วรรณวิภา เสนอแก้กฎหมายแรงงาน เสริมสิทธิลา-ป้องกันเลือกปฏิบัติ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๔ กันยายน ๒๕๖๘

วรรณวิภา ไม้สน หารือการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานให้ทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์จริง โดยเน้นการป้องกันการเลือกปฏิบัติในที่ทำงานตามเพศ สภาพ ศาสนา หรือทัศนคติทางการเมือง พร้อมเสนอให้มีการคุ้มครองสิทธิแรงงานในประเด็นสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ สิทธิลาเพื่อดูแลครอบครัวในช่วงชีวิตสุดท้าย การจัดพื้นที่ปั๊มนมอย่างปลอดภัยสำหรับคุณแม่ การให้สิทธิลาทำงานกรณีปวดประจำเดือนอย่างรุนแรงในฐานะเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ และการยกตัวอย่างแนวทางจากประเทศชั้นนำเพื่อผลักดันให้เกิดกฎหมายที่คำนึงถึงมนุษยธรรมและคุณภาพชีวิตแรงงานอย่างแท้จริง

นางสาววรรณวิภา ไม้สน แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน วรรณวิภา ไม้สน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ เครือข่ายแรงงาน พรรคประชาชน ดิฉันและคณะขอเสนอแก้ไขร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต้องเรียนท่านประธานแบบนี้ว่าเรามีกฎหมายคุ้มครองแรงงานมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๑ ยังมีหลายเรื่อง หลายมาตรา หลายอย่างที่ยังไม่ถูกนำมาแก้ไขเลย ทำให้ไม่สอดคล้องกับ สภาพปัจจุบันที่เป็นอยู่ แล้วก็ไม่เท่าทันกับนานาอารยประเทศ ดังนั้นดิฉันและคณะจึงขอ เสนอแก้ไขกฎหมายคุ้มครองรายงานฉบับนี้ โดยกฎหมายคุ้มครองรายงานฉบับนี้มีการรับฟัง ความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ ๒๐ มกราคม จนถึง ๑๙ กุมภาพันธ์ ก็คือต้นปีที่ผ่านมานั่นเอง มีผู้มา รับชมประมาณ ๓๐,๐๐๐ คน แล้วก็มีผู้แสดงความคิดเห็นประมาณ ๑,๕๐๐ คน แน่นอนว่า เสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยเกือบ ๙๗ เปอร์เซ็นต์ แต่ที่น่าสนใจก็คือมีกลุ่มคนที่กำลังเข้าสู่ ในวัยแรงงาน และคนที่กำลังจะเรียนจบเข้ามาสู่ตลาด ๆ แรงงานแสดงความคิดเห็น ในร่างพระราชบัญญัตินี้เยอะที่สุด โดยร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แก้ไขทั้งหมด ๔ ประเด็น หลัก ๆ สำคัญด้วยกันค่ะ

ประเด็นที่ ๑ คือการแก้ไขเรื่องการไม่เลือกปฏิบัติในที่ทำงาน โดยแก้ไข เพิ่มเติมมาตรา ๑๕ จากมาตรา ๑๕ เดิมเขียนไว้ว่าให้นายจ้างปฏิบัติต่อลูกจ้างทั้งชาย และหญิงอย่างเท่าเทียมกัน เปลี่ยนใหม่ค่ะ แก้ไขเป็นให้นายจ้างปฏิบัติต่อลูกจ้างทั้งชาย และหญิง และไม่เลือกปฏิบัติ ไม่กีดกัน ไม่ว่าจะเป็นเหตุด้วยเพศสภาพ ศาสนา ความเชื่อ หรือในเรื่องที่ทัศนคติทางการเมืองที่ไม่ตรงกัน อย่างที่บอกในพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ใช่ เรื่องใหม่อะไรเลย มีบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว แต่ว่าก็ยังมีหลายคนที่ถูกเลือกปฏิบัติ ไม่ได้เจริญเติบโตในหน้าที่การงานอย่างที่ควรจะเป็น ไม่ได้รับเข้าทำงานอย่างที่ตัวเองถนัด และมีความสามารถเพียงเพราะเหตุที่ความพิการ หรือเพศสภาพ หรือสถานะความคิดต่าง ทางการเมืองไม่ตรงกัน ดังนั้นการแก้ไขกฎหมายในมาตรานี้ก็จะเป็นการปิดช่องโหว่ให้ไม่มี การเลือกปฏิบัติในที่ทำงานต่อไปค่ะ

ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของวันลาเพื่อให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อไปดูแล ในครอบครัว ต้องบอกเลยว่าประเด็นนี้ถ้าให้เลือกได้ก็คงไม่มีใครอยากจะลางานหรอกค่ะ ท่านประธาน เพราะนั่นหมายความว่าเรากำลังจะเสียบุคคลอันเป็นที่รักในครอบครัว ของเราไปในช่วงชีวิตสุดท้าย และมีหลายคนที่ไม่สามารถที่จะไปดูใจคนที่เรารักได้ ไม่สามารถจะไปอยู่ในช่วงชีวิตในลมหายใจสุดท้ายของคนในครอบครัวเพียงเหตุเพราะว่า หัวหน้าไม่ให้ลาหรือลางานไม่ได้ เรื่องนี้มีหลายประเทศที่ใช้ โดยเฉพาะประเทศที่ใกล้เคียง กับเราอย่างเช่น ญี่ปุ่นหรือเกาหลีที่มีการบังคับใช้กฎหมายแบบนี้ในลักษณะนี้ แล้วก็ให้ มากด้วยปีหนึ่ง ๙๐ วันขึ้นไปเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นก็มีหลายประเทศที่นำร่องไปแล้ว อีกทั้ง เรื่องแบบนี้อย่างที่บอกท่านประธานไปตอนแรกว่าคงไม่มีใครอยากจะลา เพราะนั่นหมายถึงว่า คุณกำลังจะเสียคนในครอบครัวไป แต่ถ้ามีกฎหมายฉบับนี้ก็ถือเป็นตาข่ายรองรับให้กับ คนทำงานที่จะรับงานไปเพื่อดูแลช่วงชีวิตสุดท้ายในครอบครัวอย่างไม่ต้องมีปัญหา ในที่ทำงาน แล้วก็สบายใจทั้ง ๒ ฝ่ายค่ะ

ประเด็นที่ ๓ คือเรื่องมุมให้นมแม่ ก็คือแก้ไขมาตรา ๓๙/๒ ให้นายจ้างจัดให้มี พื้นที่ที่ปลอดภัย มิดชิด แล้วก็มีอุปกรณ์ในการจัดเก็บการปั๊มนมให้ในที่ทำงาน แล้วก็ ให้สามารถไปปั๊มนมในช่วงเวลาเป็นเวลาพักในที่ทำงานสามารถไปปั๊มนมได้ แน่นอนแม้เรา จะผ่านกฎหมายลาคลอด ๑๒๐ วันไปแล้ว แต่ก็อย่าลืมว่าทารกควรได้รับนมแม่อย่างน้อย ๑๘๐ วัน หรือมากกว่านั้นเป็นอย่างต่ำกว่า ๑๘๐ วัน เพราะฉะนั้นคุณแม่ที่เพิ่งลาคลอด และมีความจำเป็นต้องกลับเข้ามาทำงานเพื่อสร้างเศรษฐกิจ หรือเพื่อให้ได้มีค่าแรงค่าจ้าง ที่มันมากขึ้นก็ควรที่จะมีพื้นที่ปลอดภัยในที่ทำงานเพื่อปั๊มนมให้ลูก เรื่องนี้มีหลายประเทศ ที่มีมุมให้นมแม่แบบนี้ไม่ว่าจะเป็นทั้งในยุโรปหรือเอเชียเองก็ดีได้มีหลายประเทศตราเป็น กฎหมายนี้ ซึ่งระยะเวลาพักก็จะแตกต่างกันไป รวมถึงการให้ปั๊มนมให้ลูกจนลูกกี่ขวบก็จะ แตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ลงทุนน้อยมาก แต่ได้ประสิทธิภาพที่เยอะมาก การที่เด็กได้มีภูมิคุ้มกันที่ดีก็เป็นการลดต้นทุนแล้วก็ภาระของพ่อแม่ อีกทั้งยังเป็นการลงทุน ที่ต่ำ แล้วก็ทำให้เด็กเติบโตมาเป็นแรงงานที่แข็งแรงและที่ดีในอนาคตต่อไป

ประเด็นสุดท้ายก็คือวันลาในกรณีที่มีการปวดประจำเดือนโดยไม่ถือเป็น วันลาป่วย เรื่องนี้เรามีการถกเถียงกันในสังคมกันเป็นอย่างมากว่าการลาปวดประจำเดือนนั้น จะเป็นการให้สิทธิแก่แรงงานผู้หญิงมากไปหรือไม่ ต้องทำความเข้าใจกันอย่างนี้ก่อน ท่านประธาน ถ้าใครหลายคนที่มีการปวดประจำเดือน แต่คุณไม่มีปัญหาอะไรเลยในการปวด ประจำเดือนนั้นถือว่าเป็นโชคดีของท่าน แต่หลายคนไม่ได้โชคดีแบบนั้น เรื่องนี้ดิฉันเข้าใจ เป็นอย่างดีเพราะว่าตัวดิฉันเองประสบพบเจอด้วยตัวเอง เพราะทุกครั้งที่มีอาการปวด ประจำเดือนจะมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง แล้วก็มีเลือดออกมาเป็นจำนวนเยอะมาก ทำให้ในวันนั้นไม่สามารถที่จะทำงานได้ หรือฝืนตัวเองมาทำงานก็ทำงานได้อย่างไม่มี ประสิทธิภาพ แล้วก็มี ๒ ครั้งที่ดิฉันขาดโหวตสำคัญในสภาแห่งนี้เป็นเพราะเหตุจากการ ปวดท้องอย่างหนักทำให้ไม่สามารถทำงานได้ เลยตัดสินใจผ่าตัดที่จะเอามดลูกแล้วก็ รังไข่ออก ๑ ข้างเพียงพอเหตุเริ่มต้นมาจากการปวดประจำเดือนทั้งนั้น ต้องบอกว่า ในหลายประเทศมีการให้ลาปวดประจำเดือนได้ โดยเฉพาะประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง อย่างประเทศเกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น หรือแม้กระทั่งอินโดนีเซียและเวียดนามที่เขานำร่อง ไปก่อนแล้วให้มีเวลาพักการปวดประจำเดือน แล้วก็มีวันปวดประจำเดือนลาแบบนี้ได้ แล้วก็ ผลสำรวจที่ออกมามีลูกจ้างที่ลาปวดประจำเดือนจริง ๆ ไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ ท่านประธาน นั่นหมายความว่าสิ่งที่ใครหลายคนคิดว่าการปล่อยให้ผู้หญิงลาปวด ประจำเดือนได้อาจจะทำให้ทุกคนก็แห่กันลาปวดประจำเดือนซึ่งเรื่องนี้ตามสถิติแล้ว ไม่เป็นความจริงเลย เพราะอย่างที่บอกค่ะ ถ้าไม่มีปัญหาก็ถือว่าเป็นโชคดีของทุกคนที่ไม่มี ประเด็นที่จะต้องลางาน เพราะฉะนั้นการลาปวดประจำเดือนอาจจะไม่ใช่การให้สิทธิพิเศษ ต่อเพศใดต่อเพศหนึ่ง แต่อาจจะเป็นทัศนคติในเรื่องความเท่าเทียมทางเพศที่เราควรทำ ความเข้าใจกันใหม่หรือเปล่า เรื่องนี้ก็เป็นประเด็นที่ต้องถกเถียงกันในสังคมต่อไปนะคะ

ท่านประธานคะ ดังที่ดิฉันได้กล่าวมาข้างต้นทั้ง ๔ หลักการ ๔ ประเด็น ที่ควรแก้ในกฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับนี้ หลายคนอาจจะมีข้อกังวลใจ หรือหลายท่าน อาจจะมีข้อห่วงใยดิฉันเชื่อว่าเราสามารถพูดคุยแล้วก็ถกเถียงกันเรื่องเหล่านี้ในชั้น กรรมาธิการได้ แล้วก็ดิฉันก็ขอเชิญชวนให้ท่านสมาชิกทุกท่านโหวตรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ดิฉันและคณะเป็นผู้นำเสนอ ฉบับนี้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนทำงานให้มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แล้วก็มั่นคง ในการทำงานมากขึ้น แล้วก็เพื่อลดให้การไม่เลือกปฏิบัติในที่ทำงานมากขึ้น ขอบคุณ ท่านประธานค่ะ