รัชดา ธนาดิเรก เสนอพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เพื่อผลิตบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในการแก้ไขปัญหาในลักษณะองค์รวมและบูรณาการความรู้ต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของคนเมือง โดยยกระดับ 3 สถาบันการแพทย์ของกรุงเทพมหานครให้เป็นคณะภายใต้มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ที่เสนอ เข้าสู่การพิจารณาแห่งนี้ ทั้งในส่วนของคณะรัฐมนตรีและของเพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ ฉบับ นะคะ เพราะนั่นหมายถึงตัวบ่งชี้ให้เห็นว่าในอนาคตอันใกล้นี้เราจะมีมหาวิทยาลัย เฉพาะทางที่จะมีความสามารถในการตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของคนเมือง นั่นไม่ได้หมายถึงว่าเฉพาะพี่น้องประชาชนที่อยู่ในทะเบียนราษฎรกรุงเทพมหานคร แต่หมายถึงบุคคลโดยทั่วไปที่อาศัยอยู่ ทํางานอยู่ในกรุงเทพมหานคร รวมถึงกว่า ๑๐ ล้านชีวิตนะคะ คําถามก็คือว่ามันยังมีความจําเปึนอยู่หรือเปล่าคะ ที่เราจะต้องมี มหาวิทยาลัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในขณะนี้มหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในบริเวณ กรุงเทพมหานครและปริมณฑลก็มีกว่า ๘๐ แห่งแล้ว แต่ก็ยังมีความต้องการและ ความเห็นว่าจะต้องมีมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าใครเปึนเจ้าของ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้จะชื่ออะไร แต่ความแตกต่าง ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครอยู่ที่ภารกิจที่จะเกิดขึ้น ที่ผ่านมามหาวิทยาลัย โดยทั่วไปมีการแบ่งคณะวิชาต่าง ๆ ตามสายวิชา งานวิจัยที่ถูกผลิตขึ้นเพื่อตอบโจทย์ ปัญหาของสังคมก็แยกไปตามสายวิชา แต่ถ้าเราพิจารณาถึงสภาวการณ์ที่เกิดขึ้นในชุมชนเมือง ในสังคมเมืองนั้น มันเปึนปัญหาที่ซับซ้อนและมีความเปึนพลวัต การที่เราจะผลิตงานวิจัย ผลิตบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญแขนงวิชาใดแขนงวิชาหนึ่งนั้น มันไม่เพียงพอหรอกค่ะ เราต้องการความรู้ องค์ความรู้ บุคลากรที่สามารถมองเห็นปัญหาในลักษณะองค์รวมและ สามารถบูรณาการความรู้ต่าง ๆ เพื่อนําไปสู่การแก้ไขปัญหาได้ ดังนั้นจึงนําไปสู่ ความจําเปึนที่ต้องก่อตั้งมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ดิฉันเห็นด้วยกับมาตรา ๗ ในหมวด ๑ ของร่าง พ.ร.บ. ที่เสนอโดย ครม. ที่บรรจุไว้ว่า วัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย แห่งนี้จะต้องประกอบด้วย ๘ หลักด้วยกัน และที่ชื่นชมมากก็คือในข้อ ๓ ที่บอกไว้ว่า มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครจะต้องพัฒนาองค์ความรู้ด้านการแพทย์และ การสาธารณสุขทุกสาขา โดยเน้นทางด้านเวชศาสตร์เขตเมือง เพื่อตอบสนองความ ต้องการด้านสุขภาพ แม้ว่าเราจะมีมหาวิทยาลัยที่ผลิตบัณฑิตที่เกี่ยวข้องกับ การแพทยศาสตร์มามากมาย แต่ว่ายังไม่มีที่ใดที่ให้ความสําคัญเปึนพิเศษในเรื่องของ เวชศาสตร์เขตเมือง ซึ่งเปึนปัญหาของคนในกรุงเทพมหานครและผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ใน เมืองหลวงแห่งนี้นะคะ
อีกภารกิจหนึ่ง ที่ทําให้มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครมีความแตกต่างก็คือ ต้องเน้นในเรื่องการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการปกครองส่วนท้องถิ่น และพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยอื่นอาจจะมีหลักสูตรในเรื่องของการบริหารงานภาครัฐ แต่ถ้าถามถึงเรื่อง ของการปกครองส่วนท้องถิ่นและมหานคร ไม่ได้หมายความว่ากรุงเทพมหานครนะคะ แต่หมายถึงเมืองที่มีขนาดใหญ่ ภารกิจของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ยังพูดถึงการให้โอกาส ทางการศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนในเขตเมือง ดิฉันเปึนอาจารย์ มหาวิทยาลัยมาก่อนค่ะ ได้ศึกษาพระราชบัญญัติมาหลายที่ แต่ก็เห็นว่าฉบับนี้มีความ แตกต่างและยิ่งสนับสนุนให้เห็นถึงความจําเปึนที่จะต้องก่อตั้งมหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานครนะคะ โดยสรุปแล้วดิฉันเชื่อมั่นว่า ถ้าหากว่าเรามีมหาวิทยาลัยเกิดขึ้น เราจะสามารถพัฒนาวิชาการและนําองค์ความรู้มาแก้ปัญหาของคนเมือง ของชาวเมือง ด้วยการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง เพราะว่าก็เปึนจุดเน้นของพระราชบัญญัติแห่งนี้นะคะ มากไปกว่านั้นจะนําไปสู่การศึกษาวิจัยและพัฒนาคน เพื่อนําองค์ความรู้ไปประยุกต์ แก้ปัญหาในการบริหารจัดการอย่างครบวงจรอย่างต่อเนื่อง เพราะขณะนี้สิ่งที่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครตั้งใจก็คือว่า การเรียนรู้จากปัญหาจริง การเรียนรู้ จากปัญหาโดยใช้ปัญหาและพื้นที่เปึนตัวตั้ง ไม่ได้ใช้แขนงวิชาเปึนตัวตั้ง นี่คือจุดเด่น เปึนพิเศษที่จะสามารถตอบโจทย์ปัญหาและความต้องการของคนในเมืองได้ดีนะคะ แม้ว่าในเบื้องต้นนี้มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครจะมีความพร้อมที่จะยกระดับ ๓ สถาบัน ทางการแพทย์ ก็คือ วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานคร วชิรพยาบาล และวิทยาลัย พยาบาลเกื้อการุณย์ ยกระดับให้เปึนคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล และคณะพยาบาล เกื้อการุณย์นะคะ แต่ถ้าหากว่า ๓ สถาบันแห่งนี้ไม่ได้รับการยกระดับเปึนคณะหนึ่ง ของมหาวิทยาลัย ปัญหาที่จะตามมาก็คือปัญหาสมองไหล เพราะว่าวิทยาลัยทั้งสามนี้ ยังไม่มีโครงสร้างของความก้าวหน้าที่จะรองรับอาจารย์ให้ยกระดับจากเปึนอาจารย์ทั่วไป เปึนตําแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์และศาสตราจารย์ในอนาคตได้นะคะ
อีกปัญหาหนึ่งก็คือโครงสร้างของอัตราเงินเดือน ณ ปัจจุบันนี้อัตรา เงินเดือนและค่าตอบแทนของอาจารย์ในคณะแพทย์ที่สังกัดกรุงเทพมหานครถือว่าอยู่ใน ระดับที่ต่ํากว่าคณะที่สังกัดในมหาวิทยาลัยทั่วไปนะคะ และที่สําคัญที่สุด ๓ สถาบัน ทางการแพทย์ของ กทม. นี้ยังไม่สามารถผลิตบุคลากรที่ตรงกับความขาดแคลนได้ ในกรุงเทพมหานครยังต้องการบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านวิสัญญี ศัลยกรรม สูตินรีเวช อายุรกรรม นิติเวชศาสตร์ และเวชศาสตร์ฟุ๋นฟู เปึนต้น ดังนั้นการที่ ยกระดับ ๓ วิทยาลัยนี้ให้เปึนคณะภายใต้มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครก็เชื่อมั่นว่า เราจะมีบุคลากรที่มีความพร้อมและตอบโจทย์ปัญหาของสังคมได้ดียิ่งขึ้นค่ะ ดิฉันจึงหวัง เปึนอย่างยิ่งว่าเพื่อนสมาชิกในที่นี้จะเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... แล้วก็ผลักดันให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้เปึนมหาวิทยาลัยของ ประเทศไทยต่อไป ขอบคุณค่ะ