เทอดชาติ ชัยพงษ์ หารือสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย โดยเน้นย้ำถึงการคุ้มครองเจ้าของกิจการและบุคคลธรรมดา และการแก้ไขปัญหาล้มละลายที่มีผลกระทบอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ เทอดชาติ ชัยพงษ์ ยังเรียกร้องการแก้ไขปัญหาหนี้สินให้เท่าเทียม โดยเฉพาะเจ้าหนี้ ลูกหนี้ และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และระบุว่าร่างพระราชบัญญัติล้มละลายที่เสนอให้สภานี้เป็นประโยชน์ ช่วยแก้ไขปัญหาให้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็วและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๕ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนรับหลักการร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งมีผู้เสนอ ๒ ท่านนะครับ เหตุผลสำคัญที่ผมได้อ่านแล้ว พบว่า ร่างพระราชบัญญัติล้มละลายฉบับนี้สามารถที่จะคุ้มครองไปทั้งเรื่องของเจ้าของกิจการ ทั้งบุคคลธรรมดา ซึ่งคำว่า หนี้สินกับการล้มละลาย มันมาด้วยกัน เพราะฉะนั้นเรื่องของ การล้มละลายนี้มันจะทำให้เกิดปัญหาลุกลามและเป็นวงกว้างอีกมาก เรื่องของการฟื้นฟู กิจการของสถานประกอบการได้มีผู้อภิปรายไปแล้วนะครับ ท่านธีระชัยก็ได้พูดถึงเรื่องของ ปัญหาหนี้สินของภาคประชาชนไปแล้ว
เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง ก็คือความเท่าเทียมของการแก้ไข ปัญหาในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติล้มละลายฉบับนี้นะครับ ทั้งในส่วนของเจ้าของกิจการ ทั้งในส่วนของภาคประชาชน ทั้งในส่วนของบุคคลธรรมดา หนี้สินครัวเรือนต่าง ๆ ก็ถือว่า เป็นภาระสำคัญที่เราจำเป็นจะต้องให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย เพราะฉะนั้นในเรื่องของ ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย หรือ พ.ร.บ. ล้มละลายนี่นะครับ จะเกี่ยวข้องบุคคลอยู่ ๓ ส่วน ก็คือเจ้าหนี้ ลูกหนี้ และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ถ้าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ สามารถที่จะแก้ไขได้ก็จะเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย ไม่เพียงเฉพาะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่เพียงแต่ เฉพาะลูกหนี้หรือเจ้าหนี้เท่านั้น แต่เป็นกระบวนการที่จะช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้ดีขึ้น โดยเฉพาะสถานการณ์ต่าง ๆ ของประเทศและทั่วโลกที่เราได้รับผลกระทบมา ไม่ว่าจะเป็น วิกฤติ Coronavirus 2019 ที่ผ่านมา ที่สร้างปัญหาให้กับคนทั่วโลกดังที่ทราบแล้ว ในขณะนี้ ก็ตามครับ เรายังประสบภาวะเรื่องของน้ำท่วมฉับพลัน ทำให้เกิดปัญหามากมาย ทั้งเรื่องของ การสูญเสียทรัพย์สิน การประกอบกิจการต่าง ๆ ภาคธุรกิจ ภาคครัวเรือนของเกษตรกร ก็ประสบปัญหา และผู้ประกอบวิชาชีพต่าง ๆ ครับ อย่างเช่น วิชาชีพครูก็เป็นอีกวิชาชีพหนึ่ง ที่ได้รับผลกระทบและมีการพูดถึงกล่าวถึงมาโดยตลอดว่าครูนั้นมีหนี้สินมากนะครับ แล้วก็มี กระบวนการแก้ไขปัญหา ซึ่งยังไม่จบ แล้วก็ใช้กระบวนการตรงนี้มาค่อนข้างที่จะนาน ผมขออนุญาตนะครับว่า ในส่วนของการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องของภาวะหนี้สินของ ข้าราชการในภาคส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งครูนะครับ ขณะนี้มีครูที่เป็นหนี้อยู่ประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ กว่าคน หนี้รายใหญ่คือหนี้จากสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ๖๔ เปอร์เซ็นต์ หนี้จาก ธนาคารออมสิน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ธนาคารกรุงไทย ๔ เปอร์เซ็นต์ ธอส. อีก ๔ เปอร์เซ็นต์ ไม่นับหนี้ของภาคประชาชน ภาคครัวเรือน ดังที่ทราบว่าก็เพิ่มขึ้นในแต่ละปีและเป็นปัญหา มากขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นครูกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์นั้นมีเงินเดือนหักสุทธิชำระแล้วไม่น้อยกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ที่มีปัญหาคือครูที่เกษียณแล้ว ๗๒๐,๐๐๐ กว่าราย มีเงินเดือนหลังจาก หักชำระหนี้แล้วไม่พอใช้ และบางส่วนถูกฟ้องล้มละลาย การฟ้องล้มละลายนั้นก็ทำให้ ๑. ผู้กู้นั้นถูกขับออกจากความเป็นสมาชิกสหกรณ์ ๒. ปัญหานั้นก็จะไปเพิ่มที่ผู้ค้ำประกัน เพราะระบบของครูส่วนใหญ่จะเป็นระบบค้ำประกัน คนค้ำประกันก็รับผิดชอบและถูกฟ้อง ล้มละลายไปด้วย ครูที่เป็นผู้ที่รับบำนาญถ้าถูกฟ้องล้มละลายเงินบำนาญได้รับอยู่ แต่ว่าไม่ได้ รับเงิน เพราะว่าเงินเดือนก็จะถูกหักไปให้เข้าผู้พิทักษ์ทรัพย์ต่อไป อันนี้ก็ถือว่าเป็นหนี้สิน ที่จำเป็นจะต้องดำเนินการเยียวยาแก้ไขให้มีความเสมอภาคนะครับ เช่นเดียวกับการประกอบ ธุรกิจภาคอื่น ๆ เช่นเดียวกันนะครับ รวมถึงภาระหนี้สินครัวเรือน ภาคประชาชน แล้วก็ กิจการต่าง ๆ ของภาคประชาชนด้วย เพราะฉะนั้นร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอเข้าสภาตรงนี้ จึงเป็นร่างพระราชบัญญัติสำคัญที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของ พี่น้องประชาชน ของครู ของบุคลากรต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบตรงนี้ได้รับการเยียวยาแก้ไข แล้วก็มีกระบวนการช่วยเหลือนะครับ ที่พูดตรงนี้ผมไม่ได้สนับสนุนให้คนที่เป็นหนี้แล้วหนีหนี้ หรือไม่ยอมจ่ายนะครับ เพราะถ้าเป็นหนี้แล้วต้องยอมชดใช้ อันนี้เป็นหลักการ แต่อย่างไร ก็ตามครับ เมื่อเกินกำลังความสามารถมันจำเป็นที่จะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาเร่งรัด ให้ทั้งเจ้าหนี้ ให้ทั้งลูกหนี้เข้าถึงได้รวดเร็วและง่ายขึ้น และได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้ ถ้าหากว่าเราให้เขาได้เป็นบุคคลล้มละลายแล้ว กระบวนการที่เขาจะชำระหนี้ มันก็จะทำไม่ได้ เพราะเขาไม่สามารถจะเป็นบุคคลที่จะ ประกอบกิจการอะไรต่าง ๆ ได้ทั้งหมด นี่ก็เป็นปัญหาระยะยาวและเป็นปัญหาวงกว้างที่จะ ลุกลามไปสู่ปัญหาอื่นเช่นเดียวกันนะครับ อันนี้ก็กราบเรียนท่านประธานว่า ร่างพระราชบัญญัติล้มละลายที่เสนอเข้าสภานี้เป็นร่างพระราชบัญญัติที่เป็นประโยชน์ครับ ไม่ว่าจะเข้าสู่กระบวนการแบบไหน แต่ว่าเมื่อรับหลักการแล้วเข้าไปเพื่อจะเข้าสู่กระบวนการ แก้ไขปัญหาให้ ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคล บุคคลธรรมดา หรือประชาชนทั่วไปนั้นได้รับการแก้ไข อย่างทันท่วงที แล้วก็เข้าถึงได้ง่ายขึ้น มีการเร่งรัดให้เกิดการจ่ายหนี้สิน รวมถึงการให้เขาได้มี โอกาสที่จะสร้างเนื้อสร้างตัว และมีโอกาสในการชำระหนี้ก็จะเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย ก็ขอรับ หลักการ และเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติล้มละลายฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับ