สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๗

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่เราจะเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมนะครับ เราก็เปิดโอกาสให้หารือ ตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ นะครับ ตามลำดับรายชื่อและเวลาที่ยื่นคนละ ๒ นาที ท่านแรกครับ ท่านธนยศ ทิมสุวรรณ เชิญครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายธนยศ ทิมสุวรรณ เลย

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายธนยศ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคภูมิใจไทย วันนี้ขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องครับ

เรื่องที่ ๑ ของบประมาณก่อสร้างถนนสายบ้านหมากแข้งถึงบ้านหมันขาว แล้วก็ส่วนบ้านหมันขาวถึงบ้านป่าหยาบ ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้ายนะครับ เส้นทางนี้ เป็นเส้นทางหลัก แล้วก็เป็นเส้นทางเดียวที่ใช้ในการสัญจรไปมาระหว่างหมู่บ้านแล้วก็อำเภอ ซึ่งในช่วงฤดูฝนชาวบ้านไม่สามารถสัญจรไปมาได้เลยครับ ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน เป็นอย่างมากนะครับ แล้วก็ทางท้องถิ่นก็ดำเนินการของบประมาณมาหลายครั้ง แต่ก็ยัง ไม่ได้รับการจัดสรรนะครับ ก็ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้าง ถนนให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่ขอให้สำรวจและออกแบบระบบประปาหมู่บ้าน ในอำเภอนาแห้วนะครับ อำเภอนาแห้วเป็นพื้นที่ราบสูง แล้วก็แหล่งน้ำที่เอามาใช้ในการอุปโภค และบริโภคอยู่ห่างไกลจากหมู่บ้านมากนะครับ ระบบส่งน้ำแล้วก็การบริหารจัดการน้ำจึงเป็น เรื่องที่สำคัญมาก ก็ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาในส่วนนี้ให้ด้วยครับ

เรื่องที่ ๓ ของบประมาณปรับปรุงและก่อสร้างถนนสายบ้านนาเจียง ตำบลโคกงาม ถึงบ้านนาทอง ตำบลปากหมัน อำเภอด่านซ้ายนะครับ ถนนเส้นดังกล่าว ก่อสร้างตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ แล้วก็เป็นถนนเชื่อมระหว่างตำบล ชาวบ้านใช้งานเป็นประจำครับ แล้วก็เสียหาย แล้วก็ทรุดโทรมตามสภาพนะครับ หากได้รับงบประมาณปรับปรุงก็คงจะทำให้ ชาวบ้านได้รับประโยชน์เป็นอย่างมากนะครับ แล้วก็ขอความอนุเคราะห์หน่วยงานที่ เกี่ยวข้องดำเนินการให้ด้วยครับ

สุดท้ายนี้ครับ ก็ขอส่งกำลังใจให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกคนนะครับ ที่ประสบอุทกภัยอยู่ ณ ขณะนี้นะครับ แล้วก็ฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดเลย เร่งหาแผนรับมือสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง สถานการณ์น้ำที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เชิญครับ

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางปะกอก พรรคประชาชนครับ ก่อนอื่นเลยครับขอส่งกำลังใจถึงพี่น้องที่ประสบอุทกภัยอยู่ บริเวณทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทุกที่ในประเทศไทยนะครับ ก็หวังว่ารัฐบาล จะให้การช่วยเหลือท่านอย่างรวดเร็วและเหมาะสมนะครับ ผมนำเรื่องราวหารือ ท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันครับ

เรื่องแรก ปัญหาเรื่องยาเสพติดที่มีปัญหามาก บริเวณซอยสมเด็จตากสิน ๔๔ ทั้งที่ตลาดดาวคะนอง ผมไปลงพื้นที่มาเมื่อวันเสาร์นี้ชาวบ้านก็มาบ่นประมาณ ๓-๔ คนเลย ก็อยู่ในชุมชนมีการขายยาเสพติดกันอย่างโจ๋งครึ่มนะครับ ทั้งนี้ผมเข้าใจดีครับว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ผู้ป่วยหรือผู้ติดสารเสพติดต้องไปบำบัดครับ แต่ผมได้ลงพื้นที่ไปที่โรงพยาบาล ธัญญารักษ์ บริเวณจังหวัดปทุมธานี กับกรรมาธิการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และได้พบว่า เวลาเราบำบัดคนหนึ่งงบประมาณมีประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาทครับ แต่หลาย ๆ คนที่มาบำบัด ทั้งสุราและยาเสพติดต้องใช้เวลากว่า ๖ ปี แล้วการเบิกจ่ายเบิกได้ครั้งเดียวครับท่านประธาน อย่างไรต้องฝากรัฐบาลในการที่ไปแก้ไขเพิ่มงบประมาณเพิ่มเติมให้โรงพยาบาลธัญญารักษ์ แล้วก็ศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติดให้ทั่วถึงด้วย

เรื่องที่ ๒ ถนนจอมทองบูรณะมุ่งหน้าประชาอุทิศ หกโมงครึ่งถึงเก้าโมงครึ่ง รถติดมากนะครับ ไม่มีเจ้าหน้าที่มาอำนวยความสะดวกหรือไฟสัญญาณจราจรเลย ดังนั้นถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่เพียงพอ ผมแนะนำครับ ต้องพัฒนาระบบ AI แล้วครับ บางครั้ง ไฟแดงนานมากครับ ไฟเขียวฝั่งที่ไม่มีรถอย่างนี้เป็นปัญหาครับ ผมว่าอันนี้จะช่วยได้เยอะ

เรื่องสุดท้ายครับ ปัญหา Site ก่อสร้างปากซอยเจริญนคร ๒๙/๒ มีการ ก่อสร้าง แล้วก็มีเศษของวัสดุที่ออกมากระทบกระเทือนฝุ่นละออง ก็คือออกมาเต็มบ้าน ประชาชนตากผ้าไม่ได้เลยครับ อย่างไรฝากสำนักงานเขตคลองสานให้เข้าไปช่วยตรวจสอบ ดูด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ เชิญครับ

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สตูล

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีเรื่องสำคัญ ที่เป็นปัญหาหลักเป็นปัญหาปากท้องของพี่น้องในจังหวัดสตูล ก็คือเรื่องของราคาสินค้า ประมงตกต่ำ วันนี้ราคาสินค้าประมงตกต่ำมากครับ ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง หอย ปู ปลา ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ใช่แค่ราคาต่ำนะครับ ในบางจังหวะในบางเวลาคนที่จะมารับซื้อสินค้าเหล่านี้ก็แทบไม่มี ชาวประมงจำเป็นที่จะต้องเทขายโละขายไปถูก ๆ ขายเข้าห้องเย็น ถ้าไม่ขายมันก็จะเน่า สุดท้ายก็ต้องทิ้งนะครับ ที่ราคามันต่ำท่านประธานทราบไหมครับว่า จริง ๆ แล้วไม่ใช่ว่าเรา จับปลาได้เยอะนะครับ แต่ว่ามันเกิดจากการนำเข้าสินค้าประมงจากต่างประเทศเข้ามา ทำลายธุรกิจประมงในประเทศไทยนะครับ นำเข้ามานี่เข้ามาเยอะว่าแย่แล้ว แต่สิ่งที่แย่ ไปกว่านั้นก็คือนำเข้าจากประเทศที่โดนใบเหลืองจาก EU นะครับ ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเรา ชาวประมงไทยพยายามดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อที่จะให้หลุดพ้นจากจุดนั้น แต่วันนี้กลับไปนำเข้า จากประเทศเหล่านั้นเสียเอง ท่านประธานครับ นอกจากเรื่องสินค้าประมงราคาตกต่ำ ต้นทุน ในการที่พี่น้องชาวประมงจะออกไปทำประมงก็สูงมากด้วยเช่นกัน สูงขึ้นแบบไม่มีทีท่า ว่าจะหยุด ค่าแรงไม่ต้องพูดถึงมันขึ้นเป็นเงาตามตัวอยู่แล้วนะครับ แต่ค่าน้ำมันเองก็ขึ้นแบบ ไม่รู้ว่าจะหยุดเมื่อไร ยังไม่รวมค่าน้ำแข็ง ค่าวัสดุอุปกรณ์ที่ชาวบ้านมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ ในการออกไปทำการประมง ท่านประธานครับ บางทีความเจ็บช้ำน้ำใจของพี่น้องชาวประมง ก็คือออกไปทำการประมงครั้งหนึ่งไม่ใช่ว่าจะได้ของกลับมาขายนะครับ ด้วยสภาพอากาศบ้าง ด้วยสภาพกระแสน้ำบ้าง บางครั้งออกไปแล้วปลาสักตัวยังไม่มีกลับมาขาย นี่เป็นความเจ็บช้ำ ที่พี่น้องชาวประมงไทยจะต้องแบกรับ ผมจึงอยากฝากไปทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมไปถึงกระทรวงพาณิชย์ครับ อยากจะให้แก้ปัญหาเหล่านี้ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ เชิญครับ

นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดิฉันได้ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตนำความห่วงใยจากนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ในนามหัวหน้าพรรคเพื่อไทยไปยังผู้ประสบภัยจากเหตุฝนตกน้ำท่วมขังและหิน ดินสไลด์หลายพื้นที่ ในตำบลกะรน ตำบลฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม เวลาตีห้าตอนเช้า ซึ่งเป็นเวลาที่พี่น้องประชาชนยังนอนหลับกันอยู่ โดยปกติฝนตก จะมีเรื่องน้ำท่วม แต่กรณีจังหวัดภูเก็ตในครั้งนี้เป็นเรื่องของดินถล่มร่วมด้วย ซึ่งไม่เคยเกิด รุนแรงเท่านี้มาก่อน บ้านเรือนได้รับความเสียหาย ๒๕๐ ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิต ส่วนใหญ่ เป็นชาวเมียนมา ชาวรัสเซีย ๒ ท่าน และคนไทยเป็นชาวสกลนครและสุราษฎร์ธานี จึงขอหารือผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลในความจำเป็นที่เราต้องย้อนไปหาสาเหตุและปัจจัย เสี่ยงที่แท้จริงในเรื่องธรณีวิทยา พื้นที่ของเกาะภูเก็ตประกอบด้วยหินยุคต่าง ๆ เรียกว่า หินชุดภูเก็ต มีหินโคลนปนกรวด หินทราย หินดินดาน ชุดหินแกรนิต เป็นบริเวณกว้างขวาง

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

กว้างใหญ่ตั้งแต่ทิศใต้ ของเกาะจนมาถึงกลางเกาะ หินชนิดนี้มีความถี่เกิดดินถล่มมากที่สุดในประเทศไทย อายุทางธรณีวิทยาหินแกรนิตที่ภูเก็ต ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้ให้ข้อมูลจากกรมทรัพยากรธรณีว่า อายุของหินแกรนิตในภูเก็ต และอีกหลาย ๆ จังหวัดในประเทศไทยถึงการผุพัง หมายถึง มีกระบวนการบนผิวโลกที่ทำให้เห็นย่อยสลายเป็นชิ้นเล็กลง โดยที่ไม่มีการเคลื่อนที่ของหินไปที่อื่น ซึ่งเมื่อฝนตกจะอุ้มน้ำและมีศักยภาพ เวลาที่รับน้ำปริมาณมากจะสไลด์ตามแรงโน้มถ่วงของ โลกเป็นมวลหินผสมดินขนาดใหญ่ลงมา ทำให้มีพลังการทำลายล้างสูง ซึ่งยังมีอีก ๕๓ จังหวัด ในประเทศไทยที่มีชั้นหินแกรนิตใต้พื้นดินที่มีความเสี่ยงดินสไลด์และถล่มเช่นกัน เหตุดินสไลด์ที่จังหวัดภูเก็ตอาจจะประกอบจากสาเหตุจากการเปลี่ยนร่องน้ำบนภูเขา ซึ่งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้บินสำรวจพบว่ามีถึง ๗ ร่องน้ำด้วยกัน กองหินจาก การถล่มซึ่งเป็นการถล่มอย่างรวดเร็วและรุนแรง ด้วยอัตราความเร็วถ้าสูงชันอาจจะถึง ๘๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถทำลายสิ่งต่าง ๆ ที่ขวางกั้นได้ เช่นในภาพที่จังหวัดภูเก็ต ในวีดิทัศน์ที่พี่น้องประชาชนในทางสภาได้เห็นนะคะ เหตุการณ์ในลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ปัจจุบันโลกอยู่ในภาวะอากาศแปรปรวน ประเทศไทยเจอปรากฏการณ์ La Nina เมื่อฝนตก ปริมาณน้ำฝนมากผิดปกติ จึงขอฝากเรื่องการวางแผนทั้งระยะสั้นและระยะยาวผ่านไปยัง รัฐบาล กระทรวง DE กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย สำนักนายกรัฐมนตรี บูรณาการเป็นวาระแห่งชาติ การตั้งถิ่นฐานในพื้นที่เสี่ยงต้องมีมาตรการ ทางกฎหมายในด้านการตั้งถิ่นฐานระยะยาวบนพื้นที่เสี่ยงไว้ด้วย ระบบเตือนภัยดินถล่ม หรือเรียกว่า Landslide Early Warning ในจุดเสี่ยงเพื่อลดความสูญเสียในอนาคต ประกอบกับ เดี๋ยวนี้เรามีเรื่องของ 4G 5G ที่จะรองรับระบบไร้สายเพื่อแจ้งเตือนประชาชนให้อย่าง ปลอดภัยเวลาที่จะเกิดปรากฏการณ์แผ่นดินสไลด์ค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านสิริลภัส กองตระการ เชิญครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวสิริลภัส กองตระการ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน สิริลภัส กองตระการ ผู้แทนราษฎรจากบางกะปิ วังทองหลาง พรรคประชาชนค่ะ วันนี้มีเรื่องหารือนะคะ

เรื่องแรก ถนนรามคำแหงบางจุดยังไม่ได้รับการคืนพื้นผิวถนนนะคะ ดิฉันได้ ทำการหารือไปแล้วนะคะ ได้รับการตอบกลับจากหน่วยงานว่ามีการคืนพื้นผิวถนนบางส่วนแล้ว แต่ว่าบางส่วนยังคืนไม่ได้ เพราะว่ามีการก่อสร้างสาธารณูปโภคนะคะ อย่างเช่น การสร้างบ่อพัก แล้วก็ท่อร้อยสายบริเวณหน้าศูนย์ฮอนด้า แล้วปากซอยรามคำแหง ๔๒ แล้วก็การนำสายไฟ ลงดินบริเวณปากซอยรามคำแหง ๘๓/๒ ถึงแยกลำสาลีนะคะ ดิฉันเข้าใจว่างานก่อสร้างนี้ ยังคืนพื้นผิวไม่ได้ แต่ว่าตอนนี้สภาพถนนเป็นหลุมเป็นบ่อเยอะมากเลยค่ะ เสี่ยงอันตรายต่อ ผู้ใช้ถนนที่สัญจรไปมาโดยเฉพาะมอเตอร์ไซค์ค่ะ และยังมีอีกหลายจุดเลยที่ไม่สม่ำเสมอ เช่น ปากซอยรามคำแหง ๕๒/๑ แล้วก็ปากซอยรามคำแหง ๕๔ รวมไปถึงฝาท่อที่ไม่ สม่ำเสมอกันในหลายจุดในถนนรามคำแหงอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนนค่ะ จึงขอให้หน่วยงาน ซ่อมแซมแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุนะคะ และช่วยเร่งรัด ให้หน่วยงานที่ก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคเร่งรัดให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อทำการคืนพื้นผิวจราจร ให้เรียบเนียนเสมอกันทั่วทั้งถนนรามคำแหงค่ะ

เรื่องต่อไปเป็นเรื่องของป้ายรถเมล์ไม่มีไฟนะคะ อันตรายต่อผู้ใช้รถเมล์ ตรงซอยลาดพร้าว ๙๓ แล้วก็ซอยเสรีไทย ๕ ฝากหน่วยงานเร่งแก้ไขค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

เรื่องที่ ๒ คือเรื่องของ วัคซีนค่ะ ตอนนี้เป็นเรื่องของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เข้ามาระบาดมากขึ้นนะคะ แต่ว่าสิทธิ ในการฉีดวัคซีนครอบคลุมแค่บางประเภท แล้วประชากรบางกลุ่มเท่านั้น จึงขอฝากให้ กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาการจัดหาวัคซีนให้กับประชาชนเพิ่มเติม แล้วก็พิจารณาขยาย สิทธิให้กับประชาชนมากขึ้นนะคะ โดยวัคซีนที่ครอบคลุมอยู่ตอนนี้มีแค่เป็นไข้หวัดใหญ่ ๓ สายพันธุ์ ฉีดได้เฉพาะ ๗ กลุ่มเสี่ยง แต่ไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดตอนนี้คือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ค่ะ ประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงก็ไม่ได้รับสิทธิฉีดจาก สปสช. ทำให้วัคซีนอาจจะไม่ได้ครอบคลุม ในการป้องกันการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ได้ตามสมควร จึงขอให้ กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาชนิดวัคซีนที่ฉีดเพิ่มขึ้น และขยายสิทธิในการฉีดที่ไม่ได้จำเพาะ เจาะจงแค่เฉพาะกลุ่มเปราะบางเท่านั้นด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านองอาจ วงษ์ประยูร เชิญครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายองอาจ วงษ์ประยูร สระบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายองอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับแนวทางการป้องกันน้ำท่วมที่จังหวัดสระบุรี สัก ๒ เรื่อง

เรื่องแรก ขณะนี้น้ำท่วมภาคเหนือในหลายจังหวัด ได้มีการระบายน้ำ มวลน้ำ ขนาดจำนวนมหาศาลไหลมาที่จังหวัดสระบุรีนะครับ ระบายมาที่อำเภอบ้านหมอ หนองโดน ดอนพุด ที่คลองชัยนาท-ป่าสักครับ ด้วยความห่วงใยและไม่ประมาทครับ ท่านผู้นำท้องถิ่น รวมความคิดกันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นท่าน สจ. วิเชียร บุญสืบวงษ์ สจ. บ้านหมอ ท่านนายก ธนภาสณ์ ปัญญากาวิน นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบางโขมด ท่านนายกธัญญา ปราบวิไล นายกเทศมนตรีตำบลสร่างโศก ท่านนายกประชุม ขวัญเมือง ท่านนายกตำบลตลาดน้อย ท่านนายกนิรมล ทิมพิทักษ์ ตำบลท่าลานและท่านนายกสุมาลี เทพวิมลเพชรกุล นายกขีดขินครับ รวมความคิดกันนำเสนอผ่านมายังผม ให้ฝากผ่านทางท่านประธานครับไปยังกรมชลประทาน และกรมโยธาธิการและผังเมืองครับ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้เร่งเสริมและสร้างคันดิน บังคับน้ำและก่อสร้างกำแพงคอนกรีตกั้นน้ำ เฉพาะช่วงที่จุดต่ำสุดจุดเสี่ยง โอกาสที่น้ำ จะท่วมได้ครับ ได้แก่ จุดคลองชัยนาท-ป่าสัก บริเวณหลังโรงพยาบาลบ้านหมอ จุดเสี่ยง บริเวณสะพาน ๒๗ ตลาดน้อย บริเวณวัดโคกงาม ตำบลสร่างโศก และแนวกั้นน้ำบางโขมด และขีดขินครับ ดังภาพที่ปรากฏน้ำท่วมเป็นเรื่องเร่งด่วนครับท่านประธานฝากด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ช่วงนี้ก็เป็นช่วงฤดูน้ำหลาก ทุกครั้งที่ชลประทานเร่งระบายน้ำ มวลน้ำมหาศาลจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มายังแม่น้ำป่าสัก อำเภอเสาไห้ ทำให้ตลิ่งริมแม่น้ำ สไลด์ผังตลอดแนวเส้นทางที่น้ำผ่านครับ สร้างความเดือดร้อนเสียหายให้กับพี่น้องประชาชน ที่ริมแม่น้ำเป็นอย่างยิ่งครับ ฝากท่านประธานไปยังกรมชลประทานและผู้ที่เกี่ยวข้อง ปีนี้ในเรื่องของการระบายน้ำ ขอให้ระบายน้ำอย่างเป็นระบบไม่ใช่ปล่อยหรือหยุดปล่อย ทันทีทันใดครับ ตลิ่งก็จะพังขอให้รอบคอบด้วยครับในการบริหารจัดการการระบายน้ำ ที่อำเภอเสาไห้

คำถามสุดท้ายขอแสดงความชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรีหญิง ท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ท่านลงพื้นที่ช่วยเหลือดูแลผู้ประสบภัยเป็นอย่างดียิ่ง ที่ผ่านมาครับท่าน มีความมุ่งมั่นและห่วงใยพี่น้องประชาชน เป็นกำลังใจให้ท่านครับ ทุกครั้งที่น้ำท่วมสิ่งที่ ตามมากับน้ำก็คือพวกที่มือไม่พายเรือแล้วเอาเท้าราน้ำครับ พวกนี้คอยแต่จะจ้องจับผิดครับ พวกนักเลง Keyboard หรือ Fake News ก็ขอให้ร่วมด้วยช่วยกันครับ ขณะนี้พี่น้อง ประชาชนเดือดร้อนมากครับคนไทยด้วยกันครับ ขอบคุณมากครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกาญจนา จังหวะ

นางสาวกาญจนา จังหวะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกาญจนา จังหวะ พรรคพลังประชารัฐ เขต ๔ วันนี้ดิฉัน มีข้อหารือในเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอยู่ด้วยกัน ๓ ประเด็นค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ข้อหารือที่ ๑ ดิฉันมีความเป็นห่วงต่อ ศักยภาพการใช้งานของถนนสายหนองบัวแดง-บ้านโหล่น และปัญหาถนนชำรุดนี้ ดิฉันเคย หารือไว้เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๖ ที่ผ่านมานั้นก็ยังมีสภาพคงเดิมและการดำเนินการ ที่ผ่านมามีเพียงแต่งบประมาณซ่อมแซม ส่วนที่ชำรุดเสียหายให้มีสภาพการใช้งานได้เท่านั้น ดิฉันขอหารือท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยพิจารณา เร่งรัดงบประมาณ เพื่อปรับปรุงยกระดับถนนให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ด้วยค่ะ

ข้อหารือที่ ๒ ถนนสายหนองบัวแดง-บ้านโนนเหม่า ถึงนางแดดบุ่ง หมายเลข ๒๓๕๙ ตำบลนางแดด ดิฉันได้รับทราบปัญหาจากผู้นำหมู่บ้านและจากการลงพื้นที่ ด้วยตัวเอง ทำให้ดิฉันทราบถึงปัญหาถนนที่ชำรุดเป็นหลุม เป็นบ่อ และการเดินทางสัญจร ไปมาของพี่น้องประชาชนและนักเรียนที่ต้องเดินทางมาโรงเรียนด้วยรถจักรยานยนต์ เป็นไป ด้วยความยากลำบากและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และถึงวันนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดที่ เข้าไปดูแลปัญหาดังกล่าวเลย ชาวบ้านจึงได้ระดมทุนกันเองเพื่อการแก้ปัญหาบรรเทาเบื้องต้นไป ก่อน ดิฉันจึงขอหารือผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงไปสำรวจดำเนินการ ซ่อมแซมถนนดังกล่าวอย่างเร่งด่วนด้วยค่ะ

ข้อหารือที่ ๓ ถนนหมายเลข ชย.ถ. ๑-๐๐๖๒ ถนนบ้านหนองไฮใต้ ถึง ชุมชน กุดชุมแสง ดิฉันได้รับเสียงสะท้อนจากผู้นำชุมชนที่ใช้ถนนสายดังกล่าวว่า มีสภาพการใช้งาน ที่ยากลำบากต่อการเดินทางประมาณ ๓ กิโลเมตร ดิฉันจึงขอฝากท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบในถนนสายนี้ ให้เร่งสำรวจแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของชาวบ้านเป็นการเร่งด่วนด้วยค่ะ กราบขอบคุณท่านประธานค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านราชิต สุดพุ่ม

นายราชิต สุดพุ่ม นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายราชิต สุดพุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือผ่านท่านประธานไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ ๑๖-๑๘ สิงหาคมที่ผ่านมาครับ ผมได้รับข้อห่วงใย ข้อกังวลจากพี่น้องประชาชนและ พี่น้องชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช เกี่ยวกับโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ๒-๓ ประการครับ

ประการที่ ๑ ครับโครงการดังกล่าวเป็นโครงการขนาดใหญ่ ใช้งบประมาณ ๙,๘๕๐ ล้านบาท และกำหนดดำเนินการตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๖ แต่ขณะนี้ได้ดำเนินการ ไปเพียง ๓๙.๕๔ เปอร์เซ็นต์และอยู่ระหว่างขอขยายเวลาดำเนินการเป็น ๑๐ ปี ตั้งแต่ ปี ๒๕๖๐-๒๕๗๐ ซึ่งพี่น้องประชาชนมีความห่วงใยว่าโครงการดังกล่าวจะเสร็จไม่ทัน และเกรงว่าจะไม่สามารถแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนชาวนครศรีธรรมราชได้

ประการที่ ๒ ครับ โครงการดังกล่าวมีทั้งการขุดลอกคูคลอง มีการสร้าง สะพาน ทำถนนแล้วก็มีการขุดคลองใหม่ ซึ่งมีการดำเนินการทั้งกระทรวงคมนาคมและ กรมชลประทาน พี่น้องประชาชนเกรงว่าหากตั้งงบประมาณไม่สอดคล้องสอดรับกัน ทำให้การสัญจรของพี่น้องประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไปเกิดความลำบาก จึงขอความร่วมมือไปยัง ๒ หน่วยงานครับ ขอให้มีการประสานให้สอดคล้องกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับพี่น้อง ประชาชน

ประการที่ ๓ ครับ การสำรวจออกแบบทางระบายน้ำมีปัญหามาก มีข้อผิดพลาดและเกิดน้ำท่วมทุกปี ในปีนี้ภาคใต้เดือนตุลาคมถึงธันวาคมนี้จะมีหน้าฝนแล้ว ก็ขอกำชับให้หน่วยงานที่รับผิดชอบประสานกับพี่น้องประชาชน ผู้รับจ้าง เพื่อวางแผน ในการแก้ปัญหาให้ดีขึ้นต่อไป

จากข้อห่วงใย ๒-๓ ประการข้างต้น จึงหารือผ่านท่านประธานไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้โปรด เร่งรัดติดตามและให้ความสำคัญกับโครงการดังกล่าว เพื่อสนองพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวง รัชกาลที่ ๙ ที่ทรงมีพระเมตตาสูงยิ่งต่อชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เชิญครับ

นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เลย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธาน ปัญหาของพี่น้องชาวจังหวัดเลยครับ เรื่องของพี่น้องชาวบ้านภูกระแต ตำบลนาอาน อำเภอเมือง จังหวัดเลย โดยปกติพี่น้องจะสัญจรเข้าเมืองจะต้องไปใช้เส้นทางหลักคือเส้นทาง ถนนมลิวรรณ เป็นเส้นทางจากอำเภอชุมแพ-ขอนแก่นเข้าสู่เมืองเลย เป็นเส้นทางหลัก ในการเข้าเมือง ซึ่งจะต้องไปกลับรถไกลมากครับ ปกติก็จะกลับรถที่บริเวณหน้าห้าง Lotus’s แต่ปรากฏว่า ณ ขณะนี้แขวงการทางได้ปิดช่องทางกลับรถหน้าห้าง Lotus’s เรียบร้อยแล้ว ก็ทำให้พี่น้องชาวบ้านภูกระแตเวลาจะเข้าเมืองก็ยังต้องไปกลับรถไกลอีก แล้วก็เสี่ยงที่จะเกิด อุบัติเหตุครับ ประกอบกับผมได้มีโอกาสไปดูพื้นที่กับพี่น้องชาวบ้านภูกระแต ยังมีพื้นที่ ขนานกับถนนมลิวรรณ เส้นทางเข้าเมืองนี้ยังมีพื้นที่เหลือเยอะมาก ก็สามารถที่จะทำเป็น ทางขนานให้พี่น้องได้ย้อนไปกลับรถในที่ ๆ เหมาะสมกว่านี้ได้ จึงขอความกรุณาท่านประธาน ได้ประสานไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้จัดสรรงบประมาณให้กับ แขวงการทางเลยที่ ๑ ในการที่จะทำถนนคู่ขนานให้กับพี่น้องชาวบ้านภูกระแต รวมถึงพี่น้อง ชาวบ้านนาอานก็จะได้ประโยชน์กับเส้นทางคู่ขนานนี้ในการที่จะกลับรถ แล้วก็เดินทางเข้าไป ทำงานในเมืองได้ ก็จะช่วยลดอุบัติเหตุแล้วก็ช่วยร่นระยะเวลาของการสัญจรไปมาของพี่น้อง ทั้งชาวบ้านภูกระแต แล้วก็บ้านนาอานได้ด้วยครับ ก็ขอความกรุณาท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านญาณีนาถ เข็มนาค เชิญครับ

นางญาณีนาถ เข็มนาค อำนาจเจริญ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางญาณีนาถ เข็มนาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอำนาจเจริญ เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นนะคะดิฉันและสมาชิกสภาผู้แทนพรรคภูมิใจไทยขอส่งกำลังใจ และเป็นกำลังใจให้พี่น้องที่ประสบภัยทุกพื้นที่ค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือ ท่านประธานอยู่หลายประเด็น

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

เรื่องแรก เป็นเรื่องความเดือดร้อน ของพี่น้องตำบลไร่ขี สืบเนื่องจากสะพานข้ามห้วยจันลันจากบ้านเหล่าเลิงไปไร่ขี สะพาน บ้านลำห้วยนาแซง ลำน้ำสาขาห้วยพระเหลา บ้านเหล่าเลิง ตำบลไร่ขี ไปบ้านตำแย ตำบลพระเหลา ซึ่งสะพานทั้ง ๒ แห่งนี้อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วน ตำบลไร่ขี อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ ผุพังค่ะท่านประธาน ชำรุดทรุดโทรมมานาน ขาดการซ่อมแซม แต่พี่น้องไม่มีทางเลือกค่ะ ต้องใช้สะพานดังกล่าวเดินทางไปยังหมู่บ้าน ที่ติดต่อกันเพื่อไปไร่นา ไปอำเภอ ไปยังตัวเมือง เกรงว่าต่อไปพี่น้องจะเกิดอุบัติเหตุได้รับ อันตรายต่อชีวิต จึงเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยได้จัดสรรงบประมาณ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องซ่อมสร้างจากสะพานไม้เป็นคอนกรีตที่มั่นคง แข็งแรงและปลอดภัย เพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องต่อไป

ประเด็นที่ ๒ ค่ะท่านประธาน เรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อขยายถนนทางหลวงหมายเลข ๒๓๗๗ ตอนแยกทางหลวง ๒๑๒ นาไร่ใหญ่ ระยะทาง ๕ กิโล จากปากทางนาไร่ใหญ่เข้าสู่อำเภอเสนางคนิคมจาก ๒ ช่องจราจรเป็น ๔ ช่องจราจร พร้อมไฟแสงสว่างและเกาะกลางถนน ถนนเส้นนี้เป็นถนน ที่คับแคบเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง มีพี่น้องสัญจรไปมามากมายใช้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้า เพื่อการเกษตร และพี่น้องใช้ถนนเส้นนี้เพื่อเดินทางไปยังตัวเมืองอำนาจเจริญ ไปยังจังหวัด อุบลราชธานี จังหวัดมุกดาหาร ท่านประธานคะ ดิฉันเป็นสมาชิกสภาผู้แทนสมัยแรก ดิฉันลงพื้นที่เห็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนก็นำมาหารือในที่ประชุม เพื่อผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่สิ่งที่ดิฉันได้รับตอบกลับมานะคะ จากศูนย์ดำรงธรรมก็จะเป็นว่าเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานนี้ ไม่มีงบประมาณ ดิฉันทราบดีว่าเป็นของหน่วยงานไหนและไม่มีงบประมาณ จึงได้นำเรื่องดังกล่าวมาหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะได้รับคำตอบที่ดีกว่านี้นะคะ หรือจะให้ รอต่อไป ขอบพระคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปิยชาติ รุจิพรวศิน

นายปิยชาติ รุจิพรวศิน นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ปิยชาติ รุจิพรวศิน ผู้แทนราษฎรนครราชสีมา เขต ๒ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมใช้พื้นที่ ตรงนี้ส่งกำลังใจให้คนงาน ๓ ท่านที่ติดอยู่ในอุโมงค์รถไฟถล่มที่อำเภอปากช่อง และขอให้ กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการทำหน้าที่ช่วยเหลือคนงานทุกท่านครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ในส่วนข้อหารือ ขอสไลด์ด้วยครับ

เรื่องที่ ๑ บุคลากรทางการแพทย์ทั้งโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ฝากผมมาทวงถามว่าค่าเสี่ยงภัยโควิดรอบที่ ๒ ทำไมพวกเขาจึงยังไม่ได้รับ ท่านประธานครับ ตอนเกิดเหตุการณ์วิกฤติโควิดเกือบทุกอาชีพถูก Lockdown ก็มีแต่พวกเขานี่ละครับ ที่ยังคง ต้องทำงานอยู่ ตอนนี้สถานการณ์ดีขึ้น พวกเขาก็สมควรได้รับค่าเสี่ยงภัยรอบ ๒ ที่ยังค้างอยู่ครับ เป็นทางโรงพยาบาลเองที่ไม่ได้รับ หรือกำลังอยู่ในช่วงรอเบิกจ่าย ขอเหตุผลที่ชัดเจน ให้พวกเขาด้วย อยากฝากท่านประธานไปยังกระทรวงสาธารณสุข และสำนักนายกรัฐมนตรี ช่วยดำเนินการแก้ไขปัญหาจ่ายค่าเสี่ยงภัยโควิดรอบ ๒ ให้พี่น้องบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ เสาไฟมืดตลอดทาง ไฟไม่ติดสักดวงที่ถนนเส้นข้างโลตัส ตำบลหัวทะเลไปจนถึงสี่แยกหนองตาคง หลังจากที่ผมเคยนำปัญหานี้มาพูดเมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๖ หนึ่งปีผ่านไปมีเสามาตั้งแล้วครับ กลับมีแต่เสา ไม่มีไฟส่องสว่างสักดวงครับ จึงขอฝากท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อบจ. นครราชสีมา และโดยเฉพาะเทศบาลตำบลหัวทะเล ที่ผมแจ้งปัญหานี้กับพวกท่าน หากรวมวันนี้นี่เป็น ครั้งที่ ๓ แล้วนะครับ ขอให้ทุกหน่วยงานช่วยดำเนินการแก้ไขด้วยครับ

เรื่องที่ ๓ วงแหวนรอบเมืองเส้น ๒๙๐ บริเวณแยกบ้านสนวน ตำบลหนองไข่น้ำ ที่มีรถวิ่งด้วยความเร็วทำให้ประชาชนผู้สัญจรข้ามเส้นทางดังกล่าว ประสบอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เสียชีวิตหลายราย ล่าสุดเพิ่งเสียชีวิตเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเองครับ และเส้นนี้ยังไม่มีไฟ ส่องถนนทั้งสองข้างทาง จึงอยากฝากท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทย กระทรวง คมนาคม แขวงทางหลวง ช่วยดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่าให้ต้องมีอุบัติเหตุหรือผู้เสียชีวิต เพิ่มอีกเลย

เรื่องสุดท้ายครับ ประชาชนบ้านวังหิน หมู่ ๕ ตำบลบ้านโพธิ์กว่า ๒๐๐ หลังคาเรือน ได้รับปัญหาไฟตกทั้งหมู่บ้านเป็นประจำ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านชำรุด เสียหายเป็นอย่างมาก จึงอยากฝากท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคช่วยดำเนินการแก้ไขปัญหาไฟฟ้าตกให้พี่น้องบ้านวังหิน ตำบลบ้านโพธิ์ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านจตุพร กมลพันธ์ทิพย์ เชิญครับ

นายจตุพร กมลพันธ์ทิพย์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจตุพร กมลพันธ์ทิพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๓ อำเภอโพธาราม อำเภอจอมบึง พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธานผ่าน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนดังนี้

๑. เรื่องการยุบธนาคาร ธ.ก.ส. สาขาเขาขวาง อำเภอโพธาราม เนื่องด้วย อำเภอโพธาราม มีธนาคาร ธ.ก.ส. อยู่ ๒ สาขา คือสาขาโพธารามและสาขาเขาขวาง แต่ล่าสุดทางธนาคาร ธ.ก.ส. ได้แจ้งมาว่าจะยุบสาขาเขาขวาง ในประมาณเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ ทำให้ผู้นำชุมชนและประชาชนที่ได้รับเรื่องการยุบธนาคาร ธ.ก.ส. สาขาเขาขวาง มาให้กระผมนำเรียนในสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ธนาคาร ธ.ก.ส. สาขาเขาขวาง ตั้งอยู่บนพื้นที่เทศบาลตำบลเขาขวาง ซึ่งห่างจากสาขาโพธารามประมาณ ๑๕ กิโลเมตร มีเกษตรกร ผู้สูงอายุ ผู้พิการและหน่วยงานราชการ ๕ ตำบล ซึ่งประกอบไปด้วย เทศบาลตำบลเขาขวาง ตำบลเขาชะงุ่ม ตำบลเตาปูน ตำบลธรรมเสน และตำบลหนองกวาง ที่มาใช้บริการ ถ้ามีการยุบสาขาเขาขวางลงจะทำให้ประชาชนดังกล่าวต้องไปแออัด ในสาขาโพธาราม ซึ่งมีปัญหาเรื่องการเดินทางมากกว่า ๒๐-๓๐ กิโลเมตร เรื่องที่จอดรถคับ แคบ ตลอดจนเสียเวลามาก ยิ่งถ้ามีโครงการของรัฐบาลที่ช่วยเหลือเกษตรกรแล้วจะมีปัญหา มาก เพราะประชาชนอำเภอโพธารามส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกร ดังนั้นจึงขอฝากท่าน ประธานสภาไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบโปรดพิจารณาระงับการยุบธนาคาร ธ.ก.ส. สาขาเขาขวาง เพื่อลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ใช้บริการดังกล่าวด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญท่านฐากร ตัณฑสิทธิ์ เชิญครับ

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทยครับ ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจ กับพี่น้องประชาชนทางภาคเหนือที่ประสบภัยน้ำท่วมในขณะนี้ครับ

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ในนามของพรรคฝ่ายค้านนะครับ ต้องขอบคุณ รัฐบาลที่ฟังเสียงอภิปรายของพรรคฝ่ายค้าน ในการที่จะแจกเงินสดให้กับพี่น้องประชาชน ในเดือนกันยายนของงบประมาณปี ๒๕๖๗ นะครับ ซึ่งเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นประมาณ ๑.๔ แสนล้านบาท ซึ่งอยู่ในกลุ่มของพี่น้องประชาชนในกลุ่มเปราะบาง ประมาณ ๑๔.๕ ล้านคน ผมได้รับเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็น สส. เขตของพรรคไทยสร้างไทย ท่านรำพูล ตันติวณิชชานนท์ สส. เขต ๙ จังหวัดอุบลราชธานี แล้วก็ทางท่าน สส. ชัชวาล แพทยาไทย เขต ๗ จังหวัดร้อยเอ็ด ว่าอยากจะให้มีการแจกเงินสดเพิ่มเติมในเดือนตุลาคม ปี ๒๕๖๗ นี้หลังจากงบประมาณปี ๒๕๖๘ ได้มีการประกาศใช้แล้ว ตรงนี้จะทำให้พี่น้อง ประชาชนขับเคลื่อนได้ทั้งหมด อันนี้คือเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชนครับ

สุดท้ายครับท่านประธานครับ อยากจะกราบเรียนว่าพรรคไทยสร้างไทยเอง ยังยืนหยัดเป็นพรรคการเมืองพร้อมที่จะตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลแบบสร้างสรรค์ พร้อมทั้งข้อเสนอแนะให้กับรัฐบาล ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน และประเทศชาติเป็นที่ตั้งครับ ขอบคุณท่านประธานมากครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับ คณะผู้เข้าร่วมโครงการเสริมสร้างความรู้ เกี่ยวกับประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นให้กับประชาชน จากองค์การ บริหารส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ ต่อไปเชิญท่านกานสินี โอภาสรังสรรค์ เชิญครับ

นางสาวกานสินี โอภาสรังสรรค์ สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกานสินี โอภาสรังสรรค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันขอใช้โอกาสสภา แจ้งเรื่องที่ดีที่ประชาชนได้รับการแก้ไข ตามที่ดิฉันเคยยกขึ้นมาปรึกษาหารือต่อสภาแห่งนี้ เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๖ ประชาชนจำนวนมากทั้งตัวจังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัด ใกล้เคียง พวกเขาได้รับความเดือดร้อนประสบอัตคัดคับแคบ ด้านพื้นที่การให้บริการ การรักษาผู้ป่วยของโรงพยาบาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขก็ได้อนุมัติ งบประมาณการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ให้กับโรงพยาบาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อน และรองรับความจำเป็นของประชาชนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ปรากฏว่าการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลดังกล่าวยังไม่แล้วเสร็จ และหยุดชะงัก การก่อสร้างมาเป็นระยะเวลา ๘ ปี ตามที่ดิฉันได้เรียนท่านประธานสภาเพื่อฝากผ่านถึง ผู้เกี่ยวข้องช่วยกรุณาหาวิธีให้การก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อคราวก่อนนั้น และขอเรียนท่านว่าบัดนี้ ดิฉันได้รับทราบจากโรงพยาบาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีว่า กระทรวงได้แก้ไขและอนุมัติ งบประมาณการก่อสร้างส่วนที่เหลือเป็นจำนวนเงิน ๓๒๔,๙๕๐,๐๐๐ บาทถ้วน ได้ทำสัญญาเรียบร้อยแล้วตามข้อตกลงคุณธรรม ๓ ฝ่าย ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี โรงพยาบาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้สังเกตการณ์และผู้รับจ้าง เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคมแล้วค่ะ

ดังนั้นในการนี้ดิฉันขอขอบพระคุณท่านประธานและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ตลอดถึงเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทุกท่านที่ร่วมมือร่วมใจกันแก้ไขปัญหาให้ ประชาชนในเรื่องดังกล่าวด้วยค่ะ ท่านประธานคะ ในเรื่องของโรงพยาบาลจังหวัด สุราษฎร์ธานี ดิฉันมีข้อฝากถึงท่านประธานผ่านถึงผู้เกี่ยวข้องอีกเรื่องค่ะ คือเรื่องการก่อสร้าง อาคารจอดรถภายในโรงพยาบาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่กระทรวงสาธารณสุขได้เห็นถึงความ เดือดร้อนของประชาชนที่ไม่สามารถจอดรถภายในโรงพยาบาลได้ สาเหตุเพราะโรงพยาบาล สุราษฎร์ธานีมีพื้นที่น้อยจึงได้จัดสรรงบประมาณจัดสร้างอาคารที่จอดรถที่สามารถให้ ประชาชนได้ใช้อย่างเพียงพอและดำเนินการก่อสร้างอยู่ในขณะนี้ จากที่ดิฉันสอบถามและ ทราบว่า การก่อสร้างอาคารที่จอดรถได้ทำสัญญาค่างวด ๒๐ งวด และจากที่รับทราบจาก โรงพยาบาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีว่า การเบิกจ่ายไปแล้ว ๑๔ งวด โดยที่จะต้องแก้ปัญหา ด้านงบประมาณมาตั้งแต่งวดที่ ๑๑-๑๒ โอนเงินเหลือจ่ายจากจังหวัดหนึ่ง งวดที่ ๑๓-๑๔ โอนเงินเหลือจ่ายอีกจังหวัดหนึ่ง ซึ่งแหล่งที่มาจากการโอนเงินดิฉันไม่ทราบที่มาค่ะ แต่ดิฉัน คิดว่าน่าจะเหลือจ่ายจากค่าก่อสร้างทั้ง ๒ แห่งก็เป็นได้ ส่วนที่ยังเหลือในงวดที่ ๑๕-๒๐ ยังคงไม่มีที่มาของค่างวดที่จะต้องจ่าย ดังนั้นเพื่อให้ดำเนินการได้ต่อเนื่องให้อาคารจอดรถ แล้วเสร็จเพื่อประชาชนจะได้มีโอกาสใช้พื้นที่อย่างโดยเร็ว ดิฉันจึงขอกราบเรียนผ่าน ท่านประธาน เพื่อฝากถึงผู้เกี่ยวข้องดูแลจัดการในเรื่องงบประมาณค่างวดก่อสร้างด้วยค่ะ

ท้ายนี้ดิฉันต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นอย่างสูง ที่ท่านได้ให้โอกาสดิฉันใช้เวลาอันมีค่าของสภาแห่งนี้ ในการนำความเดือดร้อนของประชาชน ให้ผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบเพื่อจะได้รับการแก้ไขต่อไปค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศุภโชค ศรีสุขจร

นายศุภโชค ศรีสุขจร นครปฐม

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายศุภโชค ศรีสุขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๑ พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องที่อยากจะขอปรึกษาหารือกับท่านประธานด้วยกัน ๒ เรื่องครับ

เรื่องแรกครับ เนื่องจากผมได้รับหนังสือขอความอนุเคราะห์จากท่านผู้ใหญ่ ธัชพงศ์ หัสชู ท่านเป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๑ ตำบลหอมเกร็ด เรื่องโครงการก่อสร้าง เขื่อนป้องกันน้ำท่วมนะครับ ตั้งแต่บริเวณถนนบรมราชชนนี โรงงานแตงโมนะครับ ถึงคลองยาว ตำบลทรงคนอง รวมระยะทางประมาณ ๓-๕ กิโลเมตรครับ เนื่องจาก พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวประกอบอาชีพเกษตรกรเป็นหลักนะครับ มีการ เพาะปลูกส้มโอ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผลไม้หลักของจังหวัดนครปฐม โดยในทุก ๆ ปี เมื่อเข้าช่วง หน้าฝนครับ น้ำในแม่น้ำท่าจีนก็จะเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับสายน้ำที่ไหลเชี่ยวครับทำให้น้ำนั้น ไหลเข้าท่วมพื้นที่เพาะปลูกของพี่น้องเกษตรกรนะครับ ทำให้พื้นที่เพาะปลูกนั้นได้รับ ความเสียหาย จนปัจจุบันพี่น้องเกษตรกรหันไปเพาะปลูกเรียกว่าพืชล้มลุกแทนครับ นอกจากนี้ครับพี่น้องประชาชนที่พักอาศัยในตำบลหอมเกร็ด ตำบลข้างเคียงพี่น้องที่สัญจร ไปมาได้รับความยากลำบากเป็นอย่างมากในทุก ๆ ปี เนื่องจากต้องคอยรับเหตุอุทกภัยครับ บางปีกว่าน้ำจะลงต้องใช้เวลา ๓-๔ เดือนนะครับ ผมจึงอยากนำเรียนท่านประธานไปยัง กรมโยธาธิการและผังเมือง สทนช. ช่วยจัดสรรงบประมาณเข้ามาเร่งแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชนชาวตำบลหอมเกร็ด ตำบลข้างเคียง รวมไปถึงพี่น้องเกษตรกร ก่อนที่ผลไม้ ที่เป็นอัตลักษณ์ของชาวจังหวัดนครปฐมจะหายไปครับ

เรื่องที่ ๒ เนื่องจากผมได้ลงพื้นที่ตำบลดอนยายหอม ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก พี่น้องชาวตำบลดอนยายหอม หมู่ที่ ๒ และหมู่ที่ ๓ ครับ เรื่องการขาดแคลนการเข้าถึง น้ำประปาภูมิภาคครับ ซึ่งชาวบ้านบริเวณเทศบาลตำบลดอนยายหอมมีความต้องการที่จะใช้ น้ำประปาภูมิภาคเป็นอย่างมากครับ ผมจึงอยากนำเรียนท่านประธานไปยังท่านผู้จัดการ ประปาภูมิภาคจังหวัดนครปฐม ช่วยทำเรื่องขอขยายเขตเพื่อให้ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับ พี่น้องชาวตำบลดอนยายหอมครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านทรงยศ รามสูต เชิญครับ

นายทรงยศ รามสูต น่าน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ทรงยศ รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ก็ขอหารือ ท่านประธานเกี่ยวกับอุทกภัยในภาคเหนือนะครับ ผมอยู่จังหวัดน่านนะครับ ก่อนอื่นก็ต้อง ขอขอบคุณ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร นะครับ ถึงแม้ท่านจะยังไม่ได้แถลง นโยบายต่อสภา ยังปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ยังสั่งการไม่ได้

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

แต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาท่านก็ไปที่จังหวัดน่าน ไปให้กำลังใจ แล้วก็รับฟังปัญหากับพี่น้องประชาชน ซึ่งก็ได้รับปัญหาที่สะท้อนมานะครับ ปัญหาที่สะท้อนมาก็คือเวลาช่วงน้ำท่วมมันจะมีขี้โคลนเวลาน้ำลดนะครับ ซึ่งมันจะต้องใช้น้ำ ฉีดไล่นะครับ ซึ่งปรากฏว่าในช่วงที่น้ำท่วม เขาต้องตัดน้ำ ตัดไฟ ก็เลยไม่สามารถไล่น้ำ ได้เต็มที่ ขี้โคลนก็เริ่มสูงขึ้น ๆ เพราะฉะนั้นหลายครั้งหลายครานี้มันมีปัญหานะครับ ก็โชคดีท่านรองนายกรัฐมนตรีภูมิธรรมนะครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านอนุทิน ท่านก็ได้ประสานขอรถดูดโคลนจากเชียงใหม่ไปช่วย แต่ของชาวบ้านนี้ มีปัญหาเยอะนะครับ ก็อยากจะฝากอนุเคราะห์จาก ครม. ชุดนี้หรือชุดหน้า ช่วยประสาน ไปยังการไฟฟ้าภูมิภาค การประปาภูมิภาคนะครับ แล้วก็องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนี้ เป็นไปได้ไหมที่จะขอลดหย่อนหรือยกเว้นค่าน้ำ ค่าไฟ ให้กับผู้ประสบภัยในเดือนนี้นะครับ ก็ฝากเอาไว้นะครับในประเด็นแรก

ประเด็นที่ ๒ นะครับ ผมก็ได้ไปเยี่ยมในช่วงที่น้ำท่วมก็มีชาวบ้านนะครับ บ้านน้ำครกเก่า ตำบลกองควาย เขาบอกว่าตลิ่งพังนะครับ สส. ทั้ง ๓ คนไปนะครับ ประมาณเกือบกิโลเมตรนะครับ ซึ่งจริง ๆ ก็พังมาตลอด ทางนายกเทศมนตรีก็ประสานไปทาง กรมเจ้าท่าก็ดี ทางกรมโยธาธิการก็ดี ก็ยังไม่มีหน่วยงานไหนมารับฟังปัญหาหรือมาสำรวจ อันนี้ก็ฝากเอาไว้นะครับ

ในเรื่องสุดท้ายนะครับ อันนี้เป็นสะพานบ้านนาเผือก ตำบลจอมพระ อำเภอท่าวังผา อันนี้ก็สะพานขาดจากน้ำท่วม แต่ไม่ใช่น้ำท่วมครั้งนี้นะครับ น้ำท่วมตั้งแต่ ปี ๒๕๕๔ สะพานข้ามน้ำยาว ๖๐ เมตร อันนี้ก็ฝากหน่วยงานของรัฐเข้าไปดูแลด้วยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นทางหลวงชนบทหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ จะได้ไปเยียวยานะครับ อันนี้ ก็ฝากไว้ ยังมีอีกหลายประเด็นนะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็คงจะได้มีการอภิปรายต่อนะครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวุฒิพงศ์ ทองเหลา ครับ

นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา ปราจีนบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วุฒิพงศ์ ทองเหลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี พรรคชาติพัฒนา วันนี้กระผม มีเรื่องหารือความเดือดร้อนในพื้นที่ต่อท่านประธาน ๑ เรื่องด้วยกัน ดังนี้ ชาวบ้านอำเภอนาดี คาบเกี่ยวพื้นที่ถึง ๓ ตำบล ร้องขอฝากสร้างฝายกักเก็บและชะลอน้ำนะครับ จะเรียนว่า ยามแล้งก็ขาดน้ำอุปโภคบริโภค ยามน้ำหลากน้ำก็ไหลเร็วท่วมพืชผลทางการเกษตรเสียหาย

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ตามภาพนี้ครับท่านประธาน พื้นที่อำเภอนาดี มีลำคลองในระยะที่ไหลยาว เชื่อมต่อไหลผ่านพื้นที่ ๓ ตำบล ได้แก่ เทศบาลนาดี ตำบลนาดี และตำบลสำพันตา โดยลักษณะของคลองยางนี้ จะเป็นการไหล ของน้ำจากพื้นที่สูงลงสู่ที่ต่ำ ไหลผ่านลงมาตามระดับความสูงของชั้นพื้นที่ในบริเวณ โดยในภาพที่ ๒ นี้นะครับ เราจะเห็นว่าในพื้นที่จะสามารถกักเก็บสำรองน้ำไว้ใช้ยามฤดูแล้งได้ ปริมาณและปริมาตรอาจมากถึง ๑ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งผมฝากเรียนท่านประธานถึง หน่วยงานกรมชลประทานหรือกรมทรัพยากรน้ำ เข้าสำรวจพื้นที่เพื่อติดตามตรวจสอบวางแผน รวมถึงจัดสรรงบประมาณสร้างแหล่งฝายกักเก็บน้ำ เพื่อให้ชาวบ้านเทศบาลนาดี ชาวบ้าน ตำบลนาดี และชาวบ้านตำบลสำพันตา มีน้ำไว้ใช้อุปโภค บริโภค ยามฤดูแล้งครับ เพราะปัจจุบันน้ำเป็นทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดและลดลงในทุกปี ถ้าปล่อยให้หน้าแล้ง ชาวบ้านต้องกระวีกระวาดหาน้ำจากแหล่งอื่น ๆ ของ อบต. เอง ก็คงไม่ใช่เรื่อง แต่ยามที่เรามีน้ำ เราก็ควรจัดเก็บ แล้วก็บริหารให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ เชิญครับ

นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมต้องขอแสดงความเสียใจกับพี่น้องที่ประสบอุทกภัยทางภาคเหนือ ผมขอเป็นกำลังใจ ให้กับพี่น้องประชาชนชาวภาคเหนือครับ วันนี้ผมขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ทั้งหมด ๔ เรื่องครับ ผมได้รับการร้องเรียนจาก นางมณเฑียร ธรรมทวี สมาชิกองค์การ บริหารส่วนตำบลเขิน เรื่องการดื่มน้ำกระท่อมที่ได้มีนโยบายปลดล็อกพืชกระท่อมออกจาก บัญชียาเสพติด ทำให้บางพื้นที่มีการปลูก การครอบครอง และบริโภคพืชกระท่อม ตามวิถีชาวบ้านที่นำใบสดมาเคี้ยว นำมาต้ม ปัจจุบันน้ำกระท่อมระบาดมากในหมู่นักเรียน นักศึกษา ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เด็กที่ดื่มน้ำกระท่อมจนติดถ้าไม่ได้ดื่มจะมีอาการเกรี้ยวกราด อาละวาด ทำร้ายร่างกายผู้ปกครอง และหากขอเงินผู้ปกครองไม่ได้ก็ไปขโมยของนำไปขาย ท่านประธานครับ ผมได้มีโอกาสได้พบผู้นำหลาย ๆ หมู่บ้านเกี่ยวกับเรื่องใบกระท่อม อย่างไรก็ขอฝากไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ป.ป.ส. และหน่วยงานกระทรวงมหาดไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากนายชาญ ประสานพันธ์ กำนันตำบล ละทาย เรื่องก่อสร้างถนนลาดยาง เส้นทางบ้านละทาย หมู่ ๑ หมู่ ๗ หมู่ ๙ ตำบลละทาย อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ถนนสายนี้เป็นถนนที่ก่อสร้างมานาน ปัจจุบันถนนได้ ชำรุดเสียหาย เป็นหลุมเป็นบ่อ ไม่สะดวกในการสัญจร และยังเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ประชาชนต้องการลาดยาง Asphaltic ผมจึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดศรีสะเกษ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย

เรื่องที่ ๓ ผมได้รับการร้องเรียนจากนายศุภชัย พวงจำปา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๑ บ้านโนนผึ้ง ตำบลโนนสัง อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ เรื่อง ก่อสร้างท่อส่งน้ำ เพื่อการเกษตร เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่บ้านโนนผึ้งได้รับผลกระทบเรื่องน้ำในการ ทำการเกษตร บางพื้นที่เป็นที่ลุ่มต่ำ บางพื้นที่เป็นที่สูง ซึ่งน้ำไม่สามารถส่งไปถึงได้ หน้าแล้ง ไม่มีน้ำเพื่อทำการเกษตร ทำให้พืชที่เพาะปลูกไว้ได้รับความเสียหาย ผมจึงอยากฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทานจังหวัดศรีสะเกษเร่งดำเนินการให้กับพี่น้องประชาชน ด้วยครับ

เรื่องที่ ๔ ผมได้รับการร้องเรียนจากนายคำ พัวพรหม ชาวบ้านแสงใหญ่ หมู่ที่ ๒ ตำบลหนองแวง อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ เรื่อง ก่อสร้าง Box Culvert บ้านแสงใหญ่ หมู่ ๒ เส้นทางบ้านเจี่ย ร่องน้ำคำ ตอนนี้บริเวณดังกล่าวได้ขาดแคลนน้ำ เพื่อทำการเกษตรมานานแล้ว เพราะ Box Culvert เกิดความชำรุดเสียหาย และยังไม่ได้ มีการดำเนินการแก้ไขหรือซ่อมแซมจากหน่วยงานไหนเลย ขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง กรมชลประทาน ชลประทานจังหวัดศรีสะเกษ เร่งดำเนินการให้ด้วยครับ ผมขอส่งเอกสาร ที่ประชาชนร้องเรียนมาครับ ขอขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านธานินท์ นวลวัฒน์

นายธานินท์ นวลวัฒน์ สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม ธานินทร์ นวลวัฒน์ สส. สุราษฎร์ธานี เขต ๗ พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ผมมีเรื่องจะหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

๑. กระผมได้รับหนังสือจาก นายวราภรณ์ คงอุดหนุน นายกเทศมนตรีตำบลวัดประดู่ ว่าด้วยเรื่องปัญหาผักตบชวา และวัชพืช ปกคลุมผิวน้ำในบึงขุนทะเล เป็นเหตุให้น้ำไหลไม่สะดวก สภาพตื้นเขิน มีการทับถมของพืช สัตว์ในบึงขุนทะเล ทำลายระบบนิเวศทำลายทัศนียภาพในพื้นที่ท่องเที่ยวในบึงขุนทะเล ทั้งมีผลต่อรายได้ของชาวบ้านที่ประกอบการในพื้นที่นั้น ท่านประธานครับ บึงขุนทะเล เป็นแหล่งน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดสุราษฎร์ธานี กระผมจึงนำเรียนท่านประธานฝากไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมชลประทานให้รีบแก้ไขปัญหาโดยด่วนครับ

๒. กระผมได้รับหนังสือจากกลุ่มเพาะเลี้ยงหอยในอ่าวบ้านดอน จังหวัด สุราษฎร์ธานี เรื่อง ปัญหาความเดือดร้อนจากการประกาศรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ขนำในพื้นที่ อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์น้ำ ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงหอยไม่มีที่เฝ้าดูแลทรัพย์สินของตนเอง ไม่มีที่หลบภัยทางทะเล ไม่มีที่หลบแดดหลบฝน ไม่สามารถเพาะเลี้ยงหอยแบบวิถีดั้งเดิมได้ ซึ่งสร้างความเสียหายให้แก่ทรัพย์สินและร่างกายเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ ทั้งที่กลุ่มตัวแทนเกษตรกรได้ทำหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ แล้ว แต่ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้นครับท่านประธาน กระผม จึงขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งรีบติดตาม โดยเฉพาะกรมเจ้าท่าจัดการเรื่องนี้โดยด่วน ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล เชิญครับ

นายชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล นครปฐม

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม เขต ๖ พรรคประชาชน ขอปรึกษาหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวสามพราน ผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องที่ ๑ ถนนภายในซอยเปโตร ๓/๕ ตำบลท่าข้าม มีสภาพชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ เมื่อฝนตกจะเกิดน้ำท่วมขัง ทำให้ชาวบ้านสัญจร ด้วยความยากลำบาก จึงขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณามาตรการแก้ไขปัญหา ดังกล่าวโดยเร็ว

เรื่องที่ ๒ ขอให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาจัดสรรงบประมาณ ในการ ดัดแปลงอาคารโรงพยาบาลสามพราน เพื่อขยายพื้นที่ให้เพียงพอต่อผู้มาใช้บริการ ลดความ แออัดและเพิ่มประสิทธิภาพการบริการแก่พี่น้องประชาชน

เรื่องที่ ๓ ขอให้กรมเจ้าท่าพิจารณามาตรการป้องกันคลื่นกระทบฝั่ง จากการ เล่น Jet Ski และเรือ Speed Boat ที่ใช้ความเร็วสูง ซึ่งได้ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตริมฝั่ง แม่น้ำท่าจีน ทั้งในด้านความปลอดภัยและสภาพของตลิ่งริมแม่น้ำ ตั้งแต่ช่วงวัดไร่ขิง ถึงตลาดน้ำวัดดอนหวาย

เรื่องที่ ๔ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณามาตรการบังคับใช้กฎหมาย ด้านสิ่งแวดล้อม และสาธารณสุขกับร้านอาหารในพื้นที่อำเภอสามพรานอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหาร้านอาหารลักลอบปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ

เรื่องที่ ๕ กรณีการขายสินค้าบริเวณสี่แยกไฟแดง ในพื้นที่อำเภอสามพราน โดยผู้ขายสินค้าซึ่งเป็นเยาวชนได้ก้มลงกราบจนแทบถึงพื้น เพื่อขายสินค้าให้กับผู้สัญจร ผ่านไปมา ส่งผลให้ผู้ที่เห็นภาพดังกล่าวรู้สึกกระอักกระอ่วนใจเป็นอย่างมาก จึงขอให้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้พิจารณามาตรการแก้ไขปัญหา ดังกล่าวนี้ด้วย

เรื่องที่ ๖ กรณีการติดตั้งป้ายโฆษณาที่ผิดกฎหมาย ในพื้นที่อำเภอสามพราน ซึ่งทำให้บดบังทัศนวิสัยในการเดินทางสัญจร จึงขอให้กระทรวงคมนาคมและกระทรวง มหาดไทยได้พิจารณามาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย

สุดท้ายนี้พี่น้องประชาชนชาวสามพราน ได้ฝากคำถามมาถึงรัฐบาลว่า ปีนี้น้ำจะท่วมสามพรานอีกหรือไม่ สำหรับผมนะครับ ขอยืนยันตรงนี้เลยว่าไม่ว่าเหตุการณ์ใด ๆ จะเกิดขึ้น ผมและทีมงานพรรคประชาชนจะร่วมทุกข์ร่วมสุขอยู่เคียงข้างกับพี่น้อง ประชาชนชาวสามพรานเสมอ และจะประสานทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่ เพื่อผ่านช่วงเวลานี้ ไปด้วยกัน ขอบคุณครับท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านณรงเดช อุฬารกุล

นายณรงเดช อุฬารกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายณรงเดช อุฬารกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ สถานการณ์น้ำท่วมใน ๑๔ จังหวัด ช่วงเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมาสร้างผลกระทบกับพี่น้องเกษตรกรเป็นวงกว้าง ทั้งไร่นาเสียหาย และปศุสัตว์ล้มตาย ข้อมูลดาวเทียมของ GISTDA ระบุว่า ใน ๔ จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พะเยา แพร่ และสุโขทัย มีพื้นที่ประสบอุทกภัย ๓๗๑,๐๐๐ ไร่ เป็นนาข้าวได้รับความเสียหายถึง ๒๕๑,๐๐๐ ไร่ แม้ว่าขณะนี้หลายพื้นที่ระดับน้ำได้ลดลงแล้ว แต่ในระยะ ๒ เดือนต่อจากนี้ ก็ยังคงมี ความเสี่ยงที่จะเกิดอุทกภัยในพื้นที่ต่าง ๆ ผมจึงขอเสนอแนวทางในการช่วยเหลือพี่น้อง เกษตรกร ๔ ประการ ดังนี้

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

๑. ควรปรับปรุงระบบ การเตือนภัยให้เฉพาะเจาะจง ลงถึงระดับตำบล ควรระบุระดับน้ำและแนวโน้มของน้ำท่วม รวมถึงแนวทางในการรับมือ เพราะการอพยพในภาคการเกษตร เช่น การเร่งเก็บเกี่ยว การเคลื่อนย้ายปศุสัตว์ การขนย้ายปัจจัยการผลิต เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย เครื่องจักร มีความยุ่งยาก และใช้เวลานาน มีต้นทุนสูง

๒. กำหนดเกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยา ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและ ทันการณ์ ควรจ่ายเงินตามความเสียหายจริง ควรปรับเกณฑ์ขั้นสูงให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ควรลดขั้นตอนการขอรับเงินช่วยเหลือที่มีมากถึง ๔-๗ ขั้นตอน และใช้เวลานานถึง ๘๐-๑๒๐ วัน

๓. ต้องมีการฟื้นฟูพื้นที่เกษตรและสนับสนุนวัสดุที่จำเป็น เช่น เอาเครื่องจักร ไปขนย้ายดินถล่ม หรือตะกอนที่น้ำพัดพามา ขุดลอกแหล่งน้ำ จัดหาเมล็ดพันธุ์ และจัดหา วัคซีนป้องกันโรคระบาดในสัตว์

๔. ด้านการเงินที่นอกจากจะมีการพักชำระหนี้ ก็ควรใช้โอกาสนี้ในการปรับ โครงสร้างหนี้ ทั้งลดหนี้ ลดดอก ยืดหนี้ และควรทำประกันวงเงินสินเชื่อจากเหตุการณ์ ภัยพิบัติ

ผมจึงอยากปรึกษาหารือไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวง มหาดไทยและกรมบัญชีกลาง เพื่อให้การช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรตรงจุด และเป็นไปอย่าง มีประสิทธิภาพ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช เชิญครับ

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ลพบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย วันนี้มีเรื่องหารือท่านประธาน ๓ เรื่องนะคะ

เรื่องที่ ๑ ก็คือขอให้กรมชลประทาน แล้วก็จังหวัดในลุ่มน้ำภาคกลาง เตรียมความพร้อมเพื่อรับน้ำจากภาคเหนือ

เรื่องที่ ๒ เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาวอำเภอบ้านหมี่ ที่ใช้ถนน หมายเลข ๓๐๒๘ ซึ่งเป็นเส้นทางจากแยกบางงา อำเภอท่าวุ้ง ไปถึงอำเภอบ้านหมี่ เนื่องจากว่าเส้นทางดังกล่าวผ่านชุมชนหลายชุมชน ตั้งแต่ตำบลบางงา ไปจนถึงเขตเทศบาลเมือง บ้านหมี่ เป็นระยะทางยาว ปัจจุบันนี้มีรถสัญจรเพิ่มมากขึ้น ถนนเส้นนี้ได้มีการขยายเป็น ๔ เลน เป็นบางช่วง พ่อแม่พี่น้องที่สัญจรเส้นทางนี้ได้ร้องขอให้ขยายถนนเป็น ๔ เลนตลอดเส้นทาง จึงฝากท่านประธานถึงกรมทางหลวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ช่วยตั้งงบประมาณขยาย ถนนเส้น ๓๐๒๘ เป็น ๔ เลนตลอดเส้นทางด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของการพัฒนาเมืองเพิ่มความเจริญไปสู่ตำบลต่าง ๆ โดยได้รับการร้องขอจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโก่งธนู ตำบลงิ้วราย ตำบลตะลุง และตำบลโพธิ์เก้าต้น มีความต้องการให้ขยายถนนคันคลองลพบุรี-บ้านแพรก เป็น ๔ เลน ถนนเส้นนี้คือถนนสาย ๓๑๙๖ ค่ะ เป็นทั้งทางหลักจากลพบุรี-บ้านแพรก ไปแยกเจ้าปลุก ออกสายเอเชีย แล้วถนนก็มีความโค้งมาก แล้วก็เป็นการเลียบคลองชลประทานทำให้เกิด อุบัติเหตุแล้วก็มีผู้เสียชีวิตบ่อยครั้ง ถ้าเกิดว่าได้สร้างถนนเพิ่มขึ้นก็จะเป็นการส่งเสริมความ สะดวกในการขนส่งสินค้าแล้วก็พื้นที่การเกษตรบริเวณใกล้เคียงด้วย ขอฝากท่านประธานถึง กรมทางหลวงให้ช่วยตั้งงบประมาณก่อสร้างถนนเพิ่มขึ้นเลียบคลองชลประทานและขนานกับ ทางหลักสาย ๓๑๙๖ ด้วยค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ เชิญครับ

นางสาวกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ ชลบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพ กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดชลบุรี เขต ๖ ศรีราชาค่ะ วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานไปยังว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่า คนไทยเก่งอะไร หากว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะไปชักชวนกลุ่มทุนชาวต่างชาติ มาลงทุนในไทย จะไปบอกกับคนต่างชาติว่าไทยเก่งอะไร หากท่านตอบไม่ได้อยากจะรบกวน ท่านให้ปรึกษาหารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและส่งเสริมการศึกษาระบบทวิภาคี ออกนโยบายส่งเสริมให้เยาวชนมาเรียนอาชีวะเทคนิค เทคโน ให้มากขึ้น เพื่อผลิตแรงงานให้ ได้รับการรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงานไว้รองรับกลุ่มทุนจากต่างชาติ

ประเด็นที่ ๒ ปรึกษาหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อยากจะ ให้ท่านช่วยเปลี่ยนภาระให้เป็นพลังขอให้ท่านไปสำรวจประชากรแฝง ผู้ติดตาม แรงงานต่างด้าว เพราะตั้งแต่ประเทศไทยเปิดโอกาสให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงาน ทำให้ลูกหลานของ แรงงานต่างด้าวที่ติดตามพ่อแม่นั้นต้องเข้ามาเรียนในโรงเรียนในพื้นที่ต่าง ๆ จนกลายเป็น ภาระของรัฐที่จะต้องดูแล ซึ่งมีโอกาสเรียนหนังสือถึงเพียง ป.๖ เท่านั้น แล้วหลังจากนั้น ก็กลายเป็นแรงงานนอกระบบผิดกฎหมาย ไม่รู้ว่ามีจำนวนอีกเท่าไรที่ไม่ได้ทำงานและสร้าง ปัญหาให้กับสังคม เพราะพ่อแม่ไม่มีเงินส่งเสีย บุคคลประเภทนี้ตามหลักเกณฑ์แล้ว จะมีสัญชาติไทยได้ก็ต่อเมื่อเรียนจบปริญญาตรีและมีเงินเดือน ซึ่งมันไกลเกินเอื้อมและบุคคล เหล่านี้โตขึ้นมาทุกวันจะมีสถานะทางกฎหมายอย่างไร หากท่านจะพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส เปลี่ยนแปลงภาระให้เป็นพลัง โดยออกนโยบายจูงใจให้สัญชาติเมื่อเรียนจบในระดับ ปวส. และสามารถเรียนต่อในระบบทวิภาคีที่ทำงานในโรงงานได้ และการรับเด็กเหล่านี้เข้ามา ทำงานจะทำให้ประเทศชาติมีแรงงานที่มีคุณภาพเพิ่มเติมเข้ามาในระบบ และระบบ เศรษฐกิจก็จะเริ่มหมุนเวียนเพราะเงินก็จะหมุนอยู่ในประเทศ สุดท้ายฝากไปยังท่านนายกว่า จะให้แรงงานต่างด้าวกลุ่มนี้อยู่ในสถานะอย่างไร เพื่อพัฒนาประเทศของเราต่อไป ขอบคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านพิมพฤดา ตันจรารักษ์ เชิญครับ

นางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์ พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานสภา ที่เคารพ พิมพฤดา ตันจรารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย วันนี้มีเรื่องจะมาหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันค่ะ

เรื่องแรก เขื่อนพร้อมทางเดินเท้าริมคลองชลประทาน ๒๖ บริเวณ หน้าวัดธรรมจริยา ตำบลข้าวงาม อำเภอวังน้อย เกิดการทรุดตัวและเสียหาย มีความยาว มากกว่า ๑๐๐ เมตร ซึ่งตรงนี้ก็อาจจะก่อให้เกิดอันตรายกับพี่น้องได้ เพราะบริเวณนี้เป็น บริเวณที่พี่น้องประชาชนใช้ในการออกกำลังกายและใช้ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ จึงอยากจะ ขอให้ทางกรมชลประทานเร่งจัดสรรงบประมาณ มาดำเนินการซ่อมแซมด้วยค่ะ เพราะว่า เขื่อนบริเวณนี้เกิดการทรุดตัวมานานกว่า ๓ ปีแล้วค่ะ

เรื่องที่ ๒ คือฝ่ายทางบนถนนทางหลวงดับอยู่หลายจุดเลย โดยเฉพาะ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๕๒ เส้นธัญบุรี-วังน้อย ซึ่งก็มีการก่อสร้างอยู่ด้วย อีกจุดนะคะ ก็คือบนสะพาน U-Turn เกือกม้า กม. ๕๗ ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย ก็ทำให้ผู้ใช้เส้นทาง เกิดความยากลำบากและอันตรายเป็นอย่างมาก

ส่วนเรื่องสุดท้าย ตอนนี้การระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยามีการเพิ่มขึ้น เกิดผลกระทบกับพี่น้องประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในบางพื้นที่แล้ว จึงอยากจะ ขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและทุก ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เตรียมตัวรับมือ กับสถานการณ์น้ำที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วย ขอบพระคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านฐากูร ยะแสง เชิญครับ

นายฐากูร ยะแสง เชียงราย

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฐากูร ยะแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคประชาชน อำเภอแม่ลาว อำเภอแม่สรวย อำเภอเวียงป่าเป้า วันนี้ผมขอหารือกับ ท่านประธาน มี ๓ ประเด็นปัญหา

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ประเด็นปัญหาแรก ประเด็นน้ำประปา ด้อยคุณภาพ ประเด็นปัญหาเกี่ยวกับระบบประปาภายในหมู่บ้านของบ้านห้วยส้านยาว ตำบลดงมะดะ อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพอนามัย และชีวิตของพี่น้องประชาขน จากการตรวจสอบระบบน้ำประปาหมู่บ้านมีน้ำขุ่น ไม่ใส เนื่องจากขาดระบบการกรองที่มีประสิทธิภาพทำให้คุณภาพน้ำที่ส่งถึงพี่น้องประชาชนไม่ได้ มาตรฐาน และยังส่งผลอย่างรุนแรงต่อคุณภาพชีวิตของพี่น้องในพื้นที่ต้องใช้น้ำที่คุณภาพต่ำ ในการอุปโภคบริโภค ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องฝากดูแลและแก้ปัญหาให้ชาวบ้านอย่าง เร่งด่วน

ประเด็นที่ ๒ ถนนเส้น ๑๑๘ ชำรุดเป็นหลุม ถนนทางหลวงหมายเลข ๑๑๘ ในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมหลัก เชื่อมระหว่างจังหวัดเชียงราย กับจังหวัดเชียงใหม่ แต่ปัจจุบันเส้นทางนี้ได้ประสบปัญหาถนนชำรุดเป็นหลุม ส่งผลต่อการ เดินทางและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน จากการลงพื้นที่สำรวจพื้นที่ถนน ทรุดตัวและเกิดการเป็นหลุมลึกหลายจุดเป็นอันตรายต่อการสัญจร วอนหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องช่วยในการประสานและซ่อมแซมดูแลให้พี่น้องอย่างเร่งด่วน

ประเด็นที่ ๓ ขอสไลด์ครับ น้ำท่วมจังหวัดเชียงราย ปี ๒๕๖๗ ปัญหาน้ำท่วม ล่าสุดของจังหวัดเชียงรายสร้างผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน น้ำท่วมครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ของอำเภอเวียงแก่น ขุนตาล เทิง สาเหตุจากฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน น้ำเอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าสู่หมู่บ้าน พื้นที่เกษตร และเขตที่อยู่อาศัย สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง บ้านนับพันหลังคาเรือนถูกน้ำท่วม พื้นที่เกษตร นาข้าวและสวนผลไม้สร้างความเสียหาย ทั้งการคมนาคมในพื้นที่ ถนน สะพาน ถูกตัดขาด ขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยประสานในการเยียวยา และหาทางช่วยให้พี่น้อง ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตอย่างผาสุกอีกครั้ง ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเทียบจุฑา ขาวขำ เชิญครับ

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขอนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือกับท่านประธาน เนื่องจากดิฉันได้ลงไปในพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภอบ้านผือ อำเภอน้ำโสม อำเภอนายูง เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว แหล่งธรรมะและวัฒนธรรม และขณะเดียวกันอำเภอบ้านผือ ก็มีอุทยานประวัติศาสตร์ ซึ่ง UNESCO ได้ประกาศเป็นมรดกโลก แต่ผลก็คือนักท่องเที่ยวเยอะ การเดินทางไม่ค่อยสะดวก ถนนคับแคบ ไฟฟ้าไม่สว่างเกิดอุบัติเหตุบ่อย ๆ ในช่วงถนน สายทางหลวง ๒๐๒๑ จึงอยากได้ไฟแสงสว่างตลอดเส้นทางเพราะว่าขณะเดียวกัน มีแหล่งชุมชนเยอะ

ขณะเดียวกันทางหลวงสาย ๒๓๔๘ ตั้งแต่บ้านผือ ไปบ้านโนนวารี บ้านผือ บ้านติ้ว ตำบลเมืองพาน ซึ่งเป็นเส้นทางสู่แหล่งมรดกโลกเลยค่ะ แล้วก็มีนักท่องเที่ยว นักปั่นจักรยานไปท่องเที่ยวธรรมชาติเยอะ แล้วก็มีพี่น้องใกล้บ้าน พี่น้องชาวเวียงจันทน์ ก็มากราบไหว้พระ หลวงปู่นาค หลวงปู่องค์ดำ รอยพระพุทธบาท เยี่ยมชมศิลปวัฒนธรรม มรดกโลกด้วย ดังนั้นเส้นทางนี้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญ จึงขอฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมทางหลวง จัดอำนวยความสะดวก จัดดูแล ความปลอดภัย ขยายถนน ให้ไฟฟ้าส่องสว่างให้กับพี่น้องด้วย

อีกเรื่องหนึ่งท่านประธาน ดิฉันก็ได้รับการร้องเรียนจากนายก อบต. ตำบลคำด้วง แล้วก็พี่น้องตำบลบ้านก้อง ว่าน้ำประปานี่ ประปาหมู่บ้านสร้างมานานแล้ว ตอนนี้มันไม่มี ประสิทธิภาพ น้ำมันมีหลายสี แล้วก็ไม่พอที่จะอุปโภคบริโภค เขาก็ได้ทำเรื่องของบประมาณ ไปหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่ได้รับผลว่าเป็นอย่างไร จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ สทนช. กระทรวงมหาดไทย หรือกรมน้ำบาดาล ช่วยเข้ามาดูแล หน่วยงานนี้ด้วย เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ เชิญครับ

นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ นครพนม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครพนม

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ผมขออภิปรายปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศที่ถูกแก๊ง Call Center โทรศัพท์หลอกลวง ข้อความ หลอกลวงให้พี่น้องให้ข้อมูล หรือมีข้อความส่งมาจะให้รางวัล ให้เงิน ๒๐๐ บาท ๓,๗๘๙ บาท ตามภาพ หรือมีพัสดุส่งแล้วไม่สำเร็จ ให้กดเข้าไปในเว็บไซต์ เข้าไปใน Application ถ้าพี่น้องประชาชนคนใดหลงกรอกข้อมูลเข้าไป ก็จะถูกถอนเงิน ดูดเงินจากบัญชีเงินฝาก นั่น คือเป็นปัญหาเดือดร้อนกันมานาน แล้วก็หน่วยงานของภาครัฐ ตำรวจไซเบอร์ กสทช. ติดตามจับกุมก็อยู่ในขั้นที่ว่ายังแพ้คนโกง คนหลอกลวงอยู่ ขอให้มีเทคโนโลยีหรือการทำงาน ที่รวดเร็วกว่านี้ มีช่องทางในการแจ้งปัญหาความเดือดร้อน น่าจะเพิ่ม Line Id ให้พี่น้อง ของเราได้แจ้งปัญหาความเดือดร้อนได้อีก ๑ ช่องทาง และได้ปิดหมายเลขโทรศัพท์ ข้อความ หรือเว็บไซต์ Application ต่าง ๆ ให้รวดเร็ว ไม่เช่นนั้นแล้วพี่น้องของเราจะถูกดูดเงิน ถอนเงินไปอีกหลายแสนบาท หลายล้านบาท ถ้าหน่วยงานราชการของภาครัฐยังช้าอยู่แบบนี้ และขอรบกวนท่านประธานได้ให้สถานีวิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา ช่อง ๑๐ ของเราได้เผยแพร่ ช่องทางหรือวิธีป้องกัน พี่น้องประชาชนที่จะถูกหลอกลวง ตลอดจนกระทรวงมหาดไทยได้มี Spot ไปเปิดตามหอกระจายข่าวที่บ้านกำนัน บ้านผู้ใหญ่บ้าน ให้พี่น้องประชาชนในหมู่บ้าน ได้รับทราบปัญหาป้องกันแก๊งหลอกลวง แก๊ง Call Center ไม่เช่นนั้นพี่น้องประชาชนที่ไม่ได้ ติดตามข่าวสารบ้านเมือง ก็จะถูกหลอกลวงมากยิ่งขึ้นครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู เชิญครับ

นางสาวเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู เชียงใหม่

เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ผู้แทนจากชาวเชียงใหม่ค่ะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานอยู่ ๓ เรื่องด้วยกันค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการคลิปภาพ)

เรื่องแรก เป็นเรื่องของพื้นที่ หมู่บ้านดาราวดี ตำบลป่าแดด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ที่มีน้ำท่วม ซ้ำซากค่ะ ซึ่งดิฉันได้ลงพื้นที่กับนายกรุ่งปรีชา ปั๋นแก้ว นายกเทศมนตรีตำบลป่าแดด ซึ่งปัญหาอยู่ที่การก่อสร้างสะพานที่ไม่ใช่สะพานค่ะรูปมุมขวาบนนะคะ จริง ๆ แล้วสะพาน โดยลักษณะทั่วไปคือจะต้องมีน้ำลอดและระบายน้ำได้อย่างรวดเร็วนะคะ แต่ในส่วนของ สะพานนี้ไม่สามารถที่จะทำให้น้ำรอดแล้วระบายได้อย่างรวดเร็วได้ จึงฝากท่านประธานสภา ผ่านไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหานี้ ให้กับพี่น้องประชาชนหมู่บ้านดาราวดี ตำบลป่าแดดค่ะ

เรื่องที่ ๒ ฝากความห่วงใยไปยังวิกฤติภาคเหนือตอนบนนะคะ ไปยังพี่น้อง ประชาชนจังหวัดเชียงราย แพร่ น่าน พะเยา ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ครั้งนี้นะคะ ซึ่งมวลน้ำจำนวนมากกำลังจะไหลลงสู่ภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดตาก สุโขทัย แล้วไปสู่ แม่น้ำเจ้าพระยา หรืออาจจะถึงกรุงเทพมหานครนะคะ จึงฝากประธานสภาผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหานี้ เพราะว่าเมื่อช่วงเวลานี้ปีที่แล้วเราก็พูดกันเรื่องนี้ค่ะ อยากจะฝากประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แก้ไขปัญหานี้ให้เกิดเป็นรูปธรรม อย่างชัดเจนแน่นอนค่ะ

สุดท้ายค่ะ เรื่องที่ดิฉันได้ไปพบกับกลุ่มผู้ประกอบการจังหวัดเชียงใหม่ ที่ปัญหาเกิดจากธุรกิจซบเซานะคะ ทำให้พวกเขาต้องปิดร้าน เซ้งร้าน ปิดกิจการ และทำให้ คนงานของพวกเขาไม่มีงานทำนะคะ ซึ่งสภาพพวกนี้เกิดสวนทางกับนโยบายกระตุ้น เศรษฐกิจของรัฐบาลนะคะ ซึ่งบอกว่าจะ Free Visa นักท่องเที่ยว เพิ่มเงินในกระเป๋าให้กับ พี่น้องประชาชน แล้วก็การเปิดสนามบิน ๒๔ ชั่วโมง แต่รายได้ไม่ได้เพิ่มในกระเป๋าประชาชน อย่างแท้จริงนะคะ จึงฝากประธานสภาผ่านไปยังรัฐบาลที่ได้กล่าวอ้างและหาเสียงไปไว้ว่า จะทำให้คนไทยมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีกิน มีใช้ไปพร้อม ๆ กันค่ะท่านประธาน ขอบคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ เชิญครับ

นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ผู้แทนราษฎรนครราชสีมา เขตอำเภอปากช่อง พรรคเพื่อไทยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ท่านประธานครับข่าวอุโมงค์ถล่ม ที่อำเภอปากช่องเป็นข่าวใหญ่ในขณะนี้ ผมในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรเขตอำเภอปากช่อง ขอให้กำลังใจกับผู้ประสบเหตุ และขอกราบขอบพระคุณผู้ที่คอยช่วยเหลือทุกหน่วยงาน ทุกท่าน ท่านประธานครับ ผมขอตั้งข้อสังเกตว่าทำไมอุโมงค์รถไฟความเร็วสูงนี้พังถล่ม ซ้ำแล้วซ้ำอีก เมื่อไม่นานมานี้ครับอุโมงค์พังถล่มที่บ้านบันไดม้า ตำบลปากช่อง มีผู้บาดเจ็บ ล้มตายหลายราย ครั้งนี้เกิดขึ้นที่ตำบลจันทึกซึ่งเป็นข่าวใหญ่ในขณะนี้ ผมถามว่ามาตรการ ความปลอดภัยอยู่ตรงไหนครับ ขอเรียกร้องให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัย มากกว่านี้ครับ จึงเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ตรวจสอบกำชับให้มีมาตรการในการก่อสร้าง ไม่ให้สูญเสียชีวิตของพี่น้องประชาชน อีกต่อไป

ท่านประธานครับ เรื่องต่อมานั้น คนปากช่องร้องเรียนปัญหาเรื่องน้ำประปา การประปาส่วนภูมิภาคอำเภอปากช่อง ใช้น้ำดิบจากลำธารเขาใหญ่ผลิตน้ำขาย หน้าแล้ง น้ำขาดแคลนไม่พอใช้ หน้าฝนน้ำแดงสกปรกไม่สามารถกรองให้ใสใช้ได้อย่างปลอดภัยได้ เมื่อวันก่อนการประปาส่วนภูมิภาคอำเภอปากช่อง ได้มีหนังสือแจ้งให้กับพี่น้องประชาชน เตรียมหาภาชนะกักเก็บน้ำไว้ใช้ เพราะนับจากนี้น้ำจะขุ่นและไม่เพียงพอ ชาวบ้านจะหา ภาชนะมากักเก็บน้ำได้มากขนาดนั้นให้เพียงพอได้อย่างไรครับ สร้างความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก จึงนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย และการประปาส่วนภูมิภาคเขตสระบุรี ที่ดูแลประปาส่วนภูมิภาค อำเภอปากช่องให้ชี้แจงความบกพร่อง และหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนชาวอำเภอปากช่องด้วย ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านเอกราช อุดมอำนวย เชิญครับ

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง จากพรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ผมในฐานะผู้แทนราษฎร วันนี้ขออนุญาต นำเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องคนดอนเมืองมาหารือนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

เรื่องแรกครับท่านประธาน ก็คือว่าที่ประตูระบายน้ำคูนายกิมสาย ๓ มีสภาพเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็น แล้วก็ยังเป็นแหล่ง เพาะพันธุ์ยุงลายนะครับ ช่วงนี้ก็อยากจะให้ทางสำนักงานเขตไปดูแลเรื่องสภาวะกลิ่น แล้วก็ทางสภาพแวดล้อมนะครับ เพราะว่าประชาชนร้องเรียนมาอย่างหนักนะครับ

เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องไฟส่องสว่างบริเวณหน้าวัดดอนเมืองนะครับ ตอนนี้ยังคง มืดสนิท ก็รบกวนขอให้ทางสำนักงานเขตไปแก้ไขนะครับ เพราะว่าผมหารือมานี่เป็นครั้งที่ ๓ แล้วนะครับ ก็ยังมืดต่อ ซึ่งหน้าวัดดอนเมืองก็เป็นที่สัญจรมีทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศ ผ่านสัญจรจำนวนมากนะครับ

ต่อมาก็เป็นเรื่องไฟส่องสว่างเช่นเดียวกัน ถัดไปเลยครับ เรื่องของตั้งแต่ ถนนสรงประภานะครับ ๑ แยก ๓๔ หรือว่าซอยสุวรรณี ๒ เรื่อยมาจนถึง บ้านมั่นคงเปรม ประชาสมบูรณ์ มืดสนิทเช่นกันนะครับ ก็ฝากสำนักงานเขตดอนเมือง แล้วก็การไฟฟ้าเข้าไป ดูแลเรื่องของไฟส่องสว่างนะครับ

ประเด็นต่อมาก็คือทางเท้าชุมชนตลาดกลาง ตอนนี้ไม่สามารถระบายน้ำได้ ทำให้น้ำท่วม แล้วมีเด็กและเยาวชนต้องไปเรียนหนังสือนะครับ ก็ฝากทางสำนักงานเขตนะครับ จะช่วยเหลือโดยการดูแลจัดพื้นที่ให้ปลอดภัยในการสัญจรด้วยนะครับ

ต่อมาก็คือราวกันเขื่อนบ้านมั่นคงประชาสมบูรณ์นะครับ ดูแล้วมีความ อันตรายนะครับ แล้วบริเวณนั้นมีเด็กเล็กเยอะมาก ก็ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ ในการสร้างราวกั้นเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น

เรื่องสุดท้ายครับประชาอุทิศ ๑๑ มีการก่อสร้างถนนวางท่อใหม่นะครับ ปรากฏว่ามีกำหนดแล้วเสร็จ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๗ แต่ตอนนี้ยังไม่เสร็จเลยนะครับ ก็ฝากทางสำนักงานเขตเร่งรัดด้วย ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านยูนัยดี วาบา เชิญครับ

นายยูนัยดี วาบา ปัตตานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ยูนัยดี วาบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตเลือกตั้งที่ ๔ จังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ประกอบ ไปด้วยอำเภอสายบุรี อำเภอกะพ้อ อำเภอไม้แก่น อำเภอปะนาเระ วันนี้ผมขออนุญาตหารือ ท่านประธานประกอบไปด้วย ๓ เรื่องด้วยกันนะครับ

เรื่องที่ ๑ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายอาฮามะ ยูโซะ นายก อบต. ตำบล ละหาร อำเภอสายบุรี เรื่องน้ำท่วมซ้ำซากนะครับ ตรงแยกทุ่งน้อยหน้าการไฟฟ้าสายบุรี ซึ่งเส้นนี้เป็นเส้นทางหลักเข้าตัวเมืองสายบุรี ทางหลวงแผ่นดิน ๔๑๕๗ ฝนตกนิดเดียว น้ำก็ท่วม เพราะไม่มีท่อระบายน้ำ จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวง ตั้งงบประมาณเพื่อแก้ปัญหานะครับ

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายมะฮาซาบูเลาะ สะแลแม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๑ ตำบลละหาร เรื่องขอไฟส่องสว่างสายทาง ทางหลวงแผ่นดิน ๔๐๖๐ ช่วงแยกมะนังดาลำ เข้าเมืองสายบุรี เส้นทางนี้มืดมาก เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงขอให้ กรมทางหลวงตั้งงบประมาณแก้ปัญหาด้วยครับ

เรื่องสุดท้ายครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายบูคอรี ปูเต๊ะ นายก อบต. ไทรทอง อำเภอไม้แก่น เรื่องขอไฟส่องสว่างสายทาง ทางหลวงแผ่นดิน ๔๑๖๗ สายกูวิง บ้านป่าไหม้นะครับ ชาวบ้านใช้เส้นทางนี้เข้าตัวเมือง เข้าโรงพยาบาลไม้แก่น เส้นทางมืดมาก ทำให้ไม่สะดวกและอาจเกิดความไม่ปลอดภัย จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน กรมทางหลวงเพื่อแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน ๓ เรื่องด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านทศพร เสรีรักษ์ เชิญครับ

นายทศพร เสรีรักษ์ แพร่

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย วันนี้ก็มีเรื่องที่จะต้องขอหารือ ท่านประธานซึ่งเป็นเรื่องค่อนข้างเร่งด่วน ตอนนี้ทางภาคเหนือของเรากำลังโดนน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดเชียงรายพื้นที่บ้านของท่านประธาน มาจนถึงแพร่ น่าน แล้วก็กำลัง จะต่อไปยังสุโขทัยนะครับ ที่จังหวัดแพร่โดนค่อนข้างหนัก น้ำเข้าไปทั้งเมืองเสียหาย บางที ก็บ้านก็หายไปทั้งหลัง ทั้งวัดวาอาราม ทั้งโรงเรียนโดนไปหมดนะครับ แต่ตอนนี้ในเมือง ถึงแม้ว่าจะน้ำลดลงไปบ้างแล้วแต่ว่าน้ำก็กำลังไหลไปตามแม่น้ำยม แล้วก็ไปท่วมอย่างหนักที่ อำเภอลอง แล้วก็อำเภอวังชิ้น การเข้าไปให้ความช่วยเหลือเรื่องอาหารน้ำดื่มคงต้องดูสรุป บทเรียนจากอำเภอเมืองซึ่งมีปัญหามาก หลายพื้นที่เข้าไปไม่ถึง เพราะว่าน้ำเชี่ยว กระแสน้ำแรง ซึ่งอันนี้คงเป็นข้ออ้างไม่ได้ ทางราชการก็คงจะต้องประสานงานนะครับ ในเมื่อเรามีทหาร จะเป็นทหารบก ทหารเรือ หรืออะไรก็คงจะต้องพยายามเข้าไปถึงไม่ปล่อยให้ประชาชน ต้องอดข้าวอดน้ำเป็นเวลาหลาย ๆ วัน จะใช้กองกำลังเข้าไป จะใช้เรือเร็วเข้าไป จะใช้ Drone เข้าไป ก็ต้องแก้ไขนะครับ ทำที่วังชิ้น ที่ลอง แล้วก็ที่สุโขทัยให้ดีขึ้น ในอำเภอเมืองแพร่ เขตป่าแมต หรือว่าเขตในเมือง เขตทางสูงเม่น ซึ่งน้ำลดลงไปแล้วก็ตาม แต่ตอนนี้บ้านเรือน โรงเรียนเต็มไปด้วยโคลนอยู่ไม่ได้ ขยะเลอะไป หมดแล้วก็เหม็น เริ่มเน่า เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องเร่งส่งรถน้ำเข้าไปชำระล้าง หลายบ้านยังมีน้ำ ท่วมขังก็ต้องไปสูบน้ำออก ไม่อย่างนั้นก็จะมีปัญหาโรคฉี่หนู มีปัญหาเรื่องน้ำกัดเท้าตามมา ก็ขอประสานแจ้งไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่จะเร่ง ขอความช่วยเหลือจากท้องถิ่นท้องที่หรือจังหวัดใกล้เคียงที่จะส่งรถน้ำ ส่งเครื่องสูบน้ำไปช่วย โดยด่วน แล้วการฟื้นฟูหลังจากนี้ปัญหาเรื่องหนี้สินก็เป็นสิ่งที่ต้องพยายามเข้าไปแก้ไข ให้พี่น้องประชาชนซึ่งหมดเนื้อหมดตัวนะครับ ค่าน้ำ ค่าไฟก็ควรจะงดไปก่อน เรื่องหนี้สิน ธ.ก.ส. หรืออะไรก็อาจจะลดดอกเบี้ย อาจจะพักชำระหนี้ ก็ต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ท่านรองนายกรัฐมนตรีภูมิธรรม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุทิน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ธรรมนัสที่เข้าไปดูแล ไปพยายามแก้ไข ปัญหาให้ประชาชนอย่างใกล้ชิด ขอบพระคุณ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย เชิญครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสงคราม พรรคประชาชน วันนี้ผมมีความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องชาว จังหวัดสมุทรสงครามมาปรึกษาหารือกับท่านประธานเพียงเรื่องเดียวครับ แต่เป็นเรื่อง ที่มีความจำเป็น มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งครับ ด้วยศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด สมุทรสงครามนะครับ จัดตั้งครั้งแรกที่โรงเรียนสกลวิสุทธิ เมื่อปี ๒๕๔๓ ต่อมาย้ายมาที่ โรงเรียนวัดบางกะพ้อม รวมเวลาถึงปัจจุบันก็ก่อตั้งมาได้ ๒๓ ปีแล้วนะครับ การจัดตั้งศูนย์ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือสนับสนุนการเรียนการสอน จัดสิ่งอำนวยความสะดวก จัดครูผู้สอนให้กับเด็กนักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษทั้ง ๙ ประเภทความพิการ ปัจจุบันมีนักเรียนในศูนย์มากกว่า ๑๕๐ คน และมีแนวโน้มที่นักเรียนจะเพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปี อาคารเรียนไม่เพียงพอ พื้นที่ของศูนย์ก็คับแคบต้องสลับกันมาเรียน เด็กพิการได้มาเรียนบ้าง ต้องหยุดเรียนบ้าง รวมถึงยังต้องการพื้นที่มากขึ้นเพื่อให้ใช้ประโยชน์ได้กับทุกกลุ่ม ความพิการด้วย ฉะนั้นทางศูนย์มีความจำเป็นที่ต้องมีที่ดินไม่ต่ำกว่า ๕ ไร่ เพื่อขอรับ งบประมาณจากต้นสังกัดในการก่อสร้างศูนย์แห่งใหม่ แต่เดิมมีการวางแผนว่าจะย้ายไปที่ โรงเรียนวัดดาวดึงษ์ ตำบลบางช้าง อำเภออัมพวา แต่ก็ติดปัญหาเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินของวัด ที่ต้องจ่ายค่าเช่า ทำให้ยังไม่สามารถย้ายไปได้จนถึงปัจจุบัน ผมจึงขอให้ท่านประธาน ประสานไปยังจังหวัดสมุทรสงคราม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ กรมธนารักษ์ ให้จัดการที่ดินในการก่อสร้างศูนย์การศึกษาพิเศษแห่งนี้ด้วยครับ และหากยัง ไม่มีหน่วยงานไหนจัดการได้นะครับ ผมจึงขอใช้โอกาสนี้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใจบุญที่มีที่ดิน ๕ ไร่ขึ้นไปบริจาคเพื่อสร้างศูนย์การศึกษาสำหรับเด็กพิการแห่งนี้ที่จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งจะถือว่าเป็นการสร้างบุญสร้างกุศลร่วมกันด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านมนัสนันท์ หลีนวรัตน์ เชิญครับ

นายมนัสนันท์ หลีนวรัตน์ ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายมนัสนันท์ หลีนวรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดปทุมธานี พรรคเพื่อไทย กระผมมีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องดังนี้ครับ

เรื่องที่ ๑ ฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี และชลประทานจังหวัดปทุมธานีเตรียมรับมือน้ำที่มาจากภาคเหนือด้วยครับ เป็นสิ่งที่ผมไม่ อยากให้เกิดกับพี่น้องคนปทุมธานีสักคนเดียว แต่เราก็ต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับน้ำที่ จะมาจากภาคเหนือครับ

เรื่องที่ ๒ กระผมได้รับการแจ้งเตือนจากพี่น้องประชาชนในจังหวัดปทุมธานี ว่าไฟฟ้าถนนทางหลวงแผ่นดินไม่ติดในแต่ละเส้น และได้สร้างปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน รวมถึงปัญหาในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนในการสัญจรไปมาในเวลาค่ำคืน ทำให้ปัญหา อุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ตามรายละเอียดเส้นทางทางหลวงแผ่นดินดังต่อไปนี้ครับ ทางหลวงชนบท ปท. ๓๐๒๖ กม. ๑๐ ถึง กม. ๑๑ หมู่ที่ ๖ ตำบลหนองสามวัง อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ทางหลวงชนบท ปท. ๓๐๒๖ กม. ๑๒ ตำบลศาลาครุ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี เส้นราชพฤกษ์-ปทุมธานี-บางบัวทอง ถนนหมายเลข ๓๐๒๑ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑ ถนนพหลโยธิน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๙ ปทุมธานี-บางบัวทอง ถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๐๕ รังสิต-นครนายก ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๕ ปทุมธานี-บางคูวัด บางบัวทอง-บางพูน (ซ่อมสร้าง) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๖ ถนนปทุมธานี-บางเลน ปทุมธานี-รังสิต ทางหลวงหมายเลข ๓๔๗ ปทุมธานี-บางปะหัน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๑๔ ถนนช่วงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๑๑๑ ถนนปทุมธานี-เสนา ถนนเส้นลำลูกกา-คูคต-ลำสามแก้ว กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเชตวัน เตือประโคน

นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี ผมมีเรื่อง ปรึกษาหารือฝากท่านประธานไปที่ ๓ เรื่องครับ

เรื่องที่ ๑ ปัญหาเรื่องของสายสื่อสาร ซึ่งบริเวณหน้าปากทางลำลูกกา ๑๑ หรือถนนเสมาฟ้าคราม เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ แล้วทางเจ้าหน้าที่ของ กสทช. เองก็ได้มาดูแล มาตัดสายแล้วก็เดินสายใหม่เป็นที่เรียบร้อย แต่ว่าบริเวณพื้นที่ตามที่เห็นเลยครับ กลับมีสายรกเรื้อ เกลื่อนกลาดมาเป็นเดือนแล้ว ผมก็ได้ทำหนังสือแจ้งไปทางเทศบาลเมืองคูคต ก็ยังไม่มี คำตอบในเรื่องนี้ แล้วก็แจ้งไปทางช่องทางออนไลน์ Traffy Fondue ของ กสทช. ด้วย ก็ยังไม่มีการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้เลยต้องมาขอหารือฝากท่านประธานครับ

เรื่องที่ ๒ เรื่องปัญหาไฟส่องสว่าง อันนี้เป็นที่ถนนไสวประชาราษฎร์ครับ บริเวณซอยร่วมสุข ๓ หน้าหมู่บ้าน A.C. House 3 ครับท่านประธาน คือผมเคยหารือ เรื่องนี้ไปแล้วด้วยในการประชุมสภาสมัยที่แล้ว แต่ว่าก็ยังไม่ได้มีการแก้ไขครับ ตรงนี้เคยทำ หนังสือไปถึงแขวงทางหลวงชนบทปทุมธานีซึ่งเป็นเจ้าของถนน ก็ได้ความว่ามีโครงการที่จะ มาติดตั้งไฟส่องสว่าง แต่ก็ปรากฏว่าเอาไปแขวนที่เสาไฟไม่ได้ครับ เพราะการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคบอกว่าตรงบริเวณนั้นมีสถานีรถไฟฟ้าคูคตอยู่ เมื่อเกาะเกี่ยวทำไฟกิ่งแล้ว อาจจะ ทำให้ไฟดับได้ เพราะฉะนั้นก็เลยไม่มีการติดตั้งไฟส่องสว่างตรงนี้ ปัญหาก็คือว่าตอนนี้ มีคนตายแล้วครับ มีอุบัติเหตุจากบริเวณนี้เป็นช่วงระยะทางเกือบ ๑ กิโลเมตรที่ไม่มีไฟส่องสว่าง บริเวณนี้ครับท่านประธาน

เรื่องสุดท้ายครับ ปัญหาน้ำท่วมบริเวณรอยต่อระหว่างเทศบาลเมืองคูคตกับ เทศบาลเมืองลำสามแก้ว เป็นด้านหน้าหมู่บ้านรินทร์ทองและด้านหลังบ้านร่มเย็น ถนนเส้นนี้ เป็นรอยต่อของทั้ง ๒ เทศบาล ทีนี้พอเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมแบบนี้ครับ นี่ไม่ใช่ที่ภาคเหนือ ไม่ใช่ที่เชียงราย ไม่ใช่ที่แพร่นะครับ นี่คือที่ปทุมธานี แล้วก็ไม่มีการเข้าไปจัดการ เพราะว่า ด้านหนึ่งคือเทศบาลหนึ่ง อีกด้านหนึ่งคือเทศบาลหนึ่ง ถ้าเกี่ยงกันแบบนี้ผมว่า ควบรวมเทศบาล ยกระดับเป็นเทศบาลนครเลยดีไหมครับ เดี๋ยวจะไปถามประชาชนเรื่องนี้ ฝากท่านประธานด้วย ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธิษะณา ชุณหะวัณ เชิญครับ

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สส. แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานครเขต ๒ หรือเขตปทุมวัน สาทร และราชเทวีค่ะ วันนี้ดิฉันอยากมาปรึกษาหารือเรื่องประเด็นการรื้อถอนในพื้นที่รับผิดชอบ ของดิฉัน ซึ่งในเขตปทุมวันและเขตราชเทวีค่ะ ขออนุญาตสไลด์ค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ในพื้นที่ปทุมวันจากที่ได้ลง พื้นที่กับทีมงานและรับฟังปัญหาพี่น้องประชาชน ดิฉันทราบว่ามีการขอคืน รวมถึง การเวนคืนพื้นที่รื้อถอนในบริเวณต่าง ๆ อย่างเช่น ชุมชนพัฒนาบ่อนไก่ ชุมชนกุหลาบแดง ชุมชนหลังวัดปทุมวนาราม ชุมชนวัดดวงแขบริเวณซอยงูเหลือม แล้วก็พื้นที่ของ รฟท. ไม่ว่าจะเป็นชุมชนบุญร่มไทร ชุมชนแดงบุหงา ชุมชนนิคมมักกะสัน ริมทางรถไฟมักกะสัน ซึ่งเป็นพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทยหรือว่า รฟท. และพวกเขา ก็กำลังจะสูญเสียที่อยู่อาศัยแต่เดิมที่อยู่กันมาหลายชั่วอายุคนนะคะ อันนี้เป็นในบริเวณของ ชุมชนร่วมฤดี ในเขตปทุมวัน มากไปกว่านั้นนะคะ ดิฉันและทีมงานได้เข้าไปร่วมรับฟัง ความคิดเห็นร่างผังเมืองในกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ ๔ เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ณ สำนักงานเขตปทุมวัน สิ่งที่ได้ทราบมาและมีความกังวลอย่างมากคือ เป็นพื้นที่สีแดง ทั้งหมดนะคะ หมายถึงเป็นพื้นที่ที่ทำการพาณิชยกรรมทั้งสิ้น ในเขตปทุมวันมีประชากรเกือบ ๔๐,๐๐๐ ราย แต่เนื่องจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ทำให้ประชาชน เกือบส่วนใหญ่ในเขตปทุมวันยังไม่ทราบถึงร่างของผังเมืองครั้งนี้ และจะส่งผลกระทบต่อ ความเป็นอยู่และการดำรงชีวิต ถ้าหากว่าพื้นที่ของพวกเขากลายเป็นสีแดงสำหรับพื้นที่ พาณิชยกรรมทั้งหมดก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะขอคืนพื้นที่หรือเวนคืนพื้นที่ ไปจนถึง การถูกไล่รื้อถอนค่ะ ดิฉันจึงได้เสนอให้มีการแสดงความคิดเห็นลงในแบบฟอร์มนะคะ ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองได้จัดไว้ เพื่อเป็นการรักษาสิทธิของพ่อแม่พี่น้องที่จะสามารถ คัดค้านไปจนถึงบริเวณที่ถูกไล่รื้อถอนได้ แล้วก็มีการก่อสร้าง Megaproject ในบริเวณพื้นที่ ใกล้ชุมชนหนาแน่นแบบปทุมวัน ก็ได้รับผลกระทบด้านสภาพอากาศ มลภาวะทางเสียง หมอกฝุ่นปกคลุมทั้งอุบัติเหตุจากอุปกรณ์ก่อสร้างขนาดใหญ่ เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องมี การไตร่ตรองมากยิ่งขึ้นและพิจารณาพร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนมีบทบาทในการตัดสินใจ มากยิ่งขึ้นและสัดส่วนของคณะกรรมการผังเมืองก็ยังไม่มีความยึดโยงกับพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ นอกจากการไม่มีการประชาพิจารณ์อย่างทั่วถึงแล้วนะคะ นอกจากนี้ในเขตพื้นที่ ราชเทวีก็มีข้อพิพาทในเรื่องการไล่รื้อถอนของการรถไฟแห่งประเทศไทย ในชุมชนที่อยู่ โดยรอบพื้นที่รางรถไฟ ดิฉันอยากปรึกษาหารือว่า เรามีมาตรการช่วยเหลือที่มีความเหมาะสม ต่อการเจรจากับชาวบ้านในเรื่องการหาที่อยู่อาศัยใหม่ การเยียวยาตามบริบทของพื้นที่และ ตามบริบทของครอบครัว เช่น มีผู้ป่วยติดเตียง ผู้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ กลุ่มเปราะบาง จริงจังแล้วหรือยังคะ ชุมชนแออัดไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินของตัวเองอย่างเป็นมั่นคงถาวร และเสี่ยงต่อการถูกเวนคืนพื้นที่โดยนายทุนใหญ่ โดยเฉพาะในเขตของดิฉันที่ปัจจุบันเป็น พื้นที่พาณิชยกรรมทั้งหมด สามารถขึ้นตึกสูงได้มากกว่า ๒๖ ชั้น และเป็นผู้ได้รับผลกระทบ จากการเวนคืนพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง เชื่อมต่อ ๓ สนามบิน รื้อถอนถึง ๑,๖๐๐ ครัวเรือน โดยมีการคืนค่าเวนคืนพื้นที่ให้ แต่ตาม ราคาค่าวัสดุตามราคาตลาดแต่เพียงเท่านั้น แต่ยังไม่เพียงพอกับการหาที่อยู่อาศัยใหม่ และสิ่งที่น่าสงสัย คือตามข้อมูลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แฟลตการเคหะที่สร้างเพื่อผู้มีรายได้น้อยยังขายไม่ออกถึง ๑๗,๐๐๐ กว่า Unit ทั้ง ๆ ที่มีผู้ไม่มี กรรมสิทธิ์ในที่ดินของตัวเองในประเทศนี้มากกว่า ๗๕ เปอร์เซ็นต์ และต้องเรียนว่า ประสบการณ์ที่ดิฉันได้จากการลงพื้นที่นั้น ทำให้ดิฉันเห็นว่าปัญหาเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ ในวงกว้างให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชุมชนแออัด เนื่องจากหลายครอบครัวในชุมชนเหล่านี้ ยังคงประสบปัญหาต่าง ๆ เช่น การมีผู้ป่วยติดเตียงในที่อยู่อาศัยในครัวเรือน บางรายก็พ่วงมา ด้วยค่าใช้จ่ายในการรักษาบางประการที่มีราคาสูง ซึ่งจะต้องเน้นไปในการดูแลที่เหมาะสม และที่ดิฉันพบนั้นผู้ป่วยบางรายมีภาวะแทรกซ้อนตามมา อย่างเช่น แผลกดทับ ข้อยึดติด กล้ามเนื้อลีบ ผื่นจากการใส่ผ้าอ้อม หรือการเข้าข่ายที่เป็นภาวะซึมเศร้า ซึ่งสภาวะเหล่านี้ ย่อมไปกระทบถึงสภาพจิตใจของผู้ป่วยที่อยู่ในชุมชนได้อีกด้วยค่ะ อาจจะก่อให้เกิดสภาวะที่ กดดันจากการดูแลผู้ป่วยติดเตียง ในเขตราชเทวีได้รับผลกระทบจากการเวนคืนพื้นที่อย่างที่ ดิฉันได้กล่าวไปล่วงหน้าค่ะ และต้องย้ายไปอยู่ในแฟลตที่เป็นแนวดิ่งค่ะ ซึ่งก็ประสบปัญหา ความไม่สะดวกสบาย เพราะการทำนุบำรุงแฟลตการเคหะก็มีปัญหาเรื่องงบประมาณ ต่อเนื่องมาจากการระบาดของโควิด ที่ได้ส่งผลกระทบต่อการเก็บค่าเช่าของการเคหะให้มี รายได้น้อยลง งบในการซ่อมบำรุงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ลิฟต์ขึ้นลงชั้นสูงก็มีปัญหาค่ะ จึงขอความอนุเคราะห์ท่านประธานช่วยประสานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและ หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องมา ณ ที่นี้ เพื่อที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชนที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ ในที่อยู่ของตนเองได้อย่างมั่นคงถาวร ขอบพระคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านเทอดชาติ ชัยพงษ์ ครับ

นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๕ อำเภอเทิง อำเภอ พญาเม็งราย อำเภอขุนตาล ตำบลบุญเรือง อำเภอเชียงของ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตหารือและรายงานท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาและสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียงภาคเหนือตอนบนนะครับ เนื่องจากว่าเกิดฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก แม่น้ำอิง แม่น้ำหลัก ๆ ในพื้นที่นั้นหลากนองท่วมสูงเป็นประวัติการณ์ ทำให้ ประชาชนได้รับความเสียหายทั้งทรัพย์สินบ้านเรือน ไร่ นา พืชสวนต่าง ๆ ครับ แต่อย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ คนไทยไม่ทิ้งกัน ผมเองก็ได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานในพื้นที่ได้ลงไปช่วยเหลือประชาชน รวมทั้งขณะนี้ได้มีภาคประชาชน ภาคเอกชน ก็ได้ไปช่วยเหลือเป็นเบื้องต้นแล้วนะครับ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๕ ที่ผ่านมาครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านแพทองธาร ชินวัตร ก็มีความ ห่วงใย มอบหมายให้ท่านภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ได้ไปตรวจสถานการณ์น้ำท่วม และได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ก็ได้คลี่คลายระดับหนึ่งครับ อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน ผมเชื่อว่าคงมีอดีต นายกรัฐมนตรีหลายท่านมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนเช่นเดียวกันครับ โดยเฉพาะ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๓ ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ขวัญใจประชาชนได้ให้ความ เมตตาไปเยี่ยมเยียนให้กำลังใจพี่น้องประชาชนเมื่อวานที่ผ่านมาครับ ทำให้พี่น้อง ชาวเชียงราย อำเภอเทิง ในพื้นที่นั้นได้รับขวัญกำลังใจ มีกำลังใจที่ต่อสู้ต่อไปจากผลกระทบ ของสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ครับ จึงขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยดูแลด้วยนะครับ อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณหน่วยงานต่าง ๆ ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีปัจจุบันนะครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกท่าน รวมถึงอดีตนายกรัฐมนตรีขวัญใจประชาชน คนที่ ๒๓ ท่านดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ที่กรุณาให้ความเมตตาไปเยี่ยมเยือนให้กำลังใจ พี่น้องประชาชน และรับทราบปัญหาสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อจะแก้ไขปัญหาต่อไป ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยครับขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๖๕ คน

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกมาลงชื่อเข้าประชุม ๓๔๘ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มีนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบ วาระ คือ

รับทราบ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงชื่อพรรคการเมือง

ตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองได้มีหนังสือแจ้งว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๑๔๓ ท่าน ได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๗ และเมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๗ พรรคถิ่นกาขาวชาววิไลได้มีมติขอเปลี่ยนชื่อพรรคเป็น พรรคประชาชน ดังนั้นในการนี้นายทะเบียนพรรคการเมืองได้มีประกาศนายทะเบียน พรรคการเมือง ลงวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๗ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคประชาชน ซึ่งตามประกาศดังกล่าว เป็นการเปลี่ยนแปลง ชื่อพรรคการเมือง จาก พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล เป็น พรรคประชาชน จึงแจ้งต่อที่ประชุม ได้รับทราบนะครับ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ต่อไป

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มีนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มีนะครับ

ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องด่วน

เรื่องด่วน

๑. ร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)

๒. ร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)

ด้วยในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑ วันพุธที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้เลื่อนการพิจารณาระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๑ และเรื่องด่วนที่ ๒ ออกไปก่อน เพื่อรอพิจารณาพร้อมกับร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรีเสนอมายังสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นผมขอดำเนินการ ตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทองครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณท่านประธานที่กรุณายืนยันสถานะของพรรค ประชาชนนะครับ แล้วก็ต้องขออนุญาตนำเรียนต่อพี่น้องสื่อมวลชนว่าพรรคประชาชนนั้น จะใช้ชื่อย่อว่า ปชน มิใช่ ปชช เนื่องจากว่าการใช้ ปชช นั้นนี่มีการซ้ำกับพรรคการเมืองอื่นครับ

ท่านประธานครับ แต่ผมขออนุญาตนำปรึกษาท่านประธานในกรณีเรื่องด่วนครับ ท่านประธานครับ เนื่องจากว่ากรณีของร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งมีอยู่ ๒ ร่าง ก็คือร่างของท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แล้วก็ร่าง ของท่านธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ จากพรรคเพื่อไทยนี่นะครับ ท่านประธานครับ ถ้าย้อนความ นิดเดียวครับ ผมอยากจะต้องการความชัดเจนจากรัฐบาลว่า ตกลงสถานะของการพิจารณา กฎหมายฉบับนี้ที่บอกว่ารอร่างของคณะรัฐมนตรีเป็นอย่างไรครับ

ประการที่ ๑ ก็คือท่านประธานจะเห็นได้ว่า มีการเลื่อนมาตั้งแต่วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๗ แล้วถ้าย้อนความจำกันได้นี่ ตัวแทนคณะรัฐมนตรีรับปากกับพวกเราว่า จะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน นิดเดียวครับท่านประธาน ๓๐ วัน ฉะนั้นนี่ ถ้าว่ากันตามกรอบก็ควรจะมาถึงสภาแห่งนี้ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมแล้ว อันนั้นไม่เป็นไรครับ ไม่ติดใจ

ประการที่ ๒ ก็คือว่าทางตัวแทนคณะรัฐมนตรีบอกว่า ณ ขณะนี้หน่วยงานที่ รับผิดชอบ ก็คือกระทรวงมหาดไทยไปยกร่างแล้ว อยู่ในระหว่างการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งผมก็ทราบมาดีว่า การรับฟังความคิดเห็นนั้นจบไปตั้งแต่วันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๗ ซึ่งเกิน ๓๐ วัน ไม่ติดใจครับ แต่ต้องการความชัดเจนว่า ตกลงกระบวนการรับฟังความคิดเห็น เรียบร้อยแล้วใช่ไหม ร่างนี้ถูกส่งกลับไปที่คณะรัฐมนตรีแล้วใช่หรือไม่

ประการที่ ๓ นิดเดียวครับ แล้วมันจะผูกพันไปกับการพิจารณาวาระ หรือกฎหมายอื่น ๆ ครับ ก็คือว่า ณ ขณะนี้ทางคณะรัฐมนตรีนี้เป็นคณะรัฐมนตรี ชุดรักษาการ มีนายกรัฐมนตรี แต่ท่านยังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ อันนี้พวกผมเข้าใจครับ แต่ตกลงว่าถ้าร่างของกระทรวงมหาดไทย ร่างของ ครม. มันแล้วเสร็จแล้วนี่นะครับ คณะรัฐมนตรีที่เรียกว่า รักษาการ เมื่อวานก็มีการประชุมคณะรัฐมนตรี ท่านไม่สามารถ เอาเรื่องนี้ไปพิจารณาในคณะรัฐมนตรีได้หรือครับ อำนาจเต็มของท่านคืออะไรกันแน่ แล้วถ้าร่างมันเสร็จแล้วจริงตามกรอบเวลา ซึ่งเกินมาแล้วด้วยนะครับ ถ้าท่านพิจารณาแล้ว แล้วท่านบอกว่ามีอำนาจเต็ม ก็อยากจะขอรับคำยืนยันว่า ร่างนี้จะถูกส่งกลับมา อย่างน้อย ที่สุดก็ไม่ควรจะเกินไปกว่ากลางเดือนกันยายนครับ เอาสัปดาห์หลังที่มีการประชุมพิจารณา งบประมาณก็ได้ แต่ถ้าท่านบอกว่าวันนี้ไม่มีอำนาจเต็ม ไม่มีอำนาจเต็มนะครับ ก็ต้องถามเผื่อ ไปว่าเดี๋ยวจะมีกฎหมายขนส่งทางบก ล้มละลาย กฎหมายว่าด้วยระเบียบสภากลาโหมต่าง ๆ แล้วท่านจะมีอำนาจในการอุ้ม หรือรับหลักการกฎหมายเหล่านั้นไปศึกษาก่อนหรือครับ ฉะนั้นผมก็เลยต้องถามความชัดเจนจากรัฐบาลว่า ตกลงสถานะของร่าง พ.ร.บ. จัดสรรที่ดิน ไม่ใช่ฉบับของท่านณัฐพงษ์นะครับ ไม่ใช่ฉบับของท่านธีรรัตน์นะครับ แต่เป็นฉบับของ คณะรัฐมนตรี มันอยู่ในขั้นตอนไหน อย่างไร แล้วแนวโน้มหรือความเป็นไปได้ที่จะส่งมาให้ สภาแห่งนี้มันติดขัดอะไร ติดขัดอำนาจ ครม. ไหม หรือติดขัดอะไรครับ เราจะได้เข้าใจ ตรงกันครับ ก็ต้องขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธาน แล้วก็นำเรียนไปยังความชัดเจนจาก ตัวแทนรัฐบาลสักนิดหนึ่งครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ วิปรัฐบาลเชิญครับ

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะวิปรัฐบาลครับ ต้องเรียนต่อท่านประธานแล้วก็ท่านณัฐวุฒิว่า ในส่วนของร่างที่เรารอ ก็คือร่างของ ครม. นั้น รับฟังความคิดเห็นเสร็จแล้ว แล้วก็เตรียมที่จะเสนอเข้าไปสู่การประชุม ครม. แล้ว จริง ๆ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาครับ มีการเสนอเข้าไปในที่ประชุม ครม. แล้ว แต่ว่าถูกสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาให้ความเห็นว่า เนื่องจากเป็นร่างกฎหมายที่กระทบและมีผลต่อ นโยบาย ทางฝ่ายกฤษฎีกาจึงเสนอว่าควรจะรอให้ ครม. ที่เป็นคณะเต็ม ไม่ใช่ ครม. รักษาการ พิจารณา แต่ว่านี่ไม่ได้รวมถึงทุกกฎหมายนะครับ คือ ครม. รักษาการยังสามารถ พิจารณากฎหมายบางฉบับได้ เพียงแต่ในกรณีของกฎหมายการจัดสรรที่ดิน ซึ่งตอนนี้รอเข้า ครม. ให้ ครม. พิจารณานี่ ทางกฤษฎีกาเป็นผู้เสนอว่าควรจะรอให้ ครม. คณะเต็ม ไม่ใช่ ครม. คณะรักษาการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ส่วนของการดำเนินต่อไปครับ คือตอนนี้การรับฟัง ความคิดเห็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว และจะสามารถเสนอให้ ครม. พิจารณาได้ทันทีที่มี ครม. คณะใหม่ และหลังจากนั้นเท่าที่ทราบก็คือ ทาง ครม. หลังจากพิจารณาแล้วก็จะส่งมาที่สภา โดยเร็วที่สุดภายในสัปดาห์เดียวกันเลย เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าไม่เกิน ๒ สัปดาห์เราจะได้มี คณะ ครม. และ ครม. ก็จะสามารถพิจารณาและส่งมาที่สภาได้ทันที เพราะฉะนั้น กรอบเวลาที่ว่ากลางเดือนกันยายน ผมเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่จะไม่เกินแน่นอนครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานขออนุญาต นิดเดียวท่านประธานครับ ผมคิดว่าเข้าใจครับ คำอธิบาย ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม จากพรรค ประชาชน คำอธิบายนั้นเป็นคำอธิบายที่รับฟังได้ เพียงแต่ว่าผมต้องขอความชัดเจนว่า

ประการที่ ๑ ทางท่านสมาชิกจากฝั่งรัฐบาลนี่ พอจะขอหนังสือ หรือสำเนา ความเห็นของกฤษฎีกาให้ทางพวกผมได้ไหม ผมจะได้ทราบว่าเวลาท่านให้เหตุผลว่า ณ ขณะนี้เฉพาะกฎหมายนี้ที่มีความสำคัญนี่ ครม. ยังไม่ควรจะพิจารณา ผมเองก็จะได้ รับทราบครับว่า เหตุและผลคืออะไร แล้วก็จะได้เอาไปประกอบเป็น

ประการที่ ๒ ว่า หากมีกรณีอื่น ๆ เช่น กฎหมายล้มละลาย กฎหมายระเบียบ สภากลาโหม เกณฑ์ที่กฤษฎีกาใช้นี่มันจะใช้กับกฎหมายเหล่านี้ด้วยหรือไม่ครับ ก็เป็นเหตุผล ที่รับฟังได้ครับ แล้วก็เชื่อว่าจัดสรรที่ดินนี่รอคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายก่อนก็คงได้พิจารณา ในสมัยประชุมนี้นะครับ แต่ขอหนังสือรายละเอียดสักนิดหนึ่งครับ ด้วยความเคารพด้วย ความกรุณาจริง ๆ ครับ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาร่างกฎหมายต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ทางวิปรัฐบาล เชิญครับ

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะวิปรัฐบาลครับ เรียนถึงเพื่อนสมาชิกนะครับว่า เอกสารเดี๋ยวผมจะประสานแล้วก็ได้ส่งมอบให้ท่านนะครับ เพื่อที่เราจะได้มีความเข้าใจตรงกัน เพราะว่าในส่วนของการติดตามร่าง พ.ร.บ. จัดสรรที่ดินนี่ ผมก็เป็นคนติดตามอยู่ในทุกสัปดาห์ แล้วรายละเอียดต่าง ๆ เดี๋ยวจะประสานงานแล้วก็ส่งให้ เพื่อที่จะเราสามารถทำงานในสภาต่อไปได้ว่า ร่างกฎหมายใดที่เราจะพิจารณาได้ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย แล้วก็การทำงานที่มีประโยชน์ของสภาครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณทั้งสองฝ่ายนะครับ ต่อไป

ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างพิจารณา

๑. ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ กับคณะ เป็นผู้เสนอ จากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑๖ เมื่อวันพุธที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๗ ที่ประชุมได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยผู้เสนอได้แถลงหลักการและเหตุผล ท่านสมาชิกได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นและ ผู้เสนอได้ใช้สิทธิอภิปรายสรุปเสร็จสิ้นแล้วนะครับ ประธานที่ประชุมจึงได้สั่งปิดการประชุม เพื่อให้ที่ประชุมได้มาลงมติในวันนี้นะครับ ดังนั้น ผมขอดำเนินการต่อนะครับ ก่อนลงมติ ขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเลยนะครับ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เข้าห้องประชุมแล้วนะครับ เสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนเลยนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน )
นายกิตติ สมทรัพย์ ร้อยเอ็ด

ท่านประธาน ๒๑ แสดงตนครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒๑ แสดงตนครับ

นายกาญจน์ ตั้งปอง ตรัง

ท่านประธานครับ ๐๑๖ แสดงตนครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๐๑๖ แสดงตนนะครับ

นายสุธรรม แสงประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

๔๓๒ แสดงตนครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๓๒ แสดงตนนะครับ

นายรชตะ ด่านกุล นครราชสีมา

ท่านประธานครับ รชตะ ด่านกุล ๒๙๓ แสดงตนครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒๙๓ แสดงตนครับ

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ลพบุรี

ท่านประธานคะ มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ๒๘๕ แสดงตนค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒๘๕ แสดงตนครับ

นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล แพร่

๑๙๐ แสดงตนครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๑๙๐ แสดงตนนะครับ

รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ๓๙๓ แสดงตนนะครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓๙๓ แสดงตนนะครับ

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ กระผม สุรทิน พิจารณ์ ๔๔๒ แสดงตนครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๔๒ แสดงตนครับ

นายพชร จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานครับ ๒๓๕ แสดงตนครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒๓๕ แสดงตนนะครับ

นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ๔๑๘ แสดงตนครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๑๘ แสดงตนนะครับ

นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ปทุมธานี

ท่านประธานครับ ๒๑๕ แสดงตนครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒๑๕ แสดงตน

นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ สุรินทร์

ท่านประธานคะ ๒๐๔ แสดงตนค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒๐๔ แสดงตนครับ

นายเกรียงไกร กิตติธเนศวร นครนายก

ท่านประธานครับ ๐๒๗ แสดงตนครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒๐๗ แสดงตนนะครับ เชิญครับ เข้ามาแล้วเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนเลยครับ เชิญครับ

นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

๓๗๒ แสดงตนครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓๗๒ แสดงตนนะครับ

นายถนอมพงศ์ หลีกภัย ตรัง

ท่านประธานครับ ๑๔๑ แสดงตนครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๑๔๑ แสดงตนนะครับ เชิญครับ กดปุ่มแสดงตนเลยนะครับ แสดงตนกันทุกท่านแล้วนะครับ เชิญครับ แสดงตนเรียบร้อยนะครับ ขอปิดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลเลยครับ มีท่านสมาชิกเข้าร่วมประชุม ๓๙๕ ท่าน บวก ๑๕ ท่าน ก็เป็น ๔๑๐ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ

ต่อไป ผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่นะครับ เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นว่าควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกออกเสียง ลงคะแนนเลยครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายสุธรรม แสงประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

๔๓๒ ไม่เห็นด้วยครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๓๒ ไม่เห็นด้วยนะครับ

นายกิตติ สมทรัพย์ ร้อยเอ็ด

๒๑ ไม่เห็นด้วยครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒๑ ไม่เห็นด้วยครับ

นายถนอมพงศ์ หลีกภัย ตรัง

ท่านประธานครับ ๑๔๑ ไม่รับหลักการครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๑๔๑ ไม่รับหลักการ ไม่เห็นด้วยนะครับ ลงคะแนนกันเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอปิด การลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลเลยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๔๐๔ ท่าน เห็นด้วย ๑๕๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๕๑ ท่าน บวก ๓ ท่าน เป็น ๒๕๔ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มีนะครับ เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติไม่รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ การขนส่งทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

เนื่องจากสภาลงมติในวาระที่ ๑ ไม่รับหลักการ ดังนั้นร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นอันว่า ตกไปนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๔

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมลงมาลงมติ ไม่ทันครับ ผม มานพ อยู่ทางซ้ายมือของท่านประธานครับ ผมรับหลักการครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

บันทึกไว้นะครับ ท่านมานพ คีรีภูวดล รับหลักการ บันทึกไว้ครับ

๒. ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายวรภพ วิริยะโรจน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)

เนื่องจากมีร่างพระราชบัญญัติทำนองเดียวกันอีก ๑ ฉบับ คือ ร่างพระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านโกศล ปัทมะ กับคณะ เป็นผู้เสนอ ผมจึงเห็นว่าสามารถ รวมระเบียบวาระการประชุม เพื่อนำมาพิจารณาพร้อมกัน และลงมติในวาระที่ ๑ ร่วมกัน ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) และข้อ ๑๑๗ วรรคสาม จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น หรือไม่ครับ เชิญครับ

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม อดิศร ครับ ก่อนที่ท่านจะพิจารณากฎหมายฉบับนี้นะครับ ขอเรียนท่านว่าวันนี้ระบบเสียง ในสภาผู้แทนราษฎรของเราเบามากครับ ถ้าเป็นลักษณะอย่างนี้ ถ้ามีการประชุมกันกลัวว่า สมาชิกจะไม่ได้เนื้อหาสาระ การบันทึกจะเสียหาย ไม่ทราบว่าจะแก้ไขอย่างไร เพราะว่า ผมก็อายที่จะลุกขึ้นมาพูดเรื่องระบบเสียงในสภานี้ครับ อาจจะเร่งเสียงหรือเปล่า หรืออย่างไร ท่านประธานได้โปรดพิจารณาครับ เพราะว่าถ้าปล่อยให้ประชุมอย่างนี้ไปคงฟัง ไม่ได้ศัพท์ครับ ขอกราบขอบพระคุณล่วงหน้าครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ เรื่องการแก้ไขนะครับ ทางเจ้าหน้าที่ห้องประชุมก็ดำเนินการตั้งงบประมาณที่จะปรับปรุง ระบบเสียงอยู่นะครับ แต่ว่าเฉพาะหน้านี้ทางโสตลองดูว่าจะเร่งเสียงได้ไหม แต่เสียงประธาน ดังใช่ไหมครับ ท่านอดิศรได้ยินไหมครับ นี่ท่านอดิศรไม่ได้ยินเสียงประธานนะครับ ได้ยินไหมครับ ทางเจ้าหน้าที่ลองดูนะครับ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ที่ท่าน ประธาน Sound check เสียงเมื่อสักครู่นี้ ขอเรียนว่าเสียงท่านประธานได้ยินครับ แต่ว่าไม่ดังแล้วก็ไม่ชัดเจนครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ดัง ไม่ชัดเจนนะครับ ท่านสมาชิกครับ จริง ๆ แล้วการประชุมสภานี้ต้องนั่งเป็นระเบียบ เรียบร้อย ท่านนั่งให้เรียบร้อยนะครับ แล้วก็หยุดพูด อย่าพูดแข่งกับท่านสมาชิกที่จะ อภิปราย เงียบ ๆ หน่อยนะครับ เสียงมันก็จะดังขึ้น ทุกท่านงดใช้เสียงหน่อยนะครับ พูดคุยกัน เบา ๆ หน่อย แล้วเสียงก็จะดังเอง ถ้าไม่มีท่านใดเห็นเป็นอื่น ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบนะครับ ผมขอดำเนินการตามนี้นะครับ

๓. ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายโกศล ปัทมะ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)

ด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอร่างพระราชบัญญัติมายัง สภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๓ (๒) โดยร่างของท่านวรภพ กับคณะ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น และรายงานผลการวิเคราะห์ ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับร่างพระราชบัญญัติเสร็จแล้วนะครับ สำหรับร่างของท่านโกศล ปัทมะ กับคณะ เป็นร่างที่มีหลักการในทำนองเดียวกันนะครับ สำนักงานจึงไม่ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นอีกนะครับ โดยให้นำรายงานของร่าง ที่ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นแล้ว มาประกอบการพิจารณาแทน ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ วรรคสอง และประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการรับฟัง ความคิดเห็น และการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ รายละเอียดปรากฏตาม เอกสารที่ได้จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ ต่อไปเชิญผู้เสนอแถลงหลักการและเหตุผล ตามลำดับครับ ท่านวรภพ วิริยะโรจน์ เชิญครับ

นายวรภพ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ วันนี้ขอนำเสนอร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ สาระสำคัญ ถ้าผมอยากจะสรุปร่างกฎหมายฉบับนี้ในประโยคเดียวก็ต้องบอกว่า วัตถุประสงค์ก็คือเพื่อช่วยลูกหนี้แก้ไขปัญหาหนี้สิน และไม่ต้องล้มละลายโดยไม่จำเป็นครับ พูดง่าย ๆ ก็คือว่ามันเป็นร่างกฎหมายที่มาเพื่อเพิ่มสิทธิลูกหนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็น ผู้ประกอบการธุรกิจให้สามารถฟื้นฟูกิจการได้สะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา พนักงานประจำหรือข้าราชการสามารถฟื้นฟูฐานะ หรือฟื้นฟูหนี้สินได้สะดวกขึ้น โดยไม่ต้อง รอให้ถูกฟ้องล้มละลายก่อนถึงจะได้สิทธินี้นะครับ ซึ่งแน่นอนครับในการที่จะฟื้นฟูกิจการ หรือฟื้นฟูฐานะของลูกหนี้ มันมีส่วนสำคัญในการจะแก้ไขปัญหาหนี้สิน เพราะว่ามันคือสิทธิ ที่จะได้เจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ทุกรายพร้อมกันนะครับ เพราะการที่ลูกหนี้ต้องไป เจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ทีละรายนั้น จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาหนี้สินได้นะครับ ท่านประธานนึกภาพตามง่าย ๆ ครับ ถ้าเจ้าหนี้รายแรกตกลง แต่เจ้าหนี้รายถัดไปไม่ตกลง ปัญหาหนี้สินของลูกหนี้ก็จะไม่ได้พบกับทางออกนะครับ นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องมีการ แก้ไขร่าง พ.ร.บ. ล้มละลายฉบับนี้ครับ ผมอยากยกตัวอย่างของลูกหนี้ ผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs ให้ท่านประธานเห็น เข้าใจง่าย ๆ ครับว่า ในการประกอบธุรกิจผมคิดว่าถ้าใครทำ ธุรกิจก็จะทราบดีว่า มันจะมีบางช่วงจังหวะที่จะเจอปัญหาสภาพคล่อง ทีนี้พอถ้าเกิดเรา ปล่อยให้ในจังหวะที่ผู้ประกอบการธุรกิจมีปัญหาสภาพคล่อง แล้วเจ้าหนี้สามารถมายึดทรัพย์ ของลูกหนี้ทีละรายได้นี่ครับ มันก็จะทำให้กิจการไม่สามารถไปต่อได้ ทั้ง ๆ ที่ถ้ามีการเจรจา ปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้กันแล้วนะครับ ลูกหนี้ ผู้ประกอบการจะสามารถชำระหนี้ได้ มากกว่าที่จะถูกยึดทรัพย์ในวันนี้ด้วยซ้ำ ดังนั้น ในกฎหมายทั่วโลกจึงเปิดช่องให้ ผู้ประกอบการธุรกิจสามารถมาฟื้นฟูกิจการได้สะดวกนะครับ และในร่างกฎหมายฉบับนี้ ก็เป็นการเพิ่มสิทธิตรงนี้ครับ ด้วยการบอกว่าลูกหนี้ SMEs นั้นขยายเพดานจากเดิม กฎหมายเดิม จะบอกว่าหนี้ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท เป็นหนี้ไม่เกิน ๕๐ ล้านบาท เพื่อให้ครอบคลุมกับ SMEs ที่กว้างขึ้นนะครับ เช่นเดียวกันก็คือเพิ่มสิทธิของลูกหนี้ SMEs ในการฟื้นฟูกิจการ ได้สำเร็จ ด้วยการบอกว่าให้สามารถจัดประชุมเจ้าหนี้ทำแผนฟื้นฟูกิจการได้สะดวกขึ้น โดย SMEs สามารถยื่นร้องขอต่อศาลให้พักชำระหนี้ หรือที่เรียกกันว่า Automatic Stay ๓ เดือน เพื่อจัดเรียกประชุมเจ้าหนี้ แล้วก็ให้มีมติรับรองแผนฟื้นฟูกิจการได้สะดวกขึ้นนะครับ จากกฎหมายเดิมจะต้องเรียกประชุมเจ้าหนี้นอกรอบก่อนเท่านั้น

อันที่ ๓ ก็คือเพิ่มหมวดเร่งรัดในกรณีที่ลูกหนี้สามารถตกลงแผนฟื้นฟูกิจการ กับเจ้าหนี้ได้นอกรอบนั้น กฎหมายก็เปิดช่องให้สามารถทำเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ แบบเร่งรัดได้ ก็จะทำให้กระบวนการนี้เกิดขึ้นได้เร็วขึ้นนะครับ และเช่นเดียวกันครับ ถ้าเรา มาบอกว่าเราเพิ่มสิทธิให้กับลูกหนี้ ผู้ประกอบการธุรกิจ หรือ SMEs แล้ว คำถามก็จะเกิดขึ้น ครับว่า แล้วทำไมลูกหนี้บุคคลธรรมดาที่ว่าเป็นพนักงานประจำหรือข้าราชการก็ตาม ก็สมควรที่จะได้รับสิทธินี้เช่นเดียวกัน เพราะว่าต่อให้เป็นพนักงานประจำหรือข้าราชการ ที่ได้รับเงินเดือนทุกเดือน แต่ถ้าเกิดว่าเมื่อถึงคราวที่ต้องมีปัญหาหนี้สิน การที่จะปล่อยให้ ลูกหนี้ไปเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ทีละรายนั้น ไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาหนี้สินของ เขาได้ มันจึงควรเปิดช่องเป็นเพิ่มหมวดสำหรับบุคคลธรรมดา ให้ได้รับสิทธิเหมือน SMEs นี่ละครับ ก็คือในการขอเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ทุกรายพร้อมกันได้ ถึงจะแก้ไข ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่วันนี้มากกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ แก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนที่วันนี้ในประวัติ เครดิตบูโรก็พบว่ามีคนถึง ๕ ล้านคน ที่มีปัญหาหนี้สินอยู่ในข้อมูลของเครดิตบูโรแห่งนี้ แล้วถ้าถามว่ากฎหมายฉบับนี้มาเพื่อเพิ่มสิทธิลูกหนี้ แล้วสิทธิของเจ้าหนี้เป็นอย่างไร กฎหมายฉบับนี้ก็มีการคุ้มครองสิทธิของเจ้าหนี้ไว้เช่นเดียวกัน แน่นอนตั้งแต่ว่าในการลงมติ เห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการหรือแผนฟื้นฟูฐานะของลูกหนี้ มติของเจ้าหนี้จะต้องมากกว่ากึ่งหนึ่ง ที่จะเห็นชอบในแผนฟื้นฟูกิจการเหล่านี้นะครับ อันนี้ประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าสิทธิของเจ้าหนี้จะถูกรับรองไว้ครับว่า ในแผนฟื้นฟู กิจการเองก็ตาม หรือแผนฟื้นฟูหนี้สินก็ตาม เจ้าหนี้จะต้องได้รับชำระหนี้มากกว่าที่เขายึด ทรัพย์หรือฟ้องลูกหนี้ล้มละลายในวันนี้ แน่นอนครับ เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของเจ้าหนี้ว่า ต้องได้รับชำระหนี้มากกว่าที่เขาจะทำให้ลูกหนี้ล้มละลายแทน แน่นอนนี่ก็เป็นสิทธิของ เจ้าหนี้ที่มีการคุ้มครองนะครับ และเช่นเดียวกันครับ มันมองอีกประเด็นหนึ่งว่า มันก็คือ การคุ้มครองเจ้าหนี้รายใหม่ ที่จะไม่ต้องเกิดขึ้นในการที่จะปล่อยให้ลูกหนี้ที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว อยู่แล้วไปก่อหนี้ใหม่ แล้วก็สร้างปัญหาให้กับเจ้าหนี้รายใหม่ได้ ในร่างที่ผมเสนอต่อสภาแห่งนี้ ก็ต้องบอกว่าเป็นร่างที่จริง ๆ แล้วผ่านการเห็นชอบในชั้นกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร สมัยที่แล้ว ก็คือมีการพูดคุยกันมาแล้วในสมัยที่แล้วนะครับ แล้วก็ทั้งหน่วยงานราชการ ที่เกี่ยวข้อง กรรมาธิการไม่ว่าจะเป็น สส. จากฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้านในสมัยที่แล้ว เห็นตรงกันนะครับว่า เป็นร่างกฎหมายที่จะมาช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับประเทศไทยได้ แต่เมื่อสภาสมัยที่แล้วได้หมดวาระไป จึงมีความจำเป็นที่ต้องยื่นกฎหมายฉบับนี้เข้ามาอีกครั้ง ในสภาผู้แทนราษฎรสมัยนี้นะครับ แล้วก็คาดหวังว่าสภาผู้แทนราษฎรสมัยนี้จะเห็นชอบกับ ร่างกฎหมายล้มละลายฉบับนี้ที่จะมาแก้ไขปัญหาหนี้สินได้นะครับ เพราะผมยังยืนยันว่า วิวัฒนาการของการแก้ไขปัญหาหนี้สินของประเทศไทย สมัยก่อนเราเคยมีถึงขั้นว่าลูกหนี้ ที่ไม่ชำระหนี้สามารถบังคับเอาเนื้อตัวร่างกายได้จนมาถึงโทษอาญา โทษจำคุก จนวันนี้ไม่มี โทษอาญา เหลือเป็นประเด็นคดีแพ่งอย่างเดียว วิกฤติต้มยำกุ้งประเทศไทยก็แก้ไขกฎหมาย ล้มละลายเพื่อให้ธุรกิจขนาดใหญ่สามารถฟื้นฟูกิจการได้ ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร สถาบันการเงิน ก็ยังปล่อยกู้กับธุรกิจขนาดใหญ่ต่อไปได้ วิกฤติโควิดเป็นวิกฤติของรากหญ้าที่ทำให้ประชาชน ตัวเล็ก ๆ ได้รับปัญหาหนี้สิน ก็ถึงคราวแล้วที่ประเทศไทยจะต้องมีการทบทวนแก้ไข พ.ร.บ. ล้มละลายฉบับนี้ เพิ่มสิทธิของลูกหนี้ให้เทียบเท่ากับมาตรฐานสากลในการพิจารณาครั้งนี้ครับ จึงอยากนำเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้รับหลักการในร่าง พ.ร.บ. ล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ผมได้นำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ผู้เสนอญัตติท่านต่อไปนะครับ ท่านโกศล ปัทมะ กับคณะ เชิญท่านโกศล ครับ

นายโกศล ปัทมะ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายโกศล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมและเพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทยเราเล็งเห็นว่าความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนที่ผ่านมาช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ ติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ทำให้พี่น้องประชาชนประสบปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้องค์กรธุรกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมตกอยู่ในสภาวะที่ไม่อาจชำระหนี้ได้ แต่กฎหมายฟื้นฟูหรือกฎหมายล้มละลายในหมวดฟื้นฟูกิจการที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันยังมี ข้อจำกัด จึงจำเป็นต้องพิจารณาแก้ไขกฎหมายฉบับดังกล่าว เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือ ลูกหนี้ได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ ท่านประธานครับ การแก้ไข พ.ร.บ. ล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในครั้งนี้มีหลักการสำคัญเพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มลูกหนี้ที่มีลักษณะเป็น กิจการขนาดย่อม สามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการได้เช่นเดียวกับการฟื้นฟูกิจการ ขนาดใหญ่ ตลอดจนเปิดโอกาสให้บุคคลธรรมดาที่ประสบปัญหาหนี้สิน ไม่ว่าหนี้บัตรเครดิต หนี้ผ่อนรถยนต์ หรือปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นได้มีกระบวนการฟื้นฟูฐานะได้ เพื่อลด ความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยมีกระบวนการที่ไม่ซับซ้อน และมีความรวดเร็วมากกว่าเดิม โดยมีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้ามามีส่วนร่วมให้คำแนะนำ หรือเจ้าพนักงานบังคับคดี กรมบังคับคดีให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ในกระบวนการฟื้นฟูกิจการ อันจะทำให้กระบวนการ ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ เรายังแก้ไขเพิ่มเติมกระบวนการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แบบ เร่งรัด เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกหนี้ที่มีลักษณะเป็นกิจการขนาดใหญ่ ขนาดย่อม สามารถทำ ความตกลงกับบรรดาเจ้าหนี้หลายรายนอกศาล เพื่อทำความตกลงนั้นเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู กิจการให้เป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว และประหยัด อีกทั้งให้เกิดความเป็นธรรม แก่ทุกฝ่าย ซึ่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะส่งผลให้กิจการขนาดย่อมอีกหลายกิจการ ที่มีช่องทางในการฟื้นฟูกิจการไม่ต้องล้มละลายไปโดยไม่จำเป็น และทำให้เศรษฐกิจ โดยภาพรวมสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ อาจส่งผลให้ลูกหนี้ที่ไม่สุจริตใช้ช่องทางตาม หมวด ๓/๒ ขอฟื้นฟู กิจการเพื่อให้ได้สภาวะการพักชำระหนี้ แต่ไม่มีเจตนาฟื้นฟูกิจการจริง ด้วยเหตุนี้ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จึงให้มีการกำหนดโทษทางอาญาเพื่อเป็นการป้องปรามไม่ให้ บุคคลใด ไม่ว่าลูกหนี้ หรือเจ้าหนี้ หรือผู้อื่น ใช้กฎหมายนี้โดยไม่สุจริต ซึ่งเป็นมาตรการ ส่งเสริมและตรวจสอบความสุจริตของลูกหนี้ในการแสดงข้อมูลทรัพย์สินและหนี้สิน ทั้งนี้ ให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งลูกหนี้และ เจ้าหนี้

ท่านประธานครับ ผมและเพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทยได้ยื่นร่างพระราชบัญญัติ ล้มละลาย แล้วก็มีหลักการและเหตุผลที่ได้ยื่นให้ท่านประธานไปเรียบร้อย วันนี้ต้องเรียนว่า พี่น้องประชาชนประสบปัญหาหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น ตามข่าวหรือว่าตามข้อมูลสถิติที่เกิดขึ้น ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผมและท่านวรภพมีโอกาสได้ไปพิจารณาเมื่อสมัยสภาชุดที่ ๒๕ เราเห็นตรงกันครับว่า เราจะต้องแก้ไขร่าง พ.ร.บ. ล้มละลาย เพื่อให้พี่น้องประชาชนเข้าถึง เครื่องมือในการฟื้นฟูก่อนล้มละลายให้ได้ เราเห็นตรงกัน แล้วร่างดังกล่าวก็ได้ผ่าน การพิจารณาทั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่ว่าทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรมบังคับคดี และหลาย ๆ หน่วยงาน แล้วเรามั่นใจครับว่า ถ้าหากร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ได้รับการแก้ไข และสภาแห่งนี้ให้ความเห็นชอบจะเป็นเครื่องมือ แล้วก็ช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนหรือลูกหนี้ที่ประสบภาวะหนี้สินล้นพ้นตัวแล้วไม่ถูกฟ้องล้มละลาย ผมหวังว่า จะได้รับการสนับสนุนจากสภาแห่งนี้ กราบขอบพระคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกที่มาลงชื่ออภิปราย ท่านแรก เชิญท่านขัตติยา สวัสดิผล เชิญครับ

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดิฉัน ขอร่วมอภิปรายเพื่อให้ความเห็นต่อการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย ท่านประธานคะ ระบบทุนนิยม คือระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการหมุนเวียนของหนี้ หนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แล้วก็การเติบโตของภาคการผลิตนะคะ เพราะหนี้คือกลไกที่จะช่วยให้ผู้ผลิต หรือว่าผู้ประกอบการนั้น มีต้นทุนที่เพียงพอสำหรับ การลงทุนเพื่อที่จะผลิตสินค้า แล้วก็ขยายธุรกิจของตัวเองค่ะ แต่อย่างไรก็ตาม หนี้ในระบบ ทุนนิยมมันก็ไม่ได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ดิฉันได้กล่าวมาสักเท่าไร เพราะว่าเรามีหนี้ที่ ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เรามีหนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้ น้อยกว่าเงินต้นรวมดอกเบี้ย หรือเรามีหนี้ ที่ลูกหนี้ไม่สามารถที่จะชำระได้ ซึ่งเราเรียกหนี้ประเภทเหล่านี้ว่า หนี้เสียค่ะ และหนี้เสียนี้ ก็เป็นปัญหาที่ร้ายแรงอย่างหนึ่งต่อระบบเศรษฐกิจ แล้วก็ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้งลูกหนี้ ที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ แล้วก็ส่งผลกระทบต่อเจ้าหนี้ที่ต้องสูญเสียเงินไป ทำให้ลูกหนี้ มีหนี้สินล้นพ้นตัว ต้องเอาตัวรอดด้วยการไปกู้หนี้ยืมสินจากนอกระบบนะคะ เกิดเป็นวงจร ปัญหาอย่างไม่รู้จักจบสิ้นค่ะ ท่านประธานคะ ในสถานการณ์ปัจจุบัน หนี้ครัวเรือนไทย มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแตะระดับ ๙๑.๔ เปอร์เซ็นต์ หรือราว ๑๖.๙ ล้านล้านบาท โดยเฉพาะหนี้ ที่เกิดจากบัตรเครดิต แล้วก็สินเชื่อส่วนบุคคล รวมถึง Leasing ด้วยนะคะ และเมื่อเรา พิจารณาถึงสถานการณ์ของผู้ประกอบการ SMEs ไทย จากงานวิจัยของสำนักงานส่งเสริม วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พบว่าภาระหนี้สินของ SMEs สูงขึ้นต่อเนื่องถึงร้อยละ ๖๓.๙ จากปัญหาที่รายได้น้อยกว่ารายจ่าย ดอกเบี้ยสูง ซึ่งนี่เป็นปัญหาสำคัญต่อการเข้าถึง สินเชื่อของ SMEs สร้างภาระต้นทุนทางการเงิน ซ้ำเติมในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจนั้นยัง ไม่กลับมาอยู่ในสภาวะปกติ ท่านประธานคะ เป็นที่ทราบกันดีว่าเศรษฐกิจของประเทศไทย ฟื้นตัวอย่างไม่เท่าเทียม หรือเราเรียกการฟื้นตัวแบบนี้ว่า K-Shaped Recovery เพราะเมื่อเรา มองดูกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ของประเทศที่อยู่ขีดบนของ K-Shaped Recovery จะเห็นได้ว่า มีการปรับตัวแล้วก็มีการฟื้นตัวอย่างเต็มที่ ในขณะที่ผู้ประกอบการ SMEs ที่อยู่ในขีดล่างของ K-Shaped Recovery เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงหลายปีติดต่อกัน ตั้งแต่ปัญหา สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐนะคะ มาจนถึงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-๑๙ ท่านประธานคะ วัตถุประสงค์ของร่างพระราชบัญญัติล้มละลายที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่ในวันนี้นะคะ ที่ผ่านมาค่ะ เราได้มีการกำหนดหนี้แน่นอนขั้นต่ำ ๑๐ ล้านบาท เพราะต้องการให้ ความช่วยเหลือในการเข้าถึงการฟื้นฟูกิจการของธุรกิจขนาดใหญ่ที่ว่า หากเกิดการล้มละลาย จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง แต่อีกทางหนึ่งค่ะ มันก็เป็นการกีดกัน การเข้าถึงการฟื้นฟูกิจการของผู้ประกอบกิจการรายเล็ก และนี่คือความสำคัญของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ด้วยความที่เราเห็นความสำคัญในประเด็นนี้ค่ะ และมุ่งหวังที่จะให้ ผู้ประกอบการในธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สามารถที่จะเข้าถึงการฟื้นฟูกิจการได้ โดยสะดวก เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการเดินทางไปสู่การล้มละลาย นี่จะเป็นการให้ความช่วยเหลือ ลูกหนี้และเป็นการคุ้มครองเจ้าหนี้และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ให้ได้รับความคุ้มครองตาม กระบวนการยุติธรรมให้ดีที่สุด อีกทั้งเป็นการมอบโอกาสให้กับลูกหนี้ในการที่จะดำเนิน กิจการได้อย่างต่อเนื่อง ตามแผนที่ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ สิ่งนี้ถือว่าจะเป็นการสร้าง บรรทัดฐานใหม่ในการสร้างองค์ความรู้ทางการเงิน แล้วก็เป็นการสร้างวินัยทางการเงินให้กับ ผู้ประกอบการในไทยด้วย ท่านประธานคะ และสิ่งที่สำคัญที่สุดค่ะ คือร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ จะเป็นการแก้ไขเพื่อให้สอดรับกับตลาดในปัจจุบัน ที่ธุรกิจ SMEs มีแนวโน้มขยายตัว เพิ่มมากขึ้น ภาครัฐจึงควรทำหน้าที่เป็นตาข่ายทางสังคม ไม่ให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมนั้น ล้มเหลวได้ง่าย

หัวใจสำคัญอีกประการหนึ่งของร่างพระราชบัญญัตินี้ ก็คือการแก้ไขปัญหา หนี้ค่ะ การที่ดิฉันได้กล่าวไปข้างต้นนะคะว่า สถานการณ์หนี้ครัวเรือนขณะนี้สูงถึง ๙๑.๔ เปอร์เซ็นต์ของ GDP ดังนั้น การเสนอทางให้ธุรกิจขนาดย่อมและบุคคลธรรมดา สามารถเข้าขอฟื้นฟูกิจการได้ จะช่วยบรรเทาสถานการณ์หนี้ในภาพรวมให้ลดลงได้ ช่วยให้ ลูกหนี้มีแนวทางในการชำระหนี้ได้มากขึ้น เป็นการลดหนี้เสียลง และช่วยให้ลูกหนี้สามารถที่จะตั้ง ตัวใหม่ได้ อย่างไรก็ตาม การลดเพดานหนี้แน่นอนลงให้เหลือ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ๑ ล้านบาท สำหรับลูกหนี้บุคคลทั่วไป ในการยื่นขอฟื้นฟูฐานะ ๑ ล้าน ถึง ๕๐ ล้านบาท สำหรับลูกหนี้บุคคลธรรมดา และ ๒ ล้าน ถึง ๕๐ ล้านบาท สำหรับ ลูกหนี้ SMEs ในการยื่นขอฟื้นฟูกิจการนั้น แม้ว่าจะเป็นการช่วยให้ผู้ประกอบกิจการรายย่อย ได้เข้าถึงการคุ้มครองทางกฎหมายได้มากขึ้น ดังที่ดิฉันได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว แต่ดิฉันก็ยังมี ข้อกังวล ยกตัวอย่างเช่น ในทางปฏิบัติแล้วแนวทางตามร่างพระราชบัญญัตินี้จะเป็นไปตาม วัตถุประสงค์หรือไม่ เนื่องจากว่าการเพิ่มกระบวนการเพื่อให้บุคคลธรรมดานั้นสามารถ แก้ปัญหาหนี้สินของตนได้ โดยการใช้กระบวนการล้มละลาย อาจไม่ใช่วัตถุประสงค์ของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ที่เน้นการฟื้นฟูกิจการมากกว่าการแก้ปัญหาหนี้ส่วนบุคคล ซึ่งทั้งหนี้ ส่วนบุคคลและหนี้ของผู้ประกอบธุรกิจรายย่อย เรายังมีช่องทางในการที่จะปรับโครงสร้างหนี้ อยู่แล้ว การให้มีกระบวนการฟื้นฟูได้ง่ายอาจนำไปสู่การยื่นขอฟื้นฟู โดยมีเจตนาแอบแฝง อันการมุ่งสู่การล้มละลายโดยลูกหนี้ที่ไม่สุจริตค่ะ ซึ่งนอกจากจะทำให้เจ้าหนี้ซึ่งเป็นผู้เสียหาย จากการไม่ได้รับชำระหนี้ตามสมควรแล้ว อาจจะเป็นการเพิ่มภาระให้กับทางศาลล้มละลาย ที่อาจจะมีคดีเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นสิ่งที่ดิฉันอยากฝากไว้พิจารณาในวาระต่อไป นั่นก็คือการหา มาตรการในการที่จะคัดกรองลูกหนี้ที่มาขอฟื้นฟูกิจการ หรือว่าฟื้นฟูฐานะว่าเป็นลูกหนี้ที่มี เจตนาที่จะขอฟื้นฟู เพื่อให้ตัวเองนั้นได้ชำระหนี้ได้จริงหรือไม่ เช่น อาจจะมีการจัด Rating ตัดคะแนนนะคะ เพื่อให้ง่ายต่อการคัดกรองแล้วก็เพื่อให้มีประสิทธิภาพค่ะ

ปัญหาอีกประการหนึ่ง ในการบังคับใช้กฎหมายอาญาเกี่ยวกับการล้มละลาย ที่อยู่ในพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ ซึ่งได้มีบทกำหนดโทษทางอาญาไว้ แต่การ กำหนดโทษดังกล่าวนั้นยังถือว่าเป็นอัตราโทษสำหรับผู้ทุจริตที่น้อย เมื่อเทียบกับความ สูญเสียของเจ้าหนี้ที่อาจเกิดขึ้น ลูกหนี้จึงอาจใช้ช่องทางนี้เพื่อให้ตนเองนั้นหลุดพ้นจาก หนี้สินด้วยการเป็นบุคคลล้มละลาย แล้วก็ไม่มีผลผูกมัดที่จะเอาผิดทางอาญาได้ให้สมกับ ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ท่านประธานคะ การแก้ไขปัญหาหนี้เป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่จะ ช่วยแก้ไขปัญหาความซบเซาของระบบเศรษฐกิจไทย ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน แล้วก็ สถานะของหนี้ที่หมุนเวียนที่มีประสิทธิภาพ อันจะเป็นตัวชี้วัดความเข้มแข็งของระบบ เศรษฐกิจในภาพรวม ดิฉันหวังว่าการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้จะเป็นบันไดสำคัญที่ทำให้ปัญหาหนี้ ที่คนไทยจำนวนมากกำลังเผชิญอยู่นั้น ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม เพื่อให้คนไทยและ เศรษฐกิจไทยกลับมาฟื้นกำลังและแข็งแรงอีกครั้งหนึ่งค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านจุลพงศ์ อยู่เกษ เชิญครับ

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ โดยพื้นฐานแล้วกฎหมายล้มละลาย เป็นเรื่องของกฎหมายเศรษฐศาสตร์ และการเงินไปพร้อม ๆ กัน เพราะฉะนั้นในมุมมองเวลาพิจารณากฎหมายล้มละลาย เราไม่สามารถจะมองได้แต่ข้อกฎหมายอย่างเดียวนะครับ ผมขอเล่าให้ท่านประธานฟัง เล็กน้อย ช่วงปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๔๓ ผมทำงานเป็นที่ปรึกษาทางการเงินที่สิงคโปร์ และช่วงนั้น ประเทศไทยมีวิกฤติต้มยำกุ้ง ผมเดินทางมาประเทศไทยเดือนหนึ่ง ๓-๔ ครั้ง เพื่อมา แก้ปัญหาให้กับลูกหนี้ในยุคนั้น ขณะนั้นการฟื้นฟูกิจการ หรือในสหรัฐเรียกว่า Chapter 11 ได้มีการพูดถึงเป็นอย่างมาก IMF ได้พยายามกดดันรัฐบาลไทยขณะนั้นให้มีการแก้ไข พ.ร.บ. ล้มละลาย เพื่อให้มีการฟื้นฟูกิจการนะครับ ที่ผมเรียนมาทั้งหมด ในที่สุดแล้วก็มีการแก้ไข พ.ร.บ. ล้มละลาย เรื่องการฟื้นฟูกิจการมา ๒๐ กว่าปีแล้ว เพราะฉะนั้นการฟื้นฟูกิจการไม่ใช่ เรื่องใหม่ในประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กระทรวงยุติธรรมหรือศาล เป็นเรื่องใหม่แต่อย่างใด ร่าง พ.ร.บ. ๒ ฉบับ ที่เรากำลังแก้ไขอยู่นี่นะครับ มีการแก้ไขเพิ่มเติม เพียง ๓ หมวด คือหมวด ๓.๒ กระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เป็น กิจการขนาดย่อม ซึ่งเดิมก็มีอยู่แล้วนะครับ แต่ใช้คำว่า วิสาหกิจขนาดย่อม หมวด ๒ ที่แก้ไข คือหมวด ๓/๓ กระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แบบเร่งรัด หมวด ๓.๔ กระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟู กิจการของลูกหนี้ที่เป็นนิติบุคคลธรรมดา ๒ หมวดสุดท้ายนี้มันมีใน Chapter 11 ในสหรัฐ ที่เราไปก๊อบปี้เขามาในหลักเกณฑ์เรื่องการฟื้นฟูกิจการมานานครับ แต่ว่าประเทศไทยเรา ไม่มีการฟื้นฟูกิจการบุคคลธรรมดานะครับ ผมจึงขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ ๒ ฉบับนี้ ว่าถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยเราควรเปิดโอกาสให้บุคคลธรรมดามีการฟื้นฟูกิจการได้ ขณะนี้ ท่านสมาชิกบางท่านก็อภิปรายไปแล้วว่า หนี้ครัวเรือนสูงถึง ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ของ GDP เราอย่าสับสนนะครับว่า การล้มละลายกับการฟื้นฟูกิจการนี้เป็นคนละเรื่องนะครับ จริง ๆ เป็นคนละเรื่องกันเลย การล้มละลายวัตถุประสงค์ก็เพื่อนำทรัพย์สินของลูกหนี้มา แบ่งปัน ระหว่างเจ้าหนี้ตามสัดส่วนของหนี้ แต่การฟื้นฟูกิจการชื่อก็บอกแล้วครับ เป็นการ ฟื้นฟูสภาวะของลูกหนี้ให้สามารถกลับมาเป็นดังเดิมได้นะครับ ผมเองไม่ขอลงไปในเทคนิค กฎหมายหรอกครับ เพราะมีหลายจุดจริง ซึ่งสามารถจะไปแก้ไขในชั้นกรรมาธิการได้ ดังนั้น ผมสนับสนุนให้มีการรับหลักการไปก่อนนะครับ เพราะเรื่องนี้จำเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็น การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แบบเร่งรัด หรือการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดา ผมเรียนซ้ำอีกครั้งนะครับ การฟื้นฟูกิจการไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่สำหรับเจ้าพนักงานผู้พิทักษ์ ทรัพย์ ไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่สำหรับกระทรวงยุติธรรม ไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่ของศาล ผมจึงไม่เห็น เหตุผลอะไรครับ ที่ได้ยินแว่ว ๆ ว่าจะมีการอุ้มร่างพระราชบัญญัติ ๒ ฉบับนี้ไปพิจารณาก่อน ไปพิจารณาเรื่องอะไรครับ จะไปพิจารณาความพร้อมของเจ้าหน้าที่ แต่การฟื้นฟูกิจการ ในประเทศไทยนี่ไม่ใช่เรื่องใหม่นะครับ ทำมา ๒๐ กว่าปีแล้ว จะไปพิจารณาเรื่องข้อกฎหมาย ก็สามารถไปแก้ในชั้นกรรมาธิการได้นี่ครับ แล้วผมเห็นแล้วเป็นการแก้เพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น ไม่ว่าจะการกำหนดเรื่องห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน หรือการเป็นนิติบุคคล หรือความเป็นบุคคลในการขอฟื้นฟูกิจการ ซึ่งหลักกฎหมายแล้วคนที่จะถูกฟ้องหรือไปฟ้องเขา ต้องเป็นบุคคล คือเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล นิติบุคคลมี ๕ ประเภท คือห้างหุ้นส่วนสามัญ จดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด บริษัทมหาชน และมูลนิธิ ขาดตกบกพร่องอย่างไร ในร่างพระราชบัญญัตินี้เราไปแก้ในวาระที่ ๒ ได้ครับ อย่าเอาเทคนิคกฎหมายเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ มาเป็นปัญหาถึงขนาดว่า เราต้องการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนล่าช้าไป ผมขอย้ำอีกครั้งนะครับ การล้มละลายกับการฟื้นฟูกิจการนี้เป็นคนละเรื่องกันเลยนะครับ การฟื้นฟูกิจการนี้คือการดึงคนที่กำลังดำน้ำขึ้นมาให้สามารถลุกขึ้นเดินต่อไปได้ครับ แล้วเรา จะรออะไรละครับ ผมยิ่งมีความรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งนะครับ ที่ได้ข่าวว่าจะมีการอุ้มร่าง ๒ ฉบับนี้ไปพิจารณาก่อน ผมอยากจะฟังความเห็นจริง ๆ ครับ เหตุผลว่าอุ้มไปทำไมครับ ผมขอย้ำ อีกทีเป็นครั้งที่ ๓ จะบอกว่าเจ้าหน้าที่ไม่พร้อม กระทรวงยุติธรรมไม่พร้อม ศาลไม่พร้อม ไม่ใช่ครับ เพราะมันเป็นเรื่องหลักเกณฑ์มาตั้ง ๒๐ กว่าปีแล้ว มีการฟื้นฟูกิจการมาเยอะแยะไปหมดแล้ว ที่ขาดคือการฟื้นฟูกิจการบุคคลธรรมดา ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอะไรเลย เราไปลอก Chapter 11 ของสหรัฐอเมริกาเข้ามา แต่เราเลือกเฉพาะบางเรื่องผมเข้าใจ เพราะขณะนั้นส่วนใหญ่ลูกหนี้ เป็นบริษัทขนาดใหญ่ เป็นธนาคาร เป็นบริษัทข้ามชาติ แต่ ๒๐ ปีผ่านมา ขณะนี้ปัญหาคือ คนรากหญ้าครับ ลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดา ลูกหนี้ตอนนี้ไม่ใช่บริษัทใหญ่ ๆ ลูกหนี้ตอนนี้ ไม่ใช่ธนาคาร ลูกหนี้ตอนนี้ไม่ใช่โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่ส่วนใหญ่เป็นบุคคลธรรมดา ไม่อย่างนั้นหนี้ครัวเรือนในประเทศไทยไม่สูงถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของ GDP ครับ ขอย้ำอีกครั้งนะครับ ขอความกรุณารับหลักการไปก่อนแล้วเราไปแก้เทคนิคปัญหาทีหลังทางกฎหมายได้ แก้คำบางคำได้ แก้ขั้นตอนได้ สนับสนุนช่วยเหลือดึงคนรากหญ้าขึ้นมา ดึงบุคคลธรรมดาขึ้นมาจากการที่จะ จมน้ำในขณะนี้ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธีระชัย แสนแก้ว เชิญครับ

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย กระผมใคร่ ขออนุญาตร่วมอภิปรายเพื่อสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งมีท่านโกศล ปัทมะ และท่านวรภพ วิริยะโรจน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ กระผมใคร่อภิปราย ๒ ประการ

ประการแรกครับท่านประธาน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีหลักการ และเหตุผลที่สำคัญเลย ก็คือเพื่อเป็นการช่วยเหลือลูกหนี้อย่างทั่วถึง สามารถช่วยเหลือ ลูกหนี้ได้ง่ายขึ้น สามารถครอบคลุมจำนวนหนี้ได้วงกว้างขึ้นครับท่านประธาน นั่นคือ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะช่วยให้ลูกหนี้ที่ประสบปัญหาการขาดทุนจนล้มละลาย ประสบ ปัญหาพิษเศรษฐกิจที่มีปัญหามาอย่างยาวนานหลายปี ยิ่งภายหลังโควิด-๑๙ พี่น้อง ประชาชนขาดทุนเจ๊งระเนระนาดครับท่านประธาน เกือบทั่วประเทศ เห็นรอด ๆ กันมาบ้าง ก็คือพวกที่มีทุนยาวเท่านั้นเองนะครับ หรือพวกล้มบนฟูก หรือพวกรายใหญ่นะครับ เพราะฉะนั้นสายป่านที่ยาว ๆ ก็ได้เปรียบพวกรายเล็ก ๆ นั่นเป็นจำนวน ซึ่งมีจำนวนไม่มากครับ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะสามารถช่วยเหลือลูกหนี้รายเล็กรายน้อย ได้มากมาย จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประกอบกิจการรายเล็ก ๆ ธุรกิจขนาดย่อม พวก SMEs สามารถเข้าสู่ระบบการฟื้นฟูได้ง่ายขึ้น ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีกำหนดให้ลด ขั้นตอน ให้ลดกระบวนการ ลดความซ้ำซ้อน และลดระยะเวลากระบวนการฟื้นฟู เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สำคัญมากครับท่านประธาน เพราะจะทำให้ลูกหนี้รายเล็กรายน้อยสามารถ ที่จะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการได้ง่าย แล้วจะช่วยให้พวกเขาสามารถกลับมาประกอบ ธุรกิจต่อไปได้ ช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับลูกหนี้ และยังช่วยให้ลูกหนี้สามารถชำระหนี้ให้แก่ เจ้าหนี้ได้ไวขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจทั้งระบบเลยทีเดียวครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มาตรา ๙๐/๙๒ มีการแก้ไข หลักเกณฑ์จำนวนหนี้ของลูกหนี้ที่ไม่อยู่ในสถานะที่จะชำระหนี้ได้ แล้วเป็นหนี้ที่เกิดขึ้น จากการดำเนินกิจการ เป็นหนี้ที่เกิดจากสภาวะขาดทุนทางด้านธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนี้ เจ้าเดียวหรือหลายเจ้าก็ตามครับท่านประธานครับ แล้วลูกหนี้ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา หรือคณะบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน จากจำนวนหนี้ที่กฎหมายปัจจุบัน กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า ๒ ล้านบาท เหลือไม่น้อยกว่า ๑ ล้านบาท จะสามารถยื่นคำร้องต่อศาล ให้มีการฟื้นฟูกิจการก็ได้ เรื่องนี้มันดีต่อพี่น้องประชาชนหรือผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม ขนาดเล็กนั่นละครับ คือ SMEs จะช่วยให้พี่น้องผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อย จะสามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูได้ง่ายขึ้น อย่าลืมนะครับท่านประธาน ผู้ประกอบการ รายเล็กรายน้อยทั่วประเทศมันมีมากมาย พวกนี้คือพวกตอม่อเป็นเสาหลักให้กับเศรษฐกิจ ของชาติได้ ถ้าสนับสนุนกันอย่างจริงจังนะครับ แล้วมาตรา ๙๐/๙๒ ยังแก้ไขหลักเกณฑ์ จำนวนหนี้ของลูกหนี้ ไม่ว่าจะเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ไม่ว่าจะเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัทมหาชน จากกฎหมายปัจจุบันที่กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า ๓ ล้านบาท แต่ไม่ถึง ๑๐ ล้านบาท ให้เหลือเพียงไม่น้อยกว่า ๒ ล้านบาท แต่ไม่ถึง ๕๐ ล้านบาท ลูกหนี้สามารถ ที่จะยื่นคำร้องต่อศาลให้มีการฟื้นฟูกิจการก็ได้นะครับ เป็นเรื่องที่ดีนะครับท่านประธาน เพราะนอกจากการลดหลักเกณฑ์จำนวนหนี้ขั้นต่ำจาก ๓ ล้านบาท เหลือ ๒ ล้านบาทแล้ว ยังขยายเพดานหลักเกณฑ์จำนวนหนี้ ๑๐ ล้านบาท เป็น ๕๐ ล้านบาท อีกครับท่าน นี่ละผมชอบครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้จะช่วยให้พี่น้องผู้ประกอบการที่มี ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทมหาชน ที่ไม่เข้าเกณฑ์ตามกฎหมาย ฉบับปัจจุบัน สามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการได้กว้างขึ้นครับท่านประธาน

ประเด็นที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กำหนดให้มีกระบวนการพิจารณา เกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการอย่างเร่งรัด โดยการเปิดให้ลูกหนี้ในคดีฟื้นฟูกิจการ ได้แก่ ไม่ว่าจะ เป็นลูกหนี้ที่เป็นองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ไม่ว่าลูกหนี้เป็นวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม SMEs สามารถยื่นคำร้องต่อศาลให้มีการฟื้นฟูกิจการได้อย่างเร่งรัด แล้วก็ขอให้ศาลสามารถ พิจารณาคำร้องขอฟื้นฟูแบบเร่งรัด โดยเร่งด่วนได้อีกครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ในเอกสารประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่นักวิชาการของสำนักงาน เลขาธิการของสภาผู้แทนราษฎรได้จัดทำขึ้น โดยระบุข้อดีกระบวนการฟื้นฟูมีอยู่ ๓ ข้อ ผมอยากจะขอกราบเรียนท่านประธาน ข้อที่ ๑ ครับท่านประธาน เมื่อเปรียบเทียบกับ กระบวนการฟื้นฟูกิจการแบบเต็มรูปแบบ กระบวนการฟื้นฟูแบบเร่งรัด มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า เนื่องจากระยะเวลากระบวนการในชั้นศาลน้อยกว่าค่อนข้างมาก เสียค่าธรรมเนียมน้อยกว่า ข้อที่ ๒ ครับท่านประธาน กระบวนการฟื้นฟูกิจการเร่งรัดมีกระบวนการที่รวดเร็วกว่า เนื่องจากก่อนที่จะยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ ลูกหนี้จะเจรจาต่อรองแผนและผ่านความ เห็นชอบจากเจ้าหนี้แล้ว เรื่องนี้จะทำให้กระบวนการฟื้นฟูกิจการแบบเร่งรัดใช้ระยะเวลา ในการพิจารณาน้อยกว่ากระบวนการฟื้นฟูแบบเต็มรูปแบบครับท่านประธานครับ

ประเด็นสุดท้าย ข้อ ๑๓ ครับ กระบวนการฟื้นฟูกิจการแบบเร่งรัด มีผลกระทบต่อกิจการของลูกหนี้ค่อนข้างน้อย เพราะขั้นตอนต่าง ๆ ลูกหนี้จะเจรจากับ เจ้าหน้าที่ที่ได้รับผลกระทบการฟื้นฟูกิจการโดยตรงได้ครับท่านประธาน

ด้วยเหตุผลทั้งหลายทั้งปวงที่ผมได้อภิปรายมานี้ทั้งหมดนี้ กระผมขอรับ หลักการให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อเป็นการสร้างความเป็นธรรมในการช่วยเหลือลูกหนี้ รายเล็ก รายน้อยให้มีความเสมอภาคและยืนยันว่ากระบวนการนี้ ถ้าแก้กฎหมายนี้แล้ว มันจะทำให้พี่น้องโดยทั่วไปมีความเสมอภาคในการบริหารธุรกิจของตัวเองได้ด้วยความเสมอภาค รายใหญ่ รายเล็ก รายกลาง ไม่ใช่เฉพาะอุ้มคนรวยไม่ช่วยคนจนครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณเอกราช อุดมอำนวย ครับ

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานครับ ผม เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง จากพรรคประชาชนนะครับ ผมขออภิปราย สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับ ทั้งของท่านโกศล ปัทมะ แล้วก็ของท่าน วรภพ วิริยะโรจน์ ซึ่งในฐานะที่เป็นนักกฎหมายก็พิจารณาจากทั้ง ๒ ฉบับแล้วก็เป็นหลักการ ในทำนองเดียวกัน ท่านประธานครับ แต่ว่าผมก็มีเรื่องที่อยากจะตั้งเป็นประเด็นเอาไว้ให้ สำหรับเพื่อนสมาชิกหรือว่ากรรมาธิการที่อาจจะมีการตั้ง หรือว่าการศึกษาเพิ่มเติม ในประเด็นเรื่องของข้อกฎหมาย ท่านประธานน่าจะทราบดีนะครับว่า เรื่องของการปรับหนี้ ลงไป ปกติกลไกเงินเฟ้อกฎหมายเดิมแน่นอนว่าเงินเฟ้อกับสภาพการณ์ในของการปรับลด วงเงินจาก ๒ ล้านบาท เหลือ ๑ ล้านบาท ก็เป็นไปตามทิศทางที่เราอยากจะให้ SMEs ได้เข้า สู่กระบวนการฟื้นฟู เข้าสู่กระบวนการที่จะทำให้เขาสามารถยืนได้ ซึ่งเป็นหลักการที่ดีทั่วไป ที่สากลยอมรับ เพราะว่าเราพึ่งพา SMEs ในการที่จะให้ดูแลพยุงเศรษฐกิจ ถ้าหากว่า SMEs เหล่านั้นจะต้องล้มหายตายจากไปก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ซึ่งจริง ๆ นักธุรกิจที่ประสบ ความสำเร็จมาก ๆ หลายคน ซึ่งผมคงไม่เอ่ยชื่อในที่นี้ ก็ล้วนแต่อาจจะเคยมีประสบการณ์ ผ่านจากการล้มละลาย แล้วก็ลุกขึ้นมาใหม่จนสามารถสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจได้ ดังนั้นผมคิดว่าอันนี้คือการให้โอกาส เป็นการให้โอกาสบุคคลเหล่านั้นได้เติบโต แล้วก็ได้ เรียนรู้ถอดบทเรียนในการทำธุรกิจ

แต่อีกเรื่องที่ผมตั้งเป็นประเด็นนะครับ เรื่องของการฟื้นฟูหนี้ภาษีอากร หรือว่าหนี้ที่รัฐจัดเก็บนะครับ เพื่อเป็นประโยชน์สาธารณะ เช่น ภาษีศุลกากร ภาษีสรรพสามิต รวมถึงภาษีที่รัฐจะได้ช่วยเหลือประชาชน เช่น กองทุนประกันสังคมเหล่านี้ ถ้าเข้าสู่แผนกิจการฟื้นฟู ซึ่งตามกฎหมายล้มละลาย ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษ จะต้องคำนึงถึง มาตรการของการล้มละลายเพื่อช่วยให้ลูกหนี้มีการหลุดพ้นจากหนี้สินได้เร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การประนอมหนี้ หรือการปลดจากล้มละลายนะครับ แต่ว่าหนี้ภาษีอากรสามารถยินยอม ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา ๕๖ ได้หรือไม่ ซึ่งหลักการดังกล่าวนี้ก็มาบังคับใช้กับแผน ฟื้นฟูที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบโดยอนุโลมด้วยนะครับ ผมก็เลยตั้งเป็นประเด็นเอาไว้ว่า หนี้ของรัฐเหล่านี้จะเป็นอย่างไร อันนี้ก็เป็นข้อกังวลที่จะต้องไปพิจารณากันในอนาคตนะครับ

ส่วนเรื่องของการกำหนดอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นะครับ ซึ่งทั้ง ๒ ร่างนี้ก็เขียนคล้าย ๆ กันนะครับ ก็ไม่มีประเด็นอะไร แต่ว่าผมอยากจะฝากทาง ผู้ที่ร่างกฎหมายในการพิจารณานะครับ ซึ่งการแก้ไขเพิ่มเติมในเรื่องของจำนวนหนี้ตามร่าง หมวด ๓/๑ ซึ่งสำหรับลูกหนี้สอดคล้องกันทั้ง ๒ หมวด ก็สามารถฟื้นฟูกิจการได้ แล้วก็ การแก้ไขตรงนี้ก็สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม แต่ว่าผมไม่แน่ใจว่า ณ วันนี้ สอดคล้อง แต่ว่าสมมุติกฎหมายบังคับผ่านไปสัก ๕ ปี ๑๐ ปี อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นหรือว่า รายละเอียดต่าง ๆ ตรงนี้พอที่จะเขียนเพื่อให้มันมีความยืดหยุ่นมากกว่านี้ได้หรือไม่นะครับ ตรงนี้ก็เป็นข้อที่ผมอยากจะฝากเอาไว้นะครับ แล้วก็กระบวนการ บริษัทที่เข้าสู่การฟื้นฟู กิจการ ถ้าหากว่าจำนวนหนี้สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดอยู่มากนี่นะครับ แบบสูงไปเยอะ ขึ้นไปเลย อันนี้องค์การธุรกิจใหญ่ ๆ ก็จะเกิดปัญหาเรื่องของความเหลื่อมล้ำหรือไม่ อันนี้ก็ตั้งเป็นประเด็นเอาไว้ ก็อยากจะให้ทุกท่านลองดูนะครับ

ส่วนสุดท้ายนะครับท่านประธาน ที่ผมอยากจะเป็นข้อเสนอ ซึ่งไม่แน่ใจนะครับว่า การฟื้นฟูกิจการลูกหนี้ที่เป็นผู้ทำแผนเท่านั้น กรณีที่ลูกหนี้ที่ไม่สุจริตก็อาจจะใช้ช่องทาง ในการที่เข้ามาทำคำขอนะครับ แล้วพอนั่นปุ๊บก็เข้าสู่กระบวนการล้มละลาย ตรงนี้ก็จะ กระทบกับการปล่อยสินเชื่อของบรรดาธนาคารหรือไม่ เพราะว่าพอรู้ว่าถ้าให้สินเชื่อ SMEs ไป ซึ่งต้องยอมรับว่ารากฐานของ SMEs ส่วนใหญ่ก็ต้องอาศัยเงินกู้จากธนาคาร แล้วก็อีกอย่าง ธนาคารรัฐหรือว่านโยบายรัฐเวลาออกคำขอเงินกู้ต่าง ๆ ส่วนใหญ่ไปใช้ธนาคารพาณิชย์ ในการปล่อยสินเชื่อ แม้กระทั่งสินเชื่อของรัฐเอง แบบนี้ก็จะกระทบกับการปล่อยสินเชื่อ ในอนาคตหรือไม่นะครับ อันนี้ก็ตั้งเป็นประเด็นฝากเอาไว้ให้กรรมาธิการหรือว่าเพื่อนสมาชิก ได้พิจารณา แต่ว่าโดยหลักการทั้งหมดนี่เห็นด้วยนะครับ ก็อยากให้ร่างนี้ผ่านแล้วก็ไม่ถูกอุ้มไป ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณเทอดชาติ ชัยพงษ์ ครับ

นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ เชียงราย 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๕ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนรับหลักการร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งมีผู้เสนอ ๒ ท่านนะครับ เหตุผลสำคัญที่ผมได้อ่านแล้ว พบว่า ร่างพระราชบัญญัติล้มละลายฉบับนี้สามารถที่จะคุ้มครองไปทั้งเรื่องของเจ้าของกิจการ ทั้งบุคคลธรรมดา ซึ่งคำว่า หนี้สินกับการล้มละลาย มันมาด้วยกัน เพราะฉะนั้นเรื่องของ การล้มละลายนี้มันจะทำให้เกิดปัญหาลุกลามและเป็นวงกว้างอีกมาก เรื่องของการฟื้นฟู กิจการของสถานประกอบการได้มีผู้อภิปรายไปแล้วนะครับ ท่านธีระชัยก็ได้พูดถึงเรื่องของ ปัญหาหนี้สินของภาคประชาชนไปแล้ว

เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง ก็คือความเท่าเทียมของการแก้ไข ปัญหาในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติล้มละลายฉบับนี้นะครับ ทั้งในส่วนของเจ้าของกิจการ ทั้งในส่วนของภาคประชาชน ทั้งในส่วนของบุคคลธรรมดา หนี้สินครัวเรือนต่าง ๆ ก็ถือว่า เป็นภาระสำคัญที่เราจำเป็นจะต้องให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย เพราะฉะนั้นในเรื่องของ ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย หรือ พ.ร.บ. ล้มละลายนี่นะครับ จะเกี่ยวข้องบุคคลอยู่ ๓ ส่วน ก็คือเจ้าหนี้ ลูกหนี้ และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ถ้าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ สามารถที่จะแก้ไขได้ก็จะเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย ไม่เพียงเฉพาะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่เพียงแต่ เฉพาะลูกหนี้หรือเจ้าหนี้เท่านั้น แต่เป็นกระบวนการที่จะช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้ดีขึ้น โดยเฉพาะสถานการณ์ต่าง ๆ ของประเทศและทั่วโลกที่เราได้รับผลกระทบมา ไม่ว่าจะเป็น วิกฤติ Coronavirus 2019 ที่ผ่านมา ที่สร้างปัญหาให้กับคนทั่วโลกดังที่ทราบแล้ว ในขณะนี้ ก็ตามครับ เรายังประสบภาวะเรื่องของน้ำท่วมฉับพลัน ทำให้เกิดปัญหามากมาย ทั้งเรื่องของ การสูญเสียทรัพย์สิน การประกอบกิจการต่าง ๆ ภาคธุรกิจ ภาคครัวเรือนของเกษตรกร ก็ประสบปัญหา และผู้ประกอบวิชาชีพต่าง ๆ ครับ อย่างเช่น วิชาชีพครูก็เป็นอีกวิชาชีพหนึ่ง ที่ได้รับผลกระทบและมีการพูดถึงกล่าวถึงมาโดยตลอดว่าครูนั้นมีหนี้สินมากนะครับ แล้วก็มี กระบวนการแก้ไขปัญหา ซึ่งยังไม่จบ แล้วก็ใช้กระบวนการตรงนี้มาค่อนข้างที่จะนาน ผมขออนุญาตนะครับว่า ในส่วนของการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องของภาวะหนี้สินของ ข้าราชการในภาคส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งครูนะครับ ขณะนี้มีครูที่เป็นหนี้อยู่ประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ กว่าคน หนี้รายใหญ่คือหนี้จากสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ๖๔ เปอร์เซ็นต์ หนี้จาก ธนาคารออมสิน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ธนาคารกรุงไทย ๔ เปอร์เซ็นต์ ธอส. อีก ๔ เปอร์เซ็นต์ ไม่นับหนี้ของภาคประชาชน ภาคครัวเรือน ดังที่ทราบว่าก็เพิ่มขึ้นในแต่ละปีและเป็นปัญหา มากขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นครูกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์นั้นมีเงินเดือนหักสุทธิชำระแล้วไม่น้อยกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ที่มีปัญหาคือครูที่เกษียณแล้ว ๗๒๐,๐๐๐ กว่าราย มีเงินเดือนหลังจาก หักชำระหนี้แล้วไม่พอใช้ และบางส่วนถูกฟ้องล้มละลาย การฟ้องล้มละลายนั้นก็ทำให้ ๑. ผู้กู้นั้นถูกขับออกจากความเป็นสมาชิกสหกรณ์ ๒. ปัญหานั้นก็จะไปเพิ่มที่ผู้ค้ำประกัน เพราะระบบของครูส่วนใหญ่จะเป็นระบบค้ำประกัน คนค้ำประกันก็รับผิดชอบและถูกฟ้อง ล้มละลายไปด้วย ครูที่เป็นผู้ที่รับบำนาญถ้าถูกฟ้องล้มละลายเงินบำนาญได้รับอยู่ แต่ว่าไม่ได้ รับเงิน เพราะว่าเงินเดือนก็จะถูกหักไปให้เข้าผู้พิทักษ์ทรัพย์ต่อไป อันนี้ก็ถือว่าเป็นหนี้สิน ที่จำเป็นจะต้องดำเนินการเยียวยาแก้ไขให้มีความเสมอภาคนะครับ เช่นเดียวกับการประกอบ ธุรกิจภาคอื่น ๆ เช่นเดียวกันนะครับ รวมถึงภาระหนี้สินครัวเรือน ภาคประชาชน แล้วก็ กิจการต่าง ๆ ของภาคประชาชนด้วย เพราะฉะนั้นร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอเข้าสภาตรงนี้ จึงเป็นร่างพระราชบัญญัติสำคัญที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของ พี่น้องประชาชน ของครู ของบุคลากรต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบตรงนี้ได้รับการเยียวยาแก้ไข แล้วก็มีกระบวนการช่วยเหลือนะครับ ที่พูดตรงนี้ผมไม่ได้สนับสนุนให้คนที่เป็นหนี้แล้วหนีหนี้ หรือไม่ยอมจ่ายนะครับ เพราะถ้าเป็นหนี้แล้วต้องยอมชดใช้ อันนี้เป็นหลักการ แต่อย่างไร ก็ตามครับ เมื่อเกินกำลังความสามารถมันจำเป็นที่จะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาเร่งรัด ให้ทั้งเจ้าหนี้ ให้ทั้งลูกหนี้เข้าถึงได้รวดเร็วและง่ายขึ้น และได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้ ถ้าหากว่าเราให้เขาได้เป็นบุคคลล้มละลายแล้ว กระบวนการที่เขาจะชำระหนี้ มันก็จะทำไม่ได้ เพราะเขาไม่สามารถจะเป็นบุคคลที่จะ ประกอบกิจการอะไรต่าง ๆ ได้ทั้งหมด นี่ก็เป็นปัญหาระยะยาวและเป็นปัญหาวงกว้างที่จะ ลุกลามไปสู่ปัญหาอื่นเช่นเดียวกันนะครับ อันนี้ก็กราบเรียนท่านประธานว่า ร่างพระราชบัญญัติล้มละลายที่เสนอเข้าสภานี้เป็นร่างพระราชบัญญัติที่เป็นประโยชน์ครับ ไม่ว่าจะเข้าสู่กระบวนการแบบไหน แต่ว่าเมื่อรับหลักการแล้วเข้าไปเพื่อจะเข้าสู่กระบวนการ แก้ไขปัญหาให้ ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคล บุคคลธรรมดา หรือประชาชนทั่วไปนั้นได้รับการแก้ไข อย่างทันท่วงที แล้วก็เข้าถึงได้ง่ายขึ้น มีการเร่งรัดให้เกิดการจ่ายหนี้สิน รวมถึงการให้เขาได้มี โอกาสที่จะสร้างเนื้อสร้างตัว และมีโอกาสในการชำระหนี้ก็จะเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย ก็ขอรับ หลักการ และเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติล้มละลายฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ ครับ

นางสาวกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ ชลบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพ กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดชลบุรี เขต ๖ ศรีราชา วันนี้ขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เนื่องจากสภาพ เศรษฐกิจปัจจุบันผู้ประกอบการ SMEs มีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัตถุดิบ ที่ราคาแพง ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ค่าแรงที่สูงขึ้น และยังไม่มีมาตรการของรัฐที่ส่งเสริมอีก ทั้งนี้ ยังมีสินค้าจีนที่ทะลักเข้ามาในการทุ่มตลาด จึงทำให้ SMEs ไทยมีสายป่านไม่เพียงพอ ต้องตกอยู่ในสภาวะชักหน้าไม่ถึงหลัง เงินทุนไม่พอหมุนเวียน ติดค้างชำระหนี้ธนาคาร ดอกเบี้ยทบต้นทบดอก สุดท้ายถ้าปล่อยให้บริษัทเหล่านี้ล้มละลาย ผู้ที่จะต้องรับภาระเหล่านี้ ก็คือธนาคาร และถ้าหากบริษัท SMEs จำนวนมากที่ล้มละลาย ท้ายที่สุดธนาคารเอง ที่รับภาระก็อาจจะล้มละลายไปด้วย ทำให้ระบบเศรษฐกิจของชาติพังได้

ดังนั้น หากเราช่วยเหลือลูกหนี้โดยการให้เข้าระบบฟื้นฟูกิจการได้ง่ายขึ้น จะทำให้ลูกหนี้มีกำลังชำระหนี้และทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบได้อย่างต่อเนื่อง เป็นการให้ ออกซิเจนกับผู้ประกอบการ SMEs โดยตรง ดังนั้น วันนี้ข้าพเจ้าจึงขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๒ ฉบับค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไป ขอเชิญคุณฐิติมา แสงฉาย ครับ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ นี้นะคะ ซึ่งครั้งนี้ถือว่าเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายล้มละลายที่สำคัญอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เราเคย เพิ่มเติมหมวด ๓/๑ เรื่องกระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ เมื่อปี ๒๕๔๑ ซึ่งทำให้ภาคธุรกิจที่มีหนี้สินเกิน ๑๐ ล้านบาท สามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู กิจการได้ ทำให้ธุรกิจไม่ถูกเจ้าหนี้บังคับให้ล้มละลาย ขายทอดทรัพย์สินจนไม่สามารถ ประกอบการต่อได้นะคะ ครั้งนี้จึงเป็นครั้งที่สำคัญอีกก้าวหนึ่งของการพัฒนา พ.ร.บ. ล้มละลาย ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม หรือที่เราเรียกว่า SMEs และที่สำคัญ ลูกหนี้บุคคลธรรมดา ท่านประธานคะ มีโอกาสในการฟื้นฟูธุรกิจและชีวิตของเขาได้บ้างค่ะ ทั้งนี้ มันมีการแก้ไขจำนวนหนี้ของลูกหนี้ว่าที่จะฟื้นฟูกิจการสำหรับ SMEs และบุคคลธรรมดา ไม่น้อยกว่า ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐ ล้านบาท ให้อยู่ภายใต้หมวด ๓/๒ กระบวนพิจารณา เกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เป็นกิจการขนาดย่อม ซึ่งทำให้ฟื้นฟูกิจการและเจรจา กับเจ้าหนี้ได้ง่ายและทำได้รวดเร็วขึ้น ท่านประธานคะ ในเรื่องการฟื้นฟูชีวิต หรือฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้รายย่อยที่ดิฉันเน้น เน้นรายย่อยบุคคลธรรมดา ดิฉันได้เคย อภิปรายไว้คราวที่ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๗ ได้เข้ามา ได้อภิปรายถึงแนวทางในการแก้ไขหนี้สินครูค่ะ ซึ่งครูจำนวนมากที่เรารู้อยู่แล้วว่าเป็นหนี้ เป็นสินเยอะมาก ถึง ๙๐๐,๐๐๐ กว่าคน ๑.๔ ล้านล้านบาทเลยทีเดียวนะคะ ดิฉันอภิปรายว่า ต้องมีการตรากฎหมายฟื้นฟูชีวิตครู เพื่อหยุดหนี้ครู โดยใช้กลไก Automatic Stay ซึ่งเป็นกลไกที่ใช้ในกฎหมายฟื้นฟูกิจการในหมวด ๓/๑ พ.ร.บ. ล้มละลาย ทำให้ครูได้มีโอกาสเจรจากับเจ้าหนี้ ซึ่งก็คือ การทำแผนการชำระหนี้กับ เจ้าหนี้ อย่างไรก็ตามท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะเสนอแนวทางบางเรื่อง แค่เพียง บางเรื่องเองนะคะ ให้กับคณะกรรมาธิการวิสามัญ ถ้าจะตั้งขึ้นมา ว่าควรจะวางแนวทาง ในกฎหมายให้ชัดเจน ให้ลูกหนี้ คือประชาชนกับลูกหนี้บุคคลธรรมดา ที่ดิฉันเน้นสามารถ เสนอแผนฟื้นฟูให้เจ้าหนี้รับแผนได้ง่ายขึ้น เช่น

แนวทางที่ ๑ ประเด็นระยะเวลาค่ะ ระยะเวลาในการดำเนินการตามแผน ตามมาตรา ๙๐/๑๖๑ เป็นไปได้หรือไม่คะว่า ให้เวลาลูกหนี้อย่างน้อย ๙ ปีเลย ๙ ปี เพื่อให้ มันสอดคล้องกับกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่กำหนดระยะเวลาบังคับคดีไว้ ๑๐ ปี ตามมาตรา ๒๗๑ ป. วิ. แพ่ง คือไหน ๆ เราจะช่วยพี่น้องประชาชนแล้ว อยากให้กำหนด ระยะเวลาให้มันยาวที่สุดเลยท่านประธาน ช่วยเหลือกันนะคะ

แนวทางที่ ๒ เรียกว่าตีทรัพย์ชำระหนี้ กำหนดให้ลูกหนี้สามารถเสนอแผน ชำระหนี้ โดยการตีทรัพย์ชำระหนี้ในราคายุติธรรม โดยไม่มีการตามฟ้องส่วนต่างราคา เป็นคดีล้มละลายตามมาอีกที บางทีเราเจอแบบนี้

แนวทางที่ ๓ คือปรับโครงสร้างหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้อย่างน้อย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ หรือเรียกว่า Hair cut ค่ะท่านประธาน

แนวทางที่ ๔ ให้เจ้าหนี้ ไม่จัดชั้นลูกหนี้เป็นหนี้มีประวัติเสียในเครดิตบูโร ท่านประธานคะ หากเราบัญญัติอยู่ในกฎหมาย หรือให้อำนาจเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือศาล ตามมาตรา ๙๐/๑๖๕ ไว้ให้ชัดเจน จะสามารถช่วยประชาชนได้อย่างมากเลย ทีเดียว เพราะว่าเราต้องอย่าลืมนะคะว่า ประชาชนหรือบุคคลธรรมดาจะไม่มีอำนาจ ในการต่อรองกับเจ้าหนี้เลย หากไม่มีกฎหมายคอยสนับสนุนช่วยเหลือ เจ้าหนี้อาจจะบีบได้ คือไม่ยอมรับกับแผน หรือเขาอาจจะคัดค้านแผนของลูกหนี้บุคคลธรรมดา จนการฟื้นฟูนั้น ไม่สำเร็จก็ได้ ดิฉันจึงฝากไว้ให้กับทางคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาสิ่งที่ดิฉัน ได้อภิปรายไปด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ครับ

นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายเพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เพื่อนสมาชิกเสนอครับ ท่านประธานครับ สาระสำคัญของกฎหมาย ฉบับนี้ คือทำอย่างไรให้คนที่เป็นหนี้ คนที่ขาดสภาพคล่อง สามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู กิจการได้ง่ายขึ้น ต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ คนเป็นหนี้ คนล้มละลาย จำนวนมาก ไม่ได้ทุจริต ไม่ได้ทำชั่ว ไม่ได้อยากเจ๊ง หลายคนทำงานหนัก ทำงานสายตัวแทบขาด แต่อาจจะด้วยภาวะเศรษฐกิจ เศรษฐกิจไม่ดีบ้าง หรืออาจจะเพราะนโยบายรัฐบาลบ้าง หรืออาจจะเพราะสินค้าต่างชาติราคาต่ำที่เข้ามาถล่มผู้ประกอบการไทยจำนวนมากนะครับ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็ต้องบอกว่าหลายกิจการที่ไปต่อไม่ได้ มันมีหลายสาเหตุเหลือเกิน แต่ที่แน่ ๆ เขาไม่ได้ตั้งใจ เขาไม่ได้อยากเป็นหนี้ เขาไม่อยากทำชั่ว คำถามคือปัจจุบันพอเขา ประสบปัญหาเหล่านั้น ภายใต้กฎหมายที่มีอยู่สามารถพาเขาออกจากปัญหาได้ดีแค่ไหน ก็ต้อง บอกว่า ปัจจุบันแทนที่กลไกภายใต้กฎหมายที่มีอยู่จะพาเขาออกจากปัญหาได้อย่าง มีประสิทธิภาพหรือออกจากปัญหาได้ง่าย กฎหมายปัจจุบันกลับซับซ้อน ทำให้เขาลำบาก ทำให้เขาเข้าไม่ถึงความช่วยเหลือ ดังนั้นกฎหมายที่เพื่อนสมาชิกของผม คุณวรภพ พรรคประชาชน เสนอร่วมกับท่านโกศล ปัทมะ และคณะเสนอ สาระสำคัญของกฎหมาย ฉบับนี้ ช่วยให้ลูกหนี้ยื่นฟื้นฟูกิจการได้ง่ายขึ้น และยังขยายประโยชน์ไปถึงลูกหนี้ที่เป็นบุคคล ธรรมดาให้สามารถเข้าถึงกลไกนี้ได้ ท่านประธานครับ ขณะเดียวกันเรายังคุ้มครองสิทธิของเจ้าหนี้ มีข้อบังคับเรื่องการรับรอง แผนฟื้นฟู ให้คำนึงถึงสัดส่วนหนี้ที่ถืออยู่ด้วย ในภาพรวมทั้งหมดกฎหมายฉบับนี้ หากถูกแก้ไข ยังทำให้เศรษฐกิจมีเสถียรภาพ เติบโตดี ไม่หยุดชะงัก สามารถช่วยรักษาการจ้างงานในระบบ เศรษฐกิจได้ ท่านประธานครับ หลักฐานที่แสดงว่ากฎหมายปัจจุบันไม่มีประสิทธิภาพ ก็คือจำนวนกิจการที่ล้มละลายในแต่ละปี เมื่อเทียบกับจำนวนกิจการที่ยื่นฟื้นฟูสำเร็จ ในปี ๒๕๖๖ มีจำนวนกิจการที่ล้มละลาย ถ้าคิดเป็นจำนวนคดีนะครับ ประมาณ ๙,๕๐๐ คดี พูดง่าย ๆ เกือบ ๑๐,๐๐๐ คดี แต่มีจำนวนกิจการที่ยื่นฟื้นฟู ปี ๒๕๖๖ แค่ ๓๔ คดีครับ ความแตกต่างตรงนี้มันสะท้อนอะไร มันสะท้อนว่ากระบวนการฟื้นฟูภายใต้กฎหมายปัจจุบัน มันไม่มีประสิทธิภาพ และเมื่อไปดูตัวเลขก็ยิ่งน่าสนใจว่า ส่วนใหญ่กิจการที่ประสบความสำเร็จ ในการยื่นฟื้นฟูเป็นกิจการขนาดใหญ่ ในขณะที่กิจการขนาดกลางหรือขนาดเล็ก หรืออย่างที่เรา เรียกกันว่า SMEs กลับไม่ประสบความสำเร็จ หรือสำเร็จน้อยมาก สิ่งนี้สะท้อนกระบวนการ ภายใต้กฎหมายปัจจุบันที่มีปัญหาจริง ๆ และเมื่อเราไปดูจำนวน SMEs ว่าที่มีหนี้เกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่อยู่ในขอบเขตของการขอฟื้นฟูกิจการภายใต้กฎหมายที่ใช้อยู่มีจำนวนเท่าไร จากข้อมูลของ สสว. สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พบว่า SMEs ที่มีหนี้เฉลี่ยเกิน ๑๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๔ อันนี้คือข้อมูลล่าสุดที่ผมค้นได้ มีประมาณ ๑๕,๐๐๐ กิจการ ดังนั้นกฎหมายใหม่ที่เพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ ท่านเสนอ จึงเป็นการแก้ไข ให้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น ครอบคลุมให้คนเข้าถึงประโยชน์ของกฎหมายฉบับนี้มากขึ้น เป็นการขยับเพดานจากเดิมที่กำหนดเพดานหนี้ของ SMEs ที่จะได้ประโยชน์เพียง ๑๐ ล้านบาท ทำให้คนที่มีหนี้เกิน ๑๐ ล้านบาท ได้ประโยชน์ด้วย ขณะเดียวกันบุคคลธรรมดาที่แต่เดิม ไม่สามารถเข้าถึงหรือพึ่งพากลไกนี้ได้ ก็สามารถพึ่งพากลไกนี้ได้ด้วย ดังนั้นถ้าให้ผมสรุปง่าย ๆ กฎหมายฉบับนี้ช่วยเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจอย่างน้อย ๕ เรื่อง มี ๕ ฝ่ายที่จะได้ประโยชน์ จากเศรษฐกิจหรือกฎหมายฉบับนี้

ประเด็นแรกครับ ลูกหนี้ ช่วยให้ลูกหนี้หรือกิจการ โดยเฉพาะที่ควรจะได้ไปต่อ เขาสามารถไปต่อได้ สมาคมธนาคารไทยประเมินว่าวันนี้มีลูกหนี้ที่กำลังเสี่ยงถูกฟ้อง ล้มละลายอยู่ที่ ๕,๕๐๐,๐๐๐ ราย ถ้ากฎหมายนี้ออกมาทันการ ก็จะช่วยให้ลูกหนี้ที่อยู่ใน กลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ได้ประโยชน์

ขณะเดียวกันกลุ่มที่ ๒ ที่จะได้ประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้คือเจ้าหนี้ครับ แน่นอนถ้าลูกหนี้ไปต่อได้ ไปต่อได้อย่างดี บังเอิญเศรษฐกิจกลับมาดี รัฐบาลบริหารกิจการดี บริหารนโยบายดี เจ้าหนี้ก็ไปต่อได้ด้วย จากการที่ลูกหนี้ไปต่อได้

กลุ่มที่ ๓ ที่จะได้ประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้ คือแรงงานครับ ถ้าธุรกิจล้มหาย ตายจากไป ไม่สามารถช่วยให้ธุรกิจไปต่อได้ แรงงานก็ตกงาน จากจำนวนคดีที่ผมเล่าให้ ท่านประธานฟังว่า ปี ๒๕๖๖ มีกิจการที่ล้มละลายเกือบ ๑๐,๐๐๐ กิจการ ถ้าตีกลม ๆ SMEs จ้างงานสัก ๕๐ คน นั่นหมายความว่ามีแรงงานที่อาจได้ประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้ ๕๐๐,๐๐๐ ราย เอาสักครึ่งหนึ่ง ก็ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ คนที่ได้ประโยชน์

ประการสำคัญของกฎหมายฉบับนี้อย่างข้อที่ ๔ คือช่วยแก้ปัญหาหนี้ทั้งระบบ โดยเฉพาะหนี้นอกระบบ ต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ ในการแก้ปัญหาหนี้ ถ้าป้องกันให้เขาไม่ต้องไปพึ่งพาหนี้นอกระบบได้ ช่วยทำให้เขาฟื้นฟูได้ง่าย นี่คือหัวใจ ของการแก้หนี้ และต้องบอกว่ายิ่งเราปล่อยให้เขาเป็นหนี้เสียนานแค่ไหน ยิ่งนานยิ่งแก้ยาก เพราะมันกระทบมูลค่ากิจการ กระทบมูลค่าสินทรัพย์ โอกาสในการหลุดออกจากหนี้ก็จะยิ่ง ยากขึ้น ถ้าเราทำสำเร็จยังช่วยลดงบประมาณที่รัฐบาลต้องใช้ ผมไปลองค้นดูนะครับ ปลายปี ที่แล้วรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ตามมติ ครม. เดือนธันวาคม ปี ๒๕๖๖ อนุมัติ แนวทางในการแก้ไขหนี้ทั้งระบบ ใช้งบทั้งสิ้นเกือบ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ากฎหมายฉบับนี้ ออกไปช่วยแก้ปัญหาหนี้ได้ ก็ช่วยประหยัดทรัพยากรตรงนี้ลงนะครับ

สุดท้ายช่วยรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ กฎหมายฉบับนี้เมื่อถูก นำมาบังคับใช้ทันการ ช่วยรักษาความมั่นคงของกิจการของ SMEs ช่วยรักษาการจ้างงาน ช่วยรักษาคุณภาพชีวิตแรงงานที่เกี่ยวข้อง วันนี้ก็ต้องเรียนท่านประธานนะครับ ผมดีใจที่เห็น เพื่อนสมาชิกฝั่งรัฐบาลอภิปรายสนับสนุนเห็นด้วยต่อร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ ก็อยากขอให้ รัฐบาลรีบรับไปทำโดยไว เพราะต้องบอกว่าสภาชุดที่แล้ว ในชั้นกรรมาธิการก็มีการศึกษา มีการรับฟังข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย เพราะความล่าช้าที่ยิ่งยืดออกไป หมายถึงเรา แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้ล่าช้ามากขึ้นเท่านั้น กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณกัณตภณ ดวงอัมพร ครับ

นายกัณตภณ ดวงอัมพร กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายกัณตภณ ดวงอัมพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ตัวแทนของพี่น้องชาวพญาไท ดินแดง วันนี้ผมมาขอแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. ล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ .... ที่เสนอโดย สส. วรภพ วิริยะโรจน์ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นการสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อม SMEs และช่วยเหลือบุคคลธรรมดาที่ประสบปัญหาทางด้านการเงินนะครับ การปรับปรุงกฎหมายล้มละลายครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ตามกระแสการปฏิรูปกฎหมาย ล้มละลายในระดับสากลครับ แต่เป็นการเพิ่มปัจจัยในการสร้างระบบเศรษฐกิจที่เป็นธรรม และยั่งยืนโดยมุ่งเน้นในการส่งเสริมการฟื้นฟูกิจการมากกว่าการล้มละลายครับ ประโยชน์ ที่คิดว่าจะได้ เกิดขึ้นนะครับ ก็คือ

ข้อที่ ๑ เพิ่มโอกาสให้ SMEs และบุคคลธรรมดาสามารถที่จะฟื้นฟูกิจการได้ ร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่เพียงการขยายขอบเขตนะครับ แต่เป็นการปลดโซ่ตรวนให้ SMEs และบุคคลธรรมดาที่ถูกกีดกันจากระบบฟื้นฟูกิจการมาเป็นเวลานานครับ ผมขอยกตัวอย่างครับ ในกรณีเช่น นาง ข เจ้าของร้านอาหารที่จังหวัดเชียงใหม่มีหนี้สินมากกว่า ๕ ล้านบาท จากผลกระทบของวิกฤติโควิด-๑๙ ภายใต้กฎหมายเดิม นาง ข อาจจะไม่มีทางเลือกอื่น อาจจะต้องโดนพิทักษ์ทรัพย์และล้มละลายไป แต่ด้วยร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้อาจจะทำให้ นาง ข ได้มีโอกาสในการปรับโครงสร้างหนี้ รักษากิจการ และที่สำคัญที่สุดก็คือรักษาเสถียรภาพ และอนาคตของครอบครัวได้ครับ

ข้อที่ ๒ ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ท่านประธานครับ ความเหลื่อมล้ำ ทางเศรษฐกิจไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขที่อยู่ในรายงานนะครับ แต่เป็นความทุกข์ของประชาชน ที่ต้องเผชิญทุกวันครับ การเปิดโอกาสให้กิจการขนาดเล็กและบุคคลธรรมดาสามารถฟื้นฟู กิจการได้ เป็นการปรับสนามแข่งขันให้เท่าเทียมและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้นครับ

ข้อที่ ๓ การจ้างงาน เมื่อกิจการฟื้นฟูและดำเนินการต่อไปได้ จะช่วย รักษาการจ้างงานเอาไว้ได้ครับ ลูกจ้างจะได้ไม่ต้องตกงานจากการที่กิจการต้องล้มเลิกไป ตามข้อมูลของ สสว. สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ปี พ.ศ. ๒๕๖๖ พบว่า SMEs มีการจ้างงานคิดเป็น ๖๙.๕ เปอร์เซ็นต์ของการจ้างงานทั้งหมดของประเทศ หากเราสามารถช่วยให้ SMEs สามารถที่จะฟื้นฟูกิจการได้ ก็จะส่งผลดีต่อการจ้างงานของ ประเทศเป็นอย่างมากครับ

ข้อที่ ๔ เป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ การฟื้นฟูกิจการไม่ได้เพียงแต่ เป็นการประคองธุรกิจนะครับ แต่เป็นการฟื้นคืนชีพให้กับภาคธุรกิจที่ประสบปัญหาครับ กรมบังคับคดี ปี ๒๕๖๖ รายงานว่า การฟื้นฟูกิจการที่ประสบความสำเร็จในการรักษามูลค่า ทางเศรษฐกิจได้มากกว่าการล้มละลายถึง ๓-๕ เท่าครับ

อย่างไรก็ดีท่านประธานครับ เราก็ต้องมีตระหนักถึงข้อกังวลและความเสี่ยง ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการแก้ไขกฎหมายนี้ด้วยครับ

ข้อที่ ๑ การป้องกันการใช้กฎหมายในทางที่ผิดครับ มีความกังวลอย่างมากว่า ลูกหนี้บางรายอาจจะใช้กระบวนการฟื้นฟูเป็นเกราะกำบังในการเพื่อที่จะหลบเลี่ยง การชำระหนี้ ซึ่งอาจจะส่งผลเสียต่อเจ้าหนี้โดยรวมครับ

ข้อที่ ๒ ผลกระทบต่อสถาบันการเงินครับ ต้องยอมรับว่าการเปิดโอกาสให้มี การฟื้นฟูมากขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและความมั่นคงของสถาบันการเงินได้ครับ

ข้อที่ ๓ อันนี้ก็สำคัญครับ เป็นการลดความซับซ้อนของกระบวนการ ท่านประธานครับ แม้จะมีความพยายามในการปรับปรุงกระบวนการให้มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น แต่การฟื้นฟูกิจการยังคงเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูง แม้จะมีความพยายาม ปรับปรุงให้รวดเร็วขึ้น แต่การฟื้นฟูกิจการก็ยังมีความซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูง ที่ผมย้ำไว้ ซึ่งอาจจะเป็นอุปสรรคต่อธุรกิจขนาดเล็กและบุคคลธรรมดาได้ครับ ท่านประธานครับ ร่าง พ.ร.บ. ล้มละลายฉบับใหม่มีข้อดีสำหรับเจ้าหนี้ด้วย ก็คือสามารถที่จะ ช่วยปรับปรุงสถานะเจ้าหนี้ ในกระบวนการจัดการหนี้และฟื้นฟูกิจการอย่างมีนัยสำคัญ ดังนี้ กฎหมายฉบับนี้เพิ่มโอกาสให้เจ้าหนี้ได้มีโอกาสในการรับชำระหนี้มากขึ้น ด้วยการปรับปรุง กฎหมายฟื้นฟูกิจการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ลูกหนี้มีโอกาสที่จะดำเนินธุรกิจต่อไปได้ แทนที่จะต้องเข้าสู่ระบบล้มละลายทันที ทั้งยังเพิ่มบทบาทของเจ้าหนี้ในกระบวนการฟื้นฟู กิจการ โดยให้เจ้าหนี้มีส่วนร่วมในการพิจารณาและเสนอแนะแผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งจะช่วยให้ แผนฟื้นฟูกิจการมีความเป็นไปได้ และสอดคล้องกับความต้องการของเจ้าหนี้มากยิ่งขึ้นครับ ซึ่งในระยะยาวจะสร้างสมดุลและความเป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะ ช่วงเวลาที่เศรษฐกิจต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างเช่นในปัจจุบันครับ การมีกฎหมาย ที่เอื้ออำนวยในการฟื้นฟูกิจการ ให้โอกาสทั้งลูกหนี้และเจ้าหนี้ จะช่วยรักษาเสถียรภาพ ทั้งเศรษฐกิจและการจ้างงานในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ ร่างกฎหมายฉบับนี้มีแนวคิดสอดคล้องกับแนวโน้มการปฏิรูปกฎหมายล้มละลาย ในระดับ สากล ที่จะมุ่งการส่งเสริมการฟื้นฟูกิจการมากกว่าการล้มละลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ ธุรกิจ SMEs และบุคคลธรรมดา ผมขอยกตัวอย่าง ในอเมริกามีการปรับปรุง Chapter 11 U.S. Code Bankruptcy ในปี ค.ศ. ๒๐๑๙ ผ่าน Small Business Reorganization Act เพื่อให้ SMEs สามารถเข้าถึงการฟื้นฟูได้ง่ายขึ้น การศึกษาพบว่ามีจำนวน SMEs เข้าสู่ กระบวนการฟื้นฟูมีเพิ่มมากขึ้นถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ในช่วงปีหลังจากที่บังคับใช้กฎหมายครับ ในสหภาพยุโรปได้ออก Directory Restructuring and Insolvency ในปี ค.ศ. ๒๐๑๙ ทำให้ประเทศสมาชิกต้องมีกระบวนการฟื้นฟูกิจการที่มีประสิทธิภาพสำหรับ SMEs ผลสำรวจพบว่าใน ปี ค.ศ. ๒๐๒๒ ที่นำไปปฏิบัติอย่างเต็มรูปแบบมีอัตราฟื้นฟูเศรษฐกิจ SMEs สูงกว่าประเทศที่ยังไม่ได้นำไปใช้ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ในญี่ปุ่นครับ มีการปรับปรุง Civil Rehabilitation Act เพื่อให้เหมาะสมกับการฟื้นฟูกิจการของ SMEs และบุคคล ธรรมดาด้วยครับ โดยลดความซับซ้อนของกระบวนการและค่าใช้จ่าย ผลการศึกษาในปี ค.ศ. ๒๐๒๓ พบว่าอัตราความสำเร็จในการฟื้นฟูกิจการของ SMEs มากขึ้นจาก ๓๕ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๕๒ เปอร์เซ็นต์ หลังการปรับปรุงกฎหมายครับ อย่างไรก็ดีครับ ที่ผมยกตัวอย่าง ท่านประธานครับ เราควรพิจารณาบริบทเฉพาะของประเทศไทยในการ ปรับปรุงกฎหมาย เช่น ความพร้อมของระบบศาล ความรู้ ความเข้าใจของผู้ประกอบการ และวัฒนธรรมทางธุรกิจด้วยครับ จากการวิเคราะห์ร่างกฎหมาย ผมมีข้อเสนอแนะเป็น แนวทางเพิ่มเติม มีดังนี้

ข้อที่ ๑ การสร้างระบบสนับสนุนกฎหมายการเงิน เราควรพิจารณาตั้ง หน่วยงานเฉพาะ เพื่อที่จะให้คำปรึกษาและช่วยเหลือ SMEs และบุคคลธรรมดา ในการเข้าสู่ ระบบการฟื้นฟูนะครับ เฉกเช่นเดียวกับของที่อเมริกาที่มีโครงการ SCORE ที่ให้คำปรึกษา ธุรกิจขนาดเล็ก โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายครับ

ข้อที่ ๒ การพัฒนาระบบไกล่เกลี่ยนอกศาล เราควรส่งเสริมให้ใช้กระบวนการ ไกล่เกลี่ยนอกศาล ก่อนที่จะเข้าสู่ระบบการฟื้นฟูกิจการอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะช่วยลดภาระ ของศาลและค่าใช้จ่ายของทั้งคู่กรณีครับ

ข้อที่ ๓ การใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เราควรนำเทคโนโลยีมาใช้ ในการบริหารจัดการกระบวนการฟื้นฟูครับ เช่น การพัฒนาระบบการยื่นคำร้องออนไลน์ แม้กระทั่งการใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในการวางแผนวิเคราะห์ฟื้นฟูกิจการเบื้องต้น เพื่อลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในกระบวนการ

ข้อที่ ๔ คือการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ เราควรจัดทำโครงการให้ความรู้ แก่ผู้ประกอบการ SMEs และประชาชนทั่วไป เกี่ยวกับกระบวนการฟื้นฟูกิจการ เพื่อที่จะให้ ประโยชน์สูงสุดในการที่จะใช้กฎหมายฉบับนี้ได้อย่างเต็มที่ ท่านประธานครับ ร่าง พ.ร.บ. ล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ เป็นก้าวสำคัญในการที่จะพัฒนาระบบล้มละลายของ ประเทศไทย ที่จะช่วยส่งเสริมการฟื้นฟูกิจการ โดยเฉพาะ SMEs และบุคคลธรรมดาครับ อันจะนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำของเศรษฐกิจและการรักษาการจ้างงาน อย่างไรดีครับ เราต้องตระหนักถึงความท้าทายในการใช้กฎหมายฉบับนี้ด้วยครับ และพิจารณามาตรการ เพิ่มเติม เพื่อให้การปฏิรูปครั้งนี้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน อย่างไร ผมขอสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา และเจ้าหน้าที่ขององค์การ บริหารส่วนตำบลสะเอะ อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา ซึ่งกำลังนั่งฟังการประชุมอยู่บนชั้น ๔ ขณะนี้นะครับ ขอต้อนรับและขอบคุณครับ ต่อไปสมาชิกท่านสุดท้ายที่จะขออภิปราย เชิญคุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ครับ

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางปะกอก พรรคประชาชน วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติ พ.ร.บ. ล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของนายวรภพครับ ผมขออนุญาตสนับสนุน เป็นอย่างยิ่งนะครับ เพราะว่าประสบการณ์ของผมเองครับท่านประธาน ในฐานะเป็น สส. เขตมาก็สมัยที่ ๒ แล้ว ก็ผ่านเหตุการณ์อะไรมามากมาย แล้วก็ผูกพันกับในเขตผม อย่างยิ่งครับ วันนี้ผมอยากนำเรื่องที่บอกว่า ถ้า พ.ร.บ. นี้มันมาก่อนหน้านี้ น่าจะเป็นโอกาส ที่ดีของคนในพื้นที่ของผมเป็นอย่างยิ่งครับท่านประธาน บริเวณถนนเจริญรัถ เขตคลองสาน ก็เป็นย่านเครื่องหนังที่โด่งดัง รายล้อมไปด้วยร้านขายเครื่องหนัง ไม่ว่าจะเป็นแผ่นหนังเอย มีมากมายหลายรูปแบบมากครับท่านประธาน มีกิ๊บ มีซิป มีกระดุมหลาย ๆ อย่าง คนที่เขา เป็น SMEs หรือผู้ผลิต ทำงานฝีมือ ทำกระเป๋าหนังเอย ทำรองเท้าหนังเอย ก็จะมาเลือกใช้ จับจ่ายกันที่นี่ครับ บริเวณด้านหลังแถว ๆ นั้นก็จะมีชุมชน ๒๐๐ ห้องอยู่ ตรงนี้ก็จะเป็น แหล่งที่จะมี SMEs น้อยใหญ่ เป็นโรงงานอุตสาหกรรมขนาดย่อม เป็นตึกแถว บางครั้งทำกัน เป็นซอยครับ บ้านหลังนี้เขาทำส่วนพื้นของรองเท้า อันนี้ทำตรงที่คีบ เป็นต่อ ๆ ไป บางครั้ง รองเท้าคู่หนึ่งครับท่านประธาน หรือกระเป๋าใบหนึ่งนี่ใช้ถึง ๔-๕ คูหา ๔-๕ ครอบครัวในการ ช่วยกันทำ ก็อยู่กันอย่างนี้มาเนิ่นนาน จนกระทั่งวิกฤติการณ์โควิดได้เข้ามาครับท่านประธาน คนเหล่านี้ก็หายไปเลยจากย่านนั้น ชุมชน ๒๐๐ ห้องนั้น ก็ส่งผลกระทบต่อร้านรวงที่ขาย อุปกรณ์อะไหล่ที่นำมาทำเครื่องหนังเหล่านั้นเช่นกัน หลายคนปิดตัวไป ถ้าสายป่านยาว หน่อยก็อยู่ได้ คนที่ไม่ได้เช่าก็อยู่ได้ครับ คนที่สายป่านสั้นก็ต้องล้มละลายไป ผมคิดว่า พ.ร.บ. อันนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องของสถาบันการเงินกับลูกหนี้และเจ้าหนี้ครับ มันมีมิติทางสังคมของคน ในย่านนั้นด้วย ที่วันหนึ่งเขาจะสูญเสียอัตลักษณ์ไป เพราะสภาพของเศรษฐกิจครับ มันเป็นการทำลายวัฒนธรรมพื้นฐานที่ผมว่าถนนเจริญรัถมีเสน่ห์อย่างยิ่ง ที่เป็นย่าน เครื่องหนังระดับเอเชียเลยก็ว่าได้ ถ้ามี พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผมก็เห็นว่าชีวิตในย่านของถนนเจริญรัถ น่าจะกลับมาเป็นอย่างดังเดิมได้ครับ เมื่อร้านขายอุปกรณ์เครื่องหนังอยู่ได้ครับ SMEs ที่เขารับทำกระเป๋า ทำรองเท้าหนังก็จะกลับมาอยู่ได้ แล้วก็จ้างงานคนแถวนั้น หรือคนจาก ที่อื่นที่มาทำงานเป็นช่างฝีมืออยู่ตรงนั้น ไม่เหมือนตอนนี้ที่เงียบเหงาครับ พอไม่มีคนเหล่านี้ คนที่ขายของในตลาดวงเวียนใหญ่เอย ตลาดเงินวิจิตรเอย ก็เงียบเหงาไปตาม ๆ กันครับ ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียวครับ พอคนน้อยลงเรื่อย ๆ ปัญหาอาชญากรรมก็เยอะขึ้นด้วย พื้นที่มันก็เปลี่ยวลง เปลี่ยวลง สุดท้ายเจ้าของห้องหับต่าง ๆ ที่เช่าก็ขาดรายได้ ก็เป็นลูกโซ่ ทอดมาขณะนี้ครับท่านประธาน ดังนั้นผมจึงอยากสนับสนุนครับว่า ไม่ใช่แค่เหตุผลทาง เศรษฐกิจอย่างเดียว มันเป็นเหตุผลทางสังคมที่เราจะคืนชุมชนอันดั้งเดิมของเรากลับมา รักษาครับ โดยที่การแก้กฎหมายนี้จะช่วยให้การฟื้นฟูกิจการ ไม่ว่าคุณจะเป็นบุคคลธรรมดา หรือเป็นบริษัท ห้างร้าน หจก. ตัวเล็ก ตัวน้อย บริษัทเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้มีโอกาสได้ใช้เครื่องมือ ทางการเงินเหมือนกับที่บริษัทใหญ่ ๆ เขาได้มี หลายครั้งครับ ผมว่าไม่ใช่เรื่องแปลกเลยครับ ในการฟื้นฟูกิจการ เพราะเราก็ทำกันเป็นปกติทั่วไปอยู่แล้ว ดูวิกฤติใหญ่ ๆ ครับ บางครั้ง รัฐบาลหลายประเทศ ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย ก็ต้องมาอุ้มบริษัทใหญ่ใช่ไหมครับ เพราะว่า มันจะส่งผลกระทบมหภาคอย่างใหญ่หลวงกับสถาบันการเงิน แล้วคนตัวเล็กตัวน้อยอย่างนี้ คนในถนนเจริญรัถของผม เงินของเขา สภาพชีวิตเขาไม่เหมือนกับบริษัทใหญ่อย่างไร ผมว่า ทุกคนก็มีภาระเหมือนกัน ดังนั้นผมจึงอยากพูดไปถึงทางคณะรัฐบาลที่อาจจะมาอุ้ม พ.ร.บ. นี้หรือไม่ เรื่องปากท้องรอไม่ได้ครับ เรื่องปากท้องมันรอไม่ได้ครับ ต้องรับร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ฉบับนี้ ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเสนอ แล้วนำไปพิจารณาศึกษาโดยเร็วครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ สมาชิกได้อภิปรายหมดแล้วตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ผู้เสนอญัตติก็มีสิทธิที่จะอภิปรายสรุป อีกครั้งหนึ่ง เชิญครับ ทั้ง ๒ ญัตติ ใครก่อนก็ได้ จะสรุปไหมครับ เชิญครับ

นายวรภพ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ผมขออนุญาต สรุปสั้น ๆ นะครับ จากการที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายมา ก็น่าจะเป็นในทางสนับสนุน แล้วก็คิดว่าร่างกฎหมายฉบับนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาหนี้สินได้ ต้องอธิบายต่อท่านประธาน อย่างนี้เช่นเดียวกันครับว่า แม้แต่ในร่าง พ.ร.บ. ล้มละลาย ที่กรมบังคับคดีที่เป็นหน่วยงาน เจ้าภาพ ที่รับผิดชอบเรื่องกฎหมายฉบับนี้ ได้ประกาศรับฟังความคิดเห็นในทางเว็บไซต์ ของกฎหมายกลาง ก็ยังเป็นร่างเดียวกันกับที่ผมได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เพราะอย่างที่ผมได้อภิปรายไปแล้วว่าเป็นร่างที่ค้างมาจากสภาผู้แทนราษฎรสมัยที่แล้ว ก็คือมีการพิจารณากันมาแล้วเบื้องต้น ดังนั้นก็ต้องขออภิปรายสรุป เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ รับหลักการในวันนี้เลย คิดว่าจะเป็นประโยชน์เมื่อกฎหมายฉบับนี้ได้ออกมาบังคับใช้ได้ โดยเร็ว ก็คงต้องขอให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้รับหลักการ แทนที่จะอุ้มให้ ครม. พิจารณา เพราะว่ามันก็ยิ่งทำให้ปัญหาหนี้สินของประชาชนแก้ไขได้ล่าช้าออกไปครับ เท่านี้ครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายโกศล ปัทมะ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายโกศล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นผู้เสนอร่าง พ.ร.บ. ล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ พวกเราเห็น ตรงกัน แล้วก็เพื่อนสมาชิกที่ได้อภิปรายก็แสดงความห่วงใย โดยเฉพาะท่านฐิติมา ฉายแสง เรื่องการทำแผนอำนาจต่อรองของลูกหนี้ ผมมั่นใจครับว่า ถ้าหากมีการรับหลักการ แล้วก็ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญ ก็จะเอาประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วก็ข้อห่วงใยของเพื่อนสมาชิก เข้าไปพิจารณาในชั้นกรรมาธิการต่อไป ท่านประธานครับ เราเห็นปัญหาทางรัฐบาล เราก็เข้าใจนะครับว่า ณ ขณะนี้ยังเป็นรัฐบาลรักษาการ แล้วรัฐบาลก็จะนำทั้ง ๒ ร่าง ไปพิจารณา เพื่อจะยื่นร่างของรัฐบาลเข้ามาประกบ แต่เนื่องจาก ณ ขณะนี้พี่น้องประชาชน ที่ทำธุรกิจไม่ว่าขนาดใหญ่ ขนาดกลาง แล้วก็ขนาดย่อม และโดยเฉพาะพี่น้องประชาชน บุคคลธรรมดาที่ประสบปัญหาหนี้ครัวเรือน เราอยากเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้จะมาแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน แล้วก็ฝากรัฐบาลกรุณาพิจารณาแล้วก็นำร่างของ รัฐบาลมาประกบ เพื่อนำมาพิจารณาแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะปัญหาหนี้สิน รอไม่ได้ ก็ฝากรัฐบาลครับ ขอความกรุณาเร่งรัดในการดำเนินการยื่นกลับเข้ามาในสภาแห่งนี้ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ อภิปรายแล้วก็พูดโดยญัตติได้สรุปแล้ว ก็เป็นอันว่าได้อภิปรายกันหมดแล้ว จากการฟัง อภิปราย รู้สึกจะเห็นด้วยกันเกือบทั้งหมด แต่มีประเด็นว่าผู้เสนอบางส่วนอยากจะให้รับ หลักการในวันนี้เลย แต่บางส่วนอยากจะให้คณะรัฐมนตรีรับไปพิจารณาก่อน อันนี้ก็แล้วแต่ มติที่ประชุมนะครับ เชิญคณะรัฐมนตรีครับ

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้เสนอต่อที่ประชุม เพื่อขอรับ ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่านวรภพ วิริยะโรจน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ แล้วก็ของท่านโกศล ปัทมะ กับคณะ เป็นผู้เสนอ ไปพิจารณาก่อนที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรจะมีการพิจารณาลงมติในวาระที่ ๑ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ปี ๒๕๖๒ ข้อ ๑๑๘ ค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเป็นร่างที่มีหลักการ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติม จำนวนหนี้ของลูกหนี้ที่ร้องขอให้มีการฟื้นฟูกิจการ แก้ไขเพิ่มเติมลูกหนี้ที่เป็นกิจการ ขนาดย่อม ให้สามารถเข้าสู่การฟื้นฟูได้มากขึ้น รวมทั้งกำหนดกระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับ การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แบบเร่งรัด เพื่อที่จะให้ลูกหนี้สามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู กิจการได้อย่างรวดเร็ว และกำหนดให้บุคคลธรรมดาสามารถที่จะฟื้นฟูฐานะได้ อีกทั้ง เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ในกระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับ การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ และบทกำหนดการลงโทษที่เกี่ยวข้องค่ะท่านประธาน ดังนั้น เพื่อความรอบคอบในการพิจารณาและศึกษาร่างกฎหมายทุกฉบับที่ให้มีความสมบูรณ์ ครบถ้วน ถูกต้อง ในการตราและการบังคับใช้กฎหมาย คณะรัฐมนตรีจึงขอรับร่าง พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่านวรภพ วิริยะโรจน์ กับคณะ และของ ท่านโกศล ปัทมะ กับคณะ เป็นผู้เสนอ ไปพิจารณาก่อนที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา การลงมติในวาระที่ ๑ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๑๘ โดยคณะรัฐมนตรีขอรับไปพิจารณาภายในกรอบระยะเวลา ๖๐ วัน จึงขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ เนื่องจากคณะรัฐมนตรีขอรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปพิจารณาก่อนที่ สภาจะลงมติรับหลักการในวาระที่ ๑ นะครับ ซึ่งคณะรัฐมนตรีก็ขอไปพิจารณา ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๘ ไม่เกิน ๖๐ วัน มีสมาชิกจะเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ขอเชิญครับ คุณปกรณ์วุฒิเชิญครับ

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้านครับ ต้องขอชี้แจงแบบนี้ครับ ท่านประธาน ด้วยความเคารพต่อท่านรัฐมนตรี แล้วก็ต่อคณะรัฐมนตรีทุกท่านนะครับ เราก็ได้เคยมีการพูดคุยกันในวิปร่วมไปแล้วนะครับว่า ในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านก่อนที่จะตั้ง คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ผมก็อยากให้สภาผู้แทนราษฎรของเราทำงานอย่างเต็มที่ ก็ถืออำนาจ นิติบัญญัติที่เป็นระนาบเดียวกับฝ่ายบริหาร ซึ่งผมก็อวยพรให้มีการตั้งคณะรัฐมนตรีที่มี อำนาจเต็มโดยเร็ววัน เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้านะครับ แต่ว่า ณ ขณะนี้ผมก็คิดว่า คณะรัฐมนตรีเข้าใจดีครับว่ามีอำนาจในการขอไปพิจารณาก่อน แต่เท่าที่ผมดูข้อมูลมา ร่าง พ.ร.บ. ล้มละลาย ที่มีการรับฟังความเห็นผ่านเว็บไซต์ของทางรัฐบาล ก็เป็นร่างที่มี เนื้อหาที่ไม่ได้แตกต่างจากร่างของท่านวรภพและท่านโกศลเท่าไรนัก ฉะนั้นผมคิดว่า ณ ตอนนี้ท่านรัฐมนตรีก็มีอำนาจในการตั้งคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของ ครม. เช่นกัน แล้วผมคิดว่าสภาเราก็ควรที่จะเดินหน้าลงมติกันในวันนี้ ตั้งกรรมาธิการกันในวันนี้ ไม่ต้องรอ ๖๐ วัน คิดว่าน่าจะพร้อม ถ้ามีเนื้อหาใด ๆ ที่ทาง ครม. เห็นว่าควรจะปรับเปลี่ยน ผมคิดว่า ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ผ่านคณะกรรมาธิการที่จะตั้งในโควตาของรัฐมนตรีได้ครับ ท่านประธาน ขอให้มีการลงมติวันนี้เลยครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทางคุณปกรณ์วุฒิ เห็นว่าควรจะลงมติในวันนี้เลย ก็มีความเห็นแตกต่างจากท่านรัฐมนตรี ผมขอถามอีกครั้งหนึ่ง ท่านรัฐมนตรียืนยันนะครับว่าจะขอรับไปรับพิจารณา

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉันเห็นว่าการตรากฎหมายใด ๆ ก็ตาม ที่มีผลต่อการปฏิบัติ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วค่ะ ว่าจะขอรับไป พิจารณาภายในกรอบระยะเวลา ๖๐ วัน ขอยืนยันตามนี้ค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรี ขอยืนยัน เพราะฉะนั้นผมก็ต้องถามมติจากที่ประชุมนะครับ ว่าจะอนุมัติให้คณะรัฐมนตรี รับไปพิจารณาก่อน ๖๐ วัน หรือไม่ ก่อนที่จะลงมติ ผมขอเชิญท่านสมาชิกเข้าในห้องประชุม เพื่อแสดงตน แล้วจะได้ลงมติต่อไปนะครับ

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอก หรือกำลังประชุมกรรมาธิการ หรือมีภารกิจอยู่ ก็ขอเชิญครับ ขณะนี้จะมีการลงมติในร่างพระราชบัญญัติล้มละลายนะครับ สำหรับท่านที่เข้ามาแล้ว ผมจะขอให้กรุณาแสดงตนเพื่อจะได้นับองค์ประชุมนะครับ ที่เข้ามาแล้วกรุณาเสียบบัตร แสดงตนก่อนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายสุธรรม แสงประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

๔๓๒ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๔๓๒ แสดงตน เจ้าหน้าที่จดไว้ด้วยนะครับ เดินเข้ามาแล้วกรุณาเสียบบัตรแสดงตนก่อนนะครับ รอสักครู่ กำลังเดินมาหลายท่านนะครับ

นายกิตติ สมทรัพย์ ร้อยเอ็ด

ท่านประธานครับ ๒๑ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เจ้าหน้าที่ จดด้วยนะครับ กำลังเดินเข้ามาจำนวนมาก เข้ามาแล้วก็กรุณาเสียบบัตรแสดงตนนะครับ

นายประเสริฐ บุญเรือง กาฬสินธุ์

ท่านประธานครับ ๒๑๗ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๑๗ แสดงตน เจ้าหน้าที่จดนะครับ

พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สงขลา

๔๔๘ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๔๔๘ แสดงตนครับ

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สุรทิน ๔๔๒ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๔๔๒ แสดงตนครับ ที่กำลังเข้ามากรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ

นางสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

ท่านประธานคะ ๔๓๔ แสดงตนค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๔๓๔ แสดงตนครับ ที่เพิ่งเข้ามาใหม่กรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ ที่เข้ามาแล้วใครยังไม่เสียบบัตร แสดงตนบ้างครับ มีไหมครับ ที่ยังไม่ได้แสดงตน เห็นเดินเข้ามา ๓ ท่าน ถ้าไม่มี ผมขอปิด การแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผลด้วยครับ มีผู้เข้าประชุมแสดงตน ๔๐๙ ท่าน แต่ที่ไม่ได้ เสียบบัตรได้แจ้งมาอีก ๖ ท่าน เป็น ๔๑๕ ท่าน มีสมาชิกเข้าประชุม ๔๑๕ ท่าน ถือว่าครบ องค์ประชุมครับ

สมาชิกเดี๋ยวรอ ลงมตินะครับ มติผมจะถามดังนี้ กรุณาฟังให้ดีนะครับ ถ้าผู้ใดเห็นด้วยกับที่จะให้ คณะรัฐมนตรีไปพิจารณาก่อนรับหลักการ กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าผู้ใดไม่เห็นด้วย ให้คณะรัฐมนตรีรับไปก่อนรับหลักการ คือให้พิจารณาตั้งกรรมาธิการในวันนี้เลย กรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย และถ้าผู้ต้องการจะงดออกเสียง กรุณากดปุ่ม งดออกเสียง ครับ ถ้าเข้าใจตรงกัน หมดแล้ว ก็กรุณาลงคะแนนได้นะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายสุธรรม แสงประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

๔๓๒ เห็นด้วยครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๔๓๒ เห็นด้วย เจ้าหน้าที่กรุณาจดด้วยนะครับ มีสมาชิกท่านผู้ใดยังไม่ได้ลงคะแนนบ้างครับ ลงคะแนน หมดแล้วนะครับ

นายกิตติ สมทรัพย์ ร้อยเอ็ด

ท่านประธานครับ ๒๑ เห็นด้วยครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๑ เห็นด้วย มีท่านผู้ใดที่ยังไม่ได้ลงคะแนน ไม่มีนะครับ ขอให้เจ้าหน้าที่แสดงผลด้วยครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๑๗ ท่าน เห็นด้วย คือให้รัฐมนตรีรับไปพิจารณาก่อนรับหลักการ ๒๖๐ บวก ๒ เป็น ๒๖๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย คือไม่เห็นด้วยกับที่ให้รัฐมนตรีรับไปพิจารณาก่อนรับหลักการ ๑๕๑ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๔ ท่าน เพราะฉะนั้นมติเห็นด้วยให้คณะรัฐมนตรีรับไป พิจารณาก่อนรับหลักการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๘ ภายในเวลาไม่เกิน ๖๐ วัน ก็จบการพิจารณา ในวาระนี้ ขอบคุณท่านสมาชิกครับ

ต่อไปก็จะ พิจารณาระเบียบวาระต่อไป ระเบียบวาระที่ ๕.๓ ได้ไปพิจารณารวมในวาระ ๕.๒ แล้วนะครับ ต่อไปก็จะพิจารณาในระเบียบวาระที่ ๕.๔

๔. ร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข กับคณะ เป็นผู้เสนอ)

ด้วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอร่างพระบัญญัติมายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๓ (๒) ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น และรายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น จากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้ว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ วรรคสอง และประกาศ สภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้มีสิทธิ เลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ ดังปรากฏรายละเอียดที่ได้แจ้งให้ท่านสมาชิกบนที่นั่งของท่าน สมาชิกแล้วนะครับ ผมจึงขอเชิญผู้เสนอญัตตินี้ ได้แถลงหลักการและเหตุผลครับ เชิญครับ

เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข กรุงเทพมหานคร 🔗

เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตลาดพร้าว บึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้กระผมรู้สึก เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อสภาแห่งนี้

ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นร่างที่มีความสำคัญอย่าง ยิ่งยวด และมีผลกระทบที่ชัดแจ้งต่อการบริหารจัดการกองทัพ การบริหารราชการแผ่นดิน โดยอดีตที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่าทหารและกองทัพมีอำนาจทางการเมืองผ่านโครงสร้างรัฐ ที่จัดวางอำนาจของกองทัพให้อยู่เหนือหลักการระบอบประชาธิปไตยอยู่หลายครั้ง อาทิเช่น ในกระบวนการตัดสินใจของอำนาจของสภากลาโหมเองก็ดี อำนาจของคณะกรรมการแต่งตั้ง นายพลเองก็ดี ซึ่งประกอบไปด้วยข้าราชการทหารเป็นจำนวนมากตามอัตราส่วนที่ไม่สมดุล ต่อการบริหารราชการ ซึ่งประเด็นนี้ครับ เป็นข้อบ่งชี้หลักที่ชัดแจ้งว่าโครงสร้างของ การบริหารการจัดการกระทรวงกลาโหมดังกล่าว เป็นการใช้อำนาจที่ไม่สอดคล้องกับ หลักการปกครองประชาธิปไตยขั้นพื้นฐาน จึงเห็นว่าควรที่จะเร่งแก้ไขร่างพระราชบัญญัตินี้ โดยเร็วครับ ท่านประธานครับ ในสภาพแวดล้อมที่โลกของเรากำลังเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ การเมือง และการทหาร อีกหน่วยงานหนึ่งที่ต้องพร้อม ปรับตัวอย่างยิ่งยวดในสถานการณ์ของประเทศเรานี้ ก็คือกองทัพและการทหาร การปรับตัว ในที่นี้คือการปรับตัวของการบริหารราชการภายใน ให้สอดคล้องและโอบรับกับสภาพ การเมืองไทยในยุคปัจจุบันที่อำนาจสูงสุด ณ ขณะนี้กลับสู่น้ำมือของพี่น้องประชาชนอีก คำรบหนึ่ง ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เราได้มุ่งเน้นปรับปรุงในเรื่องของการจัดระเบียบราชการ กระทรวงกลาโหม เพื่อให้มีความทันสมัย โปร่งใส และที่สำคัญอย่างที่ยืนยันไปข้างต้น เราต้องจัดราชการกระทรวงนี้ให้สอดคล้องกับการบริหารภายใต้หลักประชาธิปไตยอีกคำรบหนึ่ง ให้จงได้ ประเด็นสำคัญของร่างฉบับนี้จะอยู่ที่การแก้ไขในหมวด ๕ เดิมทีใน พ.ร.บ. ปี ๒๕๕๑ ที่ใช้ในห้วงเวลาปัจจุบันนี้ หมวด ๕ เขียนไว้ว่า อำนาจของสภากลาโหมอยู่ในสัดส่วนของ คณะผู้บริหาร กระผมและเพื่อนสมาชิกจึงมีความตั้งใจที่อยากจะแก้ไขหมวด ๕ นี้ให้กลับไป มีบทบาทเป็นเพียงคณะที่ปรึกษา การปรับเปลี่ยนสภาพหมวดการนี้มิใช่เรื่องใหม่ มิใช่เรื่องแปลก และมิใช่เรื่องที่จะยอมรับกันมิได้ บทบาทของสภากลาโหมในบทบาทของ ที่ปรึกษาเคยเกิดขึ้นแล้วในอดีต และถูกกลับมาประยุกต์ใช้ และปรับปรุงตามมิติของ การเมืองให้เป็นคณะผู้บริหารในห้วงเวลาประมาณ ๓๐ ปีที่ผ่านมา บัดนี้ จึงเห็นควรว่า หมวด ๕ นั้นมีปัญหาของการบริหารราชการแผ่นดินและการบริหารราชการกระทรวงกลาโหม กระผมจึงขอนำเสนอว่าจะปรับหมวดนี้ให้กลับเป็นหมวดของคณะผู้บริหาร ท่านประธาน ที่เคารพครับ นอกจากนี้บทบาทของสมาชิกสภากลาโหมในปัจจุบันได้ขยายขอบเขตอำนาจ เกินกว่าที่รัฐมนตรีที่บุคคลใดจะเข้าไปนั่งแล้วสามารถดำเนินการได้ หรือบริหารราชการได้ เพราะทุกอย่างที่รัฐมนตรีจะดำเนินการได้ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านกฎหมาย ด้านงบประมาณ หรือใด ๆ ก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้องกับการทหาร ล้วนแล้วต้องผ่านจากมติสภากลาโหม เดิมที ตามมาตรา ๔๒ ของ พ.ร.บ. ๒๕๕๑ กำหนดให้มีสมาชิกสภากลาโหมปรับปรุงล่าสุด ฉบับที่ ๖ มีทั้งสิ้น ๒๔ นาย กระผมจึงขอเสนอร่างนี้ โดยการลดสัดส่วนของสมาชิกสภากลาโหม เหลือเพียง ๑๒ นาย โดย ๗ นายมาจากสมาชิกโดยตำแหน่ง ๒ นายเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และอีก ๕ นายให้มาจาก การแต่งตั้งโดยมติ ครม. นี่เป็นการลดจำนวนสมาชิกสภากลาโหมลง เพื่อให้กองทัพและ กระทรวงกลาโหมสามารถทำงานได้อย่างคล่องแคล่วและรวดเร็ว ไม่เทอะทะ ใหญ่ อย่างที่ เป็นอยู่ในห้วงปัจจุบัน อยากเรียนท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกครับว่า การแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผมขอเรียนว่า หากย้อนไปได้ประมาณช่วงปีกว่าครั้งการเลือกตั้งใหญ่ หลายพรรค การเมืองเห็นพ้องร่วมกันครับว่าจะต้องปฏิรูปกองทัพ บ้างก็บอกว่าพัฒนาร่วมกันเองบ้างก็ดี อยากเรียนท่านประธานครับว่า การแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้ จะเป็นกุญแจดอกแรกของ การแก้ไขปัญหากองทัพ นั่นคือการจัดระเบียบราชการ การบริหารภายในกองทัพให้กลับมา อยู่ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ให้อำนาจการบริหาร ทั้งหมดทั้งปวงกลับมาอยู่ภายใต้ของรัฐมนตรีผู้ที่มีความรับผิด รับชอบ และมาจากเสียงของ พี่น้องประชาชน โดยประเด็นหมวด ๕ ในมาตรา ๔๒ นี้เดี๋ยวจะมีเพื่อนสมาชิกของผม อภิปรายเพิ่มเติมถึงที่มาที่ไปของสมาชิกอีกคำรบหนึ่ง

ท่านประธานครับ อีกประเด็นหนึ่ง นอกจากเรื่องสภากลาโหมแล้วเราจะ มองข้ามไปไม่ได้ คือการแต่งตั้งพิจารณาโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลในมาตรา ๒๕ ตามร่าง พ.ร.บ. ฉบับเดิม ของปี ๒๕๕๑ เราจะพบว่าการแต่งตั้งนายทหารระดับสูงของนายพล จะเกิดจากคณะกรรมการของแต่ละเหล่าทัพพิจารณาเป็นลำดับ ส่งมาที่กระทรวงกลาโหม โดยที่กลาโหมก็จะตั้ง Super Board ขึ้นมาอีกคณะหนึ่ง ซึ่งประกอบไปด้วย รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ผบ. เหล่าทัพทั้งหมด รวมถึงเสมียน นี่จึงเป็น Super Board ที่ทำให้รัฐมนตรีผู้มีความรับผิด รับชอบ ไม่มีอำนาจอะไรเลยในการ แต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพล สุดท้ายหลายคนครับ เข้าไปก็แปรสภาพกลายเป็นโฆษกบ้าง ก็ดี กลายเป็นตรายาง ตราปั๊มบ้างก็ดี วันนี้ละครับ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้กำลังจะแปรสภาพและ คืนการบริหารราชการกระทรวงกลาโหมให้กลับมาอยู่ในรูปแบบการที่ควรจะเป็น อยู่ในครรลองระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริงอีกคำรบหนึ่ง ก็หวังว่าเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ณ ที่นี้จะเห็นพ้องในการคืนการบริหารอำนาจนี้กลับสู่ระบบที่ควรจะเป็น

อีกหนึ่งประเด็นหลักครับ ในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างและความโปร่งใส ปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่า ในอดีตที่ผ่านมากองทัพล้วนเป็นที่ตั้งคำถามของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง การใช้งบประมาณอย่างไม่มีขีดจำกัด การซื้อของที่แพงเกินราคาบ้างก็ดี การซื้อของที่ไม่มีความจำเป็นบ้างก็ดี การซื้อของที่ไม่ สนับสนุนอุตสาหกรรมในประเทศเองบ้างก็ดี วันนี้กระผมเองและเพื่อนสมาชิกที่นำเสนอร่างนี้ จึงมีความประสงค์ที่จะแก้ไขในมาตรา ๓๐ อีกมาตราหนึ่ง ซึ่งในมาตรานี้จะให้การจัดซื้อ จัดจ้างคำนึงถึงการประหยัด ความจำเป็น และความต้องการ หมดยุคแล้วครับที่กองทัพบก ใหญ่ที่สุด หมดยุคแล้วครับที่กองทัพเรือเล็กที่สุด วันนี้ต้องคุยกันเรื่องความจำเป็น เทคโนโลยี ป้องกันประเทศในปัจจุบัน และสิ่งไหนที่จะได้คืนกลับมาให้กับพี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่ง วันนี้ครับท่านประธาน จึงเป็นที่มาของการนำเสนอร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ต่อสภาแห่งนี้ แล้วก็อยากเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก ไม่ว่าซีกรัฐบาลและฝ่ายค้านเองก็ดี หากท่านใดมีโอกาสไปนั่งบนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ภายใต้ พ.ร.บ. ฉบับปัจจุบันนี้ ท่านนึกสภาพตัวเองไว้ได้เลยครับ ท่านไม่ต่างอะไรจากตรายางที่ขึ้นไปนั่ง หรือเป็นโฆษก หรือตราปั๊ม เพราะท่านจะถูกครอบไว้ด้วยสภากลาโหมเองก็ดี Super Board เอง ก็ดี ส่งผลให้การดำเนินการใด ๆ ไม่ว่านโยบายท่านจะหาเสียงมาดีแค่ไหน หากไม่ผ่านมติ สภากลาโหมแล้วไซร้ ท่านก็ทำไม่ได้อย่างแน่นอน จึงไม่มีข้อเห็นใดที่ท่านไม่เห็นควรให้ พ.ร.บ. ฉบับนี้เร่งบังคับใช้และเร่งแก้ไข ท่านประธานครับ การอภิปรายเสนอร่างในวันนี้ ก็อยากเรียนนอกจากผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกแล้ว ก็อยากจะเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังเพื่อนนายทหาร ผู้บัญชาการเหล่าทัพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรือว่าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเองก็ดี อย่าได้เกรงกลัวการเปลี่ยนแปลง อย่าได้เกรงกลัวที่ อำนาจจะกลับมาอยู่ในครรลองประชาธิปไตยอีกครั้งหนึ่ง เพราะหากเราปล่อยให้การใช้ อำนาจลักษณะเยี่ยงนี้ผ่านต่อไป รัฐบาลปัจจุบัน รัฐบาลในอนาคต หรือใครก็ตาม รวมถึง หน่วยงานท่านก็จะเสื่อมถอยลงทุกห้วงวินาที จึงขอเรียนท่านประธานว่า ร่างฉบับนี้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งแก้ไข และผมขอยืนยันอีกครั้งหนึ่ง ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไม่เป็นเพียงแค่การปรับปรุงโครงสร้างภายในของกองทัพ แต่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับการปฏิรูปกองทัพไทยในระยะยาว การที่เราจะสร้าง กองทัพที่ทันสมัย โปร่งใส และเป็นที่พึ่งพาของประชาชนได้ จำเป็นอย่างยิ่งยวดที่ต้องมี การปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างและกระบวนการตัดสินใจ ซึ่งพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ อย่างที่เรียนไปเบื้องต้นว่าเป็นกุญแจสำคัญของการปฏิรูปกองทัพ ผมจึงขอเรียกร้อง ให้ท่านสมาชิกทุกท่านที่อยู่ ณ ที่นี้ได้โปรดพิจารณาอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับประเทศของเรา ให้กองทัพไทยเป็นกองทัพ ที่ยืนหยัดด้วยความเป็นธรรม โปร่งใส มีประสิทธิภาพในการปกป้องชาติบ้านเมือง และเป็น ทหารอาชีพ คืนทหารให้ประชาชนอีกคำรบหนึ่งครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขณะนี้ได้มีสมาชิก มาลงชื่อเพื่อร่วมอภิปราย จำนวน ๑๔ ท่าน พรรคร่วมฝ่ายค้าน ๑๑ ท่าน พรรคร่วมรัฐบาล ๓ ท่าน ผมจะเรียกตามลำดับ โดยจะให้ฝ่ายค้าน ๒ ท่าน รัฐบาล ๑ ท่าน ขณะนี้ท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังมีความประสงค์จะร่วมอภิปราย กรุณามาลงชื่อที่ด้านหน้าบัลลังก์ประธานนี้นะครับ เราจะปิดการลงชื่อเวลาบ่ายโมง เหลือเวลาอีก ๑๐ นาทีนะครับ สมาชิกที่ประสงค์จะอภิปราย กรุณามาลงชื่อข้างหน้าด้วยนะครับ ท่านแรกขอเชิญคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ครับ

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะอภิปรายในวันนี้ก็คือว่า ผมอยากให้ท่านประธานทราบถึง หน้าที่สำคัญของพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมเสียก่อน หน้าที่สำคัญ ของกฎหมายฉบับนี้ ก็คือการทำให้การบริหารราชการของกระทรวงกลาโหมและกองทัพ เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ซึ่งถ้าเราย้อนกลับไปดูพระราชกฤษฎีกาว่าด้วย หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ มีอยู่ ๒ ข้อ ในมาตรา ๖ ที่น่าสนใจมาก ๆ

โดยข้อที่ ๑ ก็คือเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ซึ่งในนั้นจะหมายรวมถึง ความโปร่งใส ความสามารถในการตรวจสอบได้ และต้องตระหนักว่าประชาชนในฐานะที่เป็น เจ้าของเงินภาษี เป็นเจ้าของอธิปไตยของประเทศ เป็นศูนย์กลางในการปฏิบัติงานของ กองทัพ ที่กองทัพจะต้องคอยอธิบาย ชี้แจง รับฟังความคิดเห็น และปรับปรุงระบบระเบียบ วิธีปฏิบัติราชการอย่างต่อเนื่อง เรียกง่าย ๆ ก็คือว่าต้องเกรงอกเกรงใจประชาชนนั่นเอง

อีกข้อหนึ่งที่สำคัญครับ ผมใช้เวลาอย่างจำกัด คือข้อที่ ๕ ก็คือการปรับปรุง ภารกิจของกองทัพให้ทันต่อสถานการณ์ สามารถรองรับกับบริบทความมั่นคงของโลกยุคใหม่ได้ สามารถที่จะรับมือกับภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างทันท่วงที แต่ที่ผ่านมาครับ น่าเสียใจอย่างมาก ที่การแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีแต่ที่จะคิดลิดรอนอำนาจ ของรัฐบาลพลเรือนที่มาจากพี่น้องประชาชน เพื่อสถาปนาให้กองทัพอยู่ในสถานะรัฐซ้อนรัฐ เรื่อยมา เป็นกฎหมายที่ทำให้กองทัพสามารถซ่องสุมกำลังพล สร้างเครือข่ายระบบอุปถัมภ์ ของตนเอง และพร้อมที่จะก่อการรัฐประหารโดยทันที หากเกิดความไม่พึงพอใจต่อรัฐบาล พลเรือน แต่เดิมครับท่านประธาน สภากลาโหมมีหน้าที่เป็นเพียงที่ปรึกษา คอยให้ข้อเสนอแนะ แก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผมขอเล่าประวัติศาสตร์สักนิดหนึ่ง จนมาถึงปี ๒๕๒๘ ในยุคของนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ก็เป็นจุดเริ่มต้นครับ ที่กองทัพได้ใช้ กฎหมายฉบับนี้ในการสถาปนาอำนาจให้กับสภากลาโหม ยึดกุมอำนาจของรัฐบาลพลเรือน โดยนโยบายทางการทหาร การจัดสรรงบประมาณของกองทัพ การวางโครงสร้างและระบบ การบังคับบัญชาภายในกระทรวงกลาโหม และร่างกฎหมายทางการทหารต่าง ๆ ทั้งหมด ต้องเป็นไปตามมติของสภากลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมถูกลิดรอนอำนาจไป ๑ คำรบแล้ว ซ้ำร้ายไปกว่านั้นครับ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ หลังจากรัฐประหาร ปี ๒๕๔๙ ในยุค ของนายกรัฐมนตรี พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็ยังมีการเกิดขึ้นของมาตรา ๒๕ อีกนะครับ ที่การแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลทั้งหมดอยู่ในเงื้อมมือของกองทัพ โดยที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมได้แต่มองตาปริบ ๆ แล้วก็เซ็นชื่อตามครับ ตามที่เครือข่ายระบบอุปถัมภ์ของกองทัพเสนอชื่อเข้ามา เพื่อสืบทอดอำนาจจากรุ่นสู่รุ่นเท่านั้น โดยคณะกรรมการแต่งตั้งนายทหารระดับนายพล ประกอบด้วยอะไรบ้างครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ. สูงสุด ผบ.ทบ. ผบ.ทร. และ ผบ.ทอ. รวมแล้ว ๗ ท่าน โหวตอย่างไรครับ รัฐบาลที่มาจากประชาชนก็แพ้อยู่ที่ ๒ ต่อ ๕ ทางเดียว ที่รัฐบาลพลเรือนจะมีอำนาจในการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล มีแค่ทางเดียวครับ และเป็น ทางเดียวที่นายกรัฐมนตรีต้องทำเรื่องที่พิลึกพิลั่นครับ ด้วยการแต่งตั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหมถึง ๕ คน เรียกได้ว่ารองนายกรัฐมนตรีทุกคนต้องควบรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมทั้งหมด หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงบางคนต้องควบรัฐมนตรี ช่วยว่าการด้วย แต่ถ้าทำอย่างนั้นครับ ถ้า ครม. ออกมาในรูปแบบหน้าตาอย่างนั้น ผมเกรงว่า กองทัพก็จะทำรัฐประหารเสียก่อนทันที การที่จะทำให้กองทัพอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือน จำเป็นต้องแก้ไขมาตรา ๒๕ ให้การแต่งตั้ง นายทหารชั้นนายพลอยู่ในอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอีกครั้งหนึ่ง โดยมี หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกด้วยระบบคุณธรรมกำกับ เพื่อความเป็นธรรมต่อกองทัพ และในมาตรา ๓๐ เรื่องของการกำหนดระเบียบ หลักเกณฑ์ และขั้นตอนปฏิบัติเกี่ยวกับ การจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ ก็ควรจะมีการปรับปรุงให้มีความโปร่งใส มีการพิจารณาถึง นโยบายชดเชย หรือ Offset Policy ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยี การส่งเสริม อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ การจ้างงานภายในประเทศ และผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น แก่พลเรือนร่วมด้วย ซึ่งก็จะทำให้กองทัพได้พัฒนาเทคโนโลยีการป้องกันประเทศให้สอดรับ กับภัยคุกคามของโลกยุคใหม่ และยังช่วยทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนและกองทัพ ได้รับการฟื้นฟูให้ดีขึ้นอีกด้วย ท่านประธานครับ อีกมาตราที่สำคัญและควรได้รับการแก้ไข อย่างยิ่งก็คือ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓ ว่าด้วยบทบาทหน้าที่ของสภากลาโหม ปัจจุบัน สภากลาโหมมีจำนวนสมาชิกมากถึง ๒๔ คน ซึ่งประกอบไปด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีช่วยว่าการ และนายทหารระดับสูงอีก ๒๒ คน แถมผู้ทรงคุณวุฒิอีก ๓ คนนะครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะต้องแต่งตั้งตามมติของสภากลาโหมอีกด้วยครับ จะแต่งตั้งตามใจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรือตามมติ ครม. ก็ไม่ได้ ผมยืนยัน ครับว่า สภากลาโหมในบริบทของความมั่นคงในโลกยุคใหม่ ต้องมีองค์คณะที่เล็กลงกว่านี้ ต้องมีความกระชับ และมีประสิทธิภาพทันท่วงที รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงกลาโหม แล้วก็ ผบ. เหล่าทัพ รวมทั้ง ผบ. สูงสุด ก็อาจจะเพียงพอแล้ว และอาจจะเพิ่มเติมผู้ทรงคุณวุฒิที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่งตั้ง ไม่ใช่ตามมติของสภากลาโหมนะครับ ต้องตามมติของคณะรัฐมนตรี และมีหน้าที่ ให้คำปรึกษา ให้ข้อเสนอแนะแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไม่ใช่เป็นองค์คณะที่คอยรุมชี้ รุมสั่งการ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมต้องทำตามคำสั่งอย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ การขับเคลื่อนนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลจำเป็นต้องมีการเมืองที่มีเสถียรภาพครับ ท่านประธาน และการเมืองที่มีเสถียรภาพ ประเทศชาติต้องปลอดจากการทำรัฐประหาร การแก้ไข พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมในครั้งนี้ จึงเป็นหมุดหมายที่สำคัญ ในการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่กองทัพอยู่ภายใต้อำนาจของ รัฐบาลพลเรือน ที่มาจากพี่น้องประชาชน สมาชิกในสภาแห่งนี้ส่วนใหญ่รับรู้ถึงความบอบช้ำ จากการทำรัฐประหารดีอยู่แล้วครับ โดยเฉพาะรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คนปัจจุบัน คือ คุณสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่เป็นพลเรือน และเคยถูก คสช. เรียกให้ไปรายงานตัวตามคำสั่ง คสช. ที่ ๕/๒๕๕๗ โดยในครั้งนั้นคุณสุทินอยู่ในลำดับที่ ๑๒ คุณสุทินรู้ดีกว่าใครว่าความบอบช้ำจากการทำรัฐประหารเป็นอย่างไร ผมจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เพื่อนพ้องน้องพี่ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ จะรับหลักการในการแก้ไขพระราชบัญญัติ จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมฉบับนี้ร่วมกัน ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณฉัตร สุภัทรวณิชย์ ครับ

นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ นครราชสีมา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ฉัตร สุภัทรวณิชย์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑ หน้าย่าโม พรรคประชาชน ผมขออนุญาตร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมครับ ขอ Presentation ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ท่านประธานครับ ประเทศไทย มีความพยายามที่จะปฏิรูปกระทรวงกลาโหมและกองทัพไทยนะครับ แต่ก็ยังไม่ประสบ ความสำเร็จ เนื่องจากโครงสร้างของกระทรวงกลาโหมเอง ที่รัฐมนตรีไม่อาจสั่งให้ผู้บริหาร ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมที่ดูแลงานประจำให้กระทำการใด ๆ ได้โดยง่าย เพราะจำเป็น ต้องใช้อำนาจหลายอย่างที่ต้องผ่านสภากลาโหม ผมมีข้อมูลมานำเสนอครับ โครงสร้างของ กระทรวงกลาโหมที่เราพูดถึงกันก็คือ สภากลาโหม ผมมีแนวทางมานำเสนอแล้วก็สอดคล้อง กับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก็คือว่า หน้าที่ของสภากลาโหมอย่างแรกเลยควรจะเป็นลักษณะ กำหนดนโยบาย แล้วก็พิจารณางบประมาณทางการทหาร แล้วก็หน้าที่อื่น ๆ เพราะว่าปัญหา ที่เราพบมาโดยตลอด แล้วก็ผมได้ไปเก็บข้อมูลมีวิทยานิพนธ์ที่น่าสนใจฉบับหนึ่ง เมื่อประมาณปี ๒๕๔๘ ก็ได้สรุปข้อมูลเอาไว้ ประเด็นนั้นผ่านมาเกือบ ๒๐ ปี ก็ยังคงทันสมัย แล้วก็ตอบโจทย์ เหมือนกับสะท้อนสภาพปัจจุบันว่า รัฐมนตรีไม่สามารถที่จะบริหารสั่งการ ได้โดยง่าย การสั่งการต่าง ๆ จะต้องผ่านสภากลาโหมครับ

ต่อมาครับ ผมมี ๒ ประเด็นหลัก ๆ เลยที่อยากจะเสนอต่อท่านประธานสภา สไลด์ต่อไปครับ ประเด็นแรกครับ เป็นการปรับลดอำนาจของสภากลาโหมครับ เปลี่ยนจาก การให้ความเห็นชอบเป็นการเสนอความเห็น แล้วอีกประเด็นหนึ่ง ก็คือแก้ไขหลักเกณฑ์ การจัดหาอาวุธ ซึ่งเดี๋ยวผมจะอภิปรายในรายละเอียดนะครับ เปลี่ยนจากให้คณะกรรมการ กำหนดนโยบายแบบอิสระเป็นการกำหนดกรอบให้ชัดเจนครับ

สไลด์ต่อมา ในประเด็นที่ผมอยากจะนำเสนอมีอีก ๖ ข้อด้วยกัน ประเด็นที่ กฎหมายนี้ปรับลดอำนาจของสภากลาโหม อย่างแรกเลยก็คือ การให้ความเห็นชอบ ในการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ทางการทหาร ๒. การมอบอำนาจให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ ปลัด หรือผู้บริหารปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรี หรือผู้บังคับบัญชาทหาร ๓. อันนี้สำคัญเลยครับ เรื่องการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล ให้เป็นอำนาจของรัฐมนตรี ๔. การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานเพื่อการรบหรือการสงคราม ซึ่งมีรายละเอียดในร่างของกรรมาธิการที่ทำมา ด้วยนะครับ ๕. การจัดและวางกำลังในพื้นที่ที่เห็นว่าเหมาะสม เพื่อปฏิบัติภารกิจ ของกระทรวงกลาโหม และ ๖. การให้อำนาจรัฐมนตรีในการกำหนดนโยบายได้เอง และให้สภากลาโหมเป็นเพียงที่ปรึกษา อันนี้คือ ๖ ประเด็นที่ผมอยากจะนำเรียนผ่าน ท่านประธานสภานะครับ

และสไลด์ต่อมาครับ เป็นที่พูดและกล่าวถึงกันมาก เรื่องของเวลามีการจัดซื้อ จัดหาอาวุธ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็ดี ผมมีแนวความเห็นที่อยากจะวางกรอบ ๕ ประการนี้ เพื่อพิจารณาว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ อย่างแรกเลย ควรจะมีการวาง หลักเกณฑ์ เวลาจัดหาอาวุธ หาสิ่งของผลิตภัณฑ์ ๑. คือมาตรฐาน มาตรฐานจริง ๆ เป็นของ ที่มีคุณภาพ ๒. คำนึงถึงความประหยัด ๓. เปิดเผย อันนี้สำคัญ สังเกตว่าหลายครั้งระดับ กรรมาธิการก็ดี อนุกรรมาธิการใด ๆ เวลามีการประชุมแล้วขอข้อมูลมักจะไม่ได้รับความ ร่วมมือเท่าที่ควร ๔. คำนึงถึงขีดความสามารถทางการรบ คำนึงถึงประสิทธิภาพของมัน และ ๕. อยากจะให้นึกถึงการจ้างงานในประเทศ การเปิดโอกาสให้กับผู้ผลิตที่เป็นคนไทย ภายในประเทศ แล้วก็ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน เปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ ทั้งหมดนี้เป็นการอภิปรายที่อยากให้การสนับสนุนร่างฉบับนี้ แล้วก็อยากจะสื่อสารไปว่า ทั้งหมดนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย และให้อำนาจของรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็น ฝ่ายบริหารที่มีความยึดโยงกับประชาชน มีอำนาจในการบริหารจัดการเหมือนกับกระทรวงอื่น ๆ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณนิพนธ์ คนขยัน ครับ

นายนิพนธ์ คนขยัน บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการ กระทรวงกลาโหม โดยรายละเอียดที่ผมได้อ่าน ที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอเข้าสู่สภา เพื่อให้สภา รับทราบและเห็นชอบ ท่านประธานครับ ในหลักการเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้จะได้จัดระเบียบของทหารให้ดีที่สุดนะครับ ถามว่าวันนี้ดีไหม ก็ดี แต่ยังไม่ที่สุด ผมจะขออนุญาตไปในเรื่องการจัดระเบียบราชการ แต่อยากฝากในประเด็น หรือว่าข้อเสนอแนะให้เพื่อนสมาชิกในสภาได้รับทราบว่า วันนี้ ทหารก็มีหลายระดับ อย่างผมครับท่านประธานที่เคารพ ก็เคยเป็นทหารเหมือนกันครับ ทหารเกณฑ์ผลัดที่ ๒ ปี ๒๕๒๓ ที่กองบิน ๒๓ จังหวัดอุดรธานี เลยอยากสะท้อนในระเบียบ ราชการทหารฉบับนี้ว่า ในอดีตไม่ต้องพูดถึง ชีวิตทหารเกณฑ์ถูกนายทหาร ถูกผู้บังคับบัญชา บางท่าน บางคนว่าทหารต้องทำได้ทุกอย่าง เมื่อสั่งแล้วต้องทำ อย่างวันนี้เมื่อระเบียบฉบับนี้ ออกไป คิดว่าทหารชั้นผู้น้อยจะพูดในประเด็นนี้ ฝากในอนาคตที่จะออกมาเป็น พ.ร.บ. ว่าระเบียบกับทหารชั้นผู้น้อย จะทำอย่างไรให้เขาได้มีสวัสดิการที่ดี อย่างข่าววันนี้ ท่านประธานครับ ไม่ได้ขอซ้ำเติมนะครับ ถ้าระเบียบราชการฉบับนี้ออกไปก็คงจะดีขึ้น เช่น สวัสดิการต่าง ๆ ตามสิทธิที่เขาจะได้ ก็ต้องให้เขามีโอกาสนะครับ เมื่อ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผ่านเป็นกฎหมายเรียบร้อย เอาให้ชัดเจนไปเลย อย่างวันนี้เราเห็นข่าวใช่ไหม ขนาดเปิด โอกาสให้สมัครทหารเกณฑ์มารับใช้ชาติ เพื่อได้เรียนเป็นนายสิบ มาฝึก ครูฝึกซ้อม ไม่อยาก ซ้ำเติมครับ ครูฝึกทำรุนแรง ถ้า พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่านเขียนให้หนักไปเลย ครูฝึกที่รังแก ทหารเกณฑ์ อุตส่าห์สมัครใจมาแล้ว เพื่อมาฝึก เพื่อมารับใช้ชาติในหน้าที่หนึ่ง แต่โดนทำร้าย ร่างกายเกินเหตุ ๒. เอาทหารไปใช้ ไม่อยากพูดต่อนะครับ ชีวิตทหารเกณฑ์เคยโดนมาแล้ว เขาบอกชัดเจนว่าทหารต้องทำได้ทุกอย่าง บางคนตามข่าวนะครับ ของจริงเจอมาแล้ว สั่งให้ไปซักผ้า ก็ต้องปฏิบัติ เพราะเราเป็นทหารเกณฑ์ชั้นผู้น้อย มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้า พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่านแล้ว ต่อไปถ้าไม่พอใจซัก มาสั่งนี่ได้เรื่อง ก็ขอฝากท่านผู้ที่จะไป เพิ่มเติมแก้ประเด็นต่าง ๆ ให้ครอบคลุมทั้งหมด สำหรับวันนี้เห็นด้วยครับ ในหลักการ ร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ดังเพื่อนสมาชิกพูดไป ๒ ท่าน เมื่อสักครู่ว่าต้องอย่างนั้น อย่างนี้ ดีครับ รัฐมนตรีจะได้มีอำนาจเสียที แต่เมื่อรัฐมนตรี มีอำนาจก็ต้องดูนะครับ ใช้อำนาจของท่านที่มีให้มันตามวัตถุประสงค์ก็แล้วกัน ก็ขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธาน ขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่เสนอร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบ ราชการกระทรวงกลาโหมฉบับนี้เข้ามาครับ สำหรับผมในหลักการเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ท่านประธาน กราบขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณเชตวัน เตือประโคน

นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี 🔗

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี ตัวแทน ประชาชนชาวเทศบาลเมืองคูคต เทศบาลเมืองลำสามแก้ว และเทศบาลเมืองลาดสวายครับ ขอร่วมอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมที่เพื่อน สมาชิกจากพรรคประชาชนของผมเป็นคนเสนอเข้ามานะครับ ท่านประธานครับ วาระที่ ๑ ในชั้นรับหลักการแบบนี้ ผมคงอภิปรายให้เห็นในภาพกว้างว่า ทำไมเราต้องเห็นด้วยกับร่าง กฎหมายฉบับนี้ ด้วยหัวข้อที่ผมตั้งไว้เป็นชื่อนะครับว่า ทลายรัฐอิสระในการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ครับ ผมขอเริ่มต้นด้วยการเชิญชวนเพื่อนสมาชิกฟัง Quote สำคัญ จากบทความที่ชื่อ รัฐธรรมนูญฉบับวัฒนธรรมไทย ของอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ ดังนี้ ในเมืองไทยนั้นรัฐธรรมนูญถูกฉีกบ่อยและฉีกได้ง่ายเสียยิ่งกว่าระเบียบสะตึ ๆ อะไรสักอย่าง ของกระทรวง ทบวง กรม นอกจากนี้ มีกฎหมาย กฎกระทรวง ระเบียบที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ อยู่มากมาย โดยเจ้าของระเบียบและผู้บังคับใช้ระเบียบไม่ได้ตะขิดตะขวงใจอะไรเลย ประโยคนี้ มาจากบทความที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ ตีพิมพ์หลังเหตุการณ์รัฐประหาร ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔ โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ รสช. ที่นำโดย พลเอก สุนทร คงสมพงษ์ ไม่นานนะครับ รัฐธรรมนูญฉบับวัฒนธรรมไทยกำลังบอกกับเราว่า ต่อให้มี รัฐธรรมนูญที่เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งเราถือกันว่าเป็นกฎหมายสูงสุด ข้อบังคับ ระเบียบใด จะขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมิได้ แต่ที่สุดแล้วรัฐธรรมนูญถูกฉีกได้อย่างง่ายดายครับ ง่ายเสียยิ่งกว่าพระราชบัญญัติ ง่ายเสียยิ่งกว่ากฎกระทรวงบางฉบับเสียอีกนะครับท่านประธาน สิ่งที่ดำรงอยู่อย่างไม่เป็นลายลักษณ์อักษรนี้จะไม่ถูกแปรเปลี่ยน แม้ฉีกรัฐธรรมนูญไป มากมายขนาดไหนก็ตาม ก็จะยังคงมีบทบาทสำคัญ นี่ละครับคือสิ่งที่เราเรียกกันว่า รัฐธรรมนูญฉบับวัฒนธรรมไทย และกองทัพก็เป็นหนึ่งในสถาบันสำคัญในรัฐธรรมนูญ ฉบับวัฒนธรรมไทยนี้ด้วยครับ และ พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมที่เพิ่มอำนาจ ให้กับทหารทุกครั้งที่มีการยึดอำนาจ ก็เป็นกฎหมายระดับพระราชบัญญัติที่น่าจะแก้ไข ยากกว่าการฉีกรัฐธรรมนูญเสียอีกนะครับ น่าจะเป็นอย่างนั้นนะครับท่านประธาน คำว่ารัฐธรรมนูญฉบับวัฒนธรรมไทยในที่นี้ไม่ได้เป็นความหมายที่ดีนะครับ นี่เป็นเรื่องที่ผิด หลักสากล เป็นสิ่งที่น่าจะเรียกว่าอวัฒนธรรมมากกว่า ท่านประธานครับ ที่ถูก ที่ต้อง ที่ควร ไม่ว่าจะเป็นการปกครองในระบอบไหนก็ตาม กองทัพควรมีอำนาจแต่น้อยนิดเท่านั้น พูดง่าย ๆ ว่ากองทัพจะทำอะไร จะปฏิบัติการอะไร ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนอื่นครับ ระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่อำนาจเป็นของกษัตริย์ ระบอบประชาธิปไตยที่อำนาจเป็นของ นายกรัฐมนตรี หรือประธานาธิบดี หรือแม้แต่ระบอบเผด็จการที่อำนาจเป็นของผู้เผด็จการ ต้องเป็นอย่างนี้ครับ เป็นตามนี้ครับ เว้นแต่ว่าทหารจะเป็นผู้เผด็จการเสียเองนะ เขาถึงจะมี อำนาจสูงสุด กองทัพซึ่งเป็นคนถืออาวุธ ควรมีอำนาจแต่น้อย นี่คือหลักการสากลครับ แต่ทีนี้พอเรามาดู พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑ เราก็พบว่า กองทัพโดยปฏิบัติการในนามของสิ่งที่เรียกว่าสภากลาโหมนั้น มีอำนาจล้นเกินครับท่านประธาน มีอำนาจล้นเกิน มีอำนาจสารพัด โดยสิ่งที่ระบุอยู่ในกฎหมายฉบับนี้ อาจจะบอกว่ามีแค่ ๖ เรื่องสำคัญ ผมเปิดดูแล้วครับ ๖ เรื่องสำคัญในหน้านี้ ผมคงไม่ขอกล่าวซ้ำนะครับ เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกท่านอื่นอาจจะพูดต่อไปว่ามีอะไรบ้าง เรื่องอะไรบ้าง เหมือนจะมีแค่ ๖ ข้อนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้วทั้งหมดนี้ คำนิยาม คำจำกัดความว่าเกี่ยวกับด้านทหาร สามารถตีความ ได้กว้างมาก ๆ ตีความได้อย่างกว้างขวางมาก คือตกลงแล้วรัฐบาลไม่สามารถจะมีนโยบาย เกี่ยวกับเรื่องทหารได้หรือครับ ตกลงแล้วจะยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร จะเกณฑ์ทหาร เกณฑ์ไพร่พลไปช่วยรบที่ประเทศไหน รัฐบาลไม่สามารถตัดสินใจได้หรือครับ ตกลงแล้ว รัฐสภาของเราไม่สามารถถกเถียง เพื่อออกกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องการทหารได้เลยหรือครับ ถ้าเป็นอย่างที่พูดมา การดำรงอยู่ของกองทัพในวันนี้คือรัฐอิสระครับ ผมพาไปดูความเป็นรัฐอิสระ ของกองทัพอีกเล็กน้อยก็ได้ครับ ใน พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ๒๕๕๑ มาตรา ๓๔ ระบุไว้ว่า ในความจำเป็นเพื่อการรบหรือการสงคราม การปราบปรามกบฏ หรือเมื่อให้ประกาศกฎอัยการศึก ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยความเห็นชอบของ สภากลาโหมมีอำนาจ บลา บลา บลา บลา มาตรา ๓๗ เพื่อป้องกันและรักษาผลประโยชน์ แห่งชาติ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยความเห็นชอบของสภากลาโหม มีอำนาจ อนุมัติ บลา บลา บลา บลา มาตรา ๓๘ การใช้กำลังทหารในการปฏิบัติภารกิจเพื่อสันติภาพ ให้เป็นไปด้วยความเห็นชอบของสภากลาโหม บลา บลา บลา บลา โดยความเห็นชอบ ของสภากลาโหม โดยความเห็นชอบของสภากลาโหม โดยความเห็นชอบของสภากลาโหม เต็มไปหมดเลยครับ คำถามคือ สูเป็นไผวะ ภาษาเขมรแถวบุรีรัมย์บ้านเกิดผม ถามว่ายือกะระนา Who are you ไม่ได้มีอะไรยึดโยงกับประชาชนเลยแม้แต่น้อย รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน จะมีนโยบาย จะสั่งการอะไรที่ทำเหมือนกับหน่วยงานอื่น ๆ กรม กองอื่น ๆ ก็ทำไม่ได้ครับ ถ้าไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภากลาโหม อย่างนี้ไม่เรียกว่ารัฐอิสระ ไม่รู้จะเรียกอะไรแล้ว ครับท่านประธาน จึงถูกแล้วที่ต้องลดอำนาจของสภากลาโหมให้เป็นเพียงแค่ที่ปรึกษาของ รัฐบาลเท่านั้น เป็นแค่สภาที่ปรึกษาของรัฐบาลเท่านั้นครับ นี่จึงจะเป็นไปตามหลักสากล ที่รัฐบาลพลเรือนอยู่เหนือกองทัพครับ

สุดท้ายครับท่านประธาน นิดเดียว ย้อนกลับไปตอนที่มีการปรับคณะรัฐมนตรี ของนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ คือ ท่านสุทิน คลังแสง ซึ่งเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านได้ไปต่อใน ครม. เศรษฐา ๒ ก็เพราะท่านจะ ดำเนินการเรื่องปฏิรูปกองทัพ โดยเฉพาะการเตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการ กระทรวงกลาโหมนี่ละครับ แก้ไขฉบับนี้ละครับ และร่าง พ.ร.บ. เกี่ยวกับธรรมนูญศาลทหาร ด้วยคำใหญ่คำโตตอนนั้นนะครับ ท่านบอกว่า เพื่อหยุดยั้งการรัฐประหาร เพื่อหยุดยั้ง การยึดอำนาจ แต่จากวันนั้นจนวันนี้ รอแล้วรอเล่า พี่นี่เฝ้าแต่รอครับ ร่าง พ.ร.บ. ของเราจ่อ อยู่ในระเบียบวาระการประชุมสภาเนิ่นนาน ก็ไม่มีร่างของ ครม. มาประกบเป็นคู่ครองเรา เสียที แล้วพอวันนี้เมื่อร่างของพวกเราเข้าสู่การพิจารณา ครม. ก็จะตั้งขบวนขันหมากทำท่า จะอุ้มเอากฎหมายนี้ไปศึกษาก่อนครับท่านประธาน เสียเวลาไปอีก ปฏิรูปกองทัพกี่โมงดีครับ เสียดายเวลาจริง ๆ ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป ขอเชิญ คุณพริษฐ์ วัชรสินธุ ครับ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ขอมีส่วนร่วม ในการอภิปรายเสริม ในการสนับสนุนร่างแก้ไข พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ที่ถูกเสนอโดยเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ผมขอเริ่มต้นแบบนี้ ครับท่านประธาน โดยการชวนท่านประธานลองจินตนาการดูครับ สมมุติว่าเรามีผู้บริหาร คนหนึ่งที่มีวิสัยทัศน์ที่ก้าวหน้ามากในการเปลี่ยนแปลงองค์กรหนึ่งให้ดีขึ้น แต่พอเขาถูก รับเลือกให้เข้าไปเป็นผู้บริหารสูงสุด หรือว่า CEO ขององค์กรดังกล่าว เขากลับได้รับแจ้งครับว่า เขาสามารถตัดสินใจได้ในทุกเรื่องเลยครับ เต็มที่ ตามที่เขาเห็นสมควร ยกเว้นอะไรก็ตาม ที่เกี่ยวกับนโยบายบริษัท ยกเว้นอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับงบประมาณบริษัท ยกเว้นอะไรก็ตาม ที่เกี่ยวกับกฎบริษัท และยกเว้นอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้บริหารของแผนกต่าง ๆ ในบริษัท ต้องถามท่านประธานครับว่า หากเป็นเช่นนี้ ผู้บริหารดังกล่าวจะมีอำนาจอะไร เหลือบ้างครับ ในการพยายามจะขับเคลื่อนองค์กรให้ดีขึ้นตามแนวทางที่เขาได้วางไว้ หรือถ้าถามอีกแบบหนึ่งครับ ผู้บริหารดังกล่าวยังจะสามารถถูกเรียกได้ว่าเป็นผู้บริหารสูงสุด ขององค์กรดังกล่าวหรือไม่ แต่ท่านประธานครับ เรื่องสมมุติที่น่าหดหู่ที่ผมเล่าให้ ท่านประธานฟังเมื่อสักครู่นี้ มันเป็นเรื่องจริงครับ สำหรับผู้บริหารในตำแหน่งที่มีชื่อว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หากเราย้อนไปเมื่อเดือนกันยายน ปี ๒๕๖๖ ผมเชื่อว่า สังคมบางส่วนที่อยากจะเห็นการปฏิรูปกองทัพให้สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย ก็คงรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยครับ ที่มีการแต่งตั้งพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งมาดำรงตำแหน่ง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย หากไม่นับ กรณีที่นายกรัฐมนตรีนั้น อาจจะควบตำแหน่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ด้วยตนเอง แต่สิ่งที่สังคมบางส่วนอาจจะยังไม่ได้รับรู้มาก่อน นั่นก็คือไม่ว่ารัฐมนตรีจะชื่อว่า อะไร ไม่ว่ารัฐมนตรีจะมาจากพรรคไหน มีแนวคิดแบบไหน แต่โซ่ตรวนที่กำลังมัดมือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมทุกคนไว้ ก็คือมาตรา ๔๓ ของ พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการ กระทรวงกลาโหม ที่เขียนเอาไว้อย่างชัดเจนเลยครับว่า อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับนโยบาย การทหาร เกี่ยวกับงบประมาณด้านการทหาร เกี่ยวกับร่างกฎหมายด้านการทหาร ล้วนเป็น สิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมตัดสินใจเองไม่ได้ แต่ต้องดำเนินการตามมติของ สภากลาโหม ซึ่งสภากลาโหมที่ว่านี้ ก็มีสมาชิกอยู่ประมาณ ๒๐-๓๐ คน โดย ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นข้าราชการทหารเป็นหลัก ดังนั้น ท่านประธานครับ หากจะสรุปให้เห็นภาพ ตราบใด ที่มาตรา ๔๓ ของ พ.ร.บ. ระเบียบราชการกลาโหมยังเขียนไว้แบบนี้ ตราบใดที่สภากลาโหม ยังคงมีอำนาจเหนือรัฐมนตรีในแทบจะทุกเรื่องแบบนี้ ก็ยากมากครับ ที่เราจะได้เห็น การปฏิรูปกองทัพตามแนวทางที่ประชาชนคาดหวัง และลงคะแนนเสียงสนับสนุนในการเลือกตั้ง หากแนวทางดังกล่าวดันเป็นแนวทางที่ข้าราชการทหารในสภากลาโหมนั้นไม่เห็นด้วย ถ้าอยากจะเห็นภาพให้ชัดไปกว่านี้ในเชิงปฏิบัติ ผมอยากจะชวนท่านประธานลองไปดู ตัวอย่าง อย่างเช่น เรื่องของการเกณฑ์ทหาร หากสมมุติรัฐมนตรีมี Idea ที่อยากจะลด จำนวนกำลังพลที่กองทัพขอในแต่ละปี ให้ลดได้เร็วกว่าเพียงแค่ ๙ เปอร์เซ็นต์ ที่เราเห็นกัน จากปี ๒๕๖๖ มาถึง ๒๕๖๗ หรือหากรัฐมนตรีต้องการจะเปลี่ยน มี Idea อยากจะเปลี่ยน ค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนรถประจำตำแหน่งของนายพล มาเป็นการเพิ่มสวัสดิการให้กับ พลทหาร ในส่วนของสิทธิรักษาพยาบาลให้กับครอบครัวของเขา หรือหากรัฐมนตรีมี Idea ว่า อยากจะเอาจริงเอาจังกับเรื่องความรุนแรงในค่ายมากขึ้น โดยการสนับสนุนกลไกการร้องทุกข์ ร้องเรียนที่เป็นอิสระจากสายผู้บังคับบัญชาในกองทัพ รัฐมนตรีก็ต้องกังวลครับว่าจะทำเรื่อง เหล่านี้ได้มากน้อยแค่ไหน หากสภากลาโหมไม่เห็นชอบ เพราะมันอาจจะไปขัดกับมาตรา ๔๓ (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) เป็นต้น หรือเช่นกันครับ หากรัฐมนตรีมี Idea ต้องการจะเสนอร่าง กฎหมายเพื่อยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารในยามปกติออกจากระบบ ก็ต้องมากังวลครับ ว่าจะทำได้แค่ไหน หากสภากลาโหมไม่เห็นชอบ เพราะอาจจะไปขัดกับมาตรา ๔๓ (๕) มันเลยเป็นเรื่องน่าเสียดายครับท่านประธาน ที่จำเป็นต้องชี้แจงในที่ประชุมแห่งนี้ ว่าในเมื่อ ทางรัฐมนตรีเองก็อาจจะมีข้อจำกัดในการเสนอร่างกฎหมายการยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร ในกรณีที่สภากลาโหมอาจจะไม่เห็นด้วย แต่พอผมและเพื่อน ๆ สมาชิก ณ วันนั้น เป็นพรรคก้าวไกล เราเสนอร่างกฎหมายการยกเลิกการเกณฑ์ทหารเข้าไป โดยที่ท่าน รัฐมนตรีนั้นไม่ต้องเป็นคนเสนอเอง แล้วพอร่างกฎหมายดังกล่าวถูกวินิจฉัยว่าเป็นร่างการเงิน ผมกลับได้รับแจ้งเมื่อสัปดาห์ก่อนวันที่ ๒๐ สิงหาคม ว่าท่านอดีตนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ณ เวลานั้นยังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ กลับเซ็นไม่รับรองให้ร่างดังกล่าวได้เข้าสู่การพิจารณา ของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ก็เพียงได้แต่หวังครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธารนั้น จะไม่เดินตามรอยท่านเศรษฐาในประเด็นนี้ ดังนั้นครับท่านประธาน หากเราต้องการให้ แนวทางการปฏิรูปกองทัพถูกกำหนดโดยประชาชนทุกคน ไม่ใช่ถูกกำหนดโดยทหาร ฝ่ายเดียว หากเราต้องการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นตัวแทนของประชาชน ในการเข้าไปปฏิรูปกองทัพ ไม่ได้เป็นโฆษกของกองทัพ กุญแจดอกแรกที่สำคัญ คือการแก้ มาตรา ๔๓ เพื่อปรับอำนาจและที่มาของสภากลาโหมตามที่ร่างกฎหมายนี้ได้เสนอไว้ นั่นก็คือ การปรับอำนาจของสภากลาโหมครับ เปลี่ยนจากสภาที่มัดมือรัฐมนตรีมาเป็นสภาที่ให้ คำปรึกษากับรัฐมนตรี แล้วก็ปรับในส่วนของที่มา จากสภาที่ปัจจุบันมีแต่ข้าราชการทหาร เป็นหลัก มาเป็นสภาที่ทหารและพลเรือนนั้นทำงานร่วมกันอย่างสมดุลมากขึ้น

ทั้งหมดนี้ครับ ก็ต้องยืนยันว่าไม่ได้เป็นการแก้อะไรที่สุดโต่ง หรือว่าน่ากลัว ในมุมหนึ่งแนวทางนี้ ก็เป็นเพียงการยืนยันหลักการว่ากองทัพนั้น ควรจะอยู่ภายใต้รัฐบาล พลเรือน ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานมากของสังคมที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยที่อำนาจ สูงสุดเป็นของประชาชน แล้วก็เป็นการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการกองทัพให้สอดคล้อง กับแนวปฏิบัติสากล แม้กระทั่งในประเทศที่มีกองทัพที่เข้มแข็งที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก แต่ในอีกมุมหนึ่งครับ แนวทางนี้ก็เป็นเพียงการปรับโครงสร้างของกระทรวงกลาโหม ให้สอดคล้องกับกระทรวงอื่น ๆ มากขึ้น แน่นอนครับ อาจจะมีการตั้งสภา หรือคณะกรรมการ เฉพาะทางที่มาให้คำแนะนำและคำปรึกษารัฐมนตรีได้ แต่โครงสร้างดังกล่าวจะต้องไม่ขัด กับหลักการสำคัญที่ว่า คนที่มีอำนาจในการตัดสินใจ ก็ควรจะเป็นรัฐมนตรีที่เป็นส่วนหนึ่ง ของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และต้องรับผิดรับชอบกับพี่น้องประชาชน หากย้อนไปช่วง เลือกตั้งครับท่านประธาน ทางผมและพรรคก้าวไกล เราก็ทราบดีว่ากฎหมายนี้เป็นกุญแจ ดอกแรกที่สำคัญในการปฏิรูปกองทัพ เราจึงได้ยกร่างกฎหมายฉบับนี้ ความจริงตั้งแต่ก่อน เลือกตั้งครับ แล้วก็ได้ยื่นกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่สภาเป็นฉบับแรก ๆ ทันทีที่สภาเปิดทำการ เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๖๖ โดยที่ตอนนั้นไม่รู้ด้วยซ้ำครับ ว่าพรรคไหนจะเป็นฝ่ายค้าน พรรคไหนจะเป็นรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนถัดไปจะชื่อว่าอะไร หรือว่า มาจากพรรคไหน พอเดินทางมาถึงวันนี้ผ่านมาประมาณ ๑ ปี ทางผมและพรรคประชาชน เราก็ทราบดีเช่นกันว่า พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมที่เรากำลังคุยกันอยู่นี้ มันมีกลไกป้องกันตัวเองที่ค่อนข้างจะแข็งแกร่ง แล้วที่เราต้องต่อสู้ให้เป็น ผมเข้าใจครับว่า วันนี้ทางเพื่อนสมาชิกจากซีกรัฐบาลอาจจะโหวตให้คณะรัฐมนตรีนั้นนำร่างดังกล่าวออกไป ศึกษาอีกไม่เกิน ๖๐ วัน ด้วยความหวังครับว่า ครม. นั้น จะมีร่างมาประกบกลับเข้ามาสู่ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ แต่ด้วยความเคารพครับ มันยากที่จะเชื่อนะครับว่า ร่างของ ครม. ที่จะถูกเสนอกลับเข้ามาในสภาแห่งนี้ จะมีเนื้อหาที่พร้อมจะยืนยันหลักการให้กองทัพนั้น อยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือน เพราะอย่าลืมนะครับว่า ร่างกฎหมายที่รัฐมนตรี และ ครม. เสนอนั้น ก็อาจจะถูกมาตรา ๔๓ ของ พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมนี่ละครับ ดึงให้ต้อง ไปผ่านมติสภากลาโหมก่อนถึงจะมีมติ ครม. รับรองให้เสนอกลับมาที่สภาแห่งนี้ได้ ดังนั้น ผมทิ้งท้ายแบบนี้ ด้วยการสื่อสารผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกจากซีกรัฐบาลว่า ถ้าท่านอยากจะยืนยันให้กองทัพอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือนอย่างแท้จริง ท่านอย่าไปคาดหวัง กับร่างของ ครม. ที่ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องถูกแทรกแซง ถูกกลั่นกรองโดยสภากลาโหม แต่ทางออกของเราทุกคนในการก้าวข้ามกับดักที่มาตรา ๔๓ ของ พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการ กระทรวงกลาโหมได้วางเอาไว้ คือการโหวตให้กับร่างแก้ไข พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการ กระทรวงกลาโหม ที่ถูกเสนอโดยเพื่อนสมาชิก หรือว่า สส. ในสภาแห่งนี้ รวมถึงร่างของ สส. พรรคประชาชน เพื่อปลดล็อกให้คุณสุทิน หรือว่าใครก็ตามที่จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมคนใหม่ สามารถเดินหน้าปฏิรูปกองทัพตามแนวทางที่ประชาชนต้องการ และคาดหวังได้อย่างแท้จริง ขอบคุณครับท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ครับ

รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วยความระมัดระวังนะครับ เพราะเราทราบ อยู่แล้วว่าอาชีพทหารเป็นอาชีพที่สำคัญ มีเกียรติ นอกจากจะประกันความมั่นใจให้ประชาชน ในการที่จะรักษาอธิปไตยของประเทศแล้ว ยังต้องทำหน้าที่ป้องกันภัยคุกคามจากนอก ประเทศที่พัฒนาขึ้นไปเยอะ แล้วทหารเขายังมีงานอย่างอื่นนะครับ โดยเฉพาะในภาวะ ฉุกเฉิน เพราะว่ามีกำลังพล มีอุปกรณ์พร้อม ดังนั้นจึงพร้อมที่จะไปช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ จึงเป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีวินัยอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเขามีอาวุธนะครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมจำได้ครับ หลังรัฐประหารผมเข้าไปอยู่ในค่ายทหาร ไปปรับทัศนคติ กลายเป็นว่าได้ฟังคำร้องเรียนจากนายทหารชั้นผู้น้อย จ่า แล้วก็นายสิบ ว่ามันมีปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้นในกองทัพ ซึ่งก็มีการอภิปรายกันมามากมาย ท่านประธานครับ Trend ของโลก เขาต้องยึดหลักประชาธิปไตย หลักประชาธิปไตยเป็นอย่างไรครับ ก็คือการแบ่งอำนาจ ที่ได้รับมาจากประชาชน ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจ มีการเลือกตั้งผู้แทน แล้วก็มา แบ่งเป็น ๓ ด้าน เพื่อคานอำนาจกัน คือฝ่ายนิติบัญญัติออกกฎหมาย ฝ่ายบริหาร ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ดูแลข้าราชการทุกประเภท รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐต่าง ๆ ใน พ.ร.บ. นี้ ก็เป็นเจ้าหน้าที่ทางการทหารนะครับ แล้วฝ่ายตุลาการ ซึ่งต้องทำตามกฎหมายที่ออกโดย สภาครับ เพราะฉะนั้นกองทัพก็ควรอยู่ใต้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะยึดโยงกับ ประชาชน ท่านประธานครับ ที่มันเกิดเรื่องก็คือว่า มีทหารกลุ่มหนึ่งชอบรัฐประหาร แล้วก็ใช้เป็นเครื่องมือในการบ่อนทำลายหลักการประชาธิปไตยให้สั่นคลอนลง ตัวแทน ประชาชนถูกด้อยค่าโดยอำนาจนอกระบบ ทำให้ความสำคัญของตัวแทนประชาชนลดลง ขั้นตอนทั้งหลายต่าง ๆ ได้เกิดขึ้นแล้วก็เปลี่ยนไป แล้วทำให้หลาย ๆ อย่างไม่เป็นไปตาม นโยบายของรัฐบาล นอกจากไม่ทำตามนโยบายแล้วนะครับ ยังมีการใช้งบประมาณ ที่ไม่คุ้มค่า มันก็มีอยู่อันหนึ่งครับ คนกับงบประมาณนะครับ อาชีพทหารที่ว่านี้จำเป็นต้อง มีวินัยอย่างชัดเจน ท่านประธานครับ ผมจะเล่าให้ฟังนิดหนึ่งครับ นโยบายของรัฐต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ต้องทำจริงจังทางการเมือง เพราะฉะนั้น พ.ร.บ. ที่เขาเสนอขึ้นมานี้ ที่ผมชอบใจ ก็คือควรจะพูดก่อนเลย คือมาตรา ๑๑ ไปแก้ไขมาตรา ๔๒ เรื่อง สภากลาโหม เห็นด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ถ้าไปดู พ.ร.บ. เก่า เหมือนเป็นการมารักษาผลประโยชน์ของกองทัพ เพราะว่าเต็มไปด้วยทหารทั้งสิ้น มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหม ที่เหลือเป็นทหารทั้งสิ้น กองทัพบกก็ ๔ คน กองทัพเรือก็ ๕ คน กองทัพอากาศก็ ๕ คน แล้วก็มีปลัดกระทรวงกลาโหม กับ ผบ. สูงสุด นี่ละครับ ท่านจะทำ อะไรได้ครับ เพราะสภานี้ใหญ่ทุกอย่าง จะทำอะไรก็ไม่ได้ เมื่อมาปรับลดลงไปแล้ว ตามที่ร่าง ขึ้นมานี่เห็นด้วย ท่านประธานครับ ในบรรดาสมาชิกของสภากลาโหม จะมีผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เรียกว่าผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเป็นที่ประจักษ์ ด้านทหาร ด้านความมั่นคง ด้านบริหาร ราชการด้านกฎหมายอื่น ๆ รวมทั้งหมดที่เขาเสนอมาจาก ๓ คน เป็น ๕ คน ซึ่งกลาโหม แต่งตั้งตามมติของคณะรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นในเมื่อมีคณะรัฐมนตรีมาเกี่ยวข้อง ก็จำเป็น จะต้องให้ทางคณะรัฐมนตรีร่วมดูด้วยก็ดีนะครับ เพราะว่าเหมือนไปเขียนให้ท่านทำอย่างนั้น เพราะเขาก็มาจากประชาชนเช่นเดียวกันนะครับ ท่านประธานครับ นอกจากนี้ที่สำคัญคือเรื่องนโยบาย เรื่องการทำหน้าที่ของสภากลาโหม ซึ่งอยู่ในมาตรา ๑๒ ซึ่งจะแก้ไขมาตรา ๔๓ อันนี้ผมชอบนะครับ คือเราพูดถึงว่านโยบายที่เขา ทำอะไรบ้าง นโยบายด้านทหาร นโยบายด้านระดมสรรพกำลังเพื่อการทหาร นโยบาย การปกครองและการบังคับบัญชานี่ละครับ พวกนายพลทั้งหลายนี่ครับ อันที่ ๔ คือพิจารณา งบประมาณของทหาร การแบ่งสรรงบประมาณต่าง ๆ อันที่ ๕ การพิจารณาร่างกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง อันที่ ๖ กฎหมายหรือที่รัฐมนตรีกลาโหมเสนอให้สภากำหนด ผมชอบตรงที่ว่า ให้มันทำเหมือนกระทรวงอื่นสิครับ กระทรวงอื่นเขามีปลัดเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด แต่กระทรวงกลาโหมเนื่องจากทุกคนมีอาวุธ ก็เลยต้องเป็นสภานี่ผมเข้าใจได้นะครับ ในสภา ก็มีแต่ทหาร ก็มาเพื่อแบ่งจัดสรรผลประโยชน์ ต้องพูดอย่างนี้ มันจะต่อเนื่องครับ ไปมาตรา ๖ ย้อนไปข้างหน้า คือมาแก้ไขมาตรา ๒๕ การแต่งตั้งนายพลต่าง ๆ ซึ่งนายพลต่าง ๆ ก็อย่างที่ มีสมาชิกสภาฝ่ายพรรคประชาชนได้พูดถึง ก็ดีนะครับ คือให้มันมีการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เสนอไปแล้วรัฐมนตรีกลาโหมมีหน้าที่เซ็นอย่างเดียว ซุนยัดเซ็นนะครับ ส่งมาก็เซ็น ไปเลยนะครับ แล้วก็แถมด้วยมีการจัดเรื่องนายพลใช้ระบบคุณธรรมขึ้นมาประกอบด้วยครับ แล้วเสนอขึ้นมาให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้พิจารณานะครับ

อีกอันหนึ่งที่ชอบนะครับ ก็คือมาตรา ๗ แก้ไขให้มีการส่งบำรุงคน ยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ เดี๋ยวนี้ยุทโธปกรณ์มันก้าวหน้าไปเยอะนะครับ ไม่ต้องส่งคนไปลุยกัน มีการส่งเครื่องบิน ส่ง Drone ส่งอะไรไป ประเทศไทยก็มีอุตสาหกรรม การทหารมากมาย ซึ่งเขาก็เคยมาออกทางสื่อว่า ทางรัฐน่าจะมีการช่วยสนับสนุน เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ พรรคเพื่อไทยมาจากพรรคไทยรักไทย ถูกรัฐประหาร ๒ ครั้ง ครั้งสุดท้ายท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรีผู้หญิงด้วย แล้วก็เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมด้วย ใช้ความอ่อนหวานครับ ไม่เหลือครับ ลุงตู่รัฐประหาร เสียเลยนะครับ ยึดอำนาจ นี่ละครับท่านประธาน การแก้ไข พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการ กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จึงเป็นเรื่องจำเป็น แล้วไม่ใช่พรรคเพื่อไทยนิ่งนอนใจ นะครับ นอกจากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว เรื่องอย่างนี้ก็อยู่ในยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย เช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่าเราก็เกรง ๆ ทหาร เห็นบ้านเมืองมันอยู่ในภาวะฉุกเฉินอะไรต่าง ๆ มันต้องใช้วิธีเจรจาแล้วค่อย ๆ ทำเปลี่ยนไป คราวนี้ผมคิดว่า ๙ ปีที่ผ่านมา ทุกคนคงเห็นแล้วว่า บ้านเมืองถ้าปกครองโดยระบอบทหาร หรือว่ามีการสืบทอดอำนาจ มันก้าวข้ามไม่ได้ เพราะฉะนั้น พ.ร.บ. นี้ ก็จะเป็นจุดหนึ่งที่จะมีการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในประเทศ ให้บ้านเมือง เราเดินในหลักการประชาธิปไตยต่อไป เราจะได้ทำให้บ้านเมืองมีความเจริญรุ่งเรืองนะครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณชยพล สท้อนดี ครับ

นายชยพล สท้อนดี กรุงเทพมหานคร 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชยพล สท้อนดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตหลักสี่ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ประเทศไทยมีหรือไม่กับสิ่งที่เรียกว่า รัฐซ้อนรัฐ กับประเทศที่ปกครองกัน ด้วยระบอบประชาธิปไตย ที่เราเลือกผู้แทนเข้ามาบริหารประเทศ มี สส. อยู่กันเต็มสภา ทำหน้าที่พิจารณากฎหมาย ตรวจสอบงบประมาณ มีฝ่ายบริหารเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่ ในการบริหารราชการกระทรวงที่ได้รับมอบหมาย ให้เป็นไปตามนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อ รัฐสภา พอมันเป็นอย่างนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็ควรมีอำนาจในการบริหาร อย่างเต็มที่ใช่หรือไม่ แต่พอมันเป็นเรื่องของกระทรวงกลาโหม เรื่องราวมันกลับโกลาหล เป็นพิเศษ ขอสไลด์ขึ้นเลยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

มีสิ่งที่เรียกว่า สภากลาโหม คอยควบคุมภายในอีกชั้นหนึ่ง เป็นรัฐซ้อนรัฐคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง ตามนิทานที่ผมจะเล่า ให้ฟังต่อไปนี้นะครับ กับเรื่องราวสุดอลเวงของหน่วยงานที่มีชื่อว่า กระทรวงโกลาหล ภายใน กระทรวงกลาโหมจะมีสิ่งที่เรียกว่าคณะผู้บริหารอยู่กลุ่มหนึ่ง ที่มีชื่อว่า สภากลาโหม มีหน้าที่ในการลงมติเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการของกระทรวงกลาโหม แต่เดี๋ยว ไม่ใช่ว่านั่นเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหรอกหรือครับ

เดี๋ยวมาดูสไลด์ถัดไปกันนะครับ ถ้าว่ากันตาม พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการ กระทรวงกลาโหมฉบับเดิม ปี ๒๕๕๑ นี่คือสิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต้องดำเนินการตามมติของสภากลาโหม ก็จะประกอบไปด้วย ๖ ข้อ

ข้อ ๑ นโยบายการทหาร ก็ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมไม่มีใครกล้าพูด คำว่า ปฏิรูปกองทัพ แต่ต้องพัฒนาร่วม เพราะว่าถ้าเกิดไม่มีมติจากสภานี้ ถ้าเกิดเขาไม่ยอม ก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้เลยเกี่ยวกับนโยบายทางการทหาร

ข้อ ๒ นโยบายการระดมสรรพกำลัง นโยบายไม่ว่าใครจะพูดอะไร เรื่องของ การยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร จะรัฐบาลไหน จะเปลี่ยนนักร้องนำสักกี่คน ก็ไม่มีทางที่จะลด ยอดบังคับเกณฑ์ทหารได้ ถ้าทหารไม่ยอมให้ลด

ข้อ ๓ นโยบายการปกครองและการบังคับบัญชาภายใน ก็ว่าทำไม พอพลทหารถูกทารุณ ถูกซ้อมเสียชีวิตบ้าง รัฐมนตรีถึงพูดได้แค่ว่ากำชับแล้วว่าไม่ให้ทำ แต่ไม่สามารถที่จะออกคำสั่งอะไรได้เป็นชิ้นเป็นอันเลย

ข้อ ๔ คือเรื่องของการพิจารณางบประมาณและการแบ่งสรรงบประมาณ ก็ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมมันถึงได้มีการใช้เงินที่สะเปะสะปะ พอถามอะไรไปก็ไม่รู้ ตอบไม่ได้ ไม่มีแผน แล้วก็ไม่มีการควบคุมดูแล เพราะว่าไม่สามารถที่จะเข้าไปคุย ไม่สามารถที่จะเข้าไป ร่วมพิจารณาตรงนี้ได้ครับ

ข้อ ๕ พิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการทหาร กฎหมายอะไร ก็ตามที่ให้อำนาจทหารมากเกินไป หรือไม่เหมาะสมอย่างไร ถ้าเขาไม่ยอมให้แก้ ก็แก้อะไร ไม่ได้เลย กฎหมายทางการทหารแบบกฎอัยการศึกแบบนี้ มันถึงได้มีอายุมาตั้งแต่ ปี ๒๔๙๗ ปี ๒๔๙๘ โดยไม่ได้แก้เสียทีอย่างไรครับ

ข้อที่ ๖ ก็คือเรื่องอื่น ๆ กฎหมายที่จะกำหนดให้เสนอต่อสภากลาโหม แต่ทีนี้ รัฐมนตรีของเราจะเหลืองานอะไรให้ทำ นอกจากเที่ยวตะลอนตรวจแถว รับแถวสวนสนาม กับเดินตัดริบบิ้นตามงาน ก็ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมไม่มีใครอยากจะมานั่งกระทรวงนี้ เพราะถ้ามานั่งก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ต้องแอ๊บให้เขารู้ว่าไม่ได้ไม่มีอำนาจ ก็ต้องอาศัย Footwork หลบเลี่ยง หลีกหนี ไม่ให้มีใครรู้ว่าสุดท้ายแล้วรัฐมนตรีก็อาจจะเป็นแค่โฆษกฝ่ายการเมือง ของกองทัพเท่านั้นเอง แต่เอ๊ะมันเป็นสภาไม่ใช่หรือครับ มันมีใคร อะไร จากไหน อย่างไรบ้าง ทำไมรัฐมนตรีที่เป็นผู้แทนจากประชาชนถึงได้ไม่มีอำนาจขนาดนั้น

เดี๋ยวมาดูสไลด์ถัดไปครับ อันนี้คือรายชื่อสมาชิกระดับ Basic ที่นอนมาตั้งแต่ บ้านเลยนะครับ มีทั้งหมด ๒๑ คน บวกกับสามารถแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิได้อีก ๓ คน แต่จะตั้งได้ ก็ต้องมาจากมติของสภากลาโหมอยู่ดี และ ๒๑ คนนี้เป็นคนจากผู้แทนราษฎรแค่ ๒ คน เท่านั้น ก็คือตัวรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีช่วยว่าการ ๒ คน รายล้อมโดยนายพลตำแหน่งต่าง ๆ ถึง ๑๙ คน แล้วถ้าพูดถึงสมัยยุคของท่านสุทิน ก็ไม่แน่ใจว่าจะได้ไปต่อ หรือจะต้องรอตีรถ กลับสภานะครับ ไม่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการเสียด้วยซ้ำ แสดงว่าที่ผ่านมาตลอด ๑ ปี เราส่งท่านสุทินไปนั่งจ๋องอยู่คนเดียวกับนายพลอีก ๑๙ คน แล้วคิดว่าเขาจะทำอะไรได้ กลาโหมมันถึงได้โกลาหลไปหมด คิดว่าจะมีมติอะไรที่ผ่านสภากลาโหม แล้วเป็นไปในทิศทาง นโยบายของรัฐมนตรีด้วยหรือครับ เพราะว่านี่มันเชลยศึกชัด ๆ

ขอสไลด์ถัดไป ในร่างใหม่ที่พรรคประชาชนเราได้เสนอ เราขอจัดการ กับความโกลาหลครั้งนี้ ด้วยการปิดสวิตซ์ปรับลดจำนวนผู้ที่นั่งในสภากลาโหมให้เหลือเป็น ๗ คน โดยตำแหน่ง และแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มได้อีก ๕ คน จากการเสนอของรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหมต่อคณะรัฐมนตรี ที่จะเป็นผู้ออกคำสั่งแต่งตั้งอีกทีหนึ่ง ส่วนหน้าที่ เหมือนเดิมเลย ๖ ข้อเป๊ะเหมือนเดิม ตามเดิม แต่เปลี่ยนไปเป็นแค่ที่ปรึกษา เป็นแบบ กอล์ฟ ไมค์ เลยครับ เพราะคนอย่างเรามันเป็นแค่ที่ปรึกษา คอยให้คำปรึกษา แล้วก็จบกัน ไม่มีอำนาจในการลงมติ ให้สิทธิและอำนาจของการบริหารงานกลับคืนสู่ผู้แทนจากประชาชน เสียที

ขอสไลด์ถัดไปครับ เพราะไม่อย่างนั้นก็จะเกิดเหตุการณ์ความโกลาหลแบบนี้ แบบที่ท่านสุทินพยายามจะทิ้งทวนก่อนแขวนไมโครโฟน ด้วยการเรียกถกกฎหมายเพื่อแก้ไข ปัญหาการทำรัฐประหาร แต่ปรากฏว่าจาก ๔ หน่วยงานหลัก ผู้บัญชาการไม่มาแล้ว ๒ อย่างแรกก็ต้องขอขอบคุณท่าน พลเรือเอก อะดุง ผู้บัญชาการทหารเรือ กับท่าน พลอากาศเอก พันธ์ภักดี ผู้บัญชาการกองทัพอากาศ ที่ยังมาร่วมประชุม อะไรที่ท่านทำดีเราก็ชมกันตามตรง แต่อะไรที่แก้ไขได้เราก็ต้องบอกกันตามตรงเช่นเดียวกัน อย่างท่าน ผบ.ทร. ท่านก็กำลัง จะเกษียณแล้ว ผมยังรอรายงานข้อเท็จจริงเรื่องเรือหลวงสุโขทัยล่มอยู่นะครับ คือส่งสักที รอนาน ๆ ก็อาจจะบั่นทอนหัวใจ อย่าให้นานเกินไป ก่อนอะไร ๆ มันจะสาย ส่วนท่าน ผบ.ทอ. หลังจากที่เลือกเครื่องบินรบได้แล้ว ก็ต้องฝากติดตามเรื่องของ Offset Policy ต่อให้ราบรื่นด้วย แต่อีก ๒ ท่าน ผู้บัญชาการทหารบกกับผู้บัญชาการทหารสูงสุด คนหนึ่งไป สิงคโปร์ อีกคนหนึ่งไปเชียงใหม่ ตัวแปรเรื่องรัฐประหารมันก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลแถว ๆ นี้ ช่วยกระตือรือร้นแสดงออกเรื่องนี้ให้ผมชมหน่อยได้ไหม คือผมก็รออยู่ว่าเมื่อไรผมจะมีเรื่อง ให้ชมท่านสักที เอาสไลด์ลงได้เลยครับ คือ พ.ร.บ. ร่างนี้ ที่เรากำลังเสนอกันอยู่นี้ ถ้าทุกท่าน ได้ฟังแล้วทำความเข้าใจจริง ๆ ก็จะเห็นว่าใจความหลักของมันเลยคือการคืนอำนาจให้กับ ผู้แทนประชาชน คืนอำนาจให้กับรัฐบาล คือผมก็กลัวใจจริง ๆ เห็นรัฐบาลชุดนี้ชอบขยัน ในการอุ้ม พ.ร.บ. กันเหลือเกิน แต่กฎหมายนี้ยื่นมาตั้งแต่เริ่มสภาชุดที่ ๒๖ เลยนะครับ คือมีเวลาให้ศึกษากันมาเป็นปีแล้ว แก้ก็ไม่กี่มาตราเอง รับร่างแล้วไปถกต่อในขั้นถัดไปก็ได้ ประโยชน์ทั้งนั้นที่รัฐบาลจะได้รับ แล้วจะอุ้มไปเพื่อ แล้วจะทำไปเพื่อ เพราะถ้าเราไม่รีบตัดวงจรของความอลเวงนี้ มันก็ยาก แน่นอนที่หน่วยงานอันสำคัญอย่างกระทรวงกลาโหมจะหลุดพ้นจากความอลหม่าน ทั้งหมด แล้วมันก็จะคงสภาพของการเป็นกระทรวงโกลาหลกันต่อไปครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณอนุสรณ์ แก้ววิเชียร ครับ

นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร นนทบุรี 🔗

เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม อนุสรณ์ แก้ววิเชียร ผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน วันนี้ผมขออนุญาตมีส่วนร่วม ในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ ในตัวร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีการแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยผมตั้งข้อสังเกต อย่างนี้ ใน พ.ร.บ. ดังกล่าวออกโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ โดย พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นพระราชบัญญัติที่ออกโดยคณะปฏิวัตินั่นเองนะครับ ท่านประธานครับ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ แล้วที่ผมอภิปรายถึงการใช้อำนาจรัฐประหาร และอำนาจของคณะปฏิวัติ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมอภิปรายไปว่า ใครหรือหน่วยงานใด เป็นคนให้ อำนาจหรือรับรองการทำรัฐประหาร วันนี้ผมต้องมานั่งอภิปรายร่างกฎหมายที่ผ่านมาในยุคของ รัฐประหารอีกครั้ง ผมรู้สึกขยะแขยงนะครับ มันเป็นสิ่งสกปรกในระบอบประชาธิปไตย ที่ตกค้าง แล้วก็พูดกันอยู่ซ้ำ ๆ ไม่จบไม่สิ้นเสียที

ท่านประธานครับ ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยตลอด ๙๐ ปีที่ผ่านมา หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ทหารและกองทัพ ได้เข้ามาแทรกแซง และทำลายพัฒนาการของระบอบประชาธิปไตยมาโดยตลอด ทั้งจาก การแทรกแซงโดยตรงที่น่าละอายที่สุด คือการทำรัฐประหารและสืบทอดอำนาจ อีกทั้ง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทหารและกองทัพยังมีอิทธิพลเหนือทางฝ่ายการเมืองผ่านทาง โครงสร้างรัฐ ที่จัดวางอำนาจของกองทัพให้อยู่เหนือรัฐบาลพลเรือน ในหลายกระบวนการ ตัดสินใจ อาทิเช่น อำนาจของสภากลาโหมในการกำหนดนโยบายและการพิจารณา งบประมาณ อำนาจของคณะกรรมการในการแต่งตั้งนายพล ที่ล้วนแล้วแต่มีข้าราชการทหาร เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งโครงสร้างและอำนาจการบริหารจัดการดังกล่าว ไม่สอดคล้องกับระบอบ ประชาธิปไตย และที่สำคัญยังแตกต่างจากหน่วยงานราชการอื่น ๆ วันนี้ไม่มีคณะรัฐมนตรี มาฟังการอภิปรายนะครับ ผมอยากยกตัวอย่างว่า ถ้าในมหาดไทยมีสภามหาดไทย รัฐมนตรี เป็นแค่ส่วนหนึ่งของสภามหาดไทย ไม่มีอำนาจบังคับบัญชาโดยตรง หรือแม้กระทั่ง ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีท่านเป็นแค่ส่วนหนึ่งของสภาเกษตรและ สหกรณ์ ท่านไม่มีอำนาจบังคับบัญชาข้าราชการในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยตรง เราจะอยู่กันอย่างไรครับ เราจะปกครองข้าราชการกันอย่างไรครับ อันนี้ผมเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ผมถามแทนท่านรัฐมนตรีนะครับ ท่านประธานครับ มันช่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลยที่คนถือ อาวุธจะยอมเชื่อฟังคนที่ไร้อาวุธ ประวัติศาสตร์มันบอกเรามาแล้วครับว่า คนที่มีอาวุธย่อมมี อำนาจเหนือคนที่ไร้อาวุธ แต่เราจะทำอย่างไรครับ ทำให้คนที่ไร้อาวุธมีอำนาจเหนือคนที่มี อาวุธ วิธีในการยับยั้งคนที่มีปืนอย่างกองทัพหรือทหาร ที่อยู่เหนือการบังคับบัญชาของคนที่ ไม่มีปืนอย่างรัฐบาลพลเรือน ต้องดำเนินการอยู่ ๒ เรื่องครับท่านประธาน ๑. จัดความสัมพันธ์ ในอำนาจทางการเมืองระหว่างพลเรือนและกองทัพให้เกิดความสมดุล ๒. ออกแบบ กฎหมายจัดความสัมพันธ์ระหว่างพลเรือนและทหาร ให้สอดคล้องกับหลักรัฐบาลพลเรือน อยู่เหนือทหาร การควบคุมแบ่งออกเป็น ๒ กรณี การควบคุมแบบอัตวิสัย คือการออก กฎหมายควบคุมทหารผ่านทางองค์กรทางรัฐธรรมนูญของพลเรือน ยกตัวอย่างเช่น อำนาจ บังคับบัญชา อำนาจบังคับบัญชากองทัพหรือทหารต้องอยู่ภายใต้รัฐมนตรีกลาโหม เพื่อให้ มันยึดโยงกับประชาชน อำนาจต่อไป คืออำนาจในการประกาศสงคราม อำนาจในการจัดตั้ง กองทัพหรือระดมสรรพกำลังต้องอยู่ภายใต้รัฐสภา สุดท้ายครับอำนาจที่สำคัญ ก็คืออำนาจ ในการจัดสรรงบประมาณประจำปีของทหาร ก็ต้องอยู่ในอำนาจของรัฐสภาเช่นเดียวกัน

อีกการควบคุมหนึ่งครับ คือการควบคุมในเชิงภาวะวิสัย ต้องแบ่งแยกภารกิจ ของทหารออกจากการเมือง ให้มันออกจากข้าราชการทางการเมืองให้ชัดเจน ทหารจะต้องมี ภารกิจที่แตกต่างจากพลเรือน สิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อไปอาจจะถูกตำหนิจากเพื่อนสมาชิก หลาย ๆ ท่าน ผมยกตัวอย่าง กรณีภัยพิบัติต่าง ๆ ครับ ผมเห็นหน่วยงานทางทหารลงพื้นที่ ไปช่วยพี่น้องประชาชน ซึ่งมันไม่ใช่ภารกิจหลักของทหาร ประชาชนอาจจะบอกว่าเป็นสิ่งที่ดี ในการลงไปช่วยเหลือ แต่มันทำให้การบรรเทาสาธารณภัยถูกบังคับบัญชาโดยหน่วยงาน หลายหน่วยงาน ไม่เป็นเอกภาพ ไม่สอดคล้องกัน การพัฒนาระบบการบรรเทาสาธารณภัย ควรจะถูกดำเนินการโดยข้าราชการพลเรือนเป็นหลัก ทหารควรจะเป็นทหารอาชีพและอยู่ใน อำนาจหน้าที่ของตัวในที่ตั้ง หรือแม้กระทั่งการห้ามทหารในการดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผมยกตัวอย่าง อย่างในประเทศสหรัฐอเมริกา ในสหรัฐอเมริกามีกฎหมายระบุว่า ภายหลัง จากเกษียณอายุราชการ ทหารต้องเว้นวรรคทางการเมืองเป็นเวลา ๗ ปี ถ้าท่านจะดำรง ตำแหน่งทางการเมือง ท่านต้องถอยออกไปเป็นเวลา ๗ ปี ท่านถึงเข้ามาได้

สุดท้ายครับท่านประธาน ผมยังไม่เข้าใจตัวเองว่าวันนี้ในฐานะที่ผมเป็น ผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคประชาชน ซึ่งเป็นฝ่ายค้าน ต้องมายืนอภิปรายเพื่อเรียกอำนาจคืน ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นฝ่ายรัฐบาล ปัญหามันเกิดจากการออกกฎหมาย ในคณะรัฐประหาร ออกในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งดึงอำนาจนิติบัญญัติเข้าไปล้วงลูก กับอำนาจของฝ่ายบริหารหรือไม่ วันหนึ่งถ้าฝ่ายนิติบัญญัติดึงอำนาจของรัฐมนตรีมาลิดรอน ให้มันมีการใช้อำนาจผ่านองค์กรกลุ่มแบบนี้ ดึงอำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดึงอำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดึงอำนาจรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการแบบนี้ มันถูกต้องหรือไม่

สุดท้ายผมอยากนำเรียนไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผมอยากเห็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพลเรือนที่ยืนอย่างสง่าผ่าเผยต่อหน้ากองกำลัง กองทหาร ผมอยากเห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมประกาศกฎหมายของตัวเอง ประกาศศักดิ์ และสิทธิที่ท่านเป็นผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ แล้วบอกกับเหล่าทหารทั้งหลายว่า ท่านจง เป็นทหารอาชีพ และอยู่อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณอดิศร เพียงเกษ ครับ

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเพื่อไทย แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ การพูดเรื่องนี้คล้าย ๆ ว่าเรากำลังไปแหย่หนวดเสือ ด้วยความเคารพ ฝากไปถึงทหารทุกหมู่เหล่าที่กำลังรับชมรับฟังอยู่ เรากับท่านเป็นประชาชนคนไทย เหมือนกัน เป็นแต่เพียงว่าสัมมาอาชีวะไม่เหมือนกัน แต่ก่อนเรียนหนังสือมัธยม ประถม ก็เรียนด้วยกัน ผมเรียนกฎหมายมาเป็นทนายความ คุณเรียนพระจุลจอมเกล้าไปเป็น ทหารบก เรียนนายเรือไปเป็นทหารเรือ นายเรืออากาศก็ไปเป็นทหารอากาศ ล้วนแต่เป็น ประชาชนคนธรรมดานี่ละครับ แต่ว่ายศถาบรรดาศักดิ์ โดยเฉพาะทหารมียศ ร้อยตรี ร้อยโท มีช่อชัยพฤกษ์ แต่งตัวไปแต่งตัวมาก็นึกว่าตัวเองเป็นจริง ๆ ครับ ก็ได้เหลิงว่า สิ่งที่ตัวเอง ดำรงชีพอยู่นั้นเป็นของทุกสิ่งทุกอย่างจะบันดาลอะไรก็ได้ การกระตุกหนวดเสือนี่ท่านอาจจะ ไม่พอใจ แต่วันนี้วันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๗ เราควรจะปรึกษาหารือกันได้ ทหารต้องมีสติว่า ท่านควรจะอยู่ลักษณะอย่างใดของสังคมนี้ สัมมาอาชีวะสาขาอาชีพอื่น ก็ควรจะอยู่อย่างไร เพื่อจะนำพาประเทศชาติไปสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยได้อย่างแท้จริง ทหารก็คือ ข้าราชการธรรมดานี่ละครับ ทหารกับข้าราชการกระทรวง ทบวง กรมอื่น ก็กินเงินเดือนภาษี อากรของพี่น้องประชาชนกันทั้งนั้น ข้าราชการกระทรวงอื่นมีหลายท่านได้อภิปรายว่า การบังคับบัญชาก็เป็นปลัดกระทรวง เป็นอธิบดี รองอธิบดี ลดหลั่นลงไป ปลัดกระทรวง ว่าอย่างไรสูงสุด นั่นคือบังคับบัญชา แต่ทหารไม่ใช่ครับ ฟังด้วยนะครับ คนที่เป็นทหาร ท่านไม่ได้ปกครอง หรือบังคับบัญชา เหมือนข้าราชการแบบกระทรวง ทบวง กรมอื่น มีทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ มีปลัดกระทรวงเหมือนกัน แล้วยังมีผู้บัญชาการทหารสูงสุดอีก ถามว่าปลัดกระทรวงกลาโหม ใหญ่ที่สุดไหมครับ ในบรรดาข้าราชการของกระทรวงกลาโหม ถ้าตอบแบบพลเรือน ปลัดกระทรวงใหญ่ที่สุด แต่โดยความเป็นจริงแล้วไม่ได้ใหญ่ครับ คนที่ใหญ่ที่สุดในบรรดา ทหารทั้งหลายคือผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารบกเทียบเท่าอธิบดีเท่านั้นนะครับ แต่ใหญ่กว่าปลัดกระทรวง ยังมีผู้บัญชาการทหารสูงสุดอะไรบังคับบัญชาไม่เหมือนคนอื่นเขา สายตุลาการเราก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง สายอัยการเป็นอย่างหนึ่ง แต่ว่าที่เราต้องมาแก้กฎหมาย กันครั้งนี้ เพราะเราไม่ไว้ใจข้าราชการกระทรวงกลาโหม ท่านหวงอำนาจเอาเฉพาะทหาร อยู่ในสภากลาโหม จะเปิดโอกาสให้พลเรือน หรือคนอื่นเข้ามายุ่มย่าม เข้ามามีส่วนรับรู้ เป็นกรรมการบ้างก็ยากเต็มทีครับ วันนี้จึงเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ผู้ริเริ่มในการเสนอกฎหมาย ขอชมเชยนะครับ จากพรรคก้าวไกลมาเป็นพรรคประชาชน ดูประหนึ่งว่าคำอภิปราย ทางกระทรวงกลาโหมไม่ได้ทำอะไร ผมใกล้ชิดกับคุณครูสุทิน คลังแสง เป็นครูโรงเรียนโสตศึกษา เป็นบุคคลแรกซึ่งจบการศึกษาบัณฑิต จบปริญญาเอกจากประเทศอินเดีย เป็นครูบ้านนอก ได้ไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงกลาโหม ดอกเตอร์จำนงค์ ไชยมงคล ขออนุญาตเอ่ยนาม เขาก็พบกัน ผมก็พูดคุยว่า กรณีนี้ที่ท่าน ได้ไปตั้งทีมงานศึกษาเพื่อจะป้องกันไม่ให้มีการรัฐประหารนั้นถูกต้องแล้ว นั่นคือสอดคล้อง ต้องกันกับกฎหมายที่ทางฝ่ายพรรคประชาชนได้เสนอมา เขาไม่ได้นิ่งนอนใจ วันนี้ก็ทราบว่า คุณสุทิน คลังแสง ก็แอบมาฟังนะครับ รัฐมนตรีเดี๋ยวนี้ยังไม่กล้าขึ้นไปนั่งข้างบน เขาแอบมาฟัง วันนี้คุณสุทิน คลังแสง ถ้าผมพาดพิง ก็ตอบเสียว่าท่านไม่ได้นิ่งนอนใจอะไร แต่ว่า ในกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีจากพลเรือนมันเหมือนแขกบ้านต่างเมืองครับ กว่าจะไปเข้าใจ วัฒนธรรมองค์กรของเขามันยากครับ ซ้ายหัน เขาไม่หัน เขานั่งเฉยครับ กว่าจะรู้เรื่องทหารบก กว่าจะรู้เรื่องทหารเรือ กว่าจะรู้เรื่องทหารอากาศ กว่าจะรู้เรื่องกองทัพไทย ยุ่งยากครับ เพราะมันเป็นวัฒนธรรมองค์กร แก้กฎหมายแก้ไปครับ เราไม่เคยว่าเราไม่แก้ รัฐธรรมนูญที่ดี ที่สุดในประเทศไทย เขาบอกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นั่นดี ทหารก็รับรู้ รู้หมด แต่ถึงเวลา เขารัฐประหาร เขาไม่ได้สนใจพวกนี้เลย ที่เราพูดกันนี่ผมก็ไม่แน่ใจว่าการรัฐประหาร จะเกิดขึ้นอีกหรือเปล่า ตอนที่ พันตำรวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ผมเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เราไม่คิดว่าจะมีการรัฐประหาร เพราะประเทศกำลังพัฒนาไปสู่ความเจริญ อยู่ ๆ ก็จัดการครับ ท่านเรียนจบจากโรงเรียน นายร้อยพระจุลจอมเกล้า ขอโทษครับ ด้วยความเคารพ แต่พอมาปฏิบัติหน้าที่สูงสุดเป็น ผู้บัญชาการทหารบก บางคนไม่ได้เรียนจบจากนั้นครับ จปร. แปลไม่เหมือนตอนท่านเรียน จปร. เมื่อท่านเรียนตำแหน่งสูงสุด จปร. แปลว่าจะปฏิวัติรัฐประหาร จะแก้อย่างไร ถ้าไม่มี จิตใจเป็นประชาธิปไตย ยากครับ ประชาชนต้องมีอำนาจสูงสุด ผมสนับสนุนในการที่จะแก้ไข ผมเชื่อมั่นว่ารัฐบาลเมื่อจัดฟอร์มคณะรัฐมนตรีสุดยอดแล้ว พร้อมเพรียงกันแล้ว ก็คงจะรับ กฎหมายฉบับนี้ไปแก้ไข เรามีโอกาสพูดในขณะนี้นะครับ แต่เมื่อเขาปฏิวัติเขาจับเราไปขัง ผมพูดในสภาแห่งนี้ ผมก็ถูกไปขังที่วังครับ อยู่วังทั้งทีไปอยู่ วังน้อย ปตอ. จะวกวนอย่างนี้ท่านประธาน เราเห็นเจตนารมณ์ของทุกคน ประชาธิปไตย เข้าใจว่าอย่างไร ทหารต้องปรับตัว เราก็ไม่ได้ไปว่าเขาไม่ดีนะครับ ทหารบางคนเป็น ประชาธิปไตย ตำหนิคนที่รัฐประหาร อยากให้พร้อมใจกัน ทางกระทรวง ทบวง กรม ถึงอย่างไรวันนี้คุณครูสุทินมา ก็อยากให้อธิบายว่า ในใจของท่านต้องการอะไร ในการที่จะ ป้องกันรัฐประหารให้ประเทศประชาธิปไตย ผมจึงฝากไว้ ผมพร้อมที่จะสนับสนุน และหาก รัฐบาลรับไป ก็อยากให้รับไปอย่างเร่งรีบและรีบกลับเข้ามา เพราะว่าเวลาในสภานี้บอกว่า เหลือ ๓ ปี บางทีมันไม่ถึงนะครับ หายวับเหมือนงูแลบลิ้น อำนาจที่เรามีอยู่เหมือนงูแลบลิ้น แป๊บเดียวไปเลย จะแก้ก็ต้องแก้ในช่วงที่เรามีอำนาจ คือประชาชนมีสภาผู้แทนราษฎร ถ้าไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ทหารเขาก็ยิ้มแล้วครับ จึงอภิปรายเพื่อความปรองดองกัน เพื่อให้ ทั้งสภาได้เห็นด้วยว่า ระเบียบบริหารราชการของกระทรวงกลาโหมสมควรจะแก้ไขเพื่อให้ เป็นประชาธิปไตย เพื่อให้รัฐบาลที่มาจากรัฐธรรมนูญ จากการเลือกตั้ง เป็นผู้บังคับบัญชา สูงสุด เพื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะเป็นใครก็ได้ จะเป็นพลเรือน หรือว่า เคยรับราชการทหาร มีอำนาจสั่งการทหารในกรมต่าง ๆ ได้ จึงฝากความปรารถนาดีมายัง ทหารและเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ทหารทุกท่านที่จบจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จงท่องว่า ท่านจบจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ไม่ใช่จบจากโรงเรียนจะปฏิวัติ รัฐประหารครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณธีรัจชัย พันธุมาศ ครับ

นายธีรัจชัย พันธุมาศ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง พรรคประชาชนครับ ผมขออภิปรายเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการ กระทรวงกลาโหม พ.ศ. .... ซึ่งท่าน เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข เป็นผู้เสนอ ท่านประธานครับ ประเทศที่มีประชาธิปไตยที่แข็งแรง และให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนมักจะเป็น ประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ทางยุโรป สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส หรือประเทศอื่น ๆ ที่พัฒนาแล้ว อำนาจของฝ่ายพลเรือนมักจะเหนือกว่าฝ่ายทหาร แต่ประเทศที่ค่อนข้างจะ ไม่ค่อยพัฒนาเท่าไร อำนาจสูงสุดไม่ได้อยู่กับประชาชน อำนาจทหารมักจะอยู่เหนือกว่า อำนาจพลเรือน เรามีพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งจัดตั้งมาหลังจากการรัฐประหาร ปี ๒๕๔๙ ซึ่งมีการตั้งสภากลาโหม ที่ให้มีตัวแทนของ ฝ่ายทหารเต็มไปหมด ฝ่ายการเมืองคือฝ่ายพลเรือน มีแค่รัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีช่วยว่าการ เท่านั้นเอง ดังนั้นจึงทำให้อำนาจต่าง ๆ ไม่ได้อยู่ในส่วนของตัวรัฐมนตรีหรือฝ่ายพลเรือน ในส่วนของ ๖ เรื่องสำคัญที่ต้องเป็นไปตามมติของสภากลาโหม ได้แก่ นโยบายทางการทหาร นโยบายการระดมสรรพกำลังเพื่อการทหาร นโยบายการปกครองและการบังคับบัญชา ภายในกระทรวงกลาโหม การพิจารณางบประมาณทหาร การแบ่งสรรงบประมาณของ กระทรวงกลาโหม การพิจารณาร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการทหาร รวมถึงทั้งร่างกฎหมาย หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกำหนด ให้เสนอกระทรวงกลาโหม พร้อมทั้งกำหนด ส่วนราชการ ให้กระทรวงกลาโหมปฏิบัติตามกติกาสภากลาโหมด้วย ๖ เรื่องนี้ต้องผ่านมติ สภากลาโหม ต้องได้รับความเห็นชอบก่อน ซึ่งเป็นข้าราชการทหารทั้งหมด ก็เท่ากับทหาร มีอำนาจในการจัดการคุมอำนาจ จึงไม่แปลกเลยว่าทหารนั้นจะสามารถที่จะรัฐประหาร เมื่อไรก็ได้ มาถึงปี ๒๕๕๗ ก็มีการรัฐประหารอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็วางกลไกรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ซึ่งวางกลไกองค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเหนือกว่าอำนาจประชาชน วางกลไกอื่น ๆ ให้การเมืองไทยนั้นพิกลพิการ ไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ซึ่งมีอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน สิ่งนี้เป็นปัญหาที่ยืดเยื้อ การที่ได้มีท่าน สส. ได้เสนอขึ้นมา มันเป็นสิ่งที่ควรจะแก้ไข นั่นคือเราปลดล็อกทั้ง ๖ เรื่องนั้น ไม่ให้เป็นของ สภากลาโหม แต่เป็นแค่ที่ปรึกษา สภากลาโหมลดเหลือ ๗ คน ไม่จำเป็นต้องเป็นนายทหารทั้งหมด เอาเฉพาะคนที่เกี่ยวข้อง นั่นหมายถึงว่าทำให้สภากลาโหมนั้นมีความกระชับ แล้วก็สามารถที่จะทำอะไรก็ได้ รวมถึง ในร่างฉบับนี้ได้มีความกล้าหาญ คือเรื่องการแต่งตั้งนายพล เราเคยมีปัญหานะครับ นายพล มีเป็นพัน เราอยากจะลด ๔๐๐ แต่เนื่องจากคณะกรรมการในการพิจารณานายพลนั้น มีสัดส่วนนายทหาร ซึ่งเป็นข้าราชการประจำอยู่มากกว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถ้าจะตั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการมาเยอะ ๆ เป็นไปไม่ได้ที่จะจัดสรรรัฐมนตรีมาในกระทรวงนี้เยอะ ๆ มันทำให้อำนาจในการพิจารณานายพลนั้นมาตกอยู่ที่รัฐบาลฝ่ายพลเรือน นั่นก็คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมากที่สุด ในการแก้กฎหมายฉบับนี้

ถัดมาในอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ นี่คือความกล้าหาญ นั่นก็คือในเรื่องของ การควบคุมคุณสมบัติตำแหน่งของนายพลจะต้องพิจารณาตามระบบคุณธรรม มันไม่ใช่ระบบ อุปถัมภ์ จปร. รุ่น ๑ รุ่น ๕ รุ่น ๑๐ รุ่น ๑๒ มีพี่น้องสืบทอดอำนาจกันมาเป็นชั้น ๆ แล้วก็ สามารถเชื่อมต่อกันได้ มันใช้ระบบคุณธรรม ใช้ผลงานต่าง ๆ ขึ้นมา มันทำให้กองทัพ เป็นทหารอาชีพมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้น ก็ยังเป็นในเรื่องของการส่งกำลังบำรุง การจัดซื้อ จัดจ้างในส่วนของอาวุธยุทโธปกรณ์นั้นจะต้องมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี สิ่งเหล่านี้ไม่เคยมี ใน พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมมาก่อน ซึ่งถ้าเกิดว่าเราได้แก้ตรงนี้ขึ้นไป นั่นหมายถึงว่าให้อำนาจรัฐบาลพลเรือนนั้นสามารถมาอยู่เหนือทหารได้ นั่นหมายถึงว่า อำนาจสูงสุดประชาชนจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง จะลดการรัฐประหารได้ นโยบายที่เราอยากจะให้ เกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เราต้องลดขนาดกองทัพลง ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นไปได้ เพราะเรา ต้องแก้กฎหมาย แก้ระเบียบทั้งหมด ไม่ต้องผ่านสภากลาโหมเหมือนเดิม นโยบายลดจำนวน นายพลจาก ๑,๒๐๐ เหลือ ๔๐๐ ก็เป็นไปได้ นโยบายลดจำนวนพลทหารกองประจำการ ก็ให้สามารถทำได้ แล้วก็กำหนดให้ทูตทหาร ซึ่งปกติแต่ละทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ก็มีทูตของตัวเอง ก็มีแค่อันเดียวเราก็สามารถทำได้ เราสามารถโอนภารกิจ ซึ่งไม่เกี่ยวกับ กองทัพ ก็โอนไปให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ ภารกิจในการที่จะปรับปรุงในการพัฒนาต่าง ๆ โอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ ไม่จำเป็นต้องไปอยู่ที่ทหารต้องผ่านการอนุมัติ การพิจารณาในส่วนนี้ ทำให้ประเทศเรานั้น กองทัพนั้นกระชับ หรือเราต้องการให้การศึกษา แก่ทหาร ลดจำนวนเขาแล้ว พัฒนาให้สวัสดิการดีขึ้น สามารถที่จะเรียนหนังสือได้สูงขึ้น ทหารไม่จำเป็นต้องไปลอกท่อ ไปคุย ไปเป็นทหารพัฒนาอย่างนั้น แต่คนติดเกมสามารถ เป็นนายทหารได้ เพราะในอนาคตเราสามารถพัฒนาเทคโนโลยี สามารถที่จะใช้ Drone ใช้อะไรในการรบขึ้นมา ไม่ใช่ใช้ปืนไปยิงเหมือนเมื่อก่อน นี่คือพัฒนาประสิทธิภาพของทหาร ซึ่งไม่เหมือนจากอันเดิมที่ผ่านมา ดังนั้นผมขอขอบคุณท่านธนเดช เพ็งสุข นะครับ ที่กรุณาใช้ ความกล้าหาญในการที่จะร่างในการเปลี่ยนแปลงตรงนี้ จริงอยู่อาจจะมีการกระทบกระทั่ง กับอำนาจเดิมของอำนาจทหาร แต่ถ้าไม่ทำวันนี้ จะทำวันไหน แต่ถ้าเกิดเราไม่กล้าหาญวันนี้ แล้วเมื่อไรอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนจะอยู่เหนืออำนาจของกองทัพได้ เราทำวันนี้ ขอพ่อแม่พี่น้องได้โปรดฟังไว้ ขอพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและขอรัฐบาลนะครับ ได้โปรดรับร่างนี้ไว้ แล้วก็ช่วยกันแก้ ช่วยก้าวเดินขึ้นไป ก้าวข้ามจากการที่ทหารเหนือจาก กองทัพ ก้าวข้ามต่อการที่จะมีการรัฐประหารอีกกี่ครั้งก็นับไม่ได้นะครับ ถ้าเราผ่านตรงนี้ได้ นั่นหมายถึงว่าเราปักหมุดที่จะทำให้ประเทศเรานั้นเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เราปักหมุดที่จะยุติการรัฐประหารได้ เริ่มต้นปักหมุดก้าวแรกตั้งแต่วันนี้ เพื่อทำให้กองทัพ อยู่ใต้อำนาจของประชาชนครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านรอมฎอน ปันจอร์ เชิญครับ

นายรอมฎอน ปันจอร์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม รอมฎอน ปันจอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ผมขออนุญาตสภาแห่งนี้เสนอความเห็น แล้วก็อยากจะเรียกร้องให้กับเพื่อน ๆ สมาชิก ในการลงมติรับรองให้กับร่างกฎหมายฉบับนี้ ของเพื่อน สส. ของผม เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข ร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมในฉบับนี้ ถือว่าเป็นฉบับที่ เรียกได้ว่าเป็นกฎหมายประวัติศาสตร์ทีเดียว เพราะว่าก็อย่างที่เมื่อสักครู่ท่าน สส. ธีรัจชัย ได้เกริ่นมาแล้วว่านี่คือความกล้าหาญในทางการเมือง และเราจำเป็นที่จะต้องอาศัยเสียงของ ทุกท่านในการรับรองร่างนี้ และผมอยากจะให้เหตุผล ๒-๓ เรื่องครับ มันเกี่ยวกับ Keyword อยู่ ๒-๓ เรื่อง เรื่องการรัฐประหาร เรื่องการยุบพรรค เรื่องการสร้างสันติภาพและกฎอัยการศึก มี ๓-๔ เรื่องนี้ เดี๋ยวผมจะผูกโยงด้วยกันนะครับ

เรื่องแรก ผมขออนุญาตเล่าประวัติศาสตร์นิดหนึ่ง หลายท่านพูดไปแล้วว่า นี่คือมรดกของการรัฐประหาร แต่รัฐประหารที่ว่านี้ คือรัฐประหาร ๒๕๔๙ ท่านประธานครับ ตัวกฎหมายฉบับนี้เดิมที่ประกาศใช้ในปี ๒๕๕๑ ต้นรากของมันมาจากปี ๒๕๕๐ มีการผลักดัน กฎหมายฉบับนี้ในการประชุม ครม. นัดพิเศษครับ ที่เรียกว่านัดพิเศษ ก็เพราะว่าในวันที่ ๒๔ เมษายน ปี ๒๕๔๙ การประชุม ครม. ที่ตอนนั้นท่านนายกรัฐมนตรี ท่านสุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นประธาน แต่เป็นการประชุมในวันอังคารแรกเลยครับ เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ ที่หัวหน้าคณะรัฐประหาร พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ที่ยึดอำนาจจากรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ก่อนหน้านั้นไม่กี่เดือน วันนั้นท่านใส่ชุด ไม่ใช่ชุดทหาร ท่านใส่ชุดสูท ใส่เสื้อเหลืองข้างใน เดินทางมาประชุมในคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลด้วย วันรุ่งขึ้นนักข่าวก็ตีข่าวครับ ไม่ได้ตีข่าวเรื่องร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ แต่ตีข่าวว่า สนธิแจง ครม. พฤษภาคม อันตราย Mob ลุยล้ม คมช. เป้าเผด็จศึกก่อนตัดสินยุบพรรค อันนี้คือพาดหัวของแนวหน้าในวันที่ ๒๕ เมษายน พฤษภาคมปีนั้น คือศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักไทย หัวหน้า คมช. ไปประเมินสถานการณ์ร่วมกัน อันนี้ตามข่าวที่เปิดในช่วงเวลานั้นนะครับ แต่เรามาทราบ ในเวลาต่อมาว่า ครม. มีมติรับหลักการของพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ซึ่งในเวลาต่อมาต้องเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. หรือว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาตินะครับ ภายในเวลาไม่กี่เดือนหลังจากนั้น กลายเป็นว่านี่ครับ ต้นรากของมันคือการประชุม ครม. ที่หัวหน้าคณะรัฐประหารนั่งหัวโต๊ะคู่กับนายกรัฐมนตรีประชุม ครม. และผ่านร่างกฎหมาย ฉบับนี้ นี่คือรากของมัน ผ่านวาระที่ ๑ ในเดือนตุลาคม วาระที่ ๒ วาระที่ ๓ ท่านประธานครับ น่าเศร้ามาก ๒ วันสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ ๒๓ ธันวาคม ปี ๒๕๕๐ การประชุม ครั้งสุดท้ายของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งตั้งมาโดยคณะรัฐประหาร ผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ ด้วยคะแนนเสียง ๘๕ ต่อ ๐ มีงดออกเสียง ๓ ทั้ง ๆ ที่ในตอนนั้นรอบสภาก็มีการชุมนุม ต่อต้านหลายเรื่อง โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอย่างนี้ครับ ที่ท้ายสุดมาเป็นผลให้ รัฐบาลพลเรือนต้องอยู่ภายใต้กำกับ ต้องเรียกว่าในกำกับเลยนะครับ ในกิจการที่เกี่ยวข้องกับ กระทรวงกลาโหม นี่คือรากของมันครับท่านประธาน และผมคิดว่านี่คือสิ่งที่เป็นหน้าที่ของเรา ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากประชาชน คือการยกเลิก คือการรื้อถอนบรรดา ผลพวงของคณะนายทหารต่าง ๆ นี่คือโอกาสของพวกเราครับ ทั้งพรรคฝ่ายค้าน แล้วก็พรรคฝ่ายรัฐบาล และรวมทั้งรัฐบาลด้วยนะครับ อย่าลืมนะครับ นี่คือช่วงเวลา นี่คือมรดกของคณะรัฐประหารที่ล้มรัฐบาลทักษิณ ๒ ในเวลานั้น และยุบพรรคไทยรักไทย นี่คือที่มาของมันครับ ท่านประธานครับ ผมโยงเรื่องนี้เป็นตัวอย่างว่า อาการที่มันเกิดขึ้นมา จากเชื้อร้ายของคณะรัฐประหารที่ส่งต่อมาถึงรุ่นเรา มีเรื่องหนึ่งที่เรียกได้ว่ายังคาใจอยู่นะครับ คือการยกเลิกการประกาศใช้กฎอัยการศึก กลายเป็นว่าตามมาตรา ๓๔ ของกฎหมายเดิม การจะพิจารณาว่าเมื่อการรบ หรือการสงคราม หรือการปราบปรามการก่อกบฏสิ้นสุดลง หรือมีการยกเลิกประกาศกฎอัยการศึก ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมต้องได้รับ ความเห็นชอบ โดยความเห็นชอบของสภากลาโหม ท่านประธานครับ ท่านประธานคงทราบดีว่า ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เรามีการประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉิน เรามีกฎหมายพิเศษ เยอะแยะมากมาย แต่กฎอัยการศึกยังประกาศใช้อยู่จนปัจจุบันใน ๓ จังหวัด ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารอย่างล้นเกินนะครับ แล้วก็เป็นกรณีที่มีการร้องเรียน มาโดยตลอด เรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน โน่น นี่ นั่น เป็นอย่างนี้มาโดยตลอด ท่านประธานครับ ในช่วงรัฐบาลทักษิณ ช่วง ๒๐ ปีก่อนมีความพยายามในการที่จะออกแบบ กฎหมายในสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นมา เพื่อที่จะทดแทนการใช้กฎอัยการศึก เพราะตอนนั้น มีการประเมินว่ากฎอัยการศึกเป็นยาแรง เป็นการให้อำนาจของกองทัพมากเกินไป ในขณะที่ กองทัพเอง ก็ไม่ได้มีขีดความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์ ที่มีความละเอียดซับซ้อน มีความเกี่ยวข้องกับความแตกต่างทางวัฒนธรรม ชาติพันธุ์ และเจอ กับภัยคุกคามในแบบใหม่ที่กองทัพไม่เคยเจอ การใช้เครื่องมือแรงแบบนั้น ยาแรงแบบนั้น เป็นปัญหาตั้งแต่แรกเลยครับ ทนายสมชาย นีละไพจิตร ที่ในเวลาต่อมาถูกอุ้มหาย ท่านก็เป็นหนึ่งในแกนนำที่ลุกขึ้นมาล่ารายชื่อ ๕๐,๐๐๐ รายชื่อ เพื่อยกเลิกกฎอัยการศึก ตั้งแต่ต้นปี ๒๕๔๗ เกือบ ๒๐ ปีที่แล้ว เป็นอย่างนี้ครับ กลางปี ๒๕๔๘ รัฐบาลทักษิณในเวลานั้น ออก พ.ร.ก. ฉุกเฉินขึ้นมา และประกาศใช้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ วันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๔๘ วันที่ ๒๑ รัฐบาลทักษิณยกเลิกกฎอัยการศึก อันนี้คือเจตนารมณ์ของ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ซึ่งจริง ๆ ก็มีปัญหานะครับ แต่เจตนารมณ์ของรัฐบาลในช่วงนั้น คือลดระดับของการใช้ กฎเกณฑ์พิเศษในการยกเว้นการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน เพื่อรับมือกับปัญหา ความมั่นคง แต่การรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ประกาศใช้อีกครั้งหนึ่งทั่วทั้งประเทศ และใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ใช้จนกระทั่งถึงปัจจุบันครับท่านประธาน การยกเลิกนี่ไม่ใช่ว่ารัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้ง และฟังเสียงของประชาชนมา สะท้อนเสียง แล้วก็อยากจะพิจารณาใช้ เลือกใช้ คัดกรองการใช้มาตรการด้านความมั่นคง โดยมีสิทธิอำนาจอย่างเต็มที่ของรัฐบาล ไม่ใช่นะครับ กฎหมายนี้ต้องฟังกองทัพ ต้องฟังทหารครับ ทั้งที่จริง ๆ แล้วเราฟังคำแนะนำได้ เป็นที่ปรึกษาให้กับรัฐบาลพลเรือนได้ครับ แต่กฎหมายฉบับนี้ผูกเอาไว้ เพราะฉะนั้นนี่คือ โอกาสครับ โอกาสที่รัฐบาลพลเรือนจะได้มีอำนาจเต็มที่ มีความชอบธรรม ฟังเสียงของ ประชาชน และตอบสนองต่อเสียงของประชาชนได้ ของพวกนี้จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการ คลี่คลายปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สร้างสันติภาพในอนาคต เพราะฉะนั้นก็ขอร้องให้กับเพื่อน ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรับหลักการของกฎหมายฉบับนี้ แล้วเรามาหารือกันต่อในวาระที่ ๒ วาระที่ ๓ กันครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านก่อแก้ว พิกุลทอง เชิญครับ

นายก่อแก้ว พิกุลทอง แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ก่อแก้ว พิกุลทอง สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเองต้องขอบคุณผู้เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ เป็นร่างกฎหมายที่พวกผมในฐานะ นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยรอคอยมานับสิบปีแล้วครับท่านประธาน ผมจึงขอเรียนว่า ขอสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้อย่างเต็มที่ แต่อาจจะแตกต่างกันในเรื่องรายละเอียดของ ข้อกฎหมายนะครับ ท่านประธานครับ ประเทศที่มีกฎหมายแบบนี้ มันเป็นเครื่องยืนยันว่า ประเทศนั้น ๆ ไม่เป็นประชาธิปไตย กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ถูกออกแบบมาให้ ผบ. เหล่าทัพ ซึ่งเป็นข้าราชการประจำ ยึดอำนาจ ยึดอำนาจการบริหารจากรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ยึดอำนาจไปโดยสิ้นเชิง ผ่านสภากลาโหม โดยใช้เสียงโหวตในสภา ซึ่งเขาจับมือกัน ท่านประธานครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจึงไม่มีอำนาจและ บทบาทที่ควรจะเป็น ไม่มีอำนาจ ไม่แม้แต่จะย้ายจ่าสักคนหนึ่งครับ ท่านประธานครับ มันน่าอับอายจริง ๆ ไม่มีอำนาจในการบริหารจัดการกองทัพต่าง ๆ ไม่มีอำนาจในการดูแล สิ่งที่ควรจะดูแล มันจึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่ามันเกิดขึ้นกับประเทศไทยมายาวนาน ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่เป็นปัญหานะครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเห็นว่า ข้าราชการ หรือนายทหารท่านใดมีความสามารถสูง มีความตั้งใจสูง ฝักใฝ่ประชาธิปไตย อยากแต่งตั้งโยกย้ายไปอยู่ในจุดที่สำคัญ ช่วยดูแลความมั่นคงของประเทศ ก็ทำไม่ได้เลย มันเป็นปัญหาของประเทศนี้ อำนาจการแต่งตั้งโยกย้ายเหล่านายทหารทั้งหลายอยู่ในมือของ ผบ. เหล่าทัพอย่างเบ็ดเสร็จ มันจึงเกิดปรากฏการณ์ที่ว่าเวลาคนโน้นเป็น ผบ. เหล่าทัพ ก็จะตั้งเพื่อนร่วมรุ่นขึ้นมาเต็มแผง ขยายอำนาจกัน จับมือกัน คุมกองทัพทั้งกองทัพ บางทีก็ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมรุ่น ลูกน้องที่สืบทอดอำนาจต่อ ๆ กันไปก็แต่งตั้งมารับมือ รับไม้ รับตำแหน่งที่จะเติบโตขึ้นในอนาคต จนเกิดสายการบังคับบัญชา หรือกลุ่ม หรือเหล่าเช่นว่า บูรพาพยัคฆ์ หรือว่าวงศ์เทวัญอย่างที่เราเคยได้ยินกันมา และชัดเจน ๓ ป ซึ่งคนไทยก็รู้จักกันดี ส่วน ป สุดท้ายเพิ่งเดี้ยงไม่กี่วันนี้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นเราก็มีปัญหาว่าคนเก่ง คนดีไม่ได้ขึ้น คนของนายเท่านั้นจึงจะได้ขึ้น จึงจะได้ไปทำหน้าที่สำคัญ ท่านประธานครับ ที่ผ่านมาเรามีการยึดอำนาจ ๑๓ ครั้งแล้ว ประเทศไทยทุกครั้งที่กำลังพัฒนาก็จะสะดุด ทุกครั้งจากการยึดอำนาจนายทหารที่แสวงหาผลประโยชน์ และแสวงหาอำนาจทางการเมือง ประเทศไทยเสียหายไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร ทั้งเสียเวลา เสียเงินทอง เสียเกียรติประวัติ คิดดูนะครับ ถ้าเราไม่มีการยึดอำนาจเมื่อปี ๒๕๔๙ เรากำลังเพลิดเพลิน การพัฒนาประเทศภายใต้ การบริหารของดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ประเทศกำลังไปกันอย่างรวดเร็ว เรากำลังได้รับ การขนานนามว่ากำลังจะกลายเป็นเสือตัวที่ ๕ แต่พอยึดอำนาจปุ๊บ เรากลายเป็นหมาหัวเน่า ประเทศนานาชาติเขาไม่คบ ประเทศหยุดชะงัก ถดถอย ถ้าไม่มีการยึดอำนาจวันนั้น ป่านนี้คนไทย ประเทศไทยอาจจะรวยกันถ้วนหน้า ไม่ใช่รวยหนี้เหมือนปัจจุบันนี้ ท่านประธานครับ นี่คือความเสียหายของประเทศ และการยึดอำนาจทุกครั้งจะใช้กำลังหลัก ใน กทม. แม่ทัพภาคที่ ๑ เป็นบุคคลสำคัญในการจัดการเรื่องนี้ แต่ถ้ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมไม่สามารถแต่งตั้งคนที่ไว้ใจได้ให้ไปอยู่ในจุดที่สำคัญแบบนี้ มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะมีการยึดอำนาจอยู่เรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นการที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอร่างกฎหมายนี้มา ก็ต้องขอขอบคุณนะครับ เพื่อเราจะได้ช่วยกันแก้ปัญหาที่มันเป็นมะเร็งร้ายของสังคมไทย ให้หมดสิ้น วันนี้ผมจึงดีใจ แล้วก็เสียดายนิด ๆ ว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านก็มาจากพรรคผมละครับ พรรคเพื่อไทย อยู่ได้ ๑ ปีแล้ว ก็ยังไม่เห็นการขับเคลื่อน การปฏิรูปที่ชัดเจน ก็เข้าใจนะครับ ท่านเองเป็นคนที่เรียบร้อย ประนีประนอม ไม่เหมือน พวกผมที่ตรงไปตรงมา แต่ขอเรียนท่านว่า พวกผมต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมา ๑๐ ปีแล้ว เสื้อแดงอย่างผมตายนับร้อย ติดคุกนับร้อย มีคดีนับสิบ ผมคนเดียวคดีนับสิบ เกิดมาไม่เคย ทำผิดกฎหมาย แต่มาต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยติดคุกไป ๓ รอบ คดีนับสิบ คดีเกี่ยวกับ ความมั่นคงเจอทุกมาตรา ท่านประธาน ขอฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านช้าไม่ได้นะครับ เวลาของเรามา เราก็ดำเนินการเสีย เวลามีอำนาจรีบทำ เวลาไม่มีอำนาจ อยากจะทำ เดี๋ยวมันไม่มีโอกาสได้ทำนะครับ ผมก็ขออวยพรให้ท่านได้ไปต่อ ในการปรับ ครม. ครั้งนี้ แต่ขอฝากให้ท่านช่วยขับเคลื่อนผลักดัน ร่าง พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการ กระทรวงกลาโหมแล้วก็การปฏิรูปกองทัพให้ด้วย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับผู้รัก ประชาธิปไตย และเป็นของขวัญให้กับประเทศไทยที่รักของเราครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านรักชนก ศรีนอก เชิญครับ

นางสาวรักชนก ศรีนอก กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธาน ดิฉัน รักชนก ศรีนอก ผู้แทนจากชาวบางบอน จอมทอง หนองแขม พรรคประชาชนค่ะ วันนี้ขอร่วม อภิปรายใน ร่าง พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมฉบับนี้ด้วยค่ะ จุดประสงค์ สำคัญก็เพื่อทำให้สภากลาโหมมีความยึดโยงกับอำนาจที่มาจากประชาชน ไม่ทำให้รัฐมนตรี เป็นเพียงตรายาง หรือเป็นแค่หนังหน้าไฟของกองทัพ หรือเป็นเพียงแค่โฆษกที่คอยมาแก้ต่าง ๆ ให้กับกองทัพเพียงเท่านั้น แต่เพื่อให้รัฐมนตรีได้มีอำนาจในการดำเนินนโยบายที่หาเสียง กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนเอาไว้ แล้วก็รับผิดรับชอบทางการเมือง หากทำไม่ได้ตามที่สัญญา ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะสนับสนุนใน ๓ ส่วนค่ะ ส่วนแรกคือ การเอาอำนาจการแต่งตั้ง นายพลให้กลับมาอยู่ในมือของรัฐมนตรี โดยใช้ระบบความรู้ความสามารถในการแต่งตั้ง ข้อ ๒ ก็คือลดขนาดสภากลาโหม ความใหญ่เทอะทะที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ ไม่ยึดโยงกับพ่อแม่ พี่น้องประชาชน ข้อ ๓ ก็คือการเปลี่ยน เปลี่ยนการบริหารทุก ๆ อย่างในกองทัพ ไม่ว่าจะเป็น นโยบายหรืองบประมาณจากสภากลาโหม ให้มาอยู่ในมือของรัฐมนตรี ให้ท่านรัฐมนตรีได้เป็น ผู้กำหนดนโยบาย แล้วก็บริหารจัดการกองทัพตามนโยบายที่รัฐบาลได้สัญญาเอาไว้อย่างแท้จริง

ก่อนอื่นค่ะท่านประธาน ในส่วนแรกนะคะ ดิฉันจะอธิบายให้ฟังอย่างนี้ว่า ก่อนที่จะมีการบังคับใช้ พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ปี ๒๕๕๑ การแต่งตั้ง โยกย้ายตำแหน่งข้าราชการทหาร ก็เป็นของรัฐมนตรี แต่เมื่อมีการบังคับใช้ พ.ร.บ. กลาโหม ๒๕๕๑ อำนาจจากรัฐมนตรีเปลี่ยนมาอยู่ในมือของคณะกรรมการพิจารณายศนายพล ซึ่งดูเหมือนจะดีใช่ไหมคะ มีคณะกรรมการ แต่เมื่อดูในรายละเอียดของคณะกรรมการ มีสัดส่วน ที่มาจากรัฐบาลเพียง๒ คนเท่านั้น จาก ๘ คน ก็คือรัฐมนตรี แล้วก็รัฐมนตรีช่วยว่าการ นอกนั้น ก็คือสัดส่วนที่มาจากกองทัพ ก็คือ ปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ. สูงสุด ผบ. กองทัพบก ผบ. กองทัพเรือ ผบ. กองทัพอากาศ แล้วก็มีเจ้ากรมเสมียนตราอีก ๑ คน จะเห็นได้ว่า สัดส่วนส่วนใหญ่ที่มาพิจารณาตำแหน่งนายพล ก็มาจาก ผบ. สูงสุดเหล่าทัพทั้งนั้นค่ะ ซึ่งการดำเนินการเหล่านี้ การใช้อำนาจในลักษณะนี้ เป็นการเซาะกร่อนระบบความรู้ ความสามารถ และเป็นบ่อนทำลายค่ะ บ่อนทำลายอำนาจที่ยึดโยงกับพ่อแม่พี่น้องประชาชน ทำให้อำนาจการแต่งตั้งนายพลยิ่งห่างไกลจากความยึดโยงกับประชาชนออกไปเรื่อย ๆ ค่ะ ท่านประธาน ๓๐ ปีที่ผ่านมา เราให้อำนาจ ผบ. เหล่าทัพได้มีอำนาจในการแต่งตั้งทหาร ยศนายพล ซึ่งมันเป็นการหยั่งรากแก้วให้ลึกลงไปในระบอบเส้นสาย ให้ลึกลงไปในกองทัพ ให้มีโอกาสได้เอื้อให้ทหารชั้นสูงสุดมาจากพวกพ้องเดียวกันทั้งหมด เป็นการสร้างเครือข่าย อำนาจ ดึงพรรคพวกของตัวเองขึ้นมา แล้วมันก็เป็นที่รู้กันดีว่าการจะเสกตำแหน่งนายพล ขึ้นมาสักตำแหน่งหนึ่ง หรือขึ้นมาสักเก้าอี้หนึ่ง จะมาแจกให้เพื่อน ๆ หรือจะมาแจกให้คนที่ อยู่ในเส้นสาย อยู่ในเครือข่ายของท่าน ก็เป็นเรื่องที่ไม่ยากนะคะ แล้วก็นโยบายของกองทัพ ที่ท่านบอกเองว่าท่านอยากที่จะลดจำนวนนายพล ชาตินี้อย่างไรมันก็ลดไม่สำเร็จค่ะ ท่านประธาน ถ้าระบบมันยังเป็นแบบนี้อยู่ เพราะว่ามองไปมองมามันก็เพื่อน ๆ ท่าน มันก็คน รู้จักท่านทั้งนั้นที่ท่านแต่งตั้งมาเป็นนายพล แต่งตั้งมามีอำนาจด้วยกัน แล้วทุกวันนี้สภาแห่งนี้ ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่านายพลจากกองทัพทุก ๆ เหล่าทัพรวมกันมีกี่คน ดิฉันไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่า ท่านรัฐมนตรีรู้หรือไม่ เพราะเมื่อกรรมาธิการ เมื่อสภาขอข้อมูลไป ว่าจำนวนนายพลมีจำนวน เท่าไร ไม่เคยได้รับการตอบกลับมาจากกองทัพเลย ดิฉันนั่งอยู่ในกรรมาธิการงบประมาณ ปี ๒๕๖๘ ขอเอกสารจากกองทัพไป ๑๐๖ ฉบับ กองทัพตอบกลับมา ๐ ค่ะ นี่คือความไม่ต้อง ยึดโยง ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรของกองทัพกับประชาชนเลย และสภาด้วยนะคะ

ส่วนที่ ๒ คือการลดขนาดสภากลาโหม ลดความใหญ่เทอะทะ แต่ไม่ยึดโยง กับประชาชนลง จากเดิมมีขนาดใหญ่ มีจำนวนตำแหน่งมากถึง ๒๘ คน ดิฉันก็เห็นด้วย ให้ลดลงมาเหลือเพียง ๗-๑๒ คน แล้วก็เพิ่มโควตาให้ท่านรัฐมนตรีได้แต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ ได้เพิ่มมากขึ้น ให้มันเป็นสัดส่วนที่ยึดโยงกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

ส่วนที่ ๓ คือปัจจุบันสภากลาโหมกลายเป็นว่าเปรียบเสมือนเป็นผู้บริหาร กองทัพไปแล้วค่ะท่านประธาน จากกฎหมายในปัจจุบัน สภากลาโหมนี้แทบจะกุมชะตา กุมอำนาจ กุมนโยบายในการบริหารกองทัพทั้งหมดค่ะ ท่านรัฐมนตรีเป็นเสมือนเพียงตุ๊กตา หรือเป็นไม้ประดับ เป็นตรายางให้สภากลาโหมเท่านั้นค่ะ น่าสงสารท่านด้วยนะคะ สภากลาโหมสามารถมีอำนาจในการที่จะบริหารนโยบายทางการทหาร สามารถระดม สรรพกำลัง ปกครอง บังคับบัญชาภายในกองทัพได้เบ็ดเสร็จ แล้วก็สามารถพิจารณา งบประมาณต่าง ๆ ที่จะใช้ในกองทัพได้ แถมการเสนอกฎหมายนี่ค่ะ ท่านประธาน ก่อนที่จะเข้าสู่ ครม. ก่อนที่จะมาสู่สภา ยังจะต้องผ่านสภากลาโหมก่อนด้วยนะคะ อะไรมันจะยิ่งใหญ่ขนาดนั้น แต่สิ่งที่ออกมาจากสภากลาโหม ถ้าท่านทำไม่ดี ไม่ทำตามที่พูดไว้ ไม่สามารถทำตามนโยบายของรัฐบาลได้สำเร็จ สภากลาโหมไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย คนที่โดนด่า คือท่านรัฐมนตรี ดังนั้นสุดท้ายนี้ที่ดิฉันอยากจะฝากไว้ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของตัวบุคคล ไม่ใช่เรื่องของว่ารัฐมนตรีจะเป็นใคร หรือว่ามาจากพรรคไหน ตระบัดสัตย์หรือเปล่านะคะ แต่มันเป็นเรื่องของระบบ มันเป็นเรื่องของโครงสร้างอำนาจที่เราต้องทำให้ดี ไม่ว่าพรรคไหน ไม่ว่ารัฐบาลไหนที่มาดำรงตำแหน่งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะต้องสามารถดำเนิน ตามนโยบายที่สัญญาเอาไว้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้ เพราะเรื่องของความรับผิดรับชอบ เป็นสิ่งสำคัญ ถ้าสภากลาโหมไม่ทำตามนโยบาย หรือไม่ทำตามสิ่งที่สัญญาไว้ เขาไม่ต้อง รับผิดชอบอะไร แต่อย่างน้อยท่านรัฐมนตรีที่มาจากรัฐบาลที่มาจากประชาชน มีความยึดโยง กับประชาชน ถ้าท่านไม่ทำตามนโยบายที่ท่านได้หาเสียงไว้ ท่านถูกประชาชนด่าได้นะคะ ท่านไปเดินหาเสียงกลางตลาด ท่านอาจจะถูกด่าได้ แต่สภากลาโหมไม่มีใครสามารถแตะต้อง อะไรได้เลย และประชาชนก็จะได้เรียนรู้เองค่ะว่า จะสนับสนุนรัฐบาลที่เอาคนไร้คุณภาพ แบบนี้มาเป็นรัฐมนตรีหรือเปล่า แต่ถ้าท่านเอาอำนาจทั้งหมดไปอยู่กับสภากลาโหม ต่อให้ เป็นคนไร้คุณภาพมาบริหาร ประชาชนก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ดังนั้นดิฉันเห็นด้วยกับ พระราชบัญญัติฉบับนี้ ที่จะคืนอำนาจให้กับท่านรัฐมนตรี เพราะว่าขนาดเพื่อนร่วมพรรค ของท่าน ท่านเมื่อสักครู่ที่อภิปรายไปยังบอกเลยว่า ๑ ปีที่ผ่านมาท่านไม่มีผลงาน น่าสงสาร ท่านนะคะ ที่เพื่อนร่วมพรรคของท่านเองก็มา Guarantee ในสิ่งนี้ ดิฉันก็อยากที่จะสนับสนุน เพื่อที่จะให้สภากลาโหมได้วางตน ได้ครองตนให้อยู่ในสถานะที่ปรึกษาเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาเยาวชน คนรุ่นใหม่กับการเรียนรู้วิถีประชาธิปไตย ซึ่งจัดโดยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา จำนวน ๑๖๘ ท่าน สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ ต่อไปนะครับ ท่านจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ เชิญครับ

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๒๘ รัฐบาลของ พลเอก เปรม ก็ทำให้ข้าราชการทหารกลายมาเป็นผู้บังคับบัญชา สูงสุดของกระทรวงกลาโหม แทนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่ประชาชนเลือกมา โดยปริยาย เพราะว่าเขาสามารถที่จะควบคุมมติในสภากลาโหมได้ ในฐานะที่มีจำนวน กรรมการในสภา มากกว่าตามกฎหมาย แล้วก็มีมติสำคัญ ๆ ก็เป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชา ของทหารทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นนโยบายทางการทหาร การปกครองในกองทัพ การกำหนด สายบังคับบัญชา การจัดสรรงบประมาณ พิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องได้เอง พวกเขา สามารถเปิดประชุมแล้วก็ลงมติกันได้เอง โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีรัฐมนตรีนั่งอยู่ในนั้นก็ได้ จนปี ๒๕๔๙ ตอนนั้นรัฐบาลของคุณทักษิณ บิดาของท่านนายกรัฐมนตรี ก็ถูกกองทัพ ยึดอำนาจทำรัฐประหาร สนช. ที่มาจากการแต่งตั้งของรัฐประหารชุดนั้น ก็ได้แก้ไข สาระสำคัญครั้งใหญ่ของกฎหมายฉบับนี้อีกครั้งหนึ่ง จนกลายเป็นกฎหมายที่เราใช้อยู่ใน ปัจจุบัน ก็คือ พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ปี ๒๕๕๑ ตั้งแต่เพิ่มอำนาจ ในการกำหนดพื้นที่ทางการทหาร สามารถจัดตั้งหน่วยงาน ยกเลิกหน่วยงานเองได้ ประกาศใช้กฎอัยการศึกได้ กำหนดภารกิจทางทหารในยามสงบได้ทั้งหมด โดยที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมทำได้เพียงก้มหน้าแล้วก็ปฏิบัติตามเท่านั้น ซึ่งมติของ สภากลาโหมมีผลทางกฎหมายผูกพันให้รัฐมนตรี แล้วก็หน่วยงานภายใต้กระทรวงกลาโหม ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ผมอยากให้ย้อนกลับไปฟังการอภิปรายของสมาชิกสภานิติบัญญัติที่มาจาก การแต่งตั้งทั้งหมดของคณะรัฐประหาร คมช. ในการประชุม สนช. ครั้งที่ ๖๐ วันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๐ มีผู้อภิปราย ๓ ท่านที่มีประเด็นน่าสนใจ ท่านแรก พลเอก บุญรอด สมทัศน์ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่มาจากการแต่งตั้งในขณะนั้น เป็นผู้เสนอกฎหมาย ท่านก็ไม่ได้ให้เหตุผลอะไรมากมายครับ แค่บอกว่าปรับปรุงให้เหมาะสมกับปัจจุบันเฉย ๆ อีกท่านหนึ่งครับ ที่ให้เหตุผลค่อนข้างชัดเจน ก็คือท่าน พลเอก โชคชัย หงส์ทอง ซึ่งต่อมา ได้เป็นประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ด้วย ท่านอภิปรายว่า ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นการแบ่งแยกระหว่างอำนาจของฝ่ายการเมืองและฝ่ายทหารให้อยู่ ในลักษณะสมดุลกัน มีการถ่วงดุลเพื่อป้องกันมิให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซง การปฏิบัติงานของฝ่ายทหารมากเกินไป อีกท่านหนึ่งครับ พลเรือเอก ประเสริฐ บุญทรง ท่านอภิปรายว่า กระผมเข้าใจในเจตนารมณ์ของกรรมาธิการที่เติมการแต่งตั้งโยกย้ายนายพล เพื่อคานอำนาจระหว่างผู้บังคับบัญชากับการเมือง ซึ่งมักจะมีปัญหาก้าวก่ายหน้าที่กันในอดีต บางครั้งทางผู้บังคับบัญชาเสนอไปวิเคราะห์พิจารณาอย่างเป็นธรรมแล้ว ก็ถูกการเมืองแก้ไข ไม่รับฟังเหตุผลจากผู้บังคับบัญชาแต่ประการใด จนสุดท้ายครับ สนช. ที่มาจากการแต่งตั้ง ก็ผ่านการเห็นชอบ ๘๕ เสียง โดยไม่มีใครไม่เห็นด้วยเลย ก็ไม่น่าแปลกครับ เพราะว่า สนช. ชุดนี้มีนายพลเข้าไปนั่งเป็น สนช. เกือบ ๆ ๘๐ คน จนกลายเป็นปัญหาจนถึงทุกวันนี้ครับ ท่านประธาน ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ จนถึงวันนี้อำนาจของข้าราชการทหารอยู่เหนือรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด กองทัพเป็นเอกราช จากประชาชน กองทัพไทยวันนี้เสมือนเป็นรัฐอิสระที่ปกครองตนเอง รัฐอิสระบนเนื้อที่ ประมาณ ๕-๖ ล้านไร่ ตั้งอยู่ในประเทศไทยของเรานี่ละ ในลักษณะของค่ายทหาร ที่กระจายกันอยู่ในประเทศไทยประมาณ ๑๒๐ กว่าแห่ง ล้อมรั้วขอบมิดชิดครับ ไม่อนุญาต ให้ใครเข้า ถ้าไม่ได้รับอนุญาต บางพื้นที่ถึงขนาดผลิตประปา ผลิตไฟฟ้าใช้เอง เหลือก็ขาย ให้ประชาชนคนไทยของเราด้วย บางพื้นที่ก็ขุดเจาะน้ำมัน ซึ่งเป็นทรัพยากรของชาติเรา เอาไปขายโดยที่ไม่จำเป็นต้องจ่ายภาษีให้เราสักบาทเดียว รัฐอิสระแห่งนี้ได้รับงบประมาณ ที่ประเทศไทยของเราจัดสรรให้มากกว่าปีละ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งกองทัพสามารถใช้จ่าย ได้อย่างอิสระ ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น แถมยังสามารถเกณฑ์เอาประชาชนคนไทย ไปเป็นขี้ข้ารับใช้ในค่ายทหารได้ปีละเป็นแสนคนทุกปี นี่คือปัญหาของประเทศไทยครับ ที่ทำให้การเมืองของเรามีแต่วิกฤติมาโดยตลอด เมื่อไรที่รัฐบาลจะเข้าไปยุ่มย่ามกับกองทัพ รถถังก็จะถูกเอามาใช้งานครับ เพราะถ้าไม่ยึดอำนาจ รถถังก็จะมีไว้เพื่อกิน Commission เท่านั้นละ กองทัพไทยวันนี้ใหญ่กว่าประชาชนมาก ๆ เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้ นี่คือเหตุผล ที่จำเป็นต้องแก้ไขร่างกฎหมายฉบับนี้ ผมดีใจที่ท่านสุทินมาฟังด้วย ผมได้ฟังท่านสุทินชี้แจง แล้วก็แถลงการประชุมสภากลาโหมครั้งล่าสุด เรียนตามตรงครับท่านรัฐมนตรี อนาถใจมาก เลยครับ ที่ท่านตอบคำถาม ท่านถูกนักข่าวจี้ถามในเรื่องที่ท่านรู้อยู่แก่ใจว่าท่านไม่ได้มีอำนาจ แต่ท่านก็ต้องตอบเหมือนท่านมีบท มีอำนาจ ผมสงสารจริง ๆ ผมต้องเรียนตามตรงว่า เราไม่ควรจะอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ไม่มีเหตุผลเลยครับ ให้สภาของเรา ซึ่งเป็นผู้แทนของ ประชาชนไม่รับหลักการร่างกฎหมายฉบับนี้ ที่จะตัดอำนาจของสภากลาโหม ตัดอำนาจของ ข้าราชการทหารทั้งหมดให้มาอยู่ที่รัฐมนตรี ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน แต่ประเด็น คืออย่างนี้ครับท่านประธาน รัฐบาลที่กำลังรักษาการอยู่ขณะนี้ ท่านจะมาอุ้มร่างนี้ไปศึกษาก่อน ศึกษาอะไรครับ ใครจะศึกษาครับ คือมีโอกาสที่จะแก้ไขความผิดปกติของบ้านเมืองแล้ว ทำไมไม่รีบแก้ นี่คือสิ่งที่สร้างปัญหาให้กับประเทศไทยมาโดยตลอด ทำไมไม่รีบทำ ร่างนี้ ผ่านการรับฟังความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก็คือทุกหน่วยงานในกระทรวงกลาโหม เรียบร้อยแล้ว ถามว่าแล้วทำไมท่านไม่เสนอร่างประกบเข้ามา ท่านอาจจะตอบว่าทำไม่ทัน ทำไมถึงไม่ทันครับ ก็เพราะอำนาจสภากลาโหมไม่ใช่หรือครับ ที่จะต้องผ่านร่างของท่านก่อน ถึงจะส่งเข้าสภาได้ แล้วก็ช้า เห็นท่านสุทินออกไปโฆษณาตั้งแต่เมษายนแล้ว ที่บอกจะแก้ กฎหมาย เพื่อที่จะป้องกันรัฐประหารโน่น นี่ นั่น นี่ผ่านมา ๔-๕ เดือนแล้วครับ ไปช้าอยู่ที่ สภากลาโหมนั่นละ อีกอย่างนะครับ ตอนนี้ในขณะนี้ท่านเป็น ครม. รักษาการนะครับ ครม. รักษาการท่านควรจะอุ้มกฎหมายไปแบบนี้หรือเปล่า ผมถามหน่อย ครม. รักษาการ ท่านจะอุ้มไปให้ใครศึกษาเอาอย่างนี้ดีกว่า ใครจะเป็นรัฐมนตรีบ้างยังไม่รู้เลย เมื่อเช้าเห็น เพิ่งส่งหนังสือไปเทียบเชิญพรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์เขาจะมาร่วมหรือเปล่า ยังไม่รู้เลยครับ เขาอาจจะไม่อยากเป็น ครม. กับท่านก็ได้ แต่ท่านก็ยังจะอุ้มไปให้ใครก็ไม่รู้ ที่จะมานั่งเป็นรัฐมนตรีไปศึกษาหรือครับ ร่างกฎหมายฉบับนี้ เป็นการเพิ่มอำนาจให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็น ครม. ของท่าน อันนี้ประโยชน์ตกที่ท่านเต็ม ๆ รัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นใครที่จะมา นั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ประโยชน์เต็ม ๆ เลย ทั้งอำนาจในการออก นโยบาย กำหนดงบประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ไม่เอาหรือครับ ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ ที่ฝ่ายค้านจะเสนอกฎหมายเพิ่มอำนาจให้รัฐบาล เกิดมาท่านเคยเห็นพรรคฝ่ายค้าน ที่ประเสริฐขนาดนี้หรือครับ ไม่มีอีกแล้วครับ ถ้าจะอุ้ม ผมขอเหตุผลชัด ๆ หน่อยครับ ท่านรัฐมนตรี เพราะถ้าฝ่ายค้านป้อนให้ขนาดนี้ท่านยังไม่รีบงับ ก็ไม่รู้จะเป็นรัฐบาลทำไมครับ อย่าเป็นเลยครับ ประเคนให้ท่านขนาดนี้ยังจะอุ้มกฎหมายฉบับนี้ไป ผมถามนิดหนึ่งครับ ท่านเกรงใจกองทัพขนาดนั้นเลยหรือครับ ถึงต้องมาอุ้มกฎหมายฉบับนี้ไป ทั้ง ๆ ที่ท่าน ก็เห็นด้วยอยู่แล้วว่าต้องแก้ ท่านกลัวกองทัพขนาดนี้เลยหรือครับ รัฐบาลของท่านยินดีที่จะ ให้กองทัพขี่คอแบบนี้ต่อไปใช่ไหมครับ พวกท่านเป็นคนที่ประชาชนเลือกมาไม่ใช่หรือครับ รัฐบาลของท่าน รัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่เคยถูกกองทัพกระทำย่ำยีมาสารพัดในอดีต ท่านตอบหน่อยพวกท่านเกรงใจกองทัพมากกว่าเกรงใจประชาชนหรือเปล่า พวกท่านเป็น ตัวแทนประชาชน แต่กลัวทหารขนาดนี้ จะเป็นรัฐบาลต่อไปจริง ๆ หรือครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ เชิญครับ

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานครับ เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมที่เรากำลังพิจารณาอยู่ โดยหลักการ โดยภาพรวมแล้ว ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดี เพราะว่าในพระราชบัญญัติปัจจุบันที่บังคับใช้กันอยู่นั้น ได้มีการ เปลี่ยนแปลงในสมัยที่ประเทศของเราไม่ได้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ทำให้ร่าง พระราชบัญญัติดังกล่าวยังขาดความสมดุล ยังขาดความเหมาะสมที่จะเป็นกฎหมาย ที่เป็นกฎหมายที่จะบังคับใช้ในสถานการณ์ทั่วไปของประเทศไทย มีความจำเป็นที่จะต้องมี การแก้ไขพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งในร่างที่มีการแก้ไขกันนั้น ก็มีอยู่ประมาณ ๓ ประเด็น ที่เป็น ๓ ประเด็นหลัก

ประเด็นที่ ๑ ก็จะอยู่ในมาตรา ๔๒ ที่แก้ไขในเรื่องขององค์ประกอบ ของสภากลาโหม ซึ่งแต่เดิมมีอยู่ประมาณ ๒๖ ท่าน ถ้าหากว่ามีรัฐมนตรี ๑ ท่าน รัฐมนตรี ช่วยว่าการ ๑ ท่าน จะมีประมาณ ๒๖ ท่าน แต่ใน ๒๖ ท่านนั้นเป็นข้าราชการประจำสังกัด กระทรวงกลาโหม ๑๙ ตำแหน่ง ที่เป็นโดยตำแหน่งอีก ๓ ตำแหน่งรัฐมนตรีมีอำนาจแต่งตั้ง แต่ก็ต้องขอมติ ขอความเห็นชอบจากสภากลาโหมเสียก่อน แล้วก็มีอีก ๒ ท่านก็เป็น ข้าราชการสังกัดกระทรวงกลาโหม รวมแล้ว ๒๖ ท่าน ดังนั้นการดำเนินการต่าง ๆ ของ กระทรวงกลาโหม จึงอยู่ภายใต้การบริหารของข้าราชการประจำ ก็คือข้าราชการทหาร ทำให้ขาดความสมดุลในเรื่องของการมีส่วนร่วมของตัวแทนประชาชนครับ

ส่วนอีกมาตราหนึ่งครับท่านประธาน ก็คือมาตรา ๔๓ ซึ่งเป็นอำนาจของสภา กลาโหม ซึ่งแม้จะกำหนดไว้ว่ามีประมาณ ๖ ด้าน แต่อำนาจที่แท้จริงยังกระจายอยู่ในมาตรา อื่น ๆ อีกด้วย โดยเป็นการที่นำอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาใช้ เนื่องจากว่าในหลาย ๆ มาตราก็จะเขียนว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยความเห็นชอบ ของสภากลาโหม นั่นก็หมายความว่า อำนาจที่แท้จริงนั้นอยู่ที่สภากลาโหมนั่นเอง ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องแก้ไขครับ ซึ่งร่างที่เพื่อนสมาชิกแก้มาในมาตรา ๔๒ ท่านก็แก้ไขเป็น สัดส่วนที่มาจากข้าราชการทหารโดยตำแหน่งประมาณ ๕ ตำแหน่ง และอีก ๙ ตำแหน่ง ๒ ตำแหน่ง ก็เป็นรัฐมนตรี รัฐมนตรีช่วยว่าการ แล้วอีก ๕ ตำแหน่ง ก็มาจากการที่รัฐมนตรีโดย ความเห็นชอบของมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นตัวแทนประชาชน และอีก ๒ ตำแหน่ง ท่านก็แต่งตั้งขึ้นโดยอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทำให้ดุลอำนาจกลับมา ที่ตัวแทนของประชาชนมากขึ้น แต่สัดส่วนนั้นจะมีความเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร ก็สามารถ ที่จะพิจารณาได้ในชั้นกรรมาธิการ หรือในโอกาสต่อไปครับ แต่ในส่วนของอำนาจพอมีการเปลี่ยนมาตรา ๔๓ พอแก้ไขว่า ให้มีอำนาจ สภากลาโหม มีอำนาจเฉพาะเรื่องการให้คำปรึกษา มันก็เลยเกิดความอาจจะแปลกไปบ้างเล็กน้อย ในเมื่อในทางหนึ่ง ถ้าหากว่ามีการเปลี่ยนโครงสร้างของสภากลาโหมให้มีตัวแทนของ ประชาชนมีอำนาจมากขึ้น ความจำเป็นที่จะเปลี่ยนอำนาจของสภากลาโหมก็อาจจะ ไม่จำเป็น ก็เป็นประเด็นหนึ่ง ที่ขออนุญาตตั้งเป็นข้อสังเกตก็แล้วกันนะครับว่า จริง ๆ แล้ว การแก้ไขมาตรา ๔๒ กับมาตรา ๔๓ ถ้าเราแก้องค์ประกอบของสภากลาโหมไปแล้ว อำนาจของสภากลาโหมจริง ๆ แล้วก็อาจจะไม่จำเป็นต้องแก้ไขก็ได้

ส่วนในเรื่องของการแต่งตั้งข้าราชการ หรือตำแหน่งนายพลในกระทรวง กลาโหมนั้น ก็จะอยู่ในมาตรา ๒๕ ซึ่งผมก็เห็นด้วย ที่ถึงแม้เพื่อนสมาชิกจะมีการเสนอแก้ไข แต่ก็มิได้ไปก้าวล่วงเรื่องการแต่งตั้งของกระทรวงกลาโหมแต่อย่างไร เนื่องจากว่ามาตรา ๒๕ วรรคสาม ก็ยังคงเดิม ก็คือมีองค์ประกอบของคณะกรรมการการแต่งตั้ง นายพลก็ยังคง เหมือนเดิม ก็ถือว่าร่างฉบับนี้เขียนมาได้ค่อนข้างดีพอสมควร ก็อาจจะมีบางประเด็นที่ ขออนุญาตตั้งเป็นข้อสังเกตไว้ ซึ่งถ้าหากว่าจะได้มีการพิจารณาต่อไปในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น ในชั้นของกรรมาธิการ หรือทางรัฐบาลจะนำกลับไปปรับปรุง หรือศึกษาต่อ หรือไปพิจารณาต่อ ก็ขออนุญาตตั้งเป็นข้อสังเกตไว้ เพื่อจะให้ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งผมเชื่อว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่วนใหญ่ในที่นี้ก็คงจะเห็นชอบ แต่ว่าในเรื่องรายละเอียดก็อาจจะ แตกต่างกันไป หรือในเรื่องของวิธีการก็อาจจะแตกต่างกันไป ก็ขออนุญาตให้ข้อสังเกต และให้ความเห็นไว้ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ผู้เสนอญัตติสามารถอภิปรายสรุปได้อีก ๑ ครั้ง ท่านจะสรุปไหมครับ เชิญครับ

เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตลาดพร้าว บึงกุ่ม พรรคประชาชนครับ หลังจากที่ได้นั่งฟังเพื่อนสมาชิกอภิปรายมาหลายท่าน ก็ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่มีความเห็นพ้องในหลาย ๆ ประเด็น รวมถึงข้อสังเกต ในข้อแตกต่างบางประการ แต่ก็พอจะรวบรวมชุดความคิดเบื้องต้นได้ว่า ทุกคนเห็นพ้อง ต้องกันว่าร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ฉบับปัจจุบันนั้นมีปัญหา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับว่า วันนี้ตำแหน่งของท่านอาจจะอยู่ไม่นาน ก็อยากจะชวนท่านสร้างเป็นตำนานในการ เปลี่ยนแปลงพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานครับ ทางไปสู่เกียรติศักดิ์ จักประดับดอกไม้ หอมยวนชวนจิตไซร้ ไป่มี ผมก็ขอชวนท่านรัฐมนตรีและเพื่อนสมาชิกทุกท่านร่วมบนทางเดิน สายนี้ สู่การเปลี่ยนแปลงการจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมครั้งยิ่งใหญ่ ในเมื่อ ทุกท่านก็เห็นพ้องขนาดนี้แล้ว ผมก็คิดว่าไม่ควรที่จะต้องเอากลับไปพิจารณาในที่ใดอีก เพราะเรายังมีชั้นกรรมาธิการในอนาคตอีกหลายอย่าง สำหรับข้อสังเกตหลาย ๆ ประเด็น ก็ขออนุญาตน้อมรับ แล้วก็ขอขอบคุณ แล้วก็ในคำติหรือคำชมทั้งหลายก็ขอน้อมรับเอาไว้ แล้วก็เรียนท่านประธานครับ หวังเป็นอย่างยิ่งครับว่าร่างนี้จะได้ไปต่ออย่างสะดวกสวยงาม และเป็นตำนานของรัฐมนตรีที่ชื่อว่า สุทิน คลังแสง ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีขอชี้แจง เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มาในฐานะตัวแทนของ คณะรัฐมนตรี ก็ขอบคุณสมาชิกที่ได้ยื่น พ.ร.บ. ฉบับนี้ โดยมีกุศลและเจตนาที่อยากจะมี การปรับปรุงหรือปฏิรูปกองทัพให้เป็นกองทัพที่ทันสมัย แล้วก็สนองตอบประชาชน อันนี้คิดไม่ต่างกัน ที่คิดไม่ต่างกัน ผมกำลังจะเรียนว่าที่กระทรวงกลาโหมเอง กฎหมายฉบับนี้ กำลังจะเสร็จ ได้ผ่านขั้นตอนที่สำคัญมาแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนที่จะต้องเข้า ครม. สั้น ๆ นิดเดียว เพราะฉะนั้นก็เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า ทางกองทัพเองก็ไม่ปฏิเสธที่จะปฏิรูป กองทัพเอง ก็ไม่ปฏิเสธสำหรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่อาจจะมีข้อคิดเห็นที่แตกต่างกันอยู่บ้าง นิดหน่อย ซึ่งก็จะนำเสนอร่างเข้าประกบกับร่างนี้ ซึ่งก็ยังเชื่อว่ามีร่างของพรรคการเมือง อยู่อีก ที่เข้าใจว่ามีอยู่ ๑-๒ พรรคที่จะเสนอเช่นกัน เพราะฉะนั้นด้วยเจตนาเดียวกันที่จะมี การแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ เพื่อให้เกิดการพัฒนา ผมเชื่อว่าการรอกันสักนิดหนึ่ง แล้วช่วงที่รอนี้ ขอนำกลับไปดูเพื่อให้ละเอียดรอบคอบ ไม่น่าจะเป็นเรื่องเสียหาย แล้วไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ จะต้องมากล่าวหากันว่าปฏิเสธการปฏิรูป หรือปฏิเสธกฎหมายฉบับนี้ ผมกราบเรียน ให้ท่านสบายใจได้ว่าการที่ท่านเสนอกฎหมายฉบับนี้ ผมเชื่อว่าท่านจะไปสู่เป้าหมาย แต่อาจจะได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หรือไม่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ นี่เป็นเรื่องของสภา ซึ่งคาดหมายยาก ที่ผมเรียนให้ท่านทราบอย่างนี้ก็คือว่า ร่างกฎหมายของ ครม. ซึ่งมีต้นทางมาจาก กระทรวงกลาโหม มีการแก้ไขในสาระที่ไม่ต่างจากที่ท่านยื่น เช่น ท่านขอเปลี่ยนแปลง โครงสร้างสภากลาโหม ฉบับของสภากลาโหม ฉบับ ครม. ก็มีการยื่นเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง สภากลาโหมเช่นเดียวกัน และที่มากไปกว่านั้นก็คือ ฉบับของกระทรวงกลาโหม หรือ ครม. มีการบัญญัติไว้เพื่อสกัดกั้น ยับยั้ง การใช้อำนาจของกองทัพมาทำการรัฐประหารด้วย แล้วก็เรียนให้ท่านสบายใจอีกอย่างว่า ท่านจะเข้าใจผิดหรือเข้าใจถูก ท่านฟังอย่างนี้นะครับ ผมนั่งฟังหลายท่านพูดมาวันนี้ หลายท่านเข้าใจถูก หลายท่านเคยเข้าใจเหมือนที่ผมเข้าใจ ตอนผมนั่งอยู่ข้างนอกเหมือนทุกท่าน ผมก็มองสภากลาโหมแบบนี้ ผมมองสภาแต่งตั้ง นายพลแบบนี้ละ นั่นเป็นความรู้จากการที่เราได้ฟังกันมา แต่พอความรู้ได้เกิดจากการสัมผัส ความรู้ที่เกิดจากการสัมผัสหรือการปฏิบัตินี่มันต่างไป ก็เลยถือโอกาสสั้น ๆ จะเล่าให้ท่านฟังว่า ๑๑ เดือนกว่าที่ผมไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดิมผมกลัว ผมมองว่า สภากลาโหมน่ากลัวมาก วันที่ผมจะเข้าไปประชุมสภากลาโหม ผมจะต้องไปเจออะไรบ้าง เพราะภาพมันน่ากลัวมาก โครงสร้างทั้งหมดเป็นฝ่ายกองทัพ แล้วเราเป็นรัฐมนตรี ฝ่ายการเมืองไปคนเดียวด้วย ยุคก่อน ๆ มีรัฐมนตรีช่วยว่าการ ยังมี ๒ คน ยุคผมมีรัฐมนตรี คนเดียว เข้าไปจะเผชิญอะไรบ้าง คิด สภาแต่งตั้งนายพลก็เช่นกัน สภานี้เราอภิปรายกัน ทั้งหมดมองว่าเป็นสภาที่ผูกขาดการแต่งตั้ง ผมก็คิดเหมือนกันว่าเวลาเขาแต่งตั้งจริง ๆ ผมเข้าไปผมไปทำอะไรได้ แต่ความจริงที่พบ ท่านทราบไหมครับ ผมก็คุยให้ใครต่อใครฟัง ๑๑ เดือนที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประชุมสภากลาโหมเดือนละครั้ง รวมแล้วก็ประมาณ ๑๑ ครั้ง มีวาระสำคัญ ๆ ที่ผ่านเข้าไปที่นี่เยอะ เรื่องปรับลดกำลังพล ที่หลายท่านบอกว่าผมไม่ทำอะไร มีกระทรวงเดียวที่ลดงบประมาณด้านกำลังลดลงได้ กระทรวงอื่นในงบปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ ท่านไปดู ไม่มีกระทรวงไหนที่ลดงบประมาณ ด้านกำลังพลลง แต่กระทรวงกลาโหมลดลง ๒ เปอร์เซ็นต์ ๒ เปอร์เซ็นต์ ท่านอาจจะดูว่าไม่มาก แต่มันมากตรงที่ว่ามันไม่เคยมีกระทรวงใดลดได้ แต่กระทรวงกลาโหมลด แล้วท่านทราบไหมว่า มติอย่างนี้พอเข้าสภากลาโหม หลายคนบอกว่าสภาต้องไม่ยอม สภาต้องคัดค้าน เพราะไป ปรับลดนายพลบุคลากรของเขาลงเยอะ ๑๑ ครั้งที่ผมประชุมสภากลาโหมนี่ไม่เคยโหวต แม้แต่ครั้งเดียว ไม่เคยมีความเห็นต่างถึงขั้นได้โหวต มีต่างบ้างเล็กน้อย รัฐมนตรีก็ใช้วิธีการ พูดคุย เหตุผล จบ ท่านไปดูบันทึกการประชุมสภากลาโหมไม่เคยโหวตแม้แต่ครั้งเดียว นี่มันก็แสดงได้ว่าสมาชิกสภาแห่งนั้น เขาก็ได้ให้เกียรติกับรัฐมนตรีที่ไปจากพลเรือน แล้วการตกลงมติใด ๆ ก็พูดกันด้วยเหตุ ด้วยผล

(นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา

ท่านประธานขอประท้วงครับ ท่านประธานครับ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ผู้แทนราษฎรฉะเชิงเทรา พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีอภิปรายอะไรครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ประท้วงข้อไหน

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา

ข้อ ๙ ครับท่านประธาน ท่านต้อง ควบคุมการประชุม ท่านรัฐมนตรีจะอุ้มกฎหมาย หรือว่าจะอะไรครับ ผมว่าที่ให้เหตุผลนี้ไม่ใช่ เรื่องที่จะอุ้มกฎหมายนะครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ข้อ ๙ นะครับ

นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ก็จริง ๆ แล้ว ก็อธิบายให้ท่านฟัง เพราะหลายท่านได้เรียกร้องให้ผมอธิบาย

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีครับ เดี๋ยวนะครับ คือท่านก็ได้อภิปรายท่านรัฐมนตรีนะครับ ท่านได้เอ่ยชื่อ รัฐมนตรีสุทิน แล้วผมก็คิดว่าท่านมีโอกาสตอบนะครับ ให้โอกาสท่านตอบ เพราะเสียหาย เพราะว่าท่านจิรัฏฐ์ได้พาดพิง ผมก็ฟังอยู่นะครับ ท่านเสียหายครับ ผมให้โอกาสท่านตอบครับ

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา

ท่านประธานครับ ผมพาดพิง ในเหตุผลที่ว่า ถ้าท่านจะอุ้มกฎหมายฉบับนี้ไปครับ ถ้าท่านจะชี้แจง ท่านก็ชี้แจงว่าทำไม ท่านถึงจะอุ้ม นั่นคือการตอบประเด็นที่ผมพาดพิงครับ แต่ถ้าท่านร่ายไปเรื่อย ท่านอภิปราย อะไรก็ไม่รู้ครับอันนี้

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านได้บอกว่าท่านเป็นรัฐมนตรีมามีโอกาสก็ทำเสีย อันนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมท่านจะทำ หรือไม่ทำนะครับ เชิญท่านอธิบายต่อเลยครับ

นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมครับ ผมต้องขอบคุณ ท่านประธาน ท่านประธานจับประเด็นถูก แต่คนพูดไม่จับประเด็นตัวเอง ท่านจิรัฏฐ์ ท่านสมาชิก ถ้าท่านยังมีความจำนะ ถ้าไม่สั้นเกินไป ท่านบอกว่าสงสารรัฐมนตรีสุทิน อนาถใจกับรัฐมนตรีสุทิน ทำอะไรไม่ได้ เข้าไปไม่มีผลงาน อย่างนี้พาดพิงไหมครับ เสียหายไหมครับ แล้วท่านทำไมกลัวผมจะต้องตอบ ผมพูดท่านกลัวทำไม ผมจะพูดให้ ท่านเข้าใจ เพราะท่านบอกว่าสงสารผมด้วย ผมจะบอกว่าผมสงสารท่านที่ท่านพูดเท่าที่ท่านรู้ คนที่พูดเท่าที่ตัวเองรู้นี่น่าสงสาร ที่ไม่รู้ก็ไม่รู้ ก็ไม่ได้พูด ผมจะเติมให้ ท่านครับ ผมกำลัง จะบอกว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่มีใครขัดข้องนะ กระทรวงกลาโหมเขาไม่ขัดข้องหรอก เขายินดี ที่จะเสนอกฎหมายเข้ามาประกบ แล้วเสนอเข้ามาตรงกับทุกประเด็นที่ท่านเสนอด้วย เพราะฉะนั้นกำลังจะบอกว่า แม้แต่กฎหมายฉบับนี้ ร่างฉบับนี้ไม่มีโหวตเลย ผมเสนอ ๒ รอบ รอบแรกเสนอผลการศึกษาว่าควรแก้ ไม่แก้ แก้ตรงไหน สภาเขาไม่โหวต เห็นชอบ พอผมยกเป็นร่าง เมื่อสักครู่นี้เอง เมื่อเดือนที่แล้ว ๒ สัปดาห์ พอเป็นร่างเข้ามาเขาก็ไม่โหวต เขาก็ให้ผ่าน แต่ตอนนี้มันอยู่ขั้นตอนที่จะเข้าสู่ ครม. เท่านั้นเอง ก็เลยอยากจะขอเรียนว่า ที่จะรับไปครั้งนี้เพื่อที่จะไปศึกษาประกอบกันอีกนิดหนึ่ง แล้วจะให้ดีที่สุดก็คือ ถ้าท่านปรารถนาอยากจะให้มีกฎหมายประกบที่รอบคอบ รับไปศึกษาก็ใช้เวลาระยะหนึ่ง ตามข้อบังคับ กลับมาคราวนี้ก็จะมีกฎหมายประกบพอดี ผมเข้าใจว่า ๓ ฉบับเป็นอย่างน้อย สภาก็จะได้รอบคอบ ส่วนที่ผมพูดไปบ้าง ก็ให้เป็นข้อเท็จจริงประกอบไป สภากลาโหม ไม่เคยโหวต ผม ๑๑ ครั้ง และประชุมแต่งตั้งนายพลเดือนเมษายน ตั้งนายพลไป ๒๕๐ นาย ไม่ได้โหวต รัฐมนตรีบอกตามนี้ เขาก็เอาตามนี้ ประชุม ๒๐ นาที ผมบอกว่าเอาตามนี้ ๒๐ นาที นะ จบ ก็จบ ครั้งนี้ก็เหมือนกันกำลังจะแต่งตั้ง ผมประชุมมาเมื่อเช้า ผมบอกว่าทุกคน ต้องรับส่ง พรุ่งนี้ ประชุมวันที่ ๓ ให้จบ ก็รับปากหมด แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็ยังไม่พอใจหรอก ผมก็เชื่อว่าการปฏิรูปโดยการแก้กฎหมายนี้มีประโยชน์ ท่านเสนอเข้ามา ผมขอบคุณ แต่กลับไปดูเพิ่มเติม แล้วเอาร่างของผมมาให้ทันกันในการกลับมา ไม่รอบคอบดีกว่าหรือครับ เพราะฉะนั้นจึงขออนุญาตท่านประธานครับ ขอรับเอาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปพิจารณา เพื่อความรอบคอบ แล้วก็กลับมาพร้อมกับอีกหลาย ๆ ร่างที่จะสมบูรณ์ต่อการพิจารณาที่สุดครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เนื่องจากว่าคณะรัฐมนตรีขอรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปพิจารณาก่อน

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา

ท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือท่านจิรัฏฐ์ตอบโต้กันก็จบแล้วนะครับ

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา

ผมจะอภิปรายว่าไม่เห็นด้วยที่จะ ให้ท่าน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ได้แล้วครับ คืออย่างนี้นะครับ ในนี้เขาก็เห็นด้วยนะครับ เราไม่ต้องโต้แย้งกัน เพราะว่า เขาก็จะประกบอยู่แล้ว ก็จะได้พึ่งพาอาศัยกันนะครับ ท่านฟังท่านรัฐมนตรีชี้แจง เขาก็จะมีร่างของเขามาประกบ

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา

ท่านประธานครับ ร่างของท่านธนเดช ยื่นเข้าสภาเป็นปีแล้วนะครับ ถ้าท่านทำไม่ทันไม่ใช่ความผิดของพรรคประชาชนนะครับ ที่ยื่นกฎหมายเร็วไป ท่านไม่ทำงานกันเองนะครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็แล้วแต่ท่านนะครับ ผมว่าไม่ต้องตอบโต้กันไปมาแล้วครับ เนื่องจากคณะรัฐมนตรีขอรับร่าง ฉบับนี้ไปพิจารณาก่อนที่สภาจะลงมติในวาระที่ ๑ หากที่ประชุมอนุมัติ ก็ให้รอการพิจารณา ไว้ก่อน แต่ต้องไม่เกิน ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่สภามีมติ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๘ จะมีสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ

เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตท่านประธาน ผม ธนเดช ในฐานะเจ้าของร่างครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ธนเดช เพ็งสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตลาดพร้าว บึงกุ่ม พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเรียนว่าร่างนี้พวกเรามีความพร้อม แล้วก็ทราบมาว่าเพื่อนสมาชิกหลายคน ก็เห็นพ้อง จริง ๆ ความผิดปกติในเรื่องของร่าง ครม. เองก็ดี ร่างพรรคร่วมอื่นเองก็ดี ที่ยังไม่เสร็จ ผมคิดว่าเราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องถ่วงรอเวลาอะไร เพราะผมก็กังวล เหลือเกินครับท่านประธาน ว่าร่างของกลาโหมที่จะออกมากับท่านรัฐมนตรี ใครจะออก ก่อนกัน แล้วใครจะเป็นคนมาทำต่อล่ะครับ ผมกลัวครับว่าคนที่เข้ามาแทนท่านเขาจะ ไม่ทำต่อ แล้วผมเป็นเรื่องเลยท่าน ประเด็นนี้อย่างที่ผมบอกท่านประธานครับว่า อยากชวนท่านสุทินจริง ๆ ครับ มาสร้างตำนานบทใหม่ ว่าการแก้ไข พ.ร.บ. จัดระเบียบ ราชการกระทรวงกลาโหมขณะนี้กำลังจะรับหลักการในยุคของรัฐมนตรีที่ชื่อ สุทิน คลังแสง ยุคของประธานคณะกรรมาธิการทหารที่ชื่อ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร และยุคของสภา ชุดนี้คือจุดเริ่มต้นของการแก้ไขการปฏิรูปกองทัพ เวลาไม่คอยท่าครับ ๖๐ วันนี่นาน ไม่รู้ด้วย ใครจะเป็นรัฐมนตรี เกิดรัฐมนตรีใหม่มาไม่เห็นแย้งพ้องต่าง ๆ ตายครับท่านประธาน ผมยืนยันครับว่า วันนี้ขอให้ยืนยันในหลักการและรับหลักการในวันนี้เลยครับท่านประธาน ไม่เห็นด้วยที่จะต้องอุ้มกลับไปครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านค้านนะครับ

เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข กรุงเทพมหานคร

ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เนื่องจากว่ามีผู้ไม่เห็นด้วยที่คณะรัฐมนตรีจะรับไปพิจารณานะครับ ดังนั้น ต่อไปผมจะถาม มติจากที่ประชุมว่า จะอนุมัติให้คณะรัฐมนตรีรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปพิจารณาก่อน ลงมติในวาระที่ ๑ หรือไม่ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ เชิญท่านสมาชิก เข้าห้องประชุมครับ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนได้เลยนะครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ท่านประธานครับ ๐๙๑ แสดงตนครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๐๙๑ แสดงตนนะครับ

รองศาตราจารย์สุรวาท ทองบุ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ๔๔๖ แสดงตนครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๔๖ แสดงตนนะครับ

นายกิตติ สมทรัพย์ ร้อยเอ็ด

ท่านประธานครับ ๒๑ แสดงตนครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒๑ แสดงตนนะครับ ยังมีท่านสมาชิกประชุมอยู่ที่ห้องไหนบ้างไหมครับ

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

๔๘๕ แสดงตนครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๘๕ แสดงตนนะครับ

นายประเสริฐ บุญเรือง กาฬสินธุ์

๒๑๗ แสดงตนครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒๑๗ แสดงตนนะครับ

นายสุธรรม แสงประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

๔๓๒ แสดงตนครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๓๒ แสดงตนนะครับ

พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สงขลา

๔๔๘ แสดงตนครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๔๘ แสดงตนนะครับ เชิญครับ แสดงตนเรียบร้อยนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๔๐๔ ท่าน บวก ๗ ท่าน เป็น ๔๑๑ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นควรอนุมัติให้คณะรัฐมนตรี รับไปพิจารณาก่อนโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นควรอนุมัติให้คณะรัฐมนตรีรับไป พิจารณาโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกลงคะแนนได้เลยครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายกิตติ สมทรัพย์ ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานครับ ๒๑ เห็นด้วย

นายสุธรรม แสงประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

๔๓๒ เห็นด้วยครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒๑ เห็นด้วย ๔๓๒ เห็นด้วย

นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ราชบุรี

๐๒๕ เห็นด้วยค่ะ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ท่านประธานครับ ๐๙๑ เห็นด้วยครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๐๙๑ เห็นด้วย

รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ๔๔๖ ไม่เห็นด้วยครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๔๖ ไม่เห็นด้วยนะครับ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่จดไว้นะครับ ลงคะแนนเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอปิดการลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลเลยครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๑๔ ท่าน เห็นด้วย ๒๕๒ ท่าน บวก ๔ ท่าน เป็น ๒๕๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๖๒ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๑๖๓ ท่าน งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี

เป็นอันว่าที่ประชุมอนุมัติให้คณะรัฐมนตรีรับร่างพระบัญญัติไปพิจารณาก่อนลงมติในวาระที่ ๑ ไม่เกิน ๖๐ วันนะครับ

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะนักศึกษา หลักสูตรรัฐศาสตร์บัณฑิต คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต อำเภอเมืองปทุมธานีนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับ คณะบุคลากรครู เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลกุดจิก และนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนกุดจิกวิทยา อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมานะครับ

ท่านสมาชิกครับ วันนี้เราประชุมกันมาพอสมควรแล้วครับ ขอปิดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๕.๐๕ นาฬิกา