รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๒๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)
วันพุธที่ ๒๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๘
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
ก่อนเข้าสู่ ระเบียบวาระการประชุมตามข้อบังคับเปิดโอกาสให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือก่อน ท่านละ ไม่เกิน ๒ นาทีโดยประมาณนะครับ ซึ่งวันนี้มีทั้งหมด ๓๘ ท่าน แบ่งตามสัดส่วนของ พรรคการเมืองและบุคคลที่แจ้งความจำนง รายชื่ออยู่ที่ผมแล้วนะครับ เพื่อให้การเตรียมตัว ของท่านสมาชิก ผมขออนุญาตขานชื่อครั้งละ ๓ ท่าน เพื่อให้ท่านสมาชิกได้เตรียมตัว ใครอยู่ อันดับไหนสามารถตรวจสอบได้ที่วิปแต่ละฝ่ายนะครับ เพื่อไม่ต้องรีบร้อนและเสียเวลา ให้เพื่อนคอย ที่ประชุมพร้อมแล้วนะครับ ๓ ท่าน ท่านคอซีย์ มามุ ท่านธนาธร โล่ห์สุนทร ท่านชิตวัน ชินอนุวัฒน์ เชิญ ๓ ท่านเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายคอซีย์ มามุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี เขต ๒ อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอหนองจิก ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมมีประเด็นหารือต่อท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ด้วยโรงพยาบาลโคกโพธิ์ปัจจุบันมีการจัดพื้นที่บริการดูแลผู้ติดยาเสพติด และผู้ป่วยด้านจิตเวช ซึ่งในทางการแพทย์เรียกว่าศูนย์มินิธัญญารักษ์ประจำโรงพยาบาล ท่านประธานครับ วันนี้ปัญหาผู้ป่วยด้านยาเสพติดและจิตเวชนับวันมีจำนวนมากขึ้น และพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการที่น่ากังวลในการใช้ความรุนแรงกับตนเองและบุคคล รอบข้าง ประเด็นที่ผมจะขอหารือเพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับสถานที่รักษาโดยผมได้ลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมศูนย์มินิธัญญารักษ์ โรงพยาบาลโคกโพธิ์ โดยได้รับทราบข้อมูลพื้นฐานจาก ท่านรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลโคกโพธิ์ คือแพทย์หญิงสุจิตรา ลักษณะ แพทย์เชี่ยวชาญ ด้านเวชกรรมป้องกัน พบว่าพื้นที่มินิธัญญารักษ์ของโรงพยาบาลโคกโพธิ์มีประชาชน ใช้บริการจำนวนมาก โดยมีทั้งจังหวัดสงขลา ยะลา นราธิวาส สตูล ในภาพรวมนับตั้งแต่ เปิดบริการมียอดผู้เข้ารับบริการผู้ป่วยยาเสพติด จำนวน ๑๑๗ ราย จิตเวช ๖๓ ราย และที่สำคัญที่สุดจิตเวชร่วมกับยาเสพติด คน ๆ เดียวกันสูงถึง ๖๓๙ ราย ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ วันนี้ศูนย์บริการมินิธัญญารักษ์ที่โรงพยาบาลโคกโพธิ์ ไม่มีอาคารดูแลรักษา แบบแยกส่วน ผู้บริหารต้องใช้อาคารร่วมกับผู้ป่วยทั่วไป ชั้นล่างผู้ป่วยปกติ ชั้นบนเปิดเป็น ศูนย์มินิธัญญารักษ์ ผู้ป่วยเหล่านี้สภาพจิตใจมักแสดงอาการทำร้ายตนเองและบุคคลรอบข้าง ถ้าวันหนึ่งผู้ป่วยเหล่านี้เกิดอาการผิดปกติลงมาทำร้ายผู้ป่วยปกติทั่วไป สิ่งที่ผมนำเรียนต่อ ท่านประธานสภาผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่โรงพยาบาลโคกโพธิ์ที่เป็น เช่นนี้เพราะขาดแคลนอาคารสถานที่ที่เหมาะสม กระผมจึงขอนำเรียนท่านประธานสภา ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สำรวจข้อมูลพิจารณาแก้ไขปัญหากรณี เร่งด่วนโรงพยาบาลโคกโพธิ์ที่มีการใช้อาคารร่วมกับผู้ป่วยปกติกับผู้ป่วยทางจิต โดยให้ ทางประธานสภานำเรียนผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยด่วนด้วยครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปครับ คุณธนาธร โล่ห์สุนทร ลำปาง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ธนาธร โล่ห์สุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมี ปัญหาของพี่น้องประชาชนที่จะปรึกษาหารือท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันครับ
เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจากพ่อแม่ผู้ปกครองว่ามีสถานบันเทิงบริเวณ เส้นสวนอากง ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมืองลำปาง แล้วก็แถว ๆ ย่านเวียงบัวซึ่งอยู่ในตำบลชมพู แถว ม. ราชภัฏ ได้มีการปล่อยปละละเลย มีการเปิดเกินเวลา แล้วก็มีการปล่อยให้เด็กต่ำกว่า ๒๐ ปีเข้ามาเที่ยว ก็ฝากท่านประธานไปยังฝ่ายปกครองแล้วก็ตำรวจ สภ.อ. เมืองลำปาง ในการที่จะเข้มงวดกวดขัน อย่าปล่อยปละละเลยให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นนะครับ
เรื่องที่ ๒ ขอให้ช่วยเร่งรัดติดตามโครงการขุดลอกแม่น้ำวัง บริเวณ อำเภอวังเหนือ ตั้งแต่ตำบลวังแก้วไปจนถึงตำบลร่องเคาะ เพื่อที่จะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม โดยทางอำเภอวังเหนือได้ทำหนังสือถึง ผอ. สำนักงานเจ้าท่าที่ ๑ จังหวัดเชียงใหม่ แต่ก็ยัง ไม่ได้รับการตอบรับแต่อย่างใด ก็ฝากท่านประธานที่จะติดตามไปยังกรมเจ้าท่าในการช่วย สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการด้วยนะครับท่านประธาน
เรื่องที่ ๓ ขอให้ทางกรมทางหลวงชนบทสนับสนุนงบประมาณ แล้วก็จัดทำ โครงการในการที่จะทำถนนเชื่อมต่ออำเภองาวไปยังอำเภอแจ้ห่มให้แล้วเสร็จ เพราะว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการขอใช้พื้นที่ป่าไม้ ก็ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็ทางหลวงชนบทในการที่จะร่วมมือกันในการที่จะทำถนน เส้นนี้ให้เสร็จ แล้วก็ให้ชาวบ้านได้สามารถที่จะสัญจรเดินทางไปมาได้ เพราะว่าบริเวณ ตรงนั้นมันเป็นป่าเขา แล้วก็ชาวบ้านแถวนั้นก็ได้รับความลำบากมาตลอด เพราะว่าเดินทาง เวลาจะลงมาโรงพยาบาลในตัวเมืองก็เดินทางลำบาก เกิดเหตุสลดใจมานานัปการ ก็ขอฝาก ท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณชิตวัน ชินอนุวัฒน์ จากเชียงราย เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๑ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย จากพรรคประชาชนครับ วันนี้ผมมีเรื่องหารือกับท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง ดังนี้ ขอสไลด์ด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
เรื่องแรก เป็นความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนชุมชนบ้านริมดอยที่ต้องทนทุกข์จากน้ำท่วมขังสะสม เนื่องจากระบบถนน และทางระบายน้ำไร้ประสิทธิภาพ เป็นพื้นที่รับน้ำจากชุมชนใกล้เคียงครับ ถนนหนทาง ทรุดโทรมจนเป็นอันตราย ซึ่งผมได้ลงพื้นที่ตั้งแต่วันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๘ แล้วก็ได้ทำ หนังสือไปถึง ปภ. จังหวัดเชียงรายเมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๘ เพื่อเร่งรัดให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องก็คือเทศบาลนครเชียงรายและ อบจ. ซึ่ง ปภ. จังหวัดได้ทำหนังสือส่งไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่วันที่ ๑๙ สิงหาคม แต่จนมาถึงวันนี้ยังไม่ได้รับคำตอบคำชี้แจง ที่ชัดเจนเลยให้กับพี่น้องประชาชนว่าทั้ง ๒ หน่วยงานจะแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน ได้อย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ก็คงต้องไม่มาถึงที่สภา ถ้าสิ่งที่มันเกิดขึ้นนี้เป็นการโยนความรับผิดชอบ ไปมา และกล่าวอ้างว่าต้องรอคำตอบจากผม ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นหน้าที่โดยตรงของท่าน ทั้งสอง ผมจึงขอวิงวอนและย้ำเตือนไปยังหน่วยงานทั้งสองว่าให้เร่งหาทางออกและแก้ไข ปัญหาโดยด่วน อย่าให้ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนี้ต้องกลายเป็นเครื่องมือ ผลักภาระไปมาแบบนี้อีกเลย ขอสไลด์ด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ การร้องเรียนจากเจ้าอาวาสวัดป่าดอยพระบาท ตำบลบ้านดู่ กรณี ปักหมุดแนวอุทยานแห่งชาติทับซ้อนกับพื้นที่ของวัด ทั้งที่จริง ๆ แล้ววัดมีเอกสารสิทธิ ครบถ้วน ซึ่งผมได้ลงพื้นที่แล้วก็พบว่าปัญหานี้สร้างความไม่เป็นธรรม และบั่นทอน ความศรัทธาของชุมชนอย่างยิ่ง จึงขอวิงวอนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนครับท่านประธาน เรื่องทั้งสองคือความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน มันไม่ใช่ปัญหาเล็กน้อยเลยครับถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังเพิกเฉย เท่ากับละเลย ความทุกข์ของประชาชน ผมในฐานะผู้แทนราษฎรจะไม่ยอมปล่อยให้ปัญหาเหล่านี้ถูกปัดตก ไปเงียบ ๆ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนต้องมาก่อนครับ เมื่ออำนาจอยู่ในมือท่านแล้ว ยิ่งต้องได้รับการแก้ไขทันที ขอบคุณครับ
๓ ท่าน ต่อไปนะครับ คุณศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ คุณณัฐพงษ์ สุมโนธรรม คุณสฤษดิ์ บุตรเนียร เชิญท่านศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยค่ะ ดิฉันขอตั้งคำถามแทนพี่น้องประชาชน ฝากท่านประธาน ไปยังท่านนายกรัฐมนตรีอนุทินนะคะ หลังจากท่านได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ ๗ กันยายนที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีใช้เวลาเกือบ ๒ อาทิตย์ในการเกลี่ยตำแหน่งรัฐมนตรี ในการตอบแทน พรรคร่วมรัฐบาล ถึงแม้ว่ารัฐบาลนี้จะมีที่นั่งรัฐมนตรีเหลือเฟือในสัดส่วนจากการโหวต ของพรรคประชาชน และไม่รับตำแหน่งแม้แต่ตำแหน่งเดียวก็ตาม ส่งผลให้การตรวจสอบ คุณสมบัติล่าช้า ทำให้วันนี้ประเทศไทยไม่มีนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุม UNGA สมัชชา สหประชาชาติ ครั้งที่ ๘๐ ทั้งที่เป็นเวทีที่ทั่วโลกจับตา โดยเฉพาะช่วง General Debate เป็นโอกาสที่ประเทศไทยต้องแสดงจุดยืนของชาติและโอกาสพบปะทวิภาคีระหว่าง ผู้นำประเทศมหาอำนาจและประเทศคู่ค้าที่สำคัญ การที่นายกรัฐมนตรีไม่ได้ไปอาจจะถูก มองว่าประเทศไทยลดระดับความสำคัญต่อเวทีโลกหรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้นยังพลาดโอกาส ในการชี้แจงและยืนยันจุดยืนด้วยตัวเองในกรณีความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นที่จับตา จากนานาชาติ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเข้าใจของนานาชาติที่มองมายัง ประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นี่คือผลเสียโดยตรงจากการตั้งรัฐบาลล่าช้าภายใต้ MOA ดิฉันจึงขอฝากความห่วงใยผ่านท่านประธานไปถึงรัฐบาลว่าขอให้ท่านสามารถจัดการ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากเวที UNGA ประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชาให้ได้ มิเช่นนั้นประชาชน โดยเฉพาะบริเวณชายแดนจะขาดความเชื่อมั่นและถามกลับมายังท่านนายกรัฐมนตรีว่า จะนำพาประเทศผ่านความขัดแย้งได้หรือไม่ในระยะเวลา ๔ เดือน ขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปครับ ขอเชิญคุณณัฐพงษ์ สุมโนธรรม ครับ
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด สมุทรสาคร เขต ๑ พรรคประชาชน วันนี้มีเรื่องมาปรึกษาท่านประธาน ๔ เรื่องด้วยกันครับ
เรื่องแรก เรื่องเขื่อนท่าฉลอม เขื่อนฟันหลอครับ ซึ่งผมเคยปรึกษาหารือ ในสภาแห่งนี้ไปแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่าต้องใช้เวลา แต่ก็ขออนุญาตทวงถามในที่ประชุมสภา แห่งนี้อีกรอบหนึ่งนะครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากเวลาฝนตก น้ำหนุนนะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องคลองมหาชัย ผมได้รับการประสานข้อมูลจากท่านอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ. สมุทรสาครว่าคลองมหาชัยทั้งข้างนอกและข้างในยังไม่ได้ มีการขุดลอกคูคลอง ซึ่งตรงนั้นเป็นที่ที่เรือประมงหรือแม้กระทั่งพี่น้องประชาชนใช้ ในการสัญจร แล้วก็เป็นที่กักเก็บน้ำ แต่ทีนี้การขุดลอกคลองมหาชัยตรงนั้นก็เกี่ยวข้องกับ หลายหน่วยงาน ทั้งกรมเจ้าท่าและกรมชลประทาน อย่างไรฝากท่านประธานประสานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเร่งแก้ไขปัญหานี้ให้กับพี่น้องประชาชน
ประเด็นถัดมา ประเด็นเรื่องการขุดร่องน้ำในพื้นที่ปากอ่าว ซึ่งได้มีดิน จำนวนมากจากการขุดร่องน้ำ ปัจจุบันดินตรงนั้นมีการไปพ่นออกนอกชายฝั่ง จะดีกว่าไหม ถ้าเกิดเอาดินตรงนี้เอากลับเข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ชายฝั่งก็จะเป็นประโยชน์ ฝากท่านประธานประสานไปยังกรมเจ้าท่าพิจารณาตามที่เห็นสมควรด้วยครับ
เรื่องถัดมา พื้นที่ตำบลพันท้ายนรสิงห์เป็นพื้นที่ที่ประชาชนอาศัยอยู่ อย่างหนาแน่น เข้าไปข้างในซอยค่อนข้างลึก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือปัจจุบันไม่มีระบบ ขนส่งมวลชน ไม่ว่าจะเป็นรถเมล์ต่าง ๆ ยังเข้าไปไม่ถึง อย่างไรก็ฝากท่านประธานประสาน ไปยังกระทรวงคมนาคมพิจารณาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ เพราะว่าปัจจุบันต้นทุนในการเดินทางของพี่น้องประชาชนสูงมากจริง ๆ ต้องใช้รถส่วนตัว หรือต้องใช้มอเตอร์ไซค์กัน ซึ่งถ้าเกิดว่ามีรถเมล์หรือมีระบบขนส่งมวลชนที่ครอบคลุม ก็จะเป็นประโยชน์และลดต้นทุนให้กับพี่น้องประชาชน ฝากท่านประธาน ๔ เรื่องนี้ ในการประสานเร่งแก้ไขปัญหา ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สส. นักพัฒนาแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน เขต ๓ อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทยครับ วันนี้ผมขอปรึกษาหารือ ความเดือดร้อนของประชาชนในเขตกบินทร์บุรี ดังนี้ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
เนื่องจากว่าได้รับคำร้องเรียนจากผู้ใหญ่ ประหยัด แสนเงิน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๑๖ โนนเจริญ ตำบลวังตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี อีกทั้งสภาเกษตรกรจังหวัด นายภิรมย์ พิมพ์คูณ ว่า ๕ ตำบล วังตะเคียน บ่อทอง เมืองเก่า บ้านนา และย่านรี ๓๗ หมู่บ้าน ได้รับความเดือดร้อนตั้งแต่ริมปากน้ำ คลองนางลิงถึงคลองลำน้ำพระปรง ย่านรี เนื่องจากน้ำท่วมฤดูน้ำหลาก แต่ขณะเดียวกัน ก็เกิดภัยแล้งในช่วงที่หน้าฤดูแล้ง ถ้าเกิดว่ามีการทำฝายกักน้ำ หรือทำเขื่อนบรรเทาน้ำท่วม สิ่งเหล่านี้ก็จะไม่เกิดขึ้น ขอกรมชลประทานจังหวัดปราจีนบุรีได้โปรดพิจารณาในการก่อสร้าง เขื่อนหรือกักน้ำจุดต้นน้ำ หมู่ที่ ๑๐ บ้านโนนแดง ตำบลบ่อทอง อำเภอกบินทร์บุรีจะเป็น พระคุณอย่างสูงทีเดียวครับ
เรื่อง ๒ เรื่องของคลองริมตลิ่ง ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณกรมโยธาธิการ และผังเมืองนี้ที่กรุณาได้ให้งบประมาณในการทำเขื่อนริมตลิ่งที่บ้านหนองเอี่ยน หมู่ที่ ๑ ไปแล้ว แต่ขณะเดียวกันความเดือดร้อนก็ยังเกิดขึ้นอยู่โดยตลอด จึงขอความกรุณาในการ ที่จะสร้างเขื่อนหรือกั้นน้ำในหมู่ที่ ๒ บ้านวังห้าง ตำบลนาแขม ที่กำลังทรุดพังทลายเป็น แนวยาวตลอดริมแม่น้ำ ขอความกรุณาจากกรมกรมโยธาธิการและผังเมืองได้โปรดกรุณา จัดงบประมาณที่จะสร้างเขื่อนริมตลิ่งในจุดที่ ๒ เพื่อจะต่อเติมจากจุดแรกไปเพื่อบรรเทา ความเดือดร้อนให้กับประชาชนในบ้านวังห้าง ตำบลนาแขมต่อไป ขอกราบขอบพระคุณมากครับ
ต่อไป ๓ ท่าน ท่านพิพิธ รัตนรักษ์ ท่านวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ท่านราชิต สุดพุ่ม เชิญท่านแรก ท่านพิพิธ รัตนรักษ์ สุราษฎร์ธานีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพิพิธ รัตนรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรครวมไทยสร้างชาติครับ ท่านประธานครับ กระผมขอหารือท่านประธานสภาสัก ๑ เรื่อง
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
คือผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้อง อำเภอเกาะพะงัน เขตท่องเที่ยวของอำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานีว่าพี่น้อง อำเภอเกาะพะงันนั้นมีความประสงค์ที่จะทำถนนรอบเกาะของอำเภอเกาะพะงัน ด้วยปัจจุบันนั้นเรามีถนนรอบเกาะที่สร้างแล้วโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือกรมทางหลวงชนบทประมาณ ๘๕ เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ พี่น้องผู้ประกอบการ ชาวบ้าน หลาย ๆ ภาคส่วนมีความต้องการที่จะเพิ่มศักยภาพด้วย การท่องเที่ยว ซึ่งถือว่าถ้าเกิดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่ากระทรวงคมนาคม รัฐมนนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมหรือการท่องเที่ยวส่งเสริมจัดสรรงบประมาณให้ถนนรอบเกาะมีขึ้น ในอำเภอเกาะพะงันนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ดี อำเภอเกาะพะงันนั้นถือว่าเป็นเมืองท่องเที่ยว ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยและจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีมากมาย โดยเฉพาะกิจกรรมงาน Full Moon Party ถือว่านักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวหลาย ๆ หมื่นคน ปีละหลาย ๆ ล้านคน และช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่ว่านักท่องเที่ยวได้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ผมเชื่อมั่นว่าถ้าภาครัฐ ให้ความสำคัญแก้ปัญหาเร่งด่วนในเรื่องของการสร้างถนนรอบเกาะในอำเภอเกาะพะงันนั้น โดยกรมทางหลวงชนบทเข้าไปเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนที่เหลือประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์นั้น ผมถือว่าการท่องเที่ยวนั้นเป็นการท่องเที่ยวที่มีความสมบูรณ์ เป็นการพัฒนาของ การท่องเที่ยวในอำเภอเกาะพะงันด้วยความยั่งยืน และเป็นการสร้างรายได้ให้กับภาครัฐ และเป็นการสร้างรายได้ให้กับภาคธุรกิจในอำเภอเกาะพะงัน และเป็นการส่งเสริมของ การท่องเที่ยวระดับประเทศ เพื่อสร้างการท่องเที่ยวสู่ระดับสากล ระดับประเทศต่อไป ในอนาคตข้างหน้าได้ กระผมขอฝากเมืองท่องเที่ยว สมุย พะงัน เกาะเต่านั้นขอฝากไว้ ในอ่าวไทยไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของคนไทยด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานมากครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สตูลครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีประเด็น อยากจะหารือเกี่ยวกับพื้นที่ในจังหวัดสตูล ก็คือปัญหาเรื่องของยาเสพติดครับ ซึ่งในพื้นที่ ตอนนี้ถือว่าเป็นปัญหาหนักมาก เพราะว่ายาเสพติดในพื้นที่ตอนนี้ราคาถูกมาก ทุกวันนี้ ถูกกว่าข้าวผัดกะเพราเสียอีก แล้วก็ยังหาได้ง่าย หาได้ทุกที่ทุกเวลา ตั้งแต่ลูกเด็กเล็กแดง ไปยันคนแก่หาได้หมด ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นมันไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้เสพอย่างเดียว มันเป็นปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นทั้งเรื่องของการใช้ความรุนแรง ทั้งเรื่องของการลักขโมย ทุกวันนี้ลูกปาล์มอยู่บนต้นยังไม่สุกเขาก็ไปตัดให้เพื่อที่จะขโมยเอาไปขายเพื่อซื้อยาเสพติด จึงอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาเร่งแก้ปัญหานี้ทั้งระบบ ตั้งแต่การกวาดล้าง ยาเสพติดในพื้นที่ รวมไปถึงการจัดตั้งศูนย์บำบัดให้มีอย่างเพียงพอ วันนี้เรามีศูนย์มินิ ธัญญารักษ์อยู่แล้วแต่ก็ไม่เพียงพอ หลายคนก็ยังต้องไปบำบัดอยู่ในสถานบำบัดเอกชน ต่างจังหวัดซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมากนะครับ
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของพี่น้องที่เกาะบุโหลน ซึ่งเกาะ ๆ นี้เป็นเกาะที่ ไม่มีไฟฟ้าใช้ ดังนั้นจึงต้องพึ่งพาโซลาร์เซลล์ แต่ตอนนี้โซลาร์เซลล์ก็ชำรุดเสียหาย ไปเยอะมากแล้ว แล้วก็ยังไม่ได้รับการซ่อมแซม โดยเฉพาะที่อนามัยเกาะบุโหลนซึ่งใช้เป็นที่ รักษาผู้ป่วย วันนี้จะเย็บแผล จะรักษาผู้ป่วยต้องจุดเทียนเอาซึ่งลำบากมาก ยิ่งไปกว่านั้น งบบุคลากรเองวันนี้ก็ไม่พอ บางทีต้องลงขันกันเพื่อที่เอามาจ้างบุคลากรมาช่วยดูแลผู้ป่วย บนเกาะ นอกจากนั้นก็คือเรื่องของแหล่งน้ำบนเกาะ ซึ่งบนเกาะเป็นพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำดิบ น้อยมาก แต่ก่อนหน้านี้ก็จะมีเขาเรียกว่ามีบ่อน้ำที่เอาไว้สำรองน้ำให้ใช้ตอนหน้าแล้ง แต่ตอนนี้บ่อน้ำบ่อนั้นก็ชำรุดไปแล้ว เก็บน้ำไม่อยู่ ยังไม่ได้รับการซ่อมแซม จึงอยากจะขอ ผ่านไปยังกรมชลประทาน อยากจะให้เข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ให้กับพี่น้องที่เกาะบุโหลนด้วย ขอบพระคุณมากครับ
ต่อไป ขอเชิญคุณราชิต สุดพุ่ม นครศรีธรรมราชครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายราชิต สุดพุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานครับ ผมหารือผ่าน ท่านประธานไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และอธิบดีกรมชลประทาน เพื่อปรับปรุง ซ่อมแซมประตูระบายน้ำ ท่อระบายน้ำ ในตำบลท่าเรือ ตำบลบางจาก ตำบลท่าไร่ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช สืบเนื่องจากว่าผมได้รับเกียรติไปร่วมปิดการแข่งขันกีฬา ของตำบลท่าไร่ แล้วก็ได้รับการร้องเรียนจากท่านนายก อบต. ท่าไร่ ท่านจรัสศรี ฮั่นตระกูล ท่านบำรุง เลขจิตร นายก อบต. บางจาก กำนันตำบลท่าไร่ ท่านจรัญ บุญวิก กำนัน ตำบลท่าเรือ กำนันสฤษฎ์ เกตุชาติ ว่าน้ำทะเลจากอ่าวไทย อ่าวปากพนัง ได้ลุกล้ำเข้ามา ในเขต ๓ ตำบลอีกแล้ว แล้วก็ทำให้ข้าว พืชผัก ส้มโอทับทิมสยามได้รับความเสียหายมาก ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาผมได้ร่วมกับ ผอ. สำนักชลประทานที่ ๑๕ แล้วก็นายก อบต. ผอ. โครงการบำรุงรักษาน้ำนครศรีธรรมราช ได้ไปสำรวจแล้วก็วางคนไว้ เฝ้าระวังเพื่อแก้ปัญหา ซึ่งทั้ง ๓ ตำบลนี้มีประตูระบายน้ำทั้งสิ้น ๑๖ ประตู แล้วก็ได้จัดทำ งบประมาณในปี ๒๕๖๙ ๗ ประตูเพื่อซ่อม แต่ได้รับงบประมาณเพียง ๓ ประตูเท่านั้น แล้วก็ถ้ามีการเสนองบประมาณก็ครั้งละ ๑๐๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ บาท ก็เป็นการตำน้ำพริก ละลายแม่น้ำเปล่า ๆ ผมเลยเสนอไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมชลประทาน ขอให้ท่านได้รื้อระบบใหม่เป็นยกเครื่อง มีการซ่อมแซมประตูน้ำทั้ง ๑๖ ประตูน้ำใน ๓ ตำบล สืบเนื่องจากว่ามีพื้นที่ที่ติดต่อกัน ประตูน้ำคลอง ๓ สายพื้นที่ติดต่อกัน เพราะฉะนั้น ถ้าน้ำทะเลเข้ามาก็จะทำให้เกิดการเสียหายไปหมด เพราะฉะนั้นนำเรียนไปยังกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ แล้วก็กรมชลประทานได้เข้ามาพิจารณา แล้วก็ดำเนินการรื้อระบบ ซ่อมแซมใหม่ทั้งส่วนบานประตู และจะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ตลอดไป ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ๓ ท่านต่อไป ท่านอดิศร เพียงเกษ ท่านพงษ์มนู ทองหนัก ท่านเทอดชาติ ชัยพงษ์ ขอเชิญ ท่านอดิศร เพียงเกษ ขอนแก่นครับ
ขอกราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น ยินดีต้อนรับท่านประธานกลับจากกัวลาลัมเปอร์นะครับ วันนี้ผมอยากแสดงความรู้สึก ให้สภาแห่งนี้ได้เข้าใจว่าการทำหน้าที่ของพรรคเพื่อไทยยืนยันจะทำหน้าที่เป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร แต่เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองในการเลือกนายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมาเรากับพรรคการเมืองอื่นเห็นต่างกัน เราถึงไม่สามารถที่จะมาร่วมปฏิบัติหน้าที่ในสิ่ง ที่เรียกว่าผู้นำฝ่ายค้านหรือวิปฝ่ายค้านได้ เพราะเราเลือกศาสตราจารย์พิเศษ ชัยเกษม นิติสิริ เป็นนายกรัฐมนตรี อีกพรรคการเมืองหนึ่งเลือกนายกรัฐมนตรีอนุทิน ซึ่งจะแถลงนโยบาย วันที่ ๒๙-๓๐ นี้ ด้วยความเคารพนั่นเป็นสิทธิ เพราะฉะนั้นการทำหน้าที่ระหว่างฝ่ายค้าน ที่แท้จริงกับฝ่ายค้ำรัฐบาลต้องแยกกันให้ชัดเจน เราต้องทำงานในสภาแห่งนี้แข่งขันกัน อย่างเอาการเอางาน ไม่มีมวยล้มต้มคนดู ผมอยู่อีสานผมเห็นบ้านผม เวลากล้วยมันมีเครือ ขอเชิญดูรูปเลยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ผมไม่อยากเป็นไม้ค้ำกล้วย ถ้าทำหน้าที่แบบไม้ค้ำกล้วย ถ้าดึงเสากระโดง อุ๊ยไม่ใช่ ค้ำกล้วยออก กล้วยก็ล้ม เพราะฉะนั้น ขออนุญาตที่จะเรียนท่านประธานว่าพรรคเพื่อไทยจะทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน ไม่ใช่ฝ่ายค้ำครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปครับ ขอเชิญคุณพงษ์มนู ทองหนัก พิษณุโลกครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พงษ์มนู ทองหนัก พรรครวมไทยสร้างชาติ วังทอง เนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
วันนี้จะขอหารือกับท่านประธาน เพียงเรื่องเดียวเกี่ยวกับน้ำท่วมข้าวแล้วทำให้เกิดความเสียหาย โดยเฉพาะข้าวที่กำลังตั้งท้อง ผมได้รับการร้องเรียนจากชาวนาในจังหวัดพิษณุโลก โดยเฉพาะอำเภอวังทอง และเนินมะปรางว่าการที่ภาครัฐจะช่วยเหลือเรื่องน้ำท่วมข้าวของเขาจะต้องเป็นการท่วม แบบสิ้นเชิง เสียหายแบบสิ้นเชิง ท่านประธานดูสิครับ รูปภาพซีกขวามือคือจะไม่มีต้นข้าว แม้แต่ต้นเดียวอย่างนั้นถึงจะได้รับการชดเชย แต่ในรูปซ้ายมือมีต้นข้าวบ้างปะหลอม ปะแหลม เขาจะไม่ได้รับการชดเชยจากภาครัฐ และอย่างยิ่งทางด้านซ้ายมือท่านประธาน จะเห็นว่าเป็นข้าวที่น้ำท่วมท้อง เมื่อน้ำท่วมท้องแล้วข้าวเมื่อออกรวงมาจะเป็นข้าวลีบ มีแต่แกลบ ไม่มีข้าวสาร ดังนั้นจะทำให้เกิดความเสียหาย แต่ว่าภาครัฐจะไม่ให้การชดเชยเขา ดังนั้นก็ฝากท่านประธานไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกษตรจังหวัดพิษณุโลก เกษตรอำเภอวังทอง และเกษตรอำเภอเนินมะปราง รวมทั้งเกษตรตำบลทุก ๆ ตำบลของ ทั้ง ๒ อำเภอ แล้วก็คณะกรรมการพิจารณาเรื่องปัญหาน้ำท่วมด้วยว่าข้าวที่กำลังตั้งท้อง หรือออกรวงน้ำท่วมรวงข้าว รวมทั้งท่วมท้องนี่จะทำให้เกิดข้าวลีบเกิดความเสียหาย ดังนั้นก็ฝากด้วยว่าให้คณะกรรมการช่วยพิจารณาว่าให้เป็นการเสียหายโดยสิ้นเชิงด้วย เพื่อที่เกษตรกรชาวนาเขาจะได้รับค่าชดเชยไร่ละ ๑,๓๐๐ บาท ซึ่งไม่มากเลย ข้าวก็ราคาถูก แถมน้ำท่วมอีก ปีนี้ชาวนาไม่มีอะไรจะไปซับน้ำตาแล้วท่านประธาน ดังนั้นขอให้ท่านประธาน ประสานไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่ได้เอ่ยมาแล้วเพื่อที่เขาจะได้รับเงินค่าชดเชยด้วยจะเป็น พระคุณอย่างยิ่งครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปครับ คุณเทอดชาติ ชัยพงษ์ คุณรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ และคุณภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ๓ ท่านต่อไป เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๕ พรรคเพื่อไทย อำเภอเทิง อำเภอพญาเม็งราย อำเภอขุนตาล และตำบลบุญเรือง อำเภอเชียงของ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการจัดการน้ำอย่างยั่งยืนจากกรณี ที่เกิดอุทกภัยปี ๒๕๖๗ และปี ๒๕๖๘ ปีที่ผ่านมาของพื้นที่ตำบลตับเต่าและตำบลหงาว อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ท่านประธานครับ ผมมีภาพประกอบให้ท่านดู ๔ ภาพ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ภาพนี้เป็นภาพที่เกิดจากการลงไปพื้นที่ ได้รับความเสียหายตั้งแต่ปี ๒๕๖๗ จนถึงปี ๒๕๖๘ ทั้ง ๔ เฟรมนี้เป็นภาพความเสียหาย ที่ยังคงอยู่ในปัจจุบันและยังไม่ได้รับการแก้ไข แต่ก็เชื่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นคงจะเร่ง แก้ไขเป็นลำดับถัดไป ท่านประธานครับ ผมได้ไปหารือกับท่านนายเอนก ปันทะยม นายอำเภอเทิง นายเอกชัย หาญสุวรรณชัย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตับเต่า ว่าที่พันตำรวจตรี วรเมธ ธรรมจันตา นายกเทศมนตรีตำบลหงาว พร้อมทีมงาน แล้วก็ ลงพื้นที่กัน ทั้ง ๔ เฟรมนี้เอาลงเลยก็ได้นะครับ ให้ดูภาพประกอบว่าเราได้ลงพื้นที่แล้ว เห็นสภาพจริงของความเสียหาย ได้หารือการบูรณาการการแก้ปัญหาผลกระทบจากน้ำป่า ไหลหลากจากเหตุการณ์เมื่อปี ๒๕๖๗ และปี ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นต้นน้ำหงาว ที่องค์การบริหารส่วนตำบลตับเต่ารับผิดชอบนั้นเสนอการปลูกป่าต้นน้ำและการจัดการ ทำอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เพื่อรองรับน้ำในฤดูฝนและกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งของราษฎร ตำบลตับเต่า ตำบลหงาว และอำเภอเทิง รวมถึงการขุดลอกลำน้ำหงาวตั้งแต่ต้นน้ำหงาว ตำบลตับเต่าถึงปลายน้ำหงาวที่ตำบลหงาว แต่ระยะสั้นเร่งด่วนนี้ต้องเร่งปรับปรุงซ่อมแซม ตลิ่งพังตั้งแต่บ้านปางค่าถึงบ้านปี้ ตำบลหงาว ขุดลอกลำน้ำหงาวตั้งแต่ตับเต่าถึงตำบลหงาว สร้างแนวซีเมนต์กันแนวตลิ่งพังตลอดลำน้ำหงาวที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด เร่งซ่อมแซม สะพานฝายน้ำล้น ประตูระบายน้ำทั้งหมด ระยะเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการในการได้รับ ผลกระทบโดยเร่งด่วน ท่านประธานครับ ขออนุญาตฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ซึ่งทราบว่าศูนย์บูรณะสะพานที่ ๑ (พิจิตร) กรมทางหลวง กำลังจะเร่งซ่อมแซมสะพานที่ขาดบ้านปางค่าแล้วนะครับ กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย กรมชลประทาน กระทรวงมหาดไทย กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับการปลูกป่าต้นน้ำและฝายชะลอน้ำ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายซ่อมแซมสะพาน ถนนตามภารกิจ ทั้งหมดนี้ เป็นการบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ตามภารกิจเพื่อความยั่งยืนในการแก้ปัญหาอุทกภัย ซ้ำซากของพื้นที่ตับเต่าและพื้นที่ตำบลหงาว อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ขอบคุณ ท่านประธานครับ
ต่อไปครับ ขอเชิญคุณรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ จังหวัดตากครับ
เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก เขต ๒ พรรคประชาชน พื้นที่อำเภอแม่สอด อำเภอพบพระ และอำเภออุ้มผาง มีเรื่องหารือท่านประธาน ๔ เรื่อง ดังนี้
เรื่องที่ ๑ ถนนเลตองคุ-เปิ่งเคลิ่ง และถนนกุยเลอตอ-แม่จัน อำเภออุ้มผาง งบประมาณผ่านแล้ว ชาวบ้านถามมาจำนวนมากว่าเมื่อไรจะเข้าไปดำเนินการ ฝากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการแก้ไขให้ชาวบ้านด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ วันนี้เรามีนายกรัฐมนตรีคนใหม่แล้ว ผมฝากถนนอุ้มผาง-คลองลาน ชาวบ้านเดือดร้อนมาชั่วชีวิตแล้ว ฝากนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดนี้นำกลับมาพิจารณาใหม่ อีกครั้งด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ การชดเชยอ้อยไม่เผา อำเภอแม่สอด มีชาวไร่อ้อยประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าคน ไม่เผาไร่อ้อย ๙๙ เปอร์เซ็นต์ แต่กลับไม่ได้เงินชดเชย ฝากรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่ช่วยนำเข้า ครม. พิจารณาหาเงินเยียวยาให้ด้วยครับ
เรื่องที่ ๔ ปัญหาเศรษฐกิจแม่สอด ปัญหาสะพานแห่งที่ ๒ ไทย-เมียนมา ปิดมาร่วม ๒-๓ เดือนแล้ว เสียหายเดือนละประมาณ ๘,๐๐๐-๙,๐๐๐ ล้านบาทต่อเดือน ฉะนั้นฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาทางแก้ไขเฉพาะหน้าโดยด่วนก่อนที่เศรษฐกิจ จะเสียหายไปมากกว่านี้ ขอบคุณมากครับ
ต่อไป ขอเชิญคุณภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ จากนครพนมครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ด้วยพี่น้องชาวจังหวัดนครพนมร้องเรียนเกิดอุบัติเหตุบ่อย มีการขนส่งสินค้าการเกษตร และการสัญจรเดินทางจำนวนมากในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม ขอให้ กรมทางหลวงก่อสร้างถนน ๒ เลนเป็นถนน ๔ เลน ที่ถนนทางหลวง ๒๑๗๗ ตั้งแต่อำเภอ ศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ไปอำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร ขอให้ก่อสร้างถนน Bypass ๔ เลน จากไฟแดงบ้านปฏิรูป ตำบลศรีสงคราม ไปบ้านนาจาน ตำบลบ้านเอื้อง อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม
เรื่องที่ ๒ พี่น้องราษฎรที่มีบ้านเรือนที่อยู่อาศัยริมแม่น้ำ ริมตลิ่งดินทรุดถึงวัด บ้าน โรงเรียน ถนน ขอให้กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย สร้างเขื่อนป้องกัน ตลิ่งพังที่ริมแม่น้ำอูน อำเภอนาหว้า ที่บ้านอูนนา และบ้านนาคอย ตำบลนางัว บ้านหนองบัว ตำบลนาหว้า ขอก่อสร้างเขื่อน (คันกั้นน้ำ) ที่บ้านดอนพะธาย ตำบลบ้านเสียว ขอก่อสร้าง เขื่อนริมแม่น้ำสงคราม อำเภอศรีสงคราม ที่บ้านอ้วน และบ้านหาดแพง ตำบลหาดแพง บ้านศรีเวินชัย ตำบลสามผง บ้านปากอูน ตำบลศรีสงคราม บ้านท่าบ่อสงคราม ตำบลท่าบ่อสงคราม ที่บ้านท่าพันโฮง ตำบลนาทม อำเภอนาทม ริมแม่น้ำโขงที่บ้านดอนแพง บ้านแพงกลาง บ้านแพงใต้ และบ้านท่าลาด ตำบลบ้านแพง อำเภอบ้านแพง ขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน ดอกเตอร์ฉลาด ขามช่วง ที่ท่านมีความตั้งใจไปเยี่ยมเยียน รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวจังหวัดนครพนม และเป็นห่วงพี่น้องเกษตรกร เพื่อให้มีน้ำเพื่อการเกษตรตลอดปี ไม่ท่วม ไม่แล้งซ้ำซาก โดยจะลงพื้นที่จังหวัดนครพนม ในวันที่ ๓ ตุลาคมนี้ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ
ต่อไป ๓ ท่าน เชิญคุณศักดิ์ ซารัมย์ คุณสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ และคุณณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ขอเชิญคุณศักดิ์ ซารัมย์ บุรีรัมย์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม ศักดิ์ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ในพื้นที่ อำเภอหนองหงส์ อำเภอลำปลายมาศ อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานครับ ปัญหาหนึ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น และมีแนวโน้มที่จะเกิดปัญหารุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ก็คือปัญหาที่เกิดจากการใช้สารเคมีวัตถุดิบ อันตรายของพี่น้องเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน ทั้งประเทศ ท่านประธาน ผมได้รับข้อมูลจากสำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ด้านสารเคมี วัตถุอันตรายกำจัด แมลงศัตรูพืชและกำจัดวัชพืช ในปี ๒๕๖๗ มีการนำเข้าสารเคมีเข้าสู่ในประเทศไทยประมาณ ๑๗๖,๐๐๐ ตัน ทีนี้หันมาดูในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ พื้นที่เกษตรกรรมของจังหวัดบุรีรัมย์นั้น อยู่ที่ ๔,๕๐๐,๐๐๐ ไร่ แยกเป็นปลูกข้าว ๒,๙๐๐,๐๐๐ ไร่ พืชไร่อยู่ ๕๖๐,๐๐๐ ไร่ พืชสวน อยู่ ๓๑๐,๐๐๐ ไร่ พืชอื่นและที่อยู่อาศัยอยู่ประมาณ ๔๙๐,๐๐๐ ไร่ ฉะนั้นจะมีการใช้ สารเคมีเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแมลงศัตรูพืช ยาฆ่าแมลงเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ท่านประธานครับ จากการที่ผมได้ลงพื้นที่ได้รับฟังการสะท้อนปัญหาของพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่อำเภอ หนองหงส์ จังหวัดบุรีรัมย์ จะมีการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช ยาฆ่าหญ้าทุกฤดูการผลิต และที่สำคัญมีการทิ้งถุงบรรจุภัณฑ์ไว้ในไร่นาสวนทำให้สารเคมีตกค้างในช่วงฤดูฝน สารเคมี จะถูกชะล้างลงในแหล่งน้ำธรรมชาติทำให้น้ำเน่าเสีย มีผลกระทบต่อชีวิตพี่น้องประชาชน จึงกราบเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีมาตรการการใช้สารเคมี ออกรณรงค์ถึงพิษภัยของสารเคมีที่ตกค้าง วิธีการกำจัดทำลายสารเคมีที่ถูกต้องตามหลัก วิชาการ และเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้มีหน่วยงานระดับจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นหนึ่งจังหวัด หนึ่งสถานี เป็นหน่วยกำจัดทำลายสารเคมีที่ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อกำหนดให้เป็นนโยบาย เร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างสมบูรณ์ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ศรีสะเกษครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย อำเภอกันทรารมย์ อำเภอน้ำเกลี้ยง และอำเภอโนนคูณ ๒ ตำบล ตำบลบก ตำบลโพธิ์
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับงานประเพณีออกพรรษา เทศบาล ตำบลกันทรารมย์ภายใต้การนำของนายธีระวัฒน์ ทองใส และวัดกันทรารมย์ ท่านพระครู วินิต บุณยกิจ จัดงานประเพณีแห่เทียนออกพรรษาครั้งยิ่งใหญ่ งานนี้มีงานแห่ปราสาทผึ้ง มีหมอลำคณะใหญ่ในวันที่ ๖ วันที่ ๗ วันที่ ๘ วันที่ ๖ ก็จะมีงานสอยเซียมซีลอยกระทง ส่วนวันที่ ๗ มีงานแห่ปราสาทผึ้ง วันที่ ๘ มีหมอลำเสียงอีสานคณะใหญ่ ขอเชิญชวนพี่น้อง ชาวอำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ เที่ยวงานครั้งนี้ด้วยครับ ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ใครว่างก็ไปเที่ยวกันนะครับ ต่อไปคุณณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ประเวศ สะพานสูง พรรคประชาชน
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานครับ เรื่องแรกที่ผมจะขอปรึกษาหารือกับท่านประธาน เป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนในหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ ตะวันออกที่เกิดปัญหาในเรื่องของน้ำท่วมในช่วงสัปดาห์ ที่ผ่านมา ซึ่งก็เป็นน้ำท่วมที่เกิดขึ้นจนพี่น้องประชาชนก็มีความเดือดร้อนกันอย่างมาก เพราะว่าน้ำไม่สามารถที่จะระบายลงคลองประเวศบุรีรมย์ได้ อันนี้ก็เลยอยากจะฝากให้ทาง สำนักการระบายน้ำช่วยกันในการที่จะเตรียมการล่วงหน้า หากว่าจะเกิดน้ำท่วมครั้งถัดไป หรือว่าฝนจะตกในระลอกใหม่ ก็อยากให้ช่วยมีการเตรียมระบายน้ำไว้ล่วงหน้าเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่จะบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพราะว่าทุกวันจะเห็นพี่น้องประชาชน แล้วก็เด็กนักเรียนก็ต้องเดินลุยน้ำออกมาไปเรียนหนังสือแบบนี้ มันก็เป็นความเดือดร้อน ที่เราก็ไม่อยากจะเห็น อันนี้เป็นเรื่องที่ ๑ ครับ
ต่อมาเรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของซอยเฉลิมพระเกียรติ ๖๒ เป็นซอยที่จริง ๆ ก็ยัง ไม่ได้เป็นสาธารณะทั้งซอย แต่ว่ามีคำสั่งศาลออกมาแล้วว่าให้พื้นที่ตรงนี้ยกให้เป็นสาธารณะ ตามคำสั่งศาล แต่ว่าก็ต้องบอกว่าเรื่องนี้ปัจจุบันทางสำนักงบประมาณ กรุงเทพมหานคร ก็ยังไม่กล้าที่จะให้งบประมาณกับทางสำนักงานเขตประเวศให้สามารถที่จะดำเนินการใด ๆ ได้ ดังนั้นก็อยากให้กรมที่ดินช่วยกันดำเนินการให้มีความชัดเจนโดยเร็ว เพื่อจะแก้ปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชน เนื่องจากซอยนี้ก็เจอปัญหาทั้งเรื่องน้ำท่วม เรื่องไฟส่องสว่าง แล้วก็ถนนพังต่าง ๆ เจอปัญหามาก ก็อยากที่จะให้ดำเนินการโดยเร็ว ให้ทางสำนักงานเขต สามารถที่จะไปดำเนินการใด ๆ ต่อไปได้นะครับ
แล้วก็เรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องของรถสองแถวที่เชื่อมต่อสถานีบ้านทับช้าง ที่ตัวผมเองได้ดำเนินการประสานงานจนสามารถที่จะมาให้บริการประชาชนได้แล้ว ก็อยาก ที่จะให้ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยช่วยกันในการที่จะประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชน ผู้โดยสารสถานีนี้ได้รับทราบเพื่อที่จะให้ผู้โดยสารเดินทางสะดวกขึ้นต่อไป ขอบคุณ ท่านประธานครับ
๓ ท่าน ต่อไปครับ ขอเชิญคุณสุไลมาน บือแนปีแน คุณวุฒิพงศ์ ทองเหลา คุณธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ เชิญคุณสุไลมาน บือแนปีแน ยะลาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม สุไลมาน บือแนปีแน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ วันนี้ผมมีเรื่องหารือผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพียง ๒ เรื่องด้วยกันครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ในเรื่องแรก ผมมีโอกาสได้รับ เรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในหมู่ที่ ๖ ตำบลยุโป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ในเรื่องของขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองก็ได้มีโอกาส ลงพื้นที่ไปกับท่านประธานสภาเทศบาลตำบลยุโป ไม่ว่าจะเป็นท่าน สท. เร็ง สท. แบฮา แล้วก็ สท. แบแซ เนื่องจากในพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เขาเรียกว่าบ้านบ่อเจ็ดลูก ก็จะเป็น การใช้น้ำจากการเจาะบาดาล แต่ปรากฏว่าเวลาพี่น้องประชาชนใช้กันเยอะ ๆ แล้วก็ในช่วง น้ำแล้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งในฝั่งของบือแนยามูไม่สามารถที่จะใช้น้ำได้ เนื่องจากว่ามีปริมาณน้ำ ไม่เพียงพอ ผมพอลงไปดูปรากฏว่าในหมู่ที่ ๖ ก็จะมีแหล่งน้ำดิบอยู่ ฉะนั้นแล้วอยากให้ ท่านประธานมีหนังสือไปยังกรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อที่จะได้ทำการ ปรับปรุงแก้มลิงในส่วนตรงนั้น และนำน้ำดิบตรงนั้นมาทำเป็นประปา รวมไปถึงทำระบบ ท่อระบายน้ำส่งไปยังพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่หมู่ที่ ๖ เพื่อที่จะให้พี่น้องในบ้านบ่อเจ็ดลูก ก็ดี และบือแนยามูก็ดีได้รับน้ำอย่างเพียงพอ
เรื่องสุดท้ายอีกเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วมในชุมชนลักษมาน หมู่ที่ ๓ ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา จริง ๆ ผมเองมีโอกาสได้หารือ ผ่านสภาแห่งนี้ในเรื่องที่อยากจะให้สภาแห่งนี้ส่งหนังสือไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อที่จะได้ดำเนินการแก้ไขปัญหา แต่ก็อัลฮัมดุลิลลาฮ์ ต้องขอบคุณทางโยธาธิการ จังหวัดยะลาเป็นอย่างยิ่งที่ได้จัดสรรงบประมาณในการที่จะปรับปรุงเรื่องถนน แล้วก็ทำ ในเรื่องของคูระบายน้ำ แต่ปรากฏว่าถึงแม้ว่าเราจะได้รับงบประมาณก็จริง แต่มันยัง ไม่ครอบคลุมกับงบประมาณที่ยังจำกัดอยู่ ฉะนั้นแล้วเมื่อผมลงไปดูยังมีอีกหลายพื้นที่ ในชุมชนลักษมาน ไม่ว่าจะเป็นซอย ๘ ซอย ๑๐ แล้วก็ซอย ๑๒ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซอยมัสตูรอ ซอยต่าง ๆ เหล่านี้ผมอยากที่จะให้ท่านประธานมีหนังสือไปยังกรมโยธาธิการ และผังเมือง เพื่อที่จะได้ดำเนินการปรับปรุงถนน แล้วก็สร้างในเรื่องของคูระบายน้ำเพื่อที่จะ ได้เป็นโครงข่ายกับทางโยธาธิการและผังเมืองได้ทำไว้แล้ว แล้วก็กับโครงการต่าง ๆ เพื่อจะได้ เชื่อมโยงเครือข่ายโครงข่ายระบบระบายน้ำต่าง ๆ แล้วก็ผันน้ำออกจากชุมชนลักษมาน และออกจากสะเตงนอก เพื่อที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องในตำบลสะเตงนอก แล้วก็โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในพื้นที่มัรกัสต่อไป ขอบคุณท่านประธานมากครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณวุฒิพงศ์ ทองเหลา ปราจีนบุรี เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วุฒิพงศ์ ทองเหลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี พรรคชาติพัฒนา วันนี้กระผม มีเรื่องหารือความเดือนร้อนต่อท่านประธาน ๑ เรื่องด้วยกัน ดังนี้
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
จากสไลด์เป็นภาพความเดือดร้อน ผลกระทบที่เกิดขึ้นชาวบ้านหมู่ที่ ๗ วัดมะขามทอง น้ำท่วมส้มโอเสียหาย ชาวบ้าน ที่เพาะปลูกส้มโอ พี่วินัย พี่หลอด จำต้องใช้เรือเข้าไปเก็บส้มโอที่เสียหายด้วยความ ยากลำบากตามสไลด์เลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านโคกไม้แดง ตำบลท่าตูม ที่ตั้งแต่ ซื้อบ้านมาน้ำไม่เคยท่วม แต่ในปีนี้น้ำกลับท่วมเข้าบ้านโดยที่พวกเขาไม่ทราบสาเหตุ ปัญหานี้ มีชาวบ้านเดือดร้อน ๓ ตำบล ได้แก่ หมู่ที่ ๘ ตำบลท่าตูม หมู่ที่ ๗ ตำบลศรีมหาโพธิ และบ้านเรือนรอบเทศบาลศรีมหาโพธิ แต่ในปีนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้นผมต้องขออนุญาตอธิบาย ตามตรงโดยไม่อ้อมค้อม ต้นตอของปัญหาเมื่อปลายปี ๒๕๖๗ เทศบาลศรีมหาโพธิได้มี การอนุญาตให้เจ้าของที่ดินถมปิดทางมวลน้ำขนาดใหญ่ ทราบว่าเมื่อมวลน้ำไหลผ่านไม่ได้ น้ำเลยดันไหลย้อนกลับไปท่วมพื้นที่เพาะปลูก รวมถึงพื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่ชุมชนเดือดร้อน ๓ ตำบลอย่างที่เรียน ทราบว่าปีถัดไปน้ำใหญ่กำลังจะมาอีก อย่างเช่นปีนี้เจ้าของที่ดิน มีโอกาสที่จะถมที่ดินปิดทางน้ำ ปีนี้ปัญหาเกิดขึ้นแล้ว แล้วปีหน้าปัญหาก็ยังจะไม่ได้รับ การแก้ไขถ้าหากไม่มีการพูดคุยกัน ท่านประธานที่เคารพ พระราชบัญญัติการขุดดิน และถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ ได้เขียนไว้ชัดเจนตามมาตรา ๒๖ ห้ามมิให้ผู้ใดขุดดินหรือถมดิน ในที่ดินของตัวเอง ประโยคนี้ หรือถมดินในที่ดินของตัวเองจนเป็นเหตุให้น้ำหรือสิ่งอื่นใด ไหลทรุดพังไปยังพื้นที่ดินสาธารณะหรือที่ดินทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหาย มาตรา ๒๙ ผู้ขออนุญาตถมดินจะต้องแสดงให้เห็นวิธีการป้องกันมิให้เกิดความเสียหาย ดังที่กล่าวมา อย่างในเคสนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้น ถึงจะเป็นที่ดินที่ออกโฉนดได้หรือออกไม่ได้ เทศบาลท้องถิ่นที่อยู่ตรงนั้นก็ตั้งอยู่ เห็นมวลน้ำขนาดใหญ่ที่ไหลผ่านประจำทุกปี แต่ยังเซ็น อนุญาตให้มีการถมดินปิดสะพานจนเกิดปัญหาผลกระทบถึง ๓ ตำบล ผมจึงอยากฝาก ปัญหานี้ถึงท่านประธานผ่านไปยังสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กรมเจ้าท่า ตั้งกรรมการ ตรวจสอบร่วมกับจังหวัดปราจีนบุรีเพื่อหาสาเหตุและทางออกของปัญหาเพื่อเป็นยาแรง เร่งแก้ปัญหา ฤดูฝนปีหน้ามาประชาชนจะได้ไม่เดือดร้อนซ้ำ ขอบคุณท่านประธานครับ
ต่อไป ขอเชิญคุณธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ครับ
เรียนท่านประธานสภา ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ ดิฉันขออนุญาตมีเรื่องหารือผ่านท่านประธานไปสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เรื่องแรก ดิฉันได้มีโอกาสลงพื้นที่ไปที่ตำบลบางทรายน้อย อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๘ มีประชากร ๔,๙๐๔ คน และมี ๑,๖๕๗ ครัวเรือน เรามีการฝึกอาชีพในพื้นที่ดังกล่าว โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ มีการฝึกอาชีพกลุ่มเปราะบางของผู้หญิงและผู้พิการ มีโครงการ ๔ โครงการ เป็นงบประมาณ ๑๓๐,๖๗๐ บาท แต่ก็ยังพบว่ามีข้อจำกัดด้านการตลาด จึงขอหารือ ท่านประธานผ่านไปถึงสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า มีแผนงานดำเนินงานที่จะนำสินค้าดังกล่าวนั้นไปสู่ตลาดได้อย่างไร ท่านมีข้อมูลในเรื่องของ สีแบบใด รูปแบบตะกร้าแบบใด รูปแบบผ้าพิมพ์ลายแบบใดที่จะส่งเสริมให้งานฝึกอาชีพ ดังกล่าวนั้นสามารถขายได้จริง แล้วดิฉันก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ฝึกอาชีพ ก็อยากที่จะให้ พมจ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาในเรื่องการฝึกเอไอด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ หลังจากกฎหมายสมรสเท่าเทียมได้ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๘ เรื่องนี้ดิฉันได้รับเพิ่มเติมข้อร้องเรียนมาจากพนักงานรัฐวิสาหกิจที่ได้ จดทะเบียนคู่สมรสเพศหลากหลาย แต่ยังไม่สามารถเข้าถึงสิทธิสวัสดิการคู่สมรสได้ อย่างเช่น การเบิกค่ารักษาพยาบาล โดยต้นสังกัดอ้างว่าต้องรอแนวทางปฏิบัติจากสำนักงาน คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจก่อน ดิฉันจึงอยากที่จะหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจนถึง คณะกรรมการดังกล่าวให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและการดำเนินงานให้เร่งรัดและเป็นไปตาม เจตนารมณ์ของกฎหมายสมรสเท่าเทียม ขอบคุณท่านประธานค่ะ
ต่อไปครับ ๓ ท่านต่อไป ขอเชิญคุณแอนศิริ วลัยกนก คุณกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล คุณยูนัยดี วาบา เชิญคุณแอนศิริ วลัยกนก กรุงเทพมหานครครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวแอนศิริ วลัยกนก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตทุ่งครุ เขตราษฎร์บูรณะ แขวงราษฎร์บูรณะ พรรคประชาชน ดิฉันมีเรื่องจะหารือทั้งหมด ๓ เรื่อง
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
เรื่องที่ ๑ ดิฉันได้รับ เรื่องร้องเรียนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ซอยประชาอุทิศ ๑๓๑ ที่แจ้งมายังดิฉันถึง เรื่องประสบปัญหาน้ำท่วมขังอย่างหนักโดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน ปัญหาน้ำท่วมขังในบริเวณนี้ ไม่เพียงแต่สร้างความไม่สะดวก แต่ยังสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและประชาชน ส่งผลกระทบของการใช้ชีวิตประจำวัน น้ำที่ท่วมขังสูงบริเวณหน้าหมู่บ้านโนวา อาร์ท และหมู่บ้านโนวา ลักซ์ ไปจนถึงสะพานได้ไหลเข้าสู่บริเวณในหมู่บ้าน สร้างความกังวล อย่างยิ่งในเรื่องของความปลอดภัยและสุขอนามัย ดิฉันจึงขอเรียกร้องให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งสภากรุงเทพมหานครให้เร่งดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน
เรื่องที่ ๒ ในพื้นที่ซอยราษฎร์บูรณะ ๓๒/๒ ฝั่งราษฎร์บูรณะไปถึง ทางสุขสวัสดิ์ที่กำลังประสบปัญหาถึงโครงการก่อสร้างทางด่วน ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย หลังจากที่โครงการก่อสร้างได้แล้วเสร็จ ประชาชน ได้ร้องเรียนมายังดิฉันว่าบริเวณใต้ทางด่วนไม่ได้มีการติดตั้งระบายน้ำที่เหมาะสม ส่งผลให้ เมื่อฝนตกน้ำจากบนทางด่วนจะไหลลงสู่บนพื้นถนนและทางเท้าอย่างรุนแรง ก่อให้เกิด ความเดือดร้อนอย่างยิ่งต่อผู้ที่สัญจรไปมา ทั้งผู้ที่เดินทางเท้าและผู้ที่ใช้รถยนต์ นอกจากนี้ ยังสร้างความสกปรกและอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ ปัญหานี้เป็นเรื่องที่สะท้อนถึง ความหละหลวมในการวางแผนและการก่อสร้าง ดิฉันจึงขอให้หน่วยงานการทางพิเศษ แห่งประเทศไทยเร่งดำเนินการด้วยนะคะ
เรื่องที่ ๓ ปัญหาเร่งด่วนที่กระทบต่อความปลอดภัยและชีวิตประจำวัน ในพื้นที่พุทธบูชา ๓๖ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่ประชาชนใช้สัญจรเพื่อมุ่งหน้าออกสู่ถนน เลียบทางด่วน จากภาพถ่ายที่ดิฉันได้มาแสดงในวันนี้จะเห็นได้จากสภาพฝาท่อที่แตก และไม่เสมอกันได้สร้างความเสี่ยงอย่างยิ่งต่อผู้ที่ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะรถมอเตอร์ไซค์ หรือรถยนต์ขนาดเล็ก หลายครั้งที่พี่น้องประชาชนต้องหักหลบกะทันหันจนเกือบเกิด อุบัติเหตุร้ายแรง นี่ไม่ใช่เพียงแค่เกิดในเรื่องของถนนที่ชำรุด แต่เป็นเรื่องของความปลอดภัยในการใช้ชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ดิฉันจึงขอฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไข โดยทันที ไม่ใช่แค่เป็นการซ่อมแซมแบบชั่วคราว แต่ขอให้เป็นการแก้ไขที่ยั่งยืน
ทั้ง ๓ เรื่องอาจจะดูเป็นปัญหาเล็กน้อยสำหรับใครบางคน แต่สำหรับพี่น้อง ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนมันคือความเสี่ยงที่พวกเขาต้องเผชิญอยู่ทุกวัน ดิฉันจึงอยากฝาก เสียงในสภาในวันนี้ไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างปลอดภัยเพื่อให้พี่น้อง ประชาชนของเราทุกคน ขอบคุณท่านประธานค่ะ
ต่อไป ขอเชิญคุณกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ระยองครับ
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง เขต ๑ พรรคประชาชนค่ะ วันนี้ดิฉันขอนำความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้อง ในพื้นที่หารือต่อท่านประธานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไข ดังนี้
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
เรื่องที่ ๑ ปัจจุบัน มีสิ่งก่อสร้างหรือว่าฝายกั้นน้ำเก่าที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์สำหรับการเกษตรกรรมแล้ว เพราะว่า บริบทในพื้นที่ก็เปลี่ยนไปเป็นหมู่บ้านมากขึ้นก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากตรงนั้นแล้ว ยกตัวอย่าง อย่างเช่นสิ่งก่อสร้างที่เป็นสิ่งก่อสร้างเก่าที่คลองวังม่าน หมู่ที่ ๔ ตำบลนาตาขวัญ แล้วก็ ที่คลองคู หมู่ที่ ๑ บ้านเก่า ตำบลตาขัน ซึ่งส่งผลให้เวลาฝนตกหนักหรือว่าเวลาที่มีฝนตก เป็นเวลานานทำให้ทางน้ำไหลไม่สะดวก ยิ่งไปกว่านั้นหากมีเศษกิ่งไม้ วัชพืชหรือว่า ผักตบชวาขึ้นหนาแน่นแล้วก็ยิ่งทำให้น้ำไม่สามารถไหลไปทางไหนได้ก็เอ่อล้นคลองออกมา เข้าท่วมบ้านเรือนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับคลองดังกล่าว สร้างความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ จึงอยากให้ทาง อบต. นาตาขวัญ แล้วก็ อบต. ตำบลตาขัน ทำการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างดังกล่าวเพื่อคลายความเดือดร้อนให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนด้วย
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับแจ้งจากเทศบาลตำบลน้ำคอก แล้วก็ประชาชนที่อาศัย อยู่บริเวณแยกวัดน้ำคอกเก่า ดิฉันได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้งมาก ตรงนั้นก็คือ ถนนหลวง หมายเลข ๓๕๗๔ ตรงนี้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อย โดยเฉพาะอุบัติเหตุจาก มอเตอร์ไซค์ เนื่องจากว่าไม่มีสัญญาณไฟจราจร จึงขอให้แขวงการทางจังหวัดระยอง พิจารณาติดตั้งสัญญาณไฟจราจรเพื่อจัดระเบียบการจราจร แล้วก็ลดอุบัติเหตุให้น้อยลงด้วย ขอบพระคุณค่ะ
ต่อไป ขอเชิญคุณยูนัยดี วาบา ปัตตานีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายยูนัยดี วาบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี เขตเลือกตั้งที่ ๔ ประกอบไปด้วย อำเภอสายบุรี อำเภอกะพ้อ อำเภอไม้แก่น อำเภอปะนาเระ พรรคประชาธิปัตย์ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ผมขออนุญาตหารือท่านประธานในปัญหา พี่น้องประชาชน ในพื้นที่บ้านกะดุนง ตำบลกะดุนง หมู่ที่ ๔ จังหวัดปัตตานี ๑ เรื่องด้วยกัน ผมได้รับการร้องเรียนจากนายซอลาฮูดิน ดือรามะ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๔ บ้านกะดุนง พร้อมด้วยคณะกรรมการหมู่บ้านและตัวแทนประชาชนในพื้นที่ ซึ่งสะท้อนถึงความเดือดร้อน ของประชาชนจากปัญหาด้านการเกษตรและโครงสร้างพื้นฐาน ดังนี้
๑. พื้นที่นาข้าวที่เคยใช้ประกอบอาชีพหลักของประชาชนได้กลายเป็นนาร้าง จากปัญหาภัยแล้งและการจัดสรรน้ำจากชลประทานที่ไม่เพียงพอ โดยเดิมเมื่อประมาณ ๒๐ ปีก่อนพื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นแหล่งทำนาที่สำคัญของชาวบ้าน มีการปลูกข้าวเพื่อบริโภค และจำหน่ายเป็นรายได้หลักของครัวเรือน แต่ในช่วงหลังนี้ประสบปัญหาน้ำไม่เพียงพอ เป็นประจำทุกปี และไม่มีระบบจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ประชาชนไม่สามารถ ทำนาได้ตามฤดูกาล สูญเสียรายได้หลัก เกิดการย้ายถิ่นฐาน และวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน ต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
๒. คลองในพื้นที่มีสภาพตื้นเขินไม่สามารถกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ทำให้ไม่สามารถนำน้ำมาใช้เพื่อการเพาะปลูกได้เพียงพอ
๓. เส้นทางคมนาคมในพื้นที่การเกษตรไม่สะดวกต่อการใช้เครื่องจักร เช่น รถไถนาและรถเกี่ยวข้าว รวมถึงการขนส่งผลผลิต ส่งผลต่อประสิทธิภาพการผลิตและต้นทุน ของเกษตรกร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้าน ข้าพเจ้าขอเสนอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อขุดลอกและปรับปรุงคลองส่งน้ำในพื้นที่ ให้สามารถกักเก็บน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรองรับการใช้น้ำเพื่อการเกษตรในระยะยาว ก่อสร้างถนนตามแนวริมคลองเพื่ออำนวยความสะดวกในการสัญจร การใช้เครื่องจักร และการขนส่งผลผลิตของการเกษตร กระผมขอฝากท่านประธานประสานไปยัง กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อดำเนินการต่อไป ขอบคุณท่านประธานครับ
๓ ท่าน ต่อไปครับ เชิญ เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข คุณประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ คุณเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ ขอเชิญ เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข กรุงเทพมหานครครับ
เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตลาดพร้าว บึงกุ่ม พรรคประชาชนครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
จากภาพฉายภาพแรก นี่คือปัญหาเดือดร้อนของพี่น้องชาวบึงกุ่มบริเวณทางเข้าชุมชนบวบขม ซอยนวมินทร์ ๖๘ ปัญหานี้ลงพื้นที่โดยคุณบิ๊ก รัชธิวรรษ์ เป็นทีมงานฝั่งบึงกุ่ม ซึ่งเป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชน ได้รับความเดือดร้อนมานาน ก็อยากจะฝากท่านประธานไปยังสำนักงานเขตบึงกุ่มหรือว่า กรมโยธาธิการและผังเมือง หรือว่า กทม. หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยดำเนินการแก้ไขครับ
ต่อมาเป็นปัญหาที่ ๒ เป็นบริเวณหน้าโรงเรียนแช่มเสริม นี่ก็เป็นอีกจุดหนึ่ง ที่นักเรียนผู้ปกครอง ตลอดจนคุณครูหรือประชาชนที่อาศัยอยู่ย่านนั้นได้รับผลกระทบ เป็นอย่างสูง จึงอยากฝาก กทม. เข้าช่วยเหลือปรับปรุงครับ
จุดที่ ๓ เป็นปัญหาหน้าห้างบิ๊กซีบริเวณซอยนวลจันทร์ ๓๖ ได้รับแจ้งจาก คุณบิ๊ก รัชธิวรรษ์ เช่นเดียวกันว่าจุดนี้ก็เป็นปัญหาที่พี่น้องได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก อย่างไรวอน กทม. ช่วงนี้ผมเชื่อว่าสามารถมีศักยภาพเพียงพอที่จะพัฒนาหรือแก้ไขปรับปรุง เพื่อแก้ไขบรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องประชาชนได้ครับ
ต่อมาเป็นปัญหาในเขตลาดพร้าว จากภาพฉายจะพบว่านี่คือบริเวณคลองน้ำแก้ว ลาดพร้าววังหิน ๑๗ ท่านประธานดูสะพานครับ นี่คือความชำรุดทรุดโทรมที่พี่น้อง ฝั่งลาดพร้าวและวังทองหลางต้องเดินข้ามไปมาหาสู่กัน สภาพเยี่ยงนี้อันตราย บริเวณนั้น ติดกับโรงเรียนวัดลาดพร้าวด้วย ลูกเด็กเล็กแดงเต็มไปหมดเลย ประเด็นนี้อยากฝากให้ทาง กรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตลาดพร้าว สำนักการระบายน้ำ หรือสำนักการโยธาช่วยแก้ไข ปัญหาบริเวณคลองน้ำแก้วนี้ให้กับพี่น้องประชาชนชาวลาดพร้าว แล้วก็ชาววังทองหลางด้วย
สุดท้ายประเด็นในเรื่องของรถขยะ ช่วงนี้อยากให้ กทม. เร่งรัดการเก็บขยะ ในพื้นที่ให้ตรงเวลาและครบถ้วนด้วยครับ ขอบคุณครับ
ต่อไป ขอเชิญคุณประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ จังหวัดปทุมธานีครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดปทุมธานี เขต ๗ หนองเสือ ธัญบุรี แล้วก็ลำลูกกานะครับ วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธาน ดังนี้นะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
เรื่องที่ ๑ และเรื่องที่ ๒ เกิดใน พื้นที่เดียวกันก็คือความเดือดร้อนของพี่น้องในพื้นที่คลอง ๑๑ ก็ได้รับเรื่องร้องเรียนมา ตรงนี้ จะเป็นน้ำมีปัญหา น้ำมีตะกอนขุ่นสีเหลืองอยู่ตรงพื้นที่ซอยบ่อตกปลาฟิชชิ่งปาร์ค คลอง ๑๑ จากปากซอยถึงคลองแอนก็จะมีปัญหาเรื่องน้ำขุ่นแล้วก็น้ำท่วม เรื่องน้ำท่วมปีที่แล้วผมได้ ปรึกษาหารือไปแล้ว ๑ รอบ แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข เวลาฝนตกไม่หนักเท่าไรน้ำก็ท่วมแล้ว แล้วก็น้ำท่วมเป็นประจำทุกครั้งประมาณ ๓๐-๔๐ เซนติเมตรตรงนี้ เพราะว่าพื้นที่ในซอย ต่ำกว่าพื้นที่ถนนใหญ่ทำให้เกิดน้ำท่วม อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแก้ไข ทั้งปรับปรุง คุณภาพน้ำประปา แล้วก็จัดการปัญหาเรื่องของน้ำท่วมด้วย เพราะหลายบ้านตรงนั้น เดือดร้อนนะครับ
เรื่องต่อมาเป็นเรื่องที่ ๓ ก็เป็นเรื่องของไฟส่องทางระหว่างถนนลำลูกกา ตรงนี้จะเป็นช่วงของคลอง ๗ ในภาพเป็นคลอง ๗ ตั้งแต่คลอง ๗ ไปถึงโรงเรียน เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ปทุมธานี ก็จะไปถึงคลอง ๘ แล้วก็เมื่อวานนี้ก็เพิ่งได้รับแจ้งมา คลอง ๕ ถึงคลอง ๖ ก็มีปัญหาเช่นกันไฟส่องทางตอนกลางคืนจะไม่เปิด ไม่ทราบว่า เกิดปัญหาอะไรขึ้น เพราะว่าผมได้ร้องเรียนตรงนี้ไปหลายรอบ แล้วก็มีการซ่อมไฟ เรียบร้อยแล้ว แต่รู้สึกว่าจะไม่เปิด ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรมทางหลวงช่วยเปิดไฟ ตอนกลางคืนด้วยเพราะว่าสุ่มเสี่ยงต่อปัญหาความเดือดร้อน แล้วก็เวลารถบรรทุกใหญ่ วิ่งสวนมาจะมองไม่เห็นเลย เป็นปัญหาของวิสัยทัศน์ในการจราจรนะครับ
เรื่องที่ ๔ ก็เป็นเรื่องสะพานไม้ริมคลอง ตรงนี้สภาพทรุดโทรมมากเลย อยู่ตรงคลอง ๑๓ ฝั่งตรงข้ามวัดพิชิตปิตยาราม อยู่ลำลูกกา ปทุมธานี ตรงนี้ผมไปเดินอยู่ สักประมาณ ๕ นาทีก็มีรถสัญจรผ่านเยอะแยะไปหมด รถมอเตอร์ไซค์ผ่าน คนเดินผ่าน ก็คือมีการใช้ชีวิตประจำวันกันทุกวัน แต่ว่าสภาพผุพังขนาดนี้ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ปัญหาด้วย ขอบคุณท่านประธานครับ
ขออนุญาต ที่ประชุมครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะทำงานประจำตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นำโดยท่านเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ สส. จังหวัดชัยภูมิ จำนวน ๓๐ ท่าน ขอบคุณมากครับ เชิญนั่งครับ ต่อไปขอเชิญคุณเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ ชัยภูมิครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม เชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ เขตเลือกตั้งที่ ๖ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอนำปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหารือผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
เรื่องแรก ตามสไลด์ที่ปรากฏ ผมได้รับการร้องเรียนจากท่าน สจ. ต่อศักดิ์ กุลกิจ แล้วก็ท่านผู้ใหญ่จักรี ไวสุวรรณ ผู้ใหญ่บ้านบ้านนาหนองทุ่ม ขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อำเภอภูเขียว ได้ขยายเขตไฟฟ้า เข้าสู่พื้นที่การเกษตรที่บ้านนาหนองทุ่ม หมู่ที่ ๗ ตำบลบ้านแก้ง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ทั้งนี้เนื่องจากว่าชาวบ้านเดือดร้อนมา แล้วก็ได้ยื่นเรื่องมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ จนกระทั่งปัจจุบันนี้ ปี ๒๕๖๘ ทางการไฟฟ้าภูเขียวได้ไปดำเนินการสำรวจแล้วก็ออกแบบประมาณการมาแล้ว ซึ่งต้องใช้งบประมาณอยู่ที่ประมาณ ๒,๙๐๐,๐๐๐ บาทเศษ แต่พี่น้องประชาชนไม่สามารถ ที่จะจ่ายเงินสมทบเข้าไปได้ เพราะฉะนั้นผมจึงต้องขอหารือท่านประธานผ่านไปยังการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคได้ช่วยจัดสรรงบประมาณให้กับพี่น้องเกษตรกรด้วยครับ เพราะว่าจะสามารถ ทำให้พี่น้องเกษตรกรกว่า ๒๐๐ ครัวเรือน หรือพื้นที่ประมาณ ๑,๐๐๐ ไร่ ที่ได้รับประโยชน์ จากไฟฟ้าเพื่อการเกษตรในครั้งนี้
เรื่องที่ ๒ ขอให้ขยายเขตไฟฟ้าเพื่อการเกษตรที่บ้านหนองแวง หมู่ที่ ๘ ตำบลโอโล อำเภอภูเขียว อันนี้ท่านผู้ใหญ่คาวี กาวิระ ได้ขอให้ผมได้มาพูดในที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรเพื่อขยายเขตไฟฟ้าที่บ้านหนองแวง บ้านที่ ๓ ก็คือขอให้ขยายเขตไฟฟ้า ที่บ้านโป่งดินดำ ตำบลบ้านแก้ง ไปจนถึงบ้านหัวคูสระ ตำบลโคกสะอาด อำเภอภูเขียว เช่นกัน และบ้านที่ ๔ บ้านดอนดู่ถึงบ้านวังหิน ตำบลบ้านเต่า อำเภอบ้านแท่น ทั้ง ๓ หมู่บ้านนี้ ก็อยากให้ทางการไฟฟ้าได้จัดสรรงบประมาณเพื่อขยายเขตไฟฟ้าให้กับพี่น้องเกษตรกร
แล้วก็เรื่องสุดท้าย ผมได้รับการร้องเรียนจากนายประดิษฐ์ เจริญธรรม นายสุวิทย์ ชนชี นายกเทศมนตรีบ้านเต่า แล้วก็ สท. บูรณี อินธิเสน ขอให้กรมทางหลวง ได้ขยายเขตผิวจราจรจาก ๒ เลนเป็น ๔ ช่องจราจร ในทางหลวงสาย ๒๓๘๙ บริเวณ หน้าเทศบาลตำบลบ้านเต่า เนื่องจากบริเวณนี้การจราจรคับคั่ง เป็นชุมชนใหญ่และเกิด อุบัติเหตุบ่อยครั้ง ซึ่งทางหลวงได้สำรวจออกแบบเรียบร้อยแล้ว ประมาณการเรียบร้อยแล้ว แต่ยังขาดแคลนงบประมาณ จึงขอให้กรมทางหลวงได้พิจารณาจัดสรรงบประมาณไป เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนตามที่ผมได้กราบเรียนมาด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ๓ ท่านต่อไปขอเชิญคุณชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ คุณพลากร พิมพะนิตย์ คุณสกล สุนทรวาณิชย์กิจ เชิญท่านชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ราชบุรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๕ พรรคกล้าธรรม วันนี้ขออนุญาตที่จะหารือในเรื่องของตลาดน้ำดำเนินสะดวก ซึ่งเป็นตลาด ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านริมคลองที่สืบทอดกันมาเป็นเวลาช้านาน ไม่ว่าจะเป็น การค้าขายทางเรือ อาหารพื้นบ้าน สินค้าท้องถิ่น ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชน เท่านั้น แต่ยังเป็นเอกลักษณ์ไทยที่โดดเด่นในสายตาชาวโลก แต่ว่าในปัจจุบันนี้ตลาดน้ำดำเนินสะดวกต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งทางด้านการ เปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ซึ่งถ้าหากเราไม่อนุรักษ์ความมีชีวิตชีวา ความสวยงามนี้ไว้ ในอนาคตอาจจะเลือนหายไป ผมขอเสนอให้ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เข้ามาร่วมมือกันอนุรักษ์ความเป็น ดั้งเดิมนี้ไว้ และต่อยอดสู่วัฒนธรรมประจำชาติ ส่งเสริมให้มีกิจกรรมวัฒนธรรมท้องถิ่น และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ความสะดวกกับนักท่องเที่ยว ท่านประธานครับ การอนุรักษ์ ตลาดน้ำแห่งนี้ไม่เพียงแต่การสร้างหรือรักษาไว้ซึ่งสถานที่เท่านั้น แต่เป็นการอนุรักษ์ รากเหง้าความเป็นไทยดั้งเดิมไว้ให้ลูกหลานได้ภาคภูมิใจ และส่งต่อวัฒนธรรมอันดีงามนี้ ให้คงอยู่สืบไป จึงขออนุญาตกราบเรียนมาเพื่อพิจารณาดำเนินการ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณพลากร พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพลากร พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในวันนี้ผมมีเรื่องหารือเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนอยู่ ๒ เรื่อง
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
เรื่องถนน ท่านประธานครับ ถนนที่ ชำรุดทรุดโทรมเป็นหลุมเป็นบ่อมาเป็นเวลานานส่งผลกระทบต่อการสัญจรของพี่น้อง ประชาชน รวมถึงความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงเวลากลางคืนแสงสว่างไม่เพียงพอ ประกอบด้วย ๑. ถนนสายรอบหมู่บ้านปอแดง ตำบลนาดี อำเภอยางตลาด ๒. ถนนสายกลาง บ้านป่าแดง หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๑๓ ตำบลดอนสมบูรณ์ อำเภอยางตลาด ๓. ถนนสายกลาง บ้านโนนสามัคคี หมู่ที่ ๑๐ ตำบลดอนสมบูรณ์ อำเภอยางตลาด ๔. ถนนจากปากทางเข้า บ้านโนนหัวช้าง หมู่ที่ ๑๓ ถึงวัดช้างแก้วพัฒนาราม ตำบลนาเชือก อำเภอยางตลาด ๕. ถนนสายดอนธรรม-หอน้ำ บ้านโนนศิลาเลิง หมู่ที่ ๗ ตำบลโนนศิลาเลิง อำเภอฆ้องชัย ๖. ถนนสายบ้านหนองแปน-บ้านโนนศิลา หมู่ที่ ๑ ตำบลโนนศิลาเลิง อำเภอฆ้องชัย ๗. ถนนรอบหนองสาธารณะหนองพลสีแดง บ้านห้วยเตยคำ หมู่ที่ ๖ ตำบลเว่อ อำเภอ ยางตลาด ๘. ถนนสายบ้านห้วยเตยคำ หมู่ที่ ๖ ไปบ้านหนองพลสีแดง ตำบลเว่อ อำเภอยางตลาด
ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องน้ำประปาไม่ได้คุณภาพ บ้านห้วยเตยคำ หมู่ที่ ๖ ตำบลเว่อ อำเภอยางตลาด เนื่องจากระบบน้ำประปาแบบผิวดินที่ใช้น้ำจากแหล่งน้ำ ธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนน้ำจะขุ่นมากจนไม่สามารถนำมาใช้อุปโภคบริโภคได้ อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากระบบกรองที่มีอยู่ยังไม่สามารถรองรับปริมาณตะกอนได้ อย่างเพียงพอ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนอย่างมาก ผมจึงขอเรียน ผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเร่งแก้ปัญหาให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ต่อไป ขอเชิญคุณสกล สุนทรวาณิชย์กิจ ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สกล สุนทรวาณิชย์กิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๔ จาก พรรคประชาชน วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือต่อท่านประธาน จำนวน ๓ เรื่อง ขอสไลด์ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
เรื่องที่ ๑ ขอปรึกษาหารือถึงปัญหา สิ่งกีดขวางคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ช่วงคลอง ๑ ถึงคลอง ๒ ซึ่งมีซากเรือจมขนาดใหญ่ กีดขวางลำน้ำมาเป็นระยะเวลายาวนานหลายปี เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ แล้วยัง ก่อให้เกิดทัศนะอุจาด ที่น่ากังวลใจยิ่งกว่าคือเมื่อกระผมได้ประสานงานในพื้นที่เพื่อแก้ไข ปัญหากลับไม่มีหน่วยงานใดมีอำนาจและเป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินการ ดังนั้นกระผม จึงขอปรึกษาหารือผ่านท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน กรมเจ้าท่า อบจ. ปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี อำเภอธัญบุรี และเทศบาลนครรังสิต ได้โปรดมีคำสั่งที่ชัดเจนในการนำ ซากเรือออกจากลำคลองโดยเร็วที่สุดครับ
เรื่องที่ ๒ สืบเนื่องจากปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซากบนถนนพหลโยธิน ผมได้ ลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้นและพบข้อสังเกตที่น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะบริเวณฝั่งหน้าตลาด กินซ่าที่ระดับน้ำในท่อระบายน้ำทั้ง ๒ ฝั่งของถนนมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ว่าระบบท่อระบายน้ำใต้พื้นถนนอาจเกิดการชำรุด ทำให้การระบายน้ำ เป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ หากปล่อยทิ้งไว้จะก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมรอระบาย ผมจึงขอ ปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง และแขวงทางหลวงปทุมธานี ให้เร่งส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบระบบท่อระบายน้ำใต้ถนน พหลโยธินในบริเวณดังกล่าวอย่างละเอียด และดำเนินการซ่อมแซมแก้ไขโดยด่วนครับ
เรื่องที่ ๓ สำหรับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากบนถนนพหลโยธิน และบนถนน รังสิต-ปทุมธานี ผมก็พบว่าเทศบาลในพื้นที่ทั้งสองไม่ได้นิ่งนอนใจที่จะแก้ปัญหา จึงขอใช้ พื้นที่สภาแห่งนี้กล่าวชื่นชมไปยังท่านนายกเทศมนตรีนครรังสิต และท่านนายกเทศมนตรี เมืองคลองหลวงที่ได้ทำงานเชิงรุกเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน อย่างจริงจัง และทราบว่ากำลังจะมีโครงการก่อสร้างท่อระบายน้ำลอดใต้ถนนพหลโยธิน เพื่อผันน้ำไปยังคลอง ๑ และท่อระบายน้ำใต้ถนนรังสิต-ปทุมธานีเพื่อผันน้ำจากหมู่บ้าน รัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปีไปลงคลองรังสิตประยูรศักดิ์ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน การทำงานที่เข้มแข็งของท้องถิ่นทั้ง ๒ แห่งนี้ถือเป็นแบบอย่างที่ดีของการแก้ปัญหาที่ต้นตอ เพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่หลุดพ้นจากวงจรปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากเสียที ขอบคุณครับ
๓ ท่าน ต่อไปครับ คุณชัชวาล แพทยาไทย คุณวิชัย สุดสวาสดิ์ คุณรัชนก สุขประเสริฐ ขอเชิญ คุณชัชวาล แพทยาไทย ร้อยเอ็ดครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายชัชวาล แพทยาไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๗ พรรคไทยสร้างไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธานเพียงเรื่องเดียวครับ เป็นปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องลูก ๆ หลาน ๆ ชาวโรงเรียนปทุมรัตต์พิทยาคม ซึ่งผมได้รับ เรื่องจากท่านผู้อำนวยการไพรวัลย์ สมภูงา
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
โรงเรียนปทุมรัตต์พิทยาคมมีนักเรียน ๑,๗๗๖ คน จัดการเรียนการสอนมาแล้ว ๕๑ ปี มีอาคารเรียนหลักอยู่ประมาณ ๔ หลัง ในวันที่ ๒๕ เมษายนปีที่แล้วปี ๒๕๖๗ เกิดฝนตกครับในพื้นที่อำเภอปทุมรัตต์ ส่งผลให้ อาคารเรียนแบบ ๒๑๖ ก ซึ่งมีอายุ ๔๙ ปีได้รับความเสียหายจากฝนตกในวันนั้น เสาอาคาร พังลงมา ทางผู้อำนวยการโรงเรียนและคณะครูได้ส่งเรื่องไปยังหน่วยเหนือ และได้รับ คำชี้แนะให้รื้ออาคารดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ในขณะเดียวกันก็ส่งเรื่องเพื่อขอรับงบประมาณ ในการก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ แต่จากวันนั้นถึงวันนี้ ๑ ปีกับอีก ๔ เดือนไม่มี งบประมาณลงไปเพื่อที่จะก่อสร้างอาคารหลังใหม่ ส่งผลให้ลูก ๆ หลาน ๆ ชาวปทุมรัตต์ พิทยาคมขาดแคลนห้องเรียนที่จะใช้จัดการเรียนการสอนอยู่ทั้งหมด ๑๖ ห้องเรียนครับ เป็นจำนวนที่เยอะมากท่านประธานครับ ตอนนี้ลูก ๆ หลาน ๆ ชาวปทุมรัตต์พิทยาคม ต้องเรียนใต้ร่มไม้บ้าง ใต้อาคารประชุมบ้าง ใต้อาคารทั่วไปบ้าง เรียนเสริมบ้าง นี่ไม่ใช่ บรรยากาศในการเรียนการสอนที่ดี ผมจึงขออนุญาตหารือผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงาน หน่วยเหนือ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานเขตการศึกษาพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด แล้วก็ทาง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการช่วยอนุมัติงบประมาณและเร่งรัดการแก้ไขปัญหานี้ อย่างเร่งด่วนด้วยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ โรงเรียนที่ดีที่สุดคือโรงเรียนที่ใกล้บ้านที่สุด แต่ขณะนี้โรงเรียนใกล้บ้านที่สุดไม่มีความพร้อมที่จะจัดการเรียนการสอน นี่คืออุปสรรค ระดับชาติ วิงวอนหน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนด้วยความเคารพครับ ท่านประธานครับ
ต่อไป คุณวิชัย สุดสวาสดิ์ ชุมพร เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร เขต ๑
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
กระผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านกำนัน ธีรเดช รุ่งเรือง กำนันตำบลปากแพรก ท่านผู้ใหญ่ธีรศักดิ์ เดชทุ่งคา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๕ ผู้ใหญ่ณัทธณกร ช่วยเต็ม หมู่ที่ ๒ ตำบลปากแพรก ด้วยถนนทางหลวงชนบท ชพ. ๒๐๑๐ บริเวณวัดเชิงคีรี หมู่ที่ ๕ ตำบลปากแพรก อำเภอสวี จังหวัดชุมพร เพิ่งจะทำแล้วเสร็จ ตีเส้นเรียบร้อย ทำเครื่องหมายเรียบร้อย แต่ถนนทรุดตัวเกิดการชำรุดเสียหายเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นผมอยากจะนำเรียนท่านประธานฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ ทางหลวงชนบท กระทรวงมหาดไทย ช่วยไปดูแลเป็นภาษีของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น พี่น้องประชาชนมีสิทธิที่จะท้วงติงมา ทำไม่กี่เดือนชำรุดเสียหายเป็นอย่างมาก ก็ขอนำเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับ
เรื่องที่ ๒ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องชาวเทศบาลปากน้ำ พี่น้องชาว ตำบลปากน้ำ และพี่น้องชาวจังหวัดชุมพรในเขตเมืองในเรื่องของสายโทรศัพท์ที่ระโยงระยาง ทั่วทั้งพื้นที่ โดยเฉพาะที่เสาไฟ ชุมพรเป็นเมืองท่องเที่ยว แต่สิ่งนี้ปรากฏมาเป็น ๑๐ ปีแล้ว โดยเฉพาะในเรื่องของหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบยังโอนกันไปโอนกันมา โดยเฉพาะ กสทช. โอนไปให้ไฟฟ้า ไฟฟ้าก็โอนให้ กสทช. เพราะฉะนั้นผมนำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ที่พี่น้องประชาชนเขาเดือดร้อน เขาดูไม่สะอาดตา เขามัดรวมกันทำให้เกิดความไม่สวยงาม กับพื้นที่ โดยเฉพาะตำบลปากน้ำนั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวเข้าไปสู่พื้นที่ อย่างมาก เพราะฉะนั้นก็ขอนำเรียนท่านประธานขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูแลและแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน มีประมาณ ๓๐-๔๐ เส้น แต่ใช้จริงประมาณไม่เกิน ๕-๖ เส้น ก็ขอนำเรียนท่านประธานครับ สิ่งนี้อย่าปล่อยให้โยงกันไปโยงกันมาจนพี่น้องประชาชน เดือดร้อนและร้องเรียนมา ผมขอนำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ขอบคุณมากครับ
ต่อไป ขอเชิญคุณรัชนก สุขประเสริฐ สมุทรปราการครับ
เรียนประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวรัชนก สุขประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ สมุทรปราการ พรรคประชาชนค่ะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
เป็นเรื่องของถนนสุขุมวิท บางปู เนื่องจากถนนเส้นนี้ดิฉันได้เคยปรึกษาหารือในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้มากกว่า ๕ ครั้งแล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๖๗ ก็พูดเรื่องนี้ ปี ๒๕๖๘ ก็พูดเรื่องนี้ และคิดว่าปี ๒๕๖๙ อาจจะไม่ได้พูดเรื่องนี้แล้ว เรื่องของโครงการนำสายไฟลงใต้ดิน เป็นโครงการของการไฟฟ้า นครหลวง ซึ่งถนนเส้นนี้อยู่ในความรับผิดชอบของแขวงการทางสมุทรปราการ แต่ตลอด ระยะเวลาของการก่อสร้างถนนเส้นนี้ต้องบอกว่าจริง ๆ แล้ววัตถุประสงค์ของโครงการดี แต่ว่าขั้นตอนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบมักจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุหลาย ๆ ครั้ง ในถนนเส้นนี้ เนื่องจากมีการคืนผิวไม่เรียบร้อย อย่างบางทีนึกอยากจะเทยางมะตอย ผิดช่วงเวลาก็เท สภาพหลุมจากภาพจะเห็นได้ว่าก็ไม่เสมอกับถนนทั่วไปทำให้รถยนต์ที่วิ่งมา ล้อตกหลุมอยู่บ่อยครั้ง และที่หนักที่สุดของถนนเส้นนี้รถดับเพลิงยังเคยคว่ำมาแล้ว ดิฉันพูด ในสภาแห่งนี้ไปแล้ว ที่ดิฉันย้ำว่ามากกว่า ๕ ครั้ง แต่ปัญหาเหล่านี้ไม่เคยได้รับการแก้ไขเลย ต้องบอกยืนยันว่าไม่เคยได้รับการแก้ไขเลย ดิฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าสรุปแล้วปัญหา ที่ดิฉันนำมาสะท้อนให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ถูกไปถึงหน่วยงานหรือเปล่า แล้วหน่วยงาน รับทราบบ้างหรือเปล่าว่าประชาชนเดือดร้อนขนาดไหน
เรื่องต่อไปเรื่องที่ ๒ แจ้งปิดการจราจรบริเวณถนนแพรกษา ซอยแพรกษา ที่ ๔ และซอยแพรกษาที่ ๖ ชั่วคราว เริ่มวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๖๘ จนถึงวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๘ ทำให้พี่น้องประชาชนต้องจอดรถไว้บริเวณด้านนอกของซอย ดิฉันจึงขอฝากทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่เทศกิจช่วยอำนวยความสะดวก แล้วก็ช่วยกันดูแลทรัพย์สิน ในเวลากลางคืนให้กับพี่น้องประชาชนที่เขาต้องจอดรถไว้บริเวณริมถนนด้านนอกด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
ต่อไป ๓ ท่าน คุณสุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ คุณองค์การ ชัยบุตร คุณพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ เชิญคุณสุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี เขต ๗ พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันขอหารือปัญหาเร่งด่วน อย่างแรงของพี่น้องประชาชนของดิฉันที่ทำการเกษตรปลูกมันสำปะหลัง ขณะนี้ทั่วทุกพื้นที่ ฝนตกดีเหลือเกิน ฝนตกหนัก ซึ่งได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อไร่มันสำปะหลังของ พี่น้องเกษตรกรของดิฉัน เพราะเมื่อน้ำมีปริมาณมากก็ได้ส่งผลทำให้น้ำท่วมขังอยู่ใน ไร่มันสำปะหลัง ทำให้มันฮึม มันฮึมคืออะไรคะ มันฮึมคือมันเหน่า มันเน่าหมดเลยค่ะ ปีที่ผ่านมาก็ขาดทุนอย่างหนักเพราะราคามันสำปะหลังตกต่ำ มาปีนี้พี่น้องประชาชนก็มี ความหวังว่าขุดมันสำปะหลังปีนี้จะได้หัวใหญ่ ๆ ไปขายราคาดี ๆ ก็ทุกข์ซ้ำทุกข์ซ้อน มันสำปะหลังเน่าหมดแล้ว วันนี้ดิฉันจึงตั้งใจเพื่อที่จะมาพูดแทนพี่น้องประชาชนของดิฉัน มาขอแทนพี่น้องประชาชนของดิฉันว่าขอฝากท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านธรรมนัส พรหมเผ่า ท่านคือความหวังของพวกเรา ขอให้ท่านได้โปรดพิจารณาช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องที่ปลูกมันสำปะหลังด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ จากที่ดิฉันได้ลงพื้นที่เยี่ยมพี่น้องประชาชนก็ได้ยินทุกวันจาก พี่น้องประชาชนทุกหมู่บ้านก็คือเรื่องของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนที่ได้ก็ดีใจค่ะ คนที่ไม่ได้ ก็นั่งมอง คนที่ได้ก็กดแล้วกดอีก เงินพิเศษ เงินรายเดือน แต่คนที่ไม่ได้ก็ไม่ได้เลยค่ะ การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนนั้นดีดิฉันเห็นด้วย แต่ดิฉันขอเรียนท่านประธานว่า บัตรสวัสดิการนั้นไม่สามารถบ่งบอกได้ว่าใครจนกว่าใคร ไม่สามารถยืนยันได้ว่าใครลำบาก กว่าใคร ดิฉันอยากจะขอให้รัฐบาลได้พิจารณาทบทวนให้เกิดความเท่าเทียมกันในสังคม ลดความขัดแย้งกันในชุมชน ถ้าจะคัดกรองใหม่ก็จะเสียเวลา ดิฉันขอเสนอให้ยกเลิกไปเสีย แล้วเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดโดยการพิจารณาให้ไปเลยทุกคน หรือให้ไปทุกหลังคาบ้านก็ได้ เพราะดิฉันเชื่อว่าวันนี้คนเราทุกคนไม่มีใครลำบากไปกว่าใครค่ะ
เรื่องที่ ๓ ดิฉันขอพูดแทนพี่น้องประชาชนผู้พิการ ขอหารือในส่วนของ การพิจารณาหลักเกณฑ์ของผู้พิการ คนหูหนวกก็มีบัตรพิการ แขนขาดก็มีบัตรพิการ ขาขาด ก็มีบัตรพิการ แต่ทำไมคนตาบอด เขาถึงต้องมีเงื่อนไขว่าถ้าตาบอดข้างเดียวจะไม่เรียกว่า คนพิการ ไม่ได้รับบัตรผู้พิการ อันนี้ดิฉันจึงขอฝากท่านประธานหารือไปถึงกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้โปรดเห็นใจพี่น้องผู้พิการทางสายตา ได้โปรด พิจารณาหลักเกณฑ์ให้พวกเขาด้วยเถอะค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปครับ ขอเชิญคุณองค์การ ชัยบุตร ครับ
กราบเรียนท่านประธาน กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคประชาชน คนมุกดาหาร ลูกหลานชาวนา
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธาน กระผมได้รับ ข้อร้องเรียนจากผู้ใหญ่ณรงค์ ศรีแจ่ม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๓ บ้านป่าตาว ตำบลไทยเจริญ อำเภอไทยเจริญ จังหวัดมุกดาหาร กรณีถนน ๒ เส้นทางในพื้นที่ที่สร้างมาแล้วประมาณ ๑๐ ปีไม่ได้รับการดูแล เป็นหลุมเป็นบ่อ ไม่ทราบว่าจะเป็นบ่อเลี้ยงปลาหรือเลี้ยงอะไร ฝากท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ช่วยกำกับ เร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนกลางและในพื้นที่ได้ช่วยกันเร่งรัดปรับปรุงเป็นการใหญ่ด้วย ท่านประธาน
เรื่องต่อมา กระผมเคยติดตามถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสะพาน ข้ามอ่างเก็บน้ำห้วยขี้เหล็กของเทศบาลนิคมคมคำสร้อยและตำบลนิคมคำสร้อย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร แต่หน่วยงานตอบแผนเก่าที่ผ่านมาแล้ว ๓ ปี ตอบแผนปี ๒๕๖๑ ถึงปี ๒๕๖๕ ท่านประธาน ผมอยากให้ตอบตัวใหม่โครงการใหม่ที่ท้องที่ ท้องถิ่นได้ผ่านมาแล้ว ได้มีมติออกมาแล้วว่าหน่วยงานได้ทำถึงไหน ส่วนกลางรับทราบ หรือยัง อันนี้เขาเรียกความคืบหน้า อันนั้นถอยหลังครับท่านประธาน ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้ช่วยกำชับให้หน่วยงานได้ติดตามให้ผมหน่อย ชาวบ้านถามมาผมตอบ ไม่ถูก มันเป็นความเดือดร้อนของชาวบ้าน ขอบคุณท่านประธานมากครับ
ต่อไปครับ ขอเชิญคุณพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ พิษณุโลกครับ
กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีข้อหารือค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ประเด็นที่ ๑ ในพื้นที่ ลุ่มน้ำยมฝั่งซ้าย ซึ่งอยู่ในโครงการบางระกำโมเดล ซึ่งรับน้ำยมจากแม่น้ำยมสายเก่าลงสู่ คลองบางแก้วของอำเภอบางระกำ พื้นที่นี้รับน้ำได้สูงสุดถึง ๔๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันรับน้ำเต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว และรับหน่วงน้ำถึง ๔ เดือน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม จนถึงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ท่านประธานคะ พี่น้องประชาชนเล่าให้ดิฉันฟังว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน ได้ทำ MOU ให้กับพี่น้องว่าขอให้พี่น้องเข้าสู่ พื้นที่ชลประทานและรับหน่วงน้ำไว้ที่ ๔๑ ร.ท.ก. แต่วันนี้จากภาพที่เห็น ๒๔ กันยายน ๒๕๖๘ ระดับน้ำอยู่ที่ ๔๒.๒๙ ร.ท.ก. ซึ่งเกินกว่า ข้อตกลงไป ๑.๒๙ เมตร และในปี ๒๕๖๗ พี่น้องก็รับน้ำอย่างนี้ใน ๔๒.๗๙ ร.ท.ก. ซึ่งเป็น ปริมาณน้ำที่สูงกว่าความเป็นจริงมาก พี่น้องของดิฉันในพื้นที่บางระกำโมเดลต้องทน ทุกข์ระทมเกิดความหวาดระแวง ความเครียดจากสภาวะเศรษฐกิจไม่พอ น้ำท่วม รายรับ ก็ไม่มีเพียงพอกับรายจ่าย และเงินชดเชยเยียวยาน้ำท่วมมีกฎเกณฑ์ที่ไม่ตอบรับกับพื้นที่ บางระกำ เพราะเป็นพื้นที่น้ำหลากแต่น้ำท่วมขังยาวนานถึง ๔ เดือน พี่น้องประชาชน พยายามที่จะดิ้นรนเพื่อที่จะให้ตัวเองได้รับความเสียหายน้อยที่สุด แต่พยายามเท่าไร ก็ไม่สามารถที่จะสู้กับระดับน้ำที่สูงมากขึ้นในทุกปีได้ ใต้ถุนบ้านอาจจะรอดพ้นจากน้ำ แต่พวกเขาถูกตัดขาดจากการสัญจรทางรถโดยสิ้นเชิง ต้องใช้เรือสัญจรเท่านั้น ท่านประธานคะ ดิฉันจึงขอให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการ ๑. ขอให้ช่วยเหลือ ค่าครองชีพเพื่อลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนในช่วงที่เป็นพื้นที่รับหน่วงน้ำนานถึง ๔ เดือน และ ๒. ปรับปรุงการระบายน้ำในคลอง DR 15.8 ซึ่งจากเดิมระบายน้ำได้ ๖๐ ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที ให้ระบายได้เพิ่มเป็น ๒ เท่า หรือ ๑๒๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดผลกระทบ การเกิดอุทกภัยในเขตพื้นที่บางระกำโมเดล ขอบคุณค่ะ
ต่อไปครับ ๓ ท่านสุดท้าย คุณรัฐ คลังแสง คุณสังคม แดงโชติ คุณอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ เชิญคุณรัฐ คลังแสง มหาสารคามครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม รัฐ คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม เขต ๖ อำเภอกันทรวิชัย อำเภอเชียงยืน และอำเภอชื่นชม ขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธานถึงปัญหาความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ดังนี้
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ปัญหาที่ ๑ คือการขอให้ปรับปรุง ซ่อมแซมถนนที่ชำรุดเสียหายทั้งหมด ๔ เส้น ๑. เป็นถนน อบจ. มหาสารคาม มค.ถ. ๑-๐๐๖๘ จากปากทางถนนหลวง หมายเลข ๑๒ ถึงบ้านหนองมันปลา ตำบลกู่ทอง อำเภอเชียงยืน เส้นที่ ๒ เป็นถนน อบจ. มหาสารคาม มค.ถ. ๑-๐๐๗๐ จากบ้านท่ากระเสริม ตำบลเสือเฒ่า ถึงบ้านหลุบแซง ตำบลหนองกุง อำเภอชื่นชม เส้นที่ ๓ เป็นถนน อบจ. มหาสารคาม จากบ้านหนองหว้า อำเภอชื่นชม ถึงบ้านหัวดง อำเภอห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์ เส้นที่ ๔ เป็นถนน อบจ. มหาสารคาม มค.ถ. ๑-๐๐๖๒ จากมหาวิทยาลัย มหาสารคามผ่านบ้านดอนหน่อง บ้านหนองขาม บ้านโพนงาม และบ้านดอนดู่ อำเภอ กันทรวิชัย ทราบว่าเบื้องต้นทางท่านนายก อบจ. มหาสารคามได้จัดสรรงบประมาณบางส่วน มาซ่อมแซม แต่ด้วยงบประมาณที่จำกัดจึงขอให้ อบจ. ได้ช่วยบริหารเงินสะสม หรือขอ งบอุดหนุนเฉพาะกิจจากสำนักงบประมาณเพื่อมาแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนด้วยครับ
ปัญหาถัดไป เป็นเรื่องของการขอให้ติดตั้งไฟแสงสว่างบนถนนหลวง จำนวน ๔ เส้น ๑. ถนนหลวง หมายเลข ๒๓๒๒ ช่วงกิโลเมตรที่ ๕๖-๕๘ บริเวณช่วง วัดป่าบ้านจานสามัคคี บ้านจาน อำเภอเสือเฒ่า อำเภอเชียงยืน จุดที่ ๒ เป็นถนนหลวง เส้น ๒๓๒๒ ช่วงกิโลเมตรที่ ๔๘-๕๓ บริเวณช่วงบ้านหมากหญ้า ถึงบ้านโนนสวรรค์ ตำบลเสือเฒ่า อำเภอเชียงยืน เส้นที่ ๓ เป็นถนนหลวง หมายเลข ๒๓๒๒ ช่วงกิโลเมตร ที่ ๔๒-๔๔ บริเวณช่วงปั๊ม ปตท. มั่นนิมิต ถึงบ้านโคกสูง อำเภอเชียงยืน เส้นที่ ๔ เป็นถนนหลวง ๒๒๖๘ ช่วงกิโลเมตรที่ ๑๑-๑๒ บริเวณช่วงโรงงานแหอวนขอนแก่น ถึงบ้านหนองผักแว่น ตำบลเหล่าดอกไม้ อำเภอชื่นชม จังหวัดมหาสารคาม ขอให้หน่วยงาน ที่รับผิดชอบนั่นก็คือแขวงทางหลวงขอนแก่นที่ ๑ ช่วยบรรจุแผนงานโครงการ เพื่อของบประมาณจากกรมทางหลวงต่อไป เพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนครับ กราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปครับ ขอเชิญคุณสังคม แดงโชติ ประจวบคีรีขันธ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมานำเรียนต่อ ท่านประธานจำนวน ๒ เรื่อง
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
เรื่องแรก เป็นเรื่องที่ผมเคยนำมาหารือในสภาเมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๘ เรื่องโครงการสะพานเกือกม้าข้ามทางรถไฟบริเวณจุดตัดทางรถไฟหลังโรงเรียนประจวบ วิทยาลัย ถนนเกาะหลัก อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ที่ยังไม่ได้เห็นถึงความคืบหน้าเลยครับ ท่านประธาน และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาผมก็ยังได้รับหนังสือร้องเรียนจากท่าน สจ. จตุรงค์ เขียวหวาน ท่านนายกกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ และพี่น้อง ประชาชนที่อยู่ในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ว่าสะพานเกือกม้าข้ามทางรถไฟ ดังกล่าวนั้นมีผิวการจราจรขรุขระมากครับท่านประธาน เป็นคลื่นเป็นลอนเหมือนสะพาน ยังไม่พร้อมใช้งาน และสะพานดังกล่าวนี้ไม่มีแผงกั้นกันเสียง ป้องกันเสียง รวมถึงป้องกัน อุบัติเหตุได้ อีกทั้งสะพานแห่งนี้ทางลงทั้ง ๒ ทางไม่มีวงเวียนจราจรเพื่อระบายรถไม่ให้เกิด ความสับสนในการขับขี่ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ยิ่งโดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วน ผู้ปกครอง ไปส่งลูกหลานไปโรงเรียนประจวบวิทยาลัย ไปวิทยาลัยเทคนิคประจวบมีนักเรียนมากกว่า ๕,๐๐๐ คน ยังไม่รวมถึงผู้สัญจรไปมาทั่วไปอีก คือการจราจรวุ่นวายมากในเส้นนี้ เป็นเหมือน เส้นเลือดใหญ่ของการเดินทางในเขตเทศบาลเมือง และยังไม่มีสะพานสำหรับคนเดินเท้า ข้ามทางรถไฟเหมือนกับจุดตัดรถไฟในจุดอื่น ๆ ล่าสุดที่ผมได้ไปรับเรื่องร้องเรียนมาก็จะเห็น ตามสไลด์ก็จะมีน้อง ๆ นักเรียนจะข้ามทางรถไฟก็ต้องเดินบนสะพานเกือกม้าที่มีรถวิ่งไป วิ่งมาอยู่ตลอดเวลา มันควรจะเห็นภาพอย่างนี้จริง ๆ หรือครับท่านประธาน
และประเด็นสุดท้าย อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบสะพาน เกือกม้าข้ามทางรถไฟตั้งแต่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์จนถึงอำเภอบางสะพานน้อยเลย เพราะว่าผมก็ทราบมาว่าเป็นปัญหาคล้ายคลึงกัน เพราะว่าผู้รับเหมาเดียวกัน ผมจึงขอ นำเรียนผ่านท่านประธานไปยังผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม ได้โปรด ช่วยสั่งการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อย่างเร่งด่วนด้วยครับ
อีก ๑ เรื่องครับท่านประธาน ขอเวลาสักครู่ครับ ผมเองและท่านโยธาธิการ และผังเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้ลงพื้นที่ดูจุดเสี่ยงแยกโรงเรียนบ้านหนองบัว ตำบลปากน้ำปราณที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และครั้งล่าสุดก็ทำให้มีผู้สูญเสียชีวิต อยากให้ช่วย เร่งแก้ไขติดตั้งไฟจราจรพร้อมทางม้าลายเพื่อลดอุบัติเหตุในแยกโรงเรียนบ้านหนองบัว เพื่อความปลอดภัยของน้อง ๆ นักเรียน ผู้ปกครอง พี่น้องประชาชนในพื้นที่ รวมถึง นักท่องเที่ยวที่สัญจรผ่านไปผ่านมาโดยไม่คุ้นชินพื้นที่ ด้วยความห่วงใยของท่านผู้ใหญ่ เลิศพันธุ์ แก้วพิมพ์ และสมาชิก อบต. อุบล จั่นเพชร พร้อมองค์การบริหารส่วนตำบล ปากน้ำปราณ ผมจึงขอนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ กรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อดำเนินการเร่งรัดแก้ไขปัญหาอย่าง เร่งด่วนด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ต่อไป ท่านสุดท้าย เชิญคุณอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ชัยภูมิครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๗ พรรคกล้าธรรม ท่านประธานครับ กระผมมีเรื่องปรึกษาท่านประธานอยากให้นำเรียนไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓ ประเด็น ดังนี้
เรื่องที่ ๑ เรื่องปัญหาห้องน้ำไม่สะอาดในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ของจังหวัดชัยภูมิ นั่นก็คือพื้นที่มอหินขาว ซึ่งมีชื่อว่าเป็น Stonehenge ของประเทศไทย แต่ว่าล่าสุดก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาหลายราย แต่ได้พากันบ่นบอกว่าตอนนี้ห้องน้ำยังไม่ค่อยดี เท่าที่ควร ก็อยากจะฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลเรื่องนี้นะครับ
เรื่องที่ ๒ ปัญหาของการขาดไฟฟ้าส่องสว่างในสนามกีฬาของอำเภอ คอนสวรรค์ รวมถึงเรื่องปัญหาความชำรุดของลู่วิ่งของสนามกีฬาดังกล่าว ก็สืบเนื่องจาก สนามกีฬาอำเภอคอนสวรรค์เป็นสนามกีฬาที่พี่น้องประชาชนจำนวนมากของอำเภอ คอนสวรรค์ได้มาใช้ มาเล่นกีฬา กีฬาต่าง ๆ ของชุมชนก็จะจัดอยู่ตรงนี้ เป็นศูนย์กลางของ อำเภอ แต่ว่าอย่างไรก็ตามขณะนี้เล่นได้ถึงประมาณสัก ๖ โมง ๑ ทุ่ม ๒ ทุ่มก็เล่นไม่ได้แล้ว เพราะว่าเป็นเวลามืดแล้วก็ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง ถ้ามีไฟส่องสว่างที่ดีสนามกีฬาแห่งนี้ก็จะมี เยาวชนเข้ามาใช้บริการมากขึ้น ก็จะเป็นการดึงเยาวชนให้ออกจากเรื่องของยาเสพติด แล้วก็ เป็นการส่งเสริมสุขภาพของพี่น้องในพื้นที่
เรื่องถัดมา เรื่องของอำเภอแก้งคร้อ ซึ่งปัจจุบันนี้อำเภอแก้งคร้อเป็นอำเภอ ที่มีประชากรหนาแน่นติดอันดับของจังหวัดชัยภูมิ น่าจะติดลำดับประมาณ ๑ ใน ๓ ของจำนวนประชากรหนาแน่น รวมถึงเรื่องของมูลค่าเศรษฐกิจที่มีมูลค่าเศรษฐกิจติดลำดับ ต้น ๆ ของจังหวัดชัยภูมิ แต่ว่าวันนี้อำเภอแก้งคร้อยังคงไม่มีสนามกีฬากลางของอำเภอ จึงขอหารือท่านประธานไปยังกรมพลศึกษาด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณ ทุกท่าน ครบถ้วนจำนวน ๓๘ ท่าน ขอเรียนสมาชิก ผมได้รับมอบหมายจากท่านประธานสภา ให้ทำเรื่องนี้โดยตรง ผมก็เร่งรัดเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะชวเลขถอดเนื้อหาสำคัญ เพราะท่านสมาชิกได้หารือทั้ง ๒ วันเป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนโดยตรง เป็นเรื่องปัจจุบันทันด่วน ผมจะทำหนังสือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในนามของ สภาผู้แทนราษฎรเบื้องต้น และต่อไปถ้ายังช้าอยู่ หน่วยราชการยังไม่ตอบมาผมก็จะติดตาม อีกครั้งหนึ่ง บางหน่วยงานก็ตอบด้วยความรวดเร็วเพราะมีแผนงานอยู่ บางหน่วยงานไม่มี แผนงาน ไปใช้คำตอบที่คลุมเครือ ทางสภาเองเป็นตัวแทนท่านสมาชิกทุกท่าน เป็นสื่อกลาง ให้ท่านเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ก็ขอบคุณทุกท่านนะครับ
จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๕๕ คน
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ได้มีสมาชิกลงชื่อมาประชุม จำนวน ๒๙๗ ท่าน เป็นอัน ครบองค์ประชุมแล้วนะครับ ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการการประชุมตาม ระเบียบวาระต่อไป
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบ วาระ
๑. รับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี
ด้วยได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี จึงขอเชิญ ท่านสมาชิกโปรดยืนขึ้นรับฟังพระบรมราชโองการ ขอเชิญท่านเลขาธิการอ่านพระบรม ราชโองการครับ
“ประกาศ
แต่งตั้งรัฐมนตรี
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ
พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ ๗ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๘ แล้ว นั้น
บัดนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เลือกสรรผู้ที่สมควรดำรง ตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบต่อไปแล้ว
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรองนายกรัฐมนตรี
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
นายโสภณ ซารัมย์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี
นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นรองนายกรัฐมนตรี
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นรองนายกรัฐมนตรี
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรองนายกรัฐมนตรี
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร
และสหกรณ์
นายสุชาติ ชมกลิ่น เป็นรองนายกรัฐมนตรี
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
นายภราดร ปริศนานันทกุล เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
นายนภินทร ศรีสรรพางค์ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
นายสันติ ปิยะทัต เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง
กลาโหม
นายวรภัค ธันยาวงษ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง
การคลัง
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ
ต่างประเทศ
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ
ท่องเที่ยวและกีฬา
นายอัครา พรหมเผ่า เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ
พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ
อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย
และนวัตกรรม
นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร
และสหกรณ์
นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร
และสหกรณ์
นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง
คมนาคม
นายไชยชนก ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล
เพื่อเศรษฐกิจและสังคม
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
อีกตำแหน่งหนึ่ง
นายทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง
มหาดไทย
นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง
มหาดไทย
นางสาวศศิธร กิตติธรกุล เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง
มหาดไทย
พลตำรวจตรี รุทธพล เนาวรัตน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
นางสาวตรีนุช เทียนทอง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
วัฒนธรรม
นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
ศึกษาธิการ
นายองอาจ วงษ์ประยูร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง
ศึกษาธิการ
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
สาธารณสุข
นายวรโชติ สุคนธ์ขจร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง
สาธารณสุข
นายธนกร วังบุญคงชนะ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
อุตสาหกรรม
จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง
อุตสาหกรรม
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๑๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๘ เป็นปี ๑๐ ในรัชกาล ปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี”
เชิญนั่งครับ คณะรัฐมนตรีก็จะดำเนินการตามกฎหมายที่มีอยู่ให้ครบถ้วนเพื่อจะเข้าทำหน้าที่บริหาร ราชการแผ่นดินต่อไป
๒. รับทราบประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต
ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย เขตเลือกตั้งที่ ๗ แทนตำแหน่งที่ว่าง และคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้กำหนดให้มีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๘ เป็นวันเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขตเลือกตั้งที่ ๗ นั้น
คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงขออาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๐ และมาตรา ๑๒๗ แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ ประกาศ รายชื่อผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือนายสง่า พรมเมือง สังกัด พรรคเพื่อไทย จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
๓. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนเข้ารับหน้าที่ตาม มาตรา ๑๑๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
เนื่องจากมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ ซึ่งตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๑๕ กำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกก่อนเข้าทำหน้าที่ ผมจึงขอเชิญ นายสง่า พรมเมือง กรุณายืนขึ้นเพื่อกล่าวคำปฏิญาณตน โดยผมจะเป็นผู้กล่าวนำและโปรด ระบุชื่อของท่านด้วยในตอนต้น
(สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลือกตั้งซ่อมได้ยืนขึ้นและกล่าว คำปฏิญาณตนต่อที่ประชุมตามที่ประธานได้กล่าวนำ)
“ข้าพเจ้า นายสง่า พรมเมือง ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้ และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”
เชิญนั่งได้ครับ ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ ดังนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบันเท่าที่ มีอยู่และปฏิบัติหน้าที่ได้จำนวน ๔๙๒ ท่าน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ ๒๔๖ ท่าน
ต่อไปเป็นเรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมตามระเบียบวาระ
๔. รับทราบการพิจารณาของวุฒิสภา จำนวน ๒ เรื่อง
ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าที่ประชุมวุฒิสภาได้ลงมติเห็นชอบด้วย กับร่างพระราชบัญญัติ จำนวน ๒ ฉบับ ได้แก่
๑. ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๘ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันจันทร์ที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๘ ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว ทั้งนี้ ได้มีการส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อดำเนินการต่อไป ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๓
๒. ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๙ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันอังคารที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๘ ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการร่วมกัน พิจารณาเสร็จแล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
ต่อไป ก่อนที่ประชุมจะพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระต่อไป ผมขอปรึกษา ที่ประชุมเพื่อขอนำเรื่องคณะกรรมาธิการขอขยายเวลามาพิจารณาศึกษา ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ ขึ้นมาพิจารณาก่อน ที่ประชุมจะเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุม เห็นชอบให้ดำเนินการตามนี้นะครับ
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ
๑. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตามผลการดำเนินงานและศึกษา แนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน รวมทั้งมาตรการเยียวยาความเสียหาย ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ขอขยายระยะเวลาการปรับปรุงรายงานของ คณะกรรมาธิการ ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๘
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ คุณศักดิ์ชาย ตันเจริญ ได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะกรรมาธิการยังคงมีประเด็นในการปรับปรุงรายงานเพิ่มเติมเพื่อให้รายงานผล การพิจารณาศึกษามีความครบถ้วนสมบูรณ์ รวมทั้งได้รับฟังข้อเท็จจริงจากบุคคล ทุกภาคส่วน จึงขอขยายระยะเวลาการปรับปรุงรายงานออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๘ จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็น อย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการขยายเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปอีก ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖
๒. คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ขอขยายระยะเวลาการพิจารณา ศึกษาญัตติด่วน เพื่อพิจารณาศึกษาผลกระทบและแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจาก มาตรการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของประเทศสหรัฐอเมริกาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๘
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่าเนื่องจากประเทศ สหรัฐอเมริกาประกาศลดอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศไทย ดังนั้นเพื่อให้การพิจารณา ศึกษาเป็นไปด้วยความรอบคอบ ได้รับทราบข้อมูลข้อเท็จจริงและความเห็นที่ครบถ้วน คณะกรรมาธิการจึงขอขยายเวลาพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๘ จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการขอขยายเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปตาม ข้อบังคับ ข้อ ๑๐๒ ขอบคุณมากครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
เรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน
๑. ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายจรัส คุ้มไข่น้ำ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
เนื่องจากมีสมาชิกเสนอร่างพระราชบัญญัติที่เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย ฉบับเดียวกัน คือร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งนางสาววรรณวิภา ไม้สน กับคณะ เป็นผู้เสนอ ซึ่งผมเห็นว่าสามารถรวมระเบียบวาระการประชุมเพื่อนำมา พิจารณาพร้อมกันตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) แต่เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับ มีหลักการแตกต่างกัน ดังนั้นจะแยกการลงมติในวาระที่หนึ่งขั้นรับหลักการแต่ละฉบับ จะมีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ ผมขอดำเนินการตามนี้นะครับ
ด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอร่างพระราชบัญญัติมายัง สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๓ (๒) ซึ่งสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรได้จัดทำรายงานผลการรับฟังความคิดเห็นในการวิเคราะห์ผลกระทบ ที่อาจเกิดขึ้นจากร่างกฎหมายเพื่อประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ วรรคสอง และประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกล่วงหน้าแล้ว
ต่อไปขอเชิญผู้เสนอหลักการและเหตุผล มีคุณจรัส คุ้มไข่น้ำ และคุณวรรณวิภา ไม้สน ขอเชิญท่านแรก คุณจรัส คุ้มไข่น้ำ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๘ พรรคประชาชน วันนี้ ขออภิปรายเสนอร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยเนื้อหาสาระ ของร่างกฎหมายฉบับนี้มีดังต่อไปนี้
หลักการและเหตุผล
หลักการคือการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑
๑. แก้ไขเพิ่มเติมระยะเวลาการทำงานของลูกจ้าง แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๓
๒. แก้ไขเพิ่มเติมวันหยุดประจำสัปดาห์ของลูกจ้าง แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๘
๓. แก้ไขเพิ่มเติมสิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปีของลูกจ้าง แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๓๐
เหตุผลและความจำเป็นในการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้
โดยที่พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ที่แก้ไขเพิ่มเติม และที่ใช้บังคับในปัจจุบันมีบทบัญญัติบางประการไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน ประกอบกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ผู้ใช้แรงงานมากกว่า ๓๐ ล้านคนในตลาดแรงงาน ประสบปัญหาความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างปรากฏได้ชัด
ในการนี้เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนผู้ใช้แรงงานโดยรวม เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพิ่มอำนาจ การต่อรองซึ่งสอดรับกับการพัฒนาสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ สมควรแก้ไขเพิ่มเติมข้อกำหนด เกี่ยวกับระยะเวลาทำงาน วันหยุดประจำสัปดาห์ และสิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปี ของลูกจ้าง จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยสาระสำคัญการแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
๑. แก้ไขเพิ่มเติมระยะเวลาการทำงานของลูกจ้าง แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๓ กำหนดให้เวลาทำงานของลูกจ้างเมื่อรวมเวลาทำงานทั้งสิ้นแล้วสัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกิน ๔๐ ชั่วโมง เว้นแต่งานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของลูกจ้างตามที่ กำหนดในกฎกระทรวง เมื่อรวมเวลาทำงานทั้งสิ้นแล้วสัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกิน ๓๕ ชั่วโมง ในร่างมาตรา ๓
๒. แก้ไขเพิ่มเติมวันหยุดประจำสัปดาห์ของลูกจ้าง แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๘ กำหนดให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจำสัปดาห์ สัปดาห์หนึ่งไม่น้อยกว่า ๒ วัน โดยวันหยุดประจำสัปดาห์ต้องมีระยะห่างกันไม่เกิน ๕ วันในร่างมาตรา ๔
๓. แก้ไขเพิ่มเติมสิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปีของลูกจ้าง แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๓๐ กำหนดให้ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาแล้วครบ ๑๒๐ วัน มีสิทธิลาหยุดพักผ่อน ประจำปี ปีหนึ่งไม่น้อยกว่า ๑๐ วันทำงาน และกำหนดให้ในปีต่อมานายจ้างอาจกำหนดให้ วันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่ลูกจ้างมากกว่า ๑๐ วันก็ได้ และนายจ้างอาจกำหนดวันหยุด พักผ่อนประจำปีให้แก่ลูกจ้างโดยคำนวณให้ตามส่วนก็ได้สำหรับลูกจ้างที่ยังทำงานไม่ครบ ๑๒๐ วัน ในร่างมาตรา ๕ ท่านประธานที่เคารพ การรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้ประกอบการประเภทต่าง ๆ ที่อาจจะได้รับผลกระทบโดยตรงจาก ร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งฝ่ายที่เห็นด้วยสรุปได้ว่าร่างกฎหมายฉบับนี้มุ่งให้เกิดการส่งเสริม การจ้างงานให้มีความเท่าเทียมกันมากยิ่งขึ้น โดยขยายกรอบการจ้างงานและการปฏิบัติ ต่อลูกจ้างต้องไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุผลความแตกต่างด้านอื่น เช่น ถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ศาสนา เพศ สีผิว ความพิการ การศึกษา สถานะบุคคล หรือภูมิหลังทางสังคม เป็นต้น การลดชั่วโมงการทำงานลงเพื่อให้มีความยืดหยุ่นสามารถช่วยพัฒนาเศรษฐกิจ องค์กร และประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานให้ดีขึ้นได้ รวมถึงช่วยให้พนักงานและครอบครัว สามารถมีความสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตและการทำงาน ส่งเสริมความเสมอภาคของโอกาส และการปฏิบัติที่ทัดเทียมในการจ้างงานและอาชีพ เพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติซึ่งสอดคล้องกับ อนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ILO ฉบับที่ ๑๑๑ ว่าด้วยการเลือกปฏิบัติ ในการจ้างงานและอาชีพ พ.ศ. ๒๕๐๑ ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยสรุปได้ว่าร่างกฎหมายฉบับนี้อาจส่ง ผลกระทบต่อธุรกิจทำให้ต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้น และกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงาน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานต่อเนื่อง และนายจ้างที่มีลักษณะเป็นกิจการ ประเภท SMEs ซึ่งมีโอกาสทำให้ต้องปิดกิจการ หรือการย้ายกิจการไปเปิดในประเทศอื่น โดยมีข้อสังเกตว่าควรกำหนดข้อยกเว้นสำหรับบางอุตสาหกรรมเพื่อให้สามารถจัดวันหยุด ได้อย่างยืดหยุ่น ตลอดจนควรมีมาตรการช่วยเหลือนายจ้างที่ต้องปรับตัวกับกฎหมายใหม่ เช่น การลดภาษีหรือการให้เงินสนับสนุนสำหรับธุรกิจที่ต้องปรับโครงสร้างแรงงาน จากการวิเคราะห์ผลกระทบของร่างพระราชบัญญัตินี้พบว่ามีความสอดคล้องกันกับ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติกองทุนประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ประชาชน จะได้รับประโยชน์ กล่าวคือจะก่อให้เกิดการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนผู้ใช้แรงงาน โดยรวม เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม การคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพิ่มอำนาจการต่อรอง และเพิ่มเวลาเรียนรู้สำหรับแรงงานเพื่อพัฒนาตนเอง ซึ่งส่งเสริม ให้การจ้างงานมีความเท่าเทียมกันมากยิ่งขึ้น โดยขยายกรอบการจ้างงานและการปฏิบัติ ต่อลูกจ้างที่ไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุผลของความแตกต่างด้านอื่น รวมถึงการช่วยเหลือ พนักงานและครอบครัวให้มีความสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตและการทำงาน
ดังนั้น กระผมและคณะจึงขอเสนอร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่..) พ.ศ. .... เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมพิจารณาลงมติรับหลักการและตั้ง กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ต่อไป ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ
เป็นกฎหมายฉบับแรกนะครับ ต่อไปฉบับที่ ๒ ที่รวมพิจารณา ของคุณวรรณวิภา ไม้สน กับคณะ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน วรรณวิภา ไม้สน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ เครือข่ายแรงงาน พรรคประชาชน ดิฉันและคณะขอเสนอแก้ไขร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต้องเรียนท่านประธานแบบนี้ว่าเรามีกฎหมายคุ้มครองแรงงานมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๑ ยังมีหลายเรื่อง หลายมาตรา หลายอย่างที่ยังไม่ถูกนำมาแก้ไขเลย ทำให้ไม่สอดคล้องกับ สภาพปัจจุบันที่เป็นอยู่ แล้วก็ไม่เท่าทันกับนานาอารยประเทศ ดังนั้นดิฉันและคณะจึงขอ เสนอแก้ไขกฎหมายคุ้มครองรายงานฉบับนี้ โดยกฎหมายคุ้มครองรายงานฉบับนี้มีการรับฟัง ความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ ๒๐ มกราคม จนถึง ๑๙ กุมภาพันธ์ ก็คือต้นปีที่ผ่านมานั่นเอง มีผู้มา รับชมประมาณ ๓๐,๐๐๐ คน แล้วก็มีผู้แสดงความคิดเห็นประมาณ ๑,๕๐๐ คน แน่นอนว่า เสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยเกือบ ๙๗ เปอร์เซ็นต์ แต่ที่น่าสนใจก็คือมีกลุ่มคนที่กำลังเข้าสู่ ในวัยแรงงาน และคนที่กำลังจะเรียนจบเข้ามาสู่ตลาด ๆ แรงงานแสดงความคิดเห็น ในร่างพระราชบัญญัตินี้เยอะที่สุด โดยร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แก้ไขทั้งหมด ๔ ประเด็น หลัก ๆ สำคัญด้วยกันค่ะ
ประเด็นที่ ๑ คือการแก้ไขเรื่องการไม่เลือกปฏิบัติในที่ทำงาน โดยแก้ไข เพิ่มเติมมาตรา ๑๕ จากมาตรา ๑๕ เดิมเขียนไว้ว่าให้นายจ้างปฏิบัติต่อลูกจ้างทั้งชาย และหญิงอย่างเท่าเทียมกัน เปลี่ยนใหม่ค่ะ แก้ไขเป็นให้นายจ้างปฏิบัติต่อลูกจ้างทั้งชาย และหญิง และไม่เลือกปฏิบัติ ไม่กีดกัน ไม่ว่าจะเป็นเหตุด้วยเพศสภาพ ศาสนา ความเชื่อ หรือในเรื่องที่ทัศนคติทางการเมืองที่ไม่ตรงกัน อย่างที่บอกในพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ใช่ เรื่องใหม่อะไรเลย มีบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว แต่ว่าก็ยังมีหลายคนที่ถูกเลือกปฏิบัติ ไม่ได้เจริญเติบโตในหน้าที่การงานอย่างที่ควรจะเป็น ไม่ได้รับเข้าทำงานอย่างที่ตัวเองถนัด และมีความสามารถเพียงเพราะเหตุที่ความพิการ หรือเพศสภาพ หรือสถานะความคิดต่าง ทางการเมืองไม่ตรงกัน ดังนั้นการแก้ไขกฎหมายในมาตรานี้ก็จะเป็นการปิดช่องโหว่ให้ไม่มี การเลือกปฏิบัติในที่ทำงานต่อไปค่ะ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของวันลาเพื่อให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อไปดูแล ในครอบครัว ต้องบอกเลยว่าประเด็นนี้ถ้าให้เลือกได้ก็คงไม่มีใครอยากจะลางานหรอกค่ะ ท่านประธาน เพราะนั่นหมายความว่าเรากำลังจะเสียบุคคลอันเป็นที่รักในครอบครัว ของเราไปในช่วงชีวิตสุดท้าย และมีหลายคนที่ไม่สามารถที่จะไปดูใจคนที่เรารักได้ ไม่สามารถจะไปอยู่ในช่วงชีวิตในลมหายใจสุดท้ายของคนในครอบครัวเพียงเหตุเพราะว่า หัวหน้าไม่ให้ลาหรือลางานไม่ได้ เรื่องนี้มีหลายประเทศที่ใช้ โดยเฉพาะประเทศที่ใกล้เคียง กับเราอย่างเช่น ญี่ปุ่นหรือเกาหลีที่มีการบังคับใช้กฎหมายแบบนี้ในลักษณะนี้ แล้วก็ให้ มากด้วยปีหนึ่ง ๙๐ วันขึ้นไปเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นก็มีหลายประเทศที่นำร่องไปแล้ว อีกทั้ง เรื่องแบบนี้อย่างที่บอกท่านประธานไปตอนแรกว่าคงไม่มีใครอยากจะลา เพราะนั่นหมายถึงว่า คุณกำลังจะเสียคนในครอบครัวไป แต่ถ้ามีกฎหมายฉบับนี้ก็ถือเป็นตาข่ายรองรับให้กับ คนทำงานที่จะรับงานไปเพื่อดูแลช่วงชีวิตสุดท้ายในครอบครัวอย่างไม่ต้องมีปัญหา ในที่ทำงาน แล้วก็สบายใจทั้ง ๒ ฝ่ายค่ะ
ประเด็นที่ ๓ คือเรื่องมุมให้นมแม่ ก็คือแก้ไขมาตรา ๓๙/๒ ให้นายจ้างจัดให้มี พื้นที่ที่ปลอดภัย มิดชิด แล้วก็มีอุปกรณ์ในการจัดเก็บการปั๊มนมให้ในที่ทำงาน แล้วก็ ให้สามารถไปปั๊มนมในช่วงเวลาเป็นเวลาพักในที่ทำงานสามารถไปปั๊มนมได้ แน่นอนแม้เรา จะผ่านกฎหมายลาคลอด ๑๒๐ วันไปแล้ว แต่ก็อย่าลืมว่าทารกควรได้รับนมแม่อย่างน้อย ๑๘๐ วัน หรือมากกว่านั้นเป็นอย่างต่ำกว่า ๑๘๐ วัน เพราะฉะนั้นคุณแม่ที่เพิ่งลาคลอด และมีความจำเป็นต้องกลับเข้ามาทำงานเพื่อสร้างเศรษฐกิจ หรือเพื่อให้ได้มีค่าแรงค่าจ้าง ที่มันมากขึ้นก็ควรที่จะมีพื้นที่ปลอดภัยในที่ทำงานเพื่อปั๊มนมให้ลูก เรื่องนี้มีหลายประเทศ ที่มีมุมให้นมแม่แบบนี้ไม่ว่าจะเป็นทั้งในยุโรปหรือเอเชียเองก็ดีได้มีหลายประเทศตราเป็น กฎหมายนี้ ซึ่งระยะเวลาพักก็จะแตกต่างกันไป รวมถึงการให้ปั๊มนมให้ลูกจนลูกกี่ขวบก็จะ แตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ลงทุนน้อยมาก แต่ได้ประสิทธิภาพที่เยอะมาก การที่เด็กได้มีภูมิคุ้มกันที่ดีก็เป็นการลดต้นทุนแล้วก็ภาระของพ่อแม่ อีกทั้งยังเป็นการลงทุน ที่ต่ำ แล้วก็ทำให้เด็กเติบโตมาเป็นแรงงานที่แข็งแรงและที่ดีในอนาคตต่อไป
ประเด็นสุดท้ายก็คือวันลาในกรณีที่มีการปวดประจำเดือนโดยไม่ถือเป็น วันลาป่วย เรื่องนี้เรามีการถกเถียงกันในสังคมกันเป็นอย่างมากว่าการลาปวดประจำเดือนนั้น จะเป็นการให้สิทธิแก่แรงงานผู้หญิงมากไปหรือไม่ ต้องทำความเข้าใจกันอย่างนี้ก่อน ท่านประธาน ถ้าใครหลายคนที่มีการปวดประจำเดือน แต่คุณไม่มีปัญหาอะไรเลยในการปวด ประจำเดือนนั้นถือว่าเป็นโชคดีของท่าน แต่หลายคนไม่ได้โชคดีแบบนั้น เรื่องนี้ดิฉันเข้าใจ เป็นอย่างดีเพราะว่าตัวดิฉันเองประสบพบเจอด้วยตัวเอง เพราะทุกครั้งที่มีอาการปวด ประจำเดือนจะมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง แล้วก็มีเลือดออกมาเป็นจำนวนเยอะมาก ทำให้ในวันนั้นไม่สามารถที่จะทำงานได้ หรือฝืนตัวเองมาทำงานก็ทำงานได้อย่างไม่มี ประสิทธิภาพ แล้วก็มี ๒ ครั้งที่ดิฉันขาดโหวตสำคัญในสภาแห่งนี้เป็นเพราะเหตุจากการ ปวดท้องอย่างหนักทำให้ไม่สามารถทำงานได้ เลยตัดสินใจผ่าตัดที่จะเอามดลูกแล้วก็ รังไข่ออก ๑ ข้างเพียงพอเหตุเริ่มต้นมาจากการปวดประจำเดือนทั้งนั้น ต้องบอกว่า ในหลายประเทศมีการให้ลาปวดประจำเดือนได้ โดยเฉพาะประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง อย่างประเทศเกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น หรือแม้กระทั่งอินโดนีเซียและเวียดนามที่เขานำร่อง ไปก่อนแล้วให้มีเวลาพักการปวดประจำเดือน แล้วก็มีวันปวดประจำเดือนลาแบบนี้ได้ แล้วก็ ผลสำรวจที่ออกมามีลูกจ้างที่ลาปวดประจำเดือนจริง ๆ ไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ ท่านประธาน นั่นหมายความว่าสิ่งที่ใครหลายคนคิดว่าการปล่อยให้ผู้หญิงลาปวด ประจำเดือนได้อาจจะทำให้ทุกคนก็แห่กันลาปวดประจำเดือนซึ่งเรื่องนี้ตามสถิติแล้ว ไม่เป็นความจริงเลย เพราะอย่างที่บอกค่ะ ถ้าไม่มีปัญหาก็ถือว่าเป็นโชคดีของทุกคนที่ไม่มี ประเด็นที่จะต้องลางาน เพราะฉะนั้นการลาปวดประจำเดือนอาจจะไม่ใช่การให้สิทธิพิเศษ ต่อเพศใดต่อเพศหนึ่ง แต่อาจจะเป็นทัศนคติในเรื่องความเท่าเทียมทางเพศที่เราควรทำ ความเข้าใจกันใหม่หรือเปล่า เรื่องนี้ก็เป็นประเด็นที่ต้องถกเถียงกันในสังคมต่อไปนะคะ
ท่านประธานคะ ดังที่ดิฉันได้กล่าวมาข้างต้นทั้ง ๔ หลักการ ๔ ประเด็น ที่ควรแก้ในกฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับนี้ หลายคนอาจจะมีข้อกังวลใจ หรือหลายท่าน อาจจะมีข้อห่วงใยดิฉันเชื่อว่าเราสามารถพูดคุยแล้วก็ถกเถียงกันเรื่องเหล่านี้ในชั้น กรรมาธิการได้ แล้วก็ดิฉันก็ขอเชิญชวนให้ท่านสมาชิกทุกท่านโหวตรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ดิฉันและคณะเป็นผู้นำเสนอ ฉบับนี้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนทำงานให้มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แล้วก็มั่นคง ในการทำงานมากขึ้น แล้วก็เพื่อลดให้การไม่เลือกปฏิบัติในที่ทำงานมากขึ้น ขอบคุณ ท่านประธานค่ะ
ขอบคุณครับ ผู้เสนอหลักการและเหตุผลทั้งสองท่านครบถ้วนแล้วนะครับ ต่อไปนี้ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่มีความประสงค์จะอภิปรายแจ้งชื่อมาครั้งแรก ๗ ท่าน ท่านละ ๗ นาที เพื่อให้พวกเราคำนวณเวลาได้ถูก ท่านแรกขอเชิญคุณเซีย จำปาทอง ๗ นาที เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วนเครือข่ายผู้ใช้แรงงาน ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานทั้ง ๒ ฉบับที่นำเสนอโดยท่านจรัส คุ้มไข่น้ำ และท่านวรรณวิภา ไม้สน ผมในฐานะที่เป็นอดีตคนทำงานคนหนึ่งวันนี้ผมรู้สึกดีใจ เป็นอย่างยิ่งที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานได้กลับเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้อีกครั้ง หลังจากที่พรรคก้าวไกลได้รับเลือกตั้งเมื่อปี ๒๕๖๖ ผมและเพื่อนสมาชิก ของพรรคก้าวไกลในขณะนั้นได้ยื่นร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานเข้าสู่การพิจารณา ในที่ประชุมสภา เราเรียกกฎหมายฉบับนั้นว่ากฎหมายเปลี่ยนชีวิตคนทำงานครับ หรือเรา เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าฉบับทำงาน พักผ่อนใช้ชีวิต ผมยังจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ ๖ มีนาคม ๒๕๖๗ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้มีมติไม่รับหลักการร่างที่ผมเสนอต่อสภา หลายคน ในสภาแห่งนี้บอกว่าร่างของผมสุดโต่งเกินไป ผมเองก็ไม่แน่ใจและไม่เข้าใจว่าจะสุดโต่ง ได้อย่างไร นั่นเป็นเพียงแค่การยืนยันสิทธิที่มนุษย์คนหนึ่งพึงได้รับจากการทำงานเพียงเท่านั้นเอง ด้วยเจตจำนงอันแน่วแน่ของพี่น้องแรงงานที่มองว่าประเด็นต่าง ๆ ในกฎหมายฉบับนั้น หากได้ผ่านการพิจารณาในที่ประชุมสภาและประกาศบังคับใช้จะทำให้ชีวิตของคนทำงาน ดีขึ้นอย่างแน่นอน พวกเขายืนยันผ่านผม ผ่านเครือข่ายผู้ใช้แรงงานพรรคประชาชน รวมถึง เพื่อนสมาชิกพรรคประชาชน ขอให้พวกเรานำร่างฉบับเปลี่ยนชีวิตคนทำงานกลับมาปรับปรุง และนำกลับมาเสนอเข้าสู่สภาอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับครั้งนี้เราได้จัดแบ่งเนื้อหา ออกเป็น ๓ ฉบับ มีเหตุผลประกอบร่างใกล้เคียงกัน ได้แก่ ฉบับที่ ๑ เราเรียกว่าฉบับ มีความมั่นคงในการทำงาน ซึ่งรับผิดชอบโดยผม ฉบับที่ ๒ เราเรียกฉบับนั้นว่าฉบับมีเวลา พักผ่อน ซึ่งเสนอโดยท่านจรัส คุ้มไข่น้ำ และฉบับที่ ๓ ฉบับมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ที่เสนอโดยท่านวรรณวิภา ไม้สน ท่านประธานครับ วันนี้มี ๒ ใน ๓ ฉบับที่กล่าวมาได้เข้าสู่ การพิจารณาในที่ประชุมแห่งนี้ ยกเว้นเพียงฉบับเดียวก็คือฉบับมีความมั่นคงในการทำงาน ของผมเท่านั้น ที่ฝ่ายกฎหมายของสภาเคยท้วงว่าเป็นร่างทางการเงินทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ พิจารณาว่าเป็นร่างทางการเงินแต่อย่างใด ต่อมาผมได้ถอนร่างฉบับนั้นและปรับเนื้อหา บางส่วนและยื่นต่อสภาใหม่แล้ว ท่านประธานครับ ก่อนและหลังการเสนอกฎหมาย เปลี่ยนชีวิตคนทำงาน และก่อนที่กฎหมายฉบับนั้นจะถูกปัดตก ผมและพี่น้องเครือข่าย ผู้ใช้แรงงานพรรคประชาชนพวกเราได้ร่วมกันเดินสายไปพบปะพูดคุยกับพี่น้องคนทำงาน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หลากหลายกลุ่ม ทั้งคนทำงาน ทั้งผู้ประกอบการ พวกเราไปรับฟังความคิดเห็นทุกที่ที่มีโอกาส เราไปในที่ประชุมใหญ่ของ สหภาพแรงงาน ที่ประชุมใหญ่สหพันธ์แรงงาน ที่ประชุมสภาแรงงาน งานประชุม งานเสวนา งานสัมมนา หรือแม้แต่ตามตลาดนัดเราก็ไป สถานีรถไฟฟ้า ป้ายรถเมล์ ถนนคนเดิน ตรอก ซอกซอย เราไปเกือบทุกที่ เราไปเพื่อรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมและได้ชี้แจงรายละเอียด ในเนื้อหาของกฎหมายว่ามีผลกระทบอย่างไรกับพี่น้องคนทำงาน และเมื่อกฎหมายฉบับนี้ ผ่านเข้าสภาจะทำให้พวกเขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้อย่างไร ท่านประธานครับ สิ่งที่พี่น้องคนทำงานได้นำเสนอ และสิ่งที่พวกเราได้ทุ่มเทพลังไปนั้น เราหวังเพียงว่าเราจะ เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องคนทำงานมีชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครอง แรงงานที่นำเสนอโดยพรรคประชาชน ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ร่างกฎหมาย คุ้มครองแรงงาน ๒ ฉบับนี้มีเจตนารมณ์ที่ชัดเจน คือการยกระดับสิทธิขั้นพื้นฐานของ คนทำงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลเหมือนอย่างนานาอารยประเทศ วันนี้เราไม่ได้ขอ อะไรเกินเลยไปเลย เราไม่ได้ขออะไรเกินเลยกว่ามนุษย์คนหนึ่งพึงจะได้รับเลยครับ ท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเวลาการทำงานต้องไม่เกิน ๔๐ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งปัจจุบัน กำหนดไว้ที่ ๔๘ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ท่านที่เคยเป็นลูกจ้างคงทราบดีว่าเป็นอย่างไร ส่วนท่านที่ ไม่เคยเป็นลูกจ้างลองนึกภาพตามผมดูว่าหากสัปดาห์หนึ่งท่านต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืดออกไป ทำงาน และกลับถึงบ้านตอนค่ำมืดทุกวัน ท่านจะเอาเวลาที่ไหนไปอยู่กับครอบครัวครับ วันหยุดวันเดียวอยากพักผ่อนให้เต็มที่ก็ทำไม่ได้ เพราะมีภารกิจที่ต้องทำ เช่น ซักผ้า ตากผ้า กวาดบ้าน ถูบ้าน เสร็จอีกทีก็เย็นแล้ว วันถัดไปก็ต้องกลับเข้าไปสู่วังวนเดิมก็คือต้องไปทำงาน วนเวียนอยู่แบบนี้ซ้ำ ๆ เหมือนเดิม ต้องรอวันหยุดยาวเท่านั้นถึงจะมีโอกาสได้ไปเดินห้าง ฟังเพลง หรือพักผ่อนบ้าง ท่านประธานครับผมได้ยินเรื่องเหล่านี้มาตลอด และเจอกับตัวเอง มาเกือบทั้งชีวิต เราจึงเสนอให้มีการปรับลดชั่วโมงการทำงาน แล้วก็เพิ่มวันหยุดประจำสัปดาห์ พร้อมทั้งเพิ่ม วันหยุดพักผ่อนประจำปีเป็น ๑๐ วันต่อปี จากเดิมที่กำหนดไว้เพียง ๖ วัน หรือแม้แต่ปัญหา การเลือกปฏิบัติในที่ทำงานจากความแตกต่างทางเชื้อชาติ ถิ่นกำเนิด หรือความแตกต่าง ทางเพศสภาพ หรือความเชื่อเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น สิทธิการรวมตัวเป็นสหภาพแรงงาน เรื่องแบบนี้มันมีจริง ๆ ครับท่านประธาน มีสถานประกอบการหลายแห่งเวลาสัมภาษณ์ ลูกจ้างที่เข้ามาสมัครงานใหม่จะถามคนที่มาสมัครงานว่าเคยเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน หรือไม่ ถ้าเคยเป็นนายจ้างบางแห่งเขาไม่รับ นี่คือการเลือกปฏิบัติต่อลูกจ้างที่มีความเชื่อ เรื่องสิทธิการรวมตัวกัน ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ของคนทำงานที่นานาอารยประเทศ เขายอมรับกัน ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกครับ ลองนึกดูบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ ที่เราใช้กันทุกค่ายทุกยี่ห้อทั่วโลกล้วนมีสหภาพแรงงานทั้งนั้น บริษัทต่าง ๆ เหล่านั้น มีผลประกอบการที่ดีมีกำไร สิ้นปีจ่ายโบนัสอู้ฟู่ทุกปี ขยายกิจการไปทั่วโลก ถ้ามีสหภาพ แรงงานเลวร้ายจริง ๆ เหมือนคนบางกลุ่มชอบอ้าง ทำไมสหภาพแรงงานและกิจการเหล่านั้น เติบโตละครับ ดังนั้นนี่คือการเลือกปฏิบัติ เรื่องแบบนี้ต้องหมดไปครับท่านประธาน กฎหมาย ๒ ฉบับนี้ยังมีอีกหลายประเด็น เช่นมุมปั๊มนมในสถานประกอบการ ลาไปดูแล คนใกล้ชิดที่เจ็บป่วยไม่สบายในวาระสุดท้าย การลาในวันที่คนทำงานหญิงมีประจำเดือน ทุกประเด็นล้วนมีความสำคัญต่อชีวิตคนทำงานทั้งสิ้น ผมขอให้เพื่อนสมาชิกมองเห็นคุณค่า ของคนทำงาน เพราะพวกเขาไม่ใช่แค่ในฐานะฟันเฟืองที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเท่านั้น พวกเขา คือมนุษย์คนหนึ่งที่มีศักดิ์ศรี มีสิทธิที่จะใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ท่านประธานครับ รถยนต์ที่ไร้ จิตใจพวกเรายังต้องดูแลกันอย่างดีเพื่อสมรรถนะที่สูงสุด แล้วคนทำงานที่มีเลือด มีเนื้อ มีชีวิต มีความรู้สึก เราก็ควรจะเคารพในศักดิ์ศรีของพวกเขา เราจะไม่ช่วยกันดูแลพวกเขา ได้อย่างไรครับ ผมขอฝากท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ผมขอร้อง ขอความเห็นใจขอให้ช่วยกันลงมติรับร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานทั้ง ๒ ฉบับนี้ เพื่อเข้าสู่การพิจารณาในวันที่มีการตั้งกรรมาธิการ เพราะนี่คือความหวังของคนทำงานจริง ๆ ท่านประธานครับ กำแพงเมืองที่ใหญ่ถูกสร้างด้วยหยาดเหงื่อแรงงานฉันใด อนาคตที่มั่นคง ของชาติก็ถูกสร้างด้วยศักดิ์ศรีของคนทำงานฉันนั้น ขอบคุณท่านประธานครับ
ก่อนท่าน ต่อไป ขออนุญาต สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครู บุคลากรทางการศึกษาและนักเรียน โรงเรียนเขากะลาวิทยาคม อำเภอพยุห์คีรี จังหวัดนครสวรรค์ จำนวน ๑๐๖ ท่าน เข้าฟัง การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับทุกท่าน เชิญนั่งได้ครับ ต่อไปขอเชิญคุณธีระชัย แสนแก้ว ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตที่จะอภิปรายร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ที่เพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ ท่าน ท่านจรัส คุ้มไข่น้ำ แล้วก็ท่านวรรณวิภา ไม้สน ได้เสนอในวันนี้ ท่านประธานครับ การพิจารณาเพิ่มวันลา ไม่ว่าจะเป็นวันลาหยุดพักผ่อน การลาไปดูแลบุตร ในครอบครัว การลาเนื่องจากเจ็บปวดอาการประจำเดือนที่พี่น้องแรงงานผู้หญิง รวมทั้ง กำหนดให้นายจ้างจะต้องจัดสถานที่เพื่อปั๊มนมลูก ท่านประธานครับ ความคิดเห็นของผมนั้น ในฐานะที่เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการการแรงงานที่ได้ทำงานร่วมกับเพื่อนสมาชิก ทั้งท่านเซีย ท่านจรัส ถือว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นสิ่งที่ดีนะครับท่านประธาน เพราะจะเป็น การสร้างสังคมระหว่างลูกจ้างกับนายจ้างให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เรื่องเหล่านี้จะสร้าง สิ่งแวดล้อมในที่ทำงานให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น เกิดความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน แล้วยังจะ เป็นแรงจูงใจให้กับลูกจ้าง จริง ๆ ผมไม่อยากจะเรียกว่าลูกจ้าง ให้เรียกว่าเป็นผู้ทำงาน ร่วมกับผู้ประกอบการก็แล้วกัน คำว่าลูกจ้างมันเป็นลูกน้องเขาตลอดชีวิตเลย และเขาสมัครใจในการที่จะร่วมทำงานกับ นายจ้างได้นานมากยิ่งขึ้น ถ้าเราทำงานแบบฉันพี่น้องในหลักการทำงานด้วยทุกอย่าง มันก็จะดีขึ้นในอนาคตถ้ามีหลักการสวัสดิการที่ดี สิ่งที่กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับทำขึ้นมานั้น ก็ไม่ได้ยากเย็นแสนเข็ญ ไม่ได้หนักหนาอะไรสำหรับผู้ใช้แรงงาน ผมเป็นทั้งผู้ใช้แรงงาน และผู้ประกอบการด้วย อยากจะขอเรียนกับท่านประธานดังนี้ว่าการกำหนดชั่วโมง การทำงานที่กำหนดไม่เกิน ๔๐ ชั่วโมงต่อสัปดาห์นั้น เพราะจากสถิติงานวิจัยในหลาย ๆ ฉบับที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันนะครับท่านประธาน ถ้าหากว่าทำงานเกิน ๔๐ ชั่วโมง ต่อสัปดาห์จะส่งผลเสียต่อสุขภาพหรือประสิทธิภาพในระยะยาว ผมมีสิ่งที่อ้างอิงครับ WHO รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากการทำงานเกิน ๔๐ ชั่วโมง เสียชีวิต ๗๔๕,๐๐๐ คน ด้วยโรค หลอดเลือดสมอง และโรคขาดเลือดในหัวใจ เนื่องจากทำงานมากกว่า ๕๕ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แล้วงานวิจัยหลาย ๆ ประเทศก็ยังบอกอีกว่าถ้าใน ๑ สัปดาห์พี่น้องแรงงานทำงานหนักกว่า ๔๐ ชั่วโมงจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บในที่ทำงาน ความเครียดเพิ่มอาการโรคซึมเศร้า ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง แล้วที่สำคัญโอกาสที่จะเกิดความเครียดแล้วนำความเครียด ในที่ทำงานบวกกับความเหนื่อยล้าในที่ทำงานมาระบายกับคนที่บ้านเกิดความขัดแย้ง ในครอบครัว ซึ่งจะเป็นเรื่องที่ไม่สมควรเกิดขึ้นเลย ในเมื่อเป็นดังนี้ในประเด็นนี้กระผม เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง กำหนดให้ลดชั่วโมงทำงาน ๑ สัปดาห์ จาก ๔๘ ชั่วโมง เหลือ ๔๐ ชั่วโมง ถึงแม้ว่าจะให้ลูกจ้างทำงานนาน แต่งานไม่ได้มีประสิทธิภาพ ถ้าลูกจ้างทำ ๆ หยุด ๆ ก็ไม่เกิดผลดีต่อผู้ประกอบการด้วย อันนี้เอาประสบการณ์มาเลย ถึงเวลาก่อนจะเลิกงาน ๓๐ นาที ชั่วโมงหนึ่งมานั่งรอแล้ว รอจะกดออดแล้วนะครับท่านประธาน การใช้เวลา ๘ ชั่วโมงต่อวัน การทำงานที่เหมาะสมกับค่าจ้างกระผมคิดว่าน่าจะเกิดผลดีต่อนายจ้าง และธุรกิจมากกว่า และท่านประธานครับ ในร่างกฎหมายฉบับนี้นอกจากจะกำหนดให้ลด ชั่วโมงในการทำงานแล้วยังกำหนดให้มีวันหยุดไม่น้อยกว่า ๒ วันต่อสัปดาห์ ถ้าบางธุรกิจ เช่นการท่องเที่ยวผู้ประกอบการจะต้องหารายได้ในวันหยุดยาว ๆ และเขาก็จะเอาวันหยุด ยาว ๆ ที่ไม่ได้หยุดนั้นมาเพิ่มวันหยุดซึ่งไม่ได้เป็นการพ่วง High Season ก็ไปใช้ในวันหยุด อื่น ๆ ได้ โดยหลักการกระผมก็เห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีต่อพี่น้องแรงงาน ทั้งการลดชั่วโมง ในการทำงานและการเพิ่มวันหยุดเพื่อให้พวกเขาได้ใช้เวลาพักผ่อนกับที่บ้านกับครอบครัว อยู่กับคนที่เขารักดูแลเป็นเวลาในการ Charge แบตเตอรี่ เพื่อที่จะเป็นพลังงานในการที่จะ ไปทำงานในสัปดาห์ต่อ ๆ ไปครับท่านประธาน ผมก็คิดอย่างนี้ แต่อย่างไรก็ตามท่านประธาน ผมก็พูดต้องมีจิตใจที่วางตัวเป็นกลางเหมือนกันว่าเราต้องยอมรับว่าการจ้างแรงงาน จะเกิดขึ้นก็ต้องมีอยู่ ๒ ข้าง ๑. นายจ้าง ๒. ลูกจ้าง ทั้ง ๒ ฝ่ายจะต้องค่อยประคบประหงม จะต้องคอยดูแลธุรกิจ มันจะต้องไปด้วยกันได้ เปรียบดังลิ้นกับฟัน ไม่ว่าจะกระทบกระทั่งกัน อย่างไรก็ต้องอยู่ด้วยกันระหว่างนายจ้างผู้ประกอบการธุรกิจก็ต้องลดราคาจ้าง หรือลด จำนวนลูกจ้าง ลูกจ้างก็อยู่ไม่ได้แล้วใครจะจ้าง อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ตระหนักและต้องอยู่ด้วยกัน กระผมอยากจะขอเรียน โลกทุกวันนี้สมัยนี้เกิดผู้ประกอบการรายย่อยเกิดขึ้นมาก SMEs ขึ้นมากในประเทศไทย ซึ่ง SMEs ของประเทศเรามีการจ้างในภาคแรงงาน ๑๓ ล้านคน ทั่วประเทศ ทำให้พี่น้องผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SMEs เป็นกลไกที่สำคัญต่อเศรษฐกิจ ของประเทศอย่างปฏิเสธไม่ได้ อีกนิดเดียวนะครับ ท่านประธานครับ ในประเทศไทยมี SMEs จำนวนมาก ย่อมหมายถึงประเทศที่มีการแข่งขันสูง การแข่งขันสูงอย่างนี้ละจะทำให้เกิด นวัตกรรมสินค้าบริการใหม่ ๆ มากขึ้น ทำให้พี่น้องประชาชนมีโอกาสเลือกสินค้าบริการ ที่หลากหลายแล้วมีคุณภาพคุ้มค่าให้กับพี่น้องประชาชนมากยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ ถ้าเรามี กฎหมายให้ปรับเปลี่ยนเพื่อลดวันทำงานเพิ่มวันหยุด แล้วเพิ่มสวัสดิการต่าง ๆ ให้กับลูกจ้าง เราก็ควรจะรักษาดูแลนายจ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วย กระผมไม่ได้พูดถึงนายจ้างที่เป็นเศรษฐี มหาเศรษฐีซึ่งเขารวยอยู่แล้ว โรงงานใหญ่ ๆ ผมไม่ได้พูดถึง แต่ผมพูดถึง SMEs ที่มีคนงาน ๑ คน ๒ คน ผู้ประกอบการมีทุนไม่ได้สูงอะไร ไปกู้หนี้ยืมสินมาทำก็มีเยอะแยะในประเทศเรา ที่ผมได้กล่าวไปเบื้องต้น ๑๓ ล้านคน ค่าแรงถ้าไปเอาปฏิบัติจริงมันก็จะมีปัญหาอย่างนี้ เราก็ต้องมีการคิดเหมือนกันว่าจะเป็นวันเปิดปิดร้านของเขาก็คือต้นทุนและค่าใช้จ่าย ของพวกเขาต้องแบกภาระเหมือนกัน เพราะเมื่อพี่น้องผู้ประกอบการมีต้นทุนที่สูงขึ้น เขาก็จะต้องหาวิธีการทำให้ร้านค้าและธุรกิจของเขาเดินต่อไปได้ นั่นก็คือการเพิ่มราคาสินค้า และเพิ่มราคาค่าบริการด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อราคาสินค้าและค่าบริการเพิ่มขึ้น พี่น้องประชาชนบริโภคต้องจ่ายใช้สอยเพิ่มมากขึ้นอีก ต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น มันจะกระทบกัน ในวงกว้าง ไม่สามารถปฏิเสธเรื่องจริงได้ เพราะเราจะต้องเอาความจริงมาพูดกัน ในการแก้ กฎหมาย ในการร่างกฎหมาย เสนอกฎหมาย จริง ๆ ก็แล้วแต่ท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาดู ในรับหลักการวันนี้ผมเห็นด้วยในการที่จะรับหลักการของเพื่อนสมาชิก แต่ต้องมี ข้อเสนอแนะ
สุดท้ายกระผมขอสนับสนุนร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับที่เพื่อนสมาชิก และยืนยันว่ากระผมเห็นด้วยทุกวิธีที่จะทำให้พี่น้องภาคแรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กระผม เห็นด้วยกับการทำงานที่มีรอยยิ้ม กระผมเห็นด้วยที่เขาอยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุข กระผมเห็นด้วย อยากเห็นกฎหมายที่คุ้มครองสิทธิความเป็นมนุษย์ เพิ่มอำนาจต่อรอง สร้างโอกาสให้เกิดความเท่าเทียมมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามจะแก้กฎหมาย ปรับปรุงกฎหมาย อาจจะต้องมีการปรับบทบัญญัติกฎหมายอื่น ๆ ด้วย ซึ่งขณะนี้ผมได้รับแต่งตั้งจาก ท่านประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน เป็นประธานอนุกรรมาธิการแรงงานรวบรวม ประมวลกฎหมายแรงงานซึ่งมันมีอยู่เยอะแยะ กำลังรวบรวม กำลังดำเนินการ มีตั้ง คณะทำงานซึ่งเป็นนักกฎหมายทั้งนั้น โดยมีท่านเอกพร รักความสุข จากพรรคเพื่อไทยนี่ละ เป็นเจ้าภาพร่วมกันกับผม แล้วก็มีคณะทำงานต่าง ๆ ได้ดำเนินการจะเสร็จภายใน เดือนตุลาคม ไม่เกินกลางเดือนตุลาคม ซึ่งเราทำงานอย่างเข้มข้นมาก และกฎหมายทุกฉบับ ของแรงงาน เวลาเราออกกฎหมายเยอะ ๆ แต่ไม่สามารถนำไปใช้ได้ และผู้ใช้แรงงาน ไม่สามารถที่จะนำไปใช้ให้มันเกิดประโยชน์ได้ มันก็ไร้ประโยชน์ในการที่จะทำ มีกฎหมาย หลายฉบับที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวข้องกับแรงงานล้นประเทศ เวลาเอาไปใช้จริง ๆ ๑๐๐ กว่ามาตรา ใช้ไม่เกิน ๔-๕ มาตราก็มี อย่างไรก็ตามผมขอสนับสนุน ที่สำคัญต้องได้รับความร่วมมือ ระหว่าง ๒ ข้าง เพราะมันจะมีไตรภาคี มันจะมีกฎกติกา มันจะมีการร่วม เราพยายามในการ ที่จะให้ราคาแรงงานขั้นต่ำให้ได้ ๖๐๐ บาท แต่ก็ทำแล้วทำอีก คุยแล้วคุยอีก เปลี่ยนรัฐมนตรี เปลี่ยนนายกรัฐมนตรีมากี่คนแล้วครับ ๓ คน คนที่ ๓ นี่ครับ เปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง แรงงานมาก็จำไม่ได้เหมือนกันจนทำผิดทำถูกนะครับ เพราะฉะนั้นในการนี้ผมอยากจะขอว่าเราต้องทำให้ละเอียดรอบคอบและเห็นด้วยทุกอย่าง แล้วก็ดูทั้ง ๒ ฝั่งเพื่อให้อยู่ได้ คนที่เอารัดเอาเปรียบแรงงานมันก็อยู่ไม่เจริญหรอกครับ แต่ในขณะเดียวกันคนที่เอารัดเอาเปรียบธุรกิจของนายจ้างมันก็ไม่เจริญเหมือนกัน สุดท้าย เขาก็ไม่ให้ทำงาน มันก็จะเป็นอย่างนี้ครับ มันเป็นปัญหาโลกแตก เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้น ในยุคนี้ สมัยนี้ หรือเมื่อก่อน ๆ นั้นมีการต่อสู้ของโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นรัสเซีย ไม่ว่าจะเป็น ฝรั่งเศส ไม่ว่าจะเป็นในโลกนี้ ผู้ใช้แรงงานคือผู้ค้ำจุนโลก ผมขอสนับสนุนกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ ครับ
เรียนท่านประธาน และประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดที่กำลังรับชมการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในขณะนี้ ดิฉัน พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ผู้แทนประชาชนจากเขตคลองสามวา ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันขอใช้ เวลาในสภาแห่งนี้เพื่ออภิปรายสนับสนุน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานทั้ง ๒ ฉบับ โดยจะมี ประเด็นหลักเป็นเรื่องของการสนับสนุน เรื่องของสิทธิในการลาปวดประจำเดือน ซึ่งมี ข้อวิพากษ์วิจารณ์และความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลายอยู่ในสังคม หลายครั้งที่ความกังวล ในการผลักดันสิทธิของคนทำงานจะให้น้ำหนักอยู่กับเรื่องของตัวเลขทางเศรษฐกิจ โดยหลงลืมไปว่าเบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้คือชีวิต คือร่างกาย คือสุขภาพ คือความเจ็บปวด แล้วความเป็นจริงของคนทำงานผู้หญิงจำนวนมหาศาลที่แบกเศรษฐกิจครึ่งหนึ่งของ ประเทศเอาไว้อยู่ สำหรับท่านที่ไม่ต้องเผชิญภาวะความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นทุกเดือนแบบนี้ ดิฉันขอแสดงความยินดีในโชคอันประเสริฐของท่านที่ท่านไม่ต้องเผชิญกับภาวะความ เจ็บปวดที่ท่านเลือกและกำหนดเองไม่ได้แบบนี้ แต่เพราะไม่ใช่ทุกคนที่มีโชคเช่นนั้น แล้วความเจ็บปวดในระหว่างมีประจำเดือนนี้ส่งผลมากน้อยแปรผันไม่เหมือนกันในแต่ละ บุคคล ในแต่ละเดือน ซึ่งก็มีตั้งแต่การปวดเกร็งในช่องท้องในระดับที่พออดทนได้หากใช้ ยาแก้ปวด อาการปวดเนื้อปวดตัว อาการครั่นเนื้อครั่นตัว อาการไข้ การเป็นตะคริวที่น่อง หลัง หรือว่าท้อง อีกหลาย ๆ คนเจอภาวะรุนแรงถึงขั้นที่มีอาการปวด Migraine หรือเกิด ภาวะทางการแพทย์ที่มีอาการบีบรัดในช่องท้องรุนแรงถึงขนาดที่ปวดท้องจนลุกเดินไม่ได้ ปวดท้องจนอาเจียนออกมา ซึ่งเป็นความเจ็บปวดในระดับที่ยากที่จะหาคนที่จะเข้าใจอย่างยิ่ง ถ้าหากไม่เคยผ่านประสบการณ์เช่นเดียวกันมาก่อน ท่านประธานคะ เราเคยมีการทดลอง ด้วยเครื่องจำลองอาการปวดประจำเดือนภายในกิจกรรมรณรงค์ เรื่อง พ.ร.บ. คุ้มครอง แรงงานทั้ง ๒ ฉบับนี้ภายในพรรคประชาชนของดิฉันค่ะท่านประธาน ซึ่งเครื่องนี้จำลองได้แค่ อาการเดียวก็คือจำลองอาการปวดเกร็งหน้าท้อง ซึ่งเป็นเพียงอาการเดียวจากอาการที่ผู้หญิง จะต้องเผชิญ ผู้เข้าร่วมการทดลอง ซึ่งดิฉันยินดีอย่างยิ่งว่าในสังคมของเรายังมีผู้ชายที่มี ความเห็นอกเห็นใจและอยากที่จะเข้าใจแม้เพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของความเจ็บปวดที่ผู้หญิง จะต้องเผชิญเข้ามาร่วมการทดลองเป็นจำนวนมาก ซึ่ง สส. เซีย จำปาทอง ซึ่งนั่งอยู่ ณ ตรงนี้ ก็เป็นหนึ่งในท่านที่เข้าร่วมการทดลองอย่างเต็มใจ การทดลองนี้เราทดลองกันเพียงแค่ ๑ หรือ ๓ นาทีเท่านั้น แต่ทุกคนที่เข้าร่วมการทดลองสะท้อนความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมาว่า หากต้องทำงานในวันที่ร่างกายมีภาวะความเจ็บปวดแบบนี้ทั้งวันทุกวินาทีไม่มีใครสักคนเลย ที่ยืนยันว่าตัวเองจะสามารถอดทนผ่านสภาวการณ์เช่นนี้ไปได้ และนี่เป็นความรู้สึกของคนที่ ประสบเพียงแค่ ๑ นาที แต่ผู้หญิงที่ต้องมีอาการปวดประจำเดือนไม่สามารถที่จะกดหยุด ความเจ็บปวดได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว ท่านประธานคะ ดิฉันทราบดีว่าอาจมีข้อกังวลว่า สิทธินี้อาจจะถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่ตรงกับจุดประสงค์ แต่วิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้องไม่ใช่ การละเลยความเจ็บปวดของคนทำงาน วิธีการที่ถูกต้องไม่ใช่การปฏิเสธสิทธิของคนทำงาน เพศหญิงซึ่งก็คือแม่ คือพี่ป้าน้าอา เพื่อน ลูกสาว หลานสาวของพวกเรา ไม่ใช่การปฏิเสธสิทธิ ของพลเมืองครึ่งหนึ่งของสังคมที่กำลังขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจอยู่ วิธีแก้ปัญหาที่แท้จริง ควรเป็นการสร้างความเข้าอกเข้าใจ สร้างความเห็นอกเห็นใจร่วมกัน และที่สำคัญก็คือ สร้างระบบและกลไกที่โปร่งใส เป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย นั่นก็คือการกำหนดจำนวนวันที่เหมาะสมสำหรับทุกฝ่ายที่จะเกิดขึ้นหลังจากการรับหลักการ ในวันนี้ เรื่องจำนวนวันที่เหมาะสมเรายังคุยกันในชั้นกรรมาธิการได้ ซึ่งจะมีตัวแทนจาก ทุกพรรค มีผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ มาร่วมกันแก้ไขกฎหมาย เติมเต็มให้กฎหมายฉบับนี้ มีความบริบูรณ์ในทุกมิติมากขึ้น ท่านประธานคะ สิทธิในการปวดประจำเดือนไม่ใช่เรื่องใหม่ หลายประเทศก้าวหน้าไปไกลแล้ว ญี่ปุ่นมีกฎหมายให้สิทธิลาปวดประจำเดือนมา ตั้งแต่ปี ๑๙๔๗ เกาหลีใต้กำหนดสิทธิในการลาปวดประจำเดือน ๑ วันต่อเดือน และหาก ลูกจ้างหญิงไม่ใช้สิทธิเหล่านี้ลูกจ้างก็มีสิทธิที่จะได้รับค่าจ้างเพิ่มเติมด้วย ที่อินโดนีเซียให้สิทธิ การลาหยุดเดือนละ ๒ วันโดยที่ยังได้รับค่าจ้างอยู่ ที่เวียดนามลูกจ้างหญิงมีสิทธิหยุดพัก วันละ ๓๐ นาทีของทุกวันในวันที่มีประจำเดือน และลาได้ ๓ วันต่อ ๑ เดือน แต่หาก ไม่ใช้สิทธินี้เลยก็มีสิทธิที่จะได้รับค่าจ้างชดเชย สเปนเพิ่งประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้อย่างเป็น ทางการไปเมื่อ ๒ ปีก่อนหน้านี้ โดยที่ให้สิทธิผู้หญิง ๓-๕ วันต่อเดือนโดยที่ยังได้รับค่าจ้างอยู่ ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้ประเทศของเรายังสามารถปรับเปลี่ยนไปตามบริบทของประเทศเราได้ ไม่จำเป็นที่จะต้องเป๊ะ ๆ ตามอย่างร่างที่เสนอไป แต่ต้องมีการพูดคุยกันเพื่อหาจำนวนวัน ที่เหมาะสม สิ่งนี้จึงไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่สิ่งที่ก้าวหน้าเกินไป แต่เป็นสิ่งที่เราอยากเห็น ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในสังคมหรือไม่ต่างหาก หลายท่านมีคำถามว่านี่คือสิทธิพิเศษ สำหรับผู้หญิงหรือไม่ ดิฉันขอใช้หลักการของความเสมอภาคกับความเท่าเทียมมาอธิบายค่ะ ความเสมอภาคคือการที่เราให้สิทธิกับทุก ๆ คน ส่วนความเท่าเทียมคือการที่เราสนับสนุน ในจุดที่พวกเขาต้องการการสนับสนุนอยู่ สิทธิในการลาปวดประจำเดือนจึงไม่ใช้สิทธิพิเศษ แต่คือการโอบรับความเป็นจริงทางสรีรวิทยาของคนทำงานที่ย่อมมีความแตกต่างหลากหลายกัน เช่นเดียวกับที่ทางบางบริษัทก็อาจจะมีสวัสดิการสนับสนุนพิเศษสำหรับการดูแลบุตร ในกลุ่มของแรงงานที่มีครอบครัว แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าแรงงานที่ยังไม่มีบุตรนั้น เสียสิทธิอะไรไป เพราะพวกเขายังไม่ได้มีความต้องการในจุดนั้น ท่านประธานคะ หลายคน มีคำถามอีกว่าทำไมไม่ใช้สิทธิหยุดตามปกติไปละ ใช้สิทธิลาป่วยไปก็ได้นี่ โปรดพิจารณา ตามดิฉันว่าหากมีการลาเหตุจากประจำเดือนไปรวมกับลาป่วยปกติก็เท่ากับว่าลูกจ้างผู้หญิงนั้น มีวันหยุดที่น้อยกว่า สามารถลาป่วยได้น้อยกว่าตั้งแต่แรกแล้ว และนี่คือความไม่เป็นธรรม ที่เราปล่อยให้เกิดขึ้นในสังคมมาหลายชั่วอายุคนแล้ว นี่จึงไม่ใช่เรื่องของการที่เพิ่มภาระให้กับ นายจ้าง นี่ไม่ใช่เรื่องของความอ่อนแอของเพศใดเพศหนึ่ง แต่นี่คือเรื่องความเอื้ออาทรที่เรา จะมีต่อมนุษย์ด้วยกัน นี่คือการสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีความเข้าใจธรรมชาติที่มี การแตกต่างและเคารพความเป็นมนุษย์ซึ่งกันและกัน นี่คือการลงทุนในศักยภาพของแรงงาน ที่เมื่อแรงงานสามารถหยุดในวันที่ตัวเองไม่สามารถที่จะทำงานได้เต็มที่ เมื่อเขากลับมา ทำงาน เขาจะสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่และมีศักยภาพมากขึ้นกว่าเดิม การโหวต รับหลักการในวันนี้คือการประกาศจุดยืนว่าประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเรา เป็นประเทศ ที่ยืนอยู่บนความยุติธรรม เป็นประเทศที่มีมนุษยธรรมพร้อมที่จะสร้างสังคมที่ทุกคนได้รับ การยอมรับและมีศักดิ์ศรี นี่คือการยืนยันว่าสภาแห่งนี้จะไม่ยอมทิ้งความเจ็บปวดของใคร ไว้ข้างหลัง ในฐานะที่พวกเราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ถืออำนาจในการตัดสินใจ แทนประชาชน ดิฉันขอให้ทุกท่านร่วมกันโหวตรับหลักการร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนทำงานผู้เป็นกำลังในการขับเคลื่อนประเทศ มาร่วมกันปักหมุด สร้างการเปลี่ยนแปลงที่เราจะได้ภาคภูมิใจว่าในตลอดชีวิตในประวัติการทำงานของการเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพวกเราได้ร่วมกันปักหมุดสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในสังคม ของพวกเราโดยยึดถือแต่ประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านร่มธรรม ขำนุรักษ์ ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ครับ กระผมขออภิปราย ในวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งท่านจรัส คุ้มไข่น้ำ และท่านวรรณวิภา ไม้สน กับคณะเป็นผู้เสนอ โดยร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้ มีจุดประสงค์เพื่อยกระดับให้พี่น้องประชาชนคนทำงาน ผู้ใช้แรงงานทุกคนมีคุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้นด้วยการเพิ่มการคุ้มครองสิ่งที่มีค่าที่สุดของมนุษย์ทุกคน นั่นก็คือเวลา ทั้งเวลา ในการทำงานที่ชัดเจนเป็นธรรม และเวลาในการหยุดพักผ่อนและลาตามความจำเป็นต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสมกับความเป็นจริง สอดคล้องกับยุคปัจจุบันหลักสากลและหลักสิทธิ มนุษยชน ท่านประธานครับ ปัจจุบันนี้คนทำงานลูกจ้างและแรงงานของเราหลายส่วนยังต้องเผชิญ ปัญหาที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นค่าครองชีพที่สูงขึ้น การทำงานเกินเวลา ทำงานหนัก จนป่วย ปัญหาความไม่มั่นคงในอาชีพไปจนถึงปัญหาการขาดสวัสดิภาพที่ไม่เป็นธรรม และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ยังไม่เหมาะสม อีกทั้งปัจจุบันนี้พี่น้องแรงงานบางส่วน ยังขาดความรู้ความเข้าใจในสิทธิของตนเองตามกฎหมาย จึงเสี่ยงต่อการถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยสาเหตุของปัญหาเหล่านี้ก็มีอยู่หลายประการ ทั้งปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจ นโยบายของรัฐบาล และสาเหตุที่นำมาสู่การพิจารณาของเราในวันนี้ก็คือกฎหมายคุ้มครอง แรงงานที่การบังคับใช้ในปัจจุบันยังไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ครอบคลุมและไม่สอดคล้องกับ สถานการณ์จริง ซึ่งปัญหาทั้งหมดนี้ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อพี่น้องผู้ใช้แรงงานโดยตรงที่มีอยู่ กว่า ๓๐ ล้านคนในประเทศไทย แต่ยังส่งผลกระทบไปถึงครอบครัว สังคม และเศรษฐกิจ ของเราในภาพรวมอีกด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ สภาผู้แทนราษฎรของเราในชุดนี้ ได้เล็งเห็นปัญหาต่อพี่น้องแรงงานดังกล่าว เพื่อนสมาชิกของเราหลายท่านจึงได้เสนอแก้ไข เพิ่มเติมพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานมาแล้วหลายฉบับ โดยก่อนหน้านี้เราได้ร่วมกัน เห็นชอบให้ปรับเพิ่มสิทธิการลาคลอดให้เป็น ๑๒๐ วัน อีกทั้งยังให้สิทธิลูกจ้างสามารถลา เพื่อไปช่วยเหลือคู่สมรสที่คลอดบุตรได้ ๑๕ วันด้วย โดยการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงานที่เราพิจารณาในวันนี้ หวังที่จะสร้างความเป็นธรรมระหว่างนายจ้าง และลูกจ้าง โดยมี ๔ ประเด็นสำคัญดังนี้ ๑. คือการกำหนดเวลาการทำงาน ๒. การเพิ่ม สิทธิวันหยุดและวันลา ๓. การจัดสถานที่ให้นมบุตรในที่ทำงาน และ ๔. การสร้างความเท่าเทียม ในการทำงาน
สำหรับประเด็นที่ ๑ การกำหนดเวลาทำงานที่ชัดเจนและเป็นธรรม ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้กำหนดให้นายจ้างต้องประกาศเวลาทำงานที่ชัดเจนแน่นอน เพื่อให้ลูกจ้าง ได้รับรู้สิทธิและตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส โดยกำหนดเวลาการทำงานไม่เกิน ๔๐ ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ ซึ่งสิ่งนี้จะสร้างความเป็นธรรม ลดข้อขัดแย้ง และทำให้นายจ้างกับลูกจ้างทำงาน ด้วยความไว้วางใจ มีเวลาในการทำงานที่เป็นระบบ มีประสิทธิภาพ มีเวลาในการพักผ่อน และใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม และเป็นไปตามหลักสากลอีกด้วยครับ
ประเด็นที่ ๒ คือการเพิ่มสิทธิวันหยุดและวันลาให้เหมาะสมกับชีวิตจริง และสอดคล้องกับความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น ร่างกฎหมายฉบับนี้มีการกำหนดให้ลูกจ้าง มีวันหยุด ๒ วันต่อสัปดาห์ มีสิทธิลาพักผ่อนประจำปี ๑๐ วัน หลังจากที่ทำงานครบ ๑๒๐ วัน มีวันลาจากการประสบปัญหาต่อร่างกายจากการทำงาน วันลาประจำเดือน วันลา เพื่อคลอดบุตรโดยไม่ถูกนับรวมกับวันลาป่วยทั่วไป และมีสิทธิวันลาเพื่อดูแลคนในครอบครัว ที่ป่วยได้สูงสุดถึง ๑๕ วันต่อปี โดยสิทธิวันหยุดและวันลาทั้งหมดนี้เป็นการคืนเวลาให้กับ คนทำงานได้มีเวลาพักผ่อน ดูแลสุขภาพและดูแลครอบครัวที่เหมาะสมต่อร่างกาย ต่อความจำเป็น อย่างไรก็ตามในประเด็นนี้ผมคิดว่าเรายังสามารถไปถกเถียงกันได้ ในรายละเอียด ความครอบคลุมและความเหมาะสมในชั้นกรรมาธิการต่อไป
ประเด็นที่ ๓ คือการจัดสถานที่ให้นมบุตร ร่าง พ.ร.บ. นี้กำหนดให้นายจ้าง ต้องจัดสถานที่ที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับการให้นมบุตรหรือปั๊มนมเก็บไว้สำหรับ คุณแม่วัยอ่อนในที่ทำงาน เพื่อตอบโจทย์ในการสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและครอบครัว
ประเด็นที่ ๔ ประเด็นสุดท้ายก็คือการปฏิบัติต่อลูกจ้างอย่างเท่าเทียม ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฉบับนี้ปรับปรุงให้นายจ้างต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียม ไม่เลือก ปฏิบัติ ไม่แบ่งแยก และไม่กีดกันซึ่งความแตกต่างที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่าง ด้านเพศ เชื้อชาติ ศาสนา อายุ ความพิการหรือฐานะ เพราะลูกจ้างทุกคนควรได้รับโอกาส และการปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน โดยการสร้างที่ทำงานที่เท่าเทียมนั้นไม่เพียงทำให้แรงงานนั้น มีความมั่นใจ แต่ยังสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพคุณค่าของความหลากหลายซึ่งเป็นทิศทาง ที่สอดคล้องกับหลักการในระดับสากลอีกด้วย
ท่านประธานที่เคารพ พี่น้องประชาชนคนทำงาน แรงงานและลูกจ้างทุกคน ถือเป็นพลังที่สำคัญในการขับเคลื่อนประเทศของเราในทุกด้าน พวกเขาไม่เพียงสร้าง ผลผลิตทางการเกษตร แต่ยังหล่อเลี้ยงครอบครัวและสังคมของเราทั้งระบบ วันนี้เราจึงต้อง ส่งเสริมให้พี่น้องแรงงานมีความสุข สุขภาพดี และได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฉบับแก้ไขเพิ่มเติมที่เรากำลังพิจารณาในวันนี้จึงมีความจำเป็นในการแก้ไข ปัญหา ปรับปรุงให้ทันสมัยและสอดคล้องกับชีวิตจริงของแรงงาน ซึ่งถือเป็นการวางรากฐาน ที่มั่นคงให้กับประเทศของเรา อย่างไรก็ตามผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้อาจมีผลกระทบต่อ นายจ้างซึ่งต้องมีการปรับตัว ต้องลงทุนเพิ่มเติมทั้งในระบบการจัดการวันหยุด วันลา และการจัดสถานที่สำหรับพนักงานหญิง แต่เมื่อเรามองในระยะยาวสิ่งเหล่านี้คือการลงทุน ที่จะสร้างแรงงานที่มีคุณภาพ สุขภาพดี และมีความรักต่อองค์กร โดยผลที่จะเกิดขึ้น ตามมานั้นไม่เพียงแต่จะเป็นประโยชน์ต่อลูกจ้าง แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อบริษัทและองค์กร ที่ได้แรงงานที่มีประสิทธิภาพ มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยที่มีความมั่นคง และต่อสังคมไทย ที่มีความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้อย่างที่ผมเรียนไปข้างต้นผมคิดว่ารายละเอียดตาม พ.ร.บ. นี้เราสามารถไปปรับปรุงกันได้ ในชั้นกรรมาธิการ และผมก็ขอให้คณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมานี้ต้องพิจารณา อย่างรอบคอบ รับฟังความคิดเห็น และศึกษาผลกระทบที่ตามมาอย่างรอบด้าน โดยคำนึงถึง ประโยชน์ต่อพี่น้องแรงงานเป็นหลักใจความสำคัญ แต่ในขณะเดียวกันต้องให้มี ความเหมาะสมต่อนายจ้างและการดำเนินการของบริษัทและองค์กรที่ต้องปรับตัวด้วยครับ ผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระรับหลักการ เพื่อส่งเสริมความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวของพี่น้องคนทำงาน เพื่อวางรากฐานที่มั่นคงในการพัฒนาประเทศของเราต่อไป ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านการณิก จันทดา ครับ
ขอบคุณท่านประธานค่ะ เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน การณิก จันทดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคประชาชน ท่านประธานคะ ดิฉันขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับที่ท่านจรัส คุ้มไข่น้ำ ท่านวรรณวิภา ไม้สน ได้เสนอสู่สภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ด้วยเหตุผลที่ดิฉันอยากจะ สนับสนุนให้ลูกจ้างมีสิทธิลาไปดูแลบุคคลในครอบครัว หรือบุคคลอื่นใดที่มีความสัมพันธ์ ใกล้ชิดที่พำนักอยู่ในโรงพยาบาลในฐานะผู้ป่วยในหรือว่าผู้ป่วยที่มีความต้องการการดูแล ทางร่างกายและจิตใจ ดิฉันเข้าใจความไม่สบายใจของนายจ้างเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ เพื่อนสมาชิกหลายท่านที่อาจจะเป็นเจ้าของธุรกิจ เจ้าของโรงสี หรือมีบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ที่จะรู้สึกว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ถ้าผ่านเข้าไปจะทำให้การบริหารจัดการของนายจ้าง ยากขึ้น แต่ท่านคะ ทุกวันนี้ลูกจ้างจำนวนไม่น้อยพวกเขาก็ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ของเขาเช่นเดียวกัน ค่าเช่าห้อง ค่าเติมน้ำมันรถมอเตอร์ไซค์ที่จะต้องขี่ไปทำงาน ค่ารถโดยสารประจำทาง แรงงานทุกคนล้วนแต่มีครอบครัว มีพ่อแม่ มีลูกที่ต้องดูแล บางคน เงินเดือนไม่ถึงค่าจ้างขั้นต่ำด้วยซ้ำไป แต่พวกเขาก็ต้องบริหารเงินเดือนอันน้อยนิดให้ได้ บางคนวันหยุดแค่ ๑ วันต่อสัปดาห์คิดเป็น ๔-๕ วันต่อเดือน แต่พวกเขาก็ต้องแบกโลก ของพวกเขาทั้งใบภายใต้เงินเดือนอันน้อยนิดไม่ต่างจากนายจ้างที่ท่านบอกว่าท่านต้อง แบกรับภาระค่าจ้าง ค่าความเสี่ยงทางธุรกิจของท่านเช่นเดียวกัน ดิฉันเห็นนายจ้างหลายคน เขาก็ใช้ชีวิตดี ได้ไปเที่ยวต่างประเทศ ส่งลูกเรียน Inter เรียนพิเศษ รับประทานอาหารดี ๆ ไปร้านอาหารแพง ๆ แล้วทำไมเพียงแค่สิทธิที่จะให้ลูกจ้างได้ลาไปดูแลคนในครอบครัว ในวาระสุดท้ายของชีวิต หรือลาเพื่อไปบอกลาคนที่เขาจะไม่ได้เจออีกแล้วตลอดชีวิตนี้ ทำไม ต้องคิดเฉพาะในมุมของนายจ้างที่ร่ำรวยบนหยาดเหงื่อของพี่น้องแรงงานที่ช่วยสร้าง ช่วยดำเนินกิจการของทุกท่านเพียงองค์ประกอบเดียวด้วยคะ ดิฉันจึงมีความคาดหวัง เพื่อนสมาชิกที่เป็นนายจ้างจะมีหัวจิตหัวใจ เข้าใจ คำนึง ตระหนักถึงความยากลำบาก ของคนงานที่เขากำลังทำงานเพื่อให้พวกท่านได้สุขสบาย มีเงินใช้ ขอให้พวกท่านได้ให้สิทธิ กับแรงงาน เพราะพวกเขาเหล่านี้บางทีก็ต้องมีวันลาเพื่อไปดูแลคนในครอบครัว เพื่อลา ด้วยความที่เขาจะต้องจำเป็นต้องลาจริง ๆ ดิฉันจึงขอให้เพื่อนสมาชิกทุกท่านรับหลักการ ของร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานทั้ง ๒ ฉบับในวันนี้ด้วย ขอบคุณท่านประธานค่ะ
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านศิริโรจน์ ธนิกกุล ครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม ศิริโรจน์ ธนิกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๒ จากพรรคประชาชนครับ วันนี้ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายแก้ไขร่างพระราชบัญญัติคุ้มครอง แรงงานทั้ง ๒ ฉบับที่เสนอโดย สส. วรรณวิภา ไม้สน สส. แบบบัญชีรายชื่อ และ สส. จรัส คุ้มไข่น้ำ สส. จากจังหวัดชลบุรี จากพรรคประชาชน ในวาระหนึ่ง ในประเด็นที่เกี่ยวกับ เวลาทำงาน วันหยุดประจำสัปดาห์ และวันหยุดพักผ่อนประจำปี โดยผมจะขอยกมา ๓ ประเด็นหลักดังนี้
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
จากร่างพระราชบัญญัติคุ้มครอง แรงงานฉบับเดิมในมาตรา ๒๓ จะว่าด้วยเรื่องของระยะเวลาการทำงานของลูกจ้าง เดิมมีการกำหนดไว้ว่าจะต้องไม่เกิน ๘ ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน ๔๘ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่ว่าร่างใหม่ก็จะเขียนไว้ว่าใน ๑ สัปดาห์ต้องไม่เกิน ๔๐ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือว่า เป็นวันทำงาน ๕ วันต่อสัปดาห์ ในมาตรา ๒๘ ว่าด้วยเรื่องของวันหยุดประจำสัปดาห์ ของลูกจ้าง เดิมให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจำสัปดาห์ไม่น้อยกว่า ๑ วัน แต่ในร่างใหม่เขียนไว้ ๒ วัน และมาตรา ๓๐ ว่าด้วยเรื่องของวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่เดิมให้ลูกจ้างที่ทำงาน มาแล้วอย่างน้อย ๑ ปีจะได้สิทธิวันหยุดพักผ่อนประจำปี ๖ วัน แต่ร่าง พ.ร.บ. ใหม่ที่เสนอ โดยพรรคประชาชนเราแก้ไขให้เป็น ๑๐ วันต่อปี โดยต้องผ่านการทำงานมาแล้ว ๑๒๐ วัน ซึ่งในแต่ละมาตราที่ผมกล่าวไปนั้นก็เป็นประเด็นที่ผมค่อนข้างเห็นด้วยมาก ๆ เพราะอะไร รู้หรือไม่ครับท่านประธาน ก่อนหน้านี้ก่อนที่ผมจะมาเป็นผู้แทน ผมเคยทำอาชีพหนึ่งมาก่อน นั่นก็คือเป็นเจ้าหน้าที่ HR หรือว่าเจ้าหน้าที่บริหารทรัพยากรบุคคล ณ โรงงานแห่งหนึ่ง ในจังหวัดบ้านเกิดผมก็คือจังหวัดสมุทรสาคร การเป็นเจ้าหน้าที่บุคคลนั้นเหมือนต้อง สวมหมวก ๒ ใบ หมวกใบแรกก็คือจะต้องรักษาผลประโยชน์ให้นายจ้าง ส่วนหมวกอีกใบ ก็คือจะต้องทำตามกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิแรงงานให้กับลูกจ้าง บริษัทผมที่เคยทำมาจะมี การจ้างงานพนักงานอยู่ ๒ รูปแบบ ก็คือแบบรายวันแล้วก็แบบรายเดือน คือถ้าเป็นพนักงาน รายเดือนถ้าเป็นวันลาตามกฎหมายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวันลาป่วย ลากิจ ลาหยุดพักผ่อน ประจำปี หรือวันหยุดประจำสัปดาห์ ก็จะได้รับค่าจ้างในวันหยุดนั้น ๆ เป็นปกติอยู่แล้ว แต่สำหรับพนักงานรายวันถ้าไม่ได้มาทำงานในวันหยุดประจำสัปดาห์คุณก็จะไม่มีรายได้ ในวันนั้น ๆ เลย ท่านประธานครับ ทุกวันนี้แค่ค่าแรงขั้นต่ำอย่างเดียวก็แทบจะไม่เพียงพอแล้ว ถ้าไม่ทำ OT ในแต่ละวันไปด้วย ผมยกตัวอย่างจังหวัดสมุทรสาครบ้านผมค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ วันละ ๓๗๒ บาทใช่ไหมครับ ๓๗๒ บาทถือว่าเป็นกลุ่มของค่าแรงขั้นต่ำที่อยู่ลำดับต้น ๆ ของประเทศเลย แต่ถ้าไม่ทำ OT หรือไม่มี OT ให้ทำเลย หักวันหยุดประจำสัปดาห์ไปอีก เดือนละ ๔ วัน เท่ากับว่าเดือนนั้นก็จะมีรายได้อยู่ที่เดือนละแค่ ๙,๖๗๒ บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่า น้อยมาก ๆ ในปัจจุบัน ทำงานวันหนึ่งถ้าอยากได้รายได้มากขึ้นก็ต้องเพิ่มชั่วโมงทำงานเข้าไป หยุดแค่อาทิตย์ละวัน ซักผ้าไปครึ่งวันก็หมดวันแล้ว แทบไม่ได้ทำอะไรเลย คุณภาพชีวิตดี ๆ มันอยู่ตรงไหน วันนี้สิ่งที่พรรคประชาชนเราเสนอคือสิ่งที่เราเห็นมาจากปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ในสังคมปัจจุบันว่าคุณภาพชีวิตของพี่น้องแรงงานที่ต้องแบกรับค่าแรงขั้นต่ำ ที่ต้องเป็น พนักงานรายวัน ที่วันหยุดงานและวันหยุดพักผ่อนประจำปีไม่เพียงพอมันบั่นทอนการใช้ชีวิต ของพวกเขาแค่ไหน วันนี้เราเห็นใจพวกเขา และเราเข้าใจปัญหาของพวกเขา ผมอยากจะให้ ท่านประธานเห็นข้อเปรียบเทียบสักหน่อยว่าปัจจุบันสัดส่วนของวันหยุดของแรงงานไทยนั้น เป็นอย่างไร แล้วมันตอบโจทย์กับการใช้ชีวิตของพวกเขามากน้อยแค่ไหน พนักงาน ๑ คน จะต้องทำงานตามที่กฎหมายกำหนดไว้ขั้นต่ำก็คือไม่เกิน ๔๘ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือ ๖ วัน ต่อสัปดาห์ เดือนหนึ่งก็เท่ากับว่ามีวันหยุด ๔ วัน ๑ ปีเท่ากับมีวันหยุด ๔๘ วัน ๑๒ เดือน ก็ ๔๘ วัน นั่นหมายความว่า ๑ ปีจะมีอัตราเฉลี่ยคิดเป็นวันหยุดประจำสัปดาห์อยู่แค่ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ จากทั้งปี แต่ถ้าเราเปลี่ยนวันหยุดเป็น ๒ วันต่อสัปดาห์ตาม พ.ร.บ. ใหม่ เท่ากับว่า ๑ เดือน จะมีวันหยุด ๘ วัน ๑ ปี หยุด ๙๖ วัน คิดจากทั้งปีก็เป็น ๒๖ เปอร์เซ็นต์ ส่วนอัตราส่วน วันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ปัจจุบันได้อยู่แค่ ๖ วันต่อปี ก็คิดเป็นแค่ ๑.๖ เปอร์เซ็นต์จากทั้งปี แล้วก็ถ้าเพิ่มเป็น ๑๐ วันต่อปีก็จะกลายเป็น ๒.๗ เปอร์เซ็นต์จากทั้งปี เมื่อเทียบกับ ประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกของประเทศไทยก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่น้อยมาก ๆ จะเห็นได้จากตาราง ในสไลด์ด้านบน ประเทศอิหร่านมีวันลาพักผ่อนอยู่ที่ ๒๖ วัน ประเทศฝรั่งเศส เดนมาร์ก ฟินแลนด์ แถบยุโรปก็มีถึง ๒๕ วัน ออสเตรเลีย ๒๐ วัน อินโดนีเซีย อินเดีย ๑๒ วัน ของไทย อยู่แทบท้ายตารางเลย มีวันลาพักผ่อนแค่ ๖ วันต่อปี แล้วก็วันหยุดตามประเพณี ๑๓ วันต่อปี รวมแล้ว ๑๙ วันต่อปี ซึ่งน้อยมาก ๆ อยู่ลำดับท้าย ๆ ของตารางเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ จากทั่วโลก ผมอยากเห็นประเทศไทยขยับลำดับขึ้นมาจากท้ายตารางบ้าง
วันนี้ผมจึงอภิปราย แล้วด้วยเหตุผลทั้งหมดที่ว่ามานี้ผมจึงสนับสนุนการแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานทั้ง ๒ ฉบับนี้ เพื่อให้พี่น้องแรงงานไทยกว่า ๓๐ ล้านคน ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ได้มีความมั่นคงที่มากขึ้น ได้มีเวลาพักผ่อนในชีวิตที่มากขึ้น และสุดท้ายก็คือมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่มากขึ้น ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นรองศาสตราจารย์รุ่งเรือง พิทยศิริ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม รุ่งเรือง พิทยศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคเพื่อไทย วันนี้ผมก็ดีใจที่ได้มีโอกาสอภิปรายแสดงความเห็นในสภาแห่งนี้ หลังจาก ไม่ได้มีโอกาสเข้ามาถึง ๒๐ ปี ผมกราบเรียนท่านประธานสภาอย่างนี้ว่าผมเข้าใจดีว่าเจตนา แล้วก็หลักการของเพื่อนผู้เสนอกฎหมายฉบับนี้เป็นเจตนาที่ดีมาก แล้วก็มีหลักการที่ดี แต่อยากจะกราบเรียนนิดหนึ่งว่าผมมีข้อสังเกตในเรื่องปัญหาของระบบเศรษฐกิจเรานะครับ เพราะว่าเศรษฐกิจไทยตอนนี้เราประสบปัญหาอยู่ ๒ ส่วนใหญ่ ๆ ส่วนแรกคือเรามีปัญหา เรื่องค่าแรง ค่าแรงของเราเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวียดนาม มาเลเซีย แล้วก็อินโดนีเซีย ถือว่าเราแข่งขันกับเขาไม่ค่อยได้ดี ขีดความสามารถในการแข่งขันกับ ประเทศเพื่อนบ้านขณะนี้เราเป็นรองเขา หากรวมถึงในเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งตอนนี้ แข็งมากอีกด้วย ยิ่งประสบปัญหาในเรื่องของการแข่งขันทางการค้า กับปัญหาอีกส่วนหนึ่ง ก็คือว่าประเทศที่มีค่าแรงถูกกว่าเรา แต่ว่ายังมาใช้เราเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไป เพราะว่าเราปล่อยปละละเลยให้มีการนำเข้าสิ่งที่ผิดกฎหมาย นำเข้าวัตถุอันตราย และเข้ามา ผลิตบนแผ่นดินไทย มาเอาเปรียบทรัพยากรธรรมชาติและแรงงานไทยส่งออกไป เพราะฉะนั้นตอนนี้มีปัญหาอยู่ ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งคือเราแข่งขันกับชาวบ้านไม่ได้ กับอีก ส่วนหนึ่งเราถูกเขาเอาเปรียบทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรทางเศรษฐกิจของเรา ท่านประธานครับ ท่านคงจะจำได้ว่ารัฐบาลที่ผ่าน ๆ มาเกือบทุกชุดเราเพิ่งขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ มาหลายครั้ง ค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่งขึ้นมาล่าสุดก็อยู่ประมาณ ๓๒๕ บาท ปัจจุบันนี้ก็เป็น ๔๐๐ บาท บางจังหวัดอาจจะเหลื่อมล้ำแตกต่างกันออกไปตามเงื่อนไขที่กำหนดในกฎหมาย แต่ว่าหากเรามาพิจารณาเรื่องของการกำหนดเวลาการทำงานที่ปัจจุบันนี้อยู่ที่ ๔๘ ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ ให้มีเพดานอยู่ที่ ๔๐ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถ้ามาคิดตรงนี้เป็นแก้คณิตศาสตร์ง่าย ๆ ก็คือว่าเราอนุญาตให้มีการลดเวลาการทำงานลง โดยที่ไม่มีการจ่าย OT ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ค่าแรงของเราแข่งขันกันไม่ได้กับ ประเทศเพื่อนบ้าน การที่แข่งขันไม่ได้เรามีเหตุผล เรามีตัวเลขเศรษฐกิจ สิ่งที่มีการพูดกันถึง อุตสาหกรรมยานยนต์ว่ากำไรดี ปีนั้นเท่านี้กี่หมื่นล้าน ตอนนี้ย้ายไปเวียดนามเกือบหมดแล้ว ตอนนี้ย้ายไปอินโดนีเซียก็อีกส่วนหนึ่ง แต่หลัก ๆ คู่แข่งที่สำคัญที่สุดของเราตอนนี้คือ เวียดนาม เวียดนามก็กำหนดให้มีชั่วโมงการทำงานอยู่ที่ ๔๘ ชั่วโมงต่อสัปดาห์เหมือนกัน ผมเข้าใจดีว่าทางเวียดนามเองก็มีความพยายามที่จะลดชั่วโมงการทำงานจาก ๔๘ ชั่วโมง เหลือที่ ๔๐ ชั่วโมง หรือ ๔๒ ชั่วโมงคล้าย ๆ กับเราในวันนี้ แต่ว่าเขาก็พิจารณากันมาตั้งแต่ ปี ๒๕๖๒ หรือปี ๒๕๖๕ ก็ผ่านมา ๓-๔ ปีแล้วก็ยังไม่ได้ทำอะไร ผมอยากเพียงแต่ชี้ให้เห็น ไปยังเพื่อนสมาชิกว่าการที่เราปรับเวลาการทำงานขั้นสูงสุดลงมาขนาดนี้มันจะมีผลกระทบ ต่อเศรษฐกิจหรือเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ผลิตที่เขาสามารถที่จะสร้างคุณูปการกับระบบ เศรษฐกิจไทยได้เขาก็จะต้องเอาเงินไปจ่าย OT เพิ่มขึ้นเพื่อจะผลิตให้ได้เท่าเดิม ในขณะที่ สภาพการแข่งขันในเรื่องอื่น ๆ ทั้งเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งในเรื่องค่าเงิน ในเรื่องระบบนิเวศ ทางด้านเศรษฐกิจของเราตอนนี้เราต้องยอมรับว่าเราอยู่ในสถานะที่ค่อนข้างอ่อนแอ ท่านประธานครับ จริงอยู่ว่าถ้าเราไปดูประเทศอื่น ๆ ที่มีความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ เหนือกว่าประเทศเรา อย่างเช่นหลาย ๆ ประเทศในยุโรปชั่วโมงการทำงานของเขาต่อสัปดาห์ ต่ำกว่าเราเยอะมาก บางประเทศอยู่ประมาณ ๓๐-๓๑ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ บางประเทศ อยู่ประมาณ ๓๕-๓๖ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่ว่าประเทศเหล่านั้นเขามีสวัสดิการสังคม เขามี ระบบนิเวศวิทยาทางเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการทำงานของพี่น้องแรงงานมากกว่าหรือดีกว่า ของเรามาก เพราะฉะนั้นคือผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราควรจะ พิจารณาให้รอบคอบ สิ่งที่ควรจะนำมาพิจารณาด้วยกันก็คือว่าแรงงานที่จะต้องทำงานเยอะ แล้วเป็นแรงงานที่มีทักษะสูงเราควรจะพิจารณากำหนดอัตราค่าแรงขั้นต่ำให้เป็นไปตาม ทักษะ เป็นไปตามขีดความสามารถทางวิชาชีพ ซึ่งเรื่องนี้เคยมีการเรียกร้องมาก แล้วทั้งทาง สภาอุตสาหกรรมเอง หอการค้าเอง เขาก็เคยเสนอรัฐบาลที่ผ่านมาหลายชุดว่าการพิจารณา ให้กำลังใจกับแรงงานควรพิจารณาค่าตอบแทนให้เป็นไปตามทักษะวิชาชีพ ส่วนนี้จะช่วย แก้ปัญหาได้บ้างหรือไม่ กราบขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านสะถิระ เผือกประพันธุ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคกล้าธรรมครับ ขออนุญาตท่านประธานอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๒ ฉบับ ซึ่งผมและพรรคกล้าธรรม ก็สนับสนุน ท่านประธานครับ เป็นที่ทราบกันดีว่าเงินซื้อเวลาไม่ได้ แต่พระราชบัญญัตินี้ สภาแห่งนี้ให้เวลากับแรงงานได้ ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฉบับนี้ เป็นสิ่งที่จะให้เวลาแก่พี่น้องแรงงานทั้งประเทศ โดยเฉพาะในส่วนของสถาบันที่เล็กที่สุด แต่สำคัญที่สุดในประเทศคือสถาบันครอบครัวครับ อย่างที่เป็นที่ทราบกันดีครับ เราอยากให้พี่น้องหรือมารดา หรือสุภาพสตรีเราได้ลาคลอด ได้ ๑๒๐ วัน ผมเห็นด้วยครับ เพราะขณะนี้ประเทศไทยการลาคลอดอยู่ได้เพียง ๑๔ สัปดาห์ เท่านั้น ขณะที่ประเทศอื่น ๆ อย่างเช่น บัลแกเรียได้ ๕๖ สัปดาห์ อังกฤษได้ ๓๙ สัปดาห์ หรือที่ใกล้ที่สุดนิวซีแลนด์ได้ ๒๖ สัปดาห์ ผมขอเป็นข้อเสนอแนะผ่านท่านประธาน ไปคณะกรรมาธิการวิสามัญว่าการลาคลอดนั้นเป็นสิ่งจำเป็น นอกจากนั้นขณะที่คลอดแล้ว มันยังมีปัญหาอีกอย่างหนึ่ง การดูแลบุตรครับ มารดาและบิดาที่ต้องดูแลบุตรในกรณีปกติ ไม่เป็นไร แต่กรณีที่บุตร ณ ปัจจุบันสภาพอากาศก็ดีสภาพแวดล้อมก็ดี มันมีโรค โรคต่าง ๆ เหล่านี้จะเกิดขึ้นระหว่างเด็ก ๐-๑๐ ปี ผมยกตัวอย่าง เช่นไข้หวัดใหญ่เด็กต้องเข้ารักษา ที่โรงพยาบาล ๕ วันถึง ๒ สัปดาห์ แล้วโรคที่นานที่สุดท่านประธานทราบไหมคือโรคอะไร โรค RSV บุตรที่อายุ ๐-๑๐ ปีต้องเข้ารักษา ๑-๓ สัปดาห์ ตรงนี้เองผมจึงฝากท่านประธาน ผ่านไปทางคณะกรรมาธิการวิสามัญว่าจะมีโอกาสไหมที่จะให้บิดาและมารดาในการลา เป็นกรณีพิเศษเพื่อดูแลบุตรในกรณีที่เป็นโรคเหล่านี้ ขณะที่เป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวก็ดี หรือพ่อแม่ที่เป็นครอบครัวเล็ก ๆ ก็ดี เด็กอยู่โรงพยาบาลคนเดียวไม่ได้ ทุกท่านอาจจะมองว่า เป็นจุดเล็ก ๆ แต่ผมว่าเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับครอบครัวที่ต้องมาดูแลบุตรครับท่านประธาน
เรื่องต่อไป ทุกคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่นี่คือสิ่งสำคัญเช่นกัน การมีโอกาสลาดูแลเป็นกรณีพิเศษที่ดูแลครอบครัวที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง หรือแม้กระทั่ง เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ตรงนี้ผมฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ตั้งขึ้น ด้วยว่าจุดเล็ก ๆ เหล่านี้จะเป็นจุดที่สำคัญกับครอบครัวที่มีคุณพ่อคุณแม่หรือบุตรที่เป็น อัมพฤกษ์ อัมพาต หรือแม้กระทั่งป่วยติดเตียงก็ดีท่านประธานครับ
เรื่องต่อไป ท่านประธานครับ อันนี้สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือภาคเอกชน เห็นด้วยสำหรับการจัดสถานที่ในการปั๊มนมให้กับลูก แต่สิ่งสำคัญเราต้องมีอุปกรณ์ด้วย มีสถานที่แล้ว ผมก็เห็นว่าควรจะต้องมีอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตู้แช่ก็ดี เพราะปั๊มนม มันต้องแช่ ควรจะมีกฎต่าง ๆ บังคับไหมในองค์กรต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชน ผมใช้เวลาไม่นานท่านประธาน แต่กฎหมายนี้สิ่งที่ผมเป็นกังวล ท่านประธานที่เคารพ เรามีพนักงานแรงงานเราก็ต้องมีนายจ้าง ในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญผมอยากให้รับฟัง ทั้งพนักงานแรงงาน แล้วก็นายจ้าง ประเทศไทยขับเคลื่อนไม่ได้ถ้าไม่มีทั้งนายจ้าง และพนักงาน และที่สำคัญที่สุดเมื่อประกาศเป็นราชกิจจานุเบกษาหรือร่างพระราชบัญญัตินี้ ผ่านแล้ว การนำกฎหมายไปใช้สามารถบังคับได้จริงไหม และที่สำคัญที่สุด แรงงานทุกท่าน นายจ้างทุกท่านทราบข้อกฎหมายเหล่านี้อย่างไร อันนี้คือสิ่งที่สำคัญที่สุดเมื่อเรามีกฎหมาย แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเราใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และที่ผมนำเรียนสุดท้ายนี้เวลา ใช้เงินซื้อไม่ได้ แต่พระราชบัญญัตินี้สภาแห่งนี้ให้เวลาแรงงานได้ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุดท้าย ท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษครับ ก่อนอื่นผมขออนุญาตชื่นชมเพื่อนสมาชิก ทั้งท่านจรัส คุ้มไข่น้ำ ท่านวรรณวิภา ไม้สน และคณะ ที่ได้ยื่นกฎหมายแรงงานเข้ามาให้เรา ได้พิจารณากัน ความคิดของท่านเป็นความคิดที่ก้าวหน้าและนำสมัย ในส่วนของผมเอง ผมก็อยากจะให้พี่น้องแรงงานทุกคนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ทำงานน้อยลง แล้วก็มีเวลาอยู่กับ ครอบครัวมากยิ่งขึ้น แต่ไม่ว่าพวกเราจะทำสิ่งใดก็ตามจะต้องอยู่กับโลกความเป็นจริง จะต้อง ไม่ออกแบบหรือออกกฎหมายในลักษณะที่พื้นฐานทางเศรษฐกิจของเราไม่สามารถรองรับได้ ผมขออนุญาตให้ท่านประธานได้ลองพิจารณาตามผมนะครับ กฎหมายฉบับนี้บอกว่าเดิมเราทำงาน ๖ วัน วันละ ๘ ชั่วโมง แก้ไขใหม่ให้เหลือ ๕ วัน วันละ ๘ ชั่วโมง เป็น ๔๐ ชั่วโมง หรือทำงานประมาณ ๕ วันต่อสัปดาห์ เดือนหนึ่งก็ประมาณ ๒๐ วัน บางเดือนมีเศษเล็กน้อยก็อาจจะเป็น ๒๑ วันเฉลี่ย แล้วก็มีการกำหนดเพิ่มเติมว่า ถ้าทำงาน ๑๒๐ วันแล้วจะสามารถลาพักผ่อนประจำปีได้อีก ๑๐ วันต่อปี หรือ ๑ วัน ต่อสัปดาห์ จาก ๒๑ วันก็เหลือ ๒๐ วันแล้วเวลาทำงาน หลังจากนั้นก็มีเวลาที่จะลาไป เพื่อดูแลครอบครัวที่สนิท หรือคนที่มีความรักใคร่เป็นอย่างดี มีความผูกพันเป็นอย่างมาก ก็อีกปีละ ๑๕ วัน ก็หายไปอีก ๑ วัน ก็จะเหลือแค่ ๑๙ วันเวลาทำงานต่อเดือน แล้วยังมี มาตรการเพิ่มเติมว่าถ้าเป็นสตรีก็ลาประจำเดือนได้อีก ๓ วัน เวลาทำงานก็เหลือ ๑๖ วัน แล้วถ้าดูถึงตามกฎหมายเดิมมีวันลาหยุดนักขัตฤกษ์อีกประมาณ ๑๓ วันขึ้นไป อีก ๑ วัน ต่อเดือน เวลาทำงานก็จะเหลือแค่ ๑๕ วันแค่นั้นเอง แล้วถ้าไปดูลากิจกับลาป่วยเวลาทำงาน ของพวกเรา ของพี่น้องแรงงานก็จะเหลือน้อยกว่า ๑๕ วันต่อเดือน น้อยกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ของเวลาทั้งหมด ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเสียหายถ้าหากว่าโครงสร้างเศรษฐกิจของเราสามารถ ที่จะรองรับได้ ประเทศไทยปัจจุบันอัตราผลผลิตหรือผลิตภัณฑ์ Output ที่แต่ละบุคคล ผลิตออกมาเมื่อเทียบกับประเทศที่เจริญแล้วหรือประเทศคู่แข่งของเรายังมี Output ต่อประชากร หรือ Output ต่อแรงงานต่ำเกินไป แล้วถ้าหากว่าพวกเราลดเวลาการทำงาน ลงประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผมคร่าว ๆ ลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ก็แสดงว่าการลดเวลาทำงาน ๒๐ เปอร์เซ็นต์นี้ถ้าหากจะให้มีผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศไทย อยากให้เศรษฐกิจไทย มีผลผลิตเท่าเดิม พี่น้องแรงงานแต่ละคนจะต้องมีผลิตภาพ มี Productivity เพิ่มขึ้นอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผมไม่แน่ใจว่าในโครงสร้างของพี่น้องแรงงานปัจจุบัน โครงสร้างเศรษฐกิจ ปัจจุบันเราจะสามารถเพิ่มผลิตภาพหรือ Productivity อีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ได้หรือไม่ ถ้าหากว่าทำไม่ได้ก็หมายความว่าเศรษฐกิจของเราที่เราบอกว่าเราจะมีเศรษฐกิจประมาณ ๒๐ ล้านล้านบาท ในปี ๒๕๖๙ ก็จะเป็นไปไม่ได้ ก็อาจจะเหลือแค่ ๑๙ ๑๘ เศษ ลักษณะอย่างนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นแทนที่จะเป็นผลดีกับพี่น้องแรงงานก็อาจจะเกิดผลกระทบทำให้พี่น้อง แรงงานตกงานมากขึ้น มีเวลาทำงานน้อยลงแล้ว แล้วบริษัทต่างชาติที่จะมาลงทุนในประเทศไทย ก็จะมีปริมาณน้อยลง ผลสุดท้ายก็อาจจะเกิดผลเสียกับพี่น้องแรงงานมากกว่าผลได้ โดยส่วนตัวของผมอยากจะให้มีการทบทวนเวลาต่าง ๆ ที่มีการระบุไว้ในพระราชบัญญัติ ทั้ง ๒ ฉบับว่าจริง ๆ แล้ววันลาหยุดพักผ่อนประจำปีควรจะเป็นกี่วัน ลาไปเยี่ยมญาติ ที่เคารพรักอย่างยิ่ง หรือดูแลญาติที่ป่วยควรจะมีกี่วัน ต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าหากว่าจะได้มี การทบทวนให้มีความเหมาะสม ผมก็คิดว่าร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับก็สมควรสนับสนุน ที่จะให้มีการพิจารณาต่อไป แต่การที่จะนำเสนอข้อมูลอะไรที่ไม่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ผมก็เกรงว่าจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี ก็ขออนุญาตฝากกรรมาธิการที่จะได้ตั้งขึ้นได้พิจารณา โดยรอบคอบให้ละเอียดเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศไทยโดยรวมครับ ขอบพระคุณครับ
จบผู้อภิปรายแล้วนะครับ ต่อไปตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ก็ให้สิทธิผู้ที่เสนอสามารถอภิปราย สรุปได้นะครับ สำหรับฉบับของท่านจรัส คุ้มไข่น้ำ นั้นท่านได้มอบหมายให้ท่านสหัสวัต คุ้มคง เป็นผู้อภิปรายสรุปแทน เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ พรรคประชาชนครับ ได้รับมอบหมายให้อภิปรายสรุปร่างกฎหมาย พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่านจรัส คุ้มไข่น้ำ และท่านวรรณวิภา ไม้สน นะครับ เรียนท่านประธานที่เคารพครับ หัวใจของเศรษฐกิจไทยไม่ใช่ภาพตึกสูงระฟ้า ไม่ใช่ยอดส่งออกบนสไลด์ แต่คือแรงงานครับ ผู้คนที่ตื่นก่อนฟ้าเปิด เปิดร้านเปิดเมืองให้ประเทศนี้เดินต่อไปได้ในทุกเช้า หากไม่มีแรงงาน ไม่มีเศรษฐกิจ ไม่มีความเจริญใด ๆ ทั้งสิ้นครับ แต่ในความจริงที่เราทุกคนรู้สึกได้ แรงงาน กลับยังเป็นผู้ที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ต้องทำงานยาวนานเกินควร วันหยุดไม่แน่นอน พักผ่อน ไม่พอ ต้องเลือกระหว่างค่าจ้างวันนี้กับสุขภาพในวันข้างหน้า แล้วยังเผชิญการเลือก ปฏิบัติในหลากหลายรูปแบบเพียงเพราะเพศ ชาติพันธุ์ อายุ สถานะ หรือชนิดงานที่ทำ ร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานทั้ง ๒ ฉบับที่มาถึงสภาครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การแก้คำ หรือปรับวรรคในกฎหมาย แต่คือการชุบชีวิตให้หลักคิดสากลที่มนุษยชาติร่วมกันต่อสู้ และพิสูจน์มาแล้วกว่า ๑๐๐ ปี คือหลัก ๓ ๘ ๘ ชั่วโมงทำงาน ๘ ชั่วโมงพักผ่อน และ ๘ ชั่วโมงใช้ชีวิตเพื่อครอบครัวชุมชน เราไม่ได้ขอให้คนทำงานน้อยลง ไม่ได้ขอให้คน เกียจคร้านเลย แต่เพื่อให้มนุษย์ยังเป็นมนุษย์ เพื่อกลับบ้านไปเจอลูก เจอพ่อแม่ ได้หายใจ ได้เรียนรู้ ได้มีคุณภาพชีวิตที่สมศักดิ์ศรี สาระร่วมของทั้ง ๒ ร่าง วางกรอบชัดเจนเกี่ยวกับ เวลา ขอบเขตเวลาทำงานปกติ การกำกับไม่ให้การล่วงเวลากลายเป็นวิถีปกติ การประกัน วันหยุดที่ต่อเนื่องและพอเพียง การรับรองวันลาเพื่อชีวิต ทั้งลาพักผ่อน ลาเพื่อสุขภาพ และลาเพื่อครอบครัว รวมถึงยกระดับหลักการไม่เลือกปฏิบัติให้ยึดโยงเป็นภาระผูกพันกับ นายจ้างอย่างชัดแจ้ง ในทางปฏิบัตินี่คือการดึงเศรษฐกิจไทยให้เข้าใกล้มาตรฐาน แรงงานสากล ลดพื้นที่สีเทาของการจ้างงาน และตัดวงจรของคำว่าเอาวันนี้ให้ได้ก่อน พรุ่งนี้ ค่อยว่ากัน ที่ทำร้ายทั้งแรงงานและความสามารถในการแข่งขันระยะยาวของประเทศ ท่านประธานครับ ในภาษาของเศรษฐศาสตร์ฝ่ายซ้ายเราพูดถึงสิ่งที่เรียกว่ามูลค่าส่วนเกิน กำไรที่เกิดจากแรงงานซึ่งไม่ได้รับคืนเป็นค่าจ้าง หากระบบเอาแต่วัดความสำเร็จจากการรีด เวลาคนทำงาน รีดสุขภาพ รีดชีวิตครอบครัว เราอาจเห็นตัวเลขเติบโตชั่วคราว แต่มันกำลัง เผาฐานทุนมนุษย์ของประเทศให้กรอบไหม้ช้า ๆ ร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ไม่ได้ปฏิเสธ เศรษฐกิจ ไม่ได้เป็นปฏิปักษ์กับนายจ้าง แต่กำลังบอกว่าการแข่งขันที่ยั่งยืนต้องเริ่มที่แรงงาน ได้พักจริง ได้ใช้ชีวิตจริง และได้รับความเป็นธรรมจริง เพราะคนที่พักผ่อนเพียงพอ ย่อมทำงานได้ดี มีสมาธิ ปลอดภัย นวัตกรรมเกิดจากสมองที่ไม่ถูกความอ่อนล้ากดทับ และไว้เนื้อเชื่อใจในที่ทำงานเกิดจากหลักประกันสิทธิ ไม่ใช่จากคำขวัญ เสียงจากพื้นที่ย้ำสิ่งนี้ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมลงพื้นที่คนงานกะกลางคืนที่บ่อวินบ้านผมบอกว่าลูกหลับทุกครั้งที่พ่อ กลับบ้าน แม่ที่ทำงานบริการเล่าว่าอยากพาลูกไปฉีดวัคซีน แต่กลัวถูกหักค่าแรงและโดนมองว่า ไม่ทุ่มเท คนงานก่อสร้างคนหนึ่งพูดเรียบ ๆ กับผมว่าแม่ป่วยก็หยุดไปดูแลไม่ได้ เพราะหยุด คือไม่มีเงิน นี่ไม่ใช่การขอความเมตตา แต่มันคือการประกาศความยุติธรรมให้มีกฎหมาย ที่คุ้มครองเวลาในชีวิต และทำให้ที่ทำงานเป็นพื้นที่ที่มนุษย์ทุกคนยืนเท่าเทียมกันได้จริง ในระดับหลักการร่างทั้ง ๒ ฉบับเดินไปในทางเดียวกัน ยืนยันว่าชั่วโมงทำงานปกติ และล่วงเวลาต้องมีเพดานและเหตุผล การล่วงเวลาไม่ใช่โหมดปกติของสถานประกอบการ รับรองวันหยุดประจำสัปดาห์ที่ต่อเนื่องและวันลาประเภทต่าง ๆ ให้พอเพียงกับการฟื้นฟู ร่างกายและดูแลครอบครัว รับรองเรื่องง่าย ๆ อย่างการที่จะได้ปั๊มนมในที่ทำงานโดยไม่ต้อง ทนเจ็บจากการน้ำนมคัด วางหลักไม่เลือกปฏิบัติให้เป็นกติกากลาง ทั้งเพศ ภาวะตั้งครรภ์ อายุ ความพิการ อัตลักษณ์ทางเพศ ชาติพันธุ์ ศาสนา หรือสถานะการจ้าง ไม่อาจเป็นข้ออ้าง ในการจ่ายค่าจ้างต่ำกว่า กีดกันการเลื่อนตำแหน่งหรือการเลิกจ้าง และทำให้สิทธิเป็นสิทธิ ไม่ใช่สวัสดิการตามอัธยาศัย และทำให้ภาระผูกพันของนายจ้างชัดเจนตรวจสอบได้ หากถามว่าเศรษฐกิจได้อะไรจากร่างกฎหมาย ๒ ฉบับนี้ คำตอบตรงไปตรงมาง่ายมากครับ คือได้แรงงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและเสี่ยงต่ำลง การจัดเวลาทำงานให้สมดุล ลดอุบัติเหตุ ลดเวลาป่วยจากการเครียดเรื้อรัง ลดอัตราการ Turnover องค์กรไม่ต้องสูญเสีย ต้นทุนฝึกคนใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และที่สำคัญ การไม่เลือกปฏิบัติทำให้ธุรกิจเข้าถึงศักยภาพทั้งหมดของคนทำงานได้ ไม่ทิ้งความสามารถของใครไว้ข้างทางเพียงเพราะอคติทางสังคม ความยุติธรรมไม่ใช่ความฝัน Romantic แต่มันคือโครงสร้างพื้นฐานของประสิทธิภาพการทำงานในศตวรรษที่ ๒๑ และถ้าถามว่าสังคมได้อะไร เราได้ครอบครัวที่เหนียวแน่น เด็กที่เติบโตมากับพ่อแม่ที่มีเวลา มีกำลังใจ มีสุขภาพจิตที่ดี เราได้ชุมชนที่ปลอดภัยเพราะคนไม่ถูกบีบให้อยู่ในวงจรงาน หนี้ ความล้า เราได้พื้นที่ชีวิตที่เปิดโอกาสให้คนเรียนรู้และมีส่วนร่วมทางสาธารณะ ประชาธิปไตย ไม่ได้ยืนอยู่บนคูหาเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว แต่มันยืนอยู่บนเวลาว่างของประชาชนด้วย เวลาทำให้คนมีพลังรับรู้แสดงความเห็นและร่วมกันกำหนดอนาคตของชาติ ท่านประธานครับ เรารู้ว่ามีความเสี่ยงกังวลเรื่องต้นทุน แต่ขอให้เราดูให้รอบด้าน ต้นทุนที่มองไม่เห็นของ ระบบเดิมคืออะไร คือความอ่อนล้าสะสม คืออุบัติเหตุ คือค่าใช้จ่ายในสุขภาพ ความขัดแย้ง ในที่ทำงาน การลาออก และความสิ้นหวังของคนทำงาน แล้วรุ่นลูกของแรงงานที่เติบโตมา โดยขาดหน้าพ่อแม่ นี่คือต้นทุนที่สังคมต้องจ่ายและไม่เคยถูกบันทึกในบัญชีโรงงานใด ๆ ร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับชวนเราย้ายจากการเติบโตแบบเผาทำลายทุนมนุษย์ไปสู่การเติบโต ที่จับมือกับศักดิ์ศรีของผู้คน ผมอยากให้สภาแห่งนี้ยืนยันร่วมกันว่าแรงงานไม่ใช่แค่ปัจจัย การผลิต แต่คือประชาชนผู้มีสิทธิ สิทธิที่จะพักผ่อน สิทธิจะรักและดูแลครอบครัว สิทธิได้รับ การปฏิบัติอย่างเท่าเทียม สิทธิที่จะทำงานได้อย่างมีศักดิ์ศรีมากขึ้น สิทธิที่จะได้เวลามากขึ้น หลุดออกจากความเป็นเครื่องจักรทำเงินได้กลับมาเป็นมนุษย์ ร่างทั้ง ๒ ฉบับนี้ทำให้ สิทธิเหล่านี้จับต้องได้มากขึ้นทั้งในมิติเวลา การลา วันหยุดและความเท่าเทียมในสถาน ประกอบการ ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกครับ นึกถึงค่ำคืนนี้ โรงงานแห่งหนึ่ง แถวตะวันออกคนงานยังต้องยืนหน้าเตาร้อนจัด ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งคนงานยังต้อง ยืนยิ้มทั้งที่ฝ่าเท้ามีแผล ใน Site ก่อสร้างแห่งหนึ่งชายหนุ่มอาจจะกำลังมองนาฬิกาหวังเพียง ได้กลับบ้านทันลูกยังไม่หลับ หากกฎหมายที่เรากำลังพิจารณานี้ผ่านมันไม่ใช่แค่ตัวบท แต่มันคือการเขียนเวลาคืนให้กับมนุษย์ลงไปในชีวิตของพวกเขา และเมื่อเวลาถูกคืน ศักยภาพของคนก็จะคืนตาม ทั้งศักยภาพทางเศรษฐกิจและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แรงงาน ที่เข้มแข็งคือเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง แรงงานที่มีศักดิ์ศรีคือสังคมที่มีศักดิ์ศรี และแรงงานที่มีสิทธิ คือประชาธิปไตยที่มีชีวิต ด้วยเหตุนี้ผมจึงขอให้สภาเห็นชอบในหลักการร่วมของร่างกฎหมาย ทั้ง ๒ ฉบับเพื่อยืนยันว่าประเทศไทยจะเลิกผลักให้คนทำงานต้องแลกชีวิตกับค่าจ้าง และเริ่ม สร้างการเติบโตที่เคารพมนุษย์ เติบโตที่ยั่งยืนจริงทั้งต่อเศรษฐกิจ ครอบครัว และอนาคต ของเรา ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปของท่านวรรณวิภา ไม้สน สรุปไหม ใช้สิทธิไหมครับ ไม่ใช้สิทธินะครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ฉบับของ ท่านวรรณวิภา ไม้สน ไม่ได้สรุปครับท่านประธาน
ขอบคุณมากครับ ต่อไปจะเป็นการลงมติเพื่อรับหลักการในวาระที่หนึ่ง ซึ่งการลงมติ ในวาระที่หนึ่ง แล้วก็การเสนอกรรมาธิการนั้น เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแต่ละฉบับ จำนวน ๒ ฉบับ ก็คือร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดย ท่านจรัส กับคณะ แล้วก็ร่างที่ ๒ คือร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดยท่านวรรณวิภา กับคณะ ดังนั้นก่อนที่จะมีการลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุม
(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ด้านนอกกรุณาเข้ามาห้องประชุม แล้วก็แสดงตนด้วยการเสียบบัตร และกดปุ่มแสดงตนครับท่านที่เข้ามาแล้วกรุณาเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
จะเป็น การลงมติ ๒ ฉบับ แต่ละฉบับนั้นก็จะมีการเสนอให้ตั้งกรรมาธิการที่แตกต่างกันนะครับ เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งออกไปไหน เพราะว่าเราจะลงมติ ๒ ครั้ง
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ไชยวัฒนา ติณรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดมหาสารคาม ขณะนี้ผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย อยู่ห้องกรรมาธิการเยอะมากเลย ก็ขอให้ท่านประธานรอสักระยะหนึ่ง ขอบคุณครับ
รอครับ
๒๔๖ แสดงตนครับ
๒๔๖ นะครับ
ท่านประธานครับ ๐๒๑ แสดงตนครับ
๐๒๑ หรือครับ
ท่านประธาน ๒๔๓ แสดงตนครับ
๒๔๓ ครับ
ท่านประธาน ๒๗๑ แสดงตนครับ
๒๗๑ ครับ
ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิ บัวประทุม ๑๓๒ แสดงตนครับ
๑๓๒ ครับ
ท่านประธานคะ ๔๗๘ แสดงตนค่ะ
๔๗๘ ครับ
๑๑๗ แสดงตนครับ
๑๑๗ ครับ
ท่านประธาน ๐๑๖ แสดงตนครับ
๐๑๖ ครับ
ท่านประธาน ๓๗๙ แสดงตนครับ
๓๗๙ ครับ
ท่านประธานครับ กรวีร์ ปริศนานันทกุล ๐๐๓ แสดงตนครับ
๐๐๓ ครับ
ท่านประธานครับ ๒๙๗ แสดงตนครับ
๒๙๗ ครับ
ท่านประธานคะ ๔๒๕ แสดงตนค่ะ
๔๒๕ ครับ
ท่านประธานรอสักหน่อยนะครับ
รอครับ
เพราะว่าขณะนี้กำลังสับเปลี่ยน หน้าไปหลัง หลังไปหน้า เปลี่ยนที่นั่งอยู่ครับ
รอครับ ท่านไปรับบัตรได้เลยนะครับ ผมรออยู่ครับ
ท่านประธานคะ ๒๘๕ แสดงตนค่ะ
๒๘๕ ครับ เพิ่มเติมไหมครับ มีท่านใดยังไม่แสดงตนบ้าง น่าจะเรียบร้อยนะครับ ผมขอปิดการแสดงตน ส่งผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๐๐ ท่าน บวก ๑๓ ท่าน เป็น ๓๑๓ ท่าน
ครบองค์ประชุมครับ ต่อไปผมจะถามมติในที่ประชุมว่าท่านจะรับหลักการแห่ง ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดยท่านจรัส คุ้มไข่น้ำ กับคณะ เป็นผู้เสนอหรือไม่ ถ้าท่านผู้ใดเห็นควรรับหลักการกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าท่าน ผู้ใดไม่เห็นควรรับหลักการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านใช้สิทธิลงคะแนนครับ
ท่านประธานครับ ๐๒๑ เห็นด้วยครับ
๐๒๑ ครับ
ท่านประธานครับ ๑๑๑ เห็นด้วยครับ
๔๖๑ รับหลักการครับ
เอาใหม่ครับ เมื่อสักครู่นี้
๑๑๑ เห็นด้วยครับ
๑๑๑
๔๖๑ รับหลักการครับ
๔๖๑ ครับ
ท่านประธานคะ ๒๘๕ เห็นด้วยค่ะ
๒๘๕ ครับ
ท่านประธานคะ ๐๗๐ เห็นชอบค่ะ
๐๗๐ แสดงตนครบหรือยัง ที่กำลังเดินอยู่เรียบร้อยไหมครับ มีท่านใดยังไม่ลงคะแนนบ้างครับ เมื่อลงคะแนนเสร็จแล้วผมขอปิดการลงคะแนน แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๓๓ ท่าน เห็นด้วย ๓๒๘ ท่าน บวก ๕ ท่าน เป็น ๓๓๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน
เป็นอันว่า ที่ประชุมรับหลักการร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดย ท่านจรัส คุ้มไข่น้ำ กับคณะ เป็นผู้เสนอ ต่อไปเสนอกรรมาธิการครับ จะให้เป็นกรรมาธิการ สามัญหรือว่าวิสามัญ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญ ๓๑ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีผู้เสนอเป็นอย่างอื่นไหมครับ ไม่มีนะครับ ก็เป็นอันว่าที่ประชุมให้ตั้ง กรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๓๑ ท่าน ก็จะเป็นสัดส่วนดังนี้ เป็นสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ซึ่งจะต้องไม่เกิน ๑ ใน ๔ ของจำนวนกรรมาธิการทั้งหมด ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๑ สัดส่วนของ คณะรัฐมนตรี ๗ ท่าน แล้วก็สัดส่วนของกรรมาธิการที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๒๔ ท่าน ต่อไปเชิญทางสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีเสนอชื่อกรรมาธิการทั้งหมด ๗ ท่านครับ
กราบประธานสภาที่เคารพ ผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๗ ท่าน ๑. นางสาวสุนัน เพชรชู ๒. นายพัฒนชาต ชุมทอง ๓. นายณรงค์ฤทธิ์ วรรณโส ๔. นางสาวสุนีย์ ศรีสง่าตระกูลเลิศ ๕. นางอัจฉริยา ทวีสุข ๖. นางสาวเรวดี ขวัญทองยิ้ม ๗. นางสาวสิริกาญจน์ สุวรรณจริตกุล ขอผู้รับรองด้วยครับ
สัดส่วน รัฐมนตรี ๗ ท่านครบนะครับ ท่านสมาชิกอย่าเพิ่งออกไปไหน เดี๋ยวเราจะลงมติอีกฉบับหนึ่ง ต่อไปเป็นสัดส่วนของสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละพรรคการเมืองเป็นดังนี้ พรรคประชาชน ๗ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๗ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน พรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่าน พรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคประชาชาติ พรรคละ ๑ ท่าน ต่อไปขอเชิญสัดส่วนของแต่ละพรรคการเมือง แล้วก็ ขอผู้รับรองตามข้อบังคับ ข้อ ๙๑ เชิญพรรคประชาชน ๗ ท่านครับ
เรียนประธานสภาที่เคารพ รัชนก สุขประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน ขอเสนอสัดส่วน พรรคประชาชน ๗ ท่าน ดังนี้ ๑. นายจรัส คุ้มไข่น้ำ ๒. นายเซีย จำปาทอง ๓. นายสหัสวัต คุ้มคง ๔. นายสุเทพ อู่อ้น ๕. นายศักดินา ฉัตรกุล ณ อยุธยา ๖. นายศุภณัฐ บำรุงกิจ ๗. นายบุญยืน สุขใหม่ ขอผู้รับรองค่ะ
ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปพรรคเพื่อไทย ๗ ท่านครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ในสัดส่วน ของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๗ ท่านดังนี้ ๑. นายเอกพร รักความสุข ๒. นายสุนัย พลายงาม ๓. นายวันชัย สอนศิริ ๔. นายพายุ เนื่องจำนงค์ ๕. นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ๖. รองศาสตราจารย์รุ่งเรือง พิทยศิริ ๗. นางสาวณัฐณิชา บุรณศิริ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ ๑. นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ๒. นางสาวอัสมา มังกรชัย ๓. นางสาวโนติยา ภัทรประสิทธิ์ ขอผู้รองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปพรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ปรเมษฐ์ จินา พรรครวมไทยสร้างชาติ สุราษฎร์ธานี ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของคุณจรัสในสัดส่วนของ พรรครวมไทยสร้างชาติ จำนวน ๒ ท่าน ๑. คุณทิพานัน ศิริชนะ ๒. คุณชนกนันท์ ศุภศิริ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปพรรคกล้าธรรม ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรมขอเสนอสัดส่วนกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคกล้าธรรม จำนวน ๑ ท่าน ได้แก่ นายศักดิ์ผล ยอดบางเตย ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่านครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่านดังนี้ครับ คือท่านกาญจน์ ตั้งปอง ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปพรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของ พรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๑ ท่าน คือท่านดอกเตอร์ณัฐกฤตย์ ณ ชุมพร ขอผู้รับรอง ด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ ศุภโชค ศรีสุขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการ ในสัดส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน ได้แก่ นายอาชวิทธิ์ เจิงกลิ่นจันทน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปพรรคประชาชาติ ๑ ท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรวิทย์ บารู พรรคประชาชาติ เขต ๑ ปัตตานีครับ ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญ ในสัดส่วนของพรรคประชาชาติ คือนายซัยนูรดีน นิมา ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้อง ครบแล้วนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทยครับ ขอแก้ไขรายชื่อในสัดส่วนคณะรัฐมนตรี ๑ ท่าน ขอเสนอ นางสาวสิริกาญจน์ สุวรรณจริตกุล ครับ
แทนใคร
แทนนางสาวสิริกัญญา สุวรรณจริตกุล
สัดส่วนของ คณะรัฐมนตรีแก้ไขตามรายชื่อนะครับ ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อกรรมาธิการครับ
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑. นางสาวสุนัน เพชรชู ๒ นายพัฒนชาต ชุมทอง ๓. นายณรงค์ฤทธิ์ วรรณโส ๔. นางสาวสุนีย์ ศรีสง่าตระกูลเลิศ ๕. นางอัจฉริยา ทีวีสุข ๖. นางสาวเรวดี ขวัญทองยิ้ม ๗. นางสาวสิริกาญจน์ สุวรรณจริตกุล ๘. นายจรัส คุ้มไข่น้ำ ๙. นายเซีย จำปาทอง ๑๐. นายสหัสวัต คุ้มคง ๑๑. นายสุเทพ อู่อ้น ๑๒. นายศักดินา ฉัตรกุล ณ อยุธยา ๑๓. นายศุภลักษณ์ บำรุงกิจ ๑๔. นายบุญยืน สุขใหม่ ๑๕ นายเอกพร รักความสุข ๑๖. นายสุนัย พลายงาม ๑๗. นายวันชัย สอนศิริ ๑๘. นายพายุ เนื่องจำนงค์ ๑๙. นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ๒๐. รองศาสตราจารย์รุ่งเรือง พิทยศิริ ๒๑. นางสาวณัฐณิชา บุรณศิริ ๒๒. นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ๒๓. นางสาวอสมา มังกรชัย ๒๔. นางสาวโนติยา ภัทรประสิทธิ์ ๒๕ นางสาวทิพานัน ศิริชนะ ๒๖. นางสาวชนกนันท์ ศุภศิริ ๒๗. นายศักดิ์พล ยอดบางเตย ๒๘. นายกาญจน์ ตั้งปอง ๒๙. นายณัฐกฤตย์ ณ ชุมพร ๓๐. นายอาชวิทธิ์ เจิงกลิ่นจันทน์ ๓๑. นายซัยนูรดีน นิมา
ต่อไป เป็นการกำหนดระยะเวลาแปรญัตติ เชิญครับ ขอเชิญผู้เสนอเรื่องกำหนดระยะเวลาแปรญัตติ มีไหมครับ
ท่านประธานครับ อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอ วันแปรญัตติจำนวน ๑๕ วัน ขอผู้รับรองครับ
กำหนด แปรญัตติ ๑๕ วัน ก็จบนะครับ ต่อไปเป็นการลงมติในวาระที่ ๑ ซึ่งเป็นร่างของ ท่านวรรณวิภา ไม้สน กับคณะ ซึ่งก่อนลงมตินั้นผมก็ขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่ง
(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้ามาเพื่อแสดงตนก่อนลงมติครับ เนื่องจากร่างฉบับของ ท่านวรรณวิภา กับคณะ นั้น ก็มีความแตกต่างจากของท่านจรัส คุ้มไข่น้ำ ดังนั้นก็จะมี การลงมติเพื่อรับหลักการ แล้วก็มีการตั้งกรรมาธิการซึ่งมีความแตกต่างจากคณะชุดที่เพิ่ง ตั้งไปซึ่งมีสาระสำคัญที่แตกต่างกัน เชิญท่านสมาชิกที่เข้ามาแล้วกรุณาเสียบบัตรและกดปุ่ม แสดงตนนะครับ
๔๖๑ แสดงตนครับ
๔๖๑ นะครับ แสดงตนกันครบหรือยังครับ ถ้าไม่มีเพิ่มเติมผมขอปิดการแสดงตน ส่งผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๒๘๗ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๒๘๘ ท่าน
ครบองค์ประชุมนะครับ ต่อไปจะขอถามมติว่าท่านจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยท่านวรรณวิภา ไม้สน กับคณะ เป็นผู้เสนอ หรือไม่ ถ้าท่านเห็นควรรับหลักการกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นควรรับหลักการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้าเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิ ลงคะแนนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
รับหลักการ กดปุ่ม เห็นด้วย ไม่รับหลักการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียงครับ
ท่านประธานคะ ๐๗๐ เห็นด้วยค่ะ
๐๗๐ นะครับ ครบถ้วนหรือยังครับ มีใครยังไม่ลงคะแนนบ้างครับ ถ้าครบถ้วนแล้วผมขอปิด การลงคะแนน ส่งผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๓๔ ท่าน เห็นด้วย ๓๒๘ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๓๒๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน
เป็นอันว่า ที่ประชุมรับหลักการร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งท่านวรรณวิภา ไม้สน กับคณะเป็นผู้เสนอ ต่อไปเป็นการเสนอกรรมาธิการ เชิญครับ ว่าจะตั้งกรรมาธิการแบบไหน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๓๙ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้อง จำนวน ๓๙ ท่าน มีผู้เสนอเป็นอย่างอื่นไหมครับ ไม่มีนะครับ เป็นอันว่าที่ประชุม ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๓๙ ท่าน เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติของ ท่านวรรณวิภา ไม้สน นั้นมีสาระที่เกี่ยวข้องกับสตรี ซึ่งรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๘ วรรคสอง และข้อบังคับ ข้อ ๑๒๑ กำหนดให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญจากบุคคลดังกล่าว หรือผู้แทน องค์กรเอกชนที่ทำงานเกี่ยวกับสตรีโดยตรงจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของจำนวน กรรมาธิการทั้งหมดจากบุคคลที่คณะรัฐมนตรีเสนอชื่อไม่เกิน ๑ ใน ๖ ของจำนวน กรรมาธิการทั้งหมด ส่วนจำนวนกรรมาธิการที่เหลือให้ที่ประชุมเลือกจากรายชื่อที่สมาชิก เสนอ โดยให้มีจำนวนตามหรือใกล้เคียงกับอัตราส่วนของจำนวนสมาชิกของแต่ละ พรรคการเมืองที่มีอยู่ในสภา ดังนั้นจึงขอกำหนดดังนี้ ที่ประชุมก็มีมติให้ตั้งกรรมาธิการ จำนวน ๓๙ ท่าน ซึ่งเป็นสัดส่วนของรัฐมนตรี ๖ ท่าน สัดส่วนของสภาผู้แทนราษฎร ๒๐ ท่าน สัดส่วนของผู้แทนองค์กรเอกชนเกี่ยวกับสตรีอีก ๑๓ ท่าน ดังนั้นขอเชิญ คณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อกรรมาธิการ จำนวน ๖ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทยครับ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๖ ท่าน ๑. นางสาวสุนัน เพชรชู ๒. นายพัฒนชาต ชุมทอง ๓. นายณรงค์ฤทธิ์ วรรณโส ๔. นางสาวสุนีย์ ศรีสง่าตระกูลเลิศ ๕. นางอัจฉริยา ทวีสุข ๖. นางสาวเรวดี ขวัญทองยิ้ม
สัดส่วน ของคณะรัฐมนตรี ๖ ท่านครบแล้วนะครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนของกรรมาธิการ ของสภาผู้แทนราษฎรและผู้แทนองค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้องกับสตรี ตามสัดส่วนของ แต่ละพรรคการเมืองจะเป็นดังนี้ พรรคประชาชนนั้นกรรมาธิการของพรรคจำนวน ๖ ท่าน องค์กรเอกชน ๔ ท่าน พรรคเพื่อไทย กรรมาธิการของพรรค จำนวน ๖ ท่าน ผู้แทน องค์กรเอกชน ๔ ท่าน พรรคภูมิใจไทย กรรมาธิการของพรรค จำนวน ๓ ท่าน องค์กรเอกชน จำนวน ๒ ท่าน พรรครวมไทยสร้างชาติ กรรมาธิการของพรรค จำนวน ๒ ท่าน องค์กรเอกชน ๑ ท่าน พรรคกล้าธรรม กรรมาธิการของพรรค ๑ ท่าน ผู้แทนเอกชน ๑ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ กรรมาธิการของพรรค ๑ ท่าน องค์กรเอกชน ๑ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ กรรมาธิการของพรรค ๑ ท่าน ดังนั้นขอเชิญแต่ละพรรคการเมืองได้เสนอรายชื่อตามสัดส่วน แล้วก็ขอผู้รับรองตามข้อบังคับ ข้อ ๙๑ ต่อไปเป็นพรรคประชาชน กรรมาธิการของพรรค ๖ ท่าน แล้วก็องค์กรเอกชน ๔ ท่าน เชิญครับ
เรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ธัญธร ธนินวัฒนาธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาชนครับ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... สัดส่วนพรรคประชาชน จำนวน ๖ ท่าน ๑. นางสาววรรณวิภา ไม้สน ๒. นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ ๓. นางสาวภัสริน รามวงศ์ ๔. นางสาวสิริลภัส กองตระการ ๕. นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ๖. นายวศิน ปานเดช และสัดส่วนผู้แทนองค์กรเอกชน จำนวน ๔ ท่านดังนี้ ๑. นายบัณฑิต แป้นวิเศษ ๒. นายนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ ๓. นางสาวสุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง ๔. นางสาวภิญญาพัชญ์ ภิญเดช เสน่ห์สังคม ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปเป็นพรรคเพื่อไทยครับ กรรมาธิการของพรรค ๖ ท่าน แล้วก็ผู้แทน องค์กรเอกชน ๔ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทยครับ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยดังนี้ครับ ๑. นายเอกพร รักความสุข ๒. นายศิริชัย จำเนียรสวัสดิ์ ๓. นางสาวชมพูนุช สมบูรณ์วงศ์ ๔. นายนพพล เหลืองทองนารา ๕. นางสาวสิริพัชระ จึงธีรพานิช ๖. พลตำรวจตรี ธรรมนูญ มั่นคง และขอเสนอรายชื่อในสัดส่วนผู้แทนองค์กรสตรี จำนวน ๔ ท่านดังนี้ ๑. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ผกาวดี สุพรรณจิตวนา ๒. นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ๓. นางสมหญิง บัวบุตร ๔. นางสาวกรกช แก้วไพฑูรย์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปเป็นพรรคภูมิใจไทย กรรมาธิการของพรรค ๓ ท่าน ผู้แทนองค์กรเอกชน ๒ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ปทิดา ตันติรัตนานนท์ จังหวัดสุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๓ ท่าน ๑. นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ๒. นางสาวปาตีเมาะ เปาะอิแตดาโอะ ๓. นางสาวรัชดา ไชยคุปต์ และในสัดส่วนผู้แทนองค์กรเอกชน จำนวน ๒ ท่าน ๑. นางสาวธัณยาการย์ เตชะพัฒน์สิริ ๒. นางสาวธนัญชนก ปัณฑวนันท์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปพรรครวมไทยสร้างชาติ กรรมาธิการของพรรค ๒ ท่าน แล้วก็ผู้แทนเอกชน ๑ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ปรเมษฐ์ จินา พรรครวมไทยสร้างชาติ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการ วิสามัญในสัดส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ จำนวน ๒ ท่าน ท่านแรก คุณทิพานัน ศิริชนะ ท่านที่ ๒ รองศาสตราจารย์ดอกเตอร์นันทกฤษณ์ ยอดพิจิตร แล้วก็ในสัดส่วนของ องค์กรภาคเอกชนที่ทำงานเกี่ยวกับสตรี จำนวน ๑ ท่าน นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปเป็นพรรคกล้าธรรม กรรมาธิการของพรรค ๑ ท่าน ผู้แทนองค์กรเอกชน ๑ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ขอเสนอสัดส่วนกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๑ ท่าน ได้แก่ สส. กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ และขอเสนอสัดส่วนกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับ สตรี จำนวน ๑ ท่าน ได้แก่ คุณทัศนาพร เกษเมธีการุณ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ กรรมาธิการของพรรค ๑ ท่าน แล้วก็องค์กรเอกชน ๑ ท่าน เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน คือ ท่านกาญจน์ ตั้งปอง และในสัดส่วนขององค์กรเอกชนภาคสตรี คือคุณรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ขอผู้รับรอง ด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปพรรคพลังประชารัฐ กรรมาธิการของพรรค ๑ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ สส. จังหวัดเพชรบูรณ์ ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เกี่ยวกับเด็กและสตรีในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐนวน ๑ ท่าน คือดอกเตอร์บุณณดา สุปิยพันธุ์ ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรอง ถูกต้อง ขอเชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อกรรมาธิการครับ
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑. นางสาวสุนัน เพชรชู ๒. นายพัฒนชาต ชุมทอง ๓. นายณรงค์ฤทธิ์ วรรณโส ๔. นางสาวสุนีย์ ศรีสง่าตระกูลเลิศ ๕. นางอัจฉริยา ทวีสุข ๖. นางสาวเรวดี ขวัญทองยิ้ม ๗. นางสาววรรณวิภา ไม้สน ๘. นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ ๙. นางสาวภัสริน รามวงศ์ ๑๐. นางสาวสิริลภัส กองตระการ ๑๑. นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ๑๒. นายวศิน ปานเดช ๑๓. นายบัณฑิต แป้นวิเศษ ๑๔. นายนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ ๑๕. นางสาวสุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง ๑๖. นางสาวภิญญาพัชญ์ ภิญเดช เสน่ห์สังคม ๑๗. นายเอกพร รักความสุข ๑๘. นายศิริชัย จำเนียรสวัสดิ์ ๑๙. นางสาวชมภูนุช สมบูรณ์วงศ์ ๒๐. นายนพพล เหลืองทองนารา ๒๑. นางสาวสิริพัชระ จึงธีรพานิช ๒๒. พลตำรวจตรี ธรรมนูญ มั่นคง ๒๓. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ผกาวดี สุพรรณจิตวนา ๒๔. นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ๒๕. นางสมหญิง บัวบุตร ๒๖. นางสาวกรกช แก้วไพฑูรย์ ๒๗. นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ๒๘. นางสาวปาตีเมาะ เปาะอิแตดาโอะ ๒๙. นางสาวรัชดา ไชยคุปต์ ๓๐. นางสาวธัณยาการย์ เตชะพัฒน์สิริ ๓๑. นางสาวธนัญชนก ปัณฑวนันท์ ๓๒. นางสาวทิพานัน ศิริชนะ ๓๓. รองศาสตราจารย์ นันทกฤษณ์ ยอดพิจิตร ๓๔. นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา ๓๕. นางสาวกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ ๓๖. นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ๓๗. นายกาญจน์ ตั้งปอง ๓๘. นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท และ ๓๙. นางสาวบุณณดา สุปิยพันธุ์
ครบถ้วน ต่อไปกำหนดระยะเวลาแปรญัตติ เชิญเสนอ เอากี่วันครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอ จำนวนวันแปรญัตติ ๑๕ วัน ขอผู้รับรองครับ
เสนอ แปรญัตติ ๑๕ วัน ก็เป็นการจบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งเป็นร่างพระราชบัญญัติ ที่เสนอโดยท่านวรรณวิภา ไม้สน เชิญท่านปกรณ์วุฒิครับ
ขอบคุณท่านประธาน ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก่อนที่จะเข้าระเบียบวาระถัดไปก็มีเรื่องอยากจะหารือท่านประธาน แล้วก็อยากจะขอ ความกรุณาท่านประธานและเพื่อนสมาชิกทุกท่านในลำดับต่อไป วาระต่อไปก็เป็น ร่าง พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วก็ร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เป็นวาระที่ ๑ แต่หลังจากนั้นเราจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ. โคนมและผลิตภัณฑ์นม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นวาระที่สอง วาระที่สาม รายมาตรา แต่ว่ามีการแก้ไขเพียงแค่ ๘ มาตรา เท่านั้น ดังนั้นผมคิดว่าผู้สงวนก็มีแค่มาตราเดียวคงใช้เวลาไม่นาน เมื่อเช้านี้ผมเพิ่งได้ไปรับ หนังสือจากกลุ่มภาคประชาชนที่เสนอร่าง พ.ร.บ. บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด มา แล้วเขา ก็คาดหวังว่าให้สภาของเราเริ่มพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาดในวาระ ที่สอง ในวาระที่สามวันนี้เลย ผมคำนวณจากเวลาผมคิดว่าราว ๆ ๔ โมงกว่าเราน่าจะ สามารถเข้าสู่ร่าง พ.ร.บ. บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด วาระที่สอง วาระที่สามได้ ถ้าท่านประธานจะกรุณา แล้วก็เพื่อนสมาชิกจะกรุณาอยู่ร่วมกัน ผมคิดว่าวันนี้อาจจะสัก ๒ ทุ่มให้ผ่านไปได้หลายมาตรามากที่สุด เพราะพรุ่งนี้เองเราคงเลิกไม่ดึกมากนัก เพราะว่า พรุ่งนี้เราก็จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ. บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาดต่อเช่นกัน แต่คงไม่ ดึกมาก เพราะเข้าใจว่าเพื่อน สส. หลาย ๆ ท่านก็อาจจะต้องเดินทางกลับภูมิลำเนา พรุ่งนี้ ก็อาจจะได้สักแค่ประมาณหกโมงเย็นเป็นอย่างมาก ดังนั้นวันนี้ถ้าจะเลยไปสักนิดหนึ่ง สัก ๒ ทุ่มก็คิดว่าน่าจะกำลังดีครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ
ไม่ขัดข้อง แล้วแต่ที่ประชุม ท่านสมาชิกก็อยู่ร่วมกันเพื่อพิจารณากฎหมายตามที่ท่านปกรณ์วุฒิเสนอ เชิญครับ
ท่านประธานสภา ขออนุญาตครับ ผม อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตท่านประธานเปลี่ยนแปลงรายชื่อกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่มีสาระเกี่ยวกับสตรี เปลี่ยนจาก นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เป็น นางสาวชนิกานต์ นุ่มบัว ขอผู้รับรองด้วยครับ
ขอผู้รับรอง แก้ไขตามที่ท่านสมาชิกเสนอนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ ได้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาร่วมกับระเบียบวาระที่ ๑ เป็นที่ เรียบร้อยแล้วนะครับ
๕. ร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร กับคณะ เป็นผู้เสนอ
เนื่องจากว่ามีร่างพระราชบัญญัติทำนองเดียวกันอีก ๑ ฉบับคือ ร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านเอกราช อุดมอำนวย กับคณะ เป็นผู้เสนอ แล้วก็ยังมีร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องอีก ๑ ฉบับคือ ร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร กับคณะ เป็นผู้เสนอ ซึ่งผมเห็นว่าสามารถรวมระเบียบวาระการประชุม เพื่อพิจารณาพร้อมกันได้ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) ซึ่งเราจะแยกลงมติในวาระที่หนึ่ง ในชั้นรับหลักการนั้นจะมีสมาชิกท่านอื่นเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ จะขอรวมการพิจารณา ทั้ง ๓ ฉบับเลย มีไหมครับ ไม่มีก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบตามนี้นะครับ ดังนั้นผมก็ขอ ดำเนินการต่อไปเลยนะครับ
ด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอร่างมายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๓ (๒) โดยร่างของท่านวิโรจน์กับคณะทั้ง ๒ ฉบับ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดทำรายงานรับฟังความคิดเห็น แล้วก็วิเคราะห์ ผลกระทบที่อาจจะเกิดจากการร่างกฎหมายแล้ว สำหรับร่างของท่านเอกราชและคณะ เป็นร่างที่มีหลักการและทำนองเดียวกัน ดังนั้นสำนักงานจึงไม่ได้จัดทำให้มีการรับฟัง ความคิดเห็นอีก โดยขอนำร่างรายงานที่ได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นไปแล้ว มาประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ วรรคสอง และประกาศของสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการการรับฟังความคิดเห็น และการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดจากร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ สำหรับรายละเอียดนั้นได้ปรากฏ ตามเอกสารที่วางจัดให้กับท่านสมาชิกได้ทราบแล้ว ทั้งนี้ภายหลังจากการที่ประธาน สภาผู้แทนราษฎรได้อนุญาตบรรจุร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ส่งความเห็นเพิ่มเติมมายังคณะกรรมการขับเคลื่อนการรับฟัง ความคิดเห็น แล้วก็วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดจากการร่างกฎหมายที่เสนอโดย สภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ผู้มีสิทธิเลือกตั้งภาคประชาชน ซึ่งได้ให้เจ้าหน้าที่ได้จัดวาง ให้ท่านสมาชิกเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาแล้ว ต่อไปก็จะเป็นการเสนอหลักการ และเหตุผลตามลำดับดังนี้ ผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ ได้แก่ ๑. ท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร กับคณะ จำนวน ๒ ฉบับ แล้วก็ของท่านเอกราช อุดมอำนวย กับคณะ ดังนั้น ขอเชิญท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ก่อนเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ แล้วก็เพื่อนสมาชิกทุกท่าน ผมขอนำเรียนผ่านท่านประธานด้วยนะครับ หากว่าพวกเราเวลาที่เราพูดถึงคำว่า ความยุติธรรม ผมคิดว่าพวกเราคงยืนยันตรงกันว่า ความยุติธรรมมันจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีมาตรฐานของกระบวนการยุติธรรมที่เทียบเท่า และเท่าเทียมกัน ความแตกต่างในบางขั้นบางตอนที่อาจจะมีอยู่บ้างผมเข้าใจครับ แต่ว่า จะต้องมีเหตุผลที่สามารถอธิบายให้กับประชาชนทั้งประเทศทุกวิชาชีพเข้าใจได้ เพื่อให้ประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นทหาร พลเรือน ข้าราชการ หรืออาชีพใด ๆ ก็ตาม มีความเสมอภาคกันต่อหน้ากฎหมาย เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม และได้ผลลัพธ์ จากกระบวนการยุติธรรมที่ไม่ลักลั่น ไม่มีการเลือกปฏิบัติ เป็นอิสระจากผลประโยชน์ระบบ พวกพ้องและระบบเครือข่ายอุปถัมภ์ต่าง ๆ และนี่ละคือหัวใจสำคัญที่สุดในการแก้ไข ปรับปรุงพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พุทธศักราช ๒๔๙๘ ที่ถูกบังคับใช้มา อย่างยาวนาน จนหลายบทบัญญัติไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมและกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน อีกทั้งศาลทหาร ท่านประธานครับ เราต้องยอมรับจริง ๆ ในหลายกรณีไม่ว่า GT200 การทุจริตที่เกี่ยวพันกับทหาร โดยเฉพาะทหารระดับนายพลหรือนายทหารระดับสูง หรือการอุ้มหาย ซ้อมทรมานต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับพลเรือนจนเป็นบาดแผลจากอดีตจนถึง ปัจจุบันก็ถูกสังคมตั้งข้อสังเกตมาอย่างยาวนานถึงมาตรฐานความยุติธรรมของศาลทหาร ที่เปรียบเทียบกับศาลยุติธรรม จึงทำให้มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้ เพื่อให้การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของทั้งทหารและพลเรือนได้รับความยุติธรรม อย่างเท่าเทียมกัน ความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะพลเรือนที่ถูกกระทำ แต่นายทหารตัวเล็กตัวน้อย นายทหารระดับปฏิบัติการหลายครั้งน้ำท่วมปาก มักจะอ้างว่า นายสั่งมา ไม่ทำตามนายสั่งก็จะถูกทำร้าย ถูกกลั่นแกล้งต่าง ๆ นานา ดังนั้นความยุติธรรม ที่เกิดขึ้นจากการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้จึงเป็นความยุติธรรมที่ยังประโยชน์ให้กับ ทั้งทหารและพลเรือน ซึ่งทั้งหมดหลักการสำคัญที่ผมนำเสนอการแก้ไขปรับปรุงมีทั้งสิ้น ๗ หัวข้อด้วยกัน
ประการที่ ๑ หลักการสำคัญยกเลิกศาลจังหวัดทหาร และให้นำคดี ไปพิจารณาที่ศาลมณฑลทหารบกแทน ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกทุกท่าน รวมทั้ง ท่านประธานก็น่าจะเห็นด้วยอยู่แล้ว เพราะว่าเป็นการบริหารงบประมาณและทรัพยากร บุคคลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันจำนวนคดีก็มีความลดน้อยลงตามลำดับ ดังนั้นการนำคดีไปพิจารณาที่ศาลมณฑลทหารบกก็จะเป็นการประหยัดงบประมาณมากขึ้น และสามารถบริหารจัดการบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมของกองทัพได้ดี มากยิ่งขึ้น
ประการที่ ๒ เรื่องนี้สำคัญ ถ้าเราติดตามกรณีของคุณเมย ภคพงศ์ ที่ผมคิดว่า ทั้งสังคมเขาตั้งข้อสังเกตถึงความอยุติธรรมว่าทำไมผู้เสียหายครอบครัวตัญกาญจน์ถึง ไม่ฟ้องเอง ก็เพราะกฎหมายบังคับให้อัยการทหารเป็นผู้ฟ้องได้เท่านั้น ผู้เสียหายไม่สามารถ เป็นโจทก์ฟ้องเองได้ ดังนั้นสาระสำคัญประการที่ ๒ ก็คือเราพยายามที่จะแก้ไขให้ผู้เสียหาย เป็นโจทก์สามารถฟ้องเองได้ โดยไม่จำกัดว่าจะต้องผ่านอัยการทหารเท่านั้น ปัจจุบัน ผมต้องย้ำตรงนี้ผู้เสียหายไม่สามารถฟ้องเองได้ ถ้าเกิดมีข้อครหานินทาว่าไปวิ่งอัยการทหาร แล้วสุดท้ายสั่งไม่ฟ้องคดีต่าง ๆ ยุติลง แต่เป็นการยุติลงด้วยความอยุติธรรม ดังนั้นจึงเป็น หลักการที่ ๒ ในการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ และกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องกัน
ประการที่ ๓ เรื่องนี้ก็สำคัญต่อกระบวนการยุติธรรมเหมือนกัน พวกเราเสนอ ให้แก้ไขให้ไม่สามารถสืบพยานลับหลังจำเลยได้อีกต่อไป เพราะการสืบพยานโจทก์ โดยเฉพาะพยานโจทก์ลับหลังจำเลยไม่แตกต่างจากการกล่าวหาฝ่ายเดียวโดยที่ทนายจำเลย ไม่สามารถท้วงติง ทนายจำเลยไม่สามารถซักค้านได้ ดังนั้นกล่าวหาว่าจำเลยผิดอะไร จำเลย ไปทำอะไรก็จะถูกบันทึกและทำให้กระบวนการยุติธรรมบิดเบี้ยวจนทำให้หลายครั้งสังคม ไม่อาจยอมรับได้ นี่คือประการที่ ๓
ประการที่ ๔ สามารถอุทธรณ์และฎีกาได้ทั้งในเวลาปกติและเวลาที่ไม่ปกติ เวลาที่ไม่ปกติก็คือในสถานการณ์ที่มีการประกาศกฎอัยการศึก ผมคิดว่ากระบวนการ ยุติธรรมไม่ควรจะลิดรอนสิทธิในการอุทธรณ์และฎีกาออกไปเลย เว้นเสียแต่ว่าในเหตุ ที่มีศึกสงครามหรือมีกรณีที่ประกาศกฎอัยการศึกทั้งประเทศ ตรงนี้พวกผมเข้าใจดีถึง ความจำเป็น ตรงนั้นเราไม่ว่ากัน แต่ในสถานการณ์ทั่วไปผมคิดว่าการอุทธรณ์และการฎีกา เป็นสิทธิที่ทุกคนจะต้องได้รับอย่างเท่าเทียมกันในกระบวนการยุติธรรม
ประการที่ ๕ ท่านประธานทราบไหมครับ ตอนนี้ตุลาการพระธรรมนูญ หรือที่เราเรียกกันว่าตุลาการทหารขึ้นอยู่กับกรมพระธรรมนูญ และกรมพระธรรมนูญขึ้นอยู่ กับอะไร สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม ก็คืออยู่ในสายการบังคับบัญชา ถ้าเกิดตุลาการอยู่ใน ระบบการบังคับบัญชาจะยังความยุติธรรมได้อย่างไร จะลบเลือนคำครหานินทาจากสังคม ได้อย่างไร ดังนั้นในประการที่ ๕ จึงมีการปรับปรุงให้ตุลาการพระธรรมนูญขึ้นตรงต่อ คณะกรรมการตุลาการทหาร โดยคณะกรรมการตุลาการทหารจะมีผู้แทนจากศาลยุติธรรม และศาลปกครองเข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย เพื่อให้การพิจารณาคดีของศาลทหารนับจากนี้ไป มีอิสระจากอำนาจการบังคับบัญชา และมีมาตรฐานเดียวกันกับศาลยุติธรรม คำร่ำคำลือ ที่บอกว่าวิ่งศาลทหารได้จะได้ยุติและหายไปเสียที และมาตรฐานในการตัดสินคดี การพิจารณาคดีจะได้เทียบเท่ากับศาลยุติธรรม ศาลก็คือศาล เราปล่อยให้ศาลบางศาล ถูกข้อครหานินทาว่ามีมาตรฐานอีกแบบหนึ่งมิได้ ไม่อย่างนั้นความยุติธรรมที่เป็น ๒ มาตรฐานเขาเรียกว่าความอยุติธรรมครับ
ประการที่ ๖ คดีที่มีลักษณะเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน คดีทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมขีดเส้นใต้พันเส้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คดีที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตและคอร์รัปชันภายในกองทัพจะต้องส่งไปพิจารณาคดีที่ ศาลชำนัญพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ทำไมครับ ข้าราชการฝ่ายปกครอง ข้าราชการพลเรือน นักการเมือง ข้าราชการท้องถิ่น ข้าราชการ การเมือง เวลาทุจริตคอร์รัปชันขึ้นศาลอาญาทุจริต ทำไมครับ มีแค่ทหารที่ขึ้นศาลทหาร หรือครับ แล้วไม่ต้องอ้างบอกว่าก็ใช้กระบวนการในการไต่สวนเหมือนกัน ถ้าเหมือนกันก็โอนมาที่ ศาลอาญาทุจริตสิครับ เพราะกลไกของศาลอาญาทุจริตนี่สำคัญมาก ถ้าเกิดมีการไปบล็อก ในการเข้าถึงข้อมูลหลักฐาน ไปบล็อกพยานต่าง ๆ จนอัยการทหารมีข้อมูลและหลักฐาน ที่จำกัดก็จะเกิดอะไรขึ้น ยกประโยชน์ให้จำเลย ยกเหตุต้องสงสัยให้จำเลยแล้วพิพากษา ยกฟ้อง หรือพอหลักฐานไม่พอ ไม่ใช่หลักฐานไม่พอครับ เข้าถึงหลักฐานไม่ได้ ถูกบล็อก ถูกกันไม่ให้เข้าถึงหลักฐานอัยการอาจจะสั่งไม่ฟ้องก็ได้ แต่ถ้าเกิดศาลอาญาทุจริต ศาลท่าน มีระบบการไต่สวนสามารถเรียกหาข้อมูลหลักฐานพยานได้ตามสมควรเพื่อทำให้เกิด ความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการทุจริตคอร์รัปชันสิ่งที่ต้องให้ ความยุติธรรมที่สุดคือให้ความยุติธรรมกับประชาชนในฐานะที่เป็นเจ้าของภาษี ให้ความยุติธรรมกับบ้านกับเมืองที่จะได้ดำรงเอาไว้ว่าบ้านเมืองนี้ยังมีขื่อมีแป และขื่อและแป ใช้ร่วมกัน ไม่ว่าทหารหรือพลเรือน ไม่ใช่ว่าทหารไปใช้ขื่อใช้แปอีกแบบหนึ่ง ข้าราชการ พลเรือนและประชาชนทั่วไปใช้ขื่อใช้แปอีกแบบหนึ่ง ดังนั้นทุจริตคอร์รัปชันขึ้นศาลอาญา ทุจริต นี่ขีดเส้นใต้พันเส้น และตราบใดก็ตามถ้าเราไม่แก้ไขปรับปรุงตรงนี้ปล่อยให้ เสียงร่ำเสียงลือว่าทหารที่ทุจริตถ้ามีเส้นมีสาย มีพี่มีน้องมีระบบรุ่น มีเครือข่ายอุปถัมภ์ สามารถวิ่งศาลทหารได้ นี่คือคำร่ำคำลือ อาจจะไม่จริงก็ได้ แต่ต่อให้ไม่จริงแต่คำร่ำคำลือ ยังอยู่ความยุติธรรมจะเกิดขึ้นได้อย่างไร และถ้าไม่ทุจริตจะกลัวอะไรกับการพิจารณาของ ศาลอาญาทุจริต
ประการที่ ๗ สุดท้ายครับ สำหรับกรณีความผิดที่มีโทษร้ายแรงก็คือ โทษจำคุกตั้งแต่ ๓ ปีเป็นต้นไป ปรับตั้งแต่ ๖๐,๐๐๐ เป็นต้นไป ร่างของผมและคณะเสนอให้ จำนวนตุลาการร่วมซึ่งเป็นทหารชั้นนายพล จากเดิมมี ๒ นายประกบตุลาการพระธรรมนูญ ที่มีเพียงแค่ ๑ นาย ก็จะเหลือเพียงตุลาการร่วมเพียงแค่ ๑ นาย และมีตุลาการพระธรรมนูญ ซึ่งจบการศึกษาด้านกฎหมาย ๒ นาย แต่เดิมประกบ ๒ ท่านประธานนึกภาพนะครับ มีนายพลมาประกบตุลาการพระธรรมนูญจะตัดสินอย่างไร หลักการบอกว่าอะไรครับ หลักการบอกว่าเอาตุลาการร่วมที่เป็นนายพลไปกดดันจำเลย แต่ข้อเท็จจริงคืออะไรครับ จำเลยที่ว่าเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกับตุลาการร่วมนี่ละ ตกลงใครกดดันใครครับ สุดท้าย ข้อเท็จจริงคือตุลาการร่วมมากดดันตุลาการพระธรรมนูญครับ ดังนั้นคดีที่มีโทษสูง ตุลาการ พระธรรมนูญมี ๒ นาย แล้วเหลือตุลาการร่วมที่เป็นนายพลเพียงแค่คนเดียวก็พอถึงจะ อำนวยความยุติธรรมได้ และลดข้อครหาเกี่ยวกับระบบอุปถัมภ์ การใช้ความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง ในการกดดันตุลาการพระธรรมนูญ และยิ่งถ้าไม่แก้ในส่วนของประเด็นที่ ๕ ที่ผมพูด ตุลาการพระธรรมนูญดันอยู่ในสังกัดของสำนักปลัดกระทรวงกลาโหมอีก อยู่ภายใต้ระบบ การบังคับบัญชาอีก ไปกันใหญ่เลยครับท่านประธาน และเรายังแก้อีกว่าตุลาการ พระธรรมนูญทุกคนจะต้องจบการศึกษาด้านกฎหมายการพิจารณาคดีจะได้เทียบเท่ากับ ศาลยุติธรรม
นี่คือ ๗ ประการสำคัญในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายพระธรรมนูญศาลทหาร ในครั้งนี้ และเพื่อให้เกิดความสอดคล้องกันของกฎหมายและประหยัดเวลาในการอภิปราย ผมและคณะจึงมีความจำเป็นต้องแก้ไขมาตรา ๔ ของ พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบ พุทธศักราช ๒๕๕๙ ร่วมด้วย เพื่อให้คดีทุจริตและประพฤติมิชอบอยู่ใน อำนาจของศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ แก้สั้น ๆ แค่นี้เอง ในมาตรา ๔
ด้วยเหตุนี้ร่างร่างนี้ผมต้องขอขอบคุณครับ ไม่ใช่แค่พรรคประชาชนเท่านั้น แต่ร่างร่างนี้เป็นการศึกษาร่วมกันของคณะกรรมาธิการการทหารซึ่งมาจากหลายพรรค พรรคเพื่อไทยด้วย พรรคภูมิใจไทยด้วย พรรคประชาธิปัตย์ด้วย พรรคพลังประชารัฐด้วย ดังนั้นผมยืนยันว่าร่างที่ผมเสนอนี้เป็นร่างที่มาจากความร่วมมือและการเห็นปัญหาร่วมกัน จากพรรคทุกพรรค และผมต้องขอขอบคุณเพื่อน สส. ทุกคนที่ได้ร่วมลงชื่อจากทุกพรรคเลย ได้เสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหาร และ พ.ร.บ. วิธีการพิจารณาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบร่วมกันในครั้งนี้ ผมจึงขอความกรุณาจากเพื่อน ๆ สมาชิกทุกคน ผ่านท่านประธานให้พิจารณาเห็นชอบในหลักการ เพื่อให้การพิจารณาคดีในศาลทหาร มีมาตรฐานของกระบวนการยุติธรรมที่เทียบเท่ากับศาลยุติธรรม เพื่อให้ประชาชนทุกคน ในแผ่นดิน ไม่ว่าเขาจะเป็นทหารหรือพลเรือน เมื่อพูดถึงคำว่ายุติธรรมก็คือยุติธรรมเดียวกัน ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นร่างของท่านเอกราช อุดมอำนวย เชิญครับ
เรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง จากพรรคประชาชนครับ ท่านประธาน วันนี้ผมมายืนตรงนี้เพื่อพูดแทนประชาชนครับ แล้วก็ พูดแทนความยุติธรรมในกองทัพ เพราะว่าเรากำลังพูดถึงศาลทหาร เป็นสถาบันที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวพันชีวิตโดยตรงกับชีวิตของทหาร แล้วก็ประชาชนที่ต้องคดี หลายคนก็อยากจะเป็น โจทก์ฟ้องคดี เพราะฉะนั้นเรื่องของศาลทหารไม่ได้เฉพาะโครงสร้างและกฎหมายที่มีอยู่ใน ทุกวันนี้ มันเกี่ยวพันกันหลายส่วน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ล้าหลัง ไม่เป็นธรรม และไม่สอดคล้อง กับยุคสมัยมันถึงเวลาที่จะต้องบริหารจัดการ ผมจะขออนุญาตสะท้อนปัญหาครับ ท่านประธาน
๑. ก็คืออำนาจที่รวมศูนย์ ก็คือว่าการวางระเบียบราชการในศาลทหาร ซึ่งเป็นไปตามโครงสร้างเดิม ผูกขาดอยู่ภายใต้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รองลงมา ก็คือเจ้ากรมพระธรรมนูญ ถามว่าแบบนี้ศาลทหารจะมีหลักประกันความอิสระอย่างไร จะมั่นใจได้อย่างไรว่าตุลาการพระธรรมนูญที่ทำหน้าที่จะตัดสินใจพิพากษาคดีด้วย หลักของกฎหมาย ไม่ใช่แรงกดดันจากผู้บังคับบัญชา นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กครับท่านประธาน มันคือหัวใจของความยุติธรรม ไม่มีองค์กรไหนในศาลยุติธรรมบ้านเราที่จะเอาอัยการ ตุลาการ ทนาย จำเลย มาอยู่ในแผนกหรือฝ่ายเดียวกัน
ประเด็นที่ ๒ เขตอำนาจศาลที่ผิดฝาผิดตัว คือศาลจังหวัดทหารยังอยู่ ทั้งที่ โครงสร้างพื้นฐานของทหารปัจจุบันเปลี่ยนไปหมดแล้ว ซึ่งในประเด็นนี้กรมพระธรรมนูญ ที่ได้มาชี้แจงในคณะกรรมาธิการการทหาร หรือว่าร่างของคณะรัฐมนตรีก็เห็นด้วย ในหลักการนี้ แล้วก็ในทางปฏิบัติก็เป็นมานานแล้ว เพราะฉะนั้นศาลที่อยู่ในแผนที่ตรงนี้ ตอนนี้ไม่เป็นจริงอีกแล้ว ดังนั้นจึงต้องยกเลิกปรับปรุงให้สอดคล้องกับโครงสร้างในปัจจุบัน
สุดท้ายเรื่องของความเป็นตุลาการทหาร ต้องมีความเชี่ยวชาญ ซึ่งผม ไม่ปฏิเสธว่าองค์คณะผู้ที่มาชี้ขาดชีวิตของคนทุกวันนี้มีคุณสมบัติตามระเบียบของ กรมพระธรรมนูญที่ถูกกำหนดรวม ๆ อยู่ในราชการกลาโหมว่ายุติธรรม มีระเบียบที่ทำ คณะกรรมการตุลาการศาลทหารขึ้นมา แต่สุดท้ายมันก็คือคนในองค์กร ปลาในบ่อเดียวกัน แล้วแบบนี้จะคุ้มครองสิทธิเสรีภาพประชาชนได้ทั่วถึงอย่างไรครับ ดังนั้นมันถึงเวลาที่เราต้อง แยกให้ชัดว่าตุลาการทหารที่ออกมา ทั้งคุณสมบัติมาตรฐาน ความน่าเชื่อถือของศาลทหารเอง ดึงองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสถาบันศาลเข้ามาเป็นองค์คณะเพื่อเป็นหลักประกันเรื่องของ ความเป็นอิสระและความโปร่งใส รวมถึงการยกระดับมาตรฐานในการให้บริการประชาชน ท่านประธานครับ สุดท้ายความเป็นธรรมต้องชัดเจน ปรับเขตอำนาจคดีแล้วลดภาระของ ศาลทหาร ราษฎรฟ้องทหารตอนนี้เป็นคดีอาญาจะฟ้องตรงไม่ได้ เพราะฉะนั้นการที่ บทบัญญัติที่คลุมเครือ เปิดช่องให้ตีความแบบนี้ ล่าสุดท่านประธานคงงงว่าคลุมเครืออย่างไร ท่านเอกราช อย่างนี้ครับท่านประธาน ตอนนี้มันมีความลักลั่นกันอยู่ ๒ เรื่อง ก็คือ การให้อำนาจของราษฎรที่จะต้องไปฟ้องต้องไปผ่านอัยการ แต่ว่าในขณะเดียวกันอัยการ ในคดีอื่น ๆ ก็ฟ้องศาลทหารได้มาที่ศาลทหารนี่ละครับ บางบทบัญญัติเป็นความผิดที่เป็น ความผิดอาญา ตอนนี้ให้ไปอยู่ที่ศาลอาญาทุจริตแล้วนะครับ อย่าง พ.ร.บ. ป้องกันการซ้อมทรมานและอุ้มหาย หรือเรียกง่าย ๆ พ.ร.บ. อุ้มหายมีการเขียน เอาไว้ว่าถ้ามีการกระทำผิดในลักษณะตามพระราชบัญญัตินี้จะต้องขึ้นศาลอาญาทุจริต ดังนั้น ก็เลยทำให้เกิดช่อง จำเลยในคดีคดีหนึ่งที่ไปซ้อมพลทหารเสียชีวิต ที่มีการสั่งซ่อมกัน แล้วเสียชีวิตในค่าย สุดท้ายเมื่อคดีถึงศาลอาญาทุจริต ก็ปรากฏว่ามันมีคดีก่อนหน้า ศาลอาญาทุจริตลงโทษแรงเลย จำคุก ๑๐ ปี แล้วผู้ที่เกี่ยวข้องโดนเยอะหลาย ๑๐ ปี ๒๐ ปี ตามลำดับ แต่ในขณะที่ศาลอาญาทุจริตในคดีที่ ๒ จำเลยโต้แย้งเขตอำนาจศาล ผู้ที่ทำ ความเห็นวินิจฉัยก็คือต้องเป็นองค์คณะตามองค์ประกอบพระราชบัญญัติที่ตีความ เรื่องเขตอำนาจศาล หนึ่งในนั้นเป็นทหารจากกรมพระธรรมนูญนี่ละครับ หัวหน้าคณะ นี่ละครับที่ทำความเห็นบอกว่าไม่ได้ จะต้องไปอยู่ภายใต้อำนาจของศาลทหาร เพราะฉะนั้น เพื่อให้มันชัดเจนไปเลย การมาแก้ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็จะทำให้ไม่คลุมเครือ อีกต่อไป ชัดเจนเลยว่าถ้าคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบให้ไปที่ศาลอาญาทุจริต ให้เป็นเจตจำนงของฝ่ายนิติบัญญัติ แล้วก่อนหน้านี้เรามีการแก้ร่างพระราชบัญญัติ มาตรการฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต หรือว่าร่าง ปปท. ซึ่งมีการตัด อัยการทหารในการจะฟ้องไปแล้วในคดี ปปท. ดังนั้นเพื่อให้เป็นกฎหมายที่เป็นระบบเดียวกัน ผมคิดว่าเราควรจะแก้เพื่อความชัดเจน สุดท้ายครับท่านประธาน ร่างที่ผมเสนอนี้มีหลักการ เหมือนกับร่างของท่านดอกเตอร์วิโรจน์ ลักขณาอดิศร มีแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย แต่หลักการ ๑๕ หลักการ ๓ หมวดหมู่เหมือนกันทุกประการ ผมก็จะไม่พูดซ้ำ เพื่อประหยัดเวลาครับท่านประธาน สรุปท่านประธานที่เคารพครับ นี่ไม่ใช่เรื่องการแก้ กฎหมายที่ธรรมดา แต่มันคือการคืนศักดิ์ศรีความเป็นธรรมให้แก่ทหารและประชาชน เรากำลังพูดถึงการทำให้ศาลทหารมีมาตรฐาน เป็นอิสระ โปร่งใส และทันสมัยเหมือนที่ ประเทศประชาธิปไตยทั่วโลกเขามีกัน ถ้าเรากลัวที่จะปฏิรูปวันนี้ประชาชนจะถามว่า เวลาสภาที่มาจากเป็นผู้แทนของประชาชนจะถูกตั้งคำถามขึ้นมาทันที วันนี้ผมขอเรียกร้อง เพื่อนสมาชิกจากทุกพรรคการเมืองว่าให้ช่วยกันรับหลักการในร่างพระราชบัญญัติ ของท่านวิโรจน์และของผมนี้เพื่อที่จะได้ยืนยันในการทำหน้าที่นิติบัญญัติ ตอนนั้น พรรคเพื่อไทยได้โหวตคว่ำในวาระสามของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ร่าง ป.ป.ช. ว่าด้วยเรื่องการโอนคดีทุจริตไปอยู่ในศาลอาญาทุจริต โดยสมาชิกบางท่าน ให้เหตุผลว่ากลัวทหารก็มี กลัวทหารปฏิวัติก็มี รุนแรงไปก็มี หรือบอกว่าจะต้องมาแก้ พระราชบัญญัตินี้ก่อน ในเมื่อหนึ่งในเหตุผลที่ท่านบอกว่าจะต้องมาแก้พระราชบัญญัตินี้ก่อน ถ้าท่านเห็นด้วยจริงผมขอให้ท่านรับหลักการในวาระนี้ ผมหวังว่าสภาจะจารึก และได้ร่วมกัน รับหลักการร่างพระราชบัญญัติเพื่อปฏิรูปกองทัพด้วยความยุติธรรมและศักดิ์ศรี ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
ผู้เสนอ ร่างทั้ง ๓ ฉบับก็ได้เสนอหลักการและเหตุผลเป็นที่เรียบร้อย ต่อไปก็จะเป็นผู้ที่ประสงค์ จะอภิปรายตอนนี้มีอยู่ ๓ ท่าน เดี๋ยวผมจะเปิดให้ลงชื่ออีก ๕ นาที ท่านใดที่อยากจะอภิปราย ก็มาลงชื่อ ขอเวลาอีก ๕ นาที แล้วก็จะปิดการลงชื่อในการอภิปราย ขอเชิญท่านแรก ท่านธีระชัย แสนแก้ว ท่านธีระชัยแล้วท่านธิษะณา ชุณหะวัณ แล้วก็ท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เตรียมตัวไว้ เชิญท่านธีระชัยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติพิจารณาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบ ที่ท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เป็นผู้เสนอ พร้อมทั้งของท่านเอกราช อุดมอำนวย แต่ผมจะเน้นเรื่องพระราชบัญญัติทั้งหมดมันมี ๓ ฉบับอยู่ตรงนี้ จะเน้น เรื่องพระราชบัญญัติพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็คือ เราสามารถเปลี่ยนระบบราชการของทหารได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียวพระราชบัญญัติฉบับนี้ การยกเลิกบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาพิพากษาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ของทหาร และคดีทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งหมดซึ่งยังคั่งค้างอยู่ในการพิจารณา ในศาลทหารก่อนที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้บังคับ โดยให้โอนคดีทั้งหมดไปพิจารณา ในศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบแทนศาลทหาร ผมเห็นด้วยเลยมันก็สั้น ๆ แค่นี้ แต่เป็นกฎหมายที่จะสามารถเขย่าวงการทหารทั้งประเทศ เพราะศาลทหารของไทยนั้น มีรากเหง้ามาตั้งแต่ปี ๒๔๗๔ โดยใช้พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ ที่ผ่านมาสังคมไทยเราแทบไม่เคยได้ยินถึงการตัดสินคดีของศาลทหารเลย ท่านประธาน เคยได้ยินไหมครับ ลองถามพี่น้องประชาชนดูสิว่ารู้จัก ก็แค่ศาลยุติธรรม ศาลแพ่ง ศาลอาญา และอาจจะรู้จักได้ยินมากที่สุดในสมัยนี้ก็คือศาลรัฐธรรมนูญ เพราะชื่อเสียงเรียงนาม เรื่องนิติสงครามทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับการเมืองของไทยตามระบอบประชาธิปไตย มาโดยตลอด แล้วล่าสุดพิพากษาก็มาก เกิดคำขอไม่ให้พี่น้องประชาชนจัดทำรัฐธรรมนูญ ขออนุญาตกลับมาที่ศาลทหาร เดี๋ยวมันจะยาวไปเรื่องรัฐธรรมนูญซึ่งเรากำลังจะเสนอ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ต้องยอมรับกันว่าพี่น้องประชาชนยังกังขาความน่าเชื่อถือ ขาดความเชื่อมั่นไม่ไว้วางใจระบบของศาลทหารเท่าไร เพราะเหตุผลหลัก ๆ มีดังนี้ ศาลทหารอยู่ในสังกัดกระทรวงกลาโหม มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งแตกต่างจากศาลยุติธรรมและศาลปกครองซึ่งมีองค์กรบริหารบุคคลและงบประมาณ ที่เป็นอิสระ ท่านประธานครับ เรื่องนี้พี่น้องในสังคมและวงการนิติศาสตร์มีข้อกังวลเกี่ยวกับ ความเป็นอิสระของตุลาการทหาร และการไม่มีหลักแบ่งแยกอำนาจจนคนภายนอกมองว่า ศาลทหารเป็นสายบังคับบัญชาของทหารผู้ใหญ่มากกว่าเป็นองค์กรตุลาการอย่างที่ถูกที่ควร
ข้อที่ ๒ เรื่องคุณสมบัติขององค์กรตุลาการที่ไม่กำหนดว่าจะต้องมีความรู้ ทางกฎหมายทั้งหมด แล้วมาจากการแต่งตั้งโดยผู้บังคับบัญชาที่ไม่ใช่การสอบแข่งขัน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมก็เพิ่งศึกษาเรื่องนี้ก็ตกใจว่าศาลทหารชั้นต้นมีตุลาการ ๓ นาย เป็นองค์กรคณะพิพากษา คือทหารชั้นสัญญาบัตร ๒ นาย ตุลาการพระธรรมนูญ ๑ นาย นั่นแปลว่าองค์คณะ ๓ คนมีคนจบกฎหมายเพียง ๑ คนเท่านั้น แล้วนอกจากนี้ ศาลทหารหรือศาลอุทธรณ์มีตุลาการ ๕ ท่าน มีเป็นองค์คณะพิจารณาพิพากษาคือศาลทหาร ชั้นนายพล ๑ หรือ ๒ นายเท่านั้น และทหารชั้นนายพัน ๑ หรือ ๒ นาย และตุลาการ รัฐธรรมนูญ ๒ นาย นี่ก็ไม่แตกต่างกัน ๓ ก็มาเป็น ๕ ก็แค่ ๒ ใน ๕ เท่านั้นเองที่จบทางด้าน กฎหมายนิติศาสตร์ มาดูศาลทหารสูงสุดครับ มีศาลฎีกากัน หรือศาลฎีกาบอกว่าต้องมีตุลาการ ๕ นาย เป็นองค์กรคณะพิพากษา คือนายทหารชั้นนายพล ๒ นาย ตุลาการพระธรรมนูญ ๓ นาย อันนี้มีคนจบนิติศาสตร์ ๓ ใน ๕ ท่านประธานครับ ท่านเห็นไหมว่าองค์ความรู้คุณสมบัติ วุฒิการศึกษาขององค์คณะตุลาการทหารมีพี่น้องประชาชนเชื่อมั่นได้อย่างไรละว่าท่านมี ความรู้ทางด้านกฎหมายแตกฉานเพียงพอให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องทหารได้ แล้วที่น่ากังขา ที่สุดก็คือว่ากระผมไม่เห็นด้วยที่สุดก็คือองค์คณะพิจารณาพิพากษาในศาลทหารเกิดจากการ แต่งตั้งตามสายบังคับบัญชา ก็ต้องถามละว่าหากผู้บังคับบัญชาที่เป็นผู้แต่งตั้งตุลาการ เป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง ตุลาการศาลทหารจะพิจารณาลงโทษเขาได้อย่างไร เราต้องเอา ความจริงมาพูดกันถ้าจะแก้กฎหมายเอาจริงเอาจัง ถ้าทำแล้วอย่ากลัว ถ้ากลัวแล้วอย่าทำ ย้อนกลับมาดูที่ผ่านมาว่าการสอบข้อเขียนในการสอบข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วย ผู้พิพากษา ผมก็ค้นมาอีกเมื่อปี ๒๕๖๘ สนามใหญ่เพิ่งประกาศเมื่อเดือนก่อนนี้เอง ท่านประธานทราบไหมว่ามีผู้สอบผ่านกี่คน มีคนสอบ ๖,๒๗๔ คน แต่สอบผ่านเพียง ๒๘ คน เท่านั้น ทั้งประเทศสอบได้ ๒๘ คน เพียง ๐.๔๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ผู้สอบผ่านเหล่านี้ไม่ใช่เพียง จบนิติศาสตร์ ต้องจบเนติบัณฑิตไทยด้วย แล้วยังจะต้องมีประสบการณ์ทางด้านกฎหมาย ที่ กต. รองรับอีกด้วย อีกนิดหน่อยครับ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ มีคนพูดไม่เยอะหรอกครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านเห็นถึงความแตกต่างของผู้พิพากษาของศาลยุติธรรมที่ ตัดสินคดีของพี่น้องประชาชนและตุลาการของศาลทหารแล้วหรือยัง แตกต่างกันมากน้อย เพียงไร ผมไม่ได้ดูถูกดูแคลนอะไรทหารหรอก คนที่เก่ง ๆ ดี ๆ ก็มี กลับมาดูพระราชบัญญัติ วิธีพิจารณาทุจริตและประพฤติมิชอบที่กระผมได้กล่าวมาตอนต้น หลักการต้องให้โอนคดี ทุจริตศาลทหารทั้งหมดมาพิจารณาในศาลทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่เป็นศาลเตี้ยที่เกิดขึ้น เอาพวก อบต. พวก อบจ. พวกที่ทำทุจริตประพฤติมิชอบ อะไรต่าง ๆ อย่างนี้ โดยปกติ ศาลทุจริตประพฤติมิชอบมีไว้สำหรับพิจารณาพวกนักการเมืองที่โกง ผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมืองที่ทุจริต ข้าราชการที่กังฉินคดโกงประเทศ ตรวจสอบได้ก็ขึ้นศาลนี้ทั้งหมด ทหารก็รับเงินเดือนจากภาษีอากรของพี่น้องประชาชนใช่ไหมครับ ไม่ต้องศาลนี้ละ ดังนั้น ท่านไม่มีเหตุผลใดเลยที่จะต้องกลัวการตรวจสอบศาล ทหารก็ไม่ต้องกลัว ทหารก็คน ตอนนี้ การทุจริตประพฤติมิชอบมันขึ้นเต็มบ้านเต็มเมือง ท่านเห็นหรือเปล่า ประเทศไทยในโลกนี้ เป็นอันดับที่ ๑๐๘ ประเทศเขมรของฮุนเซน อันดับที่ ๑๕๘ ท่านประธานครับ คดีทุจริต ประพฤติมิชอบมันมีมากเป็นพิเศษมากกว่าปกติทั่ว ๆ ไป มันมีความยากลำบากในการ สืบสวนสอบสวนแสวงหาข้อเท็จจริงศาลทุจริตและประพฤติมิชอบจึงต้องใช้ระบบไต่สวน คือผู้พิพากษามีอำนาจในการสืบหาข้อเท็จจริงเอง ท่านประธานที่เคารพใกล้จะจบแล้วละ ในส่วนของศาลทหารใช้ระบบกล่าวหาคือให้คู่ความสู้กัน ท่านประธานลองนึกภาพว่า ถ้าคู่ความทหารชั้นนายพลเอกเป็นคู่กรณีกับพลทหารละจะเกิดอะไรขึ้นในวงการทหาร ความกังขาของสังคมเกิดกับความไม่เสมอภาคและการเลือกปฏิบัติขึ้นอย่างแน่นอนครับ ท่านประธานที่เคารพ แม้วันนี้กระผมจะเป็นฝ่ายค้าน ค้านแล้ว แต่ค้านด้วยเหตุด้วยผล อภิปรายวันนี้ก็ด้วยเหตุด้วยผล เอาข้อเท็จจริงมาว่ากันตรงไปตรงมา สภาของเราก็มีโอกาส ที่จะปฏิรูประบบราชการ และสภาของเราก็มีอำนาจในการต่อสู้กับสิ่งที่ถูกต้องใช่หรือเปล่า กระผมยืนยันว่าเรื่องทุจริตประพฤติมิชอบของทุกคน ไม่ว่าพวกเราจะเป็นนักการเมือง ข้าราชการ หรือทหาร และต้องถูกพิจารณาคดีในศาลเดียวกันจะต้องถูกตัดสินด้วยกฎหมาย ที่มีความเป็นมาตรฐานเดียวกันใช่ไหมท่านประธาน เพราะพวกเราทุกคนต่างกินเงินเดือน ภาษีอากรจากพี่น้องประชาชน หยาดเหงื่อแรงงานของพี่น้องประชาชนเฉกเช่นเดียวกัน ดังนั้นกระผมเรียกร้องให้ฝ่ายรัฐบาลต้องมีความกล้าหาญ รวมทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายค้ำต้นกล้วย แล้วแต่จะเรียกไปช่วยกันแก้ไข ผมต้องขอขอบพระคุณท่านทั้งสองที่ได้เสนอมา และผมก็ เห็นด้วย ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมสัมมนา แล้วก็เจ้าหน้าที่โครงการจาก คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการ รูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๑๒๐ ท่าน มาเยี่ยมชมสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็เข้าร่วมรับฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ ขอขอบคุณและขอต้อนรับ ด้วยความยินดียิ่ง เชิญนั่งครับ ต่อไปเป็นท่านธิษะณา ชุณหะวัณ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต ๒ หรือเขตปทุมวัน สาทร และราชเทวี พรรคประชาชนค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
วันนี้ดิฉันอยากจะชี้ปัญหา ของขอบเขตอำนาจศาลทหารที่ได้มากระทบต่อพี่น้องประชาชนที่เป็นพลเรือน ที่ผ่านมา เมื่อทหารมีข้อพิพาทในความผิดต่อร่างกาย ชีวิต อนามัย และทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหนึ่ง อย่างใดของพลเรือนโดยที่ศาลพลเรือนก็ไม่ได้เข้าข้างพลเรือนอยู่แล้วหากเป็นผู้กระทำผิด เหตุใดจึงต้องให้พลเรือนที่ถูกกระทำต้องไปขึ้นศาลทหาร ในเมื่อคนที่เป็นพลเรือน โดยสามัญสำนึกก็ต้องคิดว่าตนเองต้องปฏิบัติตามกฎหมายพลเรือน แต่อยู่ ๆ ท่านจะให้ไป ขึ้นศาลทหารใช้เกิดข้อพิพาท ใช้ผู้พิพากษาของศาลทหาร ซึ่งไม่ได้จบและไม่ได้ใช้กฎหมาย พลเรือนในการพิพากษา ไม่มีความยุติธรรมกับพลเรือนแต่อย่างใดเลย โดยตัวดิฉันอยากให้ โฟกัสไปที่ปัญหาการดำเนินคดีกับหน่วยงานความมั่นคงหรือกองทัพ ที่มีการละเมิดสิทธิ ในกระบวนการยุติธรรมของพลเรือนและการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติกับพลเรือน
ขอสไลด์ที่ ๒ ท่านประธานคะ นี่คือมาตรา ๑๔ ของร่างพระราชบัญญัติ ธรรมนูญศาลทหารในปัจจุบันที่พูดถึงคดีที่ไม่ได้อยู่ในอำนาจของศาลทหาร หรือพูดง่าย ๆ ว่า ศาลทหารไม่มีอำนาจที่จะตัดสินคดีเหล่านี้ โดยปกติแล้วจะมีอำนาจในการพิจารณาคดีอาญา ซึ่งทหารเป็นผู้กระทำผิดตามมาตรา ๑๓ ของพระราชบัญญัติพระธรรมนูญศาลทหาร มาตรา ๑๔ ระบุว่า (๑) บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารกับบุคคลที่มิได้อยู่ในอำนาจศาลทหาร กระทำผิดด้วยกัน (๒) คดีที่เกี่ยวพันกับคดีที่อยู่ในอำนาจศาลพลเรือน (๓) คดีที่ต้องดำเนิน ในคดีเด็กและเยาวชน (๔) คดีที่ศาลทหารเห็นว่าไม่อยู่ในอำนาจของศาลทหาร โดยคนที่ต้อง ถูกพิจารณาคดีที่ศาลทหารก็คือทหาร นักเรียนทหาร พลเรือนที่สังกัดอยู่ในราชการทหาร หรือบุคคลที่อยู่ในควบคุมของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารโดยชอบด้วยกฎหมาย เชลยศึก เว้นแต่ ในกรณีในมาตรา ๑๔ ที่ขึ้นอยู่บนหน้าจอนี้ สังเกตเห็นไหมคะ แต่เดิมนั้นแม้ว่าบุคคล หรือกลุ่มคนในหน่วยงานความมั่นคงหรือกองทัพจะละเมิดสิทธิในกระบวนการยุติธรรม ของพลเรือนและก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติกับพลเรือนก็ตามแต่ ผู้กระทำผิดก็จะไปขึ้น ศาลทหารเท่านั้น ต่อเมื่อผู้กระทำผิดเป็นทหารตามมาตรา ๑๓ ในมาตรา ๑๔ (๔) ได้ให้ อำนาจศาลทหารให้ใช้ดุลยพินิจได้ว่าจะให้อยู่ในอำนาจศาลทหารหรือไม่ และหากศาลทหาร ได้พิจารณาแล้วว่าอยู่ในอำนาจของศาลทหารหากคู่กรณีเป็นพลเรือนกลับกลายเป็นว่า พลเรือนต้องไปขึ้นศาลทหารเสียอย่างนั้น ส่งผลให้เป็นข้อครหาถึงความยุติธรรมของศาลทหาร เนื่องจากตุลาการทหารนั้นเป็นทหาร เช่นเดียวกัน เมื่อต้องมาพิจารณาคดีที่พิพากษาพรรคพวกตัวเอง เพื่อนร่วมอาชีพของตัวเอง ก็ย่อมรู้สึกเห็นแก่พวกพ้องและลงโทษแต่ฐานเบา หรือได้รับการยกเว้นโทษไปเลย ทำให้มี ช่องโหว่ในการกระทำผิดได้ สมมุติว่ามีคำถามว่าศาลทหารก็ยุติธรรมเหมือนกัน ดิฉันขอถาม คำถามกลับไปว่าถ้าเช่นนั้นทหารก็ต้องขึ้นศาลพลเรือนได้ถูกต้องหรือไม่ เพราะคงไม่มีใครกล่าว หรอกว่าศาลพลเรือนจะเข้าข้างพลเรือน และไม่ให้ความยุติธรรมกับทหารถูกต้องไหมคะ
ดิฉันขอสไลด์ที่ ๓ ค่ะ ที่ผ่านมามีตัวอย่างที่มีปัญหาความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้น ครั้งแล้วครั้งเล่า พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหารฉบับเดิม ท่านประธานคงได้ยินวลีที่ว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความอยุติธรรม อย่างเช่นคดีการพยายามสังหารพลเรือน ในปี ๒๕๔๙ นายฟัครุดดีน บอตอ อดีต สว. จังหวัดนราธิวาส ถูกทหารประจำการยิงเข้าที่ ต้นคอขวาทะลุแก้มซ้ายอาการสาหัสทำให้เดินไม่ได้กลายเป็นผู้พิการ และเวลาผ่านไป ๑๕ ปี บนศาลทหารคดีไม่มีความคืบหน้าเลยสักนิด หรือคดีของ พลทหาร กิตติธร เวียงบรรพต ที่เสียชีวิตจากการฝึกในค่ายทหาร เป็นคดีแรกที่เป็นคดีที่เกี่ยวกับการดำเนินการตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามป้องกันการทรมานและบังคับสูญหาย กลับมีข้อเรียกร้องให้คดี กลับไปอยู่ภายใต้ขอบเขตของศาลทหาร ทั้ง ๆ ที่ พ.ร.บ. ฉบับนี้กำหนดชัดเจนว่าความผิด ๓ ฐาน ได้แก่ การทรมาน การกระทำที่โหดร้าย และการบังคับสูญหายต้องอยู่ในขอบเขต ของศาลอาญาทุจริตหรือศาลพลเรือนเท่านั้น แต่กลับไปพิจารณาในศาลทหาร พ.ร.บ. ยังต้อง เผชิญอุปสรรคถึงเรื่องเขตอำนาจศาลอย่างมากมาย นอกจากนี้ยังไม่หมด มีคดีหมวดแบงก์ ร้อยตรี ภาณุพงศ์ เจริญศรี ซ้อมทำร้ายร่างกายรุ่นน้องจูนภรรยาจนเสียชีวิตและบาดเจ็บ สาหัส แต่กลับต้องไปขึ้นศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๕ จังหวัดเพชรบุรี และศาลทหารพิจารณา ว่าหมวดแบงค์ไม่ได้มีเจตนาฆ่า แต่เป็นการทำร้ายร่างกายด้วยการบันดาลโทสะเพียงเท่านั้น จึงมีลงโทษแค่ ๑ ปี ๖ เดือน และให้รอลงอาญา ๒ ปี ปรับแค่ ๑๒,๐๐๐ บาทเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ ความรุนแรงทำให้เป็นอันตรายสาหัสถึงขั้นเสียชีวิต ไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ มีความพิการทุพพลภาพไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เป็นข้อครหาทั่วไปในสังคม จะเห็นว่า ความล่าช้าที่เกิดขึ้น ประเด็นปัญหาของเขตอำนาจศาล พ.ร.บ. อื่นให้ความคุ้มครองอยู่ หรือการรับโทษที่ดูเหมือนจะเป็นการลงโทษสถานเบากับฝ่ายทหารผู้กระทำผิด ล้วนก่อเกิด ความอยุติธรรมแก่พลเรือน
ขอสไลด์ที่ ๔ ท่านประธานคะ ประชาชนพลเรือนอย่างพวกเราทุกคน ก็ต้องการความยุติธรรมเช่นเดียวกัน คดีกับหน่วยงานความมั่นคงหรือกองทัพ โดยเฉพาะคดี ของทหารกระทำความผิดต่อพลเรือนนั้น อย่างเช่นที่ดิฉันได้ยกตัวอย่างไปแล้วเรื่องชั่วร้าย เหล่านี้โหดเหี้ยมที่ทำต่อพลเรือนกลับให้อยู่ในขอบเขตของอำนาจศาลทหารได้อย่างไร เมื่อทหารกระทำผิดต่อพลเรือนคนธรรมดา ทหารก็สมควรจะถูกพิพากษาในศาลพลเรือน เช่นกันกับพลเรือนทั่วไป ไม่ควรมีสิทธิพิเศษ จึงนำไปสู่การแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยการยกเลิก มาตรา ๑๔ เดิม และใช้มาตรา ๑๔ ในร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหารนี้ ทั้งที่มี การเพิ่มเติมในคดีที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารขึ้นมาใน (๖) ที่ระบุไว้ว่าคดีที่ทหารกระทำผิด ทางอาญาต่อพลเรือน เท่านี้เราก็สามารถยุติความอยุติธรรมของทหารต่อพลเรือนได้แล้วค่ะ
สไลด์ที่ ๕ จากที่ดิฉันได้กล่าวมาดิฉันขอสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ธรรมนูญ ศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร และคุณเอกราช อุดมอำนวย โดยเฉพาะมาตรา ๑๔ ที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารใน (๖) คดีที่ทหารกระทำผิดอาญาต่อ พลเรือน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยุติธรรมให้กับพลเรือน ความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้กับ สังคมมากยิ่งขึ้น ความรับผิดรับชอบของทหารต่อพลเรือน เพราะไม่ว่าจะมองจากมุมมองของ พลเรือนก็คิดว่าตนเองต้องยึดหลักหรือปฏิบัติตามกฎหมายของพลเรือน จึงไม่ควรต้อง ออกจากอำนาจศาลพลเรือนไปอยู่ในอำนาจศาลทหาร หรือในมุมมองที่ว่าหากทหาร กระทำผิดทางอาญาต่อพลเรือน และมาขึ้นศาลพลเรือนก็เป็นที่ทราบโดยทั่วไป และเป็นที่ ยอมรับจากทุกฝ่ายว่าศาลพลเรือนเป็นคนกลางที่ไม่เข้าข้างทั้งพลเรือนและทหาร หรือฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ขอต้อนรับคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ห้องสมุด คณะกฎหมายและการเมืองจาก มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว จำนวน ๑๓ ท่าน สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับด้วยความยินดียิ่ง ขอบคุณครับ เชิญนั่งครับ ต่อไปเชิญท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ นราธิวาส พรรคประชาชาติ ประกอบด้วย อำเภอบาเจาะ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๒ ฉบับ ไม่ว่าจะเป็นของท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร กับคณะ และของท่านเอกราช อุดมอำนวย กับคณะ จริง ๆ ญัตติการแก้ไขร่างพระบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร ผมเอง ก็เป็นหนึ่งในญัตติที่เสนอเข้าสู่สภา แต่ด้วยเหตุที่ตัวร่างที่ทางฝ่ายผมและพรรคประชาชาติ เราได้เสนอไปก่อนหน้านี้มีความประสงค์ที่ต้องการแก้ไขข้อบกพร่อง ความสมบูรณ์ และให้กระชับยิ่งขึ้นไปอีก จึงได้มีการถอนแล้วก็เพื่อจะเสนอยื่นใหม่ในวันนี้ แต่ด้วยเหตุที่ การบรรจุระเบียบวาระของที่ประชุมแห่งนี้ได้เข้าบรรจุในช่วงเวลานี้ จึงเป็นเหตุให้ร่างฉบับใหม่ ที่ทางฝ่ายผมและคณะโดยเฉพาะพรรคประชาชาติเราไม่สามารถที่จะเสนอเพื่อให้ทันบรรจุ ในวันนี้ แต่จะอย่างไรก็ดีด้วยหลักการและเหตุผลทางพรรคประชาชาติเรายืนยันมาโดยตลอดว่า พระธรรมนูญศาลทหารถึงเวลาที่จะต้องมีการแก้ไขและปรับปรุง วันนี้ก็ยังยืนยันอย่างนี้ ไม่ใช่ว่าเราถอนเพื่อจะถอยหลังโดยไม่เดินไปข้างหน้า เรายังเดินหน้าที่จะแก้ไขเรื่องนี้ ไม่ใช่เฉพาะเหตุผลที่เรายื่นญัตติในสมัยประชุมนี้ แต่เมื่อสมัยประชุมที่แล้วเป็นการประชุม ของสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ขณะนั้นพรรคประชาชาติเราอยู่ฝ่ายค้าน เราก็ได้เสนอ ร่างแก้ไขพระธรรมนูญศาลทหารต่อสภาแห่งนี้เช่นกันในฐานะที่อยู่ฝ่ายค้าน และจำได้ว่า ในขณะนั้นถ้าจำไม่ผิดท่านรังสิมันต์ โรม ก็ได้ยื่นเหมือนกัน แต่เราไม่ได้รับการสนับสนุนจาก ฝ่ายรัฐบาลในตอนนั้น เป็นเหตุให้ตอนโหวตคะแนนเสียงเราแพ้เสียงข้างมาก แต่อย่างไรก็ดี เรายังเดินหน้าต่อ เพราะโดยเฉพาะพื้นที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เห็นภาพชัดว่า พระธรรมนูญศาลทหารก่อให้เกิดเงื่อนไขความรู้สึกที่ไม่ดีต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกรณี ที่ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ทหารกระทำผิดอาญาต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหมือนที่เพื่อนสมาชิกก่อนหน้านี้ได้อภิปรายในบางประเด็น ประเด็นใหญ่ที่พรรคประชาชาติ เราต้องการให้มีการแก้ไขก็คือการไม่ตัดสิทธิให้ประชาชนในกรณีที่ทหารกระทำความผิด อาญา เดิมนั้นก็คือไม่ให้ประชาชนเป็นโจทก์ฟ้องคดีเอง ไม่ให้ผู้เสียหายฟ้องทหารเอง ต้องผ่านอัยการทหาร และที่สำคัญที่สุดประชาชนที่เป็นผู้เสียหายไม่สามารถที่จะแต่งตั้ง ทนายเป็นโจทก์ร่วมได้ นั่นก็คือการปิดกั้นความรู้สึกที่เกิดความรู้สึกว่าไม่เท่าเทียมกัน และมันไม่ใช่แค่ตัวหนังสือ พระธรรมนูญศาลทหารมันมีมาตั้งแต่ปี ๒๔๙๗ ท่านประธาน ลองคิดดูว่ากี่สิบปีแล้วไม่มีการแก้ไขเลย จนถึงขณะนี้วันนี้ผมจึงอยากให้ทางสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเราอย่างน้อยที่สุดได้รับหลักการในวาระที่หนึ่ง เพราะมันมีตัวอย่างที่ให้เห็น ผมเคยยกตัวอย่างมาแล้วเมื่อสมัยที่แล้ว เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกก็ได้หยิบยกในประเด็นของ ท่านฟัครุดดีน บอตอ อดีต สว. นราธิวาสถูกยิงในขณะที่ขับรถจักรยานยนต์ จนถึงขณะนี้ พิการต้องนั่งรถคนพิการ ท่านเชื่อไหมว่าจนถึงขณะนี้ ๑๕ ปีใช้เวลาในการต่อสู้คดีในศาล ชั้นต้น ๑๐ ปี ช่วงที่มีการต่อสู้คดีผมก็ได้เข้าไปที่ธรรมนูญศาลทหาร ไปฟังการพิจารณา คดีด้วย แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เลยเพราะกฎหมายปิดกั้นไม่ให้ผู้เสียหายแต่งตั้งทนาย เป็นโจทก์ร่วม ความล่าช้าของคดีถ้าเปรียบเทียบกับศาลพลเรือนในปัจจุบันต่างกันลิบลับ ในปัจจุบันวิธีพิจารณาของศาลพลเรือนหรือศาลอื่นทั่วไปเขาให้พิจารณาโดยเร่งรัด ด้วยความรวดเร็วและโดยเที่ยงธรรม ปรากฏว่าของท่านฟัครุดดีน บอตอ นี้ ๑๐ ปีศาลชั้นต้น ยกฟ้อง ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ จนถึงปี ๒๕๖๕ เพิ่งมีคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ปี ๒๕๖๕ จนถึงขณะนี้ก็ยังเงียบหายไป ไม่รู้ผลของคดีจะไปติดตามที่ไหนก็ลำบาก นั่นก็คือ เพราะการปิดกั้นไม่ให้ผู้เสียหายเข้าไปมีส่วนร่วมของคดี ไม่ใช่เฉพาะคดีนี้ ในพื้นที่ผม อำเภอรือเสาะ เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ พี่น้องผมที่อยู่ตำบลลาโละ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ได้ขับรถผ่านมีทหารในเครื่องแบบสังกัดก็คือนายอารง สะมะแอ พฤติการณ์ ของคดีก็คือเจ้าหน้าที่ทหารที่เกี่ยวข้อง ๒-๓ นายแต่งเครื่องแบบของทหาร มีการโบกรถ แล้วก็ปล้นทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต ท่านเชื่อไหมว่าคดีนี้ตอนที่เกิดเรื่องใหม่ ๆ ในขณะนั้น ผมอยู่ในพื้นที่ ญาติพี่น้องมาหาผมให้เข้าไปดูแลคดีก็ถูกปิดกั้น เพราะกฎหมายพระธรรมนูญ ศาลทหารไม่สามารถที่จะเข้าไปนำสืบหรือพยานหลักฐาน หรือเร่งรัดในส่วนของคดี ให้ระยะเวลาในการพิจารณคดีสั้นลงได้ คดีนี้ก็เช่นกัน สืบพยานคดีตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ท่านประธานเชื่อไหมครับ ศาลทหารปัตตานีตัดสินคดีปี ๒๕๖๗ จากปี ๒๕๕๗ จนถึง ปี ๒๕๖๗ เป็นระยะเวลา ๑๐ ปี ญาติพี่น้องของคนที่นั่นเขามีความรู้สึกว่าไม่ได้รับ ความเป็นธรรม ท้ายที่สุดคดีนี้ท่านเชื่อไหมครับ เจ้าหน้าที่ทหารที่ถูกจับกุมแล้วก็ถูก ดำเนินคดี สุดท้ายศาลพิพากษาข้อหาปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ลงโทษ ประหารชีวิตจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๔ แต่คำให้การมีประโยชน์ในการพิจารณา เป็นเหตุบรรเทาโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต แต่ระยะเวลาที่มันยืดเยื้อไป ๑๐ ปีลักษณะอย่างนี้ มันทำให้เขาเสียสิทธิหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการยื่นการเยียวยาหรืออะไร ๆ ก็แล้วแต่ หลาย ๆ อย่างมันฝืนความรู้สึกของคนที่ถูกได้รับการกระทำ แล้วก็ได้รับผลกระทบ กับพระธรรมนูญศาลทหาร สมควรแล้วครับ จำเป็นอย่างยิ่งที่สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ในวันนี้ ได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาแก้ไขกฎหมายฉบับนี้อีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณเพื่อนสมาชิก ทั้ง ๒ ท่านและคณะที่ได้ร่วมกันยื่นญัตติแก้ไขพระธรรมนูญศาลทหาร โดยเฉพาะ พรรคประชาชาติเรายืนยันเดินหน้าที่ต้องการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ในประเด็นที่ผมได้ อภิปรายก่อนหน้านี้ ขอขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณ นะครับ ต่อไปขอเชิญท่านอดิศร เพียงเกษ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดขอนแก่น เรามาพูด เรื่องการแก้ไขกฎหมายพระธรรมนูญศาลทหาร ในช่วงเวลาที่ปัจจุบันนี้ทหารมีบทบาท อย่างดียิ่งในสายตาของพี่น้องประชาชน ทหารได้เสียสละแม้กระทั่งชีวิตในการปกป้อง อธิปไตยในเหตุปะทะหรือสงครามระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา ทหารไปโรงเรียนต่าง ๆ เด็ก เยาวชน นักเรียน แซ่ซ้องสรรเสริญ ผมไม่เคยเห็นบรรยากาศอย่างนี้มานาน แต่สภาเรา ฟังผู้เสนอกฎหมายเรื่องธรรมนูญศาลแล้วก็มีความหวังดีต่อการที่ดำรงคงอยู่ของศาลทหาร ซึ่งมีมาตั้งแต่ปี ๒๔๙๗ มีทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ญาติพี่น้องผมก็เป็นอัยการทหาร อัยการทหารเป็นนานไปจะกลายเป็นตุลาการศาลทหาร วิธีการของประเพณีของศาลทหาร กับศาลยุติธรรมเหมือนและต่างกัน ผมอ่านใบแทรกรายงานผลการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือทางทหารเอง เขายังยืนยันว่าในการที่จะแก้ไขตัวเขาเองไม่พร้อม เพราะว่าองค์กรของเขาเรื่องกรณี ธรรมนูญศาลทหารเป็นศาลชำนัญพิเศษ เหมือน ๆ กับศาลยุติธรรมมีศาลเยาวชน และครอบครัว เรากำลังท้าทายว่าการดำรงคงอยู่ของศาลทหารเดี๋ยวนี้ไม่ได้ประสิทธิ์ประสาท ความยุติธรรมให้แก่บุคลากรต่าง ๆ ที่อยู่ในเขตอำนาจของศาลทหาร ความดีความชอบ ที่ผมอภิปรายไปครั้งแรกมาบวกลบคูณหารกับสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงในทหาร มันกลายเป็น การบวกลบคูณหารที่มีค่า ในขณะที่ยกย่อง ในขณะที่เชิดชู สิ่งที่ไม่ดีอยู่ในองค์กรที่กำลังเชิดชู ต้องกล้าปรับปรุงตัวเอง มีคำกล่าวบอกว่าคดีร้ายแรงแม้กระทั่งคดีฆ่าคนตายวิ่งเข้าค่ายทหาร หายลิบเลย มีใครกล้าตามไป อย่างนี้ทหารต้องออกมาแก้ ทหารยุคปี ๒๕๖๘ ต้องออกมาแก้ ผมไม่อยากให้การแก้ไขกฎหมายที่ดีของท่านผู้ทรงเกียรติไปกระทบความรู้สึกที่ดีของทหาร ทหารต่อทหาร ประชาชนต่อทหาร คิดให้ดี ๆ ทหารต้องกล้าออกมาบอกว่าสิ่งที่ท่านวิจารณ์นั้น มันไม่ถูกผมก็ทำอยู่ ในขณะเดียวกันไปว่าศาลทหาร เรามามองศาลพลเรือนดูสิ พลเรือน ก็ไม่ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ บางคดีเขาพิพากษาเสร็จไปเรียบร้อยหมดอำนาจของศาลแล้วยังไป เอื้อมมือมาพิจารณาต่อได้ ติดคุกติดตารางเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีในกระบวนการยุติธรรมอยู่ นี่ศาลพลเรือน เพราะฉะนั้นคนเรียนกฎหมาย เรียนความยุติธรรมมา จึงอยากให้มี ความยุติธรรมเกิดขึ้นในศาลทหารหรือศาลอื่นใด ผมใฝ่ฝัน ฝันว่าผู้พิพากษาคนเดียว ไม่สามารถจะไปรู้เรื่องข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในตัวคนเดียวเองได้ ผมอยากเห็นมีระบบ ลูกขุนเกิดขึ้นในการพิจารณาคดี ไม่ว่าศาลทหารหรือว่าศาลพลเรือน หรือศาลอื่นใด แม้กระทั่งศาลรัฐธรรมนูญระบบข้อเท็จจริงไม่ใช่ศาลพิจารณาเอง ต้องมีระบบลูกขุน มีวิธีพิจารณาความของลูกขุนในการเสาะแสวงหาข้อเท็จจริงที่เด็ดขาด ที่ถูกต้อง ใกล้เคียง ที่สุด แล้วเสนอให้ผู้พิพากษาตุลาการพิจารณาข้อกฎหมาย นี่คือสิ่งที่ต้องคิดต่อไป ในกระบวนการยุติธรรมบ้านเรา ผู้พิพากษา ๒๕ ปี โทษครับ ด้วยความเคารพ ผมเป็น ทนายความไปแล้ว แล้วผมไปว่าความมองขึ้นไปบนบัลลังก์ ลูกสาว หลานสาวผม หลานชายผม เด็กเกินไปหรือเปล่าที่จะไปประสิทธิ์ประสาทความยุติธรรม มันคิดมากคนเป็นคู่ความ คนเป็นทนายความ ต้องปรับปรุงกันเลย อย่าไปลงเฉพาะศาลทหาร เอาทุกศาลดูสิ สนทนาธรรมในกรรมาธิการครั้งแรกที่ท่านจะประชุมต่อไป วันนี้ลุกขึ้นมา ผมไม่ทราบว่า ผมจะสนับสนุนหรือผมจะค้าน พรรคเพื่อไทยก็ยังสองจิตสองใจ ในขณะที่เขากำลังรุ่งโรจน์ เรามาดึงขาเขาหรือไม่ เราไม่มีความสมานสามัคคีเกี่ยวกับความยุติธรรม หรือไม่มี ความยุติธรรมเลย มีเรื่องเล่าใน TikTok อายเขาไหม คณะผู้พิพากษาตัวละครอยู่ใน TikTok ไปเที่ยวที่ประเทศหนึ่งอยู่ข้ามโขงไป ไปเห็นป้ายเขาว่าเอ๊ะประเทศนี้ไม่มีทะเล ทำไมมี ทหารเรือ เขาก็ยิ้ม เขาก็ตอบคณะผู้พิพากษานั้นว่าแล้วประเทศท่านละไม่มีความยุติธรรม แต่มีกระทรวงยุติธรรม ท่านครับ มันตีความต่างกัน ผมจึงอยากให้กำลังใจทหาร อย่าเพิ่ง น้อยเนื้อต่ำใจ ท่านต้องมีทหาร รบราฆ่าฟันทหารอยู่แนวหน้า เราวิพากษ์วิจารณ์สู้ไป ลุย ๆ แต่ไม่ออกจากบ้าน จึงอยากให้ทุกฝ่ายคิดเรื่องนี้ให้ละเอียด ผมยังไม่ตัดสินใจที่จะลงคะแนน อย่างไร ขอกราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ผู้แทนประชาชน จากพรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ การแก้ พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหารครั้งนี้เป็น ๑ ในการปฏิรูปกองทัพที่ประเทศไทยเราพูดคุย ถกเถียงกันมานานมากแล้ว การแก้กฎหมายครั้งนี้นัยสำคัญคือการดึงเอาคดีที่เกี่ยวกับ การทุจริต คดีอาญาออกมาจากเขตอำนาจของศาลทหาร นี่เป็นส่วนหนึ่งในการปฏิรูปกองทัพ ที่จำเป็นต้องเริ่ม ที่ผ่านมากองทัพมีการทำทุจริตก็ไม่ได้ต่างจากหน่วยงานรัฐอื่น ๆ หรอกครับ เผลอ ๆ อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ แต่แทบจะไม่มีคดีไหนที่ผู้กระทำผิดได้รับโทษเหมือนอย่าง เจ้าหน้าที่รัฐอื่น ๆ เลย GT200 เป็นอย่างไร เรือเหาะเป็นอย่างไร เรือสุโขทัย ทหารเกณฑ์ ถูกซ้อมจนตายแทบจะทั้งปีก็ไม่เคยมีใครต้องรับผิด รอดกันหมด เราเห็นข้าราชการอื่น โดนโทษกันมาเยอะแยะ แม้กระทั่งนักการเมืองก็โดนคดี นายกรัฐมนตรียังโดนคดีเลย เคยเห็นข่าวนายทหารโดนคดี โดนลงโทษบ้างไหมครับ ไม่เคย เพราะอะไร ก็เพราะศาลทหาร ไม่ใช่หรือครับ ความบิดเบี้ยวในกระบวนการยุติธรรมของศาลทหารมาจากไหน ผมว่า สารตั้งต้นแรกเลยก็คือวิธีคิด Mindset ของทหารไทย วัฒนธรรม SOTUS นี่ละ ต้องปกป้อง พวกพ้อง ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน วัฒนธรรมต้องเชื่อฟังคำสั่ง แถมอำนาจ ก็ยังรวมศูนย์อยู่ที่ผู้บังคับบัญชาทั้งหมด ท่านประธานครับ การตัดสินคดีที่มีนายทหารเป็น ผู้พิพากษา คณะตุลาการที่ก็ไม่ได้จบกฎหมายด้วยซ้ำ มาจากการแต่งตั้ง ยังมีนายทหาร ที่เป็นอัยการอีก แล้วก็ยังมีนายทหารที่เป็นทนายอีก ทุกฝ่าย ตุลาการทหาร อัยการทหาร ทนายทหารอยู่ในสังกัดเดียวกัน อยู่หน่วยงานพระธรรมนูญหมดเลย ทั้ง ๓ ฝ่ายนั่งทำงาน อยู่ด้วยกัน อาคารเดียวกัน จะตัดสินคดีกันอย่างไร การแบ่งแยกอำนาจอยู่ตรงไหน ความเป็น อิสระไม่มีเลย กระบวนการก็ยากเย็น ตำรวจจะเก็บหลักฐานทีต้องขออนุญาตผู้บังคับบัญชาก่อน จะเข้าไปโดยที่ไม่มีนายทหารพระธรรมนูญประกบติดก็ทำไม่ได้ เป็นเรื่องที่ตำรวจเบือนหน้าหนี เวลาจะต้องเข้าไปเก็บหลักฐานในกองทัพ ตุลาการทหารสูงสุดก็มีแต่บรรดา ผบ. ทั้งหลาย ที่เป็นเพื่อน เป็นรุ่นพี่ เป็นรุ่นน้อง คดีทุจริตทหารไม่มีทางเกิดความยุติธรรมขึ้นได้เลย ท่านประธาน ท่านประธานเคยเห็นอัยการทหารฟ้องนายพลไหมครับ อัยการทหารไม่เคย สั่งฟ้องนายพล ทำไม มันเกิดจากอะไรครับ ท่านประธานดูตุลาการศาลทหารเขามีอยู่ ๒ ประเภท ประเภทแรกคือตุลาการพระธรรมนูญ อันนี้ต้องจบกฎหมายมา แต่ประเภทที่ ๒ คือตุลาการทหารที่เป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรที่มาจากการแต่งตั้ง ส่วนใหญ่ก็คือ ผบ. ทั้งหลาย ผบ.ทบ. ผบ.ทอ. ผบ.ทร. บุคคลเหล่านี้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดในกองทัพ มีอำนาจตัดสินใจเยอะ หมายความว่าอะไร หมายความว่าก็มีโอกาสที่จะทำทุจริตได้ง่ายขึ้น ทำทุจริตได้ง่าย แต่ตัวเองเป็นคนตัดสินคดีเอง แล้วจะมีการส่งฟ้องได้อย่างไร คดีจะอำนวย ความยุติธรรมได้อย่างไร อัยการทหารเดินผ่านผู้บังคับบัญชายังต้องยืนตรงยกอกฮึบตะเบ๊ะเลย จะกล้าส่งฟ้องหรือ จะกล้าสั่งฟ้องนายทหารหรือครับ นี่เป็นธรรมเนียมทหาร มันเป็น วัฒนธรรมปกป้องพวกเดียวกันที่เขาถูกพร่ำสอนมาตั้งแต่อายุ ๑๗-๑๘ ปี ตั้งแต่ในโรงเรียน เตรียมทหาร ตั้งแต่โรงเรียนนายร้อยแล้ว มันถึงมีคำนี้ รุ่นพี่ที่เลวที่สุดก็ยังดีกว่ารุ่นน้อง ที่ดีที่สุด นี่เป็นคำพูดในกองทัพ เพราะฉะนั้นการเคารพรุ่นพี่สำคัญมาก ๆ การเคารพธรรมเนียม ศักดินาเหล่านี้มันเป็น วัฒนธรรม เป็น Mindset ของกองทัพ งานวิจัยของ วปอ. วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร เขาเคยวิจัยเรื่องศาลทหาร เขาบอกว่าศาลทหารมีความสำคัญเพราะเป็นเครื่องมือที่ไว้กำกับ ดูแลทหารไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง เนื่องจากคนที่ได้รับอนุญาตให้ถืออาวุธจะต้องมีคุณธรรม และความรับผิดชอบมากกว่าปกติ การมีศาลทหารก็จะทำให้ทหารที่ถืออาวุธเกรงกลัว หากทำผิดจะไม่ได้รับโทษเหมือนกับคนทั่วไป แต่จะได้รับโทษอย่างหนัก แล้วก็เฉียบขาด รวดเร็วกว่าศาลทั่วไป คำถามคือจริงหรือครับท่านประธาน ศาลทหารตัดสินโทษหนักกว่า จริงหรือครับ ผมยกตัวอย่างคดีทุจริตประพฤติมิชอบอย่าง GT200 ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด มาแล้ว ก็ไปชี้ให้บรรดานายทหารที่ไม่ได้เกี่ยวข้องก็พวกแพะรับบาปทั้งหลายยศร้อยเอก พันตรี รวม ๒๒ คน ที่ว่าตอนกระบวนการจัดซื้อก็ไม่ได้มีอำนาจตัดสินใจ ไม่ได้มีอำนาจ ในการตรวจอะไรด้วยซ้ำ อัยการสั่งฟ้องไปที่ศาลทหารแล้ว ปัจจุบันที่ได้ทราบข่าวก็คือได้รับ การปล่อยตัวหมดแล้ว จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย รวดเร็ว รวดเร็วจริงไหมครับ ท่านประธาน ตัวอย่างชัดที่สุดเลยคดี ๖ ตุลาคม ปี ๒๕๑๙ คดีสังหารหมู่อย่างโหดเหี้ยม ไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์เลย การสอบสวนคดีของศาลทหารก็ผ่านไป ๒ ปีก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น สั่งฟ้องใครยังไม่ได้ จน พ.ร.บ. นิรโทษกรรมออกแล้วก็รอดไปหมด ท่านประธานครับ ยังมีความพยายามที่จะดึงคดีมาในเขตอำนาจศาลทหารตลอดเวลา ซึ่งอันนี้ผมก็ต้อง ตั้งคำถามว่าจะกลัวอะไรถ้าเกิดท่านบอกว่าศาลทหารก็ยุติธรรมไม่ต่างจากศาลพลเรือน ทั่ว ๆ ไป ถ้ายุติธรรมเท่ากันจะอยู่ศาลไหนก็ไม่มีผล ขออนุญาตใช้คำนี้ดีกว่าครับ ถ้าไม่ทำผิด จะกลัวอะไร การแก้ พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหารครั้งนี้สำคัญมาก ๆ เพราะว่าการทำทุจริต มันเป็นสารตั้งต้นของปัญหาแทบทุกเรื่อง ถ้าเราสกัดกั้นการทำทุจริตในกองทัพไม่ได้ เราก็ปฏิรูปกองทัพไม่ได้ เราต้องไม่ปล่อยให้ความไม่เท่าเทียมเป็นธรรมแบบนี้มันกลายเป็น อภิสิทธิ์ เป็นสิทธิพิเศษสำหรับทหารเท่านั้น เพราะมันจะกลายเป็นวัฒนธรรมพ้นผิดลอยนวล ที่เราเห็นกันในหน้าข่าวตลอดเวลา ท่านประธานครับ สุดท้ายก็อยากฝากให้สมาชิกช่วยกัน เราต้องเริ่มการปฏิรูปกองทัพด้วยการแก้กฎหมายฉบับนี้เป็นอย่างแรก ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณรอมฎอน ปันจอร์ ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม รอมฎอน ปันจอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ผมต้องถือโอกาสครั้งนี้ขอลุกขึ้นอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ ธรรมนูญศาลทหาร ที่มีท่าน สส. วิโรจน์ ลักขณาอดิศร และคณะนำเสนอ แล้วก็อีกร่างหนึ่ง ก็คือของท่าน สส. เอกราช อุดมอำนวย และคณะ ซึ่งทั้ง ๒ ร่างนี้ใกล้เคียงกัน แต่มี บางประเด็นที่เพิ่มเติมเข้ามาที่น่าสนใจ แล้วก็อีกร่างหนึ่งก็คือพระราชบัญญัติวิธีพิจารณา คดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่ท่าน สส. วิโรจน์ และคณะเป็นผู้เสนอ ผมต้องขออนุญาต ใช้เวลาสั้น ๆ ตรงนี้เพื่อที่จะชี้ให้เห็นว่าสภาของเรา เพื่อน ๆ สมาชิกเราควรสนับสนุน ร่างกฎหมายชุดนี้เพื่อไปพิจารณา แล้วก็ผลักดันออกมาบังคับใช้โดยเร็ว จากมุมของผม หลักใหญ่ใจความที่อยากจะสนับสนุนร่างนี้ก็คือผมอยากเห็นสังคมที่มีความเสมอภาคต่อ ร่างกฎหมายที่เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่เป็นแค่หลักการลอย ๆ เท่านั้น ประชาชนทุกคนไม่ว่าจะมี อาชีพอะไร จะเป็นใคร จะมีสถานะอย่างไร สามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และโปร่งใส เพราะฉะนั้นศาลทหารอาจจะต้องมีการปฏิรูป มีการปรับปรุงเป็นจุด Kick Off เป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปทหารต่อหลังจากนี้ เราต้องการ โครงสร้างของกระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรมมากพอที่จะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในอำนาจรัฐ เชื่อมั่นและไว้วางใจต่อสถาบันทางการเมืองของเรา ระบบกฎหมายของเรา ที่ผมพูดอย่างนี้ ก็เพราะว่าที่ผมเห็นในกรณีจังหวัดชายแดนภาคใต้มีแต่ความไม่ไว้วางใจ ความไม่เชื่อมั่นต่อ ระบบกฎหมาย และก่อให้เกิดความรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของรัฐไทย ของสังคมไทย ที่ผมกล้าพูดอย่างนี้ แล้วก็อยากจะชี้ชวนว่าการปรับปรุงศาลทหารในครั้งนี้จะเป็นหมุดหมาย ที่สำคัญที่จะทำให้เราฟื้นฟูความชอบธรรมของรัฐไทย ผมติดตามการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ มาตั้งแต่สภาสมัยที่แล้ว ตั้งแต่ที่ท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา จากพรรคประชาชาติ ได้นำเสนอต่อที่ประชุม ร่างของท่านได้มีการพิจารณาในช่วงต้นปี ๒๕๖๕ แต่เสียดาย ก็อย่างที่เพื่อนสมาชิกท่านกมลศักดิ์ได้เล่าไปว่าสภาในยุคนั้นก็คว่ำไปอย่าง น่าเสียดายในช่วงกลางปีนั้น ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วผมคิดว่านั่นคือโอกาสที่ดีมากที่เราจะ เปิดทาง ถ้าเราผลักดันกฎหมายฉบับนั้นได้ตั้งแต่เวลานั้นเราอาจจะได้เห็นหลายเรื่องที่มี ความก้าวหน้าขึ้นในประเทศไทย แต่ก็ต้องขอเรียนว่าโอกาสเหล่านั้นก็ยังมีอยู่ แม้ว่าตอนนี้ ร่างของเรามีรายละเอียดเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะร่างของท่านวิโรจน์ แล้วก็ร่างของ ท่านเอกราช และที่สำคัญที่สุดคือเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเอาคดีที่เกี่ยวข้องกับ การทุจริตออกมาจากศาลทหาร และเข้าไปสู่ศาลทุจริตซึ่งเป็นศาลชำนัญพิเศษ อันนี้จะเป็น จุดหมุดหมายที่สำคัญที่แตกต่างไปจากร่างก่อนหน้านี้ แต่อย่างไรก็ตามจากกรณีในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ผมก็ต้องขอยืนยันว่าประเด็นที่อยากจะให้ประชาชนมีโอกาสมีสิทธิในการ ที่จะฟ้องคดีเองในศาลทหารก็เป็นเรื่องพื้นฐานที่เราพบปัญหาจากกรณีจังหวัดชายแดน ภาคใต้ เมื่อสักครู่ท่านกมลศักดิ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ท่านพูดถึงกรณีของนายฟัครุดดีน บอตอ ที่เกิดเหตุรอบยิงท่านในปี ๒๕๔๙ และใช้เวลา ๑๐ กว่าปีและจนถึงปัจจุบันนี้ ท่านอุทธรณ์คำสั่งที่ยกฟ้องผู้ต้องหาที่เป็นเจ้าหน้าที่ทหารรอมาถึง ๓ ปีแล้วตอนนี้ ยังไม่มีความคืบหน้า ท่านเป็น สว. ด้วยนะครับท่านประธาน ท่านเป็นคนที่สะท้อนปัญหา ความอึดอัดคับข้องใจของพี่น้องประชาชนและความรุนแรงก็กระทำกับท่านโดยเจ้าหน้าที่ และถึงปัจจุบันนี้ความยุติธรรมความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ไม่ได้รับการคลี่คลาย ผมขออนุญาต เอ่ยอ้างคำพูดของท่าน ท่านเคยให้สัมภาษณ์ครั้งหนึ่ง ท่านบอกว่าเวลาประชาชนมีปัญหา เพราะทหารทำไมต้องขึ้นศาลทหาร ทำไมไม่ไปขึ้นศาลปกติ ไม่มีความเป็นธรรมเลย มันเป็น ปัญหาบ้านเรา เพราะคนที่มาแก้ปัญหาไม่มีความเข้าใจปัญหามันจึงทำให้อดีตและปัจจุบัน มีความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นเสมอที่นี่ ถ้าประชาชนสู้กับเจ้าหน้าที่น้อยมากที่จะชนะ และท่าน เปรียบเทียบที่น่าสนใจ เวลาขึ้นศาลทหารท่านเปรียบเทียบว่าจำเลยใส่ชุดทหาร ผู้พิพากษา ใส่ชุดทหารแล้วมาตัดสินประชาชน ท่านก็ตั้งคำถามอย่างนี้ พูดถึงเรื่องทหารกรณีหนึ่งผมไป สังเกตการณ์ในการพิจารณาคดีในศาลทหารมณฑลทหารบกที่ ๔๖ ด้วย คือกรณี พลทหาร วิเชียร เผือกสม ทหารเกณฑ์ที่ตั้งใจสมัครมาเป็นทหาร แต่ถูกซ้อมทรมานจนเสียชีวิต ที่ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่จังหวัดนราธิวาสในเดือนมิถุนายนปี ๒๕๕๔ คดีนี้ ยาวมาก ๑๐ กว่าปี และญาติก็พยายามอย่างยิ่งในการที่จะส่งเสียง แต่เขาไม่มีสิทธิในการที่ เป็นโจทก์ฟ้องคดีด้วย ตลอดระยะเวลา ๑๒ ปี ๕ เดือนเขาเฝ้ารอ จนกระทั่งว่าศาลได้มี การพิพากษาเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามก็ละเว้น ยกฟ้องข้อหาทรมานทารุณกรรมไป ประชาชนที่ตายในค่ายทหารหรือว่าตายภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่รัฐมีหลายกรณี และหลายกรณีนั้นก็เข้าศาลทหาร หรืออาจจะยังไม่เข้าแต่มีแนวโน้มจะเข้า แต่ก็ถูกทำให้มัน แท้งไปเสียก่อน กรณีที่ผมคิดว่าควรต้องพูดถึงก็คือกรณีการซ้อมทรมานอิหม่ามยะผา กาเซ็ง ในปี ๒๕๕๑ ตอนนั้นเข้าไปที่ศาลนราธิวาสเพราะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมอยู่ด้วย แต่ศาล นราธิวาสยกฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจทำให้คดีนี้ไปเข้าศาลทหาร ซึ่งปัจจุบันนี้ยังไม่มีความ คืบหน้า อีกกรณีหนึ่งคือนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ซึ่งกรณีนี้ยังไม่ถึงขั้นศาลทหาร แต่ว่าการตายในค่ายทหารแบบนั้นก็ยังเป็นประเด็นที่กังขาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน เรื่องใหญ่ ที่สำคัญที่ผมคิดว่าการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้อย่างที่เกริ่นไปตอนแรกคือคดีทุจริต คดีทุจริต ถ้าขึ้นศาลทหารก็เป็นเหมือนเพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดถึง แต่ผมคงต้องพูดถึงกรณี GT200 สักหน่อยหนึ่ง กรณี GT200 เป็นสัญลักษณ์เหมือนเป็นเหตุการณ์ที่สะท้อนปัญหาการทุจริต ที่ใหญ่ที่สุด ที่สะท้อนความเปราะบางของระบบงานความมั่นคงของไทยมากที่สุด วันที่ ๖ ตุลาคม ปี ๒๕๕๒ เกิดเหตุระเบิดที่หน้าโรงแรมเมอร์ลิน ที่สุไหงโกลก เป็นผลมาจากความที่ เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติของเราเชื่อมั่นในเครื่องมือนี้ แต่มันกลายมาเป็นว่าก่อให้เกิดเหตุระเบิด ที่เราไม่มีการเฝ้าระวังที่มากเพียงพอ พูดเป็นอีกแบบการทุจริตในภารกิจงานด้านความมั่นคง มันทำให้คนตายได้ เพราะฉะนั้นเราต้องการระบบกฎหมายของเราที่ดีกว่านี้ และผมสนับสนุนร่างกฎหมายนี้ ที่จะเอาคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเหล่านั้นมาอยู่ในศาลที่มีกระบวนวิธีที่โปร่งใส ที่เป็นธรรม มากกว่าเดิม ท่านประธานขออนุญาตอีกนิดเดียว เรื่องศาลทหารเวลากลับมาทบทวนอีกที ทำให้ผมนึกถึงเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากคือเรื่องราวในประวัติศาสตร์ครับท่านประธาน การมีอยู่ ของศาลทหารมันเหมือนเป็นเครื่องมือหนึ่งในการควบคุมสังคม ผมนึกถึงย้อนไปตอนช่วง ประมาณสัก ๑๐๐ ปีก่อนที่เวลาเราพูดถึงสิทธิสภาพนอกอาณาเขต ฝรั่งมังค่าที่มาอยู่ใน ประเทศไทยเวลามีข้อปัญหากับชาวไทยเขาไม่ได้ขึ้นศาลเรา เขาไม่เชื่อมั่นในระบบของเรา เขาขึ้นศาลของเขาเอง และนั่นละทำให้ประเทศไทยไม่อาจเรียกได้ว่าตัวเองมีเอกราช ที่สมบูรณ์จริง ๆ ท่านประธานครับ ถ้าเราปฏิรูปศาลทหารได้ผมก็เชื่อว่าในอนาคตประชาชน จะมีเสรีภาพอย่างสมบูรณ์จริง ๆ แล้วก็วางขีดเส้นกฎเกณฑ์ให้ชัดเจนว่าอำนาจของกองทัพ จะอยู่ในช่วงเวลาไหน ในแค่ไหนเท่านั้น ฉะนั้นก็ขอเรียนท่านประธานฝากไปถึงเพื่อนสมาชิก ว่าอยากจะให้สนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ มีนิดเดียวเรื่องกฎอัยการศึก หลังจากนี้ ถ้าจะปฏิรูปกันแล้วก็มีกฎหมายกฎอัยการศึกที่มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับศาลทหารด้วยที่อาจจะ ต้องมีการปรับปรุงด้วย คงต้องฝากทางกรรมาธิการไปพิจารณาทำข้อสังเกตด้วย ปิดท้าย แค่นี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ต่อไป ท่านธีรัจชัย พันธุมาศ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ ธรรมนูญศาลทหารและร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งขอขอบคุณ ท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร และท่านเอกราช อุดมอำนวย และคณะ รวมถึงกรรมาธิการ การทหารที่เสนอร่างตรงนี้เข้ามาในสภา ร่างนี้นอกจากเปิดโอกาสให้ผู้เสียหายสามารถที่จะ เป็นโจทก์ฟ้องเองได้เมื่อก่อนนี้ไม่ได้สามารถที่จะทำได้ ร่างนี้สามารถทำให้การสืบพยาน ลับหลังนั้นหมดไป แล้วก็ต้องสืบพยานต่อหน้าเหมือนศาลยุติธรรม ร่างนี้สามารถทำให้ อุทธรณ์ฎีกาทั้งในปกติและเวลากฎอัยการศึก ร่างนี้สามารถทำให้คณะกรรมการตุลาการ ศาลทหารมีส่วนให้ทางศาลยุติธรรมและศาลปกครองเข้ามาทำให้มีมาตรฐานทาง ด้านศาลทหารมากขึ้น และร่างนี้มีลักษณะเฉพาะให้คดีชำนัญพิเศษสามารถที่จะพิจารณา ได้ตรง คดีที่สำคัญก็คือคดีอาญาทุจริตในศาลทหาร เดิมศาลทหารเป็นผู้พิจารณาทั้งคดีอาญา ทั่วไปและคดีทุจริต รูปแบบของศาลทหารนั้นเป็นรูปแบบของระบบบังคับบัญชาที่ค่อนข้าง จะเป็นแข็ง ธรรมเนียมของทหารก็คือมีระบบ SOTUS รุ่นพี่ถูกเสมอ ผู้บังคับบัญชานั้น ถูกเสมอ ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่กล้าโต้แย้ง ในส่วนของตัวยศข้ามได้ แต่ห้ามข้ามรุ่น นี่คือระบบ ของทหารที่ถูกปลูกฝังมา แต่ศาลทหารนั้นไม่ใช่ศาลปกติ ศาลทหารเป็นระบบที่อยู่ใต้ ฝ่ายบริหาร นั่นคือฝ่ายของกระทรวงกลาโหมเป็นผู้ดูแลทั้งหมด เมื่อเป็นอย่างนั้น ตัวศาลทหารนั้นก็เป็นระบบที่ไม่ใช่ผู้พิพากษาศาลอาชีพโดยตรง เป็นผู้พิพากษาที่สามารถ เป็นทนาย เป็นอัยการ เป็นตุลาการได้สลับกันไปสลับกันมา และสามารถย้ายหน่วยงานได้ เหล่านี้เมื่อไปสู่ระบบ SOTUS ที่ทหารมีนั้นก็ทำให้ระบบอุปถัมภ์แล้วก็เกรงกลัวในระหว่างรุ่น ยกตัวอย่างในส่วนคดีทุจริตก็คือ TG200 มีทหารยศพันเอก ๒๒ คนดำเนินคดี ทหารยศพันเอก ๘ นาย พันโท ๘ นาย พันตรี ๒ นาย ร้อยเอกอีกประมาณ ๔ นาย ทั้งหมดนี้ ๒๒ คน ไม่มีระดับนายพล ทราบว่าพลโท ๒ นายไม่โดน ระดับพลเอกระดับสูงอนุมัติสุดท้ายสูงสุด ไม่โดนอีก ๓ คน นี่คือระบบอะไร ระบบ SOTUS และอุปถัมภ์ และเกรงกลัวรุ่นทำให้ไม่เกิด การดำเนินคดีตั้งแต่ชั้นอัยการมาถึงชั้นศาล ประเทศอังกฤษ TG200 เขาลงโทษบริษัทต่าง ๆ จำคุก ยึดทรัพย์อะไรชัด แต่ของไทยเฉพาะนายทหารระดับกลางถึงระดับล่างถึงมีการลงโทษ เท่านั้นเอง ตรงนี้ร่างฉบับนี้โอนคดีอาญาทุจริตไปอยู่ในศาลยุติธรรม คุณภาพผู้พิพากษา ก็แตกต่างกันมาก นอกจากกระบวนการซึ่งเป็นระบบ SOTUS อุปถัมภ์กันแล้ว ไม่ใช่ ผู้พิพากษาอาชีพแล้ว ในศาลทหารจบแค่ในส่วนของปริญญาตรีกฎหมาย แล้วก็มีนายทหาร มาร่วม ซึ่งอาจจะไม่จบกฎหมายด้วยก็ได้ ถามว่าจะเชี่ยวชาญกฎหมายทุจริตได้อย่างไรครับ ในศาลยุติธรรมคนที่เป็นผู้พิพากษา ศาลยุติธรรมจะต้องจบเนติบัณฑิตไทย จะต้องผ่านการอบรมและแยกเป็นอยู่ฝ่ายตุลาการ อย่างเดียว ไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจบริหาร ไม่ต้องไปสับเปลี่ยนหมุนเวียนกัน ไม่ต้องถูกระบบ SOTUS ดังนั้นความน่าเชื่อถือ ความเชี่ยวชาญเป็นมืออาชีพศาลยุติธรรมย่อมมีมากกว่า กระบวนการตรวจสอบจากคณะกรรมการตุลาการของศาลยุติธรรมย่อมเหนือกว่า โดยเฉพาะในส่วนของคดีทุจริตประพฤติมิชอบ ความเชี่ยวชาญในส่วนของศาลยุติธรรม ที่เขาสามารถมีคดีชำนัญพิเศษเฉพาะทางเขาดูแลทำมาเชี่ยวชาญก็สามารถตรวจสอบได้ ไม่ต้องเกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่ต้องมีรุ่นพี่ที่รุ่นพี่ถูกเสมอ คดี TG200 ไม่โดน นายพล พลเอกไม่โดน พลโท ๒ คนไม่โดน พลเอก ๓ คนไม่โดน แต่พันเอกลงมาโดน แล้วถามว่า ความยุติธรรมในคดีทุจริตจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ดังนั้นร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นร่างที่ปลดล็อก โอนคดีที่ควรจะเป็น คดีทหารถ้าอยู่ในช่วงของเวลากฎอัยการศึกจะต้องมีการบังคับบัญชา เพราะไปฝ่าฝืนคำสั่งผู้บังคับบัญชาไม่ได้ จะต้องใช้วินัยเฉพาะทหาร อันนั้นเราไม่เถียงเลย ก็ใช้ไปเลยครับ แต่คดีพวกนี้แยกออกมาถูกต้องแล้ว แล้วผมเชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้เป็น กฎหมายที่จะทำให้ระบบยุติธรรมเรานั้นมีความเท่าเทียม ในสากลหลักปฏิญญาสากลว่าด้วย สิทธิมนุษยชน ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๔ และข้อ ๖ ของอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง และสิทธิการเมือง ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าผู้พิพากษาต้องเป็นอิสระและมีความเป็นกลาง ไม่ควรอยู่ภายใต้อำนาจบริหารหรืออำนาจรัฐเพื่อให้เกิดการพิจารณาคดีที่ยุติธรรม และเป็นกลาง ร่างกฎหมายฉบับนี้ก็จะทำให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นมา และผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้จะผ่าน รับหลักการทุกร่าง และร่วมกันแก้ไขแล้วก็เดินฝ่าไปด้วยกัน ยุคนี้เป็นยุคที่ปลดปล่อย ที่พ้นจากอำนาจการรัฐประหารมาในระยะหนึ่งแล้ว เราควรที่จะแก้ไขตรงนี้เพื่อให้ กระบวนการยุติธรรมนั้นกลับเข้าที่เข้าทางเป็นหลักสากลที่ควรจะเป็นครับ
หมดผู้อภิปรายแล้วนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ผู้เสนอมีสิทธิอภิปรายสรุปได้อีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่ประชุมจะลงมติ ผู้เสนอจะใช้สิทธิอภิปรายสรุปหรือไม่ครับ มีท่านเอกราช อุดมอำนวย มอบหมายให้ท่านเชตวัน เตือประโคน เป็นผู้สรุป เชิญร่างที่ ๒ ครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม เชตวัน เตือประโคน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคประชาชน ตัวแทนพี่น้องประชาชนชาวเทศบาลเมืองคูคต เมืองลำสามแก้ว และเมืองลาดสวาย อำเภอลำลูกกา ผมต้องขอบคุณท่านเอกราช อุดมอำนวย เพื่อนสมาชิก ที่ให้ผมได้ทำหน้าที่อภิปรายในวันนี้ ขอบคุณท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ที่เสนอร่างกฎหมาย เข้ามานะครับ ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นการพิจารณาศึกษาของกรรมาธิการการทหาร แล้วก็มี เพื่อนสมาชิกจากพรรคการเมืองอื่น ๆ ร่วมลงชื่อในนี้ด้วย ขอเอ่ยนามนะครับ ท่านเรืองวิทย์ คูณวัฒนาพงษ์ ท่านสยาม เพ็งทอง จากพรรคภูมิใจไทย ท่านโกศล ปัทมะ ท่านพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ จากพรรคเพื่อไทย ก็จะเห็นว่าเป็นการทำงานร่วมกันของทุกพรรคการเมือง เห็นพ้องต้องกันหมด แล้วก็มีการเสนอร่างแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา ท่านประธานครับ ผมมี ๓ กรณีศึกษากับ ๓ หลักการยืนยันที่จะใช้อภิปรายสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้
กรณีศึกษาที่ ๑ คดีการเสียชีวิตของคุณภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ ๑ ซึ่งถูกรุ่นพี่ซ้อมจนเสียชีวิต ซึ่งกรณีนี้ พ.ร.บ. ธรรมนูญ ศาลทหารฉบับปัจจุบันระบุว่านักเรียนเตรียมทหารนั้นเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจขอบเขต ของศาลทหาร คดีก็เลยไปอยู่ที่ศาลทหาร ครอบครัวสู้คดีมาอย่างยาวนาน และสุดท้าย ก็อย่างที่เรารู้คือศาลทหารสูงสุดพิพากษาผู้กระทำผิดถูกจำคุกเพียงแค่ ๔ เดือน ๑๖ วัน มิหนำซ้ำยังให้รอลงอาญาไว้เสียด้วย การรอลงอาญานี้ก็เท่ากับว่าไม่ได้รับโทษเลย ทหาร ทำผิดตัดสินคดีกันเอง กรณีนี้สังคมตั้งคำถามอย่างหนักถึงความได้สัดส่วนของโทษ สิ่งที่เรียกว่าธรรม ที่ญาติควรจะยุติไม่ติดใจอะไร เกิดขึ้นแล้วหรือยังครับ ถ้าผมเป็นญาติของ น้องเมย ผมคิดว่าผมยังติดใจในเรื่องนี้อยู่
กรณีที่ ๒ คดีการเสียชีวิตของพลทหาร วรปรัชญ์ พัดมาสกุล ที่ค่ายทหาร แห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี เขาเป็นทหารเกณฑ์ที่ถูกครูฝึกและรุ่นพี่ทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต ยอมรับเถอะว่าคือการทำร้ายร่างกาย ไม่ใช่การธำรงวินัย เพราะการธำรงวินัยมันหมายถึง ทำให้ตั้งมัน คงอยู่ในความมีระเบียบ มีวินัย หากแต่การฟาดด้วยไม้ การเตะ การต่อย การกระทืบจนคาตีน ขอถอนคำว่า ตีน นะครับ ผมถามหน่อยว่าวินัยมันถูกธำรงไว้อย่างไร คดีของทหารวรปรัชญ์ ดีครับ ที่คดีนี้เกิดขึ้นในวันที่ประเทศไทยของเรามี พ.ร.บ. ป้องกัน และปราบปรามการทรมานและป้องกันการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ หรือ พ.ร.บ. อุ้มหายนั่นเองบังคับใช้แล้ว คดีจึงไปขึ้นอยู่กับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งเป็นศาลพลเรือน ทหารทำผิดกรณีนี้ไม่ได้ตัดสินกันเอง ไม่ได้ลงโทษกันเอง ดังนั้นโทษ ที่ผู้กระทำผิดได้รับครูฝึกคนที่ ๑ โดนไป ๒๐ ปี ครูฝึกคนที่ ๒ โดนคุกไป ๑๕ ปี และพลทหาร รุ่นพี่ที่บอกว่าเป็นผู้ช่วยครูฝึก ๑๑ คน โดนไปคนละ ๑๐ ปี จะเห็นว่าแตกต่างกันอย่างชัดเจน กับคดีที่ขึ้นศาลทหาร
กรณีที่ ๓ คดีการเสียชีวิตของพลทหารกิตติธร เวียงบรรพต ที่ค่ายเม็งราย มหาราช จังหวัดเชียงราย เขาโดนครูฝึกยศร้อยโทกับยศจ่าสิบโทสั่งฝึกไม่เหมาะสมในเวลา กลางคืน แล้วก็ประกอบกับการที่แพทย์ในหน่วยไม่มีความรู้ในเรื่องการแพทย์ด้วย ทำให้ เมื่อพลทหารรายนี้บาดเจ็บสุดท้ายเสียชีวิตด้วยภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด พลทหารกิตติธร ผู้มีอนาคตไกล เรียนจบปริญญาตรีไปทำงานที่เกาหลีใต้ มีลูกตัวน้อยที่น่ารัก มีครอบครัว ที่อบอุ่น แต่ทว่าเมื่อเขาต้องมาจับโดนใบแดงสิ่งที่เขาได้รับกลับมาคือความตาย คดีนี้ ในตอนแรกก็อยู่กับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบนี่ละครับ แต่ว่าอยู่ ๆ ไม่รู้ว่ามีใคร มาช่วยหรือไม่ อยู่ ๆ ไม่รู้ว่ามีนายทหารคนไหนไปกระซิบข้างหูครูฝึกทั้ง ๒ คนนั้นว่าให้สู้ ในเรื่องขอบเขตของอำนาจศาลทหาร ยื่นในเรื่องขอบเขตอำนาจหน้าที่ของศาลทหาร พูดง่าย ๆ ก็คือจะให้การพิจารณาพิพากษาคดีนี้กลับไปอยู่ที่ศาลทหาร โดยให้เหตุผลว่า เพราะพวกเขาเป็นทหาร นี่คือความพยายามของกองทัพที่จะดึงเอาคดีที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ วินัยทหารเลย ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องระเบียบวินัยทหารเลย หากแต่เป็นเรื่องความผิดอาญา ฆ่าคนตาย แต่จะขอกลับไปอยู่ที่ศาลทหาร คดีนี้ก็เลยต้องมีการตั้งคณะกรรมการชี้ขาด เขตอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ซึ่งพิจารณากันยืดเยื้อยาวนานมาก ล่าสุดชี้เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๕ กันยายน แต่อยู่ ๆ ก็เลื่อนอีกแล้ว เลื่อนมาเป็นวันที่ ๒๐ ตุลาคมอีกนานเลย ไม่รู้ว่าจะยืดเยื้อ ไม่รู้ว่าจะดึงไปทำไม ท่านประธานครับ ทั้ง ๓ กรณีนี้เราเห็นอะไรครับ เราเห็นศาลทหาร มีการช่วยเหลือกันในแบบระบบรุ่นหรือไม่ เราเห็นว่าศาลพลเรือนนั้นบุคคลที่กระทำผิด ซึ่งตกเป็นจำเลย หรือแม้แต่โจทก์ก็ได้สู้คดีกันอย่างเต็มที่กว่าหรือไม่ เราเห็นความพยายาม ทวงถามเรื่องขอบเขตอำนาจของศาล คือต้องการที่จะให้คดีของบุคคลที่เป็นทหารกลับไปอยู่ ในแดนสนธยามืดดำคงอำนาจของกองทัพที่เป็นอภิสิทธิ์กว่าใครเหมือนเดิมใช่หรือไม่ ทั้งหมดนี้เป็นคำถามว่าใช่หรือไม่ ท่านประธานที่เคารพ ใน ๓ ส่วนหลักการยืนยันที่ผมจะใช้ อภิปรายสนับสนุน ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ร่างกฎหมายนี้ยืนยันในหลักการคนเท่ากัน นั่นก็เพราะว่าจะต้อง ไม่มีใครได้อภิสิทธิ์เหนือกว่าใคร ทำความเข้าใจตรงนี้ชัด ๆ ว่าทหารนั้นก็เป็นข้าราชการ สังกัดกระทรวงกลาโหม สังคมเขาก็มีคำถามว่าแล้วทำไมต้องมีศาลทหารสำหรับการพิจารณา คดีของตัวเองด้วย คือในสภาวะที่บ้านเมืองมีสงครามอันนี้เข้าใจได้ ศาลทหารมีไว้พิจารณา ในเรื่องของการที่มีคนหนีทัพ มีคนหนี่ค่ายก็ว่าด้วยเรื่องระเบียบวินัยของทหารไป แต่ว่า พวกคดีอาญา คดีปล้น คดีฆ่า คดีทุจริตคอร์รัปชัน คดีทุจริตคอร์รัปชันของกองทัพนี่ทำให้มี คนตายด้วย เหล่านี้ควรไปขึ้นศาลพลเรือนครับ
ข้อ ๒ ร่างกฎหมายฉบับนี้ยืนยันหลักการการแบ่งแยกอำนาจ วิชารัฐศาสตร์ เบื้องต้นบอกเราว่าอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการนั้นต้องแบ่งแยกกันครับ ฝ่ายบริหารก็มีหน้าที่บริหารประเทศ นิติบัญญัติก็ออกกฎหมายไป ส่วนฝ่ายตุลาการก็มีหน้าที่ พิจารณาพิพากษา ดังนั้นเราจะเห็นว่าองค์กรตุลาการเขาจะไม่ได้ขึ้นกับกระทรวงยุติธรรม เขามีสำนักงานศาลยุติธรรมของเขา แต่สำหรับอัยการทหาร นายทหารพระธรรมนูญ ผู้พิพากษาในศาลทหารเหล่านี้สังกัดอยู่ในกรมพระธรรมนูญ สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นผู้บังคับบัญชาอีกชั้นหนึ่ง ถามว่าจะมีความเป็นอิสระ ปราศจากการแทรกแซงได้อย่างไรแบบนี้
ข้อ ๓ ร่างกฎหมายฉบับนี้ยืนยันหลักการปฏิรูปกองทัพครับท่านประธาน นี่จะเป็นกุญแจดอกแรกที่จะเปิดไปสู่ประตูอีกหลาย ๆ บานเกี่ยวกับเรื่องของการปฏิรูป กองทัพ ผมยกตัวอย่างเอาง่าย ๆ เรื่องของการเกณฑ์ทหาร เรื่องของระบบเกณฑ์ทหาร แบบสมัครใจโดยที่ไม่มีใครต้องถูกบังคับไปจับใบดำ ใบแดงนั้น กรณีนี้ถ้าครูฝึก ถ้ารุ่นพี่ ซ้อมทรมานพลทหารจนเสียชีวิต แล้วคนที่ทำผิดโทษที่ได้รับนั้นได้สัดส่วนไม่มีการช่วยเหลือกัน ในระบบอุปถัมภ์ ผมเชื่อมั่นว่าจะทำให้ไม่มีครูฝึกคนไหน ไม่มีรุ่นพี่คนไหนกล้าที่จะทำร้าย ร่างกายหรือลงโทษกับพลทหารแบบนั้นอีก นี่คือหลักประกันที่จะทำให้สังคมเชื่อมั่น แต่ถ้าเรายังปล่อยให้ครูฝึก ถ้ายังปล่อยให้นายทหารรุ่นพี่ทำร้ายรุ่นน้องแล้วไม่มีใครได้รับโทษ หรือโทษเพียงน้อยนิดแบบนี้ต่อไปใครจะอยากส่งลูกไปเป็นทหาร ใครอยากจะสมัครใจ ไปเป็นพลทหาร ปฏิรูปกองทัพไม่ใช่อยู่ ๆ กองทัพจะลุกขึ้นมาทำเองอย่างแน่นอนครับ ประชาชนทุกคนต้องออกมาช่วยกันส่งเสียง ออกมากดดัน พรรคการเมืองทุกพรรค นักการเมืองทุกคนต้องเอาด้วย และต้องเอาจริงเอาจัง อาศัยเจตจำนงที่มุ่งมั่นจริง ๆ ครับ ไม่ใช่แค่การประกาศหาเสียง ไม่ใช่เป็นแค่เพียงข้ออ้างในการขึ้นสู่อำนาจแล้วสุดท้าย ไม่กล้าแตะกองทัพแม้แต่นิดเดียว ยิ่งในสถานการณ์ที่กระแสของกองทัพได้รับความนิยม อย่างในขณะนี้ผมคิดว่าเราต้องแยกแยะ ไม่ใช่ว่าขี้ทหารนั้นจะหอมไปเสียทั้งหมดจนไม่สน หลักการ จนหลับตาให้แม้แต่กับเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน หลับตาให้แม้แต่กับเรื่องของ การทำร้ายร่างกาย หลับตาให้แม้แต่กับเรื่องการที่มีคนตายในค่ายทหาร
ท่านประธานครับ นี่คือ ๓ กรณีศึกษาและ ๓ หลักการยืนยันที่ผมนำมา อภิปรายสนับสนุนร่างแก้ไขกฎหมาย หวังว่าเพื่อนสมาชิกจะรับหลักการยืนยันคนเท่ากัน ยืนยันหลักการแบ่งแยกอำนาจและร่วมปฏิรูปกองทัพไทยไปด้วยกัน ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เป็นการจบในวาระรับหลักการนะครับ ต่อไปเป็นการลงมติในวาระที่หนึ่ง การลงมติ ในวาระที่หนึ่งจะนำร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการทำนองเดียวกันมาลงมติรวมกัน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ วรรคสาม โดยลำดับแรกจะเป็นการลงมติร่างพระราชบัญญัติ ธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... จำนวน ๒ ฉบับ ที่เสนอโดยคุณวิโรจน์กับคณะ และนายเอกราชกับคณะ จากนั้นจะเป็นการลงมติร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดยคุณวิโรจน์กับคณะ ต่อไปเป็นการลงมติ ในวาระที่หนึ่งว่าจะรับหลักการหรือไม่รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... ทั้ง ๒ ฉบับตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ หรือไม่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบ องค์ประชุม
(นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมโปรดใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน ท่านสมาชิกที่อยู่ด้านนอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุมนะครับ เป็นการลงมติใน วาระที่หนึ่ง ร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอเชิญทุกท่าน
ท่านประธานยังไม่ได้ปิด การลงมตินะครับ ตอนนี้อยู่ระหว่างแสดงตนครับท่านประธาน ถือว่ายังไม่ได้ปิดการแสดงตน นะครับ
กำลังเชิญ อยู่ครับ คุณณัฐวุฒิครับ กรุณาแสดงตนด้วยนะครับ
ขอบพระคุณครับ ยินดีต้อนรับ กลับจากประเทศมาเลเซียครับ
ขอเชิญ ท่านสมาชิกอยู่ห้องกรรมาธิการคณะต่าง ๆ ขอความกรุณาลงมาใช้สิทธิแสดงตนก่อนนะครับ ท่านสมาชิกที่เข้ามาแล้วใช้สิทธิแสดงตนก่อน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน
๒๔๓ แสดงตนครับ
๒๔๓ แสดงตน ท่านใดขัดข้องกรุณาแจ้งด้วย ใช้สิทธิครบถ้วนแล้วนะครับ ถ้าไม่มีท่านใดใช้สิทธิ เพิ่มเติม ผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน ๒๕๘ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๒๕๙ ท่าน
เป็นอันว่า มีผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุมนะครับ
เรียนท่านประธาน ๒๙๐ แสดงตนครับ
เจ้าหน้าที่ บันทึกไว้ครับ ต่อไปผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๒ ฉบับหรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิ ออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นว่าควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควร รับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญทุกท่านออกเสียงลงคะแนนนะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใด ขัดข้องไหมครับ
ท่านประธานครับ ๔๑๘ เห็นด้วยครับ
๔๑๘ เห็นด้วยนะครับ
ท่านประธานคะ ๐๗๐ เห็นด้วยค่ะ
๐๗๐ เห็นด้วยนะครับ ครบถ้วนหรือยังครับ
ท่านประธานคะ ๒๕๙ เห็นด้วยค่ะ
๒๕๙ เห็นด้วยครับ มีท่านใดยังไม่ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ถ้าครบถ้วนแล้วผมขอปิด การลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผล จำนวนผู้ลงมติ ๓๒๐ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๕ ท่าน บวกอีก ๓ ท่าน เป็น ๓๑๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน
เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๒ ฉบับนะครับ ต่อไปขอเชิญกำหนดกรรมาธิการ พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหาร เชิญเสนอ จำนวนกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญ ศาลทหาร จำนวน ๓๑ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
ไม่มี เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติแต่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญจำนวน ๓๑ ท่าน สัดส่วนจะเป็นดังนี้ สัดส่วนกรรมาธิการของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๗ ท่าน สัดส่วนของสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๒๔ ท่าน ขอเชิญตัวแทนคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อ ๗ ท่านนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการในสัดส่วนคณะรัฐมนตรี จำนวน ๗ ท่าน ๑. พลตรี พัฒนชัย พัฒนเจริญ ๒. พลตรี ชลวิทย์ เจริญวิศาล ๓. พลเรือตรีหญิง พจนา แก้วนิมิตร ๔. พันเอกหญิง ศิวิภัณฑ์ รุจิวัฒนพงศ์ ๕. พันเอก เสนีย์ พรหมวิวัฒน์ ๖. นายวรกร โอภาสนันท์ ๗. นายตรีรัตน์ วงษาเกษ ครับ
ต่อไป เป็นสัดส่วนกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรแต่ละพรรคการเมืองนะครับ พรรคประชาชน ๗ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๗ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน พรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่าน พรรคกล้าธรรม ๑ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน และพรรคประชาชาติ ๑ ท่าน ขอเชิญพรรคการเมือง แต่ละพรรคเสนอชื่อกรรมาธิการตามสัดส่วน และมีผู้รับรองตามข้อบังคับ ข้อ ๙ ที่เห็นด้วย ขอเชิญพรรคประชาชนก่อนครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๓ พรรคประชาชนครับ ขอเสนอกรรมาธิการสัดส่วนพรรคประชาชนดังนี้ครับ ๑. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ๒. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ๓. นายเชตะวัน เตือประโคน ๔. นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ๕. นาวาโท กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ ๖. ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร ๗. นายอดิศักดิ์ สายประเสริฐ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ๗ ท่าน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย จำนวน ๗ ท่าน ดังรายนาม ต่อไปนี้ครับ ๑. รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ๒. นายก่อแก้ว พิกุลทอง ๓. นายภวดล รัตน์ธนะธาดา ๔. นายอำนาจ วิชัย ๕. นายธงทอง นิพัทธรุจิ ๖. นายอานนท์ณัฏฐ์ เครือไชย และ ๗. นายเกียรติศักดิ์ เอี่ยมพุทธรักษ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๓ ท่าน ท่านแรก พลเอก กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ ๒. พลเอก เชิดชัย อังศุสิงห์ ๓. พลโท สมพงษ์ จิณสิทธิ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปสัดส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ จำนวน ๒ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวทิพานัน ศิริชนะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติค่ะ ขอเสนอชื่อกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ จำนวน ๒ ท่านค่ะ ท่านที่ ๑ พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ท่านที่ ๒ พันเอก เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคกล้าธรรม จำนวน ๑ ท่าน เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ก้องเกียรติ เกตุสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ จังหวัด นครศรีธรรมราช พรรคกล้าธรรม ขอเสนอกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ธรรมนูญ ศาลทหารในสัดส่วนของพรรคกล้าธรรม นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๑ ท่าน เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยูนัยดี วาบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๔ จังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน นายสุรเชษ บิลสัน ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๑ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ..ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๑ ท่าน คือ พลเอก ธนา เลาหวณิช ขอผู้รับรอง ด้วยครับ
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ศุภโชค ศรีสุขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน ได้แก่ ท่านเอกสิษฐ์ อัครศักดิ์กีรติ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคประชาชาติ จำนวน ๑ ท่าน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรวิทย์ บารู พรรคประชาชาติ เขต ๑ ปัตตานี ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในส่วนของ พรรคประชาชาติ จำนวน ๑ คน คือนางสาวรอมือละห์ แซเยะ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้อง ครบถ้วน ไม่มีพรรคใดเปลี่ยนแปลงนะครับ ถ้าไม่มี ขอเชิญเลขาธิการอ่านรายชื่อครับ
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๓๑ คน ๑. พลตรี พัฒนชัย พัฒนเจริญ ๒. พลตรี ชลวิทย์ เจริญวิศาล ๓. พลเรือตรีหญิง พจนา แก้วนิมิตร ๔. พันเอกหญิง ศิวิภัณฑ์ รุจิวัฒนพงศ์ ๕. พันเอก เสนีย์ พรหมวิวัฒน์ ๖. นายวรกร โอภาสนันท์ ๗. นายตรีรัตน์ วงษาเกษ ๘. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ๙. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ๑๐. นายเชตวัน เตือประโคน ๑๑. นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ๑๒. นาวาโท กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ ๑๓. ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร ๑๔. นายอดิศักดิ์ สายประเสริฐ ๑๕. รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ๑๖. นายก่อแก้ว พิกุลทอง ๑๗. นายภวดล รัตน์ธนะธาดา ๑๘. นายอำนาจ วิชัย ๑๙. นายธงทอง นิพัทธรุจิ ๒๐. นายอานนท์ณัฏฐ์ เครือไชย ๒๑. นายเกียรติศักดิ์ เอี่ยมพุทธรักษ์ ๒๒. พลเอก กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ ๒๓. พลเอก เชิดชัย อังศุสิงห์ ๒๔. พลโท สมพงษ์ จิณสิทธิ์ ๒๕. พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ๒๖. พันเอก เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา ๒๗. นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน ๒๘. นายสุรเชษ บิลสัน ๒๙. พลเอก ธนา เลาหวณิช ๓๐. นายเอกสิษฐ์ อัครศักดิ์กีรติ และ ๓๑. นางสาวรอมือละห์ แซเยะ
ครบถ้วน จำนวน ๓๑ ท่านนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๕ วรรคหนึ่ง กำหนดให้มีการพิจารณา ในชั้นกรรมาธิการ ให้กำหนดวันแปรญัตติ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ขอเสนอแปรญัตติ ๑๕ วันครับ
มีท่านสมาชิกเสนอขอแปรญัตติ ๑๕ วันนับแต่วันถัดจากที่สภารับหลักการ มีท่านใดเห็นเป็น อย่างอื่นไหม ไม่มีนะครับ เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นชอบให้กำหนดแปรญัตติภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันถัดจากวันที่สภารับหลักการ เนื่องจากมีการรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ มากกว่า ๑ ฉบับ ดังนั้นขอเชิญท่านสมาชิกเสนอว่าจะใช้ร่างพระราชบัญญัติฉบับใดเป็นหลัก ในการพิจารณาในวาระที่สองตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ ขอเชิญเสนอครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่านเอกราช อุดมอำนวย เป็นผู้เสนอ เป็นร่างหลักในการพิจารณา ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ มีท่านใดเสนอร่างอื่นไหม ตกลงกันแล้วนะครับ เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ให้ใช้ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยคุณเอกราช อุดมอำนวย เป็นหลักในการพิจารณา ในวาระที่สอง ขอบคุณมากครับ
๓. ร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
ต่อไปเป็นการลงมติวาระที่หนึ่ง ร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นการลงมติในวาระที่หนึ่งว่าจะรับหลักการ หรือไม่รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้ง
(นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน เชิญนะครับ ท่านใดขัดข้อง ยกมือขึ้น ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุมเพื่อใช้สิทธิแสดงตน
๗๖ แสดงตนครับ
เป็นการลงมติ ในวาระที่หนึ่ง ร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เชิญทุกท่านนะครับ ขอความกรุณาท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนครับ
ท่านประธานคะ ๐๐๑ แสดงตนค่ะ
๐๐๑ แสดงตนนะครับ
๒๒๖ แสดงตนครับ
๒๒๖ แสดงตนครับ ระหว่างที่รอเพื่อนแสดงตน สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะอาจารย์ และนักศึกษาจากชมรมรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร จำนวน ๑๐๐ คน เข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับนักศึกษาทุกท่าน เชิญนั่งได้ครับ มีขัดข้องไหม ไม่มีนะครับ ถ้าไม่มี ผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผล มีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน ๒๕๐ ท่าน บวกอีก ๓ ท่าน เป็น ๒๕๓ ท่าน
เป็นอันว่า มีผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุมนะครับ ต่อไปผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นว่าควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใด ขัดข้องไหมครับ
ท่านประธาน ๐๗๐ เห็นชอบค่ะ
๐๗๐ เห็นชอบนะครับ มีอีกไหมครับ ถ้าไม่มี ใช้สิทธิออกเสียงครบถ้วนแล้ว ผมขอปิด การลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผล จำนวนผู้ลงมติ ๒๙๐ ท่าน เห็นด้วย ๒๘๙ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๒๙๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี
เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อไปขอเชิญเสนอกรรมาธิการ เชิญท่านใดเสนอจำนวนกรรมาธิการ มีไหมครับ คุณวิโรจน์เจ้าของร่างวิธีพิจารณาคดีทุจริตครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ผมเสนอให้ใช้กรรมาธิการชุดเดียวกัน กับก่อนหน้านี้ เนื่องจากกฎหมายเกี่ยวข้องกัน ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีท่านสมาชิกเสนอให้ใช้คณะกรรมาธิการชุดเดียวกับชุดที่แล้ว มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหม ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการชุดเดียวกัน ขอบคุณมากครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๕ วรรคหนึ่ง กำหนดให้มีการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ให้สมาชิก เสนอคำแปรญัตติ เชิญครับ เสนอคำแปรญัตติกี่วันครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอเวลาแปรญัตติ ๑๕ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีท่านสมาชิกเสนอ ๑๕ วัน มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ไม่มี เป็นว่าที่ประชุมเห็นชอบ กำหนดเวลาแปรญัตติภายใน ๑๕ วันนับแต่วันถัดจากวันที่สภารับหลักการ เป็นการจบ ในชั้นรับหลักการกฎหมาย ขอบคุณทุกท่านนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๔ และระเบียบวาระที่ ๕ ได้เลื่อนขึ้นมาพิจารณารวมกันแล้ว
๖. ร่างพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
ขอเชิญคณะกรรมาธิการวิสามัญเข้าประจำที่ เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการ และคณะ คณะกรรมาธิการประจำที่เรียบร้อยนะครับ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้เป็นการพิจารณาร่างในวาระที่สอง ซึ่งจะพิจารณาเริ่มต้นตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ แล้วเรียงลำดับมาตราจนจบร่าง และเนื่องจากไม่มีผู้เสนอคำแปรญัตติ ดังนั้นผมจะให้ กรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นไว้ได้อภิปรายก่อน ส่วนสมาชิกจะอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคำ หรือข้อความที่คณะกรรมาธิการแก้ไขเพิ่มเติมเท่านั้น เมื่อคณะกรรมาธิการได้ตอบชี้แจง จนจบแล้วจะเป็นการลงมติในมาตรานั้น ๆ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๑ เชิญประธาน คณะกรรมาธิการแถลงครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขออนุญาตนำเสนอรายงานผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติต่อที่ประชุม ดังนี้
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาและลงมติรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร กับคณะ เป็นผู้เสนอ และร่างพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของนายกฤดิทัช แสงธนโยธิน กับคณะ เป็นผู้เสนอ และตั้งกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา กำหนดการแปรญัตติภายใน ๒๑ วัน โดยให้ถือเอา ร่างพระราชบัญญัติของนายกฤดิทัช แสงธนโยธิน กับคณะ เป็นหลักในการพิจารณานั้น บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จแล้ว โดยมีผลการพิจารณา ของคณะกรรมาธิการพร้อมข้อสังเกต ดังนี้
ภาพรวมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีจำนวนทั้งหมด ๑๑ มาตรา มีการแก้ไขเพิ่มเติมคำปรารภและเนื้อหารายมาตรา จำนวน ๖ มาตรา คือมาตรา ๒ มาตรา ๓ มาตรา ๕ มาตรา ๗ มาตรา ๘ และมาตรา ๙ มีกรรมาธิการสงวนความเห็น จำนวน ๑ มาตรา คือมาตรา ๙ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไม่มีผู้เสนอคำแปรญัตติ ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการมีการแก้ไขมาตราต่าง ๆ มีรายละเอียดคือ
๑. แก้ไขคำปรารภ คณะกรรมาธิการได้เพิ่มคำว่า เกษตรกรโคนม ในย่อหน้าที่ ๓ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกภาคส่วน โดยครอบคลุมทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ คือ เกษตรกรโคนม ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนม รวมทั้งผู้บริโภค
๒. แก้ไขมาตรา ๒ เรื่องวันบังคับใช้กฎหมาย คณะกรรมาธิการได้แก้ไข วันบังคับจากเดิมที่กำหนดไว้ ๑๘๐ วัน เป็น ๙๐ วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป เพื่อให้คณะกรรมการสามารถแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับโคนมและผลิตภัณฑ์นม ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ได้อย่างทันท่วงที และเป็นช่วงเวลาที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถ เตรียมการในด้านต่าง ๆ การมอบหมายงาน การออกกฎหมายลำดับรอง รวมทั้งการเปลี่ยนถ่าย ภารกิจต่าง ๆ ของฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการได้ทันภายในเวลากำหนด ซึ่งจะเกิดประโยชน์ กับทุกภาคส่วน
๓. มาตรา ๓ แก้ไขบทนิยามในมาตรา ๓ คณะกรรมาธิการได้แก้ไขเพิ่มเติม บทนิยามคำว่า ผลิตภัณฑ์นม น้ำนมโค เกษตรกรโคนม และผู้แทนผู้ประกอบการ อุตสาหกรรมนม ดังนี้
๓.๑ ผลิตภัณฑ์นมเพื่อให้สอดคล้องกับประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓๕๐) พ.ศ. ๒๕๕๖ เรื่อง นมโค
๓.๒ น้ำนมโค เนื่องจากหลังจากแม่โคคลอดลูกต้องให้ลูกโคกินน้ำนมเหลือง อย่างน้อย ๓ วันเพื่อรับภูมิคุ้มกันโรคจากแม่โค ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญที่เกษตรกรพึงปฏิบัติ และเพื่อให้สอดคล้องกับบทนิยามตามมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง น้ำนมโคดิบของ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓
๓.๓ เกษตรกรโคนม เพื่อให้คำนิยามของเกษตรกรโคนมครอบคลุม องค์ประกอบคือต้องประกอบอาชีพเลี้ยงโคนมซึ่งยังคงมีการเลี้ยงโคนมขึ้นทะเบียนเกษตรกร และมีสถานะเป็นผู้ส่งน้ำนมโค โดยสามารถส่งให้ทั้งกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนม ศูนย์รับน้ำนมโคทั้งที่เป็นของรัฐ เอกชน สหกรณ์ ไปจนถึงรัฐวิสาหกิจ ชุมชนหรือกลุ่ม เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน เพื่อให้มีความครอบคลุมและเป็นไปตามทางปฏิบัติจริงของเกษตรกร มากยิ่งขึ้น
๔. มาตรา ๕ เพิ่มบทนิยามในมาตรา ๓ คณะกรรมาธิการได้แก้ไขเพิ่มเติม ความหมายของบทนิยามคำว่า ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนม โดยให้ครอบคลุมถึง น้ำนมโคด้วย
๕. มาตรา ๗ แก้ไขมาตรา ๔ เรื่อง คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม คณะกรรมาธิการได้ปรับปรุงรูปแบบการเขียนโครงสร้างของคณะกรรมการโคนม และผลิตภัณฑ์นม เพื่อให้เกิดความชัดเจนและสะดวกในการอ่าน รวมทั้งมีการเรียงลำดับ รายชื่อคณะกรรมการโดยตำแหน่งตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ได้มีการแก้ไขโครงสร้างของคณะกรรมการโดยการแยกประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ กรรมการโดยตำแหน่ง และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ออกเป็นอนุมาตรา มีการแก้ไขให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานคณะกรรมการ และปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นรองประธานคณะกรรมการ เพื่อให้สามารถ กำหนดนโยบายในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที เพิ่มอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานเป็นกรรมการด้วย เพื่อช่วยดำเนินการและแก้ไขปัญหานมโรงเรียน มีการเพิ่ม องค์ประกอบของคณะกรรมการ ทั้งกรรมการโดยตำแหน่งและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้ มีความสมดุลกัน และในส่วนของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีรัฐมนตรีแต่งตั้งต้องมีความสมดุล ระหว่างตัวแทนเกษตรกรและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนม โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
๖. มาตรา ๘ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๙ เนื่องจากคณะกรรมาธิการมีการแก้ไข เพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม โดยกำหนดให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกรรมการ และปลัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ เป็นรองประธานกรรมการ ดังนั้นจึงต้องมีการแก้ไขเรื่องวิธีการประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่มาประชุม หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้จะต้องให้รองประธาน กรรมการเป็นประธานในที่ประชุม และหากรองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจ ปฏิบัติหน้าที่ได้ จึงให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม จึงจำเป็น จะต้องแก้ไขเพิ่มเติมความในวรรคสองของมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติโคนมและ ผลิตภัณฑ์นม พ.ศ. ๒๕๕๑ เพิ่มขึ้นจากเดิมที่เสนอแก้ไขเฉพาะความในวรรคหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อให้ สอดคล้องกับองค์ประกอบของคณะกรรมการและเพื่อให้การประชุมของคณะกรรมการ เป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสม และมีประสิทธิภาพโดยการแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวเป็นไปตาม หลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดย นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร กับคณะ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติรับหลักการ ไว้แล้ว รวมถึงเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติที่เกี่ยวเนื่องกับรายละเอียดการประชุม คณะกรรมการ
๗. มาตรา ๙ แก้ไขมาตรา ๑๐ (๔) (๖) (๑๐) และเพิ่ม (๔/๑) ขึ้นใหม่ มีการแก้ไขเพิ่มเติมหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นมดังนี้ เพื่อให้ คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจในการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการคำนวณ ต้นทุนการผลิตน้ำนมโค การกำหนดราคาน้ำมันโคและผลิตภัณฑ์นมตลอดทั้งห่วงโซ่เพื่อแก้ไข ปัญหาและอุปสรรคในเรื่องการปรับราคาน้ำนมโคและผลิตภัณฑ์นมทั้งระบบ รวมทั้ง โครงการอาหารเสริมนมโรงเรียน หรือโครงการของรัฐในลักษณะเดียวกันได้อย่างมี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานให้คำนึงถึงสัดส่วน ตามองค์ประกอบของคณะกรรมการเพื่อให้เป็นไปตามหลักความสมดุล
๘. ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการเห็นว่ามีข้อสังเกต ที่คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานของรัฐควรทราบหรือปฏิบัติ จำนวน ๕ ข้อ ได้แก่
๑. การบังคับใช้พระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม (ฉบับที่..) พ.ศ. ....
๒. การส่งเสริมและพัฒนาการเลี้ยงโคนม
๓. การขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม
๔. ส่งเสริมให้คนไทยบริโภคนมเพิ่มขึ้น
๕. การจัดตั้งกองทุนหมุนเวียนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ อาหารเสริมนมโรงเรียนและภารกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนม
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการขอแก้ไขรายงานของคณะกรรมาธิการในหน้า ๒ บรรทัดที่ ๕ โดยขอตัดเครื่องหมายอัญประกาศปิด หลังคำว่า ของคณะกรรมการ ออก
จึงกราบเรียนมาเพื่อที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างฉบับนี้ และข้อสังเกตต่อไปครับ
ขอบคุณ ท่านประธานคณะกรรมาธิการนะครับ ด้วยคณะกรรมาธิการได้แถลงขอแก้ไขมาตรา ๓ ในร่างกรรมาธิการในหน้า ๒ ทั้งนี้ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ กำหนดให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมญัตติ ที่ประธานสภาสั่งบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอม จากที่ประชุม ดังนั้นผมขอถามที่ประชุมว่าจะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมมีมติยินยอมให้คณะกรรมาธิการแก้ไขรายงานตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ประกอบกับ ข้อ ๘๘ ต่อไปขอเชิญเลขาธิการดำเนินการครับ
ท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิ ด้วยความเคารพครับ ถ้าเราอนุญาตให้แก้ไขรายงานจะต้องขออนุญาตขอเห็นเอกสารที่มีการ แก้ไขด้วยครับ
เจ้าหน้าที่ ได้แจกหรือยัง เป็นการแก้ไขเครื่องหมายคำพูด เข้าใจนะครับท่านณัฐวุฒิ ใช้แว่นตาขยายดู ไม่ขัดข้องนะครับ ขอบคุณมากครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ
ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ มีการแก้ไข
คำปรารภ มีการแก้ไขนะครับ มีสมาชิกท่านใดใช้สิทธิอภิปรายไหมครับ เมื่อไม่มีสมาชิกอภิปราย แต่เนื่องจากคณะกรรมาธิการมีการแก้ไขคำปรารภ ดังนั้นผมขอถามมติจากที่ประชุมว่า จะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุม
(นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน ขอเชิญครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ท่านสมาชิกที่อยู่ด้านนอกขอความกรุณาใช้สิทธิแสดงตน ท่านใดมีบัตรขัดข้องไหมครับ กฎหมายนี้มีการลงมติเกือบทุกมาตรา ขอความกรุณาท่านอยู่ในห้องประชุม มีเพียง ๑๑ มาตราเท่านั้นเอง ขอความกรุณาท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมโปรดใช้สิทธิแสดงตน กดปุ่มแสดงตนหรือขานชื่อก็ได้ถ้าบัตรขัดข้อง ขอเชิญทุกท่าน เป็นการลงมติกรรมาธิการ มีการแก้ไขคำปรารภ
ท่านประธานคะ รบกวนรอ เพื่อนสมาชิกสักครู่นะคะ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ
เชิญครับ ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิ ท่านอยู่ในห้องประชุมแล้วใช้สิทธิครบถ้วนแล้วนะครับ เมื่อใช้สิทธิ ครบถ้วนแล้วผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผล มีผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน ๒๕๐ ท่าน
เป็นอันว่า มีผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุมนะครับ ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนน ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการ คือให้คงไว้ตามร่างเดิมโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านออกเสียงลงคะแนน ขอความกรุณาใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนน
๐๗๐ เห็นชอบค่ะท่านประธาน
๐๗๐ เห็นชอบครับ มีท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิ มีผู้ใช้สิทธิครบถ้วนนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผล มีผู้ลงมติจำนวน ๒๗๔ ท่าน เห็นด้วย ๒๗๒ ท่าน บวกอีก ๑ ท่าน เป็น ๒๗๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มีนะครับ
เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ เชิญท่านเลขาธิการต่อไปครับ
มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ มีการแก้ไข
มาตรา ๒ มีการแก้ไข มีสมาชิกท่านใดจะใช้สิทธิอภิปรายหรือไม่ครับ เมื่อไม่มีสมาชิกอภิปราย แต่เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้นผมขอถามมติจากที่ประชุมว่า จะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุม
(นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน ขอเชิญทุกท่านนะครับ
๐๗๗ แสดงตนค่ะ
๐๗๗ แสดงตน ท่านใดขัดข้องมีไหมครับ เป็นการลงมติในมาตรา ๒ กรรมาธิการมีการแก้ไข สมาชิกใช้สิทธิแสดงตนครบถ้วนแล้ว ไม่มีเพิ่มเติมนะครับ ผมขอปิดการแสดงตน เชิญเจ้าหน้าที่แสดงผล มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๕๓ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๒๕๔ ท่าน
เป็นอันว่า มีผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุมนะครับ ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนน ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการ คือคงไว้ตามร่างเดิมโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ
๐๗๐ เห็นชอบค่ะ
๐๗๐ เห็นชอบ มีท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนน เมื่อท่านสมาชิกลงคะแนนครบถ้วนแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผล จำนวนผู้ลงมติ ๒๘๐ ท่าน เห็นด้วย ๒๗๗ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๒๗๘ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน
เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ
มาตรา ๓ แก้ไขบทนิยามในมาตรา ๓ ผลิตภัณฑ์นม น้ำนมโค เกษตรกรโคนมและผู้แทนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนม มีการแก้ไข
มาตรา ๓ มีการแก้ไข มีท่านสมาชิกท่านใดจะใช้สิทธิอภิปรายไหม ไม่มีนะครับ เนื่องจากมาตรานี้ คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้นผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไข ของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุม
(นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ขอเชิญ ท่านสมาชิกทุกท่านโปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน
๔๔๔ แสดงตนครับ
๔๔๔ แสดงตน มีท่านใดจะเพิ่มเติมไหมครับ อยู่ในห้องประชุมแสดงตนเรียบร้อยนะครับ ถ้าไม่มี การใช้สิทธิเพิ่มเติม ผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผล มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๕๐ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๒๕๑ ท่าน
เป็นอันว่า มีผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุมนะครับ ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนน ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
๐๗๐ เห็นชอบค่ะ
๐๗๐ เห็นชอบ มีท่านใดที่ขัดข้องไหมครับ ถ้าไม่มี ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผล จำนวนผู้ลงมติ ๒๘๒ ท่าน เห็นด้วย ๒๗๕ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๒๗๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน
เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ เชิญท่านเลขาธิการมาตรา ต่อไปครับ
มาตรา ๔ เพิ่มบทนิยามในมาตรา ๓ ผู้แทนเกษตรกร โคนม ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕ เพิ่มบทนิยามในมาตรา ๓ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนม มีการแก้ไข
มาตรา ๕ มีการแก้ไข มีสมาชิกใช้สิทธิอภิปรายหรือไม่ เมื่อสมาชิกไม่อภิปราย แต่เนื่องจากว่ามาตรานี้ คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้นผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของ คณะกรรมาธิการหรือไม่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่งครับ
(นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน ขอเชิญทุกท่านครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
สมาชิก ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิขอเชิญนะครับ โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน หรือท่านใด บัตรขัดข้องยกมือขึ้น ยังมีสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตน ที่อยู่ด้านนอกมีไหมครับ กฎหมายนี้จะมีการลงคะแนนแสดงตนเกือบทุกมาตรา ถ้าไม่มีผู้แสดงตนเพิ่มเติม ผมขอปิด การแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผล จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๒๕๕ ท่าน
เป็นอันว่า ผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุม ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ คือให้คงตามร่างเดิมโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนทุกท่านนะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ท่านสมาชิกออกเสียงลงคะแนนทุกท่านแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๘๐ ท่าน เห็นด้วย ๒๗๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน
เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ ขอเชิญท่านเลขาธิการดำเนินการ ต่อไปครับ
มาตรา ๖ ยกเลิกบทนิยามในมาตรา ๓ ผู้ประกอบการ ผลิตภัณฑ์นมและผู้แทนผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นม ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๗ แก้ไข มาตรา ๔ มีการแก้ไข
มาตรา ๗ มีการแก้ไข มีสมาชิกท่านใดจะใช้สิทธิอภิปรายถ้อยคำหรือไม่ ไม่มีนะครับ แต่เนื่องจาก มาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้นผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับ การแก้ไขของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุม
(นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน ขอเชิญทุกท่านครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ท่านใด ขัดข้องมีไหม ใช้สิทธิแสดงตนครบถ้วนแล้วนะครับ ผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผล มีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน ๒๕๒ ท่าน
เป็นอันว่า ผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุม ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญ ออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีไหมครับ ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ครบถ้วนแล้วนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผล จำนวนผู้ลงมติ ๒๗๗ ท่าน เห็นด้วย ๒๗๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๒ ท่าน
เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ ขอเชิญท่านเลขาธิการต่อไปครับ
มาตรา ๘ แก้ไขมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง มีการแก้ไข
มาตรา ๘ มีการแก้ไข มีสมาชิกท่านใดจะใช้สิทธิอภิปรายไหม ไม่มีนะครับ แต่เนื่องจากมาตรานี้ คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้นผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของ คณะกรรมาธิการหรือไม่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุม
(นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน ขอเชิญนะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ท่านใด ยังไม่ได้เสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนเชิญครับ ขอเชิญสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตร และกดปุ่มแสดงตน มีท่านใดขัดข้องไหม อยู่ในห้องประชุมใช้สิทธิแสดงตนครบถ้วนแล้วนะครับ ผมขอปิดการใช้สิทธิแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผล มีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน ๒๕๐ ท่าน
เป็นอันว่า มีผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุม ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญทุกท่าน ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ใช้สิทธิ ครบถ้วนหรือยังครับ ท่านใดขัดข้องมีไหมครับ เมื่อสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนครบถ้วนแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผล จำนวนผู้ลงมติ ๒๗๓ ท่าน เห็นด้วย ๒๗๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี
เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ ขอเชิญท่านเลขาธิการมาตราต่อไป
มาตรา ๙ แก้ไขมาตรา ๑๐ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น
มาตรา ๙ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น มีกรรมาธิการ ๒ ท่าน ท่านแรกคุณปรีติ เจริญศิลป์ เชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ปรีติ เจริญศิลป์ กรรมาธิการผู้สงวนความเห็นในมาตรา ๙ ซึ่งแก้ไขมาตรา ๑๐ ผมเองได้สงวนความเห็นโดยขอให้แก้ไขเพิ่มเติมเฉพาะความใน มาตรา ๑๐ (๙) เป็นดังนี้ (๙) จัดทำรายงานการประชุมและรายงานผลการดำเนินงาน ประจำปีของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการทุกชุดโดยเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวต่อ สาธารณชนภายใน ๑ เดือนนับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการรับรอง พระราชบัญญัติโคนม และผลิตภัณฑ์นมฉบับนี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารจัดการนม ในประเทศไทยครั้งใหญ่ โดย พ.ร.บ. ฉบับนี้จะมีการเพิ่มอำนาจ Milk Board เพิ่มการมี ส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย อีกทั้งยังสร้างความโปร่งใสตรวจสอบได้ ในมาตรานี้ผมเห็นด้วย กับข้อความของกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่เฉพาะการเพิ่มอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ โคนมในเรื่องที่สำคัญ เช่น การกำหนดราคาซื้อขายนมและผลิตภัณฑ์นมได้เอง การเข้ามา กำกับดูแลโครงการอาหารเสริมนมโรงเรียน การเปิดเผยข้อมูลรายงานการประชุม Milk Board ยกเว้นข้อความใน (๙) เท่านั้นที่ผมสงวนความเห็นไว้ เพราะที่ผ่านมาผมได้รับ เรื่องร้องเรียนมากมายเกี่ยวกับข้อสงสัยต่าง ๆ ในมติของ Milk Board และอนุกรรมการของ Milk Board หลายชุดที่ได้มีการพิจารณาและมีการอนุมัติหลักการไป เช่น เรื่องการจัดสรร โควตานมผงที่ไม่เป็นไปตามข้อตกลงทางการค้า การจัดสรรโควตานมโรงเรียนที่ไม่เป็นธรรม หรือแม้แต่ข้อมูลการบริหารจัดการนมทั้งระบบ ผมเห็นว่าการเปิดเผยรายงานการประชุม คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม หรือ Milk Board และอนุกรรมการทุกชุดภายใน ๓๐ วันเป็นเรื่องที่ดี เพื่อให้เกษตรกรและผู้ประกอบการสามารถเข้ามาดูความถูกต้องของ ข้อมูล รวมถึงตรวจสอบหลักการและเหตุผลในการอนุมัติแต่ละเรื่องของ Milk Board ได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดความโปร่งใสมากขึ้น ทั้งในเรื่องของการจัดสรรโควตานมโรงเรียน การจัดสรร โควตานมผง การบริหารจัดการนมทั้งระบบ รวมถึงข้อมูลการซื้อน้ำนมโคใน MOU เป็นต้น ผมเชื่อว่าผู้แทนราษฎรแห่งนี้อยากให้การบริหารจัดการของภาครัฐเกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ ผมจึงขอยืนยันหลักการให้มี การเปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม และคณะอนุกรรมการ ทุกชุดตามที่ผมได้สงวนข้อความไว้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
กรรมาธิการที่ขอสงวนท่านต่อไป คุณนที โดดสูงเนิน เชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพและสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม นที โดดสูงเนิน ในฐานะ กรรมาธิการที่ขอสงวนสิทธิไว้ครับ วันนี้ผมขอหยิบยกประเด็นที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรม นมไทยและเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศ นั่นก็คือเรื่องของความจำเป็นในการเปิดเผย ข้อมูลของการประชุมในคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม หรือว่า Milk Board คณะอนุกรรมการของ Milk Board มีบทบาทสำคัญยิ่งเนื่องจากเป็น ด่านแรกในการกลั่นกรองข้อเสนอข้อมูลทางเทคนิคและมาตรการเชิงนโยบายก่อนที่จะนำสู่ เข้าที่ประชุมใหญ่หรือว่า Milk Board ก่อนการตัดสินใจในระดับอนุกรรมการนี้ไม่ใช่มีเพียง แค่การหารือภายในเท่านั้น แต่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกร การจัดการสหกรณ์ การทำงานของโรงงานแปรรูป ตลอดจนคุณภาพนมและราคาน้ำนม ที่ผู้บริโภคจะได้รับ ตัวอย่างชัดเจนที่สุดคือโครงการอาหารเสริมนมโรงเรียน ในปัจจุบันถูกนำ กลับมาอยู่ภายใต้กรอบการดูแลของ Milk Board อีกครั้ง โครงการนี้ไม่เพียงแต่มีมูลค่า หลายพันล้านบาทต่อปี แต่ยังเกี่ยวข้องกับเด็กนักเรียน ๖ ล้านคนทั่วประเทศ การกำหนด สิทธิการผลิต การจัดสรรโควตาและการบริหารงบประมาณของโครงการนี้ย่อมตกอยู่ในมือ ของคณะอนุกรรมการที่กลั่นกรองก่อนเสนอเข้าสู่ Board ใหญ่ ดังนั้นท่านประธานครับ คำถามที่สำคัญคือหากการประชุมคณะอนุกรรมการเหล่านี้ไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ จะทำให้เกิดข้อสงสัยหรือไม่ว่าการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับโครงการขนาดใหญ่เช่นนี้ เช่น นมโรงเรียนมีความโปร่งใสหรือไม่ ใครได้รับประโยชน์เป็นพิเศษหรือไม่ หรือเกษตรกร ผู้เลี้ยงโคนมซึ่งเป็นต้นทางของการผลิตกลับไม่ได้มีโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลและเหตุผล ในการตัดสินใจเลย ผมขอย้ำว่าการเปิดเผยข้อมูลไม่ใช่การทำให้อนุกรรมการอ่อนแอ แต่กลับทำให้เข้มแข็งขึ้น เพราะการเปิดเผยทำให้ทุกฝ่ายมองกระบวนการ เห็นข้อมูล เห็นเหตุผลและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ครับ เมื่อทุกอย่างตรวจสอบได้ย่อมลด แรงเสียดทาน ลดความขัดแย้ง และเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่สังคม ท่านประธานครับ เกษตรกร ส่วนมากเคยตั้งคำถามว่าทำไมโควตาการผลิตจึงถูกจัดสรรเช่นนี้ ทำไมราคากลาง ถึงเป็นเช่นนั้น หรือทำไมโครงการอาหารเสริมนมโรงเรียนจึงถูกบริหารในลักษณะหนึ่ง ไม่ใช่ลักษณะหนึ่ง หากไม่มีการเปิดเผยข้อมูลย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่ข้อสังเกตเหล่านี้ จะได้รับคำตอบอย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมา ในทางกลับกันถ้าเรามีการเปิดเผยข้อมูล อย่างเหมาะสม ทั้งรายงานการประชุม เหตุผลในการลงมติและข้อมูลประกอบในการ พิจารณาจะทำให้เกษตรกรและสังคมเห็นว่าทุกการตัดสินใจบนหลักวิชาการ หลักธรรมาภิบาล และเพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์เฉพาะกลุ่ม และที่สำคัญการเปิดเผยข้อมูล ยังเป็นโอกาสให้ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดสามารถ ไม่ว่าจะเป็นสมาคม เกษตรกร สหกรณ์ โรงงานแปรรูป หรือแม้กระทั่งภาควิชาการสามารถเข้ามามีส่วนร่วมให้ข้อเสนอแนะและ ช่วยเสริมให้การตัดสินใจมีความรอบคอบมากยิ่งขึ้นครับ
ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ผมจึงใคร่ขอเสนอให้กำหนดแนวทาง ปฏิบัติอย่างเป็นทางการ ให้คณะอนุกรรมการของ Milk Board เปิดเผยข้อมูลในการประชุม ในขอบเขตที่เหมาะสมต่อสาธารณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ขนาดใหญ่ เช่นโครงการอาหารเสริมนมโรงเรียนที่เกี่ยวพันโดยตรงกับงบประมาณแผ่นดิน เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและอนาคตเด็กไทยทั่วประเทศ นี่คือหนทางที่จะสร้างความโปร่งใส สร้างความเชื่อมั่น และทำให้นโยบายโคนมของไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน ขอบพระคุณครับ
กรรมาธิการ ที่ขอสงวนครบถ้วนนะครับ ต่อไปมีสมาชิกใช้สิทธิอภิปราย ๒ ท่าน เชิญคุณธิษะณา ชุณหะวัณ ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต ๒ หรือเขตปทุมวัน สาทร และราชเทวี พรรคประชาชนค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นด้วยกับ การสงวนความเห็นของท่านปรีติ เจริญศิลป์ และท่านนที โดดสูงเนิน กรรมาธิการค่ะ ดิฉันเห็นด้วยว่าควรให้มีการแก้ไขบทมาตรา ๑๐ ให้มีการเพิ่มในวรรคเก้าดังกล่าว เนื่องจาก ร่างเดิมในปัจจุบันไม่ได้กำหนดให้คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นมต้องจัดทำ และเผยแพร่รายงานประชุมหรือรายงานผลการดำเนินงานต่อสาธารณะอย่างชัดเจน ซึ่งส่งผลให้เกิดการขาดความโปร่งใส และประชาชนก็ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของ คณะกรรมการได้ รวมถึงร่างของคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ให้ยกเลิกความ และให้เพิ่ม ความในมาตรา ๑๐ (๔/๑) โดยมีรายละเอียดคือกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงาน โครงการอาหารเสริมนมโรงเรียน หรือโครงการรัฐในลักษณะเดียวกัน เพิ่มเข้าไปให้เป็น อำนาจและหน้าที่ของอนุกรรมการและคณะกรรมการที่จำเป็นจะต้องดำเนินการหรือทำตาม ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวให้เป็นผลผูกมัด เหตุผลก็เพราะคณะกรรมการควรเป็นผู้กำกับดูแล และตรวจสอบแสวงหาข้อเท็จจริง ซึ่งจากที่ผ่านมาเรามักจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับการทุจริต คอร์รัปชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการนมโรงเรียน เรื่องนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากโครงการนมโรงเรียนเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้งบประมาณมหาศาล และเรามักจะได้ทราบข่าวเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันในโครงการนี้อยู่เป็นระยะ ๆ ซึ่งสร้าง ความเสียหายทั้งในงบประมาณของรัฐ และยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน ในประเทศไทย ขอสไลด์ที่ ๓ ค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ดิฉันขอยกตัวอย่างกรณี ที่เกิดทุจริตนมขึ้นที่เป็นข่าวในสังคมคือ ๑. กรณีทุจริตนมโรงเรียนในภาคอีสานในปี ๒๕๕๕ พบว่ามีการฮั้วประมูลและปลอมเอกสารในหลายจังหวัด เช่น หนองคาย ขอนแก่น อุดรธานี และมีโรงเรียนบางแห่งไม่ได้รับนมครบตามจำนวน ได้คุณภาพต่ำ นมบูด ตามมาตรฐานของ ป.ป.ช. มีการไต่สวนและชี้มูลผิดผู้บริหารท้องถิ่นและเอกชนบางราย อีกกรณีหนึ่งกรณี อบจ. ประจวบคีรีขันธ์ ปี ๒๕๖๒ มีการตรวจสอบก็พบว่ามีการส่อทุจริตอีกมากกว่า ๔๐ ล้านบาท มีการส่งนมไม่ครบ มีการปลอมแปลงเอกสาร บิดเบือนจำนวนเด็กนักเรียนให้มากกว่า ความเป็นจริงเพื่อเบิกงบเกินความเป็นจริง และอีกกรณีหนึ่งค่ะกรณี อบจ. ชัยภูมิ ปี ๒๕๖๓ สตง. ตรวจสอบแล้วพบว่ามีการส่งนมเกินจำนวนเด็กที่มีอยู่จริง คุณภาพไม่ได้มาตรฐาน นมบูดอีก เกิดกระแสสังคมโจมตีว่าเด็กได้กินนมบูดแล้วก็นมหมดอายุ และก็ยังทุจริตคอร์รัปชัน ในท้องถิ่น และมีนมโรงเรียนบูดอีกหลายพื้นที่ที่ดิฉันไม่ได้กล่าวเพราะว่าเวลาอาจจะไม่พอ มีโรงเรียนหลายแห่งร้องเรียนว่าเด็กนักเรียนได้กินนมบูด นมค้าง Stock และเก็บรักษา ไม่ถูกสุขลักษณะ และบางครั้งเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างที่เอื้อประโยชน์แก่เอกชน และนายทุนแค่บางรายเท่านั้น
ขอสไลด์ที่ ๔ จากตัวอย่างที่ดิฉันได้กล่าวไปนั้นเหตุการณ์เหล่านี้สะท้อน ให้เห็นถึงความจำเป็นอย่างเร่งด่วนในการยกระดับมาตรฐานและการตรวจสอบถ่วงดุล ซึ่งการแก้ไขเพิ่มเติมให้อนุกรรมการและคณะกรรมการมีหน้าที่เพิ่มเติมเป็นผู้พิจารณา ตรวจสอบกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการโครงการอาหารเสริมนมโรงเรียน หรือโครงการของรัฐในลักษณะเดียวกัน รวมถึงเพิ่มความในมาตรา ๑๐ (๙) ให้เป็นไปตาม ข้อเสนอ ให้จัดทำรายงานการประชุม และรายงานผลการดำเนินการประจำปีของ คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการทุกชุด โดยเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณชน ภายในระยะเวลา ๑ เดือนนับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการรับรอง จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง และการแก้ไขมาตราดังกล่าวนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเปิดเผยความโปร่งใส และยังสร้าง ความเชื่อมั่นกลับมาสู่พี่น้องประชาชน แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้สาธารณชนได้เข้ามา มีส่วนร่วมในการตรวจสอบและรับรู้ถึงความคืบหน้าของอนุกรรมการและคณะกรรมการ ซึ่งจะสร้างการกระตุ้นทำให้เกิดการทำงานของคณะกรรมการมีประสิทธิภาพประสิทธิผล ยิ่งกว่าเดิม ดิฉันเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าการแก้ไขมาตรา ๑๐ นี้อำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมการดังกล่าวจะเป็นการวางรากฐานกฎหมายที่ชัดเจนเพื่อให้การบริหารจัดการ โครงการนมโรงเรียนเป็นไปได้อย่างมีมาตรฐาน ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน โปร่งใส มีความรับผิดรับชอบและปราศจากการทุจริตคอร์รัปชัน มีการกลั่นกรองอย่างแท้จริง ดังนั้นการเพิ่มบทบัญญัติดังนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การแก้ไขข้อความในตัวบทกฎหมายเท่านั้น แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานการบริหารราชการแผ่นดินให้มีความโปร่งใสตรวจสอบได้ คุ้มครองผลประโยชน์ผู้บริโภคและประชาชน รวมไปถึงเยาวชนอย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนา อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต ขอขอบพระคุณค่ะ
ต่อไป ขอเชิญคุณรัชนก สุขประเสริฐ ครับ
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรัชนก สุขประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๒ พรรคประชาชนค่ะ มาตรา ๙ เนื่องจากมีการแก้ไขในเรื่องของข้อความในมาตรา ๑๐ แห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน (๔/๑) ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริมนมโรงเรียน หรือโครงการ ของรัฐในลักษณะเดียวกันอย่างชัดเจน ซึ่งดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่ง แล้วก็ขอชื่นชม คณะกรรมาธิการที่เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ ท่านประธานคะ ดิฉันไม่ประสงค์จะคัดค้าน ใด ๆ ในมาตรานี้ เพราะเชื่อมั่นว่าการทำงานของคณะกรรมการในชุดนี้จะสามารถฝาก ความหวังไว้ได้ ดิฉันจึงขอโอกาสนี้อภิปรายเพื่อฝากเป็นเข็มทิศและความคาดหวังจากสภา ผู้แทนราษฎรแห่งนี้ไปยังคณะกรรมการชุดใหม่ ที่เกิดขึ้นตามกฎหมายฉบับนี้ว่าในการใช้ อำนาจตามมาตรานี้ควรจะต้องคำนึงถึงหัวใจสำคัญ ๓ ประการ เพื่อให้การปฏิรูปโครงการ นมโรงเรียนเกิดขึ้นได้จริงค่ะ
ข้อฝากประการที่ ๑ คือเรื่องของคุณภาพและมาตรฐานสูงสุดของนม ทุกกล่อง ดิฉันอยากฝากไปถึงคณะกรรมการชุดใหม่ว่าท่านมีพันธกิจที่ยิ่งใหญ่ในการลบภาพจำ เก่า ๆ ที่เกี่ยวข้องกับนมโรงเรียนที่บูดเสียหรือไม่ได้มาตรฐาน ท่านต้องสร้างมาตรฐานใหม่ ที่ได้คุณภาพต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด ไม่มีการประนีประนอมในเรื่องของสุขภาพ และการพัฒนาการของลูกหลานเรา งบประมาณกว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีต้องถูกใช้ เพื่อให้ได้นมที่ดีที่สุด สดที่สุด และปลอดภัยที่สุด ส่งถึงมือเด็กไทยทุกคนให้ได้ตรงตามเวลา ตามกำหนดการ
ข้อฝากประการที่ ๒ คือท่านจะต้องกล้าที่จะทลายระบบโควตาที่ไม่เป็นธรรม ปัญหาการจัดสรรโควตาที่กระจุกตัวอยู่กับผู้ประกอบการรายใหญ่คือต้นตอของความเหลื่อมล้ำ ที่กัดกินอุตสาหกรรมนี้มาอย่างยาวนาน ดิฉันขอฝากความหวังไว้กับคณะกรรมการชุดใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้แทนเกษตรกรที่จะเข้าไปมีบทบาท ขอให้ท่านใช้อำนาจนี้ในการสร้าง ระบบที่โปร่งใส เปิดโอกาสให้เกษตรกรรายย่อยและสหกรณ์โคนมทั่วประเทศสามารถเข้าถึง การแข่งขันในตลาดนมโรงเรียนได้อย่างเท่าเทียมและมีศักดิ์ศรี
และข้อฝากประการสุดท้าย คือการสร้างระบบนมโรงเรียนท้องถิ่นให้เกิดขึ้นจริง ดิฉันอยากเห็นภาพที่โรงเรียนในแต่ละจังหวัดได้ดื่มนมคุณภาพที่มาจากฟาร์มโคนมในจังหวัด ของตัวเอง นี่คือ Model ที่เกิดประโยชน์มหาศาลทั้งในมิติที่เด็กได้ดื่มนมที่สดใหม่กว่า เพราะขนส่งใกล้ แล้วก็เงินทองสามารถหมุนเวียนในเศรษฐกิจชุมชน แล้วถ้าหากเกิดปัญหา เรื่องของคุณภาพนมเราก็จะสามารถตรวจสอบย้อนกลับคุณภาพได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ท่านประธานคะ หากคณะกรรมการชุดใหม่สามารถยึดหลักการทั้ง ๓ ข้อนี้ได้ ดิฉันเชื่อว่า Board ที่เข้มแข็งนี้จะสามารถผลักดันนโยบายที่ก้าวหน้าตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ที่ต้องการขยายนมโรงเรียนเป็น ๓๖๕ วัน และขยายถึงระดับชั้น ม. ๓ ได้สำเร็จอย่างแน่นอน
สุดท้ายนี้ดิฉันขอสนับสนุนร่างของคณะกรรมาธิการและหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เสียงของดิฉันในวันนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของเจตนารมณ์ที่สภาแห่งนี้จะส่งไปถึงคณะกรรมการ โคนมชุดใหม่ เพื่อให้ทุกกล่องจากนี้ไปสร้างรอยยิ้มให้เด็กไทย และสร้างความมั่นคง ให้เกษตรกรไทยได้อย่างแท้จริง ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ มีท่านสมาชิกใช้สิทธิอภิปรายไหม หมดแล้วนะครับ ต่อไปขอเชิญกรรมาธิการตอบชี้แจงครับ
ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ประธานคณะกรรมาธิการ ต่อประเด็นของมาตรา ๙ ซึ่งมาตรา ๙ เป็นการยกเลิกความในมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม พ.ศ. ๒๕๕๑ แล้วมาใช้ข้อความเป็นมาตรา ๑๐ ซึ่งมีทั้งหมดอยู่ ๑๐ อนุ ซึ่งใน (๙) บอกว่าจัดทำรายงานการประชุมและรายงานผล การดำเนินงานประจำปีของคณะกรรมการ โดยเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณชน ภายในระยะเวลา ๑ เดือนนับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการรับรอง นั่นแปลว่ามติต่าง ๆ ของ คณะกรรมการจะต้องมีการเปิดเผยและเผยแพร่ต่อสาธารณะภายในเวลา ๑ เดือนหลังจาก ที่มีการรับรองแล้ว อันนี้เป็นการเปิดเผย แล้วก็เป็นความเห็นของกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ทีนี้มีกรรมาธิการเสียงส่วนน้อยเห็นว่าไหน ๆ ก็เปิดเผยมติของคณะกรรมการแล้วก็ควรจะ เปิดเผยมติของคณะอนุกรรมการด้วย ซึ่งที่จริงก็เป็นไปในแนวเดียวกัน ทิศทางเดียวกันก็คือ ต้องการให้มีการเปิดเผย เพียงแต่ว่ากรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าถ้าไปเปิดเผยรายงาน การประชุมของคณะอนุกรรมการ ซึ่งคณะอนุกรรมการปฏิบัติภารกิจจากการรับมอบหมาย มาจากคณะกรรมการ เพราะฉะนั้นมติของคณะอนุกรรมการต่าง ๆ ยังไม่เป็นที่สิ้นสุด เพราะจะต้องส่งกลับไปที่คณะกรรมการ เมื่อคณะกรรมการมีมติเช่นใดถึงจะสิ้นสุด กระบวนความ ถึงควรจะเปิดเผย แต่ถ้าหากว่าเราเปิดเผยรายงานการประชุมของ คณะอนุกรรมการก่อนก็ยังจะมีประเด็นว่าคณะกรรมการชุดนี้ไม่ใช่มีเฉพาะนมโรงเรียน แต่จะมีนมพาณิชย์ นมชนิดอื่นด้วย ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดเรื่องของต้นทุน มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดเรื่องราคา มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดเรื่องของจำนวน ปริมาณต่าง ๆ ถ้าหากว่าไปเปิดเผยรายงานขั้นอนุกรรมการก่อนซึ่งยังไม่เสร็จสิ้น กระบวนความเกรงว่าจะมีผลกระทบในหลายด้าน ถ้าหากว่ากรรมการไม่เห็นด้วยกับมติของ คณะอนุกรรมการอันนั้นก็ประเด็นหนึ่ง เกรงว่าผู้มีส่วนได้เสียต่าง ๆ หากเอาไปใช้ประโยชน์ ในทางมิถูกมิต้องก็จะไม่เกิดความเป็นธรรม เป็นต้น จึงเห็นว่าควรที่จะเปิดเผย เมื่อกระบวนการเสร็จสิ้นแล้ว ก็คือที่คณะกรรมการตรงนั้นควรเปิดเผย อันนี้ก็เป็นไปตาม มติกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ขอบคุณมากครับ
ท่านกรรมาธิการชี้แจงนะครับ ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยยังติดใจไหมครับ เชิญครับ
ผม ปรีติ เจริญศิลป์ จริง ๆ จะตอบ ทางสมาชิก คุณธิษะณา ชุณหะวัณ เรื่องเกี่ยวกับการทุจริตนมโรงเรียน ผมต้องบอกอย่างนี้ว่า กรรมาธิการในระหว่างที่เราประชุมกันมีเรื่องร้องเรียนมาที่ผมเหมือนกัน เรื่องเกี่ยวกับ นมโรงเรียน ซึ่งหลายท่านอาจจะทราบว่าปีนี้เป็นปีแรกที่นักเรียนได้กินนมโรงเรียน ช้ากว่าปกติ คณะกรรมาธิการตระหนักถึงปัญหานี้ อยากจะนำเรื่องเข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหา โดยการแก้กฎหมาย เราพยายามหาข้อมูลว่าหลักการในการจัดสรรโควตานมโรงเรียนปีนี้ เป็นอย่างไร จัดสรรเมื่อไร เราทำหนังสือขอข้อมูลกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอที่ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเชิญปลัดกระทรวงเข้ามาชี้แจง ปลัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ไม่ได้เข้ามาชี้แจง และไม่ส่งข้อมูลที่เป็นปัจจุบันในการจัดสรรโควตา นมโรงเรียนปีล่าสุดด้วย นี่ละเป็นสิ่งที่เราควรต้องเปิดเผยรายงานการประชุมทุกชุดให้สังคม ได้รับทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ผมไปสืบข้อมูลมาเรื่องการจัดสรรโควตานมโรงเรียนปีนี้ ปรากฏว่า เด็กนักเรียนเปิดเทอมเดือนพฤษภาคม การจัดสรรและการออกประกาศก็มาทำใน เดือนพฤษภาคม ซึ่งไม่ทันการณ์ทำให้เกิดปัญหามากมาย เด็กนักเรียนได้กินนมโรงเรียนช้า อนุมัติเมื่อไรเด็กก็ต้องขนนมโรงเรียนกลับบ้าน นี่ละเด็กไม่ได้กินทุกวันเด็กจะเจริญเติบโต อย่างไร คุณค่าของสารอาหารในวัยที่กำลังต้องการความเจริญเติบโต นี่คือผลพวงที่เราปกปิด ข้อมูล และไม่มีการมาชี้แจงกับกรรมาธิการชุดนี้เลย ปัญหาอื่น ๆ อีกที่คุณธิษะณา ชุณหะวัณ ได้แจ้ง ส่งนมไม่ครบ ส่งนมล่าช้า หรือส่งนมลม มีแต่กระดาษใบเสร็จ นมไม่ได้จริง สิ่งเหล่านี้ เราต้องการตรวจสอบข้อมูลตั้งแต่ต้นทาง ตั้งแต่น้ำนมดิบเลยจนไปถึงปลายทางเลยครับ โดยการต้องเปิดเผยรายงานการประชุมให้ทุกคนได้รับทราบ เพื่อช่วยกันตรวจสอบป้องกัน การทุจริต ผมก็ยังยืนยันติดใจ ต้องโหวตมาตรานี้ตามที่ผมได้สงวนไว้ ขอบพระคุณครับ
ท่านประธาน ผมขออนุญาต สอบถามทางกรรมาธิการเพิ่มเติมได้ไหมครับ
เดี๋ยวครับ ขออนุญาตก่อนนะครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ความจริงก็ต้องฟ้องผ่านท่านประธานไปยังกรรมาธิการก่อนว่าโรงเรียน อนุบาลวัดอ่างทองก็เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนประจำจังหวัด แล้วก็ได้รับนมโรงเรียน ล่าช้าเช่นเดียวกัน เด็กมันรอไม่ได้จะไปอัดให้เขากินตอนปิดเทอมวันละ ๓ กล่องก็คง ไม่สอดคล้องกับประโยชน์ที่สูงสุดที่พึงเกิดขึ้นกับเด็ก ท่านประธานครับ ผมมีบางประเด็น สั้น ๆ จริง ๆ ที่อยากสอบถามทางกรรมาธิการเสียงข้างน้อย โดยเฉพาะท่านปรีติ เจริญศิลป์ อย่างแรกที่ผมอยากจะเรียนสอบถามก็คือว่าสิ่งที่ท่านปรีติ เจริญศิลป์ ท่านได้ขอสงวน ความเห็นไว้เป็นถ้อยคำเฉพาะในกรณีมาตรา ๑๐ (๙) ผมอยากให้ท่านยืนยันกับสภาแห่งนี้ ความจริงท่านได้อธิบายไปแล้ว แต่อยากได้ยินเสียงท่านชัด ๆ ยืนยันว่าจริง ๆ แล้วในทุกอนุ ที่ทางกรรมาธิการเสียงข้างมากมีการแก้ไขท่านเห็นชอบด้วย มีเฉพาะ (๙) เท่านั้นที่ท่านเห็น มีความแตกต่าง เพื่ออย่างน้อยที่สุดเวลาที่เราลงมติก็จะได้มีความเข้าใจที่ตรงกันว่าหากมี การลงมติเห็นชอบกับเสียงข้างน้อยหลาย ๆ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของคณะกรรมการ นมโรงเรียนต่าง ๆ ที่จะให้โยกกลับมาที่ Milk Board มันก็ไม่ได้หายไป นี่เป็นประเด็นที่ ๑ ที่อยากจะเรียนสอบถาม ผมอนุญาตนิดเดียวครับท่านปรีติ ท่านก็คงรู้ว่าผมมีหลายประเด็น อยากจะบอกว่า ๑๑ ประเด็นย่อยก็เกรงใจท่านนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าจริง ๆ แล้วผมคิดว่าท่านประธานบุญสิงห์ ด้วยความ เคารพท่านเป็นคนบ้านเดียวกับภรรยาผมที่พะเยา เราเป็นเพื่อนสมาชิกมาด้วยกัน ตอบอาจจะไม่ตรงกับถ้อยคำที่ท่านปรีติสงวนไว้ครับ ผมขออนุญาตทำความเข้าใจแบบนี้ว่า สิ่งที่ท่านปรีติสงวนไว้มันมีอยู่ ๓ จุดที่ต้องทำความเข้าใจครับ อย่างแรกเรียกรายงาน การประชุม และรายงานการประชุมไม่ได้หมายถึงของคณะกรรมการอย่างเดียว แต่หมายรวมถึงคณะอนุกรรมการ ไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ อนุกรรมการประชุมเสร็จจะไปเปิดเผย คนละแบบกับกรรมาธิการของสภา เพราะว่ามันมีถ้อยคำตอนท้ายที่บอกว่าการเปิดเผยนั้น จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อคณะกรรมการให้การรับรองแล้วใช่หรือไม่ นี่ถามท่านปรีตินะครับ สิ่งที่ต้องการอยากให้ท่านยืนยันในสภาแห่งนี้ ซึ่งไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ ประชุมเสร็จภายใน ๑ เดือน ต้องเปิดเผย แต่ในท้ายที่สุดมันคือ ๑ เดือนอย่างที่ Board ใหญ่รับรอง ส่วนที่ ๒ สิ่งที่ อนุกรรมการจะต้องดำเนินการหรือจัดทำไม่ใช่รายงานอย่างเดียว แต่ยังมีรายงานประจำปี ผมคิดว่านี่จำเป็นและสำคัญที่ต้องย้ำไว้เพราะว่าท่านผู้ชี้แจงจากทางกรมปศุสัตว์ แล้วก็ ในส่วนของ อ.ส.ค. ก็ได้อธิบายในวิปฝ่ายค้านว่าท่านมีถึงค่าอนุในอดีตที่ผ่านมา ฉะนั้น เมื่อมีกฎหมายฉบับนี้อาจจะมีอีกหลายอนุก็ได้ สิ่งที่เราอยากได้ตามที่ท่านปรีติขอมาก็คือ ๑. รายงานการประชุม ๒. รายงานประจำปีของแต่ละอนุด้วยใช่หรือไม่ นี่เป็นประเด็น ๒.๒ ย่อย ส่วนประเด็น ๒.๓ ย่อย ในท้ายที่สุดไม่ว่าจะเป็นรายงานการประชุม หรือรายงาน ประจำปีนั้นไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ จะเปิดเผยได้ทั้งหมด ผมคิดว่าเราก็เคารพและเข้าใจ ตรงกันว่าก็ยังต้องอยู่ภายใต้เรื่องของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือ PDPA และในขณะเดียวกันผมพยายามอ่านเลยไปถึงข้อสังเกตที่เราอภิปรายไม่ได้ ท่านก็มีข้อสังเกต ในข้อ ๑๐.๑.๔ ที่บอกว่าการเปิดเผยรายงานต่าง ๆ นั้น โดยเฉพาะรายงานที่เกี่ยวข้องกับ การวิเคราะห์ต้นทุนโครงสร้างราคานม ผลิตภัณฑ์นมนั้นก็ต้องให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วย ความลับทางการค้า นั่นหมายถึงว่าเราตระหนักว่าการจะเปิดเผยใด ๆ นั้นต้องมีมิติอื่น ๆ ที่ควบคุม ทั้งหมดทั้งมวลก็เลยอยากจะถามทางท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยว่าสิ่งที่ผม ตั้งคำถามแบบใช่หรือไม่ อยากให้ท่านตอบชัด ๆ ก่อนที่จะมีการลงมติ สภาก็จะได้ลงมติ โดยความถูกต้องสมบูรณ์ กราบขอบพระคุณครับ
เพื่อให้ หายสงสัยขอเชิญท่านตอบสั้น ๆ เชิญครับ แล้วจะลงคะแนนกันครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ตามที่ ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ได้สอบถามผมมา ผมขอยืนยันว่าผมเห็นด้วยนะครับ
ท่านประธานครับ ขอถามก่อน ได้ไหมครับ
เชิญท่านวรวัจน์ เดี๋ยวค่อยตอบทีเดียวครับ
ท่านประธานครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ผมเข้าใจในประเด็น ที่ท่านจะพูดถึงนมโรงเรียน แต่การแก้ไขปัญหาเรื่องของนม ผมต้องเรียนว่าจริง ๆ ได้มี เรื่องนี้เข้ามาในคณะกรรมาธิการการพาณิชย์ และทรัพย์สินทางปัญญา แล้วเราได้พิจารณา เรื่องนี้กัน วันนี้เวลามีปัญหานมล้นตลาด สิ่งที่พวกเราทำเรามักจะบอกว่าให้รัฐบาลซื้อเอาไป แจกนักเรียน แจกไป แจกไป แจกไป แจกครบทั้งปีแล้ว แต่ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้น ปัญหามันอยู่ที่ตอนนี้เราไปปล่อยให้นมจากต่างประเทศซึ่งอาจจะเป็นนมส่วนเกิน ของต่างประเทศ ผมขอไม่เอ่ยชื่อประเทศแล้วกัน พอเอาเข้ามาเสร็จเนื่องจากนมเหล่านั้น เป็นนมส่วนเกินเขา เอาเข้ามาแล้วก็ไม่มีภาษี เวลาเขาส่งออกเขาก็คืนภาษีคืนได้ แต่น้ำนม ภายในประเทศไทยเราเสียภาษีทุกขั้นตอน ใครทำงานโดนภาษีหมด มันก็จะทำราคาของนม อาจจะสูงกว่าของต่างประเทศที่เราไม่ได้แก้ปัญหาตรงราคาส่วนต่างกัน ประเด็นก็คือว่า ผู้ประกอบการวันนี้ไปนำน้ำนมหรือนำผลิตภัณฑ์นมมาจากต่างประเทศเอามาใช้ สมัยก่อน เขาก็เอาภายในประเทศ แต่มาปีนี้เกิดรับทวิภาคีกับบางประเทศแล้วไปเอาน้ำนมเหล่านั้น เข้ามา ผู้ประกอบการเองวันนี้เลยไม่ซื้อของภายในประเทศ ไม่ Absorb ในส่วนที่เกินเหล่านี้ ก็เลยเอาส่วนนี้ละครับ มันเลยทำให้ส่วนนี้เกินขึ้นมาเยอะมากเลย ซึ่งถ้าหากเป็นประเด็น อย่างนี้การที่ผู้ประกอบการจะใช้นมจากภายในประเทศจะลดน้อยลงและลดน้อยลง น้อยลง เพราะราคาในต่างประเทศต่ำกว่า การแก้ไขปัญหาจริง ๆ มันต้องแก้ไขปัญหาว่าทำอย่างไร น้ำนมที่มาจากต่างประเทศ ที่จริงในระหว่างประเทศเวลาเราทำทวิภาคีมันจะมีข้อตกลง ที่ปกป้องสินค้าเกษตรก่อน ประเด็นนี้ผมเห็นว่าเราขาดการปกป้องสินค้าเกษตรเท่าที่ควร เราก็เลยปล่อยให้น้ำนมต่างประเทศราคาต่ำกว่าโดยไม่แก้ไขที่ต้นเหตุ วันนี้ต่อให้ท่านแก้ไข ตรงนี้ และท่านบอกว่าให้ไปรายงานภายในเวลา ๑ เดือน ช้าไปแล้วครับ อะไรเกิดขึ้นตรงนี้ ก็ไม่รู้ ผิดก็ไม่รู้ ถูกก็ไม่รู้ ไม่มีประโยชน์ครับ ผมยังอยากจะเรียนว่าจริง ๆ แล้วการตัดสินใจ ของคณะกรรมการที่เกิดขึ้นควรจะมีการตัดสินใจ และมีคนรับทราบในทันทีเลย แล้วก็ สามารถเข้าไปแทรกแซง เข้าไปช่วยหรือเข้าไปแก้ไขได้ทันการณ์ แต่กระบวนการที่ท่าน บอกว่า ๑ เดือนผมก็ยังไม่เห็นด้วยนะครับ นานไป ผมอยากให้ทางคณะกรรมาธิการดูต้นเหตุ ของปัญหานิดหนึ่งว่าการแก้ไขปัญหาผลิตภัณฑ์นมไม่ใช่การให้รัฐบาลใช้เงินงบกลางมาซื้อ ทุกปี ๆ ซึ่งจะทำให้เป็นภาระของรัฐบาลเพิ่มขึ้นทุกปี เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ดูเรื่องของ การนำเข้าทวิภาคีจากต่างประเทศ และแก้ไขกลไกราคาที่เขาต่ำกว่าเรา เหมือนกันครับ วันนี้ประเทศจีนผลิตสินค้าล้นตลาดก็เลยมา Dump ที่ประเทศไทย วันนี้เงินไหลออกหมด ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ถ้าเราทำไปเรื่อย ๆ และไม่แก้ไขที่ต้นเหตุมันจะเป็นการทำให้เงิน หมุนเวียนภายในประเทศลดลง ระบบเศรษฐกิจหดตัวลง และเงินติดขัด และมันจะเป็น ปัญหาเศรษฐกิจที่แก้ไขไม่ได้ รัฐบาลไม่มีเงินมากพอหรอกที่ไปอุ้มทุกผลิตภัณฑ์เมื่อแข่งกับ การค้าของต่างประเทศ ก็ขออนุญาตฝากทางคณะกรรมาธิการดูนิดหนึ่งว่าจริง ๆ ปมต้นเหตุ ของปัญหามันคืออีกเรื่องหนึ่ง แต่เรากำลังแก้ปัญหาด้วยอีกเรื่องหนึ่ง แต่ว่าโอเคผมไม่ว่า ถ้าจะแก้ไขตรงผลิตตรงนี้ก็ไม่ว่า แต่ถ้ามีคนรับทราบน้อยเกินไปหรือช้าเกินไปการแก้ไข ปัญหาตรงนี้มันจะไม่เกิด เอาที่ว่าเปิดเผยถ้าจะไม่บอกถึงคนก็ได้ครับ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น การแก้ไขปัญหาของคณะกรรมการถูกหรือไม่ถูกควรจะมีให้สังคมตรวจสอบด้วย ถ้าไม่อย่างนั้นจะเป็นการใช้เม็ดเงินของประเทศที่ผิดพลาด แล้วก็จะก่อให้เกิดความเสียหาย ได้ครับ ก็ขออนุญาตฝากทางคณะกรรมาธิการดูต้นเหตุของปัญหาที่แท้จริงและแก้ไขปัญหา ให้ถูกจุดด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เป็นการฝากของท่านสมาชิกนะครับ กรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นยังติดใจหรือไม่ครับ
เดี๋ยวขออธิบายครับ ก็ยังติดใจนะครับ ก็คือจะอธิบายท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ที่สอบถามมานะครับ ผมก็ยืนยันในข้อความที่ผมสงวน ก็คือว่าผมเห็นด้วยในการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ยกเว้น (๙) ที่ผมขอใช้ข้อความ ของผมแทนตามข้อความที่สงวนก็คือจัดทำรายงานการประชุมและรายงานผลการดำเนินการ ประจำปีของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการทุกชุด โดยเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณชน ภายในเวลา ๑ เดือนนับแต่วันที่คณะกรรมการรับรอง และขอตอบท่านณัฐวุฒิก็คือว่า ๓๐ วันนับแต่คณะกรรมการรับรอง เพราะว่าต้องมีการมายืนยันความถูกต้องของเอกสาร ด้วยครับ ซึ่งผมเห็นว่าก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องต้องให้รับรองก่อน ส่วนรายงานผลการดำเนินงาน ประจำปี ใน Milk Board น่าจะต้องมีครับ แต่ส่วนในอนุผมเชื่อว่าเวลาเขาทำมาเป็นเล่ม ก็สามารถที่จะอยู่ในเล่มเดียวกันได้เป็นรายงานผลการดำเนินงานประจำปีโดยใช้ข้อมูล เดียวกันครับ ก็ขอตอบท่านณัฐวุฒิประมาณนี้ครับ
ขอบคุณครับ
ท่านประธาน ขออนุญาตตอบ ท่านวรวัจน์ครับ ก็คือสิ่งที่ท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ท่านสมาชิกกังวลในการนำเข้านมจาก ต่างประเทศ จริง ๆ ผมต้องบอกก่อนว่าที่มามาจากไหน เมื่อประมาณ ๒๐ ปีที่แล้ว รัฐบาลของนายกทักษิณ ชินวัตร ได้ไปทำข้อตกลงทางการค้าเอฟทีเอ ไทย-ออสเตรเลีย และไทย-นิวซีแลนด์ไว้ เขามีระยะเวลาให้เราเตรียมตัว โดยการปรับให้ตัวภาษีเป็นศูนย์ และไม่มีโควตา ๒๐ ปีล่วงหน้าก่อนหน้านี้ได้มีการทำข้อตกลง และมาครบกำหนดเมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมานี้เอง นั่นหมายความว่าการนำเข้านมดิบ นมผง จากประเทศ ออสเตรเลียหรือนิวซีแลนด์สามารถทำได้เลย นี่เป็นข้อตกลงทางการค้าที่เกิดขึ้น ซึ่งจริง ๆ แล้วรัฐบาลที่ผ่านมาควรต้องมีการเตรียมตัวเตรียมพร้อมรองรับช่วยเหลือเกษตรกร ในเรื่องนี้ไว้ก่อน ไม่ใช่ว่าเราจำเป็นจะต้องมารับซื้อนมทุกหยดโดยไม่มีการให้ความรู้หรือให้ ข้อมูล หรือให้เกษตรกรได้มีการปรับตัว มันจึงเกิดปัญหานมล้นดังเช่นปัจจุบัน ผมคิดว่า เรื่องนี้ท่านสามารถไปอภิปรายนโยบายของรัฐบาลได้ว่าจะให้เตรียมการอย่างไรต่อไปได้ครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านวรวัจน์ยังสงสัย เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย หลักการของการทำ การค้าทวิภาคีเขาทำกันทั่วโลกมันไม่ผิดหรอกครับ แต่ว่าการบริหารจัดการต่างหากที่ผิด มีหลายเรื่องวันนี้การบริหารจัดการที่ดำเนินการอยู่ ผมเรียนว่าเรากำลังออกกฎหมายฉบับนี้ เราไม่ปกป้องเกษตรกรภายในเลยหรือ ที่ผมพูดอยู่นี่คือท่านกำลังร่างกฎหมายอยู่ ท่านไม่ปกป้องเลย ท่านบอกว่ามันผิดมาแล้วก็เลยผิดไปเลย มันใช่หรือครับ ทำไมท่าน ไม่กำหนดกฎเกณฑ์กติกาต่าง ๆ ที่ต้องปกป้องเกษตรกรไว้ในกฎหมายนี้บ้าง ท่านปล่อยให้มี ภาคเอกชนซึ่งจริง ๆ แล้วถ้าหากเราสามารถที่จะตั้งกฎเกณฑ์กติกาในทวิภาคีทุกประเทศ จะต้องมีว่าปกป้องสินค้าเกษตร มีแน่นอน ลองไปดูสิมีแน่นอนครับ ทำไมเราไม่ปกป้องสินค้า เกษตรให้สินค้าเกษตรภายในประเทศหมดเสียก่อนละครับ ประเทศไทยนี้แปลกมากครับ แปลกโดยที่มีการปล่อยให้นำเข้ามาจากต่างประเทศทั้ง ๆ ที่ในทวิภาคีมีการบอกว่าต้อง ปกป้องสินค้าเกษตรภายในประเทศเสียก่อน ทุกประเทศเป็นแบบนี้หมดครับ ไม่ใช่เฉพาะเรา จะมาทำเอง แต่ทำไมท่านถึงไม่ทำ ทำไมในกฎหมายที่ท่านกำลังเขียนขึ้นใหม่ท่านไม่ปกป้อง เกษตรกรละครับ ผมกำลังเรียนว่าในหลักของมันผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการของท่านนะครับ และผมคิดว่ายิ่งทำออกไปแบบนี้ทำให้รัฐเสียหาย แล้วมิได้ช่วยเหลือเกษตรกรที่แท้จริง เสียดายครับ ออกกฎหมายมาแต่ว่ายังขาดประเด็นสำคัญ แล้วไปอ่านประเด็นผิด แล้วไม่ไปดู ว่าทวิภาคีนั้นเขาปกป้องสินค้าเกษตรอย่างไร มีทวิภาคี แม้แต่ญี่ปุ่นเขาทำทวิภาคีเขาก็ ปกป้องสินค้าเกษตรของเขา เช่นกันครับสินค้าเกษตรหรือสินค้าอ่อนไหวมันมีการปกป้อง มันมีวิธีการดำเนินการเพื่อทำให้คุ้มครองดูแล ไม่ใช่ท่านบอกว่าเพราะว่ามีทวิภาคีวันนี้ก็เลย ทำอะไรไม่ได้เลย เขาให้เวลาเรามาแล้วถึงเวลาแล้วทำไมเราถึงไม่แก้ไข แล้วทำไมไม่แก้ ที่กฎหมายฉบับนี้ละครับ ท่านยังไม่แก้กฎหมายเลย แล้วท่านก็บอกว่าผมทำอะไรไม่ได้เลย ถ้าอย่างนั้นก็เอาให้ทางรัฐบาลเอาเงินไปซื้อแล้วกัน มันใช่หรือครับ ขอความกรุณา คณะกรรมาธิการ รัฐสภาให้โอกาสคณะกรรมาธิการแล้วไปทำกฎหมายมา อยากให้กฎหมายนี้ เป็นกฎหมายที่ทำเพื่อพี่น้องเกษตรกรโดยตรง แต่ไม่ใช่เป็นกฎหมายที่มีความหละหลวม แล้วก็ไปบอกว่าอดีตโน่นทำมาแล้ว มาถึงวันนี้เรากำลังให้โอกาสท่านไปร่างกฎหมายอยู่ ทำไมไม่ทำ เขียนไปสิครับ กฎหมายพระราชบัญญัติมันคุ้มครองไปปกป้องเกษตรกรได้ แก้ไขสิครับให้มันตรง ขออนุญาตกรรมาธิการว่าเพิ่มก็ได้ ทำอะไรก็ได้เพื่อปกป้องพี่น้อง เกษตรกร คณะกรรมาธิการยังอยู่กันครบ คุยกันสักคำสิครับ พักก็ได้ แล้วไปคุยกันว่าวิธีการ ปกป้องพี่น้องเกษตรกรที่แท้จริงคืออะไร ไม่ใช่วิธีการปกป้องเกษตรกรคือเอาเงินของรัฐบาล มาอุดหนุนกันตลอดแล้วไม่มีทางจบด้วย ต่อให้ผ่านกฎหมายฉบับนี้ไปผมก็เชื่อว่า ท่านไม่สามารถแก้ไขประเด็นของผลิตภัณฑ์นมของประเทศได้ ก็ฝากกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปถึงทางคณะกรรมาธิการว่าอันนี้เป็นมุมมองและความห่วงใยเท่านั้นเอง ผมไม่มีอะไร ท่านมาผมก็พยายามโหวตให้ท่านตลอด แต่ว่ามีบางสิ่งที่ผมอยากมองว่ามันสามารถทำอะไร ได้มากกว่าที่ออกกฎหมายในลักษณะที่มันมีช่องโหว่หรือช่องว่างอยู่แบบนี้มันจะเกิด ความเสียหาย ขอขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการชี้แจงครับ
ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ประธานคณะกรรมาธิการ ต้องขอบคุณมากที่ทางสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เห็นความสำคัญในเรื่องของอาชีพ ของเกษตรกรของคนไทยเรา โดยเฉพาะในกฎหมายที่กำลังพิจารณานี้เกี่ยวกับเรื่องโคนม และผลิตภัณฑ์นม ซึ่งจริง ๆ แล้วก็จะมีเนื้อหาที่เราอภิปรายกันอยู่ในนี้ทั้งหมด แต่บางที อาจจะยังไม่ได้อภิปรายถึง ผมยกตัวอย่างมาตราที่เรากำลังอภิปรายกันในมาตรา ๙ ซึ่งไปยกเลิกแล้วก็แก้ไขเพิ่มเติมเป็นมาตรา ๑๐ ก็จะมีอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการอยู่ เช่น กำหนดนโยบายแผนงาน มาตรการเพื่อส่งเสริมและพัฒนาการเลี้ยงโคนม เช่น กำหนด นโยบายแผนงานการผลิตและจำหน่ายน้ำนมโคและผลิตภัณฑ์นมทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ เช่น กำหนดปริมาณและเงื่อนไขการนำเข้า การส่งออกน้ำนมโค นมผง และผลิตภัณฑ์นม กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการเกี่ยวกับการคำนวณต้นทุนการผลิตน้ำนมโค การกำหนดราคาน้ำนมโคและผลิตภัณฑ์นมตั้งแต่ศูนย์รวบรวมน้ำนมโค โรงงานแปรรูป ซึ่งรวมถึงกระบวนการระหว่างทาง รวมทั้งกำหนดคุณภาพน้ำนมโค กำหนดวันรับซื้อ วันหยุด รับซื้อน้ำนมโคของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนม จะเห็นว่าโดยข้อเท็จจริงจะมีรายละเอียด ที่เราให้อำนาจไว้กับคณะกรรมการชุดนี้อยู่ที่จะไปกำหนดเพื่อให้เกษตรกรโคนมรวมถึง ผู้ประกอบการ รวมถึงปลายน้ำผู้บริโภคก็คือได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ก็จะเป็นกระบวนการที่กำหนดให้อำนาจไว้แล้วที่ทางคณะกรรมการก็จะไปได้ดำเนินการต่อ ตามเจตนารมณ์ที่ทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านได้ให้ความเป็นห่วงเป็นใยนะครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านวรวัจน์ ยังติดใจอยู่หรือครับ
ครับ
เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ผมเข้าใจที่ท่านประธาน คณะกรรมาธิการพูด ท่านบอกว่าให้อำนาจคณะกรรมการไปหมด แต่กฎหมายฉบับนี้ ท่านปกป้องพี่น้องเกษตรกรเท่าใด เอาไปทำได้ครับ แต่อำนาจที่ให้ให้แค่ไหน ท่านเอา เรื่องทวิภาคีมาดูหรือเปล่า มันยังมีช่องโหว่อยู่ ผมไม่ปฏิเสธครับ ท่านพูดถึงว่ามีอำนาจ ไปดูเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่ปกป้องสินค้าเกี่ยวกับทวิภาคีท่านปกป้องอย่างไร ท่านจะมีอะไร ที่เข้าไปแก้ไข ณ ส่วนต่างระหว่างราคาสินค้าต่างประเทศที่ต่ำกว่าสินค้าประเทศไทย ช่องโหว่ตรงนี้ท่านยังไม่ได้แก้ อำนาจที่ท่านให้ไปผมยังคิดว่าไม่เพียงพอที่จะแก้ปัญหาให้ตรงจุด มันมองในมุมว่าให้ไปทำ เรื่องเหล่านี้นะ แล้วสุดท้ายมาเอาไปรายงาน กว่าจะรายงานอีก ๑ เดือน แล้วหลังจากรับรอง รายงานการประชุมแล้วถึงเวลานั้นแก้ไขไม่ทันแล้วครับ มันจะเป็นแค่ Paper เท่านั้นเอง มันจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ผมกำลังบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างอะไรที่มันกระทบกระเทือนต่อ พี่น้องเกษตรกร ผมไม่ต้องการทราบว่าคณะผู้ประชุมเป็นใครบ้าง อะไรบ้าง ผมไม่ต้องการดู ทั้งเล่มครับ แต่จริง ๆ ถ้าท่านจะได้บอกประเด็นออกมา เวลามันมีประเด็นเราสามารถ แก้ไขได้ หรือว่าในสภา หรือว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถบอกได้ว่าที่คณะกรรมการประชุม วันนั้นน่าจะแก้ไขได้โดยวิธีอื่นเพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปมันทันการณ์ครับ แต่ถ้าไปดู เฉพาะ Paper ที่ออกมาหลังจากนั้นอีก ๑ เดือน หรือแม้แต่หลังจากรับรองรายงาน การประชุมแล้วผมคิดว่าไม่มีประโยชน์ ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าทางคณะกรรมการจะเพิ่มถ้อยคำ เพื่อให้เราทราบถึงประเด็น เฉพาะประเด็นก็ได้ครับ ทราบถึงประเด็นที่ออกมาตอนนั้น ซึ่งถ้าหากว่าพอมีประเด็นที่เกิดความคลาดเคลื่อน หรือประเด็นที่สามารถแก้ไขได้ แล้ววันนี้ มีคนท้วงติง ซึ่งคนตอนนี้ในระบบโซเชียลมันถึงเร็วมาก เขาท้วงติงปุ๊บอีกใน ๑ เดือน คณะกรรมการเอากลับมาเข้าที่ประชุมบอกว่าในเรื่องนี้ได้สิ่งที่เราทำกันมีการท้วงติงมา เราควรจะรับฟังความคิดเห็น คณะกรรมการก็มีเวลาในการที่เอาไปทบทวนแก้ไขหรือ เพิ่มเติมประเด็นได้เพื่อให้การแก้ไขมันสมบูรณ์ขึ้น เพราะฉะนั้นในสิ่งที่ผมนำเรียนคือว่าน่าจะ มีในส่วนที่บอกว่าสามารถที่จะให้บุคคลรับรู้ได้มากขึ้น และสามารถนำสู่คณะกรรมการให้ แก้ไขปัญหาได้ แต่ถ้าเขียนไปเฉพาะท่านบอกว่าให้ไปรับทราบรายงานการประชุมหลังจาก รับรองรายงานการประชุม ผมคิดว่ามันคือ Paper เท่านั้นไม่มีประโยชน์ ก็เป็นความคิดเห็น เป็นอำนาจและสิทธิของคณะกรรมาธิการที่จะแก้ก็ได้ ไม่แก้ไขก็ได้ ผมก็เพียงแต่ทำหน้าที่ ในฐานะของผู้แทนราษฎรที่มองเห็นว่าประเด็นนี้เป็นปมประเด็นที่มีปัญหาอยู่ แล้ววันนี้ สภาให้อำนาจคณะกรรมาธิการเต็มที่เลยจะร่างกฎหมายอย่างไรก็ได้ เพราะมันคือ พระราชบัญญัติ ซึ่งถ้าทางคณะกรรมาธิการจะได้คุยกันสักนิดหนึ่ง แล้วเพิ่มเติมในส่วนที่ อาจจะขาดหายไป หรือทำอะไรให้มันสมบูรณ์ขึ้นก็จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกร แล้วก็ เป็นประโยชน์ต่อการใช้เม็ดเงินของประเทศมากขึ้น ก็ขออนุญาตนำเรียนคณะกรรมาธิการ ด้วยความเคารพ เราคุยกันด้วยมุมมองที่เราอาจจะมีโอกาสได้เพิ่มเติมเสริมให้กฎหมาย มันสมบูรณ์ขึ้น ขอบคุณท่านประธานครับ
กรรมาธิการ จะชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ
ก็ขอตอบ แล้วก็ให้ข้อมูลท่านวรวัจน์ จริง ๆ แล้วผมเองเป็นห่วงเกษตรกรอย่างมากครับ เราแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ เราไม่ได้แค่ เรื่องรายงานการประชุมครับ เราให้เกษตรกรเข้ามาอยู่ใน Milk Board ด้วยเลยนะครับ ๓ คน ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มี นี่คือเกษตรกรจริง ๆ ที่จะได้เข้ามาประชุมร่วมกับรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาจจะเป็น Board เดียวก็ได้นะครับ ส่วนเรื่องที่ท่านกังวล เรื่องการนำเข้านมจากต่างประเทศ เราไม่สามารถที่จะไปเขียนกฎหมายเพื่อไปขัดข้อตกลง ทางการค้าได้หรอก ท่านรู้ไหมว่าระหว่างที่เราประชุมคณะกรรมการชุดนี้มีทูตจาก ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์มาขอพบ แปลกไหมครับ ไม่มีคณะอื่นเคยจะมาขอพบ เขาเขียน มาเลยว่าเรากำลังปฏิบัติตนผิดข้อตกลงทางการค้าระหว่างประเทศที่เขามาพบเราระหว่าง ที่เราประชุมอยู่ครับ ส่วนอำนาจในการจัดการว่าจะนำเข้าได้หรือไม่ได้ต่อไปอยู่ที่รัฐมนตรี แล้วจะเป็นประธาน Milk Board ชุดนี้ จึงเรียนข้อมูลไว้ให้ท่านทราบ ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ ขอเพิ่มเติมนิดเดียว ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ผมนำเรียน ท่านอย่างนี้ครับ ถ้าจะมี Mail Board ท่านลองไปดู Fruit Board สิครับ แก้ไขปัญหาผลไม้ แก้ไขปัญหาข้าว รูปแบบเดียวกัน แก้ได้ไหมครับ ผมถามว่าวันนี้ถ้าเราจะแก้ไขปัญหา ผลิตภัณฑ์เกษตรหรือแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตร บางทีเราอาจต้องไปบอกว่าแล้วจะมี กลไกใดไปเพิ่มคุณภาพได้หรือไม่ อย่างเช่นลำไยปีนี้พอผลิตออกมาเยอะ ๆ ปล่อยให้มันดก จริง ๆ แล้วปีนี้จะต้องทำการตัดแต่งกิ่งเพิ่มผลผลิตให้มันลูกโต ๆ ถ้าผลไม้คุณภาพสูง ถ้าทุเรียนคุณภาพสูง ไม่มีหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน ไม่มีโรครา ไปดูแลเขาในส่วนที่เขาปรับปรุง คุณภาพให้ราคาเพิ่มมากขึ้น สามารถขายได้ดีขึ้น ตรงนั้นคือส่วนที่เราหายไป เรามักจะดู สินค้าเป็นวัตถุดิบแล้วไม่ต้องทำอะไรกับมันเลย อำนาจของคณะกรรมการที่เรามีเราไม่ได้ไป ทำอะไรกับตรงการปรับปรุงคุณภาพเพื่อเพิ่มมูลค่าหรือลดต้นทุนการผลิตเลย มันขาดหายไป บางส่วน ก็อยากฝากนำเรียนว่าในสิ่งที่เรามองบางทีมันขาดหายบางช่วง ถ้าไม่อยู่ในระเบียบ หรือกฎหมาย หรืออะไรเลย มันก็ทำให้เราไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เราย้อนไปดูผลิตภัณฑ์ข้าว ผลิตภัณฑ์ผลไม้ ผลิตภัณฑ์เกษตรหลายชนิดมันขาดกระบวนการจัดการปรับปรุงคุณภาพ และช่วยเหลือในการยกระดับคุณภาพให้เหมาะสมกับการนำไปใช้ในอุตสาหกรรม มันก็เลย กลายเป็นว่าวันนี้เราแก้ไขปัญหาไม่ได้เลยเพราะมันขาดห่วงโซ่ที่สำคัญไป ก็เลยขออนุญาต นำเรียนท่านคณะกรรมาธิการว่าบางทีอาจต้องมองให้ครบวงจรจริง ๆ ที่บอกว่าเกษตรผลิต พาณิชย์ขาย ผิดครับ ไม่ใช่อย่างนั้น กระบวนการปรับปรุงคุณภาพ กระบวนการเสริมสร้าง ความเข้มแข็งให้กับพี่น้องเกษตรกรหรืออุตสาหกรรมเราขาดอยู่อีกเยอะเลย ลองกลับไปดู ในกระบวนการของปศุสัตว์ยังขาดเยอะมาก เราต้องการการเติมอีกหลายส่วน ซึ่งถ้าจะได้ กรุณาเติมเข้าไปในส่วนของตรงนี้ได้ก็จะเป็นประโยชน์ที่ทำให้รัฐบาลต้องปฏิบัติ ถ้าท่านไม่มี กฎหมายฉบับนี้ให้รัฐบาลไปปฏิบัติ เราเป็นผู้แทนราษฎรรับคำร้องเรียนมา แล้วรัฐบาลไม่ทำ ก็เปล่าประโยชน์ บทเรียนมีกันมาเยอะแล้ว เพราะฉะนั้นโอกาสนี้สภาผู้แทนราษฎรให้โอกาส ท่านคณะกรรมาธิการได้กรุณาช่วยเกษตรกรให้ได้มากขึ้นกว่านี้ แต่ก็อยู่ที่ทางคณะกรรมาธิการ ท่านจะช่วยแค่ไหนหรือไม่แค่ไหน อันนี้เป็นประเด็นมุมมองที่ผมมองว่าถ้าผมมีโอกาส ผมจะช่วยแก้ไขประเด็นในการยกระดับคุณภาพ จะดูในเรื่องของการปรับปรุงเข้าสู่ระบบ อุตสาหกรรม และทำให้ผู้ประกอบการไทยได้ใช้น้ำนมดิบของไทยในราคาที่ต่ำกว่าประเทศ เพื่อนบ้านได้ ตรงนี้จะแก้ไขปัญหาได้ อันนี้ก็เป็นมุมมองในการที่เราจะมาพูดเพื่อนำเสนอ ความคิดเห็นเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้พิจารณา แล้วก็มองว่ามันจะแก้ไขปัญหาของ พวกเราได้อย่างไรต่อไป ขอกราบขอบคุณท่านประธานอย่างยิ่ง ใช้เวลาหลายครั้ง
กรรมาธิการ จะตอบอีกไหม ก็เอาเป็นข้อสังเกตของท่านวรวัจน์ก็แล้วกันนะครับ ก็ลองไปเขียนข้อสังเกต ให้เพิ่มเติมตามที่ท่านวรวัจน์ได้ให้ความเห็นไปนะครับ จะสอบถามว่ากรรมาธิการที่สงวน ความเห็นยังติดใจอยู่ไหมครับ
ติดใจอยู่ครับ
ติดใจก็ต้อง โหวตครับ ดังนั้นผมจะถามเป็น ๒ ประเด็น คำถามแรกก็จะถามว่าท่านเห็นด้วยกับการที่ กรรมาธิการแก้ไขมาตรานี้หรือไม่นะครับ หลังจากที่มีมติว่าเห็นควรแก้ไขหรือไม่เห็นควร แก้ไข แล้วก็จะถามต่อว่าจะเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือกรรมาธิการที่สงวน ความเห็น เพราะฉะนั้นเดี๋ยวจะเป็นการลงมติ ๒ ครั้ง ท่านสมาชิกอย่าเพิ่งไปไหน ก่อนที่จะ ถามมติขอตรวจสอบองค์ประชุม เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกนะครับ
(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ท่านสมาชิก เข้ามาแล้ว กรุณาเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ
ท่านประธาน ๑๐๓ แสดงตนครับ
๑๐๓ ครับ มีอีกไหมครับ ไม่มีเพิ่มเติมนะครับ ถ้าไม่มี ผมขอปิดการแสดงตน ส่งผลครับ จำนวน ผู้เข้าประชุม ๒๔๙ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๒๕๐ ท่าน
ครบองค์ประชุมครับ ต่อไปจะถามมติในที่ประชุม จะถามเป็น ๒ คำถามนะครับ คำถามแรก จะถามว่าท่านเห็นควรแก้ไขของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ถ้าท่านเห็นควรแก้ไขโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นควรให้มีการแก้ไข คือให้คงไว้ตามร่างเดิมกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใด เห็นควรงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านลงคะแนนครับ
ท่านประธาน ๐๐๓ เห็นด้วยครับ
๐๐๓ ครับ มีท่านใดยังไม่ลงคะแนนครับ ถ้าลงคะแนนครบถ้วนแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนน ส่งผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๘๓ ท่าน เห็นด้วย ๒๗๔ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๒๗๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน
เป็นอันว่า ที่ประชุมเห็นควรให้มีการแก้ไขนะครับ ต่อไปจะถามมติว่าท่านเห็นด้วยกับการแก้ไขของ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือกรรมาธิการที่สงวนความเห็น ก่อนลงมติขอตรวจสอบ องค์ประชุมอีกครั้ง
(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญท่านสมาชิกเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
แสดงตน ครบแล้วนะครับ ขอปิดการแสดงตน ส่งผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๒๕๕ ท่าน
ครบองค์ประชุมครับ ต่อไปจะถามมติว่าท่านเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นกับ คณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านใช้สิทธิลงคะแนน
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ลงคะแนนกัน ครบแล้วนะครับ ไม่มีท่านใดเพิ่มเติมนะครับ ขอปิดการลงคะแนน ส่งผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๙๑ ท่าน เห็นด้วย ๑๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๖๒ ท่าน งดออกเสียง ๑๖ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี
เป็นอันว่า ที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย หรือกรรมาธิการที่สงวน ความเห็น มาตราต่อไปเชิญท่านเลขาธิการครับ
มาตรา ๑๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๑ ไม่มีการแก้ไข
จบการ พิจารณาเรียงตามลำดับมาตราแล้วนะครับ ต่อไปก็จะเป็นการพิจารณาทั้งร่าง เป็นการสรุป อีกครั้งหนึ่งตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๒ มีท่านสมาชิกท่านใดจะขอแก้ไขถ้อยคำหรือไม่ กรรมาธิการจะขอแก้ไขถ้อยคำนะครับ เชิญครับ
ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ประธานคณะกรรมาธิการครับ เนื่องจากว่ามีการลงมติในมาตรา ๙ ซึ่งกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ทางที่ประชุมเห็นด้วยกับ ทางกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ซึ่งตามข้อสงวนความเห็นของท่านปรีติจะเป็นข้อความว่า การจัดทำรายงานการประชุมและรายงานผลการดำเนินงานประจำปีของคณะกรรมการ และคณะอนุกรรมการทุกชุด โดยเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณชนภายในระยะเวลา ๑ เดือนนับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการรับรอง ขอแก้ไขถ้อยคำจากคำว่า ทุกชุด เป็น ทุกคณะ
กรรมาธิการ ขอแก้ไขตามนี้ ไม่มีท่านใดขัดข้องนะครับ ต่อไปก็จะเป็นการพิจารณาลงมติในวาระที่สาม จะเป็นการลงมติเพื่อให้สภารับรองว่าท่านจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบโดยไม่มีการอภิปราย ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๓ ก่อนจะลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้ง
(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญท่าน สมาชิกแสดงตน ท่านสมาชิกกรุณาเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม
ท่านประธานครับ
เชิญ ท่านปกรณ์วุฒิครับ
ระหว่างรอ องค์ประชุมก็อยากจะแจ้งท่านประธานให้ทราบว่าก็มีการตกลงกันเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ ผมได้หารือกับท่านประธานวันมูหะมัดนอร์เรียบร้อยแล้วว่าเดี๋ยวจบ พ.ร.บ. โคนม เราไปต่อ ที่ พ.ร.บ. อากาศสะอาด ผมเห็นท่านประธานคณะกรรมาธิการ พ.ร.บ. อากาศสะอาด ท่านจักรพล ตั้งสุทธิธรรม มารอแล้ว สมาชิกจะได้ทราบว่าเดี๋ยวเราไปกันต่อ ขอบคุณครับ
ตามนั้นครับ แสดงตนกันครบถ้วนหรือยัง ไม่มีเพิ่มเติมนะครับ ไม่มี ผมขอปิดการแสดงตน ส่งผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๒๕๖ ท่าน
ครบองค์ประชุม ต่อไปผมจะถามมติในที่ประชุมว่าท่านจะเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติ โคนม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ ท่านผู้ใดเห็นชอบกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบ กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านใช้สิทธิลงคะแนน
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใด ไม่ลงคะแนนบ้าง ครบถ้วนแล้วนะครับ ถ้าไม่มีเพิ่มเติม ผมขอปิดการลงคะแนน ส่งผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๘๕ ท่าน เห็นด้วย ๒๘๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน