วิโรจน์ ลักขณาอดิศร หารือการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทหาร โดยเสนอแก้ไขกฎหมายพระธรรมนูญศาลทหารและกฎหมายเกี่ยวข้อง เพื่อยกเลิกศาลจังหวัดทหาร ส่งเสริมความเป็นธรรมในการพิจารณาคดี ให้สิทธิผู้เสียหายฟ้องเองได้ ห้ามสืบพยานลับหลังจำเลย และผลักดันให้ตุลาการทหารเป็นอิสระ พร้อมเสนอให้คดีทุจริตในกองทัพส่งไปพิจารณาที่ศาลคดีทุจริตเพื่อความโปร่งใส ลดอิทธิพลเรื่องรุ่นพี่รุ่นน้อง และผลักดันให้ตุลาการจบทางกฎหมายทั้งหมด เพื่อสร้างความเสมอภาคและความยุติธรรมระหว่างทหารและพลเรือนอย่างแท้จริง
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ แล้วก็เพื่อนสมาชิกทุกท่าน ผมขอนำเรียนผ่านท่านประธานด้วยนะครับ หากว่าพวกเราเวลาที่เราพูดถึงคำว่า ความยุติธรรม ผมคิดว่าพวกเราคงยืนยันตรงกันว่า ความยุติธรรมมันจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีมาตรฐานของกระบวนการยุติธรรมที่เทียบเท่า และเท่าเทียมกัน ความแตกต่างในบางขั้นบางตอนที่อาจจะมีอยู่บ้างผมเข้าใจครับ แต่ว่า จะต้องมีเหตุผลที่สามารถอธิบายให้กับประชาชนทั้งประเทศทุกวิชาชีพเข้าใจได้ เพื่อให้ประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นทหาร พลเรือน ข้าราชการ หรืออาชีพใด ๆ ก็ตาม มีความเสมอภาคกันต่อหน้ากฎหมาย เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม และได้ผลลัพธ์ จากกระบวนการยุติธรรมที่ไม่ลักลั่น ไม่มีการเลือกปฏิบัติ เป็นอิสระจากผลประโยชน์ระบบ พวกพ้องและระบบเครือข่ายอุปถัมภ์ต่าง ๆ และนี่ละคือหัวใจสำคัญที่สุดในการแก้ไข ปรับปรุงพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พุทธศักราช ๒๔๙๘ ที่ถูกบังคับใช้มา อย่างยาวนาน จนหลายบทบัญญัติไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมและกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน อีกทั้งศาลทหาร ท่านประธานครับ เราต้องยอมรับจริง ๆ ในหลายกรณีไม่ว่า GT200 การทุจริตที่เกี่ยวพันกับทหาร โดยเฉพาะทหารระดับนายพลหรือนายทหารระดับสูง หรือการอุ้มหาย ซ้อมทรมานต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับพลเรือนจนเป็นบาดแผลจากอดีตจนถึง ปัจจุบันก็ถูกสังคมตั้งข้อสังเกตมาอย่างยาวนานถึงมาตรฐานความยุติธรรมของศาลทหาร ที่เปรียบเทียบกับศาลยุติธรรม จึงทำให้มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้ เพื่อให้การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของทั้งทหารและพลเรือนได้รับความยุติธรรม อย่างเท่าเทียมกัน ความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะพลเรือนที่ถูกกระทำ แต่นายทหารตัวเล็กตัวน้อย นายทหารระดับปฏิบัติการหลายครั้งน้ำท่วมปาก มักจะอ้างว่า นายสั่งมา ไม่ทำตามนายสั่งก็จะถูกทำร้าย ถูกกลั่นแกล้งต่าง ๆ นานา ดังนั้นความยุติธรรม ที่เกิดขึ้นจากการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้จึงเป็นความยุติธรรมที่ยังประโยชน์ให้กับ ทั้งทหารและพลเรือน ซึ่งทั้งหมดหลักการสำคัญที่ผมนำเสนอการแก้ไขปรับปรุงมีทั้งสิ้น ๗ หัวข้อด้วยกัน
ประการที่ ๑ หลักการสำคัญยกเลิกศาลจังหวัดทหาร และให้นำคดี ไปพิจารณาที่ศาลมณฑลทหารบกแทน ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกทุกท่าน รวมทั้ง ท่านประธานก็น่าจะเห็นด้วยอยู่แล้ว เพราะว่าเป็นการบริหารงบประมาณและทรัพยากร บุคคลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันจำนวนคดีก็มีความลดน้อยลงตามลำดับ ดังนั้นการนำคดีไปพิจารณาที่ศาลมณฑลทหารบกก็จะเป็นการประหยัดงบประมาณมากขึ้น และสามารถบริหารจัดการบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมของกองทัพได้ดี มากยิ่งขึ้น
ประการที่ ๒ เรื่องนี้สำคัญ ถ้าเราติดตามกรณีของคุณเมย ภคพงศ์ ที่ผมคิดว่า ทั้งสังคมเขาตั้งข้อสังเกตถึงความอยุติธรรมว่าทำไมผู้เสียหายครอบครัวตัญกาญจน์ถึง ไม่ฟ้องเอง ก็เพราะกฎหมายบังคับให้อัยการทหารเป็นผู้ฟ้องได้เท่านั้น ผู้เสียหายไม่สามารถ เป็นโจทก์ฟ้องเองได้ ดังนั้นสาระสำคัญประการที่ ๒ ก็คือเราพยายามที่จะแก้ไขให้ผู้เสียหาย เป็นโจทก์สามารถฟ้องเองได้ โดยไม่จำกัดว่าจะต้องผ่านอัยการทหารเท่านั้น ปัจจุบัน ผมต้องย้ำตรงนี้ผู้เสียหายไม่สามารถฟ้องเองได้ ถ้าเกิดมีข้อครหานินทาว่าไปวิ่งอัยการทหาร แล้วสุดท้ายสั่งไม่ฟ้องคดีต่าง ๆ ยุติลง แต่เป็นการยุติลงด้วยความอยุติธรรม ดังนั้นจึงเป็น หลักการที่ ๒ ในการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ และกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องกัน
ประการที่ ๓ เรื่องนี้ก็สำคัญต่อกระบวนการยุติธรรมเหมือนกัน พวกเราเสนอ ให้แก้ไขให้ไม่สามารถสืบพยานลับหลังจำเลยได้อีกต่อไป เพราะการสืบพยานโจทก์ โดยเฉพาะพยานโจทก์ลับหลังจำเลยไม่แตกต่างจากการกล่าวหาฝ่ายเดียวโดยที่ทนายจำเลย ไม่สามารถท้วงติง ทนายจำเลยไม่สามารถซักค้านได้ ดังนั้นกล่าวหาว่าจำเลยผิดอะไร จำเลย ไปทำอะไรก็จะถูกบันทึกและทำให้กระบวนการยุติธรรมบิดเบี้ยวจนทำให้หลายครั้งสังคม ไม่อาจยอมรับได้ นี่คือประการที่ ๓
ประการที่ ๔ สามารถอุทธรณ์และฎีกาได้ทั้งในเวลาปกติและเวลาที่ไม่ปกติ เวลาที่ไม่ปกติก็คือในสถานการณ์ที่มีการประกาศกฎอัยการศึก ผมคิดว่ากระบวนการ ยุติธรรมไม่ควรจะลิดรอนสิทธิในการอุทธรณ์และฎีกาออกไปเลย เว้นเสียแต่ว่าในเหตุ ที่มีศึกสงครามหรือมีกรณีที่ประกาศกฎอัยการศึกทั้งประเทศ ตรงนี้พวกผมเข้าใจดีถึง ความจำเป็น ตรงนั้นเราไม่ว่ากัน แต่ในสถานการณ์ทั่วไปผมคิดว่าการอุทธรณ์และการฎีกา เป็นสิทธิที่ทุกคนจะต้องได้รับอย่างเท่าเทียมกันในกระบวนการยุติธรรม
ประการที่ ๕ ท่านประธานทราบไหมครับ ตอนนี้ตุลาการพระธรรมนูญ หรือที่เราเรียกกันว่าตุลาการทหารขึ้นอยู่กับกรมพระธรรมนูญ และกรมพระธรรมนูญขึ้นอยู่ กับอะไร สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม ก็คืออยู่ในสายการบังคับบัญชา ถ้าเกิดตุลาการอยู่ใน ระบบการบังคับบัญชาจะยังความยุติธรรมได้อย่างไร จะลบเลือนคำครหานินทาจากสังคม ได้อย่างไร ดังนั้นในประการที่ ๕ จึงมีการปรับปรุงให้ตุลาการพระธรรมนูญขึ้นตรงต่อ คณะกรรมการตุลาการทหาร โดยคณะกรรมการตุลาการทหารจะมีผู้แทนจากศาลยุติธรรม และศาลปกครองเข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย เพื่อให้การพิจารณาคดีของศาลทหารนับจากนี้ไป มีอิสระจากอำนาจการบังคับบัญชา และมีมาตรฐานเดียวกันกับศาลยุติธรรม คำร่ำคำลือ ที่บอกว่าวิ่งศาลทหารได้จะได้ยุติและหายไปเสียที และมาตรฐานในการตัดสินคดี การพิจารณาคดีจะได้เทียบเท่ากับศาลยุติธรรม ศาลก็คือศาล เราปล่อยให้ศาลบางศาล ถูกข้อครหานินทาว่ามีมาตรฐานอีกแบบหนึ่งมิได้ ไม่อย่างนั้นความยุติธรรมที่เป็น ๒ มาตรฐานเขาเรียกว่าความอยุติธรรมครับ
ประการที่ ๖ คดีที่มีลักษณะเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน คดีทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมขีดเส้นใต้พันเส้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คดีที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตและคอร์รัปชันภายในกองทัพจะต้องส่งไปพิจารณาคดีที่ ศาลชำนัญพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ทำไมครับ ข้าราชการฝ่ายปกครอง ข้าราชการพลเรือน นักการเมือง ข้าราชการท้องถิ่น ข้าราชการ การเมือง เวลาทุจริตคอร์รัปชันขึ้นศาลอาญาทุจริต ทำไมครับ มีแค่ทหารที่ขึ้นศาลทหาร หรือครับ แล้วไม่ต้องอ้างบอกว่าก็ใช้กระบวนการในการไต่สวนเหมือนกัน ถ้าเหมือนกันก็โอนมาที่ ศาลอาญาทุจริตสิครับ เพราะกลไกของศาลอาญาทุจริตนี่สำคัญมาก ถ้าเกิดมีการไปบล็อก ในการเข้าถึงข้อมูลหลักฐาน ไปบล็อกพยานต่าง ๆ จนอัยการทหารมีข้อมูลและหลักฐาน ที่จำกัดก็จะเกิดอะไรขึ้น ยกประโยชน์ให้จำเลย ยกเหตุต้องสงสัยให้จำเลยแล้วพิพากษา ยกฟ้อง หรือพอหลักฐานไม่พอ ไม่ใช่หลักฐานไม่พอครับ เข้าถึงหลักฐานไม่ได้ ถูกบล็อก ถูกกันไม่ให้เข้าถึงหลักฐานอัยการอาจจะสั่งไม่ฟ้องก็ได้ แต่ถ้าเกิดศาลอาญาทุจริต ศาลท่าน มีระบบการไต่สวนสามารถเรียกหาข้อมูลหลักฐานพยานได้ตามสมควรเพื่อทำให้เกิด ความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการทุจริตคอร์รัปชันสิ่งที่ต้องให้ ความยุติธรรมที่สุดคือให้ความยุติธรรมกับประชาชนในฐานะที่เป็นเจ้าของภาษี ให้ความยุติธรรมกับบ้านกับเมืองที่จะได้ดำรงเอาไว้ว่าบ้านเมืองนี้ยังมีขื่อมีแป และขื่อและแป ใช้ร่วมกัน ไม่ว่าทหารหรือพลเรือน ไม่ใช่ว่าทหารไปใช้ขื่อใช้แปอีกแบบหนึ่ง ข้าราชการ พลเรือนและประชาชนทั่วไปใช้ขื่อใช้แปอีกแบบหนึ่ง ดังนั้นทุจริตคอร์รัปชันขึ้นศาลอาญา ทุจริต นี่ขีดเส้นใต้พันเส้น และตราบใดก็ตามถ้าเราไม่แก้ไขปรับปรุงตรงนี้ปล่อยให้ เสียงร่ำเสียงลือว่าทหารที่ทุจริตถ้ามีเส้นมีสาย มีพี่มีน้องมีระบบรุ่น มีเครือข่ายอุปถัมภ์ สามารถวิ่งศาลทหารได้ นี่คือคำร่ำคำลือ อาจจะไม่จริงก็ได้ แต่ต่อให้ไม่จริงแต่คำร่ำคำลือ ยังอยู่ความยุติธรรมจะเกิดขึ้นได้อย่างไร และถ้าไม่ทุจริตจะกลัวอะไรกับการพิจารณาของ ศาลอาญาทุจริต
ประการที่ ๗ สุดท้ายครับ สำหรับกรณีความผิดที่มีโทษร้ายแรงก็คือ โทษจำคุกตั้งแต่ ๓ ปีเป็นต้นไป ปรับตั้งแต่ ๖๐,๐๐๐ เป็นต้นไป ร่างของผมและคณะเสนอให้ จำนวนตุลาการร่วมซึ่งเป็นทหารชั้นนายพล จากเดิมมี ๒ นายประกบตุลาการพระธรรมนูญ ที่มีเพียงแค่ ๑ นาย ก็จะเหลือเพียงตุลาการร่วมเพียงแค่ ๑ นาย และมีตุลาการพระธรรมนูญ ซึ่งจบการศึกษาด้านกฎหมาย ๒ นาย แต่เดิมประกบ ๒ ท่านประธานนึกภาพนะครับ มีนายพลมาประกบตุลาการพระธรรมนูญจะตัดสินอย่างไร หลักการบอกว่าอะไรครับ หลักการบอกว่าเอาตุลาการร่วมที่เป็นนายพลไปกดดันจำเลย แต่ข้อเท็จจริงคืออะไรครับ จำเลยที่ว่าเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกับตุลาการร่วมนี่ละ ตกลงใครกดดันใครครับ สุดท้าย ข้อเท็จจริงคือตุลาการร่วมมากดดันตุลาการพระธรรมนูญครับ ดังนั้นคดีที่มีโทษสูง ตุลาการ พระธรรมนูญมี ๒ นาย แล้วเหลือตุลาการร่วมที่เป็นนายพลเพียงแค่คนเดียวก็พอถึงจะ อำนวยความยุติธรรมได้ และลดข้อครหาเกี่ยวกับระบบอุปถัมภ์ การใช้ความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง ในการกดดันตุลาการพระธรรมนูญ และยิ่งถ้าไม่แก้ในส่วนของประเด็นที่ ๕ ที่ผมพูด ตุลาการพระธรรมนูญดันอยู่ในสังกัดของสำนักปลัดกระทรวงกลาโหมอีก อยู่ภายใต้ระบบ การบังคับบัญชาอีก ไปกันใหญ่เลยครับท่านประธาน และเรายังแก้อีกว่าตุลาการ พระธรรมนูญทุกคนจะต้องจบการศึกษาด้านกฎหมายการพิจารณาคดีจะได้เทียบเท่ากับ ศาลยุติธรรม
นี่คือ ๗ ประการสำคัญในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายพระธรรมนูญศาลทหาร ในครั้งนี้ และเพื่อให้เกิดความสอดคล้องกันของกฎหมายและประหยัดเวลาในการอภิปราย ผมและคณะจึงมีความจำเป็นต้องแก้ไขมาตรา ๔ ของ พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบ พุทธศักราช ๒๕๕๙ ร่วมด้วย เพื่อให้คดีทุจริตและประพฤติมิชอบอยู่ใน อำนาจของศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ แก้สั้น ๆ แค่นี้เอง ในมาตรา ๔
ด้วยเหตุนี้ร่างร่างนี้ผมต้องขอขอบคุณครับ ไม่ใช่แค่พรรคประชาชนเท่านั้น แต่ร่างร่างนี้เป็นการศึกษาร่วมกันของคณะกรรมาธิการการทหารซึ่งมาจากหลายพรรค พรรคเพื่อไทยด้วย พรรคภูมิใจไทยด้วย พรรคประชาธิปัตย์ด้วย พรรคพลังประชารัฐด้วย ดังนั้นผมยืนยันว่าร่างที่ผมเสนอนี้เป็นร่างที่มาจากความร่วมมือและการเห็นปัญหาร่วมกัน จากพรรคทุกพรรค และผมต้องขอขอบคุณเพื่อน สส. ทุกคนที่ได้ร่วมลงชื่อจากทุกพรรคเลย ได้เสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหาร และ พ.ร.บ. วิธีการพิจารณาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบร่วมกันในครั้งนี้ ผมจึงขอความกรุณาจากเพื่อน ๆ สมาชิกทุกคน ผ่านท่านประธานให้พิจารณาเห็นชอบในหลักการ เพื่อให้การพิจารณาคดีในศาลทหาร มีมาตรฐานของกระบวนการยุติธรรมที่เทียบเท่ากับศาลยุติธรรม เพื่อให้ประชาชนทุกคน ในแผ่นดิน ไม่ว่าเขาจะเป็นทหารหรือพลเรือน เมื่อพูดถึงคำว่ายุติธรรมก็คือยุติธรรมเดียวกัน ขอบพระคุณท่านประธานครับ