สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๔ กันยายน ๒๕๖๘

รุ่งเรือง พิทยศิริ หารือเรื่องการปรับเปลี่ยนค่าแรงขั้นต่ำให้สอดคล้องกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเวียดนาม และยังพิจารณาถึงปัญหาค่าแรงที่ไม่เท่ากันในหลายจังหวัด นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้พิจารณาถึงค่าตอบแทนตามทักษะวิชาชีพ

รองศาสตราจารย์พิเศษรุ่งเรือง พิทยศิริ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม รุ่งเรือง พิทยศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคเพื่อไทย วันนี้ผมก็ดีใจที่ได้มีโอกาสอภิปรายแสดงความเห็นในสภาแห่งนี้ หลังจาก ไม่ได้มีโอกาสเข้ามาถึง ๒๐ ปี ผมกราบเรียนท่านประธานสภาอย่างนี้ว่าผมเข้าใจดีว่าเจตนา แล้วก็หลักการของเพื่อนผู้เสนอกฎหมายฉบับนี้เป็นเจตนาที่ดีมาก แล้วก็มีหลักการที่ดี แต่อยากจะกราบเรียนนิดหนึ่งว่าผมมีข้อสังเกตในเรื่องปัญหาของระบบเศรษฐกิจเรานะครับ เพราะว่าเศรษฐกิจไทยตอนนี้เราประสบปัญหาอยู่ ๒ ส่วนใหญ่ ๆ ส่วนแรกคือเรามีปัญหา เรื่องค่าแรง ค่าแรงของเราเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวียดนาม มาเลเซีย แล้วก็อินโดนีเซีย ถือว่าเราแข่งขันกับเขาไม่ค่อยได้ดี ขีดความสามารถในการแข่งขันกับ ประเทศเพื่อนบ้านขณะนี้เราเป็นรองเขา หากรวมถึงในเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งตอนนี้ แข็งมากอีกด้วย ยิ่งประสบปัญหาในเรื่องของการแข่งขันทางการค้า กับปัญหาอีกส่วนหนึ่ง ก็คือว่าประเทศที่มีค่าแรงถูกกว่าเรา แต่ว่ายังมาใช้เราเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไป เพราะว่าเราปล่อยปละละเลยให้มีการนำเข้าสิ่งที่ผิดกฎหมาย นำเข้าวัตถุอันตราย และเข้ามา ผลิตบนแผ่นดินไทย มาเอาเปรียบทรัพยากรธรรมชาติและแรงงานไทยส่งออกไป เพราะฉะนั้นตอนนี้มีปัญหาอยู่ ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งคือเราแข่งขันกับชาวบ้านไม่ได้ กับอีก ส่วนหนึ่งเราถูกเขาเอาเปรียบทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรทางเศรษฐกิจของเรา ท่านประธานครับ ท่านคงจะจำได้ว่ารัฐบาลที่ผ่าน ๆ มาเกือบทุกชุดเราเพิ่งขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ มาหลายครั้ง ค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่งขึ้นมาล่าสุดก็อยู่ประมาณ ๓๒๕ บาท ปัจจุบันนี้ก็เป็น ๔๐๐ บาท บางจังหวัดอาจจะเหลื่อมล้ำแตกต่างกันออกไปตามเงื่อนไขที่กำหนดในกฎหมาย แต่ว่าหากเรามาพิจารณาเรื่องของการกำหนดเวลาการทำงานที่ปัจจุบันนี้อยู่ที่ ๔๘ ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ ให้มีเพดานอยู่ที่ ๔๐ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถ้ามาคิดตรงนี้เป็นแก้คณิตศาสตร์ง่าย ๆ ก็คือว่าเราอนุญาตให้มีการลดเวลาการทำงานลง โดยที่ไม่มีการจ่าย OT ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ค่าแรงของเราแข่งขันกันไม่ได้กับ ประเทศเพื่อนบ้าน การที่แข่งขันไม่ได้เรามีเหตุผล เรามีตัวเลขเศรษฐกิจ สิ่งที่มีการพูดกันถึง อุตสาหกรรมยานยนต์ว่ากำไรดี ปีนั้นเท่านี้กี่หมื่นล้าน ตอนนี้ย้ายไปเวียดนามเกือบหมดแล้ว ตอนนี้ย้ายไปอินโดนีเซียก็อีกส่วนหนึ่ง แต่หลัก ๆ คู่แข่งที่สำคัญที่สุดของเราตอนนี้คือ เวียดนาม เวียดนามก็กำหนดให้มีชั่วโมงการทำงานอยู่ที่ ๔๘ ชั่วโมงต่อสัปดาห์เหมือนกัน ผมเข้าใจดีว่าทางเวียดนามเองก็มีความพยายามที่จะลดชั่วโมงการทำงานจาก ๔๘ ชั่วโมง เหลือที่ ๔๐ ชั่วโมง หรือ ๔๒ ชั่วโมงคล้าย ๆ กับเราในวันนี้ แต่ว่าเขาก็พิจารณากันมาตั้งแต่ ปี ๒๕๖๒ หรือปี ๒๕๖๕ ก็ผ่านมา ๓-๔ ปีแล้วก็ยังไม่ได้ทำอะไร ผมอยากเพียงแต่ชี้ให้เห็น ไปยังเพื่อนสมาชิกว่าการที่เราปรับเวลาการทำงานขั้นสูงสุดลงมาขนาดนี้มันจะมีผลกระทบ ต่อเศรษฐกิจหรือเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ผลิตที่เขาสามารถที่จะสร้างคุณูปการกับระบบ เศรษฐกิจไทยได้เขาก็จะต้องเอาเงินไปจ่าย OT เพิ่มขึ้นเพื่อจะผลิตให้ได้เท่าเดิม ในขณะที่ สภาพการแข่งขันในเรื่องอื่น ๆ ทั้งเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งในเรื่องค่าเงิน ในเรื่องระบบนิเวศ ทางด้านเศรษฐกิจของเราตอนนี้เราต้องยอมรับว่าเราอยู่ในสถานะที่ค่อนข้างอ่อนแอ ท่านประธานครับ จริงอยู่ว่าถ้าเราไปดูประเทศอื่น ๆ ที่มีความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ เหนือกว่าประเทศเรา อย่างเช่นหลาย ๆ ประเทศในยุโรปชั่วโมงการทำงานของเขาต่อสัปดาห์ ต่ำกว่าเราเยอะมาก บางประเทศอยู่ประมาณ ๓๐-๓๑ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ บางประเทศ อยู่ประมาณ ๓๕-๓๖ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่ว่าประเทศเหล่านั้นเขามีสวัสดิการสังคม เขามี ระบบนิเวศวิทยาทางเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการทำงานของพี่น้องแรงงานมากกว่าหรือดีกว่า ของเรามาก เพราะฉะนั้นคือผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราควรจะ พิจารณาให้รอบคอบ สิ่งที่ควรจะนำมาพิจารณาด้วยกันก็คือว่าแรงงานที่จะต้องทำงานเยอะ แล้วเป็นแรงงานที่มีทักษะสูงเราควรจะพิจารณากำหนดอัตราค่าแรงขั้นต่ำให้เป็นไปตาม ทักษะ เป็นไปตามขีดความสามารถทางวิชาชีพ ซึ่งเรื่องนี้เคยมีการเรียกร้องมาก แล้วทั้งทาง สภาอุตสาหกรรมเอง หอการค้าเอง เขาก็เคยเสนอรัฐบาลที่ผ่านมาหลายชุดว่าการพิจารณา ให้กำลังใจกับแรงงานควรพิจารณาค่าตอบแทนให้เป็นไปตามทักษะวิชาชีพ ส่วนนี้จะช่วย แก้ปัญหาได้บ้างหรือไม่ กราบขอบคุณครับ