เจริญ คันธวงศ์ หารือเรื่องมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร และเสนอแนะให้มีการเน้นการศึกษาในด้านแพทย์และสาธารณสุข เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรในด้านเหล่านี้ นอกจากนี้ยังเสนอแนะให้มีการเน้นการศึกษาในด้านการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในด้านนี้ เช่น ปัญหาสลัม ปัญหา ชุมชนแออัด และปัญหาการซื้อเสียงในการเลือกตั้ง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพ และเสนอแนวคิดในการสร้างมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางในการผลิตบุคลากรที่จะไปสอนในจังหวัดอื่น ๆ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเจริญ คันธวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ขอ อนุญาตสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ซึ่งเสนอต่อสภา ณ ขณะนี้ โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งก็คือมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครซึ่งเปึนมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่ง เหมือนกับ มหาวิทยาลัยของรัฐบาลทั้งหลาย แต่ว่าต่างกันกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ก็คือว่า มหาวิทยาลัยอื่น ๆ นั้นอยู่ภายใต้กํากับของกระทรวงศึกษาธิการ บางแห่งก็บริหารงาน ในระบบของราชการ แต่สําหรับอันนี้เปึนระบบอิสระ สามารถจะออกระเบียบของตนเอง ได้ เราเรียกว่ามหาวิทยาลัยอยู่ในกํากับของรัฐบาล แต่ว่าเปึนนิติบุคคล สําหรับการบริหาร รูปแบบของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็คล้าย ๆ กับสถาบันอุดมศึกษาอื่น ๆ ซึ่งมีภารกิจใหญ่ ๆ อยู่ ๔ ประการ ประการแรก ได้แก่การสอน ประการที่สองก็คือการวิจัย ประการที่สาม คือเผยแพร่วิชาการ และประการสุดท้ายก็คือพัฒนา ส่งเสริม บํารุงศิลปะ และวัฒนธรรม แต่ที่แตกต่างจากที่อื่นนั้นก็คือว่าวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ประสงค์ที่จะ เผยแพร่ความรู้ และส่งเสริมการแพทย์ และการสาธารณสุข และการปกครองส่วนท้องถิ่น อันนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขอประทานโทษ ก็คือท่านสมคิด บาลไธสง แห่งหนองคาย ว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้เราพยายามที่จะไม่ให้เหมือนกับ มหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่มีอยู่ แม้ว่ามีวัตถุประสงค์ใกล้เคียงกันก็ตาม ไม่จําเปึนที่จะต้อง ปฏิบัติตามอย่างที่คนอื่น ตามหลักทฤษฎีนั้นก็คือว่ามหาวิทยาลัยนั้นจะต้องมี ๓ ภาควิชา ใหญ่ ๆ ได้แก่ ทางวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ ผมคิดว่ามหาวิทยาลัย แห่งนี้ไม่จําเปึนที่จะต้องผลิตคนทางสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ เพราะว่าล้นตลาด ควรจะผลิตบุคลากรหรือบัณฑิตซึ่งขาดแคลนอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือทางแพทย์ ซึ่ง ส.ส. หลายท่านก็ได้อภิปรายไปแล้ว แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งการแพทย์นั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมนี้ไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชอยู่เปึนประจํา สถานการณ์ของคนไข้ที่อยู่ ณ ที่นั้น และพยาบาล และแพทย์นั้นลําบากด้วยกันทั้ง ๓ ฝ์าย เพราะว่าคนไข้ไปกันเยอะเหลือเกิน แพทย์นั้นไม่มีโอกาสที่จะได้พักผ่อน พยาบาลก็ไม่ได้ พักผ่อน เวลาเจ็บป์วยผมไปถึงโรงพยาบาลประมาณ ๘ โมงเช้า กว่าจะได้พบแพทย์นั้นก็ประมาณ อีก ๕ นาทีเที่ยง ผมก็เลยบอกว่า คุณหมอครับ ผมคอยมาตั้งแต่ ๘ โมงเช้า อีก ๕ นาทีเที่ยง คุณหมอยังไม่ได้รับประทานอาหารกลางวัน ผมสงสารคุณหมอ คุณหมอขอบคุณ ที่ไม่ลาออกไปอยู่ที่อื่น คุณหมอจะไปรับประทานอาหารกลางวันก่อนก็ได้ผมจะคอยต่อ อันนี้ก็คือสภาพต่าง ๆ นั้นน่าสงสาร ฉะนั้นมหาวิทยาลัยแห่งนี้ควรจะเน้นหนักในเรื่องผลิต บุคลากรในทางแพทย์หรือทางสาธารณสุข เพื่อแก้ไขปัญหาที่กําลังขาดแคลนที่สุด ในประเทศไทยในขณะนี้ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็เรื่องของการปกครองส่วนท้องถิ่น ผมคิดว่าการปกครองส่วนท้องถิ่นนี้เราไม่ต้องไปเป่ดคณะรัฐศาสตร์ หรือศิลปศาสตร์ หรือรัฐประศาสนศาสตร์ ซึ่งมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เขาผลิตอยู่แล้ว แต่มหาวิทยาลัยนี้ควรจะ เน้นในเรื่องการวิจัย แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาสลัม ปัญหา ชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ ปัญหาอาชญากรในเมืองหลวง แล้วก็ปัญหาการซื้อเสียงในการ เลือกตั้งในประเภทต่าง ๆ ถ้ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้พยายามเน้นหนักในการศึกษา ในเรื่องนี้ ผมเชื่อว่าจะสามารถเผยแพร่องค์ความรู้อันนี้ไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในที่อื่น ผมเชื่อนะครับว่าการเลือกตั้งต่าง ๆ นั้น ผู้ที่ซื้อเสียงเขาไม่อยากจะซื้อ แต่ว่าเท่าที่ ผมทราบก็คือว่า ถ้าหากไม่ซื้อแล้วเขาไม่ไปเลือกก็กลัวว่าจะแพ้เลือกตั้ง ดังนั้นบางคน จึงจําเปึนจะต้องเปึนเช่นนั้น ฉะนั้นมหาวิทยาลัยแห่งนี้นอกจากจะส่งเสริมศึกษา การแพทย์ สาธารณสุขแล้ว จะต้องเน้นหนักในเรื่องการปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างนี้ เปึนอย่างไรบ้าง ในต่างประเทศนั้น แต่ละรัฐ แต่ละเทศบาล แต่ละแห่งนั้น เขามักจัดตั้ง โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยของเขาเอง แต่ขณะนี้ในเมืองไทยเรานั้นยังไม่มีองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นใดเลยที่ตั้งมหาวิทยาลัยขึ้น นอกจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้จะตั้งโดย กรุงเทพมหานคร แต่ว่าที่แปลกอยู่อย่างหนึ่งก็คือว่า ผู้ที่รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ก็เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผมอ่านดูรายละเอียดแล้ว ปรากฏว่ารัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการนั้นแทบจะไม่มีโอกาสที่จะควบคุมเลย เมื่อครู่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติบางท่านได้ถามท่านรัฐมนตรีว่าท่านจะควบคุมอย่างไร ผมว่าอย่าไปตอบ นะครับว่าท่านจะควบคุมอย่างไร เพราะว่าคนที่จะควบคุมคือสภามหาวิทยาลัย ซึ่งผม อ่านดูแล้วตัวท่านรัฐมนตรีไม่มีโอกาสไปเปึนนายกสภามหาวิทยาลัย ไม่มีโอกาสจะเปึน กรรมการสภามหาวิทยาลัย แม้แต่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครก็ไม่มีโอกาสจะอยู่ใน กรรมการสภามหาวิทยาลัย มีแต่รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเท่านั้นเอง ฉะนั้นผมคิด ว่าในการที่จะตอบสนองปัญหาในสภาในงบประมาณนี้ ผมคิดว่าผู้ที่รักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้นอกจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแล้ว ควรจะมีผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพราะว่าเงินที่จะสู่ มหาวิทยาลัยแห่งนี้มาจากอย่างน้อย ๒ แห่งด้วยกัน ประการแรกก็คือเงินอุดหนุน จากกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะได้รับจากรัฐบาล แต่ว่าต้องผ่านกระทรวงมหาดไทย ฉะนั้น รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยอาจจะต้องรักษาการตามพระราชบัญญัติอันนี้ด้วย และนอกจากนี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครก็คงจะต้องมารักษาการด้วย นอกเหนือจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผมขอฝากไว้นะครับ
อีกอย่างหนึ่งก็คือ อยากจะพูดถึงเรื่องการผลิตบุคลากรตามที่มหาวิทยาลัยนี้ ต้องการ ผมว่าตั้งที่กรุงเทพมหานครในขณะนี้เหมาะสมครับ ผมนี้เคยบริหารมหาวิทยาลัย มาก่อน การที่จะมีคณาจารย์สมบูรณ์ได้นะครับ ไม่ใช่เป่ดมาแล้วจะมีอาจารย์มา ให้เต็มอัตรา ไม่มีครับ จะต้องใช้เวลาประมาณ ๓๐ ป้ ถึงจะเพาะอาจารย์ขึ้นมาโดยให้ทุน จากปริญญาตรีไปเรียนปริญญาโท แล้วก็ไปเรียนปริญญาเอก กว่าจะมาเปึนอาจารย์ ให้มีมากขึ้นนั้นต้องใช้เวลาอย่างน้อย ๓๐ ป้ ประสบการณ์อันนี้เกิดขึ้นกับมหาวิทยาลัย ต่าง ๆ ทั่วไป แม้แต่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็เปึนอย่างนั้น มหาวิทยาลัยกรุงเทพที่ผมเคย เปึนอธิการบดีก่อตั้งก็เปึนเช่นนั้น แต่ว่าของมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครนี้ผมคิดว่าจะง่าย ขึ้น เพราะว่าตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร สามารถที่จะหยิบยืมอาจารย์จากสถาบันอื่น ๆ ที่ อยู่ใกล้เคียงมาเปึนอาจารย์พิเศษกันได้ และนอกจากนี้ในต่างจังหวัดองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ นั้นก็มีความต้องการที่จะเป่ดมหาวิทยาลัย ผมคิดว่ามหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานครนี้อาจจะเปึนแม่ข่ายโยงใยไปกับสถาบันการศึกษาอื่น ๆ ในจังหวัดอื่น ๆ ในการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อผลิตบุคลากรตามที่เขาต้องการในชุมชนนั้น ๆ ก็น่าจะ ทําได้ เพราะว่ามีบุคลากรจากกรุงเทพฯ นี้จะได้สามารถไปสอนตามที่ต่าง ๆ อาจจะเปึน ขอนแก่น ร้อยเอ็ด หรืออะไรต่าง ๆ อย่างนี้น่าจะทําได้ครับ ในที่สุดนี้ผมก็ต้องขอสนับสนุน พระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ ผมคิดว่าจะเปึนประโยชน์ที่สุด และส่วนรายละเอียดนั้น ผมคิดว่าคงจะไปเจรจาในขั้นแปรญัตติในกรรมาธิการครับ ผมขอสนับสนุนกฎหมาย ฉบับนี้ครับ