สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๗

อนุสรณ์ แก้ววิเชียร อภิปรายถึงการใช้อำนาจรัฐประหารและอำนาจของคณะปฏิวัติในกฎหมายที่ออกโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และเรียกร้องให้มีการควบคุมอำนาจของกองทัพให้เหมาะสมกับระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะเรื่องการบรรเทาสาธารณภัยและดำรงตำแหน่งทางการเมือง

นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร นนทบุรี

เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม อนุสรณ์ แก้ววิเชียร ผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน วันนี้ผมขออนุญาตมีส่วนร่วม ในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ ในตัวร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีการแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยผมตั้งข้อสังเกต อย่างนี้ ใน พ.ร.บ. ดังกล่าวออกโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ โดย พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นพระราชบัญญัติที่ออกโดยคณะปฏิวัตินั่นเองนะครับ ท่านประธานครับ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ แล้วที่ผมอภิปรายถึงการใช้อำนาจรัฐประหาร และอำนาจของคณะปฏิวัติ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมอภิปรายไปว่า ใครหรือหน่วยงานใด เป็นคนให้ อำนาจหรือรับรองการทำรัฐประหาร วันนี้ผมต้องมานั่งอภิปรายร่างกฎหมายที่ผ่านมาในยุคของ รัฐประหารอีกครั้ง ผมรู้สึกขยะแขยงนะครับ มันเป็นสิ่งสกปรกในระบอบประชาธิปไตย ที่ตกค้าง แล้วก็พูดกันอยู่ซ้ำ ๆ ไม่จบไม่สิ้นเสียที

ท่านประธานครับ ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยตลอด ๙๐ ปีที่ผ่านมา หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ทหารและกองทัพ ได้เข้ามาแทรกแซง และทำลายพัฒนาการของระบอบประชาธิปไตยมาโดยตลอด ทั้งจาก การแทรกแซงโดยตรงที่น่าละอายที่สุด คือการทำรัฐประหารและสืบทอดอำนาจ อีกทั้ง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทหารและกองทัพยังมีอิทธิพลเหนือทางฝ่ายการเมืองผ่านทาง โครงสร้างรัฐ ที่จัดวางอำนาจของกองทัพให้อยู่เหนือรัฐบาลพลเรือน ในหลายกระบวนการ ตัดสินใจ อาทิเช่น อำนาจของสภากลาโหมในการกำหนดนโยบายและการพิจารณา งบประมาณ อำนาจของคณะกรรมการในการแต่งตั้งนายพล ที่ล้วนแล้วแต่มีข้าราชการทหาร เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งโครงสร้างและอำนาจการบริหารจัดการดังกล่าว ไม่สอดคล้องกับระบอบ ประชาธิปไตย และที่สำคัญยังแตกต่างจากหน่วยงานราชการอื่น ๆ วันนี้ไม่มีคณะรัฐมนตรี มาฟังการอภิปรายนะครับ ผมอยากยกตัวอย่างว่า ถ้าในมหาดไทยมีสภามหาดไทย รัฐมนตรี เป็นแค่ส่วนหนึ่งของสภามหาดไทย ไม่มีอำนาจบังคับบัญชาโดยตรง หรือแม้กระทั่ง ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีท่านเป็นแค่ส่วนหนึ่งของสภาเกษตรและ สหกรณ์ ท่านไม่มีอำนาจบังคับบัญชาข้าราชการในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยตรง เราจะอยู่กันอย่างไรครับ เราจะปกครองข้าราชการกันอย่างไรครับ อันนี้ผมเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ผมถามแทนท่านรัฐมนตรีนะครับ ท่านประธานครับ มันช่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลยที่คนถือ อาวุธจะยอมเชื่อฟังคนที่ไร้อาวุธ ประวัติศาสตร์มันบอกเรามาแล้วครับว่า คนที่มีอาวุธย่อมมี อำนาจเหนือคนที่ไร้อาวุธ แต่เราจะทำอย่างไรครับ ทำให้คนที่ไร้อาวุธมีอำนาจเหนือคนที่มี อาวุธ วิธีในการยับยั้งคนที่มีปืนอย่างกองทัพหรือทหาร ที่อยู่เหนือการบังคับบัญชาของคนที่ ไม่มีปืนอย่างรัฐบาลพลเรือน ต้องดำเนินการอยู่ ๒ เรื่องครับท่านประธาน ๑. จัดความสัมพันธ์ ในอำนาจทางการเมืองระหว่างพลเรือนและกองทัพให้เกิดความสมดุล ๒. ออกแบบ กฎหมายจัดความสัมพันธ์ระหว่างพลเรือนและทหาร ให้สอดคล้องกับหลักรัฐบาลพลเรือน อยู่เหนือทหาร การควบคุมแบ่งออกเป็น ๒ กรณี การควบคุมแบบอัตวิสัย คือการออก กฎหมายควบคุมทหารผ่านทางองค์กรทางรัฐธรรมนูญของพลเรือน ยกตัวอย่างเช่น อำนาจ บังคับบัญชา อำนาจบังคับบัญชากองทัพหรือทหารต้องอยู่ภายใต้รัฐมนตรีกลาโหม เพื่อให้ มันยึดโยงกับประชาชน อำนาจต่อไป คืออำนาจในการประกาศสงคราม อำนาจในการจัดตั้ง กองทัพหรือระดมสรรพกำลังต้องอยู่ภายใต้รัฐสภา สุดท้ายครับอำนาจที่สำคัญ ก็คืออำนาจ ในการจัดสรรงบประมาณประจำปีของทหาร ก็ต้องอยู่ในอำนาจของรัฐสภาเช่นเดียวกัน

อีกการควบคุมหนึ่งครับ คือการควบคุมในเชิงภาวะวิสัย ต้องแบ่งแยกภารกิจ ของทหารออกจากการเมือง ให้มันออกจากข้าราชการทางการเมืองให้ชัดเจน ทหารจะต้องมี ภารกิจที่แตกต่างจากพลเรือน สิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อไปอาจจะถูกตำหนิจากเพื่อนสมาชิก หลาย ๆ ท่าน ผมยกตัวอย่าง กรณีภัยพิบัติต่าง ๆ ครับ ผมเห็นหน่วยงานทางทหารลงพื้นที่ ไปช่วยพี่น้องประชาชน ซึ่งมันไม่ใช่ภารกิจหลักของทหาร ประชาชนอาจจะบอกว่าเป็นสิ่งที่ดี ในการลงไปช่วยเหลือ แต่มันทำให้การบรรเทาสาธารณภัยถูกบังคับบัญชาโดยหน่วยงาน หลายหน่วยงาน ไม่เป็นเอกภาพ ไม่สอดคล้องกัน การพัฒนาระบบการบรรเทาสาธารณภัย ควรจะถูกดำเนินการโดยข้าราชการพลเรือนเป็นหลัก ทหารควรจะเป็นทหารอาชีพและอยู่ใน อำนาจหน้าที่ของตัวในที่ตั้ง หรือแม้กระทั่งการห้ามทหารในการดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผมยกตัวอย่าง อย่างในประเทศสหรัฐอเมริกา ในสหรัฐอเมริกามีกฎหมายระบุว่า ภายหลัง จากเกษียณอายุราชการ ทหารต้องเว้นวรรคทางการเมืองเป็นเวลา ๗ ปี ถ้าท่านจะดำรง ตำแหน่งทางการเมือง ท่านต้องถอยออกไปเป็นเวลา ๗ ปี ท่านถึงเข้ามาได้

สุดท้ายครับท่านประธาน ผมยังไม่เข้าใจตัวเองว่าวันนี้ในฐานะที่ผมเป็น ผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคประชาชน ซึ่งเป็นฝ่ายค้าน ต้องมายืนอภิปรายเพื่อเรียกอำนาจคืน ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นฝ่ายรัฐบาล ปัญหามันเกิดจากการออกกฎหมาย ในคณะรัฐประหาร ออกในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งดึงอำนาจนิติบัญญัติเข้าไปล้วงลูก กับอำนาจของฝ่ายบริหารหรือไม่ วันหนึ่งถ้าฝ่ายนิติบัญญัติดึงอำนาจของรัฐมนตรีมาลิดรอน ให้มันมีการใช้อำนาจผ่านองค์กรกลุ่มแบบนี้ ดึงอำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดึงอำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดึงอำนาจรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการแบบนี้ มันถูกต้องหรือไม่

สุดท้ายผมอยากนำเรียนไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผมอยากเห็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพลเรือนที่ยืนอย่างสง่าผ่าเผยต่อหน้ากองกำลัง กองทหาร ผมอยากเห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมประกาศกฎหมายของตัวเอง ประกาศศักดิ์ และสิทธิที่ท่านเป็นผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ แล้วบอกกับเหล่าทหารทั้งหลายว่า ท่านจง เป็นทหารอาชีพ และอยู่อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ขอบคุณครับ