ชลน่าน ศรีแก้ว ถามถึงความชอบด้วยกฎหมายของการแต่งตั้งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ และหารือเรื่องการถอนเรื่องออกจากสภา พร้อมเรียกร้องการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ผมขออนุญาตท่านประธานต่อกรณีที่ทาง คณะรัฐมนตรี โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้เสนอรายชื่อผู้สมควรได้แต่งตั้ง ให้เปึนกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐมาให้สภาพิจารณานั้น ท่านประธานครับ ก่อนที่สภาจะพิจารณา ผมจะขออนุญาตท่านประธานในเรื่องนี้ ผมมี คําถาม มีข้อสังเกตที่อยากให้ท่านประธานและสภาแห่งนี้ช่วยพิจารณาว่าการดําเนินการ เรื่องนี้ชอบด้วยบทบัญญัติของกฎหมายและรัฐธรรมนูญหรือไม่นะครับ ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผมตั้งก็คือว่าเรื่องนี้ถ้าท่านประธานและสภาแห่งนี้จําได้นะครับ ท่านรัฐมนตรี บอกว่าสภาแห่งนี้ได้มีมติอนุมัติให้ถอนเรื่องออกไป ซึ่งผมเองก็พยายามตรวจสอบรายงาน แล้ว ก็มีเปึนคําตอบหารือของทางสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเราเหมือนกัน เพียงแต่อ้างบอกว่าท่านประธานได้หยิบยกขึ้นและมีสมาชิกบางท่านบางคนอภิปรายว่า ไม่สมควรที่จะต้องมานําสู่การพิจารณาของชั้นสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่มีมติใด ๆ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะต้องกราบเรียนถามท่านประธานก็คือว่าการถอนรายชื่อ ของผู้ที่สมควรแต่งตั้งให้เปึนกรรมการ ป.ป.ท. ที่เราผ่านความเห็นชอบของ สภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว ไปสู่ชั้นของวุฒิสภา ท่านประธานครับ เรื่องนี้มันตั้งต้นตั้งแต่ วันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๑ เปึนต้นมา ที่พวกเราได้ให้ความเห็นชอบ ต้องขออภัย ท่านประธานครับ ที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้ให้ความเห็นชอบกับรายชื่อของผู้ที่สมควร ให้แต่งตั้งเปึนกรรมการ ป.ป.ท. ๖ ท่าน รวมทั้งประธานและกรรมการนะครับ โดยการ ลงคะแนนลับส่งไปที่วุฒิสภา ประเด็นปัญหามันเกิดขึ้นอย่างนี้ครับท่านประธาน ผม ขออนุญาตเท้าความสักนิดหนึ่งครับ เพราะเปึนประเด็นที่ผมอยากจะถามว่าการถอน รายชื่อของกรรมการชุดเดิมออกไปนั้นชอบหรือไม่ กระทําได้หรือไม่ และจะเสนอกลับ เข้ามาใหม่นี้ทําได้หรือไม่ วันที่ ๑๖ ครับท่านประธานครับ ทางวุฒิสภาได้ประชุมกัน เพื่อจะพิจารณา ที่ประชุมของวุฒิสภามีมติได้แต่งตั้งกรรมาธิการสามัญมาพิจารณา ในการตรวจสอบคุณสมบัติ แล้วก็ความประพฤติของกรรมการที่ถูกได้รับความเห็นชอบ จากชั้นสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการของวุฒิสภาไปตรวจสอบ ใช้เวลา ๓ เดือน ๙๐ วัน แล้วมีมติให้ความเห็นไปยังชั้นของวุฒิสภาคราวการประชุม เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๑ ประเด็นที่ทางกรรมาธิการของวุฒิสภาผู้ตรวจสอบ ได้ให้ความเห็นก็คือว่า มีความเห็นว่าการพิจารณาในชั้นของสภาผู้แทนราษฎร ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญในเรื่องขององค์ประชุม ก็ส่งความเห็นนี้ไปให้วุฒิสภา มติของวุฒิสภาเห็นชอบกับกรรมาธิการ เห็นชอบกับกรรมาธิการที่เสนอก็คือว่า กระบวนการการพิจารณาให้ความเห็นชอบของชั้นสภาผู้แทนราษฎรไม่ชอบด้วย บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เนื่องจากคะแนนเสียงที่ให้ไปไม่เกินกึ่งหนึ่ง ท่านประธานครับ ขณะนั้นเรามี ส.ส. ทั้งหมด ๔๗๕ ท่าน กึ่งหนึ่งก็คือ ๒๓๘ ท่าน แต่ว่ามีผู้ลงคะแนน เมื่อนับรวมแล้วไม่ครบกึ่งหนึ่ง ท่านประธานครับ ทางวุฒิสภาก็เลยส่งกลับไปที่ ครม. ให้ ครม. แจ้งมายังสภาผู้แทนราษฎรให้ดําเนินการ ครม. ก็มีหนังสือแจ้งมาที่สภา ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่เปึนความเห็นและเปึนมติของวุฒิสภา ท่านประธานครับ ในหนังสือเขาบอกว่าถ้าชอบก็ยืนยันไปที่ ครม. เพื่อ ครม.จะดําเนินการส่งให้วุฒิสภา ต่อไป ถ้าไม่ชอบก็จะได้ดําเนินการตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ คือการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงว่าดําเนินการในชั้นของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อการออกเสียงชอบหรือไม่ ท่านประธานครับทางสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรของเราโดยท่านประธานมี บัญชา สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็มีหนังสือตอบไปว่า ดําเนินการชอบด้วย บทบัญญัติรัฐธรรมนูญแล้ว แล้วก็แจ้งไป ครม. ก็แจ้งไปวุฒิสภาให้วุฒิสภาได้ช่วย ให้ความเห็นชอบ หนังสือมีการตอบไล่เลียงกันครับ วันที่ ๓๐ ทางสภาชี้แจงยืนยัน ความเห็นชอบ ความชอบด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญของสภานี้ไปที่ ครม. ครม. ก็แจ้ง วุฒิสภาเมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๑ แจ้งวุฒิสภา ขอให้วุฒิสภายืนยันความเห็นของ ทางสภา แล้วขอให้วุฒิสภาดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ คือให้ความเห็นชอบบุคคล ทั้ง ๖ คน ท่านประธานครับ วันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ทางวุฒิสภาแจ้ง ครม. บอกว่า การตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎรนั้นเปึนการตรวจสอบในชั้นประจํา ไม่ใช่อํานาจหน้าที่ ของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภารับไม่ได้ก็เลยส่งเรื่องให้ ครม. มาให้ สภาผู้แทนราษฎรดําเนินการให้ถูกต้องตามอํานาจหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร แต่ท่านประธานครับ ทางสภาผู้แทนราษฎรไม่ทําอะไรครับ หลังจากนั้นแทนที่สภาเรา จะเอาไปบรรจุระเบียบวาระขอความเห็นของสภาให้เปึนไปตามความเห็นของ ท่านประธานวุฒิสภา บอกว่าต้องเปึนความเห็นของสภา ไม่ใช่ความเห็นของฝ์ายประจํา ฝ์ายประจําเขาก็ยืนยันนะครับท่านประธาน ยืนยันอย่างไรครับ ยืนยันว่าชอบเนื่องจาก วันนั้นเปึนการลงคะแนนลับ วิธีการลงคะแนนลับของเราก็คือแจกบัตรใส่ซองให้กับสมาชิก ที่อยู่ในห้องประชุมทุกท่าน วันนั้นมีสมาชิกอยู่ในห้องประชุมทั้งหมด ๔๒๘ คน เหมือนที่ เราเลือกให้ความเห็นชอบกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ปปง. ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แจกบัตร ไป ๔๒๘ ครับ แต่ว่ามีสมาชิกส่วนหนึ่งไม่ส่งบัตร ไม่ลงคะแนน ก็จะมีสมาชิกส่วนหนึ่งนั้น ที่ลงคะแนนแล้วส่งบัตรเข้าไป เวลานับแล้วนี้ก็เลยเปึนเสียงข้างมาก บทบัญญัติ ของกฎหมายนี้ใช้เสียงข้างมากครับ แล้วองค์ประชุมเดิมที่แจกไปก็ ๔๒๘ คน แต่เผอิญว่า วุฒิสภาเขาไม่ได้เห็นตัวที่ประกอบรายงานไป เขาก็ใช้มติของศาลรัฐธรรมนูญเปึนตัวตั้ง คือเอา ณ ขณะนั้นว่ามีผู้ลงคะแนนเท่าไร เห็นชอบเท่าไร ไม่เห็นชอบเท่าไร งดออกเสียง เท่าไร มันก็เลยไม่ครบองค์ประชุม ท่านประธานครับ หลังจากนั้นทางคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีการเปลี่ยนรัฐบาลได้ทําเรื่องขอถอนครับ ขอถอนแล้วแจ้งไปที่วุฒิสภา หนังสือ ของ ครม. ออกจากกระทรวงวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๒ จากท่านรัฐมนตรีพีระพันธุ์ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ ครม. มีมติ แล้วส่งหนังสือให้กับวุฒิสภาเมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์นี้เองครับ บอกว่าขอถอนเรื่องทั้งหมด หลังจากนั้นท่านก็ส่งเรื่องนี้มาในวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒ เพื่อขอแต่งตั้งใหม่
ท่านประธานครับ ผมไล่เลียงเหตุการณ์ให้ดูนี้ ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานถามว่าอํานาจในการถอนเรื่องที่อยู่ในชั้นของการพิจารณาสภาผู้แทนราษฎร โดยที่ไม่มีมติสภานี้กระทําได้หรือครับ ทําไมไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติ ข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทําไมต้องรีบถอน ผมอยากจะสอบถามในประเด็นนี้ แล้วฝาก ท่านประธานให้สภาแห่งนี้ช่วยพิจารณาว่า เมื่อไม่ดําเนินการถอนให้เปึนไปตาม บทบัญญัติของข้อบังคับและกฎหมายแล้วนี้ การเสนอเข้ามาใหม่นี่ ผมถือว่าเรื่องเดิม ยังคาอยู่สภา เปึนเรื่องที่สภาจะต้องพิจารณาก่อนว่าจะอนุญาตหรือไม่อนุญาต แล้วท่าน ถึงจะเสนอเข้ามา ผมไม่ได้ห้ามนะครับว่า ท่านไม่มีสิทธิที่จะเสนอเข้ามาใหม่ ถ้าสภามีมติ ให้ถอนกลับไป หรือถ้าสภามีมติไม่ให้ถอน สภามีมติว่าให้ดําเนินการตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญคือการพิจารณาใหม่ องค์ประชุมไม่ครบ ก็สามารถกระทําได้ ก็เปึนความเห็น ของสภา เปึนไปได้ทั้ง ๒ ทางครับ จะทึกทักว่าสภาให้ถอนเปึนไปไม่ได้ครับ อยู่ที่ความเห็น ของสภาแห่งนี้ ข้อเท็จจริงครับ ผมไม่เถียงครับ ว่าเสียงข้างมากเอาอย่างไร เปึนไปอย่างนั้น ขณะนี้ท่านเปึนเสียงข้างมาก แน่นอนครับท่านถอน เหมือนกับแต่งตั้งกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ปปง. นะครับ ทําไมเขาถอนตัวหมด ท่านประธานครับ คุณรวีพรไม่ถอนครับ ทั้งที่คุณรวีพรเปึนหมายเลข ๑ ที่ควรจะต้องถอนคนแรกสุดเลย เพราะว่ามีกรรมการ หลายท่านไม่เห็นชอบด้วยจะให้คุณรวีพรเข้ามาเปึนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ปปง. ท่านประธานครับ เสียงข้างมากเปึนอย่างไร เปึนอย่างนั้น ผมเห็นด้วย แต่ว่าอย่างไร ก็แล้วแต่สภาแห่งนี้ในฐานะที่เราเปึนผู้บัญญัติกฎหมาย เปึนผู้ตราข้อบังคับให้กับสังคม แห่งนี้ ถ้าข้อบังคับมันเพี้ยน ข้อบังคับมันไม่ชอบด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแล้ว ท่านจะ พึ่งอะไรครับ กติกามันเพี้ยน การปฏิบัติก็เพี้ยนไปหมด ผมคิดว่าบ้านเมืองนี้ถ้าจะเปึน นิติรัฐนะครับ ก็เริ่มการตรงนี้ก็เปึนสิ่งที่สําคัญที่สุด ผมฝากท่านประธานในประเด็นนี้ ช่วยพิจารณาครับ กราบขอบพระคุณครับ