เอกราช เปิดประเด็นปฏิรูปศาลทหาร ยันต้องเป็นอิสระ-ทันสมัย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๔ กันยายน ๒๕๖๘

เอกราช อุดมอำนวย หารือปัญหาความไม่เป็นธรรมและความล้าหลังในระบบศาลทหาร เรียกร้องให้มีการปรับโครงสร้างเพื่อเพิ่มความเป็นอิสระ โปร่งใส และทันสมัย โดยเสนอการแยกเขตอำนาจศาลระหว่างคดีทหารกับคดีทุจริตอย่างชัดเจน พร้อมผลักดันให้สภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเพื่อยกระดับความเป็นธรรมให้ทั้งทหารและประชาชน

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

เรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง จากพรรคประชาชนครับ ท่านประธาน วันนี้ผมมายืนตรงนี้เพื่อพูดแทนประชาชนครับ แล้วก็ พูดแทนความยุติธรรมในกองทัพ เพราะว่าเรากำลังพูดถึงศาลทหาร เป็นสถาบันที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวพันชีวิตโดยตรงกับชีวิตของทหาร แล้วก็ประชาชนที่ต้องคดี หลายคนก็อยากจะเป็น โจทก์ฟ้องคดี เพราะฉะนั้นเรื่องของศาลทหารไม่ได้เฉพาะโครงสร้างและกฎหมายที่มีอยู่ใน ทุกวันนี้ มันเกี่ยวพันกันหลายส่วน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ล้าหลัง ไม่เป็นธรรม และไม่สอดคล้อง กับยุคสมัยมันถึงเวลาที่จะต้องบริหารจัดการ ผมจะขออนุญาตสะท้อนปัญหาครับ ท่านประธาน

๑. ก็คืออำนาจที่รวมศูนย์ ก็คือว่าการวางระเบียบราชการในศาลทหาร ซึ่งเป็นไปตามโครงสร้างเดิม ผูกขาดอยู่ภายใต้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รองลงมา ก็คือเจ้ากรมพระธรรมนูญ ถามว่าแบบนี้ศาลทหารจะมีหลักประกันความอิสระอย่างไร จะมั่นใจได้อย่างไรว่าตุลาการพระธรรมนูญที่ทำหน้าที่จะตัดสินใจพิพากษาคดีด้วย หลักของกฎหมาย ไม่ใช่แรงกดดันจากผู้บังคับบัญชา นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กครับท่านประธาน มันคือหัวใจของความยุติธรรม ไม่มีองค์กรไหนในศาลยุติธรรมบ้านเราที่จะเอาอัยการ ตุลาการ ทนาย จำเลย มาอยู่ในแผนกหรือฝ่ายเดียวกัน

ประเด็นที่ ๒ เขตอำนาจศาลที่ผิดฝาผิดตัว คือศาลจังหวัดทหารยังอยู่ ทั้งที่ โครงสร้างพื้นฐานของทหารปัจจุบันเปลี่ยนไปหมดแล้ว ซึ่งในประเด็นนี้กรมพระธรรมนูญ ที่ได้มาชี้แจงในคณะกรรมาธิการการทหาร หรือว่าร่างของคณะรัฐมนตรีก็เห็นด้วย ในหลักการนี้ แล้วก็ในทางปฏิบัติก็เป็นมานานแล้ว เพราะฉะนั้นศาลที่อยู่ในแผนที่ตรงนี้ ตอนนี้ไม่เป็นจริงอีกแล้ว ดังนั้นจึงต้องยกเลิกปรับปรุงให้สอดคล้องกับโครงสร้างในปัจจุบัน

สุดท้ายเรื่องของความเป็นตุลาการทหาร ต้องมีความเชี่ยวชาญ ซึ่งผม ไม่ปฏิเสธว่าองค์คณะผู้ที่มาชี้ขาดชีวิตของคนทุกวันนี้มีคุณสมบัติตามระเบียบของ กรมพระธรรมนูญที่ถูกกำหนดรวม ๆ อยู่ในราชการกลาโหมว่ายุติธรรม มีระเบียบที่ทำ คณะกรรมการตุลาการศาลทหารขึ้นมา แต่สุดท้ายมันก็คือคนในองค์กร ปลาในบ่อเดียวกัน แล้วแบบนี้จะคุ้มครองสิทธิเสรีภาพประชาชนได้ทั่วถึงอย่างไรครับ ดังนั้นมันถึงเวลาที่เราต้อง แยกให้ชัดว่าตุลาการทหารที่ออกมา ทั้งคุณสมบัติมาตรฐาน ความน่าเชื่อถือของศาลทหารเอง ดึงองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสถาบันศาลเข้ามาเป็นองค์คณะเพื่อเป็นหลักประกันเรื่องของ ความเป็นอิสระและความโปร่งใส รวมถึงการยกระดับมาตรฐานในการให้บริการประชาชน ท่านประธานครับ สุดท้ายความเป็นธรรมต้องชัดเจน ปรับเขตอำนาจคดีแล้วลดภาระของ ศาลทหาร ราษฎรฟ้องทหารตอนนี้เป็นคดีอาญาจะฟ้องตรงไม่ได้ เพราะฉะนั้นการที่ บทบัญญัติที่คลุมเครือ เปิดช่องให้ตีความแบบนี้ ล่าสุดท่านประธานคงงงว่าคลุมเครืออย่างไร ท่านเอกราช อย่างนี้ครับท่านประธาน ตอนนี้มันมีความลักลั่นกันอยู่ ๒ เรื่อง ก็คือ การให้อำนาจของราษฎรที่จะต้องไปฟ้องต้องไปผ่านอัยการ แต่ว่าในขณะเดียวกันอัยการ ในคดีอื่น ๆ ก็ฟ้องศาลทหารได้มาที่ศาลทหารนี่ละครับ บางบทบัญญัติเป็นความผิดที่เป็น ความผิดอาญา ตอนนี้ให้ไปอยู่ที่ศาลอาญาทุจริตแล้วนะครับ อย่าง พ.ร.บ. ป้องกันการซ้อมทรมานและอุ้มหาย หรือเรียกง่าย ๆ พ.ร.บ. อุ้มหายมีการเขียน เอาไว้ว่าถ้ามีการกระทำผิดในลักษณะตามพระราชบัญญัตินี้จะต้องขึ้นศาลอาญาทุจริต ดังนั้น ก็เลยทำให้เกิดช่อง จำเลยในคดีคดีหนึ่งที่ไปซ้อมพลทหารเสียชีวิต ที่มีการสั่งซ่อมกัน แล้วเสียชีวิตในค่าย สุดท้ายเมื่อคดีถึงศาลอาญาทุจริต ก็ปรากฏว่ามันมีคดีก่อนหน้า ศาลอาญาทุจริตลงโทษแรงเลย จำคุก ๑๐ ปี แล้วผู้ที่เกี่ยวข้องโดนเยอะหลาย ๑๐ ปี ๒๐ ปี ตามลำดับ แต่ในขณะที่ศาลอาญาทุจริตในคดีที่ ๒ จำเลยโต้แย้งเขตอำนาจศาล ผู้ที่ทำ ความเห็นวินิจฉัยก็คือต้องเป็นองค์คณะตามองค์ประกอบพระราชบัญญัติที่ตีความ เรื่องเขตอำนาจศาล หนึ่งในนั้นเป็นทหารจากกรมพระธรรมนูญนี่ละครับ หัวหน้าคณะ นี่ละครับที่ทำความเห็นบอกว่าไม่ได้ จะต้องไปอยู่ภายใต้อำนาจของศาลทหาร เพราะฉะนั้น เพื่อให้มันชัดเจนไปเลย การมาแก้ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็จะทำให้ไม่คลุมเครือ อีกต่อไป ชัดเจนเลยว่าถ้าคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบให้ไปที่ศาลอาญาทุจริต ให้เป็นเจตจำนงของฝ่ายนิติบัญญัติ แล้วก่อนหน้านี้เรามีการแก้ร่างพระราชบัญญัติ มาตรการฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต หรือว่าร่าง ปปท. ซึ่งมีการตัด อัยการทหารในการจะฟ้องไปแล้วในคดี ปปท. ดังนั้นเพื่อให้เป็นกฎหมายที่เป็นระบบเดียวกัน ผมคิดว่าเราควรจะแก้เพื่อความชัดเจน สุดท้ายครับท่านประธาน ร่างที่ผมเสนอนี้มีหลักการ เหมือนกับร่างของท่านดอกเตอร์วิโรจน์ ลักขณาอดิศร มีแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย แต่หลักการ ๑๕ หลักการ ๓ หมวดหมู่เหมือนกันทุกประการ ผมก็จะไม่พูดซ้ำ เพื่อประหยัดเวลาครับท่านประธาน สรุปท่านประธานที่เคารพครับ นี่ไม่ใช่เรื่องการแก้ กฎหมายที่ธรรมดา แต่มันคือการคืนศักดิ์ศรีความเป็นธรรมให้แก่ทหารและประชาชน เรากำลังพูดถึงการทำให้ศาลทหารมีมาตรฐาน เป็นอิสระ โปร่งใส และทันสมัยเหมือนที่ ประเทศประชาธิปไตยทั่วโลกเขามีกัน ถ้าเรากลัวที่จะปฏิรูปวันนี้ประชาชนจะถามว่า เวลาสภาที่มาจากเป็นผู้แทนของประชาชนจะถูกตั้งคำถามขึ้นมาทันที วันนี้ผมขอเรียกร้อง เพื่อนสมาชิกจากทุกพรรคการเมืองว่าให้ช่วยกันรับหลักการในร่างพระราชบัญญัติ ของท่านวิโรจน์และของผมนี้เพื่อที่จะได้ยืนยันในการทำหน้าที่นิติบัญญัติ ตอนนั้น พรรคเพื่อไทยได้โหวตคว่ำในวาระสามของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ร่าง ป.ป.ช. ว่าด้วยเรื่องการโอนคดีทุจริตไปอยู่ในศาลอาญาทุจริต โดยสมาชิกบางท่าน ให้เหตุผลว่ากลัวทหารก็มี กลัวทหารปฏิวัติก็มี รุนแรงไปก็มี หรือบอกว่าจะต้องมาแก้ พระราชบัญญัตินี้ก่อน ในเมื่อหนึ่งในเหตุผลที่ท่านบอกว่าจะต้องมาแก้พระราชบัญญัตินี้ก่อน ถ้าท่านเห็นด้วยจริงผมขอให้ท่านรับหลักการในวาระนี้ ผมหวังว่าสภาจะจารึก และได้ร่วมกัน รับหลักการร่างพระราชบัญญัติเพื่อปฏิรูปกองทัพด้วยความยุติธรรมและศักดิ์ศรี ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ