วิชาญ มีนชัยนันท์ หารือเรื่องการแก้ไขมาตรา 26 ในร่างพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ เพื่อให้หน่วยงานใหม่ของสุขภาพแห่งชาติได้รับความคล่องตัวในการจัดสรรงบประมาณและปฏิบัติงาน
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติที่ทุกท่านเองกําลังพิจารณา อยู่ในสภาแห่งนี้นะครับ เพื่อที่จะขอแก้ไขให้เกิดความคล่องตัวในการที่จะตั้ง หรือของบประมาณโดยไม่ผ่านหน่วยงานที่กํากับการดูแล ผมมองว่าในเรื่องดังกล่าว การที่กลุ่มงานกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเปึนกลุ่มงานที่มีการเสนอแนะ มีการทําวิจัย มีการตรวจสอบ ในเรื่องของการทํางานในแต่ละส่วน เพื่อกําหนดแนวทางหรือแผนให้ระบบสาธารณสุข ซึ่งมีการเชื่อมต่อในระบบทั้งระบบไปยังภาคส่วนต่าง ๆ เปึนเรื่องสําคัญ แต่สิ่งหนึ่งผมมี โอกาสที่ไปนั่งประชุมหารือในเบื้องต้นทราบมาว่าเขาเองเปึนหน่วยงานใหม่ แต่หน่วยงานนี้ นะครับ มีคนที่ทํางานอยู่จํานวนไม่มากครับ ๖๐ กว่าคน จํานวนดังกล่าวจะต้องไปจ้าง หรือไปขออัตราในการที่จะไปพิจารณาเรื่องแต่ละเรื่อง แต่ละวาระ ทั้งในเรื่องของเหตุผล ในเรื่องของการแก้ไขเรื่องของธรรมนูญที่จะต้องร่างขึ้น เพื่อเปึนแนวทางในการนํามาเสนอ แผนต่าง ๆ ให้กับรัฐบาล สิ่งนี้ละครับ ถ้าบอกว่าแล้วทําไมกระทรวงสาธารณสุขเอง ซึ่งเปึนกระทรวงฝ์ายปฏิบัติน่าจะรู้ชัด ผมเรียนว่าในแนวทางจริง ๆ แล้วหน่วยงานนี้ เปึนหน่วยงานใหม่ พอตอนแรกเข้าไปดู พูดคุยนะครับ เขาก็บอกว่าการทําแผนจริง ๆ มันต้องได้รับอาศัยความร่วมมือ และสิ่งที่สําคัญก็คือคนก็มีจํานวนน้อย งบประมาณก็จํากัด การที่จะไปของบประมาณ โดยผ่านหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขก็ดี เบื้องต้นนะครับ หรือไปฝากไว้ที่สํานัก นายกรัฐมนตรีก็ตาม มันเหมือนกับว่าไปเพิ่มกรอบวงเงิน ซึ่งหน่วยงานดังกล่าวนี้ไม่ได้ใช้ หรอกครับ แต่เหมือนกับว่าเวลาไปชี้แจงหรือเวลาไปของบประมาณมันต้องไปผ่านเขา เขาเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง เขาจะปัองกันหรือดูแลงบประมาณให้กับส่วนราชการ ในภาคส่วนตรงนี้ก็คงไม่ใช่ ประเด็นก็คือว่าวันนี้ถ้าสามารถที่จะให้ความคล่องตัว หรือความเปึนอิสระมากขึ้น ในการที่จะขอแก้ไขในมาตรา ๒๖ มันก็จะทําให้หน่วยงานนี้ สามารถที่จะจัดทํางบประมาณหรือชี้แจงโดยตรงกับสํานักงบประมาณได้ และผมมองว่า หน่วยงานนี้เปึนหน่วยงานค่อนข้างอิสระ เพราะเปึนรูปคณะกรรมการซึ่งประกอบไปด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิหลายภาคส่วนที่เข้ามาอยู่ในนี้นะครับ โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขเอง ท่านรัฐมนตรีเองนั้นโดยตําแหน่ง และส่วนใหญ่ท่านนายกรัฐมนตรีเองคงไม่ได้ลงไปดู โดยตรงนะครับ ท่านรัฐมนตรีเองก็จะไปเปึนประธานแทน สิ่งหนึ่ง ณ วันนี้แผนต่าง ๆ หรือยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ที่ออกมา ผมดูจากบันทึกรายงานน่าสนใจ แต่เวลาใช้หรือเวลา ขับเคลื่อนเกี่ยวกับเรื่องของการเงิน หรือการวิจัย หรือการที่จะเข้าไปในกลุ่มสัมมนาเพื่อให้ ได้จุดประสงค์หรือเปัาหมาย มันเปึนเรื่องลําบากครับ เพราะคนในกลุ่มของฝ์ายวิชาการ เวลาทํางานออกมาเปึนชิ้นงานต่าง ๆ มันมองไม่เห็นหรอกครับ มันจับต้องไม่ได้ จะจับต้องได้ ก็ต่อเมื่อได้นําแผนหรือวิธีการต่าง ๆ เหล่านี้ไปเสนอ เพื่อที่จะจัดทําเปึนแผนปฏิบัติการ หรือเปึนข้อเสนอแนะที่นําไปปฏิบัติและได้ผลออกมา มันใช้เวลาครับ ดังนั้นในเรื่อง ของการที่จะเสนอเพื่อขอแก้ไข เกี่ยวกับเรื่องของการตั้งหรือการจัดทําเรื่องงบประมาณนั้น ผมคิดว่าเปึนเรื่องสําคัญ แล้วก็คิดว่าในเรื่องดังกล่าวนี้ ถ้าทางสภาแห่งนี้ให้ความเห็นชอบ หรือให้ความสําคัญ หน่วยงานนี้ในอนาคตก็จะเปึนหน่วยงานหลักในการที่จะจัดทําแผน หรือเปัาหมายต่าง ๆ แม้กระทั่งลงไปสู่แนวทางการปฏิบัติด้วยซ้ํา และจะต้องติดตามด้วย นะครับ ติดตามประเมินผลถึงแผนต่าง ๆ ที่เขาเปึนผู้นําเสนอนั้น สามารถปฏิบัติได้ หรือเปล่า สิ่งหนึ่งผมเรียนนิดหนึ่งครับว่า ในหน่วยงานนี้ฝากท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี มานิตนั่งอยู่ตรงนี้นะครับ ในเรื่องของงบประมาณ บางครั้งเองหน่วยงานนี้จะเปึน หน่วยงานที่จะต้องพิจารณาวิเคราะห์จัดสรรให้ เช่น จะไปส่งเสริมในส่วนของสํานักงาน หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ต่อหัว ต่อกลุ่ม ต่อราย ก็ต้องบอกกล่าวครับว่าเขาสามารถ ที่จะวิเคราะห์ได้แล้วก็จ่ายได้จริงหรือเปล่า เช่น วันนี้มีข่าวออกมาบอกว่า อาจจะเกิดการ ล้มเหลวกันในส่วนของการดูแลเรื่องสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ดูแล สวัสดิการของข้าราชการ เพราะเบิกยากันอย่างฟุ์มเฟ๋อย นี่ละครับ ตรงนี้อาจจะต้อง ลงไปดู หรือทําแผนว่าสิ่งที่จะกระทําต่อไปนี้ในการใช้จ่ายเงินในส่วนของการดูแลเรื่อง การให้ความช่วยเหลือ หรือแม้กระทั่งเรื่องยาเวชภัณฑ์ต่าง ๆ นี้มันเกินเลยไปหรือเปล่า หน่วยงานตรงนี้เปึนหน่วยงานกํากับ ผมมีเรื่องหนึ่งนะครับ ซึ่งอ่านดูในนี้เขาพาดพิงกล่าว ไปถึงหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แต่ส่วนหนึ่งนั้นมันเกี่ยวข้องกับเรื่องของการดูแลเรื่อง ระบบ ซึ่งเปึนระบบการส่งผ่าน เรื่องของหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน ท่านประธานครับ ถือโอกาส ในร่างตรงนี้เลยนะครับ เพราะว่าเปึนหน่วยงานที่จะต้องไปวิเคราะห์ดูแลในส่วนหนึ่ง เปึนเรื่องที่แปลกครับ หลังจากที่ดูจากรายงานว่าท่านมีส่วนที่จะเข้าไปดูหรือเสนอแผนเรื่องของแพทย์ฉุกเฉิน หรือการส่งผ่านเปึนเรื่องสําคัญ การที่จะไปพิจารณาเขาต้องมีเหตุผล ตอนแรกสังกัดอยู่ใน สปสช. แต่ตอนนี้พอแยกหน่วยออกมาปุ็บในการส่งผ่านผู้เจ็บป์วย ทีนี้กลายเปึนว่าตัวเงิน เม็ดเงินต่าง ๆ ลดลงอย่างน่าใจหาย เงินต่าง ๆ ที่ผู้เจ็บป์วยที่จะต้องผ่านส่งต่อไป โรงพยาบาลเกิดอุบัติเหตุติดค้างเงินเขาจํานวนมาก เพราะหน่วยงานในกํากับการดูแล เขาแยกออกมาก็ต้องแยกตัวเงินออกมาครับ แต่เงินยังไปแขวนอยู่ใน สปสช. แล้วถ้าแขวน อยู่ใน สปสช. การเบิกจ่ายเงินก็ลําบาก แต่หน่วยงานของแพทย์ฉุกเฉินที่จะต้องนําคน แล้วก็ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน เพราะวันนี้ภาคเอกชน มูลนิธิ องค์กรต่าง ๆ เขาออกรถมาเพื่อที่จะรับคน มันปรากฏชัดว่าเขาส่งคนไปถึงเปัาหมายแต่การเบิกจ่ายเงิน ค้างทีหนึ่ง ๕-๖ เดือน นี่ละครับ ในส่วนนี้ต้องไปทําแผนครับ สํานักงานคณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติต้องไปดูทั้งระบบว่า การส่งต่อ ส่งผ่านในแต่ละหน่วยงานเขาเพียงพอกับ งบประมาณการใช้จ่ายหรือเปล่า ต่อหัวต่อคนลดลงมา โดยประมาณแล้วลดลงมาทุกป้ ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ จํานวนคนถูกลดน้อยถอยลงมาจนกระทั่งถึงป้ ๒๕๕๓ เหลืออยู่ประมาณ ๔๔๔ ล้านบาท ซึ่งบอกได้เลยครับว่าจากตัวเลขเมื่อป้ ๒๕๕๑ ๗๐๐ กว่าล้านบาท ตอนนี้ เหลือ ๔๐๐ กว่าล้านบาท ป้ ๒๕๕๒ ๕๐๒ ล้านบาท ป้นี้เหลือ ๔๔๔ ล้านบาท หรือเลขมันสวยไม่ทราบ เอาแค่ ๔๔๔ ล้านบาท จํานวนตัวเลขที่บ่งบอกว่าการทํางาน ทุกอย่างมันเกี่ยวข้องกับตัวเงิน ฉะนั้นหน่วยงานที่จะกํากับการดูแลหรือทําแผนต้องให้ ความสําคัญทุกส่วน ผมเห็นด้วยกับการขอแก้ไขพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติในเรื่อง ดังกล่าวเพื่อให้เกิดความคล่องตัว แต่การวิเคราะห์ วิจัยหรือการที่จะนําเรื่องเหตุผลต่าง ๆ มาต่อเชื่อมเพื่อส่งให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้การกํากับดูแลของรัฐบาลหรือกระทรวง สาธารณสุขนั้นต้องมีความชัดเจนเหมือนกับที่ผมยกตัวอย่างขึ้นมาว่า เงินงบประมาณ ที่ถูกตัดไปนั้นหน่วยงานจะทํางานไม่ได้ เช่นเดียวกันครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้เขาร้องขอเพื่อให้ เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติหน้าที่ ผมเห็นด้วยกับหลักการและเหตุผลในการขอแก้ไข ตาม พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ ขอบคุณครับ