สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๒

พีรพันธุ์ พาลุสุข ชี้แจงเรื่องการมีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกกรรมการ ป.ป.ท. และการแต่งตั้งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ พร้อมทั้งเรียกร้องแก้ไขปัญหาการถอนตัวของกรรมการที่มีอยู่ และการอนุมัติกรรมการ ปปง. ของสภาผู้แทนราษฎร

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตชี้แจงข้อมูลกับท่านประธานต่อจากท่านสมาชิกนายแพทย์ชลน่านเพื่อให้ เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้นนะครับ ผมดูรายชื่อของกรรมการ ป.ป.ท. ที่เสนอมากับชื่อที่ผม จําได้ครั้งหนึ่งว่าเคยพิจารณาในที่ประชุมนี้แล้ว ผมได้พบกับท่านรัฐมนตรีก็บอกว่ารายชื่อ ที่ดูมาใหม่ก็น่าจะเรียบร้อยดี แต่ว่ามีชื่อซ้ําอยู่ท่านเดียว แต่ว่าอย่างไรก็ตามมันมีปัญหา ที่สภานี้ต้องร่วมกันพิจารณาก่อนเพื่อให้เกิดความชัดเจน ผมไล่เลียงให้ท่านประธานดู นะครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานตอนที่เราพิจารณาเรื่องนี้ในที่ประชุมนี้ก็มีการลงมติกัน เปึนรายบุคคลไป คะแนนก็ปรากฏเรามีการถกเถียงกันอยู่หลายเรื่อง เช่น เรื่องประเด็น ที่บอกว่าระยะเวลามันเนิ่นนานกว่าที่กฎหมายกําหนด ซึ่งก็เปึนการพูดคุยกันอยู่แล้วว่า ถึงแม้ระยะเวลากําหนดไว้มันอาจจะล่วงเลยไปบ้างช่วงของการเปลี่ยนถ่ายรัฐบาล พอต่อมาเมื่อสภาผู้แทนราษฎรได้อนุมัติรายชื่อบุคคลชุดเดิมทั้ง ๖ ท่านผ่านไปแล้ว มีการ ลงมติไปแล้วก็ส่งไปยังวุฒิสภา เมื่อไปถึงวุฒิสภาก็มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ประวัติตามปกติของวุฒิสภา ในชั้นพิจารณาของวุฒิสภาก็มีข้อที่ทางวุฒิสภาให้ความเห็น บอกว่าการประชุมสภาของผู้แทนราษฎรที่อนุมัติ ๖ ท่านเดิมนั้นองค์ประชุมไม่ครบ ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ นี่คือข้อถกเถียงที่เปึนเรื่องหลักไม่ใช่เรื่องคุณสมบัตินะครับ ในข้อ ถกเถียงนี้ก็มีการตอบโต้กัน ให้ความเห็นกันระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ในหนังสือวันที่ ๑๑ สิงหาคม เลขาธิการ ครม. ได้รับเรื่องจากวุฒิสภาไป แจ้งความเห็น ของวุฒิสภาบอกว่า มติของสภาผู้แทนราษฎรไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญเพราะองค์ประชุม ไม่ครบ ที่ประชุมวุฒิสภาก็จึงมีมติให้ส่งเรื่องนี้ไปยังคณะรัฐมนตรี แล้วคณะรัฐมนตรี ก็ขอให้แจ้งความเห็นของวุฒิสภามาให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเรื่องนี้ สภาผู้แทนราษฎรครับ ในหนังสือชี้แจงของเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรวันที่ ๓๐ กันยายน ท่านประธานครับ ก็พูดไว้ชัดบอกวันนั้นในการประชุมมีผู้รับบัตรไปทั้งหมด ๔๒๘ ซอง ท่านประธานคงจําได้วันนั้นที่มีการประชุมเลือก ปปง. มีการแจกบัตร ที่ผมย้ําถามอยู่ ๒ ครั้งว่าตกลงบัตรแจกไปเท่าไรเพราะมันหมายถึงองค์ประชุมนะครับ ผมจําไม่ได้ว่า ในครั้งนั้นมีการให้แสดงตนเพื่อนับองค์ประชุมก่อนหรือไม่ แต่ว่าในรายงานของ ฝ์ายเจ้าหน้าที่ได้บอกว่าได้แจกบัตรไป ๔๒๘ ซอง เพราะฉะนั้นก็ไม่มีปัญหาเรื่อง องค์ประชุม แต่พอมีการลงมติครึ่งหนึ่งก็คือ ๒๓๘ ฝ์ายเจ้าหน้าที่ก็บอกว่า แจกบัตรไปครบ แต่ในห้องประชุมนั้นในการลงคะแนนลับ และคะแนนเสียงเห็นชอบกรรมการ ป.ป.ท. ในสมัยนั้นก็ไม่มีกําหนดกันไว้เปึนพิเศษก็คือเสียงข้างมากเปึนปกติ ในห้องประชุมได้แจก บัตรลงคะแนนลับให้สมาชิกไป ๔๒๘ ซอง แต่เนื่องจากมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของพรรคประชาธิปัตย์ในรายงานนะครับ อยู่ในที่ประชุม ไม่เห็นด้วยกับการพิจารณา ในเรื่องนี้และไม่ประสงค์จะลงคะแนน จึงไม่ปรากฏคะแนนในส่วนนี้ แต่ไม่ได้หมายความ ว่าเปึนองค์ประชุมนะครับ เมื่อรวมผลการนับคะแนนของคณะกรรมการตรวจนับแล้ว จึงปรากฏยอดของสมาชิกที่ไปใช้สิทธิที่บอก เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ และงดออกเสียง ตามที่ ปรากฏขึ้นไปที่บอร์ด (Board) เท่านั้นเอง ดังนั้นเมื่อเปึนการแจกบัตรลงคะแนนลับไป ๔๒๘ ซอง ก็แสดงว่าสมาชิกอยู่ในห้องประชุม และเปึนองค์ประชุมไปแล้ว ไม่มีปัญหา เรื่ององค์ประชุมเลย อย่างไรก็ตามพอชี้แจงไปอย่างนี้ ก็แจ้งไปที่เลขาธิการวุฒิสภา เลขาธิการวุฒิสภาก็ตอบมาว่านี่เปึนความเห็นของฝ์ายธุรการของสภา ไม่ใช่มติของสภา แล้วแถมยังมาแนะนําให้สภาผู้แทนราษฎรเอาเรื่องนี้เข้าไปพิจารณาอีก ครั้งหนึ่งว่าเพื่อจะตรวจสอบองค์ประชุมให้มันครบ อย่างนั้นหนังสือของทางวุฒิสภาชี้แจง ไปเลขาธิการคณะรัฐมนตรีบอกว่า ทั้งนี้ขอให้สภาผู้แทนราษฎรยืนยันองค์ประชุมมาก่อน ระหว่างนั้นเรื่องมันผ่านไป ผ่านไป ก็ปรากฏว่าทางฝ์ายคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือลงวันที่ ๑๙ มกราคม ไปขอถอนเรื่องนี้ออกจากการพิจารณาของวุฒิสภา และผมก็จําได้ว่าท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรก็แจ้งมตินี้ให้พวกเราทราบว่ารัฐบาลได้ขอถอนเรื่อง คณะกรรมการ ป.ป.ท. ออกจากการพิจารณาของวุฒิสภานะ ด้วยเหตุผลว่าองค์ประชุม ของสภาผู้แทนราษฎรไม่ครบ ผมก็จําได้ในวันนั้นก็มีสมาชิกหลายท่านขึ้นมาทักท้วง ด้วย ข้อมูลที่นายแพทย์ชลน่านได้พูดไป หรือที่ผมได้ให้ไปเมื่อสักครู่นี้ ขององค์ประชุมมันครบ และผมก็ยังสงสัยว่าวุฒิสภามีอํานาจจะมาชี้ว่าองค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎรไม่ครบ ได้หรือ เพราะมันครบอยู่ ถ้ามีข้อสงสัยใครจะเปึนคนชี้ว่าองค์ประชุมครบ ไม่ครบ ก็คือ สภาผู้แทนราษฎรเอง ถ้าท่านประธานไปตรวจดูรายงานการประชุม ผมไม่ทราบว่ารับรอง ไปหรือยังว่าการประชุมเลือก ป.ป.ท.ในครั้งนั้นไม่มีใครยกว่าองค์ประชุมไม่ครบ ไม่มี ก็แปลว่าองค์ประชุมมันครบ แต่เหตุที่ทางวุฒิสภาท่านบอกว่ามันไม่ครบก็เพราะว่าท่าน ไปดูรายงานเฉพาะผู้มาลงคะแนนเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ และงดออกเสียง เวลามันขึ้น บอร์ด มันขึ้นเปึนอย่างนั้น แต่ผมไม่ได้ดูรายละเอียดว่าเวลาเจ้าหน้าที่รายงานไปทั้งหมด ได้รวมนับ ๔๒๘ คนที่อยู่ในห้องนี้หรือเปล่า หรือองค์ประชุมไปด้วยหรือเปล่า มันมีอยู่ครับ เพราะฉะนั้นทางวุฒิสภาก็เลยบอกว่าพอมานับดูเปึนรายบุคคล เห็นไหมครับ ท่านแรก ๑๙๐ ท่าน งดออกเสียง ๑๑ ท่าน ท่านต่อมา ๑๗๕ ท่าน เห็นชอบ งดออกเสียง ท่านต่อไป เห็นชอบ ๑๙๐ ท่านต่อไป เห็นชอบ ๑๘๔ ท่าน งดออกเสียง ๑๑ ท่าน ท่านสุดท้าย เห็นชอบ ๑๘๙ ท่าน งดออกเสียง ๑๒ ท่าน คือดูจากรายงานตรงนี้เท่านั้นว่าเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ แต่ไม่ได้ดูในรายงานทั้งหมด ท่านก็เลยบอกว่าพวกเราองค์ประชุมไม่ครบ ผมบอกว่า แล้วเขายืนยันว่ามันต้องครบนะ เพราะวุฒิสภาไม่น่าจะมีอํานาจหน้าที่มาชี้ว่า องค์ประชุมของสภาผู้แทนราษฎรไม่ครบ วันที่ประธานชัยนําเรื่องนี้มาแจ้งให้ที่ประชุม ทราบ ผมเองก็เปึนคนหนึ่งที่ลุกขึ้นทักท้วง บอกว่าความเห็นของวุฒิสภาอาจจะไม่ถูกต้องนะ เพราะท่านดูเฉพาะรายงาน คะแนนที่รายงานไปถึงท่านว่า เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ และงดออกเสียง แต่คะแนนที่เปึนองค์ประชุมไม่ทราบอยู่ในรายงานส่งไปให้วุฒิสภา ทราบหรือเปล่า แต่ ๔๒๘ คน คือคนที่นั่งอยู่ในนี้ เพราะฉะนั้นวันนั้นที่ผมย้ําถาม ท่านประธานตอนเลือก ปปง. ที่ผมถาม ๒ ครั้งว่าตกลงแจกบัตรไปเท่าไร เพื่อจะไม่ให้มี ปัญหาเรื่ององค์ประชุม เพราะประเดี๋ยวเวลาไปหย่อนบัตรก็จะมีผู้ไปลงคะแนนเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ กับอีกส่วนหนึ่งไม่ไปลงคะแนน แต่มันเปึนองค์ประชุมไปหมดตั้งแต่ต้นแล้ว

ท่านประธานครับ หลังจากพูดคุยกันเรื่องนี้ หารือกันในที่ประชุมตรงนี้ ล่ะครับ เนื่องจากมันยังไม่มีคําขอของรัฐบาลมาถึงสภาผู้แทนราษฎรว่า ขอถอนเรื่อง กรรมการ ป.ป.ท. ชุดเดิม ๖ คนออกไป แต่ท่านไปถอนที่วุฒิสภา และวุฒิสภาก็ให้ถอน แล้วก็แจ้งให้พวกเราทราบ วันนั้นท่านประธานชัยก็พยายามจะพูดเรื่องนี้ ผมก็เคยถาม ท่านนอกรอบว่า ก็ถ้าหากวุฒิสภาสงสัยบอกว่ารายงานที่เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีไปถึงเลขาธิการวุฒิสภาเปึนเรื่องของฝ์ายธุรการ ต่อไปเวลาที่วุฒิสภาแจ้งมาผมก็ไม่เห็น ประธานวุฒิสภาลงนามนะครับ มีแต่เลขาธิการวุฒิสภาแจ้งมา มาถึงเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร จากนั้นต่อไปถือว่าถ้าอย่างนั้นเปึนรายงานของฝ์ายธุรการนะ สภาไม่รับทราบนะ หรือรับทราบแล้วเปึนเรื่องรายงานที่รับรองไม่ได้ เราก็ยังทํา วันนี้ก็ยัง ทําอย่างนี้กันอยู่ ถ้าไม่เชื่อรายงานของเลขาธิการซึ่งทําหน้าที่เปึนเลขานุการของที่ประชุม แล้วจะไปเชื่อใครล่ะครับ แต่เปึนปัญหาที่มันตามมาก็คือว่า ในเรื่องนี้ไม่มีข้อยุติ เราก็เพียงแต่รับทราบว่าวุฒิสภาอนุญาตให้รัฐบาลถอน ป.ป.ท. ชุดเดิมออกไป แล้วพวกเราก็รับทราบอยู่แค่นั้น เนื่องจากมีการพูดเรื่องนี้กันมากนะครับ ถ้าดูจากหนังสือ ของเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ย้ําอีกครั้ง ไปถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี บอกว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎร หนังสือลงวันที่ ๒๐ เข้าใจว่าวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ป้ ๒๕๕๒ นี่เองนะครับ คือหลังจากที่รัฐบาลได้ขอถอนเรื่องไปแล้ว ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้นําเรื่องนี้หารือ ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันพุธที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ เนื่องจาก มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่าไม่ควรนําเรื่องนี้เข้ามาพิจารณาในที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎร และไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านใดมีความสงสัยในความ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับกระบวนการลงมติให้ความเห็นชอบ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎรปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาผู้แทนราษฎรมีดําริให้เรียนชี้แจงว่า จากการอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรสรุปความเห็นได้ว่า การลงมติของ สภาผู้แทนราษฎรเพื่อลงมติให้ความเห็นชอบรายชื่อบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้ง เปึนกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐเปึนไปโดยชอบด้วยบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญแล้ว ขณะที่ทางวุฒิสภาบอกว่าที่ประชุมองค์ประชุมไม่ครบนะครับ และที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรไม่สงสัยในความชอบด้วยรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับ กระบวนการลงมติให้ความเห็นชอบรายชื่อบุคคลที่ได้ให้ความเห็นชอบไปแล้ว ปัญหา มันก็เกิดขึ้นท่านประธานครับ เรื่องนี้การให้ความเห็นชอบเขาบอกให้ทําตามไปลําดับ ก็คือ ๑. ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาก่อนแล้วส่งไปที่วุฒิสภา เมื่อสภาผู้แทนราษฎร ให้ความเห็นชอบไปแล้วไปที่วุฒิสภา แล้วถ้าเปลี่ยนรัฐบาล รัฐบาลใหม่ไปถอนเรื่องจาก ทางโน้น ผมก็ถามกลับว่าแล้วมติของสภาผู้แทนราษฎรยังอยู่หรือเปล่า เพราะไม่มี การถอนครับ เมื่อไม่มีการถอนแล้วท่านเสนอรายชื่อใหม่มาได้อย่างไร เพราะฉะนั้นจะต้อง ทําตรงนี้ให้มันชัดเจนก่อนว่ามติเดิมที่สภาผู้แทนราษฎรนั้นได้ให้ความเห็นชอบ ๖ ท่านเดิม ไปแล้วผ่านไปถึงวุฒิสภาไปแล้ว ไม่ปรากฏมีรายงานว่าสภาผู้แทนราษฎรให้มีการถอน ออกไป ไม่มีครับที่จะรับทราบว่าวุฒิสภาอนุญาตให้รัฐบาลถอน และรัฐบาลก็เสนอมาใหม่ ถ้าทํากันอย่างนี้ได้ ท่านประธานครับมันก็จะมีปัญหา

อันที่ ๑ ผมก็ถามว่ามติเดิมของสภาผู้แทนราษฎรที่อนุมัติไปแล้ว ให้ความ เห็นชอบบุคคลไปแล้ว ยังอยู่หรือเปล่า ถ้ายังอยู่วันนี้เสนอเข้ามาใหม่ได้อย่างไร

แล้วอันที่ ๒ ท่านบอกว่าเมื่อทางวุฒิสภาอนุญาตให้รัฐบาลถอนชื่อออกไป หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรอนุมัติไปแล้วนะครับ เท่ากับมีผลในการถอนความเห็นชอบ ที่สภาผู้แทนราษฎรให้ไปหรือไม่ เพราะถ้าเปึนอย่างนี้ท่านประธานครับ เมื่อไม่กี่วันมานี้ เราได้พิจารณาเรื่องให้ความเห็นชอบของกรรมการ ปปง. ซึ่งสภาก็ไม่ให้ความเห็นชอบ รัฐบาลก็ต้องเสนอมาใหม่ สมมุติว่ากรรมการ ปปง. ชุดใหม่สภาผู้แทนราษฎรให้ความ เห็นชอบแล้วส่งไปวุฒิสภา เกิดมีการเปลี่ยนรัฐบาล รัฐบาลใหม่อาจจะบอกว่าไม่ชอบ กรรมการที่ถูกเสนอชื่อโดยรัฐบาลชุดเก่าไปขอถอน เรื่องมันก็จะวนกลับไปกลับมาอยู่ อย่างนี้ เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะเรียนถามท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าเรื่องเดิม ชุดเดิม ยังอยู่หรือเปล่า ถ้ามันยังอยู่ถอนมาได้อย่างไร เสนอใหม่มาได้อย่างไร ถ้าไม่อยู่แล้วใครจะ บอกว่ามติเดิมของสภาผู้แทนราษฎรตกมาได้อย่างไร ขอบคุณท่านประธานครับ