สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๒

วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องการแก้ไข พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ โดยเฉพาะมาตรา ๒๖ ที่เกี่ยวข้องกับ สํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และเรียกร้องให้มีการแก้ไขเพื่อให้หน่วยงานนี้มีหน้าที่จัดทําธรรมนูญว่าด้วยสุขภาพของประชาชน และมีงบประมาณด้วยตนเอง

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ตามที่ทางท่านรัฐมนตรีได้มีการเสนอ พ.ร.บ. เพื่อแก้ไขมาตรา ๒๖ ของ พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ ถ้าโดยหลักการนี้ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกเข้าใจเจตนาดีว่า ต้องการจะมีการปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้เกิดความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ของสํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ผมเรียนนิดหนึ่งนะครับ ผมเกรงว่า เพื่อนสมาชิก ตลอดจนพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้าน ขนาดคนที่อยู่ในวงการเองฟังแล้ว ยังสับสนว่า สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกับสํานักงานคณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติ ฟังไปฟังมาเหมือนเปึนเรื่องเดียวกัน ผมขออนุญาตเรียนให้กับ เพื่อนสมาชิกและท่านผู้ฟังว่า สปสช. กับ สช. คนละหน่วยงานครับ บางครั้งสมาชิก บางท่านยังพูดคําว่า สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ อันนั้นไม่ใช่ครับ อันนั้นคือหน่วยงานที่ใช้บัตรในการรักษาฟรี แต่หน่วยงานนี้ชื่อว่า สํานักงานสุขภาพ แห่งชาติ ซึ่งถ้าดูในเชิงภารกิจของหน่วยงานตามกรอบที่มีการผลักดันกันขึ้นมา ผมกับเพื่อนสมาชิกบางท่านเคยเปึนคณะกรรมาธิการชุดนี้ เพื่อผลักดัน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ในป้ พ.ศ. ๒๕๔๘ และด้วยความภูมิใจตรงที่ว่ากลุ่มประชาชน ตลอดจนมวลชน ของสาธารณสุขมีส่วนในการผลักดันกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา แต่ฟังไปฟังมาก็มีข้อท้วงติง นิดหน่อย แล้วขณะเดียวกันข้อท้วงติงตรงนี้ควรจะเปึนข้อสังเกตให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของเรา เวลาผ่านกฎหมายไปแต่ละฉบับต้องสังเกตให้ดีครับ ผมเชื่อว่าในเจตจํานง ของการผลักดันกฎหมายฉบับนี้ต้องการให้หน่วยงานนี้เปึนหน่วยงานในกํากับของรัฐ ที่ไม่ใช่ราชการ มีความคล่องตัวในการบริหารจัดการ โดยมีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขขึ้นมาเปึนประธาน แล้วถ้ามีโอกาสได้เป่ด พ.ร.บ. ฉบับนี้จะเห็นว่าภารกิจ ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้กําหนดให้หน่วยงานนี้มีหน้าที่จัดทําธรรมนูญว่าด้วยสุขภาพ ของประชาชน ถ้ามองในเชิงนี้แล้ว ผมภูมิใจแทนกระทรวงสาธารณสุขว่าท่านมีแขน ขา มีหน่วยงานที่ยิ่งใหญ่พอสมควรในการที่จะคอยให้คําแนะนํา หรือคอยช่วยเหลือกระทรวง สาธารณสุข ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ โจทย์อะไรก็แล้วแต่ที่เปึนเรื่องสุขภาพของประชาชน ถ้าต้องการระดมความคิดเห็นจากประชาชนสามารถจะให้สํานักงานคณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติเข้ามามีส่วนร่วมได้ เหตุผลที่พูดตามนี้เนื่องจากว่าหน่วยงานนี้จะมี กระบวนการในการจัดทําสมัชชาสุขภาพแห่งชาติทุกป้ครับ ผมอาจจะพูดได้เต็มปาก เนื่องจากว่าเคยมีส่วนร่วมในกระบวนการตรงนี้ เราจะเห็นพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ต่าง ๆ เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นในการผลักดันนโยบายเชิงสุขภาพเพื่อนําเสนอ ต่อรัฐบาล เพื่อมีผลไปสู่ในทางปฏิบัติ แต่บังเอิญกระบวนการในการผลักดันกฎหมาย ฉบับนี้ซึ่งเราคงไม่ตําหนิอะไร เพียงแต่ว่าเปึนข้อสังเกตว่าเปึนความผิดพลาดเกิดขึ้น ที่อยู่ ๆ แล้วหน่วยงานใหญ่ขนาดนี้ หน่วยงานมีความสําคัญระดับนี้ แต่ไม่สามารถตั้งงบประมาณด้วยตนเองได้ตาม มาตรา ๒๖ ที่กําหนดไว้ ทําให้จะต้องมีการฝาก ถ้าจําได้ว่าในช่วงป้แรกมีการตั้ง งบประมาณฝากไปที่กระทรวงสาธารณสุข แล้วก็ป้ล่าสุดถัดมานั้นก็มีการตั้งงบประมาณ ฝากไปที่สํานักนายกรัฐมนตรี ถ้าถามอกเขาอกเรา ผมก็เชื่อว่าตัวสํานักนายกรัฐมนตรีเอง หรือกระทรวงสาธารณสุขเอง เนื่องจากว่าภารกิจไม่สอดคล้องกัน สํานักงาน คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติก็มีภารกิจอย่างหนึ่ง ขณะเดียวกันกระทรวงสาธารณสุข ก็มีภารกิจอีกอย่างหนึ่ง และป้ล่าสุดสํานักนายกรัฐมนตรีก็มีภารกิจอีกอย่างหนึ่ง เกณฑ์มาตรฐานในการชี้วัดต่าง ๆ ก็ไม่สอดคล้องกัน ดังนั้นมันตรงไปตรงมาครับว่า เพราะอะไรหน่วยงานนี้จึงจําเปึนที่จะต้องตั้งงบประมาณด้วยตนเอง และผมก็หวังเปึน อย่างยิ่งนะครับว่า เมื่อมีการดีเฟนด์ (Defend) งบประมาณ หรือเรื่องนี้เสนอต่อ คณะกรรมาธิการงบประมาณ โดยปกติแล้วพวกเราหลาย ๆ ท่าน คงจะเคยเปึน คณะกรรมาธิการงบประมาณ เราจะสังเกตเห็นว่าในการชี้แจงงบประมาณจะต้องให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง แต่ปรากฏว่างานใหญ่ ๆ ระดับประเทศขนาดนี้ ถึงขนาด มีการกําหนดเปึนธรรมนูญว่าด้วยสุขภาพของพี่น้องประชาชนในประเทศ หน่วยงานนี้ ไม่สามารถจะเข้าไปชี้แจงในคณะกรรมาธิการงบประมาณได้ เนื่องจากว่างบประมาณนั้น เปึนงบประมาณที่ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นผมก็เลยอยากจะกราบเรียนกับ เพื่อนสมาชิกว่า ผมเชื่อว่าป้หน้าการซักไซ้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะสํานักงาน คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ในกระบวนการจัดทํานโยบายหรือธรรมนูญสุขภาพของ ประชาชนในประเทศ คณะกรรมาธิการงบประมาณน่าจะมีส่วนร่วมในการซักถามหรือ ชี้แนะเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตอบให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น หลังจากมีการแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้ ในมาตรา ๒๖ เพื่อให้มีการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ แต่สุดท้ายจริง ๆ แล้วก็อยากจะ ฝากพวกเราอีกนิดหนึ่งนะครับว่า มันชี้ให้เห็นถึงความบกพร่องในกระบวนการนิติบัญญัติ ครับ ที่ทําไปทํามาหน่วยงานขณะนี้ไม่สามารถเสนอกฎหมายด้วยตัวเองได้ เพราะผมก็ เชื่อนะครับว่า ในเจตนารมณ์ของการตั้งหน่วยงานขนาดนี้ขึ้นมาในขั้นต้นคงต้องการให้มี การเสนอกฎหมายด้วยตนเอง แต่ภาษากฎหมายตีความไปตีความมา ทําให้หน่วยงานนี้ ไม่สามารถเสนอกฎหมายได้ ดังนั้นอยากจะฝากเปึนข้อสังเกตพวกเรานะครับ ในการ พิจารณากฎหมายอื่นด้วยเพื่อให้สุขุม รอบคอบและรัดกุมมากยิ่งขึ้นครับ ขอบคุณครับ