ร่มธรรม สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน เน้นความเป็นธรรม-สมดุลชีวิตทำงาน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๔ กันยายน ๒๕๖๘

ร่มธรรม ขำนุรักษ์ อภิปรายร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ โดยเสนอให้มีการกำหนดเวลาทำงานไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ พร้อมสิทธิการลาพักผ่อน ลาป่วย และการจัดสถานที่ให้นมบุตรในที่ทำงาน เพื่อส่งเสริมความสมดุลและคุณภาพชีวิตของแรงงานอย่างเป็นธรรม ทั้งยังเน้นความเท่าเทียมโดยไม่เลือกปฏิบัติบนพื้นฐานของเพศ เชื้อชาติ ศาสนา หรือความพิการ และเรียกร้องให้กรรมาธิการพิจารณาร่างกฎหมายอย่างรอบด้านเพื่อสร้างสมดุลระหว่างสิทธิแรงงานกับข้อจำกัดของนายจ้างในระยะยาว

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ครับ กระผมขออภิปราย ในวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งท่านจรัส คุ้มไข่น้ำ และท่านวรรณวิภา ไม้สน กับคณะเป็นผู้เสนอ โดยร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้ มีจุดประสงค์เพื่อยกระดับให้พี่น้องประชาชนคนทำงาน ผู้ใช้แรงงานทุกคนมีคุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้นด้วยการเพิ่มการคุ้มครองสิ่งที่มีค่าที่สุดของมนุษย์ทุกคน นั่นก็คือเวลา ทั้งเวลา ในการทำงานที่ชัดเจนเป็นธรรม และเวลาในการหยุดพักผ่อนและลาตามความจำเป็นต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสมกับความเป็นจริง สอดคล้องกับยุคปัจจุบันหลักสากลและหลักสิทธิ มนุษยชน ท่านประธานครับ ปัจจุบันนี้คนทำงานลูกจ้างและแรงงานของเราหลายส่วนยังต้องเผชิญ ปัญหาที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นค่าครองชีพที่สูงขึ้น การทำงานเกินเวลา ทำงานหนัก จนป่วย ปัญหาความไม่มั่นคงในอาชีพไปจนถึงปัญหาการขาดสวัสดิภาพที่ไม่เป็นธรรม และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ยังไม่เหมาะสม อีกทั้งปัจจุบันนี้พี่น้องแรงงานบางส่วน ยังขาดความรู้ความเข้าใจในสิทธิของตนเองตามกฎหมาย จึงเสี่ยงต่อการถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยสาเหตุของปัญหาเหล่านี้ก็มีอยู่หลายประการ ทั้งปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจ นโยบายของรัฐบาล และสาเหตุที่นำมาสู่การพิจารณาของเราในวันนี้ก็คือกฎหมายคุ้มครอง แรงงานที่การบังคับใช้ในปัจจุบันยังไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ครอบคลุมและไม่สอดคล้องกับ สถานการณ์จริง ซึ่งปัญหาทั้งหมดนี้ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อพี่น้องผู้ใช้แรงงานโดยตรงที่มีอยู่ กว่า ๓๐ ล้านคนในประเทศไทย แต่ยังส่งผลกระทบไปถึงครอบครัว สังคม และเศรษฐกิจ ของเราในภาพรวมอีกด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ สภาผู้แทนราษฎรของเราในชุดนี้ ได้เล็งเห็นปัญหาต่อพี่น้องแรงงานดังกล่าว เพื่อนสมาชิกของเราหลายท่านจึงได้เสนอแก้ไข เพิ่มเติมพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานมาแล้วหลายฉบับ โดยก่อนหน้านี้เราได้ร่วมกัน เห็นชอบให้ปรับเพิ่มสิทธิการลาคลอดให้เป็น ๑๒๐ วัน อีกทั้งยังให้สิทธิลูกจ้างสามารถลา เพื่อไปช่วยเหลือคู่สมรสที่คลอดบุตรได้ ๑๕ วันด้วย โดยการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงานที่เราพิจารณาในวันนี้ หวังที่จะสร้างความเป็นธรรมระหว่างนายจ้าง และลูกจ้าง โดยมี ๔ ประเด็นสำคัญดังนี้ ๑. คือการกำหนดเวลาการทำงาน ๒. การเพิ่ม สิทธิวันหยุดและวันลา ๓. การจัดสถานที่ให้นมบุตรในที่ทำงาน และ ๔. การสร้างความเท่าเทียม ในการทำงาน

สำหรับประเด็นที่ ๑ การกำหนดเวลาทำงานที่ชัดเจนและเป็นธรรม ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้กำหนดให้นายจ้างต้องประกาศเวลาทำงานที่ชัดเจนแน่นอน เพื่อให้ลูกจ้าง ได้รับรู้สิทธิและตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส โดยกำหนดเวลาการทำงานไม่เกิน ๔๐ ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ ซึ่งสิ่งนี้จะสร้างความเป็นธรรม ลดข้อขัดแย้ง และทำให้นายจ้างกับลูกจ้างทำงาน ด้วยความไว้วางใจ มีเวลาในการทำงานที่เป็นระบบ มีประสิทธิภาพ มีเวลาในการพักผ่อน และใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม และเป็นไปตามหลักสากลอีกด้วยครับ

ประเด็นที่ ๒ คือการเพิ่มสิทธิวันหยุดและวันลาให้เหมาะสมกับชีวิตจริง และสอดคล้องกับความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น ร่างกฎหมายฉบับนี้มีการกำหนดให้ลูกจ้าง มีวันหยุด ๒ วันต่อสัปดาห์ มีสิทธิลาพักผ่อนประจำปี ๑๐ วัน หลังจากที่ทำงานครบ ๑๒๐ วัน มีวันลาจากการประสบปัญหาต่อร่างกายจากการทำงาน วันลาประจำเดือน วันลา เพื่อคลอดบุตรโดยไม่ถูกนับรวมกับวันลาป่วยทั่วไป และมีสิทธิวันลาเพื่อดูแลคนในครอบครัว ที่ป่วยได้สูงสุดถึง ๑๕ วันต่อปี โดยสิทธิวันหยุดและวันลาทั้งหมดนี้เป็นการคืนเวลาให้กับ คนทำงานได้มีเวลาพักผ่อน ดูแลสุขภาพและดูแลครอบครัวที่เหมาะสมต่อร่างกาย ต่อความจำเป็น อย่างไรก็ตามในประเด็นนี้ผมคิดว่าเรายังสามารถไปถกเถียงกันได้ ในรายละเอียด ความครอบคลุมและความเหมาะสมในชั้นกรรมาธิการต่อไป

ประเด็นที่ ๓ คือการจัดสถานที่ให้นมบุตร ร่าง พ.ร.บ. นี้กำหนดให้นายจ้าง ต้องจัดสถานที่ที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับการให้นมบุตรหรือปั๊มนมเก็บไว้สำหรับ คุณแม่วัยอ่อนในที่ทำงาน เพื่อตอบโจทย์ในการสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและครอบครัว

ประเด็นที่ ๔ ประเด็นสุดท้ายก็คือการปฏิบัติต่อลูกจ้างอย่างเท่าเทียม ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฉบับนี้ปรับปรุงให้นายจ้างต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียม ไม่เลือก ปฏิบัติ ไม่แบ่งแยก และไม่กีดกันซึ่งความแตกต่างที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่าง ด้านเพศ เชื้อชาติ ศาสนา อายุ ความพิการหรือฐานะ เพราะลูกจ้างทุกคนควรได้รับโอกาส และการปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน โดยการสร้างที่ทำงานที่เท่าเทียมนั้นไม่เพียงทำให้แรงงานนั้น มีความมั่นใจ แต่ยังสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพคุณค่าของความหลากหลายซึ่งเป็นทิศทาง ที่สอดคล้องกับหลักการในระดับสากลอีกด้วย

ท่านประธานที่เคารพ พี่น้องประชาชนคนทำงาน แรงงานและลูกจ้างทุกคน ถือเป็นพลังที่สำคัญในการขับเคลื่อนประเทศของเราในทุกด้าน พวกเขาไม่เพียงสร้าง ผลผลิตทางการเกษตร แต่ยังหล่อเลี้ยงครอบครัวและสังคมของเราทั้งระบบ วันนี้เราจึงต้อง ส่งเสริมให้พี่น้องแรงงานมีความสุข สุขภาพดี และได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฉบับแก้ไขเพิ่มเติมที่เรากำลังพิจารณาในวันนี้จึงมีความจำเป็นในการแก้ไข ปัญหา ปรับปรุงให้ทันสมัยและสอดคล้องกับชีวิตจริงของแรงงาน ซึ่งถือเป็นการวางรากฐาน ที่มั่นคงให้กับประเทศของเรา อย่างไรก็ตามผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้อาจมีผลกระทบต่อ นายจ้างซึ่งต้องมีการปรับตัว ต้องลงทุนเพิ่มเติมทั้งในระบบการจัดการวันหยุด วันลา และการจัดสถานที่สำหรับพนักงานหญิง แต่เมื่อเรามองในระยะยาวสิ่งเหล่านี้คือการลงทุน ที่จะสร้างแรงงานที่มีคุณภาพ สุขภาพดี และมีความรักต่อองค์กร โดยผลที่จะเกิดขึ้น ตามมานั้นไม่เพียงแต่จะเป็นประโยชน์ต่อลูกจ้าง แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อบริษัทและองค์กร ที่ได้แรงงานที่มีประสิทธิภาพ มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยที่มีความมั่นคง และต่อสังคมไทย ที่มีความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้อย่างที่ผมเรียนไปข้างต้นผมคิดว่ารายละเอียดตาม พ.ร.บ. นี้เราสามารถไปปรับปรุงกันได้ ในชั้นกรรมาธิการ และผมก็ขอให้คณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมานี้ต้องพิจารณา อย่างรอบคอบ รับฟังความคิดเห็น และศึกษาผลกระทบที่ตามมาอย่างรอบด้าน โดยคำนึงถึง ประโยชน์ต่อพี่น้องแรงงานเป็นหลักใจความสำคัญ แต่ในขณะเดียวกันต้องให้มี ความเหมาะสมต่อนายจ้างและการดำเนินการของบริษัทและองค์กรที่ต้องปรับตัวด้วยครับ ผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระรับหลักการ เพื่อส่งเสริมความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวของพี่น้องคนทำงาน เพื่อวางรากฐานที่มั่นคงในการพัฒนาประเทศของเราต่อไป ขอบคุณท่านประธานครับ