สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๔ กันยายน ๒๕๖๘

ธิษณา ชุณหะวัณ เสนอแก้ไขบทมาตรา 10 เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในการดำเนินโครงการอาหารเสริมนมโรงเรียน โดยเฉพาะการตรวจสอบทุจริตการบริหารจัดการนมโรงเรียนที่พบในหลายจังหวัด โดยมีการทุจริตเกี่ยวกับการส่งนมที่ไม่ครบตามจำนวน คุณภาพไม่ดี นมบูด และการปลอมแปลงเอกสาร เพื่อเบิกงบเกินความเป็นจริง และเสนอให้มีการตรวจสอบถ่วงดุลและการบริหารจัดการ โครงการนมโรงเรียนให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และปราศจากการทุจริตคอร์รัปชัน

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต ๒ หรือเขตปทุมวัน สาทร และราชเทวี พรรคประชาชนค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นด้วยกับ การสงวนความเห็นของท่านปรีติ เจริญศิลป์ และท่านนที โดดสูงเนิน กรรมาธิการค่ะ ดิฉันเห็นด้วยว่าควรให้มีการแก้ไขบทมาตรา ๑๐ ให้มีการเพิ่มในวรรคเก้าดังกล่าว เนื่องจาก ร่างเดิมในปัจจุบันไม่ได้กำหนดให้คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นมต้องจัดทำ และเผยแพร่รายงานประชุมหรือรายงานผลการดำเนินงานต่อสาธารณะอย่างชัดเจน ซึ่งส่งผลให้เกิดการขาดความโปร่งใส และประชาชนก็ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของ คณะกรรมการได้ รวมถึงร่างของคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ให้ยกเลิกความ และให้เพิ่ม ความในมาตรา ๑๐ (๔/๑) โดยมีรายละเอียดคือกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงาน โครงการอาหารเสริมนมโรงเรียน หรือโครงการรัฐในลักษณะเดียวกัน เพิ่มเข้าไปให้เป็น อำนาจและหน้าที่ของอนุกรรมการและคณะกรรมการที่จำเป็นจะต้องดำเนินการหรือทำตาม ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวให้เป็นผลผูกมัด เหตุผลก็เพราะคณะกรรมการควรเป็นผู้กำกับดูแล และตรวจสอบแสวงหาข้อเท็จจริง ซึ่งจากที่ผ่านมาเรามักจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับการทุจริต คอร์รัปชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการนมโรงเรียน เรื่องนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากโครงการนมโรงเรียนเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้งบประมาณมหาศาล และเรามักจะได้ทราบข่าวเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันในโครงการนี้อยู่เป็นระยะ ๆ ซึ่งสร้าง ความเสียหายทั้งในงบประมาณของรัฐ และยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน ในประเทศไทย ขอสไลด์ที่ ๓ ค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ดิฉันขอยกตัวอย่างกรณี ที่เกิดทุจริตนมขึ้นที่เป็นข่าวในสังคมคือ ๑. กรณีทุจริตนมโรงเรียนในภาคอีสานในปี ๒๕๕๕ พบว่ามีการฮั้วประมูลและปลอมเอกสารในหลายจังหวัด เช่น หนองคาย ขอนแก่น อุดรธานี และมีโรงเรียนบางแห่งไม่ได้รับนมครบตามจำนวน ได้คุณภาพต่ำ นมบูด ตามมาตรฐานของ ป.ป.ช. มีการไต่สวนและชี้มูลผิดผู้บริหารท้องถิ่นและเอกชนบางราย อีกกรณีหนึ่งกรณี อบจ. ประจวบคีรีขันธ์ ปี ๒๕๖๒ มีการตรวจสอบก็พบว่ามีการส่อทุจริตอีกมากกว่า ๔๐ ล้านบาท มีการส่งนมไม่ครบ มีการปลอมแปลงเอกสาร บิดเบือนจำนวนเด็กนักเรียนให้มากกว่า ความเป็นจริงเพื่อเบิกงบเกินความเป็นจริง และอีกกรณีหนึ่งค่ะกรณี อบจ. ชัยภูมิ ปี ๒๕๖๓ สตง. ตรวจสอบแล้วพบว่ามีการส่งนมเกินจำนวนเด็กที่มีอยู่จริง คุณภาพไม่ได้มาตรฐาน นมบูดอีก เกิดกระแสสังคมโจมตีว่าเด็กได้กินนมบูดแล้วก็นมหมดอายุ และก็ยังทุจริตคอร์รัปชัน ในท้องถิ่น และมีนมโรงเรียนบูดอีกหลายพื้นที่ที่ดิฉันไม่ได้กล่าวเพราะว่าเวลาอาจจะไม่พอ มีโรงเรียนหลายแห่งร้องเรียนว่าเด็กนักเรียนได้กินนมบูด นมค้าง Stock และเก็บรักษา ไม่ถูกสุขลักษณะ และบางครั้งเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างที่เอื้อประโยชน์แก่เอกชน และนายทุนแค่บางรายเท่านั้น

ขอสไลด์ที่ ๔ จากตัวอย่างที่ดิฉันได้กล่าวไปนั้นเหตุการณ์เหล่านี้สะท้อน ให้เห็นถึงความจำเป็นอย่างเร่งด่วนในการยกระดับมาตรฐานและการตรวจสอบถ่วงดุล ซึ่งการแก้ไขเพิ่มเติมให้อนุกรรมการและคณะกรรมการมีหน้าที่เพิ่มเติมเป็นผู้พิจารณา ตรวจสอบกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการโครงการอาหารเสริมนมโรงเรียน หรือโครงการของรัฐในลักษณะเดียวกัน รวมถึงเพิ่มความในมาตรา ๑๐ (๙) ให้เป็นไปตาม ข้อเสนอ ให้จัดทำรายงานการประชุม และรายงานผลการดำเนินการประจำปีของ คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการทุกชุด โดยเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณชน ภายในระยะเวลา ๑ เดือนนับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการรับรอง จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง และการแก้ไขมาตราดังกล่าวนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเปิดเผยความโปร่งใส และยังสร้าง ความเชื่อมั่นกลับมาสู่พี่น้องประชาชน แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้สาธารณชนได้เข้ามา มีส่วนร่วมในการตรวจสอบและรับรู้ถึงความคืบหน้าของอนุกรรมการและคณะกรรมการ ซึ่งจะสร้างการกระตุ้นทำให้เกิดการทำงานของคณะกรรมการมีประสิทธิภาพประสิทธิผล ยิ่งกว่าเดิม ดิฉันเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าการแก้ไขมาตรา ๑๐ นี้อำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมการดังกล่าวจะเป็นการวางรากฐานกฎหมายที่ชัดเจนเพื่อให้การบริหารจัดการ โครงการนมโรงเรียนเป็นไปได้อย่างมีมาตรฐาน ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน โปร่งใส มีความรับผิดรับชอบและปราศจากการทุจริตคอร์รัปชัน มีการกลั่นกรองอย่างแท้จริง ดังนั้นการเพิ่มบทบัญญัติดังนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การแก้ไขข้อความในตัวบทกฎหมายเท่านั้น แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานการบริหารราชการแผ่นดินให้มีความโปร่งใสตรวจสอบได้ คุ้มครองผลประโยชน์ผู้บริโภคและประชาชน รวมไปถึงเยาวชนอย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนา อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต ขอขอบพระคุณค่ะ