เจิมมาศ จึงเลิศศิริ หารือเรื่องการยกระดับวชิรพยาบาลให้เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อแก้ไขปัญหาการบริหารและให้บริการทางการแพทย์ที่มีความพร้อม โดยเน้นย้ำถึงปัญหาการจัดกิจกรรมของนักศึกษาแพทย์ การวิจัยของแพทย์ ค่าตอบแทนแพทย์ และโครงสร้างของวชิรพยาบาล โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับฐานะให้เป็นมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับความต้องการของคนกรุงเทพมหานครที่มีประชากร 60 ล้านคนและขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาล
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน เจิมมาศ จึงเลิศศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ในกรุงเทพมหานครของเรานั้น มีมหาวิทยาลัยที่ผลิตทั้งนักศึกษาแพทย์ และในขณะเดียวกันก็เปึนโรงพยาบาลที่ให้การรักษาผู้ป์วยไปพร้อม ๆ กันอยู่หลายแห่ง ด้วยกันนะคะ อาทิเช่น คณะแพทยศาสตร์ศิริราช คณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี คณะแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ แล้วก็วิทยาลัยแพทย์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าค่ะ ซึ่งทั้งหมดนี้นั้น ก็ขึ้นอยู่กับสภามหาวิทยาลัย แล้วก็ได้รับงบประมาณจัดสรรอยู่ในความกํากับดูแล ของกระทรวงมหาดไทย มีโครงสร้าง มีกฎระเบียบ ซึ่งได้มาตรฐานของสภามหาวิทยาลัย แล้วก็มีการได้รับงบประมาณนั้นแยกส่วนในส่วนของการให้การบริการและการบริหาร ด้วย แต่ว่าส่วนของกรุงเทพมหานครนั้นจะมีวชิรพยาบาล ซึ่งวชิรพยาบาลนั้นมีชื่อเปึน ทางการว่า วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล เปึนโรงพยาบาล แห่งเดียวเท่านั้นที่มีความแตกต่างจากสถาบันการแพทย์ที่กล่าวมาทั้งหมด แตกต่าง อย่างไรคะ ท่านประธานคะ วชิรพยาบาลนั้นอยู่ในสังกัดการดูแลของกรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้นก็จะได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกรุงเทพมหานคร แต่ว่าโครงสร้าง และกฎระเบียบของวชิรพยาบาลนั้นทางกฎระเบียบเดิมนั้นไม่ได้เอื้ออํานวยให้มี ความพร้อมทางด้านการบริหาร เน้นเฉพาะด้านการบริการหรือการให้บริการทาง การแพทย์ การรักษาผู้ป์วยซึ่งมีความพร้อม แต่ว่าการบริหารในด้านการเรียน การสอน นักศึกษาแพทย์ของวชิรพยาบาลนั้นยังติดขัดอยู่มากในด้านกฎระเบียบเดิมนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าวชิรพยาบาลเองไม่ได้รับการยกระดับขึ้นเปึนมหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร ก็จะยังประสบปัญหาเช่นนี้อยู่ ปัญหาทางด้านการบริหารนั้น เปึนอย่างไร การบริหารก็คือการเรียน การสอนของนักศึกษาแพทย์ที่ในวชิรพยาบาลไม่ได้ รับการสนับสนุนงบประมาณที่เหมาะสม แล้วก็ติดขัดในด้านกฎระเบียบมากมาย ดิฉันจึงได้ร่วมเสนอร่างพระราชบัญญัติกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ร่วมกับท่าน ส.ส. ธนา ชีรวินิจ และเพื่อนสมาชิกในการที่จะขอให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เปึนสถาบันอุดมศึกษาในกํากับดูแลของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เปึนมหาวิทยาลัยที่มี ความพร้อมทางด้านการบริหารและการบริการควบคู่กันไปด้วย เพื่อยกระดับให้เปึน มหาวิทยาลัยที่สามารถแก้ปัญหาในด้านโครงสร้าง เพื่อให้มีความคล่องตัวในการบริหาร และการบริการทางด้านการศึกษาด้วย จากโครงสร้างเดิมที่ผ่านมานั้น มีปัญหาที่ติดขัด อยู่หลายด้านด้วยกัน ดิฉันขอยกตัวอย่าง อาทิเช่น
๑. กิจกรรมนักศึกษาแพทย์ ในเมื่อนักศึกษาแพทย์นั้นไม่ได้เปึนข้าราชการ ของกรุงเทพมหานคร เมื่อนักศึกษาแพทย์จะจัดกิจกรรมแต่ละครั้ง โดยนักศึกษาแพทย์ เปึนผู้จัดเอง แพทย์ที่กํากับดูแลนั้นก็ย่อมจะต้องเปึนห่วง เพื่อที่จะได้ไปช่วยดูแลนักศึกษา แพทย์เวลาไปจัดกิจกรรม แต่ว่าแพทย์ที่ลงไปช่วยดูแลนั้นไม่สามารถที่จะเบิกค่าใช้จ่ายใน การอบรมสัมมนาเมื่อไปกับนักศึกษาแพทย์ แพทย์เหล่านั้นก็จะต้องออกค่าใช้จ่ายเอง อัน นี้เปึนความไม่คล่องตัวเวลานักศึกษาแพทย์นั้นจัดกิจกรรม
๒. งบประมาณที่ตั้งไว้สําหรับการเรียน การสอนของนักศึกษาแพทย์นั้น เวลามีการสอบหรือว่าจะต้องควบคุมการสอบหรือว่าการตรวจข้อสอบ แพทย์ ที่เปึนอาจารย์ก็ไม่ได้รับงบประมาณตรงนั้น ก็จะต้องออกค่าใช้จ่ายเองหรือจะต้องไปจ้าง ผู้ช่วยมาช่วยตรงนี้ อันนี้ก็เปึนปัญหาหนึ่ง
๓. บุคลากรคือแพทย์เขาจะต้องมีความจําเปึนในการทํางานด้านการวิจัย อยู่ตลอดเวลา แต่ว่ากรุงเทพมหานครนั้นไม่มีตําแหน่งบุคลากรที่จะช่วยสนับสนุน ในการทํางานวิจัยของแพทย์ แพทย์เองนอกจากจะต้องรักษาผู้ป์วยตามหน้าที่หลักแล้ว แต่การเรียน การสอนถือว่าเปึนงานเสริม เปึนเอกซ์ตราจอบ (Extra job) สําหรับแพทย์ ตรงนี้ไม่มีผู้ที่จะมาช่วยทํางานวิจัยด้านการเตรียมเอกสาร การจัดทําเปเปอร์ (Paper) หรือว่าการพิมพ์เอกสาร แพทย์ก็ต้องลงมาทําด้วยตนเอง ไม่อย่างนั้นแพทย์ก็ต้องไปจ้าง คนอื่นมาช่วยทํา ซึ่งทําให้เวลาที่แพทย์นั้นควรจะได้มีการทํางานวิจัยอย่างมีประสิทธิภาพ ก็ลดน้อยลงไป เปึนที่น่าเสียดายเนื่องจากว่าวชิรพยาบาลของเราเปึนโรงพยาบาล ที่มีคุณภาพ มีผู้ป์วยมาใช้บริการป้ละเปึนจํานวนมาก มีเคส (Case) ต่าง ๆ ที่เปึนเคส ที่น่าศึกษามาให้แพทย์มาใช้เปึนการศึกษาเคสในการรักษา แต่ว่าแพทย์นั้นไม่มีเวลาที่จะ ใช้ประโยชน์ในส่วนตรงนั้นเลย เพราะต้องเสียเวลามากไปกับงานวิจัยที่จะต้องมาลงมือ ทําด้วยตนเอง นอกจากงานสอนที่มี นอกจากงานรักษาที่มีประจําอยู่แล้ว แล้วเวลาแพทย์ ที่จะไปมีงานวิจัยอาจจะต้องใช้เวลามากเปึนป้ ถ้าลาไปทํางานวิจัย สมมุติลาไป ๑ ป้ แพทย์เหล่านี้ก็ไม่ได้รับเงินเดือนค่ะ ต่างจากสถาบันการแพทย์อื่น ๆ ที่เมื่อลาไปแล้ว ก็ยังได้รับเงินเดือนสนับสนุนอยู่
๔. ก็คือไม่มีกฎหมายรองรับตําแหน่งทางด้านวิชาการ แพทย์ของวชิรพยาบาลเอง เมื่อทํางานวิจัยหรือว่างานสอน ทํามากเท่าไร สอนมากเท่าไร ก็ไม่ได้เลื่อนขึ้นเปึนรอง ศาสตราจารย์ หรือศาสตราจารย์ แต่ก็ได้เลื่อนซี แค่ซี ๗ ซี ๘ ซี ๙ แล้วก็เปึนแค่นายแพทย์ ธรรมดาเท่านั้นเอง ทําให้ศักดิ์ศรีของแพทย์ของเรานั้นด้อยกว่าสถาบันอื่น เวลา มีการสัมมนาหรือว่ามีการปาฐกถาต่าง ๆ แพทย์แต่ละสถาบันจะต้องไปอยู่รวมกัน แต่ละสถาบันก็จะมีตําแหน่งศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ แต่แพทย์ของเรานั้นเปึนแค่ นายแพทย์ธรรมดา ศักดิ์ศรีเราก็น้อยกว่าเขา ตรงนี้ก็อยากจะให้มีการแก้ไขในกฎ ระเบียบ ด้วย
๕. เรื่องค่าตอบแทน อย่างที่บอกว่าแพทย์นั้นรักษาด้วย แล้วก็สอนด้วย เปึนงานเสริมเข้ามา แต่การสอนไม่ได้รับค่าตอบแทน แล้วในการรักษานั้น แพทย์ของเรา ได้รับค่าตอบแทนเปึนแบบเหมาจ่าย สมมุติว่าคุณหมอรักษาคนไข้ในวันนี้สัก ๓ ชั่วโมง จะได้รับค่าตอบแทนประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ บาทเท่านั้นเอง แต่แพทย์จากสถาบัน การแพทย์อื่นนั้นจะได้รับเปึนรายหัว รักษามากก็ได้ค่าตอบแทนมาก ตรงนี้จะต่างกันเยอะ มากเลยนะคะ
๖. เรื่องของตําแหน่งคณบดี ตําแหน่งนี้จะได้รับการแต่งตั้งโดยตรงมาจาก กรุงเทพมหานคร แต่ถ้าเราได้รับการยกระดับเปึนมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครแล้ว สถาบันเขาจะได้มีการจัดสรรบริหารจัดการตนเอง เขาก็สามารถที่จะคัดสรรคณบดี หรือว่าเลือกตั้งกันเองอาจจะยกตัวอย่างว่าเปึนเทอมสัก ๔ ป้ แล้วก็เลือกตั้งใหม่ อะไรเหล่านี้ก็จะทําให้ได้คณบดีที่เปึนคนทราบปัญหาที่แท้จริงของสถาบันเองนะคะ
๗. ก็จะเปึนเกี่ยวกับโครงสร้าง คือกรุงเทพมหานครนั้นมีงบประมาณ ให้กับวชิรพยาบาลผลิตแพทย์ได้เพียงป้ละ ๓๒ คนเท่านั้น แต่ว่าปัจจุบันนั้นวชิรพยาบาล ผลิตแพทย์ได้ประมาณ ๘๐ คน ส่วนที่เพิ่มมาประมาณเกือบ ๕๐ คนนั้นได้งบประมาณ จากโครงการผลิตแพทย์ตามนโยบายภาครัฐซึ่งจะหมดลงในป้ ๒๕๕๖ นี้ ถ้าถึงป้ ๒๕๕๖ ยังไม่ได้รับการยกระดับฐานะขึ้นเปึนมหาวิทยาลัยโครงการนี้ก็จะหมดสิ้นไป วชิรพยาบาล ก็จะมีความพร้อม มีงบประมาณเพียงพอในการผลิตแพทย์เพียงป้ละ ๓๒ คนเท่านั้น เหล่านี้เปึนปัญหาที่น่าจะได้รับการแก้ไขโดยเพียงแค่เรายกระดับฐานะของวชิรพยาบาล ขึ้นมาเปึนมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ดิฉันจึงเห็นด้วยว่าควรเสนอร่างพระราชบัญญัติ กรุงเทพมหานครฉบับนี้เปึนการปรับปรุงโครงสร้างและแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ แล้วก็ เปึนกําลังใจให้กับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ของวชิรพยาบาลค่ะ ถ้าแพทย์เหล่านี้ ยังไม่มีกําลังใจในการทํางานการที่จะทําให้สมองไหลไปอยู่โรงพยาบาลเอกชนก็มีโอกาส สูงถ้าเขาไปอยู่โรงพยาบาลเอกชน ความสามารถของแพทย์วชิรพยาบาลของเรานั้น มีความสามารถพร้อมอยู่แล้ว เงินเดือนก็ได้มากขึ้น ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งกล่อง ก็คงจะมีโอกาส ที่จะทําให้แพทย์นั้นออกไปอยู่กับสถาบันโรงพยาบาลเอกชนมากขึ้น จึงไม่อยากจะให้เกิด เหตุการณ์เช่นนั้นนะคะ แล้วก็ถ้าสมมุติว่าได้รับการตั้งเปึนมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร แล้ว ดิฉันอยากจะตั้งข้อสังเกตเอาไว้ว่าในอนาคตก็คงจะต้องมีการเป่ดสาขาการสอน ต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น แต่ว่าดิฉันไม่อยากจะให้วชิรพยาบาลหรือมหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานครทิ้งภารกิจหลักของตนเอง คือภารกิจหลักที่เราสามารถทําได้ดี คือการผลิตนักศึกษาแพทย์ที่มีคุณภาพมากว่า ๒๐ ป้แล้ว ขณะนี้เราผลิตได้ประมาณป้ละ ๘๐ คน ดิฉันขอยกตัวอย่างมหาวิทยาลัยของประเทศอังกฤษค่ะ มหาวิทยาลัยนอตติงแฮม (Nottingham University) มหาวิทยาลัยนี้เขามีสาขาเภสัชศาสตร์และแพทย์ศาสตร์ ซึ่งเขาเน้นด้านงานวิจัย แล้วก็เน้นในการผลิตยา หลายท่านคงเคยได้ยินยายี่ห้อบู๊ทส์ (Boots) นะคะ ซึ่งยายี่ห้อนี้เปึนยาที่นิยมแพร่หลายกันทั่วโลก แล้วทําให้มหาวิทยาลัย นอตติงแฮมแห่งนี้ได้รับรายได้หลักจากสิทธิบัตรยาตัวนี้ อนาคตดิฉันก็อยากจะเห็น วชิรพยาบาลของเรามีความโดดเด่นทางด้านการผลิตนิสิตแพทย์และความโดดเด่น อีกด้านหนึ่งของวชิรพยาบาล ก็คือด้านเวชศาสตร์เขตเมืองนะคะ ในกรุงเทพมหานคร ของเราเปึนเมืองใหญ่ เมืองที่ประชากรอยู่กัน ๖๐ กว่าล้านคนอยู่กันอย่างแออัด เพราะฉะนั้นจะต้องมีภาวะที่เปึนโรคต่าง ๆ สําหรับเกิดขึ้นเฉพาะกับเขตเมืองไม่ว่าจะเปึน โรค ถ้าเราไม่นับเฉพาะโรคติดต่อทั่ว ๆ ไป โรคที่เกิดจากมลพิษต่าง ๆ โรคมะเร็ง โรคยอดนิยม ก็คือ โรคความดัน โรคเบาหวาน ไขมัน เหล่านี้ก็จะเกิดกับโรคของ คนในเขตเมืองเปึนจํานวนมาก สําหรับคนชราก็จะมีเกี่ยวกับสภาพจิตแล้วก็ ความโดดเดี่ยวของสภาพของครอบครัวในปัจจุบัน เด็กเองนั้นก็จะมีเด็กที่ติดเกมหรือว่า ถูกกระทํารุนแรง ต่าง ๆ เหล่านี้นี่เปึนตัวอย่างของความต้องการที่จะต้องมีการได้รับการรักษาจาก โรงพยาบาลสําหรับเขตเมืองโดยเฉพาะ เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะให้ วชิรพยาบาลของเราได้มีการยกระดับฐานะขึ้นเปึนมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครนะคะ เพื่อจะรองรับกับความต้องการของคนกรุงเทพมหานครที่มีประชากร ๖ ล้านกว่าคน แล้วก็ ยังขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลอยู่ ดิฉันก็ขอสนับสนุน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน