างไร เรื่องของสภา นะครับ กระผมมิบังอาจละลาบละล้วงหน้าที่ของสภาครับ ก็ทําตามหน้าที่ของกระผม ที่พึงปฏิบัติได้ ก็เรียนเท่านี้ก่อนครับ เดี๋ยวค่อยปรึกษา ให้มันจบ เหลืออีกหลายท่านครับ
ท่านประธานยังไม่ได้ตอบ คําถามที่ ๒ ของกระผมเลยในเรื่องการถ่ายทอด
ส่วนคําถามข้อที่ ๒ ของท่านที่ให้เป่ด คือว่าตามข้อบังคับต้องถ่ายทอด ทางสภาก็ถ่ายทอดปกติ และทุก ๆ ป้ เมื่อมีการประชุมงบประมาณวาระสองไม่เคยมีการถ่ายทอด และเราก็ได้ทําหนังสือ เรียนไปยังทางฝ์ายผู้บริหารแล้วเพื่อให้ได้รับความร่วมมือ ตลอดทั้งทางไทย พีบีเอส (Thai PBS) ด้วย ผมก็ได้ทําไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ตอบรับอะไรมา ก็ไม่รู้จะทําอย่างไรครับ เพราะผมไม่มีอํานาจ ก็มีหน้าที่บุรุษไปรษณีย์ผ่านไปเท่านั้น มีอะไรคุณชลน่าน คุณก็มี ที่จะต้องปรึกษาครับ ท่านพูดแล้วท่านจะไม่ปรึกษาใช่ไหมครับ คุณประเสริฐหมดแล้ว นะครับ ผมก็ตอบหมดแล้วครับ
ท่านประธานครับ ผมได้มองเห็นท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีท่านเดินเข้ามาพอดีครับ ถ้าท่านจะช่วยกรุณาได้ชี้แจงเพื่อให้ที่ประชุมแห่งนี้ได้เข้าใจจะเปึนพระคุณอย่างยิ่ง ขอกราบขอบพระคุณครับ
ช่วยตอบสักนิดหน่อย เถอะครับ ท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ความจริงก็เปึนไปอย่างที่ท่านประธานได้กรุณาเรียนให้ที่ประชุมทราบนะครับ แต่ ต้องเรียนว่าเรื่องของการถ่ายทอดสดโดยใช้สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ ถ้าได้รับการร้องขอจากรัฐสภาและวิป (Whip) แล้ว ปกติทางสถานีโทรทัศน์ก็ไม่เคย ขัดข้อง ที่ผ่านมาก็มีการถ่ายทอดกันโดยตลอด แต่เข้าใจว่าการพิจารณาว่าการถ่ายทอดในเรื่องใด ก็จะขึ้นอยู่กับธรรมเนียมปฏิบัติของสภาเอง เช่น งบประมาณก็จะมีการถ่ายทอด ในวาระหนึ่งโดยตลอด แม้แต่กระทั่งทางวุฒิสภาเองก็ตาม ซึ่งอันนี้ก็ได้ปฏิบัติเรียบร้อย ไปแล้ว หรือมีการพิจารณาในญัตติสําคัญ เช่น ญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือการ แถลงนโยบายต่าง ๆ เหล่านี้เปึนต้น ส่วนกรณีนี้ผมก็ไม่ได้รับการประสานใด ๆ จากทางวิป หรือทางใด ๆ ซึ่งเข้าใจว่าคงเปึนธรรมเนียมปฏิบัติของสภา เพราะฉะนั้นถ้าเปึนธรรมเนียม ปฏิบัติเช่นนี้ ก็จะเปึนไปตามที่ท่านประธานได้กรุณาเรียนกับที่ประชุมไปแล้วครับ
ต่อไปก็เปึนเรื่องปรึกษาต่อ คือถึงโควตาของคุณสุรพงษ์พอดี เชิญคุณสุรพงษ์ ๓ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต่อเนื่องครับท่านประธาน ที่เมื่อสักครู่ท่านประธานพูดว่าวาระสอง และวาระสาม ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณที่คณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาเสร็จสิ้นลงนั้น ไม่มีการถ่ายทอดสด และท่านรัฐมนตรีประจําสํานัก นายกรัฐมนตรีที่ดูแลสื่อก็ออกมาพูดว่าไม่ใช่ประเพณีปฏิบัติ ผมขอกราบเรียน ท่านประธาน ป้ที่แล้วที่เมื่อรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ได้พิจารณาวาระสอง วาระสาม เข้าสู่สภาแห่งนี้มีการถ่ายทอดสดครับ ทั้งช่อง ๑๑ ทั้ง ทีเอ็นเอ็น (TNN) ๒๔ ชั่วโมง แล้วพรรคฝ์ายค้านลุกขึ้นอภิปราย ตอนนั้นเปึนพรรคประชาธิปัตย์ ผมจําได้ เพราะผมเพิ่ง ผ่าตัดออกจากโรงพยาบาลมา ผมก็นั่งฟังอยู่ เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียน ท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชนที่ฟังรายการตอนนี้ว่า รัฐบาลมันไม่ได้มีความจริงใจ โกหกได้อย่างไร มันมีการถ่ายทอดครับท่านประธาน เปึนประเพณีปฏิบัติ คราวที่แล้ว ประชุม ๓ วัน ๓ คืน มีการถ่ายทอดสด เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธาน เลยครับว่า อย่ามาป่ดหูป่ดตาพี่น้องประชาชน งบประมาณวาระสอง วาระสาม มีประเด็น สําคัญมากมาย พี่น้องประชาชนควรจะได้รับรู้ด้วย ผมอยากจะฝากท่านประธานไว้ครับ เพราะว่าวันนี้อย่าโกหกกันอีกต่อไป และการเรียกประชุมของท่านประธาน ในประวัติศาสตร์ไม่เคยมี ส่งหนังสือเชิญพวกผมประชุมวันที่ ๒๑ ไม่มีวาระเรื่อง งบประมาณรายจ่าย อยู่ ๆ วันที่ ๒๔ ตอนเช้า ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณา งบประมาณ ท่านกรณ์ จาติกวณิช เรียกประชุมด่วน มีการตกลงกัน มีการโยกงบประมาณ จากกระทรวงคมนาคม ประมาณ ๑๕๐ กว่าล้านบาท มาให้สภาผู้แทนราษฎร หลักฐานอยู่ที่ผมทั้ง ๒ ฉบับ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกาเช้า ไม่มีงบของสภาผู้แทนราษฎร ๑๐๐ กว่าล้านบาท พอตกลงกันเสร็จ เกี้ยเซี๊ยะกันเสร็จ บ่ายแก้ไขเอกสาร พิมพ์มาอีก ฉบับหนึ่ง แล้วก็ออกหนังสือเชิญ วันนี้ต้องให้สังคมได้รับรู้ครับ ว่าการที่ ประธานสภาผู้แทนราษฎรใช้สภาแห่งนี้เปึนเครื่องมือในการต่อรองเพื่อเรียกร้อง งบประมาณแผ่นดินมาไว้ในสภาผู้แทนราษฎร มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ไม่เคยมีธรรมเนียม ปฏิบัติ แล้ววันนี้ท่านประธานก็อ้างว่า ประธานคณะกรรมาธิการ นายกรณ์ จาติกวณิช ทําหนังสือด่วนขอให้บรรจุวาระนี้เข้าสู่การประชุม บ้านเมืองนี้ไม่ใช่ของรัฐบาลฝ์ายเดียว ไม่ใช่ของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่ของท่านประธานชัย ชิดชอบ บ้านเมืองนี้เปึนของ ประชาชน เงินภาษีราษฎรมาทําอย่างนี้ไม่ได้ครับ ผมในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ การเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน รับกับพฤติกรรมแบบนี้ไม่ได้ ไม่เคยเกิดขึ้นในสภาผู้แทนราษฎร มันถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง สังคมต้องวินิจฉัย สื่อมวลชน นี่ล่ะครับ ต้องนําเสนอข่าวเหล่านี้ให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจ ถึงแม้จะดูกระจอก เงินแค่ ๑๓๐ ล้านบาท แต่เหตุการณ์อย่างนี้มันก็เกิดขึ้น อย่างนี้มันไม่ถูก รัฐบาลก็เล่นเกมอย่างไร มีการเกี้ยเซี๊ยะกัน ตกลงกัน เบ็ดเสร็จ ๑๓๐ กว่าล้านบาท สื่อมวลชนเขาก็ถามว่า เงินขนาดนี้หรือที่ต้องเลื่อนการประชุม แล้วมีการแก้เอกสารมากมายขนาดนี้ วันนี้สภานี้ เปึนสภาโจ๊กไปแล้วครับ ผมไม่อยากจะกล่าวหา แต่มันเปึนความจริงอย่างนั้น แล้วก็ ฝากถึงท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีนะครับ ประเพณีปฏิบัติป้ที่แล้ว ฝ์ายค้านอภิปราย ๓ วัน ๓ คืน เรียกร้องให้มีการถ่ายทอดสด ผมผ่าตัดหัวใจ เพื่อนผมยังบอกเลย อภิปรายเหมือนวาระแรกเลย ก็เปึนสิทธิครับ ท่านประธาน ฝากไว้ กล้าได้กล้าทําบ้างรัฐมนตรี ฝากไว้แค่นี้ท่านประธาน ขอบคุณครับ
ท่านเกินเวลาไป จาก ๓ นาที ไป ๑.๓๖ นาที ให้เกียรติท่านมากนะ เพราะท่านถือว่าสภาโจ๊ก ป่ดการหารือ นะครับ ให้ผมเข้าสู่ระเบียบวาระ แล้วก็ค่อยพูดกัน เดี๋ยวค่อยปรึกษาหารือกัน ตอนที่ผมแจ้งที่ประชุมเป่ดการประชุมนะครับ
ท่านประธานครับ
ท่านประท้วงอะไรครับ
มิได้ครับท่านประธานครับ
ผมยังไม่ได้เป่ดประชุมเลย
มิได้ครับท่านประธาน ผมยกมือ ไหว้ท่านครับ
เชิญ ไม่ต้องไหว้ผมหรอกครับ ท่านไปไหว้ในหลวง
ขอไหว้พร้อมกันเลยครับท่าน ท่านประธานครับ กระผมเองอยากจะขอเวลาท่านสักนิดเถอะครับ ขอหารือท่าน ผมเองปกติไม่เคยหารือเลย ไม่เคยใช้เวลานี้ ขอประทานท่าน
เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ส.ส. สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย สิ่งที่ผมจะหารือนี้เปึนเรื่องที่สําคัญมากครับ และผมคิดว่า ท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ขณะนี้หรือถ้าไม่ได้อยู่ ท่านเข้ามาในสภา อยากจะให้ท่านได้ตอบ สักนิดหนึ่ง ท่านประธานครับ งบประมาณแผ่นดินนี้ ท่านมีความชอบธรรมโดยกฎหมาย ที่ท่านจะพิจารณาวันนี้ครับ แต่ผมประกาศว่า ท่านไม่มีความชอบธรรมทางการเมือง ที่จะใช้เงินตัวนี้เลยครับ วันที่ ๒๖ วันนี้ที่ผมแต่งดํานี้ ขอประทานโทษก่อนนะครับ ท่านประธาน ไม่ใช่ประท้วงเรื่องวันเกิดของท่าน พลเอก เปรม นะครับ ไม่ใช่นะครับ แต่วันนี้เมื่อป้ที่แล้ว มีการกระทําผิดกฎหมายอย่างร้ายแรงที่สุด มีบุคคลกลุ่มหนึ่ง ยึดทําเนียบรัฐบาล ยึดสถานี เอ็นบีที (NBT) บุกกระทรวงการคลัง ทําการก่อจลาจล ๑ ป้มาแล้วไม่มีการดําเนินการทางกฎหมายเลย ท่านประธานครับ การที่รัฐบาล มีความชอบธรรมทางการเมือง ที่จะต้องมีทั้งความชอบธรรมทางการเมือง และความชอบธรรมทางกฎหมายที่จะเอางบประมาณแผ่นดินนี้ไปใช้ เพราะเปึนเงิน ของประชาชน แต่เมื่อรัฐบาลมิได้ดําเนินการเปึนเช่นรัฐบาลแห่งนิติรัฐ ท่านมีความชอบธรรมทางการเมืองอย่างไร ท่านประธานครับ ผมมิได้กล่าวหา ท่านนายกรัฐมนตรี แต่ท่านนายกรัฐมนตรีวันนี้ ท่านไม่ได้ดําเนินคดี ผมขอประทานโทษ ท่านประธานนะครับ วันนี้ผมได้รับเชิญไปพูดที่สนามหลวง มีคนกลุ่มหนึ่งจะเดินขบวน ไปที่หน้าบ้าน พลเอก เปรม ผมจะเข้าไปยับยั้ง ผมจะเกลี้ยกล่อมว่า อย่าทําอย่างนั้น แต่ท่านอย่าไปใส่ร้ายข้อหาผมให้ผมมีความผิด เพราะผมกําลังทําเช่นเดียวกับที่ท่าน นายกรัฐมนตรีไปพูดในทําเนียบรัฐบาลวันที่พันธมิตรยึดอํานาจ ยึดทําเนียบรัฐบาล ผมทําอ่อนกว่า ผมไม่ได้ไปยึดสถานที่ราชการ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีไปสนับสนุนพันธมิตร ยึดทําเนียบ ดังนั้นคนจึงเข้าใจว่าท่านมีส่วนเกี่ยวข้อง และแน่นอนที่สุดคดีนี้ ๒๐ ป้ครับ แล้วพรรคของท่านประธานจะเสนอพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม นายกรัฐมนตรีก็คัดค้าน อีกนะ ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้แสดงเจตนาชัดเจนว่าไม่ดําเนินคดี ผมยังจําได้ว่าวันที่ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ถามท่านว่า ท่านนายกรัฐมนตรี ครับ การยึดทําเนียบรัฐบาลและยึดสนามบินผิดหรือไม่ ท่านนายกรัฐมนตรีตอบอย่างมี เลศนัยรู้ทันทีว่าไม่ดําเนินคดี เพราะท่านบอกว่าผิดหรือไม่นั้น ผมขอรู้อยู่ในใจเท่านั้นครับ ว่าผิดกฎหมายหรือไม่ แต่ไม่บอกใคร ดังนั้นสิ่งเหล่านี้มันส่งสัญญาณมาแล้วครับ ๑ ป้มาแล้วไม่ดําเนินคดีเลย ท่านจะเอาความชอบธรรมทางการเมืองอะไรไปใช้เงินของประชาชน เพราะท่านไม่ได้ รักษากฎหมายของบ้านเมือง ผมจึงฝากไว้ว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่ท่านกําลังจะเอา เข้าสภาเรื่องงบประมาณนี้ ถ้าท่านไม่ได้ดําเนินการเรื่องนี้ กราบขอบพระคุณครับ ท่านมากเลยครับ เช่นเดียวกันครับ ท่านต้องตอบก่อน ว่าการดําเนินการทางกฎหมาย ทําไมป้หนึ่งยังไม่มีอะไรเลย และนอกจากนั้นท่านกําลังดําเนินการในวันที่ ๓๐ นี้ จนเปึนการละเมิดหลักการรัฐธรรมนูญแล้ว เรื่องการชุมนุม ผมบอกท่านนะครับ ท่านอย่าไปดําเนินการคดีกับผมนะ ถ้าผมทําผิดกฎหมายอื่นว่าไปเลยครับ แต่ถ้าผม ดําเนินการเช่นเดียวกับท่าน ผมไปพูดในที่สาธารณะ แล้วผมจะช่วยท่านประคับประคอง ให้บ้านเมืองอยู่ได้ ขอให้ท่านได้ชี้แจงกับประชาชนก่อนว่า ท่านใช้ความชอบธรรม ทางการเมืองอะไรที่จะใช้เงินของประชาชนโดยท่านไม่รักษากฎหมายเรื่องนี้ครับ
ขอบพระคุณครับ เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ความจริงผมก็แปลกใจเล็กน้อยนะครับว่า ท่านสมาชิกลุกขึ้นมาหารือตอนแรกเหมือนจะเปึนเรื่องงบประมาณ แต่มาเปึนเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับคดีความต่าง ๆ ก็อยากจะขอเรียนข้อเท็จจริงก็แล้วกัน คือความเห็นนี้ คงไม่ตรงกันครับ แต่ข้อเท็จจริงนี้มันเปึนข้อเท็จจริง เรื่องราวที่ท่านบอกว่าเกิดขึ้น เมื่อป้ที่แล้วมีหลายเหตุการณ์ด้วยกัน ทั้งที่สถานีโทรทัศน์ เอ็นบีที ทั้งที่ทําเนียบรัฐบาล วันนั้นนี่ผมเปึนผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านเอาข่าวเก่ากลับมาดูได้ครับ เกิดเหตุขึ้น ผมได้บอกว่าผมไม่เห็นด้วยกับการที่ผู้ชุมนุมซึ่งชุมนุมอยู่ตัดสินใจที่บุกเข้าไป ในทําเนียบรัฐบาล หรือมีคนกลุ่มหนึ่งบุกเข้าไปใน เอ็นบีที แล้วก็เรื่องที่เกิดขึ้นก็เกิดขึ้น เดือนนี้คือเดือนสิงหาคม ผมไม่ได้เปึนรัฐบาลนะครับ ผมเข้ามาเปึนเดือนมกราคม แต่หลังจากเดือนมกราคมเปึนต้นมา ทุกคดีก็มีความคืบหน้าครับ คดี เอ็นบีที ขณะนี้ ก็ถึงศาลแล้ว จะบอกว่าไม่ดําเนินคดีคงไม่ได้ คดีทําเนียบรัฐบาลนี้ ผมจําไม่ได้ชัดเจน นะครับ แต่ว่าน่าจะเปึนในเรื่องของการที่ออกหมายเรียกมากกว่า แล้วก็มีการดําเนินการ ส่วนที่ท่านมาสอบถามผมว่าในสภานี่ ทางสมาชิกตั้งกระทู้ถามแล้วผมไม่ตอบ คําถาม ที่ถามวันนั้นก็คือถามผมเปึนประเด็นเฉพาะเจาะจงว่าบุคคลนั้น บุคคลนี้ได้ทําผิด กฎหมายในข้อหานั้น ข้อหานี้ใช่หรือไม่ ซึ่งผมบอกว่าเปึนเรื่องที่ทางตํารวจเขาดําเนินการอยู่ ถ้าผมพูดไปก็จะถูกมองได้ว่าเปึนการชี้นํา ผมก็ไม่ได้ตอบ แต่หลังจากนั้นมาตํารวจเขาก็ ดําเนินการไป ก็อย่างที่ท่านทราบดี ก็มีข่าวคราวอยู่ในเรื่องของการที่มีการออกหมาย แล้วก็มีการไปรับแจ้งข้อกล่าวหา เพราะฉะนั้นทุกอย่างก็เดินหน้า จริง ๆ แล้วคดีความ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการชุมนุมทางการเมืองก็มีเยอะพอสมควร แล้วผมก็ยืนยันมาตลอด ว่าทุกคดีนี้ก็เดินหน้าไปตามกระบวนการของมัน ผมก็ไม่เคยเข้าไปแทรกแซง แล้วก็ได้ มีการบอกกับทางเจ้าหน้าที่ว่าเปึนคดีที่อยู่ในความสนใจด้วย เปึนคดีที่มีความสําคัญด้วย เพราะว่าจะเปึนส่วนสําคัญในการรักษาระบบนิติรัฐ เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วท่านกับผม คงเห็นไม่ต่างกันนะครับ ว่าเราจําเปึนที่จะต้องรักษากฎหมาย ผมก็เพียงยืนยันละครับว่า ทุกคดีก็มีความก้าวหน้า ถามว่าเราอยากให้เร็วกว่านี้ไหม ผมก็อยากให้เร็วกว่านี้ครับ แต่ผมก็ต้องระมัดระวังเช่นเดียวกัน ว่าถ้าผมไปบอกว่าต้องเสร็จภายในวันนั้น วันนี้ ก็เปึนปัญหาได้ว่าจะไปเร่งรัด จะไปมีผลกระทบต่อการดําเนินการหรือเปล่า แต่บอกได้เลย นะครับว่า นโยบายได้บอกไปแล้วว่าขอให้ทําอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด แล้วก็ไม่มีตรงไหน เลยครับที่บ่งบอกว่ารัฐบาลนี้จะไม่ดําเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมาครับ
ท่านประธานนิดเดียวครับ เพื่อให้ ท่านนายกรัฐมนตรีตอบให้ประชาชนคลายกังวลเสีย เมื่อสักครู่นี้ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ แต่ที่ท่านบอกว่า เอ๊ะ ไม่เห็นเกี่ยวกับงบประมาณเลย ไม่ใช่ครับ นี่คือปรัชญาหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยเลยครับ เมื่อท่านถือ อํานาจไปจากประชาชน ท่านจะต้องใช้เงินของประชาชนวันนี้ ๑.๗ ล้านล้านบาท ท่านต้องตอบก่อนว่าท่านได้ รักษากฎหมายอย่างไร ท่านบอกว่ามีการดําเนินคดี เอ็นบีที นั้น ท่านครับ อย่าบิดเบือน เรื่องนี้เลยครับ แกนนํา ท่านจําลอง ศรีเมือง ท่านสนธิ ลิ้มทองกุล รวมกัน ๕-๖ คน เปึนคนสั่งการชัดเจน แต่ยังไม่ถูกดําเนินคดีเลย
ท่านครับ มีผู้ประท้วงครับ
ท่านครับ นิดเดียวครับ แต่ชาวนา ที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารราชการของท่านทําให้ข้าวราคาตก ที่อําเภอเมืองพาน ป่ดถนน ถูกดําเนินคดีอย่างเร่งรัด ติดตะราง ๖ เดือนโดยไม่รอลงอาญา ท่านต้องตอบ ความแตกต่างนี้หน่อยครับ
มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ท่านประธานทําผิดข้อบังคับการประชุม ปกติก่อนจะเข้าสู่ ระเบียบวาระการประชุม ท่านประธานอนุญาตให้สมาชิกได้หารือปัญหาความเดือดร้อน คนละ ๓ นาที แต่สิ่งที่ท่านประธานปล่อยให้เพื่อนสมาชิกกําลังอภิปรายซักถาม ท่านนายกรัฐมนตรี โดยปกติแล้วต้องเปึนกระทู้ ซึ่งในวาระนี้ไม่ใช่กระทู้ถาม เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านประธาน ถ้าท่านประธานทําอย่างนี้จะเปึนประเพณีปฏิบัติต่อไป
ผมวินิจฉัยครับ ผมกําลัง จะป่ดการหารือ ก็มีท่านหารือมาเราก็ต้องให้หารือเพื่อบรรยากาศของที่ประชุมนะครับ ก็ปล่อยสักนิดหนึ่งครับ ไม่เปึนไรครับ เอาให้จบสักนิดเดียวครับ
อีกครึ่งนาทีครับท่าน อันนี้เปึนการ หารือที่เกี่ยวกับงบประมาณชัด ๆ เลย เมื่อท่านจะใช้เงินของประชาชน หลักการพื้นฐาน ท่านต้องมีความชอบธรรมทางการเมือง ความชอบธรรมทางการเมืองจะเกิดขึ้น คือท่านจะต้องบอกกับประชาชนว่าท่านรักษากฎหมายอย่างไร เพราะฉะนั้นวันนี้ ท่านบริหารราชการจนข้าวราคาตก ชาวนาเดือดร้อน ประท้วงที่อําเภอเมืองพาน กลับดําเนินคดีเร็วกว่าการยึดสนามบิน การยึดทําเนียบรัฐบาลครับ มันอะไรครับท่านครับ ท่านบิดเบือนบอกมีเรื่อง เอ็นบีที ดําเนินคดีแล้ว แต่ไม่มีเลยครับ ท่านต้องสร้าง ความชอบธรรมทางการเมืองก่อนครับ ขอบพระคุณครับ
เกินเวลา พอแล้วครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คือถ้าท่านบอกว่ารัฐบาลไหนไม่สามารถ ดําเนินการรักษากฎหมายได้สภาจะไม่พิจารณาทั้งเรื่องกฎหมาย ทั้งเรื่องงบประมาณ ให้เลยนี่ก็กระไรอยู่นะครับ ป้ที่แล้วถ้าท่านบอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นสมัยรัฐบาลท่าน แล้วความผิดเกิดขึ้นท่านก็ยังไม่ได้ดําเนินการแก้ไขให้เสร็จเรียบร้อย จนกระทั่งรัฐบาล พ้นไป พวกกระผมก็มาทํางาน ทําหน้าที่ในฐานะฝ์ายค้านแล้วก็พิจารณากฎหมาย ที่ท่านเสนอเข้ามา ผมไม่ได้ลุกขึ้นมาตั้งแง่ว่าท่านมีปัญหากับผู้ชุมนุม ผู้ชุมนุมไปยึด ทําเนียบรัฐบาลอยู่ ท่านไม่รักษากฎหมาย ฉะนั้นผมไม่ทํางานในฐานะฝ์ายนิติบัญญัติ ไม่มีหรอกครับ ผมคิดว่าจริง ๆ แล้วท่านก็ทราบดีว่าคดีความต่าง ๆ มันก็มีความ สลับซับซ้อนต่างกัน และผมก็ยืนยันได้ว่าไม่มีนโยบายอะไรทั้งสิ้นที่จะไปบอกว่า ถ้าเปึนคดีนั้นต้องเร่ง คดีนี้ให้ถ่วง ท่านดูสิครับ คดีที่เกิดขึ้นช่วง คมช. ที่ไปบุกบ้าน ประธานองคมนตรีก็ไปช้ากว่าคดีที่ท่านพูด มันไม่ได้เปึนเรื่อง คือผมไม่อยากให้พวกเรา ไปพูดเพื่อให้ประชาชนรู้สึกแตกแยก ถ้าท่านคิดว่าตรงไหนที่มันเปึนปัญหา ว่ามีการเข้าไป แทรกแซงในเชิงนโยบายขอให้ส่งหลักฐานมา แล้วผมก็จะดําเนินการแก้ไขให้ แต่ว่าถ้าพูดกันแบบนี้ประชาชนก็จะเข้าใจผิด ก็จะสับสนครับ
ผมป่ดการหารือนะครับ ส่วนที่ค้างอยู่นี่ก็ขอไปวันพรุ่งนี้ ผมหยุดหารือแล้วครับ ขอประทานอภัยด้วยครับ เดี๋ยวค่อยเข้าสู่ระเบียบวาระแล้วก็ค่อยพูดจากัน
๑ นาทีครับ ท่านประธานครับ สําคัญมากครับ ขอบันทึกไว้ในสภาผู้แทนราษฎรหน่อยครับ แค่ ๑ นาทีครับ
ผมป่ดการหารือแล้วนะครับ
เรื่องการถ่ายทอดสดครับ พี่น้องประชาชนโทรมามากเหลือเกิน ผมรับสายไม่ไหวเลยว่าทําไมท่านรัฐมนตรีถึงสร้าง มาตรฐานใหม่ให้กับสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๆ ที่เปึนวาระงบประมาณของชาติ เศรษฐกิจตกต่ําอยู่ขณะนี้ชาวบ้านอยากทราบว่า งบประมาณของประเทศนี้จะต้องใช้อย่างไร จะให้ชาวบ้านเขาตั้งฉายาท่านมากไปกว่านี้ นะครับ ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ขณะนี้เขาว่าท่านเปึนลูกกรอกนะครับ ขอบคุณครับ
ผมขอดําเนินการตาม ระเบียบวาระการประชุมขณะนี้มีผู้เข้า เชิญครับ ป่ดไม่ได้สักที
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ผมอยากให้ท่านประธานได้ดําเนินการต่อนะครับ แต่ว่าลุกขึ้นพูดความจริงแล้วก็ได้ชี้แจง ด้วยเหตุผลไปแล้วว่า การดําเนินการในการถ่ายทอดสดทุกครั้งของสภา ถ้าทางสภาร้องขอ หรือว่าทางวิปได้มีการประสานงานกันในเรื่องที่สําคัญอยู่แล้ว ก็ไม่เคยขัดข้องนะครับ แต่ว่าในการถ่ายทอดเรื่องของงบประมาณในครั้งนี้ ก็เปึนเรื่องซึ่งสภาก็จะต้องดําเนินการ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสภาเองครับ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดท่านประธานได้ชี้แจงไปว่า เนื่องจากวาระสอง วาระสาม ไม่ได้ถ่ายทอดสด ผมก็ต้องเรียนว่าข้อเท็จจริงก็เปึนเช่นนั้น แต่ว่าการถ่ายทอดสดการอภิปรายงบประมาณวาระหนึ่ง ซึ่งพวกท่านก็อภิปรายกันเยอะนี่ ก็ทําไปแล้ว เพราะฉะนั้นอันนี้ก็คือเหตุผลที่ผมต้องชี้แจง
ส่วนที่ท่านพูดจาพาดพิงว่าเปึนลูกกรอก เปึนอะไรนี่ ผมก็ไม่เปึนอะไรครับ ผมก็ไม่ถือสาหรอกครับ เพราะว่าก็เปึนเรื่องไร้สาระครับ
พอนะครับ ผมขอ ดําเนินการประชุม ขณะนี้มีผู้เข้าประชุม ๒๙๖ ท่านนะครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต
ท่านสุรพงษ์พอแล้วครับ ผมจะดําเนินการประชุม มันเดินหน้าไม่ได้ ขอความกรุณาเถอะครับ ใครโกหกใคร ก็แล้วแต่ครับ อันนั้นมันเรื่องของใคร ผมดําเนินการประชุมต่อไปนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม
ผมประท้วงท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธานอย่าทําบอดตาใสนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมนะครับ
ท่านประธานครับ มันไม่ถูกต้อง นะครับ ผมประท้วง ท่านประธานต้องให้อภิปราย
ผมบอกว่าพอก่อนครับ ให้ผมดําเนินการประชุม ผมผิดข้อบังคับข้อไหนละครับ เสียเวลาเปล่า ๆ นะครับคุณหมอ
ท่านประธานครับ ก่อนที่ผม จะประท้วงท่านประธาน ผมถามว่าคนกดไมค์ ท่านประธานกดหรือว่าข้างบนกด ใครกด
คุณจะพูดก็พูดไปครับ พูดเรื่องอะไรครับ คุณประท้วงผมข้อไหน
ผมอยากถาม เพราะผมสงสัยอยู่ว่า ใครเปึนคนกด
ผมกดเองครับ
ท่านกดใช่ไหมครับ เพราะผมสงสัย อยู่หลายครั้ง เพราะผมยังไม่ได้ประท้วงเลยมันป่ดไมค์แล้ว ผมอยากสอบถามจริง ๆ ว่า ข้างบนมันกดไมค์ได้ไหม
ผมกดเองครับ
มันกดไมค์ได้ไหม ข้างบนนี้กดได้ไหม ท่านประธานสั่งให้มันกดได้ไหม
ท่านประธานครับ ขออนุญาต ประท้วงครับ
ผมอยากถามท่านประธาน ประท้วงท่านประธาน
ยิ่งประท้วง ประท้วงเลย ไม่ต้องเดินอะไรกันสักนิดละ มาประท้วงตลอดครับ ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคภูมิใจไทย
ท่านประธานครับ ผมประท้วงอยู่ นะครับ แล้วท่านให้ประท้วงได้อย่างไร
ผมประท้วงคนที่กําลังอภิปราย เมื่อสักครู่นี้ครับ
ผมยังไม่ได้พูดเลยว่าผมประท้วง เรื่องอะไร
เอาอย่างนี้ครับ แต่ละคนครับ
ผมยังไม่รู้ว่าประท้วงผมเรื่องอะไร
ผมประท้วงผู้กําลังอภิปราย เมื่อสักครู่ ใช้คําพูดที่ไม่สุภาพในสภาแห่งนี้ คําแรกบอกว่า ท่านประธานตาบอดตาใส ต้อง ถอนครับ
ผมไม่ได้บอกว่าตาบอดนะ ผมไม่ได้ พูดว่าตาบอดนะ
บอดตาใส ท่านเปึนคนพูด ท่านต้องถอนนะครับ และเมื่อสักครู่นี้พูดมันนะใครครับ
ผมไม่ถือสาหรอกครับ ใครจะว่าอย่างไร ผมก็ไม่ถือสาครับ ไม่เปึนไรครับ นั่งลงครับ
เปึนถึงแพทย์นะครับ เปึนถึงหมอ นะครับ
ท่านประธานถ้าอย่างนี้ผมก็ด่าได้ แล้วคุณทรยศล่ะ พวกคุณทรยศล่ะ
ผมว่ามันจะไปกันใหญ่แล้ว หมอครับ คุณหมอผมว่าพอแล้วครับ
ท่านประธานครับ ต้องให้ถอนนะครับ ผมทรยศกับใครครับ
ทรยศต่ออุดมการณ์อย่างไรครับ
เอาหมอไปรักษาหน่อยครับ
ไปกันใหญ่แล้วครับ
ผมจะไปถอนเรื่องอะไร ผมไม่ทราบ ท่านประธานยังไม่ได้บอกให้ผมถอน
คือผมกําลังจะเข้าสู่ ระเบียบวาระอยู่ครับ
ผมจะปรึกษาประธาน ผมไม่ได้ ขัดขวาง
ท่านประธานครับ ต้องถอนก่อน ต้องถอนคําว่า ทรยศ ก่อนครับ ว่าผมไปทรยศกับใครครับ
ทรยศต่อประชาชน ประชาชนเลือกคุณ ให้เลือกพรรคพลังประชาชน ให้เลือกทักษิณ
มันมีหรือครับ
ก็ชัดเจน เดี๋ยวคุณก็รู้หรอกครับ เดี๋ยวคุณก็รู้
ต้องถอนครับ
เดี๋ยวเลือกตั้งคุณก็รู้ ว่าคุณจะเปึน อย่างไร คุณก็รู้เอง
คุณหมอครับ ที่นี่ที่ประชุมสภา นะครับ เราต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ปัญหาต่าง ๆ เราต้องให้เกียรติกัน กระผมว่าถ้าจะ กรุณาก็ถอนไปเถอะครับ คําว่า ทรยศ อะไรอย่ามาใช้คําพูดในสภาเลยครับ
ถอนเพราะอะไรครับท่านประธาน
ก็ว่าเขาทรยศ
เขาทรยศจริงหรือเปล่าล่ะ
ผมก็ไม่ทราบ
ต้องไปพิสูจน์ครับท่านประธาน โอเค (OK) ครับ ผมไม่อยากต่อล้อต่อเถียง ผมก็ขอถอนตามที่ท่านประธานขอ
นั่นคือมารยาทของหมอ ละครับ
ผมประท้วงท่านประธานครับ เพราะประธานไม่เปึนธรรม
เขาถอนแล้ว
เมื่อสักครู่ผมไม่ได้ยิน ต้องพูดให้ผม ได้ยินด้วยครับ
คุณเชิดชัย เขาถอนแล้ว ผมพูดแทนครับ เขาถอนแล้ว คําว่า ทรยศ เขาถอนแล้ว นั่งลงเถอะครับ เอาว่ามา
ท่านประธานครับ ที่ผมประท้วง ท่านประธาน เพราะประธานไม่ให้ความเปึนธรรม เอะอะ ท่านประธานก็จะตัดสิทธิ ทุกอย่าง ในสมัยที่ผมเปึนรัฐบาล ทางพรรคฝ์ายโน้นเปึนฝ์ายค้านเขาได้พูดมากกว่านี้ เยอะแยะ แล้วเปึนข้อเท็จจริงที่ท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ท่านบอก ท่านสมัคร ท่านบอกว่าพวกท่านโจมตีท่านตลอดว่าใจแคบ แล้วตอนนี้ใครใจแคบ ผมอยากถาม ท่านถามประธานวิปหน่อย
ไม่ใช่ ที่ท่านประท้วงผม นี่ประท้วงอะไร
คืออยากฝากถึงนายกรัฐมนตรี ครับ ท่านการศึกษาสูง ทุกอย่างท่านให้เปึนไปตามระบอบประชาธิปไตย ท่านให้ถ่ายทอด เถอะครับ
มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ คุณหมอครับ ผมขอเถอะครับ ขอความกรุณาเถอะครับ พอแล้ว
ครับผม ขอบคุณครับ คือผมอยากให้ ท่านนายกรัฐมนตรีลองลุกขึ้นมาตอบว่าที่ไม่ถ่ายทอดนี้เพราะอะไรครับ
ทุกคนเข้าใจ ประชาชน ฟังรู้เรื่องหมดแล้วครับ นั่งทั้ง ๒ ท่านนะครับ จะได้ดําเนินการต่อไปครับ ขอความกรุณา ผมจะดําเนินการต่อไป
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมนะครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต สั้น ๆ ครับ หนังสือที่ท่านประธานบอกว่าไม่ได้รับเรื่องการถ่ายทอดสด ผมได้รับอยู่ตรงนี้ แล้วท่านประธานมีการลงรับเรื่องเรียบร้อยแล้ว ต้องขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่งครับ ผม นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย กราบเรียนท่านประธานครับว่า การพิจารณาในวันนี้เปึนเรื่องสําคัญ เพราะท่านประธาน กําลังหยิบยกเกี่ยวกับเรื่องของงบประมาณ แล้วก็ทราบมาว่า หลายคนเองก็บอกว่า ต้องการให้มีการถ่ายทอด ผมเปึนผู้หารือในครั้งที่แล้วว่าถ้าในข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๑ นั้น ท่านประธานเองต้องมีการจัดให้มีการถ่ายทอดออกอากาศทางทีวีสาธารณะ ซึ่งสามารถ ชมได้ แต่วันนี้ท่านรัฐมนตรีเองก็ไม่สามารถที่จะถ่ายทอดได้ ดังนั้นเมื่อการประชุม ครั้งที่แล้วนั้น ก็เลยบอกว่าถ้าภาคเอกชนที่มีความพร้อมในการที่จะถ่ายทอดก็ให้ร้องขอ เข้ามา ขณะนั้นท่านประธานสามารถทําหน้าที่อยู่ ก็บอกให้ทําหนังสือเข้ามา ขณะนี้ได้ทํา หนังสือมาถึงท่านประธานแล้ว แล้วท่านรองเลขาธิการคัมภีร์บอกว่าพร้อมที่จะให้ ให้แจ้งให้ท่านประธานได้ทราบเท่านั้นเองครับ
ก็อนุมัติหมดแล้วนะครับ
อนุมัติให้ถ่ายทอดนะครับ
ครับ
อย่างนั้นก็สรุปว่าหนังสือ ฉบับนี้ที่ท่านประธานที่มีการหารือ
ใครจะมาถ่ายทอด ก็ตามอัธยาศัย เพราะว่าเราเป่ดเผย ประชุมเป่ดเผยครับ
สรุปว่าทางสถานีดี (D : D Station) เขาจะขอถ่ายทอด ท่านประธานอนุญาตนะครับ
ทราบแล้วครับ ขอบคุณครับ
ระเบียบวาระที่ ๒
๒.๑ รับทราบการพิจารณาของวุฒิสภาจํานวน ๕ เรื่อง
ด้วยในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันจันทร์ ที่ ๑๗
ท่านประธานครับ
มีอะไรอีกครับ
ผมไม่ได้ประท้วงท่านประธานครับ เพียงแต่
ผมกําลังดําเนินการอยู่ครับ ให้ผมแจ้งให้ทราบเสร็จก่อนครับ
เปึนเรื่องสําคัญเกี่ยวกับเรื่อง ที่จะแจ้งให้ทราบเลยครับท่านประธาน ไม่ได้ประท้วงท่านประธานทั้งสิ้น แต่เกรงว่า ถ้าท่านประธานอ่านเรื่องนี้ไปแล้ว ท่านประธานมีหนังสือถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า ท่านประธานมีความจําเปึนจะต้องพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําป้ให้ทันตามกรอบ และได้มีการบรรจุเปึนวาระพิเศษ ก็เลยอยากจะให้ท่านประธานได้นําเรียนที่ประชุมแห่งนี้ ให้ทราบว่า สิ่งที่ท่านประธานมีหนังสือถึงท่านสมาชิกนั้นจะปฏิบัติอย่างไรต่อไปครับ ท่านประธานครับ
ถึงวาระนั้นก่อนครับ ยังไม่ถึงวาระนั้นครับ ไหนครับ ก็เลยเดินไม่ได้ ขอความกรุณาสักแป็บเดียวนะครับ แจ้งเพื่อทราบจะเสร็จแล้วนะครับ
ผมขออนุญาต ผมไม่ได้ประท้วงครับท่าน แต่เรื่องเดียวกัน เรื่องระเบียบวาระประชุมเลยครับ
เดี๋ยวให้จบเรื่องนี้ก่อนครับ ขอความกรุณาสักแป็บเดียวครับ ให้เดินสักนิดหนึ่งครับ
จบเรื่องนี้หมายถึงเรื่องไหนครับท่านประธาน เอาวาระแจ้งให้ทราบจบหรือครับ
ครับ ผมจะขอแจ้ง
ผมขออนุญาตท่านประธานพูดในประเด็น เรื่องระเบียบวาระการประชุม และการนัดประชุมในประเด็นเดียวกับท่านธนา ขออนุญาต เอ่ยนามท่านครับ
เดี๋ยวจบเรื่องนี้แล้วค่อย ดําเนินการกันครับ
ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ ท่านประธานจริง ๆ ครับ
อะไรอีกคุณธนาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธานจริง ๆ ถ้าท่าน ประธานปล่อยให้มีการรับทราบรายงานของวุฒิสภา ซึ่งท่านประธานได้มีหนังสือถึง สมาชิกแล้วว่าวันนี้ได้กําหนดวาระพิเศษเรื่องการพิจารณางบประมาณ ถ้าท่านประธาน ไปพิจารณาในเรื่องเพื่อทราบก่อน โดยไม่ได้ดําเนินการหยิบยกเรื่องของงบประมาณ เข้ามา ผมเกรงว่าท้ายที่สุดที่ประชุมนี้ก็จะต้องมีการหยิบยกระเบียบวาระ ซึ่งความจริง อํานาจของท่านประธาน ตามข้อ ๑๓ ท่านประธานสามารถนําเรื่องพิเศษเข้ามาพิจารณา ในที่ประชุมนี้ได้เลยครับท่านประธาน ทีนี้ถ้าท่านประธานปล่อยให้มีการแจ้งเพื่อทราบ กลายเปึนว่าต่อไปนี้ถ้าจะพิจารณางบประมาณก็จะต้องมีการหยิบยกและเลื่อนระเบียบ วาระ ซึ่งจะไม่เปึนไปตามหนังสือที่ท่านประธานได้แจ้งต่อที่ประชุมครับ ท่านประธานครับ
จะให้ผมทําอย่างไร มันต้องพิจารณาตามระเบียบวาระ เดี๋ยวนี้ระเบียบวาระมันยังไม่ถึง กระผมต้องดําเนินการ ตามระเบียบวาระ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖ เขียนไว้ชัดครับ จะต้องพิจารณาตามระเบียบวาระ มันยังไม่ถึงครับ ท่านธนาครับ ดูข้อบังคับ ข้อ ๑๖ ให้ชัดครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมถึงต้องสอบถาม ท่านประธานครับว่า หนังสือที่ท่านประธานแจ้งท่านสมาชิกหมายความว่าอย่างไร หมายความว่าท่านประธานต้องการที่จะให้ที่ประชุมสภาในวันนี้พิจารณางบประมาณ ก็ต้องดําเนินการตามที่ผมบอก แต่ถ้าท่านประธานเพียงแต่นําเรื่องงบประมาณเข้ามา บรรจุต่อท้ายวาระปกติของการประชุม ผมก็ไม่ติดใจท่านประธาน ผมถึงต้องถาม ท่านประธานว่า ท่านประธานจะเอาอย่างไรเท่านั้นเอง ถ้าท่านประธานคิดว่า เอางบประมาณไปอยู่ต่อท้ายวาระปกติ ก็เปึนเรื่องที่ท่านประธานดําเนินการได้อยู่แล้ว ขอบคุณครับ
ครับ ผมก็ปฏิบัติตาม ข้อบังคับนะครับ เพราะข้อบังคับ ข้อ ๑๖ เขาก็เขียนไว้ชัด ๑. กระทู้ถาม ๒. เรื่องประธาน จะแจ้งต่อที่ประชุม ผมก็กําลังจะแจ้งต่อที่ประชุมในระเบียบวาระที่ ๒ แล้วก็รับรอง รายงานการประชุมในระเบียบวาระที่ ๓ และเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ในระเบียบวาระที่ ๔ มันก็ต้องไปตามขั้นตอน จะให้ผมทําอย่างไรครับ ผมทําตามข้อบังคับ ที่ท่านพิจารณาในสภานี้ ก็ทําตามหลักของข้อบังคับ ก็อย่าให้เสียเวลาเลยนะครับ ผมขอแจ้งนะครับ
ด้วยในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันจันทร์ที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๒ ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ และรับทราบรายงานของหน่วยงานต่าง ๆ ดังนี้
๒.๑.๑ เห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองการดําเนินงานของ สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ําโขง พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติ เห็นชอบแล้ว และมีร่างพระราชบัญญัติซึ่งวุฒิสภาได้พิจารณาและเห็นชอบด้วยกับสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งลงมติเห็นชอบแล้วอีก ๔ ฉบับ ซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบวาระ คือ ๑. ร่างพระราชบัญญัติ เทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๒. ร่างพระราชบัญญัติสภาตําบลและองค์การบริหาร ส่วนตําบล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๓. ร่างพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๔. ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
๒.๑.๒ เห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (มาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นและฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ) ซึ่งคณะกรรมาธิการ ร่วมกันพิจารณาเสร็จแล้ว
๒.๑.๓ รับทราบรายงานกิจการประจําป้ งบดุลและบัญชีกําไรขาดทุน ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย สําหรับป้สิ้นสุด วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๑
๒.๑.๔ รับทราบรายงานกิจการประจําป้ งบดุล บัญชีกําไรและขาดทุน ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย สําหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๑
๒.๑.๕ รับทราบรายงานประจําป้ ๒๕๕๑ ของศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ที่ ประชุมรับทราบนะครับ ก็แจ้งให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ในระเบียบวาระต่อไป ก็เปึนระเบียบวาระรับรองรายงานการประชุมนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม
รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๒ จํานวน ๔ ครั้ง คือ ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
ท่านประธานครับ ผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส. จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ข้ามหัวข้อ ๒.๒ ไปครับ
ขอประทานอภัย ท่านเตือนสติผมดีแล้วครับ ขอบพระคุณมากครับ เตือนผมบ่อย ๆ ดีที่สุดครับ ขอบพระคุณครับ
๒.๓ รับทราบการถึงแก่อนิจกรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือ คุณวีระ รักความสุข
ท่านประธานข้าม ๒.๒ ไปครับ เอา ๒.๒ ก่อน ๒.๒ แล้วค่อย ๒.๓ ครับ ใจเย็น ๆ ท่านประธาน ขอบคุณครับ
ผมพลาดจริง ๆ ครับ ต้องขออภัยนะครับ
๒.๒ รับทราบผลการดําเนินการของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์เกี่ยวกับเรื่อง ปัญหาสภาพอาคารแฟลตและที่พักอาศัย
ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาญัตติด่วน เรื่อง ปัญหาสภาพอาคาร แฟลตและที่พักอาศัย และมีมติส่งเรื่องให้รัฐบาลรับไปพิจารณาดําเนินการนั้น สํานักงาน เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าได้ส่งเรื่องดังกล่าวให้กระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์และกระทรวงมหาดไทยรับไปพิจารณาดําเนินการ โดยให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เปึนหน่วยกลางในการ รวบรวมผลการดําเนินการซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แจ้งว่า ได้ดําเนินการตามญัตติดังกล่าวและคณะรัฐมนตรีได้รับทราบผลการดําเนินการของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แล้ว จึงเสนอให้สภาผู้แทนราษฎร เพื่อทราบ ซึ่งสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งสําเนาผลการดําเนินการ ดังกล่าวให้ท่านสมาชิกแล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
เชิญครับ มีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในระเบียบวาระ ๒.๒ ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะกราบเรียนท่านประธาน ท่านประธานครับ ในเรื่อง รับทราบผลการดําเนินงานของหน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ ที่ท่านประธานกรุณาได้บรรจุ เข้าสู่ระเบียบวาระ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าผมต้องขออนุญาตใช้วาระนี้เพื่อจะ อภิปราย ผมรอท่านประธานมานานพอสมควรในเรื่องนี้นะครับ ท่านประธานครับ ในรายละเอียดผมจะไม่ลงลึกในเรื่องรายละเอียดของรับทราบการดําเนินการของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เกี่ยวกับเรื่องปัญหาสภาพอาคาร แฟลตที่อยู่อาศัยตามที่ท่านประธานได้อ่านไปแล้ว ท่านประธานครับในเรื่องนี้ ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า การบรรจุเรื่องรับทราบลักษณะ อย่างนี้ หรือการบรรจุเรื่องรับทราบที่เปึนรายงานของหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ ที่ต้อง รายงานต่อสภา หรือวุฒิสภาตามบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผมอยากให้ท่านประธานได้กลับไปดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๗ วรรคสาม ที่ว่าด้วยการนําเรื่องเข้าสู่การพิจารณาในวาระของสมัย การประชุมสามัญนิติบัญญัติ ท่านประธานครับ ผมเองไม่ได้โทษท่านประธานหรอกครับ เพราะว่าธรรมเนียมปฏิบัติ วิธีการของสภาเราเปึนอย่างนี้มาช้านาน ตั้งแต่ผมเข้าสภามา ป้ ๒๕๔๔ ก็เปึนอย่างนี้ครับ เพราะว่าเปึนไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๗ ของป้ ๒๕๕๐ ของป้ ๒๕๔๔ ก็เช่นเดียวกัน แต่อาจจะไม่ใช่มาตรา ๑๒๗ ผมจําบทมาตรา ไม่ได้ แต่ลักษณะเนื้อหาคล้ายกัน ท่านประธานครับ เรื่องที่ท่านประธานบรรจุในเรื่องที่ ประธานแจ้งต่อที่ประชุมนะครับ แล้วก็บรรจุเรื่องรับทราบ ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ครับ ท่านประธานครับ มาตรา ๑๒๗ ของรัฐธรรมนูญ เขาใช้คําว่า พิจารณา สภาจะพิจารณา ได้เฉพาะเรื่อง ในหมวด ๒ คือเกี่ยวกับองค์พระมหากษัตริย์ เรื่องการประกาศสงคราม เรื่องสัญญาสงบศึกต่าง ๆ แล้วก็เรื่องที่เปึนเกี่ยวกับกฎหมาย การตราพระราชบัญญัติ แล้วเรื่องที่สภามีมติให้นําเรื่องอื่นมาพิจารณา แต่ต้องใช้เสียงมากกว่า ๒ ใน ๓ ท่านประธานครับ ประเด็นนี้อยู่ที่ว่าการที่ท่านประธานบรรจุเรื่องรับทราบที่เปึนรายงาน ต่าง ๆ ขององค์กรต่าง ๆ เข้ามาสู่การพิจารณาของสภา การรับทราบของสภา ผมถาม ท่านประธานว่า สภาต้องพิจารณาหรือไม่ คําตอบนะครับ ท่านประธานไม่ต้องตอบผม ก็ได้ครับ คําตอบก็คือสมาชิกในสภาแห่งนี้ต้องใช้กระบวนการการพิจารณาของสภา ในการที่จะพิจารณา และดูรายละเอียด แล้วก็อภิปราย ทําข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ ผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนําสู่การปฏิบัติ หรือนําสู่การปรับปรุง ในสิ่งที่เขาได้รายงานต่อสภา ซึ่งเปึนความผูกพันระหว่างสภากับหน่วยงานที่เปึนอิสระ ในองค์กรนั้น ๆ ท่านประธานครับ ถ้าเปึนอย่างนั้นโดยพฤติการณ์ พฤติกรรมของการ ดําเนินการของสภาถือว่าเปึนการพิจารณา ถ้าท่านประธานกลับไปดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๗ ถ้าเปึนการพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องที่ไม่ใช่ระบุไว้ในมาตรา ๑๒๗ ผมก็ คิดว่าสภาแห่งนี้น่าจะปฏิบัติไม่ถูกต้อง ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และที่สําคัญ ท่านประธานครับ เราเองต้องการที่จะใช้สมัยสามัญนิติบัญญัติในการที่จะเร่งรัดพิจารณา กฎหมาย ซึ่งเปึนเครื่องมือสําคัญในการบริหารประเทศชาติบ้านเมือง แต่ว่าเท่าที่ผ่านมา ทุกวันพฤหัสบดีเราจะจบด้วยการพิจารณาเรื่องรับทราบ แล้วก็ป่ดสภาไป กฎหมายก็เข้า ได้เฉพาะวันพุธ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าเรื่องนี้ถ้าท่านประธานตีประเด็นเปึนเรื่องของการพิจารณาแล้วนี่ ผมคิดว่า ท่านประธานน่าจะใช้ดุลยพินิจบรรจุในระเบียบวาระใหม่ ไม่น่าจะบรรจุในเรื่องที่ ท่านประธานแจ้งทราบ แจ้งทราบเปึนเรื่องที่จะต้องแจ้งให้ทราบโดยไม่ต้องมีการพิจารณา อันนั้นผมยอมรับได้ครับ เช่น เรื่องใน ๒.๑ เปึนไปได้ครับ ท่านประธานครับ ในเรื่องนี้ ผมฝากท่านประธานด้วยความเคารพจริง ๆ ว่า กระบวนการการพิจารณาสภาแห่งนี้ ในการที่จะรับทราบรายงานในวาระแจ้งทราบเปึนเสมือนการเอาหัว หัวคือเรื่องแจ้งทราบ เพื่อเลี่ยงรัฐธรรมนูญ ไม่มีใครแย้งว่าเปึนเรื่องแจ้งทราบ ผมกราบเรียนท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีก็พูดว่า เว้นแต่เอาไปใส่ในเรื่องที่ประธานแจ้งทราบ เปึนวาระรับทราบ ถึงจะพิจารณาได้ ท่านนายกรัฐมนตรีพูด ผมได้ยินกับหูเลยครับ วันที่ไปเยี่ยม พรรคประชาธิปัตย์ ในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าน่าจะเปึนโอกาสที่ท่านประธานจะได้ ใช้ดุลยพินิจว่า เรื่องนี้ถ้ามีความจําเปึน มีความสําคัญแล้ว การที่จะใช้หัววาระประธาน แจ้งทราบ แล้วนําเรื่องพิจารณาเข้ามาสอดแทรกเหมือนใส่ไส้เข้าไปนี่ ผมคิดว่า ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และไม่เปึนประโยชน์กับสภา และไม่เปึนประโยชน์กับ หน่วยงานที่มารายงานด้วย ท่านประธานครับ บางเรื่องนี่สมาชิกมีเวลาน้อยมากที่จะ ตรวจสอบ ที่จะพิจารณา และให้ข้อสังเกตไป และข้อสังเกตนั้นก็ไม่ใช่เปึนมติของสภาด้วย เปึนของสมาชิก ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า การพิจารณา ที่จะบรรจุระเบียบวาระนี้ ควรจะเปึนวาระเรื่องพิจารณา ท่านจะบรรจุวาระไหนก็ได้ครับ เรื่องเสนอใหม่ก็ได้ แต่ข้อจํากัดก็คือว่าถ้าบรรจุในเรื่องพิจารณาแล้ว สมัยสามัญ นิติบัญญัติ รายงานทั้งหลายจะเข้าไม่ได้ เข้าเฉพาะสมัยสามัญทั่วไป แต่นั่นก็เปึน บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แต่ประเด็นสําคัญที่สุดครับท่านประธาน ถ้าจะกรุณาผมคิดว่า ถ้าท่านประธานให้สภาแห่งนี้มีมติในเรื่องนี้ และถือเปึนมติเหมือนที่เรากําหนดวันประชุม ว่าเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดนะครับ ถ้าเข้าสู่สภาแล้วนี่ ท่านประธาน ก็แจ้งสภา สภามีมติมอบให้กรรมาธิการไป ผมคิดว่าจะเปึนประโยชน์มาก มีกรรมาธิการ ที่รองรับเกี่ยวกับองค์กรเหล่านี้ หน่วยงานเหล่านี้ทุกคณะครับ ผมยกตัวอย่าง เช่น ป.ป.ช. มารายงานครับ แทนที่พวกเราจะมานั่งพลิกหนังสือ เป่ดหนังสืออ่านกันตรงนี้ ประเด็นไม่ครอบคลุมครับ ท่านส่งให้กรรมาธิการ ป.ป.ช. ไปพิจารณาและเอาข้อสังเกตกรรมาธิการมารายงานต่อเรา ถ้าสภาตรงนี้เห็นชอบคือ ข้อสังเกตกรรมาธิการที่ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เขาตอบเขาชี้แจงได้เลย และเขาก็รับข้อสังเกตนั้นไปเปึนประโยชน์อย่างยิ่งครับ และเปึนมติสภาด้วย ผมคิดว่า เรื่องนี้ท่านประธานน่าจะถึงคราวที่จะต้องปรับปรุงครับ ธรรมเนียมที่ทํามาก็เปึนอย่างนั้น ตลอด เหมือนกับธรรมเนียมที่ท่าน ขออนุญาตท่านประธานครับ ที่ท่านรัฐมนตรีประจํา สํานักนายกรัฐมนตรีพูดเมื่อสักครู่ ธรรมเนียมปฏิบัติว่าวาระสอง วาระสาม นั้น งบประมาณไม่มีการถ่ายทอด แต่ว่ามันเปึนเรื่องพิเศษครับ อย่างป้ที่แล้วสภาแห่งนี้ขอร้อง ท่านประธาน ท่านประธานขอกับทางสํานักนายกรัฐมนตรีที่คุมกรมประชาสัมพันธ์ ก็อนุญาตให้ถ่ายทอดครับ ก็เปึนคําถามสุดท้าย ผมว่าทําไมท่านประธานไม่ขอครับ และมีเหตุผลใดที่ท่านประธานไม่ใช้ข้อบังคับ ข้อที่ว่าด้วยเรื่องการประชุม ในข้อ ๑๑ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอ่านอีกครั้ง วันก่อนผมหารือกับท่านประธานสามารถ
ทราบแล้วครับ ข้อ ๑๑ ชัด
ท่านประธานครับ กรณีมีเหตุขัดข้องครับ ท่านประธานต้องแจ้งต่อที่ประชุมในวรรคสอง กรณีไม่ถ่ายทอดนี่นะครับ ผมอ่านเฉพาะ เว้นแต่มีเหตุขัดข้องให้แจ้งที่ประชุมทราบ ผมอยากทราบจริง ๆ ครับ ทําไมท่านประธาน ไม่ขอไปและมีเหตุขัดข้องใดที่เขาไม่ถ่าย ทั้ง ๆ ที่รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี บอกว่าพร้อมที่จะถ่าย ถ้าสภาขอไป ตรงนี้ท่านมีเหตุขัดข้องใดครับ ถ้าท่านมีเหตุขัดข้อง แจ้งต่อที่ประชุมครับ และผมถือว่าข้อบังคับ ข้อ ๑๑ ท่านประธานต้องแจ้งต่อที่ประชุม ทุกครั้ง ที่มีการประชุม เพราะท่านไม่เคยปฏิบัติครับ ในเรื่องการถ่ายทอดสด ท่านประธาน ครับ ท่านอาจจะอ้างว่าถ่ายทอดทางวิทยุแล้ว แต่ข้อบังคับเราเขียนไว้อย่างนี้นะครับ ต้องจัดให้มีการถ่ายทอดสดทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ที่ประชาชนทั่วไป สามารถรับได้อย่างทั่วถึง ต้อง นะครับ และ นะครับ ต้อง และ และ ด้วย ไม่อย่างเดียว นะครับ ๒ อย่างเลยครับ และโทรทัศน์ที่รับได้อย่างทั่วถึงด้วย ไม่มีที่ไหนหรอกครับ ที่เปึนสถานีวิทยุของรัฐที่รับได้อย่างทั่วถึง อย่างพีทีวี (PTV) เขามาขอถ่ายนะครับ ดังนั้น ท่านอนุญาตได้แต่รับไม่ทั่วถึงครับ เปึนเคเบิลทีวี (Cable TV) ก็ไม่เข้ากับข้อบังคับ เปึนดุลยพินิจของท่านประธาน ผมอยากให้ท่านประธานพิจารณาเรื่องนี้จริง ๆ ครับ ไม่ได้ เรียกร้องครับ แต่ว่าข้อบังคับเขียนไว้อย่างนี้ท่านต้องแจ้ง
๑. แจ้งที่ประชุมทราบว่าเหตุใด มีข้อขัดข้องใด
๒. ไฉนท่านประธานเองไม่ได้ขอกับทางรัฐบาลว่าให้มีการถ่ายทอด รัฐบาล พร้อมที่จะถ่ายทอดอยู่แล้ว ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีพูดเมื่อสักครู่เองครับ พร้อม และที่สําคัญครับ ในวรรคสามท่านประธานเท่าที่ผมทราบนะครับ ผมเคยติดตามดู ในกรณีที่ไม่สามารถถ่ายทอดสดการประชุมตามวรรคสองได้ ให้ประธานสภาจัดให้มีการ เผยแพร่บันทึกเทปการประชุมดังกล่าวผ่านทางสื่อที่เหมาะสมโดยเร็ว ไม่เคยมีสักครั้งครับ ถึงเวลาแล้วครับท่านประธาน ผมเห็นด้วยถ้าท่านประธานผลักดันที่จะเอางบประมาณ โดยการแปรญัตติเข้าสู่สภา แปรญัตติเข้ามาสู่เรื่องนี้นะครับท่านประธานจะเปึนประโยชน์ ที่สุดเลยครับ ในการก่อตั้งสถานีวิทยุรัฐสภา ที่สามารถแพร่กระจายเสียงได้ทั่วประเทศ เปึนช่องสภาของเรา งบประมาณผมคิดว่า ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลให้ได้ครับ ผมกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ผมว่า ให้ผมตอบก่อนได้ไหมครับว่าเรื่องแจ้งเพื่อทราบนะครับ ผมจะถือปฏิบัติดังที่คุณชลน่าน ได้พูดนะครับ จะมอบหมายให้ประธานคณะกรรมาธิการแต่ละคณะไปดําเนินการ เพื่อไม่ให้เสียเวลากับสภา ผมเห็นด้วยและจะได้ดําเนินการต่อไปนะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องการถ่ายทอด สภาเราก็มีสถานีวิทยุกระจายเสียงแล้วก็ มีสถานีโทรทัศน์เราก็ถ่ายทอด และการที่เราทําหนังสือถึงทางฝ์ายบริหารเราก็ทําไปแล้ว ทุกครั้งให้ท่านพิจารณาทุกครั้ง เราเขียนไปแล้วก็เขียนรวบไปเลย แต่ทางรัฐบาลเขาก็ ติดภาระ เช่น เขามีเวลาจํากัดอะไรต่าง ๆ เราก็ไม่สามารถทําได้ เราก็คิดว่าต่อไปเรา ก็จะต้องดําเนินการทําอย่างไรให้มีโทรทัศน์สภาขึ้น เมื่อสักครู่ที่คุณวิชาญได้พูดนั้น ผมก็อนุมัติไปหมดแล้ว พร้อมนะครับ ไม่ขัดข้อง ก็ถือว่าจบแล้วนะครับเรื่องนี้
ท่านประธานครับ ผมในวาระ ๒.๒ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในรายงานที่ท่านประธาน ได้บรรจุในระเบียบวาระที่ ๒.๒ รับทราบผลการดําเนินการของกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์เกี่ยวกับเรื่อง ปัญหาสภาพอาคารแฟลตและที่พักอาศัย สืบเนื่องจากญัตติที่ท่านสมาชิก ๓ ท่าน คือ ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ท่านสรรเสริญ สมะลาภา และผม ได้ยื่นต่อที่ประชุมสภา เมื่อประมาณป้เศษที่ผ่านมา เรื่อง ปัญหาของ การดําเนินการของการเคหะแห่งชาติต่อที่พักอาศัยในเขตดินแดง และวันนี้ก็ได้รับทราบ รายงานจากท่านรัฐมนตรี ก็ต้องขอชื่นชมท่านรัฐมนตรีว่า ได้ให้ความสําคัญกับสิ่งที่ ท่านสมาชิกได้นําเสนอปัญหาต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งผมได้ดูจากวาระ การประชุมที่ผ่านมา การที่ท่านสมาชิกยื่นญัตติต่าง ๆ นั้น ส่วนมากรัฐบาลมักไม่ค่อย นํามารายงาน แต่ว่าเรื่องนี้ต้องขอขอบคุณที่ได้กรุณานํามารายงาน ผมได้ติดตามรายงาน ที่ท่านรัฐมนตรีนําเสนอต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้แล้ว ขออนุญาตท่านประธานที่จะหยิบยก ประเด็นขึ้นมาอภิปราย ๒-๓ ประเด็น
เรื่องแรก หลังจากที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ท่านอิสสระ สมชัย ได้เข้าไปบริหารกระทรวงแล้ว ก็ต้องชื่นชม ครับว่าท่านได้มีความตั้งใจในการที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาในการเคหะแห่งชาติ โดยเฉพาะ ในพื้นที่ของเขตดินแดง ท่านได้กรุณาตั้งหน่วยงานที่เรียกว่า ไตรภาคี เพื่อเปึนการระดม ความคิดของทุกภาคส่วน ทั้งผู้พักอาศัย การเคหะแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเรื่องนี้ต้องให้กําลังใจท่านรัฐมนตรี เพราะในอดีตที่ผ่านมานั้น การเคหะแห่งชาติมักจะ ดําเนินการตามแนวความคิดของตัวเองเปึนหลัก เมื่อมีการตั้งธงเรื่องใดแล้ว ก็จะนํา ผลการปฏิบัติทุกส่วนให้เปึนไปตามที่ตัวเองต้องการ ในการดําเนินการที่ผ่านมานั้น ทําให้ ไม่ได้รับความเห็นด้วย หรือความยอมรับจากพี่น้องประชาชน สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะ กราบเรียนก็คือ นอกจากท่านประธาน โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีได้ตั้งไตรภาคีแล้ว ก็อยาก ฝากท่านรัฐมนตรีว่า ให้ลงไปกํากับดูแลการทํางานของไตรภาคีให้มีความเข้มแข็ง เพื่อให้ เปึนสถานที่ที่จะสะท้อนปัญหาของทุกภาคส่วนได้อย่างแท้จริง สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะ กราบเรียนก็คือว่า ในรายงานของท่านรัฐมนตรีนั้น ถ้าอ่านแล้วจะเห็นได้ชัดว่า ท่านรัฐมนตรีได้มีความตั้งใจที่จะทําให้พื้นที่ของการเคหะแห่งชาติในเขตดินแดงนั้นอยู่ใน สภาพที่น่าอยู่ น่าอาศัย ในส่วนที่มีการพูดถึงการชํารุดทรุดโทรม ก็ได้มีการดําเนินการ ปรับปรุงเปึนลําดับ ซึ่งในรายงานก็ได้เขียนให้ชัดเจนแล้วว่า ได้มีการเข้าไปปรับปรุงพื้นที่ แฟลตอย่างไร เมื่อวันที่เท่าไร แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ในเอกสารที่รายงานมานั้น บางส่วนนั้นเมื่อคนอ่านแล้วไม่ได้อยู่ในพื้นที่ หรือบางส่วนคนที่ไม่ได้ติดตามข้อมูลทั้งหมด ก็อาจจะมีการเข้าใจคลาดเคลื่อนสับสนได้ โดยเฉพาะผมขออนุญาตเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า การที่ท่านยังใช้โครงการที่เรียกว่า โครงการฟุ๋นฟูเมืองดินแดง นั้น เปึนชื่อที่สร้างความสับสนให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะที่อาศัยอยู่ใน การเคหะแห่งชาติของเขตดินแดงเปึนอย่างมาก ถ้าท่านยังใช้คําว่า ฟุ๋นฟูเมืองดินแดง ความรู้สึกแรกของพี่น้องประชาชนก็หมายถึงว่า การเคหะแห่งชาติกําลังดําเนินการ ทุบแฟลตดินแดงที่เขาอาศัยอีก ซึ่งความจริงท่านรัฐมนตรีไม่ได้มีเจตนารมณ์หรือวิธีการ ที่จะดําเนินสิ่งเหล่านั้นกับพื้นที่ของการเคหะแห่งชาติ เพราะผมเองได้เคยคุยกับ ท่านรัฐมนตรีหลายครั้ง และล่าสุดเมื่อประมาณ ๒-๓ อาทิตย์ที่ผ่านมา ท่านรัฐมนตรี ก็ได้ไปเยี่ยมพี่น้องชาวแฟลตที่เขตดินแดง และท่านก็ได้ประกาศชัดกับพี่น้องชาวแฟลต ที่มาต้อนรับท่านว่า ท่านจะไม่ดําเนินการทุบแฟลตดินแดงอย่างแน่นอน จะมีการ ดําเนินการซ่อมแซมตามนโยบายที่สภาและคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะการนําของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพื่อจะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน แต่เนื่องจากคําคําว่า ฟุ๋นฟูเมืองดินแดง มันยังอยู่ ความรู้สึกนี้ก็ยังคาใจ แล้วก็มีการทําให้ บุคคลบางคนหยิบยกขึ้นไปพูดจาทําให้เกิดความสับสน
เพราะฉะนั้นประเด็นแรก ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าเปึนไปได้หรือไม่ที่ท่านจะเปลี่ยนชื่อโครงการนี้เสียใหม่ อย่าใช้เลยครับ คําว่า โครงการฟุ๋นฟูเมืองดินแดง เพราะมีความรู้สึกไม่ดีกับชื่อนี้แล้ว พอพูดถึงชื่อนี้ทีไรก็หมายถึงการทุบแฟลต ถ้าท่านเปลี่ยนชื่อโครงการใหม่ที่จะนําไปสู่ พี่น้องชาวดินแดงให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เปลี่ยนชื่อเถอะครับ
ประเด็นที่ ๒ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในที่ประชุมสภาแห่งนี้ ทั้งในเรื่อง เอกสารและคําตอบชี้แจงของท่านรัฐมนตรี ท่านตอบที่ประชุมแห่งนี้ให้ชัดเจนได้ไหมครับ ว่าท่านมีนโยบายอย่างไรกับแฟลตดินแดงครับ ขอบคุณครับ
ผมว่าขอความกรุณา เพื่อรับทราบ แล้วเมื่อสักครู่ก็ได้ตกลงว่าจะโยนเรื่องนี้ไปให้คณะกรรมาธิการสามัญของ สภาดําเนินการนะครับ ผมว่ายุติได้เพื่อรับทราบ แล้วก็ดําเนินการต่อเพื่อจะทําให้ถูก ขั้นตอนนะครับ ก็ขอความกรุณานะครับ พอแล้วครับ
ต่อไป ๒.๓ รับทราบการถึงแก่อนิจกรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ท่านประธานครับ
คุณวิชาญครับ ขอความ กรุณาเถอะครับ
กําลังพิจารณาในเรื่องของ รับทราบนะครับ ผมก็มีข้อคิดเห็นที่จะฝากนะครับ
คือเดี๋ยวคณะกรรมาธิการ จะไปดําเนินการต่อไปครับ เดี๋ยวผมจะได้สั่งการ
ท่านประธานครับ
อะไรอีก
ผมขออนุญาตท่านประธาน เดี๋ยว ท่านประธานจะเข้าใจผิดครับ ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ชลน่าน พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดน่าน ประเด็นที่ผมกราบเรียนท่านประธานในเรื่องเสนอเข้าคณะกรรมาธิการ เปึนเรื่องที่ท่านประธานต้องบรรจุและขอมติสภาครับ หลังจากนั้นก็ส่งไป ไม่ใช่ว่า เรื่อง ๒.๒ แล้วส่งคณะกรรมาธิการเลย ไม่ได้ครับ ขณะนี้เรื่อง ๒.๒ เปึนเรื่องรับทราบ เจ้ากระทรวงเขามารายงานอยู่แล้ว แล้วผมดูเอกสารก็เปึนประเด็นซึ่งไม่เหมือนกับ เปึนรายงานขององค์กรต่าง ๆ ที่ผมได้กราบเรียน อันนี้เปึนรายงานในประเด็นซึ่งสามารถ พิจารณาได้ ที่ผมนําเรียนท่านประธานนั้นหมายความว่า รายงานขององค์กรต่าง ๆ ไม่ว่า จะเปึนองค์กรอิสระ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ หน่วยงานที่นํางบประมาณภาครัฐไป
ทราบแล้ว ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่เปึนอะไรครับ
ท่านประธานต้องขออนุญาตสภาให้สภา มีมติก่อนนะครับ ก็ถือเปึนหลักการไปแล้วก็ไปทําในคราวต่อไป ขอบคุณครับ
อันนี้เพียงแต่รับทราบ ไม่ได้ขอมติครับ คุณวิชาญเอาสักนิดหน่อย ยืนขึ้นแล้วเชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ รายงานการแก้ปัญหาสภาพอาคารซึ่งบอกว่าถ้าจะพูดเฉพาะรายงาน ตรงนี้มันก็มีเฉพาะแฟลตดินแดง แต่ถ้าบอกว่าขณะนี้ปัญหาในเรื่องของการเคหะแห่งชาติ ซึ่งมีหน้าที่จัดที่อยู่อาศัยให้กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะคนที่มีโอกาสน้อย ก็คือคนที่มีรายได้น้อยนะครับ แล้วก็มีหลายส่วนที่ทางการเคหะแห่งชาตินั้นได้จัดสร้าง จัดทําขึ้นมา บางส่วนนั้นมีอายุเกินกว่า ๓๐ ป้ เช่น กรณีของแฟลตที่อยู่อาศัยที่ดินแดง แล้วก็เคยมีปัญหาหลายครั้ง ซึ่งนําเรื่องตรงนี้มาพูดคุยในสภา แล้วก็เปึนปัญหาต่อไป ในเรื่องของการเมืองด้วยซ้ํา ผมขออนุญาตเรียนว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญถ้าท่านประธาน บอกว่ารับทราบแล้วก็สภาไม่ต้องมีความเห็นนั้น ไม่ใช่ครับ เพราะเรื่องดังกล่าวนั้น เปึนเรื่องที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชนเปึนจํานวนมาก ซึ่งวันนี้เขาเองก็ยังไม่มั่นใจว่า จะมีการพิจารณา ดูแลหรือปรับปรุงในเรื่องของการแก้ไขเพื่อที่จะสามารถอยู่ต่อ หรือจะต้องมีการปรับสภาพทั้งหมดโดยการทุบหรือรื้อถอน ซึ่งในส่วนตรงนี้นั้น ก็มีความเห็นจากรายงานฉบับนี้ว่าหลายส่วน ภาครัฐเองก็พยายามที่จะทําความเข้าใจ จนจัดงบประมาณลงไปในเรื่องของการสร้างความเชื่อมั่นและใช้จ่ายเงินงบประมาณ ที่ตั้งไว้จํานวนเปึนร้อยล้านบาท แต่ดูเสมือนว่าการจัดทํางบประมาณดังกล่าวนั้นยิ่งทําให้ เกิดความสับสนและไม่เข้าใจกับผู้ที่อยู่อาศัย ท่านประธานครับ แฟลตดินแดงถือว่า เปึนแฟลตแห่งแรกที่ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในอดีต ก็คือ การเคหะแห่งชาติ ซึ่งกํากับการดูแลจนถึงปัจจุบัน ที่อยู่อาศัยดังกล่าวนี้สร้างขึ้นมา เพราะว่าคนในขณะนั้นมีที่อยู่อาศัยแต่ไม่เพียงพอ แล้วก็เปึนที่อยู่อาศัยซึ่งจะช่วยเหลือ คนที่ยากไร้ ส่วนใหญ่จะเปึนแฟลตในลักษณะการเช่านะครับ แล้วการเช่าดังกล่าวก็มีการ รื้อใช้บริเวณสถานที่ของจํานวนพื้นที่ทั้งหมดเพื่อปรับสภาพมาโดยตลอด จะเห็นว่าในอดีตนั้นมีการสร้างเปึนอาคารเปึนไม้แล้วก็มีการปรับเปลี่ยนเปึนอาคารปูน จนกระทั่งปัจจุบันนี้ แต่โดยสภาพแล้วทั้งหมดนี้มันเปลี่ยนแปลงไปตามการใช้งาน เมื่อประมาณสัก ๗-๘ เดือนที่ผ่านมา ผมขออนุญาตก็ได้มีการหยิบยกเรื่องประเด็น ดังกล่าวโดยเพื่อนสมาชิก ท่านธนา ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านนําเรื่องเข้าหารือ แล้วก็มีการพูดอภิปรายว่าแฟลตดังกล่าวนั้น ถ้าจะมีการปรับปรุงโดยการซ่อมบํารุง ก็จะสามารถที่จะทําให้ผู้อยู่อาศัยนั้นสามารถอยู่อาศัยต่อได้ โดยไม่ต้องไปเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง แต่สภาพความเปึนจริงนั้น ผมขออนุญาตนะครับ วันนั้นผมก็ได้มีการอภิปรายว่า ตัวของอาคารโดยสภาพแล้วพื้นต่าง ๆ นั้นมันหมดสภาพ เนื่องจากเหล็กหรือโครงสร้าง ต่าง ๆ นั้นที่มีภาพถ่ายในขณะนั้นบังเอิญผมวันนี้ไม่ได้เอาติดมา เพราะระเบียบวาระ การประชุมของท่านประธานนั้นเปลี่ยนไปตามความเหมาะสมของท่านประธาน ในส่วนหนึ่งก็เลยไม่ทราบครับว่าจะมีเรื่องนี้เข้า ผมก็เตรียมรายละเอียดมาก็เตรียม ไม่ทัน สิ่งหนึ่งนั้นเหล็กต่าง ๆ ที่มีอาการผุพังของคอนกรีต ซึ่งเมื่อมันใช้มานานแล้วมันก็มี อาการผุพัง โดยเฉพาะปล่องที่สําหรับเทขยะนั้น มันมีความชื้นอยู่โดยตลอด อาคาร ด้านข้างที่ติดห้องน้ําของตัวอาคารแฟลตทั้งหมดก็เลยเกิดอาการผุพังของเหล็ก ก็กร่อนลงมา ถ้าจะมีการซ่อมบํารุงเขาบอกว่าใช้เวลาเกือบป้ในการทุบรื้อนะครับ ถ้าจะ รักษาโครงสร้างดังกล่าว โดยจะต้องรื้อผนัง รื้อพื้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เขาประเมินค่าแล้ว ถ้าทุบหรือรื้อทั้งอาคารดีกว่าที่จะมานั่งซ่อมหรือบํารุงในส่วนต่าง ๆ แต่ดูเสมือนว่าทาง ฝ์ายการเมืองก็ไม่ได้ทําความเข้าใจ ทางฝ์ายรัฐบาลเองก็ไม่ได้ทําตามวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ที่จะสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนว่า ถ้าทุบรื้อแล้วกลุ่มที่อยู่อาศัยจะไปอยู่ ตรงไหนเพราะเปึนการเช่าแล้วก็ขอค่าเช่านะครับ ซึ่งเปึนเรื่องที่แปลกครับว่า คนที่อยู่ อาศัยนั้นเช่าอยู่ แต่คนที่จะเข้าไปปรับปรุงนั้นต้องขออนุญาตผู้เช่า ซึ่งจริง ๆ การที่จะเข้า ไปดูแลด้วยความปลอดภัยนั้น ผู้ที่ดําเนินการรับผิดชอบคือการเคหะแห่งชาตินั้น สามารถ ที่จะเข้าไปดูแลและพูดบอกกับพี่น้องประชาชนได้ว่า เราจะมีการปรับปรุง เราจะมีการเข้า ไปดูแลในพื้นที่ต่าง ๆ เหล่านี้ โดยจะมีการโยกย้ายพวกคุณไปอยู่ในอาคารใหม่ ซึ่งมีการ จัดเตรียมไว้แล้ว แต่ไปสื่อสารกันผิดครับท่านประธาน ไปบอกกล่าวว่าในส่วนนี้ถ้ามี การเปลี่ยนแปลงโดยอาศัยทางการเมืองบอกว่าถ้าไม่มีการเลือกตั้งตรงนี้กับพรรคนี้ ท่านอาจจะไม่ได้อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวการปรับปรุงก็เลยไม่เกิด เพราะผู้ที่อยู่อาศัยนั้น อยู่อาศัยกันมานานจนมีความรู้สึกคุ้นเคยกับแฟลตหรือชุมชนดังกล่าว ซึ่งไม่สามารถที่จะ เปลี่ยนวิถีชีวิตของตัวเองไปได้ ท่านประธานครับ ที่ผมเปึนห่วงก็คือว่าโครงการของแฟลต ดินแดงเปึนโครงการตัวอย่างอันหนึ่ง แต่หลายโครงการในขณะนี้ที่ทางการเคหะแห่งชาติ ยังไม่ได้เข้าไปดูอีกเยอะครับ ซึ่งมีสภาพไม่แตกต่างกับโครงการของแฟลตดินแดง ผมขออนุญาตนะครับ อย่างแฟลตคลองจั่นในเขตพื้นที่ผมเขตบางกะป่ หรือแฟลต ในส่วนของการเคหะแห่งชาติที่ให้เขาไปอยู่และใช้สิทธิต่าง ๆ จนกระทั่งปล่อยปละละเลย เขาไปอย่างในกรณีของแฟลตการเคหะร่มเกล้าหลายโซนซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีนั่งอยู่ ตรงนี้ครับ ท่านคงจําได้ ท่านรัฐมนตรีนั่งอยู่ ผมหยิบยกตัวอย่าง ๒,๗๔๐ กว่าหลังคาเรือน ซึ่งมีการก่อสร้างในอดีตไปตั้งแต่ป้ ๒๕๒๐ แฟลตที่อยู่อาศัยตรงร่มเกล้า เจาะบ่อเกรอะ บ่อซึมตามบ้านลงไปในท่อระบายน้ํา ซึ่งเปึนเรื่องที่ผิดกฎหมาย จนกระทั่งวันนี้ก็ยังไม่มี การเข้าไปดูแล หลังจากที่ผมพูดในวาระในเรื่องของงบประมาณ ท่านบอกว่าท่านมีเงิน งบประมาณจํานวนมหาศาล จากการออก พ.ร.ก. จากการออก พ.ร.บ. จํานวน เกือบ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ท่านไม่เคยบอกเลยครับว่าผู้ที่อยู่อาศัยในชุมชนหรือคนที่ท่านให้ไปพักอาศัยยังเก็บ ค่าเช่าเขาอยู่นั้นจะมีมาตรฐานในการดูแลปรับปรุงให้เขาอย่างไร
อีกประการหนึ่ง ถ้าวันนี้รายงานฉบับนี้เขามีความคิดเห็นออกมาครับว่า สมควรจะต้องดําเนินการแก้ไขและปรับปรุง หรือรื้อทิ้งทั้งหมด รื้อทิ้งหรือทุบทิ้งทั้งหมด มันก็คือการเปลี่ยนแปลงอาคารทั้งหมด แล้วก็เคยมีการนําเสนอว่าที่ดินผืนดังกล่าวของ พื้นที่ที่ตั้งของแฟลตดินแดงขณะนี้นั้นเปึนพื้นที่ที่เจริญต่างกว่าในอดีตที่มีการสร้างแฟลต ดังกล่าว เพราะมันไกลครับ เดี๋ยวนี้มันเจริญมากครับ ถ้าคิดเทียบมูลค่าของทรัพย์สินแล้ว มันมีมูลค่ามหาศาล ขออนุญาตท่านประธานผ่านไปทางท่านนายกรัฐมนตรีและ ท่านรัฐมนตรีอิสสระซึ่งท่านนั่งฟังอยู่นะครับ ทรัพย์สินดังกล่าวของการเคหะแห่งชาติ ถ้าสามารถมาพัฒนา ท่านไม่ต้องบอกหรอกครับ เพราะการเคหะแห่งชาติก็มุ่งเน้นกําไร อยู่แล้วในส่วนหนึ่ง แต่ก็ต้องดูแลพี่น้องประชาชน แต่แฟลตดังกล่าวนั้นเปึนแฟลตที่เป่ดให้ พี่น้องประชาชนอยู่อาศัยโดยวิธีการเช่า เพราะการที่เจ้าของสิทธินั้น การเช่าสัญญา ก็บอกแล้วว่าป้ต่อป้ ที่ผมจําไม่ผิดคืออ่านสัญญาเมื่อครั้งที่แล้ว ท่านเองก็เคยบอก และเคยของบประมาณไปจัดการตั้งแต่สมัยท่านอดีตนายกรัฐมนตรีชวน ขออนุญาต เอ่ยนาม จัดเงินงบประมาณส่วนหนึ่งเพื่อไปทําการดูแล้วก็พูดทําความเข้าใจกับพี่น้อง ประชาชน จําตัวเลขไม่ผิดครับ ประมาณเกือบ ๒๐๐ ล้านบาท แต่ก็ใช้ไปบางส่วน เพื่อที่จะใช้ในการทําข้อตกลงและทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนที่อยู่อาศัยในแฟลต ดินแดง ท่านประธานครับ สิ่งที่กรมโยธาธิการและผังเมืองพูดกล่าวว่าการดําเนินการแก้ไข ปัญหาของแฟลตดินแดง กลุ่มอาคารที่เคยตรวจสอบพบว่ามีความเสียหายมาก มีความเสี่ยงสูง ยังไม่ได้รับการแก้ไขเพื่อบรรเทาเหตุไว้ก่อน อาจมีสภาพไม่ปลอดภัย ต่อการอยู่อาศัย เห็นควรให้มีการซ่อมแซมโครงสร้าง และเสริมกําลังโครงสร้างในส่วนที่ ชํารุดเสียหายให้กลับมีความมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยโดยทันที และกลุ่มอาคารที่เคย ตรวจสอบพบว่ามีความเสียหายที่จะมีผลกระทบต่อความปลอดภัยในภายหน้า ต้องเร่ง ตรวจสอบพิจารณาแก้ไขเช่นเดียวกัน และควรมีมาตรการปัองกันเพื่อไม่ให้สภาพ ความเสียหายลุกลามต่อไป ท่านประธานครับ นี่บันทึกรายงานเขาเขียนไว้ชัดครับ หรือ ไม่มีใคร เชื่อว่าบันทึกรายงานนี้ไม่มีเหตุและผล ท่านประธานต้องดูว่าความเดือดร้อน ดังกล่าวทางกระทรวงมหาดไทย ในฐานะนายกพิเศษได้รับรายงานจากสภาวิศวกร ว่าได้ตรวจสอบแฟลตดินแดงบางส่วนตามคําร้องของการเคหะแห่งชาติ ผลการตรวจ อาคารของสภาวิศวกรไม่สามารถให้คําตัดสินใจได้ว่าอาคารดังกล่าวทั้งหมดสมควรได้รับ การซ่อมแซมหรือรื้ออย่างไร ทั้งหมดหรือไม่ ทางสภาวิศวกรจึงได้ตั้งให้มีคณะทํางาน ขึ้นมาดําเนินการในเรื่องดังกล่าว และเสนอแนะต่อรัฐบาล จึงได้ผลสรุปสมควรให้การ เคหะแห่งชาติเจ้าของพื้นที่พิจารณาว่าสมควรรื้อทิ้ง สร้างใหม่ทั้งหมดหรือซ่อมแซมใหม่ ทั้งหมดทั้งนี้ต้องทําการศึกษาความเปึนไปได้ ผมอ่านแล้วรายงานมันเขียนสับไปสับมา สับไปสับมาไม่ว่า ภาษาต้องเรียนว่ารายงานฉบับนี้อ่านแล้วต้องทําความเข้าใจด้วย เพราะตัวหนังสือเขียนสับไปสับมา สรุปโดยความแล้วในความเห็นทั้งกระทรวงมหาดไทย ทั้งในส่วนของกรมโยธาธิการและผังเมืองเขามีความเห็นตรงกัน ต้องให้รื้อใหม่หมด ส่วนหนึ่ง หรือไม่อย่างนั้นต้องปรับปรุงโครงสร้างทั้งหมดเพื่อที่จะให้มีความแข็งแรง มิฉะนั้นพี่น้องประชาชนที่อยู่ในแฟลต ในอาคารต่าง ๆ ก็จะมีผลกระทบกับการอยู่อาศัย แล้วก็ทางส่วนของสถาบัน เอไอที (AIT) ก็ได้เข้าไปดู แล้วประมาณการในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ แต่ผมเรียนท่านประธานว่า สิ่งต่าง ๆ ที่หยิบยกมาจะไปทําก็ยากแล้วครับ เพราะการทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนทั้งที่ผู้อยู่อาศัย แล้วเปลี่ยนมือเช่า ซึ่งถ้าไป ตรวจเช็ก (Check) ดูมีคนที่เปึนเจ้าของสิทธิแต่ไม่ได้อยู่ แต่ปล่อยปละให้เขาไปเช่า แล้วก็เรียกเก็บเงิน ในอัตราที่สูง การเช่าบางส่วนเองนั้นในขณะนี้รัฐเก็บเงินแค่ประมาณ ๔๐๐-๖๐๐ บาท แต่ไปปล่อยให้เขาเช่าเปึนหลักพันบาท แล้วโครงการของการเคหะแห่งชาติจะสัมฤทธิผล หรือไม่กับที่คนเช่าแล้วเกิดวันดีคืนดีเกิดอาการของแผ่นดินไหวสัก ๖ ริคเตอร์ (Richter) ตรงนั้นพอดี มันลงมา ผมไม่ได้แช่งนะครับท่านประธาน เพราะจากบันทึกรายงาน โครงสร้างอาคารทั้งหมดมันไม่สามารถที่จะรับสภาพทั้งหมดของอาคารกับผู้อยู่อาศัยได้ สิ่งนี้ถ้ารัฐบาลชุดนี้ให้ความสําคัญเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ การเคหะแห่งชาติ เงินท่านเยอะครับ นี่เห็นจัดไปสัมมนาเรื่องโครงการบําบัดน้ําเสีย
พอกระมังครับ ละเอียด รอบคอบแล้วครับ
ไม่ใช่ละเอียดรอบคอบครับ ผมกําลังชี้ครับ ท่านประธานขออนุญาตอีกสักนิดหนึ่ง ท่านใช้เงินงบประมาณในการ สัมมนา ในการใช้ในส่วนต่าง ๆ ของแต่ละชุมชนไป ผมเห็นด้วย เพราะเปึนช่องทางที่จะ เอาเงินงบประมาณไปปรับปรุงซอย ปรับปรุงที่อยู่อาศัย ไปส่งเสริมเรื่องอาชีพต่าง ๆ ซึ่งการเคหะแห่งชาติทําชอบ ทําถูกต้อง แต่ท่านเองไม่ได้ดูแลเอาใจใส่ สนใจกับแฟลต ที่อยู่อาศัยเลย วันนี้ในส่วนของพรรคเพื่อไทยเองไม่มี ส.ส. ตรงนั้นครับ แต่รายงานฉบับนี้นั้น รัฐบาลชุดนี้ ส.ส. ที่เปึนอยู่นั้น ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกที่เปึน ส.ส. คิดตรงกัน แต่จะทําอย่างไรที่จะให้พี่น้องประชาชนที่อยู่อาศัยนั้นได้มีความเข้าใจว่า ถ้าขยับขยายแล้วปรับปรุง แล้วก็ปรับสภาพอาคารต่าง ๆ เหล่านี้ให้เปึนอาคารที่มี ความมั่นคงแข็งแรงถาวร แล้วพร้อมทั้งพัฒนาที่ดินในพื้นที่ดังกล่าวให้ดีขึ้น อย่าลืมนะครับ ท่านประธาน วันนี้การเดินทางของกรุงเทพมหานครนั้นรถราจราจรติดขัดมาก นโยบาย ของรัฐบาลบอกว่าต้องมีที่อยู่อาศัย แต่ไปเอาที่อยู่อาศัยแถวหนองจอก แถวมีนบุรี แล้วเดินทางมาทํางานในกรุงเทพมหานคร ค่าใช้จ่ายรถติด วันหนึ่งต้องตื่นตั้งแต่เวลาตีห้า ๖ โมงเช้า ที่ดินแฟลตตรงนี้ ๔ ชั้นนี่ ๓ ชั้นนี่ ถ้าท่านบอกว่าจะพัฒนาท่านคุยกัน ย้ายคน เหล่านี้ไปอยู่ในอาคารแฟลตที่มีว่างอยู่ แล้วก็ปรับสภาพ ปรับปรุง ยกขึ้นไปสัก ๑๐-๒๐ ชั้น ก็ไม่แปลก แต่ต้องทําความเข้าใจ ไม่ใช่คราวที่แล้วเสนอรายงานมา เห็นมีคนนั่งอยู่ข้างบน ครับ ผมอภิปราย ถ้าไม่ทําความเข้าใจเขาก็ต่อว่าบอกว่าจะไล่เขาหรือ เพราะคําพูด บางอย่าง ส.ส. หรือนักการเมืองไปบอกครับเพื่อที่จะหาเสียงบอกว่าถ้าไม่เลือกเขาจะ รื้อแฟลต ถ้าไม่เลือกแล้วมันจะมีปัญหาคุณจะไม่มีที่อยู่อาศัย อย่าลืมนะครับคนเหล่านั้น เขามีสิทธิลงบัตร แต่คนเหล่านั้นเขาก็มีสิทธิที่จะอยู่อาศัยโดยความปลอดภัย
ร่วม ๒๐ นาทีแล้วนะครับ ท่านครับ
ครับ ท่านประธานครับ เปึนเรื่องสําคัญ ผมกําลังชี้เพื่อที่จะให้ท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านรัฐมนตรีนั้นได้มี ความเห็นที่คล้องจองกันกับเพื่อน ส.ส. เพราะสิ่งที่ผมนําเรียนนั้นเปึนเรื่องของ ความปลอดภัย ผมต้องให้บันทึกไว้ครับว่า
บันทึกไว้แล้วครับ
ผมเปึนห่วงใยพี่น้อง ที่อยู่อาศัย และคนที่อยู่ในแฟลตทั้งหมดต้องได้รับความปลอดภัยจากการเช่าทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย และไม่ควรครับที่จะไปบอกว่าการพัฒนาตรงนี้ท่านจะมีสิทธิอยู่อาศัย แล้วท่านจะได้ใช้สิทธิ แต่การพัฒนาในเรื่องดังกล่าวนั้นต้องพัฒนาให้กับคนอื่นที่สามารถ ที่เข้าไปอยู่อาศัยร่วมได้มากกว่านี้
สุดท้ายครับท่านประธาน ที่ดินบางแปลงของการเคหะแห่งชาติ
ผมว่าไม่ต้องสอนรัฐบาล มากหรอกครับ แค่นี้ก็รู้แล้วครับ
ต้องขออนุญาตครับว่า อาทิตย์หน้าท่านรัฐมนตรี เมื่อสักครู่นี้มากระซิบบอกผม บอกว่าไม่สามารถที่จะตอบกระทู้ผม ได้อีกใช่ไหมครับ ท่านจะต้องเดินทางอีก ท่านประธานครับ สัปดาห์ที่แล้วท่านได้เลื่อน กระทู้ผม แล้วบอกว่าสัปดาห์นี้ก็ไม่สามารถอยู่ได้อีก เนื่องจากท่านเองจะเดินทางอีก กระทู้ผมเกี่ยวกับเรื่องแฟลตนี้โดยตรงครับ
เดี๋ยวค่อยถามในกระทู้ ก็แล้วกันครับ
ผมไม่ได้ถามครับ แต่ผม กําลังพูด ท่านประธานครับต้องขออนุญาต ผมใช้สิทธินะครับท่านประธาน ผมพูดไป ตั้งแต่ท่านบอก
มันนานแล้ว เฉพาะท่าน คนเดียว ๒๐ นาทีกว่าแล้วครับ
ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกหลายคนเขาไม่ได้ติดใจ แต่เขาบอกให้ผมช่วยอภิปรายแทนหลายประเด็น ถ้าท่านประธานพูดอย่างนี้เดี๋ยวเพื่อนหลายคนนี้ท่านหมอประสิทธิ์บอกว่าเขาก็จะใช้สิทธิ อภิปราย
เชิญเลยตามอัตภาพครับ
ผมขออนุญาตบอกกล่าว ท่านประธานครับว่า สิ่งที่ผมจะเรียนบอกท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีกับ ท่านรัฐมนตรีนั้น ผมขอเรียนว่าในเรื่องของที่อยู่อาศัยที่ท่านกําลังทํา แล้วก็มีโครงการ ที่จะต้องเข้าไปดูแลปรับปรุงนั้นเปึนเรื่องสําคัญครับ สิ่งหนึ่งเรื่องความปลอดภัยที่ แฟลตดินแดง ท่านต้องเร่งดําเนินการทําความเข้าใจกับผู้อยู่อาศัย เขาสามารถอยู่ต่อได้ ในเวลาการปรับปรุงหรือจะก่อสร้างใหม่ใช้เวลา ๑ ป้เหมือนกันครับ วันนี้ท่านทุบปรับปรุงนี้ เวลาไม่แตกต่างกัน อยู่ได้ เขาต้องย้ายตัวเขาออกจากครัวเรือนเพราะอันตราย ๑ ป้ เหมือนกัน จะทุบสร้างใหม่เร็วกว่าก็ ๑ ป้เหมือนกัน แต่โครงการที่จะเกิดนั้นจะเปึน โครงการที่ดีแล้วก็สร้างความเชื่อมั่น มั่นใจให้กับคนอยู่อาศัยว่าต่อไปนี้ไม่ต้องอยู่ โดยความหวาดระแวงวิตกว่าอาคารจะถล่มหรือเปล่า หรือในพื้นที่ต่าง ๆ ตรงนี้สามารถ ที่จะปรับปรุงกายภาพ ให้คนอื่นที่ด้อยโอกาสเหมือนกันมาอยู่อาศัย ถ้าคิดเทียบกับ บริเวณพื้นที่ที่เขาเช่าอยู่อาศัยนะครับ เดี๋ยวนี้เปึนหลักหมื่นนะครับ แต่แฟลตตรงนี้ ถ้าพัฒนาดี ๆ แล้ว การเคหะแห่งชาติตอนนี้ขาดทุนเปึนจํานวนมาก ท่านต้องการใช้เงิน ท่านก็รู้ครับ ท่านต้องพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย พร้อมทั้งในส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ อาคารอื่นหรือที่อยู่อื่นของการเคหะแห่งชาติต่าง ๆ เยอะแยะครับ อย่างแถวเขตดอนเมือง แถวเขตบางเขน แถวเขตคลองจั่น หรือแม้กระทั่งพื้นที่ต่าง ๆ ท่านต้องเข้าไปดูครับ เขาร้องเรียนมาเยอะแยะมากมาย เช่น ในกรณีแฟลตที่อยู่อาศัยเขตคลองจั่น ไปจัดให้เขา ขายของครับ โดยไม่ได้บอกกล่าวอาคารพาณิชย์ต่าง ๆ หรือผู้ที่อยู่อาศัยในนิติ คอนโดมิเนียมที่ท่านสร้างขึ้นมา เพราะเขาเปึนคนที่ซื้ออาคารเหล่านั้น แต่บอกว่าให้เขา ไปขายของ การไปขายของโดยไม่บอกกล่าว ไปเกะกะ ไปบังไม่ได้จัดระเบียบ ท้ายที่สุด ก็เกิดปัญหาครับ เพราะการเคหะแห่งชาตินั้น เปึนแหล่งรวมของคนจํานวนมาก จําเปึน ที่จะต้องมีคนที่จะเข้าไปอยู่อาศัย และเปึนแหล่งที่จะบอกตรง ๆ ครับ มีการมั่วสุมอบายมุข มากก็ได้ ในส่วนหนึ่งเนื่องจากว่ามีทั้งในเรื่องของยาเสพติดเข้าไป ท่านประธานครับ ผ่านไปทางท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านลองไปดูตัวเลขสถิติครับ คนที่ติดยาเสพติด หรือคนที่เสพยานี้ส่วนหนึ่งสถิติจากตํารวจอยู่ในส่วนของการเคหะแห่งชาติเสียส่วนใหญ่ ประธานชุมชน ประธานการเคหะแห่งชาติ ประธานกลุ่มต่าง ๆ ก็มาเรียกร้อง ร้องเรียนมา
ส่วนที่ ๒ ก็คือกลุ่มอินเทอร์เน็ตต่าง ๆ ที่บอกว่ารัฐบาลจะดูแลปรับปรุงให้ดี แต่ก็ปรากฏว่าในช่วงต่าง ๆ เหล่านี้ก็ปล่อยปละละเลยครับ กลายเปึนแหล่งทํามาหากิน อยู่ในนั้นเยอะแยะมากมาย ทั้ง ๆ ที่เปึนที่ที่จะต้องดูแลโดยการเคหะแห่งชาตินะครับ หรือแม้กระทั่งการไม่มีความพร้อมในการกันพื้นที่ โรงเรียนศูนย์เด็กเล็กก็ไม่มีครับ แม้กระทั่งในเรื่องของวัดวาอารามซึ่งอยู่ใกล้ อย่างแถวการเคหะร่มเกล้า วัดปากบึงเปึน วัดที่ใกล้ที่สุด ท่านประธานเชื่อไหมครับ พื้นที่ในตัววัดยังต้องไปอาศัยแบ่งขอจาก การเคหะแห่งชาติ เพราะขอซื้อนะครับ จนกระทั่งเปึนหนี้เปึนสิน ๓๐ ล้านบาท สุดท้ายนี้ การเคหะแห่งชาติก็ต้องขอบคุณนะครับ ยังเข้าใจยกที่ดินให้เพื่อใช้ประโยชน์ในการ ให้คนเหล่านั้นเข้ามามีส่วนร่วม แต่วันนี้การเคหะแห่งชาติขึ้นบ้านอีกจํานวนมาก ไม่ได้กัน พื้นที่ไว้ในส่วนหนึ่ง ผมเองคงไม่ได้บอกกล่าวนะครับ บอกว่าเดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีเอง ท่านรัฐมนตรีเอง อาจจะมาพูดบอกว่า เอ๊ะ เราเพิ่งเข้ามาทําในส่วนนี้ อันนี้เปึนของเดิม แต่เรียนว่าวันนี้ ท่านเปึนรัฐบาลครับ ถ้าเรายังเปึนส่วนเดียวกันในส่วนของสภานี่ ท่านเองก็ต้องดูแลและ เอาใจใส่ ผมไม่ได้หาเรื่องในส่วนนี้ แต่กําลังพูดดักทางท่านเอาไว้ก่อน เพราะผมเห็นว่า ท่านรัฐมนตรี ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านรัฐมนตรีอิสสระ วันก่อนนี้ออกทีวีนี่ ดูเสมือน ว่าไปถามเรื่องหนึ่ง ท่านไปตอบเรื่องการทุจริต ฉะนั้นเวทีตรงนี้ผมเองกําลังนําเรียน เสนอแนะ ท่านไม่ต้องไปบอกหรอกครับ ว่าในอดีตมีการทุจริตหรือเรื่องอะไรนี่เปึนเรื่อง ของ ป.ป.ช. แต่ผมกําลังเรียกร้องครับว่าพี่น้องประชาชนในส่วนของที่อยู่อาศัยต่าง ๆ ที่เขากําลังดูว่าการเคหะแห่งชาติกําลังมีการปรับปรุงอะไรให้เขาหรือเปล่า ในเรื่องของ ความเปึนอยู่ เรื่องสนาม เรื่องจัดความเปึนระเบียบ แม้กระทั่งผมจะเอาเรื่องเข้านี่ วันนี้ ที่แฟลตบางชัน ท่านยังไม่ได้ดูแลให้เลย ตลาดเสร็จแล้ว คนที่ไปจับฉลากจับฉลาก หมดแล้ว แต่ท่านยังไม่ได้เอาคนที่ค้าขายอยู่บนถนน อยู่บนทางเท้าจํานวนมันก็ เพียงพอที่จะเข้าไปอยู่ในนั้น ไปปล่อยปละละเลยให้คนกลุ่มไม่กี่คนหรอกครับ ที่ตํารวจ ตอนนี้แจ้งความแล้ว ท่านเองก็ยังไม่ได้ดําเนินการให้พวกนี้เข้าไปอยู่ในระเบียบวินัย แล้วมันจะทําได้อย่างไรครับ หลายสิ่งหลายอย่างที่ผมขออนุญาตนําเรียนนี้ว่า สภาแห่งนี้ เปึนสภาที่จะต้องรายงาน หรือพูดเพื่อที่จะให้สะท้อนภาพต่าง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชน ทราบ วันนี้ท่านไม่ได้ถ่ายทอดล่ะครับ มีแต่ถ่ายทอดทางวิทยุ แต่ทางภาพไม่มี ไม่เปึนอะไร ครับ ผมเองจะได้บันทึกสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วก็พร้อมทั้งจะบอกกล่าวว่าสิ่งที่สภาเอง มีความเห็นอย่างไร รัฐบาลเองก็ควรจะนําไปปฏิบัติ หรือนําไปพิจารณาครับ เพราะเปึนเรื่องสําคัญ เปึนเรื่องของความปลอดภัย ผมเห็นว่าในเรื่องรายงานฉบับนี้นั้น มันมีการเขียนอย่างชัดเจนว่าจะต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างเพื่อให้อยู่อาศัย หรือไม่อย่างนั้นก็เสนอ ในนี้มีการบอกว่าเสนอสร้างใหม่ เรื่องนี้ผ่านไปยังท่านประธาน ไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี กับท่านรัฐมนตรี ท่านคงจะต้องลงไปดูและดําเนินการในเรื่อง ดังกล่าวให้กับพี่น้องประชาชน รวมถึงในแต่ละโครงการซึ่งท่านประธานเองบอกว่า ผมใช้เวลามาก หลายเรื่องที่แตะแล้วไม่ถึงนี้เยอะแยะครับ เคหะร่มเกล้า เคหะคลองจั่นที่มี ปัญหา ผมฝากท่านนายกรัฐมนตรีไปอีกอันหนึ่งครับ คราวที่แล้วมีการชะลอ เรื่องบึงพังพวยตรงข้ามเคหะคลองจั่น ตอนนี้ กทม. ไปปรับปรุงครับ ตอนแรก จะสร้างรั้วทึบ ตอนนี้ทํารั้วต่ํา แต่ปรากฏว่ามีสะพานนี้ข้ามออกมา ผมไม่มั่นใจนะครับ เปึนการเป่ดช่องให้กับหมู่บ้านจัดสรรซึ่งอยู่ด้านในนี้ทําสะพานคร่อมคลองเพื่อที่จะออก หรือเปล่า ถ้าอย่างนั้นเปึนการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ที่จัดสรร แล้วไม่มีทางเข้าออก หรือทางเข้าออกไม่สมบูรณ์ไปเข้าออกในที่สาธารณะ ซึ่งเปึนที่บึงพระราชดําริ บึงตรงนั้น เปึนบึงสาธารณะ แล้วก็การเคหะแห่งชาตินั้นได้ใช้ประโยชน์ ผู้ที่อยู่อาศัยในแฟลต คลองจั่นได้ใช้ประโยชน์ น้ําต่าง ๆ ที่เน่าในเคหะต่าง ๆ รวมถึงดินแดงนี้ด้วยครับ ท่านเอง ต้องเข้าไปดูแลและเอาใจใส่ เพราะเปึนน้ําเสียซึ่งเกิดขึ้นจากพี่น้องประชาชนที่อยู่ในเคหะ แล้วท่านก็ต้องลงไปดูว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้การเคหะแห่งชาติต้องเจียดเงิน รัฐบาลต้องเจียด เงินทําบ่อบําบัดน้ําเสียรวมให้ บางชันไม่มีบ่อบําบัดน้ําเสียรวม ท่านไปดูได้ครับ เปึนที่เช่า ของการนิคมอุตสาหกรรม วันนี้การนิคมอุตสาหกรรมกําลังเอาที่ดินไปทําเปึนแหล่ง ชอปป่ง มอลล์ (Shopping mall) ในการทําธุรกิจให้ภาคเอกชนเข้าไปลงทุน แล้วก็ไม่ได้ คํานึงถึงว่าบ่อบําบัดน้ําเสียซึ่งที่ตรงนั้นเคยพูดคุยว่าจะทําเปึนบ่อบําบัดน้ําเสียรวม ฝากท่านไปดูนิดหนึ่งครับว่าจะแก้ไขอย่างไร เพราะผมไม่รู้จะฝากอย่างไร เพราะเจอ ท่านนายกรัฐมนตรีเอง ท่านเองก็ไม่สะดวกคุย พอผ่าน ๆ ก็ทักกัน ยิ้มกันแค่นั้นเองครับ ผมก็คงขออนุญาตว่าใช้เวลาตรงนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แล้วก็ท้ายที่สุด อะไรที่จะทํา ขอให้ฟังเสียงประชาชน แล้วทําความเข้าใจในเรื่องของประชาพิจารณ์ด้วยครับ ขอบคุณครับ
หมดแล้วหรือครับ เชิญ คุณพีระพันธุ์ก่อนครับ ท่านรัฐมนตรีค่อยตอบทีหลังครับ เชิญคุณพีระพันธุ์ เอาให้เสร็จ ข้างล่างก่อน แล้วข้างบนค่อยตอบ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ครับ ขอใช้สิทธิในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็เปึนหนึ่งในผู้ที่ยื่นญัตตินี้เมื่อสมัยที่ผมยังทําหน้าที่เปึน ฝ์ายค้านเท่านั้น ร่วมกับท่านธนา ชีรวินิจ แล้วก็ท่านสรรเสริญ สมะลาภา ก็ต้อง ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้กรุณาตอบประเด็นที่ผมทั้งสามได้ยื่นญัตติไปเมื่อสมัย ประชุมก่อนหน้านี้ เข้าใจว่าเปึนสมัยแรกของสภานี้ด้วยซ้ําไป เกี่ยวกับกรณีปัญหา เรื่องของแฟลตดินแดง แต่ที่ผมต้องขออนุญาตท่านประธานมาใช้เวลาในช่วงนี้นั้น เนื่องจากผมต้องทําความเข้าใจ เพราะผมเข้าใจครับว่าท่านรัฐมนตรีที่เข้ามารับหน้าที่ ในส่วนนี้ ขออภัยนะครับท่านไม่ได้มีความรู้ละเอียดในเรื่องนี้มาก่อนที่จะเข้ารับตําแหน่ง ซึ่งตั้งแต่ท่านเข้ามารับตําแหน่งผมก็ต้องขอใช้โอกาสนี้ชื่นชมท่านว่าท่านพยายามเต็มที่ ที่จะศึกษาข้อมูลอะไรต่าง ๆ นานา แต่ว่าท่านก็ได้รับรายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชามา แล้วก็ต้องขอบคุณอีกครั้งหนึ่งครับว่าท่านเปึนรัฐมนตรีที่ลงไปในพื้นที่จริงๆ ครั้งแรก แล้วก็ ได้กรุณาตั้งไตรภาคีขึ้นมาในขณะนี้อย่างที่ท่านได้ชี้แจงไปนี่นะครับ เปึนครั้งแรกที่จะได้มี การประชุมกันอย่างเปึนเรื่องเปึนราว แต่ว่าถ้าหากท่านประธานได้กรุณาดู ในเอกสารรายงานซึ่งท่านรัฐมนตรีได้ตอบมานั้น ซึ่งผมเข้าใจว่าก็เปึนการตอบมาตาม แบบฟอร์มซึ่งทางเจ้าหน้าที่ทําไว้ให้ท่านก่อนหน้านี้ ประเด็นปัญหามันจะเริ่มมาจากตรงที่ ในข้อความที่เขียนไว้ใน ๓.๒.๓ บอกว่าได้มีการลงมติของคณะกรรมการ การเคหะแห่งชาติ วันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๐ ว่าอาคารแฟลตดินแดงไม่อาจใช้เปึน ที่อยู่อาศัยของประชาชนได้อีกต่อไป ชีวิตความปลอดภัยของชาวแฟลตดินแดง มีความสําคัญที่สุด ตรงนี้ก็เปึนการเกริ่นย้อนหลังไปในอดีตเท่านั้นเองที่มีการรายงานมา ในอดีต แล้วผมก็อยากจะขออนุญาตกราบเรียนตรงนี้ครับว่า ในอดีตช่วงนั้นละครับ ที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งในช่วงนั้นอยู่ในช่วงของสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ ก็มีรัฐมนตรีที่ดูแลกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์นี่นะครับ ซึ่งดูเหมือนน่าจะเข้าใจปัญหาของชาวบ้านมากที่สุด เพราะว่าเปึนภาพของ เอ็นจีโอ (NGO) มาตลอด แต่กลายเปึนว่าไม่ได้เอาปัญหาชาวบ้านเข้ามาเปึนที่ตั้งเลย ถึงขนาดที่ ท่านนายกรัฐมนตรีปัจจุบัน ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องลงไปพบด้วยตนเอง ผมก็ติดตาม ไปกับท่าน แล้วก็ทางท่านรัฐมนตรีก็ดูเหมือนจะเข้าใจ ในอดีตนะครับ รัฐมนตรีในอดีต แต่ท้ายที่สุดไป ๆ มา ๆ ก็ทําให้เกิดปัญหานี้ขึ้น ผมจึงอยากจะขออนุญาตกราบเรียนตรงนี้ ผ่านท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีเพื่อบันทึกไว้เปึนหลักฐานชัดเจนว่า ที่มาของมติอันนี้ มันไม่ถูกต้อง เพราะว่ารายงานที่เปึนมูลฐานที่ทําให้เกิดมติของคณะกรรมการ การเคหะแห่งชาตินี้ขึ้นมามาจากกรรมการชุดที่ลงไปตรวจสอบซึ่งมีการโต้แย้งในข้อมูล มีการโต้แย้งว่าข้อมูลที่บอกว่าแฟลตจะพังจะอะไรกันนี่นะครับมันจริง เท็จ แล้วมันเปึน ถึงขั้นนั้นไหมซึ่งหลังจากนั้นก็มีการส่งทีมวิศวกรชุดอื่นเข้าไปตรวจสอบโต้แย้ง ก็มี ข้อโต้แย้งอยู่ครับว่ารายงานฉบับนั้นที่เปึนมูลฐานของมติการเคหะแห่งชาติ เมื่อป้ ๒๕๕๐ ไม่น่าจะถูกต้องในหลายประเด็น เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่า ในการพิจารณาของไตรภาคีควรที่จะต้องเอาวิศวกรที่มีความ เปึนกลาง ไม่ใช่รับจ้างมาทําแบบนี้เข้ามาตรวจสอบความถูกต้องให้เกิดความชัดเจนด้วย อีกส่วนหนึ่งนะครับ ก็คือในส่วนที่ ๑ ก่อนหน้านี้นะครับ ย้อนไปในข้อ ๓.๑.๑ ในรายงาน ถ้าหากว่าท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีดูจะเห็นว่าในนี้ได้พูดพาดพิงไว้ว่ามีการ ให้สภาวิศวกรมาตรวจแล้วก็มีการรายงานว่า สภาวิศวกรโดยคณะทํางานพิจารณา แนวทางการดําเนินการ ๑ ๒ ๓ ๔ ถ้าหากว่าท่านรัฐมนตรีได้กรุณาดูตามท่านจะเห็นว่า
ในรายการที่ ๑ บอกว่าจะมีการซ่อมแซมโครงสร้าง ใช้คําว่า โครงสร้าง นะครับ โครงสร้างอาคารแฟลต ๑-๘ ๒๑-๓๒ แล้วก็ดําเนินการแล้วเสร็จตามสัญญา ในวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ในรายการที่ ๒ ก็ซ่อมแซมโครงสร้างอีกครับ โครงสร้างอาคารแฟลต ๙-๒๐ ดําเนินการแล้วเสร็จตามสัญญาวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๑
รายการที่ ๓ ก็ซ่อมแซมโครงสร้างอีกนะครับ โครงสร้างแฟลต ๓๓-๖๔ ดําเนินการแล้วเสร็จตามสัญญาวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
รายการที่ ๔ งานซ่อมแซมสาธารณูปโภคภายในชุมชนดินแดง อยู่ระหว่าง ดําเนินการ
ผมขออนุญาตตรงนี้ฝากท่านรัฐมนตรีไปว่าท่านต้องไปตรวจให้ชัดเจน นะครับ เอาแค่ ๑-๓ ก่อน ๑-๓ ท่านประธานบอกว่าซ่อมแซมโครงสร้างนะครับ ไม่ใช่ ซ่อมแซมทั่วไป แต่จากที่ผมและท่านธนา ท่านสรรเสริญ ไปดู และที่ชาวบ้านให้ไปดู ผมเข้าใจว่าที่ผ่านมาไม่ได้ไปซ่อมแซมโครงสร้างนะครับ ไปปะผุเฉย ๆ นะครับ คือครั้งหลัง ที่ไปซ่อมแซมห้องน้ํา ห้องส้วม วางท่อใหม่ที่มีปัญหา แล้วท่านรัฐมนตรีก็ดีครับ ท่านได้กรุณารับฟังปัญหาทุกปัญหาของพี่น้องชาวบ้านจริง ๆ แล้วก็ช่วยสั่งการแก้ไขทันที อันนั้นก็ไม่ใช่โครงสร้างนะครับ มันเปึนการซ่อมแซม ปรับปรุงทั่วไป แต่ว่าในรายงาน เขาบอกให้ไปซ่อมโครงสร้างครับ ผมเข้าใจว่าแม้ท่านรัฐมนตรีจะไม่ได้จบวิศวกร ไม่ได้เปึน วิศวกรอาชีพ แต่ท่านควรจะเข้าใจ และท่านเข้าใจแน่ ๆ ว่าการซ่อมโครงสร้างกับทั่วไป มันคนละอย่างกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้เผอิญเขียนไว้ว่า ซ่อมเสร็จแล้วครับ ผมเข้าใจว่า ตรงนี้น่าจะให้ทีมวิศวกรหรือผู้แทนที่เปึนวิศวกรอาชีพที่อยู่ในไตรภาคีไปตรวจด้วยครับ ท่านประธานครับฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีนะครับ ไปตรวจว่าจริง ๆ แล้วซ่อมแซมโครงสร้าง หรือซ่อมแซมอะไรครับ ตาม ๓ สัญญารายการนี้ เพราะฉะนั้นถ้าไม่ใช่ต้องแก้ไขให้ถูกต้อง ว่าเขาให้ซ่อมแซมโครงสร้าง ไม่ใช่ไปปะผุนะครับ ถ้าคํานึงถึงความปลอดภัยของพี่น้อง ชาวแฟลตดินแดงจริง ๆ
อีกประการหนึ่งผมก็ขออนุญาตตรงนี้นะครับ เมื่องบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ที่กําลังจะสิ้นสุดในระยะเวลาอีกเดือนเศษ ๆ มีงบประมาณในส่วนที่กรรมาธิการ งบประมาณกําหนดไว้ให้มาปรับปรุงซ่อมแซม ไม่ใช่ซ่อมโครงสร้างนะครับ ปรับปรุงสภาพ ของแฟลตดินแดงเปึนวงเงินประมาณ ๑๐ ล้านบาท ผมไม่ทราบว่าทางการเคหะแห่งชาติ ได้ดําเนินการไปถึงไหน อย่างไรในส่วนนี้ แล้วก็ในรายการ ๑-๓ ก่อนนําตรงนี้มาใช้แล้ว หรือเปล่านะครับ แต่เท่าที่ผมดูไม่น่าจะใช่ เพราะว่าเริ่มมาตั้งแต่ ป้ ๒๕๕๑ แต่ว่า ในรายการที่ ๔ ที่ระบุบอกว่า งานซ่อมแซมสาธารณูปโภคภายในชุมชนดินแดงอยู่ระหว่าง ดําเนินการ อันนี้ใช่หรือไม่ แล้วก็ซ่อมแซมไปถึงไหน อย่างไร เพราะว่าตรงนี้ก็ต้อง ได้คําตอบนะครับ
สุดท้ายท่านประธานครับ ผมก็ต้องขอถือโอกาสนี้ขอบคุณท่านรัฐมนตรี อีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ต้องเชื่อมั่นในตัวท่านนายกรัฐมนตรีครับ เพราะว่าท่านเองก็เปึน คนที่เข้าไปดูแลเอาใจใส่พี่น้องชาวแฟลตดินแดงมาตั้งแต่ต้น เพราะท่านเปึนอดีต ส.ส. ในเขตนี้ แล้วก็ทุกครั้งที่มีปัญหาเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็แม้ไม่ได้เปึน ส.ส. แล้วอย่างครั้งหลังนี้ก็ลงไปดูแลด้วยตนเองนะครับ นําไปสู่การที่พวกผม ๓ คน ได้มายื่นญัตติ แล้วก็ได้กล่าวไปแล้วด้วยครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ครับท่านประธาน ที่เคารพครับ ขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยสดับตรับฟัง แล้วก็ตระหนักถึงประเด็นปัญหาต่าง ๆ ให้มากที่สุด แล้วก็คํานึงถึงประโยชน์ของพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด ที่สําคัญผมเชื่อครับ ว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี ท่านรัฐมนตรีก็ดี จะไม่ให้พี่น้องชาวแฟลตดินแดงเดือดร้อน แน่นอน ที่สําคัญคือจะปรับปรุงอย่างไรก็สุดแล้วแต่ เขาต้องอยู่ได้เหมือนเดิม ชีวิตของ คนเหล่านั้นผมเคยอภิปรายไว้ในสภาแห่งนี้ ในสมัยโน้นที่ผม ๓ คนยื่นญัตติว่า ที่แฟลตดินแดงบริเวณแถวนี้มันประกอบไปด้วยพื้นที่ของแฟลตดินแดง และที่เรียกว่า ห้วยขวาง มันไม่ใช่เปึนแค่แฟลต มันไม่ใช่เปึนแค่ตึกรามที่เขาอาศัยเท่านั้นครับ แต่ที่นี่คือ ชีวิตเขาครับ ชีวิตทั้งชีวิต ชีวิตของเขา ชีวิตของลูก ถ้าหากว่าเขาไม่สามารถจะอยู่ที่นี่ได้ เท่ากับทําลายชีวิตเขาด้วย เพราะฉะนั้นในส่วนนี้เราจะปรับปรุงอะไรก็ไม่เปึนไร ไม่มีใคร ไม่อยากได้บ้านใหม่ครับ แล้วก็ไม่มีใครไม่อยากได้บ้านที่บริเวณที่น่าอยู่ น่าอาศัย แต่ไม่มี ประโยชน์ครับว่าเราเอาความฝันไปขายเขา แต่ท้ายที่สุดบอกว่า แต่คุณไม่ได้อยู่นะ เพราะฉะนั้นต้องขอให้ท่านรัฐมนตรีคํานึงถึงตรงนี้ให้มากที่สุดว่าชีวิตใครก็ชีวิตเขา แต่ถ้าเราไม่คํานึงถึงชีวิตเขาด้วย อนาคตลูกหลานเขาด้วย ไม่มีประโยชน์ครับ ทรัพย์สิน เงินทอง การพัฒนาไม่มีประโยชน์ เพราะท่านคือกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ ถ้าหากว่าหน่วยงานในกํากับของท่านคือการเคหะแห่งชาติ ไม่ได้ คํานึงถึงความมั่นคงของชีวิตมนุษย์เหมือนที่ผมได้กราบเรียนว่านี่ไม่ใช่แค่แฟลตครับ เปึนชีวิตของมนุษย์หลายหมื่นคน แล้วก็ไม่ได้พัฒนาความมั่นคงของเขาขึ้นมา ไม่มีประโยชน์เลยครับที่จะมีการเคหะแห่งชาติ เพราะฉะนั้นตรงนี้ครับ ในไตรภาคี ที่ตั้งขึ้นมาตรงนี้ผมขอให้เปึนไตรภาคีที่ไม่ได้มีประโยชน์หรือเบื้องหลัง หรือวัตถุประสงค์ เปัาหมายพิเศษแอบแฝงอยู่ข้างหลังเหมือนที่เคยทํามาในอดีต ซึ่งในขณะนี้ผมมั่นใจ ตัวท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีว่าจะสามารถกํากับดูแลในส่วนนี้ให้เดินไปตาม แนวทางที่ถูกต้อง และผมขออนุญาตกราบเรียนว่าตรงนี้ถ้าจะทําอะไร ประชาชนต้องเปึน เสียงใหญ่ที่สุด เอาเสียงเขาก่อน แล้วก็ดําเนินการให้เขาได้ประโยชน์สูงสุด ซึ่งผมมั่นใจว่า ถ้าทุกฝ์ายพูดกันด้วยความตรงไปตรงมา ไม่เหมือนเมื่อก่อน อย่างเช่นรายงานนะครับ ท่านประธาน ผมยังจําได้ครับ ตอนนั้นท่านประธานเปึนกรรมาธิการงบประมาณอยู่ด้วย ท่านก็ได้กรุณาช่วยผมด้วยนะครับ ที่เขามีการมาเสนอรายงาน ในอดีตท่านรัฐมนตรี ก็มาอ่าน ท่านรัฐมนตรีก็ยังตกใจในอดีตนะครับ ปรากฏว่ารายงาน คนอยู่แฟลตหนึ่ง ๘๐-๙๐คน ไปเจอเดินข้างล่าง ๑๐ คน ไปถาม ๘ ใน ๑๐ คนบอก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ครับ รายงานมันเปึนอย่างนี้ครับ ไม่ได้ถามทั้งตึกครับ เจอคนข้างล่างกี่คนครับ แล้วก็ถามกัน ตรงนั้นเอาจํานวนที่เจอข้างล่างมาเปึนฐาน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วบอก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ มันถึงไม่จบอย่างไรครับ เพราะคนส่วนใหญ่จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้เห็นด้วย เพราะฉะนั้น ตรงนี้เปึนปัญหาซึ่งผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีก็ต้องดําเนินการในส่วนนี้ตรวจสอบความ ถูกต้อง อย่าเชื่อรายงานเสมอไป แล้วผมก็ขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีอีกครั้งที่ได้กรุณา ลงพื้นที่เอง ไปตรวจสอบเอง ก็หวังว่าจากนี้ไปก็คงจะมีการปฏิบัติเช่นที่ท่านรัฐมนตรี ได้ปฏิบัติในช่วงที่ผ่านมา ผมและเพื่อน ส.ส. อีก ๒ ท่าน ท่านธนา ท่านสรรเสริญ ก็ยังมี ความมั่นใจและก็เชื่อมั่นว่าท่านรัฐมนตรีจะสามารถทําให้ปัญหานี้จบแล้วคํานึงถึง ประโยชน์ที่สําคัญความมั่นคงของชีวิตมนุษย์ที่นี่ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านรัฐมนตรีตอบสั้น ๆ นะครับ เพราะเวลามันกินมากเหลือเกินครับ เดี๋ยวจะไม่ถึงงบประมาณครับ
กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอิสสระ สมชัย ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอกราบเรียนชี้แจง ท่านผู้มีเกียรติซึ่งได้ให้ข้อเสนอแนะและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชน แฟลตดินแดง ท่านประธานครับต้องกราบเรียนต่อที่ประชุมว่า ต้องยอมรับกันในเบื้องต้น ว่าความจริงแฟลตดินแดงนั้นได้ก่อสร้างมานานจริงนะครับ แต่คําว่า มานาน นั้นไม่ได้ หมายความว่าจะไม่สามารถจะอยู่ต่อไปได้ ผมต้องขอขอบคุณรัฐบาลซึ่งได้มีการแต่งตั้ง คณะวิศวกรเมื่อป้ ๒๕๕๐ โดยแต่งตั้งวิศวกรจากกรมโยธาธิการและผังเมือง และนอกจากนั้นก็ได้มีการแต่งตั้ง ได้มอบหมายให้สถาบัน เอไอที ได้ไปสํารวจความมั่นคง ของแฟลตทั้ง ๖๔ แฟลตดินแดงนี้นะครับ จากการสํารวจเบื้องต้น ถ้าสมมุติว่าจะทุบ รื้อสร้างใหม่ก็สามารถกระทําได้ แต่มีปัญหาต่อไปว่าถ้าไปทุบ รื้อ สร้างใหม่นั้นจะทําให้ ประชาชนจํานวนมากเดือดร้อน แล้วทีนี้ก็มีข้อเสนอว่าถ้าสมมุติจะมีการซ่อมแซมจะทําให้ ประชาชนได้อยู่อาศัยไปได้อีกนานพอสมควร จึงได้เลือกเอาทางที่จะทําให้ประชาชน เดือดร้อนน้อยที่สุด เพราะฉะนั้นจึงได้มีการตั้งเงินงบประมาณไปทําการซ่อมแฟลต ทั้ง ๖๔ หลัง ดําเนินการเสร็จไปเรียบร้อยแล้วตามรายงานข้อ ๓.๒.๒ (๑) (๒) (๓) ส่วน (๔) นั้นเปึนเรื่องสาธารณูปโภค ซึ่งการซ่อมแซมนั้นเพิ่งจะเสร็จไปโครงการแรก แฟลตที่ ๑-๘ แฟลต ๒๑-๓๒ เสร็จเมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ชุดที่ ๒ แฟลตที่ ๙-๒๐ เสร็จเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๑ ชุดที่ ๓ แฟลตที่ ๓๓-๖๔ เพิ่งจะซ่อมแซมเสร็จ ไปเมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ท่านประธานที่เคารพครับ อาจจะเปึนเพราะถ้อยคํา หรืออย่างไรผมก็ไม่ทราบครับ ผมขออนุญาตท่านพีระพันธุ์จะลงไปดูอีกครั้งหนึ่ง คําว่า ซ่อมแซมโครงสร้าง นั้นซ่อมแซมอะไรหรือว่าเปึนประเภทปะผุ ถ้าเปึนประเภทปะผุ ความมั่นคงก็จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ท่านประธานครับ ผมขอกราบเรียนว่ารัฐบาล มีความเปึนห่วงเปึนใยพี่น้องประชาชนนะครับ การจะเข้าไปทําการซ่อมแซมก็ดี หรือจะไป ทําการสร้างใหม่ก็ดีจะต้องคํานึงถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเปึนหลักนะครับ เราจะทําการก่อสร้างหรือไม่ก่อสร้าง จะต้องเห็นว่าประชาชนนั้นจะต้องไม่ได้รับ ความเดือดร้อนนะครับ และถ้าทําการซ่อมแซมนั้นจะต้องคํานึงถึงความปลอดภัยของ พี่น้องประชาชนอยู่ที่นั่นด้วยเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ผมขอกราบเรียนว่าจํานวน แฟลตที่ได้ไปทําการซ่อมแซมทั้งหมดนั้นจากการได้สอบถามทางคณะวิศวกรนะครับ สามารถอยู่ได้อีกนานนะครับ ผมกราบเรียนว่าผมได้เคยเดินทางไปพบพี่น้องชาวแฟลต และไปเดินดูแฟลตหลายแห่ง หลายหลังก็เห็นว่ามีสภาพมั่นคงแข็งแรงในสายตาผม ซึ่งไม่ใช่วิศวกร และผมกราบเรียนกับพี่น้องชาวแฟลตว่าในอนาคตข้างหน้าก็อาจจะต้อง มีการรื้อหรือมีการทุบ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ทุกภาคส่วนมาให้ความเห็นร่วมกันนะครับ ในรายงานข้อ ๓.๒.๓ ที่บอกว่า คณะกรรมการ การเคหะแห่งชาติมีมติเมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๐ ว่าอาคารแฟลตดินแดงไม่อาจใช้ เปึนที่อยู่อาศัยของประชาชนได้อีกต่อไป ชีวิตและความปลอดภัยของพี่น้องชาวแฟลต มีความสําคัญเปึนที่สุด จึงมอบให้การเคหะแห่งชาติหารือแนวทางกับชุมชนดินแดง เพื่อพัฒนาชุมชนดินแดงใหม่ ทั้งนี้การเคหะแห่งชาติได้ดําเนินการตามกระบวนการ มีส่วนร่วมของชาวบ้าน ท่านประธานครับ ผมขอกราบเรียนว่าในระหว่างนี้ ก่อนที่จะไปถึง แผนการปรับปรุงพัฒนาชุมชนแฟลตดินแดงนั้น เพื่อได้ฟังความคิดเห็นรอบด้าน ผมจึงได้ ตั้งกรรมการขึ้นมา เรียกว่า กรรมการไตรภาคี ประกอบไปด้วยตัวแทนชาวแฟลต อันนั้นส่วนที่ ๑ ส่วนที่ ๒ เปึนตัวแทนจากการเคหะแห่งชาติ ส่วนที่ ๓ ต้องการอยากได้ นักวิชาการอิสระที่มีความเปึนอิสระจริง ๆ มาสํารวจความคิดเห็นและต้องการให้มี ความคิด รับฟังความคิดเห็นอย่างหลากหลาย คณะกรรมการคณะนี้เพิ่งได้ประชุมไป ครั้งเดียวแค่นั้นเองครับ ยังไม่ได้มีมติออกมาใด ๆ ทั้งสิ้น ผมจึงกราบเรียนกับที่ประชุมว่า การจะดําเนินการต่อไปในเรื่องแฟลตนั้นขอยืนยันกับพี่น้องชาวแฟลตว่าในระหว่างนี้ จะยังไม่มีการทําการทุบ รื้อ ทําลายให้พี่น้องเดือดร้อนแต่ประการใด แม้จะมีการพัฒนา แฟลตดินแดงนี้เราก็มีเตรียมไว้อยู่ว่าเรายังมีที่อีกเปึนบางแห่งที่จะสร้างขึ้นมาทดแทนได้ โดยไม่ต้องไปรื้อแฟลตเหล่านี้ จึงกราบเรียนให้ทราบว่าในอนาคตข้างหน้า ท่านประธานครับ ผมได้บอกกับพี่น้องชาวแฟลตไปแล้วว่าถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างใดในการพัฒนา ชุมชนแฟลตดินแดงนั้นจะทําให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด และนอกจากนั้นแล้ว ผมได้หารือกับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านก็ให้ข้อคิดเห็นกับผมว่าถ้าสมมุติว่าจะมีการ ปรับปรุงแฟลตใหม่นั้น ๑. จะต้องหาที่รองรับพี่น้องประชาชนไม่ให้เดือดร้อน ๒. ต้องให้ โอกาสพี่น้องชาวแฟลตอยู่เดิมนั้นได้เปึนผู้ใช้สิทธิเปึนคนแรก ๓. ค่าเช่าที่จะเกิดขึ้นจาก แฟลตใหม่นั้นจะต้องไม่แพงกว่าเดิมมากมายนัก ท่านให้ข้อคิดเห็นอย่างนี้นะครับ จึงขอ กราบเรียนต่อที่ประชุมทราบเปึนเบื้องต้นดังนี้ครับ หากว่าทางคณะกรรมการไตรภาคี มีความคิดเห็นประการใด ผมจะนําข้อคิดเห็นนั้น ข้อสรุปนั้น รายงานนั้น บันทึกนั้น มาเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่ง ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ก็ถือว่าจบแล้วนะครับ
ท่านประธานนิดเดียวครับ
ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สรรเสริญ สมะลาภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะหนึ่งในผู้ยื่นญัตติในเรื่องนี้นะครับ ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีมากที่ได้รายงานความคืบหน้าให้กับพวกเรา แล้วก็ยังมีประเด็นในเรื่องของ ข้อสงสัยที่พวกเรา ๓ คน สงสัยในเรื่องของการซ่อมแซม รายงานในหัวข้อ ๓.๒.๒ ว่ามีการ ซ่อมแซมในเรื่องของโครงสร้างจริงหรือไม่ ผมขอรบกวนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีนะครับ ช่วยส่งรายงานในการซ่อมแซมให้พวกเราด้วยนะครับ ก็คือรายงาน ซ่อมแซมโครงสร้างอาคารแฟลต ๑-๘ ๒๑-๓๒ ที่ในรายงานนี้ระบุว่าซ่อมเสร็จแล้ว วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ แล้วก็ยังมีรายการโครงสร้างการซ่อมแซมอาคารแฟลตที่ ๙-๒๐แล้วก็ ๓๓-๖๔ อีกทั้งยังมีในเรื่องของการซ่อมแซมสาธารณูปโภคภายในชุมชน ดินแดงด้วยนะครับ พวกเราก็จะได้ดูรายละเอียดในการซ่อมแซม แล้วก็จะได้ติดตามต่อไป อีกทั้งในเรื่องของ สัญญาการจ้างผู้รับเหมา เราจะได้ดูความคืบหน้า แล้วก็ติดตามกํากับดูแลต่อไปว่ามีการ จ้างผู้รับเหมา แล้วผู้รับเหมาได้ทําตรงตามที่สัญญาจ้างได้กําหนดไว้หรือไม่ ขอขอบคุณ ท่านประธานครับ
ส่งเอกสารให้เขา ก็หมดเรื่องครับ
ท่านประธานครับ ผมยินดีจะดําเนินการให้เอกสารก็ดี สัญญาจ้างก็ดี นอกจากนั้นข้อวิตกที่ท่านบอกว่า พัฒนาโครงการฟุ๋นฟูเมืองชุมชนตามแผนโดยถ้อยคํานี้ ทําให้ประชาชนตกใจว่าจะเปึนการเข้าไปทุบตึก รื้อตึกหรืออย่างไรนะครับ ขอเรียน ให้ทราบว่าโดยข้อเท็จจริง โดยความหมายไม่เปึนอย่างนั้น แต่ผมจะพยายามใช้ถ้อยคํา ที่ทําให้พี่น้องไม่ต้องระแวงสงสัยต่อไปครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ต่อไประเบียบวาระที่ ๒.๓ รับทราบการถึงแก่อนิจกรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คุณวีระ รักความสุข
ด้วย คุณวีระ รักความสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคภูมิใจไทย ได้ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคมะเร็งที่ท่อน้ําดี เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๒ ซึ่งถือว่าเปึนการสูญเสียของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงขอเชิญสมาชิกทุกท่านได้ โปรดยืนไว้อาลัยเปึนเวลา ๑ นาที
(สมาชิกที่อยู่ในที่ประชุมได้ยืนขึ้นเพื่อแสดงความไว้อาลัยเปึนเวลา ๑ นาที)
เชิญนั่งครับ
ต่อไประเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม
รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๒ จํานวน ๔ ครั้ง คือ
ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
ท่านประธานครับ แก้คําผิด ครับ
ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตแก้คําผิดครับ เนื่องจากว่ารายงานการประชุมในครั้งที่ ๑๑ หน้าที่ ๒ ชื่อของ พี่น้องชาวมุสลิมพิมพ์ผิดนะครับ คือ นายสัปรี มะดีเยาะ ให้แก้เปึน สับรี แต่ว่าไม่ใช่ ป เปึน บ และคําว่า มะดีเยาะ ดี แก้เปึน ต อ่านว่า มะตีเยาะ ซึ่งเปึนพี่น้องชาวมุสลิมที่ถูก ยัดเยียดข้อหาแบ่งแยกดินแดงครับ
แก้ตามที่ผิดนะครับ
ครั้งที่ ๑๒ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพุธที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๒
ครั้งที่ ๑๓ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพฤหัสบดีที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๒ และ ครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพุธที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๒ มีอะไรอีกครับ
ท่านประธานครับ มีคําผิด อีกแล้วครับ คือในครั้งที่ ๑๓ หน้าที่ ๘ บรรทัดที่ ๗ และบรรทัดที่ ๘ หมู่บ้านพระสุนันทน์ ในรายงานการประชุมเขียนคําว่า พระ ก็หมายถึง พระภิกษุ ซึ่งผิด ให้แก้เปึนดังนี้นะครับ พสุนัน อ่านว่า พสุนัน ครับ และบรรทัดที่ ๑๙ โรงเรียนเป้ืยมสุวรรณ แล้วก็เจ้าหน้าที่ชวเลข เว้นวรรคเปึน วิทยาเขตภาษีเจริญ ให้เอาคําว่า วิทยา มาติดท้ายคําว่า เป้ืยมสุวรรณ แล้วเว้นวรรค เขตภาษีเจริญ และหน้าที่ ๘ บรรทัดที่ ๒๑ บริษัท พงษ์วิวัฒน์ คํานี้พิมพ์ผิด ครับต้องเขียนเปึน บริษัท พรหมวิวัฒน์ และหน้าที่ ๑๙๘ บรรทัดที่ ๑๙ พรรค คอมมิวนิสต์มลายา ให้แก้เปึน พรรคคอมมิวนิสต์มาลายา และหน้า ๑๙๙ บรรทัดที่ ๑๔ คําว่า โต๊ะอิหม่าม ตกสระอะ ครับ และบรรทัดที่ ๑๖ ชื่อท่านผู้พิพากษาที่ถูกยิงตายที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านรพิน เรืองแก้ว คือพิมพ์ผิด ให้เพิ่มเติมคําว่า ท และ ร์ อ่านว่า รพินทร์ และหน้าที่ ๒๐๐ บรรทัด ที่ ๑๖ บรรทัดที่ ๑๑ และบรรทัดที่ ๗ ด้วยคําว่า สัปรี๊ มะดีเยาะ ให้ตัดไม้ตรีออก หน้า ๒๐๑ บรรทัด ๔ นับจากข้างล่าง ๓ จังหวัดชาแดนภาคใต้ ให้เพิ่มคําว่า ย ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ก็แก้ตามที่ร้องขอนะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมไม่มีการแก้ไขเปึนอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุม ทั้ง ๔ ครั้งนะครับ ต่อไปเชิญคุณชินวรณ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขออาศัย ข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๒) ขอเลื่อนระเบียบวาระที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ๔.๑ คือ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วขึ้นมาพิจารณาก่อนเรื่องที่ประชุมเลื่อนขึ้นมา พิจารณาก่อน เพื่อจะให้มีผลตามข้อบังคับต่อไปครับ ขอผู้รับรองครับ
ก็มีผู้รับรองถูกต้องครับ มีท่านผู้ใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ มีไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ขออธิบายเหตุผลเพื่อให้เกิดความชัดเจนได้ไหมครับ
ได้ครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช กระผม ขออนุญาตกราบเรียนว่าเมื่อท่านประธานบรรจุระเบียบวาระ แล้วก็มีการประชุม ตามระเบียบวาระตามลําดับ จนมาถึงวาระรับรองรายงานการประชุม ซึ่งโดยปกติแล้ว การประชุมก็จะต้องพิจารณาเรื่องที่ประชุมได้เห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน ตามลําดับนะครับ แต่เนื่องจากว่าท่านประธานได้ให้เหตุผลถึงความจําเปึนว่า เรามีความจําเปึนที่จะต้องพิจารณาพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งในขณะนี้ทางส่วนราชการต่าง ๆ ทางสํานักงบประมาณ ได้มาเตรียมพร้อมในสภาแห่งนี้ตั้งแต่ช่วงเช้า ผมเห็นว่าเพื่อให้เกิดความชัดเจน ผมขออนุญาตท่านประธานสภาที่จะได้ขอเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๔๖ เพื่อให้มีผลในการประชุมครั้งถัดไป เพื่อจะได้เปึนการทราบกันโดยทั่วไปว่า วันพรุ่งนี้คือวันพฤหัสบดีตั้งแต่เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา จะได้มีการพิจารณาพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําป้ ผมจึงให้เหตุผลกับที่ประชุมนี้เพื่อจะได้ร่วมกันพิจารณา และที่สําคัญที่สุดท่านประธานครับ เนื่องจากว่างบประมาณรายจ่ายประจําป้นั้นจะต้อง ดําเนินการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญที่จะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๑๐๕ วัน ในชั้นสภาผู้แทนราษฎร และหลังจากนั้นก็จะต้องดําเนินการส่งให้สมาชิกวุฒิสภา ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบภายใน ๒๐ วันก่อนสิ้นเดือนกันยายน เพราะพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้นั้นจะต้องมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม จึงขออนุญาตที่จะกราบเรียนเหตุผลเพื่อให้ที่ประชุมได้ทราบครับ
เชิญคุณชลน่าน
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานต่อกรณีที่ท่านประธานวิปฝ์ายรัฐบาล ได้นําเสนอต่อท่านประธานเพื่อเสนอ ญัตติที่จะเลื่อนระเบียบวาระการประชุมนะครับ โดยเลื่อนเอาเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณา เสร็จแล้วขึ้นมาพิจารณาในวันพรุ่งนี้ ใช้คําว่า พิจารณาในวันพรุ่งนี้ ครั้งถัดไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๔๖ ท่านประธานที่เคารพครับ การดําเนินการตามข้อบังคับ ข้อ ๔๖ ผมไม่ได้โต้แย้งครับ เพราะกรณีถ้าเปึนเรื่องที่จะต้องตราเปึนกฎหมาย จะต้องเลื่อนไว้ แล้วก็ไปพิจารณาในคราวต่อไปตามวรรคสองของข้อ ๔๖ แต่ท่านประธานครับ กระผม ถามเหตุผลว่าการที่ท่านประธานได้นัดประชุมครั้งสุดท้าย ผมเน้นนะครับ ครั้งสุดท้าย เพราะท่านประธานได้นัดหลายครั้งเหลือเกิน ครั้งสุดท้ายคือวันที่ ๒๔ นี่นะครับ นัดครั้งแรกวันที่ ๒๑ ครั้งสุดท้ายท่านมานัดวันที่ ๒๔ ท่านก็เขียนว่าเปึนการนัดประชุม เปึนพิเศษ วันพุธที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๒ แล้วก็ครั้งที่ ๖ เปึนพิเศษ วันที่ ๒๗ สิงหาคม แล้ว ก็บรรจุระเบียบวาระมานะครับ ท่านดําเนินการตามระเบียบวาระไป ระเบียบวาระที่ ๑ ระเบียบ วาระที่ ๒ ระเบียบวาระที่ ๓ ไปนะครับ เข้าสู่วาระต่อไปท่านประธานวิป ก็เลื่อน ซึ่งถ้าไม่เลื่อนท่านประธานครับเราก็จะพิจารณาเรื่องที่ประชุมให้ความเห็นชอบ ให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เลื่อนประมาณวันพุธตอนกลางคืน หรือวันพฤหัสบดี ผมจําไม่ได้ครับ เพื่อจะได้เอากฎหมายมาพิจารณากันในวันศุกร์ เพื่อให้ เปึนไปตามข้อบังคับ สภาแห่งนี้ก็ให้การรับรองเปึนกฎหมาย ๕ ฉบับ บรรจุในระเบียบวาระ ท่านประธานครับ พอวันนี้ท่านประธานเองก็บรรจุหลังจากที่พิจารณาเรื่องด่วนแล้ว ท่านประธานก็บรรจุเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วซึ่งก็เปึนความชอบตามข้อบังคับ ที่ท่านประธานสามารถบรรจุได้นะครับ ท่านก็บรรจุใน ๔.๑ เรื่องร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ ซึ่งกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว กระผมก็เห็น ตามวาระอย่างนี้ จริง ๆ แล้วท่านประธานครับ ผมยกมือตั้งแต่เช้าเพื่อจะพูดเรื่องนี้ แต่ท่านประธานไม่อนุญาต ผมถึงขอโอกาสนี้อธิบายเหตุผลแล้วก็ถามด้วยว่า มีเหตุผล ความจําเปึนอะไรที่ต้องเลื่อนวันนี้แล้วรอพิจารณาพรุ่งนี้ มีความจําเปึนอย่างไร ความจําเปึนอย่างไรตรงนี้ประกอบคําถามผมนะครับ ท่านประธานครับ ระเบียบวาระ การประชุมครั้งนี้นะครับ ท่านไม่มีสิทธิที่จะไม่พิจารณากฎหมาย ๕ ฉบับที่บรรจุไว้ก่อน ในความเห็นผมนะครับ ท่านไม่มีสิทธิเลยครับ ถ้าท่านเร่งพิจารณากฎหมาย ๕ ฉบับ เสร็จวันนี้ ท่านก็เข้าระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว แล้วต่อ ๔.๑ ก็ยาวเลย ก็สามารถพิจารณาได้ สมมุตินะครับ ๕ ฉบับเสร็จในวันนี้นะครับ แต่ถ้าเอามติ ของท่านประธานวิปนะครับ ถ้าสภาแห่งนี้มีมติให้เลื่อน กรณีที่ ๑ ถ้าพิจารณากฎหมาย ฉบับนี้ไม่เสร็จวันนี้ไปต่อพรุ่งนี้ ถามว่าท่านเลื่อนไป ๙ โมงครึ่ง กฎหมายที่ค้างพิจารณาตก ไปไหมครับ ถ้าท่านเอางบประมาณมาพิจารณา ๙ โมงครึ่ง ตกทันทีนะครับ ท่านประธาน อย่างไรแล้วนี่ถ้ากฎหมายเสร็จวันนี้ท่านก็บรรจุวันนี้ เปึนประโยชน์ เสียดีกว่า เพราะท่านบรรจุไปเรียบร้อยแล้ว ไม่มีความจําเปึนใดๆ จะต้องเลื่อนเลย นั่นคือ เหตุผลที่ผมถามและผมตอบในตัวเอง แล้วถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านประธานวิปด้วย
กรณีที่ ๒ ครับ ถ้าท่านต้องการที่จะเอางบประมาณขึ้นมาพิจารณาจริง ๆ เลยนะครับ ด้วยข้อบังคับ ด้วยอํานาจของท่านประธานนะครับ ท่านประธานก็นัดประชุม เปึนวาระพิเศษได้ บรรจุงบประมาณอย่างเดียว เรื่องเดิมที่มันอยู่ในระเบียบวาระ ตามการประชุมปกติก็อยู่ของมันไป ท่านสามารถพิจารณางบประมาณตั้งแต่ ๙ โมงครึ่งครับ ก็ทําได้ แต่ท่านไม่ทํา ท่านเลือกจะทําอย่างนี้แล้ว เมื่อเลือกจะทําอย่างนี้แล้ว กรณีที่ ๒ อย่างไรต้องเปึนไปตามระเบียบวาระ ท่านประธานครับ ข้อบังคับ ข้อ ๔๗ ครับ ต้องขอ อนุญาตท่านประธาน ข้อ ๔๖ เปึนการเลื่อนที่ไม่ต้องเสนอเปึนหนังสือ ท่านประธานดูข้อ ๔๗ นะครับ เรื่องที่สามารถพิจารณาเลื่อนขึ้นไปพิจารณาได้ สามารถพิจารณาได้กรณีถ้า เราพิจารณาเรื่องอื่น ๆ อยู่ ในข้อ ๔๗ ท่านดูนะครับ (๕) ขอให้เลื่อนการปรึกษาหารือ เหมือนกับการเลื่อนระเบียบวาระ ถ้าเลื่อนแล้ว วรรคสองเขียนไว้ชัดเจนครับ ญัตติตาม (๓) (๕) (๖) หรือ (๗) เมื่อที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่เสนอแล้วห้ามไม่ให้เสนอญัตติอื่น เข้ามาในข้อนี้อีก ถ้าเสนอมาใช้ข้อ ๕๐ ครับ ตกทันทีครับ เสมือนกัน คล้ายกัน เพราะฉะนั้นผมเองไม่เห็นประโยชน์ใด ๆ ที่จะเลื่อนขึ้นมา ถ้าเราขยันจริงนะครับ กฎหมาย ๕ ฉบับ เสร็จ ๖ โมงเราก็ต่องบประมาณได้ พิจารณาวันนี้ได้ แล้วผมคิดว่างบประมาณ ครั้งนี้เปึนวาระที่สอง พิจารณารายมาตรา ท่านประธานจะไปกําหนดวันเดียวมิได้หรอก ครับ สมาชิกทําตามข้อบังคับมีสิทธิที่จะใช้สิทธิในการที่จะอภิปรายแสดงความคิดเห็น ได้ตลอดเลย จนกระทั่งจบกระบวนความวาระสองถึงจะลงวาระสาม ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วยกับการที่จะเลื่อนขึ้นมานอกจากเสียประโยชน์ ถ้าสภาแห่งนี้พิจารณา กฎหมาย ๕ ฉบับเสร็จ ก็ต่อได้ อันที่ ๒ ถ้าไม่เสร็จค่อยยืดเปึนพรุ่งนี้นะครับ พิจารณา กฎหมายได้ ๓ ฉบับ ท่านก็ต้องพิจารณากฎหมายต่อ แล้วท่านเลื่อนมาตรงเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ถ้ามีมตินะครับ พอถึงเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกาปุ็บท่านต้องเอางบประมาณ ขึ้นเลย กฎหมาย ๒ ฉบับที่เหลือตกทันทีครับ ความเห็นผม ท่านประธานจะตัดสินอย่างไร ผมไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนครับ ต้องเปึนไปตามระเบียบวาระ
เชิญคุณชินวรณ์
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนว่า จริง ๆ ข้อบังคับ ข้อ ๔๗ นั้นก็มีความชัดเจนแล้ว นะครับ ว่าในกรณีที่เปึนขอเลื่อนขึ้นมาปรึกษาหรือพิจารณา ที่ประชุมสภาตรงนี้จะต้อง เปึนผู้ให้ความเห็นชอบ ถ้าท่านให้ความเห็นชอบว่า ให้เลื่อน ก็จะมีผลตามข้อบังคับ ข้อ ๔๖ วรรคสอง ก็คือว่าให้มีผลบังคับในการประชุมครั้งต่อไป เพราะฉะนั้นเพื่อ การเตรียมการในการที่จะให้มีการประชุมครั้งต่อไป ก็มีความจําเปึนที่จะต้องขอเลื่อน ขึ้นมา ซึ่งเราก็เคยทําอย่างเดียวกันตอนผมขอเลื่อนกฎหมายขึ้นมาพิจารณาก่อน เพราะว่าจะต้องให้มีผลต่อครั้งถัดไป เหมือนการประชุมกฎหมายในวันดังกล่าวนี้ ก็จะต้องมีผลในวันที่ ๖ แต่กฎหมายที่อยู่ในระเบียบวาระไม่ได้เปึนการประชุมในครั้งต่อไป แล้วครับ เพราะครั้งต่อไปคือครั้งที่ ๖ คือวันพฤหัสบดีนี้ ท่านประธานจะต้องบรรจุระเบียบวาระ เฉพาะงบประมาณเท่านั้น เพื่อให้มีการพิจารณางบประมาณได้ดําเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อสักครู่ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม คุณหมอชลน่าน ก็ได้พูดเองว่า ถึงแม้จะเลื่อนเปึน วันพฤหัสบดีก็ไม่แน่ใจว่าจะมีการจบภายใน ๑ วันหรือไม่ ก็ให้ถือว่าเปึนการประชุม ต่อเนื่องสิครับท่านประธานครับ เพราะว่าพระราชบัญญัติงบประมาณ เพื่อนสมาชิก ก็ใช้สิทธิในการแปรญัตติเปึนรายมาตราถึง ๑๘๔ คน เพราะฉะนั้นที่ผ่านมาก็เคยใช้เวลา ๒ วัน เพราะฉะนั้นผมจึงขออนุญาตที่จะกราบเรียนว่า ถ้าท่านประธานจะได้กรุณาถามมติ ในที่ประชุม ก็จะมีผลที่จะให้
ประการที่ ๑ ก็คือว่า มีความชัดเจนในเรื่องของการเลื่อน รวมระเบียบวาระ ตามข้อ ๑๖ เพื่อจะให้มีผลบังคับในวันต่อไป
ประการที่ ๒ ก็คือว่า ขณะนี้ส่วนราชการ สํานักงบประมาณก็มาเตรียมพร้อม ตามหนังสือที่ท่านประธานได้กําหนดในระเบียบวาระ เพราะฉะนั้นถ้าหากที่ประชุมนี้ เห็นพ้องต้องกันก็จะเปึนประโยชน์ ก็คือว่าส่วนราชการไม่ต้องมารออยู่ครับ จะได้กลับไป เพื่อเตรียมการที่จะมาวันพรุ่งนี้เช้าเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา
คือมีผู้เสนอญัตติให้เลื่อน ถ้าฝ์ายนี้เห็นว่าไม่ควรก็เสนอว่าไม่ควรเลื่อน เพื่อเราจะได้ขอมติครับ ไม่ต้องชี้แจงแล้ว นะครับ เข้าใจแล้วครับ เสนอใช่ไหมครับ
ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน กราบเรียนท่านประธาน จริง ๆ ผมไม่อยาก เสนอไม่ให้เลื่อนหรอกครับ เพราะผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าต้องเลื่อน แต่ประเด็นที่ผม ขออนุญาตทําความเข้าใจกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่า
ไม่ต้องชี้แจงอีกแล้วครับ
ผมจําเปึนต้องเสนอเลื่อน เพราะว่าผมจะได้ อธิบายเหตุผลได้ ผมเสนอไม่เลื่อนนะครับ เพื่อจะได้ใช้สิทธิในการอภิปรายได้
ครับ เสนอไม่เลื่อน ขอผู้รับรองก่อนครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
มีผู้รับรองถูกต้องครับ
ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมจําเปึนต้องใช้ ญัตติที่ตรงข้ามกับฝ์ายเสียงข้างมากเสนอ เนื่องจากผมจะได้อธิบายเหตุผลได้ เมื่อสักครู่ ผมกราบเรียนท่านไปอาจจะไม่ครอบคลุมครับ ท่านประธานครับ การเสนอเลื่อนกรณี ระเบียบวาระที่บรรจุไว้ที่ประธานแจ้งไป งบประมาณไปอยู่ในคณะกรรมาธิการพิจารณา เสร็จแล้ว ผมยกตัวอย่างครับ เปึน ๔.๒ ก็ได้ แต่ท่านประธานบรรจุเรื่องคณะกรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแล้วอยู่ใน ๔.๑ เลย ต่อจากเรื่องด่วนเลยครับ เพราะผมก็ให้เหตุผลว่า อย่างไร ท่านได้เลื่อนกฎหมาย ๕ ฉบับไว้พิจารณา ก็ต้องพิจารณาตามนั้นให้จบก่อนถึงจะ เข้า ๔.๑ ได้ อันนั้นเหตุผลข้อที่ ๑ ที่ผมค้านว่าไม่จําเปึนต้องเลื่อน
เหตุผลข้อที่ ๒ ถ้าทางเสียงข้างมากรัฐบาลจะเอาอย่างนั้น ท่านประธาน จะเอาอย่างนั้น ท่านก็ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ ได้ ท่านไปยกเว้นข้อบังคับแล้วนัดประชุมใหม่ เลยครับ ทําได้ครับ ทําไมไม่ใช้ ๑๗๖ เสียงข้างมาก ๒ ใน ๓ ผมคิดว่าพวกผมก็เห็นด้วย จริง ๆ จะเอางบประมาณเข้ามาตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว ทําไมไม่ทําอย่างนั้นท่านประธาน เมื่อท่านประธานบรรจุพลาดแล้วก็ต้องทําตามข้อบังคับ ถ้าท่านมีเจตนาบอกว่ากฎหมาย ๕ ฉบับนี้สําคัญกว่างบประมาณ ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จครับ ท่านบอกว่า มันจําเปึนต้องพิจารณาพรุ่งนี้ ต้องเลื่อนวันนี้ พิจารณาพรุ่งนี้ ผมถามจริง ๆ ว่า วันนี้ผม ท้าให้เลยถ้าเปึนอย่างนั้นกฎหมายพิจารณาได้ ๒ ฉบับ กฎหมายไม่ถึง ๕ ฉบับแน่
ก็ไม่เปึนอะไรครับ ผมอยากปรึกษาอย่างนี้ได้ไหมครับ
เพราะฉะนั้นผมเองก็เลยกราบเรียน ท่านประธานว่าถ้าท่านอยากให้งบประมาณเข้าผมเห็นด้วยว่าใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ เข้ามา แล้วเอาเลยครับ เอาเวลาไหนก็ได้ ขอบคุณครับ
เสียงทางฝ์าย พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะให้การสนับสนุนใช่ไหมครับ ผมจะได้ปรึกษาครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ
ว่าอย่างไรคุณพิษณุ
ท่านประธานที่เคารพ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ที่ท่านประธานวิปรัฐบาลขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ได้เสนอเลื่อนญัตติของงบประมาณขึ้นมาพิจารณาเพื่อให้มีผลบังคับพรุ่งนี้ ถูกต้องไหมครับท่านประธาน อันนี้ขออนุญาตเพื่อความชัดเจน
ถูกต้อง ชัดเจน
ก็คือหมายความว่า เลื่อน ขึ้นมาเพื่อให้มีผลบังคับพรุ่งนี้เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ถูกต้องไหมครับ
ถูกต้อง
ผมขอกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ว่าพระราชบัญญัติงบประมาณเปึนพระราชบัญญัติที่มีความสําคัญ แล้วก็จากที่มีการนําเสนอแล้วก็มีหนังสือจากท่านประธานมาถึงสมาชิกพรรคฝ์ายค้าน จริง ๆ ผมเพิ่งได้รับหนังสือเมื่อเช้านี้เองท่านประธานครับ เอกสารที่ท่านประธานส่งไปใช้ เวลา ๒-๓ วัน แต่ผมเข้าใจดีว่าท่านประธานก็คงจะต้องทําตามกรอบเวลาที่บังคับไว้ นะครับ เพราะฉะนั้นซีกฝ์ายค้านเองผมมีความเห็นว่า มีกฎหมายอีกหลายฉบับที่มีความ จําเปึนที่จะต้องเข้าสู่การพิจารณาเหมือนกันจะขออนุญาตท่านประธานอย่างนี้ว่า ถ้าเปึนไปได้ ถ้าเผื่อว่าท่านชินวรณ์จะเลื่อนกฎหมายงบประมาณมามีผลในการบังคับใช้ พรุ่งนี้ในการอภิปรายเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา กระผมขออนุญาตเลื่อนกฎหมายเกี่ยวกับ พระราชบัญญัติสภาการเกษตรแห่งชาติ ซึ่งมี ส.ส.
เอาเรื่องนี้ก่อนเถอะครับ จะโยงมากเกินไป
ท่านประธานครับ เรื่องเดียวกันครับ ฟังก่อนครับว่าเรื่องเดียวกันครับ ไหน ๆ จะเลื่อนแล้ว เราเลื่อนขึ้นมา หมายความว่าท่านชินวรณ์จะเลื่อนงบประมาณขึ้นมา
เอาอย่างนี้ครับ ผมจะขอ มติแล้วนะครับ ฟังพอเข้าใจแล้วครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อจะนับองค์ประชุมลงมติครับ เพราะมีมติหนึ่งเลื่อน หนึ่งไม่เลื่อน หยุดอภิปรายแล้วครับ ท่านที่เข้าห้องแล้วก็นั่ง แล้วก็โปรดเสียบบัตร แสดงตนด้วยนะครับ โปรดเสียบบัตรแสดงตนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
โปรดเสียบบัตรแสดงตน ทุกท่านนะครับ เสียบบัตรแสดงตนกันเสร็จเรียบร้อยหรือยังครับ เรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านเสียบบัตรแสดงตน เรียบร้อยแล้วนะครับ เมื่อเรียบร้อยแล้วขอผล มีผู้อยู่ใน ห้องประชุม ๒๕๒ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ
ต่อไปผมจะถามมตินะครับ ตามที่คุณชินวรณ์ได้เสนอเลื่อน พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ เชิญคุณชินวรณ์มีอะไรเพิ่มเติม
ท่านประธานที่เคารพครับ ขอประทานโทษท่านประธานครับ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมได้กราบเรียนท่านประธานชัดเจนว่า ผมขอใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๖ ( ๒) ขอเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม เพื่อให้มีผลต่อวรรคสอง คือในวันถัดไป หมายถึงวันถัดไป คือวันพฤหัสบดีจะมีระเบียบวาระกระทู้และรายงานเพื่อทราบ ตามลําดับ แต่ผมขอเปลี่ยนระเบียบวาระเปึนวาระพิจารณาพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําป้ครับ
ชัดแล้วครับ ผมจะถามมติ ที่ประชุมนะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับการไม่เลื่อนนะครับ ต้องเอาญัตติหลังขึ้นก่อน ไม่เลื่อนโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ใครเห็นควรเปลี่ยนให้กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ให้ชัดนะครับ ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตประท้วง ท่านประธานก่อนครับ ก่อนที่จะถามมติ
ก็เอาญัตติหลังขึ้นก่อน
ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธาน ผมขออนุญาตชี้แจงตามข้อบังคับครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ผมขออนุญาตใช้สิทธิ ตามข้อบังคับประท้วงท่านประธานครับ เพราะท่านประธานทําผิดข้อบังคับ ท่านประธานครับ เรื่องของการถามญัตติการเสนอญัตติ เดิมทีเดียวท่านชินวรณ์เสนอใช้คําว่า เลื่อน แล้วมา เปลี่ยน ผมเองเลยเสนอญัตติว่าให้คงเดิมหรือไม่เลื่อน ซึ่งเปึนลักษณะทํานองเดียวกัน คําถามสุดท้ายที่ท่านประธานถามก็เปึนไปตามที่ท่านลุกขึ้นมาอภิปรายใหม่ว่า เขาเปลี่ยนเลย เปลี่ยนระเบียบวาระนะครับ ซึ่งการเปลี่ยนระเบียบวาระกับเลื่อนระเบียบวาระ มันเปึนคนละอย่างกัน ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานฟังครับ การเปลี่ยนหรือเลื่อนการพิจารณา ในข้อบังคับ ข้อ ๑๗ เขียนชัดเจนท่านประธานครับ ถ้าท่านทําอย่างนั้น ผมได้กราบเรียนท่านประธานไว้แล้วว่า ถ้าสภาแห่งนี้มีมติรับญัตติ ท่านชินวรณ์นะครับ ผมเกรงว่ากฎหมาย ๕ ฉบับ ที่ท่านเลื่อนไว้เดิมมันจะตกไป ไม่สามารถเสนอได้และพิจารณาได้ในวาระสมัยนี้เลย ต้องไปเสนอใหม่ครับในสมัยต่อไป เพราะอะไรครับ เพราะข้อบังคับเขียนไว้อย่างนั้นครับ เมื่อเสนอมีการเปลี่ยนหรือเลื่อนแล้ว ห้ามเสนอทํานองนี้อีก
เรื่องตก ไม่ตกนั้นอยู่ใน ระเบียบ อยู่ในข้อบังคับอยู่แล้วครับ ท่านไม่ต้องชี้ขาดแทนเขาหรอกครับอันนี้
แต่ผมเองต้องถามท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานเอาอย่างนั้นจริง ๆ เมื่อมันมีมติแล้วพวกผมจะได้ดําเนินการได้ให้ถูกต้อง ตามข้อบังคับและบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ กรณีที่ ๒
ต้องยึดรัฐธรรมนูญ เปึนหลักครับ
ของผมเสนอให้คงระเบียบวาระ ให้เปึนไป ตามระเบียบวาระ เหตุผลเพราะว่าไม่อยากจะขัดข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ แต่ใจอยากให้ เอางบประมาณขึ้นมาเลยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ เชิญ ท่านนายกรัฐมนตรีชี้แจงครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คงไม่ได้ชี้แจงนะครับ ขออนุญาตที่จะ หารือ เพราะว่าฟังที่ทางเพื่อนสมาชิกฝ์ายค้านอภิปรายผมไม่แน่ใจว่าเข้าใจตรงกันหรือไม่ นะครับ แต่ว่าถ้าความประสงค์ของพวกเราตรงกันก็คือว่าจะให้เริ่มพิจารณากฎหมาย งบประมาณวันพรุ่งนี้เช้า ถ้าความต้องการของเราตรงกันตรงนี้ผมก็อยากจะหารือว่า หาวิธีการที่พวกเรามั่นใจว่าไม่เปึนปัญหาในเรื่องของข้อบังคับ เช่น วันนี้ก็พิจารณา ตามวาระที่ได้มีการกําหนดเอาไว้แล้วก็คือกฎหมาย ๕ ฉบับที่ว่า พอถึงพรุ่งนี้ถือว่า เปึนการประชุมนัดประชุมเปึนพิเศษมีเฉพาะเรื่องงบประมาณ เพราะฉะนั้นอะไรที่ค้าง จากวันนี้ก็ไปต่อในโอกาสอื่น ๆ ถ้าฝ์ายค้านเห็นว่าตรงนี้เปึนแนวทางที่ถูกต้องแล้ว ตกลงกัน ก็อยากให้ท่านประธานกรุณาดําเนินการตามนี้เรื่องก็จบ แต่ผมไม่แน่ใจว่านั่นคือ ความต้องการของทางเพื่อนสมาชิกฝ์ายค้านใช่หรือไม่นะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ประเด็นที่ผมนําเสนอท่านประธานครับ เนื่องจากท่านประธานได้บรรจุระเบียบวาระไปแล้วก็ต้องทําตามระเบียบวาระ เพราะเกรงว่าจะมีปัญหากับข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ ผมใช้คําว่า เกรง นะครับ เพราะผม ไม่ใช่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แต่ประเด็นที่เปึนไปได้ที่สุดท่านมีเวลาอีก ๑ วัน แทนที่จะเลื่อน ท่านก็นัดประชุมวาระ พิเศษไปเลย นัดประชุมวาระพิเศษเปึนอํานาจประธานครับ ๒๔ ชั่วโมง ท่านก็นัดได้ ประชุมได้ พรุ่งนี้ก็เริ่มงบประมาณได้เลย อาศัยข้อบังคับอํานาจของท่านประธาน นัดประชุมวาระพิเศษ ตามข้อเสนอของท่านนายกรัฐมนตรี อันนั้นถูกต้องข้อบังคับ เลยครับ ซึ่งท่านประธานควรจะทําอย่างนี้มาตั้งแต่วันที่ ๒๔ ที่ออกหนังสือเลยนะครับ ขอบคุณครับ
ครับ คือทําอันนี้ก็ผิด ทําอันนั้นก็ผิด ผมก็มารับฟังที่ประชุมนี้ว่าให้มันถูกต้อง ตอนนี้ก็พอฟังออกแล้วจะทํา อย่างไรให้มันถูกต้องใจทุกท่าน ผมก็จะดําเนินการครับ พอดําเนินการประชุมในวันนี้ไป ถ้าผมขอมติเสร็จผมก็จะดําเนินการออกระเบียบวาระพิเศษขึ้น คิดว่าคงทําได้ เชิญ คุณวิทยามีอะไรครับ เชิญคุณวิทยาก่อนครับ วิปฝ์ายค้านไม่ได้พูดสักทีเลยครับ ช่วยประธานบ้างสิวิปฝ์ายค้าน
ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กราบเรียนท่านประธานสภา ขอขอบคุณครับที่ท่านร้องขอความช่วยเหลือ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านนายแพทย์ชลน่านนั้นก็แนะนําท่านประธานถูกต้องแล้ว และผมก็ไม่เห็นด้วย และกราบเรียนท่านชินวรณ์ท่านประธานวิปฝ์ายรัฐบาลนะครับว่า ดําเนินไปตามระเบียบวาระ แล้วก็ให้ประธานใช้อํานาจที่ประธานได้กล่าวถูกต้องแล้ว ระหว่างที่ประชุมอยู่ท่านก็แจก วาระให้ว่าวันพรุ่งนี้ประชุมอะไร ก็เปึนวาระพิเศษ พวกเราก็ไม่ขัดข้องครับ ไม่ต้องขอร้องให้ผมช่วยครับ ท่านช่วยตัวเองได้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ขอบพระคุณครับ ถ้าอย่างนั้น ขอให้ทั้งสองฝ์ายถอนนะครับ ไม่ต้องลงมติ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรุ่งนี้ ท่านประธานก็ใช้อํานาจตามข้อเสนอของประธานวิปฝ์ายค้านเพื่อวาระพิเศษ ผมขอถอนครับ
ผมจะทําเดี๋ยวนี้ละครับ คุณชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์ชลน่าน ขออนุญาตถอนญัตติครับ
ขอบพระคุณอย่างสูงครับ ก็ดําเนินการตามระเบียบวาระต่อไปครับ
ท่านสุชาติมีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุชาติ นิดหนึ่งครับ ไม่ได้ประท้วงนะครับ คืออย่างนี้ครับในเมื่อฝ์ายค้านกับฝ์ายรัฐบาลผมถือว่าสมานฉันท์ เปึนการตกลงกันได้ แล้วผมเปึนคนหารือไว้ว่าจะให้มีการถ่ายทอดสด พี่น้องประชาชนกําลังสนใจเรื่องนี้อยู่ ในเมื่อประธานสภากําลังจะก้าวลงเวทีกับรัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรีนั่งอยู่ข้างหลัง ลองไปตกลงกันดูว่าถ่ายทอดให้พี่น้องประชาชน ได้ดูงบประมาณได้หรือไม่ ผมว่าเรื่องนี้ประธานสภาทําได้ ขนาดอํานาจ ๒๔ ชั่วโมง ประธานยังทําได้เลย แล้วตอนนี้ประธานจะทําไม่ได้อย่างไร เดี๋ยวประธาน นายกรัฐมนตรี แล้วก็ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีลองไปคุยกันดู พี่น้องประชาชนจะได้ สมหวังครับ ขอบคุณมากครับ
ต่อไปท่านสมาชิกครับ เปึนการพิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมให้ความเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมา พิจารณา ท่านวิเชียรมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิเชียร ขาวขํา จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ครับ อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ให้ประธานทําตามข้อบังคับการประชุมสภา ข้อ ๑๑ ท่านประธานไม่ได้ปฏิบัติตาม ข้อบังคับ ข้อ ๑๑ ข้อบังคับ ข้อ ๑๑ เขาเขียนและบังคับไว้เลย ผมขออนุญาตอ่าน ให้ท่านประธานฟังนะครับ วรรคสอง การประชุมเป่ดเผยให้บุคคลภายนอกเข้าฟัง การประชุมได้ตามระเบียบที่ประธานสภากําหนด และประธานสภาต้องจัดให้มี การถ่ายทอดสดการประชุมสภาทางวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์ เขาเขียนคําว่า ต้อง นะครับ ท่านประธานต้องจัดให้มีการถ่ายทอดนะครับ
ประเด็นนี้ได้มีการหารือกันเมื่อช่วงเช้าไปแล้ว ท่านประธานก็รับทราบแล้วก็ได้ประสานกับ ทางฝ์ายบริหารคือรัฐบาลแล้วนะครับ ผมขอดําเนินการประชุมต่อนะครับ ท่านพิษณุ มีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองบัวลําภู ท่านประธานครับ เพื่อเปึนความชัดเจน ซึ่งขณะนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็ยังอยู่ในห้องประชุมอยู่ ก็จะใคร่ขอเรียนถามประเด็นเดียวกันกับท่านวิเชียร ขาวขํา ครับว่าท่านนายกรัฐมนตรี จะได้มีบัญชาการให้ถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ได้หรือไม่ ขอคําตอบชัดเจนเลยครับ เนื่องจากว่ามีการประชุมสมัยท่านสมัคร สุนทรเวช เปึนนายกรัฐมนตรี วาระสอง วาระสาม ก็มีการถ่ายทอดเปึนเวลา ๓ วันด้วยกัน เพราะฉะนั้นขอประทานกราบเรียนผ่าน ท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีช่วยชี้แจงต่อสภาด้วยครับ
ท่านก็รับทราบแล้วนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี เชิญชี้แจงครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อยากจะกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่าเรื่องของการ ถ่ายทอดกําลังขอให้ทางวิป ๒ ฝ์าย ได้ประสานกัน เพราะว่าจะได้ทําพร้อม ๆ ไปกับเรื่อง ของการจัดสรรเวลาในการอภิปรายครับ
ท่านประธานครับ ผม สุชาติ ลายน้ําเงิน
พอแล้วครับท่านสุชาติครับ
ผมประท้วงครับ
ท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้ชี้แจงชัดเจนว่าขณะนี้ให้วิป ๒ ฝ์าย ได้หารือ
นิดเดียวครับท่านประธาน ผมขอพูด นิดเดียว ที่ผมพูดอย่างนี้ผมเปึนคนเป่ดประเด็นไว้เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แล้วเปึนวาระสําคัญ แล้วท่านบอกว่าให้หารือกัน วันนี้ผมเปึนผู้แทนราษฎร ถ้าหารือแล้วไม่ถ่ายทอดจะทํา อย่างไร ประเด็นนี้ผมฝากนิดเดียว ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีนั่งอยู่ข้างบนครับ แค่ของนายกรัฐมนตรีไม่ถ่ายทอดยังปลดอธิบดีได้ ถ้าสภานี้ไม่ถ่ายทอดผมว่าน่าจะปลด อธิบดีคนต่อไป ขอบคุณมากครับ
ครับ ผมขอดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ
ต่อไปเปึนการพิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณา ก่อน คือ
๑. พิจารณาให้ความเห็นชอบกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริต ในภาครัฐ (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
ด้วยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบรายชื่อบุคคลผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อ เปึนกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐจํานวน ๖ คน และได้เสนอ ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติมาตรการของฝ์ายบริหารในการปัองกันและปราบปรามการทุจริต พุทธศักราช ๒๕๕๑ รายชื่อบุคคลซึ่งคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาเห็นสมควรแต่งตั้งให้เปึน กรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ จํานวน ๖ คน มีดังนี้นะครับ ๑. นายคัมภีร์ แก้วเจริญ ประธานกรรมการ ๒. นายกนก พรรณรักษา เปึนกรรมการ ๓. นายถวิล อินทรักษา เปึนกรรมการ ๔. นายวิทย์ รายนานนท์ เปึนกรรมการ ๕. นายสมัชชา โพธิ์ถาวร เปึนกรรมการ และ ๖. นายปรีชา จําปารัตน์ เปึนกรรมการ ขอเชิญท่านรัฐมนตรี แถลงเหตุผลครับ ท่านรัฐมนตรีครับ เชิญท่านรัฐมนตรีแถลงเหตุผลครับ ท่านรัฐมนตรีครับ เดี๋ยวสักครู่นะครับ ท่านรัฐมนตรีคงจะหารือกันเรื่องถ่ายทอด
ท่านประธานครับ ถ้ารัฐมนตรี ไม่มาก็เลื่อนเปึนวาระอื่นเถอะครับท่านประธานครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีแถลงเหตุผลเลยครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม
ตามที่ที่ประชุมแห่งนี้ได้เคยอนุมัติให้ทางกระทรวงยุติธรรมถอนรายชื่อ ผู้สมควรแต่งตั้งเปึนกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐไปในสมัยประชุม ที่แล้ว เนื่องจากมีข้อโต้แย้งจากทางวุฒิสภาว่าขั้นตอนที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปนั้น มีข้อขัดข้องในเรื่องขององค์ประชุม จึงได้ดําเนินการขออนุญาตสภาเพื่อจะไปปรับปรุง แล้วก็ดําเนินการให้ถูกต้องเสียใหม่ ในช่วงเวลาที่ผ่านมาทางกระทรวงยุติธรรม โดยสํานักงานคณะกรรมการปัองกัน และปราบปรามการทุจริตในภาครัฐก็ได้ไปดําเนินการพิจารณาคัดเลือก แล้วก็ได้รับการ พิจารณาตอบรับจากผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเข้ามาทําหน้าที่เปึนกรรมการปัองกัน และปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ รวมทั้งสิ้น ๖ ท่าน ดังมีรายชื่อต่อไปนี้นะครับ คือ ท่านที่ ๑ ท่านคัมภีร์ แก้วเจริญ เปึนประธานกรรมการ ท่านที่ ๒ ท่านกนก พรรณรักษา เปึนกรรมการ ท่านที่ ๓ ท่านถวิล อินทรักษา เปึนกรรมการ ท่านที่ ๔ ท่านวิทย์ รายนานนท์ เปึนกรรมการ ท่านที่ ๕ ท่านสมัชชา โพธิ์ถาวร เปึนกรรมการ และท่านที่ ๖ ท่านปรีชา จําปารัตน์ เปึนกรรมการ จึงได้นําเสนอที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความ เห็นชอบในลําดับนี้ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญ ท่านชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ผมขออนุญาตท่านประธานต่อกรณีที่ทาง คณะรัฐมนตรี โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้เสนอรายชื่อผู้สมควรได้แต่งตั้ง ให้เปึนกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐมาให้สภาพิจารณานั้น ท่านประธานครับ ก่อนที่สภาจะพิจารณา ผมจะขออนุญาตท่านประธานในเรื่องนี้ ผมมี คําถาม มีข้อสังเกตที่อยากให้ท่านประธานและสภาแห่งนี้ช่วยพิจารณาว่าการดําเนินการ เรื่องนี้ชอบด้วยบทบัญญัติของกฎหมายและรัฐธรรมนูญหรือไม่นะครับ ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผมตั้งก็คือว่าเรื่องนี้ถ้าท่านประธานและสภาแห่งนี้จําได้นะครับ ท่านรัฐมนตรี บอกว่าสภาแห่งนี้ได้มีมติอนุมัติให้ถอนเรื่องออกไป ซึ่งผมเองก็พยายามตรวจสอบรายงาน แล้ว ก็มีเปึนคําตอบหารือของทางสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเราเหมือนกัน เพียงแต่อ้างบอกว่าท่านประธานได้หยิบยกขึ้นและมีสมาชิกบางท่านบางคนอภิปรายว่า ไม่สมควรที่จะต้องมานําสู่การพิจารณาของชั้นสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่มีมติใด ๆ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะต้องกราบเรียนถามท่านประธานก็คือว่าการถอนรายชื่อ ของผู้ที่สมควรแต่งตั้งให้เปึนกรรมการ ป.ป.ท. ที่เราผ่านความเห็นชอบของ สภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว ไปสู่ชั้นของวุฒิสภา ท่านประธานครับ เรื่องนี้มันตั้งต้นตั้งแต่ วันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๑ เปึนต้นมา ที่พวกเราได้ให้ความเห็นชอบ ต้องขออภัย ท่านประธานครับ ที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้ให้ความเห็นชอบกับรายชื่อของผู้ที่สมควร ให้แต่งตั้งเปึนกรรมการ ป.ป.ท. ๖ ท่าน รวมทั้งประธานและกรรมการนะครับ โดยการ ลงคะแนนลับส่งไปที่วุฒิสภา ประเด็นปัญหามันเกิดขึ้นอย่างนี้ครับท่านประธาน ผม ขออนุญาตเท้าความสักนิดหนึ่งครับ เพราะเปึนประเด็นที่ผมอยากจะถามว่าการถอน รายชื่อของกรรมการชุดเดิมออกไปนั้นชอบหรือไม่ กระทําได้หรือไม่ และจะเสนอกลับ เข้ามาใหม่นี้ทําได้หรือไม่ วันที่ ๑๖ ครับท่านประธานครับ ทางวุฒิสภาได้ประชุมกัน เพื่อจะพิจารณา ที่ประชุมของวุฒิสภามีมติได้แต่งตั้งกรรมาธิการสามัญมาพิจารณา ในการตรวจสอบคุณสมบัติ แล้วก็ความประพฤติของกรรมการที่ถูกได้รับความเห็นชอบ จากชั้นสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการของวุฒิสภาไปตรวจสอบ ใช้เวลา ๓ เดือน ๙๐ วัน แล้วมีมติให้ความเห็นไปยังชั้นของวุฒิสภาคราวการประชุม เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๑ ประเด็นที่ทางกรรมาธิการของวุฒิสภาผู้ตรวจสอบ ได้ให้ความเห็นก็คือว่า มีความเห็นว่าการพิจารณาในชั้นของสภาผู้แทนราษฎร ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญในเรื่องขององค์ประชุม ก็ส่งความเห็นนี้ไปให้วุฒิสภา มติของวุฒิสภาเห็นชอบกับกรรมาธิการ เห็นชอบกับกรรมาธิการที่เสนอก็คือว่า กระบวนการการพิจารณาให้ความเห็นชอบของชั้นสภาผู้แทนราษฎรไม่ชอบด้วย บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เนื่องจากคะแนนเสียงที่ให้ไปไม่เกินกึ่งหนึ่ง ท่านประธานครับ ขณะนั้นเรามี ส.ส. ทั้งหมด ๔๗๕ ท่าน กึ่งหนึ่งก็คือ ๒๓๘ ท่าน แต่ว่ามีผู้ลงคะแนน เมื่อนับรวมแล้วไม่ครบกึ่งหนึ่ง ท่านประธานครับ ทางวุฒิสภาก็เลยส่งกลับไปที่ ครม. ให้ ครม. แจ้งมายังสภาผู้แทนราษฎรให้ดําเนินการ ครม. ก็มีหนังสือแจ้งมาที่สภา ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่เปึนความเห็นและเปึนมติของวุฒิสภา ท่านประธานครับ ในหนังสือเขาบอกว่าถ้าชอบก็ยืนยันไปที่ ครม. เพื่อ ครม.จะดําเนินการส่งให้วุฒิสภา ต่อไป ถ้าไม่ชอบก็จะได้ดําเนินการตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ คือการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงว่าดําเนินการในชั้นของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อการออกเสียงชอบหรือไม่ ท่านประธานครับทางสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรของเราโดยท่านประธานมี บัญชา สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็มีหนังสือตอบไปว่า ดําเนินการชอบด้วย บทบัญญัติรัฐธรรมนูญแล้ว แล้วก็แจ้งไป ครม. ก็แจ้งไปวุฒิสภาให้วุฒิสภาได้ช่วย ให้ความเห็นชอบ หนังสือมีการตอบไล่เลียงกันครับ วันที่ ๓๐ ทางสภาชี้แจงยืนยัน ความเห็นชอบ ความชอบด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญของสภานี้ไปที่ ครม. ครม. ก็แจ้ง วุฒิสภาเมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๑ แจ้งวุฒิสภา ขอให้วุฒิสภายืนยันความเห็นของ ทางสภา แล้วขอให้วุฒิสภาดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ คือให้ความเห็นชอบบุคคล ทั้ง ๖ คน ท่านประธานครับ วันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ทางวุฒิสภาแจ้ง ครม. บอกว่า การตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎรนั้นเปึนการตรวจสอบในชั้นประจํา ไม่ใช่อํานาจหน้าที่ ของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภารับไม่ได้ก็เลยส่งเรื่องให้ ครม. มาให้ สภาผู้แทนราษฎรดําเนินการให้ถูกต้องตามอํานาจหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร แต่ท่านประธานครับ ทางสภาผู้แทนราษฎรไม่ทําอะไรครับ หลังจากนั้นแทนที่สภาเรา จะเอาไปบรรจุระเบียบวาระขอความเห็นของสภาให้เปึนไปตามความเห็นของ ท่านประธานวุฒิสภา บอกว่าต้องเปึนความเห็นของสภา ไม่ใช่ความเห็นของฝ์ายประจํา ฝ์ายประจําเขาก็ยืนยันนะครับท่านประธาน ยืนยันอย่างไรครับ ยืนยันว่าชอบเนื่องจาก วันนั้นเปึนการลงคะแนนลับ วิธีการลงคะแนนลับของเราก็คือแจกบัตรใส่ซองให้กับสมาชิก ที่อยู่ในห้องประชุมทุกท่าน วันนั้นมีสมาชิกอยู่ในห้องประชุมทั้งหมด ๔๒๘ คน เหมือนที่ เราเลือกให้ความเห็นชอบกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ปปง. ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แจกบัตร ไป ๔๒๘ ครับ แต่ว่ามีสมาชิกส่วนหนึ่งไม่ส่งบัตร ไม่ลงคะแนน ก็จะมีสมาชิกส่วนหนึ่งนั้น ที่ลงคะแนนแล้วส่งบัตรเข้าไป เวลานับแล้วนี้ก็เลยเปึนเสียงข้างมาก บทบัญญัติ ของกฎหมายนี้ใช้เสียงข้างมากครับ แล้วองค์ประชุมเดิมที่แจกไปก็ ๔๒๘ คน แต่เผอิญว่า วุฒิสภาเขาไม่ได้เห็นตัวที่ประกอบรายงานไป เขาก็ใช้มติของศาลรัฐธรรมนูญเปึนตัวตั้ง คือเอา ณ ขณะนั้นว่ามีผู้ลงคะแนนเท่าไร เห็นชอบเท่าไร ไม่เห็นชอบเท่าไร งดออกเสียง เท่าไร มันก็เลยไม่ครบองค์ประชุม ท่านประธานครับ หลังจากนั้นทางคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีการเปลี่ยนรัฐบาลได้ทําเรื่องขอถอนครับ ขอถอนแล้วแจ้งไปที่วุฒิสภา หนังสือ ของ ครม. ออกจากกระทรวงวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๒ จากท่านรัฐมนตรีพีระพันธุ์ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ ครม. มีมติ แล้วส่งหนังสือให้กับวุฒิสภาเมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์นี้เองครับ บอกว่าขอถอนเรื่องทั้งหมด หลังจากนั้นท่านก็ส่งเรื่องนี้มาในวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒ เพื่อขอแต่งตั้งใหม่
ท่านประธานครับ ผมไล่เลียงเหตุการณ์ให้ดูนี้ ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานถามว่าอํานาจในการถอนเรื่องที่อยู่ในชั้นของการพิจารณาสภาผู้แทนราษฎร โดยที่ไม่มีมติสภานี้กระทําได้หรือครับ ทําไมไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติ ข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทําไมต้องรีบถอน ผมอยากจะสอบถามในประเด็นนี้ แล้วฝาก ท่านประธานให้สภาแห่งนี้ช่วยพิจารณาว่า เมื่อไม่ดําเนินการถอนให้เปึนไปตาม บทบัญญัติของข้อบังคับและกฎหมายแล้วนี้ การเสนอเข้ามาใหม่นี่ ผมถือว่าเรื่องเดิม ยังคาอยู่สภา เปึนเรื่องที่สภาจะต้องพิจารณาก่อนว่าจะอนุญาตหรือไม่อนุญาต แล้วท่าน ถึงจะเสนอเข้ามา ผมไม่ได้ห้ามนะครับว่า ท่านไม่มีสิทธิที่จะเสนอเข้ามาใหม่ ถ้าสภามีมติ ให้ถอนกลับไป หรือถ้าสภามีมติไม่ให้ถอน สภามีมติว่าให้ดําเนินการตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญคือการพิจารณาใหม่ องค์ประชุมไม่ครบ ก็สามารถกระทําได้ ก็เปึนความเห็น ของสภา เปึนไปได้ทั้ง ๒ ทางครับ จะทึกทักว่าสภาให้ถอนเปึนไปไม่ได้ครับ อยู่ที่ความเห็น ของสภาแห่งนี้ ข้อเท็จจริงครับ ผมไม่เถียงครับ ว่าเสียงข้างมากเอาอย่างไร เปึนไปอย่างนั้น ขณะนี้ท่านเปึนเสียงข้างมาก แน่นอนครับท่านถอน เหมือนกับแต่งตั้งกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ปปง. นะครับ ทําไมเขาถอนตัวหมด ท่านประธานครับ คุณรวีพรไม่ถอนครับ ทั้งที่คุณรวีพรเปึนหมายเลข ๑ ที่ควรจะต้องถอนคนแรกสุดเลย เพราะว่ามีกรรมการ หลายท่านไม่เห็นชอบด้วยจะให้คุณรวีพรเข้ามาเปึนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ปปง. ท่านประธานครับ เสียงข้างมากเปึนอย่างไร เปึนอย่างนั้น ผมเห็นด้วย แต่ว่าอย่างไร ก็แล้วแต่สภาแห่งนี้ในฐานะที่เราเปึนผู้บัญญัติกฎหมาย เปึนผู้ตราข้อบังคับให้กับสังคม แห่งนี้ ถ้าข้อบังคับมันเพี้ยน ข้อบังคับมันไม่ชอบด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแล้ว ท่านจะ พึ่งอะไรครับ กติกามันเพี้ยน การปฏิบัติก็เพี้ยนไปหมด ผมคิดว่าบ้านเมืองนี้ถ้าจะเปึน นิติรัฐนะครับ ก็เริ่มการตรงนี้ก็เปึนสิ่งที่สําคัญที่สุด ผมฝากท่านประธานในประเด็นนี้ ช่วยพิจารณาครับ กราบขอบพระคุณครับ
ท่าน รัฐมนตรีมีอะไรครับ เชิญท่านพีรพันธุ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตชี้แจงข้อมูลกับท่านประธานต่อจากท่านสมาชิกนายแพทย์ชลน่านเพื่อให้ เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้นนะครับ ผมดูรายชื่อของกรรมการ ป.ป.ท. ที่เสนอมากับชื่อที่ผม จําได้ครั้งหนึ่งว่าเคยพิจารณาในที่ประชุมนี้แล้ว ผมได้พบกับท่านรัฐมนตรีก็บอกว่ารายชื่อ ที่ดูมาใหม่ก็น่าจะเรียบร้อยดี แต่ว่ามีชื่อซ้ําอยู่ท่านเดียว แต่ว่าอย่างไรก็ตามมันมีปัญหา ที่สภานี้ต้องร่วมกันพิจารณาก่อนเพื่อให้เกิดความชัดเจน ผมไล่เลียงให้ท่านประธานดู นะครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานตอนที่เราพิจารณาเรื่องนี้ในที่ประชุมนี้ก็มีการลงมติกัน เปึนรายบุคคลไป คะแนนก็ปรากฏเรามีการถกเถียงกันอยู่หลายเรื่อง เช่น เรื่องประเด็น ที่บอกว่าระยะเวลามันเนิ่นนานกว่าที่กฎหมายกําหนด ซึ่งก็เปึนการพูดคุยกันอยู่แล้วว่า ถึงแม้ระยะเวลากําหนดไว้มันอาจจะล่วงเลยไปบ้างช่วงของการเปลี่ยนถ่ายรัฐบาล พอต่อมาเมื่อสภาผู้แทนราษฎรได้อนุมัติรายชื่อบุคคลชุดเดิมทั้ง ๖ ท่านผ่านไปแล้ว มีการ ลงมติไปแล้วก็ส่งไปยังวุฒิสภา เมื่อไปถึงวุฒิสภาก็มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ประวัติตามปกติของวุฒิสภา ในชั้นพิจารณาของวุฒิสภาก็มีข้อที่ทางวุฒิสภาให้ความเห็น บอกว่าการประชุมสภาของผู้แทนราษฎรที่อนุมัติ ๖ ท่านเดิมนั้นองค์ประชุมไม่ครบ ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ นี่คือข้อถกเถียงที่เปึนเรื่องหลักไม่ใช่เรื่องคุณสมบัตินะครับ ในข้อ ถกเถียงนี้ก็มีการตอบโต้กัน ให้ความเห็นกันระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ในหนังสือวันที่ ๑๑ สิงหาคม เลขาธิการ ครม. ได้รับเรื่องจากวุฒิสภาไป แจ้งความเห็น ของวุฒิสภาบอกว่า มติของสภาผู้แทนราษฎรไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญเพราะองค์ประชุม ไม่ครบ ที่ประชุมวุฒิสภาก็จึงมีมติให้ส่งเรื่องนี้ไปยังคณะรัฐมนตรี แล้วคณะรัฐมนตรี ก็ขอให้แจ้งความเห็นของวุฒิสภามาให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเรื่องนี้ สภาผู้แทนราษฎรครับ ในหนังสือชี้แจงของเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรวันที่ ๓๐ กันยายน ท่านประธานครับ ก็พูดไว้ชัดบอกวันนั้นในการประชุมมีผู้รับบัตรไปทั้งหมด ๔๒๘ ซอง ท่านประธานคงจําได้วันนั้นที่มีการประชุมเลือก ปปง. มีการแจกบัตร ที่ผมย้ําถามอยู่ ๒ ครั้งว่าตกลงบัตรแจกไปเท่าไรเพราะมันหมายถึงองค์ประชุมนะครับ ผมจําไม่ได้ว่า ในครั้งนั้นมีการให้แสดงตนเพื่อนับองค์ประชุมก่อนหรือไม่ แต่ว่าในรายงานของ ฝ์ายเจ้าหน้าที่ได้บอกว่าได้แจกบัตรไป ๔๒๘ ซอง เพราะฉะนั้นก็ไม่มีปัญหาเรื่อง องค์ประชุม แต่พอมีการลงมติครึ่งหนึ่งก็คือ ๒๓๘ ฝ์ายเจ้าหน้าที่ก็บอกว่า แจกบัตรไปครบ แต่ในห้องประชุมนั้นในการลงคะแนนลับ และคะแนนเสียงเห็นชอบกรรมการ ป.ป.ท. ในสมัยนั้นก็ไม่มีกําหนดกันไว้เปึนพิเศษก็คือเสียงข้างมากเปึนปกติ ในห้องประชุมได้แจก บัตรลงคะแนนลับให้สมาชิกไป ๔๒๘ ซอง แต่เนื่องจากมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของพรรคประชาธิปัตย์ในรายงานนะครับ อยู่ในที่ประชุม ไม่เห็นด้วยกับการพิจารณา ในเรื่องนี้และไม่ประสงค์จะลงคะแนน จึงไม่ปรากฏคะแนนในส่วนนี้ แต่ไม่ได้หมายความ ว่าเปึนองค์ประชุมนะครับ เมื่อรวมผลการนับคะแนนของคณะกรรมการตรวจนับแล้ว จึงปรากฏยอดของสมาชิกที่ไปใช้สิทธิที่บอก เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ และงดออกเสียง ตามที่ ปรากฏขึ้นไปที่บอร์ด (Board) เท่านั้นเอง ดังนั้นเมื่อเปึนการแจกบัตรลงคะแนนลับไป ๔๒๘ ซอง ก็แสดงว่าสมาชิกอยู่ในห้องประชุม และเปึนองค์ประชุมไปแล้ว ไม่มีปัญหา เรื่ององค์ประชุมเลย อย่างไรก็ตามพอชี้แจงไปอย่างนี้ ก็แจ้งไปที่เลขาธิการวุฒิสภา เลขาธิการวุฒิสภาก็ตอบมาว่านี่เปึนความเห็นของฝ์ายธุรการของสภา ไม่ใช่มติของสภา แล้วแถมยังมาแนะนําให้สภาผู้แทนราษฎรเอาเรื่องนี้เข้าไปพิจารณาอีก ครั้งหนึ่งว่าเพื่อจะตรวจสอบองค์ประชุมให้มันครบ อย่างนั้นหนังสือของทางวุฒิสภาชี้แจง ไปเลขาธิการคณะรัฐมนตรีบอกว่า ทั้งนี้ขอให้สภาผู้แทนราษฎรยืนยันองค์ประชุมมาก่อน ระหว่างนั้นเรื่องมันผ่านไป ผ่านไป ก็ปรากฏว่าทางฝ์ายคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือลงวันที่ ๑๙ มกราคม ไปขอถอนเรื่องนี้ออกจากการพิจารณาของวุฒิสภา และผมก็จําได้ว่าท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรก็แจ้งมตินี้ให้พวกเราทราบว่ารัฐบาลได้ขอถอนเรื่อง คณะกรรมการ ป.ป.ท. ออกจากการพิจารณาของวุฒิสภานะ ด้วยเหตุผลว่าองค์ประชุม ของสภาผู้แทนราษฎรไม่ครบ ผมก็จําได้ในวันนั้นก็มีสมาชิกหลายท่านขึ้นมาทักท้วง ด้วย ข้อมูลที่นายแพทย์ชลน่านได้พูดไป หรือที่ผมได้ให้ไปเมื่อสักครู่นี้ ขององค์ประชุมมันครบ และผมก็ยังสงสัยว่าวุฒิสภามีอํานาจจะมาชี้ว่าองค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎรไม่ครบ ได้หรือ เพราะมันครบอยู่ ถ้ามีข้อสงสัยใครจะเปึนคนชี้ว่าองค์ประชุมครบ ไม่ครบ ก็คือ สภาผู้แทนราษฎรเอง ถ้าท่านประธานไปตรวจดูรายงานการประชุม ผมไม่ทราบว่ารับรอง ไปหรือยังว่าการประชุมเลือก ป.ป.ท.ในครั้งนั้นไม่มีใครยกว่าองค์ประชุมไม่ครบ ไม่มี ก็แปลว่าองค์ประชุมมันครบ แต่เหตุที่ทางวุฒิสภาท่านบอกว่ามันไม่ครบก็เพราะว่าท่าน ไปดูรายงานเฉพาะผู้มาลงคะแนนเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ และงดออกเสียง เวลามันขึ้น บอร์ด มันขึ้นเปึนอย่างนั้น แต่ผมไม่ได้ดูรายละเอียดว่าเวลาเจ้าหน้าที่รายงานไปทั้งหมด ได้รวมนับ ๔๒๘ คนที่อยู่ในห้องนี้หรือเปล่า หรือองค์ประชุมไปด้วยหรือเปล่า มันมีอยู่ครับ เพราะฉะนั้นทางวุฒิสภาก็เลยบอกว่าพอมานับดูเปึนรายบุคคล เห็นไหมครับ ท่านแรก ๑๙๐ ท่าน งดออกเสียง ๑๑ ท่าน ท่านต่อมา ๑๗๕ ท่าน เห็นชอบ งดออกเสียง ท่านต่อไป เห็นชอบ ๑๙๐ ท่านต่อไป เห็นชอบ ๑๘๔ ท่าน งดออกเสียง ๑๑ ท่าน ท่านสุดท้าย เห็นชอบ ๑๘๙ ท่าน งดออกเสียง ๑๒ ท่าน คือดูจากรายงานตรงนี้เท่านั้นว่าเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ แต่ไม่ได้ดูในรายงานทั้งหมด ท่านก็เลยบอกว่าพวกเราองค์ประชุมไม่ครบ ผมบอกว่า แล้วเขายืนยันว่ามันต้องครบนะ เพราะวุฒิสภาไม่น่าจะมีอํานาจหน้าที่มาชี้ว่า องค์ประชุมของสภาผู้แทนราษฎรไม่ครบ วันที่ประธานชัยนําเรื่องนี้มาแจ้งให้ที่ประชุม ทราบ ผมเองก็เปึนคนหนึ่งที่ลุกขึ้นทักท้วง บอกว่าความเห็นของวุฒิสภาอาจจะไม่ถูกต้องนะ เพราะท่านดูเฉพาะรายงาน คะแนนที่รายงานไปถึงท่านว่า เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ และงดออกเสียง แต่คะแนนที่เปึนองค์ประชุมไม่ทราบอยู่ในรายงานส่งไปให้วุฒิสภา ทราบหรือเปล่า แต่ ๔๒๘ คน คือคนที่นั่งอยู่ในนี้ เพราะฉะนั้นวันนั้นที่ผมย้ําถาม ท่านประธานตอนเลือก ปปง. ที่ผมถาม ๒ ครั้งว่าตกลงแจกบัตรไปเท่าไร เพื่อจะไม่ให้มี ปัญหาเรื่ององค์ประชุม เพราะประเดี๋ยวเวลาไปหย่อนบัตรก็จะมีผู้ไปลงคะแนนเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ กับอีกส่วนหนึ่งไม่ไปลงคะแนน แต่มันเปึนองค์ประชุมไปหมดตั้งแต่ต้นแล้ว
ท่านประธานครับ หลังจากพูดคุยกันเรื่องนี้ หารือกันในที่ประชุมตรงนี้ ล่ะครับ เนื่องจากมันยังไม่มีคําขอของรัฐบาลมาถึงสภาผู้แทนราษฎรว่า ขอถอนเรื่อง กรรมการ ป.ป.ท. ชุดเดิม ๖ คนออกไป แต่ท่านไปถอนที่วุฒิสภา และวุฒิสภาก็ให้ถอน แล้วก็แจ้งให้พวกเราทราบ วันนั้นท่านประธานชัยก็พยายามจะพูดเรื่องนี้ ผมก็เคยถาม ท่านนอกรอบว่า ก็ถ้าหากวุฒิสภาสงสัยบอกว่ารายงานที่เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีไปถึงเลขาธิการวุฒิสภาเปึนเรื่องของฝ์ายธุรการ ต่อไปเวลาที่วุฒิสภาแจ้งมาผมก็ไม่เห็น ประธานวุฒิสภาลงนามนะครับ มีแต่เลขาธิการวุฒิสภาแจ้งมา มาถึงเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร จากนั้นต่อไปถือว่าถ้าอย่างนั้นเปึนรายงานของฝ์ายธุรการนะ สภาไม่รับทราบนะ หรือรับทราบแล้วเปึนเรื่องรายงานที่รับรองไม่ได้ เราก็ยังทํา วันนี้ก็ยัง ทําอย่างนี้กันอยู่ ถ้าไม่เชื่อรายงานของเลขาธิการซึ่งทําหน้าที่เปึนเลขานุการของที่ประชุม แล้วจะไปเชื่อใครล่ะครับ แต่เปึนปัญหาที่มันตามมาก็คือว่า ในเรื่องนี้ไม่มีข้อยุติ เราก็เพียงแต่รับทราบว่าวุฒิสภาอนุญาตให้รัฐบาลถอน ป.ป.ท. ชุดเดิมออกไป แล้วพวกเราก็รับทราบอยู่แค่นั้น เนื่องจากมีการพูดเรื่องนี้กันมากนะครับ ถ้าดูจากหนังสือ ของเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ย้ําอีกครั้ง ไปถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี บอกว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎร หนังสือลงวันที่ ๒๐ เข้าใจว่าวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ป้ ๒๕๕๒ นี่เองนะครับ คือหลังจากที่รัฐบาลได้ขอถอนเรื่องไปแล้ว ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้นําเรื่องนี้หารือ ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันพุธที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ เนื่องจาก มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่าไม่ควรนําเรื่องนี้เข้ามาพิจารณาในที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎร และไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านใดมีความสงสัยในความ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับกระบวนการลงมติให้ความเห็นชอบ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎรปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาผู้แทนราษฎรมีดําริให้เรียนชี้แจงว่า จากการอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรสรุปความเห็นได้ว่า การลงมติของ สภาผู้แทนราษฎรเพื่อลงมติให้ความเห็นชอบรายชื่อบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้ง เปึนกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐเปึนไปโดยชอบด้วยบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญแล้ว ขณะที่ทางวุฒิสภาบอกว่าที่ประชุมองค์ประชุมไม่ครบนะครับ และที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรไม่สงสัยในความชอบด้วยรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับ กระบวนการลงมติให้ความเห็นชอบรายชื่อบุคคลที่ได้ให้ความเห็นชอบไปแล้ว ปัญหา มันก็เกิดขึ้นท่านประธานครับ เรื่องนี้การให้ความเห็นชอบเขาบอกให้ทําตามไปลําดับ ก็คือ ๑. ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาก่อนแล้วส่งไปที่วุฒิสภา เมื่อสภาผู้แทนราษฎร ให้ความเห็นชอบไปแล้วไปที่วุฒิสภา แล้วถ้าเปลี่ยนรัฐบาล รัฐบาลใหม่ไปถอนเรื่องจาก ทางโน้น ผมก็ถามกลับว่าแล้วมติของสภาผู้แทนราษฎรยังอยู่หรือเปล่า เพราะไม่มี การถอนครับ เมื่อไม่มีการถอนแล้วท่านเสนอรายชื่อใหม่มาได้อย่างไร เพราะฉะนั้นจะต้อง ทําตรงนี้ให้มันชัดเจนก่อนว่ามติเดิมที่สภาผู้แทนราษฎรนั้นได้ให้ความเห็นชอบ ๖ ท่านเดิม ไปแล้วผ่านไปถึงวุฒิสภาไปแล้ว ไม่ปรากฏมีรายงานว่าสภาผู้แทนราษฎรให้มีการถอน ออกไป ไม่มีครับที่จะรับทราบว่าวุฒิสภาอนุญาตให้รัฐบาลถอน และรัฐบาลก็เสนอมาใหม่ ถ้าทํากันอย่างนี้ได้ ท่านประธานครับมันก็จะมีปัญหา
อันที่ ๑ ผมก็ถามว่ามติเดิมของสภาผู้แทนราษฎรที่อนุมัติไปแล้ว ให้ความ เห็นชอบบุคคลไปแล้ว ยังอยู่หรือเปล่า ถ้ายังอยู่วันนี้เสนอเข้ามาใหม่ได้อย่างไร
แล้วอันที่ ๒ ท่านบอกว่าเมื่อทางวุฒิสภาอนุญาตให้รัฐบาลถอนชื่อออกไป หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรอนุมัติไปแล้วนะครับ เท่ากับมีผลในการถอนความเห็นชอบ ที่สภาผู้แทนราษฎรให้ไปหรือไม่ เพราะถ้าเปึนอย่างนี้ท่านประธานครับ เมื่อไม่กี่วันมานี้ เราได้พิจารณาเรื่องให้ความเห็นชอบของกรรมการ ปปง. ซึ่งสภาก็ไม่ให้ความเห็นชอบ รัฐบาลก็ต้องเสนอมาใหม่ สมมุติว่ากรรมการ ปปง. ชุดใหม่สภาผู้แทนราษฎรให้ความ เห็นชอบแล้วส่งไปวุฒิสภา เกิดมีการเปลี่ยนรัฐบาล รัฐบาลใหม่อาจจะบอกว่าไม่ชอบ กรรมการที่ถูกเสนอชื่อโดยรัฐบาลชุดเก่าไปขอถอน เรื่องมันก็จะวนกลับไปกลับมาอยู่ อย่างนี้ เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะเรียนถามท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าเรื่องเดิม ชุดเดิม ยังอยู่หรือเปล่า ถ้ามันยังอยู่ถอนมาได้อย่างไร เสนอใหม่มาได้อย่างไร ถ้าไม่อยู่แล้วใครจะ บอกว่ามติเดิมของสภาผู้แทนราษฎรตกมาได้อย่างไร ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านจุมพฏ บุญใหญ่ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ต่อกรณีนี้กระผมจะขอเพิ่มประเด็นซึ่งเสริมกับท่านสมาชิก ๒ ท่านที่ได้ อภิปรายไปนะครับ คือสภาผู้แทนราษฎรได้เคยมีมติผ่านไป ๒ เรื่อง ซึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับ การลงมตินั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ สําหรับมติการเห็นชอบบุคคลดํารงตําแหน่ง คณะกรรมการ ป.ป.ท. นั้น ได้มีปัญหาขึ้นมาว่า ชอบด้วยรัฐธรรมนูญว่าด้วยองค์ประชุม หรือไม่ และมีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับหนึ่ง ซึ่งสําคัญมาก คือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของนักการเมือง ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ตกไปด้วยคะแนนเห็นชอบไม่ถึงตามที่ รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ แล้วก็มีการตีความว่าคะแนนที่จะให้ตกไปนั้น ได้ถึงกับที่จะทําให้ กฎหมายตกไปหรือไม่ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรได้บรรจุเข้ามาในระเบียบวาระการประชุมเรื่องที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ ซึ่งขอให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณาลงมติใหม่ เนื่องจากเกรงว่ามติที่ให้กฎหมาย ตกไปนั้นไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ หลักการเดียวกันครับท่านประธาน มติของ สภาผู้แทนราษฎรที่ได้เห็นชอบกับคณะกรรมการ ป.ป.ท. ชุดก่อน ๖ ท่าน ซึ่งผ่านไปแล้ว ถึงวุฒิสภา มีปัญหาว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น กระผมเห็นว่ามติของ สภาผู้แทนราษฎรนี้ยังคงมีผลอยู่ รัฐบาลไม่สามารถที่จะถอนมตินี้ออกไปจากวุฒิสภา และเสนอชื่อบุคคลเข้ามาใหม่ ดังนั้นการเสนอญัตตินี้เข้ามา ท่านประธานครับ ผมเห็นว่า เปึนการเสนอญัตติที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และท่านรัฐมนตรีเองอาจจะมีปัญหาว่า ท่านจงใจกระทําการฝ์าฝ๋นรัฐธรรมนูญหรือไม่ ท่านประธานครับ ประเด็นนี้ผมเห็นว่า สภาผู้แทนราษฎรไม่ควรลงมติและควรให้รัฐมนตรีได้ถอนเรื่องนี้ออกไปแล้วเสนอชื่อ คณะกรรมการ ป.ป.ท. ชุดเดิมที่รัฐบาลก่อนได้เสนอเข้ามาเพื่อให้สภาแห่งนี้ได้ลงมติ โดยให้องค์ประชุมครบ ถ้าเห็นชอบก็เห็นชอบไป ถ้าไม่เห็นชอบ ถ้าองค์ประชุมครบแล้ว ก็ถือว่าไม่ให้ความเห็นชอบ ค่อยให้รัฐบาลชุดนี้ได้เสนอคณะกรรมการ ป.ป.ท. คนใหม่ ที่ท่านต้องการเสนอเข้ามา กระผมเห็นว่ารัฐมนตรีเสนอญัตตินี้เข้ามานั้นเปึนการฝ์าฝ๋น ต่อรัฐธรรมนูญ เพราะมติเดิมของสภาผู้แทนราษฎรยังคงมีผลอยู่ ท่านประธานครับ ในเอกสารที่เสนอเข้ามานี้อาจจะเปึนเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่สําคัญมากครับ ในฐานะที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนั้นท่านเปึนอดีตผู้พิพากษา ท่านประธานครับ ในหนังสือสมัครเปึนกรรมการ ป.ป.ท. ของผู้ได้รับการคัดสรรจากรัฐมนตรีนั้นจะต้อง มีพยาน ๒ คน ลงลายมือชื่อรับรองว่าผู้สมัครนั้นได้ลงชื่อต่อหน้าตน แต่สําหรับบุคคล รายที่ ๒ ครับ นายกนก พันธุ์รักษา พยานเซ็นรับรองครับ แต่ไม่ทราบว่าเซ็นรับรองว่า ใครลงลายมือชื่อต่อหน้าตน เปึนเอกสารว่างครับ แผ่นที่ ๓ ท่านรัฐมนตรีกรุณาดูนะครับ ข้าพเจ้าขอรับรองว่า เปึนจุดไข่ปลาไปครับ ไม่ได้รับรองว่าใครลงชื่อต่อหน้า เอกสารนี้ ถือว่าเปึนการรับรอง นายกนก พันธุ์รักษา ว่าได้ลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานทั้ง ๒ คน หรือไม่ เพราะพยานทั้ง ๒ คนนี้ครับ เซ็นรับรองลายมือชื่อของบุคคล ๕ คน แต่ของ รายที่ ๒ ผู้ได้รับการเสนอชื่อกลับไม่มีการกรอกรายชื่อลงไปว่าท่านรับรองลายมือชื่อ ของใคร เอกสารชุดนี้จะถือว่าสมบูรณ์หรือไม่ ถ้าสภาแห่งนี้จะลงมติให้ความเห็นชอบ ถือว่าตรงนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เปึนประเด็นที่ผมขอเสนอต่อที่ประชุมเพื่อพิจารณา ขอบคุณครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องการถอนนะครับ ผมขอกราบเรียนว่าได้มีมติของวุฒิสภาให้ถอน และได้แจ้งให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรรับทราบว่าจะขอถอนออกไปดําเนินการ ในวันประชุมวันนั้นไม่มีสมาชิกทักท้วงไม่ให้ถอน หมายความว่ามตินะครับ เพราะฉะนั้น ทางฝ์ายประจําคือทางสํานักงานคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริต ในภาครัฐก็จึงถือว่าได้ถอนไปแล้วก็ได้ไปดําเนินการใหม่ และผมก็ประสานกับทางวิป มาตลอดว่าได้ขอถอนเรื่องนี้ไปแล้ว ไปดําเนินการ แล้วก็ประสานกับท่านประธานสภา มาตลอดว่าได้ถอนเรื่องนี้ไปแล้วนะครับ และทางสํานักงานคณะกรรมการ ป.ป.ท. โดยท่านเลขาธิการก็ได้ไปดําเนินการ อันนี้ก็เปึนความเข้าใจที่วันนั้นก็มีการอภิปรายกัน ตรงนี้ว่ามาขอถอน และที่ประชุมก็ไม่ได้มีอะไรโต้แย้งออกไป
ประการที่ ๒ ผมอยากกราบเรียนครับว่า ในส่วนของเหตุผลที่สําคัญ อีกประการหนึ่ง ซึ่งวันนั้นผมไม่ได้กล่าวไว้ก็คือว่า ความเปึนมาของการคัดเลือกบุคคล ทั้ง ๖ ท่านในอดีตในขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในชั้นก่อนที่จะมาสู่สภาเรา เมื่อไป ตรวจสอบแล้วมันมีความไม่ถูกต้อง กล่าวคือในส่วนของการดําเนินการคัดเลือกบุคคล คัดสรรบุคคลนี่นะครับ เขาให้เสนอรายชื่อมากกว่า ๖ คน เขาเสนอมาหลายคนครับ โดยมีคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นของกระทรวงเปึนคนดําเนินการคัดเลือก โดยมติของกรรมการบอกว่าให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมช่วยเรียงลําดับ รายชื่อทั้งหมดตั้งแต่ลําดับที่ ๑ จนไปถึงลําดับสุดท้ายว่าท่านรัฐมนตรีเห็นสมควรว่า ควรจะติดต่อทาบทามบุคคลไหนบ้างทั้ง ๑๔ คน เพราะยังไม่ทราบว่าคนไหนจะรับ หรือไม่รับ แต่ต้องติดต่อทุกคนครับ แต่เปึนมติของกรรมการนะครับ ต้องติดต่อทุกคน เสร็จแล้วเมื่อท่านรัฐมนตรีได้เรียงลําดับให้แล้วตามรูปแบบทั้งหมดนั้นคณะกรรมการก็จะ เอารายการที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาจัดลําดับให้นั้นไปติดต่อ ซึ่งในครั้งแรกก็ดําเนินการ อย่างนี้มาถูกต้องครับ จึงเปึนไปตามมติของคณะกรรมการ แต่ว่าหลังจากที่ไปดําเนินการ แล้วก็มีข้อขัดข้องไม่สามารถดําเนินการได้ จึงต้องมาดําเนินการใหม่ในครั้งที่ ๒ ซึ่งการ ดําเนินการใหม่ในครั้งที่ ๒ นี้ท่านรัฐมนตรีในขณะนั้นก็จะต้องดําเนินการในรูปแบบที่ได้ เคยทํามาก่อน คือเรียงลําดับรายชื่อที่ให้คณะกรรมการคัดสรรไปติดต่อทั้ง ๑๔-๑๕ ท่าน ในช่วงนั้น ผมจําตัวเลขชัดเจนไม่ได้ว่าสิบเท่าไรแน่ แต่ว่าในขั้นตอนตรงนั้นละครับที่ทําให้ เกิดปัญหา แทนที่ท่านรัฐมนตรีในขณะสุดท้ายนั้นจะเรียงลําดับให้ครบตั้งแต่ ๑ ถึง ๑๔ ๑๕ ๑๖ ท่านเลือกมาเลยครับ เอาแค่ ๖ คน โดยที่ไม่ได้ดําเนินการตามที่คณะกรรมการ คัดสรรมีมติให้ดําเนินการว่าจะต้องเรียงลําดับแล้วให้ไปติดต่อทั้งหมด เมื่อไปตรวจสอบ เช่นนี้แล้วผมก็ได้หารือกับทางสํานักงานคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริต ในภาครัฐว่า ถ้าหากว่าดําเนินการในส่วนนี้ซึ่งไม่เคยปรากฏข้อเท็จจริงตรงนี้มาก่อน ท่านประธาน ก็ต้องถือว่าการที่ทางกระทรวงยุติธรรมได้เสนอส่งรายชื่อมาทั้ง ๖ ท่าน ในอดีตนั้นไม่ชอบ เพราะว่าเปึนการดําเนินการผิดขั้นตอนและกระบวนการที่ได้กําหนดไว้ แล้วก็ไม่ได้เปึนไปตามมติของคณะกรรมการที่ทําหน้าที่คัดสรร เมื่อเปึนเช่นนี้ผมก็เกรงว่า ถ้าหากว่าเดินหน้าต่อไปนอกจากจะมีปัญหาในเรื่องขององค์ประชุมที่ทางวุฒิสภา แจ้งโต้แย้งมาแล้ว ก็จะมีปัญหาในประเด็นนี้ตามกลับมาอีกว่าบุคคลเหล่านั้นมีที่มา ที่ไม่เปึนไปตามมติของคณะกรรมการที่ทําหน้าที่คัดสรร จึงได้หารือกับทางสํานักงาน คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐว่าจะดําเนินการอย่างไร ซึ่งท่านเลขาธิการก็เห็นว่าที่มาถ้าดูตรงนั้นก็จะมีปัญหาในเรื่องของขัดแย้งกับมติ ของคณะกรรมการและไม่เปึนไปตามมติจริง ๆ ก็ได้ไปตรวจสอบ ผมก็ให้เขาไปตรวจสอบ ก็บอกว่ากระบวนการทั้งหมดถือว่ายังไม่จบ ทั้งในชั้นของวุฒิสภาและทั้งในชั้นของ สภาผู้แทนราษฎร ผมก็ให้ทางฝ์ายสํานักงานเขาไปพิจารณาเองว่าจะดําเนินการอย่างไร ต่อไปดี ก็มารายงานผมว่าน่าจะถอนเรื่องนี้ออกมาดําเนินการใหม่ตั้งแต่ต้นเพื่อให้ที่มา ของคณะกรรมการมาโดยถูกต้องตามมติของคณะกรรมการคัดสรร เมื่อเปึนเช่นนั้นผมก็ บอกว่าให้ไปดูขั้นตอนว่าตามขั้นตอนยังทําเช่นนั้นได้หรือไม่ ก็ได้รับรายงานว่าเท่าที่ไป ตรวจสอบมาถือว่ากระบวนการยังไม่จบหมด เพราะต้องส่งกลับมา แม้สภาผู้แทนราษฎร ยังมีความเห็นยืนยันว่าถูกต้อง ทางวุฒิสภาเขาเห็นว่าไม่ถูกต้อง ถ้าหากว่ามัวแต่โต้แย้ง กันไปกันมาแล้วก็ในส่วนของที่มาของกรรมการทั้ง ๖ ท่านก็ยังมีปัญหาเพิ่มเติมอีก ซึ่งไม่เคยปรากฏข้อเท็จจริง ผมไม่อยากจะมาพูด ก็จะทําให้ยิ่งมีปัญหาซ้ําซ้อนเข้าไปอีก จะทําให้การทํางานของสํานักงานล่าช้าออกไป ถ้าหากว่าจะทําให้เกิดความรวดเร็ว ก็ขอให้ถอนออกไปดีกว่า แล้วก็ไปดําเนินการใหม่หมดเลย เพื่อให้กระบวนการที่มา ของบุคคลที่จะได้รับการพิจารณาในชั้นสภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสภานี่ไม่มีข้อโต้แย้ง ถึงที่มากันได้อีกต่อไปว่าไม่เปึนไปตามมติของคณะกรรมการคัดสรร ด้วยเหตุนี้ครับ ก็เลยเปึนที่มาของการถอนเรื่องจากวุฒิสภา แล้วก็นําเรียนคณะรัฐมนตรี ซึ่งคณะรัฐมนตรี ก็ได้มีการสอบถามให้เกิดความชัดเจนนะครับ ก็ปรากฏว่าที่ประชุมก็ให้นํามาเข้าสู่ ที่ประชุมชุดนี้ แล้วก็ได้นํามาเรียนต่อที่ประชุมในส่วนนั้น
ส่วนในเรื่องของรายละเอียด ผมก็ได้เคยสอบถามครับ ผมก็ได้รับแจ้งว่า ทั้งหมดนี้ดําเนินการถูกระเบียบ ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านจุมพฏยกขึ้นมา ก็บอกว่าตรงนี้ เผอิญไม่ได้เขียนชื่อลงไปตั้งแต่ต้น แต่ว่าทําถูกระเบียบขั้นตอน ผมก็คิดว่า เอ๊ะ ถ้าเราใส่ เข้าไปเองทีหลังจะกลายเปึนว่ามีปัญหา เพราะว่าเราไม่ได้ใส่เข้าไป ตั้งแต่ต้นก็ไม่ใส่ เรามาใส่ของเราเองนะครับ เดี๋ยวจะกลายเปึนปัญหาว่าตอนฉบับมาไม่มี แต่มามีทีหลัง ขึ้นมาอีก ก็จะกลายเปึนมีปัญหาขึ้นมาอีก แต่ว่าทั้งหมดได้เซ็นลักษณะที่ท่านว่าเพียงแต่ เขาไม่ได้กรอกลงไปเท่านั้นเอง อันนี้ที่ผมได้รับทราบ เพราะฉะนั้นผมจึงไม่กล้าที่จะไป ดําเนินการอะไรเปลี่ยนแปลง เพราะเดี๋ยวไปเปลี่ยนแปลงเกิดมีใครมีต้นฉบับซึ่งไม่มี ทีนี้ ก็มีปัญหาอีกครับว่าต้นฉบับไม่มี ตรงนี้มีกันขึ้นมาอีก แต่ว่าทั้งหมดได้ทําถูกต้องตาม รายละเอียด ซึ่งคิดว่าตรงนี้ไม่ได้เปึนปัญหาอะไร เพียงแต่ไม่ได้กรอกชื่อลงไปเท่านั้นเอง อันนี้ในส่วนที่เขาเปึนคนปฏิบัติเขาไปทํามา ผมก็ได้รับการชี้แจงยืนยันลักษณะนี้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านนิคมและต่อด้วยท่านสมศักดิ์ เชิญครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม นิคม เชาว์กิตติโสภณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย กลุ่ม ๑ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าการสรรหา ป.ป.ท. หรือว่า คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐกับที่ผ่านมาในชั้นของ สภาผู้แทนราษฎร ยังไม่เปึนที่ยุตินะครับว่ามติของสภาผู้แทนราษฎรดังกล่าวนั้น จะเปึน การถูกต้องตามระเบียบวาระการประชุมหรือไม่ เพราะว่าแม้วุฒิสภาจะได้มีมติว่า การประชุมของสภาผู้แทนราษฎรดังกล่าวไม่ถูกต้อง เพราะไม่ครบองค์ประชุมก็ตาม แต่เรื่องดังกล่าวก็หาได้ยุติเสร็จเด็ดขาดไม่ครับ เพราะมีความเห็นแย้ง แล้วก็มีแนว การพิจารณาคดีหลาย ๆ อย่างออกมานะครับว่า การประชุมจากนับมติอย่างนั้นถือว่า เปึนการครบองค์ประชุม ก็ถือว่ายังไม่ยุติ แต่ต่อมาถึงแม้ว่าวุฒิสภาจะมีมติให้รัฐบาล ได้มารับเรื่องคืนก็ตาม แล้วรัฐบาลก็ได้ถือโอกาสที่เห็นว่าเกิดประโยชน์กับทางฝ์ายรัฐบาล ก็ได้ไปขอรับเรื่องคืน และรีบดําเนินการมายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อขอรับเรื่องคืนไป ในวันที่ ขอเรื่องคืนจากสภาผู้แทนราษฎร ผมอยากขอกราบเรียนว่าถึงแม้ว่าไม่มีสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรผู้ใดลุกขึ้นคัดค้าน แต่ก็มีการหารือกันในสมาชิก แต่เราอาจจะตั้งตัว ไม่ทัน ก็เลยยังไม่มีผู้ใดลุกขึ้นคัดค้าน หรือขออภิปรายด้วยเหตุผลที่ไม่เห็นด้วยดังกล่าว ผลสุดท้ายทางกระทรวงยุติธรรมก็ได้รับเรื่องคืนไป แล้วก็ดําเนินการส่งรายชื่อเสนอมา ครั้งนี้ ผมก็ได้รับคําปรารภจากผู้ที่ได้รับการสรรหาจากครั้งก่อนท่านหนึ่ง ซึ่งท่านบอกว่า ทั้งสภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสภาไม่ได้พิจารณาถึงความไม่เหมาะสมในเรื่องคุณสมบัติ ของผู้ได้รับการสรรหาจากคณะกรรมการเสนอมา ทุกคนมีคุณสมบัติถูกต้อง มีประวัติ ที่บริสุทธิ์ ขาวสะอาด และมีความเปึนกลาง ในเมื่อท่านรัฐมนตรี ขออนุญาตพาดพิงถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ท่านบอกว่ากระบวนการสรรหาในครั้งก่อนนั้น มีปัญหาหลายอย่างในการเสนอชื่อ การไม่เรียก การอะไรต่าง ๆ ที่ท่านได้อภิปราย เมื่อสักครู่นี้นะครับ มันก็เปึนอีกประเด็นหนึ่งซึ่งไม่เคยมีการยกขึ้นพิจารณา ในสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็วุฒิสภาเลย ผมคิดว่าเรื่องดังกล่าวมันเปึนเรื่องที่ไม่สมควร จะรับฟังนะครับ เราน่าจะพิจารณากันเฉพาะในประเด็นที่ว่ามติของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อครั้งที่ลงมติ เห็นชอบยังคงมีอยู่ไหม และมติดังกล่าวเปึนมติที่ถูกต้องตามข้อบังคับการประชุม แล้วก็ ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งถ้าเปึนการถูกต้องทั้งหมด ผมคิดว่าเราควรจะดําเนินการ ให้มันถูกต้องเสียทีเดียว ไม่ควรจะปล่อยให้ความไม่ถูกต้องถูกกาลเวลาลบล้างไป ในความเห็นส่วนตัวของผม ผมคิดว่าผมอยากขอร้องให้ทางรัฐบาลโดยกระทรวงยุติธรรม ถอนเรื่องคืนไป แล้วก็เสนอเรื่องกลับมาใหม่ โดยเสนอชื่อบุคคลชุดก่อนทั้งหมด เพราะว่า เสนอเรื่องเก่ากลับคืนมา เพื่อที่สภาจะได้พิจารณาให้มันถ่องแท้ หากมีกรณีขัดแย้งกันอยู่ ในเรื่องขององค์ประชุมว่าถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง และถ้ามีการติดใจกันอยู่ ผมคิดว่าน่าจะ ส่งเรื่องให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาอีกก็ได้ เพื่อให้ยุติเด็ดขาด ขอบคุณมากครับ
เชิญ ท่านสมศักดิ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ส.ส. พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดขอนแก่น ที่จริงในฐานะเปึนอดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก็มีความเห็นใจและเข้าใจครับ โดยเฉพาะกับหน่วยงาน ป.ป.ท. ซึ่งว่างเว้นจากการมีคณะกรรมการซึ่งทําให้การทํางานของ ป.ป.ท. นั้นยากลําบาก อย่างยิ่ง ในยุคที่ผมอยู่ในตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็มีปัญหาเรื่องนี้ มาโดยตลอด แล้วก็ได้พูดคุยกับทางเลขาธิการ ป.ป.ท. เกี่ยวกับเรื่องนี้มาโดยตลอด และผมก็ได้เปึนผู้นําเสนอเข้าที่ประชุมสภาแห่งนี้เพื่อขอความเห็นชอบ ก็อย่างที่ หลายท่านได้กล่าวแล้วแต่ก็ยังมีปัญหา แล้วก็ยังไม่จบจนมาถึงรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งเมื่อสักครู่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ชี้แจง ที่จริงผมไม่อยากจะพูด เพราะผมเข้าใจ และเห็นใจกับเจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ท. ซึ่งเขาทํางานยากลําบากอย่างยิ่ง แต่ถ้าจะปล่อยให้ เรื่องนี้ผ่านไปก็อาจจะเกิดความเสียหายต่อสภาแห่งนี้อย่างยิ่ง ประเด็นที่ท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมท่านได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ในกรณีที่มีการเสนอกรรมการ ๖ ท่านในคราวที่แล้ว ท่านพูดในทํานองว่าไม่แน่ใจว่าการคัดสรรนั้นจะถูกขั้นตอนหรือไม่ เพราะยังไม่ได้หารือกับทุกท่านเลย ซึ่งในกรณีที่ว่านี้เปึนช่วงในยุคของท่านรัฐมนตรี สมพงษ์ ขอประทานอนุญาตต้องเอ่ยนามนะครับ ท่านได้พิจารณาบุคคลทั้ง ๖ ท่านเอาไว้ เรียบร้อยแล้วในช่วงที่ผมไปรับต่อผมก็สานต่อเรื่องนั้น ก็ไม่ทราบว่าขั้นตอนที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเปึนอย่างไร แต่สาระสําคัญ มันไม่ได้อยู่ตรงประเด็นที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ชี้แจงตรงนั้นหรอกครับ ประเด็นสําคัญมันอยู่ที่ว่าเรื่องนี้ได้มีการนําเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร แล้ว สภาผู้แทนราษฎรได้บรรจุเข้าในระเบียบวาระเรียบร้อยแล้ว และมีการพิจารณาจนถึงขั้น ลงมติเปึนที่เรียบร้อยแล้ว แล้วถึงนําเสนอไปที่วุฒิสภา แล้วก็มีปัญหาอย่างที่ทราบกัน ประเด็นคือตรงนี้สําคัญครับท่านรัฐมนตรีครับ เปึนประเด็นสําคัญที่ผมจําเปึนต้อง ลุกขึ้นมาพูด ประเด็นเรื่องที่ผ่านการลงมติจากสภาผู้แทนราษฎรและส่งไปที่วุฒิสภา แล้วก็รัฐบาลชุดปัจจุบันได้ทําเรื่องขอถอนจากวุฒิสภาแล้วก็ได้รับความเห็นชอบจาก วุฒิสภาให้ถอน เพราะฉะนั้นประเด็นคือเรื่องนี้มีการบรรจุเข้าสู่การประชุมสภาผู้แทนราษฎร แล้วมีการลง มติแล้ว อยากเรียนถามท่านประธานว่า ท่านรัฐมนตรีหรือรัฐบาลใช้อํานาจอะไร วุฒิสภา ใช้อํานาจอะไรที่จะมาถอนเรื่องออกจากสภาผู้แทนราษฎร ที่ผ่านมาวุฒิสภามีอํานาจ ในการที่จะถอนเรื่องนี้ออกจากวุฒิสภา ตรงนี้ผมไม่เถียงครับ เสร็จแล้วก็นําสู่ที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ พวกเราก็ได้ทราบแล้ว ทราบว่าวุฒิสภาขอถอน รัฐบาล ขอถอนโดยวุฒิสภามีมติให้ถอน ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ได้บรรจุวาระเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร และเรื่องยังค้างอยู่ที่สภาผู้แทนราษฎร แล้วรัฐบาลเสนอเข้ามาใหม่ได้อย่างไร เรื่องนี้ สําคัญนะครับ มีผลถึงทําให้รัฐบาลทั้งชุดต้องพ้นจากตําแหน่งนะครับ ไม่เพียงแต่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเท่านั้นนะครับ เพราะเรื่องนี้ก่อนนําเสนอเข้าสู่สภา ต้องเสนอเข้า ครม. รับทราบ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เปึนปัญหาใหญ่ อาจมีผลกระทบทําให้ รัฐบาลทั้งชุดต้องพ้นจากตําแหน่ง ผมได้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปท่านรัฐมนตรีครับ จริง ๆ ผมเข้าใจและเห็นใจ เพราะผมเคยนั่งอยู่ตรงนั้น ป.ป.ท. ทํางานลําบากมาก แล้วผม ก็ยืนพูดอยู่ตรงนั้นล่ะขอความเห็นใจจากสภาแห่งนี้ครับ แต่เมื่อมาถึงตรงนี้แล้วไม่พูดก็จะ เกิดความเสียหายต่อสภา แล้วผู้ที่จะเสียหายอย่างยิ่งคือรัฐบาลนะครับ เพราะทําขัดกับ รัฐธรรมนูญ ท่านรัฐมนตรีต้องชี้แจงให้ชัดนะครับว่า ใช้อํานาจอะไรที่จะมาถอนเรื่องจาก สภาผู้แทนราษฎร แล้วถอนออกตั้งแต่เมื่อไร วุฒิสภาไม่มีอํานาจนะครับที่จะถอนเรื่อง ออกจากสภาผู้แทนราษฎร เพียงแต่แจ้งพวกเราทราบเท่านั้นนะครับ ตรงนี้ต่างหากที่ผม เปึนห่วง ขอบคุณครับ
ท่านพีรพันธุ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร ท่านประธานครับ ผมขอเรียนชี้แจงเพิ่มเติม อีกครั้งหนึ่งตามที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ให้ข้อมูลไป คือ ในหนังสือที่ทางรัฐบาลทําเรื่องขอถอน ท่านแจ้งมาที่วุฒิสภาว่าขอถอนเรื่อง แล้ววุฒิสภา ก็ให้ถอน หลังจากนั้นผมก็จําได้ว่าท่านมีการบรรจุระเบียบวาระของสภาผู้แทนราษฎร แจ้งเรื่องที่วุฒิสภาได้พิจารณาไป ก็คือแจ้งให้ทราบว่าทางวุฒิสภาได้อนุญาตให้ถอน แต่ในหนังสือถอนมันมีเรื่ององค์ประชุมเข้ามาด้วย พวกเราก็ถกกันเรื่ององค์ประชุม แต่ผม ไม่เห็นมีเรื่องที่รัฐบาลขอถอนเรื่องนี้ออกจากการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีครับ เพราะฉะนั้นก็เพียงแต่รับทราบว่าวุฒิสภาให้ถอน ซึ่งผมก็ยังสงสัยเพิ่มเติมตามที่ ท่านสมาชิก ท่านสมศักดิ์ได้พูดไปเมื่อสักครูนี้ว่า เมื่อวุฒิสภาอนุญาตให้ถอนได้ แล้วของ สภาผู้แทนราษฎรที่มันผ่านไปแล้วมันตกไปด้วย มันถอนไปได้ได้อย่างไร รัฐมนตรี ท่านบอกว่าท่านดูรายงานแล้ว ก็ไม่เห็นความเห็นในสภาผู้แทนราษฎรมีท่านไหนที่คัดค้าน ไม่ถอน ไม่มีครับ ในหนังสือที่เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ลงวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ถึงเลขาธิการ วุฒิสภา ก็บอกว่าคณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาหารือกัน ลงมติเห็นชอบให้ถอนเรื่อง ป.ป.ท. ออกจากการพิจารณาของวุฒิสภา แล้วแจ้งสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ทราบ ก็มีแค่นั้นครับ ผมก็เข้าใจว่าท่านประธานคงจะเอาเรื่องที่ทางวุฒิสภาอนุญาตให้ ถอนมาแจ้งให้สภาผู้แทนราษฎรทราบ ก็คือรับทราบเหมือนที่รับทราบเยอะ ๆ แต่ไม่ใช่มติ ของวุฒิสภาให้ถอน มีผลเท่ากับเปึนการถอนมติของสภาผู้แทนราษฎรด้วย ไม่ใช่ครับ นี่คือประเด็นที่ผมอยากจะเรียนผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าขอให้ดูประเด็นนี้ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ ในหนังสือนะครับ และขอได้โปรดนําเสนอวุฒิสภาพิจารณา ต่อไป ทั้งนี้ได้แจ้งสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรทราบแล้ว มันก็มีแต่เรื่อง เพื่อทราบ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่มีหนังสือของสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไปถึง เลขาธิการคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ชี้แจงว่า ในที่ประชุมนี้ไม่มีใคร ติดใจเรื่ององค์ประชุมเลยว่ามันไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญเลย ไม่มีครับ แถมซ้ํา ที่รองประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ทําหน้าที่แทนประธานก็ยังมีดําริเพิ่มเติมบอกให้ชี้แจงไป อย่างนี้ ก็ตามความในหนังสือนี้ เพราะฉะนั้นผมยืนยันได้ว่าไม่มีเรื่องเหล่านี้ครับ ท่านประธาน
ทีนี้ประเด็นที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจงเพิ่มเติมว่าการสรรหามัน ชอบ หรือ ไม่ชอบ อย่างไร มันไม่มีประเด็นในรายงานการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เรื่องนี้เหล่านี้ ไม่มีว่าการสรรหานั้น ชอบ ไม่ชอบ ถูก ไม่ถูก ผมไม่เห็นในประเด็นเหล่านี้เลยนะครับ ไม่มีครับ แถมในหนังสือที่กระทรวงยุติธรรมมีหนังสือไปถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อนําเสนอรัฐมนตรีพิจารณาก็บอกว่าเนื่องจากวุฒิสภาได้ตั้งข้อสังเกตไว้หลายประเด็น ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาขัดข้องตามที่วุฒิสภาได้ตั้งข้อสังเกตก็คือเรื่ององค์ประชุม ตลอดจน เพื่อให้การพิจารณาเรื่องนี้เปึนไปด้วยความเรียบร้อย จึงขอเสนอให้ ครม. ขออนุญาต ให้ถอนเรื่องออกจากวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร แต่มันไม่มี มีแต่ไปที่วุฒิสภาครับ นี่คือสิ่งที่พวกเราก็สงสัยว่าเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างไร เพราะฉะนั้นคนละเรื่องนะครับ ท่านประธาน ที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจงมา ถ้าท่านคิดว่ากระบวนการสรรหาตั้งแต่ต้น มันไม่ชอบ ท่านก็มาชี้แจงต่อที่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อจะขอถอนเรื่องออกไปสิ ไม่ใช่ แต่มันไม่มีประเด็นเหล่านี้เลย ถ้ามันไม่ชอบตั้งแต่ต้นผมก็ถามว่าสภาผู้แทนราษฎร ผ่านการพิจารณาไปได้อย่างไร ตอนนั้นรัฐมนตรีสมัยนั้นก็มาชี้แจงเรื่องเวลาที่มันเลย มาแล้ว การสรรหาเปึนอย่างนั้น อย่างนี้ ก็ชี้แจงกันหมด พวกเราถึงได้ลงมติแล้วก็ผ่าน ออกไปได้ เห็นไหมครับ เพราะดูรายชื่อแล้วก็มีหลายท่านที่ชุดเดิม ที่ผมบอกเรียนไปแล้ว ใน ๖ คนเดิมที่เสนอเข้ามาใหม่ยังมีคนเดิมอยู่เพียงท่านเดียว คนอื่นหายไปไหน เปลี่ยนไป ได้อย่างไร ท่านบอกว่าท่านเสนอใหม่ นี่ก็คือปัญหากลับมาที่เดิมบอกว่าที่เสนอเข้ามาใหม่ เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบอนุมัติไปแล้ว ผมก็ถึงย้ําว่าท่านประธานครับ ถ้าเปึนอย่างนี้ ถ้าทําได้อย่างนี้ที่เราจะพิจารณา ปปง. ในคราวต่อไป ที่รัฐบาลจะพิจารณา แต่สมมุติถ้าเสียงข้างมากอนุมัติตามที่รัฐบาลชุดนี้เสนอแล้วต่อมาเปลี่ยนรัฐบาล คนอื่น ขึ้นมาเปึนรัฐบาลไม่ชอบหน้าคนใดคนหนึ่ง ก็ไปขอถอนเรื่องจากวุฒิสภา วุฒิสภาให้ถอน เห็นไหมครับมีผลเท่ากับการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรก็ใช้ไม่ได้ด้วย กลับมาที่เดิม เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ทางท่านประธานได้ฝากไปยังรัฐมนตรี คือจะต้องชี้แจงให้ชัดเจน ว่า ชุดเดิมยังอยู่ไหม มติของสภาผู้แทนราษฎรที่อนุมัติให้ความเห็นชอบไปแล้วยังอยู่ไหม ครับ ผมยืนยันอีกทีหนึ่งว่า ยังไม่เห็นเรื่องที่รัฐบาลขอถอนเรื่อง ๖ คนเดิมนั้น ออกจาก การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรครับ
เชิญท่านบุญยอดครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตใช้เวลาเพียงแค่สั้น ๆ นะครับ เพื่อที่จะได้ยืนยัน ต่อสภาแห่งนี้ว่า ในเรื่องนี้ผมจําได้ว่าป้ที่แล้วในขณะที่ผมทําหน้าที่ฝ์ายค้านนั้น ผมเปึน คนหนึ่งที่ลุกขึ้นมาทักท้วงต่อบันทึกรายงานการประชุมฉบับย่อของสภาที่ได้มีการบันทึก ว่าสภาแห่งนี้มีมติเห็นชอบในคณะกรรมการชุดนี้ เพราะเมื่อรวมตัวเลขแล้วจะเห็นได้ชัดว่า จํานวนของผู้เข้าร่วมประชุมและเรามีการลงมติในครั้งนั้นจํานวนมันไม่ถึงครึ่ง ผมทักท้วง เรื่องนี้อย่างชัดเจนว่าจะใช้คําว่า สภาแห่งนี้มีมติเห็นชอบ คงไม่ได้ ท่านประธาน ในขณะนั้นท่านก็บอกว่าบันทึกนั้นเปึนบันทึกเพียงแค่ฉบับย่อเท่านั้น บันทึกฉบับจริง ฉบับเต็มก็จะได้ทําการแก้ไขให้ถูกต้องครับ ผมขอยันยืนนะครับว่า ครั้งนั้นเราได้ทักท้วงเอาไว้เรียบร้อยแล้วนะครับว่า การลงมติของ สภาในขณะนั้นน่าจะเปึนไปอย่างที่ไม่น่าจะถือว่าเปึนมติที่ผ่านความเห็นจากสภา และ เรื่องนี้ก็ผ่านเข้าไปจนถึงขั้นของวุฒิสภาก็จึงเกิดเหตุการณ์ขึ้นนะครับ ผมเชื่อว่าจนกระทั่ง เราเดินมาถึงขณะนี้แล้วนะครับ ก็ต้องเดินหน้ากันต่อไปท่านประธานครับ เพราะทุกคน ต่างเห็นว่าคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐนั้นเปึน คณะกรรมการที่มีความสําคัญที่จะได้ทําหน้าที่ในการตรวจสอบความทุจริตหรือความ โปร่งใสในภาครัฐต่อไปนะครับ คณะกรรมการชุดนี้ต้องตั้งขึ้นมาให้ได้โดยเร็วที่สุด เปึน หน้าที่ของรัฐบาลทุกชุดทุกสมัยอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสิ่งที่รัฐมนตรีได้นํามาเสนอ ในขณะนี้ก็ดําเนินการไปตามระเบียบวาระอยู่แล้วนะครับ ก็ขอให้ทางท่านประธานได้บอก กับสมาชิกว่า เราก็ควรจะต้องพิจารณาเรื่องนี้กันต่อไป จะให้ความเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ อย่างไรก็พิจารณาต่อไปครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญ ที่ยกมือครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ประเด็นที่กําลังพิจารณากันอยู่นี้ ผมเองนั้นเปึนคนที่เสนอในที่ประชุมให้มีการตั้ง คณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติและความประพฤติของผู้ที่จะเปึนกรรมการปัองกัน และปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ในเรื่องนี้ได้มีการดําเนินงานมาแล้วจนกระทั่ง สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบในการแต่งตั้งเมื่อคราวที่แล้ว แต่เนื่องจากว่ามีประเด็น ปัญหาที่เปึนข้อสงสัยอยู่ แม้แต่ตัวผมเองก็สงสัยว่าวันนั้นจะเปึนมติที่ชอบหรือไม่ เนื่องจากว่าองค์ประชุมตามที่ปรากฏเปึนหลักฐานนั้นไม่ครบองค์ประชุม จริงอยู่ครับ ข้อเท็จจริงการแจกบัตรนั้นอาจจะแจกครบ แต่ตอนลงอาจจะอยู่หรือไม่ ไม่ได้มีการ นับองค์ประชุมในช่วงนั้น ไม่มีการตรวจสอบเหมือนในสมัยปัจจุบันที่มีการแสดงตน ก่อนว่าครบองค์ประชุมหรือไม่ ก็เปึนปัญหาอยู่ แล้วก็ยังหวังอยู่ว่าในวุฒิสภาเมื่อเห็น จากรายงานการประชุมที่ปรากฏการลงมติก็คงเปึนที่สงสัย เมื่อถือว่าการพิจารณา ในสภาผู้แทนราษฎรในช่วงนั้นเสร็จสิ้นไปแล้วครับ จะมาถอนในสภาผู้แทนราษฎร ถอนไม่ได้เด็ดขาด แต่ถามว่าถ้าจะถอนในวุฒิสภาถอนได้ไหม เพราะการเห็นชอบในการ แต่งตั้งคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐนั้น ต้องได้รับ ความเห็นชอบของ ๒ สภา คือสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา แต่เนื่องจากว่าในเรื่อง ดังกล่าวนั้นไปสู่ขั้นตอนการพิจารณาของวุฒิสภา วุฒิสภาสงสัยว่าการพิจารณา ให้ความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรนั้นชอบหรือไม่ชอบ วุฒิสภามีอํานาจที่จะ พิจารณาในเรื่องนี้ และก็เสียงส่วนใหญ่นั้นว่าการให้ความเห็นชอบในขั้น สภาผู้แทนราษฎรนั้นน่าจะไม่ชอบเพราะไม่ครบองค์ประชุม เรื่องดังกล่าวเปึนที่สงสัย ผมคิดว่าเมื่อเปึนเช่นนี้ทางรัฐมนตรีสามารถ ถ้าหากเห็นว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้น ความไม่ชอบมาพากลจะกลายเปึนปัญหาต่อไปยืดเยื้อ รัฐมนตรีมีอํานาจที่จะขอถอนเรื่อง ในวุฒิสภา แล้ววุฒิสภาซึ่งเปึนผู้พิจารณาเรื่องนี้อยู่ก็สามารถที่จะมีมติให้ถอนได้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าขั้นตอนต่าง ๆ นั้นชอบแล้ว เพราะเปึนอํานาจของวุฒิสภาในช่วงนั้น ไม่ใช่อํานาจของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว เพราะผ่านพ้นไปแล้วจะมาขอถอน ในสภาผู้แทนราษฎรก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อมีการถอนไปตามที่วุฒิสภามีมติให้ถอนได้ ผมคิดว่าเรื่องนี้จบแล้วก็รายงานให้ทางสภาผู้แทนราษฎรทราบ แล้วก็ผ่านขั้นตอนไปแล้ว เรียบร้อย เพราะฉะนั้นการเสนอดังกล่าวในวันนี้นั้น ที่จะพิจารณาการแต่งตั้ง คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ผมถือว่าชอบขั้นตอนถูกต้อง ไม่น่ามีปัญหา เพราะว่าในส่วนของวุฒิสภานั้นผมยืนยันว่าวุฒิสภามีอํานาจในการที่จะให้ ถอนเรื่องออกจากวุฒิสภาได้ครับ ขอบคุณ
เชิญ ท่านวิทยา
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ ต่อประเด็นต้องขออนุญาต เอ่ยนาม ท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ นะครับด้วยความเคารพ ประเด็นต้องขอเรียน ให้ทราบว่า ถูกต้องที่ท่านกล่าว ถ้ากรณีอยู่ในชั้นวุฒิสมาชิกสามารถที่จะกระทําได้ คือ การถอนกลับเปึนอํานาจของวุฒิสภา แต่ข้อที่เปึนข้อที่น่าสังเกตนะครับว่า กรณีที่วุฒิสภานั้นให้ความเห็นว่าเกี่ยวข้องในเรื่อง ขององค์ประชุมของสภา เรื่องนี้เปึนสิ่งที่สําคัญครับ เพราะฉะนั้นพอส่งกลับมาที่สภา สภาจะต้องวินิจฉัยอย่างไร ผมกราบเรียนท่านประธานสภาด้วยความเคารพ ระยะหลัง จะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาก ท่านรัฐมนตรี เรื่องนี้เปึนสิ่งสําคัญนะครับ ที่เราพบว่า การถอนเรื่องของท่านรัฐมนตรีนั้นค่อนข้างจะมีปัญหา โดยเฉพาะองค์ประกอบที่กลับไป แก้ไขหรือดําเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องนั้น ผมคิดว่าอันนั้นเปึนเรื่องที่พวกเรากําลังฉงนใจ อยู่ หากวุฒิสภาส่งเรื่องกลับมาที่ประธานสภาหรือสภาผู้แทนราษฎร โดยใช้เหตุผลว่าองค์ ประชุมในขณะที่พิจารณานั้นมีปัญหาหรือไม่ครบ อันนี้ท่านประธานจะต้องวินิจฉัยว่าควร จะต้องดําเนินงานต่อไป แต่ว่าการที่รัฐมนตรีเอาเรื่องนี้กลับไปกระทําใหม่ตามที่ ท่านสมาชิกหลายท่าน เช่น ท่านพีรพันธุ์ก็ดี เดี๋ยวท่านคงแสดงเหตุผลนะครับ มีข้อท้วงติง หรือแม้กระทั่งท่านอดีตประธานสมศักดิ์ท่านได้ท้วงติงไว้ ผมว่าน่าที่จะใช้ในการพิจารณา ครับท่านประธาน เพราะมิฉะนั้นแล้วบรรทัดฐานต่อไปเรื่องแบบนี้ผมคิดว่าอันตราย ท่านมี ทั้งคณะกรรมาธิการ ๓๕ คณะ หรือท่านอาจจะต้องดําเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อเกิด กระบวนการตรวจสอบ ถ้าขืนทําแบบนี้ผมคิดว่าอยู่ ๆ มารัฐมนตรีก็ถอนเรื่องกลับไป แล้วไปดําเนินการปรับปรุงแก้ไขนั้น ผมคิดว่าบางครั้งความเข้าใจตรงนั้นอาจจะ คลาดเคลื่อน แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ท่านประธานสภาหรือท่านประธาน ในฐานะที่ท่านเปึนประมุขของฝ์ายนิติบัญญัติคงจะสับสนไม่ได้ ก็กราบเรียน ด้วยความเคารพว่าน่าที่จะดําเนินการในส่วนที่ตามขั้นตอนจากวุฒิสมาชิกมาถึงสภา ตรงนั้นท่านประธานจะดําเนินการอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมขอให้ข้อสังเกตไว้ครับ
เชิญท่านนิพนธ์ครับ
ท่านประธานครับ ขอใช้ สิทธิพาดพิง แล้วก็ทําความเข้าใจนิดหนึ่งนะครับ คืออํานาจของแต่ละสภานั้นเปึนอํานาจ สิทธิขาดนะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ถ้าเกิดเปึนปัญหาในวุฒิสภา ถ้าการพิจารณาของ วุฒิสภาสมมุติว่าพิจารณาเสร็จสิ้น ไม่เห็นชอบ เรื่องก็ตกเหมือนกัน หรือว่ากรณีที่วุฒิสภา มีปัญหาจะไม่รับพิจารณา เพราะว่ามันไม่ครบองค์ประชุมตามความเห็นของวุฒิสภา ก็เปึนอํานาจของวุฒิสภา เพราะฉะนั้นในกรณีอย่างนี้ก็เปึนสิทธิของรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ซึ่งเปึนเจ้าของเรื่อง สามารถจะใช้ดุลยพินิจพิจารณาได้ว่าจะถอนเรื่องหรือจะให้วุฒิสภา มีมติอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าอํานาจตรงนี้มีมติให้ถอนเรื่องเปึนอํานาจ ของวุฒิสภาโดยตรง เพราะฉะนั้นผมถือว่าขั้นตอนทั้งหมดน่าจะจบแล้ว จริงอยู่ครับ เรื่องอย่างนี้ไม่ควรกระทํา แต่ต้องเรียนไว้อย่างหนึ่งว่ามันไม่ใช่เกิดขึ้นง่าย ๆ หรอกครับ ในสภาทั้ง ๒ สภา แล้วทุกเรื่องวุฒิสภาจะพิจารณา ถ้าไม่มีปัญหาหรือขั้นตอนที่จะเกิด ความสงสัยที่จะเปึนกรณีที่จะต้องยืดเยื้อต่อไป วุฒิสภาที่ผ่านมาพิจารณาทุกเรื่อง จะให้ ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ เปึนตัวบุคคลหรือทั้งหมดหรือไม่ให้ความเห็นชอบทั้งหมดก็ มีมาแล้วทั้งสิ้น ตรงนี้ผมขอยืนยันว่าเปึนอํานาจของวุฒิสภาที่จะให้ถอนเรื่องดังกล่าวได้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าขั้นตอนตรงนี้จบแล้ว แล้ววันนี้น่าจะดําเนินการพิจารณาต่อไปได้ ตามที่รัฐมนตรีหรือรัฐบาลได้เสนอเรื่องขึ้นมา ขอบคุณครับ
เชิญท่านพีรพันธุ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดยโสธร ท่านประธานครับ ผมขอย้ําอีกทีนะครับ คือรัฐบาลไปขอถอนเรื่องออกจากวุฒิสภา ถามว่าวุฒิสภาอนุญาตให้ถอนได้ไหม แต่ละสภาก็ไม่ก้าวก่ายกันนะ ท่านก็ถอนได้ แต่เหตุผลที่วุฒิสภาท่านไปดูหนังสือ ลงวันที่ ๒๑ สิงหาคม ที่เลขาธิการวุฒิสภาแจ้งไปยังเลขาธิการคณะรัฐมนตรีก็บอกเหตุผล ที่วุฒิสภาไม่พิจารณาเรื่องนี้และส่งคืนไปยังคณะรัฐมนตรี ก็เพราะเห็นว่ากระบวนการพิจารณาให้ความเห็นชอบตัวบุคคลของสภาผู้แทนราษฎร ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ข้อนี้ครับท่านประธานที่เปึนข้อกล่าวหา ผมถึงถามว่าวุฒิสภา จะมีอํานาจมาชี้ว่าองค์ประชุมของสภาผู้แทนราษฎรไม่ครบ ทําได้หรือครับ ถ้าโต้แย้งได้ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องส่งกลับมาให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา หนังสือต่อมาก็บอกบอกว่าให้ สภาผู้แทนราษฎรมาตรวจสอบ ท่านประธานก็ให้เลขาธิการแจ้งไปยังวุฒิสภาว่ามันครบ แต่วุฒิสภากลับตอบว่าหนังสือของเลขาธิการเปึนเรื่องของฝ์ายธุรการ ถ้าอย่างนั้นผมก็ บอกแล้วหนังสือที่ส่งให้พวกเราพิจารณาใครลงนามครับ ผมก็เห็นแต่เลขาธิการทั้ง ๒ สภา ทั้งนั้น ไม่เห็นประธานแจ้งเลย ผมยังพูดนอกรอบกับท่านประธานชัย ท่านบอก ท่านประธานท่านยืนยันไปเอง ด้วยตัวท่านเอง ท่านบอกท่านสั่งให้เลขาธิการทําแล้ว ก็คือนี่ สภาผู้แทนราษฎรกําลังยืนยันว่าองค์ประชุมมันครบ ระหว่างที่เรายืนว่ามันครบ รัฐบาลไปขอถอนจากวุฒิสภาไป คือแทนที่จะไปทําเรื่องนี้ให้มันชัดเจน ตกลงองค์ประชุม ของสภาผู้แทนราษฎรที่วุฒิสภาแจ้งว่าไม่ครบมันเปึนอย่างไร มันยุติหรือยัง ไม่ครบจริง ตามที่เขาว่าหรือไม่ ก็เพราะอะไร เพราะหนังสือยืนยันของเลขาธิการยืนยันว่าเปึนอย่างนี้ แจกบัตรอย่างนี้ ท่านก็นั่งอยู่อย่างนี้ มีการตรวจสอบองค์ประชุมก่อนหรือไม่ ต้องไป ตรวจดูรายงานการประชุมสิครับ เพราะมันลงตั้ง ๖ ครั้ง ไปแจกบัตรเปึนอย่างนี้ ที่ผม ถามอย่างนี้ก็เพื่อ ท่านประธานครับข้างหลังท่านประธานเองตอนแจกบัตรเอากี่คนกันแน่ เพราะผมรู้ว่าจะมีการอธิบายอย่างนี้กันแล้ว บังเอิญเข้าใจว่าในหนังสือที่แจ้งไปยัง วุฒิสภาไปยังคณะกรรมาธิการของวุฒิสภาท่านก็ดูเฉพาะรายงานว่าคนที่โหวต เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และ งดออกเสียง เลยบอกว่ามันเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่ง คือไม่เปึนองค์ประชุม ตรงนั้น แต่ทั้งที่เลขาธิการบอกยืนยันว่ามันครบ สภาผู้แทนราษฎรก็ยังไม่มีมติเลยว่าตกลง พวกเราประชุมเรื่องวันนั้นมันไม่ครบองค์ประชุมนะ อย่างนี้สิครับจึงจะเปึนเหตุผลที่จะ บอกว่าการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านไปแล้วมันไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แล้วตกลงวันนี้ถามว่าถ้าอย่างนั้นเดินหน้าต่อไปครับ ก็แปลว่าข้อกล่าวหาที่วุฒิสภาบอก พวกเราว่าองค์ประชุมของเราวันนั้นไม่ครบ ไม่ชอบโดยรัฐธรรมนูญนะ พวกเรายอมรับกัน แล้วหรือครับ ยังไม่ได้ตรวจสอบเลยท่านประธานครับ ผมอยากให้ประเด็นนี้มันชัดเจน ก่อน ก่อนที่จะไปเรื่องอื่นต่อไปครับ
ท่านจุมพฏครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ ผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมจะขอพูดในเรื่องขององค์ประชุมนะครับ หลังจากที่สภาได้ลงมติแล้ว ในขณะที่ลงมติ ซึ่งทางซีกรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมขณะนี้ถือว่าตอนนั้นองค์ประชุม ไม่ครบ ผมจะไม่เถียงว่า ครบ หรือ ไม่ครบ เอาละครับถ้าสมมุติว่าไม่ครบสภาสามารถ ลงมติใหม่ให้ครบได้หรือไม่ในญัตตินั้น ซึ่งผมจําได้ว่าในการประชุมรัฐสภาคราวหนึ่ง ขณะที่ลงคะแนนของรัฐสภา ประชุมร่วมกัน องค์ประชุมไม่ครบ กระผมได้เสนอ ความคิดเห็นว่า ท่านประธานสภาก็สามารถสั่งให้ลงคะแนนใหม่ได้ เพราะถือว่า การลงคะแนนในขณะนั้น ในขณะที่องค์ประชุมไม่ครบ ไม่สมบูรณ์ ก็สั่งให้ลงมติ เสียอีกครั้งหนึ่งให้สมบูรณ์ ถ้าสมมุติว่าการลงมติของสภาผู้แทนราษฎรในการเห็นชอบ คณะกรรมการ ป.ป.ท. ในคราวนั้น ที่เอามาเสนอใหม่ ถ้าทางซีกรัฐบาลเห็นว่าองค์ประชุม ไม่ครบ ทําไมจึงไม่เอามาเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรลงมติใหม่เสีย ให้องค์ประชุมครบ ล่ะครับ ทําไมต้องไปเปลี่ยนตัวด้วย ผมขอเสนออย่างนี้ว่า ถ้าท่านเห็นว่าเมื่อองค์ประชุม ไม่ครบ มตินั้นตกไป ตอนนี้ท่านเอาให้มันตกไปนะครับ แต่ตอนประชุมรัฐสภาคราวนั้น ท่านกลับเห็นดีเห็นงามตามที่ผมเสนอว่าให้ประธานสภาสั่งให้ลงคะแนนใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ญัตตินั้นสมบูรณ์ นี่ ๒ มาตรฐานนะครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นถ้าเมื่อเอา การประชุมรัฐสภาคราวนั้นว่ามติสมบูรณ์ คือเมื่อในขณะลงคะแนน ในวินาทีที่ลงคะแนน นั้นองค์ประชุมไม่ครบ ประธานสภาสั่งให้ลงคะแนนใหม่ การลงคะแนนของ ป.ป.ท. คณะกรรมการ ป.ป.ท. ที่สมัยรัฐบาลของท่านสมัครลงคะแนน ถ้าเห็นว่าองค์ประชุมไม่ครบ เมื่อถอนมาจากวุฒิสภาแล้วก็น่าจะย้อนมา ให้สภาผู้แทนราษฎรลงมติใหม่เสียให้ครบครับท่านประธานครับจึงจะชอบ โดยเสนอ คนเดิมทั้ง ๖ คนเข้ามาครับท่านประธานครับ ผมขอพูดเพื่อบันทึกไว้ครับ ขอบคุณครับ
สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับท่านอาจารย์ นักศึกษา คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบัน บัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เชิญท่านรัฐมนตรีชี้แจงเพิ่มเติมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมขออนุญาตอย่างนี้ นะครับว่าการดําเนินการทั้งหมดที่ผ่านมาไม่ได้มีเจตนาที่จะให้เกิดปัญหา และสําหรับ ท่านที่รู้จักทํางานกับผมมาก็จะทราบว่าผมไม่เคยไปแทรกแซงใด ๆ ทั้งสิ้น ถ้าหาก เกรงว่ารายชื่อที่มีการเปลี่ยนแปลงไปนี้จะมาจากการแทรกแซงก็ขอยืนยันว่าไม่มี แล้วในการพิจารณาในครั้งสุดท้ายที่เข้ามานี้นะครับ ผมก็ได้กําชับให้ทางฝ์ายเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องโดยตรงว่าต้องเอารายชื่อชุดเดิมเข้าไปให้กรรมการพิจารณาด้วยครบทุกคน ไม่ให้มีตกหล่นนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เรียนให้ทราบก่อนว่าไม่มีการที่จะไปมีเหตุผล ส่วนตัวหรือเหตุผลทางการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้นในเรื่องกระบวนการตรงนี้
ประการที่ ๒ ประเด็นที่มีข้อสังเกตสงสัย ผมกราบเรียนว่าก่อนหน้าวันนี้ ผมไม่เคยมีข้อสงสัยในประเด็นที่หลายท่านหยิบยกขึ้นมาเลย เพราะในความเข้าใจ ของผมเองก็ดีและที่ได้รับทราบจากวิปก็ดี รวมถึงทางฝ์ายสํานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรที่ทําเรื่องนี้ก็ดี เราเข้าใจว่าเรื่องนี้ถอนไปแล้วโดยไม่ได้มีปัญหาอะไร ในการประชุมที่รับทราบรายงานของวุฒิสภาก็แจ้งว่าจะถอนออกไปทํามาใหม่ แล้วก็ จะทําเข้ามา หลังจากนั้นก็ไปดําเนินการแล้วก็ประสานกับวิปมาตลอดนะครับ ความจริง ก็จะเข้าตั้งแต่ก่อนป่ดสมัยประชุม ก็ได้รับทราบประสานงานกันเรียบร้อยก็ให้บรรจุ และหลังจากนั้นก็ไม่ทันเวลาที่ประชุมสภาก็ป่ดไปก่อน ก็กลับมาในสมัยนี้ หลายเรื่อง ที่ท่านหยิบยกขึ้นมา ผมก็สงสัยครับ เหมือนกับที่ท่านสงสัยว่า เอ๊ะ แล้วมันเปึนอย่างนั้น หรือเปล่า เพราะฉะนั้นผมก็ได้ประสานที่ท่านเห็นนะครับ ประสานกับวิปว่าข้อเท็จจริง มันเปึนอย่างไร ผมได้รับทราบว่าถอนแล้ว ให้ไปทําได้ ผมก็ทําครับ ทีนี้ข้อสงสัยหลายเรื่อง ที่ท่านสมาชิกฝ์ายค้านยกขึ้นมาก็ดี แล้วก็ประเด็นที่ทางสมาชิกฝ์ายรัฐบาลได้กรุณาชี้แจง ไม่ว่าจะเปึนท่านนิพนธ์ ขออภัยเอ่ยนามนะครับ ผมก็เห็นสอดคล้องกับท่านในเรื่องของ วุฒิสภา แล้วในประเด็นเรื่ององค์ประชุม ผมก็จําได้วันนั้น แต่จําไม่ได้ว่าท่านใดในข้างของ ผมสมัยที่เปึนฝ์ายค้าน หยิบยกเรื่ององค์ประชุมขึ้นมา เผอิญท่านบุญยอด ขออภัยเอ่ย นาม ท่านก็หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาว่าท่านเปึนคนพูดเอง ก็ทําให้ผมจําได้ว่าท่านนั้นคือ ท่านบุญยอด แต่ตอนแรกนึกไม่ออก ก็ต้องขอบคุณท่านบุญยอดด้วย แต่ว่าทั้งหลาย ทั้งปวงนี้มันเปึนประเด็นอยู่อันเดียวครับว่าในที่ประชุมของเรา เมื่อในอดีตในเรื่องนี้ตกลง สรุปมติมันอย่างไรแน่ ในความเข้าใจผมครับ กราบเรียนด้วยความสุจริตใจคือเข้าใจว่า ถอนแล้ว และไม่มีท่านใดคัดค้าน แล้วก็รายงานก็ทราบของวุฒิสภาด้วยนะครับ
ในส่วนที่ถามว่าทําไมไม่มีพูดถึงการทํางานภายในกระทรวงว่ามันมี ข้อผิดพลาด ก็ขออนุญาตกราบเรียนครับว่าเหตุผลที่ไม่ได้รายงานไม่ได้บอกเพราะผมไม่ อยากจะไปบอกถึงความผิดพลาดของคนอื่น เรียนตามตรงครับ ไม่อยากให้มันเปึน ประเด็นขึ้นมาแล้วก็ไม่อยากจะไปพาดพิงไปให้คนอื่นเขาเสียหายต่อไปว่ามันผิดพลาดมา ถ้าหากท่านสมาชิกต้องการให้ชัดเจนผมก็จะใส่เข้าไปว่ามันมีความผิดพลาดมาอย่างไร แต่อย่างไรก็ตามครับ ท่านประธานที่เคารพครับ มันเปึนปัญหาข้อกฎหมายซึ่งไม่ใช่ อยู่ในความรับผิดชอบของผมคนเดียวอย่างที่ท่านสมาชิกพรรคฝ์ายค้านบอก ถ้ามัน เปึนเรื่องของผมคนเดียว ผมไม่มีปัญหาเลยครับ ผมยืนยันได้เลยครับว่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่เผอิญเรื่องนี้มันเปึนความรับผิดชอบร่วมกันของคณะรัฐมนตรี ซึ่งถ้าหากว่าข้อมูล ที่ได้รับทราบมามันผิดพลาดไปก็ดีหรือว่าไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในเรื่องใดก็ดี มันก็จะ มีผลกระทบต่อคนอื่นซึ่งไม่ใช่ผมด้วย ซึ่งในระหว่างที่รอนี้ครับ ผมก็รอข้อมูลต่าง ๆ ที่ผมสอบถามไปจากทางวิปรัฐบาล ผม ยังไม่ได้รับคําตอบในหลายเรื่องที่ทําให้ผมมั่นใจที่จะเดินหน้าต่อ ผมจึงขออนุญาต ท่านประธานว่า ขออนุญาตถอนเรื่องนี้ออกไปชั่วคราว เพื่อไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ข้อมูลต่าง ๆ ให้เกิดความชัดเจนขึ้นมาก่อน แล้วผมก็จะนํากลับมาเข้าสู่ที่ประชุมอีกครั้ง
ท่าน รัฐมนตรีขอถอนเรื่องนี้กลับไปก่อนครับ
ท่านประธานครับ
ท่านประท้วงหรือครับ
ไม่ได้ประท้วงครับ พอดี ท่านรัฐมนตรีอยากจะสอบข้อมูล ซึ่งผมมีข้อมูลอยู่ในมือ ซึ่งถ้าได้เรียนรัฐมนตรี ท่าน จะได้รู้นะครับ
เอาอย่างนี้นะครับ ท่านรัฐมนตรีในฐานะเปึนเจ้าของเรื่อง ท่านได้ใช้สิทธิของท่านขอถอน แล้วนะครับ ซึ่งเรื่องที่บรรจุระเบียบวาระแล้วจะถอนได้ก็ต้องให้ที่ประชุมให้ความเห็นชอบ ฉะนั้นผมก็จะขอถามมติในที่ประชุมว่าที่ประชุมจะอนุญาตให้ถอนเรื่องหรือไม่ ขอให้ ท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ
(นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ท่าน หมอชลน่านมีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน กรณีที่ท่านรัฐมนตรีมีความ ประสงค์ที่จะขอถอนเรื่องออกไปครับ ท่านประธานครับ กรณีที่ท่านประธานเห็นว่า ที่ประชุมเมื่อไม่มีเสียงคัดค้านเปึนอื่น ผมคิดว่าท่านประธานใช้ข้อบังคับสอบถามก็ได้ ผมคิดว่าไม่น่าจะเปึนประเด็น
ผมว่า เพื่อความมั่นใจนะครับ เพราะในข้อบังคับ ข้อ ๕๓ บอกว่า จะต้องได้รับความยินยอม จากที่ประชุม ฉะนั้นผมขอมติดีกว่านะครับ เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อแสดงตน ก่อนลงมติครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต แสดงความคิดเห็นนิดหนึ่งได้ไหมครับ
ช่วงที่ กําลังเข้าห้องประชุมเพื่อแสดงตน เชิญท่านวรงค์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก คือผมคิดว่า ผมไม่ขัดแย้ง หรือไม่ขัดข้อง ถ้าท่านรัฐมนตรีจะขอถอนเรื่องออกไปก่อน แต่เพียงแต่ว่า จะขออนุญาตทําความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกที่ฟังมาตั้งแต่ต้นแล้ว ผมเกรงว่า เพื่อนสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะมีความเข้าใจสับสนเกี่ยวกับกระบวนการ ในการแต่งตั้งคณะกรรมการ ป.ป.ท. ถ้าผมเท้าความสั้น ๆ ว่าตอนสมัยที่ผ่านมาเคยมี การเลือกสมาชิก ป.ป.ท. แล้วเรื่องไปสู่ที่สมาชิกวุฒิสภา แล้วทางท่านประธานวุฒิสภาได้ ทําเรื่องทักท้วงมาว่าองค์ประชุมไม่ครบ ในสมัยนั้นถ้าดูตามเอกสารแล้วเมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา มติคณะรัฐมนตรีได้มีเรื่องไปถึงทางท่านประธาน วุฒิสภาครับ เพื่อขอให้ถอนเรื่องการเสนอชื่อผู้สมควรแต่งตั้งเปึนคณะกรรมการ ป.ป.ท. แล้ว ท่านประธานครับ ทางวุฒิสภาก็ได้มีมติในการถอนเรื่อง เมื่อประธานวุฒิสภาได้มีมติ ในการถอนเรื่องก็เท่ากับว่าเรื่องนี้สิ้นสุดไปแล้ว วันนี้ทางท่านรัฐมนตรีเสนอขึ้นมา แต่งตั้งใหม่ ก็เปึนไปตามกระบวนการที่ถูกต้อง
เมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงแบบนี้แล้วครับ ที่ประชุมเข้าใจดีครับ เผอิญท่านต้องการ ให้รอบคอบ ท่านก็เลยขอถอนกลับไปก่อน ท่านสมาชิกครับ ท่านที่อยู่ในห้องประชุมแล้ว กรุณากดบัตรแสดงตนด้วยนะครับ
ท่านประธานครับ
พอแล้วครับ ท่านพีรพันธุ์ครับ
นิดเดียวครับ ท่านประธานครับ ผม พีรพันธุ์ พาลุสุข คืออยากย้ําหนังสือของเลขาธิการวุฒิสภา เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิก นํามาอ้าง วันที่ ๓ พฤศจิกายน นะครับ พูดไว้ชัดครับ บอกว่าเปึนไปตามมติของ ครม. เมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม และจึงเปึนการสมควรที่จะต้องเปึนอํานาจหน้าที่ของ สภาผู้แทนราษฎรต้องพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติไว้ คือ เรื่ององค์ประชุมครับ มันไม่มีการดําเนินการในส่วนนี้ครับ
ครับ ท่านสมาชิกได้แสดงตนกันครบทุกท่านแล้วนะครับ ขอทราบผลครับ ท่านสมาชิกครับ กรุณาเข้าห้องประชุมแสดงตนหน่อยครับ
เนื่องจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเปึนเจ้าของเรื่อง การขอความเห็นชอบคณะกรรมการ ป.ป.ท. ท่านได้ฟังเหตุฟังผลของเพื่อนสมาชิกแล้ว เพื่อความรอบคอบ ท่านก็ขอถอนเรื่องออกไปจากวาระการประชุมก่อน ซึ่งตามข้อบังคับ การประชุม ข้อ ๕๓ ญัตติที่ได้บรรจุในระเบียบวาระแล้วจะถอนได้ก็ต่อเมื่อได้รับ ความยินยอมของที่ประชุม ผมขอให้ที่ประชุมได้ลงมติ ว่าจะยอมให้ถอนเรื่องหรือไม่ ขอทราบผลการแสดงตนครับ มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๔๖ ท่าน ครบองค์ประชุม นะครับ
ต่อไปผมขอถามที่ประชุมว่าจะยินยอมให้รัฐมนตรีถอนเรื่องการให้ความ เห็นชอบคณะกรรมการ ป.ป.ท. ออกจากวาระการประชุมไปก่อนไหมครับ ใครเห็นด้วย ให้กดปุ์ม เห็นด้วย ใครไม่เห็นด้วยกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงกรุณากดปุ์ม งด ออกเสียง เชิญลงมติครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ครับ ลงมติครบทุกท่านแล้วนะครับ ขอป่ดการลงมติ ขอทราบผลครับ มีสมาชิกอยู่ใน ห้องประชุมทั้งสิ้น ๒๙๑ ท่าน เห็นด้วยคือให้ถอนเรื่องนี้ออกไปตามที่รัฐมนตรีร้องขอ ๒๗๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๒ ท่าน ก็เปึนอันว่า วาระการให้ความเห็นชอบคณะกรรมการ ป.ป.ท. ก็ถอนเรื่องออกจากระเบียบวาระก่อน นะครับ
ต่อไปครับท่านสมาชิก เปึนการพิจารณาระเบียบวาระต่อไป
ร่างพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
ขอเรียนเชิญรัฐมนตรีแถลงหลักการและเหตุผล เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายมานิต นพอมรบดี ส.ส. ราชบุรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในนามของ คณะรัฐมนตรี ขอเสนอหลักการและเหตุผลประกอบร่างพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดังต่อไปนี้
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ เพื่อกําหนดสถานะของสํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติให้ชัดเจนยิ่งขึ้น (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง)
เหตุผล เนื่องจากพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ บัญญัติ ให้สํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเปึนหน่วยงานของรัฐที่ไม่เปึนส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณหรือกฎหมายอื่น ทําให้เกิด ปัญหาการตีความเกี่ยวกับสถานะและการขอตั้งงบประมาณของสํานักงานคณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติ ซึ่งขณะนี้ยังจําเปึนต้องตั้งงบประมาณฝากไว้ที่สํานักงานเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี
ดังนั้น สมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติดังกล่าว เพื่อกําหนดสถานะของ สํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อให้สํานักงานสุขภาพ แห่งชาติ เปึนส่วนราชการตาม พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ ซึ่งจะสามารถตั้งงบประมาณ ด้วยหน่วยงานของตนเองได้ จึงจําเปึนต้องตราพระราชบัญญัตินี้ เพื่อให้การดําเนินการ ของสํานักงานสุขภาพแห่งชาติ เปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพ
เชิญท่านสมาชิกที่ประสงค์จะอภิปรายครับ มีไหมครับ เชิญท่านนายแพทย์ชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย กระผมขออนุญาตท่านประธานได้อภิปรายแสดงข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรี โดยท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้นําเสนอต่อสภาแห่งนี้ ท่านประธานที่เคารพ ครับ เท่าที่ผมได้ตรวจสอบหลักการและเหตุผลของกฎหมายฉบับนี้ เปึนกฎหมายที่เสนอ เพื่อขอแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเดิม คือกฎหมายที่ว่าด้วยพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ ป้พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ได้ตราขึ้นในสมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แล้วมี ผลบังคับใช้ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในป้พุทธศักราช ๒๕๕๐ ท่านประธาน ที่เคารพครับ หลักการที่ทางคณะรัฐมนตรีเสนอมา บอกว่าขอแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๐ เพื่อกําหนดสถานะของสํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งเปึนเสมือน หน่วยธุรการ หน่วยเลขาธิการของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น โดยแก้ไขมาตรา ๒๖ ของพระราชบัญญัติเดิม ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลประกอบ ประกอบกับที่ผมได้ไปตรวจสอบดูในสิ่งที่ทางผู้ที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายมีความจําเปึนที่ จะต้องแก้ไขเพื่อให้สถานะของสํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติมีความชัดเจน ท่านประธานครับ มีข้อจํากัดเรื่องของสถานะของสํานักงานคณะกรรมการสุขภาพ แห่งชาติ ซึ่งบัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖ ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับว่า ในมาตรา ๒๖ ในกฎหมายเดิม ขออนุญาตท่านประธานอ่านนะครับ ได้เขียนไว้ว่า ให้จัดตั้งสํานักงาน คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติขึ้นเปึนหน่วยงานของรัฐที่ไม่เปึนส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณหรือกฎหมายอื่น ผมเน้นย้ํา ท่านประธานครับ ในวรรคหนึ่ง เขาเปึนหน่วยงานของรัฐ แต่มีข้อแม้ว่าต้องไม่เปึน ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายวิธีการงบประมาณหรือกฎหมายอื่นเท่านั้นเอง วรรคสอง ให้สํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติมีฐานะเปึนนิติบุคคล และอยู่ใน กํากับของคณะรัฐมนตรี วรรคสาม ผมจะขออนุญาตไม่อ่าน ท่านประธานครับ สิ่งที่ ผู้รักษาการตามกฎหมายฉบับนี้ขอแก้ไขมาเนื่องจากว่าสถานภาพของสํานักงาน คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเปึนนิติบุคคล เปึนหน่วยงานของรัฐ ไม่เปึนส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจตามวิธีการงบประมาณ เขามีข้อจํากัดเวลาตั้งของบประมาณ คือ โดยเจตนารมณ์ผมไม่แน่ใจว่าขณะที่ร่างกฎหมายฉบับนี้ หรือทํากฎหมายฉบับนี้ เจตนารมณ์ของผู้ร่างหรือสภาในขณะนั้นมีความประสงค์ให้เปึนไปอย่างนี้หรือไม่นะครับ เพราะว่าการกําหนดสถานะอย่างนี้ กรณีเปึนหน่วยงานของรัฐที่ไม่เปึนส่วนราชการตาม พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณหรือตามกฎหมายอื่นนะครับ ในนิยามของ พ.ร.บ. วิธีการ งบประมาณ ป้ ๒๕๐๒ ท่านประธานครับ ได้เขียนไว้นะครับ เรื่องของคํานิยามว่า ส่วนราชการ ผมขออนุญาตท่านประธานครับ ส่วนราชการในนิยามของพระราชบัญญัติ วิธีการงบประมาณ ป้ ๒๕๐๒ เขาเขียนความหมายของส่วนราชการไว้ในกฎหมายฉบับนี้ ให้หมายความรวมถึงหน่วยงานอื่นใดของรัฐไว้ด้วย และถือเปึนส่วนราชการ กรณี เปึนส่วนราชการอย่างนี้ก็สามารถของบประมาณโดยตรงต่อสํานักงบประมาณได้นะครับ ซึ่งเปึนไปตามบทบัญญัติของกฎหมายที่กําหนดให้ในมาตรา ๒๘ ที่ว่าด้วยรายได้ของ สํานักงาน ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านครับ มาตรา ๒๘ ของกฎหมายเดิมเขาเขียน ไว้ว่า รายได้ของสํานักงานประกอบด้วยเงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรให้ตามความ เหมาะสมเปึนรายป้นะครับ เขียนไว้ตรงนี้ว่าเปึนเงินอุดหนุนทั่วไป แต่ลักษณะเงินอุดหนุน ทั่วไปสิ่งที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้เนื่องจากเปึนส่วนราชการตามกฎหมาย วิธีการงบประมาณ เวลาเขาจัดตั้งงบประมาณเขาต้องจัดตั้งงบประมาณภายใต้หน่วยงาน การกํากับของเขา ซึ่งมีหลายหน่วยงานที่จัดตั้งงบประมาณลักษณะแบบนี้ คือจัดตั้ง งบประมาณได้ ขออุดหนุนทั่วไปได้ แต่ต้องผ่านหน่วยงานที่กํากับ หน่วยงานนี้ขึ้นกับ สํานักนายกรัฐมนตรีครับ เปึนนิติบุคคลขึ้นกับสํานักนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้น ครั้งหลังสุดเขาเลยจัดตั้งงบประมาณผ่านสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพราะขึ้นกับ นายกรัฐมนตรี เปึนหน่วยงานที่ขึ้นกับนายกรัฐมนตรี ที่ไม่สังกัดกระทรวง ทบวง กรม ตามกฎหมายเขา ไม่ได้ขึ้นกับสํานักปลัดกระทรวงนะครับ ขึ้นกับสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ การจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไป สํานักงบประมาณก็จัดสรรลักษณะเปึน เงินก้อนรวมยกไปให้ เปึนลักษณะหมวดอุดหนุน ก็ผ่านสํานัก ครั้งสุดท้ายจัดผ่านสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีไป เขาก็ไปดําเนินการนะครับ ป้แรกสถานภาพยังไม่ชัดเจนก็จัดผ่านกระทรวงสาธารณสุขครับ พอป้ที่ ๒ คณะกรรมการ กฤษฎีกาให้ความเห็นว่าหน่วยงานกํากับนี้เปึนสํานักนายกรัฐมนตรี ก็ให้นายกรัฐมนตรี กํากับเข้าผ่านสํานักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นการจัดสรรงบประมาณ ลักษณะนี้เปึนลักษณะฝากครับ การฝากแบบนี้ถามว่ามันแตกต่างจากกรณีถ้ากฎหมาย ให้สถานภาพเขาได้รับงบประมาณโดยตรงแตกต่างกันหรือไม่ โดยวิธีการจัดสรร งบประมาณไม่แตกต่างเลยครับ เพราะเปึนลักษณะเงินอุดหนุนทั่วไป การอุดหนุนทั่วไป ก็ให้เปึนเงินอุดหนุนทั่วไปให้ไปยังหน่วยงานของเขาเลย แต่ว่าสํานักงานคณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติตรงนี้ได้รับเปึนการฝากจากสํานักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมาอีกที มาอีกทอดหนึ่ง ฉะนั้นกระบวนการการตรวจสอบการรายงานก็ผ่านไปตามลําดับชั้น ท่านประธานครับ มันมีหน่วยงานอื่นที่มีลักษณะเทียบเคียงที่ผมอยากจะยกตัวอย่าง ให้ประธานฟังนะครับว่า เขาเขียนสถานะความเปึนหน่วยงานของเขาเขียนให้ชัด แล้วเขา ก็มีกระบวนการและขั้นตอนการจัดสรรงบประมาณตามกฎหมายของเขาให้ได้รับเงิน อุดหนุนทั่วไป ผมเน้นนะครับ อุดหนุนทั่วไปนะครับ ผมยกตัวอย่างเช่น สํานักงาน หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขาเขียนมาอย่างนี้ ท่านประธานครับ ให้สํานักงาน หลักประกันสุขภาพแห่งชาติเปึนหน่วยงานของรัฐมีฐานะเปึนนิติบุคคลอยู่ภายใต้กํากับ ดูแลของรัฐมนตรี สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. เขาของบประมาณ ตรงได้จากสํานักงบประมาณเลยครับ เปึนอุดหนุนทั่วไปให้เลยครับ มีอีกหน่วยงานหนึ่ง ครับ เปึนสํานักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ ตัวย่อคือ สวทน. นะครับ เขาเขียนสถานะของหน่วยงานของเขาเปึนอย่างนี้ครับ ให้มี สํานักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ มีฐานะเปึนหน่วยงานของรัฐที่เปึนนิติบุคคล และไม่เปึนส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วย วิธีการระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน หรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการ งบประมาณ หรือกฎหมายอื่น ถามว่าเวลาจัดสรรงบประมาณอุดหนุนทั่วไปเขาได้อย่างไร เขาได้โดยตรงครับ เขาได้โดยตรง เพราะเขาเปึนหน่วยงานอื่นของรัฐที่จัดว่า เปึนส่วนราชการตามกฎหมายวิธีการงบประมาณ ท่านประธานครับ ที่ผมกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ ผมกราบเรียนว่าผมมีความเห็นด้วยกับหลักการของการแก้ไข กฎหมายฉบับนี้ เพราะว่าสถานะของหน่วยงานมีลักษณะเปึนหน่วยงานของรัฐ เปึนนิติบุคคลที่รับงบประมาณเปึนอุดหนุนทั่วไป ซึ่งอุดหนุนทั่วไปผมกราบเรียน ท่านประธานนะครับ เปึนเงินที่ขออนุมัติจากสภาแห่งนี้เปึนลักษณะเปึนก้อนรวม ขออนุญาตท่านประธานครับ ภาษาอังกฤษเขาใช้ว่า โกลบัล บัดเจท (Global Budget) เปึนก้อนรวม การตรวจสอบในชั้นของการอนุญาตอนุมัตินั้นกรรมาธิการสามารถไปขอดู รายละเอียดได้ครับ แต่เวลาเสนอรายงานมาที่สภาเรา เราจะไม่ทราบเพราะเปึนอุดหนุน ทั่วไป เหมือนกับท้องถิ่นที่เขาจะไปออกข้อบัญญัติไปรองรับการใช้เงินของเขาเอง ท่านประธานครับ ด้วยวิธีการจัดสรรอย่างนี้ ลักษณะที่ไปอย่างนี้มีข้อแตกต่างว่าเพียงแต่ ต้องไปผ่านหน่วยงานกํากับ ผมก็เลยเห็นว่าไม่จําเปึนหรอกครับที่จะต้องไปผ่านหน่วยงาน กํากับ ให้เขาได้รับโดยตรง เหตุผลอันที่ ๒ นะครับ อันแรกคือมันมีการผ่านขั้นตอน เหตุผล อันที่ ๓ กระบวนการการตรวจสอบครับ กระบวนการการตรวจสอบผมคิดว่ากรณีเขาได้รับ โดยตรง ความผูกพัน ความเชื่อมโยงระหว่างฝ์ายนิติบัญญัติ ฝ์ายบริหาร แล้วรายงาน ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเราสามารถตรวจสอบได้ง่ายกว่า อย่างน้อยเขาต้องทํา รายงานของการรับการจ่ายเงิน ที่เราเรียกว่า งบดุลประจําป้ ตามบทบัญญัติกฎหมาย ของเขาที่เขียนรองรับไว้ตรงนี้นะครับ ทุกป้เขาต้องรายงาน แต่กฎหมายฉบับนี้เขาเขียน ตามฐานะอํานาจหน้าที่ของเขาเท่านั้นเอง คือ รายงานผ่านคณะกรรมการซึ่งเปึนกรรมการ ใหญ่ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเปึนประธานนะครับ และเข้าสู่คณะรัฐมนตรีให้รับทราบ เปึนงบดุลประจําป้ แต่ว่าบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ เขียนไว้อย่างชัดเจนครับ ท่านประธานว่าหน่วยงานใดที่ได้รับเงินอุดหนุน กรณีที่ได้รับเงินแล้วไม่ต้องนําเงินส่งคลัง หรือส่งเปึนรายได้แผ่นดิน ท่านประธานครับ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันเขียนไว้ อย่างนี้ครับ เงินรายได้ของหน่วยงานของรัฐใดที่ไม่ต้องนําส่งเปึนรายได้ของแผ่นดิน นะครับ ซึ่งเขาจะเขียนกฎหมายขอยกเว้นเอาไว้ว่ารายได้ไม่ต้องนําเงินส่งคลัง ก็คือไม่เปึนรายได้ แผ่นดิน ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ก็เขียนรองรับไว้ในมาตรา ๒๘ นะครับ ให้หน่วยงานของรัฐนั้น ทํารายงานการรับและการใช้จ่ายเงินดังกล่าวเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อสิ้นป้งบประมาณ ทุกป้ และให้คณะรัฐมนตรีทํารายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาต่อไป ความหมาย ตรงนี้ก็หมายความว่าถ้าสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้รับงบประมาณโดยตรง เขาก็นําไปใช้จ่ายและเขาทํารายงานเสนองบดุลต่อคณะรัฐมนตรี เขาเองเขียนขอยกเว้น เอาไว้ว่ารายได้ของเขาไม่ต้องนําส่งคลังเปึนรายได้แผ่นดิน เพราะฉะนั้นเขาต้องรายงาน ซึ่งคณะรัฐมนตรีต้องมาเสนอต่อสภาของเราเพื่อตรวจสอบเรื่องของการรับ การจ่าย หรือการใช้เงินของหน่วยงานแห่งนี้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมเองกราบเรียน ท่านประธานว่าการแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๒๖ ของกฎหมายเดิม เพื่อให้สถานภาพของ สํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ต้องขออนุญาตท่านประธานครับ ผมเอง ยังสับสนครับ สํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งออกตามกฎหมายว่าด้วย สุขภาพแห่งชาติฉบับนี้นะครับ ซึ่งแตกต่างจากสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งออกด้วยกฎหมายพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ป้ ๒๕๔๖ อันนั้น อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ท่านประธานครับกลไกตรงนี้ เหตุผลอันที่ ๓ ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธาน ซึ่งเปึนเหตุผลในเชิงการนําสู่การปฏิบัติ กฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายที่ กว่าจะเปึนกฎหมายได้ใช้เวลานับสิบป้ครับ ตั้งแต่ผมเปึนแพทย์ปฏิบัติงานโรงพยาบาล ชุมชน ผมเปึนผู้อํานวยการโรงพยาบาล เคยมีส่วนร่วมในการผลักดันที่จะนํากฎหมาย ฉบับนี้เปึนกฎหมายแม่บท เปึนธรรมนูญสุขภาพแห่งชาติของพี่น้องประชาชนคนไทย ใช้เวลานับสิบป้ครับ ท่านประธานครับ มาผ่านป้ ๒๕๕๐ เมื่อป้ ๒๕๔๘ สภาแห่งนี้ ได้ช่วยกันพิจารณาในชั้นของวาระหนึ่งและวาระสองแล้วค้างอยู่ครับ สภายุบไป ผมเอง เปึนกรรมาธิการ ตอนนั้นเข้าใจว่าถึงมาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ ที่ว่าด้วยสิทธิแห่งการตาย ที่ยินยอมว่าจะเซ็นไว้อยู่ในเรื่องนี้ และมีธรรมนูญสุขภาพแห่งชาติที่เขียนไว้ในมาตรา ให้มี บทบัญญัติว่าธรรมนูญแห่งชาติไว้นะครับ ธรรมนูญเรื่องสุขภาพไว้ เดิมเราเขียนบทบัญญัติ ที่ว่าธรรมนูญอยู่ในกฎหมายเลยนะครับท่านประธาน แต่ว่ามันยาวเกินไป เขาเลยไป ตัดทอนเปึนบทมาตรา แล้วไปเขียนรองรับให้คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งมี นายกรัฐมนตรีเปึนประธานใหญ่ เข้าไปจัดทําธรรมนูญสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งสภาจะได้รับ รายงานเรื่องธรรมนูญสุขภาพแห่งชาติ ที่เขาจะมารายงานต่อสภาในวาระต่อไป ซึ่งบรรจุ ในระเบียบวาระแล้ว กลไกที่สําคัญที่สุดนะครับ ถ้าเขามีความสะดวกและคล่องตัวในการ ใช้งบประมาณ สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือเรื่องสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครับ ท่านประธานครับ เปึนกลไกที่เราคาดหวังจะให้เปึนตัวขับเคลื่อนให้สิ่งที่เราเขียนไว้ในกฎหมายฉบับนี้ เปึนจริง อาศัยสมัชชาสุขภาพแห่งชาติระดับประเทศ ระดับพื้นที่หรือเฉพาะเรื่อง เฉพาะประเด็น ซึ่งขณะนี้ดําเนินการไปได้ผลประโยชน์มาก ได้ประโยชน์มากครับ ท่านประธานครับ เพราะสภาพบังคับมันไม่มี แต่กลไกการทํางานนั้นจะเปึนการขับเคลื่อน ของการประสานพลังระหว่างนักวิชาการ พี่น้องประชาชนแล้วก็พวกเราฝ์ายการเมืองที่จะ ทําให้เรื่องที่มันยุ่งยากตรงนี้ให้มันพ้นวิกฤติและเข้าสู่สิ่งที่เราคาดหวังได้ นั่นก็คือมีสภาวะ สุขภาพที่ดี เราเรียกสร้างนําซ่อมเดิมนะครับ สร้างนําซ่อม ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผล อย่างนี้ผมก็กราบเรียนท่านประธานว่าผมยินดีให้การสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็ คิดว่าสภาแห่งนี้ ก็น่าจะให้ความเห็นชอบในวาระรับหลักการ เข้าสู่กระบวนการ การพิจารณาในชั้นต่อไป กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านผ่องศรี ธาราภูมิ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์นะคะ ในเบื้องต้นดิฉันขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีที่ได้เสนอปรับปรุงแก้ไข กฎหมายพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ ว่าด้วยปัญหาที่ท่านได้นําเสนอต่อสภา ถึงความจําเปึนต้องการแก้ไขในข้อกฎหมายดังกล่าว ดิฉันเองก็เห็นด้วยในหลักการ เพราะว่ารับทราบดีว่าคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาตินั้น มีบทบาทภารกิจที่สําคัญ เนื่องจากว่าตามที่คุณหมอชลน่าน ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ได้กล่าวแล้วว่ากฎหมายฉบับนี้ ได้มีกระบวนการยกร่างแล้วก็กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างกว้างขวางตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๓ ถึงป้ ๒๕๕๐ ก็ใช้เวลายาวนาน ดังนั้นจึงเปึนกฎหมายที่ถือว่ากําเนิดขึ้น โดยประชาชนมีส่วนร่วมนะคะ มิติเรื่องของสุขภาพนั้นมันไม่ได้มองเรื่องของแพทย์หรือว่า บุคลากรทางการแพทย์ หรือว่าสาธารณสุขแต่เพียงอย่างเดียว แต่มันหมายถึงมิติทางด้าน ของสุขภาพกาย จิตและปัญญา ซึ่งจะต้องครอบคลุมงานของหลายกระทรวงนะคะ ซึ่งคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาตินั้นก็จะต้องทําหน้าที่ยุทธศาสตร์ วางแผนแม่บท ในเรื่องของการสร้างเสริมสุขภาพของคนไทยอย่างกว้างขวาง แต่ทีนี้ในเมื่อการทํางานเปึนไปอย่างกว้างขวางนั้นก็ต้องการความเปึนอิสระในการ คล่องตัวในการทํางาน การติดตามผลการทํางานของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ตลอดมาตั้งแต่จัดตั้งขึ้น ก็พบว่ามีปัญหาอุปสรรคในการจัดตั้งแล้วก็เสนอคําขอ งบประมาณเอง ดังนั้นถ้าหากได้มีการแก้ไขกฎหมายในมาตรานี้ก็จะช่วยให้ สช. ได้ทํางานได้คล่องตัวยิ่งขึ้น นอกจากนั้นก็จะเปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ สภาผู้แทนราษฎรก็จะมีโอกาสตรวจสอบงบประมาณ เพราะจะเห็นได้ว่า ดิฉันก็พยายาม เป่ดดูงบที่ทาง สช. บอกว่าได้ฝากไว้ ไม่ว่าจะในกระทรวงสาธารณสุขหรือว่าสํานัก นายกรัฐมนตรี ก็จะไม่มีโอกาสได้ตรวจสอบรายละเอียดของงบประมาณของ สช. เลย เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าได้มีการแก้ไขกฎหมายก็จะทําให้ สช. นั้นเวลาที่ต้องมา ของบประมาณนั้นก็จะต้องจัดทํารายละเอียด แล้วก็ปรากฏให้เพื่อนสมาชิกได้ตรวจสอบ นอกจากนั้นแล้วก็จะต้องทํารายงานเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในแต่ละป้งบประมาณ ก็จะทําให้กระบวนการทํางานของ สช. นั้นได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นในการเสนอ แก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ดิฉันเห็นว่าเปึนการสมควรที่สมาชิกเราจะได้ให้การสนับสนุนค่ะ ก็เห็นด้วยในหลักการค่ะ
เชิญ นายแพทย์บรรพต ต้นธีรวงศ์ ครับ
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายแพทย์บรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เรื่องของสํานักงาน คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ผมคิดว่าเปึนการเริ่มต้นการทํางานที่ดี ซึ่งสํานักงานนี้ก็มี ผลงานเปึนที่ประจักษ์ ถึงแม้ว่าจะเพิ่งมีกฎหมายขึ้นมารองรับ อันนี้ไม่สงสัยในเรื่องของ ผลงานและศักยภาพที่สํานักงานนี้มีอยู่ แต่ในเรื่องของการเสนอเพื่อที่จะแก้กฎหมาย ในมาตรา ๒๖ เดิมทีผมเองได้รับข้อมูลและเข้าใจว่าตั้งงบประมาณไม่ได้ มาบัดนี้ก็ได้ มาฟังท่านรัฐมนตรีได้กรุณาชี้แจงหลักการและเหตุผลในที่ประชุม และก็มีผู้อภิปรายด้วย นะครับว่า เดิมทีก็ตั้งงบประมาณผ่านกระทรวงสาธารณสุข แล้วต่อมาทางคณะกรรมการ กฤษฎีกาก็ตีความว่า ควรจะต้องตั้งงบประมาณผ่านสํานักนายกรัฐมนตรี คือสํานัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ก็เลยทําให้เกิดข้อสงสัยว่าเหตุใดถึงจะต้องมาเสนอเปลี่ยนแปลง กฎหมายให้เปึนลักษณะเช่นนี้ เพราะว่าเพียงเพื่อต้องการว่าจะได้มีความอิสระในการ เสนองบประมาณเท่านั้น แต่จริง ๆ ก็คือสามารถจะเสนองบประมาณได้อยู่แล้ว ความจริง ก็อยากจะสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในฐานะที่เปึนซีกรัฐบาล แล้วก็อยากจะให้ ท่านรัฐมนตรีและผู้ที่เกี่ยวข้องได้ตอบข้อข้องใจสักนิดว่า จริง ๆ ท่านไม่ได้ตั้งงบประมาณ ไม่ได้ ท่านตั้งได้ เพียงแต่ว่าท่านต้องการความเปึนอิสระในการตั้ง ทีนี้ก็ต้องตอบคําถาม ให้ได้ว่าทําไมท่านต้องการความเปึนอิสระถึงขนาดนั้น ในการที่จะไม่เปึนส่วนราชการ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน คือมีข้อสงสัยตรงนี้นะครับ แล้วสิ่งที่ ส.ส. บางท่านได้อภิปรายว่ามันก็เปึนการดี เพราะว่าถ้าตั้งงบประมาณแบบนี้ ในที่สุดแล้วก็ต้องเอาผลงานมารายงานต่อสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะได้มี โอกาสที่จะรับทราบเกี่ยวกับเรื่องผลงานที่สํานักงานนี้มาแสดงต่อทางรัฐสภา เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าอันนั้นมันเปึนเรื่องมีการตั้งงบประมาณอย่างอิสระแล้ว และเปึนการใช้ งบประมาณ แล้วก็มารายงานว่าได้ปฏิบัติงานอะไรไปบ้าง ผมคิดว่ามันก็คงจะตรวจสอบ รับทราบได้แต่เพียงปลายน้ําเท่านั้นเอง แต่ต้นน้ําท่านสามารถจะเสนอได้อิสระ จริงอยู่ครับคณะกรรมาธิการงบประมาณ หรือสภานี้ก็ผ่านวาระหนึ่งให้ท่านได้ แต่ว่า โดยในลักษณะนัยว่าท่านมีความจําเปึนต้องการความเปึนอิสระในการเสนองบประมาณ โดยไม่ต้องผ่านส่วนราชการ แต่จริง ๆ กฎหมายก็บอกต้องอยู่ในกํากับสํานัก นายกรัฐมนตรีนะครับ แต่ท่านต้องการความเปึนอิสระในการที่จะเสนองบประมาณเอง เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าอยากจะสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่ว่ากรุณาตอบ ให้ได้ว่าทําไมท่านต้องการเปึนอิสระอย่างนั้น เพราะว่าจะทําให้เกิดคลายข้อสงสัย ในจุดนี้ว่า ท่านต้องการเปึนอิสระเพราะอะไรตรงนี้นะครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้ว ท่านสามารถเสนองบประมาณได้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าท่านต้องเสนอผ่านส่วนราชการ คือ สํานักนายกรัฐมนตรีเท่านั้นเอง มันมีปัญหาเรื่องการติดซึ่งเพดานงบประมาณของสํานัก นายกรัฐมนตรีหรือไม่ ท่านสามารถจะชี้แจงให้กับสํานักงบประมาณได้รับทราบเกี่ยวกับ เรื่องว่าเพดานงบประมาณ ถ้าท่านมาเสนอผ่านสํานักนายกรัฐมนตรี ทําให้เพดาน งบประมาณนั้นสูงขึ้น ผมก็คิดว่าชี้แจงสํานักงบประมาณเขาก็น่าจะมีความเข้าใจในจุดนี้ นะครับ ก็เลยเกิดข้อสงสัยนี้ขึ้นมา ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อจะให้สามารถที่จะมีส่วนร่วมทุก ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุกระดับสามารถที่จะตรวจสอบทั้งงบประมาณที่เสนอ แล้วก็ งบประมาณที่จะไปใช้แล้วได้ ก็อยากจะขอความกระจ่างในเรื่องนี้นะครับ เพื่อจะได้ให้การ สนับสนุนต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญ นายแพทย์วรงค์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ตามที่ทางท่านรัฐมนตรีได้มีการเสนอ พ.ร.บ. เพื่อแก้ไขมาตรา ๒๖ ของ พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ ถ้าโดยหลักการนี้ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกเข้าใจเจตนาดีว่า ต้องการจะมีการปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้เกิดความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ของสํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ผมเรียนนิดหนึ่งนะครับ ผมเกรงว่า เพื่อนสมาชิก ตลอดจนพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้าน ขนาดคนที่อยู่ในวงการเองฟังแล้ว ยังสับสนว่า สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกับสํานักงานคณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติ ฟังไปฟังมาเหมือนเปึนเรื่องเดียวกัน ผมขออนุญาตเรียนให้กับ เพื่อนสมาชิกและท่านผู้ฟังว่า สปสช. กับ สช. คนละหน่วยงานครับ บางครั้งสมาชิก บางท่านยังพูดคําว่า สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ อันนั้นไม่ใช่ครับ อันนั้นคือหน่วยงานที่ใช้บัตรในการรักษาฟรี แต่หน่วยงานนี้ชื่อว่า สํานักงานสุขภาพ แห่งชาติ ซึ่งถ้าดูในเชิงภารกิจของหน่วยงานตามกรอบที่มีการผลักดันกันขึ้นมา ผมกับเพื่อนสมาชิกบางท่านเคยเปึนคณะกรรมาธิการชุดนี้ เพื่อผลักดัน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ในป้ พ.ศ. ๒๕๔๘ และด้วยความภูมิใจตรงที่ว่ากลุ่มประชาชน ตลอดจนมวลชน ของสาธารณสุขมีส่วนในการผลักดันกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา แต่ฟังไปฟังมาก็มีข้อท้วงติง นิดหน่อย แล้วขณะเดียวกันข้อท้วงติงตรงนี้ควรจะเปึนข้อสังเกตให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของเรา เวลาผ่านกฎหมายไปแต่ละฉบับต้องสังเกตให้ดีครับ ผมเชื่อว่าในเจตจํานง ของการผลักดันกฎหมายฉบับนี้ต้องการให้หน่วยงานนี้เปึนหน่วยงานในกํากับของรัฐ ที่ไม่ใช่ราชการ มีความคล่องตัวในการบริหารจัดการ โดยมีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขขึ้นมาเปึนประธาน แล้วถ้ามีโอกาสได้เป่ด พ.ร.บ. ฉบับนี้จะเห็นว่าภารกิจ ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้กําหนดให้หน่วยงานนี้มีหน้าที่จัดทําธรรมนูญว่าด้วยสุขภาพ ของประชาชน ถ้ามองในเชิงนี้แล้ว ผมภูมิใจแทนกระทรวงสาธารณสุขว่าท่านมีแขน ขา มีหน่วยงานที่ยิ่งใหญ่พอสมควรในการที่จะคอยให้คําแนะนํา หรือคอยช่วยเหลือกระทรวง สาธารณสุข ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ โจทย์อะไรก็แล้วแต่ที่เปึนเรื่องสุขภาพของประชาชน ถ้าต้องการระดมความคิดเห็นจากประชาชนสามารถจะให้สํานักงานคณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติเข้ามามีส่วนร่วมได้ เหตุผลที่พูดตามนี้เนื่องจากว่าหน่วยงานนี้จะมี กระบวนการในการจัดทําสมัชชาสุขภาพแห่งชาติทุกป้ครับ ผมอาจจะพูดได้เต็มปาก เนื่องจากว่าเคยมีส่วนร่วมในกระบวนการตรงนี้ เราจะเห็นพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ต่าง ๆ เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นในการผลักดันนโยบายเชิงสุขภาพเพื่อนําเสนอ ต่อรัฐบาล เพื่อมีผลไปสู่ในทางปฏิบัติ แต่บังเอิญกระบวนการในการผลักดันกฎหมาย ฉบับนี้ซึ่งเราคงไม่ตําหนิอะไร เพียงแต่ว่าเปึนข้อสังเกตว่าเปึนความผิดพลาดเกิดขึ้น ที่อยู่ ๆ แล้วหน่วยงานใหญ่ขนาดนี้ หน่วยงานมีความสําคัญระดับนี้ แต่ไม่สามารถตั้งงบประมาณด้วยตนเองได้ตาม มาตรา ๒๖ ที่กําหนดไว้ ทําให้จะต้องมีการฝาก ถ้าจําได้ว่าในช่วงป้แรกมีการตั้ง งบประมาณฝากไปที่กระทรวงสาธารณสุข แล้วก็ป้ล่าสุดถัดมานั้นก็มีการตั้งงบประมาณ ฝากไปที่สํานักนายกรัฐมนตรี ถ้าถามอกเขาอกเรา ผมก็เชื่อว่าตัวสํานักนายกรัฐมนตรีเอง หรือกระทรวงสาธารณสุขเอง เนื่องจากว่าภารกิจไม่สอดคล้องกัน สํานักงาน คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติก็มีภารกิจอย่างหนึ่ง ขณะเดียวกันกระทรวงสาธารณสุข ก็มีภารกิจอีกอย่างหนึ่ง และป้ล่าสุดสํานักนายกรัฐมนตรีก็มีภารกิจอีกอย่างหนึ่ง เกณฑ์มาตรฐานในการชี้วัดต่าง ๆ ก็ไม่สอดคล้องกัน ดังนั้นมันตรงไปตรงมาครับว่า เพราะอะไรหน่วยงานนี้จึงจําเปึนที่จะต้องตั้งงบประมาณด้วยตนเอง และผมก็หวังเปึน อย่างยิ่งนะครับว่า เมื่อมีการดีเฟนด์ (Defend) งบประมาณ หรือเรื่องนี้เสนอต่อ คณะกรรมาธิการงบประมาณ โดยปกติแล้วพวกเราหลาย ๆ ท่าน คงจะเคยเปึน คณะกรรมาธิการงบประมาณ เราจะสังเกตเห็นว่าในการชี้แจงงบประมาณจะต้องให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง แต่ปรากฏว่างานใหญ่ ๆ ระดับประเทศขนาดนี้ ถึงขนาด มีการกําหนดเปึนธรรมนูญว่าด้วยสุขภาพของพี่น้องประชาชนในประเทศ หน่วยงานนี้ ไม่สามารถจะเข้าไปชี้แจงในคณะกรรมาธิการงบประมาณได้ เนื่องจากว่างบประมาณนั้น เปึนงบประมาณที่ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นผมก็เลยอยากจะกราบเรียนกับ เพื่อนสมาชิกว่า ผมเชื่อว่าป้หน้าการซักไซ้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะสํานักงาน คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ในกระบวนการจัดทํานโยบายหรือธรรมนูญสุขภาพของ ประชาชนในประเทศ คณะกรรมาธิการงบประมาณน่าจะมีส่วนร่วมในการซักถามหรือ ชี้แนะเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตอบให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น หลังจากมีการแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้ ในมาตรา ๒๖ เพื่อให้มีการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ แต่สุดท้ายจริง ๆ แล้วก็อยากจะ ฝากพวกเราอีกนิดหนึ่งนะครับว่า มันชี้ให้เห็นถึงความบกพร่องในกระบวนการนิติบัญญัติ ครับ ที่ทําไปทํามาหน่วยงานขณะนี้ไม่สามารถเสนอกฎหมายด้วยตัวเองได้ เพราะผมก็ เชื่อนะครับว่า ในเจตนารมณ์ของการตั้งหน่วยงานขนาดนี้ขึ้นมาในขั้นต้นคงต้องการให้มี การเสนอกฎหมายด้วยตนเอง แต่ภาษากฎหมายตีความไปตีความมา ทําให้หน่วยงานนี้ ไม่สามารถเสนอกฎหมายได้ ดังนั้นอยากจะฝากเปึนข้อสังเกตพวกเรานะครับ ในการ พิจารณากฎหมายอื่นด้วยเพื่อให้สุขุม รอบคอบและรัดกุมมากยิ่งขึ้นครับ ขอบคุณครับ
ก่อนถึงท่านวิชาญ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะครูและนักเรียนโรงเรียนปัญญาวรคุณ กรุงเทพมหานคร เข้าฟังการประชุมนะครับ ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกําลังพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ เชิญท่านวิชาญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติที่ทุกท่านเองกําลังพิจารณา อยู่ในสภาแห่งนี้นะครับ เพื่อที่จะขอแก้ไขให้เกิดความคล่องตัวในการที่จะตั้ง หรือของบประมาณโดยไม่ผ่านหน่วยงานที่กํากับการดูแล ผมมองว่าในเรื่องดังกล่าว การที่กลุ่มงานกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเปึนกลุ่มงานที่มีการเสนอแนะ มีการทําวิจัย มีการตรวจสอบ ในเรื่องของการทํางานในแต่ละส่วน เพื่อกําหนดแนวทางหรือแผนให้ระบบสาธารณสุข ซึ่งมีการเชื่อมต่อในระบบทั้งระบบไปยังภาคส่วนต่าง ๆ เปึนเรื่องสําคัญ แต่สิ่งหนึ่งผมมี โอกาสที่ไปนั่งประชุมหารือในเบื้องต้นทราบมาว่าเขาเองเปึนหน่วยงานใหม่ แต่หน่วยงานนี้ นะครับ มีคนที่ทํางานอยู่จํานวนไม่มากครับ ๖๐ กว่าคน จํานวนดังกล่าวจะต้องไปจ้าง หรือไปขออัตราในการที่จะไปพิจารณาเรื่องแต่ละเรื่อง แต่ละวาระ ทั้งในเรื่องของเหตุผล ในเรื่องของการแก้ไขเรื่องของธรรมนูญที่จะต้องร่างขึ้น เพื่อเปึนแนวทางในการนํามาเสนอ แผนต่าง ๆ ให้กับรัฐบาล สิ่งนี้ละครับ ถ้าบอกว่าแล้วทําไมกระทรวงสาธารณสุขเอง ซึ่งเปึนกระทรวงฝ์ายปฏิบัติน่าจะรู้ชัด ผมเรียนว่าในแนวทางจริง ๆ แล้วหน่วยงานนี้ เปึนหน่วยงานใหม่ พอตอนแรกเข้าไปดู พูดคุยนะครับ เขาก็บอกว่าการทําแผนจริง ๆ มันต้องได้รับอาศัยความร่วมมือ และสิ่งที่สําคัญก็คือคนก็มีจํานวนน้อย งบประมาณก็จํากัด การที่จะไปของบประมาณ โดยผ่านหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขก็ดี เบื้องต้นนะครับ หรือไปฝากไว้ที่สํานัก นายกรัฐมนตรีก็ตาม มันเหมือนกับว่าไปเพิ่มกรอบวงเงิน ซึ่งหน่วยงานดังกล่าวนี้ไม่ได้ใช้ หรอกครับ แต่เหมือนกับว่าเวลาไปชี้แจงหรือเวลาไปของบประมาณมันต้องไปผ่านเขา เขาเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง เขาจะปัองกันหรือดูแลงบประมาณให้กับส่วนราชการ ในภาคส่วนตรงนี้ก็คงไม่ใช่ ประเด็นก็คือว่าวันนี้ถ้าสามารถที่จะให้ความคล่องตัว หรือความเปึนอิสระมากขึ้น ในการที่จะขอแก้ไขในมาตรา ๒๖ มันก็จะทําให้หน่วยงานนี้ สามารถที่จะจัดทํางบประมาณหรือชี้แจงโดยตรงกับสํานักงบประมาณได้ และผมมองว่า หน่วยงานนี้เปึนหน่วยงานค่อนข้างอิสระ เพราะเปึนรูปคณะกรรมการซึ่งประกอบไปด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิหลายภาคส่วนที่เข้ามาอยู่ในนี้นะครับ โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขเอง ท่านรัฐมนตรีเองนั้นโดยตําแหน่ง และส่วนใหญ่ท่านนายกรัฐมนตรีเองคงไม่ได้ลงไปดู โดยตรงนะครับ ท่านรัฐมนตรีเองก็จะไปเปึนประธานแทน สิ่งหนึ่ง ณ วันนี้แผนต่าง ๆ หรือยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ที่ออกมา ผมดูจากบันทึกรายงานน่าสนใจ แต่เวลาใช้หรือเวลา ขับเคลื่อนเกี่ยวกับเรื่องของการเงิน หรือการวิจัย หรือการที่จะเข้าไปในกลุ่มสัมมนาเพื่อให้ ได้จุดประสงค์หรือเปัาหมาย มันเปึนเรื่องลําบากครับ เพราะคนในกลุ่มของฝ์ายวิชาการ เวลาทํางานออกมาเปึนชิ้นงานต่าง ๆ มันมองไม่เห็นหรอกครับ มันจับต้องไม่ได้ จะจับต้องได้ ก็ต่อเมื่อได้นําแผนหรือวิธีการต่าง ๆ เหล่านี้ไปเสนอ เพื่อที่จะจัดทําเปึนแผนปฏิบัติการ หรือเปึนข้อเสนอแนะที่นําไปปฏิบัติและได้ผลออกมา มันใช้เวลาครับ ดังนั้นในเรื่อง ของการที่จะเสนอเพื่อขอแก้ไข เกี่ยวกับเรื่องของการตั้งหรือการจัดทําเรื่องงบประมาณนั้น ผมคิดว่าเปึนเรื่องสําคัญ แล้วก็คิดว่าในเรื่องดังกล่าวนี้ ถ้าทางสภาแห่งนี้ให้ความเห็นชอบ หรือให้ความสําคัญ หน่วยงานนี้ในอนาคตก็จะเปึนหน่วยงานหลักในการที่จะจัดทําแผน หรือเปัาหมายต่าง ๆ แม้กระทั่งลงไปสู่แนวทางการปฏิบัติด้วยซ้ํา และจะต้องติดตามด้วย นะครับ ติดตามประเมินผลถึงแผนต่าง ๆ ที่เขาเปึนผู้นําเสนอนั้น สามารถปฏิบัติได้ หรือเปล่า สิ่งหนึ่งผมเรียนนิดหนึ่งครับว่า ในหน่วยงานนี้ฝากท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี มานิตนั่งอยู่ตรงนี้นะครับ ในเรื่องของงบประมาณ บางครั้งเองหน่วยงานนี้จะเปึน หน่วยงานที่จะต้องพิจารณาวิเคราะห์จัดสรรให้ เช่น จะไปส่งเสริมในส่วนของสํานักงาน หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ต่อหัว ต่อกลุ่ม ต่อราย ก็ต้องบอกกล่าวครับว่าเขาสามารถ ที่จะวิเคราะห์ได้แล้วก็จ่ายได้จริงหรือเปล่า เช่น วันนี้มีข่าวออกมาบอกว่า อาจจะเกิดการ ล้มเหลวกันในส่วนของการดูแลเรื่องสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ดูแล สวัสดิการของข้าราชการ เพราะเบิกยากันอย่างฟุ์มเฟ๋อย นี่ละครับ ตรงนี้อาจจะต้อง ลงไปดู หรือทําแผนว่าสิ่งที่จะกระทําต่อไปนี้ในการใช้จ่ายเงินในส่วนของการดูแลเรื่อง การให้ความช่วยเหลือ หรือแม้กระทั่งเรื่องยาเวชภัณฑ์ต่าง ๆ นี้มันเกินเลยไปหรือเปล่า หน่วยงานตรงนี้เปึนหน่วยงานกํากับ ผมมีเรื่องหนึ่งนะครับ ซึ่งอ่านดูในนี้เขาพาดพิงกล่าว ไปถึงหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แต่ส่วนหนึ่งนั้นมันเกี่ยวข้องกับเรื่องของการดูแลเรื่อง ระบบ ซึ่งเปึนระบบการส่งผ่าน เรื่องของหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน ท่านประธานครับ ถือโอกาส ในร่างตรงนี้เลยนะครับ เพราะว่าเปึนหน่วยงานที่จะต้องไปวิเคราะห์ดูแลในส่วนหนึ่ง เปึนเรื่องที่แปลกครับ หลังจากที่ดูจากรายงานว่าท่านมีส่วนที่จะเข้าไปดูหรือเสนอแผนเรื่องของแพทย์ฉุกเฉิน หรือการส่งผ่านเปึนเรื่องสําคัญ การที่จะไปพิจารณาเขาต้องมีเหตุผล ตอนแรกสังกัดอยู่ใน สปสช. แต่ตอนนี้พอแยกหน่วยออกมาปุ็บในการส่งผ่านผู้เจ็บป์วย ทีนี้กลายเปึนว่าตัวเงิน เม็ดเงินต่าง ๆ ลดลงอย่างน่าใจหาย เงินต่าง ๆ ที่ผู้เจ็บป์วยที่จะต้องผ่านส่งต่อไป โรงพยาบาลเกิดอุบัติเหตุติดค้างเงินเขาจํานวนมาก เพราะหน่วยงานในกํากับการดูแล เขาแยกออกมาก็ต้องแยกตัวเงินออกมาครับ แต่เงินยังไปแขวนอยู่ใน สปสช. แล้วถ้าแขวน อยู่ใน สปสช. การเบิกจ่ายเงินก็ลําบาก แต่หน่วยงานของแพทย์ฉุกเฉินที่จะต้องนําคน แล้วก็ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน เพราะวันนี้ภาคเอกชน มูลนิธิ องค์กรต่าง ๆ เขาออกรถมาเพื่อที่จะรับคน มันปรากฏชัดว่าเขาส่งคนไปถึงเปัาหมายแต่การเบิกจ่ายเงิน ค้างทีหนึ่ง ๕-๖ เดือน นี่ละครับ ในส่วนนี้ต้องไปทําแผนครับ สํานักงานคณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติต้องไปดูทั้งระบบว่า การส่งต่อ ส่งผ่านในแต่ละหน่วยงานเขาเพียงพอกับ งบประมาณการใช้จ่ายหรือเปล่า ต่อหัวต่อคนลดลงมา โดยประมาณแล้วลดลงมาทุกป้ ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ จํานวนคนถูกลดน้อยถอยลงมาจนกระทั่งถึงป้ ๒๕๕๓ เหลืออยู่ประมาณ ๔๔๔ ล้านบาท ซึ่งบอกได้เลยครับว่าจากตัวเลขเมื่อป้ ๒๕๕๑ ๗๐๐ กว่าล้านบาท ตอนนี้ เหลือ ๔๐๐ กว่าล้านบาท ป้ ๒๕๕๒ ๕๐๒ ล้านบาท ป้นี้เหลือ ๔๔๔ ล้านบาท หรือเลขมันสวยไม่ทราบ เอาแค่ ๔๔๔ ล้านบาท จํานวนตัวเลขที่บ่งบอกว่าการทํางาน ทุกอย่างมันเกี่ยวข้องกับตัวเงิน ฉะนั้นหน่วยงานที่จะกํากับการดูแลหรือทําแผนต้องให้ ความสําคัญทุกส่วน ผมเห็นด้วยกับการขอแก้ไขพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติในเรื่อง ดังกล่าวเพื่อให้เกิดความคล่องตัว แต่การวิเคราะห์ วิจัยหรือการที่จะนําเรื่องเหตุผลต่าง ๆ มาต่อเชื่อมเพื่อส่งให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้การกํากับดูแลของรัฐบาลหรือกระทรวง สาธารณสุขนั้นต้องมีความชัดเจนเหมือนกับที่ผมยกตัวอย่างขึ้นมาว่า เงินงบประมาณ ที่ถูกตัดไปนั้นหน่วยงานจะทํางานไม่ได้ เช่นเดียวกันครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้เขาร้องขอเพื่อให้ เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติหน้าที่ ผมเห็นด้วยกับหลักการและเหตุผลในการขอแก้ไข ตาม พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ ขอบคุณครับ
ต่อไปเชิญคุณรังสิมา รอดรัศมี ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัด สมุทรสงคราม ดิฉันเห็นด้วยกับการแก้ไข พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพราะว่าหน่วยงานนี้จะได้มีความเปึนอิสระแล้วก็มีความคล่องตัว แต่ว่าหลาย ๆ ประเด็น ดิฉันก็จะไม่อภิปรายซ้ํากับท่านอื่น ๆ เพราะว่ามันก็จะมีข้อสงสัยอะไรที่เหมือน ๆ กัน แต่ที่ ดิฉันแตกต่างดิฉันอยากจะถามท่านว่า ถ้าเมื่อท่านแก้ไข พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติฉบับนี้ แล้ว ประชาชนได้อะไรจากการแก้ไขฉบับนี้ และท่านจะสามารถตรวจสอบเกี่ยวกับ การใช้เงินได้มากน้อยกว่าที่ไม่แก้ไขอย่างไร ก็ขอฝากไว้ ๒ ประเด็นค่ะ ขอบคุณค่ะ
มีสมาชิกจะอภิปรายเพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝัายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๒๖ นะครับ โดยหลักการของกฎหมายผมเห็นด้วยในสิ่งที่มีความกว้างขวาง แล้วก็ การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน จะเห็นได้ว่าจํานวนประชาชนในการลงมติประมาณ ๔,๗๐๐,๐๐๐ คนนั้น นั่นจาก ป้ ๒๕๔๓ ถึงป้ ๒๕๕๐ ได้มีการรวบรวมข้อมูลพอสมควร เพื่อที่จะผูกพันหรือมีพันธกิจ ในการที่จะผลักดันกฎหมายให้เปึนไปตามเจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชน ซึ่งมี การส่งเสริมทั้งสุขภาวะ ไม่ว่าจะเปึนทางกาย ใจ ปัญญาและสังคม แล้วก็มีส่วนร่วม โดยมอบให้ตัวแทน ซึ่งมีทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาชน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น ตามเจตนารมณ์ผู้เสนอแก้ไขพระราชบัญญัติสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๕๐ นั่นก็คือการบริหาร จัดการงบประมาณ ซึ่งโดยหลักการแล้วน่าจะได้บริหารงบประมาณหรือเสนองบประมาณ กับสํานักงบประมาณแห่งชาติ แต่ขณะนี้ได้บริหารงบประมาณหรือได้รับงบประมาณ จาก สช. ซึ่งเปึนผู้ดูแลงบประมาณแทน ฉะนั้นก็คงจะให้มีการคล่องตัวหรือว่ามี ความรวดเร็วในการบริหารงบประมาณ เพื่อที่จะกระจายลงไปยังหน่วยงานหรือสํานักงาน ตลอดจนการบริหารบุคลากรให้มีประสิทธิภาพ โดยตัดคําว่า ไม่เปึนส่วนราชการ ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ออก ในประเด็นนี้ผมขอกราบเรียนว่า ด้วยหลักการของกฎหมายถือว่าเปึนสิ่งที่ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม แต่ด้วย พันธกิจนั้นถือว่ามีส่วนร่วมทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาชน แต่งบประมาณ อาจจะไม่ได้เปึนไปตามที่ทางหน่วยงานหรือสํานักงานนําเสนอ เนื่องจากว่าไม่สามารถ เข้าไปชี้แจง ไม่สามารถที่จะนําเสนองบประมาณโดยตรงได้ ฉะนั้นผมก็เห็นด้วยในการ ที่จะให้มีการแก้ไขเพื่อที่จะให้ได้รับงบประมาณและนําเสนองบประมาณในส่วนนี้ เพื่อที่จะให้เกิดประสิทธิภาพและคุณภาพในสํานักงานตามพระราชบัญญัติสุขภาพ แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ขอขอบคุณครับ
ต่อไปเชิญคุณนิยม วิวรรธนดิฐกุล นะครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ ก่อนอื่นก็คงจะต้องสร้างความเข้าใจ นิดหนึ่งนะครับว่า จริง ๆ แล้ว สช. หรือสํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ต้องดูแล ระบบสุขภาพของประเทศ ซึ่งมันเปึนระบบใหญ่ ระบบที่กว้างนะครับ เปึนส่วนหนึ่ง ของสังคมนะครับ เปึนส่วนที่โดยทั่วไปแล้วก็คือจะต้องมองเปึนองค์รวม ระบบสุขภาพ เปึนระบบที่จะต้องมีทั้งกาย ทั้งจิต ทั้งปัญญา และสังคมนะครับ การพัฒนาระบบสุขภาพ จะต้องเปึนการพัฒนาที่ยั่งยืนนะครับ และสุดท้ายก็ต้องพึ่งตนเอง เพราะฉะนั้นประเด็นของ สช. หรือสํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ตามที่ในร่าง พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ ประเด็นใหญ่เราก็ต้องเข้าใจว่า สช. จะต้องดูแลระบบ สุขภาพของประเทศทั้งระบบ ซึ่งเปึนระบบที่ใหญ่มาก ส่วน สปสช. ก็เปึนระบบบริการ ทางสาธารณสุข เปึนเพียงส่วนหนึ่งของระบบสุขภาพ เพราะฉะนั้นเมื่อหน้าที่หรือภารกิจ ที่ใหญ่ขนาดนี้ ผมก็คิดว่าประเด็นของความเปึนอิสระจะมีความสําคัญมาก ก็คืออิสระ ทั้งการของบประมาณ หรือว่าอิสระในการที่จะใช้งบประมาณ เพราะฉะนั้นในเมื่อต้องการ ให้เปึนอิสระ ตามร่างพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวันนี้ จึงคิดว่าเปึนสิ่งที่น่าจะดีกว่าที่จะต้องไปฝากงบประมาณหรือไปฝากอะไรต่าง ๆ ไว้กับ หน่วยงานอื่น ๆ ซึ่งไม่มีความคล่องตัว และโดยส่วนตัวแล้วได้รู้จักกับคณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติหลายท่านซึ่งถือเปึนผู้ทรงคุณวุฒิที่พวกเราก็เชื่อถือในระบบสาธารณสุข ของประเทศไทยอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการใช้งบประมาณอะไรต่าง ๆ ก็น่าจะโปร่งใสยิ่งกว่า หน่วยงานอื่น ๆ เพราะฉะนั้นผมก็ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ครับ ขอบพระคุณครับ
นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ แรก ๆ ที่ได้ดูการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ผมก็ยังงง ๆ แล้วก็สงสัยอยู่หลาย ๆ เรื่องเหมือนกับ ที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้พูดไปแล้ว แต่หลังจากที่ได้ฟังคําอภิปรายของสมาชิก หลาย ๆ ท่าน ซึ่งยอมรับนะครับว่าแต่ละท่านทําการบ้านมาดีมาก ท่านสามารถแจกแจง รายละเอียดต่าง ๆ จนทําให้ผมสามารถพอจะเข้าใจขึ้นมาได้ อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ ถึงแม้ว่าจะออกโดยรัฐบาลสมัย คมช. นะครับ แต่ว่าเมื่อออกมาแล้ว ถือว่าเปึนกฎหมายที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็เปึนกฎหมายที่หลายฝ์ายให้การยอมรับ แล้วก็ ไม่มีการต่อต้านจากฝ์ายไหน ๆ เลย ปกติแล้วถ้าเปึนกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องของการแพทย์ มักจะมีองค์กรต่าง ๆ หรือหลาย ๆ องค์กรที่จะออกมาไม่เห็นด้วยในบางส่วนของกฎหมาย แต่เรื่องของกฎหมายสุขภาพแห่งชาตินับว่าปลอดโปร่งครับ ทุกฝ์ายเห็นด้วยหมดนะครับ
ทีนี้ในการมาขอแก้ไขในมาตรา ๒๖ ในวันนี้ผมก็เชื่อว่าทุกฝ์ายก็เห็นด้วย สมาชิกทั้งฝ์ายค้าน ทั้งฝ์ายรัฐบาลที่ขึ้นมาอภิปรายในวันนี้ ก็เห็นด้วยกันทุกคน ผมเอง ก็เห็นด้วย แล้วก็ไม่มีความเคลือบแคลงใด ๆ ในเรื่องของวิธีการที่จะเปลี่ยนไปของการ เปลี่ยนแปลงสถานะของสํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติที่เอามาเสนอในวันนี้ แต่ขอฝากสักนิดหนึ่งครับ ก็คือเรื่องของการใช้เงินขององค์กร องค์กรหลาย ๆ องค์กร ในกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งที่ผ่านมาค่อนข้างจะซับซ้อนมาก อย่างเช่น สปสช. เขาบอกว่า มีการใช้เงินที่มันมีลักษณะค่อนข้างที่จะมีความซับซ้อนมาก ก็คือใครคิดอะไรขึ้นมาได้ ที่จะดึงเอาเงินตรงนี้ไปใช้ ไม่ได้โดยตรงก็พยายามที่จะใช้วิธีแอบแฝงอะไรต่าง ๆ นานา จนเดี๋ยวนี้กลายเปึนว่าเงิน สปสช. จะเรียกว่าเละเทะก็ได้ครับ คือมีการใช้กันหลาย ๆ ทาง เขาบอกว่ารัฐมนตรีที่มาอยู่ ผมไม่ได้ดูถูกท่านรัฐมนตรี แต่เขา พูดกันว่า รัฐมนตรีอย่าว่าแต่มาอยู่ใหม่เลยครับ ต่อให้มาอยู่ครบ ๔ ป้ บางทียังไม่ทะลุ ปรุโปร่งเกี่ยวกับการใช้เงินของ สปสช. เลยครับ อันนี้ก็เหมือนกันครับ สช. หรือว่า สํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ จริงอยู่ครับท่านก็คงจะไม่เอาเงินมาใช้ถึงกับ พี่น้องประชาชนสักเท่าไร แต่ผมก็อยากจะให้เปึนบทเรียนว่าเมื่อท่านสามารถที่จะมี ความอิสระในการตั้งงบประมาณได้เองแล้ว การใช้งบประมาณก็ขอให้โปร่งใส แต่ในขณะเดียวกันผมเองยังมีความหวังว่า สช. ก็ควรจะกระจายงบประมาณลงไปส่วนล่างด้วย เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายที่เปึนการวางแนวทาง รากฐานที่ให้สาธารณสุข วงการสาธารณสุข หรือว่านโยบายสาธารณสุขในประเทศของเราในอนาคต พี่น้อง ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วม อันนี้คือหัวใจสําคัญ สําหรับผมผมมีความรู้สึก แล้วก็มี ความหวังว่าอันนี้ควรจะเปึนหัวใจสําคัญในการร่างกฎหมายฉบับนี้ ก็คือให้พี่น้อง ประชาชนได้มีส่วนร่วม ได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในการกําหนดนโยบายสาธารณสุข ของประเทศในโอกาสต่อไป ไม่ว่าจะมาในรูปแบบของสมัชชาสุขภาพหรืออะไรก็ตาม เพราะฉะนั้นส่วนหนึ่งผมเชื่อ ผมมีความคิดและมีความหวังว่าเงินนี้ก็ควรจะตกลงไปสู่ พี่น้องประชาชนด้วย ที่ผ่านมา สช. หรือสํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เกิดมาหลายป้แล้ว แต่ว่าพี่น้องประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมน้อยมาก ยกเว้นวันที่มีการ ระดมกําลังสมัชชาสุขภาพ ก็ขึ้นมาเฮ ๆ กัน แล้วก็กลับไปแค่นั้นเองครับ ผมหวังว่า เมื่อสํานักงานนี้ต่อไปมีเงินสามารถตั้งงบประมาณเปึนของตัวเองได้แล้วก็ควรจะบริหาร งบประมาณให้มันไปถึงพี่น้องประชาชน ให้พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสได้ใช้เงินในการ ที่จะออกไประดมความคิด หรืออะไรต่าง ๆ ที่ทําให้ระบบสุขภาพของเราในวันข้างหน้า พูดได้เต็มปากว่าพี่น้องประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ อย่าให้เหมือนกับในอดีต ที่ผ่านมา ผมก็คงไม่มีอะไรครับ เห็นด้วยเต็มที่อยู่แล้ว สําหรับการแก้ไขมาตรา ๒๖ ในวันนี้ นะครับ แต่ก็ใคร่จะขอฝากประเด็นที่ผมได้อภิปรายมา ขอกราบขอบพระคุณครับ
คุณธนา ชีรวินิจ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมเห็นว่าที่ประชุมได้อภิปรายมาพอสมควรแล้วครับท่านประธาน แล้วก็ทั้งหมดก็เห็นด้วยกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผมคิดว่ารายละเอียดน่าที่จะได้ไปคุย ในชั้นกรรมาธิการ ผมเลยขอเสนอป่ดอภิปราย ขอผู้รับรองด้วยครับ
ไม่มี ท่านผู้ใดเห็นเปึนอื่น
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
เปึนอันว่าป่ดอภิปรายครับ ท่านรัฐมนตรีสรุปได้อีกครั้งหนึ่ง เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีชวยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ต้องขอขอบพระคุณ ท่านสมาชิกทุกท่านที่ได้อภิปรายตั้งข้อสังเกตต่าง ๆ เพื่อให้การทํางานของคณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติได้มีการทํางานที่มีประสิทธิภาพ ให้ทํางานให้กับพี่น้องประชาชน ทุกข้อสังเกตความห่วงใยนั้นคงจะได้นําเสนอให้กับทางคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ นําไปปฏิบัติ สําหรับในประเด็นในเรื่องหนึ่งที่อยากจะฝาก แล้วก็แจ้งท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติตรงเรื่องของการแก้กฎหมายนี้ จะทําให้สํานักงานคณะกรรมการสุขภาพ แห่งชาตินั้น ดูเสมือนว่าเปึนหน่วยงานพิเศษที่อยู่นอกเหนือการควบคุมการตรวจสอบนั้น คงจะไม่ใช่ เพราะว่า พ.ร.บ. ของสุขภาพแห่งชาตินั้น ปัจจุบันนี้ทางสํานักงาน คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเปึนหน่วยงานของรัฐที่เปึนนิติบุคคลอยู่แล้ว แต่มิได้เปึน กระทรวง ทบวง กรม หรือรัฐวิสาหกิจ แต่มีระบบการควบคุม กํากับดูแล ตรวจสอบทั้งจาก ฝ์ายบริหารและจากฝ์ายนิติบัญญัติอยู่ครบถ้วน เพราะฉะนั้นจึงอยากจะให้ทุกท่านได้สบายใจนะครับว่า ทางสํานักงานคณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาตินั้นจะทํางานเต็มตามที่ทุกท่านให้ข้อสังเกต และจะทําหน้าที่ อย่างสมบูรณ์ครับ
เปึนอันจบการอภิปรายนะครับ ต่อไปจะเชิญสมาชิกเข้ามาลงมติครับ
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติด้วยครับ เมื่อเข้าห้องประชุมมาแล้ว ขอความกรุณาทุกท่านกรุณากดปุ์มแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ขอเชิญเจ้าหน้าที่ส่งผลคะแนนด้วยครับ
ท่านประธานครับ เนื่องจากพรุ่งนี้มีวาระ เรื่องงบประมาณนะครับ วันนี้ทางวิปรัฐบาลกับวิปฝ์ายค้านกําลังหารือกันอยู่ แต่จะต้อง ขออนุญาตท่านประธานรออีกสักครู่ครับ เพราะว่าใช้เวลาไม่นานครับ
ขณะนี้จํานวนผู้เข้าประชุม ๒๕๗ ท่าน เกินองค์ประชุมครับ
ท่านธนิตพลครับ ลงมติเลยไหมครับเพราะว่าเกินองค์ประชุมแล้วนะครับ ผมจะถามนะครับว่าท่านผู้ใดเห็นควรรับหลักการในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กรุณา กดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นควรให้รับหลักการในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงกดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ท่านผู้ใดยังไม่ได้ลงมติบ้างไหมครับ เจ้าหน้าที่ขอแสดงผลด้วยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๐๓ ท่าน เห็นด้วย ๒๙๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน เปึนอันว่าที่ประชุมแห่งนี้มีมติรับหลักการในร่างพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เรียบร้อยแล้วนะครับ
ต่อไปขอเชิญสมาชิกเสนอจํานวนคณะกรรมาธิการวิสามัญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอ การตั้งคณะกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ จํานวน ๓๖ ท่าน โดยมีสัดส่วนของรัฐบาล ๕ ท่าน สัดส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๓๑ ท่าน โดยแบ่ง สัดส่วนดังนี้ พรรคเพื่อไทย ๑๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑๑ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่าน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และพรรคกิจสังคม ๑ ท่าน และพรรคมาตุภูมิกับพรรคประชาราชอีก ๑ ท่านครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ไม่มีท่านผู้ใดเห็นเปึนอย่างอื่นนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
เปึนอันว่าเอาจํานวนทั้งหมด ๓๖ ท่านครับ ขอเชิญคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการด้วยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของรัฐบาล จํานวน ๕ ท่าน ๑. นายมานิต นพอมรบดี ๒. นายอําพล จินดาวัฒนะ ๓. นายพิชัย ศรีใส ๔. นางสาวกาญจนา กาญจนสินิทธ์ ๕. นายชัยยุทธนา วงศ์วานิช ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคเพื่อไทย ๑๒ ท่าน
กราบเรียนท่านสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ใคร่ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จํานวน ๑๒ ท่าน ดังนี้ ๑. นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ๒. นายไตรรงค์ ติธรรม ๓. นางอนุรักษ์ บุญศล ๔. นางนันทนา ทิมสุวรรณ ๕. นายแพทย์นิยม วิวรรธนดิฐกุล ๖. นายปริญญา ฤกษ์หร่าย ๗. นายอนันต์ ผลอํานวย ๘. นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ๙. นายยุทธนา ลับบัวงาม ๑๐. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ๑๑. นายวรกร คําสิงห์นอก ๑๒. นายสุรชัย เบ้าจรรยา ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๑๑ ท่านครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอ คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๑๑ ท่าน ดังต่อไปนี้ ๑. ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ๒. นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ ๓. นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ๔. นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ๕. นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ๖. นางนิภา พริ้งศุลกะ ๗. นางอานิก อัมระนันทน์ ๘. นายสุขวิชชาญ มุสิกุล ๙. นายแพทย์เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ๑๐. นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ๑๑. นายสราวุธ อ่อนละมัย ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคภูมิใจไทย จังหวัดนครพนม ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน ได้แก่ ๑. นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ๒. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่านครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นรพล ตันติมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อแผ่นดิน ขอเสนอ คณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดิน จํานวน ๒ ท่าน คือ นายแพทย์มารุต มัสยวาณิช และนางมลิวัลย์ ธัญญสกุลกิจ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคชาติไทย พัฒนา ๒ ท่าน ดังนี้ ๑. นายนิอาริส เจตาภิวัฒน์ ๒. ดอกเตอร์สุจิตรา เหลืองอมรเลิศ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม มนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด พิษณุโลก พรรคกิจสังคม ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติ สุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และกิจสังคม จํานวน ๑ ท่าน นายแพทย์ไกร ดาบธรรม ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคมาตุภูมิและพรรคประชาราช ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ ส.ส. พรรคประชาราช ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของ พรรคประชาราชและพรรคมาตุภูมิ ๑ ท่านครับ คือ นายฐานิสร์ เทียนทอง ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการสรุปครับ
คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จํานวน ๓๖ ท่าน ๑. นายมานิต นพอมรบดี ๒. นายอําพล จินดาวัฒนะ ๓. นายพิชัย ศรีใส ๔. นางสาวกาญจนา กาญจนสินิทธ์ ๕. นายชัยยุทธนา วงศ์วานิช ๖. นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ๗. นายไตรรงค์ ติธรรม ๘. นางอนุรักษ์ บุญศล ๙. นางนันทนา ทิมสุวรรณ ๑๐. นายแพทย์นิยม วิวรรธนดิฐกุล ๑๑. นายปริญญา ฤกษ์หร่าย ๑๒. นายอนันต์ ผลอํานวย ๑๓. นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ๑๔. นายยุทธนา ลับบัวงาม ๑๕. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ๑๖. นายวรกร คําสิงห์นอก ๑๗. นายสุรชัย เบ้าจรรยา ๑๘. ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ๑๙. นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ ๒๐. นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ๒๑. นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ๒๒. นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ๒๓. นางนิภา พริ้งศุลกะ ๒๔. นางอานิก อัมระนันทน์ ๒๕. นายสุขวิชชาญ มุสิกุล ๒๖. นายแพทย์เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ๒๗. นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ๒๘. นายสราวุธ อ่อนละมัย ๒๙. นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ๓๐. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี ๓๑. นายแพทย์มารุต มัสยวาณิช ๓๒. นางมลิวัลย์ ธัญญสกุลกิจ ๓๓. นายนิอาริส เจตาภิวัฒน์ ๓๔. ดอกเตอร์สุจิตรา เหลืองอมรเลิศ ๓๕. นายไกร ดาบธรรม และ ๓๖. นายฐานิสร์ เทียนทอง ครับ
ต่อไปขอเชิญสมาชิกกําหนดวันแปรญัตติครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอการแปรญัตติ ๗ วันตามข้อบังคับครับ
ไม่มีท่านผู้ใดเห็นเปึนอื่นนะครับ เปึนอันว่ากําหนดแปรญัตติภายใน ๗ วันครับ ท่านสมาชิกครับ เปึนอันว่าเราจบการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
ต่อไปเปึนเรื่องเลื่อนที่ ๓ นะครับ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) แล้วก็มีร่างที่เสนอเข้ามาโดยคณะ บุคคลนะครับ โดยคุณวิชาญ มีนชัยนันท์ กับคณะ และอีกร่างหนึ่งเสนอโดยคุณธนา ชีรวินิจ กับคณะ เปึนผู้เสนอ นะครับ เนื่องจากว่าทั้ง ๓ ร่างเปึนร่างเนื้อหาอย่างเดียวกัน นะครับ ผมจะขอเสนอให้อภิปราย ๓ ร่างพร้อมกันเลยนะครับ ไม่มีท่านผู้ใดเห็นเปึนอย่าง อื่นนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ขอเชิญคณะรัฐมนตรีครับ ท่านรัฐมนตรีชัยวุฒิครับ
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... โดยมีหลักการ และเหตุผลดังนี้
หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
เหตุผล โดยที่กรุงเทพมหานครเปึนเมืองหลวงขนาดใหญ่และเปึนองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ที่เปึนศูนย์รวมของความเจริญทางเศรษฐกิจ สังคม ศิลปะ วัฒนธรรม การปกครอง อุตสาหกรรม และการคมนาคมขนส่งที่สําคัญ ดังนั้น จึงสมควรจัดตั้งมหาวิทยาลัยในกํากับกรุงเทพมหานครขึ้น เปึนสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ เพื่อให้มีการศึกษา ส่งเสริมวิชาการการวิจัยและวิชาชีพชั้นสูง พัฒนาองค์ความรู้ ด้านการแพทย์ สาธารณสุข และสาขาอื่น ๆ โดยเน้นทางด้านเวชศาสตร์เขตเมือง เพื่อตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร พัฒนา องค์ความรู้ด้านการปกครองส่วนท้องถิ่น และพัฒนามหานคร รวมทั้งให้โอกาสทางการ ศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนเขตเมือง บริการทางวิชาการและร่วมมือกับ ชุมชน รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการฝ๊กและพัฒนาอาชีพ การบํารุงรักษา ศิลปะ วัฒนธรรม จารีตประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น จึงจําเปึนต้องตรา พระราชบัญญัติฉบับนี้ และเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา ขอบคุณครับ
ต่อไปขอเชิญคุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ในฐานะผู้เสนอร่วมครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ผมได้เสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... กับคณะ
หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
เหตุผล โดยที่กรุงเทพมหานครเปึนเมืองหลวงขนาดใหญ่ และเปึนองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษที่เปึนศูนย์รวมของความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ศิลปะ วัฒนธรรม การปกครอง อุตสาหกรรม และการคมนาคมขนส่งที่สําคัญ ดังนั้น จึงสมควรจัดตั้งมหาวิทยาลัยในกํากับกรุงเทพมหานครขึ้นเปึนสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ เพื่อให้มีการศึกษา ส่งเสริมวิชาการวิจัยและวิชาชีพชั้นสูง พัฒนาองค์ความรู้ ด้านการแพทย์สาธารณสุข โดยเน้นทางด้านเวชศาสตร์เขตเมืองเพื่อตอบสนอง ความต้องการด้านสุขภาพของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร พัฒนาความรู้ ด้านการปกครองส่วนท้องถิ่นและพัฒนามหานคร รวมทั้งให้โอกาสทางการศึกษา ที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนเขตเมือง บริการทางวิชาการ และร่วมมือกับชุมชน ในการฝ๊กและพัฒนาอาชีพ การบํารุงรักษาศิลปะ วัฒนธรรม จารีตประเพณี และ ภูมิปัญญาท้องถิ่น จึงจําเปึนต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้
ขออนุญาตท่านประธานครับ ขออภิปรายเพื่อสนับสนุนพระราชบัญญัติ
ก็มีสิทธิอยู่แล้วครับ เปึนผู้เสนอนะครับ
ท่านประธานครับ สาเหตุ ที่ผมได้นําเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เนื่องจากว่าขณะนี้ปัญหาในเรื่องของสุขภาพ เปึนเรื่องสําคัญ โดยเฉพาะในเรื่องของการขาดแคลนบุคลาการทางการแพทย์ ซึ่งทาง หน่วยงานต่าง ๆ ของภาครัฐ ไม่ว่าจะเปึนทางมหาวิทยาลัยก็ดี หรือในส่วนของกระทรวง สาธารณสุขก็ตาม ซึ่งมีหน้าที่ที่จะต้องดูแลในเรื่องของการเพิ่มจํานวนบุคลากร ทางการแพทย์ทั้งระบบ ที่ผมกล่าวอย่างนี้เนื่องจากว่าในขณะนี้นั้นรัฐบาลเองทุกยุค ทุกสมัยเองนั้น จะต้องถือปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญในเรื่องของการส่งเสริม สนับสนุน และให้ พี่น้องประชาชนนั้นได้มีโอกาสเข้าถึงการดูแลรักษาสุขภาพอย่างถ้วนหน้า จึงได้มี พระราชบัญญัติในเรื่องของหลักประกันสุขภาพออกมาใช้ตามรัฐธรรมนูญเมื่อป้ ๒๕๔๐ แต่ผลปรากฏว่าในขณะนี้กฎหมายได้บังคับใช้ไปแล้ว แล้วก็มีการดูแลรักษาสุขภาพของ พี่น้องประชาชนจํานวน ๖๔ ล้านคน ที่อยู่ในระบบ ในขณะนี้นั้นความรับผิดชอบของ หน่วยงานในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเปึนหน่วยงานหลักก็ไม่สามารถที่จะ ให้บริการตามนโยบายหรือสัดส่วนที่ทางหน่วยงานอนามัยโลกนั้นได้กําหนดว่าการที่ ผู้ป์วยหรือการดูแลรักษาพยาบาลของกลุ่มแพทย์ต่าง ๆ นั้น ต้องมีความพร้อมในเรื่องของ การดูแลให้กับผู้ป์วย โดยถ้าคิดเปึนสัดส่วนในขณะนี้ของเราเองยังไม่ได้เกณฑ์ ซึ่งผมเองคงขออนุญาตว่า ในวันนี้ได้มีตัวเลขซึ่งปรากฏชัดเจนว่าเมื่อป้ ๒๕๕๒ มีแพทย์ที่ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบ วิชาชีพอยู่เพียงจํานวน ๓๙,๑๘๑ ราย ในจํานวนนี้ซึ่งมีแพทย์ที่อยู่ต่างประเทศ ซึ่งไปเรียน ต่อต่างประเทศอยู่ในจํานวนนี้ด้วย แล้วก็ยังมีแพทย์ซึ่งถูกเพิกถอนใบอนุญาต แล้วก็ แพทย์ที่เสียชีวิต แพทย์ที่ต้องเปลี่ยนไปประกอบวิชาชีพอื่นอยู่ประมาณอีก ๘,๕๐๐ คน จาก ๓๙,๑๘๑ คนนะครับ ดังนั้นคาดว่าแพทย์ที่ยังคงประกอบวิชาชีพอยู่ประมาณ ๓๐,๖๘๑ คน หรือคิดเปึนตัวเลขสัดส่วนต่อจํานวนแพทย์ต่อหัวประชากร คือ ๑ ต่อ ๒,๐๘๕ คน อันนี้คือโดยคร่าว ๆ นะครับ เพราะจํานวนของแพทย์มันหนาแน่น อยู่กระจายกัน ถ้าอยู่ในเมืองหลวง แพทย์ที่อยู่ในส่วนของโรงพยาบาลของเอกชนก็จะ หนาแน่นมาก แล้วก็ดูแลผู้ป์วย ๑ คนต่อจํานวนประมาณสัก ๒๐๐-๓๐๐ คน แต่ถ้า เอาอัตราตัวเลขมาเฉลี่ยแล้วจะอยู่ประมาณ ๑ ต่อ ๒,๐๘๕ คนนะครับ ดังนั้นถ้าจะ ต้องการให้จํานวนแพทย์ต่อประชากรที่สามารถดูแลรักษาได้มันต้องควรอยู่ประมาณ ๑ ต่อ ๑,๕๐๐ คน จึงทําให้มีจํานวนแพทย์ที่จะต้องเพิ่ม ที่ควรที่จะมีอยู่ในระบบประมาณ ๔๒,๒๖๕ คน จากจํานวนประชากรทั้งหมด เพราะฉะนั้นในขณะนี้เราต้องเพิ่มจํานวน แพทย์ที่ขาดอยู่โดยประมาณ ๑๑,๙๘๔ คน แต่จากการสํารวจในรายงานของกระทรวง สาธารณสุขพบว่าแพทย์ที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานต่าง ๆ ของภาครัฐเองนั้นมีเพียง ๒๕,๑๕๐ คน แล้วก็เปึนสัดส่วนประมาณ ๒,๕๔๕ คนต่อแพทย์ ๑ คนนะครับ คือจะต้อง ดูแลจํานวนประชากรซึ่งมีจํานวนมากกว่าแพทย์ที่จะดูแลตรวจรักษา จึงทําให้แพทย์ เหล่านี้มีปัญหา เพราะว่าการวิเคราะห์โรคต่าง ๆ ท่านประธานลองไปดูตามโรงพยาบาล ต่าง ๆ โดยเฉพาะโรงพยาบาลของรัฐ ไม่ว่าโรงพยาบาลนพรัตน์ จํานวนผู้ป์วยแพทย์ ๑ คน ตรวจรักษาพยาบาล ๔๐๐-๕๐๐ คน มันเปึนไปได้หรือครับถ้าเอา ๘ ชั่วโมงหาร วันหนึ่ง วิเคราะห์โรคต่อคนประมาณไม่ถึง ๗-๘ นาทีก็ออกไปแล้วครับ ซึ่งเปึนเรื่องยากครับที่จะ มาบอกกล่าวว่าจะสามารถตรวจวิเคราะห์วิจัยโรคได้อย่างถี่ถ้วน ปัญหาที่ตามมาก็คือ วันนี้ผู้ป์วยต่าง ๆ เองก็เข้าไม่ถึงแพทย์และก็ต้องใช้โอกาสในการกระจายลงไป รักษาพยาบาลซึ่งเปึนนโยบายของสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่าจะต้องให้ กลุ่มประชาชนเหล่านี้เข้าถึง ไม่ว่าในส่วนของต่างจังหวัดก็จะมีสถานีอนามัยไปรองรับอยู่ ก็ยังไม่มีแพทย์ลงไปอยู่ประจํา หรือมีแพทย์ก็มีแพทย์ในลักษณะของแพทย์ฝ๊กหัด หรือลง ไปแล้วมีระดับแค่พยาบาล ส่วนของกรุงเทพมหานครนั้นวันนี้ก็เนืองแน่นครับ เพราะสาธารณสุขแต่ละส่วนที่เปึนศูนย์สาธารณสุขของประจําเขตนั้นตอนนี้ก็เป่ดขยาย เวลาออกไปในการรักษาดูแล ก็มีจํานวนแพทย์ที่น้อยกว่ากับจํานวนผู้ป์วย จึงสร้างปัญหา เปึนจํานวนมาก
ในส่วนที่ ๒ นั้นสถานการณ์ในด้านของพยาบาล ซึ่งตอนนี้ปัจจุบัน พยาบาลทั้งหมดมีอยู่ ๙๗,๖๒๗ คน ซึ่งเปึนตัวเลขโดยประมาณ ๑ ต่อ ๖๕๕ คน แต่มี ความจําเปึนที่จะต้องใช้พยาบาลทั้งหมดในระบบอยู่อีกประมาณ ๑๒๕,๖๕๗ คน โดยประมาณ ๑ ต่อ ๕๐๐ คน ซึ่งเปึนตัวเลขที่ยังขาดอยู่ประมาณ ๒๘,๐๓๐ คน แล้วก็ บอกได้เลยครับว่าทั้งระบบป้หนึ่งผลิตได้ประมาณ ๗,๐๐๐ คน ก็ย่อมแสดงให้เห็นว่า การขาดแคลนในส่วนของพยาบาล ซึ่งคิดว่าในแต่ละป้นั้นการที่จะผลิตบุคลากร ทางการแพทย์ในระบบ ๒ ส่วนนี้ก็เปึนส่วนที่ขาด ส่วนอื่นที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของ การดูแล ในเรื่องของวิสัญญีแพทย์ หรือแพทย์ในเรื่องของการตรวจเอกซเรย์ ทางคลื่นสมอง หรือในกลุ่มของแพทย์ทางด้านเทคนิคต่าง ๆ ก็ยังขาดแคลนอยู่ ฉะนั้นในระบบจริง ๆ แล้ว รัฐบาลเองคงจะต้องมาวิเคราะห์พิจารณาว่ากลุ่มงานเหล่านี้ซึ่งเปึนกลุ่มงานที่สําคัญ เพราะผู้ป์วยต่าง ๆ เมื่อมีการดูแลผู้ป์วยไม่ทั่วถึงก็จะก่อให้เกิดปัญหาเรื้อรัง พอเกิดปัญหา เรื้อรัง แล้วงบประมาณที่จะใช้จ่ายต่อหัว ต่อป้ ต่อราย วันนี้รัฐบาลเองก็จัดงบประมาณ เปึนตัวเลขตอง ๒ ครับ ตอง ๒ คือ ๒,๒๒๒ บาท ถ้าจําตัวเลขไม่ผิด มันก็คือตัวเลขที่ เอาไปต่อหัว ต่อคน แต่พอมีการตรวจสอบเข้าไปว่าแพทย์มีจํานวนที่ขาด พยาบาล มีจํานวนที่ขาดอยู่ก็ยิ่งสร้างปัญหาครับ ที่ผมบอกว่าสร้างปัญหาเนื่องจากว่าคนที่ป์วย ก็ไม่มีโอกาสเข้าถึงจํานวนแพทย์ เพราะว่าแพทย์ที่เรียนจบออกมาแต่ละครั้ง แต่ละป้ ใช้เวลาศึกษาประมาณ ๖ ป้ ๖ ป้แล้วยังต้องไปฝ๊กความชํานาญอีก ๓ ป้ ที่เขาเรียกหมอ ไปใช้ทุน จริง ๆ ไม่ใช่หรอกครับ ไปทดแทนอยู่ในกลุ่มของสถาบันต่าง ๆ ที่เปึนสถาบัน ที่ขาดแคลน พอจบมาก็ไปจับสลากอยู่ในกลุ่มแต่ละโรงพยาบาล แต่ท้ายที่สุดอีกละครับ พอจบจากในเรื่องของการใช้ทุน ๓ ป้แล้ว กลุ่มเหล่านี้นักเรียนแพทย์ส่วนใหญ่ก็จะไป ศึกษาต่อ คือไปเรียนวิชาชีพที่เขาคิดว่าถนัดในด้านไหน บางทีก็ไปเรียนในเรื่องของ ศัลยกรรม ในเรื่องของโรคผิวหนัง โรคต่าง ๆ ก็เลยทําให้กลุ่มแพทย์ยิ่งเพิ่มปริมาณ ขาดแคลนลง เพราะคนที่จะไปดูแลตรวจในเรื่องของวิชาชีพโดยตรงที่จบออกมานั้น ลดจํานวนลงครับ ไปดูเรื่องความสวยความงาม ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้จึงเปึนการเพิ่ม ปัญหาให้กับวงการแพทย์ และขณะนี้ท่านประธานทราบไหมครับว่ายิ่งมี พ.ร.บ. คุ้มครอง ในเรื่องของผู้ประสบปัญหาในเรื่องของการเอารัดเอาเปรียบ คุ้มครองผู้บริโภค ก็เลย ยิ่งทําให้อาชีพแพทย์นั้นถูกฟัองร้อง แล้วก็เลยกลายเปึนว่าคนที่เรียนสายแพทย์ทั้งหมด เช่น พ่อ แม่จบวิชาชีพทางการแพทย์มา กลับไปเปลี่ยนเข็ม หรือบางคนจบมาแล้วก็ไป เรียนสายเศรษฐศาสตร์ แทนที่จะใช้วิชาชีพทางการแพทย์ สิ่งเหล่านี้จริง ๆ รัฐบาล ต้องส่งเสริม นอกจาก พ.ร.บ. ฉบับนี้แล้วนะครับ ควรจะต้องส่งเสริม ขออนุญาตนะครับ เหมือนกับสมัยรัฐบาลชุดท่านทักษิณได้มีการส่งเสริมให้มีการส่งเด็กที่สามารถเรียน หรือคัดเลือกตัวบุคคลไปในแต่ละส่วนของตําบลหรืออําเภอมาเพื่อที่จะศึกษาเล่าเรียน วิชาชีพทางการแพทย์ แล้วส่งกลับไปอยู่ประจําตามจังหวัดหรือตามอําเภอ ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ เพื่อปัองกันไม่ให้แพทย์ขาดแคลน รวมถึงทางโรงพยาบาลต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้ในอดีตได้ทําแล้วครับ และกําลังจะจบจํานวน ๓,๐๐๐ คน ก็คือพยาบาล ทาง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีการเรียนกันตั้งแต่สมัยเมื่อป้ ๒๕๔๘ และจะมาเรียน จบในช่วงเร็ว ๆ นี้ ซึ่งผมคิดว่าถ้ารัฐบาลเองให้ความสําคัญ สนใจในเรื่องดังกล่าวก็จะ สามารถที่จะทําให้การขาดแคลนวิชาชีพทางการแพทย์ได้ลดจํานวนลง อีกส่วนหนึ่ง ผมเองมองว่าในเรื่องร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ของกรุงเทพมหานครนั้นมีความจําเปึน อย่างที่ผมได้กล่าวอ้างมาแล้วนะครับว่า ขณะนี้ทางกรุงเทพมหานครเองก็ผลิตแพทย์ อยู่แล้ว แต่เปึนการผลิตโดยผ่านทางโรงพยาบาลวชิระหรือวชิรพยาบาล แล้วก็ไปอยู่ ในกลุ่มของวิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์ซึ่งอยู่ในส่วนของพยาบาล แต่ทั้ง ๒ ส่วนนี้ ท่านประธานทราบไหมครับว่า กทม. เองเปึนหน่วยผลิต ใช้เงินเอง ดูแลเอง แต่ไปใส่สีเสื้อ ของโรงพยาบาล ไม่ว่าจะเปึนโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยมหิดลหรือโรงพยาบาล รามาธิบดี สุดแล้วแต่จะไปสวมใส่เสื้อของเขา เรียกง่าย ๆ ว่าครุยไปใส่ของเขา เหมือนกับ ป้หนึ่งในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขเองก็มีสถาบันพระบรมราชชนกซึ่งกําลังยกร่าง กฎหมาย ผมต้องฝากท่านรัฐมนตรีนะครับ ต้องไปส่งเสริมเขาครับ เพราะขณะที่ผมไป ดํารงตําแหน่งเปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการ เขาหยิบยกเรื่องนี้มา แต่หลังจากออกไปแล้ว พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวก็ติดค้างอยู่ ๖-๗ เดือนแล้วครับ ก็พยายาม ที่จะเร่งในขณะที่ผมเข้าไปทําหน้าที่อยู่นะครับ เพียง ๖ เดือนก็ได้รับเรื่อง ได้รับแจ้ง ถ้าสามารถดําเนินเรื่องในเรื่องดังกล่าวนี้ได้มันจะเปึนความคล่องตัว เพราะสถาบัน แห่งนี้นั้น ชื่อก็บอกอยู่แล้วนะครับ เปึนพระนามซึ่งได้รับพระราชทานมา แต่ส่วนหนึ่งนั้น ต้องไปฝากครับ ไปฝากที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ไปฝากที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ไปฝาก สถาบันทางใต้ก็มีนะครับ ทางจังหวัดปัตตานีหรือในส่วนของมหาวิทยาลัยมหิดล โรงพยาบาลรามาธิบดี ท่านประธานครับ สิ่งที่มองเห็น สถาบันหรือหน่วยงานที่เขากํากับ การดูแลหรือหน่วยงานที่เขาเอาเงินไปลง เขาคงอยากจะดูแลและสนับสนุน และคง อยากจะได้ชื่อในเรื่องของการผลิตบุคลากรต่าง ๆ ไม่ใช่บอกว่าเที่ยวเอาไปใส่ เอาไปฝาก แต่สิ่งหนึ่งนั้นกระทรวงศึกษาธิการเองนั้นเปึนกระทรวงที่จะต้องไปดูในเรื่องของวิธีการ นะครับ เรื่องแผนการศึกษา เรื่องการกําหนดหลักสูตร ถ้าท่านลงไปช่วยดู งานนี้ จบเร็วครับ แต่ถ้าท่านไม่ไปดู หน่วยงานต่าง ๆ ที่กว่าจะขยับเขยื้อนได้เขาก็จะอ้างแต่ กระทรวงศึกษาธิการละครับ เพราะเปึนคนที่กําหนดหลักสูตร กฎเกณฑ์ กติกา ท้ายที่สุดก็ จะไม่มีใครที่สามารถที่จะยกระดับสถาบันของตนเองในหน่วยงานนั้นขึ้นมา เพื่อที่จะผลิต บุคลากรในส่วนที่ขาดแคลนคือในวิชาชีพที่แต่ละส่วนนั้น ไม่ใช่เฉพาะที่ผมยกตัวอย่างนี้ นะครับ หรือผมเสนอในเรื่องของวิทยาลัยการแพทย์ของกรุงเทพมหานคร แต่โดยทั้งหมด ในส่วนของการศึกษาท่านต้องเข้าไปช่วยดูแลว่ามันติดค้างอะไรบ้าง ในส่วนนี้มันจะเปึน สาระสําคัญในการที่จะช่วยยกระดับส่วนที่ขาด แล้วก็ปัองกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น แล้วก็รวมถึงถ้ากรุงเทพมหานครผลิตได้จริงและฝากถึงสถาบันพระบรมราชชนกด้วย ถ้าผลิต ได้จริงนะครับ ช่วงไม่นานหรอกครับ เงินในเรื่องของการสนับสนุนส่งเสริมเขามีอยู่แล้วใน ส่วนหนึ่ง ที่ผมดูแผนของกรุงเทพมหานครนะครับ เขาก็สามารถที่จะผลิตส่วนที่ขาด ภายใน ๖ ป้ เพราะมันผลิตวันนี้กว่าจะได้จบมาคือ ๖ ป้ ๖ ป้ คือป้ที่ ๗ ป้ที่ ๘ แพทย์ต่าง ๆ ในกลุ่มที่ขาดอยู่ก็จะผ่อนคลาย แต่อย่างหนึ่งผมต้องฝากเรียนไปนะครับว่า ถ้าจบแล้ว ท่านจะมีวิธีการอย่างไรในการที่จะนํามาทดแทนส่วนที่ขาด เพราะอัตราเงินเดือนขั้นต่ํา ของแพทย์ ผมไม่ห่วงกรุงเทพมหานครหรอกครับ ผมเปึนห่วงในระบบของวงการแพทย์ของ กระทรวงสาธารณสุข เพราะวันนี้ของกรุงเทพมหานครมีเงินสมทบอุดหนุนต่อแพทย์ ต่อหัว ต่อคน เขาพอใช้ครับ ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ บาท แต่ในกลุ่มของแพทย์ที่จบออกมา ที่เขาบอกว่าเงินวิชาชีพกว่าจะเรียนจบแล้วเขาก็ต้องดูแลรับผิดชอบชีวิตคน ยิ่งมีพระราชบัญญัติหลายส่วนที่คุ้มครองผู้บริโภคเข้ามา เขายิ่งต้องเปึนห่วงตัวเขาเอง นะครับ แต่ถ้าเราสามารถที่จะขยับอัตราเงินเดือนหรือแท่งเงินเดือนให้เหมาะสม แพทย์ที่ขาดแคลนอยู่ในระบบของกระทรวงสาธารณสุขเองก็จะไม่ลื่นออก ไม่ลื่นไหล ออกไปนะครับ เพราะวันนี้พอจบมาปุ็บเขาจะมีการจองตัวเลยครับท่านประธาน จองตัว ตั้งแต่อยู่ในส่วนของสถาบันการศึกษาหรือแม้กระทั่งยอมเอาเงินไปจ่าย เพื่อชดใช้ ทุนการศึกษาที่เรียกว่าไปเสียในเรื่องของการใช้ทุนในเรื่องดังกล่าว ๓ ป้ เขาคูณเปึน ตัวเลขแล้วจ่ายให้กับทางรัฐบาลเลย สิ่งนี้มันไม่ประสบความสําเร็จแน่นอน เพราะที่ผม เรียนนะครับว่าแพทย์ที่จบมาแล้วกลายเปึนอยู่ในด้านหนักก็คือของโรงพยาบาลเอกชน พออยู่ในโรงพยาบาลเอกชนก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปดูแลทั้งระบบได้ มันก็อยู่ในเฉพาะ ส่วนนั้น แต่ก็เปึนผลดีครับท่านประธาน เพราะขณะวันนี้แพทย์เหล่านี้ โรงพยาบาลอย่าง โรงพยาบาลบํารุงราษฎร์ อย่างโรงพยาบาลเวชธานี โรงพยาบาลใหญ่ ๆ ขออนุญาต เอ่ยนามนะครับ ไม่เสียหาย พวกต่างประเทศ โดยเฉพาะพวกตะวันออกกลาง เขามารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเหล่านี้ ก็สร้างเงิน สร้างรายได้ได้ และส่วนหนึ่งวันนี้ ภาคเอกชนเอง ไม่ว่ามหาวิทยาลัย ม. รังสิต ม. ธรรมศาสตร์ ซึ่งเปึนของรัฐ แต่ ม. รังสิต ของเอกชน เขาก็สามารถผลิตแพทย์ได้ แต่ถ้าเราส่งเสริมในระบบแล้วก็สามารถเรียนรู้ได้ ก็ยิ่งเปึนประการที่ดี
อีกอันหนึ่งที่ผมขอเพิ่มข้อมูลให้ วันนี้ต้องยอมรับครับว่านักเรียนแพทย์ ๓ ป้แรก เรียนในเรื่องของหลักสูตรวิชาการ ทฤษฎี แต่ปฏิบัติจริง ๆ ป้ที่ ๔ ป้ที่ ๕ ป้ที่ ๖ ไปอยู่ประจําตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ท่านจะเห็นว่ามีนักเรียนฝ๊กหัดแพทย์อยู่เยอะมาก เขาไปขอใช้นี่ครับ กรุงเทพมหานครถูกขอไปใช้ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ไม่ว่า โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลต่าง ๆ เหล่านี้ถูกเข้าไปอยู่ เพื่อที่จะไป เพิ่มเติมในเรื่องของทักษะ ความชํานาญ แต่ถ้ากลุ่มเหล่านี้เปึนกลุ่มของกรุงเทพมหานคร สร้างโรงเรียนขึ้นมาเอง เขาไม่ต้องไปหาหรอกครับ อาจารย์แพทย์เหล่านี้ หรือคนที่จะ สมองไหลออกไปนี่ เขาได้วิชาชีพทางการแพทย์สูงขึ้นมา ท่านประธานนึกออกไหมครับ หมอที่อยู่ในโรงพยาบาลในกรุงเทพมหานคร ก็เปึนอาจารย์แพทย์ ก็ได้ค่าตอบแทน ทางวิชาชีพส่วนนี้สูงขึ้นมา ไม่อย่างนั้นก็โดนซื้อตัว โดนดึงตัวไปอยู่ในส่วนของ โรงพยาบาลเอกชน ซึ่งผมไม่ได้ว่าจะเปึนเอกชนดึงตัวไป แต่อย่างไรก็ตาม ในส่วนนี้จําเปึน อย่างยิ่งที่จะต้องมีบุคลากรทางการแพทย์ให้พอดีเหมาะสมกับการที่เราพูดว่ารัฐจะจัด สวัสดิการในการที่จะดูแลเรื่องสุขภาพให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง อย่างนี้ละครับ มันถึง จะต้องมีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ผมคงขออนุญาตครับว่าในส่วนนี้ เปึนจุดเริ่ม แต่ถ้ามหาวิทยาลัยอันนี้ตั้งได้สําเร็จนะครับ เห็นเพื่อนสมาชิกที่เปึน ส.ส. หลายคน หลายจังหวัดเองก็จะขอตั้ง ซึ่งจะเปึนโอกาสที่ดีครับ ต่อไปสถาบันเหล่านี้ จะเปึนที่รู้จัก และอาจจะเปึนสถานที่สําหรับให้ต่างประเทศเพื่อนบ้านมาศึกษาเล่าเรียน เพื่อเปึนแหล่งเรียนรู้อีกส่วนหนึ่งนะครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาเพียงเท่านี้ และเพื่อให้ ทางเพื่อนสมาชิกได้ช่วยกันอภิปรายในเรื่องดังกล่าวครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปขอเชิญคุณธนา ชีรวินิจ ในฐานะผู้ร่วมเสนอร่างครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้เสนอร่างร่วมกับเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่าน ด้วยการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ดังมีหลักการและเหตุผล ดังต่อไปนี้
หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
เหตุผล โดยที่กรุงเทพมหานครเปึนเมืองหลวงขนาดใหญ่ และเปึนองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษที่เปึนศูนย์รวมของความเจริญทางเศรษฐกิจ ศิลปะ สังคม วัฒนธรรม การปกครอง อุตสาหกรรม และการคมนาคมขนส่งที่สําคัญ ดังนั้น จึงสมควรจัดตั้งมหาวิทยาลัยในกํากับกรุงเทพมหานครขึ้นเปึนสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ เพื่อให้มีการศึกษา ส่งเสริมวิชาการ การวิจัย และวิชาชีพชั้นสูง พัฒนาองค์ความรู้ ด้านการแพทย์ สาธารณสุข และสาขาอื่น ๆ โดยเน้นทางด้านเวชศาสตร์เขตเมือง เพื่อตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร พัฒนา องค์ความรู้ด้านการปกครองส่วนท้องถิ่นและพัฒนามหานคร รวมทั้งให้โอกาส ทางการศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนเขตเมือง บริการทางวิชาการ และร่วมมือกับชุมชน รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นในการฝ๊กและพัฒนาอาชีพ และการบํารุงรักษาศิลปะ วัฒนธรรม จารีตประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น จึงจําเปึนต้องตราเปึนพระราชบัญญัติฉบับนี้
ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ต้องยอมรับว่ากรุงเทพมหานครเปึนเมืองหลวง ขนาดใหญ่ เปึนมหานครที่มีความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน เปึนศูนย์กลางความเจริญ ทางด้านวัตถุ ศิลปะ วัฒนธรรม แต่ปัญหาของเมืองหลวงขนาดใหญ่นั้นวันนี้มีมากมาย เหลือเกิน แล้วก็พัฒนาปัญหามากไปเปึนลําดับ ๆ วันนี้ทางกรุงเทพมหานครซึ่งได้เห็น ปัญหา แล้วก็ได้พยายามที่จะให้หน่วยงานของกรุงเทพมหานครนั้นจัดตั้งองค์กรส่วนหนึ่ง เพื่อผลิตแพทย์และพยาบาล และก็เปึนที่ยอมรับของวงการการแพทย์ทั่วไป ก็คือวิทยาลัย แพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล รวมถึงวิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์ ในสังกัดสํานักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ขณะนี้สามารถผลิตแพทย์และพยาบาลที่จะ เข้ามาดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนได้จํานวนมากเพื่อรองรับความต้องการของพี่น้อง ประชาชน แต่เนื่องจากในการดําเนินการนั้น ถ้าจะทําให้ศักดิ์ศรีของวงการแพทย์ และพยาบาล รวมถึงวิชาการต่าง ๆ ที่จะใช้รักษาพยาบาลนั้นมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น จําเปึนอย่างยิ่งที่จะได้มีการจัดตั้งเปึนมหาวิทยาลัยขึ้น ซึ่งในประการขั้นต้นนั้นจะไม่ได้ สร้างปัญหาให้กับงบประมาณมากเกินไป เพราะว่าในขณะนี้กรุงเทพมหานครก็สามารถ รองรับการผลิตแพทย์และพยาบาลได้อยู่แล้ว แต่ในอนาคตครับท่านประธาน กฎหมาย ฉบับนี้มุ่งเน้นที่จะให้หน่วยงานท้องถิ่นอย่างกรุงเทพมหานครสามารถขยายสาขาต่าง ๆ เพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับการแก้ไขปัญหาของชุมชนเมือง ในอนาคตเราอาจจะมี คณะสาธารณสุขเขตเมืองเพื่อศึกษาปัญหาสาธารณสุขของพี่น้องที่อยู่ในเขตเมือง ไม่รวม เฉพาะกรุงเทพมหานคร แต่เปึนเมืองใหญ่ ๆ ของประเทศ และสามารถกระจายความรู้ และแลกเปลี่ยนความรู้กับเมืองสําคัญต่าง ๆ ทั่วโลกเพื่อให้การแก้ไขปัญหาสาธารณสุข นั้นดียิ่งขึ้น ในอนาคตเราอาจจะมีคณะพัฒนาชุมชนเมือง ซึ่งในขณะนี้เราต้องยอมรับ นะครับว่าปัญหาของพี่น้องในเขตชุมชนเมืองนั้นเปึนปัญหาที่สําคัญและขาดความเข้าใจ ในการที่จะร่วมกันพัฒนาเมืองร่วมกับเมืองใหญ่ ๆ ในอนาคตเราอาจจะมีคณะบริหาร จัดการการแก้ไขปัญหาจราจรในเมืองสําคัญ กรุงเทพมหานครในขณะนี้เรามีสํานัก การจราจรและขนส่ง แต่ท่านประธานที่เคารพครับ เราไม่มีคนที่มีความรู้ ความสามารถ จริง ๆ ที่จบจากสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาจราจรหรือการขนส่ง ถ้ากรุงเทพมหานครเล็งเห็นความสําคัญในอนาคตว่าจําเปึนอย่างยิ่งที่เมืองที่มีปัญหา มากมายอย่างนี้ จําเปึนจะต้องตั้งคณะหรือสาขาเพื่อรองรับและแก้ไขปัญหาไม่เฉพาะ กรุงเทพมหานคร แต่รวมถึงเมืองใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเปึนเชียงใหม่ หาดใหญ่ สงขลาเพื่อแก้ไข ปัญหาภาพรวมในประเทศก็จะสามารถทําให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ เพราะฉะนั้นผม และคณะจึงได้เสนอหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เห็นว่าท้องถิ่นก็มีความสําคัญและสามารถที่จะตั้งมหาวิทยาลัยเพื่อรองรับ และแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนได้ จึงได้เสนอหลักการและเหตุผลดังที่ได้กราบเรียน ท่านประธานไปแล้วครับ
ต่อไปจะเปึนคุณเจิมมาศ นายแพทย์สุกิจและท่านชํานินะครับ คุณเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ครับ
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน เจิมมาศ จึงเลิศศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ในกรุงเทพมหานครของเรานั้น มีมหาวิทยาลัยที่ผลิตทั้งนักศึกษาแพทย์ และในขณะเดียวกันก็เปึนโรงพยาบาลที่ให้การรักษาผู้ป์วยไปพร้อม ๆ กันอยู่หลายแห่ง ด้วยกันนะคะ อาทิเช่น คณะแพทยศาสตร์ศิริราช คณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี คณะแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ แล้วก็วิทยาลัยแพทย์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าค่ะ ซึ่งทั้งหมดนี้นั้น ก็ขึ้นอยู่กับสภามหาวิทยาลัย แล้วก็ได้รับงบประมาณจัดสรรอยู่ในความกํากับดูแล ของกระทรวงมหาดไทย มีโครงสร้าง มีกฎระเบียบ ซึ่งได้มาตรฐานของสภามหาวิทยาลัย แล้วก็มีการได้รับงบประมาณนั้นแยกส่วนในส่วนของการให้การบริการและการบริหาร ด้วย แต่ว่าส่วนของกรุงเทพมหานครนั้นจะมีวชิรพยาบาล ซึ่งวชิรพยาบาลนั้นมีชื่อเปึน ทางการว่า วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล เปึนโรงพยาบาล แห่งเดียวเท่านั้นที่มีความแตกต่างจากสถาบันการแพทย์ที่กล่าวมาทั้งหมด แตกต่าง อย่างไรคะ ท่านประธานคะ วชิรพยาบาลนั้นอยู่ในสังกัดการดูแลของกรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้นก็จะได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกรุงเทพมหานคร แต่ว่าโครงสร้าง และกฎระเบียบของวชิรพยาบาลนั้นทางกฎระเบียบเดิมนั้นไม่ได้เอื้ออํานวยให้มี ความพร้อมทางด้านการบริหาร เน้นเฉพาะด้านการบริการหรือการให้บริการทาง การแพทย์ การรักษาผู้ป์วยซึ่งมีความพร้อม แต่ว่าการบริหารในด้านการเรียน การสอน นักศึกษาแพทย์ของวชิรพยาบาลนั้นยังติดขัดอยู่มากในด้านกฎระเบียบเดิมนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าวชิรพยาบาลเองไม่ได้รับการยกระดับขึ้นเปึนมหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร ก็จะยังประสบปัญหาเช่นนี้อยู่ ปัญหาทางด้านการบริหารนั้น เปึนอย่างไร การบริหารก็คือการเรียน การสอนของนักศึกษาแพทย์ที่ในวชิรพยาบาลไม่ได้ รับการสนับสนุนงบประมาณที่เหมาะสม แล้วก็ติดขัดในด้านกฎระเบียบมากมาย ดิฉันจึงได้ร่วมเสนอร่างพระราชบัญญัติกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ร่วมกับท่าน ส.ส. ธนา ชีรวินิจ และเพื่อนสมาชิกในการที่จะขอให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เปึนสถาบันอุดมศึกษาในกํากับดูแลของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เปึนมหาวิทยาลัยที่มี ความพร้อมทางด้านการบริหารและการบริการควบคู่กันไปด้วย เพื่อยกระดับให้เปึน มหาวิทยาลัยที่สามารถแก้ปัญหาในด้านโครงสร้าง เพื่อให้มีความคล่องตัวในการบริหาร และการบริการทางด้านการศึกษาด้วย จากโครงสร้างเดิมที่ผ่านมานั้น มีปัญหาที่ติดขัด อยู่หลายด้านด้วยกัน ดิฉันขอยกตัวอย่าง อาทิเช่น
๑. กิจกรรมนักศึกษาแพทย์ ในเมื่อนักศึกษาแพทย์นั้นไม่ได้เปึนข้าราชการ ของกรุงเทพมหานคร เมื่อนักศึกษาแพทย์จะจัดกิจกรรมแต่ละครั้ง โดยนักศึกษาแพทย์ เปึนผู้จัดเอง แพทย์ที่กํากับดูแลนั้นก็ย่อมจะต้องเปึนห่วง เพื่อที่จะได้ไปช่วยดูแลนักศึกษา แพทย์เวลาไปจัดกิจกรรม แต่ว่าแพทย์ที่ลงไปช่วยดูแลนั้นไม่สามารถที่จะเบิกค่าใช้จ่ายใน การอบรมสัมมนาเมื่อไปกับนักศึกษาแพทย์ แพทย์เหล่านั้นก็จะต้องออกค่าใช้จ่ายเอง อัน นี้เปึนความไม่คล่องตัวเวลานักศึกษาแพทย์นั้นจัดกิจกรรม
๒. งบประมาณที่ตั้งไว้สําหรับการเรียน การสอนของนักศึกษาแพทย์นั้น เวลามีการสอบหรือว่าจะต้องควบคุมการสอบหรือว่าการตรวจข้อสอบ แพทย์ ที่เปึนอาจารย์ก็ไม่ได้รับงบประมาณตรงนั้น ก็จะต้องออกค่าใช้จ่ายเองหรือจะต้องไปจ้าง ผู้ช่วยมาช่วยตรงนี้ อันนี้ก็เปึนปัญหาหนึ่ง
๓. บุคลากรคือแพทย์เขาจะต้องมีความจําเปึนในการทํางานด้านการวิจัย อยู่ตลอดเวลา แต่ว่ากรุงเทพมหานครนั้นไม่มีตําแหน่งบุคลากรที่จะช่วยสนับสนุน ในการทํางานวิจัยของแพทย์ แพทย์เองนอกจากจะต้องรักษาผู้ป์วยตามหน้าที่หลักแล้ว แต่การเรียน การสอนถือว่าเปึนงานเสริม เปึนเอกซ์ตราจอบ (Extra job) สําหรับแพทย์ ตรงนี้ไม่มีผู้ที่จะมาช่วยทํางานวิจัยด้านการเตรียมเอกสาร การจัดทําเปเปอร์ (Paper) หรือว่าการพิมพ์เอกสาร แพทย์ก็ต้องลงมาทําด้วยตนเอง ไม่อย่างนั้นแพทย์ก็ต้องไปจ้าง คนอื่นมาช่วยทํา ซึ่งทําให้เวลาที่แพทย์นั้นควรจะได้มีการทํางานวิจัยอย่างมีประสิทธิภาพ ก็ลดน้อยลงไป เปึนที่น่าเสียดายเนื่องจากว่าวชิรพยาบาลของเราเปึนโรงพยาบาล ที่มีคุณภาพ มีผู้ป์วยมาใช้บริการป้ละเปึนจํานวนมาก มีเคส (Case) ต่าง ๆ ที่เปึนเคส ที่น่าศึกษามาให้แพทย์มาใช้เปึนการศึกษาเคสในการรักษา แต่ว่าแพทย์นั้นไม่มีเวลาที่จะ ใช้ประโยชน์ในส่วนตรงนั้นเลย เพราะต้องเสียเวลามากไปกับงานวิจัยที่จะต้องมาลงมือ ทําด้วยตนเอง นอกจากงานสอนที่มี นอกจากงานรักษาที่มีประจําอยู่แล้ว แล้วเวลาแพทย์ ที่จะไปมีงานวิจัยอาจจะต้องใช้เวลามากเปึนป้ ถ้าลาไปทํางานวิจัย สมมุติลาไป ๑ ป้ แพทย์เหล่านี้ก็ไม่ได้รับเงินเดือนค่ะ ต่างจากสถาบันการแพทย์อื่น ๆ ที่เมื่อลาไปแล้ว ก็ยังได้รับเงินเดือนสนับสนุนอยู่
๔. ก็คือไม่มีกฎหมายรองรับตําแหน่งทางด้านวิชาการ แพทย์ของวชิรพยาบาลเอง เมื่อทํางานวิจัยหรือว่างานสอน ทํามากเท่าไร สอนมากเท่าไร ก็ไม่ได้เลื่อนขึ้นเปึนรอง ศาสตราจารย์ หรือศาสตราจารย์ แต่ก็ได้เลื่อนซี แค่ซี ๗ ซี ๘ ซี ๙ แล้วก็เปึนแค่นายแพทย์ ธรรมดาเท่านั้นเอง ทําให้ศักดิ์ศรีของแพทย์ของเรานั้นด้อยกว่าสถาบันอื่น เวลา มีการสัมมนาหรือว่ามีการปาฐกถาต่าง ๆ แพทย์แต่ละสถาบันจะต้องไปอยู่รวมกัน แต่ละสถาบันก็จะมีตําแหน่งศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ แต่แพทย์ของเรานั้นเปึนแค่ นายแพทย์ธรรมดา ศักดิ์ศรีเราก็น้อยกว่าเขา ตรงนี้ก็อยากจะให้มีการแก้ไขในกฎ ระเบียบ ด้วย
๕. เรื่องค่าตอบแทน อย่างที่บอกว่าแพทย์นั้นรักษาด้วย แล้วก็สอนด้วย เปึนงานเสริมเข้ามา แต่การสอนไม่ได้รับค่าตอบแทน แล้วในการรักษานั้น แพทย์ของเรา ได้รับค่าตอบแทนเปึนแบบเหมาจ่าย สมมุติว่าคุณหมอรักษาคนไข้ในวันนี้สัก ๓ ชั่วโมง จะได้รับค่าตอบแทนประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ บาทเท่านั้นเอง แต่แพทย์จากสถาบัน การแพทย์อื่นนั้นจะได้รับเปึนรายหัว รักษามากก็ได้ค่าตอบแทนมาก ตรงนี้จะต่างกันเยอะ มากเลยนะคะ
๖. เรื่องของตําแหน่งคณบดี ตําแหน่งนี้จะได้รับการแต่งตั้งโดยตรงมาจาก กรุงเทพมหานคร แต่ถ้าเราได้รับการยกระดับเปึนมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครแล้ว สถาบันเขาจะได้มีการจัดสรรบริหารจัดการตนเอง เขาก็สามารถที่จะคัดสรรคณบดี หรือว่าเลือกตั้งกันเองอาจจะยกตัวอย่างว่าเปึนเทอมสัก ๔ ป้ แล้วก็เลือกตั้งใหม่ อะไรเหล่านี้ก็จะทําให้ได้คณบดีที่เปึนคนทราบปัญหาที่แท้จริงของสถาบันเองนะคะ
๗. ก็จะเปึนเกี่ยวกับโครงสร้าง คือกรุงเทพมหานครนั้นมีงบประมาณ ให้กับวชิรพยาบาลผลิตแพทย์ได้เพียงป้ละ ๓๒ คนเท่านั้น แต่ว่าปัจจุบันนั้นวชิรพยาบาล ผลิตแพทย์ได้ประมาณ ๘๐ คน ส่วนที่เพิ่มมาประมาณเกือบ ๕๐ คนนั้นได้งบประมาณ จากโครงการผลิตแพทย์ตามนโยบายภาครัฐซึ่งจะหมดลงในป้ ๒๕๕๖ นี้ ถ้าถึงป้ ๒๕๕๖ ยังไม่ได้รับการยกระดับฐานะขึ้นเปึนมหาวิทยาลัยโครงการนี้ก็จะหมดสิ้นไป วชิรพยาบาล ก็จะมีความพร้อม มีงบประมาณเพียงพอในการผลิตแพทย์เพียงป้ละ ๓๒ คนเท่านั้น เหล่านี้เปึนปัญหาที่น่าจะได้รับการแก้ไขโดยเพียงแค่เรายกระดับฐานะของวชิรพยาบาล ขึ้นมาเปึนมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ดิฉันจึงเห็นด้วยว่าควรเสนอร่างพระราชบัญญัติ กรุงเทพมหานครฉบับนี้เปึนการปรับปรุงโครงสร้างและแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ แล้วก็ เปึนกําลังใจให้กับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ของวชิรพยาบาลค่ะ ถ้าแพทย์เหล่านี้ ยังไม่มีกําลังใจในการทํางานการที่จะทําให้สมองไหลไปอยู่โรงพยาบาลเอกชนก็มีโอกาส สูงถ้าเขาไปอยู่โรงพยาบาลเอกชน ความสามารถของแพทย์วชิรพยาบาลของเรานั้น มีความสามารถพร้อมอยู่แล้ว เงินเดือนก็ได้มากขึ้น ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งกล่อง ก็คงจะมีโอกาส ที่จะทําให้แพทย์นั้นออกไปอยู่กับสถาบันโรงพยาบาลเอกชนมากขึ้น จึงไม่อยากจะให้เกิด เหตุการณ์เช่นนั้นนะคะ แล้วก็ถ้าสมมุติว่าได้รับการตั้งเปึนมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร แล้ว ดิฉันอยากจะตั้งข้อสังเกตเอาไว้ว่าในอนาคตก็คงจะต้องมีการเป่ดสาขาการสอน ต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น แต่ว่าดิฉันไม่อยากจะให้วชิรพยาบาลหรือมหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานครทิ้งภารกิจหลักของตนเอง คือภารกิจหลักที่เราสามารถทําได้ดี คือการผลิตนักศึกษาแพทย์ที่มีคุณภาพมากว่า ๒๐ ป้แล้ว ขณะนี้เราผลิตได้ประมาณป้ละ ๘๐ คน ดิฉันขอยกตัวอย่างมหาวิทยาลัยของประเทศอังกฤษค่ะ มหาวิทยาลัยนอตติงแฮม (Nottingham University) มหาวิทยาลัยนี้เขามีสาขาเภสัชศาสตร์และแพทย์ศาสตร์ ซึ่งเขาเน้นด้านงานวิจัย แล้วก็เน้นในการผลิตยา หลายท่านคงเคยได้ยินยายี่ห้อบู๊ทส์ (Boots) นะคะ ซึ่งยายี่ห้อนี้เปึนยาที่นิยมแพร่หลายกันทั่วโลก แล้วทําให้มหาวิทยาลัย นอตติงแฮมแห่งนี้ได้รับรายได้หลักจากสิทธิบัตรยาตัวนี้ อนาคตดิฉันก็อยากจะเห็น วชิรพยาบาลของเรามีความโดดเด่นทางด้านการผลิตนิสิตแพทย์และความโดดเด่น อีกด้านหนึ่งของวชิรพยาบาล ก็คือด้านเวชศาสตร์เขตเมืองนะคะ ในกรุงเทพมหานคร ของเราเปึนเมืองใหญ่ เมืองที่ประชากรอยู่กัน ๖๐ กว่าล้านคนอยู่กันอย่างแออัด เพราะฉะนั้นจะต้องมีภาวะที่เปึนโรคต่าง ๆ สําหรับเกิดขึ้นเฉพาะกับเขตเมืองไม่ว่าจะเปึน โรค ถ้าเราไม่นับเฉพาะโรคติดต่อทั่ว ๆ ไป โรคที่เกิดจากมลพิษต่าง ๆ โรคมะเร็ง โรคยอดนิยม ก็คือ โรคความดัน โรคเบาหวาน ไขมัน เหล่านี้ก็จะเกิดกับโรคของ คนในเขตเมืองเปึนจํานวนมาก สําหรับคนชราก็จะมีเกี่ยวกับสภาพจิตแล้วก็ ความโดดเดี่ยวของสภาพของครอบครัวในปัจจุบัน เด็กเองนั้นก็จะมีเด็กที่ติดเกมหรือว่า ถูกกระทํารุนแรง ต่าง ๆ เหล่านี้นี่เปึนตัวอย่างของความต้องการที่จะต้องมีการได้รับการรักษาจาก โรงพยาบาลสําหรับเขตเมืองโดยเฉพาะ เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะให้ วชิรพยาบาลของเราได้มีการยกระดับฐานะขึ้นเปึนมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครนะคะ เพื่อจะรองรับกับความต้องการของคนกรุงเทพมหานครที่มีประชากร ๖ ล้านกว่าคน แล้วก็ ยังขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลอยู่ ดิฉันก็ขอสนับสนุน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน
เนื่องจากมีผู้ยกมือขออภิปรายอีกหลายท่านนะครับ ผมขอสักคนละ ๑๐ นาทีก็แล้วกัน นะครับ เชิญนายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ แล้วต่อไปท่านชํานินะครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมคงไม่ใช้เวลา มากหรอกครับท่านประธาน แต่ก็ไม่ขัดข้องถ้าจะมีการตั้งมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครขึ้น เพราะผมถือว่าการสร้างสถานศึกษาดีกว่าไปทําสิ่งอื่นที่ไร้สาระอีกมากมายทีเดียว แล้วก็ด้วยความเข้าใจเพื่อน ๆ ส.ส. กรุงเทพมหานครที่พยายามผลักดันเรื่องนี้ แต่อย่างไร ก็ขอให้เปึนแห่งสุดท้ายก็แล้วกันนะครับ แล้วผมก็อยากจะขอเหตุผลดี ๆ ดีกว่านี้ในการ ที่จะให้การสนับสนุนการจัดตั้งมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครในวันนี้นะครับ ผมคิดว่าปัจจุบันนี้เราควรจะกระจายการศึกษาไปต่างจังหวัดเสียอีกนะครับ เพราะว่าการศึกษานําความเจริญและนําอะไรไปหลายอย่าง ท่านคิดดูสิครับว่าเมื่อมัน เปึนมหาวิทยาลัยเกิดขึ้น จํานวนคน จํานวนชุมชนจะเหมือนกับเปึนชุมชน เหมือนเปึนตําบลใหญ่ทีเดียวก็ว่าได้ อย่างน้อยก็คนเปึนหมื่นคนทั้งอาจารย์ ทั้งนักศึกษา ก็อยู่ในนั้น ขอถามว่ากรุงเทพมหานครตอนนี้ยังไม่แน่นพออีกหรือครับ การจราจร ในกรุงเทพมหานครตอนนี้ยังไม่ติดขัดพออีกหรือครับ ถ้าเราย้ายคน ๑๐,๐๐๐ กว่าคนนี้ ไปอยู่ต่างจังหวัดโดยความรู้สึก โดยทฤษฎีแล้วมันไม่ดีกว่าหรือ เพราะฉะนั้น ผมว่ายุคสมัยนี้ความคิดเราก็ควรจะไปทางนี้ล่ะครับ คือมหาวิทยาลัย สถานศึกษาควรจะ เคลื่อนไปอยู่ต่างจังหวัดเพื่อสร้างทั้งยกระดับการศึกษาในต่างจังหวัดให้มันดีขึ้น ในขณะเดียวกันมันก็นําความเจริญนะครับ พอมหาวิทยาลัยไป ร้านค้าใหญ่ ๆ ก็ไป เซเว่น อีเลฟเว่น (7-eleven) ก็ไปนะครับ เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าต่อไปถ้าจะคิดกันอีกก็คงจะให้ ตรงนี้เปึนแหล่งสุดท้าย
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมจับความได้ก็คือ หลักใหญ่ท่านต้องการจะให้เปึน โรงเรียนแพทย์ เปึนมหาวิทยาลัยที่เป่ดสอนวิชาแพทย์ แล้วก็พยาบาล ครั้งแรกที่ฟังแรก ๆ ก็นึกค้านอยู่ในใจเหมือนกัน แต่พอฟังต่อมาก็ทราบว่า ท่านเพียงแต่ยกระดับของเก่า ที่มีอยู่แล้วขึ้น อันนี้ก็ทําให้มีความรู้สึกที่ดีขึ้นแล้วก็สนับสนุนครับ แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าจะคิดทํามหาวิทยาลัยเกี่ยวกับเรื่องของการแพทย์ เรื่องของการพยาบาลในครั้งต่อไป ผมก็ใคร่จะขอให้ความเห็นนะครับว่า การมีมหาวิทยาลัยแพทย์ที่เกี่ยวกับคณะแพทย์ ไปเกิดขึ้นในต่างจังหวัดเปึนเรื่องที่ดีครับ แล้วก็ได้ประโยชน์หลายอย่าง นอกจากเราจะได้ นักเรียนที่มาจากต่างจังหวัดมาก ๆ นะครับ ได้กระจายไปทุกพื้นที่แล้วคนเหล่านี้แน่นอน ที่สุด เขาจบการศึกษาแล้วส่วนใหญ่ก็มักจะกลับไปอยู่บ้านของเขา มักจะเปึนอย่างนั้น เหมือนผมจบแพทย์แล้วผมก็อยากกลับไปอยู่บ้านของผมทํางานให้กับบ้านของผม อันนั้น คือประโยชน์อันหนึ่งที่เราจะได้กระจายแพทย์ไปโดยธรรมชาติ โดยไม่ต้องไปบังคับ ขู่เข็ญเขา เขาก็ไปของเขาเอง
อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เมื่อมีโรงเรียนแพทย์เกิดขึ้นที่ไหน ทําให้การแพทย์ที่นั่น ดีขึ้น อันแรกก็คือ เราได้หมอเก่ง ๆ ที่ไปเปึนอาจารย์แพทย์เข้าไปอยู่ในพื้นที่ อันที่ ๒ เมื่อมี โรงเรียนแพทย์เกิดขึ้น โรงพยาบาลที่รองรับวิทยาลัยแพทย์หรือว่าโรงเรียนแพทย์เหล่านั้น จะต้องปรับปรุงฐานะให้ดีขึ้น เช่น โรงพยาบาลที่ไม่เคยมีอะไร พอมีโรงเรียนแพทย์เกิดขึ้น ต้องปรับปรุง ต้องมีการผ่าตัดดีขึ้น ผ่าตัดหัวใจได้ มีเครื่องไม้เครื่องมือตรวจ มันจะเปึนผลประโยชน์ทางอ้อมให้กับพี่น้องประชาชนชาวต่างจังหวัดที่เขาเสียโอกาส มานาน ที่ต้องเข้ามารักษาในกรุงเทพฯ อยู่เนือง ๆ นะครับ ผมเห็นคนจังหวัดผม ทุกเที่ยวบินที่มากรุงเทพมหานครจะต้องมีคนที่ขึ้นมาเพื่อจะมาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หรือมาโรงพยาบาลศิริราช เพื่อจะมารับการรักษาในขั้นที่มันสูงขึ้น ในขั้นที่มันดีขึ้น ถ้าเรา มีโอกาสให้โรงเรียนแพทย์ไปอยู่ตามต่างจังหวัดมาก ๆ เรื่องเหล่านี้มันก็จะน้อยลง ๆ ต่อไปเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นวันนี้ก็คงจะแสดงความคิดเห็นแค่นี้ครับ ก็ไม่ขัดข้องที่จะให้มี การจัดตั้งมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ขอบคุณมากครับ
ต่อไปท่านชํานิ ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ชํานิ ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ สิ่งที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการในนามของรัฐบาล คุณธนา ชีรวินิจ กับคณะ เปึนผู้เสนอ และคุณวิชาญ มีนชัยนันท์ กับคณะ เปึนผู้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ในวันนี้ ผมถือเปึนมิติใหม่ ในทางการเมืองของประเทศ ในทางการจัดการการศึกษาของท้องถิ่น ผมรอคอยเรื่องนี้ มานานนับทศวรรษครับท่านประธาน ตั้งแต่เรามีพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอน การกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เราพูดถึงการถ่ายโอนภารกิจจาก ภาครัฐไปสู่ท้องถิ่น เราพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างความร่วมมือระหว่างรัฐกับท้องถิ่น ระหว่างท้องถิ่นกับประชาชน ระหว่างท้องถิ่นกับเอกชน ไม่ง่ายนักที่สภาผู้แทนราษฎร ของเราจะได้มีโอกาสได้รับการพิจารณาพระราชบัญญัติ อย่างเช่น พระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ในวันนี้ ท่านประธานก็คงจะเห็นด้วยกับผมว่านี่ เปึนมหาวิทยาลัยแรกที่ถูกจัดสร้างขึ้นโดยท้องถิ่น ซึ่งอาจจะมีรายละเอียดซึ่งผมจะต้อง กล่าวต่อไป นั่นก็คือว่าบทบาทการจัดการการศึกษาของท้องถิ่นนั้น เปึนบทบาทที่เรา มีความหวาดระแวง เรามีความไม่เชื่อถือ ตั้งแต่เราควบรวมอํานาจเข้าสู่ส่วนกลาง ไม่ว่าทางด้านการเมือง การปกครอง และการบริการสาธารณะในอดีต ทําให้ท้องถิ่น อยู่ในภาวะที่ไม่สามารถตอบสนองตนเองได้ แท้จริงแล้วการจัดการการศึกษา ของประเทศไทยเปึนหน้าที่ของท้องถิ่นได้จัดการมาก่อนแล้วทั้งสิ้น แต่ว่าเพื่อที่จะให้ การจัดการการศึกษานั้นเปึนเอกภาพ มีมาตรฐานทางวิชาการเปึนแบบเดียวกัน แล้วก็ สูงพอที่จะอธิบายกับการบริหารการจัดการของประเทศ เราจึงควบรวมอํานาจเข้ามาสู่ ส่วนกลาง แต่นั่นไม่ได้แปลว่าปัจจุบันท้องถิ่นจะทําหน้าที่นี้ไม่ได้ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นวันนี้เรามีอยู่ทุกตารางนิ้วของประเทศไทย มีองค์กรท้องถิ่นขนาดเล็ก องค์กร ท้องถิ่นขนาดใหญ่ องค์กรท้องถิ่นที่เปึนลักษณะของเมืองศูนย์กลางและเปึนมหานคร อย่างกรุงเทพมหานคร ผมแน่ใจว่ากรุงเทพมหานครในปัจจุบันนั้นมีความสามารถ มีบทบาทในการที่จะตอบสนองความต้องการเหล่านี้ให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่าง กว้างขวาง แต่ว่าเนื่องจากเงื่อนไขทางกฎหมายในอดีตของเราสร้างข้อจํากัดอันนี้ไว้ เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ผมคิดว่านี่เปึนบทบาทของท้องถิ่นโดยแท้ และเปึนเรื่องใหม่ที่คงต้อง ยอมรับว่าผมรอคอยสิ่งนี้และต้องขอบคุณรัฐบาลกับเพื่อนสมาชิกที่ร่วมกันเสนอ ท่านประธานครับ ทําไมเราต้องเริ่มต้นสิ่งนี้ที่กรุงเทพมหานคร อย่างที่ผมได้กราบเรียน กับท่านประธานแล้วว่ากรุงเทพมหานครนั้นมีความพร้อม กรุงเทพมหานครนั้น ได้ให้บริการสาธารณะแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ในการปกครองของกรุงเทพมหานคร มาแล้วอย่างเข้มข้น และในความที่กรุงเทพมหานครเปึนเมืองหลวง เมืองศูนย์กลาง การให้บริการจึงไม่เฉพาะแต่เฉพาะคนที่มีทะเบียนอยู่ในกรุงเทพมหานครเท่านั้น กรุงเทพมหานครมีประชากรประมาณ ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน มีคนที่อยู่นอกทะเบียนอีก ประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน เดินเข้าเดินออกในกรุงเทพมหานครวันหนึ่งประมาณอีก ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน กรุงเทพมหานครจึงเปึนผู้ให้บริการแก่ประชาชนมากกว่าประชากร ที่แท้จริงของตัวเอง การบริการทั่วด้านจึงต้องเกิดขึ้นและเปึนความจําเปึน ที่กรุงเทพมหานครต้องทํา ถ้ากรุงเทพมหานคร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ อย่างนี้ทําไม่ได้ เราก็อย่าไปคาดหวังว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นจะทําได้ ท่านประธานก็เห็นนะครับว่าโรงเรียนในชนบท โรงเรียนในเทศบาลเมือง ต้องตอบได้ว่า เขาก็ไม่ด้อยกว่าโรงเรียนที่รัฐบาลเปึนคนจัด หรือที่เอกชนเปึนคนจัด เพราะฉะนั้น การตอบสนองนี้เปึนสิ่งที่เขาต้องทํา
อีกประการหนึ่งที่สําคัญก็คือว่ากรุงเทพมหานครได้เตรียมรูปแบบของ การจัดตั้งมหาวิทยาลัยในครั้งนี้มาจากการที่มีวิทยาลัยแพทย์ มีวิทยาลัยพยาบาลอยู่แล้ว เลยทําให้สิ่งที่เราอภิปรายกันในขณะนี้มันไปจมอยู่กับ กําลังบอกว่าเราจะตอบสนอง เฉพาะสาขาวิชา เฉพาะที่เปึนอยู่แล้วนี้เท่านั้น ไม่ใช่ครับ ผมคิดว่าการเขียน ร่างพระราชบัญญัติในวันนี้ที่บอกว่าให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เปึนสถาบันอุดมศึกษาในกํากับของกรุงเทพมหานคร มีฐานะเปึนนิติบุคคลที่ไม่เปึน ส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และกฎหมายว่าด้วย การปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และไม่เปึนรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการ งบประมาณและกฎหมายอื่น ตอนท้ายของกฎหมายนั้นเปึนเรื่องที่เปึนอย่างนั้น เพราะการจัดการการศึกษาในอนาคต เราพยายามหลีกเลี่ยงความเปึนราชการ เราพยายามให้องค์กรนี้มีหน้าที่บริหารไปในรูปแบบเฉพาะ ซึ่งสามารถที่พัฒนาตัวเองได้ แต่ต้องไม่ลืมว่ามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครนี้ ไม่ใช่เปึนมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ไม่ใช่มหาวิทยาลัยที่จัดการเรียนการสอนทางด้านการแพทย์ การพยาบาลและการ สาธารณสุขเท่านั้น ในอนาคตมหาวิทยาลัยนี้จะต้องเปึนมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์ ตอบสนองความต้องการทางวิชาการอย่างครบถ้วน เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาทางด้าน การศึกษา และเพียงพอต่อการสร้างบุคลากรในการตอบสนองการแก้ไขปัญหาของ พี่น้องประชาชนในท้องถิ่น เพราะฉะนั้นเวลาเราดูพระราชบัญญัติฉบับนี้มันไปเกาะติด อยู่กับเรื่องการที่มีวิทยาลัยอยู่แล้ว แล้วก็ผูกมัดไว้กับเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียวนะครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมถึงคิดว่าเปึนเรื่องที่เราจะต้องดําเนินการ และสร้างโอกาสให้กับกรุงเทพมหานครได้มีการบริการที่ว่านี้มากยิ่งขึ้น มิฉะนั้นแล้วถ้าเรา เกาะติดอยู่กับเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียว และท้องถิ่นไม่ได้มีเอกลักษณ์แห่งการบริหาร การจัดการอย่างเต็มที่ นั่นก็คือว่าไม่ต่างอะไรกับเราเป่ดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขึ้นมา อีกแห่งหนึ่ง เป่ดมหาวิทยาลัยที่มีชื่ออยู่แล้วขึ้นมาแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ที่ผมต้องให้การสนับสนุนเรื่องนี้อย่างแข็งขันก็เพราะว่า แน่นอนครับว่ากรุงเทพมหานครนั้น เรามีมหาวิทยาลัยมากแล้ว มีมหาวิทยาลัยของรัฐที่พัฒนาขึ้นเต็มรูปแบบ มีมหาวิทยาลัย เอกชนสร้างใหม่ ก็สร้างขึ้นในกรุงเทพมหานครมากมายแล้ว แต่นั่นมันเปึนรูปแบบ ที่ถูกจัดการการศึกษาโดยรัฐ ถูกรูปแบบจัดการการศึกษาโดยเอกชนภายใต้กํากับของรัฐ แต่ต่อไปนี้มันต้องเปึนมหาวิทยาที่อยู่ในรูปแบบที่จัดการสร้างขึ้น และกํากับดูแล การบริหารจัดการโดยท้องถิ่น นี่เปึนสิ่งใหม่ เปึนสิ่งที่ต้องสนับสนุนให้เกิดขึ้น และเปึนสิ่งที่ ต้องอยู่กับกรุงเทพมหานคร และแน่นอนครับ นี่คือต้นแบบของมหาวิทยาลัยแห่งแรก ของท้องถิ่นที่จะต้องสร้างขึ้น วันข้างหน้าต้องมีในเมืองใหญ่อื่นอีกที่มีความพร้อม เพราะท้องถิ่นเขาไม่ได้เพียงแต่การจัดการการศึกษาขั้นพื้นฐานเท่านั้น แต่เขาต้องมี ความพร้อมในการจัดการการศึกษาทุกระดับตามความสามารถของท้องถิ่นนั้น นี่เปึน ปัจจัยตามเงื่อนไขของพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะต้องให้เดินหน้าต่อไปนั้น ต้องเดินไป ในลักษณะทิศทางอันนี้ มีรูปแบบการเขียนกฎหมายนิดเดียว ซึ่งผมเห็นว่าอันนี้ เขียนกฎหมายไปกฎหมายมาเพียงเพื่อที่จะให้มีมหาวิทยาลัยเกิดขึ้น แล้วก็กระทรวง ศึกษาธิการ โดยท่านที่กํากับดูแลเกี่ยวกับแท่งอุดมศึกษาก็เข้ามาบริหารเหมือนทบวง เหมือนเดิมครับ อันนี้เขียนกฎหมายลักษณะอย่างนี้ขาดความสมบูรณ์ และผมคิดว่า เปึนสาระที่สําคัญ สําคัญตรงไหนท่านประธานครับ นั่นก็คือว่าในเรื่องของมาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไม่พอครับ เพราะนี่พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ไม่ใช่เปึนมหาวิทยาลัย แบบที่เราเคยออกแบบมาแล้ว เหมือนที่จัดตั้งที่จังหวัดนครพนม จัดตั้งที่จังหวัด นครศรีธรรมราช ไม่ใช่อย่างนั้นแน่นอน แต่ว่าเราพยายามทําให้เห็นว่านี่เปึนมหาวิทยาลัย ของท้องถิ่น เพราะฉะนั้นถ้าจะเขียนในเรื่องนี้ก็คือว่าต้องให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ จึงจะ สามารถสะท้อนเอกลักษณ์ เปัาหมายอย่างที่ผมได้กราบเรียนกับท่านประธาน ผมให้การ สนับสนุนฉบับนี้เพื่อที่จะนําไปสู่การเกิดขึ้นมหาวิทยาลัยของท้องถิ่นและจะเปึนต้นแบบ ให้กับท้องถิ่นในการจัดทํามหาวิทยาลัยในการจัดการการศึกษาต่อไปในอนาคตด้วยครับ ท่านประธานครับ
ต้องขอบคุณท่านชํานินะครับ อภิปรายได้ตรงเวลาดีและกระชับ ฟังเข้าใจง่ายด้วยครับ ต่อไปจะมีผู้ที่ยกมือ ผมจดลําดับค้างไว้นะครับ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว คุณวัชระ เพชรทอง คุณเกรียงศักดิ์ ฝัายสีงาม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ คุณเรวัต สิรินุกุล แล้วก็ดอกเตอร์รัชดา ธนาดิเรก แล้วก็ยังมีที่ยกมือค้างไว้ นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี นายแพทย์วรงค์ คุณขยัน ทั้งหมด ๑๐ ท่านจะได้กะเวลาได้ถูกนะครับ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน กระผมขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผม ได้มีส่วนร่วมในการอภิปรายในวาระที่ทางคณะรัฐมนตรีโดยท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการได้เสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... เข้าสู่สภา เพื่อให้สมาชิกในฐานะเปึนตัวแทนพี่น้องประชาชนได้มีโอกาส ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบในวาระรับหลักการ ท่านประธานที่เคารพครับ โดยส่วนตัว ผมเองนี้มีส่วนเปึนผู้ร่วมเสนอกับท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ นะครับ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ถึงแม้ผมจะอยู่ ต่างจังหวัด แต่ไม่ได้หมายความว่าผมเองอยากจะมีชื่อเสียงในกรุงเทพมหานคร แต่ถือว่า เปึนภารกิจหนึ่งที่เปึนบทบาทหน้าที่ของผู้แทนปวงชนชาวไทย ที่เห็นว่าเรื่องไหน ที่มีประโยชน์กับประเทศชาติบ้านเมืองแล้ว ผมคิดว่ามันเปึนอํานาจหน้าที่ เปึนบทบาท หน้าที่ที่พวกเราต้องช่วยกันกระทํา เพราะฉะนั้นในหลักการและเหตุผลที่เสนอนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ผมไม่ได้ติดใจนะครับ พร้อมและยินดี ที่จะสนับสนุน แต่ผมมีประเด็นที่จะตั้งข้อสังเกตให้กับท่านประธานในเวลาที่ท่านให้ ๑๐ นาที อยู่ ๓-๔ เรื่องครับ ท่านประธานครับ
เรื่องที่ ๑ ในการจัดตั้งมหาวิทยาลัย ชื่อมหาวิทยาลัย ชื่อมันก็บอกครับ ท่านประธานครับ ว่ามีความสงสัยกันอยู่ตลอดเวลาว่า สถาบันการศึกษา อุดมศึกษา ทุกแห่ง อยากเปึนมหาวิทยาลัย แล้วก็พยายามตั้งให้ได้นะครับ บางแห่งตั้งแล้วก็สามารถ กระจายสาขาออกไป ก็เรียกเปึนมหาวิทยาลัย เช่น ผมยกตัวอย่าง มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคล มีสาขาไปทุกจังหวัด ที่จังหวัดน่านผมก็มี ท่านประธานครับ ความเปึนมหาวิทยาลัย ความเปึนสหวิชา มันเปึนที่ยอมรับ ก็ถือว่าเปึนหลักการ ถ้าเปึนสหวิชาได้ก็ถือว่าเปึนมหาวิทยาลัยได้ ด้วยความพร้อม ด้วยองค์ประกอบด้านอื่น ๆ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่าถ้ามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร จะเปึนมหาวิทยาลัยด้วยความภาคภูมิของพี่น้องประชาชนคนไทยแล้ว พี่น้อง ชาวกรุงเทพมหานครแล้ว ประเด็นการยกระดับวิทยาลัยแพทยศาสตร์ของวชิรพยาบาล กับวิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์ของวชิรพยาบาลขึ้นมาเปึนมหาวิทยาลัยเพียง ๒ คณะ แล้วตั้ง ๒ คณะ กระผมเองคิดว่าคําตอบนี้อาจจะไม่เปึนที่พอใจ มันก็เลยทําให้คนเข้าใจ ผิดว่าคุณไปตั้งมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ขึ้นมา ไม่ได้ผิดประเด็นครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จําเปึนที่สุดที่กระผมฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการนะครับว่า ทําอย่างไรที่จะตอบคําถามตรงนี้ให้ได้ ถ้าท่านตั้งมหาวิทยาลัยนะครับ ท่านเขียนไว้ ในวัตถุประสงค์อย่างดียิ่งครับ เรื่องการที่จะพัฒนาชุมชนเมือง พัฒนาองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น มีสถาบันการศึกษาด้านอื่นที่เกี่ยวข้องด้านนั้นเข้ามาไหม ขณะนี้ยังไม่มีครับ ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะมีอีกเมื่อไร เพราะท่านตั้งประเด็นไว้ในอนาคต ท่านประธานครับ ความพร้อมเรื่องนี้ผมถือว่าเปึนเรื่องสําคัญ ถ้าจะตั้งมหาวิทยาลัยนะครับ ไม่ว่า จังหวัดไหน ควรจะมีสถานะองค์ประกอบตรงนี้พร้อมก่อน ไม่ใช่ว่ามี ๒ อย่างแล้วยกขึ้น นะครับ อันนั้นประเด็นที่ ๑ ครับ
ประเด็นที่ ๒ ความเปึนสหวิชา ถ้าสมมุติกรุงเทพมหานครยังไม่มีความ พร้อมที่จะตั้งสาขาวิชาอื่นเข้ามาเปึนองค์ประกอบร่วมนะครับ ไม่แปลกครับ ท่านประธานครับ ที่ผมคิดว่ากรุงเทพมหานครนี้เปึนตัวแบบต้นหลักที่จะกระจายความ เปึนสหวิชาลงไปในภูมิภาคหรือจังหวัดใกล้เคียงในสาขาที่ท่านต้องการ เช่น การพัฒนา การปกครองส่วนท้องถิ่น การพัฒนาชุมชน ที่จังหวัดน่านบ้านผมขณะนี้พยายามรณรงค์ และขอความเห็นมายังที่ผู้เกี่ยวข้องนะครับ โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ ท่านรัฐมนตรีนั่งอยู่ตรงนี้นะครับ เราต้องการวิทยาลัย ชุมชนมาก คําตอบก็ยังไม่เกิดขึ้น แค่วิทยาลัยชุมชนซึ่งเปึนการจัดการศึกษาที่ให้โอกาส กับผู้คนทุกคนในภูมิภาคหรือในชนบท ผมฝากประเด็นครับ ถ้าผมได้มีโอกาส เปึนกรรมาธิการ ผมจะเสนอแปรญัตติ เสนอความเห็นในเรื่องนี้ว่าคุณจะควบรวม ได้อย่างไร ตั้งขึ้นมาได้อย่างไร ท่านประธานครับเราให้โอกาสเขาโดยที่กรุงเทพมหานคร สามารถนําเสนอประเด็นนี้ได้ สามารถสนับสนุนได้ ผมคิดว่าการที่ท้องถิ่นพิเศษ อย่างกรุงเทพมหานครนี้สนับสนุนการศึกษา ผมคิดว่าท้องถิ่นพิเศษกรุงเทพมหานคร ไม่ต้องการพัฒนากรุงเทพมหานครอย่างเดียว เพราะวัตถุประสงค์ท่านต้องการจะให้ พัฒนาเรื่องของความเปึนชุมชนเมืองด้วย ความเปึนเมืองใหญ่ด้วย ตรงนั้นก็น่าจะเปึน ประโยชน์กับประเทศชาติบ้านเมือง
ในกรณีที่ ๓ ท่านประธานครับที่ผมฝากเปึนข้อสังเกต สถานภาพ ของมหาวิทยาลัย ผมอ่านตัวร่างพระราชบัญญัติแล้วผมก็มีความกังวล แล้วผมก็มี ความเปึนห่วงครับท่านประธาน ความเปึนห่วงของผมนี้ สถานภาพของมหาวิทยาลัย เขียนเอาไว้ในมาตรา ๔ ครับ ผมขออนุญาตท่านประธานครับ เพราะว่าประเด็นนี้ถ้าเอา บทเรียนที่เราผ่านกฎหมายสุขภาพแห่งชาติที่เปึนร่างแก้ไขไปนี่ นําบทเรียนนั้นมาใส่ ในมาตรา ๔ ตรงนี้ ก็ต้องตอบคําถามกันให้ชัดในชั้นกรรมาธิการนะครับ มาตรา ๔ ได้เขียนสถานภาพไว้อย่างนี้ครับท่านประธาน จัดตั้งมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เปึนสถาบันอุดมศึกษาในกํากับของกรุงเทพมหานคร อยู่ในกํากับ คือเปึนหน่วยงานรัฐ อยู่ในกํากับ มีฐานะเปึนนิติบุคคลที่ไม่เปึนส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ บริหารราชการแผ่นดิน และกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ก็คือไม่เปึน ส่วนราชการตามกฎหมายเหล่านี้ และไม่เปึนรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการ งบประมาณและกฎหมายอื่น ความหมายที่ตรงข้ามไปก็คือว่าเปึนส่วนราชการ ตามกฎหมายวิธีการงบประมาณ ความหมายเปึนอย่างนั้นท่านประธานครับ แล้วผมมาดู สถานภาพกับการกํากับดูแล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเปึนผู้รักษาการ ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ความหมายก็คือว่าเปึนผู้ออกกฎ ออกระเบียบต่าง ๆ แต่ว่า โดยสถานะของมหาวิทยาลัยเองนี้ สภามหาวิทยาลัยเปึนผู้กําหนดสิ่งเหล่านั้น ผมก็ พยายามหาความเชื่อมโยง ท่านประธานครับ มีอยู่นิดเดียวครับ ในการกํากับดูแลนี่เขียนไว้ ที่ผมโยงให้ท่านประธานเห็นนี้ก็เพื่อให้เปึนข้อสังเกตสู่กรรมาธิการนะครับว่า ในการกํากับ ดูแล โดยเฉพาะเรื่องประเด็นของการเงิน การทอง หรือการเงิน การคลัง การงบประมาณ ของมหาวิทยาลัยเอง ในการกํากับดูแลนี่ผูกโยงไปที่ตัวท่านรัฐมนตรีนะครับ ท่านประธานครับ กรณีมีปัญหาข้อขัดแย้งในมาตรา ๕๒ ผมลงรายละเอียดนิดเดียวครับ ในการดําเนินกิจการของมหาวิทยาลัยซึ่งอาจเกิดความเสียหายต่อส่วนรวม ให้ผู้ว่า ราชการกรุงเทพมหานครเสนอรัฐมนตรี รัฐมนตรีในที่นี้ คํานิยามคือ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการซึ่งรักษาการ ให้รัฐมนตรีเสนอต่อคณะรัฐมนตรีหากมีคําวินิจฉัย เปึนประการใดแล้วให้เปึนที่สุด ก็คือผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการสู่ ครม. ท่านประธานครับ ผมย้อนกลับมาดูเรื่องการงบประมาณ หรือการเงินของมหาวิทยาลัย เขียนไว้ในมาตราที่เกี่ยวข้อง ที่ผมต้องการชี้ตรงนี้เพื่อจะได้ไม่ให้เกิดปัญหาในการนําสู่ การปฏิบัติ มาตราที่เกี่ยวข้องเรื่องงบประมาณของมหาวิทยาลัย ซึ่งถือเปึนเรื่องสําคัญ กรุงเทพมหานครมีความพร้อมเรื่องงบประมาณสามารถตั้งมหาวิทยาลัยของตัวเองได้ ท่านประธานครับ เขียนไว้ในมาตรา ๑๔ รายได้ของมหาวิทยาลัย (๑) เงินอุดหนุน ที่กรุงเทพมหานครจัดสรรให้เปึนรายป้ (๒) (๔) (๕) ผมไม่อ่านนะครับท่านประธาน (๖) เงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรให้ตามความจําเปึนและเหมาะสม ก็มี (๗) อีก แล้วเขียนในวรรคสาม รายได้ของมหาวิทยาลัยไม่เปึนรายได้ที่จะต้องนําส่ง กระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง และกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ และไม่ต้องนําส่งเปึนเงินรายรับของกรุงเทพมหานครตามข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยวิธีการงบประมาณ นั่นก็คือว่าอาศัยบทมาตราที่เขียนไว้ไม่ต้องส่งเปึนรายได้ แผ่นดิน แต่ท่านอย่าลืมนะครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ เขียนเอาไว้ชัดเจน ถ้าหน่วยงานไหนมีเงินรายได้แล้วไม่ต้องส่งคลัง ไม่เปึนรายได้แผ่นดิน คุณต้องรายงาน มีข้อผูกพันกับสภาเรา ผ่านคณะรัฐมนตรี ความเชื่อมโยงตรงนี้ในกฎหมายแทบจะ ไม่มีครับ เพราะรายงานต่อกรุงเทพมหานคร แล้วการเขียนกฎหมายรองรับในที่มาของรายได้ ก็เขียนไว้เหมือนกันบอกว่า ขอจาก กรุงเทพมหานคร ผมเลยตั้งคําถามว่ากรณีท่านต้องการงบประมาณจากเงินอุดหนุนทั่วไป จากรัฐบาลท่านผ่านช่องไหนครับ ผ่านช่องกรุงเทพมหานครหรือเปล่า ถ้าผ่านช่อง กรุงเทพมหานครในบทบัญญัติ มาตรา ๔ นะครับ ถ้าท่านเขียนอย่างนี้ท่านหมายความว่า ท่านให้เขาของบประมาณโดยตรงจากรัฐได้เลย ท่านต้องไปเปลี่ยนถ้อยคําใหม่ครับ ในมาตรา ๔ ถ้าจะต้องเขียนของบประมาณที่เปึนเงินอุดหนุนทั่วไปผ่านกรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานครเสนอกับสํานักงบประมาณอีกทีหนึ่งท่านต้องไปเขียนเหมือนกับ พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติครับ ต้องเขียนให้ชัดว่าไม่เปึนส่วนราชการตามกฎหมายวิธีการ งบประมาณ เพราะอยู่ภายใต้การกํากับให้กรุงเทพมหานครดูแลอีกทีหนึ่ง ต้องไปเปลี่ยน อย่างนั้นครับ ถึงจะเปึนไปตามที่ท่านเขียน ไม่อย่างนั้นบทบัญญัติมันแย้งกันเอง ถ้าท่าน อนุญาตแล้วเขาเขียนเองนะครับ แต่ว่าบทบัญญัติอีกบทหนึ่งบอกว่าต้องผ่าน กรุงเทพมหานคร ผมก็เลยตั้งข้อสังเกตไว้กับท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการ งบประมาณในเรื่องนี้ครับ
ประเด็นสุดท้ายครับ สิ่งที่ผมอยากจะฝากก็คือว่าโอกาสของลูกหลาน เยาวชนคนไทย ผมคิดว่าการตั้งมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครขึ้นมาคงไม่ได้ให้โอกาส เฉพาะคนที่อยู่ในเขตเมืองหรือว่าอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร น่าจะเปึนโอกาสของพี่น้อง ประชาชนคนไทย ลูกหลานคนไทยทุกส่วนที่จะมีโอกาสเข้ามาสู่การศึกษาในระบบนี้ และสามารถกลับเข้าไปสู่การพัฒนา ไม่ว่าจะเปึนเขตเมืองที่จังหวัดไหน ชุมชนในเขต จังหวัดใดก็เปึนโอกาส เพราะว่าเงินที่มาใช้ในการพัฒนาการศึกษาครั้งนี้ถึงแม้จะเปึนเงิน ส่วนหนึ่งที่มาจากท้องถิ่นคือกรุงเทพมหานคร ส่วนหนึ่งเปึนของรัฐก็ถือว่าเปึนรายได้ ของแผ่นดิน ผมฝากเปึนประเด็นไว้ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ต่อไปคุณวัชระ เพชรทอง
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในฐานะที่เปึน ส.ส. กรุงเทพมหานครผมก็ต้องลุกขึ้น อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ซึ่ง ทั้งคณะรัฐมนตรี ทั้ง ส.ส. ฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาลได้ร่วมกันเสนอ ท่านประธานครับ การที่กรุงเทพมหานครซึ่งได้มีแนวคิดในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยมาตั้งแต่สมัยนายสมัคร สุนทรเวช ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในขณะนั้น สืบเนื่องมาจนถึงท่านผู้ว่าราชการ อภิรักษ์ โกษะโยธิน ซึ่งยังเปึนขวัญใจของพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครอยู่ในขณะนี้ ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ มาตรา ๔๑ บัญญัติให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถตั้งมหาวิทยาลัยได้ ผมจึงเห็นว่าการที่ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครท่านก่อน ๆ ได้ให้แนวคิดเอาไว้ ประกอบกับกฎหมาย ได้เป่ดช่องให้สามารถกระทําได้จึงเปึนเรื่องที่ควรสนับสนุน เพราะอะไรครับ เพราะกรุงเทพมหานครเปึนเมืองใหญ่ จริงอยู่ครับ เพื่อนสมาชิกบางท่านอาจจะ ไม่เห็นด้วยที่ให้มีการก่อตั้งมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่อีกในกรุงเทพมหานคร แต่การที่ ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้และรวมวิทยาลัยต่าง ๆ ๓ แห่งขึ้นมาเปึนมหาวิทยาลัยนั้น ซึ่งเปึนเรื่องที่เหมาะสม ทั้งในเรื่องของ คณะแพทยศาสตร์และคณะพยาบาลศาสตร์ ท่านประธานครับ ในเหตุผลนั้นได้ระบุ เหตุผลต่าง ๆ ไว้มากมายหลายประการ แต่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ควรหรือไม่ ที่จะระบุเหตุผลในเรื่องของสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพมหานครและการท่องเที่ยวเพิ่มเติม เข้าไปด้วย รวมทั้งปัญหาเรื่องจิตเวชของคนในเมือง ซึ่งในกรุงเทพมหานครปัจจุบันนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ เราต้องยอมรับความเปึนจริงกันว่ามีคนเปึนโรคจิตจํานวนมาก และโรคจิตที่แพร่ระบาดอยู่ในกรุงเทพมหานครนั้นมีมากเหลือเกิน ซึ่งมหาวิทยาลัยที่จัดตั้ง ขึ้นมานี้จะมีส่วนในการที่จะแก้ไขปัญหาโรคจิตนี้ได้หรือไม่ก็เปึนเรื่องที่จะต้องติดตามกัน ต่อไป ท่านประธานครับ มหาวิทยาลัยแห่งแรกในกรุงเทพมหานครนั้นผมเชื่อว่าอยู่ที่ วัดโพธิ์ ที่ท่าเตียน ซึ่งมีท่าฤาษีดัดตนจํานวนมาก นั่นน่าจะนับเปึนมหาวิทยาลัยแห่งแรก ของกรุงรัตนโกสินทร์ด้วยซ้ําไป และเมื่อทางคณะรัฐมนตรี ส.ส. ทั้งฝ์ายค้านและรัฐบาลได้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งได้คํานึงถึงศิลปะ วัฒนธรรม จารีตประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่น ท่านประธานครับ ศิลปะ วัฒนธรรมในกรุงเทพมหานครนั้นมีหลายด้านเหลือเกิน ซึ่งรวมถึงด้านศาสนา ไม่ว่าจะเปึนศาสนาคริสต์ ศาสนาซิกข์ ศาสนาพราหมณ์ ศาสนาอิสลาม ศาสนาพุทธ ซึ่งสามารถอยู่รวมกันได้อย่างสันติสุข ไม่มีการเบียดเบียนซึ่งกันและกัน ศาสนาทุกศาสนา สอนให้คนรักกัน ซึ่งนี่เปึนจุดดี เปึนจุดเด่นของโลกที่ทุกศาสนาสามารถที่จะเผยแผ่ และสามารถที่จะทําให้พุทธศาสนิกชน หรือศาสนิกชนทุกศาสนาอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ ซึ่งจะหาได้ยากยิ่งในบรรดาเมืองต่าง ๆ ทั่วทั้งโลก เพราะส่วนใหญ่นั้นประเทศต่าง ๆ ที่ท่านประธานเคยไปก็มักจะมีศาสนานิยม คือถ้ามีศาสนาหนึ่งย่อมไม่มีอีกศาสนาหนึ่ง แต่สําหรับที่กรุงเทพมหานครนั้นนับว่าเปึนจุดเด่นอย่างยิ่งคือ ไม่มีการแบ่งแยกศาสนา และถือว่าเปึนเสรีภาพตามกฎหมายรัฐธรรมนูญทุกประการในการที่จะนับถือศาสนาใด ๆ ก็ได้ และผู้ปกครองประเทศ คณะรัฐบาลที่ผ่านมาก็ไม่เคยจํากัดการนับถือศาสนา ไม่ว่า ศาสนาหรือลัทธิใดก็ตาม ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของชาติพันธุ์ ก็คือพี่น้องชาวมุสลิม ซึ่งมีทั้งมุสลิมที่อยู่เขตชานเมืองของกรุงเทพมหานคร คือ แถบหนองจอก ลาดกระบัง มีนบุรี และมุสลิมที่อยู่ในใจกลางกรุงเทพมหานคร คือ แถบเขตพญาไท เขตราชเทวี เปึนต้น และนอกจากนี้ยังมีพี่น้องชาวมอญ เช่น มอญ บางกระดี่ ชุมชนมอญที่เขตบางขุนเทียน เปึนต้น ซึ่งถือว่าในกรุงเทพมหานครนั้น มีชาติพันธุ์อยู่กันอย่างหลากหลายและอยู่กันอย่างสงบสันติ ซึ่งหาได้ยากยิ่งอีก เช่นกันครับ ท่านประธานในโลกใบนี้ เพราะอะไรครับ เพราะการที่พี่น้องชาวไทย พี่น้อง มุสลิม พี่น้องชาวมอญ พี่น้องทุกชาติพันธุ์สามารถอยู่กันได้อย่างสมัครสมานสามัคคี กลมเกลียวกัน และไม่มีการใช้อาวุธเข่นฆ่าประหัตประหารกันเหมือนกับในบางเมือง ใหญ่ ๆ ในโลกใบนี้ ก็นับว่าเปึนจุดเด่น ท่านประธานที่เคารพครับ ในร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ฉบับนี้ ทั้งในเรื่องที่มาของอธิการบดี ผมก็เห็น ด้วยว่าควรจะเปึนอย่างนั้น แต่อยากให้คํานึงถึงองค์กรของนักศึกษา คือการปกครอง ตนเองของนักศึกษา ควรจะมีการเลือกตั้งองค์การนักศึกษาของมหาวิทยาลัยที่ตั้งขึ้นใหม่ แห่งนี้ และมีสภานักศึกษาเพื่อที่จะได้ปกครองตนเองและเปึนแบบอย่างของระบอบ ประชาธิปไตย ซึ่งในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานครับ ในข้อที่ ๗ ยังมีการ พัฒนาองค์ความรู้ด้านการปกครองส่วนท้องถิ่นและพัฒนามหานคร ซึ่งท่านประธานครับ นั่นก็หมายความว่า ในอนาคตมหาวิทยาลัยแห่งนี้อาจจะมีคณะด้านรัฐศาสตร์ หรือคณะ ที่เรียกชื่อคล้ายกับรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้นก็เปึนได้ ซึ่งประทานโทษขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านชํานิ ศักดิเศรษฐ์ ก็ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนอยู่แล้วในฐานะที่เปึนผู้เชี่ยวชาญ ด้านการปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านประธานที่เคารพครับ มหาวิทยาลัยแห่งนี้เห็นว่าใช้ชื่อ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ผมก็อยากจะตั้งข้อสังเกตว่า ไปคล้ายคลึงกับมหาวิทยาลัยของเอกชน คือมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งท่านอดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ท่านหนึ่งก็ได้นั่งอยู่ ณ ทีนี้ คือท่านอาจารย์เจริญ คันธวงศ์ ซึ่งเปึน ๑ ใน ๙๙ คน ผู้เรียกร้องประชาธิปไตยในยุคสมัย ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ซึ่งในขณะนั้นผมก็ ยังเด็กมาก และนอกจากนี้ชื่อของมหาวิทยาลัยก็ยังไปคล้ายคลึงกับมหาวิทยาลัย กรุงเทพธนบุรี ซึ่งตั้งอยู่ที่เขตทวีวัฒนา เลียบคลองทวีวัฒนา ซึ่งท่านชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมในขณะนี้เปึนนายกสภามหาวิทยาลัย ท่านประธาน ที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นการจะใช้ชื่อมหาวิทยาลัยจะใช้ชื่ออะไรผมก็ไม่อาจที่จะทราบได้ แล้วแต่สภาแห่งนี้จะเปึนผู้กําหนด แต่ผมได้ตั้งข้อสังเกตว่ามีชื่อที่คล้าย ๆ กันดังที่ผม ได้กล่าวมา นอกจากนี้ท่านประธานครับ ในเรื่องของการให้ปริญญากิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยแห่งนี้ให้แก่บุคคลต่าง ๆ ผมอ่านแล้วก็รู้สึกว่าอุ่นใจขึ้นมาหน่อยหนึ่งที่ได้มีการบัญญัติบอกว่า ตําแหน่งการให้ ปริญญาจะให้แก่คณาจารย์ประจําผู้ดํารงตําแหน่งต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองของกรุงเทพมหานคร นายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการ สภามหาวิทยาลัยในขณะที่ดํารงตําแหน่งนั้นไม่ได้ ซึ่งเปึนไปตามร่างในมาตรา ๕๙ และมาตรา ๖๒ ท่านประธานครับ การที่ได้จํากัดไว้อย่างนี้นับว่าเปึนสิ่งที่ดี เพราะว่า ในปัจจุบันต้องยอมรับกันว่ามีการให้ปริญญากิตติมศักดิ์กันอย่างฟุังเฟัอมาก บางมหาวิทยาลัยจ่ายเงินไป ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทได้ปริญญากิตติมศักดิ์มาประดับ ซึ่งเปึน ปริญญาชั้นปริญญาเอก มีการจ่ายเงินกันจริง ๆ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งนี้จะทําให้คุณค่าของสถาบันได้ตกต่ําลง และเมื่อ สภาผู้แทนราษฎรคิดที่จะสร้างมหาวิทยาลัยขึ้นมาใหม่ในเขตกรุงเทพมหานคร ก็ควรที่จะ คํานึงอย่างรอบด้านและวางกฎเกณฑ์ไว้ให้เหมาะสม เพราะเพื่อว่าผู้บริหารมหาวิทยาลัย ที่จะมาบริหารมหาวิทยาลัยแห่งนี้ในอนาคตจะได้ไม่ใช้อํานาจในทางที่ผิดและใช้อํานาจ มิชอบ ใช้อํานาจเพื่อประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง และอาจจะใช้อํานาจ ดับเบิล สแตนดาร์ด (Double Standard) ก็ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในฐานะที่เปึน ส.ส. กรุงเทพมหานคร ในเขตหนองแขม เขตบางแค เขตภาษีเจริญ ซึ่งเปึนเขตชายขอบ ของกรุงเทพมหานคร เขตรอบนอกจะพ้นต่างจังหวัดแล้วครับ ผมก็ต้องขอสนับสนุน อย่างเต็มที่ที่จะให้มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ได้จัดตั้งขึ้นมาให้จริงจังเพื่อเปึน ประโยชน์ต่อเยาวชน ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครเอง หรือต่างจังหวัดที่จะเข้ามาศึกษา และรวมถึงควรจะเป่ดโอกาสให้กับลูกหลานพี่น้องประชาชนทั่วประเทศทุกจังหวัด ได้มีทุนการศึกษาเล่าเรียนฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าหน่วยกิต ไม่ต้องเสียเงิน ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของชาวกรุงเทพมหานครในที่สุด ขอกราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ตรงเวลาดีครับ เดี๋ยวท่านอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพท่านก็จะ อภิปรายด้วยนะครับ คุณเกรียงศักดิ์ ฝัายสีงาม ครับ
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝัายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... เพื่อเปึนข้อสังเกต ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ และคณะ ที่ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... เพื่อเป่ด โอกาสให้ลูกหลานพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานคร ถึงแม้ผมจะอยู่ต่างจังหวัดก็ต้อง ขอกราบเรียนว่าในฐานะปวงชนชาวไทยเปึนผู้แทนทั้งประเทศ ก็มีความเปึนห่วงพี่น้อง ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเราจะเห็นว่ามีสถาบันอุดมศึกษามากมายหลายแห่งที่มีชื่อเสียง ทุกท่านทราบดี แล้วก็มีสถาบันอุดมศึกษาของภาคเอกชนก็มีหลายแห่ง แต่ถามว่า มีความพอเพียงตามความต้องการของบุตรหลานที่อยากมีโอกาสเข้าศึกษา ในระดับอุดมศึกษาหรือไม่ ผมก็ยังเห็นว่าสถาบันอุดมศึกษาเปึนสิ่งที่จําเปึน โดยเฉพาะ ในท้องถิ่นของกรุงเทพมหานคร ซึ่งถือว่าเปึนการกระจายอํานาจ ขยายโอกาส เราจะเห็น ว่าเด็กไทยที่มีอายุระหว่าง ๑๘-๒๑ ป้ ยังขาดโอกาสทางการศึกษา ข้อมูลจากป้ ๒๕๔๒- ๒๕๕๐ มีโอกาสทางการศึกษาอยู่เพียง ๔๖.๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นนะครับ และที่สําคัญ เราก็มีสถาบันอุดมศึกษาทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ในส่วนกลาง ในภาคเอกชน เรามี ๖๙ แห่ง ส่วนภาครัฐ ๗๘ แห่ง และมหาวิทยาลัยชุมชน ๑๙ แห่ง นั่นก็แสดงให้เห็นว่าโอกาสทางการศึกษาของเด็กไทย ตอนนี้เขาเข้าถึงโอกาสทางการ ศึกษาในระดับอุดมศึกษา จากข้อมูลมีเพียง ๔๐๐,๐๐๐ คนทั้งประเทศนะครับ ไม่เปึน สิ่งที่จะต้องมาคิดคํานึงว่าท้องถิ่นจะต้องไปแย่งในส่วนของภาคเอกชน ภาครัฐ ในการ บริหารจัดการการศึกษาในระดับอุดมศึกษา แต่ที่เปึนห่วงก็คือว่าเจตนารมณ์ของ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... นั้นเราจะมองไปถึงการผลิต คณะแพทยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์อันนี้เปึนหลัก ซึ่งก็ไม่ขัดข้อง ในส่วนตัวของผม ก็เห็นว่ามีความจําเปึนในการที่จะพัฒนาพื้นฐานสังคม พัฒนาความเปึนอยู่ในชีวิต ของความเปึนมนุษย์ให้มีสุขภาพที่แข็งแรงและสมบูรณ์ เปึนคนที่มีทั้งกาย ใจ และสติปัญญาอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข แต่ถ้ามีโอกาสที่จะขยายสาขา ของมหาวิทยาลัยเราก็จะได้ในส่วนที่พัฒนาและเป่ดโอกาสให้เยาวชนของเราได้มีโอกาส ศึกษาในสาขาอื่น ๆ ซึ่งจะถือว่าเปึนการที่เรามีสถาบันการศึกษานั้นก็เปึนเรื่องยาก ไม่ว่า เราจะต้องหาสถานที่ ไม่ว่าจะต้องมีอาคารสถานที่ ไม่ว่าจะต้องหาบุคลากรที่มีคุณภาพ ที่มาบริหารจัดการ ถ้าเรามีโอกาสตรงนี้ผมก็อยากให้มีสาขา อย่างเช่น เราอาจจะ เป่ดสาขาบริการสังคมศาสตร์ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่กรุงเทพมหานครจําเปึนที่จะต้องบริหาร จัดการในส่วนนี้เพื่อเป่ดโอกาสให้ชาวกรุงเทพมหานคร ซึ่งก็ถือว่าเปึนสังคมเมืองที่มี ประชากรหนาแน่นและมีความจําเปึนที่จะให้บุตรหลานของพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร มีโอกาสเข้าถึงทางการศึกษา อันนี้ผมก็คิดว่าเปึนประเด็นที่อยากเรียนฝากไปยัง ท่านรัฐมนตรีและคณะกรรมาธิการที่จะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... นะครับ
อีกประเด็นหนึ่งนะครับ ก็อยากกราบเรียนว่าเดี๋ยวนี้การพัฒนาการศึกษา ของเราต้องยอมรับว่าประเทศไทยเราถ้าเทียบระดับนานาชาติ จากข้อมูล ไอเอ็มดี (IMD) เราก็จะเห็นว่าการศึกษาของเรายังอยู่ในระดับนานาชาติ ลําดับที่ ๔๐ กว่า ๔๓ นี่ครับ ก็เปึนเรื่องที่น่าเปึนห่วงในการพัฒนาการศึกษา ฉะนั้นก็อยากกราบเรียนท่านรัฐมนตรีซึ่งมี หน้าที่รับผิดชอบเรื่องการพัฒนาการศึกษาด้วยว่านอกจากเราจะมีมหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานครแล้ว ในส่วนที่เรามีมหาวิทยาลัยอยู่แล้วและดําเนินการเรียนการสอน อยู่นั้น ในสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งก็ควรจะมีการพัฒนาคุณภาพการศึกษา และพัฒนาบุคลากรครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ เพื่อที่จะพัฒนาการศึกษาของเราให้ก้าวหน้าต่อไปนะครับ สําหรับในกรุงเทพมหานคร บางคนก็อาจจะมองว่าเมื่อการกระจายอํานาจสู่กรุงเทพมหานครซึ่งถือว่าเปึนการ ปกครองท้องถิ่น ต่างจังหวัดก็น่าจะมีโอกาสนี้ที่จะได้รับโอกาส เราเคยพูดในฐานะตัวแทน ของพี่น้องประชาชนว่าเราอยากเห็นการกระจายอํานาจ ขยายโอกาสไปยังต่างจังหวัด ไปยังท้องถิ่นทุรกันดาร ผมก็มั่นใจว่าถ้าเราสามารถผ่านร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ก็คงจะมีโอกาสที่จะพัฒนาหรือว่าส่งเสริมไปยังปกครองท้องถิ่นในต่างจังหวัด อย่างเช่น ที่จังหวัดอุดรธานีก็มีสถานที่ที่เหมาะสม มีความพร้อมทั้งกายภาพและภูมิศาสตร์ มีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรทางการศึกษา แต่ยังขาดงบประมาณและการสนับสนุน จากทางรัฐบาล ผมก็คิดว่าในการกระจายโอกาสไปยังส่วนภูมิภาค ไม่ว่าจังหวัดใด ๆ แม้แต่จังหวัดอุดรธานีของผม ก็น่าจะเปึนสิ่งที่การพัฒนาการศึกษาของประเทศไทย น่าจะได้รับการเหลียวแลจากทางรัฐบาล และให้ความร่วมมือจากพี่น้องสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกท่านครับ สิ่งที่อยากกราบเรียนผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบว่า ตอนนี้ขวัญและกําลังใจของครูบาอาจารย์ทั่วประเทศ เรากําลังพูดถึงระดับอุดมศึกษา แต่ก็อยากให้ท่านเหลียวแลตั้งแต่การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาอาชีวศึกษา ภาคเอกชน ซึ่งเปึนบุคลากรที่จะต้องขับเคลื่อน แล้วก็ต้องสนับสนุนการเรียน การสอน นอกจากนั้น ก็อยากให้ท่านสนับสนุนเรื่องสื่อการเรียน การสอน ซึ่งเราก็มีนโยบายดี ๆ ที่รัฐบาล ที่ผ่านมา อย่างเช่น อีเลิร์นนิ่ง (e-Learning) อะไรก็หายไป ตรงนี้ก็อยากกราบเรียนว่า ทุกระดับ ทุกช่วงชั้นของการศึกษาควรจะได้รับการเยียวยา และสนับสนุนดูแลจากภาครัฐ ให้ได้รับโอกาสที่ทัดเทียมกัน แม้แต่มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครที่จะเปึน ร่างพระราชบัญญัติ เรากําลังพิจารณากันอยู่นี้ ผมก็เห็นว่าเปึนสถาบันที่จะส่งเสริม แล้วก็ ขยายโอกาสทางการศึกษาให้ลูกหลานของเรา ขอกราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปเชิญนายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอชื่นชมกรุงเทพมหานครที่มีศักยภาพ และมีความพร้อมที่ท้องถิ่นได้เติบโตแล้วก็สั่งสมองค์ความรู้ สั่งสมบุคลากรขึ้นมาพัฒนา นอกจากพัฒนาทางด้านวัตถุแล้ว ก็ยังมาพัฒนาทางด้านสติปัญญา ก็คือองค์ความรู้ ในระดับอุดมศึกษา มหาวิทยาลัย อันนี้ก็ขอชื่นชมผู้บริหารกรุงเทพมหานครเปึนอย่างยิ่ง นะครับ
อันที่ ๒ ก็คือขอชื่นชมรัฐบาล ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งวันนี้ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ก็มานําเสนอร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... อันนี้ก็ถือว่าเปึนสิ่งที่รัฐบาลให้ความสําคัญกับ การศึกษาระดับอุดมศึกษา ผมเองก็เคยถามกระทู้ในสภานะครับ เพื่อตอบใน ราชกิจจานุเบกษาก็อยากจะมีมหาวิทยาลัยที่จังหวัดระยองเหมือนกัน ก็ทราบว่ามันก็มี ข้อจํากัดอยู่ว่ามติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๑ เห็นชอบในหลักการที่จะจํากัด จํานวนมหาวิทยาลัย สืบเนื่องจากมันจะต้องใช้ทุน ใช้เงินทองเยอะนะครับ แต่ว่าให้เพิ่ม คุณภาพ แล้วก็ควบรวมสาขาต่าง ๆ ผมก็มีข้อสงสัยว่าของมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ร.บ. นี้ ไม่ทราบว่ามันขัดกับมติ ครม. นี้หรือไม่ หรือไม่ก็สามารถจะทําได้ ถ้าทําได้ผมจะ ได้เสนอ พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยระยองบ้าง อันนี้ก็ขอบคุณรัฐบาลที่ได้เป่ดช่องให้การลงทุน ทางด้านของโนลเลจ (Knowledge) หรือองค์ความรู้เรื่องสมอง เรื่องสถาบันอุดมศึกษาได้ เกิดขึ้น ขอขอบคุณท่านสมาชิกจากทั้งซีกของรัฐบาลและฝ์ายค้านนะครับ ท่านธนา ชีรวินิจ และคณะ ส.ส. กทม. และ ส.ส. ต่างจังหวัดซีกรัฐบาล แล้วก็ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ และคณะ ที่ได้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานครเข้ามาทั้ง ๓ ร่าง เพื่อให้สภาได้พิจารณาในวันนี้ โดยหลักการแล้ว ผมเห็นด้วยกับการจัดตั้งมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เพราะว่ามันเปึนความสุกงอม ของกรุงเทพมหานครที่มีทั้งองค์ความรู้ มีทั้งบุคลากร แล้วมีทั้งสถานที่ทุกอย่าง แล้วมีทุน ทุนในที่นี้ก็คือ คณะแพทย์ที่จะตั้งขึ้น คณะพยาบาลศาสตร์ที่จะตั้งขึ้นในอันดับแรก มีพร้อมอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าใส่เรื่องของกฎ ระเบียบ กฎหมายเข้าไปแล้วก็ให้ระบบนั้น มันเดินไปโดยอัตโนมัติ ผมคิดว่าอย่างที่เพื่อนสมาชิกกังวลเรื่องของความแออัดยัดเยียด ของกรุงเทพมหานครที่จะเพิ่มขึ้น ผมคิดว่าสําหรับคณะแพทย์และพยาบาลนั้นก็คง ไม่แออัดไปกว่านี้มากนัก แต่ว่าถ้าในเรื่องคณะอื่น ๆ ที่อาจจะไม่จําเปึนต้องใช้ใจกลาง กรุงเทพมหานครเปึนที่ตั้งของพื้นที่การศึกษาก็อยากจะให้พิจารณาชานเมืองให้มากขึ้น เพื่อที่จะลดความแออัดยัดเยียดของใจกลางกรุงเทพมหานครลงนะครับ ผมเปึนกังวล ที่เหตุผลครับ เหตุผลของร่างพระราชบัญญัตินี้อ่านคร่าว ๆ ดู ดูเหมือนกับว่าจะเปึน มหาวิทยาลัยของคนกรุงเทพมหานคร เพื่อคนกรุงเทพมหานคร โดยคนกรุงเทพมหานคร ผมก็กังวล อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายว่าเม็ดเงินภาษีอากรที่รัฐบาลจะต้องจัดให้ก็จะ เปึนเม็ดเงินภาษีอากรของทั้งประเทศไทยนะครับ แม้กระทั่งคนในกรุงเทพมหานครที่มาอยู่ ก็คือคนทั้งประเทศไทยที่มาอยู่ ผมยังอยากจะให้เหตุผลนั้นมีความครอบคลุมไปถึง เปึนมหาวิทยาลัยของประเทศไทยที่มีความเปึนเลิศ แล้วก็มีเอกลักษณ์ที่แตกต่าง จากมหาวิทยาลัยทั่ว ๆ ไปครับ กรุงเทพมหานครตั้งมหาวิทยาลัยครั้งนี้ ผมถือว่ามีจุดเด่น มากกว่ามหาวิทยาลัยอื่นเปึนอย่างมากในเรื่องของการที่มหาวิทยาลัยนี้ เรียกว่ามีน้ําเลี้ยง หรือว่างบประมาณบุคลากรต่าง ๆ พร้อมทุกสิ่งทุกประการ ผิดกับมหาวิทยาลัยอื่นนั้นก็เปึน สถาบันอุดมศึกษาที่จะต้องพึ่งค่าหน่วยกิตหรือค่าบํารุงการศึกษาหรือเงินงบประมาณ เปึนหลัก ผมยังคิดว่ามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครคงจะพึ่งงบประมาณส่วนกลาง ค่อนข้างน้อย ผมมีความคาดหวังไว้อย่างนั้น เพราะว่าถ้าหากว่าเราไม่จัดตั้งมหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร หากกรุงเทพมหานครมีงบประมาณเหลือเขาก็ไม่มีช่องทางที่จะผ่องถ่าย งบประมาณไปเพื่อเรื่องของการพัฒนาในเชิงคุณค่าทางการศึกษาหรือสติปัญญา ก็คงจะต้องทําถนน ทําเสาไฟหุ้มทอง งบประมาณเมื่อมีเยอะมันก็ไปพัฒนาวัตถุ ให้มันสวย ให้มันหรูหรามากขึ้น ผมคิดว่าการเป่ดช่องนี้ทําให้เราใช้เม็ดเงินที่คุ้มค่า มากยิ่งขึ้น และนอกจากนั้นก็จะทําให้บุคลากรที่มีอยู่ในกรุงเทพมหานครจากที่เปึน ข้าราชการหรือพนักงานประจําก็กลายเปึนครูบาอาจารย์ แล้วก็จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้อง บริหารจัดการที่เต็มไปด้วยองค์ความรู้ แล้วก็สามารถถ่ายทอดสู่ลูกศิษย์ลูกหาได้ อันนี้ ผมถือว่าเปึนการบริหารอย่างมืออาชีพ เพราะอย่าลืมว่าการบริหารราชการท้องถิ่น ถ้าหากว่าไม่มีใครมารู้มาเห็นหรือไม่ได้มีโอกาสที่จะได้ถ่ายทอด บางครั้งมันก็อาจจะเปึน บริหารที่อาจจะไม่ได้อิงหลักวิชาการมาก ถ้าหากว่ามีหลักวิชาการ มีสถาบันอุดมศึกษา เกิดขึ้น ข้าราชการกรุงเทพมหานครที่มีคุณวุฒิก็จะเปึนอาจารย์ สิ่งเหล่านี้ก็จะเปึนสิ่งที่ จะช่วยเสริมทั้งคุณค่าให้แก่ข้าราชการเหล่านั้น ให้มีเกียรติมากยิ่งขึ้น แล้วก็สามารถที่จะ ผลิตลูกศิษย์ลูกหา ผมยังหวังว่ามหาวิทยาลัยนี้เปึนของประเทศไทยและมีความเปึนไทย แล้วก็มี ความแข็งแรง เนื่องจากมีกรุงเทพมหานครให้การสนับสนุนอยู่ แล้วผมยังหวังว่า มหาวิทยาลัยนี้น่าจะต้องเปึนมหาวิทยาลัยที่ระดับนานาชาติที่จะต้องมีการพัฒนาควบคู่ กันไปกับเมืองใหญ่ ๆ ทั่วโลก เพราะฉะนั้นจึงเปึนมหาวิทยาลัยที่เปึนระดับสากล แล้วก็ ไม่อยากจะให้มหาวิทยาลัยนี้ผลิตเฉพาะสาขา อย่างเช่นในช่วงแรกนี้ความพร้อมอยู่ที่ งานการแพทย์ การสาธารณสุข ก็คือแพทย์และพยาบาล ผมอยากจะให้มองตัวอย่าง ของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งสมัยก่อนก็เติบโตมาจากทางด้านการแพทย์ การสาธารณสุข แต่ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมหิดลก็เติบโตไปหลากหลายสาขามากนะครับ จนเรียกว่าอาจจะ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ามหาวิทยาลัยอื่น ๆ อยากจะให้มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครนั้น มีความยั่งยืน ไม่อยากจะให้เปึนมหาวิทยาลัยที่ตั้งขึ้นเฉพาะกิจ แล้วก็มีอันจะต้อง เสื่อมถอยไป ก็ต้องฝากว่าทําอย่างไรที่จะให้มหาวิทยาลัยนี้เปึนมหาวิทยาลัยที่มี ความยั่งยืน แล้วก็เปึนมหาวิทยาลัยที่เปึนชั้นนํา เปึนคู่แข่งของมหาวิทยาลัยดัง ๆ ในประเทศไทยนะครับ แล้วก็อยากจะให้เปึนความหวังว่าท้องถิ่นทั่วไทย ซึ่งไม่มีความ แข็งแกร่งเช่นเดียวกับกรุงเทพมหานคร ไม่มีประสบการณ์เช่นเดียวกับกรุงเทพมหานคร สามารถที่จะส่งลูกหลานในพื้นที่ของเขามาร่วมผลิตบัณฑิตคู่กับท้องถิ่นทั่วไทย ถือว่า เปึนต้นแบบของสถาบันอุดมศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถือว่าเปึนผลงาน ชิ้นโบแดงที่ประสบความสําเร็จของมาตรการการกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่นว่า เดี๋ยวนี้ ท้องถิ่นเขามีศิวิไลซ์ (Civilize) พัฒนาไปถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษานะครับ แล้วก็ เมื่อตัวนี้มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครประสบความสําเร็จ งานต่าง ๆ ที่คิดว่า กรุงเทพมหานครบริหารไม่ได้ เช่น ขนส่งมวลชนกรุงเทพ ระบบขนส่ง ระบบต่าง ๆ ที่รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ ถ่ายไปเสียให้หมด เขาจะได้มีบุคลากรที่จะผลิตบัณฑิต สาขาต่างๆ ที่ท้องถิ่นจะต้องตอบ ไม่ว่าจะเปึนสาธารณสุข การศึกษา เรื่องของการขนส่ง เรื่องของตํารวจจราจรอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ก็ถ่ายออกไปครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
คุณเรวัต สิรินุกุล ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยคณะรัฐมนตรี แล้วก็ของท่านสมาชิก ทั้งฝ์ายค้านแล้วก็ฝ์ายรัฐบาลครับ โดยหลักการให้มีกฎหมายว่า ด้วยมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร แล้วก็โดยเหตุผลที่บอกว่ากรุงเทพมหานครนั้น เปึนเมืองใหญ่ครับ เปึนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษที่มีศูนย์รวมของ ความเจริญ เศรษฐกิจ สังคม ศิลปะ วัฒนธรรม การปกครอง อุตสาหกรรม คมนาคมขนส่ง ที่สําคัญ จึงควรตั้งมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ผมก็ดีใจครับแล้วผมก็เห็นด้วย จริง ๆ แล้วท่านประธานผมคิดว่ากรุงเทพมหานครจะตั้งมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์แบบ ไปคิดเอาว่าในต่างประเทศเขานะครับ ท่านประธานครับ ต่างประเทศยกตัวอย่างประเทศ อังกฤษนะครับ หรือประเทศใหญ่ ๆ ก็แล้วกัน เขาก็มีมหาวิทยาลัยของเขา แล้วก็ ชื่อมหาวิทยาลัยเหมือนกับเมืองหลวงเขาเลย กรุงเทพมหานครเปึนเมืองหลวง เมืองหลวง ของประเทศไทย ผมก็คิดแบบนั้น กรุงนิวยอร์ก (New York) มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก นิวยอร์กนี่เปึนเมืองหลวงของสหรัฐอเมริกา กรุงปักกิ่งเมืองหลวงจีน ก็มีมหาวิทยาลัย ปักกิ่ง กรุงโตเกียวก็มีมหาวิทยาลัยโตเกียว เมืองหลวงของกรุงโตเกียว ผมคิดอย่างนี้ นะครับ แต่ว่ารายละเอียดมันไม่มีนะครับ แล้วก็มาดูอีกว่า ถ้าอย่างนี้มันจะเปึนอย่างไร อนาคต ก็มาฟังท่านชํานิ ขอประทานโทษเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านชํานิ อดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านก็บอกว่าตรงนี้มันเปึนเพียงเริ่มต้น ต่อไปนี้จะไปใหญ่ ๆ อีก มีสาขาเยอะแยะ ผมก็ดีใจ ความคิดเริ่มแรกของผมคงจะเปึนจริง ก็เกิดปัญหาว่าจะถาม ว่าการบริหารกรุงเทพมหานคร ซึ่งท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านคุม ดูแลอยู่นี้ จะมีอย่างนี้อีกนานไหม เมื่อไร เพราะกรุงเทพมหานครนี้พร้อมนะครับ เงินทอง เยอะแยะครับ ที่จะมีสาขาให้ครบเหมือนกับต่างประเทศ เหมือนกับเมืองหลวงของเขา ชื่อมหาวิทยาลัยของเขานี้ได้ ผมว่าได้ครับ เงินทองเยอะแยะ งบประมาณก็มีเยอะ อย่างนี้ ผมคิดเอาอย่างนี้ แต่ถ้าหากว่าไม่คิดถึงที่ท่านชํานิได้พูดถึงนี้ เพราะว่าท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการก็ดี ท่านผู้เสนอของซีกรัฐบาล ซีกฝ์ายค้านก็ดี เขาไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เลย ผมก็ เลยคิดว่าถ้าอย่างนี้ ออกอย่างนี้ กฎหมายอย่างนี้นะครับ มันก็เปึนเพียงแต่ว่าเปลี่ยนชื่อ มหาวิทยาลัย เอาวิทยาลัยที่เขามีอยู่แล้วนี้นะครับ วชิรพยาบาลแล้วมาตั้งเปึนแพทย์นี้ แล้วก็แพทย์กรุงเทพมหานคร แล้วก็มีวิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์ อันนี้ผมก็คิดว่า เปลี่ยนอย่างนี้ แบบเดียวกับราชภัฏ เปึนมหาวิทยาลัยหมด อย่างนี้เปึนต้น ถ้าอย่างนี้ นะครับ ผมก็รู้สึกไม่สบายใจ แม้ว่าจะเปึนมหาวิทยาลัยก็จริง จริงอยู่ แต่ไม่สมบูรณ์ ถ้าเปึนอย่างนี้นะครับ ท่านประธานครับ ไม่ต้องไปอยู่ตรงโน้น เอาไปใส่ไปไว้อยู่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ได้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็ได้ แล้วขณะนี้ถ้าเทียบกันนะ เปึนมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ถ้าเทียบกันนะครับ เทียบไม่ได้กับจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อย่างนี้เทียบกับเขา ไม่ได้นะครับ ตรงนี้เปึนเรื่องสําคัญที่ผมอยากเห็น ก็เลยอยากจะถามครับ ถามท่าน รัฐมนตรีนะครับว่า เมื่อไรครับ อีกกี่ป้ไหม อีกนานไหมว่ากรุงเทพมหานครจะมีสาขาทั่ว เหมือนกับต่างประเทศเขา ไม่ว่าจะมีสาขาวิศวกรรมศาสตร์ก็ดี สาขารัฐศาสตร์ สาขา เศรษฐศาสตร์ สาขานิติศาสตร์ อะไรพวกนี้นะครับ ให้สมบูรณ์แบบเลย เขามีอะไร เรามีหมด อย่างนี้เปึนต้น นี่คือสิ่งที่กระผมอยากเห็นตรงนั้นนะครับ แต่เมื่อเห็น ท่านสมาชิกได้พูดกันนะครับ แล้วก็สนับสนุนกันเต็มที่ ผมก็เห็นดีด้วยครับ การตั้ง มหาวิทยาลัยนี้ครับ ตั้งไปเถอะครับ ตั้งได้นี่เห็นดีด้วย ให้จบมหาวิทยาลัย ผมกราบเรียน อย่างนี้ครับท่านประธานว่า ถ้าคนนี้ศึกษาได้ศึกษาสูง ๆ จบมหาวิทยาลัยแล้วไปทํานา ก็ยังดีกว่าครับ มีความคิดที่จะทํานาดีด้วย อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นผมเห็นว่า การตั้งมหาวิทยาลัยนี้ผมเห็นด้วย เปึนสิ่งที่ดี ดีเลิศ ผมยังอยากจะคิดว่าถ้าเมืองกาญจน์ ได้เปึนมหานคร จังหวัดกาญจนบุรีขึ้นมา เติบมา หรือว่าเมืองไหนก็แล้วแต่ เปึนเปัาได้ไหม ครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ เปึนได้ไหมครับว่า อันไหนในเมืองหลวงใหญ่ ๆ ที่ไหน ก็แล้วแต่ ได้พัฒนาเปึนมหานครหรือนครก็แล้วแต่ครับ ให้เมืองนั้น ๆ ตั้งมหาวิทยาลัย ชื่อนั้นเลย อย่างจังหวัดเชียงใหม่มีแล้วนะครับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีแล้ว นครเชียงใหม่ มีแล้วนะครับ แล้วก็ที่อําเภอหาดใหญ่ อําเภอหาดใหญ่มีหรือยังครับท่านรัฐมนตรี อําเภอ หาดใหญ่ไม่มีนะครับ มีแต่จังหวัดสงขลานะครับ อําเภอหาดใหญ่ อย่างนี้เปึนต้น นครหาดใหญ่ก็ตั้งมหาวิทยาลัยนครหาดใหญ่สิครับ อย่างนี้เปึนต้น ที่ไหนมีตั้งไป เถอะครับ จะมีคนเรียนมากน้อยเท่าไรก็เปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติเท่านั้น เพราะฉะนั้น กระผมจึงอยากจะฝากเรื่องนี้กับท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีนะครับว่าทําอย่างไร ให้ประเทศไทยมีมหาวิทยาลัย อย่างกรุงเทพมหานครให้มีมหาวิทยาลัยที่โด่งดัง เทียบเขาได้ ตอนนี้มหาวิทยาลัยอะไรที่ดังที่สุดในโลกครับท่านรัฐมนตรีครับ เรามีไหม เรายังมีอะไรที่เทียบเขาได้ไหม มีวิชาอะไรที่เทียบเขาได้ไหม อย่างนี้เปึนต้น กระผมก็อยากจะฝากท่านประธานครับ แล้วกระผมก็มีเหตุผลสนับสนุนเต็มที่นะครับ เหตุผลของผมก็ที่ได้กราบเรียนไว้แล้วว่าอยากเห็นมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครไม่ใช่ เพียงแต่เอาวิทยาลัย ๓ แห่งมารวมกันเท่านั้นเอง ไม่ใช่ อยู่แค่นี้ไม่ได้หรอกครับ อย่างนี้ อย่าไปชื่อมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร แล้วก็เปึนเมืองหลวงของประเทศไทยเลย เสียชื่อเขาครับ อายเขาครับท่านประธาน แต่อันนี้ก็เปึนเพียงเริ่มต้น แต่ผมก็อยากจะทราบ อยากจะรู้ อยากจะเห็นว่ากรุงเทพมหานครที่เมืองใหญ่ไม่แพ้ใครให้มีมหาวิทยาลัย เหมือนกับเขาด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดี๋ยวตอบผมหน่อยนะครับว่าอีกประมาณสักกี่ป้ อีกเมื่อไร กรุงเทพมหานครเขาจะได้ ไปตั้งธงไว้ว่าเอาละอีก ๕ ป้ ๑๐ ป้ จะเทียบเท่ามหาวิทยาลัยใหญ่ ๆ เขา มีวิชา มีการศึกษาสาขาวิชาที่สมบูรณ์เหมือนกับที่โด่งดัง กรุงเทพมหานครนี่โด่งดังนะครับ คนท่องเที่ยวมาเยอะ แต่ตอนนี้ยังไม่มี มีน้อยลง อย่างนี้เปึนต้น ก็ฝากท่านรัฐมนตรี นะครับ เดี๋ยวตอบผมด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ต่อไปดอกเตอร์รัชดา ธนาดิเรก ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ที่เสนอ เข้าสู่การพิจารณาแห่งนี้ ทั้งในส่วนของคณะรัฐมนตรีและของเพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ ฉบับ นะคะ เพราะนั่นหมายถึงตัวบ่งชี้ให้เห็นว่าในอนาคตอันใกล้นี้เราจะมีมหาวิทยาลัย เฉพาะทางที่จะมีความสามารถในการตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของคนเมือง นั่นไม่ได้หมายถึงว่าเฉพาะพี่น้องประชาชนที่อยู่ในทะเบียนราษฎรกรุงเทพมหานคร แต่หมายถึงบุคคลโดยทั่วไปที่อาศัยอยู่ ทํางานอยู่ในกรุงเทพมหานคร รวมถึงกว่า ๑๐ ล้านชีวิตนะคะ คําถามก็คือว่ามันยังมีความจําเปึนอยู่หรือเปล่าคะ ที่เราจะต้องมี มหาวิทยาลัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในขณะนี้มหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในบริเวณ กรุงเทพมหานครและปริมณฑลก็มีกว่า ๘๐ แห่งแล้ว แต่ก็ยังมีความต้องการและ ความเห็นว่าจะต้องมีมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าใครเปึนเจ้าของ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้จะชื่ออะไร แต่ความแตกต่าง ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครอยู่ที่ภารกิจที่จะเกิดขึ้น ที่ผ่านมามหาวิทยาลัย โดยทั่วไปมีการแบ่งคณะวิชาต่าง ๆ ตามสายวิชา งานวิจัยที่ถูกผลิตขึ้นเพื่อตอบโจทย์ ปัญหาของสังคมก็แยกไปตามสายวิชา แต่ถ้าเราพิจารณาถึงสภาวการณ์ที่เกิดขึ้นในชุมชนเมือง ในสังคมเมืองนั้น มันเปึนปัญหาที่ซับซ้อนและมีความเปึนพลวัต การที่เราจะผลิตงานวิจัย ผลิตบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญแขนงวิชาใดแขนงวิชาหนึ่งนั้น มันไม่เพียงพอหรอกค่ะ เราต้องการความรู้ องค์ความรู้ บุคลากรที่สามารถมองเห็นปัญหาในลักษณะองค์รวมและ สามารถบูรณาการความรู้ต่าง ๆ เพื่อนําไปสู่การแก้ไขปัญหาได้ ดังนั้นจึงนําไปสู่ ความจําเปึนที่ต้องก่อตั้งมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ดิฉันเห็นด้วยกับมาตรา ๗ ในหมวด ๑ ของร่าง พ.ร.บ. ที่เสนอโดย ครม. ที่บรรจุไว้ว่า วัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย แห่งนี้จะต้องประกอบด้วย ๘ หลักด้วยกัน และที่ชื่นชมมากก็คือในข้อ ๓ ที่บอกไว้ว่า มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครจะต้องพัฒนาองค์ความรู้ด้านการแพทย์และ การสาธารณสุขทุกสาขา โดยเน้นทางด้านเวชศาสตร์เขตเมือง เพื่อตอบสนองความ ต้องการด้านสุขภาพ แม้ว่าเราจะมีมหาวิทยาลัยที่ผลิตบัณฑิตที่เกี่ยวข้องกับ การแพทยศาสตร์มามากมาย แต่ว่ายังไม่มีที่ใดที่ให้ความสําคัญเปึนพิเศษในเรื่องของ เวชศาสตร์เขตเมือง ซึ่งเปึนปัญหาของคนในกรุงเทพมหานครและผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ใน เมืองหลวงแห่งนี้นะคะ
อีกภารกิจหนึ่ง ที่ทําให้มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครมีความแตกต่างก็คือ ต้องเน้นในเรื่องการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการปกครองส่วนท้องถิ่น และพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยอื่นอาจจะมีหลักสูตรในเรื่องของการบริหารงานภาครัฐ แต่ถ้าถามถึงเรื่อง ของการปกครองส่วนท้องถิ่นและมหานคร ไม่ได้หมายความว่ากรุงเทพมหานครนะคะ แต่หมายถึงเมืองที่มีขนาดใหญ่ ภารกิจของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ยังพูดถึงการให้โอกาส ทางการศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนในเขตเมือง ดิฉันเปึนอาจารย์ มหาวิทยาลัยมาก่อนค่ะ ได้ศึกษาพระราชบัญญัติมาหลายที่ แต่ก็เห็นว่าฉบับนี้มีความ แตกต่างและยิ่งสนับสนุนให้เห็นถึงความจําเปึนที่จะต้องก่อตั้งมหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานครนะคะ โดยสรุปแล้วดิฉันเชื่อมั่นว่า ถ้าหากว่าเรามีมหาวิทยาลัยเกิดขึ้น เราจะสามารถพัฒนาวิชาการและนําองค์ความรู้มาแก้ปัญหาของคนเมือง ของชาวเมือง ด้วยการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง เพราะว่าก็เปึนจุดเน้นของพระราชบัญญัติแห่งนี้นะคะ มากไปกว่านั้นจะนําไปสู่การศึกษาวิจัยและพัฒนาคน เพื่อนําองค์ความรู้ไปประยุกต์ แก้ปัญหาในการบริหารจัดการอย่างครบวงจรอย่างต่อเนื่อง เพราะขณะนี้สิ่งที่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครตั้งใจก็คือว่า การเรียนรู้จากปัญหาจริง การเรียนรู้ จากปัญหาโดยใช้ปัญหาและพื้นที่เปึนตัวตั้ง ไม่ได้ใช้แขนงวิชาเปึนตัวตั้ง นี่คือจุดเด่น เปึนพิเศษที่จะสามารถตอบโจทย์ปัญหาและความต้องการของคนในเมืองได้ดีนะคะ แม้ว่าในเบื้องต้นนี้มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครจะมีความพร้อมที่จะยกระดับ ๓ สถาบัน ทางการแพทย์ ก็คือ วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานคร วชิรพยาบาล และวิทยาลัย พยาบาลเกื้อการุณย์ ยกระดับให้เปึนคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล และคณะพยาบาล เกื้อการุณย์นะคะ แต่ถ้าหากว่า ๓ สถาบันแห่งนี้ไม่ได้รับการยกระดับเปึนคณะหนึ่ง ของมหาวิทยาลัย ปัญหาที่จะตามมาก็คือปัญหาสมองไหล เพราะว่าวิทยาลัยทั้งสามนี้ ยังไม่มีโครงสร้างของความก้าวหน้าที่จะรองรับอาจารย์ให้ยกระดับจากเปึนอาจารย์ทั่วไป เปึนตําแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์และศาสตราจารย์ในอนาคตได้นะคะ
อีกปัญหาหนึ่งก็คือโครงสร้างของอัตราเงินเดือน ณ ปัจจุบันนี้อัตรา เงินเดือนและค่าตอบแทนของอาจารย์ในคณะแพทย์ที่สังกัดกรุงเทพมหานครถือว่าอยู่ใน ระดับที่ต่ํากว่าคณะที่สังกัดในมหาวิทยาลัยทั่วไปนะคะ และที่สําคัญที่สุด ๓ สถาบัน ทางการแพทย์ของ กทม. นี้ยังไม่สามารถผลิตบุคลากรที่ตรงกับความขาดแคลนได้ ในกรุงเทพมหานครยังต้องการบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านวิสัญญี ศัลยกรรม สูตินรีเวช อายุรกรรม นิติเวชศาสตร์ และเวชศาสตร์ฟุ๋นฟู เปึนต้น ดังนั้นการที่ ยกระดับ ๓ วิทยาลัยนี้ให้เปึนคณะภายใต้มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครก็เชื่อมั่นว่า เราจะมีบุคลากรที่มีความพร้อมและตอบโจทย์ปัญหาของสังคมได้ดียิ่งขึ้นค่ะ ดิฉันจึงหวัง เปึนอย่างยิ่งว่าเพื่อนสมาชิกในที่นี้จะเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... แล้วก็ผลักดันให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้เปึนมหาวิทยาลัยของ ประเทศไทยต่อไป ขอบคุณค่ะ
มีผู้ ยกมือเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลยครับ ต่อไปนายแพทย์วรงค์ และต่อไปเปึนคุณสมคิดนะครับ แล้วก็จะมีท่านดอกเตอร์เจริญ นายแพทย์อสิ คุณขยัน วิพรหมชัย คุณนริศ ขํานุรักษ์ คุณเจะอามิง โตะตาหยง ยังเหลืออีกหลายท่านนะครับ นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ครับ และต่อไปเปึนคุณสมคิดนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก วันนี้สภา กําลังพิจารณา พ.ร.บ. ว่าด้วยมหาวิทยาลัย ซึ่งกําลังจะถือว่าเปึนมหาวิทยาลัยเกิดใหม่ ภายใต้การดูแลของกรุงเทพมหานคร และถ้าเราดูอยู่แล้วเราจะรู้ว่าอันนี้เปึนมหาวิทยาลัย ที่ท้องถิ่นเข้ามากํากับแล้วก็ดูแลอย่างจริงจัง ถ้าถามความรู้สึกของผมในฐานะที่เปึน ผู้แทนราษฎรต่างจังหวัด ผมถือว่าครั้งนี้จะเปึนมิติใหม่ที่กรุงเทพมหานครที่ถือว่า เปึนท้องถิ่นมามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาระดับสูงครับ และผมหวังเปึนอย่างยิ่งว่า มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครที่ภายใต้การดูแลของ กทม. นั้นน่าจะประสบความสําเร็จ และนํามาซึ่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในหลาย ๆ พื้นที่ ไม่ว่าจะเปึนจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดสงขลา แม้กระทั่งจังหวัดพิษณุโลกเองมีส่วนในการผลักดันมหาวิทยาลัยท้องถิ่น ของตัวเองขึ้นมาเช่นกัน ผมคิดว่าส่วนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้ กทม. เองได้เปรียบมาก ถ้าจะดูในเชิงของข้อกฎหมายต่าง ๆ นั้น ตลอดจนความพร้อมของ กทม. ไม่ว่าจะเปึนรัฐธรรมนูญที่เป่ดโอกาสให้ท้องถิ่นมีส่วนในการผลักดันมหาวิทยาลัย แม้กระทั่งระเบียบบริหารราชการแผ่นดินของกรุงเทพมหานคร ตลอดจน พ.ร.บ. กําหนด แผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือแม้แต่ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาตินั้นล้วนเปึนช่องทางที่เป่ดโอกาสให้ กทม. ได้มีส่วนในการผลักดัน ให้เกิดมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครเปึนอย่างยิ่ง รวมทั้งความพร้อมของ กทม. เอง รวมทั้งบุคลากรหรือแม้กระทั่งงบประมาณของ กทม. ที่มีส่วนในการเทงบประมาณ ก้อนใหญ่ ๆ ก้อนหนึ่งในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นมา ผมมองไปที่วชิรพยาบาล แล้วก็ วิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์ที่มองถึงความพร้อม เราจะรับทราบว่าวชิรพยาบาล ในวงการแพทย์ถือว่าเปึนโรงพยาบาลชั้นนําของประเทศ มีประสบการณ์ในการผลิต บัณฑิตแพทย์มาประมาณ ๑๔ ป้ ตั้งแต่ป้ พ.ศ. ๒๕๒๘ ซึ่งขณะนั้นถ้าจําไม่ผิด ตอนนั้น คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒได้ร่วมมือกับวชิรพยาบาล ซึ่งเปึนโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครเป่ดรับนิสิตแพทย์ผ่านมหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ จนกระทั่งมาป้ ๒๕๓๖ นั้น มีการจัดตั้งเปึนวิทยาลัยแพทยศาสตร์ กรุงเทพมหานครขึ้นมา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอีกขั้นตอนหนึ่งของศักยภาพของ กทม. ที่ยกฐานะวิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครของตัวเองขึ้นมา โดยใช้วชิรพยาบาล นั้นเปึนสถานที่ในการผลิตบัณฑิต และเท่าที่ทราบก็คือเปึนความร่วมมือระหว่าง กทม. กับมหาวิทยาลัยมหิดล ถ้ามองในมุมของวิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์นั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะมีประสบการณ์ในการผลิตพยาบาลมาทั้งสิ้น ๕๑ ป้ เพราะฉะนั้นถ้ามองในเชิง วัตถุประสงค์ขั้นต้น มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครนั้น ในขั้นต้นเรามีความพร้อม กทม. มีความพร้อมของวชิรพยาบาล มีความพร้อมไปที่วิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์ก็พร้อม ที่จะเป่ดสาขาทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ก็คือเป่ดคณะแพทยศาสตร์ และคณะ พยาบาลศาสตร์ แต่ผมอยากจะฝากไปยังทางรัฐบาล ถ้าคนไม่เข้าใจคนก็จะมีความรู้สึก ว่าขณะนี้กําลังสร้างมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ของกรุงเทพมหานครขึ้นมา ผมย้ํานะครับ เพราะวันนี้เพื่อนสมาชิกส่วนใหญ่เวลาพูดถึงมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ส่วนใหญ่ ทุกคนก็จะพาดพิงไปถึงที่คณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล และคณะพยาบาลศาสตร์ เกื้อการุณย์ ถ้ามองผิวเผินก็เหมือนกับว่า กทม. จะเป่ดมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ อยากจะย้ําไปยังท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่าภารกิจของมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ครั้งนี้ไม่ใช่เปึนภารกิจในเรื่องการผลิตแพทย์หรือพยาบาลเท่านั้น ภารกิจในวัตถุประสงค์ ของมหาวิทยาลัยได้กําหนดไว้ ๖ ข้อ ตั้งแต่ข้อที่ ๑ คือเน้นไปที่การทําวิจัยเพื่อให้เกิด ประโยชน์ในการพัฒนาทั้ง กทม. สังคม และมหาวิทยาลัย ซึ่งถือว่าเปึนเรื่องสําคัญ ที่จะต้องทํา
ภารกิจที่ ๒ ก็คือเปึนภารกิจในการผลิตบัณฑิตให้สอดคล้องกับแผน การศึกษาแห่งชาติ รวมทั้งแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร
ภารกิจที่ ๓ นั้นเปึนภารกิจในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการแพทย์ และสาธารณสุข โดยเฉพาะสาขาทางด้านวิทยาศาสตร์เขตเมือง
ภารกิจที่ ๔ เปึนภารกิจเรื่องการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการปกครอง ส่วนท้องถิ่นและพัฒนามหานคร
ภารกิจที่ ๕ นั้นเปึนการให้โอกาสทางการศึกษาที่สอดคล้องกับความ ต้องการของชุมชนเขตเมือง และ
สุดท้ายก็คือการให้บริการทางการแพทย์ การพยาบาล เพื่อให้เปึน ที่ยอมรับในระดับนานาชาติ
นี่คือภารกิจที่ตั้งไว้ทั้งหมด ๖ ภารกิจ ดังนั้นผมอยากจะเรียนพวกเราทุกคน ตลอดจนพี่น้องประชาชนที่ฟังวิทยุทางบ้านอย่าสับสนว่ามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ไม่ใช่เปึนมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ เขามีภารกิจอีกหลาย ๆ ภารกิจที่จะต้องทําให้ครบ ทั้งหมด ๖ ภารกิจนี้ แต่ในมุมเดียวกันผมดูแล้วในบางครั้งภารกิจตรงนี้กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง มันก็มีความขัดแย้งกัน ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกที่จะต้องเข้าไปเปึนคณะกรรมาธิการต้องดู ตรงนี้ดี ๆ ครับ เราต้องยอมรับว่าวันนี้โรงเรียนแพทย์ของวชิรพยาบาล วิทยาลัยพยาบาล เกื้อการุณย์ขณะนี้เป่ดกว้างรับบัณฑิตจากทุก ๆ จังหวัดทั่วประเทศ ต้องย้ําครับ วันนี้คณะ แพทยศาสตร์วชิรพยาบาลกับวิทยาลัยพยาบาล หรือคณะพยาบาลศาสตร์ ของวิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์ได้เป่ดกว้าง ลูกหลานของเราที่อยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศให้เข้ามามีส่วนในการผลิตเปึนบัณฑิตแพทย์ หรือผลิตเปึนบัณฑิตพยาบาล ที่เข้าไปดูแลประชาชนทุกส่วนของทั้งประเทศ ถ้าข้อเท็จจริงวันนี้เราเป่ดกว้าง ประชาชน ลูกหลานของคนไทยทั้งประเทศเข้ามา แต่เรามาดูข้อเท็จจริงบางข้อเขียนไว้ชัดเจน อย่าง ข้อที่ ๑ เรื่องการทําการวิจัยเรื่องภารกิจ เพื่อนําความรู้นั้นไปเปึนประโยชน์ในการพัฒนา กรุงเทพมหานคร สังคม และมหาวิทยาลัย ผมย้ํานะครับ เขาเน้นไปที่พัฒนา กรุงเทพมหานคร อย่างเรามาดูข้อที่ ๓ ในภารกิจวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยกําหนดไว้ว่าพัฒนา องค์ความรู้ด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยเน้นทางด้านเวชศาสตร์เขตเมือง เพื่อตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร ผมย้ํา เช่นกัน นี่ก็กรุงเทพมหานคร หรือภารกิจข้อที่ ๕ ที่ให้โอกาสทางการศึกษาที่สอดคล้อง กับความต้องการของชุมชนเขตเมือง ผมฟังดูแล้วมีเพื่อนสมาชิกบางคนบอกว่า ไม่อยากจะให้ภาพนี้ว่าเปึนคน กทม. สร้างขึ้นมา ใช้งบประมาณของ กทม. แล้วก็เพื่อ กทม. ผมย้ํานะครับ เพราะอดีตที่ผ่านมาวชิรพยาบาลกับวิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์นั้น รองรับลูกหลานคนไทยทั้งประเทศ แต่ตามวัตถุประสงค์ดูค่อนข้างจะเน้นไปที่ กทม. แล้วก็ เพื่อ กทม. ดังนั้นอยากจะฝากเพื่อนสมาชิกที่เปึนคณะกรรมาธิการว่าอย่าเอาข้อกําหนด ตรงนี้ หรือภารกิจตรงนี้เปึนข้อป่ดกั้นว่าจะต้องตอบสนองเฉพาะ กทม. หรือว่า เขตเมืองใหญ่แล้วเท่านั้น มิฉะนั้นแล้วความรู้สึกของคนต่างจังหวัดจะมองว่าวันนี้ คนกรุงเทพมหานครได้เปรียบคนต่างจังหวัดเยอะอยู่แล้ว แล้วก็ที่ผ่านมาเราไม่ปฏิเสธว่า วิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์และวชิรพยาบาลนั้น เป่ดโอกาสให้คนต่างจังหวัดเข้ามา เรียนเปึนหมอ เปึนพยาบาล แต่กําหนดมุ่งหมายภารกิจ หรือวัตถุประสงค์ ของมหาวิทยาลัย กลัวว่าจะเปึนตัวป่ดกั้นที่ทําให้ลูกหลานต่างจังหวัดมาเรียนแล้วจะต้อง เรียนรู้เฉพาะของ กทม. เท่านั้น แล้วก็มาตอบสนองเฉพาะคน กทม. แล้วเท่านั้น ดังนั้น ฝากเพื่อนสมาชิกที่เปึนคณะกรรมาธิการได้โปรดพิจารณาข้อนี้ด้วย และ
สุดท้ายจริง ๆ แล้วอยากจะย้ําว่า คือมหาวิทยาลัยท้องถิ่นโอกาสที่จะมี นักการเมือง ไม่ว่าจะเปึนนักการเมืองส่วนกลาง หรือส่วนท้องถิ่นเข้าไปแทรกแซงมันมี ความเปึนไปได้สูง เพราะเราก็ต้องยอมรับว่าโอกาสที่จะอย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มช. หรือว่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หรืออะไร ก็แล้วแต่ ที่นักการเมืองจะเข้าไปแทรกแซงเปึนไปไม่ได้ ไม่มี แต่วันนี้เนื่องจากว่าวันนี้ มหาวิทยาลัย กทม. เปึนมหาวิทยาลัยแห่งใหม่จริงๆ แล้วเราก็วิตกกังวลจริง ๆ ว่า ถ้านักการเมืองเข้าไปแทรกแซงขึ้นมามันจะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นผมอยากจะพูดเพื่อให้เปึน การบันทึกไว้ ถ้าท่านรัฐมนตรีได้ตอบชี้แจงยืนยันนะครับว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ เปึนมหาวิทยาลัยเป่ดกว้าง ผมเกรงว่าวันดี คืนดี นักการเมืองท้องถิ่นบอกว่าในเมื่อ มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครสร้างจากเงินของ กทม. ต้องตอบสนองต่อคน กทม. ลูกหลาน กทม. หรือลูกหลานของคนท้องถิ่นต้องได้รับสิทธิพิเศษขึ้นมา ผมเกรงว่าจะเปึน ปัญหา ดังนั้นอยากจะย้ําให้รัฐมนตรีตอบกับพวกเราด้วยว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ จะไม่มี คําว่า จะเป่ดโอกาสให้เฉพาะคน กทม. ได้สิทธิพิเศษขึ้นมา หรือว่าลูกหลาน กทม. ได้สิทธิ พิเศษขึ้นมา เพราะว่าเปึนเงินภาษีของคน กทม. มากกว่าคนต่างจังหวัด เพื่อจะได้มีความ ชัดเจนตรงนี้ ขอบคุณครับ
คุณสมคิดครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดหนองคาย ผมขอขอบคุณท่านประธาน ที่ให้โอกาสผมได้แสดงความคิดเห็นกับร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ก่อนอื่นก็ขอยินดีด้วยที่กรุงเทพมหานครหรือผู้ที่เกี่ยวข้องที่ได้เสนอ พ.ร.บ. นี้ ขึ้นมา ผมในฐานะเปึน ส.ส. บ้านนอก ผมก็เห็นด้วยนะครับ ไม่มีการให้อะไรดีกว่าเท่ากับ การให้การศึกษาสําหรับมนุษย์นะครับ ผมขอสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. อันนี้ แต่ผมจะ ไม่อภิปรายอย่างที่หลายท่านอภิปรายมา ผมขอแสดงความเห็นที่อาจจะแตกต่างออกไป เพื่อเปึนแนวความคิดกับทางกระทรวงศึกษาธิการผู้รับผิดชอบที่จะดําเนินการนะครับ คือ มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่าอยากให้เปึนมหาวิทยาลัย ของกรุงเทพมหานคร ของประเทศไทยเปึนสัญลักษณ์ ผมก็เห็นด้วย แต่สิ่งที่ผมอยากเสนอ ในการจัดการศึกษาในกรุงเทพมหานครนี้ มีหลายท่านพูดไปก็ยังไม่ชัดเจน แต่ผม อยากเห็นว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ เปึนมหาวิทยาลัยของประชาชนจริง ๆ ของท้องถิ่นจริง ๆ เปึนตัวแทนของท้องถิ่น วิธีการคัดเลือกของผู้คน หรือลูกหลานที่จะเข้ามาเรียนนี้น่าจะเปึนตัวแทนของท้องถิ่น จริง ๆ จากทั่วประเทศเลย จะมาเปึนอําเภอละ ๑ คน หรือจังหวัดละ ๒ คน ก็แล้วแต่ อยากให้เปึนอย่างนั้น อยากให้มีแพทย์มีทั่วไปเลย จบไป ให้มีเต็มทั้งประเทศ โดยที่เขา ต้องกลับคืนไปอยู่บ้านเขาวิธีการเราน่าจะมีเงื่อนไขในการที่จะมาศึกษา จบแล้ว ต้องกลับถิ่น คือจะปัองกันสมองไหลนะครับ คือเอาคนอยู่ในถิ่นจริง ๆ เขากลับไป เขาไม่ไปไหนหรอกครับ ทุกคนก็รักถิ่นตัวเองนะครับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คัดมา นะครับ จบไปแล้วก็กลับไปอยู่ที่โรงพยาบาลประจําอําเภอ ประจําตําบลในอนาคตนะครับ อยากให้เปึนอย่างนั้น ถ้าเปึนอย่างนั้นจริง ๆ ก็เปึนความคิดที่สุดยอด ถ้ามหาวิทยาลัยนี้ ทําเพื่อประชาชน เพื่อท้องถิ่นจริง ๆ นะครับ อีกอย่างหนึ่งครับสิ่งที่ผมอยากเสนอ ก็คือ อยากให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้เปึนมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพโดยเฉพาะ ไม่ต้องไป เอาเรื่องอื่นมา กฎหมาย รัฐศาสตร์ อะไรต่าง ๆ พาณิชย์มีอยู่แล้ว ของจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยมีอยู่แล้ว เขาทําดีอยู่แล้ว ของเอกชนก็มีเยอะแยะ ให้ทําเปึนเรื่องสุขภาพ ของชุมชน ของท้องถิ่นโดยเฉพาะนะครับ ถ้าประชาชนของเราไม่ว่าจะในจังหวัด กรุงเทพมหานครหรือตามบ้านนอก ต่างจังหวัดก็ตาม ถ้ามีสุขภาพดี มีหมอประจําท้องถิ่น แล้ว ประชาชนก็คงจะมีความเปึนอยู่ที่ดีถ้าสุขภาพดี อันนี้ก็อยากให้เปึนมหาวิทยาลัย ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสุขภาพ เรื่องอาหาร เรื่องโภชนาการพวกนี้นะครับ ให้เน้นไปอย่างนี้ นะครับ เน้นเฉพาะเลย ให้เปึนมหาวิทยาลัยที่ดังไปทั่วโลกเลย เปึนมหาวิทยาลัย เรื่องสุขภาพนะครับ อีกอย่างหนึ่งก็อยากเสนอเรื่องสุขภาพ เช่นอย่างไร ตั้งคณะบริหาร หรือจัดการการศึกษาเกี่ยวกับสาธารณะ เช่น คนจะบริการสาธารณะในกรุงเทพมหานคร หรือในเขตเทศบาลหรือท้องถิ่นอะไรก็ตาม เขาน่าจะผ่านการศึกษาในสถาบันนี้ในอนาคต ถึงจะเปึนที่ยอมรับนะครับ ผู้บริหารของท้องถิ่นต่าง ๆ น่าจะเปึนที่เชื่อถือ ได้รับการเชื่อถือ คือบริหารท้องถิ่นโดยตรง ให้มาเรียนที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร หรือจะบริการ สาธารณะอย่างอื่น เช่น แม้แต่คนขับรถเมล์ในอนาคตน่าจะรับการศึกษาจากสถาบันนี้ นะครับ เพื่อจะมีจิตสํานึกทางสังคมสูงรับบริการค่าตอบแทนก็สมควรนะครับ มีตําแหน่ง ที่ถาวร หรือแม้แต่คนขับแท็กซี่ในอนาคต เราน่าจะมีคนได้รับการศึกษาจากมหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานครนี้ในอนาคตนะครับ คือบริการสุดยอดเลย คนมาเที่ยวจากต่างประเทศ เขาได้รับการบริการแท็กซี่หรือรถเมล์ให้เกิดความประทับใจ ถ้าเขาได้รับการพัฒนา เรื่องจิตสํานึกทางสังคมนะครับ เขาก็จะได้บริการได้เต็มที่ เปึนคนซื่อสัตย์สุจริต ผู้โดยสาร ลืมข้าวของอะไรต่าง ๆ ก็ได้ส่งกลับอย่างนี้นะครับ ถ้าคนมีจิตสํานึกทางสังคม คณะสิ่งแวดล้อมพวกนี้น่าจะมีในกรุงเทพมหานคร คณะนี้ไม่ทําอะไร เรียนจบแล้วก็จะทํา เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพมหานคร หรือเมืองใหญ่ก็ตาม ต้องเปึนคณะสิ่งแวดล้อม จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครเปึนที่น่าเชื่อถือนะครับ การกําจัดขยะพวกนี้ เอามาเรียนให้หมดเลย ทําอย่างไรการกําจัดขยะในเมืองใหญ่ อยากให้มีวิชาพวกนี้ ให้มาเรียนนะครับ คณะบริการเคหะชุมชนพวกนี้ เคหะชุมชนเดี๋ยวนี้ไม่ใช่ตั้งแค่ แฟลตดินแดง หรือแฟลตอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้ หน้าที่ของกรุงเทพมหานครนอกจาก พวกนี้ต้องสร้างไป ผมอยากให้เปึนเหมือนฮ่องกง ผมเคยพูดหลายครั้ง ทําอย่างไร ฝ์ายท้องถิ่นอย่างกรุงเทพมหานครจะสร้างที่อยู่อาศัยให้คนที่ไม่มีที่อยู่ ผมดูรายการ เมื่อคืนนี้ผมก็เศร้าใจ อยู่ใต้สะพาน น้ําท่วมแล้วก็ดันทําให้บ้านพัง บ้านอะไร ใครดูรายการ เมื่อคืนนี้ประเทศไทยเรายังมีอยู่ ถ้ายังมีอย่างนี้อยู่ อย่างรายการเมื่อคืนนี้ ถ้ายังมีรายการ ผู้เฒ่าผู้แก่อยู่กับหลานอายุ ๒-๓ ขวบ ไม่มีใครเลี้ยงดู ไม่มีที่อยู่ บ้านไม่มีหลังคาอย่างนี้อยู่ ผมก็ว่าการบริหารของประเทศเราก็ยังไม่ประสบผลสําเร็จ แต่ถ้ากรุงเทพมหานครเปึนเมืองใหญ่เปึนตัวอย่าง ลองสร้างพวกนี้ขึ้นมาให้คนเขาอยู่ เมื่อคนเขาอยู่แล้ว เราจะจัดการอย่างไร ก็จะต้องจบการบริหารเคหะชุมชนนี้ ในการ บริหารหมู่บ้านหรือสลัมต่าง ๆ เราจะทําอย่างไรจะมีที่อยู่อาศัยให้ประชาชนอยู่ แล้วก็มี คนบริการ ค่อยบริหารตึกต่าง ๆ ควรได้รับการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ซึ่งกระผม ได้แสดงความคิดเห็นมานี้ นอกจากนี้มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครในอนาคตน่าจะ เป่ดสอนไปยังประเทศต่าง ๆ ด้วย เดี๋ยวนี้เราอยู่กับที่ มหาวิทยาลัยของประเทศไทย ของเราอยู่กับที่ เรามีแต่ให้ประเทศอื่นเข้ามา แต่เราไม่เคยออกไปแสดงความสามารถ ถ้าจะเพิ่มขึ้นอย่างภาษาพวกนี้ หรือการท่องเที่ยวอย่างนี้ ที่ประเทศอื่นน่าจะมี การบริการ การท่องเที่ยวนี้ครับ มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครน่าจะมีสาขาที่คุนหมิง ที่ปักกิ่ง ที่เมืองใหญ่ ๆ ในเอเชียเรา เราอาจจะสอนเอกภาษาไทย แล้วก็การท่องเที่ยวอย่างนี้ เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยว ให้การท่องเที่ยวไหลเข้ามาสู่ประเทศไทยเรา อันนี้เปึนเรื่อง อนาคต ผมก็แสดงความคิดเห็นเพื่อให้เกิดภาพในอนาคต กระผมได้ถือโอกาสแสดง ความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ครั้งนี้ ก็ขอขอบพระคุณ ทางท่านประธานที่ได้ให้โอกาสผม แล้วกระผมก็มีเพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านเจริญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเจริญ คันธวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ขอ อนุญาตสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ซึ่งเสนอต่อสภา ณ ขณะนี้ โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งก็คือมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครซึ่งเปึนมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่ง เหมือนกับ มหาวิทยาลัยของรัฐบาลทั้งหลาย แต่ว่าต่างกันกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ก็คือว่า มหาวิทยาลัยอื่น ๆ นั้นอยู่ภายใต้กํากับของกระทรวงศึกษาธิการ บางแห่งก็บริหารงาน ในระบบของราชการ แต่สําหรับอันนี้เปึนระบบอิสระ สามารถจะออกระเบียบของตนเอง ได้ เราเรียกว่ามหาวิทยาลัยอยู่ในกํากับของรัฐบาล แต่ว่าเปึนนิติบุคคล สําหรับการบริหาร รูปแบบของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็คล้าย ๆ กับสถาบันอุดมศึกษาอื่น ๆ ซึ่งมีภารกิจใหญ่ ๆ อยู่ ๔ ประการ ประการแรก ได้แก่การสอน ประการที่สองก็คือการวิจัย ประการที่สาม คือเผยแพร่วิชาการ และประการสุดท้ายก็คือพัฒนา ส่งเสริม บํารุงศิลปะ และวัฒนธรรม แต่ที่แตกต่างจากที่อื่นนั้นก็คือว่าวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ประสงค์ที่จะ เผยแพร่ความรู้ และส่งเสริมการแพทย์ และการสาธารณสุข และการปกครองส่วนท้องถิ่น อันนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขอประทานโทษ ก็คือท่านสมคิด บาลไธสง แห่งหนองคาย ว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้เราพยายามที่จะไม่ให้เหมือนกับ มหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่มีอยู่ แม้ว่ามีวัตถุประสงค์ใกล้เคียงกันก็ตาม ไม่จําเปึนที่จะต้อง ปฏิบัติตามอย่างที่คนอื่น ตามหลักทฤษฎีนั้นก็คือว่ามหาวิทยาลัยนั้นจะต้องมี ๓ ภาควิชา ใหญ่ ๆ ได้แก่ ทางวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ ผมคิดว่ามหาวิทยาลัย แห่งนี้ไม่จําเปึนที่จะต้องผลิตคนทางสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ เพราะว่าล้นตลาด ควรจะผลิตบุคลากรหรือบัณฑิตซึ่งขาดแคลนอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือทางแพทย์ ซึ่ง ส.ส. หลายท่านก็ได้อภิปรายไปแล้ว แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งการแพทย์นั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมนี้ไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชอยู่เปึนประจํา สถานการณ์ของคนไข้ที่อยู่ ณ ที่นั้น และพยาบาล และแพทย์นั้นลําบากด้วยกันทั้ง ๓ ฝ์าย เพราะว่าคนไข้ไปกันเยอะเหลือเกิน แพทย์นั้นไม่มีโอกาสที่จะได้พักผ่อน พยาบาลก็ไม่ได้ พักผ่อน เวลาเจ็บป์วยผมไปถึงโรงพยาบาลประมาณ ๘ โมงเช้า กว่าจะได้พบแพทย์นั้นก็ประมาณ อีก ๕ นาทีเที่ยง ผมก็เลยบอกว่า คุณหมอครับ ผมคอยมาตั้งแต่ ๘ โมงเช้า อีก ๕ นาทีเที่ยง คุณหมอยังไม่ได้รับประทานอาหารกลางวัน ผมสงสารคุณหมอ คุณหมอขอบคุณ ที่ไม่ลาออกไปอยู่ที่อื่น คุณหมอจะไปรับประทานอาหารกลางวันก่อนก็ได้ผมจะคอยต่อ อันนี้ก็คือสภาพต่าง ๆ นั้นน่าสงสาร ฉะนั้นมหาวิทยาลัยแห่งนี้ควรจะเน้นหนักในเรื่องผลิต บุคลากรในทางแพทย์หรือทางสาธารณสุข เพื่อแก้ไขปัญหาที่กําลังขาดแคลนที่สุด ในประเทศไทยในขณะนี้ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็เรื่องของการปกครองส่วนท้องถิ่น ผมคิดว่าการปกครองส่วนท้องถิ่นนี้เราไม่ต้องไปเป่ดคณะรัฐศาสตร์ หรือศิลปศาสตร์ หรือรัฐประศาสนศาสตร์ ซึ่งมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เขาผลิตอยู่แล้ว แต่มหาวิทยาลัยนี้ควรจะ เน้นในเรื่องการวิจัย แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาสลัม ปัญหา ชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ ปัญหาอาชญากรในเมืองหลวง แล้วก็ปัญหาการซื้อเสียงในการ เลือกตั้งในประเภทต่าง ๆ ถ้ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้พยายามเน้นหนักในการศึกษา ในเรื่องนี้ ผมเชื่อว่าจะสามารถเผยแพร่องค์ความรู้อันนี้ไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในที่อื่น ผมเชื่อนะครับว่าการเลือกตั้งต่าง ๆ นั้น ผู้ที่ซื้อเสียงเขาไม่อยากจะซื้อ แต่ว่าเท่าที่ ผมทราบก็คือว่า ถ้าหากไม่ซื้อแล้วเขาไม่ไปเลือกก็กลัวว่าจะแพ้เลือกตั้ง ดังนั้นบางคน จึงจําเปึนจะต้องเปึนเช่นนั้น ฉะนั้นมหาวิทยาลัยแห่งนี้นอกจากจะส่งเสริมศึกษา การแพทย์ สาธารณสุขแล้ว จะต้องเน้นหนักในเรื่องการปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างนี้ เปึนอย่างไรบ้าง ในต่างประเทศนั้น แต่ละรัฐ แต่ละเทศบาล แต่ละแห่งนั้น เขามักจัดตั้ง โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยของเขาเอง แต่ขณะนี้ในเมืองไทยเรานั้นยังไม่มีองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นใดเลยที่ตั้งมหาวิทยาลัยขึ้น นอกจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้จะตั้งโดย กรุงเทพมหานคร แต่ว่าที่แปลกอยู่อย่างหนึ่งก็คือว่า ผู้ที่รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ก็เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผมอ่านดูรายละเอียดแล้ว ปรากฏว่ารัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการนั้นแทบจะไม่มีโอกาสที่จะควบคุมเลย เมื่อครู่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติบางท่านได้ถามท่านรัฐมนตรีว่าท่านจะควบคุมอย่างไร ผมว่าอย่าไปตอบ นะครับว่าท่านจะควบคุมอย่างไร เพราะว่าคนที่จะควบคุมคือสภามหาวิทยาลัย ซึ่งผม อ่านดูแล้วตัวท่านรัฐมนตรีไม่มีโอกาสไปเปึนนายกสภามหาวิทยาลัย ไม่มีโอกาสจะเปึน กรรมการสภามหาวิทยาลัย แม้แต่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครก็ไม่มีโอกาสจะอยู่ใน กรรมการสภามหาวิทยาลัย มีแต่รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเท่านั้นเอง ฉะนั้นผมคิด ว่าในการที่จะตอบสนองปัญหาในสภาในงบประมาณนี้ ผมคิดว่าผู้ที่รักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้นอกจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแล้ว ควรจะมีผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพราะว่าเงินที่จะสู่ มหาวิทยาลัยแห่งนี้มาจากอย่างน้อย ๒ แห่งด้วยกัน ประการแรกก็คือเงินอุดหนุน จากกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะได้รับจากรัฐบาล แต่ว่าต้องผ่านกระทรวงมหาดไทย ฉะนั้น รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยอาจจะต้องรักษาการตามพระราชบัญญัติอันนี้ด้วย และนอกจากนี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครก็คงจะต้องมารักษาการด้วย นอกเหนือจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผมขอฝากไว้นะครับ
อีกอย่างหนึ่งก็คือ อยากจะพูดถึงเรื่องการผลิตบุคลากรตามที่มหาวิทยาลัยนี้ ต้องการ ผมว่าตั้งที่กรุงเทพมหานครในขณะนี้เหมาะสมครับ ผมนี้เคยบริหารมหาวิทยาลัย มาก่อน การที่จะมีคณาจารย์สมบูรณ์ได้นะครับ ไม่ใช่เป่ดมาแล้วจะมีอาจารย์มา ให้เต็มอัตรา ไม่มีครับ จะต้องใช้เวลาประมาณ ๓๐ ป้ ถึงจะเพาะอาจารย์ขึ้นมาโดยให้ทุน จากปริญญาตรีไปเรียนปริญญาโท แล้วก็ไปเรียนปริญญาเอก กว่าจะมาเปึนอาจารย์ ให้มีมากขึ้นนั้นต้องใช้เวลาอย่างน้อย ๓๐ ป้ ประสบการณ์อันนี้เกิดขึ้นกับมหาวิทยาลัย ต่าง ๆ ทั่วไป แม้แต่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็เปึนอย่างนั้น มหาวิทยาลัยกรุงเทพที่ผมเคย เปึนอธิการบดีก่อตั้งก็เปึนเช่นนั้น แต่ว่าของมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครนี้ผมคิดว่าจะง่าย ขึ้น เพราะว่าตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร สามารถที่จะหยิบยืมอาจารย์จากสถาบันอื่น ๆ ที่ อยู่ใกล้เคียงมาเปึนอาจารย์พิเศษกันได้ และนอกจากนี้ในต่างจังหวัดองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ นั้นก็มีความต้องการที่จะเป่ดมหาวิทยาลัย ผมคิดว่ามหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานครนี้อาจจะเปึนแม่ข่ายโยงใยไปกับสถาบันการศึกษาอื่น ๆ ในจังหวัดอื่น ๆ ในการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อผลิตบุคลากรตามที่เขาต้องการในชุมชนนั้น ๆ ก็น่าจะ ทําได้ เพราะว่ามีบุคลากรจากกรุงเทพฯ นี้จะได้สามารถไปสอนตามที่ต่าง ๆ อาจจะเปึน ขอนแก่น ร้อยเอ็ด หรืออะไรต่าง ๆ อย่างนี้น่าจะทําได้ครับ ในที่สุดนี้ผมก็ต้องขอสนับสนุน พระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ ผมคิดว่าจะเปึนประโยชน์ที่สุด และส่วนรายละเอียดนั้น ผมคิดว่าคงจะไปเจรจาในขั้นแปรญัตติในกรรมาธิการครับ ผมขอสนับสนุนกฎหมาย ฉบับนี้ครับ
เชิญคุณชินวรณ์ครับ
ท่านประธานครับ ไม่มีผู้ติดใจที่จะอภิปรายแล้วนะครับ จึงขอเสนอป่ดการอภิปรายครับ
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ มีท่านผู้ใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ต่อไปผมจะถามที่ประชุม ว่าจะรับหลักการหรือไม่รับหลักการนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม เข้าห้องประชุมครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิกที่เคารพ กรุณาเข้าห้องประชุมครับ เพื่อจะนับองค์ประชุมก่อนที่จะลงมติครับ เรียนเชิญครับ คือ เรื่องนี้รัฐมนตรีไม่ต้องสรุปอะไร เพราะเดี๋ยวตั้งกรรมาธิการ เชิญครับ เมื่อท่านนั่งประจําที่ แล้วโปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
เสียบบัตรแสดงตนกันครบ แล้วใช่ไหมครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนมีไหมครับ ไม่มี เสียบบัตรแสดงตน กันครบแล้วนะครับ โปรดแจ้งผล มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๖๕ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว นะครับ
ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมนะครับ คือถามรวมทั้ง ๓ ร่างพระราชบัญญัติ นะครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบโปรดกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกรุณา กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง นะครับ โปรดใช้สิทธิ ครับ ทุกท่านใช้สิทธิกันครบแล้วนะครับ มีท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิมีไหมครับ ช่วยยกมือ ด้วยครับ มีไหมครับ ไม่มีแสดงว่าทุกท่านได้ใช้สิทธิแล้วนะครับ ป่ดการใช้สิทธิครับ โปรด ส่งผลจํานวนผู้เข้าประชุม ๒๙๓ ท่าน เห็นด้วย ๒๗๙ ท่าน
ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม ส.ส. ถาวรครับ เนื่องจากเครื่องไม่ทํางานครับ
เดี๋ยวครับ เห็นด้วยหรือไม่ เห็นด้วยครับ
เห็นด้วยครับ
เห็นด้วยใช่ไหมครับ ขอบคุณครับ ก็แสดงว่าเห็นด้วย ๒๘๐ ครับ เพิ่มอีก ๑ ครับ งดออกเสียง ๔ ไม่ลงคะแนน เสียง ๑๐ ก็ถือว่าร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับผ่านการรับหลักการในวาระหนึ่งนะครับ
ต่อไปจะพิจารณา ๓ วาระรวด หรือว่าจะตั้งคณะกรรมาธิการครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ผมขอให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญครับ
ตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญ มีท่านผู้ใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มีนะครับ ที่ประชุมนี้ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญกี่ท่านล่ะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการ จํานวน ๓๖ ท่านนะครับ โดยมี สัดส่วนของรัฐบาล ๕ ท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีก ๓๑ ท่าน โดยแบ่งเปึนสัดส่วน ดังนี้ครับ พรรคเพื่อไทย ๑๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑๑ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่าน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และพรรคกิจสังคม ๑ ท่าน และพรรคมาตุภูมิกับพรรคประชาราชอีก ๑ ท่านครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีท่านผู้รับรองถูกต้อง นะครับ ต่อไปเสนอชื่อนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ในสัดส่วนของรัฐบาล ๕ ท่าน มีดังนี้๑. ดอกเตอร์สุเมธ แย้มนุ่น ๒. ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์วิจิตร ศรีสอ้าน ๓. นายสัญญา จันทรัตน์ ๔. นายเจริญรัตน์ ชูติกาญจน์ ๕. นายวราสิทธิ์ กาญจนสูตร
ต่อไปเชิญพรรคเพื่อไทย ๑๒ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จํานวน ๑๒ ท่าน มีสัดส่วน รายนามดังนี้นะคะ ๑. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ๒. นางชมภู จันทาทอง ๓. ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ๔. นายเกรียงศักดิ์ ฝัายสีงาม ๕. นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ ๖. ดอกเตอร์ไพโรจน์ ตันบรรจง ๗. นางสาวละออง ติยะไพรัช ๘. นายสง่า จงเพิ่มดํารงชัย ๙. นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ๑๐. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ๑๑. นายพีระพงษ์ สายเชื้อ ๑๒. นายแพทย์วันชาติ ศุภจัตุรัส ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญพรรคประชาธิปัตย์ ๑๑ ท่านครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ดังมีรายชื่อ ต่อไปนี้นะครับ ๑. รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์เจริญ คันธวงศ์ ๒. นายแพทย์สุรันต์ จันทร์พิทักษ์ ๓. นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ๔. นายธนา ชีรวินิจ ๕. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ๖. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์รัชดา ธนาดิเรก ๗. นายอนุชา บูรพชัยศรี ๘. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๙. นายสมัย เจริญช่าง ๑๐. นายวัชระ เพชรทอง ๑๑. นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ส.ส. สัดส่วน พรรคภูมิใจไทย กลุ่มที่ ๓ จังหวัดนครพนม ขอเสนอชื่อคณะกรรมาธิการพิจารณาวิสามัญร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน ได้แก่ ๑. นางสาวศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ ๒. นายณัชพล ตันเจริญ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน มลิวัลย์ ธัญญสกุลกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อแผ่นดิน ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ๑. ท่าน ส.ส. สาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ ๒. ส.ส. นรพล ตันติมนตรี ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายภคิน ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคชาติไทย พัฒนา จํานวน ๒ ท่าน ๑. นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ ๒. นางสาวปอรรัชม์ ยอดเณร ครับ ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคกิจสังคม ๑ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนาและพรรคกิจสังคม จํานวน ๑ ท่านค่ะ ท่าน ส.ส. ทัศนียา รัตนเศรษฐ ขอผู้รับรองค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคมาตุภูมิ พรรคประชาราช ๑ ท่านครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม สรวงศ์ เทียนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสระแก้ว พรรคประชาราชครับ ขออนุญาตเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคมาตุภูมิกับพรรคประชาราช ในร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ๑ ท่านนะครับ คือ ดอกเตอร์ชนากานต์ ยืนยง ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้อง เชิญ เลขาธิการทบทวน
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ๑. นายสุเมธ แย้มนุ่น ๒. ศาสตราจารย์วิจิตร ศรีสอ้าน ๓. นายสัญญา จันทรัตน์ ๔. นายเจริญรัตน์ ชูติกาญจน์ ๕. นายวราสิทธิ์ กาญจนสูตร ๖. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ๗. นางชมภู จันทาทอง ๘. ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ๙. นายเกรียงศักดิ์ ฝัายสีงาม ๑๐. นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ ๑๑. นายไพโรจน์ ตันบรรจง ๑๒. นางสาวละออง ติยะไพรัช ๑๓. นายสง่า จงเพิ่มดํารงชัย ๑๔. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๑๕. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ๑๖. นายพีระพงษ์ สายเชื้อ ๑๗. นายวันชาติ ศุภจัตุรัส ๑๘. นายเจริญ คันธวงศ์ ๑๙. นายสุรันต์ จันทร์พิทักษ์ ๒๐. นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ๒๑. นายธนา ชีรวินิจ ๒๒. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ๒๓. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก ๒๔. นายอนุชา บูรพชัยศรี ๒๕. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๒๖. นายสมัย เจริญช่าง ๒๗. นายวัชระ เพชรทอง ๒๘. นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ๒๙. นางสาวศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ ๓๐. นายณัชพล ตันเจริญ ๓๑. นายสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ ๓๒. นายนรพล ตันติมนตรี ๓๓. นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ ๓๔. นางสาวปอรรัชม์ ยอดเณร ๓๕. นางทัศนียา รัตนเศรษฐ และ ๓๖. นางชนากานต์ ยืนยง
มีการแก้ไขเพิ่มเติมอะไร ไหมครับ มีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองบัวลําภู ท่านประธาน ขอเปลี่ยนแปลงนะครับ ในส่วนของพรรคเพื่อไทยจาก นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ เปึน นายวัฒนา เซ่งไพเราะ ขอผู้รับรองด้วยครับ
เอาใหม่สิครับ ชื่ออะไรนะ เปลี่ยนชื่ออะไรนะ
จากนายนิคม เชาว์กิตติโสภณ เปึน นายวัฒนา เซ่งไพเราะ ครับ
ก็ไม่มีใครเห็นเปึนอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมนี้รับทราบนะครับ ต่อไปผมจะเรียนถามว่าจะแปรญัตติภายในกี่วันครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ขอเสนอ การแปรญัตติ ๗ วันตามข้อบังคับครับ
ผมถามไปเลยครับ จะเอา ร่างไหนเปึนหลักครับ
ขอร่างของรัฐบาลครับ ท่านประธานครับ
ไม่มีท่านผู้ใดมีความเห็น เปึนอย่างอื่น เอาร่างของรัฐบาลเปึนหลัก ท่านรัฐมนตรีมีอะไร เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ในฐานะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในนามของทางรัฐบาล ต้องขอขอบคุณ สภาผู้แทนราษฎรที่รับหลักการในร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ในวันนี้ข้อติติง ข้อสังเกต ข้อแนะนําทั้งหลาย ความจริงแล้วก็เตรียมที่จะตอบใน หลายเรื่อง แต่เมื่อใช้เวลามากพอสมควรนะครับ ขออนุญาตที่จะไปตอบและนําข้อแนะนํา ทั้งหลายไปพิจารณาในคณะกรรมาธิการ และต้องเรียนให้ที่ประชุมทราบนะครับว่า กระทรวงศึกษาธิการจะได้นําความกราบบังคมทูลฯ เพื่อขอพระราชทานชื่อ ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ต่อไปครับ ขอบคุณครับ
ครับ ขอบคุณครับ ก็เรื่อง ของกระทรวงที่จะต้องไปดําเนินการต่อไปนะครับ เนื่องจากว่าเราได้พิจารณา มาพอสมควรแก่เวลา พรุ่งนี้เปึนเรื่องสําคัญเกี่ยวกับเรื่องการพิจารณางบประมาณ รายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ ผมจึงขอให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ไปพัก ดูเอกสารหลักฐาน เพื่อเตรียมที่จะอภิปรายในวันพรุ่งนี้นะครับ ฉะนั้นก็ขอป่ดประชุมวันนี้เพียงแค่นี้ครับ พรุ่งนี้มาพบกันใหม่เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกาครับ หนังสือนัดประชุมแจกหรือยัง ตั้งนานแล้ว ทําไมไม่แจก แจกท่านเร็วทันที ทํางานอะไรล่าช้าสภานี่ คือผมอ่านให้ที่ประชุมฟังเลย นะครับ
ด้วยประธานสภาผู้แทนราษฎรได้มีคําสั่งให้ยกเลิกระเบียบวาระ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๒ และให้นัดประชุม สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๒ ครั้งที่ ๖ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) เปึนพิเศษ ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๒ และครั้งที่ ๗ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) เปึนพิเศษ ในวันศุกร์ที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๒ เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ณ ตึกรัฐสภา เพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๓ ซึ่งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบ ป่ดประชุมครับ