กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ อภิปรายสนับสนุนการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร โดยย้ำความจำเป็นในการปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัย เพื่อคืนความยุติธรรมให้ประชาชน particularly ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ที่ได้รับผลกระทบจากการไม่สามารถฟ้องคดีเองหรือแต่งตั้งทนายได้เมื่อถูกทหารละเมิดสิทธิ และยกตัวอย่างคดีความล่าช้าที่สะท้อนความไม่เท่าเทียมในกระบวนการยุติธรรม
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ นราธิวาส พรรคประชาชาติ ประกอบด้วย อำเภอบาเจาะ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๒ ฉบับ ไม่ว่าจะเป็นของท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร กับคณะ และของท่านเอกราช อุดมอำนวย กับคณะ จริง ๆ ญัตติการแก้ไขร่างพระบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร ผมเอง ก็เป็นหนึ่งในญัตติที่เสนอเข้าสู่สภา แต่ด้วยเหตุที่ตัวร่างที่ทางฝ่ายผมและพรรคประชาชาติ เราได้เสนอไปก่อนหน้านี้มีความประสงค์ที่ต้องการแก้ไขข้อบกพร่อง ความสมบูรณ์ และให้กระชับยิ่งขึ้นไปอีก จึงได้มีการถอนแล้วก็เพื่อจะเสนอยื่นใหม่ในวันนี้ แต่ด้วยเหตุที่ การบรรจุระเบียบวาระของที่ประชุมแห่งนี้ได้เข้าบรรจุในช่วงเวลานี้ จึงเป็นเหตุให้ร่างฉบับใหม่ ที่ทางฝ่ายผมและคณะโดยเฉพาะพรรคประชาชาติเราไม่สามารถที่จะเสนอเพื่อให้ทันบรรจุ ในวันนี้ แต่จะอย่างไรก็ดีด้วยหลักการและเหตุผลทางพรรคประชาชาติเรายืนยันมาโดยตลอดว่า พระธรรมนูญศาลทหารถึงเวลาที่จะต้องมีการแก้ไขและปรับปรุง วันนี้ก็ยังยืนยันอย่างนี้ ไม่ใช่ว่าเราถอนเพื่อจะถอยหลังโดยไม่เดินไปข้างหน้า เรายังเดินหน้าที่จะแก้ไขเรื่องนี้ ไม่ใช่เฉพาะเหตุผลที่เรายื่นญัตติในสมัยประชุมนี้ แต่เมื่อสมัยประชุมที่แล้วเป็นการประชุม ของสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ขณะนั้นพรรคประชาชาติเราอยู่ฝ่ายค้าน เราก็ได้เสนอ ร่างแก้ไขพระธรรมนูญศาลทหารต่อสภาแห่งนี้เช่นกันในฐานะที่อยู่ฝ่ายค้าน และจำได้ว่า ในขณะนั้นถ้าจำไม่ผิดท่านรังสิมันต์ โรม ก็ได้ยื่นเหมือนกัน แต่เราไม่ได้รับการสนับสนุนจาก ฝ่ายรัฐบาลในตอนนั้น เป็นเหตุให้ตอนโหวตคะแนนเสียงเราแพ้เสียงข้างมาก แต่อย่างไรก็ดี เรายังเดินหน้าต่อ เพราะโดยเฉพาะพื้นที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เห็นภาพชัดว่า พระธรรมนูญศาลทหารก่อให้เกิดเงื่อนไขความรู้สึกที่ไม่ดีต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกรณี ที่ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ทหารกระทำผิดอาญาต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหมือนที่เพื่อนสมาชิกก่อนหน้านี้ได้อภิปรายในบางประเด็น ประเด็นใหญ่ที่พรรคประชาชาติ เราต้องการให้มีการแก้ไขก็คือการไม่ตัดสิทธิให้ประชาชนในกรณีที่ทหารกระทำความผิด อาญา เดิมนั้นก็คือไม่ให้ประชาชนเป็นโจทก์ฟ้องคดีเอง ไม่ให้ผู้เสียหายฟ้องทหารเอง ต้องผ่านอัยการทหาร และที่สำคัญที่สุดประชาชนที่เป็นผู้เสียหายไม่สามารถที่จะแต่งตั้ง ทนายเป็นโจทก์ร่วมได้ นั่นก็คือการปิดกั้นความรู้สึกที่เกิดความรู้สึกว่าไม่เท่าเทียมกัน และมันไม่ใช่แค่ตัวหนังสือ พระธรรมนูญศาลทหารมันมีมาตั้งแต่ปี ๒๔๙๗ ท่านประธาน ลองคิดดูว่ากี่สิบปีแล้วไม่มีการแก้ไขเลย จนถึงขณะนี้วันนี้ผมจึงอยากให้ทางสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเราอย่างน้อยที่สุดได้รับหลักการในวาระที่หนึ่ง เพราะมันมีตัวอย่างที่ให้เห็น ผมเคยยกตัวอย่างมาแล้วเมื่อสมัยที่แล้ว เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกก็ได้หยิบยกในประเด็นของ ท่านฟัครุดดีน บอตอ อดีต สว. นราธิวาสถูกยิงในขณะที่ขับรถจักรยานยนต์ จนถึงขณะนี้ พิการต้องนั่งรถคนพิการ ท่านเชื่อไหมว่าจนถึงขณะนี้ ๑๕ ปีใช้เวลาในการต่อสู้คดีในศาล ชั้นต้น ๑๐ ปี ช่วงที่มีการต่อสู้คดีผมก็ได้เข้าไปที่ธรรมนูญศาลทหาร ไปฟังการพิจารณา คดีด้วย แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เลยเพราะกฎหมายปิดกั้นไม่ให้ผู้เสียหายแต่งตั้งทนาย เป็นโจทก์ร่วม ความล่าช้าของคดีถ้าเปรียบเทียบกับศาลพลเรือนในปัจจุบันต่างกันลิบลับ ในปัจจุบันวิธีพิจารณาของศาลพลเรือนหรือศาลอื่นทั่วไปเขาให้พิจารณาโดยเร่งรัด ด้วยความรวดเร็วและโดยเที่ยงธรรม ปรากฏว่าของท่านฟัครุดดีน บอตอ นี้ ๑๐ ปีศาลชั้นต้น ยกฟ้อง ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ จนถึงปี ๒๕๖๕ เพิ่งมีคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ปี ๒๕๖๕ จนถึงขณะนี้ก็ยังเงียบหายไป ไม่รู้ผลของคดีจะไปติดตามที่ไหนก็ลำบาก นั่นก็คือ เพราะการปิดกั้นไม่ให้ผู้เสียหายเข้าไปมีส่วนร่วมของคดี ไม่ใช่เฉพาะคดีนี้ ในพื้นที่ผม อำเภอรือเสาะ เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ พี่น้องผมที่อยู่ตำบลลาโละ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ได้ขับรถผ่านมีทหารในเครื่องแบบสังกัดก็คือนายอารง สะมะแอ พฤติการณ์ ของคดีก็คือเจ้าหน้าที่ทหารที่เกี่ยวข้อง ๒-๓ นายแต่งเครื่องแบบของทหาร มีการโบกรถ แล้วก็ปล้นทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต ท่านเชื่อไหมว่าคดีนี้ตอนที่เกิดเรื่องใหม่ ๆ ในขณะนั้น ผมอยู่ในพื้นที่ ญาติพี่น้องมาหาผมให้เข้าไปดูแลคดีก็ถูกปิดกั้น เพราะกฎหมายพระธรรมนูญ ศาลทหารไม่สามารถที่จะเข้าไปนำสืบหรือพยานหลักฐาน หรือเร่งรัดในส่วนของคดี ให้ระยะเวลาในการพิจารณคดีสั้นลงได้ คดีนี้ก็เช่นกัน สืบพยานคดีตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ท่านประธานเชื่อไหมครับ ศาลทหารปัตตานีตัดสินคดีปี ๒๕๖๗ จากปี ๒๕๕๗ จนถึง ปี ๒๕๖๗ เป็นระยะเวลา ๑๐ ปี ญาติพี่น้องของคนที่นั่นเขามีความรู้สึกว่าไม่ได้รับ ความเป็นธรรม ท้ายที่สุดคดีนี้ท่านเชื่อไหมครับ เจ้าหน้าที่ทหารที่ถูกจับกุมแล้วก็ถูก ดำเนินคดี สุดท้ายศาลพิพากษาข้อหาปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ลงโทษ ประหารชีวิตจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๔ แต่คำให้การมีประโยชน์ในการพิจารณา เป็นเหตุบรรเทาโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต แต่ระยะเวลาที่มันยืดเยื้อไป ๑๐ ปีลักษณะอย่างนี้ มันทำให้เขาเสียสิทธิหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการยื่นการเยียวยาหรืออะไร ๆ ก็แล้วแต่ หลาย ๆ อย่างมันฝืนความรู้สึกของคนที่ถูกได้รับการกระทำ แล้วก็ได้รับผลกระทบ กับพระธรรมนูญศาลทหาร สมควรแล้วครับ จำเป็นอย่างยิ่งที่สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ในวันนี้ ได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาแก้ไขกฎหมายฉบับนี้อีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณเพื่อนสมาชิก ทั้ง ๒ ท่านและคณะที่ได้ร่วมกันยื่นญัตติแก้ไขพระธรรมนูญศาลทหาร โดยเฉพาะ พรรคประชาชาติเรายืนยันเดินหน้าที่ต้องการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ในประเด็นที่ผมได้ อภิปรายก่อนหน้านี้ ขอขอบคุณท่านประธานครับ