พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานทั้งสองฉบับ โดยเน้นการผลักดันสิทธิลาหยุดเนื่องจากปวดประจำเดือน พร้อมเรียกร้องความเข้าใจและระบบรองรับที่เป็นธรรมสำหรับแรงงานหญิง
เรียนท่านประธาน และประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดที่กำลังรับชมการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในขณะนี้ ดิฉัน พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ผู้แทนประชาชนจากเขตคลองสามวา ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันขอใช้ เวลาในสภาแห่งนี้เพื่ออภิปรายสนับสนุน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานทั้ง ๒ ฉบับ โดยจะมี ประเด็นหลักเป็นเรื่องของการสนับสนุน เรื่องของสิทธิในการลาปวดประจำเดือน ซึ่งมี ข้อวิพากษ์วิจารณ์และความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลายอยู่ในสังคม หลายครั้งที่ความกังวล ในการผลักดันสิทธิของคนทำงานจะให้น้ำหนักอยู่กับเรื่องของตัวเลขทางเศรษฐกิจ โดยหลงลืมไปว่าเบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้คือชีวิต คือร่างกาย คือสุขภาพ คือความเจ็บปวด แล้วความเป็นจริงของคนทำงานผู้หญิงจำนวนมหาศาลที่แบกเศรษฐกิจครึ่งหนึ่งของ ประเทศเอาไว้อยู่ สำหรับท่านที่ไม่ต้องเผชิญภาวะความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นทุกเดือนแบบนี้ ดิฉันขอแสดงความยินดีในโชคอันประเสริฐของท่านที่ท่านไม่ต้องเผชิญกับภาวะความ เจ็บปวดที่ท่านเลือกและกำหนดเองไม่ได้แบบนี้ แต่เพราะไม่ใช่ทุกคนที่มีโชคเช่นนั้น แล้วความเจ็บปวดในระหว่างมีประจำเดือนนี้ส่งผลมากน้อยแปรผันไม่เหมือนกันในแต่ละ บุคคล ในแต่ละเดือน ซึ่งก็มีตั้งแต่การปวดเกร็งในช่องท้องในระดับที่พออดทนได้หากใช้ ยาแก้ปวด อาการปวดเนื้อปวดตัว อาการครั่นเนื้อครั่นตัว อาการไข้ การเป็นตะคริวที่น่อง หลัง หรือว่าท้อง อีกหลาย ๆ คนเจอภาวะรุนแรงถึงขั้นที่มีอาการปวด Migraine หรือเกิด ภาวะทางการแพทย์ที่มีอาการบีบรัดในช่องท้องรุนแรงถึงขนาดที่ปวดท้องจนลุกเดินไม่ได้ ปวดท้องจนอาเจียนออกมา ซึ่งเป็นความเจ็บปวดในระดับที่ยากที่จะหาคนที่จะเข้าใจอย่างยิ่ง ถ้าหากไม่เคยผ่านประสบการณ์เช่นเดียวกันมาก่อน ท่านประธานคะ เราเคยมีการทดลอง ด้วยเครื่องจำลองอาการปวดประจำเดือนภายในกิจกรรมรณรงค์ เรื่อง พ.ร.บ. คุ้มครอง แรงงานทั้ง ๒ ฉบับนี้ภายในพรรคประชาชนของดิฉันค่ะท่านประธาน ซึ่งเครื่องนี้จำลองได้แค่ อาการเดียวก็คือจำลองอาการปวดเกร็งหน้าท้อง ซึ่งเป็นเพียงอาการเดียวจากอาการที่ผู้หญิง จะต้องเผชิญ ผู้เข้าร่วมการทดลอง ซึ่งดิฉันยินดีอย่างยิ่งว่าในสังคมของเรายังมีผู้ชายที่มี ความเห็นอกเห็นใจและอยากที่จะเข้าใจแม้เพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของความเจ็บปวดที่ผู้หญิง จะต้องเผชิญเข้ามาร่วมการทดลองเป็นจำนวนมาก ซึ่ง สส. เซีย จำปาทอง ซึ่งนั่งอยู่ ณ ตรงนี้ ก็เป็นหนึ่งในท่านที่เข้าร่วมการทดลองอย่างเต็มใจ การทดลองนี้เราทดลองกันเพียงแค่ ๑ หรือ ๓ นาทีเท่านั้น แต่ทุกคนที่เข้าร่วมการทดลองสะท้อนความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมาว่า หากต้องทำงานในวันที่ร่างกายมีภาวะความเจ็บปวดแบบนี้ทั้งวันทุกวินาทีไม่มีใครสักคนเลย ที่ยืนยันว่าตัวเองจะสามารถอดทนผ่านสภาวการณ์เช่นนี้ไปได้ และนี่เป็นความรู้สึกของคนที่ ประสบเพียงแค่ ๑ นาที แต่ผู้หญิงที่ต้องมีอาการปวดประจำเดือนไม่สามารถที่จะกดหยุด ความเจ็บปวดได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว ท่านประธานคะ ดิฉันทราบดีว่าอาจมีข้อกังวลว่า สิทธินี้อาจจะถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่ตรงกับจุดประสงค์ แต่วิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้องไม่ใช่ การละเลยความเจ็บปวดของคนทำงาน วิธีการที่ถูกต้องไม่ใช่การปฏิเสธสิทธิของคนทำงาน เพศหญิงซึ่งก็คือแม่ คือพี่ป้าน้าอา เพื่อน ลูกสาว หลานสาวของพวกเรา ไม่ใช่การปฏิเสธสิทธิ ของพลเมืองครึ่งหนึ่งของสังคมที่กำลังขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจอยู่ วิธีแก้ปัญหาที่แท้จริง ควรเป็นการสร้างความเข้าอกเข้าใจ สร้างความเห็นอกเห็นใจร่วมกัน และที่สำคัญก็คือ สร้างระบบและกลไกที่โปร่งใส เป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย นั่นก็คือการกำหนดจำนวนวันที่เหมาะสมสำหรับทุกฝ่ายที่จะเกิดขึ้นหลังจากการรับหลักการ ในวันนี้ เรื่องจำนวนวันที่เหมาะสมเรายังคุยกันในชั้นกรรมาธิการได้ ซึ่งจะมีตัวแทนจาก ทุกพรรค มีผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ มาร่วมกันแก้ไขกฎหมาย เติมเต็มให้กฎหมายฉบับนี้ มีความบริบูรณ์ในทุกมิติมากขึ้น ท่านประธานคะ สิทธิในการปวดประจำเดือนไม่ใช่เรื่องใหม่ หลายประเทศก้าวหน้าไปไกลแล้ว ญี่ปุ่นมีกฎหมายให้สิทธิลาปวดประจำเดือนมา ตั้งแต่ปี ๑๙๔๗ เกาหลีใต้กำหนดสิทธิในการลาปวดประจำเดือน ๑ วันต่อเดือน และหาก ลูกจ้างหญิงไม่ใช้สิทธิเหล่านี้ลูกจ้างก็มีสิทธิที่จะได้รับค่าจ้างเพิ่มเติมด้วย ที่อินโดนีเซียให้สิทธิ การลาหยุดเดือนละ ๒ วันโดยที่ยังได้รับค่าจ้างอยู่ ที่เวียดนามลูกจ้างหญิงมีสิทธิหยุดพัก วันละ ๓๐ นาทีของทุกวันในวันที่มีประจำเดือน และลาได้ ๓ วันต่อ ๑ เดือน แต่หาก ไม่ใช้สิทธินี้เลยก็มีสิทธิที่จะได้รับค่าจ้างชดเชย สเปนเพิ่งประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้อย่างเป็น ทางการไปเมื่อ ๒ ปีก่อนหน้านี้ โดยที่ให้สิทธิผู้หญิง ๓-๕ วันต่อเดือนโดยที่ยังได้รับค่าจ้างอยู่ ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้ประเทศของเรายังสามารถปรับเปลี่ยนไปตามบริบทของประเทศเราได้ ไม่จำเป็นที่จะต้องเป๊ะ ๆ ตามอย่างร่างที่เสนอไป แต่ต้องมีการพูดคุยกันเพื่อหาจำนวนวัน ที่เหมาะสม สิ่งนี้จึงไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่สิ่งที่ก้าวหน้าเกินไป แต่เป็นสิ่งที่เราอยากเห็น ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในสังคมหรือไม่ต่างหาก หลายท่านมีคำถามว่านี่คือสิทธิพิเศษ สำหรับผู้หญิงหรือไม่ ดิฉันขอใช้หลักการของความเสมอภาคกับความเท่าเทียมมาอธิบายค่ะ ความเสมอภาคคือการที่เราให้สิทธิกับทุก ๆ คน ส่วนความเท่าเทียมคือการที่เราสนับสนุน ในจุดที่พวกเขาต้องการการสนับสนุนอยู่ สิทธิในการลาปวดประจำเดือนจึงไม่ใช้สิทธิพิเศษ แต่คือการโอบรับความเป็นจริงทางสรีรวิทยาของคนทำงานที่ย่อมมีความแตกต่างหลากหลายกัน เช่นเดียวกับที่ทางบางบริษัทก็อาจจะมีสวัสดิการสนับสนุนพิเศษสำหรับการดูแลบุตร ในกลุ่มของแรงงานที่มีครอบครัว แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าแรงงานที่ยังไม่มีบุตรนั้น เสียสิทธิอะไรไป เพราะพวกเขายังไม่ได้มีความต้องการในจุดนั้น ท่านประธานคะ หลายคน มีคำถามอีกว่าทำไมไม่ใช้สิทธิหยุดตามปกติไปละ ใช้สิทธิลาป่วยไปก็ได้นี่ โปรดพิจารณา ตามดิฉันว่าหากมีการลาเหตุจากประจำเดือนไปรวมกับลาป่วยปกติก็เท่ากับว่าลูกจ้างผู้หญิงนั้น มีวันหยุดที่น้อยกว่า สามารถลาป่วยได้น้อยกว่าตั้งแต่แรกแล้ว และนี่คือความไม่เป็นธรรม ที่เราปล่อยให้เกิดขึ้นในสังคมมาหลายชั่วอายุคนแล้ว นี่จึงไม่ใช่เรื่องของการที่เพิ่มภาระให้กับ นายจ้าง นี่ไม่ใช่เรื่องของความอ่อนแอของเพศใดเพศหนึ่ง แต่นี่คือเรื่องความเอื้ออาทรที่เรา จะมีต่อมนุษย์ด้วยกัน นี่คือการสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีความเข้าใจธรรมชาติที่มี การแตกต่างและเคารพความเป็นมนุษย์ซึ่งกันและกัน นี่คือการลงทุนในศักยภาพของแรงงาน ที่เมื่อแรงงานสามารถหยุดในวันที่ตัวเองไม่สามารถที่จะทำงานได้เต็มที่ เมื่อเขากลับมา ทำงาน เขาจะสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่และมีศักยภาพมากขึ้นกว่าเดิม การโหวต รับหลักการในวันนี้คือการประกาศจุดยืนว่าประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเรา เป็นประเทศ ที่ยืนอยู่บนความยุติธรรม เป็นประเทศที่มีมนุษยธรรมพร้อมที่จะสร้างสังคมที่ทุกคนได้รับ การยอมรับและมีศักดิ์ศรี นี่คือการยืนยันว่าสภาแห่งนี้จะไม่ยอมทิ้งความเจ็บปวดของใคร ไว้ข้างหลัง ในฐานะที่พวกเราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ถืออำนาจในการตัดสินใจ แทนประชาชน ดิฉันขอให้ทุกท่านร่วมกันโหวตรับหลักการร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนทำงานผู้เป็นกำลังในการขับเคลื่อนประเทศ มาร่วมกันปักหมุด สร้างการเปลี่ยนแปลงที่เราจะได้ภาคภูมิใจว่าในตลอดชีวิตในประวัติการทำงานของการเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพวกเราได้ร่วมกันปักหมุดสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในสังคม ของพวกเราโดยยึดถือแต่ประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ ขอบคุณค่ะ