ธีระชัย แสนแก้ว อภิปรายร่าง พ.ร.บ.พิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยสนับสนุนการโอนคดีจากศาลทหารไปยังศาลอาญาทุจริตเพื่อเสริมความเป็นอิสระและความน่าเชื่อถือ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสและปัญหาคุณสมบัติของตุลาการในศาลทหารที่ได้รับการแต่งตั้งโดยผู้บังคับบัญชาโดยไม่ผ่านกระบวนการสอบแข่งขัน จึงเรียกร้องให้โอนคดีทุจริตของทหารมาพิจารณาในศาลทุจริตเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและมาตรฐานเดียวกันกับประชาชนทั่วไป
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติพิจารณาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบ ที่ท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เป็นผู้เสนอ พร้อมทั้งของท่านเอกราช อุดมอำนวย แต่ผมจะเน้นเรื่องพระราชบัญญัติทั้งหมดมันมี ๓ ฉบับอยู่ตรงนี้ จะเน้น เรื่องพระราชบัญญัติพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็คือ เราสามารถเปลี่ยนระบบราชการของทหารได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียวพระราชบัญญัติฉบับนี้ การยกเลิกบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาพิพากษาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ของทหาร และคดีทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งหมดซึ่งยังคั่งค้างอยู่ในการพิจารณา ในศาลทหารก่อนที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้บังคับ โดยให้โอนคดีทั้งหมดไปพิจารณา ในศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบแทนศาลทหาร ผมเห็นด้วยเลยมันก็สั้น ๆ แค่นี้ แต่เป็นกฎหมายที่จะสามารถเขย่าวงการทหารทั้งประเทศ เพราะศาลทหารของไทยนั้น มีรากเหง้ามาตั้งแต่ปี ๒๔๗๔ โดยใช้พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ ที่ผ่านมาสังคมไทยเราแทบไม่เคยได้ยินถึงการตัดสินคดีของศาลทหารเลย ท่านประธาน เคยได้ยินไหมครับ ลองถามพี่น้องประชาชนดูสิว่ารู้จัก ก็แค่ศาลยุติธรรม ศาลแพ่ง ศาลอาญา และอาจจะรู้จักได้ยินมากที่สุดในสมัยนี้ก็คือศาลรัฐธรรมนูญ เพราะชื่อเสียงเรียงนาม เรื่องนิติสงครามทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับการเมืองของไทยตามระบอบประชาธิปไตย มาโดยตลอด แล้วล่าสุดพิพากษาก็มาก เกิดคำขอไม่ให้พี่น้องประชาชนจัดทำรัฐธรรมนูญ ขออนุญาตกลับมาที่ศาลทหาร เดี๋ยวมันจะยาวไปเรื่องรัฐธรรมนูญซึ่งเรากำลังจะเสนอ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ต้องยอมรับกันว่าพี่น้องประชาชนยังกังขาความน่าเชื่อถือ ขาดความเชื่อมั่นไม่ไว้วางใจระบบของศาลทหารเท่าไร เพราะเหตุผลหลัก ๆ มีดังนี้ ศาลทหารอยู่ในสังกัดกระทรวงกลาโหม มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งแตกต่างจากศาลยุติธรรมและศาลปกครองซึ่งมีองค์กรบริหารบุคคลและงบประมาณ ที่เป็นอิสระ ท่านประธานครับ เรื่องนี้พี่น้องในสังคมและวงการนิติศาสตร์มีข้อกังวลเกี่ยวกับ ความเป็นอิสระของตุลาการทหาร และการไม่มีหลักแบ่งแยกอำนาจจนคนภายนอกมองว่า ศาลทหารเป็นสายบังคับบัญชาของทหารผู้ใหญ่มากกว่าเป็นองค์กรตุลาการอย่างที่ถูกที่ควร
ข้อที่ ๒ เรื่องคุณสมบัติขององค์กรตุลาการที่ไม่กำหนดว่าจะต้องมีความรู้ ทางกฎหมายทั้งหมด แล้วมาจากการแต่งตั้งโดยผู้บังคับบัญชาที่ไม่ใช่การสอบแข่งขัน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมก็เพิ่งศึกษาเรื่องนี้ก็ตกใจว่าศาลทหารชั้นต้นมีตุลาการ ๓ นาย เป็นองค์กรคณะพิพากษา คือทหารชั้นสัญญาบัตร ๒ นาย ตุลาการพระธรรมนูญ ๑ นาย นั่นแปลว่าองค์คณะ ๓ คนมีคนจบกฎหมายเพียง ๑ คนเท่านั้น แล้วนอกจากนี้ ศาลทหารหรือศาลอุทธรณ์มีตุลาการ ๕ ท่าน มีเป็นองค์คณะพิจารณาพิพากษาคือศาลทหาร ชั้นนายพล ๑ หรือ ๒ นายเท่านั้น และทหารชั้นนายพัน ๑ หรือ ๒ นาย และตุลาการ รัฐธรรมนูญ ๒ นาย นี่ก็ไม่แตกต่างกัน ๓ ก็มาเป็น ๕ ก็แค่ ๒ ใน ๕ เท่านั้นเองที่จบทางด้าน กฎหมายนิติศาสตร์ มาดูศาลทหารสูงสุดครับ มีศาลฎีกากัน หรือศาลฎีกาบอกว่าต้องมีตุลาการ ๕ นาย เป็นองค์กรคณะพิพากษา คือนายทหารชั้นนายพล ๒ นาย ตุลาการพระธรรมนูญ ๓ นาย อันนี้มีคนจบนิติศาสตร์ ๓ ใน ๕ ท่านประธานครับ ท่านเห็นไหมว่าองค์ความรู้คุณสมบัติ วุฒิการศึกษาขององค์คณะตุลาการทหารมีพี่น้องประชาชนเชื่อมั่นได้อย่างไรละว่าท่านมี ความรู้ทางด้านกฎหมายแตกฉานเพียงพอให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องทหารได้ แล้วที่น่ากังขา ที่สุดก็คือว่ากระผมไม่เห็นด้วยที่สุดก็คือองค์คณะพิจารณาพิพากษาในศาลทหารเกิดจากการ แต่งตั้งตามสายบังคับบัญชา ก็ต้องถามละว่าหากผู้บังคับบัญชาที่เป็นผู้แต่งตั้งตุลาการ เป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง ตุลาการศาลทหารจะพิจารณาลงโทษเขาได้อย่างไร เราต้องเอา ความจริงมาพูดกันถ้าจะแก้กฎหมายเอาจริงเอาจัง ถ้าทำแล้วอย่ากลัว ถ้ากลัวแล้วอย่าทำ ย้อนกลับมาดูที่ผ่านมาว่าการสอบข้อเขียนในการสอบข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วย ผู้พิพากษา ผมก็ค้นมาอีกเมื่อปี ๒๕๖๘ สนามใหญ่เพิ่งประกาศเมื่อเดือนก่อนนี้เอง ท่านประธานทราบไหมว่ามีผู้สอบผ่านกี่คน มีคนสอบ ๖,๒๗๔ คน แต่สอบผ่านเพียง ๒๘ คน เท่านั้น ทั้งประเทศสอบได้ ๒๘ คน เพียง ๐.๔๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ผู้สอบผ่านเหล่านี้ไม่ใช่เพียง จบนิติศาสตร์ ต้องจบเนติบัณฑิตไทยด้วย แล้วยังจะต้องมีประสบการณ์ทางด้านกฎหมาย ที่ กต. รองรับอีกด้วย อีกนิดหน่อยครับ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ มีคนพูดไม่เยอะหรอกครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านเห็นถึงความแตกต่างของผู้พิพากษาของศาลยุติธรรมที่ ตัดสินคดีของพี่น้องประชาชนและตุลาการของศาลทหารแล้วหรือยัง แตกต่างกันมากน้อย เพียงไร ผมไม่ได้ดูถูกดูแคลนอะไรทหารหรอก คนที่เก่ง ๆ ดี ๆ ก็มี กลับมาดูพระราชบัญญัติ วิธีพิจารณาทุจริตและประพฤติมิชอบที่กระผมได้กล่าวมาตอนต้น หลักการต้องให้โอนคดี ทุจริตศาลทหารทั้งหมดมาพิจารณาในศาลทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่เป็นศาลเตี้ยที่เกิดขึ้น เอาพวก อบต. พวก อบจ. พวกที่ทำทุจริตประพฤติมิชอบ อะไรต่าง ๆ อย่างนี้ โดยปกติ ศาลทุจริตประพฤติมิชอบมีไว้สำหรับพิจารณาพวกนักการเมืองที่โกง ผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมืองที่ทุจริต ข้าราชการที่กังฉินคดโกงประเทศ ตรวจสอบได้ก็ขึ้นศาลนี้ทั้งหมด ทหารก็รับเงินเดือนจากภาษีอากรของพี่น้องประชาชนใช่ไหมครับ ไม่ต้องศาลนี้ละ ดังนั้น ท่านไม่มีเหตุผลใดเลยที่จะต้องกลัวการตรวจสอบศาล ทหารก็ไม่ต้องกลัว ทหารก็คน ตอนนี้ การทุจริตประพฤติมิชอบมันขึ้นเต็มบ้านเต็มเมือง ท่านเห็นหรือเปล่า ประเทศไทยในโลกนี้ เป็นอันดับที่ ๑๐๘ ประเทศเขมรของฮุนเซน อันดับที่ ๑๕๘ ท่านประธานครับ คดีทุจริต ประพฤติมิชอบมันมีมากเป็นพิเศษมากกว่าปกติทั่ว ๆ ไป มันมีความยากลำบากในการ สืบสวนสอบสวนแสวงหาข้อเท็จจริงศาลทุจริตและประพฤติมิชอบจึงต้องใช้ระบบไต่สวน คือผู้พิพากษามีอำนาจในการสืบหาข้อเท็จจริงเอง ท่านประธานที่เคารพใกล้จะจบแล้วละ ในส่วนของศาลทหารใช้ระบบกล่าวหาคือให้คู่ความสู้กัน ท่านประธานลองนึกภาพว่า ถ้าคู่ความทหารชั้นนายพลเอกเป็นคู่กรณีกับพลทหารละจะเกิดอะไรขึ้นในวงการทหาร ความกังขาของสังคมเกิดกับความไม่เสมอภาคและการเลือกปฏิบัติขึ้นอย่างแน่นอนครับ ท่านประธานที่เคารพ แม้วันนี้กระผมจะเป็นฝ่ายค้าน ค้านแล้ว แต่ค้านด้วยเหตุด้วยผล อภิปรายวันนี้ก็ด้วยเหตุด้วยผล เอาข้อเท็จจริงมาว่ากันตรงไปตรงมา สภาของเราก็มีโอกาส ที่จะปฏิรูประบบราชการ และสภาของเราก็มีอำนาจในการต่อสู้กับสิ่งที่ถูกต้องใช่หรือเปล่า กระผมยืนยันว่าเรื่องทุจริตประพฤติมิชอบของทุกคน ไม่ว่าพวกเราจะเป็นนักการเมือง ข้าราชการ หรือทหาร และต้องถูกพิจารณาคดีในศาลเดียวกันจะต้องถูกตัดสินด้วยกฎหมาย ที่มีความเป็นมาตรฐานเดียวกันใช่ไหมท่านประธาน เพราะพวกเราทุกคนต่างกินเงินเดือน ภาษีอากรจากพี่น้องประชาชน หยาดเหงื่อแรงงานของพี่น้องประชาชนเฉกเช่นเดียวกัน ดังนั้นกระผมเรียกร้องให้ฝ่ายรัฐบาลต้องมีความกล้าหาญ รวมทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายค้ำต้นกล้วย แล้วแต่จะเรียกไปช่วยกันแก้ไข ผมต้องขอขอบพระคุณท่านทั้งสองที่ได้เสนอมา และผมก็ เห็นด้วย ขอบคุณครับ