อดิศร เพียงเกษ วิพากษ์วิจารณ์โครงสร้างการบังคับบัญชาในกองทัพและวัฒนธรรมองค์กรทางทหารที่เอื้อต่อการรัฐประหาร พร้อมเรียกร้องให้มีการปฏิรูปเพื่อเสริมสร้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเพื่อไทย แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ การพูดเรื่องนี้คล้าย ๆ ว่าเรากำลังไปแหย่หนวดเสือ ด้วยความเคารพ ฝากไปถึงทหารทุกหมู่เหล่าที่กำลังรับชมรับฟังอยู่ เรากับท่านเป็นประชาชนคนไทย เหมือนกัน เป็นแต่เพียงว่าสัมมาอาชีวะไม่เหมือนกัน แต่ก่อนเรียนหนังสือมัธยม ประถม ก็เรียนด้วยกัน ผมเรียนกฎหมายมาเป็นทนายความ คุณเรียนพระจุลจอมเกล้าไปเป็น ทหารบก เรียนนายเรือไปเป็นทหารเรือ นายเรืออากาศก็ไปเป็นทหารอากาศ ล้วนแต่เป็น ประชาชนคนธรรมดานี่ละครับ แต่ว่ายศถาบรรดาศักดิ์ โดยเฉพาะทหารมียศ ร้อยตรี ร้อยโท มีช่อชัยพฤกษ์ แต่งตัวไปแต่งตัวมาก็นึกว่าตัวเองเป็นจริง ๆ ครับ ก็ได้เหลิงว่า สิ่งที่ตัวเอง ดำรงชีพอยู่นั้นเป็นของทุกสิ่งทุกอย่างจะบันดาลอะไรก็ได้ การกระตุกหนวดเสือนี่ท่านอาจจะ ไม่พอใจ แต่วันนี้วันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๗ เราควรจะปรึกษาหารือกันได้ ทหารต้องมีสติว่า ท่านควรจะอยู่ลักษณะอย่างใดของสังคมนี้ สัมมาอาชีวะสาขาอาชีพอื่น ก็ควรจะอยู่อย่างไร เพื่อจะนำพาประเทศชาติไปสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยได้อย่างแท้จริง ทหารก็คือ ข้าราชการธรรมดานี่ละครับ ทหารกับข้าราชการกระทรวง ทบวง กรมอื่น ก็กินเงินเดือนภาษี อากรของพี่น้องประชาชนกันทั้งนั้น ข้าราชการกระทรวงอื่นมีหลายท่านได้อภิปรายว่า การบังคับบัญชาก็เป็นปลัดกระทรวง เป็นอธิบดี รองอธิบดี ลดหลั่นลงไป ปลัดกระทรวง ว่าอย่างไรสูงสุด นั่นคือบังคับบัญชา แต่ทหารไม่ใช่ครับ ฟังด้วยนะครับ คนที่เป็นทหาร ท่านไม่ได้ปกครอง หรือบังคับบัญชา เหมือนข้าราชการแบบกระทรวง ทบวง กรมอื่น มีทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ มีปลัดกระทรวงเหมือนกัน แล้วยังมีผู้บัญชาการทหารสูงสุดอีก ถามว่าปลัดกระทรวงกลาโหม ใหญ่ที่สุดไหมครับ ในบรรดาข้าราชการของกระทรวงกลาโหม ถ้าตอบแบบพลเรือน ปลัดกระทรวงใหญ่ที่สุด แต่โดยความเป็นจริงแล้วไม่ได้ใหญ่ครับ คนที่ใหญ่ที่สุดในบรรดา ทหารทั้งหลายคือผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารบกเทียบเท่าอธิบดีเท่านั้นนะครับ แต่ใหญ่กว่าปลัดกระทรวง ยังมีผู้บัญชาการทหารสูงสุดอะไรบังคับบัญชาไม่เหมือนคนอื่นเขา สายตุลาการเราก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง สายอัยการเป็นอย่างหนึ่ง แต่ว่าที่เราต้องมาแก้กฎหมาย กันครั้งนี้ เพราะเราไม่ไว้ใจข้าราชการกระทรวงกลาโหม ท่านหวงอำนาจเอาเฉพาะทหาร อยู่ในสภากลาโหม จะเปิดโอกาสให้พลเรือน หรือคนอื่นเข้ามายุ่มย่าม เข้ามามีส่วนรับรู้ เป็นกรรมการบ้างก็ยากเต็มทีครับ วันนี้จึงเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ผู้ริเริ่มในการเสนอกฎหมาย ขอชมเชยนะครับ จากพรรคก้าวไกลมาเป็นพรรคประชาชน ดูประหนึ่งว่าคำอภิปราย ทางกระทรวงกลาโหมไม่ได้ทำอะไร ผมใกล้ชิดกับคุณครูสุทิน คลังแสง เป็นครูโรงเรียนโสตศึกษา เป็นบุคคลแรกซึ่งจบการศึกษาบัณฑิต จบปริญญาเอกจากประเทศอินเดีย เป็นครูบ้านนอก ได้ไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงกลาโหม ดอกเตอร์จำนงค์ ไชยมงคล ขออนุญาตเอ่ยนาม เขาก็พบกัน ผมก็พูดคุยว่า กรณีนี้ที่ท่าน ได้ไปตั้งทีมงานศึกษาเพื่อจะป้องกันไม่ให้มีการรัฐประหารนั้นถูกต้องแล้ว นั่นคือสอดคล้อง ต้องกันกับกฎหมายที่ทางฝ่ายพรรคประชาชนได้เสนอมา เขาไม่ได้นิ่งนอนใจ วันนี้ก็ทราบว่า คุณสุทิน คลังแสง ก็แอบมาฟังนะครับ รัฐมนตรีเดี๋ยวนี้ยังไม่กล้าขึ้นไปนั่งข้างบน เขาแอบมาฟัง วันนี้คุณสุทิน คลังแสง ถ้าผมพาดพิง ก็ตอบเสียว่าท่านไม่ได้นิ่งนอนใจอะไร แต่ว่า ในกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีจากพลเรือนมันเหมือนแขกบ้านต่างเมืองครับ กว่าจะไปเข้าใจ วัฒนธรรมองค์กรของเขามันยากครับ ซ้ายหัน เขาไม่หัน เขานั่งเฉยครับ กว่าจะรู้เรื่องทหารบก กว่าจะรู้เรื่องทหารเรือ กว่าจะรู้เรื่องทหารอากาศ กว่าจะรู้เรื่องกองทัพไทย ยุ่งยากครับ เพราะมันเป็นวัฒนธรรมองค์กร แก้กฎหมายแก้ไปครับ เราไม่เคยว่าเราไม่แก้ รัฐธรรมนูญที่ดี ที่สุดในประเทศไทย เขาบอกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นั่นดี ทหารก็รับรู้ รู้หมด แต่ถึงเวลา เขารัฐประหาร เขาไม่ได้สนใจพวกนี้เลย ที่เราพูดกันนี่ผมก็ไม่แน่ใจว่าการรัฐประหาร จะเกิดขึ้นอีกหรือเปล่า ตอนที่ พันตำรวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ผมเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เราไม่คิดว่าจะมีการรัฐประหาร เพราะประเทศกำลังพัฒนาไปสู่ความเจริญ อยู่ ๆ ก็จัดการครับ ท่านเรียนจบจากโรงเรียน นายร้อยพระจุลจอมเกล้า ขอโทษครับ ด้วยความเคารพ แต่พอมาปฏิบัติหน้าที่สูงสุดเป็น ผู้บัญชาการทหารบก บางคนไม่ได้เรียนจบจากนั้นครับ จปร. แปลไม่เหมือนตอนท่านเรียน จปร. เมื่อท่านเรียนตำแหน่งสูงสุด จปร. แปลว่าจะปฏิวัติรัฐประหาร จะแก้อย่างไร ถ้าไม่มี จิตใจเป็นประชาธิปไตย ยากครับ ประชาชนต้องมีอำนาจสูงสุด ผมสนับสนุนในการที่จะแก้ไข ผมเชื่อมั่นว่ารัฐบาลเมื่อจัดฟอร์มคณะรัฐมนตรีสุดยอดแล้ว พร้อมเพรียงกันแล้ว ก็คงจะรับ กฎหมายฉบับนี้ไปแก้ไข เรามีโอกาสพูดในขณะนี้นะครับ แต่เมื่อเขาปฏิวัติเขาจับเราไปขัง ผมพูดในสภาแห่งนี้ ผมก็ถูกไปขังที่วังครับ อยู่วังทั้งทีไปอยู่ วังน้อย ปตอ. จะวกวนอย่างนี้ท่านประธาน เราเห็นเจตนารมณ์ของทุกคน ประชาธิปไตย เข้าใจว่าอย่างไร ทหารต้องปรับตัว เราก็ไม่ได้ไปว่าเขาไม่ดีนะครับ ทหารบางคนเป็น ประชาธิปไตย ตำหนิคนที่รัฐประหาร อยากให้พร้อมใจกัน ทางกระทรวง ทบวง กรม ถึงอย่างไรวันนี้คุณครูสุทินมา ก็อยากให้อธิบายว่า ในใจของท่านต้องการอะไร ในการที่จะ ป้องกันรัฐประหารให้ประเทศประชาธิปไตย ผมจึงฝากไว้ ผมพร้อมที่จะสนับสนุน และหาก รัฐบาลรับไป ก็อยากให้รับไปอย่างเร่งรีบและรีบกลับเข้ามา เพราะว่าเวลาในสภานี้บอกว่า เหลือ ๓ ปี บางทีมันไม่ถึงนะครับ หายวับเหมือนงูแลบลิ้น อำนาจที่เรามีอยู่เหมือนงูแลบลิ้น แป๊บเดียวไปเลย จะแก้ก็ต้องแก้ในช่วงที่เรามีอำนาจ คือประชาชนมีสภาผู้แทนราษฎร ถ้าไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ทหารเขาก็ยิ้มแล้วครับ จึงอภิปรายเพื่อความปรองดองกัน เพื่อให้ ทั้งสภาได้เห็นด้วยว่า ระเบียบบริหารราชการของกระทรวงกลาโหมสมควรจะแก้ไขเพื่อให้ เป็นประชาธิปไตย เพื่อให้รัฐบาลที่มาจากรัฐธรรมนูญ จากการเลือกตั้ง เป็นผู้บังคับบัญชา สูงสุด เพื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะเป็นใครก็ได้ จะเป็นพลเรือน หรือว่า เคยรับราชการทหาร มีอำนาจสั่งการทหารในกรมต่าง ๆ ได้ จึงฝากความปรารถนาดีมายัง ทหารและเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ทหารทุกท่านที่จบจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จงท่องว่า ท่านจบจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ไม่ใช่จบจากโรงเรียนจะปฏิวัติ รัฐประหารครับ ขอบคุณครับ