จิรัฏฐ์ วิพากษ์วิจารณ์อำนาจกองทัพเหนือรัฐบาล ยันแก้กฎหมายจัดระเบียบกลาโหม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๗

จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ วิพากษ์วิจารณ์อำนาจกองทัพที่เหนือกว่ารัฐบาลตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ ผ่านกฎหมาย พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ปี ๒๕๕๑ ที่ทำให้ทหารมีอิสรภาพเกินควรและเรียกร้องให้แก้ไขร่างกฎหมายดังกล่าว

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๒๘ รัฐบาลของ พลเอก เปรม ก็ทำให้ข้าราชการทหารกลายมาเป็นผู้บังคับบัญชา สูงสุดของกระทรวงกลาโหม แทนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่ประชาชนเลือกมา โดยปริยาย เพราะว่าเขาสามารถที่จะควบคุมมติในสภากลาโหมได้ ในฐานะที่มีจำนวน กรรมการในสภา มากกว่าตามกฎหมาย แล้วก็มีมติสำคัญ ๆ ก็เป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชา ของทหารทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นนโยบายทางการทหาร การปกครองในกองทัพ การกำหนด สายบังคับบัญชา การจัดสรรงบประมาณ พิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องได้เอง พวกเขา สามารถเปิดประชุมแล้วก็ลงมติกันได้เอง โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีรัฐมนตรีนั่งอยู่ในนั้นก็ได้ จนปี ๒๕๔๙ ตอนนั้นรัฐบาลของคุณทักษิณ บิดาของท่านนายกรัฐมนตรี ก็ถูกกองทัพ ยึดอำนาจทำรัฐประหาร สนช. ที่มาจากการแต่งตั้งของรัฐประหารชุดนั้น ก็ได้แก้ไข สาระสำคัญครั้งใหญ่ของกฎหมายฉบับนี้อีกครั้งหนึ่ง จนกลายเป็นกฎหมายที่เราใช้อยู่ใน ปัจจุบัน ก็คือ พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ปี ๒๕๕๑ ตั้งแต่เพิ่มอำนาจ ในการกำหนดพื้นที่ทางการทหาร สามารถจัดตั้งหน่วยงาน ยกเลิกหน่วยงานเองได้ ประกาศใช้กฎอัยการศึกได้ กำหนดภารกิจทางทหารในยามสงบได้ทั้งหมด โดยที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมทำได้เพียงก้มหน้าแล้วก็ปฏิบัติตามเท่านั้น ซึ่งมติของ สภากลาโหมมีผลทางกฎหมายผูกพันให้รัฐมนตรี แล้วก็หน่วยงานภายใต้กระทรวงกลาโหม ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ผมอยากให้ย้อนกลับไปฟังการอภิปรายของสมาชิกสภานิติบัญญัติที่มาจาก การแต่งตั้งทั้งหมดของคณะรัฐประหาร คมช. ในการประชุม สนช. ครั้งที่ ๖๐ วันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๐ มีผู้อภิปราย ๓ ท่านที่มีประเด็นน่าสนใจ ท่านแรก พลเอก บุญรอด สมทัศน์ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่มาจากการแต่งตั้งในขณะนั้น เป็นผู้เสนอกฎหมาย ท่านก็ไม่ได้ให้เหตุผลอะไรมากมายครับ แค่บอกว่าปรับปรุงให้เหมาะสมกับปัจจุบันเฉย ๆ อีกท่านหนึ่งครับ ที่ให้เหตุผลค่อนข้างชัดเจน ก็คือท่าน พลเอก โชคชัย หงส์ทอง ซึ่งต่อมา ได้เป็นประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ด้วย ท่านอภิปรายว่า ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นการแบ่งแยกระหว่างอำนาจของฝ่ายการเมืองและฝ่ายทหารให้อยู่ ในลักษณะสมดุลกัน มีการถ่วงดุลเพื่อป้องกันมิให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซง การปฏิบัติงานของฝ่ายทหารมากเกินไป อีกท่านหนึ่งครับ พลเรือเอก ประเสริฐ บุญทรง ท่านอภิปรายว่า กระผมเข้าใจในเจตนารมณ์ของกรรมาธิการที่เติมการแต่งตั้งโยกย้ายนายพล เพื่อคานอำนาจระหว่างผู้บังคับบัญชากับการเมือง ซึ่งมักจะมีปัญหาก้าวก่ายหน้าที่กันในอดีต บางครั้งทางผู้บังคับบัญชาเสนอไปวิเคราะห์พิจารณาอย่างเป็นธรรมแล้ว ก็ถูกการเมืองแก้ไข ไม่รับฟังเหตุผลจากผู้บังคับบัญชาแต่ประการใด จนสุดท้ายครับ สนช. ที่มาจากการแต่งตั้ง ก็ผ่านการเห็นชอบ ๘๕ เสียง โดยไม่มีใครไม่เห็นด้วยเลย ก็ไม่น่าแปลกครับ เพราะว่า สนช. ชุดนี้มีนายพลเข้าไปนั่งเป็น สนช. เกือบ ๆ ๘๐ คน จนกลายเป็นปัญหาจนถึงทุกวันนี้ครับ ท่านประธาน ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ จนถึงวันนี้อำนาจของข้าราชการทหารอยู่เหนือรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด กองทัพเป็นเอกราช จากประชาชน กองทัพไทยวันนี้เสมือนเป็นรัฐอิสระที่ปกครองตนเอง รัฐอิสระบนเนื้อที่ ประมาณ ๕-๖ ล้านไร่ ตั้งอยู่ในประเทศไทยของเรานี่ละ ในลักษณะของค่ายทหาร ที่กระจายกันอยู่ในประเทศไทยประมาณ ๑๒๐ กว่าแห่ง ล้อมรั้วขอบมิดชิดครับ ไม่อนุญาต ให้ใครเข้า ถ้าไม่ได้รับอนุญาต บางพื้นที่ถึงขนาดผลิตประปา ผลิตไฟฟ้าใช้เอง เหลือก็ขาย ให้ประชาชนคนไทยของเราด้วย บางพื้นที่ก็ขุดเจาะน้ำมัน ซึ่งเป็นทรัพยากรของชาติเรา เอาไปขายโดยที่ไม่จำเป็นต้องจ่ายภาษีให้เราสักบาทเดียว รัฐอิสระแห่งนี้ได้รับงบประมาณ ที่ประเทศไทยของเราจัดสรรให้มากกว่าปีละ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งกองทัพสามารถใช้จ่าย ได้อย่างอิสระ ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น แถมยังสามารถเกณฑ์เอาประชาชนคนไทย ไปเป็นขี้ข้ารับใช้ในค่ายทหารได้ปีละเป็นแสนคนทุกปี นี่คือปัญหาของประเทศไทยครับ ที่ทำให้การเมืองของเรามีแต่วิกฤติมาโดยตลอด เมื่อไรที่รัฐบาลจะเข้าไปยุ่มย่ามกับกองทัพ รถถังก็จะถูกเอามาใช้งานครับ เพราะถ้าไม่ยึดอำนาจ รถถังก็จะมีไว้เพื่อกิน Commission เท่านั้นละ กองทัพไทยวันนี้ใหญ่กว่าประชาชนมาก ๆ เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้ นี่คือเหตุผล ที่จำเป็นต้องแก้ไขร่างกฎหมายฉบับนี้ ผมดีใจที่ท่านสุทินมาฟังด้วย ผมได้ฟังท่านสุทินชี้แจง แล้วก็แถลงการประชุมสภากลาโหมครั้งล่าสุด เรียนตามตรงครับท่านรัฐมนตรี อนาถใจมาก เลยครับ ที่ท่านตอบคำถาม ท่านถูกนักข่าวจี้ถามในเรื่องที่ท่านรู้อยู่แก่ใจว่าท่านไม่ได้มีอำนาจ แต่ท่านก็ต้องตอบเหมือนท่านมีบท มีอำนาจ ผมสงสารจริง ๆ ผมต้องเรียนตามตรงว่า เราไม่ควรจะอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ไม่มีเหตุผลเลยครับ ให้สภาของเรา ซึ่งเป็นผู้แทนของ ประชาชนไม่รับหลักการร่างกฎหมายฉบับนี้ ที่จะตัดอำนาจของสภากลาโหม ตัดอำนาจของ ข้าราชการทหารทั้งหมดให้มาอยู่ที่รัฐมนตรี ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน แต่ประเด็น คืออย่างนี้ครับท่านประธาน รัฐบาลที่กำลังรักษาการอยู่ขณะนี้ ท่านจะมาอุ้มร่างนี้ไปศึกษาก่อน ศึกษาอะไรครับ ใครจะศึกษาครับ คือมีโอกาสที่จะแก้ไขความผิดปกติของบ้านเมืองแล้ว ทำไมไม่รีบแก้ นี่คือสิ่งที่สร้างปัญหาให้กับประเทศไทยมาโดยตลอด ทำไมไม่รีบทำ ร่างนี้ ผ่านการรับฟังความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก็คือทุกหน่วยงานในกระทรวงกลาโหม เรียบร้อยแล้ว ถามว่าแล้วทำไมท่านไม่เสนอร่างประกบเข้ามา ท่านอาจจะตอบว่าทำไม่ทัน ทำไมถึงไม่ทันครับ ก็เพราะอำนาจสภากลาโหมไม่ใช่หรือครับ ที่จะต้องผ่านร่างของท่านก่อน ถึงจะส่งเข้าสภาได้ แล้วก็ช้า เห็นท่านสุทินออกไปโฆษณาตั้งแต่เมษายนแล้ว ที่บอกจะแก้ กฎหมาย เพื่อที่จะป้องกันรัฐประหารโน่น นี่ นั่น นี่ผ่านมา ๔-๕ เดือนแล้วครับ ไปช้าอยู่ที่ สภากลาโหมนั่นละ อีกอย่างนะครับ ตอนนี้ในขณะนี้ท่านเป็น ครม. รักษาการนะครับ ครม. รักษาการท่านควรจะอุ้มกฎหมายไปแบบนี้หรือเปล่า ผมถามหน่อย ครม. รักษาการ ท่านจะอุ้มไปให้ใครศึกษาเอาอย่างนี้ดีกว่า ใครจะเป็นรัฐมนตรีบ้างยังไม่รู้เลย เมื่อเช้าเห็น เพิ่งส่งหนังสือไปเทียบเชิญพรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์เขาจะมาร่วมหรือเปล่า ยังไม่รู้เลยครับ เขาอาจจะไม่อยากเป็น ครม. กับท่านก็ได้ แต่ท่านก็ยังจะอุ้มไปให้ใครก็ไม่รู้ ที่จะมานั่งเป็นรัฐมนตรีไปศึกษาหรือครับ ร่างกฎหมายฉบับนี้ เป็นการเพิ่มอำนาจให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็น ครม. ของท่าน อันนี้ประโยชน์ตกที่ท่านเต็ม ๆ รัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นใครที่จะมา นั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ประโยชน์เต็ม ๆ เลย ทั้งอำนาจในการออก นโยบาย กำหนดงบประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ไม่เอาหรือครับ ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ ที่ฝ่ายค้านจะเสนอกฎหมายเพิ่มอำนาจให้รัฐบาล เกิดมาท่านเคยเห็นพรรคฝ่ายค้าน ที่ประเสริฐขนาดนี้หรือครับ ไม่มีอีกแล้วครับ ถ้าจะอุ้ม ผมขอเหตุผลชัด ๆ หน่อยครับ ท่านรัฐมนตรี เพราะถ้าฝ่ายค้านป้อนให้ขนาดนี้ท่านยังไม่รีบงับ ก็ไม่รู้จะเป็นรัฐบาลทำไมครับ อย่าเป็นเลยครับ ประเคนให้ท่านขนาดนี้ยังจะอุ้มกฎหมายฉบับนี้ไป ผมถามนิดหนึ่งครับ ท่านเกรงใจกองทัพขนาดนั้นเลยหรือครับ ถึงต้องมาอุ้มกฎหมายฉบับนี้ไป ทั้ง ๆ ที่ท่าน ก็เห็นด้วยอยู่แล้วว่าต้องแก้ ท่านกลัวกองทัพขนาดนี้เลยหรือครับ รัฐบาลของท่านยินดีที่จะ ให้กองทัพขี่คอแบบนี้ต่อไปใช่ไหมครับ พวกท่านเป็นคนที่ประชาชนเลือกมาไม่ใช่หรือครับ รัฐบาลของท่าน รัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่เคยถูกกองทัพกระทำย่ำยีมาสารพัดในอดีต ท่านตอบหน่อยพวกท่านเกรงใจกองทัพมากกว่าเกรงใจประชาชนหรือเปล่า พวกท่านเป็น ตัวแทนประชาชน แต่กลัวทหารขนาดนี้ จะเป็นรัฐบาลต่อไปจริง ๆ หรือครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน