สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๒

วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องการจัดตั้งมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร โดยเน้นย้ำว่าภารกิจของมหาวิทยาลัยนี้ไม่ใช่เพียงการผลิตแพทย์และพยาบาลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการวิจัยและการพัฒนาที่จะส่งผลประโยชน์ต่อสังคมและมหาวิทยาลัยด้วย และยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการแทรกแซงของนักการเมืองในมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก วันนี้สภา กําลังพิจารณา พ.ร.บ. ว่าด้วยมหาวิทยาลัย ซึ่งกําลังจะถือว่าเปึนมหาวิทยาลัยเกิดใหม่ ภายใต้การดูแลของกรุงเทพมหานคร และถ้าเราดูอยู่แล้วเราจะรู้ว่าอันนี้เปึนมหาวิทยาลัย ที่ท้องถิ่นเข้ามากํากับแล้วก็ดูแลอย่างจริงจัง ถ้าถามความรู้สึกของผมในฐานะที่เปึน ผู้แทนราษฎรต่างจังหวัด ผมถือว่าครั้งนี้จะเปึนมิติใหม่ที่กรุงเทพมหานครที่ถือว่า เปึนท้องถิ่นมามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาระดับสูงครับ และผมหวังเปึนอย่างยิ่งว่า มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครที่ภายใต้การดูแลของ กทม. นั้นน่าจะประสบความสําเร็จ และนํามาซึ่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในหลาย ๆ พื้นที่ ไม่ว่าจะเปึนจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดสงขลา แม้กระทั่งจังหวัดพิษณุโลกเองมีส่วนในการผลักดันมหาวิทยาลัยท้องถิ่น ของตัวเองขึ้นมาเช่นกัน ผมคิดว่าส่วนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้ กทม. เองได้เปรียบมาก ถ้าจะดูในเชิงของข้อกฎหมายต่าง ๆ นั้น ตลอดจนความพร้อมของ กทม. ไม่ว่าจะเปึนรัฐธรรมนูญที่เป่ดโอกาสให้ท้องถิ่นมีส่วนในการผลักดันมหาวิทยาลัย แม้กระทั่งระเบียบบริหารราชการแผ่นดินของกรุงเทพมหานคร ตลอดจน พ.ร.บ. กําหนด แผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือแม้แต่ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาตินั้นล้วนเปึนช่องทางที่เป่ดโอกาสให้ กทม. ได้มีส่วนในการผลักดัน ให้เกิดมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครเปึนอย่างยิ่ง รวมทั้งความพร้อมของ กทม. เอง รวมทั้งบุคลากรหรือแม้กระทั่งงบประมาณของ กทม. ที่มีส่วนในการเทงบประมาณ ก้อนใหญ่ ๆ ก้อนหนึ่งในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นมา ผมมองไปที่วชิรพยาบาล แล้วก็ วิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์ที่มองถึงความพร้อม เราจะรับทราบว่าวชิรพยาบาล ในวงการแพทย์ถือว่าเปึนโรงพยาบาลชั้นนําของประเทศ มีประสบการณ์ในการผลิต บัณฑิตแพทย์มาประมาณ ๑๔ ป้ ตั้งแต่ป้ พ.ศ. ๒๕๒๘ ซึ่งขณะนั้นถ้าจําไม่ผิด ตอนนั้น คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒได้ร่วมมือกับวชิรพยาบาล ซึ่งเปึนโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครเป่ดรับนิสิตแพทย์ผ่านมหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ จนกระทั่งมาป้ ๒๕๓๖ นั้น มีการจัดตั้งเปึนวิทยาลัยแพทยศาสตร์ กรุงเทพมหานครขึ้นมา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอีกขั้นตอนหนึ่งของศักยภาพของ กทม. ที่ยกฐานะวิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครของตัวเองขึ้นมา โดยใช้วชิรพยาบาล นั้นเปึนสถานที่ในการผลิตบัณฑิต และเท่าที่ทราบก็คือเปึนความร่วมมือระหว่าง กทม. กับมหาวิทยาลัยมหิดล ถ้ามองในมุมของวิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์นั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะมีประสบการณ์ในการผลิตพยาบาลมาทั้งสิ้น ๕๑ ป้ เพราะฉะนั้นถ้ามองในเชิง วัตถุประสงค์ขั้นต้น มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครนั้น ในขั้นต้นเรามีความพร้อม กทม. มีความพร้อมของวชิรพยาบาล มีความพร้อมไปที่วิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์ก็พร้อม ที่จะเป่ดสาขาทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ก็คือเป่ดคณะแพทยศาสตร์ และคณะ พยาบาลศาสตร์ แต่ผมอยากจะฝากไปยังทางรัฐบาล ถ้าคนไม่เข้าใจคนก็จะมีความรู้สึก ว่าขณะนี้กําลังสร้างมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ของกรุงเทพมหานครขึ้นมา ผมย้ํานะครับ เพราะวันนี้เพื่อนสมาชิกส่วนใหญ่เวลาพูดถึงมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ส่วนใหญ่ ทุกคนก็จะพาดพิงไปถึงที่คณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล และคณะพยาบาลศาสตร์ เกื้อการุณย์ ถ้ามองผิวเผินก็เหมือนกับว่า กทม. จะเป่ดมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ อยากจะย้ําไปยังท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่าภารกิจของมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ครั้งนี้ไม่ใช่เปึนภารกิจในเรื่องการผลิตแพทย์หรือพยาบาลเท่านั้น ภารกิจในวัตถุประสงค์ ของมหาวิทยาลัยได้กําหนดไว้ ๖ ข้อ ตั้งแต่ข้อที่ ๑ คือเน้นไปที่การทําวิจัยเพื่อให้เกิด ประโยชน์ในการพัฒนาทั้ง กทม. สังคม และมหาวิทยาลัย ซึ่งถือว่าเปึนเรื่องสําคัญ ที่จะต้องทํา

ภารกิจที่ ๒ ก็คือเปึนภารกิจในการผลิตบัณฑิตให้สอดคล้องกับแผน การศึกษาแห่งชาติ รวมทั้งแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร

ภารกิจที่ ๓ นั้นเปึนภารกิจในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการแพทย์ และสาธารณสุข โดยเฉพาะสาขาทางด้านวิทยาศาสตร์เขตเมือง

ภารกิจที่ ๔ เปึนภารกิจเรื่องการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการปกครอง ส่วนท้องถิ่นและพัฒนามหานคร

ภารกิจที่ ๕ นั้นเปึนการให้โอกาสทางการศึกษาที่สอดคล้องกับความ ต้องการของชุมชนเขตเมือง และ

สุดท้ายก็คือการให้บริการทางการแพทย์ การพยาบาล เพื่อให้เปึน ที่ยอมรับในระดับนานาชาติ

นี่คือภารกิจที่ตั้งไว้ทั้งหมด ๖ ภารกิจ ดังนั้นผมอยากจะเรียนพวกเราทุกคน ตลอดจนพี่น้องประชาชนที่ฟังวิทยุทางบ้านอย่าสับสนว่ามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ไม่ใช่เปึนมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ เขามีภารกิจอีกหลาย ๆ ภารกิจที่จะต้องทําให้ครบ ทั้งหมด ๖ ภารกิจนี้ แต่ในมุมเดียวกันผมดูแล้วในบางครั้งภารกิจตรงนี้กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง มันก็มีความขัดแย้งกัน ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกที่จะต้องเข้าไปเปึนคณะกรรมาธิการต้องดู ตรงนี้ดี ๆ ครับ เราต้องยอมรับว่าวันนี้โรงเรียนแพทย์ของวชิรพยาบาล วิทยาลัยพยาบาล เกื้อการุณย์ขณะนี้เป่ดกว้างรับบัณฑิตจากทุก ๆ จังหวัดทั่วประเทศ ต้องย้ําครับ วันนี้คณะ แพทยศาสตร์วชิรพยาบาลกับวิทยาลัยพยาบาล หรือคณะพยาบาลศาสตร์ ของวิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์ได้เป่ดกว้าง ลูกหลานของเราที่อยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศให้เข้ามามีส่วนในการผลิตเปึนบัณฑิตแพทย์ หรือผลิตเปึนบัณฑิตพยาบาล ที่เข้าไปดูแลประชาชนทุกส่วนของทั้งประเทศ ถ้าข้อเท็จจริงวันนี้เราเป่ดกว้าง ประชาชน ลูกหลานของคนไทยทั้งประเทศเข้ามา แต่เรามาดูข้อเท็จจริงบางข้อเขียนไว้ชัดเจน อย่าง ข้อที่ ๑ เรื่องการทําการวิจัยเรื่องภารกิจ เพื่อนําความรู้นั้นไปเปึนประโยชน์ในการพัฒนา กรุงเทพมหานคร สังคม และมหาวิทยาลัย ผมย้ํานะครับ เขาเน้นไปที่พัฒนา กรุงเทพมหานคร อย่างเรามาดูข้อที่ ๓ ในภารกิจวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยกําหนดไว้ว่าพัฒนา องค์ความรู้ด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยเน้นทางด้านเวชศาสตร์เขตเมือง เพื่อตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร ผมย้ํา เช่นกัน นี่ก็กรุงเทพมหานคร หรือภารกิจข้อที่ ๕ ที่ให้โอกาสทางการศึกษาที่สอดคล้อง กับความต้องการของชุมชนเขตเมือง ผมฟังดูแล้วมีเพื่อนสมาชิกบางคนบอกว่า ไม่อยากจะให้ภาพนี้ว่าเปึนคน กทม. สร้างขึ้นมา ใช้งบประมาณของ กทม. แล้วก็เพื่อ กทม. ผมย้ํานะครับ เพราะอดีตที่ผ่านมาวชิรพยาบาลกับวิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์นั้น รองรับลูกหลานคนไทยทั้งประเทศ แต่ตามวัตถุประสงค์ดูค่อนข้างจะเน้นไปที่ กทม. แล้วก็ เพื่อ กทม. ดังนั้นอยากจะฝากเพื่อนสมาชิกที่เปึนคณะกรรมาธิการว่าอย่าเอาข้อกําหนด ตรงนี้ หรือภารกิจตรงนี้เปึนข้อป่ดกั้นว่าจะต้องตอบสนองเฉพาะ กทม. หรือว่า เขตเมืองใหญ่แล้วเท่านั้น มิฉะนั้นแล้วความรู้สึกของคนต่างจังหวัดจะมองว่าวันนี้ คนกรุงเทพมหานครได้เปรียบคนต่างจังหวัดเยอะอยู่แล้ว แล้วก็ที่ผ่านมาเราไม่ปฏิเสธว่า วิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์และวชิรพยาบาลนั้น เป่ดโอกาสให้คนต่างจังหวัดเข้ามา เรียนเปึนหมอ เปึนพยาบาล แต่กําหนดมุ่งหมายภารกิจ หรือวัตถุประสงค์ ของมหาวิทยาลัย กลัวว่าจะเปึนตัวป่ดกั้นที่ทําให้ลูกหลานต่างจังหวัดมาเรียนแล้วจะต้อง เรียนรู้เฉพาะของ กทม. เท่านั้น แล้วก็มาตอบสนองเฉพาะคน กทม. แล้วเท่านั้น ดังนั้น ฝากเพื่อนสมาชิกที่เปึนคณะกรรมาธิการได้โปรดพิจารณาข้อนี้ด้วย และ

สุดท้ายจริง ๆ แล้วอยากจะย้ําว่า คือมหาวิทยาลัยท้องถิ่นโอกาสที่จะมี นักการเมือง ไม่ว่าจะเปึนนักการเมืองส่วนกลาง หรือส่วนท้องถิ่นเข้าไปแทรกแซงมันมี ความเปึนไปได้สูง เพราะเราก็ต้องยอมรับว่าโอกาสที่จะอย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มช. หรือว่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หรืออะไร ก็แล้วแต่ ที่นักการเมืองจะเข้าไปแทรกแซงเปึนไปไม่ได้ ไม่มี แต่วันนี้เนื่องจากว่าวันนี้ มหาวิทยาลัย กทม. เปึนมหาวิทยาลัยแห่งใหม่จริงๆ แล้วเราก็วิตกกังวลจริง ๆ ว่า ถ้านักการเมืองเข้าไปแทรกแซงขึ้นมามันจะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นผมอยากจะพูดเพื่อให้เปึน การบันทึกไว้ ถ้าท่านรัฐมนตรีได้ตอบชี้แจงยืนยันนะครับว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ เปึนมหาวิทยาลัยเป่ดกว้าง ผมเกรงว่าวันดี คืนดี นักการเมืองท้องถิ่นบอกว่าในเมื่อ มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครสร้างจากเงินของ กทม. ต้องตอบสนองต่อคน กทม. ลูกหลาน กทม. หรือลูกหลานของคนท้องถิ่นต้องได้รับสิทธิพิเศษขึ้นมา ผมเกรงว่าจะเปึน ปัญหา ดังนั้นอยากจะย้ําให้รัฐมนตรีตอบกับพวกเราด้วยว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ จะไม่มี คําว่า จะเป่ดโอกาสให้เฉพาะคน กทม. ได้สิทธิพิเศษขึ้นมา หรือว่าลูกหลาน กทม. ได้สิทธิ พิเศษขึ้นมา เพราะว่าเปึนเงินภาษีของคน กทม. มากกว่าคนต่างจังหวัด เพื่อจะได้มีความ ชัดเจนตรงนี้ ขอบคุณครับ