รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๒๖ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ)
วันพุธที่ ๒๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕
ณ ตึกรัฐสภา
ขออภัย ท่านสมาชิกครับ มาช้าไปสัก ๑๐ นาที ก็ไม่ให้เสียเวลาขอเริ่มเลยนะครับ เชิญท่านอํานวย คลังผา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ความเดือดร้อนของประชาชนในจังหวัดลพบุรี
เนื่องจากถนนสายพหลโยธิน ช่วงบ้านโชนสารเดช ซึ่งเป็นถนนหมายเลข ๑ ระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร เป็นย่านชุมชนคับแคบ พี่น้องประชาชนเกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้งในขณะนี้ ก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ขยายถนนเป็น ๔ ช่องจราจรนะครับ นี่คือเรื่องแรก
เรื่องที่ ๒ ถนนสาย ๒๐๕ ตอนโรงเรียนชัยบาดาลพิทยา เขตตําบลม่วงค่อม อําเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นเกาะกลางที่หนองเด่นอยากจะให้ทางหน่วยงานขยาย เป็น ๔ ช่องจราจร และมีเกาะกลาง เพราะมีเด็กนักเรียนจํานวนเป็นพันคนที่จะต้องเข้าออก ในส่วนนี้ ถ้าหากว่าได้สร้างเกาะกลางขึ้นมาจะป้องกันในเรื่องอุบัติเหตุให้กับนักเรียนได้ครับ วันนี้ก็อยากจะฝากท่านประธานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยนะครับ
และเรื่องที่ ๓ ในเรื่องของการปรับปรุงถนนสายบ้านสระโบสถ์ บ้านมหาโภชน์ ถึงบ้านกระดานเลื่อน ถึงชอนสมบูรณ์ นี่เป็นถนนสายหลักสายหนึ่งที่พี่น้องประชาชน ใช้สัญจรไปมา แต่ในขณะนี้สภาพถนนหลังจากถูกน้ําท่วมแล้วถนนเสียหายจํานวนมากนะครับ รถไปมาไม่สะดวกเป็นหลุมเป็นบ่อตลอดสาย ก็อยากจะให้ฝากท่านประธานแจ้งหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้เร่งสํารวจประมาณการดําเนินการแก้ปัญหาในช่วงนี้ หากฝนตกชุกแล้วถนน สายดังกล่าวจะขาดเสียหายมากกว่านี้
และสายสุดท้ายครับท่านประธาน สายเพนียด-หนองปล้องซึ่งเป็นถนนอีกเส้นหนึ่ง ที่พี่น้องประชาชนใช้สัญจรไปมาจํานวนมาก ในขณะนี้ถนนถูกน้ําท่วมชํารุดเสียหายยังไม่เร่ง ดําเนินการ อยากจะฝากท่านประธานให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดําเนินการในส่วนนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าว แล้วเอาข้าวเข้าโครงการจํานํา โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของความชื้นที่มีปัญหาเพราะว่าชาวนานั้นได้มีการวัดความชื้นไปก่อนล่วงหน้า ผลสุดท้าย ไปเข้าโรงสีจํานํานะครับ ก็ไม่ได้เป็นไปตามที่ได้สํารวจไว้ก่อนล่วงหน้า
อันที่ ๒ ก็คือเกี่ยวกับเรื่องของตาชั่งก็ดี ก็มีปัญหาชาวนานั้นไม่ทราบได้เลยครับว่า ของตัวเองนั้นเท่าไรที่แท้จริงในการวัดนะครับ เพราะรับเป็นใบตาชั่งออกมาเลยนะครับ
อันที่ ๓ ก็คือเกี่ยวกับเรื่องของใบประทวนนะครับ ซึ่งล่าช้ามากนะครับ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่กว่าจะได้เงินจาก ธ.ก.ส. นั้นก็เป็นเดือนครับ พี่น้องเกษตรกรนั้น เขาต้องการได้เงินภายใน ๗ วันเลย เพราะว่าเขาก็ต้องไปดําเนินการในการที่จ่ายค่ารถเกี่ยว หรือว่าไปลงทุนต่อนะครับ แต่ว่าโครงการนี้มันช้าครับ ก็ฝากถึงทางรัฐบาลนะครับ
และอีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน ผมเองนั้นก็ได้รับการร้องเรียนเป็นจํานวนมาก เกี่ยวกับเรื่องการขึ้นทะเบียนของกลุ่มสตรีในจังหวัดสุโขทัยที่ต้องการเป็นกองทุนสําหรับสตรี ในจังหวัดสุโขทัย ในตําบล ในอําเภอนะครับ แต่การที่จะขึ้นทะเบียนได้นั้นต้องบอกว่าต้องไป เรียกว่าสมัครเป็นของประเภทกลุ่มคนเสื้อแดงก่อนนะครับ ซึ่งจังหวัดสุโขทัยนั้นผมเรียนกับ พี่น้องครับ ผมเรียนกับท่านประธานว่าเป็นจังหวัดที่เป็นเมืองสงบเรียบร้อยนะครับ ไม่มีปัญหาอะไรเลย ผมไม่อยากให้จะมีการแบ่งแยกไปถึงขนาดนั้นนะครับ ก็ฝากถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องนะครับว่าจังหวัดสุโขทัยนั้นก็อย่าให้มีกลุ่มสี เพราะว่าสุโขทัยเป็นเมืองสงบมาตลอด ไม่เคยมีปัญหามานะครับ
ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานในเรื่องการสัญจรไปมาคือถนนนะครับ
เขตเลือกตั้งของกระผมนั้นมันเป็นเขตติดต่อหลายจังหวัด ถนนหนทางไม่ว่า จะเป็นย่านชุมชน ไม่ว่าจะเป็นถนนสายหลักชํารุดเสียหายมากนะครับท่านประธาน ชาวบ้าน ได้ขอร้องฝากกระผมมาไปยังกระทรวงคมนาคม พี่น้องชาวตําบลไชยวานครับ มีบ้านคํายาง แล้วก็บ้านหนองแวง สัญจรไปมาลําบากมากนะครับ โดยเฉพาะรถบรรทุกอ้อยได้รับการ ร้องเรียนว่ามีการเอาไปจอดตรงถนน จะวิ่งสัญจรไปมาก็ลําบากนะครับ ฝากท่านประธาน ไปยังกระทรวงคมนาคมด้วยนะครับว่าใครรับผิดชอบนะครับ ให้เอารถอ้อยไปจอดที่จัดให้จอด อย่ามาจอดถนน ถ้าจะให้จอดถนนก็ต้องบอกนะครับ เขาจะได้ซื้อเครื่องบินนะครับ เขาบอกมาครับ เขาจะได้บินข้างบนนะครับ บอกกระทรวงคมนาคมด้วยนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ตําบลหนองหลักไปยังบ้านหนองแวงอีกนะครับ ถนนตรงนี้มันผ่าน ระหว่างตําบลต่อตําบล คือบ้านหัวนกยาง แล้วก็บ้านสะงวย ขอความกรุณาท่านประธาน ได้แจ้งไปยังกระทรวงคมนาคมหรือว่ากระทรวงมหาดไทยที่ดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ เขาบอกว่าอย่าเอาแต่เงินไปอบรม แจกเงินกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้เอาเงินมาทําถนนให้หน่อยนะครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ
ท่านสามารถ มะลูลีม ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สามารถ มะลูลีม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก็มีขอหารือ เรื่องขอให้รัฐบาลเข้มงวดในการขนส่งก๊าซแอลพีจี (LPG) ที่ระเบิดไปเมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ที่ถนนพัฒนาการ ๒๐ บริเวณเกิดเหตุก็อยู่ใกล้ ๆ บ้านผมเลยครับ เพราะฉะนั้นชาวบ้านพี่น้อง กังวลมาก เพราะว่าไม่มีกฎหมายใช้บังคับกฎหมาย ตํารวจก็บอกมาแล้วว่าคนขับหลับใน เลยไปชนราวสะพานอยู่ แล้วบังเอิญราวสะพานนั้นก็มีท่อระบายน้ําท่อประปาขนาดใหญ่ น้ําก็เลยพุ่งขึ้นมาดับไฟโดยอัตโนมัติขึ้นมานะครับ ซึ่งตรงนี้ถ้าเราไม่ได้พระเจ้าช่วยอย่างนั้น ก็คงจะวุ่นวายมากนะครับ พี่น้องประชาชนที่ว่าไปชน ซ้ายมือเป็นชุมชนทั้งเป็นร้อย ๆ พัน ๆ หลัง แต่มาชนเกาะกลางถนนมีท่อประปาขนาดใหญ่อยู่นะครับ ท่อประปาก็เกิดขึ้นมา เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้บริษัทประกันภัยนี่ละครับได้ช่วยดูแลในด้านการรักษาพยาบาล พี่น้องประชาชนที่บางคนก็บาดเจ็บถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของร่างกายนะครับที่ไฟไหม้ แล้วบ้าน พี่น้องประชาชนก็ยังพังไปหลายหลังนะครับ ก็ขอให้ทางกระทรวงพลังงานช่วยดูแลตรงนี้ ด้วยครับ
อีกเรื่องหนึ่ง ต้องขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาครับ ท่านชุมพล ศิลปอาชา ที่ท่านได้มีดําริยกเลิกการไม่ให้ใช้สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน ไปให้เป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสน เพราะว่าพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน จากการที่ใช้วิ่งมาเวลาหลายสิบปีกับการที่การกีฬาแห่งประเทศไทยจะไปเซ็นสัญญากัน ไปแล้วนะครับ ที่ให้กับสโมสรฟุตบอลเอาไปใช้เป็นสนามเหย้านะครับ ผมคิดว่าผิดหลักการ ของการที่จะเป็นกีฬาเพื่อประเทศชาติ แต่เอาไปทํากีฬาเพื่อธุรกิจ เพราะฉะนั้นขณะนี้ ท่านชุมพลบอกว่าจะยกเลิกนะครับ ก็เป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนฝากขอบคุณมา
อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือว่าในสนามกีฬานั้นถนนที่ทางผ่านหน้าถนนเอแบค (ABAC) จะรื้อกําแพงทั้งหมดแล้วทําเป็นตึกแถวให้พี่น้องประชาชนมาเช่าค้าขายอีก ผมคิดว่ารถที่ พี่น้องประชาชนในเขตของสวนหลวงและในเขตบางกะปินั้น รถติดมหาศาลอยู่แล้ว แต่ทําไม การกีฬาแห่งประเทศไทยถึงจะเอาที่ว่าง ๆ ที่เป็นรั้วอยู่นะครับ ไปรื้อรั้วแล้วทําเป็นร้านค้า เป็นจํานวนนับร้อยร้านเพื่อที่จะให้คนมาขายของ เพราะฉะนั้นขอให้ยกเลิกโครงการนี้ด้วยครับ เช่นเดียวกับสนามกีฬาครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านรณเทพ อนุวัฒน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายรณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ผมมีปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จํานวน ๒ เรื่องด้วยกันนะครับ
เรื่องแรกนั้น เป็นเรื่องปัญหาเกี่ยวกับรถบรรทุกทรายที่วิ่งผ่านเขตเทศบาล เมืองพนัสนิคมนะครับ ที่ทําตัวเป็นเจ้าของถนนแล้วก็ไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของ กฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขับขี่หรือการบรรทุก เช่น ขับรถขวาตลอด แล้วก็บรรทุกทราย ที่ชุ่มเปียกไปด้วยน้ํา ตกเรี่ยราดไปตามท้องถนน นํามาซึ่งปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เป็นเวลาช้านานแล้ว สืบเนื่องจากว่าทรายเมื่อแห้งแล้วก็จะเกิดปัญหาเรื่องของฝุ่นละออง รวมถึงทรายที่ตกเรี่ยราดอยู่บนท้องถนน เวลารถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์เบรก (Brake) บนถนนที่มีทรายก็จะเกิดการลื่นไถล ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ นํามาซึ่งความเดือดร้อนเสียหาย ในชีวิตร่างกายและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ก็ขอประทานกราบเรียนท่านประธานสภา ผ่านไปยังสํานักงานตํารวจแห่งชาติได้โปรดสั่งการไปยังผู้พิทักษ์รักษากฎหมายได้กวดขัน รถบรรทุกให้ปฏิบัติตามข้อบังคับและกฎหมายด้วยนะครับ เพราะว่าเป็นปัญหาของประชาชน ที่เดือดร้อนจริง ๆ
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับนโยบายในการแก้ปัญหาราคามันสําปะหลัง ตกต่ํานะครับ ตามโครงการรับจํานําที่ผ่านมาในบางพื้นที่นั้นไม่มีลานมันสําปะหลังและโรงแป้ง เข้าสู่โครงการรับจํานําเลย หรือมีก็มีน้อย อย่างเช่นจังหวัดชลบุรีไม่มีแม้แต่สถานที่เดียวนะครับ ก็ก่อให้เกิดปัญหากับพี่น้องประชาชนที่ไม่ทราบว่าจะเอามันสําปะหลังไปไว้ที่ไหนนะครับ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อสัปดาห์ที่แล้วทราบว่าคณะรัฐมนตรีนั้นได้มีมติให้กระทรวงพาณิชย์รับซื้อ มันสําปะหลังจากเกษตรกรโดยตรงเพื่อเป็นการแก้ปัญหา กระผมในนามของพี่น้องประชาชน และพี่น้องเกษตรกรต้องขอขอบคุณทางคณะรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ด้วย แต่พี่น้องเกษตรกรของผมก็ยังเป็นห่วงในเรื่องของเปิดจุดรับซื้อมันสําปะหลังนะครับว่า จะมีความทั่วถึงมากน้อยแค่ไหน กระผมจึงขอประทานกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นะครับ ขอให้เปิดจุดรับซื้อมันสําปะหลังให้ทุกพื้นที่ ทุกอําเภอที่มีการปลูกมันสําปะหลังด้วย ขอขอบคุณครับ
เชิญท่านณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องหารือท่านประธานฝากไปยัง กระทรวงพาณิชย์ในเรื่องของราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่แพงอยู่ในขณะนี้ ผมคงไม่ลง รายละเอียดครับว่ารายการสินค้าแต่ละรายการนั้นมีราคาสูงขึ้นอย่างไร เพราะว่าเมื่อสัปดาห์ ที่ผ่านมาเพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านของผมก็ได้ตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีไปเป็นที่เรียบร้อย และเข้าใจว่าปัญหาน่าจะอยู่ในระหว่างการได้รับการพิจารณาแก้ไข ซึ่งพวกเราก็จะคอยดู กระบวนการในการแก้ไขของรัฐบาลต่อไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นครับ ผมขึ้นมาหารือท่านประธาน ฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อีกครั้งหนึ่งในครั้งนี้ เพราะว่าเข้าใจว่าประเด็นปัญหา ของราคาสินค้าแพงนั้นน่าจะเกิดจากประเด็นปัญหา ๓ ปัญหาด้วยกันก็คือ ๑. ในเรื่องของ ต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้น ๒. เรื่องของอุปสงค์ของทางตลาดที่ได้รับการบิดเบือนจากข้อเท็จจริง และสุดท้ายคือ เรื่องของนโยบายของรัฐบาลที่ผิดพลาด ทําให้ราคาสินค้านั้นสูงขึ้น
ประเด็นแรก ในเรื่องของต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้นนั้น คือเรื่องของต้นทุนค่าขนส่ง หรือต้นทุนน้ํามัน ในกรณีดังกล่าวนั้นผมคิดว่ารัฐบาลต้องรีบจัดการในเรื่องของกองทุนน้ํามัน ให้เป็นที่เรียบร้อย จะทําอย่างไรกับเอ็นจีวี (NGV) แอลพีจี หรือดีเซล เพราะที่ผ่านมานั้นผมเห็นว่าส่วนใหญ่จะมีข้อแก้ตัวออกมาในลักษณะที่บอกว่ากองทุนน้ํามันนั้น ขาดทุนเพราะว่าต้องอุ้มแอลพีจีอยู่ แต่แท้ที่จริงแล้วมันติดลบเพราะว่าการไปยกเลิกการเก็บเงิน เข้ากองทุนน้ํามันในเรื่องของน้ํามันเบนซินและน้ํามันดีเซลในช่วงแรก ๆ ที่ท่านเข้ามาเป็น รัฐบาลนะครับ และจะวางเป้าหมายอย่างไรให้ชัดเจนในเรื่องของการทํากองทุนน้ํามัน ให้สมดุล
๒. ในเรื่องของอุปสงค์ อุปทาน ตลาดที่ผิดเพี้ยนนั้น ผมเข้าใจว่ากระบวนการ ของการจัดร้านธงฟ้า หรือท้ายที่สุดในเรื่องของการพยายามทําในเรื่องของ ๑ ร้าน ๑ ชุมชน โชห่วยช่วยชาตินั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ว่าอย่างน้อยที่สุดผมคิดว่าคณะรัฐมนตรีต้องไปพิจารณา ในเรื่องของกระบวนการการแทรกแซงตลาดที่ทําให้ราคาสินค้าในระยะยาวนั้นมีปัญหาแล้วก็ ไปซ้ําเติมคนที่เขาเป็นโชห่วยจริง ๆ อยู่ในตลาด พ่อค้าแม่ขายในตลาดจริง ๆ จะได้รับผลกระทบ จากราคาสินค้าที่ท่านขายต่ํากว่าความเป็นจริงในตลาด
ท้ายที่สุดในเรื่องของนโยบาย ในเรื่องของค่าแรงและเงินเดือน ๓๐๐ บาท ที่กําลังจะนํามาใช้นั้น ในวันนี้แม้ว่าจะยังไม่ได้นํามาใช้ แต่ท้ายที่สุดมีการขึ้นราคาสินค้าไป รอไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสําคัญเป็นพิเศษครับ เพราะว่า จากการปรับค่าแรงขึ้น ๓๐๐ บาทนั้น ในท้ายที่สุดค่าแรงเฉลี่ยจะสูงขึ้น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ดูเหมือนรายได้ของพี่น้องประชาชนจะสูงขึ้น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าโดยเฉลี่ยแล้วเงินเฟ้อ โดยเฉลี่ยทุกปีนั้นเพิ่มขึ้นประมาณ ๔ เปอร์เซ็นต์ การทําให้รายได้สูงขึ้นกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์นั้น ดูเหมือนจะทําให้พี่น้องประชาชนมีรายได้มากขึ้นแต่ท้ายที่สุดมันทําให้อัตราเงินเฟ้อนั้น สูงขึ้นอีก ๐.๖ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ต้นทุนในการผลิตนั้นสูงขึ้น มีโอกาสสูงที่ผู้ผลิตจะย้ายฐาน การผลิตไปยังต่างประเทศ แล้วทําให้แรงงานตกงานเป็นจํานวนไม่น้อย เพราะฉะนั้นท้ายที่สุด เมื่อมีการเพิ่มรายได้ขึ้นของพี่น้องประชาชนกว่า ๖ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าถ้ามันตกงานก็ไม่มี ประโยชน์ เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในเรื่องนี้ครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ
เรื่องแรกที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้ก็คือดิฉันเองได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการประกันภัยพืชกับทางธนาคาร ธ.ก.ส. โดยที่ธนาคาร ธ.ก.ส. เขาจะได้มีการร่วมมือกับบริษัทประกันเพื่อมารับประกันภัยพืชที่เกิด จากภัยแล้งหรือว่าเกิดจากน้ําท่วม ซึ่งพืชที่เขารับประกันภัยก็จะมีข้าว มันสําปะหลัง อ้อย แต่ตอนนี้ปัญหาที่พี่น้องเกษตรกรได้รับก็คือเมื่อน้ําท่วมที่ผ่านมาจนป่านนี้ถึงเวลานี้ยังไม่ได้รับ ค่าชดเชยจากการที่เข้าร่วมโครงการประกันกับทางธนาคาร ธ.ก.ส. แล้วก็บริษัทประกันภัยค่ะ อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลแล้วก็ให้เขาช่วยจ่ายเงิน ค่าประกันภัยให้กับพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือดิฉันเองได้รับการบอกกล่าว ร้องเรียนจากพี่น้องผู้เป็นครูอัตราจ้างของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก พูดง่าย ๆ ตําแหน่งครูพี่เลี้ยงค่ะ ท่านประธานว่าตอนนี้พวกเขาต้องรับผิดชอบในการดูแลเด็กเล็กที่มาจากทั่วทุกแห่งที่มาเรียน ที่ศูนย์เด็กเล็กแต่ละแห่ง แต่ว่าความรับผิดชอบ ๒๐ คนต่อ ๑ คนก็เยอะนะคะท่านประธาน บางแห่งเยอะกว่านั้นไปอีก อาจจะถึง ๓๐ คนต่อ ๑ ครูพี่เลี้ยง เขาอยากจะได้ความมั่นคง ในการประกอบอาชีพ อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยให้ช่วยดูแล จัดหางบประมาณมารับเขาเป็นลูกจ้างประจําหรือเป็นข้าราชการด้วยค่ะ เพื่อให้เขา มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
เรื่องสุดท้ายที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือทางท่าน ส.ส. ดวงแข ที่นั่งอยู่ข้างกับดิฉันนี้ล่ะค่ะ ท่านฝากมาว่าตอนนี้ที่จังหวัดขอนแก่นมีปัญหาก็คือลานมันสําปะหลัง ที่เข้าร่วมโครงการมีเพียงแค่ ๒ ลาน คือที่อําเภอกระนวน แล้วก็อําเภอบ้านไผ่ เมื่อสักครู่ พี่น้องประชาชนโทรมาเยอะแยะเลยค่ะท่านประธาน เขาอยากเข้าร่วมโครงการรับจํานําค่ะ แต่ว่ายังไม่สามารถเข้าร่วมได้เนื่องจากห่างไกลจากพื้นที่ หากเป็นไปได้อยากจะฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลเพิ่มจุดรับจํานําอาจจะเป็นที่อําเภอเมืองพลก็ได้นะคะ พี่น้องเขารอความหวังอยู่เพราะอยากเข้าจริง ๆ ค่ะ โครงการที่ดี ๆ แบบโครงการรับจํานําค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านเรวัต อารีรอบ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ ผมได้มีโอกาสขึ้นมาหารือ ผมมีความต้องการ วันที่ ๑๙ กับวันที่ ๒๐ มีนาคมที่ผ่านมา ครม. สัญจรที่จังหวัดภูเก็ต ท่านประธานครับ ท่านจะเห็นภาพของคณะ ครม. สัญจรที่ไปจังหวัดภูเก็ตมีความเรียบร้อย ในความเรียบร้อยนั้นไม่ใช่เพราะเจ้าหน้าที่ตํารวจดูแลอย่างดีไม่ใช่ครับ เพราะมาจาก ส.ส. ๒ คนในพื้นที่มีความเข้าใจในการตรวจราชการของนายกรัฐมนตรี มีประชาชนหลายท่าน อยากจะขึ้นป้ายด่าบ้าง อะไรบ้าง เราไม่ได้ครับ คุณอัญชลีสั่งผมเลยบอกว่าคุณเรวัต เรื่องอย่างนี้อย่าให้เกิดเด็ดขาด ในวันนี้ที่ผมมาหารือท่านประธานเพื่อมาบอกว่าในอดีตที่ผ่านมา ไม่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ไปตรวจราชการที่ภาคอีสาน ไม่ว่าท่านชวนไปหาเสียงที่ จังหวัดเชียงใหม่เราได้รับอย่างไรบ้างครับ เราได้โดนเก้าอี้ โดนไข่ ท่านนายกรัฐมนตรีโดนอะไร ต่ออะไรอีกเยอะมาก ผมคิดว่าในการนี้ดูแล้วไม่อยากจะให้เป็นตัวอย่างของจังหวัดอื่น ๆ
ส่วนที่ ๒ ผมก็ไปดูต่อใน ครม. สัญจรครับ เห็นชอบหลายโครงการ แม้กระทั่ง พรรคเพื่อไทย ส.ส. หลายคนก็มาแสดงความยินดีกับผม แต่ผมไปดูท่านครับ อยากจะกราบเรียน ท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรีว่าโครงการหลายโครงการเป็นการเห็นชอบ แต่ยังไม่ได้ มีการอนุมัติแม้กระทั่งโครงการเดียว ส่วนที่ ครม. สัญจรไปที่จังหวัดไหนมีให้ ๑๐๐ ล้านบาท สําหรับจังหวัดภูเก็ต ๑๐๐ ล้านบาทน้อยมากครับท่านครับ จังหวัดของเราสร้างรายได้ ให้กับประเทศปีละเป็นแสนล้านบาท ครม. ชุดนี้ที่อนุมัติที่เห็นวันนี้ ๑๐๐ ล้านบาทครับ ยังรอจะอนุมัติโครงการอยู่หลายโครงการ เช่น สี่แยกสามกองหรือว่าสี่แยกโลตัสตรงนี้ มีความจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทําเป็นอุโมงค์ นอกเหนือจากนั้นท่านครับ ผมขอเวลานิดเดียว ท่านครับ การจัดสรรงบประมาณเที่ยวหน้าในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ขออยากจะให้รัฐบาล ไม่ใช่ดูเฉพาะพื้นที่ประชากรจริงมิได้ครับ เพราะบ้านผมยังมีประชากรแฝงนักท่องเที่ยว ปีหนึ่งหลายล้านคน ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภาไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและ ครม. ชุดนี้ด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับผู้นําชุมชนองค์การบริหารส่วนตําบลนาเกลือ จังหวัดเชียงใหม่ครับ เชิญ ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ ท่านประธานครับ ปัญหาของลําชี ในจังหวัดสุรินทร์ซึ่งต้นน้ํามาจากอําเภอพนมดงรักผ่านอําเภอปราสาท ผ่านอําเภอเมืองสุรินทร์ แล้วก็มาที่อําเภอจอมพระเขตเลือกตั้งผม แล้วก็ไปบรรจบที่อําเภอท่าตูมเขตของท่าน ส.ส. คุณากร ปรีชาชนะชัย ระยะทางประมาณ ๒๐๐ กิโลเมตร เป็นปัญหาสายน้ําหนึ่งของจังหวัดสุรินทร์ ที่อยากจะเรียนผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทราบข่าวว่าเป็นกรมเจ้าท่านะครับ ซึ่งสายน้ํานี้นั้นมันตื้นเขินมากเวลาน้ําท่วมไม่สามารถรองรับน้ําได้น้ําก็จะหลากขึ้นมาทําให้ พื้นไร่ นา สวนของพี่น้องชาวอําเภอจอมพระผม โดยเฉพาะตําบลลุ่มระวี ตําบลชุมแสง แล้วก็ เลยไปถึงเขตของท่าน ส.ส. คุณากรได้รับความเดือดร้อนมาก แล้วเวลาฤดูแล้งนี่เริ่มเห็น ชัดเจนเลยครับ ตื้นเขินไม่มีน้ําเลยครับ น่าเสียดาย แล้วมันเป็นลําที่แบ่งกั้นระหว่างจังหวัดบุรีรัมย์ กับจังหวัดสุรินทร์ด้วย ผมคิดว่าถ้ากรมเจ้าท่าให้ความเมตตาไปออกแบบ ไปเขียนงบประมาณ ลงไปช่วยเหลือพี่น้องในเขตจังหวัดสุรินทร์ของผมโดยเฉพาะในเขตอําเภอจอมพระผม ในเรื่องของการขุดลอกให้มีสันของด้านข้างทั้ง ๒ ข้างแล้วไม่ให้ตลิ่งมันมีปัญหาน้ํากัดเซาะ ลงมาแล้วรักษาน้ําไว้ผมว่าฤดูน้ําท่วมก็จะไม่มีปัญหา เวลาฤดูน้ําแล้งก็จะได้เอาน้ําขึ้นมาอุปโภค บริโภคแล้วช่วยในเรื่องของการเกษตร โดยเฉพาะในเรื่องของการเลี้ยงสัตว์ แล้วเวลาน้ําท่วม น้ํามันเยอะจริง ๆ ครับท่านประธาน ลําบากไปถึงเด็กนักเรียนโรงเรียนต้องปิดหมด แถวนั้น ๔-๕ โรงเรียนไม่สามารถเปิดทําการสอนได้ ผมอยากวิงวอนจริง ๆ ซึ่งมันเป็นสายหลักสายหนึ่ง ของจังหวัดสุรินทร์ แม่น้ําในจังหวัดสุรินทร์มันมีอยู่ ๒ สาย เดี๋ยววันพรุ่งนี้ผมจะเอามาอีกสายหนึ่ง มาไล่กับท่านประธานเพราะเวลามันค่อนข้างจํากัด ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่รับผิดชอบให้ดําเนินการโดยเร่งด่วนครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านวัชระ เพชรทอง
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ความทุกข์ยาก ของพี่น้องประชาชนมีทุกวัน
เรื่องแรก ท่านประธานครับ สปริงนิวส์ (Spring News) ส่งข่าวสั้นบอกว่า เอแบคโพล (ABAC Poll) เผยคนห่วงปากท้องมากกว่าการเมือง ๘๘.๗ เปอร์เซ็นต์ ชี้ ๑ ปี เดือดร้อนเพราะของแพงมากขึ้น ขอขอบคุณสปริงนิวส์ที่บอกว่าของแพงมาก แพงทั้งแผ่นดิน ขอให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ดําเนินการแก้ไขโดยด่วน
เรื่องที่ ๒ ผู้ประกอบการที่จังหวัดภูเก็ต ๕๐๐ บริษัท ปรากฏว่าไม่มีคนพิการ เข้าทํางาน มีกฎหมายบังคับให้ต้องรับคนพิการเข้าทํางาน ถ้ามีคนงาน ๑๐๐ คน ต้องมีคนพิการ ๑ คน ขอให้รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงแรงงานแก้ไขกฎกระทรวงในข้อนี้
เรื่องที่ ๓ ผู้ประกอบการเกาะพีพีที่ อบต. อ่าวนาง จังหวัดกระบี่ ต้องการที่จะ ให้มีการปกครองในเขตปกครองพิเศษ ขอให้รัฐบาลโปรดไปพิจารณา
เรื่องที่ ๔ คุณป้ามะลิวัลย์ มาพันธุ์ อยู่แขวงบางไผ่ เขตบางแค ร้องว่า เงินช่วยเหลือน้ําท่วม ๕,๐๐๐ บาท บัดนี้ยังไม่ได้ ขอให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์เร่งดําเนินการ ในยุคของแพง แพงทั้งแผ่นดิน
เรื่องถัดมาท่านประธานครับ ปรากฏว่า พลตํารวจเอก เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ให้สัมภาษณ์บอกว่าขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งความนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ผมในฐานะที่เป็น ส.ส. ไปแจ้งความด้วยตนเองที่กองปราบปรามเมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ปีที่แล้ว ยืนยันว่า มีการแจ้งความแล้ว
สุดท้ายท่านประธานครับ เมื่อคืนนี้ พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ได้เสนอ รายงานฉบับนี้ต่อท่านประธาน ซึ่งเป็นรายงานเถื่อน และพลเอก สนธิ บอกว่าเราจะสิ้นชาติ ท่านประธานครับ จะสิ้นชาติแน่นอนถ้าผ่านรายงานฉบับนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเรา ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคฝ่ายค้านรักษาปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ไม่อาจที่จะยอมรับได้ และผมขอฉีกรายงานฉบับนี้ต่อหน้าท่านประธานและส่งคืน ท่านประธานกลับไป ท่านประธานครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่าเปรียบเสมือนกับนําอุจจาระ ของทักษิณมาให้ประชาชนทั้งประเทศ
ท่านถอนคําพูด เถอะครับ นําอุจจาระของท่านทักษิณอะไรนะ ถอนเถอะครับ แล้วก็ท่านผิดข้อตกลงนะครับ การหารือเอาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งไม่เกี่ยวกับการเมืองและไม่กระทบกับคนอื่น ผมให้เกียรติท่านเมื่อกี้ปล่อยให้ท่านเสียยาวเลย แต่ตรงนี้คงไม่ได้ ต้องถอนครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมพูดว่า
ท่านต้องถอนครับ ไม่ต้องพูดว่า ถอนอย่างเดียว
ท่านประธานที่เคารพ ผมจะถอน ผมต้องบอกท่านประธานก่อนว่า
ท่านถอนครับ ท่านต้องถอนก่อนครับ
ถอนว่าอะไรครับ ท่านพูดสิครับ ถอนว่าอะไร
ถอนอุจจาระ ของท่านทักษิณอะไร ท่านถอนออกไปก่อน
ผมไม่ได้มีคําว่า ท่านทักษิณ เลยครับ ผมบอกว่าอุจจาระทักษิณให้ประชาชนดม
ก็ได้ยินกันทั่ว อยู่แล้วครับ ท่านอย่าดื้อเลยครับ ถอนเถอะครับ ถ้าไม่ถอน ผมไม่อนุญาตให้หารือต่อนะครับ ท่านถอนก่อน
ท่านประธานที่เคารพ ผมเคารพ ท่านประธาน และผมยินดีที่จะถอนตามที่ท่านประธานว่า ท่านประธานครับ รายงานฉบับนี้
แล้วผมคง ไม่อนุญาตให้พูดถึงรายงานฉบับนี้ ผมให้หารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และต้อง ไม่กระทบถึงคนอื่น และไม่เกี่ยวกับการเมืองด้วย ท่านต้องปฏิบัติตามนี้ครับ
ครับท่านประธาน ผมจะปฏิบัติตาม ท่านประธาน และผมจะส่งรายงานที่ฉีกฉบับนี้คืนให้กับท่านประธาน
ท่านประธานครับ เรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อนทั้งแผ่นดินครับ คือเรื่องของแพง ท่านประธานครับ ไปตลาดไหนก็บอกว่าแพง ตลาดวัดหนองแขมก็บอกว่าแพง ทุกตลาดบอกว่าแพงหมด ฉะนั้นขอรัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาของแพงและเรื่องน้ํามันแพง ท่านประธานครับ รัฐบาลนี้ต้องรับผิดชอบเรื่องน้ํามันแพง เรื่องก๊าซแพง ต้องลดราคาลงมาครับ ต้องดูแลผู้ประกอบการ เพราะไม่เช่นนั้นราคาทุกอย่างจะแพงขึ้น แม้กระทั่งข้าวแกง ท่านประธานครับ ข้าวแกงในสภาผู้แทนราษฎรก็แพง ท่านประธานต้องแก้ไขและผมจะนํา รายงานฉบับนี้ส่งคืนให้กับท่านประธานต่อไป เนื่องจากเป็นรายงานเถื่อน
ท่านละออง ติยะไพรัช ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉัน มีปัญหาเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเชียงราย แล้วก็นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยว จังหวัดเชียงรายค่ะท่านประธาน คือถนนสายเชียงราย-แม่สาย กับเชียงราย-เชียงแสน เกิดอุบัติเหตุบ่อย เกิดอุบัติเหตุบ่อยนี้เนื่องจากว่าในส่วนของพื้นที่ตอนนี้ก็คือถนนกําลัง ก่อสร้างใหม่นะคะ ก็จะมีสิ่งกีดขวางจราจรเยอะแยะมากมาย
มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย กราบเรียนท่านประธานครับ เป็นความกรุณาของท่านประธานที่ให้เกิดการหารือขึ้นในสภา ทุกนัดที่เรามีการประชุม แต่พฤติกรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่หารือคนที่แล้วกระทํา ไม่เหมาะสมกับสถานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมขอเสนอให้ท่านประธานพิจารณา จริยธรรมของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการหารือทุกครั้งให้เอาเทปที่เขาหารือมา ตรวจสอบแล้วมาตั้งคณะกรรมการพิจารณาพฤติกรรมของสมาชิกผู้นี้ครับ ขอให้ท่านประธาน พิจารณาด้วยครับ
ถ้าท่านเห็นว่า เป็นอย่างนั้นท่านก็ทําเป็นหนังสือร้องมาได้นะครับ เชิญต่อเลยครับ
ต้องเริ่มใหม่ค่ะท่านประธาน ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตพูดให้จบก่อนได้ไหมคะ ขออีกคน
ท่านวัชระ ก็ไม่เห็นมีอะไร
ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นับประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ตามที่นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ทักษิณ ได้ลุกขึ้นมากล่าวหากระผมว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเป็นเรื่องที่ทําให้ผมเสียหาย ตามข้อบังคับท่านประธานครับ ขอให้นายพิเชษฐ์ได้ถอนคําพูด และถ้านายพิเชษฐ์จะร้องเรียน ก็เชิญรีบร้องเรียนโดยเร็วอย่าได้รอช้าเพราะจะได้เข้าตา ท่านประธานครับ ผมก็ขึ้นหารือถึงปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทุกเรื่องที่เกี่ยวกับพี่น้องประชาชน และเป็นเหตุผล เป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ใช้อํานาจตามรัฐธรรมนูญทุกประการ นายพิเชษฐ์ จะรับใช้ใครเป็นเรื่องส่วนตัวครับ แต่ผมรับใช้พี่น้องประชาชน ขอขอบคุณ
ก็อย่างนี้มันก็ ไม่จบนะครับ แล้วพฤติกรรมใครอย่างไรประชาชนเขาก็ดูอยู่ เอาว่าอย่าเสียเวลากับเรื่อง ไม่เป็นเรื่องเลยครับ ท่านครับ ขอกันกินมากกว่านี้ ปล่อยเถอะ ท่านขอเถอะครับ จริง ๆ ขอกันกินมากกว่านี้ ท่านปล่อยเถอะ นั่งเถอะครับท่านครับ เชื่อเถอะครับ ขอกันกินมากกว่านี้ เชื่อผม ท่านนั่งเถอะครับ ท่านพิเชษฐ์ครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ อย่างไรผมก็ยืนยันจะทําหนังสือถึงท่านประธาน และกระผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน นั่นละครับ อย่างไรก็ทักษิณ ชินวัตร เป็นพ่อผมครับ ขอบคุณครับ
เชิญต่อครับ จบแล้วครับ ไม่มีอะไรเสียหาย
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ขออนุญาตจริง ๆ ค่ะ เพราะว่าดิฉันเดี๋ยวก็จะไปประชุมกรรมาธิการต่อแล้วก็ขอเวลาอีก ยังไม่ถึง ๑ นาทีนะคะ
ท่านอย่าดื้อเลยครับ นั่งเถอะครับ
(นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญครับ ใครผิด ข้อบังคับข้อไหนด้วยนะครับ
ท่านประธานครับ กระผม ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ จริง ๆ ผมก็ ไม่อยากจะขึ้นมาขัดจังหวะท่านสมาชิกที่กําลังจะอภิปรายครับ แต่ผมได้ฟังท่านประธาน หลายครั้งว่าท่านประธานบอกว่าในช่วงเวลาการปรึกษาหารือห้ามพูดเรื่องการเมือง ผมก็อยากจะทราบว่าตรงนี้เป็นข้อตกลงระหว่างใครกับใครครับ
ท่านใช้สิทธิประท้วง ท่านไม่มีสิทธิอภิปราย ไม่มีใครผิดข้อบังคับครับ ท่านนั่งเถอะครับ ข้อตกลงก็พูดกันซ้ํา ๆ ซาก ๆ ก็รู้กันทั่วทั้งสภานั่นละครับ มีท่านคนเดียวกระมังไม่ทราบ นั่งเถอะครับ ท่านนั่งเถอะครับ อย่าดื้อครับ นั่งเถอะครับ นั่งครับ
ผมไม่ได้ทําผิดข้อบังคับ ผมหารือ ท่านประธานนะครับ
ผมไม่อนุญาต ให้หารือครับ ท่านนั่งเถอะครับ
(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านวัชระครับ ไม่มีใครผิดข้อบังคับนะครับ ท่านนั่งเถอะครับ
ขอประท้วงท่านประธานครับ ข้อบังคับ ข้อ ๘ ครับ
ข้อ ๘ เขาให้ ประธานควบคุมการประชุมให้มีประสิทธิภาพ ถ้าจะประท้วง ข้อ ๘ ต้องประท้วงท่าน ๒ คน ท่าน ๒ คนเป็นต้นเหตุให้มันไม่เรียบร้อย นั่งเถอะครับ นั่งเถอะครับ นั่งเถอะครับ อย่าดื้อเลยครับ นั่งเถอะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม กุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องขออนุญาต ประท้วงท่านประธานครับ ข้อ ๘ แล้วก็ต้องขออนุญาตด้วยความเคารพท่านประธานจริง ๆ ผมต้องขอให้ท่านประธานถอนคําพูดที่ว่าเพื่อนสมาชิกของผม ท่านฉัตรพันธ์ ขออนุญาต ที่เอ่ยนาม ว่าไม่รู้เรื่องข้อตกลง ผมเชื่อว่าท่านประธานก็พูดเรื่องข้อตกลงมาหลายครั้ง เมื่อสมาชิกถามท่านก็เสียเวลาสักนิดเถอะครับ อธิบายหน่อย ไม่ใช่บอกรู้กันทั้งสภา มีท่านคนเดียวไม่รู้ ไม่ได้หรอกครับ เขามีราษฎรของเขาอยู่เป็นแสนคนเหมือนของท่านละครับ ท่านจะชี้ว่าใครผิด ไม่เหมือนท่าน เอามาตรฐานท่านบังคับไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นต้องขอให้ ท่านประธานถอนครับ ขอบคุณครับ
ผมพูด เรื่องข้อตกลง แล้วก็พูดซ้ําแล้วซ้ําเล่านับครั้งไม่ถ้วน ผมยังยืนยันข้อตกลงตรงนี้นะครับ และอํานาจการหารือเป็นอํานาจของประธาน ผมว่าท่านนั่งดีกว่ากระมัง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม กุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดอุทัยธานีนะครับ ผมก็จะว่าประท้วงก็ประท้วงนะครับ มันเป็นเรื่องต่อเนื่อง แต่ต้องเรียนท่านประธานครับ ถ้าท่านยังทําอย่างนี้อยู่ทุกครั้งการประชุมก็เดินไปไม่ได้หรอกครับ ก็ประท้วงกันอยู่อย่างนี้ครับ ผมก็เกรงใจท่านผู้หารือนะครับ เดี๋ยวก็หมดเวลา แต่ว้าถ้าท่านยังใช้วิธีการอย่างนี้ ผมว่าก็เละ อย่างนี้ทุกวันละครับ ท่านก็บอกท่านฉัตรพันธ์ไปสิครับว่าเขาตกลงกันอย่างไร เพราะข้อตกลง ต้องเป็นระหว่างผู้ตกลง ผู้เสนอกับผู้สนองตามกฎหมาย ท่านตกลงกับผมก็คือต้องตกลง กับผม ไม่ใช่ไปตกลงกับเลขาธิการแล้วบอกว่าตกลงกันแล้วในสภาครับ ไม่ได้หรอกครับ ท่านครับ ขอบคุณครับ ขอให้ท่านถอนด้วยครับ วินิจฉัยด้วยครับ
ก็เป็นเรื่อง ที่คุยกันมาไม่รู้กี่ครั้ง แล้วก็จะไม่ให้บอกว่าแกล้งไม่ทราบ ผมก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร ก็เป็น ข้อตกลงกันอยู่แล้วว่าการหารือให้เอาความเดือดร้อนของประชาชนมาหารือเท่านั้น ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเมืองมันจะเป็นเหตุให้โต้แย้งกันไปโต้แย้งกันมามันเสียเวลา จะต้องไม่มีการหยิบยกประเด็นการเมืองมาหารือ ถ้าเป็นเรื่องการเมืองก็เป็นเรื่องของการตั้ง กระทู้ถาม เสนอญัตติก็ว่ากันไป แต่ในช่วงการหารือต้องไม่ให้กระทบบุคคลอื่น ไม่เกี่ยวข้อง กับการเมืองให้เป็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจริง ๆ แล้วที่สําคัญการหารือเป็นอํานาจ ของประธานจะให้หารือหรือไม่ให้หารือก็ได้ตามข้อบังคับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ
ท่านอย่างนี้ พอดีท่านมีภารกิจต้องไป ผมขอตรงนี้นิดหนึ่งเดี๋ยวท่านค่อยประท้วงใหม่ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉันเอง ก็เห็นใจเพื่อนสมาชิกหลายคนที่มากันตั้งแต่เช้าและมาลงชื่อเพื่อจะหารือท่านประธานผ่านไป กระทรวงต่าง ๆ ที่จะแก้ไขปัญหากับพี่น้องประชาชน ดิฉันเห็นใจจริง ๆ เพราะดิฉันเองมา ตั้งแต่ ๖ โมงครึ่งตอนเช้าเพื่อที่จะมาหารือในเรื่องปัญหาต่าง ๆ และเรื่องสําคัญที่สุดวันนี้นะคะ ท่านประธาน ปัญหาของพี่น้องประชาชนวันนี้ดิฉันอยากจะเล่าว่าจังหวัดเชียงรายเป็น เมืองท่องเที่ยวและปัญหาเรื่องจราจร ปัญหาเรื่องถนนหนทางที่ยังไม่เรียบร้อย แล้วก็ เครื่องหมายสัญลักษณ์จราจรทําให้เกิดอุบัติเหตุบ่อย แล้วก็สําคัญที่สุดดิฉันอยากจะบอก ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมนะคะว่าวันนี้ที่ถนนสายเชียงราย-แม่สาย เชียงราย-เชียงแสน มีปัญหาอุบัติเหตุบ่อยและขอให้ทางท่านผ่านไปถึงทางกระทรวงคมนาคมนะคะ ว่าถนนช่วงระหว่างสถานีตํารวจกิ่วทัพยั้งจนถึงสุวรรณคีรีนี่ค่ะ ตอนนี้เกิดอุบัติเหตุทุกวัน ในเรื่องของสัญญาณจราจรและเรื่องของไฟฟ้าที่ยังไม่มี และส่วนของที่ไฟฟ้ามี กระแสไฟฟ้า ก็ไม่ติดก็คือว่าไม่มีแสงสว่าง อันนี้คือเรื่องที่ดิฉันอยากจะให้ท่านประธานผ่านไปทาง กระทรวงคมนาคม เพราะอันนี้พูดถึงเรื่องชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน และวันนี้ ดิฉันก็ขอเรียกร้องท่านประธานนะคะ ในสภาของเรามารยาทในการฟังก็ต้องมีเหมือนกัน คนกําลังพูดอยู่แทรกขึ้นมาท่านประธานก็อนุญาตให้พูดดิฉันไม่เห็นด้วย
และอันที่ ๒ ถ้าถัดจากท่านวัชระนะคะ ขออภัยนะคะ ดิฉันหวาดเสียว ทุกครั้งเลยว่าดิฉันต้องไม่ได้พูดแน่ ๆ เพราะว่ามันจะต้องมีอะไรที่ยืดเยื้อที่พวกเราหลายคน ก็ไม่ทราบว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร เพราะปัญหาพี่น้องประชาชนเราก็อยากฟัง ปัญหาของ ท่านวัชระอาจจะเป็นลักษณะพิเศษนิดหนึ่ง เราจะต้องทําอย่างไรบ้างดิฉันต้องขอขอบคุณค่ะ
พอสมควรครับ ที่จริงท่านใช้สิทธิประท้วง ผมก็ต้องอนุญาตแล้วตามข้อบังคับ แต่การประท้วงต้องมีคนผิด ข้อบังคับแล้วต้องอ้างข้อบังคับว่าใครผิด เชิญครับ
ขอบคุณครับที่เชิญ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วงท่านประธานครับ เพราะท่านประธานได้พูดเสียดสีใส่ร้ายสมาชิก คือคุณฉัตรพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาญจนบุรีว่าไม่รู้เรื่องอยู่คนเดียว และจริง ๆ แล้วข้อตกลงที่ท่านประธานพูดนั้น ก็ไม่มีอยู่จริงระหว่างท่านประธานกับสมาชิก ท่านประธานครับ การเมืองเป็นทุกเรื่องของ พี่น้องประชาชนและสภาแห่งนี้ก็คือการเมือง ฉะนั้นจะปฏิเสธคําว่า การเมือง ไปไม่ได้ โดยเด็ดขาด ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานได้ใจกว้างโปรดกรุณาถอนคําพูดที่กล่าวหา เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ว่าไม่รู้เรื่องอยู่คนเดียว กรุณาถอนครับ เพราะเป็นการใส่ร้ายป้ายสี ท่านประธานเป็นผู้ใหญ่แล้วควรที่จะมี
เอาแล้วครับ พอแล้วครับ ผมถอนครับ จะได้จบครับ เชิญท่านนั่งครับ
ขออนุญาตพูด
พอแล้วครับ มันจบแล้วครับ นั่งเถอะ ท่านนั่งเถอะครับ ท่านเจิมมาศ จึงเลิศศิริ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เจิมมาศ จึงเลิศศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน นั่งฟังอยู่นะคะ เพื่อนสมาชิกที่ท่านประธานได้บอกว่ามีข้อตกลงกันนะคะว่าในที่ประชุมแห่งนี้
ท่านเข้าประเด็น ดีกว่ากระมัง
ค่ะ ดิฉันก็ไม่แน่ใจ เพราะว่า ดิฉันก็จะพูดเรื่องเดียวกับท่านวัชระ ก็คือเรื่องปัญหาความเดือดร้อนประชาชน ไม่ทราบว่า จะพูดได้หรือเปล่าคะ เพราะเป็นการเมืองเหมือนกันค่ะ
ถ้าเป็นเรื่อง กระทบการเมือง ผมจะไม่อนุญาต
แต่ว่าเรื่องเดือดร้อน ของประชาชนนะคะ
แต่ถ้ากระทบ การเมือง มันก็เถียงกันไปเถียงกันมาอย่างนี้ ก็ไม่อนุญาต
ขณะนี้เรื่องปัญหาเดือดร้อน เร่งด่วนของประชาชนก็คือเรื่องของปากท้อง เรื่องของแพงนะคะ สินค้าอุปโภคบริโภคขึ้นราคา น้ํามันขึ้นราคาทําให้ประชาชนเดือดร้อนเป็นอย่างมาก สิ่งที่ทําให้ประชาชนต้องรับภาระของแพง ในขณะนี้ แต่ดิฉันก็ไม่เห็นว่ารัฐบาลจะแก้ไขปัญหาได้อย่างไรเลยนะคะ มีเห็นแต่โครงการธงฟ้า โครงการโชห่วยช่วยชาติ ซึ่งโครงการเหล่านี้อย่างโครงการโชห่วยช่วยชาติ ลดราคาสินค้า ๒๐ รายการ ก็ยังไม่ทั่วถึง บางคนก็เข้าไปเวียนซื้ออีกต่างหาก อีกโครงการหนึ่งก็คือธงฟ้านี้นะคะ รัฐบาลควบคุมราคาอาหารสําเร็จรูป ๒๕ บาท ๓๐ บาท แต่ถามว่าเขาขายได้ไหม เขาขาย ไม่ได้หรอกค่ะ เพราะว่าของก็ยังแพงอยู่ ต้นทุน หมู เป็ด ไก่ ไข่ ผัก แพงทุกอย่าง จะให้เขาขาย ๒๕ บาท ๓๐ บาท มันเป็นไปไม่ได้ เขาขายในตลาดไปดูสิค่ะ ๓๐ บาท ๓๕ บาท ทําไม รัฐบาลไม่ไปแก้ไขที่ต้นเหตุละคะ แก้ไขที่ปลายเหตุมันไม่ได้ผลค่ะ ตั้งแต่ก่อนน้ําท่วม ดิฉัน ยกตัวอย่างราคาผัก อาหารประจําชาติของเราก็คือส้มตํา มะละกอก่อนน้ําท่วมกิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท ตั้งแต่หลังน้ําท่วมจนถึงปัจจุบันไม่ทราบกี่เดือนมาแล้วราคาเท่าตัว กิโลกรัมละ จาก ๑๐๐ บาทเป็น ๒๐๐ บาท มะนาวลูกละ ๘ บาท ตรงนี้ทําไมรัฐบาลไม่ไปแก้ที่ต้นเหตุ มาออกโครงการที่เป็นรูปธรรมอยู่ไม่กี่โครงการ แล้วก็ไม่ได้ผลด้วย ดิฉันจึงอยากฝากไปถึง รัฐบาลว่าให้จริงใจในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนของประชาชนก็คือเรื่องของแพง ไม่เฉพาะคนกรุงเทพมหานครตอนนี้ทั่วประเทศแพงหมดแล้วนะคะ แพงทั่วแผ่นดินค่ะ
ท่านนันทนา ทิมสุวรรณ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นันทนา ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่ยังไม่ทําให้ดิฉันพลาดการหารือเป็นครั้งที่ ๒ เพราะว่าอาทิตย์ที่แล้วก็พลาดไป ครั้งหนึ่งแล้วค่ะ ท่านประธานคะ เรื่องที่ดิฉันจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้ค่ะ เป็นเรื่อง ที่จะฝากไปถึงทางกระทรวงไอซีที (ICT) เกี่ยวกับเรื่องโครงการศูนย์ไอซีทีชุมชนที่ทาง กระทรวงไอซีทีนั้นได้จัดสรรไปให้พี่น้องในชุมชน ทั้งเด็กนักเรียนและพี่น้องประชาชนนั้น ได้ใช้ประโยชน์จากเครื่องคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต (Internet) ทั้งเพื่อการศึกษาแล้วก็ พี่น้องประชาชนได้ใช้คอมพิวเตอร์ในการที่จะติดต่อถามข่าวคราวจากญาติพี่น้องที่ไปทํางาน ต่างจังหวัดบ้าง ที่ไปทํางานที่ต่างประเทศบ้าง ซึ่งการใช้ช่องทางนี้สะดวก แล้วก็ประหยัด ค่าใช้จ่ายมากกว่าการใช้โทรศัพท์ค่ะท่านประธาน และในปัจจุบันนี้ก็มีการใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ปัญหาก็คือศูนย์ไอซีทีในปัจจุบันนี้มีอยู่เพียงบางพื้นที่เท่านั้นค่ะท่านประธาน ซึ่งโครงการนี้ เป็นโครงการที่ดี จึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึงทางกระทรวงไอซีทีได้ช่วยดูแล จัดสรรงบประมาณไปสร้างศูนย์ไอซีทีให้ครอบคลุมพื้นที่ เพื่อให้บริการกับพี่น้องประชาชนค่ะ ท่านประธานคะ ยกตัวอย่างในเขตเลือกตั้งของดิฉันมีทั้งหมด ๒๐ ตําบล ๒๒ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนี่ ในปัจจุบันนี้มีศูนย์ไอซีทีอยู่เพียงแค่ ๘ ศูนย์เท่านั้น ที่เหลืออีก ๑๔ ตําบลยังไม่มี ศูนย์ไอซีทีที่จะให้บริการกับพี่น้องประชาชนเลยค่ะ และเมื่อสักครู่ดิฉันก็ได้มีโอกาสพูดคุย กับเพื่อนสมาชิก ท่าน ส.ส. สุนทรี ชัยวิรัตนะ จังหวัดชัยภูมิ ท่านก็บอกว่าที่จังหวัดชัยภูมิ ก็มีปัญหาเช่นเดียวกันค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทศบาลตําบลบ้านเขว้าค่ะ ที่มีปัญหาให้บริการ ไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นในวันนี้ก็เลยกราบเรียนท่านประธานขอหารือฝากไปถึงกระทรวงไอซีที ว่าให้ช่วยจัดสรรงบประมาณมาก่อสร้างศูนย์ไอซีทีชุมชนให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ และเพื่อให้ เพียงพอกับการบริการพี่น้องประชาชน กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๒๓ พระโขนง-บางนา พรรคประชาธิปัตย์ครับ จากรอบที่แล้วผมก็ได้หารือท่านประธานเกี่ยวกับ เรื่องเบี้ยยังชีพของผู้สูงอายุ ก็ต้องขอกราบขอบคุณท่านผู้ว่าราชการ หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ที่ได้ยืมเงินสะสมมาจ่ายก่อน ๕๐๐ บาท แต่ทีนี้ยังขาดส่วนที่ตกเบิกอยู่ที่ตามขั้น อายุ ๖๐ ปี ได้ ๖๐๐ บาท ๗๐ ปี ได้ ๗๐๐ บาท และ ๘๐ ปี ได้ ๑,๐๐๐ บาท ก็ต้องหวังว่า รัฐบาลที่ได้เคยหาเสียงไว้ช่วยดูแลให้ด้วยในส่วนที่ขาดเพราะว่าเดี๋ยวนี้ข้าวของอะไร ก็แพงหมดนะครับ ท่านผู้สูงอายุก็ได้ตั้งความหวังไว้ว่าจะได้รับเงินส่วนที่ตกเบิกตรงนี้
เรื่องที่ ๒ ท่านสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ท่าน ส.ก. ตรีสิทธิ์ ศิริวรรณ ก็ได้ ฝากหารือนะครับว่าเรื่องศูนย์พัฒนาเด็กอ่อนก่อนวัยเรียนกรุงเทพมหานครใช้งบประมาณ ๔๐ ล้านบาทต่อปี เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๒๗ จนถึงปัจจุบัน มี ๓๑๘ ศูนย์ ในพื้นที่ ๔๗ เขตกรุงเทพมหานคร มีเด็กอ่อนก่อนวัยเรียน ๒-๖ ปี อยู่จํานวน ๒๘,๗๐๗ คน และมี อาสาสมัครผู้ดูแลเด็กอยู่ ๒,๐๗๓ คน ท่านครับ วัตถุประสงค์คือต้องการเพื่อจะทําอย่างไร ที่พี่น้องประชาชนกลุ่มอาสาผู้ดูแลเด็กเพื่อจัดให้มีบริการสังคม ให้แบ่งเบาภาระของ ผู้ปกครองในชุมชนที่ไม่มีเวลาดูแลบุตรหลานของตนเอง และพร้อมที่จะให้เด็กได้รับ ความพร้อมที่เหมาะสมกับวัย และเตรียมความพร้อมให้กับเด็ก ในส่วนตรงนี้ท่านครับ คือเบี้ยเลี้ยงอาสาสมัครของผู้ดูแลเด็กได้เดือนละ ๖,๑๔๐ บาท หักเบี้ยประกันสังคมไป ๑๘๔ บาท คงเหลือรับจริง ๕,๙๕๖ บาท ก็ในขณะนี้ปัญหาอยู่ว่า คือเบี้ยเลี้ยงที่ได้ตอบแทน เบี้ยตอบแทนค่อนข้างจะต่ํา จะทําอย่างไรเพื่อจะได้ ๓๐๐-๑๕,๐๐๐ บาท ตามปริญญาและ ค่าแรงขั้นต่ําที่รัฐบาลได้หาเสียงไว้ในส่วนตรงนี้เพราะว่าข้าวของทุกอย่างก็แพงหมดนะครับ ความอยู่รอดในสังคมก็ต้องอาศัยปากท้องต้องอิ่มด้วย อย่างไรก็ฝากท่านประธานช่วยดูแล ไปยังนายกรัฐมนตรีว่าตรงนี้จะช่วยเหลือดูแลเยียวยาได้อย่างไรครับ ก็ผ่านท่านประธาน ด้วยครับ
ผมจะให้หารือ ไปถึงสัก ๑๔.๓๐ นาฬิกานะครับ เชิญท่านธนิก มาสีพิทักษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม ธนิก มาสีพิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมาธิการ การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม แล้วก็สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน สืบเนื่องจาก รัฐบาลทุกรัฐบาลได้มีโครงการให้คนไทยสร้างเอกลักษณ์ความเป็นไทย รัฐบาลนําโดย ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มอบให้กระทรวงวัฒนธรรมเชิญชวนให้คนไทยใส่ผ้าไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ศิลปวัฒนธรรมไทยมีความสวยงามโดดเด่น มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง เป็นที่ยอมรับของทุกชาติที่ได้มาเยือนประเทศไทย เช่น พบกันเรายกมือไหว้สวัสดี มีมิตรไมตรี ที่ดีต่อกัน ยิ้มให้กัน จนได้ชื่อว่าเป็นยิ้มสยาม มีภาษาเป็นของตนเองที่ไพเราะเพราะพริ้ง มีการแต่งกายเป็นเอกลักษณ์ของตนเองแบบไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถือเป็นสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ แล้วก็เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกมาจากพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ แต่สมาชิกผู้ทรงเกียรติไม่มีสักวันที่แต่งกายแต่งตัวแบบผ้าไทย เห็นหลายท่านนะครับ ก็เป็นบางท่านเท่านั้นเองที่มีการแต่งกายแต่งตัวแบบผ้าไทย อยากจะหารือท่านประธาน เพื่อที่จะให้เป็นเอกลักษณ์ความเป็นไทยเชิญชวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านแต่งกาย แบบไทย โดยผ้าไทย ขอเสนอท่านประธานโดยหารือว่าน่าจะเป็นทุกวันพุธแรกของเดือน ขอ ๑ วันใน ๑ เดือนเท่านั้นเองครับ ท่านประธานครับ แล้วก็ขอเริ่มสมัยประชุมหน้า จึงขออนุญาตปรึกษาหารือมายังท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ท่านนริศ ขํานุรักษ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน เรื่องมีคําสัมภาษณ์ของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติว่าจะดําเนินการปราบปรามการบุกรุก ทําลายป่าไม้ในพื้นที่ภาคใต้ที่บุกรุกป่าเพื่อปลูกสร้างสวนยางพารา เป็นของนักการเมือง ในพื้นที่ภาคใต้ ประเด็นก็คือ
๑. ต้องเปิดเผยชื่อนักการเมือง ไม่อย่างนั้นนักการเมืองในสภานี้หรือ นักการเมืองทั่วไปได้รับความเสียหาย ถ้าเป็นจริงก็เปิดเผยชื่อนักการเมือง
๒. ต้องไม่ละเว้น ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองคนไหนต้องไม่มีอภิสิทธิ์ ในการดําเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับคดีป่าไม้ และในบทสัมภาษณ์นั้นไม่มีจังหวัดพัทลุงอยู่ด้วย แต่ว่าผมก็อยากเรียกร้องว่าจังหวัดพัทลุงผมก็ไม่ต้องเว้นนะครับ ขอให้ดําเนินคดีกับทุกราย ที่บุกรุกป่า ไม่ว่าจะเป็นทํารีสอร์ทหรือบุกรุกป่า และไม่ต้องละเว้นนักการเมืองหรือใคร โดยเฉพาะนักการเมืองต้องเปิดเผยชื่อด้วย ไม่อย่างนั้นนักการเมืองจะได้รับความเสียหายนะครับ
๓. ผมหารือเรื่องถนนชํารุดอยู่ ๒ สาย คือสายบ้านควนพระ ไปบ้านแม่ขรี ของทางหลวงชนบทกับบ้านพรุพ้อ ทุ่งนารีเป็นของท้องถิ่น ที่ผมหารือในอาทิตย์ก่อนโน้น ผมไม่ประสงค์จะให้ทางกรมทั้ง ๒ กรมสอบถามไปยังจังหวัดว่าสามารถดําเนินการได้หรือไม่ แต่ว่าประสงค์ของผมก็คือผมทราบว่าถนน ๒ เส้นนี้ ซึ่งเป็นของทางหลวงชนบทพัทลุงกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดไม่มีงบประมาณสําหรับแก้ไขปัญหาได้เพียงพอ ผมขอให้กรม เข้าไปดูแลแก้ไขไม่ใช่ให้จังหวัดดูแลแก้ไข เพราะว่าที่หารือเพราะว่าศักยภาพจังหวัด มีไม่เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาถนน ๒ เส้นนี้นะครับ โดยหนังสือไม่ต้องกลับไปกลับมา จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกรมทางหลวงชนบทและกรมท้องถิ่นได้ดูแลแก้ไขปัญหา ถนน ๒ สายนี้ครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
องอาจ วงศ์ประยูร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม องอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ อาทิตย์ที่แล้วผมต้องกราบขอบพระคุณท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่าน ร้อยตํารวจเอก ดอกเตอร์เฉลิม อยู่บํารุง ได้ลงพื้นที่ไปที่จังหวัดสระบุรี นํานโยบายต่อสู้กับปัญหายาเสพติด มอบให้กับข้าราชการและกํานัน ผู้ใหญ่บ้านทั้งจังหวัด ก็เป็นแนวโน้มว่ายาเสพติดในจังหวัดสระบุรี ก็จะต้องหมดสิ้นไปอย่างแน่นอนในเร็ววันนี้ครับ อีกท่านหนึ่งครับต้องกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรี วิทยา บุรณศิริ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขท่านก็ลงพื้นที่ใช้เวลาว่างในช่วง วันเสาร์-อาทิตย์ พบปะพี่น้อง อสม. ทั้งจังหวัดสระบุรีก็ได้ขวัญกําลังใจ ก็คิดว่าปัญหาสุขภาพ ในจังหวัดสระบุรีจะได้รับการดูแลแก้ไขอย่างแน่นอนครับ ท่านประธานครับ กราบหารือ ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีทุก ๆ ท่านนะครับ ในรัฐบาลให้ช่วยหาเวลาลงพื้นที่ ในจังหวัดสระบุรี เดือนละ ๑ ท่าน หรืออาทิตย์ละ ๑ ครั้ง ก็เพื่อปัญหาจังหวัดสระบุรี จะได้รับการดูแลแก้ไขอย่างครบวงจร สําคัญที่สุดอาทิตย์นี้อยากให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่ไปที่อําเภอดอนพุด ไปช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรของผม ที่อําเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี ๘๐๐ กว่าราย รอคอยเงินเยียวยาซึ่งทําเรื่องมาหลายเดือน แล้วยังไม่ได้รับ สิ่งที่สําคัญคือเขามีคุณสมบัติครบที่ได้รับเงินเยียวยานะครับ
และอีกประการหนึ่งคือจังหวัดอื่น อําเภออื่นได้รับกันถ้วนหน้าแล้ว ถ้าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่มีเวลาลงพื้นที่ไปที่จังหวัดสระบุรี ส่งเงิน เยียวยาฟื้นฟูไปให้ก็ได้ครับ เร่งด่วนด้วยครับ ท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณมากครับ
ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือท่านประธานถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ ๓ เรื่อง
เรื่องแรก ก็คือพี่น้องคนพิการในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช มาร้องเรียน ว่าทําไมเงินช่วยเหลือคนพิการเดือนละ ๕๐๐ บาทออกล่าช้ามาก ระยะหลังนี้จ่าย ๒ เดือน ต่อ ๑ ครั้ง เป็นเช่นนี้มาหลายงวดแล้วนะครับ ทําให้เดือดร้อน บางรายพิการทั้ง ๒ คนผัวเมีย แต่ละเดือนเขาควรจะมีรายได้เดือนละ ๑,๐๐๐ บาทต่อเดือน ก็มีความหมายมากนะครับ เมื่อล่าช้าออกไปก็ทําให้เกิดความเดือดร้อน นอกจากนี้เงินสงเคราะห์ทําศพผู้สูงอายุรายละ ๒,๐๐๐ บาท ก็มีปัญหา ก็คือต้องมาทําเรื่องเบิกและรอรับอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งทําให้เสียเวลา และเสียค่าใช้จ่าย ผมจึงขอหารือต่อท่านประธานไปยังกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ให้ช่วยแก้ไขปัญหาทั้ง ๒ เรื่องนี้ด้วยนะครับ ก็คือเรื่องการโอนเงิน ช่วยเหลือคนพิการให้ตรงต่อเวลา และข้อ ๒ ก็คือเงินทดรองจ่ายค่าสงเคราะห์ศพผู้สูงอายุ ให้กับญาติพี่น้องต้องเพียงพอและรวดเร็วด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ กศน. ตําบลในเมือง อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งตั้งอยู่ที่หน้า วัดพระบรมธาตุ ได้เปิดบริการให้ความรู้ข้อมูลข่าวสารกับประชาชนและนักท่องเที่ยว เวลานี้ต้องการอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับการให้ข้อมูลข่าวสาร ไม่ว่าจะเป็น เครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ไอที (IT) อื่น ๆ ก็ขอหารือไปยังกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร ช่วยจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอทีสนับสนุนให้กับ กศน. ตําบลในเมืองด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๓ เยาวชนในเขตพื้นที่ตําบลควนพัง อําเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ตกอยู่ในภาวะที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อเรื่องของการคุกคามของยาเสพติดมากขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ องค์การบริหารส่วนตําบลควนพัง อําเภอร่อนพิบูลย์ ก็ได้พยายามแก้ปัญหานี้ด้วยการเสนอ โครงการลานกีฬาต่อต้านยาเสพติด เสนอต่อกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ก็ยังไม่ได้ รับการอนุมัติการจัดสรรเงินดังกล่าว ก็ขอหารือไปยังกระทรวงมหาดไทยให้ประสานกับ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แล้วก็สํานักงานท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อแก้ไข ปัญหานี้ด้วย ขอบคุณครับ
ท่านนิยม วรปัญญา ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับ การร้องเรียนจากราษฎรหลายจังหวัด ซึ่งอยู่ติดต่อกันกับจังหวัดลพบุรี ขอให้มีการฟื้นฟู เยียวยาบูรณะปรับปรุงถนน อ่าง ฝายที่ชํารุด แล้วก็แก้มลิงที่จะกักเก็บน้ําไว้ใช้ในฤดูแล้งเพื่อป้องกัน ภัยแล้ง น้ําท่วม ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ท่านได้กรุณาให้เกียรติผมแล้วก็ช่วยสงเคราะห์ราษฎร ให้มีการหารือนี้ได้ประโยชน์มากครับ ราษฎรไปไหนก็ชมเชยท่านเสมอว่าท่านให้โอกาสราษฎร แล้วก็อยากจะขอมาเยี่ยมท่านประธานสักครั้ง ถ้าท่านประธานจะมีโอกาสวันไหน ก็ขอให้บอกไปนะครับ
ข้อที่ ๑ ท่านประธาน ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยส่งเสริมการปลูกยางพาราแล้วก็ปาล์มน้ํามัน ไม้ไผ่ ไม้ตะกู แล้วก็ไม้พะยูงที่มีราคามาก
ข้อที่ ๒ ขอให้กระทรวงกลาโหมจัดเครื่องจักร ซึ่งที่กระทรวงกลาโหมนี้ ก็มีเครื่องจักรไม่น้อยกว่ากรมทางหลวงเท่าไรนะครับ ไปช่วยบูรณะปรับปรุงสิ่งที่ชํารุดจาก ภัยพิบัติน้ําท่วม
ข้อที่ ๓ ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน ช่วยฟื้นฟูบูรณะปรับปรุงเกี่ยวกับตลาดศูนย์กลางการเกษตร เพราะเกษตรนั้นผลิตมาแล้ว ถ้าไม่มีตลาดรองรับราษฎรก็ไม่รู้จะไปขายที่ไหน
ข้อที่ ๔ ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้พิจารณาเรื่องราคามันสําปะหลัง ให้ขายได้สักกิโลกรัมละ ๓.๕๐ บาท
ข้อที่ ๕ ขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมขยายโรงงานอ้อย แล้วก็ขายอ้อยได้ตันละ ๑,๕๐๐ บาท และขอส่วนแบ่ง ๔๐:๓๐ สัก ๓๐๐ บาท
ข้อที่ ๖ ขอให้สํารวจออกโฉนดที่ดินโดยประกาศตั้งเป็นสนาม โดยจังหวัดลพบุรี และใกล้เคียงมีความจําเป็นมากในเรื่องเอกสารสิทธิที่ดินครับ
ข้อที่ ๗ ขอให้มีการป้องกันอัคคีภัยโดยจัดสัปดาห์ป้องกันอัคคีภัย เพราะตอนนี้ ฤดูแล้งไฟไหม้บ่อยครับ
ข้อที่ ๘ ขอให้กรมส่งเสริมการเกษตรจัดตลาดขายสินค้าเกษตรครับ
ข้อที่ ๙ ขอให้กระทรวงพาณิชย์จัดตลาดสินค้าโอทอป (OTOP) ครับ ขอให้ กระทรวงที่เกี่ยวข้องดังกล่าวทั้งหมด ๑๑ ข้อ และ
ข้อที่ ๑๒ ขอให้สร้างบ้านเอื้ออาทร อําเภอสระโบสถ์ อําเภอชัยบาดาล อําเภอพัฒนานิคม อําเภอวิเชียรบุรี อําเภอศรีเทพครับ ขอบคุณท่านประธานที่กรุณาให้ประชาชน และราษฎรทั่วไปได้รับความสะดวกจากท่านได้ดีกว่าที่มีการเสนอพระราชบัญญัติส่วนใหญ่ ก็จะมีการบีบบังคับราษฎรเพิ่มขึ้นครับ
ท่านนิยมครับ สมควรแล้วครับ จบแล้วนะครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ขอให้ส่ง เป็นหนังสือไปแล้วครับ ขอบคุณครับ
สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับนักเรียนชั้นประถมปีที่ ๖ จากโรงเรียนวัดบ้านสวน จังหวัดพัทลุงครับ เชิญท่าน สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ บรรยากาศของสภาอยู่ท่ามกลางการปรองดองแบบปลอมนี่ น่ากลัวมากครับ หลายคนอยากจะหารือในสภา ปัญหาความเดือดร้อนก็ถูกขัดขวางก็มีนะครับ นักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยก็ต้องหารือในนี้ละครับ เราไม่มีโอกาสไปหารือกันข้างถนน ทําร้ายบ้านเมืองจนกระทั่งถูกเผาบ้านเมืองวอดวาย ท่านประธานครับ ผมกังวลอยู่อย่างหนึ่ง ก็คือที่นายกรัฐมนตรีไป ครม. สัญจรต่างจังหวัดครับ กลัวจะเกิดปัญหาความแตกแยกอีกครั้งหนึ่ง ในเรื่องความไม่เป็นธรรม เห็นพาดหัวข่าวไหมครับ ตอนนายกรัฐมนตรีปูเดินทางไปประชุม ครม. สัญจรนัดแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ ทุ่มบิ๊กโปรเจกต์ (Big project) ลงบ้านเกิด งบประมาณ ๓.๘ แสนล้านบาท ข่าวทํานองเดียวกันครับ นายกรัฐมนตรีปูประชุม ครม. สัญจรที่ภูเก็ต แจก ๑.๔ พันล้านบาท ๓.๘ แสนล้านบาท กับ ๑.๔ พันล้านบาท ต่างกันเยอะครับ ท่านประธาน ผมกลัวว่านี่จะเป็นสาเหตุต่อไปที่ท่านจะแบ่งแยกประชาชนอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ แน่นอนครับ วันนี้ทางการเมืองแปลก ๆ มากครับ เมื่อสักครู่ที่ท่านนริศ พูดถึงว่าข้าราชการกล่าวหาว่ามีนักการเมืองไปบุกรุกป่า ต้องเอ่ยชื่อไหมครับ ข่าวล่าสุดเลขานุการ มท. ๓ บอกว่านักการเมืองค้ายาเสพติด นักการเมืองระดับชาติ ต้องบอกชื่อครับ แล้วก็ต้อง มีการสอบสวน มีการติดตามจับกุม เพราะว่าเป็นคดีที่ร้ายแรงมากครับ
ท่านสมบูรณ์ครับ มีผู้ประท้วง
ท่านประธานครับ ผมขอประท้วง ท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ครับ ปล่อยให้ผู้อภิปรายพูดใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นครับ คือเรื่องนี้ท่านประธานครับ ปักษ์ใต้นั้นทุกคนก็รู้ว่างบประมาณ ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๕ จังหวัดชายแดนใต้ แล้วก็ภาคเหนือทั้งรถไฟความเร็วสูงไปภาคเหนือครับ ขอให้พูด ในเรื่องข้อมูลที่จริงหน่อยครับ เพราะเรื่องนี้ท่านบอกว่าหารือเป็นเรื่องของพี่น้องประชาชน เดือดร้อนครับ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องความเดือดร้อนของประชาชนเลยครับ ท่านโปรดช่วยบอก ผู้อภิปรายด้วยว่าขอให้หารือในเรื่องของพี่น้องประชาชนเดือดร้อน ให้ตรงประเด็นหน่อยครับ ท่านประธานครับ
ท่านสมบูรณ์ครับ ขอความกรุณาเถอะครับ ให้อยู่ในประเด็นที่เป็นปัญหาที่มันไม่โต้แย้ง ขัดแย้งกันครับ ที่เป็น ความเดือดร้อนของประชาชน เพราะฉะนั้นจะได้ใช้ช่วงเวลานี้อย่างมีประสิทธิภาพจริง ๆ ต้องขอความกรุณาครับ
ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธาน ให้เวลาผม ผมจะบอกให้ท่านประธานทราบว่าเมื่อรัฐบาลจัดสรรงบประมาณที่มันไม่เป็นธรรม มันจะเกิดปัญหาอะไรบ้าง แต่วันนี้ผมรู้ว่าผมมีเวลาน้อย ผมเลยต้องสรุปให้ฟังว่า วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีไปจังหวัดเชียงใหม่ ๓.๘ แสนล้านบาท ไปภาคใต้ ๑.๔ พันล้านบาท ฟังให้ดีครับ ไม่ต้องกังวลหรอกครับเรื่องที่ผมอภิปราย ผมไม่เคยพูดโกหก รับประกันได้ครับ ท่านประธาน ท่านประธานครับ อีกนิดเดียวเนื่องจากมีผู้ประท้วง ท่านประธานขอให้ทาง รัฐบาลไปตรวจสอบเลยครับ มีนักการเมืองบุกรุกป่าที่จังหวัดเชียงใหม่ แน่นอนครับ เจ้าของ เป็นนักการเมืองแน่นอน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้บุกรุกป่าจนกระทั่งมันโล้นเหมือนกับศีรษะ ของนักการเมืองแล้วครับ ขอบคุณมากท่านประธานครับ
ท่านชมภู จันทาทอง ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันได้นําความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ได้ร้องเรียน มานะคะ
เรื่องแรกนั้น ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ความเจริญนะคะ เช่น อําเภอสังคม แล้วก็อําเภอโพธิ์ตาก แล้วก็อําเภอท่าบ่อด้วยนะคะ มันมีขบวนการการปล่อยเงินดอก เงินกู้นอกระบบนะคะท่านประธาน ดอกแพงมาก เรื่องนี้ ดิฉันได้นําเรียนหารือปีที่แล้ว นี่เริ่มมาอีกแล้วค่ะ ท่านประธานคะ เดี๋ยวนี้มันขยายผล จากเทศบาลไปสู่พื้นที่ชนบทค่ะท่านประธาน และทําให้พี่น้องประชาชนนั้นเดือดร้อนมาก ถ้าสมมุติว่าผัดดอกแค่วันสองวัน มันก็ไปทําลายทรัพย์สินและสิ่งของค่ะ ดิฉันอยากจะ กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม อยู่บํารุง ที่ได้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้ช่วยดูแลความทุกข์สุขแล้วก็ปราบปรามขบวนการค้าเงินดอกนอกระบบ ที่แพงมากให้พี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วนด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ นั้น ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องบ้านเชียงดี ตําบลโนนทอง อําเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นพื้นที่เชื่อมโยงจากอําเภอสังคม เป็นพื้นที่เขต ดิฉัน รับผิดชอบอยู่นะคะท่านประธาน ดิฉันก็ไปมาหลายครั้งแล้ว พื้นที่ตรงนี้เป็นถนนหนทาง ที่ขลุกขลักแล้วก็พี่น้องประชาชนนั้นได้เชื่อมกันระหว่างอําเภอนายูง อําเภอสังคมนั้น ไปมา หากันตลอดเวลา แต่ว่ายังเป็นดินลูกรังอยู่ค่ะ ท่านประธานคะ ฝากท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่รับผิดชอบ ช่วยแก้ไขบํารุงถนนหนทาง ให้พี่น้องนั้นได้ไปมาหาสู่กันสะดวกแล้วก็รีบอนุมัติเงินไปดูแลพื้นที่ดังกล่าวด้วย ขอบคุณค่ะ
ท่านบัญญัติ เจตนจันทร์
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดระยอง ผมขอกราบเรียนท่านประธานสภาเพื่อส่งเรื่องไปให้รัฐบาล ๒ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ ขอให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติเร่งรัดดําเนินการขุดศพ ๑๖๕ ศพ ขึ้นมาพิสูจน์ในเขตอําเภอแกลง จังหวัดระยอง สืบเนื่องจากเมื่อปลายปี ๒๕๕๔ มีเหตุ ความสงสัยว่าจะมีศพ นปช. ไปฝังไว้ที่วัดต่าง ๆ ในเขตอําเภอแกลง จํานวน ๓ วัดด้วยกันนะครับ คือวัดห้วยยาง วัดสมอโพรง และวัดคลองตากวา สืบเนื่องจากทั้ง ๓ วัดนี้ สมาคมพุทธศาสตร์ สงเคราะห์ อําเภอแกลง เป็นผู้ครอบครองศพอยู่ ซึ่งได้รับศพที่ไม่มีญาติมาฝังไว้ เพื่อเตรียมการ ที่จะล้างป่าช้าในวันที่ ๓ พฤศจิกายนปีนี้จนถึงวันที่ ๒๑ ธันวาคมปีนี้เช่นเดียวกันนะครับ ทางสมาคมก็ได้ให้ผมเร่งรัดทางรัฐบาลว่าในเมื่อทางผู้ร้องคือ นปช. สงสัยว่าจะเป็นศพที่เกิด การสูญหายในเขตการชุมนุมประท้วงเมื่อเดือนเมษายน ปี ๒๕๕๓ และเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓ หรือไม่ ถ้ายังสงสัยอยู่ก็ให้เร่งรัดมาดําเนินการขุดศพพิสูจน์เสียเพราะว่าใกล้ถึงเทศกาลล้างป่าช้า มหากุศลแล้วนะครับ แต่ถ้าไม่สงสัยให้รีบทําเรื่องยกเลิกการขุดศพพิสูจน์ดังกล่าวนะครับ ทางสมาคมแจ้งว่าศพที่มีการฝังนั้นดําเนินการถูกต้องตามกฎหมายและประเพณีทุกประการนะครับ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทางการเมืองใด ๆ นะครับ อันนี้ก็ขอฝากด้วย
เรื่องที่ ๒ ขอให้กระทรวงสาธารณสุขส่งแพทย์ไปประจํา รพ.สต. หรือโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพ ตําบลกองดิน อําเภอแกลง จังหวัดระยอง สืบเนื่องจากสถานีอนามัยกองดิน ปัจจุบันเรียกว่า รพ.สต. กองดิน อยู่ห่างไกลโรงพยาบาลอําเภอแกลงถึง ๒๐ กิโลเมตร มีผู้ป่วยโรคเรื้อรังจํานวนมากยังไม่มีแพทย์ไปออกตรวจสัปดาห์ละครั้ง หรือเดือนละ ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง ๔ ครั้ง เหมือนกับ รพ.สต. อื่น ก็ฝากทางกระทรวงสาธารณสุขให้เร่งรัดดําเนินการด้วย จัดสรรแพทย์ไปประจําให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านอนุรักษ์ บุญศล เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย วันนี้หารือเรื่องความเดือดร้อน ของพี่น้องจริง ๆ ค่ะ ขออนุญาตกราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงานและหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่อง แรงงานจากจังหวัดสกลนครต้องการ ไปทํางานในต่างประเทศ ดิฉันได้รับเรื่องร้องทุกข์ที่ทุกข์อย่างแสนสาหัส คนที่ทุกข์อย่างแสนสาหัส ที่ต้องการไปทํางานต่างประเทศนั้นมี ๑๐ คน ดังต่อไปนี้ค่ะ ๑. นางพานิช แสงวิเศษ ๒. นายรุ่ง แสงวิเศษ ๓. นายเด่น ระวันสุ ๔. นายทองสุข คําแสง ๕. นางสาวกัลยา คําแสง ๖. นายบุญหนา คําแสง ๗. นายมาโนช แกล้วทนงค์ ๘. นายวิชัย มาโนนยาง ๙. นางสาวจิตติมา แสงวิเศษ ๑๐. นางนวินดา นากาดทอง บุคคลทั้ง ๑๐ คนนี้ต้องการไปทํางานที่เมืองนอกสมัครไว้แล้วที่ แรงงานจังหวัดสกลนคร ที่ทั้ง ๑๐ คนนี้ต้องมาอาศัยโดยการร้องทุกข์มายัง ส.ส. นั้น เพราะว่า ไม่ต้องการให้นายหน้าหักหัวคิว หักค่านายหน้า ซึ่งการหักหัวคิวค่านายหน้ามีเงินหมุนอยู่ตามสื่อ ที่บอกกว่า ๑,๖๐๐ ล้านบาท ท่านประธานคะ โหดร้ายขนาดนั้นเลย นี่คือการทํานาบนหลังคน อย่างแท้จริง ดังนั้นแล้วจึงมาร้องขอให้ท่านเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง แรงงานที่มานะพยายามอย่างมากที่อยากจะให้แรงงานไทยนั้นไปโดยรัฐส่งซึ่งเป็นนโยบาย ของรัฐบาล ดิฉันจึงร้องขอต่อท่านประธานว่าแรงงานบ้านนอกไม่อยากถูกหลอกซ้ําซ้อนถี่ ๆ จึงขอความปราณีให้กระทรวงแรงงานสั่งให้บินก่อนผ่อนทีหลัง ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ
ขอเป็น ๒ ท่าน สุดท้ายครับ ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์ แล้วก็ท่านพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล เชิญท่านวิรัตน์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน เกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเกษตรกรชาวนาในโครงการรับจํานําข้าว ของทางรัฐบาลนะครับ ซึ่งผมได้รับการร้องเรียนจากนายสนอง พรมเกตุ สมาชิกองค์การ บริหารส่วนตําบลราวต้นจันทร์ อําเภอศรีสําโรง จังหวัดสุโขทัย ท่าน อบต. ท่านนี้ท่านได้เป็น ชาวนา แล้วก็มีพี่น้องอีกหลาย ๆ ท่านได้ประสบปัญหากับกรณีที่พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ ตําบลราวต้นจันทร์ได้ทํานาขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในปี ๒๕๕๔/๒๕๕๕ รอบที่ ๒ ได้ขึ้นทะเบียนเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ แล้วเข้าโครงการจํานําได้รับเงินเมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๕ เป็นเงิน ๑๘๗,๖๓๕ บาท แต่ปรากฏอย่างนี้ครับท่านประธาน ทาง ธ.ก.ส. ได้หักเงิน จํานวน ๒๔,๓๓๑.๒๘ บาท โดยนําเอาบัญชีที่เคยเข้าไว้ตั้งแต่วันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๔ ปีที่แล้ว ซึ่งทางนายสนอง อบต. สนองนั้นได้รับค่าเยียวยาในฤดูการเก็บเกี่ยวคือรอบที่ ๑ ก็ไม่ทราบเหตุผลใด ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนชาวนาซึ่งไม่ทราบสาเหตุจากการหักเงินในบัญชี ๒๔,๓๓๑.๒๘ บาท
อีกเรื่องหนึ่งครับกับกรณีชาวนาซึ่งทํานามากกว่า ๑ แปลง เข้าโครงการจํานําได้ ๑ แปลง ส่วนอีก ๒ แปลงได้รับความเสียหายผลกระทบจากอุทกภัย จากปีที่ผ่านมา ปรากฏว่า พี่น้องประชาชนไม่ได้รับการเยียวยาในที่ดินอีก ๒ แปลงนะครับ ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอท่านสุดท้ายนะครับ ท่านพรเพ็ญ ท่านนิยม เวชกามา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องต้องหารือท่านประธานถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจริง ๆ เหมือนกันครับ เนื่องจากพี่น้องในอําเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร ได้รับความเดือดร้อนจากแหล่งน้ําครับ เนื่องจากลําห้วย ๒ ลําห้วยที่ลงจากภูพาน ลงไปสู่ลําน้ําก่ํา เมื่อปีงบประมาณ ๒๕๕๓ ปรากฏว่า หน่วยงานของรัฐคือกรมทรัพยากรน้ําได้ไปทําการขุดลอกลําห้วย ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาความยากจน แต่จริง ๆ แล้วกลับไปสร้างปัญหาให้แก่พี่น้องประชาชน คือลําห้วยซันใน ๑๓ หมู่ที่ ๔ บ้านโคก ตําบลตองโขบและลําห้วยเม็ด หมู่ที่ ๑๔ ด้านตะวันตก คืออําเภอโคกศรีสุพรรณ ตําบลตองโขบ มีปัญหาครับ ปรากฏว่าหลังจากไปลอกแล้วกลับเป็นปัญหา บัดนี้ลําห้วยนั้นใช้การไม่ได้เลย แต่เก่าเขาก็ยังทํามาหากินได้ แต่พอลอกแล้วน้ําลึกกว่าเดิม แต่เนื่องจากมันเป็นดินทราย ปรากฏว่าผู้รับเหมาทําให้เสียหาย ลําห้วยนั้นปรากฏว่าน้ํามันมาก แต่ไปทําเขื่อนนิดหนึ่ง พอถึงหน้าฝน น้ําไหลลงไม่ทันก็บ่าท่วมไร่นาชาวบ้าน แต่พอหน้าแล้งไม่มีน้ําเลย อันนี้ ฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมทรัพยากรน้ําช่วยดูแลด้วยครับ ท่านประธานครับ
จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๗๓ คน
ท่านสมาชิกครับ ผู้มีลงชื่อเข้าประชุม ๓๙๘ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุม ผมขออนุญาตดําเนินการตามระเบียบวาระ เลยนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมครับ ซึ่งไม่ได้ปรากฏ ในระเบียบวาระ คือรับทราบคําสั่งศาลฎีกา
ตามที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้มีคําสั่งเมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๔ ให้รับคําร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ขอให้ศาลฎีกามีคําสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ของคุณบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ เนื่องจากเห็นว่าเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา เขตเลือกตั้งที่ ๖ แทนตําแหน่งที่ว่าง เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๓ มิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมนั้น บัดนี้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้พิจารณาและ วินิจฉัยคดีดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว ได้มีคําสั่งศาลฎีกาที่ ๒๘๗๘/๒๕๕๕ ให้ยกคําร้อง ดังนั้น คุณบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ จึงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๙ จึงแจ้งให้ ที่ประชุมทราบนะครับ ดังนั้นปัจจุบันสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดมีจํานวน ๔๙๙ ท่าน
(ที่ประชุมรับทราบ)
ต่อไปเป็นเรื่องรับทราบที่บรรจุในระเบียบวาระคือ
๒.๑ รับทราบนโยบายการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗
ด้วยสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้ประชุม ปรึกษาลงมติเห็นชอบนโยบายการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕- ๒๕๕๗ และให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบตามมาตรา ๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดส่งนโยบายดังกล่าวให้ท่านสมาชิกได้รับทราบแล้วนะครับ
ด้วยรองนายกรัฐมนตรีครับ ท่าน พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ได้มีหนังสือ ขออนุญาตให้เจ้าหน้าที่เข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุม ซึ่งผมได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นประโยชน์ในการพิจารณา จึงได้อนุญาตตามข้อบังคับ ข้อ ๖๘ ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้ เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมครับ ๑. พลตํารวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ ๒. คุณสมเกียรติ บุญชู รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เชิญครับ เชิญท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ท่านประเสริฐมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ นโยบายที่ท่านประธานกล่าวถึงในวันนี้นะครับ ซึ่งท่านประธานได้แจ้งต่อที่ประชุมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่ารัฐมนตรีก็คือท่านรองนายกรัฐมนตรี ติดภารกิจนะครับ ไม่สามารถที่จะมาร่วมประชุมได้ ก็เลยเลื่อนจากสัปดาห์ที่แล้วมาเป็น สัปดาห์นี้ ทีนี้วันนี้ท่านประธานก็ได้แจ้งต่อสมาชิกว่ามีท่านรองนายกรัฐมนตรีแล้วก็จาก สมช. เข้ามาร่วมชี้แจงให้พวกเราได้รับทราบ แต่เนื่องจากหน่วยงานนี้นโยบายนี้ต้องไปใช้กับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หน่วยงานที่จะเอานโยบายนี้ไปปฏิบัติให้เกิดความเป็นจริงเป็นจัง ต่อความสงบในพื้นที่ ต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพ่อแม่พี่น้องประชาชน หน่วยงานนั้นก็คือ ศอ.บต. อยากจะเรียนถามท่านประธานครับว่าผู้หลักผู้ใหญ่ของ ศอ.บต. ได้มาร่วมชี้แจงหรือมาร่วมฟังคําอภิปรายของสมาชิกด้วยหรือไม่ นี่ประการที่ ๑ ครับ
ประการที่ ๒ เนื่องจากนโยบายอันนี้จะต้องผูกพันกับพ่อแม่พี่น้องประชาชน ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดเหตุยืดเยื้อมายาวนานหลายปี ผมเคยแจ้งต่อท่านประธาน ว่าอยากให้มีการถ่ายทอดสดในเรื่องนี้ เพราะนโยบายนี้จะผูกพันกับพ่อแม่พี่น้องประชาชน ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไป ๓ ปีครับ ก็คือปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ และปี ๒๕๕๗ ถ้าพ่อแม่ พี่น้องประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารได้ฟังพวกเราในรัฐสภาอภิปรายถึงข้อดีข้อเสียและ ได้ฟังการตอบข้อซักถามข้อชี้แจงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์ในการ ทําความเข้าใจได้มากกว่าที่จะไม่มีการถ่ายทอดสด และที่สําคัญครับ ถ้าเขาไม่ได้ฟัง การถ่ายทอดสดเรื่องนโยบายนี้เขาจะไม่ทราบข้อดีข้อเสีย ถึงแม้จะให้หน่วยงานไปชี้แจง ในโอกาสต่อไปนะครับ ทําความเข้าใจโอกาสต่อไป ซึ่งประการที่ ๑ ก็จะไม่ทั่วถึงครับ ประการที่ ๒ ก็จะใช้งบประมาณมหาศาลครับ จะเป็นข้อเสียมากกว่าข้อดีครับ ท่านประธานครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ ประโยคคําถามแรกที่ถามเจ้าหน้าที่ ศอ.บต. มีมาร่วมฟังด้วยหรือเปล่า มาใช่ไหมครับ มีมาร่วมอยู่ หลังบัลลังก์นี้นะครับ ก็มีเจ้าหน้าที่ของ ศอ.บต.มาร่วมด้วยอยู่แล้วครับ แล้วก็กรณีการถ่ายทอดสด ผมไม่ได้รับประสานอย่างเป็นทางการเลยครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ถ้ามีเจ้าหน้าที่ของ ศอ.บต. จริง ๆ ต้องเป็นระดับผู้ใหญ่ อย่างน้อยต้องเป็นท่านเลขาธิการ เพราะว่าต่อไป สมาชิกก็ต้องอภิปรายถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาต้องทราบครับว่า ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ปัญหาในพื้นที่ที่มันเกิดขึ้นมันมีอะไรบ้าง แล้วจน สู่การนํานโยบายมาเขียน มากล่อมเกลา มาขัดเกลา มายกเป็นนโยบายที่นําเสนอในวันนี้นะครับ เขาต้องตอบได้ครับว่าที่ผ่านมาปัญหามันคืออะไร และต่อไปนี้ตามนโยบายเล่มนี้จะแก้ไขปัญหาได้อย่างไร เพราะ สมช. เป็นเพียงหน่วยงาน ยกร่างครับ ศอ.บต. เป็นหน่วยงานปฏิบัติ ถ้า ศอ.บต. ไม่สามารถมาร่วมประชุมกับเราได้ หน่วยงานยกร่างบอกว่าดี แต่หน่วยงานปฏิบัติบอกว่าไม่ทราบ ไม่สามารถนําไปสู่การแก้ไขปัญหา ให้กับประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้สําเร็จตามเจตนารมณ์ที่เรามุ่งหมาย แน่นอนครับ
ท่านรองนายกรัฐมนตรี บอกว่ามีรองเลขาธิการมาร่วมประชุมด้วย ท่านปิยะ กิจถาวร แล้วก็ขอถือโอกาสนี้ขออนุญาต เข้าร่วมชี้แจงด้วยเสียเลยนะครับ ก็เชิญท่านปิยะ กิจถาวร ครับ เชิญท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ต่อเนื่องนิดหนึ่งครับ ผม ประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เรื่องถ่ายทอดสดก็เป็นหัวใจอันหนึ่งที่เมื่อสักครู่ผมกราบเรียนครับ ถ้าเป็นไปได้ อยากให้ประสานมีการถ่ายทอดสด เพราะว่าคนทั้ง ๓ จังหวัด ทุกตําบล ทุกอําเภอ ทุกหมู่บ้าน จะได้เข้าถึงนโยบายเรื่องนี้นะครับ
เรื่องนี้น่าจะต้อง ประสานเป็นทางการก่อนหน้านี้ แล้วก็ไม่มีการประสานมาที่ผม เพราะฉะนั้นเอาว่าลองให้วิป (Whip) หารือกัน ได้ข้อสรุปอย่างไรก็บอกมา เอาเท่านี้ก่อนครับ ท่านประเสริฐครับ ให้วิปลองหารือกัน แล้วก็จะได้ไม่เสียเวลา เชิญท่านอภิชาต เชิญครับ ขออภัยครับ สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับครูและนักเรียนโรงเรียนอ่าวกะพ้อ จังหวัดพังงา เชิญท่านอภิชาตครับ คุณหมอ มีอะไรครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมต่อเนื่องกับ ท่านประเสริฐครับ แล้วก็เห็นด้วยกับท่านประเสริฐว่าควรที่จะมีการถ่ายทอดสด ด้วยเหตุผล ที่ท่านประเสริฐได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่าเรื่องนี้ความจริงแล้วเป็นเรื่องที่สําคัญ และถ้าพี่น้องประชาชนทั้ง ๓ จังหวัด หรือว่า ๕ จังหวัดภาคใต้ได้ฟังในวันนี้ หน่วยงานราชการ ไม่จําเป็นจะต้องลงไปชี้แจง แล้วก็ท่านได้ระบุไว้ในหน้า ๖ ของเล่มนี้นะครับ ในข้อ ๔.๕ ว่าต้องมีการรับรู้และความเข้าใจสถานการณ์ที่เป็นจริงว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นปัญหาร่วมกันของสังคมไทย และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการแก้ไขนะครับ ความจริงเรื่องนี้จะว่าไม่ได้ประสานไปก่อนก็ไม่เชิงครับ เพราะเมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมจําได้ว่า ท่านประเสริฐได้ร้องขอต่อท่านประธานแล้วว่าขอให้มีการถ่ายทอดสดครับ เพียงแต่ว่า ท่านประธานท่านไม่ได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นถ้าจะประสานวันนี้ ผมว่าก็น่าจะทันนะครับ เพราะว่าเราจะคงยังต้องพูดกันอีกนานพอสมควรทีเดียว
ไม่เป็นอะไรครับ ให้วิปลองหารือกัน เชิญท่านอภิชาตเถอะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์
ท่านประท้วง หรือครับ
ท่านประธานครับ ผม สุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาสครับ ผมไม่ได้ประท้วงท่านประธานครับ ผมอยากจะสนับสนุนข้อเสนอของท่าน ส.ส. จากจังหวัดยะลา คือท่านประเสริฐนะครับ
ท่านครับ ผมเห็นว่า ไม่อยากให้เสียเวลา ลองไปหารือกันนะครับ วิปหารือกัน
ได้ครับ แต่ว่าผมจะให้เหตุผลกับ ท่านประธานนิดหนึ่งว่าความสําคัญมันมีความสําคัญขนาดใด ที่ผมอยากจะประกอบเป็น ข้อสนับสนุน เนื่องจากว่าเรื่องของการที่จะพิจารณา แล้วก็เพื่อรับทราบของสภาในวันนี้เกี่ยวในเรื่องของ นโยบายการแก้ปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นที่สนใจของพี่น้องประชาชน และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติอยู่ในพื้นที่ครับ ถ้าหากว่าเรามีการพิจารณาถ่ายทอดสดผมเชื่อ เหลือเกินว่าพี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ประจําอยู่ในพื้นที่เขาสามารถที่จะรับฟัง และร่วมกันพิจารณา แล้วเขาสามารถที่จะสะท้อนให้กับฝ่ายการเมือง ฝ่ายการเมืองก็จะ นํามาให้กับฝ่ายบริหารต่อไปในอนาคต ถ้าเราพูดจํากัดแค่ในสภาแห่งนี้แน่นอนครับ พวกเรา ก็ไม่สามารถที่จะไปชี้แจงทําความเข้าใจได้ และยิ่งความไม่เข้าใจยังมีอยู่ในพื้นที่กับพี่น้อง ประชาชนในจํานวนมาก ในแนวทางการแก้ปัญหามันก็จะไม่บรรลุ ผมเห็นด้วยครับว่า นโยบายการกําหนดการพิจารณาของรัฐบาลที่นําเสนอมาในวันนี้มันเป็นผลที่จะสร้าง ความหวัง ความสัมฤทธิ์แนวทางการแก้ปัญหาได้ชัดเจนครับ เพียงแต่ถ้าหากว่าเราสามารถ ที่จะถ่ายทอดสดไปยังพี่น้องประชาชนผู้ที่สนใจอยู่ได้รับรู้ รับทราบและร่วมพิจารณาว่า สมควรจะแก้ไขหรือเพิ่มเติมอย่างไร ผมคิดว่าตรงนี้จะได้เป็นประโยชน์มากกว่าครับ เพราะฉะนั้นสนับสนุนว่า ท่านประธานครับ ใช้อํานาจท่านประธานก็ได้นี่ครับ ด้วยการ พิจารณาให้ทางสื่อมวลชนให้ความสําคัญโดยการถ่ายทอดสดครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านวรชัย เหมะ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องนโยบายบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งเป็น เรื่องที่รัฐบาลได้เสนอแล้วก็รายงานต่อสภาครับ เพราะฉะนั้นวันนี้มีเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ท่านได้มารับรู้รับฟังปัญหา ได้รู้เรื่องที่รัฐบาลได้เสนอมาเพื่อที่จะให้ ส.ส. ได้ทราบครับ รายงานต่อรัฐสภา ต่อสภาแห่งนี้ ไม่ได้รายงานให้พี่น้องประชาชนทราบครับ ไม่เช่นนั้นแล้ว ทุกเรื่องต้องถ่ายทอดสดหมดนะครับ มันคุ้มได้คุ้มเสียแค่ไหนครับท่านประธาน เรื่องนี้เป็นเรื่อง เฉพาะจุด เฉพาะส่วน เป็นเรื่องนโยบายของรัฐบาลในการแก้ปัญหาในการพัฒนาชายแดนใต้ครับ เรื่องนี้เจ้าหน้าที่รับรู้แล้วก็เป็นเรื่องที่สืบเนื่องมายาวนานครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
เอาเป็นให้ไป หารือกันดีกว่าอย่าได้เสียเวลาท่านประเสริฐครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ต้องขอกราบเรียน ท่านประธานว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ ผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ครับ ต้องขอกราบเรียนท่านประธานว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญเพราะว่าเรามีปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ จนปัจจุบันนี้ก็ไป ๘ ปีแล้วครับ ถ้าเราเขียนนโยบายนี้ขึ้นมาหัวใจของนโยบายอันนี้ก็คือ มุ่งหวังที่จะแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้บรรลุได้เพื่อให้พ่อแม่พี่น้องที่อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นล้านคนมีความสงบสุขไม่นอนหวาดผวา ขอกราบเรียน ท่านประธานว่าตามที่ผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ที่ได้พูดถึงว่าการทํารายงานฉบับนี้ทําเพื่อรายงาน ต่อสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น ให้ ส.ส. ได้รับทราบ เป็นไปไม่ได้ละครับ ต้องให้ประชาชน ในพื้นที่มีส่วนได้รับทราบและได้เข้าใจถึงนโยบายเขาถึงจะร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐครับ ร่วมมือกับบ้านเมืองในการแก้ไขปัญหาของพวกเรา ท่านประธานครับ การที่จะทําให้ ประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เข้าใจถึงนโยบายเล่มนี้ไม่มีทางอื่นครับ มีอยู่ทางเดียว ต้องถ่ายทอดสดครับ การถ่ายทอดสดก็ต้องดําเนินงานโดยรัฐบาลหรือท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงจะทํางานนี้ได้สําเร็จลุล่วง คนอื่นทําไม่ได้ครับ เพราะจะบอกว่าไม่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม กับพวกเราเป็นไปไม่ได้ครับ สมช. มีอยู่กี่ท่านครับเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ สมช. รวมกันทั้งหมด เอาไปแก้ปัญหาแก้ไม่ได้ครับ
ท่านวรชัย ประท้วงหรืออะไรครับ
ท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมถูกพาดพิงครับ เมื่อกี้ที่ผมอภิปรายครับ ท่านประธานครับ แล้วก็ผู้อภิปรายอยู่พูดซ้ําซากเรื่องนี้หลายรอบแล้ว ท่านประธานครับ ขอนิดเดียวคือเรื่องชายแดนใต้
ท่านครับ ผมอนุญาตให้ท่านประธานประเสริฐกําลังพูดอยู่ คุณมาพูดอย่างนี้ไม่ได้ เชิญท่านประเสริฐต่อ
ท่านประธานครับ ท่านประธานวิป นั่งอยู่ที่นี่ครับ อยากฟังความเห็นท่านประธานวิปนิดหนึ่ง คือท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียน พวกเราเวลามีงบประมาณ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้ามา พวกเราบ่นกันมากครับว่า ใช้งบประมาณแผ่นดินสูงมาก ใช้ไปเป็นแสนล้านบาทแล้วครับ กับการถ่ายทอดสดอย่าว่าแต่ วันนี้เลยครับ ให้พรุ่งนี้เข้าอีกสักวันก็ได้ครับ ถ่ายทอดสดไปสัก ๒ วันเลยครับ ใช้งบสักเท่าไรครับ ไม่มากครับ แต่ถ้าแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองได้เป็นประโยชน์มหาศาลครับ ทุกคนจะนอนตาหลับ ไม่ใช่เฉพาะคนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจ ทหาร ที่ไปปฏิบัติงาน อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ไปจากภาคเหนือก็มีครับ ไปจากภาคอีสานก็มีครับ ไปจาก ภาคกลางก็มีครับ แล้วก็ไปเสียชีวิตอยู่ที่นั่นครับ แล้วก็เอาศพกลับมาบําเพ็ญกุศลศพ ที่ภาคอีสานก็มี ที่ภาคเหนือก็มี ผมคิดว่าประโยชน์อันนี้ไม่ใช่เป็นประโยชน์ของคน ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้นครับ เป็นประโยชน์กับคนทั้งประเทศครับ ท่านประธานครับ ลองสอบถามท่านประธานวิปดูสิครับ ท่านนั่งอยู่ที่นี่แล้วครับจะช่วยเหลือประชาชน ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ไหมครับ ช่วยเหลือการแก้ไขปัญหาของพ่อแม่พี่น้อง ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศชาติได้ไหมครับ ด้วยการถ่ายทอดสดให้เขา ได้รับทราบนโยบายนี้ได้ชัดเจนเสียทีเถอะครับ
ท่านไพจิตครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วาระนี้ ท่านประธานครับ เป็นวาระที่สภาความมั่นคงแห่งชาติจะเสนอนโยบายของ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ต่อสภาเพื่อทราบท่านประธานครับ ถ้าโดยนัยของ พ.ร.บ. นี้เป็นครั้งแรก สภาความมั่นคงแห่งชาติได้นํานโยบายเสนอต่อคณะรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีก็เห็นชอบ จากนั้นสภาความมั่นคงแห่งชาติก็นํานโยบายนี้เสนอต่อสภา สภาก็หมายถึงเพื่อที่จะให้ ตัวแทนของประชาชน คือท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เข้าใจทิศทางในการที่จะแก้ไข ปัญหาของพี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยความเคารพท่านประธานนะครับ ในการที่จะ สื่อถึงพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทางสถานีวิทยุหรือโทรทัศน์ก็ดีจะมีกรอบธรรมเนียม ในการปฏิบัติกันอยู่ว่าเราจะถ่ายทอด ปกติแล้วท่านประธานก็กรุณาได้ให้ดําเนินการโดยการ ถ่ายทอดทางวิทยุกระจายเสียง ซึ่งเป็นสื่อถึงพี่น้องประชาชนได้เกือบจะครอบคลุมทั้งประเทศ สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภามีเครือข่ายที่โยงถึงพื้นที่ ถ้าจะเทียบเคียง ของพี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเข้าใจว่าน่าจะสามารถที่จะรับฟังได้อยู่แล้ว แล้วก็สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพี่น้องซึ่งเป็นส่วนใหญ่ก็อยู่ในสภาแห่งนี้อยู่ ก็ชอบที่จะให้ การรับทราบคําเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหา ๓ ปี จากปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ ซึ่งเป็นครั้งแรกนะครับ ที่จะต้องมาเสนอต่อสภาเพื่อทราบ เป็นครั้งแรกที่เสนอ ต่อคณะรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นข้อคิดเห็นต่าง ๆ ทั้งหมดก็จะถูกตัวแทนโดยท่านสมาชิก เราจะมีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ในการพิจารณาในธรรมเนียมการปฏิบัติก็คือไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการไม่ไว้วางใจ การพิจารณางบประมาณ และการพิจารณากฎหมายที่สําคัญ อย่างเช่น เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือเรื่องของที่เกี่ยวข้องสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จําเป็น ซึ่งก็จะผ่านกระบวนการการประสานงานกับทางคณะกรรมการประสานงานทั้ง ๒ สภา ผมกราบเรียนด้วยความเคารพครับว่าอยากจะให้ใช้ดําเนินการตามกรอบความเห็นที่ควรที่จะ ได้รับทราบ รับฟังผ่านกระบวนการโดยวิธีที่ท่านประธานได้กําหนดไว้อยู่แล้วนะครับ ซึ่งก็จะเป็นการสื่อถึงพี่น้องประชาชนแล้วก็ได้รับทราบข้อคิดความเห็นทั้งหมดด้วยความจริงใจ ต้องการที่อยากให้การแก้ไขปัญหาของพี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ประสบความสําเร็จ ในการที่จะยุติปัญหาทั้งหมดทั้งมวลโดยกระบวนการ โดยวิธีคิดก็ได้มีร่างพระราชบัญญัติเฉพาะเหตุ เฉพาะที่มาแก้ไขเป็นหลักอยู่แล้วนะครับ แล้วไม่เคยที่จะได้ฟังรับทราบให้ข้อสังเกตก่อน ๓ ปี จากนี้ไปก็จะเป็นกรอบในการทํางานของสภาความมั่นคงแห่งชาติและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ผมเข้าใจว่าน่าจะเริ่มดําเนินการได้ตามข้อบังคับที่ท่านประธานได้กรุณาแล้วนะครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ขออนุญาตท่านประธานว่าการรายงานของ สมช. ต่อสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับนโยบาย บริหารการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี ๒๕๕๕ ถึงปี ๒๕๕๗ กระผมขออนุญาตเรียน อย่างนี้ครับท่านประธาน ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาที่ใหญ่และเป็นปัญหา ความสําคัญของความมั่นคง ซึ่งเกี่ยวข้องกับคนทั้งประเทศ หลายคนก็บอกว่าปัญหาภาคใต้ วันนี้มันไม่ใช่เป็นปัญหาเฉพาะพื้นที่ เป็นปัญหาซึ่งนําสู่ระดับประเทศเป็นวาระแห่งชาติ และมีความสําคัญที่พี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้และทั่วทั้งประเทศกําลังติดตามอยู่ว่า แนวนโยบายของรัฐบาลกับแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไร สิ่งที่สําคัญที่สุดคือจะได้ทําความเข้าใจและสื่อสารกับพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศว่า หลักการและเหตุผลแนวทางในการกําหนดนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนําของ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าผิดทิศผิดทางอย่างไร ผมเห็นด้วยกับท่านสมาชิกที่จะ ขออนุญาตท่านประธานว่าขอความกรุณาท่านประธานได้กรุณาถ่ายทอดทางสถานีโทรทัศน์ และวิทยุตลอดที่มีการอภิปราย เพราะจะได้ทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน รัฐบาลไม่ต้อง เป็นห่วงหรอกครับว่าพวกเราจะพูดนอกแนวทางแต่พูดในเรื่องที่มีสาระและนําเสนอแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างชัดเจนเพื่อเป็นทิศทางให้กับรัฐบาล ซึ่งวันนี้ เราก็มองอยู่แล้วว่ารัฐบาลไม่มีทิศทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เลย วันนี้จะได้เอาข้อมูลของจังหวัดชายแดนภาคใต้จากสมาชิกซึ่งอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรนี้ได้ไป พูดเพื่อที่ท่านผู้มีเกียรติซึ่งเป็นกําหนดทางนโยบายจะได้นําไปบริหารในการแก้ไขต่อไปครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานได้กรุณาสั่งการไปเลยครับให้มีการถ่ายทอด ทางทีวี (TV) ครับ ขอบคุณครับ
ผมว่าเรายึดตามกรอบ ที่เคยปฏิบัตินะครับ แล้ววิปลองคุยกันหารือกันมันน่าจะเป็นข้อยุติดีกว่า ไม่อย่างนั้น ก็อยู่อย่างนี้ครับ เชิญท่านวรชัยครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการครับ ท่านประธานครับ สถานการณ์ภาคใต้มีมายาวนานหลายปี พรรคฝ่ายค้านเคยเป็นรัฐบาลครับ แล้วท่านก็เป็น ส.ส. ปักษ์ใต้มา ส.ส. ปักษ์ใต้ทั้งหมดเกือบทุกจังหวัด แล้ว ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ก็มี ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ช่วงที่ท่านเป็นรัฐบาลครับ ท่านมี ส.ส. ซึ่งเป็นคน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ท่านรับรู้ปัญหา เพราะฉะนั้นถ่ายทอดสดผมเห็นถ่ายทอดมายาวนานครับ ยังไม่สามารถแก้ปัญหาให้ปักษ์ใต้ได้เลยครับ ระยะเวลาที่ ๒ ปี คดีต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นการถ่ายทอดสดไม่ใช่การแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนครับ นโยบายและการทํางานต่างหากครับที่จะแก้ปัญหาให้พี่น้องชาวใต้ครับท่านประธานครับ
ผมว่ามันจะไม่จบ ไปหารือกันดีกว่าครับ เชิญท่านประเสริฐครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ คือบางครั้งเวลาคนที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่เวลาพูดขึ้นมาก็จะเกิดความเสียหาย เพราะว่า เขาไม่เข้าใจจริง ๆ ครับ แต่ก็ไม่ได้โทษนะครับเพราะว่าท่านก็ไม่ได้เป็น ส.ส. อยู่ในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ตอนท่านบอกว่าเวลาที่พรรคฝ่ายค้านเป็นรัฐบาลก็มี ส.ส. อยู่เกือบ ทุกจังหวัดก็จริงครับ ไม่ได้ปฏิเสธครับ แต่นโยบายวันนี้ที่เรานําเสนอเข้าสู่สภานี้เป็นผลผลิต มาจากรัฐบาลยุคอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เขียนกฎหมาย ศอ.บต. ขึ้นมาครับ แล้วก็ในกฎหมาย ศอ.บต. เมื่อสมัยยุคคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีเขียนกฎหมายฉบับนี้เสร็จสิ้น ท่านก็ยุบสภาครับ ก็เลยนํามาสู่ในมีกฎหมายต้องบังคับว่าต้องเขียนนโยบายโดย สมช. ยกขึ้นมา แล้วนําเสนอ ครม. ครม. ก็ต้องนําเสนอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ทําไมเขาถึงเขียนกฎหมายไว้ว่า ให้เขียนนโยบายครับ เพราะอดีตนโยบายนั้นเขียนออกมาอย่างไร ประชาชนไม่มีส่วนได้รู้ ได้เห็นครับ ผู้แทนราษฎรเป็นตัวแทนของพ่อแม่พี่น้องประชาชนก็ไม่มีส่วนได้รับรู้รับเห็นนะครับ เพราะไปแทรกแซงกิจการการบริหารงานของข้าราชการประจําไม่ได้ ผิดรัฐธรรมนูญครับ เขาก็เลยเขียนนโยบายนี้ขึ้นมา เขียนในข้อกฎหมายให้นําเข้าสู่สภา นี่เป็นครั้งแรก วันนี้เป็นวันแรก ที่เราจะมาพิจารณาเป็นผลผลิตของกฎหมาย ศอ.บต. ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เขียนไว้ แต่เราไม่สามารถเขียนไปให้ละเอียดได้ครับว่าเอาเสนอกฎหมาย เอาเสนอนโยบายฉบับนี้เข้ามา แล้วต้องถ่ายทอดสด แต่เป็นที่รู้กันครับว่าเราต้องถ่ายทอดสดเพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจ ต่อนโยบายฉบับนี้ครับ นี่คือเจตนารมณ์ที่ดีและจะทําให้เวลาข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ ไปปฏิบัติงาน ประชาชนจะรู้เท่าทันเจ้าหน้าที่ เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ใช้อํานาจเกินขอบเขตครับ เป็นผลมาจากกล่าวอ้างว่า
มีการประท้วงครับ ท่านประสิทธิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดสุรินทร์ กระผมขอประท้วงผู้อภิปรายกระทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ พูดจาซ้ําซาก วกวน ประเด็นอยู่ที่ว่าจะถ่ายทอดสดหรือไม่ถ่ายทอดสดแค่นั้นเอง ในเมื่อท่านประธาน วินิจฉัยแล้วว่าให้ประธานวิปของแต่ละฝ่ายไปพูดคุยกันมันก็น่าจะดําเนินการแล้วให้จบไปได้ เสียเวลาสภาครับท่านประธาน ให้ประธานวินิจฉัยด้วยครับ ขอบคุณครับ
ครับ ขอบคุณครับ ที่จริงมันเป็นกรอบที่เราปฏิบัติมาอย่างนั้น ก็ไปทําตามกรอบที่เคยปฏิบัติกันมันก็น่าจะจบ
(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์ สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วง ผู้ที่ประท้วงละครับ เวลาที่เราพูดกันด้วยเหตุด้วยผลทําไมล่ะครับต้องทําให้บรรยากาศอย่างนี้ เสียด้วยเพราะว่าทุกคนต่างก็เห็นความสําคัญกับเรื่องนี้ ที่พวกผมต้องการในวันนี้จริง ๆ แล้ว ก็คือสนองนโยบายของรัฐบาลเองนั่นล่ะครับ ที่ท่านเขียนไว้ชัดเจนว่าวัตถุประสงค์ข้อที่ ๖ เพื่อให้สังคมไทยเกิดการรับรู้ มีความเข้าใจในสถานการณ์ที่เป็นจริงและตระหนักถึง ความรับผิดชอบร่วมกันในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ เราขอให้มีการถ่ายทอดสดช่วยเรื่องนี้ได้มากทีเดียว รัฐบาลแทบจะไม่ต้องไปประชาสัมพันธ์ อีกเลยนะครับ และขณะเดียวกันท่านประธานบอกว่าให้วิปตกลงกัน แล้วไหนล่ะครับ ท่านประธานก็โบ้ยมาแค่นั้นเองว่าให้วิปตกลงกัน แล้วตกลงตรงไหนครับ ให้มันเป็นรูปธรรมสิครับ ท่านประธานพรรคการประชุมก็ได้ครับแล้วให้เราคุยกันดีไหมครับ เพราะทุกเรื่องเวลา มีการทะเลาะกันท่านประธานมักจะพักการประชุมแล้วก็ให้มาคุยกันแล้วทําไมวันนี้ไม่ให้พัก แล้วมาคุยกันให้จบนะครับ เพราะผมต้องการเรื่องนี้จริง ๆ นะครับ ไม่ใช่ว่ามาขึ้นมาเป็นเกม (Game) การเมืองอะไรครับ อยากให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้เรื่องนี้จริง ๆ ครับ
มีผู้ประท้วงครับ ท่านประสิทธิ์ประท้วงหรือครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ครับ ผมขอประท้วงผู้ที่ลุกขึ้นมาประท้วงกระผมเมื่อกี้ ผมไม่ได้พูดว่าไม่ได้มองเห็นความสําคัญ ของการปรึกษาหารือของท่าน เพียงแต่ผมพูดไปว่าการถ่ายทอดสด ไม่ถ่ายทอดสดนั้น ไม่ใช่ผมไปขัดขวางไม่ให้ถ่ายทอดสดหรือไม่ให้กระทําการใด ๆ เพียงแต่ว่ามันเสียเวลา ในเมื่อท่านประธานวินิจฉัยไปแล้วว่าให้ประธานวิปไปคุยกันก็ไปคุยกันแค่นั้นเอง ท่านลุกมา พูดอย่างนี้ผมเสียหายนะครับ ผมไม่ได้ไปขัดท่านนะครับ ผมเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ครับ ฟังรู้เรื่องครับ
โอเคครับ พอแล้วครับ เชิญท่านสามารถ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทยนะครับ ผมสนใจต่อปัญหา ภาคใต้ ทีนี้เรื่องที่ผมหารือกันนี่ผมอยากขอความกรุณานําข้อกฎหมายได้มาเรียน ท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกนะครับว่าจริง ๆ แล้วนโยบายการบริหารและการพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้นี่นะครับก็ทําตาม
ท่านสามารถครับ ต้องขออภัย เมื่อกี้ผมให้ท่านพูดค้างอยู่ เดี๋ยวให้ท่านพูดต่อให้จบ เดี๋ยวท่านสามารถค่อยพูดนะครับ
ได้ครับ
เชิญท่าน ประเสริฐครับ
ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ ผมกราบเรียนให้ท่านประธานทราบ เพราะว่าผมไม่มีเจตนาอื่นนะครับ เพราะว่าผมเป็น ผู้แทนราษฎรอยู่ที่นั่น แล้วผมก็พูดง่าย ๆ ก็คือ ส.ส. ในสภานี่มีอยู่ ๕๐๐ ท่านนะครับ มีแต่ ส.ส. ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๑๑ เขตเลือกตั้ง ก็คือ ๑๑ คนเท่านั้นละครับ ถ้าจะถูกระเบิด ตายก็ ๑๑ คนนี้ละครับ ๕๐๐ คน ลบ ๑๑ คนนั้นไม่เกี่ยวกับ พวกผมตั้งใจจะให้มีความสงบ จริง ๆ แบบที่คุณหมอสุกิจพูดนะครับ ไม่ใช่เจตนาจะเล่นการเมืองครับ แต่เนื่องจากเวลา ท่านชี้แจงท่านบอกว่าเวลาพรรคฝ่ายค้านเป็นรัฐบาล ผมก็บอกว่าเดี๋ยวคนฟังแล้วจะเข้าใจผิด ก็ชี้แจงว่านโยบายนี้เป็นผลผลิตซึ่งนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เขียนไว้ให้พวกเราครับ และเป็นการนําเสนอครั้งแรกครับ แต่การนําเสนอครั้งนี้เจตนาก็คือต้องการให้ประชาชน มีส่วนร่วม มีการรับรู้ว่านโยบายนี้เป็นอย่างไร จะทําให้ประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับรู้อย่างไรครับ ก็ต้องด้วยการถ่ายทอดสดครับ นี่คือประโยชน์ครับ แล้วท่านประธานวิป รัฐบาลก็นั่งอยู่ที่นี่ละครับ ขอความกรุณาท่านประธานวิปช่วยชี้แจงหน่อยเถอะครับว่าจะ กรุณาได้ไหมครับ เพื่อประโยชน์ของประชาชน ๓ จังหวัด และเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติครับ บ้านเมืองเราก็จะได้สงบเสียทีครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่าน สามารถครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สามารถ แก้วมีชัย พรรคเพื่อไทยจังหวัดเชียงรายนะครับ ผมสรุปสั้น ๆ อย่างนี้นะครับว่าวันนี้จริง ๆ แล้วนโยบายที่เรากําลังจะพิจารณากันอยู่นี้นะครับ ตามมาตรา ๔ ของพระราชบัญญัติ บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้นี่เขาพูดไว้ชัดเจนในวรรคสี่ว่าในการจัดทํานโยบาย ซึ่งสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นผู้จัดทํานี่นะครับ เขาต้องไปสอบถามพี่น้องประชาชนมาแล้วนะครับ ผมอ่านให้ฟังนะครับ นโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามวรรคหนึ่ง ซึ่งสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นคนทํานี่นะครับ อย่างน้อยต้องมีสาระสําคัญครอบคลุม ด้านการพัฒนา ด้านความมั่นคง และเพื่อให้ได้นโยบายที่มาจากความต้องการและสอดคล้อง ของวิถีชีวิตของประชาชน ศาสนา วัฒนธรรม อัตลักษณ์ ชาติพันธุ์ และประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ในการจัดทํานโยบาย ตามวรรคหนึ่ง และการทบทวนและปรับปรุงนโยบายตามวรรคสาม ก็คือ ๓ ปีปรับได้ทีนี่นะครับ ต้องนําความคิดเห็นของประชาชนทุกภาคส่วนไปใช้ในการจัดทําและทบทวนการปรับปรุงด้วย ก็แปลว่า ก่อนนโยบายนี้จะนําเสนอ ครม. ก่อน ครม. จะให้ความเห็นชอบ และวันนี้ ครม. นํามารายงานต่อรัฐสภานี่เขาได้ลงไปเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการจัดทํา ได้เปิดเวทีประชาพิจารณ์ ประชาชาทั้งหลายได้รู้ได้เห็นนะครับ และได้คํานึงถึงอัตลักษณ์ วัฒนธรรม จารีตประเพณี ปัญหาทั้งหลายแล้วนะครับ วันนี้มันกลับกัน คือข้างล่างเขาทําขึ้นมาแล้ว เราควรจะฟัง ผู้นําเสนอว่านโยบายที่เขาไปจัดทํามา ที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชนมาแล้วเขาจะ ทําอะไรบ้าง ไม่ใช่ว่าเรากําลังทําเองแล้วก็ต้องสื่อไปถึงประชาชนโดยการไปถ่ายทอด หรืออะไรอย่างนั้นนะครับ วันนี้มันจากข้างล่างขึ้นมาข้างบนแล้วนะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ แล้วผมคิดว่าสภาของเราเมื่อมีการประชุมสภาทุกครั้งเราก็ถ่ายทอดวิทยุ ตามพื้นที่ต่าง ๆ ท่านก็ได้รับฟังอยู่แล้วนะครับ วันนี้เรากําลังจะให้สมาชิกหลังจากรับทราบ นโยบายที่สภาความมั่นคงแห่งชาตินําเสนอต่อ ครม. ครม. เห็นชอบ นํามารายงานต่อสภา ให้ทราบ ในการทราบก็อาจจะวิพากษ์วิจารณ์ได้ ก็เป็นเรื่องที่จะได้ระดมความคิดเห็น ของเพื่อนสมาชิกในฐานะเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนอีกทางหนึ่งเอาไปประกอบกัน เพื่อเป็นแนวปฏิบัติของหน่วยราชการทุกหน่วยที่ต้องเกี่ยวข้องในการปฏิบัติราชการอยู่ ภาคใต้ครับ ท่านประธานครับ
ผมว่าอย่างนี้ครับ เพื่อให้ประหยัดเวลา เรายึดกรอบที่เคยปฏิบัติ ก็ลองหารือกัน วิป ๒ ฝ่าย แล้วก็นําเสนอมา เชิญท่านจุรินทร์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ความจริง ท่านประธานได้มอบหมายให้วิปทั้ง ๒ ฝ่ายไปคุยกันตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา กระผม ก็ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่าได้ปรารภกับประธานวิปรัฐบาลแล้วเช่นกัน เพียงแต่ไม่มีข้อยุติ เมื่อไม่มีข้อยุติจึงเป็นที่มาที่พวกกระผมต้องมาขอบารมีจากท่านประธาน ให้ขอความกรุณาในฐานะท่านมีอํานาจได้ดําเนินการได้ให้เป็นไปตามความประสงค์ นั่นก็คือว่า ให้มีการถ่ายทอดสดการพิจารณากรณีนี้ ที่ต้องให้มีการถ่ายทอดสดเพราะว่าสื่อปกติถ้าเป็น วิทยุทั่วไปการเข้าถึง การรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนมันไม่ครอบคลุมเช่นเดียวกับ สถานีโทรทัศน์ที่มีการถ่ายทอด เพราะฉะนั้นถ้ามีความประสงค์และเจตนาสําคัญของรัฐบาล และของท่านประธาน ต้องการให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง นโยบายการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเราจะใช้นับตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ เป็นต้นไป อีก ๓ ปี จนกระทั่งถึงปี ๒๕๕๗ เพื่อให้ประชาชนอย่างน้อยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และคนทั้งประเทศได้รับทราบว่ารัฐบาลและสภาความมั่นคงแห่งชาติมีนโยบายอย่างไร เพื่อจะเป็นประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดินและแก้ปัญหาต่อไป ข้าราชการก็ได้รับทราบ พร้อมไปกับพี่น้องประชาชน นักการเมืองและทุกภาคส่วน ผมคิดว่ามันก็จะเป็นประโยชน์ ไม่มีตรงไหนขาดทุน โดยเฉพาะไม่มีตรงไหนขาดทุนสําหรับรัฐบาลและสําหรับ สภาผู้แทนราษฎรเลยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา ๔ ที่ได้อ้างถึงเมื่อสักครู่ของ พระราชบัญญัติบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ กระผมก็ได้ดูมาแล้ว ตรงนี้ เป็นประเด็นของกระบวนการได้มาซึ่งนโยบายที่ระบุให้มีการสอบถามความเห็นจากประชาชน ประชาชนก็รับทราบว่ามีการไปสอบถามความเห็น แต่สอบถามความเห็นแล้วตรงไหนละครับ ที่ท่านนํามากําหนดเป็นนโยบาย ประชาชนเขาก็ต้องการรับทราบและต้องการรับรู้ ตรงนี้ จึงเป็นที่มาที่พวกกระผมขอเรียกร้องและขอความกรุณาจากท่านประธานได้โปรดดําเนินการ เพราะท่านมีอํานาจหน้าที่และท่านสามารถที่จะดําเนินการได้ ถ้าเห็นว่า ณ เวลานี้อาจจะ ขลุกขลักในเรื่องของการประสานงานในเรื่องการถ่ายทอด ในเรื่องระบบ เพราะฉะนั้น ท่านประธานจะพักการประชุมสักครู่หนึ่งก็ได้ หรือถ้าจําเป็นจริง ๆ เป็นความตั้งใจที่ต้องการ ให้มีการถ่ายทอด ท่านประธานจะเลื่อนวาระนี้ออกไปเป็นสัปดาห์หน้าหรือเมื่อมีความพร้อม ในวันพุธหรืออย่างไรก็สุดแล้วแต่ พวกกระผมก็ยินดี ไม่ขัดข้องครับ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ แนวนโยบายอีก ๓ ปีว่าชะตาชีวิตของคนจังหวัดชายแดนภาคใต้จะได้รับการดูแลจากรัฐบาลนี้ อย่างไร ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ผมเองโดยส่วนตัวไม่ได้ขัดข้องเลยนะครับ จะเอาอย่างไร ผมไม่ขัดข้อง เพียงแต่ประเพณี ปฏิบัติเราก็ต้องยึดถือแล้วก็ให้วิปได้ตกลงกัน ถ้าวิปเห็นตรงกันเอาอย่างไร ผมก็เอาตามนั้น อยู่แล้ว นี่คือแนวทางปฏิบัติ เชิญท่านประธานวิปรัฐบาลครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม อุดมเดช รัตนเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี ต้องขออนุญาต ท่านประธานนะครับ การหารือในเรื่องของการที่จะให้มีการถ่ายทอด ในเรื่องของการที่จะ รับทราบนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จริง ๆ แล้วได้มีโอกาส พูดคุยกับท่านประธานวิปฝ่ายค้านอยู่เพียงระยะสั้น ๆ ในช่วงที่นั่งดื่มกาแฟกันที่หน้าห้องอาหาร ท่านถามมาเพียงแต่ว่ามีการถ่ายทอดไหม ผมเองก็ยังรู้สึกว่ากระบวนการในการที่จะต้องมา ถ่ายทอดสดการประชุมสภาซึ่งปกติเราก็มีในวาระสําคัญ ๆ กันอยู่เท่านั้นเอง เพราะในเรื่องนี้ ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องจังหวัดภาคใต้ ก็มีความสามารถกันอยู่แล้ว ในขณะเดียวกันประเด็นต่าง ๆ ที่ทางรัฐบาลจะนํามาเรียนชี้แจง ให้ทราบถึงนโยบายของการบริหารและการจัดการการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เป็น เรื่องที่เราสามารถที่จะมารับรู้กันในสภาแห่งนี้ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็เลยเป็นเรื่องที่ยัง ไม่เคยมีประเพณีปฏิบัติในเรื่องนี้มา ก็เกรงว่าถ้าทําในเรื่องนี้เอาไว้ต่อไปก็จะมีเรื่องในทํานองนี้ ดําเนินการได้อีก แต่อย่างไรก็ตามเมื่อสักครู่ผมได้หารือกับท่านประธานกรรมาธิการ กิจการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งท่านไพจิตเองก็ได้ออกมายืนยันชี้แจงแล้วนะครับว่ากระบวนการ ในการที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสาร โดยปกติทางสภาเราก็ได้มีการถ่ายทอดวิทยุอยู่แล้ว ก็ไม่จําเป็นต้องเห็นภาพความเคลื่อนไหวหรอกครับ แค่ฟังเสียงก็ได้สาระไม่แตกต่างกัน ถ้าหากจะเอาสาระกันจริง ๆ ผมคิดว่าในเรื่องนี้ก็สามารถที่จะดําเนินการในการที่จะให้ รัฐบาลนั้นได้ชี้แจงให้สภาแห่งนี้ได้รับทราบได้อยู่แล้ว นี่คือสิ่งที่ทางผมแล้วก็ทางวิป ได้มีการหารือกันไว้ในเบื้องต้นครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
จบแล้วกระมังครับ ประเพณีปฏิบัติก็ยึดถือกันมาอย่างที่ผมกราบเรียน ผมก็จะใช้อํานาจตามที่ได้ปฏิบัติกันมา ถ้าวิป ๒ ฝ่ายเห็นตรงกันผมก็ยินดีปฏิบัติตามนั้น ท่านบุญยอดเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎร ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมขออาศัยข้อบังคับ ข้อ ๔๗ (๕) ผมเสนอญัตติขอให้เลื่อนการปรึกษาหรือพิจารณาเรื่องนี้ออกไปเพราะเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สําคัญแล้วควรที่จะมีการพิจารณาในการถ่ายทอดสดต่อไป ผมขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ ถ้าอย่างนั้นก็จะขอมตินะครับ เชิญท่านไพจิตครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ขอเสนอให้ดําเนินการ ประชุมตามระเบียบวาระครับ ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอมตินะครับ
(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
เชิญสมาชิก เข้าห้องประชุมเพื่อลงมติ เชิญครับ ท่านขจิตรมีอะไรครับ
ท่านประธานครับ ในระหว่างนี้ผมขอปรึกษา ท่านว่าด้วยเหตุด้วยผลแล้ว วาระนี้เป็นวาระเรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม เป็นเรื่อง รับทราบ ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าการเลื่อน การเสนอญัตติมันดําเนินการได้ทุกอย่าง หรืออย่างไร เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ถ้าโดยเนื้อหาโดยการ พิจารณามันเป็นเรื่องประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม แล้วถ้าท่านประธานเห็นว่าไม่ควรแจ้ง ท่านประธานก็งดการแจ้ง ทีนี้เรื่องอย่างนี้จะใช้มติที่ประชุมเลื่อนหรือไม่เลื่อนหรือครับ ถ้าโดยสามัญสํานึกผมว่ามันไม่ใช่นะ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมอย่างนี้เราไม่เคยมีมติ จะเลื่อนหรือไม่เลื่อน ด้วยความเคารพที่ประชุมประธานอยากแจ้งอะไรให้ทราบ พวกผมก็จะ รับทราบ แล้วก็เรื่องอย่างนี้ไม่เคยมีการถ่ายทอดตั้งแต่ตั้งสภามา เรื่องประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม เรื่องอย่างนี้ก็มีญัตติให้เลื่อนได้หรือครับ เคยมีหรือครับ
เชิญท่านสมาชิกครับ ทราบว่ามีการประชุมคณะกรรมาธิการก็จะขอใช้เวลาสักเล็กน้อยรอผู้ที่ติดประชุมกันอยู่สัก ๒-๓ นาที คงไม่ต้องอะไรแล้วกระมังครับ รอเวลาขอลงมติอย่างเดียวครับ สัก ๒-๓ นาทีครับ เมื่อสักครู่ไม่ได้เปิดสัญญาณไฟลงมตินะครับ เพราะฉะนั้นในห้องประชุมบางห้องก็จะไม่มี สัญญาณตัวนี้ ก็ขอบคุณครับ แล้วก็เพิ่งเปิดก็คงต้องใช้เวลาสัก ๒-๓ นาที รอสักนิดครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ มีเพื่อน สมาชิกของเราหลายท่านยังไม่มาครับ กดออดยาว ๆ อีกสัก ๓-๔ ครั้งท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ก็คงใช้เวลาอีกสัก ๒ นาทีครับ เพราะไฟสัญญาณผมเพิ่งเปิดเมื่อสักครู่นี้ครับ สมาชิก ที่ประชุมกรรมาธิการอยู่ ตอนนี้ก็ยังทยอยเข้ามาทีละท่าน ๒ ท่านอยู่ต่อเนื่องนะครับ ก็คงน่าจะสัก ๑ นาทีครับ สมควรกระมังครับ ก่อนลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ เพราะอย่างไรเดี๋ยวก็มีการนับองค์ประชุมอยู่ดี ก็ขออนุญาตตรวจสอบองค์ประชุม ท่านใช้สิทธิแสดงตนได้เลยนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อยนะครับ ส่งผลได้เลยครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๒๗๓ ท่าน ครบองค์ประชุม
เพราะฉะนั้นผมขอมติที่ประชุม จะเห็นด้วยกับญัตติที่ท่านบุญยอดได้เสนอ เมื่อสักครู่ให้มีการเลื่อนการพิจารณาออกไปก่อน จะเห็นด้วยหรือไม่ครับ ใช้สิทธิได้เลยครับ เห็นด้วยกับญัตติของท่านบุญยอด กด เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย กด ไม่เห็นด้วย ครับ เรียบร้อย นะครับ ปิดการลงคะแนน ส่งผลเลยครับ เห็นด้วย ๑๔๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๕๔ ท่าน ถือว่า ที่ประชุมไม่เห็นด้วยนะครับ
ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตดําเนินการต่อเลยครับ เชิญท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอโอกาสในการมีส่วนร่วมในการอภิปรายนโยบายการบริหารและ การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คนหนึ่งที่ให้ความสนใจแล้วก็ติดตามปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้และปัญหาความมั่นคง ของประเทศนี้มาโดยตลอด แต่ก่อนที่จะลงสู่เนื้อหาของนโยบายการบริหารและการพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ ผมขออนุญาตที่จะสอบถามไปยัง สภาความมั่นคงแห่งชาติซึ่งเป็นหน่วยงานที่เป็นผู้จัดทํานโยบายตามมาตรา ๔ ของ พระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๓ เป็นเบื้องต้นก็คือ
ประการแรก นโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ฉบับนี้ น่าจะเป็นนโยบายที่จะต้องสอดคล้องกับนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งสภาความมั่นคงแห่งชาติ มีหน้าที่ในการจัดทํานโยบายความมั่นคงแห่งชาติ แต่จนกระทั่งบัดนี้นโยบายความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งต้องถือว่าเป็นแผนแม่บทที่มีความสําคัญในการกําหนด นโยบายความมั่นคงของประเทศยังไม่ออกมา ทราบว่าได้มีกระบวนการในการจัดทํานโยบาย ความมั่นคงแห่งชาตินี้มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ และต่อเนื่องตลอดมา แต่ว่าเมื่อล่วงเข้าสู่ปี ๒๕๕๕ นี่จะสิ้นเดือนมีนาคมแล้ว นโยบายความมั่นคงแห่งชาติ ๕ ปีต่อไปนี้ก็ยังไม่คลอดออกมา และมีผลบังคับใช้ คําถามก็คือว่าเมื่อท่านคลอดนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ออกมาตามพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อน เช่นนี้จะไปสอดคล้องหรือขัดแย้งกับนโยบายความมั่นคงแห่งชาติที่จะออกมาในภายหลัง หรือไม่ อย่างไร นั้นเป็นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ตามพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งกําหนดไว้ในมาตรา ๔ ที่ให้สภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นผู้จัดทํานโยบาย การบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นต้องกราบเรียนถามไปยัง สภาความมั่นคงแห่งชาติด้วยว่ารวมทั้งรัฐบาลซึ่งมีท่านรองนายกรัฐมนตรีนั่งอยู่ในที่นี้ด้วย ก็คือว่าในบทบัญญัติอื่น ๆ ในมาตราอื่น ๆ ซึ่งบังคับให้จะต้องมีการจัดตั้งหน่วยงาน จัดตั้ง คณะกรรมการและดําเนินการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดทําแผน ยุทธศาสตร์การพัฒนา การจัดทําแผนปฏิบัติการ การบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ตามพระราชบัญญัติที่ว่านี้ เวลาผ่านไป ๑ ปีเศษหลังการบังคับใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วได้มีการประเมินผล ได้มีการติดตามความคืบหน้าในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ ฉบับนี้หรือไม่ อย่างไร นั่นเป็น ๒ ประการที่ผมอยากจะฝากไว้ในเบื้องต้น
ท่านประธานที่เคารพครับ นโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ นี้ เป็นนโยบายที่เกิดขึ้นด้วยเหตุผลหลัก ๆ ๒ ประการ ก็คือ
๑. ทําตามพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๓ นั่นเป็นความจําเป็นตามที่กฎหมายได้กําหนดไว้
แต่ว่าความจําเป็นประการที่ ๒ ก็คือ สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความรุนแรงมากขึ้น มีผู้สูญเสียกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากขึ้น จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง มีกรอบในการทํางานที่เป็นเอกภาพ มีความชัดเจน มีความต่อเนื่อง และมีส่วนร่วมของ ภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคมนี้ให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายอย่างแท้จริง ไม่ใช่การมีนโยบาย หรือการปฏิบัติตามนโยบายที่ผันแปร เปลี่ยนแปลงไปตามการเปลี่ยนแปลงตามการเมือง หรือการผันแปรของรัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ไม่เช่นนั้นแล้วความสูญเสียในทุกมิติ ที่เกิดจากการลองผิดลองถูกในการทดลองใช้นโยบายแต่ละช่วงเวลาก็จะเกิดขึ้นอย่างไม่มี ที่สิ้นสุด ประวัติศาสตร์ในรอบ ๙ ปี ๑๐ ปีที่ผ่านมานี้เป็นบทเรียนที่ชัดเจนอยู่แล้ว ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะหยิบยกรายงานข้อมูลของการสรุปปัญหาความรุนแรง ที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งศูนย์ข่าวภาคใต้ของสํานักข่าวอิศราได้รวบรวมไว้มา ประกอบการอภิปรายในครั้งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้านับจากเหตุการณ์ปล้นปืน ที่อําเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส เมื่อเดือนมกราคม ปี ๒๕๔๗ เวลานับมาถึงปัจจุบันนี้ เราได้ทุ่มเทงบประมาณที่เรียกว่าเป็นงบประมาณในการดับไฟใต้ลงไปเพื่อแก้ไขปัญหาในช่วง ๙ ปีงบประมาณที่ผ่านมา แล้วรวมจํานวนทั้งสิ้นถึง ๑๖๑,๒๗๘ ล้านบาท เฉพาะปี ๒๕๕๕ นี้ ล่าสุดก็คือใช้ถึง ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท เราพบว่าในรอบ ๙ ปีที่ผ่านมามีความรุนแรงเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ยิงกัน วางระเบิด วางเพลิง ทําร้าย ฆ่า ปล้น ประท้วง ก่อกวน หรือเหตุการณ์การจับตัวประกันต่าง ๆ ในรอบ ๙ ปีที่ผ่านมาเกิดขึ้นรวมแล้วทั้งสิ้น ๑๒,๖๐๐ กว่าครั้ง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง เฉลี่ยแล้ว ๑๒,๖๐๔ ครั้งนี้ คิดเป็นวันวันละ ๒.๗ เหตุการณ์ นั่นหมายความว่าไม่มีวันใดเลยที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรง เกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพความสูญเสียที่เกิดขึ้นในช่วง ๙ ปีที่ผ่านมา มีตัวเลขที่น่าสนใจ ก็คือว่ามีพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตไปทั้งสิ้น ๔,๒๑๕ คน นี่ตัวเลขที่นับถึง เดือนมกราคม ๒๕๕๕ บาดเจ็บ ๕,๘๕๕ คน มีทหารเสียชีวิต ๓๕๑ คน บาดเจ็บ ๑,๗๑๒ คน ตํารวจเสียชีวิต ๒๘๐ คน บาดเจ็บ ๑,๗๑๓ คน ครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องเสียชีวิตไป ๑๔๘ คน บาดเจ็บ ๑๔๔ คน พระมรณภาพไปจากเหตุการณ์ความรุนแรง ๗ รูป บาดเจ็บ ๒๓ รูป คนร้ายที่ถูกให้คํานิยามว่าเป็นผู้ก่อเหตุหรือผู้ก่อความรุนแรงเสียชีวิตไป ๒๔๒ คน บาดเจ็บ ๓๔ คน รวมแล้วมีคนตายไปในช่วง ๙ ปีที่ผ่านมา ๕,๒๔๓ คน บาดเจ็บ ๘,๙๔๑ คน นี่คือตัวเลขที่เป็นความสูญเสียและเป็นสิ่งที่เรียกร้องต้องการว่าวันนี้จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี นโยบายที่มีความชัดเจน มีความใหม่และเป็นที่พึ่งหวังในการแก้ไขปัญหานี้ได้ และต้องจําไว้ ว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากความสูญเสียในอดีตนั้นเราลืมไม่ได้ ไม่ว่าความผิดพลาดนั้น จะเกิดขึ้นจากอะไรทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการมองปัญหาคับแคบอย่างกรณีโจรกระจอก การใช้ ความรุนแรงด้วยนโยบายอํานาจนิยมที่เข้าไปปราบปราม ไปเข่นฆ่า ไปดูถูก ไปเหยียดหยาม หรือการเลือกการปฏิบัติ การเลือกการพัฒนาในแต่ละพื้นที่เราจะต้องไม่ให้เกิดเหตุการณ์ เช่นที่รัฐบาลบางรัฐบาลในอดีตเคยทํามาอีกต่อไปแล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานสําคัญในการ กําหนดนโยบายการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ฉบับแรกที่กําลังเกิดขึ้น ตามกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ นโยบายฉบับนี้สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้จัดทําขึ้น โดยผ่านกระบวนการที่มีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ อย่างกว้างขวางทีเดียว ผมได้อ่านเนื้อหาสาระของร่างของนโยบายฉบับนี้ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี และมีผลในทางปฏิบัติแล้ว นโยบายทั้ง ๓๔ ข้อ ซึ่งบรรลุวัตถุประสงค์ทั้ง ๙ ประการนี้ นับจากนี้ไปก็จะเป็นกรอบในการทํางานของหน่วยงาน แล้วก็ภาคส่วนต่าง ๆ ที่จะมีส่วนร่วม ในการแก้ไขปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ สาระสําคัญสูงสุดของนโยบายฉบับนี้ สะท้อนผ่านวิสัยทัศน์ซึ่งเขียนไว้ในนโยบายเล่มนี้ก็คือการมุ่งให้จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความปลอดภัยปราศจากเงื่อนไขของการใช้ความรุนแรง มีสภาวะแวดล้อมที่พร้อมและเอื้อ ต่อการแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งโดยสันติทุกภาคส่วน มีความเข้าใจ ไว้วางใจและ มีส่วนร่วมในกระบวนการเสริมสร้างสันติภาพ จุดเน้นอยู่ตรงนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องขอเรียนเป็นข้อสังเกตในเบื้องต้นในชั้นหนึ่งก่อนนะครับว่านโยบายนี้มีความก้าวหน้า เป็นนโยบายที่อาจจะแตกต่างไปจากกรอบความคิดเก่า ๆ ของฝ่ายความมั่นคงของประเทศนี้ ที่เคยปฏิบัติต่อกันมา นโยบายที่มุ่งให้จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความปลอดภัยปราศจาก เงื่อนไขของการใช้ความรุนแรงพอจะมองออกนะครับว่ารูปธรรมในการที่จะแปรไปเป็น การปฏิบัติของหน่วยงานต่าง ๆ นี้เป็นอย่างไร แต่สิ่งที่ผมกังวลก็คือว่านโยบายที่จะสร้าง สภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมเอื้อต่อการพูดคุยแสวงหาทางออกของความขัดแย้งของ ผู้เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้เสียในกระบวนการเสริมสร้างสันติภาพหรือพูดง่าย ๆ ว่านโยบาย ในการเปิดเจรจากับใครก็ตามเป็นเรื่องยากและเป็นเรื่องใหม่ เป็นเรื่องที่เราเองแทบจะไม่เคย มีประสบการณ์ในเรื่องนี้มาก่อนเพราะเรารับรู้กันมาตลอดว่านโยบายด้านความมั่นคง ของประเทศนี้ไม่คิดที่จะเปิดประตูเจรจากับใคร ยิ่งใครก็ตามที่ถูกตราหน้าว่า เป็นผู้ก่อการร้าย เป็นผู้ที่สร้างความเสียหาย เป็นผู้กระทําผิดกฎหมายแล้วเราไม่มีนโยบาย ที่จะไปเปิดการพูดคุยการเจรจา ผมถึงบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยากลําบากเราไม่มี ประสบการณ์ในเรื่องนี้ กระบวนการที่จะสร้างสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นหรือการสร้างบรรยากาศ ที่เอื้ออํานวยไปสู่การเจรจานั้นเป็นสิ่งที่ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ เพราะฉะนั้นการที่จะหวังผลเลิศ จากนโยบายฉบับนี้ซึ่งเป็นหัวใจสําคัญในเรื่องของการเจรจาจึงเป็นสิ่งที่น่าห่วงกังวล ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมห่วงก็คือว่าถ้าฝ่ายความมั่นคงของประเทศนี้ไม่ยอมรับในเรื่อง ของการพูดคุยเจรจาแสวงหาทางออกกันอย่างแท้จริงแล้ว ฝ่ายความมั่นคงไม่ตกผลึกกับ ความคิดในนโยบายที่มีความก้าวหน้าแบบนี้แล้วก็ยากที่จะมีหน่วยงานทุกหน่วยงานที่จะ แปรนโยบายนี้ไปเป็นการปฏิบัติได้ ท่านประธานครับ ในนโยบายซึ่งมี ๓๔ ข้อ และมีวัตถุประสงค์หลัก ๙ ประการ ผมก็อยากจะตั้งข้อสังเกตไว้เพียงบางข้อเท่านั้นนะครับ สิ่งแรกที่ผมอยากจะฝากไว้ก็คือว่าหากนโยบายนี้สามารถที่จะแปรเปลี่ยนเป็นการปฏิบัติ และสามารถบรรลุได้จาก ๓๔ ข้อ ได้เพียงสัก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของนโยบายนี้ก็ต้องถือว่า ความสําเร็จในการแก้ไขปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็จะปรากฏเป็นจริงขึ้นมาได้ ผมขอตั้งเป็นข้อสังเกตเป็นข้อ ๆ ดังต่อไปนี้นะครับ
ประเด็นแรก ก็คือในข้อที่ ๑ ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ข้อที่ ๑ เรื่องของการให้ ความสําคัญกับการคัดเลือกเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตํารวจ หรือฝ่ายความมั่นคงอื่น ๆ การติดตามตรวจสอบนโยบายของเจ้าหน้าที่เหล่านั้น เป็นเรื่องที่ดี และเป็นเรื่องน่าจะทํามาตั้งนานแล้ว วันนี้เมื่อกําหนดเป็นนโยบายที่จะต้อง ปฏิบัติ ก็เป็นสิ่งที่ชอบ ต่อไปนี้ข้าราชการที่จะลงไปปฏิบัติหน้าที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องมีกระบวนการคัดเลือกที่เข้มข้น เพราะการจะส่งใครลงไปภาคใต้ต้องส่งลงไปในความคิด ที่เป็นทางบวก ไม่ใช่เป็นการไปลงโทษลงทัณฑ์ แต่เป็นการที่จะส่งคนที่มีฝีมือลงไปแสดงฝีมือ ในการแก้ไขปัญหา การส่งใครเข้าไปก็หมายความว่าต้องส่งคนเหล่านั้นไปรับรางวัล การที่ให้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นดินแดนของการลงโทษ ลงทัณฑ์ต้องยุติลง
ในประเด็นต่อมาเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานการข่าวในเชิงรุก อยากจะตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาการก่อการร้ายที่มีความสลับซับซ้อนมากขึ้นในทุกวันยิ่งในพื้นที่ เฉพาะ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีก่อเหตุรุนแรงมากขึ้น แล้วเราก็ยังคลําหาหัวขบวน ไม่เจอกันอยู่ในภาวะแบบนี้ยิ่งจําเป็นที่จะต้องมีความเข้มข้นในกระบวนการปฏิบัติงานข่าว เชิงรุกให้มากขึ้น อย่างไรก็ตามผมคิดว่าอุปสรรคอย่างหนึ่งในเรื่องนี้ก็คือฝ่ายความมั่นคง ของประเทศเราก็ยังผูกติดอยู่กับความเชื่อบางประการว่าประเทศไทยของเราไม่ใช่เป้าหมาย ของการก่อการร้ายข้ามชาติ ประเทศไทยเป็นเพียงทางผ่านของผู้ก่อการร้าย ประเทศไทย เป็นเพียงที่พักพิงชั่วคราวของผู้ก่อการร้าย แล้วเราก็มองปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยมิติเดียวอีกเช่นกันว่าเป็นปัญหาเฉพาะภายในล้วน ๆ ไม่ได้มีการเชื่อมโยงกับคนภายนอก เมื่อคิดเช่นนี้แล้วก็ทําให้เราเย็นใจอยู่ว่าขบวนการก่อเหตุร้ายใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จํากัดอยู่เฉพาะคนภายในไม่มีเครือข่ายโยงใยกับกระบวนการก่อการร้ายข้ามชาติอื่น ๆ ซึ่งถ้าวิธีคิดเช่นนี้ไม่ยืดหยุ่น ไม่มองสภาพการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของกระบวนการก่อการร้าย ข้ามชาติที่นับวันจะปฏิบัติการโดยเราคาดเดาเป้าหมาย คาดเดาพื้นที่ในการปฏิบัติการได้ยาก เช่นนี้แล้ว เราก็จะสูญเสียโอกาสในการแก้ไขปัญหานี้และแก้ไขปัญหาได้อย่างไม่ตรงกับ ความเป็นจริง ท่านประธานครับ ผมอยากตั้งข้อสังเกตในเรื่องของการพัฒนาระบบรักษา ความปลอดภัยชุมชน ซึ่งในเรื่องนี้มีพลังมวลชนขององค์กรหนึ่งซึ่งคิดว่ามีบทบาทสําคัญ แล้วก็เป็นแบบอย่างในการแก้ไขปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็คือชุดรักษา ความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือ ชรบ. ซึ่งในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของเราได้ใช้ ชรบ. นี้ เป็นแม่แบบในการไปพัฒนาในพื้นที่อื่น ๆ เมื่อประสบความสําเร็จใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กระทรวงมหาดไทยก็ได้นําแนวความคิดเรื่องชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านไปใช้ในพื้นที่ ต่าง ๆ จนประสบความสําเร็จ สิ่งนี้ที่จะตั้งข้อสังเกตก็คือว่าต้องให้ความสําคัญกับคนกลุ่มนี้ อย่างต่อเนื่องเพราะเขาอยู่ในพื้นที่ เขาอยู่ในบ้านของเขา เขามีหน้าที่ในการดูแลรักษาพี่น้อง ของเขา ทรัพย์สินของเขา บ้านเรือนของเขา ทําอย่างไรที่รัฐจะจัดสรรงบประมาณ และดูแล สวัสดิการคนเหล่านี้อย่างทั่วถึง ซึ่งก็ไม่ต้องการมีอะไรมากหรอกครับ เพียงเบี้ยเลี้ยง เพียงเครื่องมือเครื่องไม้ซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการสนับสนุนการปฏิบัติงาน หรือการฝึกอบรม ต่อเนื่องเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับพี่น้อง ชรบ. ในพื้นที่ต้องทําอย่างต่อเนื่อง
ท่านประธานครับ ในวัตถุประสงค์ข้อที่ ๖ ซึ่งเพื่อนสมาชิกบางท่านได้กรุณา หยิบยกขึ้นมาในระหว่างการหารือในตอนต้นก็คือการส่งเสริมให้สังคมไทยได้เกิดการรับรู้ มีความเข้าใจในสถานการณ์ที่เป็นจริง และตระหนักถึงความรับผิดชอบร่วมกันในการแก้ไขปัญหาในภาคใต้ จริงอยู่ครับ ปัญหา ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาที่พี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับผลกระทบ มากที่สุด แต่ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ใช่เรื่องของคนภาคใต้ ๓ จังหวัดชายแดนเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องของพี่น้องมุสลิมเท่านั้น แต่เป็นปัญหาของคนไทยทั้งประเทศที่จําเป็นจะต้องสร้าง กระบวนการในการรับรู้ ในการเรียนรู้เพื่อที่จะหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้เกิดขึ้น กระบวนการรับรู้และการเรียนรู้ปัญหานี้จะต้องทําอย่างกว้างขวางทั่วประเทศให้เกิดความเข้าใจ อย่างแท้จริงกับปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถามว่าจะทําอย่างไรล่ะครับ ผมคิดว่า แนวทาง ๓ ข้อที่จะบรรลุวัตถุประสงค์นี้ก็คือการเสริมสร้างความเข้าใจกับสังคมไทย การเสริมสร้างช่องทางการสื่อสาร ๒ ทางด้วยการปฏิบัติการทางด้านข่าวสารและงานมวลชน สัมพันธ์และการเปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนนี้เป็นแนวทางที่ถูกต้องแล้ว แต่ถามว่า จะใช้เครื่องมืออะไรมาบรรลุแนวทางทั้ง ๓ ประการนี้ ผมคิดว่าสื่อมวลชนจําเป็นต้องมีบทบาท เข้ามามีส่วนร่วมในปฏิบัติการนี้ ทั้งสื่อมวลชนของรัฐ ทั้งสื่อมวลชนของเอกชนจําเป็นที่จะต้อง ถูกใช้มาเพื่อกระบวนการในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะถ้าสื่อมวลชนไม่ถูกนํามาใช้หรือละเลยที่จะไม่พูด ถึงปัญหาก็นับวันที่จะลุกลามและกลุ่มบุคคลในภาคฝ่ายต่าง ๆ ก็ไม่มีโอกาสที่จะได้มีพื้นที่ ในการแสดงออกผ่านกระบวนการให้ประชาชนทั้งประเทศได้มีโอกาสรับรู้ มีแต่สื่อมวลชน เท่านั้นที่จะต้องเข้ามามีบทบาทในส่วนตรงนี้ ซึ่งแน่นอนนะครับว่ากระบวนการใช้สื่อมวลชน ปัจจุบันนี้ก็ต้องใช้งบประมาณต้องมีค่าใช้จ่ายในการทํางานเรื่องนี้ ผมคิดว่าหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องจะต้องคิดแล้วก็ต้องจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้
ประเด็นต่อมานะครับ ซึ่งต้องถือว่าเป็นหัวใจของนโยบายฉบับนี้ก็คือเรื่อง ของการส่งเสริมการพูดคุยของฝ่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสียและส่งเสริมความต่อเนื่องในการพูดคุย อันนี้ ผมได้เรียนตั้งแต่ตอนต้นแล้วว่าผมมีความกังวลกับเรื่องนี้ ถ้าหากว่าฝ่ายความมั่นคง ของประเทศนี้ยังไม่ยืดหยุ่น ยังเห็นว่ากลุ่มบุคคลที่ก่อเหตุร้ายเป็นศัตรูที่ไม่มีวันที่จะต้องมานั่ง พูดคุยกันได้ผมคิดว่าจะเป็นอุปสรรคอย่างยิ่ง แต่ว่าปัญหาในรายละเอียดของการเจรจา การพูดคุยไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยกับกระบวนการที่ก่อเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยทําความเข้าใจ กับคนที่คิดต่างในภาคส่วนต่าง ๆ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มันมีปัญหารายละเอียด ที่จะตามมา ถามว่าในกระบวนการพูดคุยทําความเข้าใจกันนั้นใครจะพูดกับใคร ใครจะเป็น ตัวแทนของฝ่ายไหน ใครอยู่ฝ่ายผู้มีส่วนได้ ใครเป็นผู้อยู่เป็นตัวแทนของฝ่ายผู้มีส่วนเสีย เหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องคิดซึ่งจะต้องไปดูกันในรายละเอียดต่อไป และบรรยากาศที่เหมาะสม ที่เอื้ออํานวยต่อการเจรจานั้นมีตัวแปรมากมาย สภาความมั่นคงแห่งชาติมีหน้าที่กําหนด กรอบกว้าง ๆ ได้ แต่เมื่อลงลึกในทางปฏิบัติ หน่วยงานที่ปฏิบัติในพื้นที่ก็มีปัญหาว่าจะ ควบคุมตัวแปรที่จะก่อให้เกิดบรรยากาศที่เหมาะสมในการพูดคุยนั้นเป็นเรื่องที่ทําได้ยาก ผู้ก่อการร้ายที่เคยเข่นฆ่าคนบริสุทธิ์ เคยติดคดีความ คนเหล่านี้จะมีฐานะในการเจรจา ในวันข้างหน้าอย่างไร นี่เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าผู้ที่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งผู้รักษากฎหมาย ทั้งฝ่าย ที่จะจัดการพูดคุยก็จะต้องกลับไปคิดอย่างมากนะครับ ซึ่งเป็นความกังวลที่ผมคิดว่าจําเป็น ที่เราจะต้องทักท้วงกันไว้ในโอกาสนี้
สุดท้ายครับท่านประธาน นโยบายฉบับนี้ได้พูดถึงปัจจัยแห่งความสําเร็จ ซึ่งผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีมากเพราะว่านอกเหนือจากจะเป็นแนวในการปฏิบัติหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่จะลงไปทํางานเรื่องนี้จะได้เห็นธงว่าความสําเร็จจะต้องมีปัจจัยอะไรบ้าง เป็นตัวชี้วัดแล้วนะครับ ผมคิดว่าปัจจัยแห่งความสําเร็จที่ท่านระบุไว้นี้ก็จะเป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนหรือผู้ได้รับผลกระทบ ในพื้นที่ท่านก็สามารถตรวจสอบได้ สามารถที่จะเข้ามามีส่วนร่วมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือหน่วยงานของรัฐได้ว่าทั้งหลายทั้งปวงที่เขียนมาในนโยบายนั้น เขาจะเข้าไปตรวจสอบ แล้วจะเห็นความสําเร็จของนโยบายนี้อย่างไรนะครับ ซึ่งดัชนีชี้วัดทั้ง ๔ ข้อนี้เป็นเครื่องมือ ที่ค่อนข้างดีมาก แต่ต้องเรียนกับท่านประธานว่าเป็นเครื่องมือที่ค่อนข้างหินก็คือยากในการที่ จะทําได้สําเร็จ ๑. ก็คือนโยบายของรัฐ หน่วยงานรัฐและข้าราชการเข้าใจตรงกันในปรัชญา แนวคิดและทิศทางนโยบาย จะทําอย่างไร จะต้องใช้เวลาเท่าไรที่จะทําให้หน่วยงานของรัฐ ทั้งหมดเข้าใจในแนวนโยบายที่เรากําลังจะประกาศใช้นี้นะครับ ๒. ข้าราชการทุกหน่วย มีจิตสํานึกและตระหนักในการทําหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ อันนี้ก็ทําได้ครึ่งหนึ่ง ก็ประสบความสําเร็จแล้ว ถ้าทําให้เต็มร้อยต้องใช้เวลาเท่าไร ผมไม่แน่ใจว่าระยะเวลา ๓ ปี ของนโยบายนี้จะทําให้ข้าราชการทุกหน่วยมีจิตสํานึกและตระหนักในการทําหน้าที่อย่างเต็ม ความสามารถได้หรือไม่ ๓. ทุกภาคส่วนที่มีส่วนได้เสียยอมรับและมีส่วนในการแก้ไขปัญหา ตามนโยบาย อันนี้ก็ยิ่งหินเข้าไปใหญ่อีกนะครับ เพราะว่ามีผู้คนที่เกี่ยวข้อง ภาคส่วน ที่เกี่ยวข้อง มีส่วนได้ส่วนเสียมากมายเหลือเกิน ท่านเองก็เขียนไว้ในนโยบายฉบับนี้ มีทั้งผู้ก่อการร้าย มีทั้งผู้ค้าของเถื่อน มีทั้งผู้ปฏิบัติผิดกฎหมายต่าง ๆ มากมาย ข้อที่ ๔ รัฐบาลส่งสัญญาณสนับสนุนการดําเนินนโยบายนี้อย่างจริงจัง ชัดเจนและต่อเนื่อง นี่เป็นหัวใจที่มีความสําคัญที่สุดของนโยบายฉบับนี้ แล้วก็ต้องขอชื่นชมกับผู้ที่ร่างนโยบาย ฉบับนี้ที่กล้าพูดตั้งคําถามกับรัฐบาลในประเด็นนี้ก็คือถ้ารัฐบาลไม่สนับสนุนนโยบายนี้ อย่างจริงจัง ไม่ชัดเจนและต่อเนื่องหรือทําแบบที่ต้องการเอาหน้าไปเป็นครั้งคราว นโยบายนี้ ก็ไม่มีทางสําเร็จ ทั้ง ๔ ประการนี้เป็นปัจจัยแห่งความสําเร็จซึ่งผมก็จะเฝ้าติดตามและเอาใจช่วย กับการปฏิบัติตามนโยบายนี้ต่อไป เพราะนั่นหมายถึงว่าถ้าทําเรื่องนี้ได้สําเร็จสันติสุขก็จะ เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พวกผมซึ่งเป็นผู้แทนราษฎรนอกพื้นที่ก็ไม่จําเป็นจะต้อง มาพูดปัญหานี้กันในสภาแห่งนี้อีกต่อไป กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านวิรุฬห์ พื้นแสน ท่านวรชัย เหมะ ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เรื่องนโยบายบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเราถือว่าวันนี้รัฐบาล เห็นความสําคัญครับ เพราะว่าตั้งแต่อดีตมาหลายรัฐบาลครับ การใช้วิธีการที่เอาทหาร นําการเมืองนั้นเป็นสิ่งที่ใช้ไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญอย่างยิ่งครับ สถานการณ์ชายแดนใต้เริ่มรุนแรงเมื่อสมัยท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ในยุคนั้นท่านคงจําได้ครับว่ามีการเผาโรงเรียน ๒๐ ที่ด้วยกันครับ ผมจําความได้ครับในตอนนั้น เพราะฉะนั้นความรุนแรงนั้นเกิดมาต่อเนื่องครับท่านประธานครับ ปัญหา
มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับท่านเจะอามิงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตทักท้วงท่านสมาชิกที่กําลังอภิปรายอยู่ในขณะนี้ว่าท่านกําลังให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยท่านได้กล่าวว่าความรุนแรงเริ่มขึ้นในสมัยรัฐบาลท่านชวน ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าเป็นข้อมูลเท็จ ไม่ควรที่จะนํามาใช้ในสภาผู้แทนราษฎร เรื่องจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดในสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ที่ทําให้เกิดความผิดพลาด ในกรณีตากใบ กรือเซะ ปล้นปืน
เอาอย่างนี้ ท่านเจะอามิงครับ เดี๋ยวถึงคิวท่านอภิปราย ท่านวรชัยครับ ก็อย่าได้พาดพิงถึงพรรคการเมืองอื่น เอาเฉพาะว่ามันจะแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ได้อย่างไรก็พอแล้ว ถ้าหากว่าไปกล่าวหากัน ทั้ง ๒ ฝ่าย เดี๋ยวสภาวันนี้ก็เหมือนเมื่อคืนอีกครับ เอาเฉพาะเรื่องที่มันจําเป็นที่มันจะเกิด ประโยชน์กับบ้านเมืองพอแล้วครับ ผมไม่อนุญาตให้ไปกล่าวถึงพรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่ง ทั้ง ๒ ฝ่ายนะครับ ไม่ว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาล เอาอย่างนี้นะครับ ขอให้อยู่ในประเด็นนี้ ท่านเจะอามิงครับ ผมไม่ให้เขาพูดแล้วครับ พอแล้ว เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ คํากล่าว ที่ท่านสมาชิกพูดถึงที่เป็นเท็จเมื่อสักครู่ท่านจะต้องถอนออกจากการบันทึกของสภาผู้แทนราษฎร ที่กล่าวหาสมัยรัฐบาลท่านชวนนะครับ
คือ ต่อไปนี้ไม่ให้กล่าวทั้ง ๒ ฝ่ายพรรคไหนนี่ ขอถอนนะครับ เดี๋ยวถอนทางโน้นก็อย่าพูด ผมไม่ให้พูดทั้ง ๒ ฝ่ายนะครับ หรือพรรคโน้นพรรคนี้ เชิญท่านวรชัย ไม่ต้องประท้วงครับ เพื่อให้การประชุมไปข้างหน้า ท่านจ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ นั่งลงครับ คุณวรชัยถอนครับ จะได้จบทั้ง ๒ ฝ่าย ให้ถอนทั้ง ๒ ฝ่าย คุณฟังผมก่อนสิ ท่านจ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ทีละคน นั่งลงก่อนครับ ฟังให้ผมวินิจฉัยก่อน คุณวรชัย ถอน ทางโน้นก็ถอน ถอนทั้ง ๒ ฝ่าย
ท่านประธานครับ ผมนั้นไม่ได้ว่า พรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่ได้ว่าใครคนใดคนหนึ่งครับ ในฐานะที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ของคนทั้งประเทศ และสถานการณ์เผาโรงเรียนที่ปักษ์ใต้เผายุคนั้นจริง ๆ ครับ ๒๐ โรงเรียน ผมจําได้ครับท่านประธาน
ก็เอาอย่างนี้ คุณวรชัย ถ้าจะให้มันประชุมไปได้นะครับ เพราะประเด็นนี้ถ้าพูดไปเดี๋ยวก็ทั้ง ๒ ฝ่าย พอแล้วครับ ถอนแล้วว่าไปเรื่องอื่นที่เป็นประโยชน์ดีกว่า
แต่ว่าการประชุมก็อย่าพาดพิงถึง ท่านทักษิณ ชินวัตร เหมือนกันนะครับ
ไม่ให้ พาดพิงทั้ง ๒ ฝ่าย คุณต้องถอนก่อน ไม่อย่างนั้นผมไม่ให้พูดแล้ว
ถอนได้ครับเรื่องนี้ผมไม่พูดถึงท่านนายชวน ได้ครับ แต่ท่านอย่าพูดถึงท่านทักษิณ ชินวัตร เหมือนกันนะครับ
ไม่ให้พูด ทั้ง ๒ ฝ่าย คุณอภิปรายในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง เชิญเลยครับ ท่านเจะอามิง ผมให้เขาถอนแล้วครับ พอแล้วครับ ผมให้ถอนแล้วอย่างไรเมื่อกี้ เขาถอนแล้วครับ เพราะฉะนั้นผมไม่ให้พาดพิงเดี๋ยวก็ทะเลาะกัน ไม่เอาครับ เอาที่เป็นประโยชน์ เชิญประสิทธิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ด้วยความเคารพท่านประธานนะครับ เมื่อสักครู่ท่านประธานได้วินิจฉัยแล้วว่าให้คุณวรชัย เหมะ ถอนคําว่า ชวน ออกไป แล้วท่านประธานก็ได้วินิจฉัยว่าจะให้ท่านเจะอามิง ถอนคําว่า ทักษิณ ออกไป แต่ตอนนี้ คุณวรชัยถอนไปแล้วทางโน้นยังไม่ได้ถอนเลยนะครับท่านประธาน
ท่านเจะอามิง ถอนคําว่า ทักษิณ ออกไป พอแล้วจะได้จบอภิปรายต่อได้ เชิญครับ เพื่อความยุติธรรมทั้ง ๒ ฝ่าย เดี๋ยวก็ทะเลาะกันไม่เอา ท่านเจะอามิงครับ เชิญครับ ไม่เป็นอะไรครับ ถอน ผมเชื่อท่านเป็น สุภาพบุรุษอยู่แล้ว
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานต้องวินิจฉัยให้อย่างตรงไปตรงมาครับท่านประธาน ฝ่ายรัฐบาลพูดบนพื้นฐาน ข้อมูลที่เป็นเท็จ
คืออย่างนี้ ท่านเจะอามิงครับ ผมทราบคือถ้าปล่อยให้ทะเลาะกันนี่ทั้งคืนก็ไม่จบ แต่เมื่อกี้ผมได้บอกว่า อย่าได้พาดพิงถึงคนนั้นคนนี้เลยครับว่าเราจะแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้อย่างไรก็พอแล้ว เมื่อกี้ผมก็บอกว่าคุณวรชัยถอนนะครับ ไม่ต้องว่าท่านชวน ผมว่าท่านเจะอามิงก็อย่าได้ว่า ทางที่ฝ่ายเขาไม่อยากให้เอ่ยชื่อก็อย่าเอ่ยชื่อว่าเรื่องเหตุการณ์ในปี พ.ศ. พอแล้วครับ เพราะเป็นที่รู้กันทั้ง ๒ ฝ่ายนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ การที่จะให้ ผมถอนออกจากบันทึกการประชุม การที่ผมพูดข้อมูลที่เป็นจริงในสภาผู้แทนราษฎร ทําไมผมถึงต้องถอนออกครับท่านประธาน
ท่านประธานครับ ผมก็ข้อมูลจริงนะครับ ไมใช่เท็จครับ
ท่านเจะอามิงครับ จะให้ผมทําอย่างไรครับ จะให้ทําอย่างไรดีครับ
ไม่เชื่อไปดูประวัติศาสตร์เลยว่าจริง อย่างนั้นไหมครับ
ท่านวรชัย อย่าเพิ่งตอบโต้กับผม ผมคุยกับท่านเจะอามิงอยู่ครับ ท่านเจะอามิงครับ เพื่อให้การอภิปราย เดินไปได้
ท่านประธานที่เคารพ ด้วยความเคารพ ท่านประธาน ผมเรียนด้วยความสัตย์จริงว่าผมพูดบนพื้นฐานข้อมูลที่เป็นจริง เวลาผมพูด ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมจะมีเอกสาร มีอะไรทุกอย่าง ท่านประธานครับ แล้วจะให้ ผมทําอย่างไรท่านประธานลองคิดดูสิครับ ผมพูดบนพื้นฐานข้อมูลที่เป็นจริง แล้วท่านประธานจะให้ผมถอนได้อย่างไรครับท่านประธาน ความจริงก็คือต้องปรากฏ ความจริงที่ต้องบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ในสภาผู้แทนราษฎร การที่จะให้ผมถอนมันทําไม่ได้หรอกครับท่านประธาน ผมเรียนด้วยความเคารพจริง ๆ ผมว่า ท่านประธานวินิจฉัยได้ถูกต้องแล้วครับ ข้อมูลเท็จก็ต้องเอาออกไป ข้อมูลจริงก็ต้องปรากฏครับ ท่านประธานครับ
เชิญคุณวรชัย
ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ว่าท่านนายชวนเลย แม้แต่นิดเดียว ผมพูดถึงว่าสถานการณ์การเผาโรงเรียนในยุคนั้นครับ ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ว่าท่านไม่ดีตรงไหนครับ ผมพูดว่าสถานการณ์วันนั้นมันเกิดขึ้นตรงนั้น มีการเผา โรงเรียนอย่างนั้นครับ ผมไม่ได้ว่าเสียดสีใครนะครับ ท่านประธานครับ ผมบอกถึงเหตุการณ์ ที่มันเกิดขึ้น ผมพูดแค่นี้เองครับ ท่านประธานครับ แล้วเป็นประเด็นบอกว่าผมมาเสียดสีอะไร ไม่จริงเลยครับ ผมขออภิปรายต่อแล้วกันครับ
เชิญ อภิปรายต่อได้ครับ
ครับ ท่านประธาน
คุณหมอสุกิจ ประท้วงอะไรครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์ สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วง ท่านผู้อภิปรายครับ ที่ท่านยังพูดไม่จริงซ้ําอีก ตามข้อ ๖๑ เมื่อกี้นี้ผมฟังท่านพูดอภิปรายครั้งแรก ท่านบอกว่าเหตุการณ์ครั้งแรกเกิดขึ้นในสมัยของท่านชวน แล้วท่านมาบอกว่าท่านไม่ได้ พูดอย่างนั้น ทํานองที่ว่าท่านพูดเพียงแต่ว่าเป็นเหตุการณ์เผาโรงเรียน ซึ่งก็ไม่จริงอีกครับ เพราะเหตุการณ์เผาโรงเรียน ๓๔ โรง เกิดขึ้นสมัยที่ท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรีครับ เพราะฉะนั้นที่ท่านพูดมาทั้งหมดนี้เป็นความเท็จทั้งสิ้นเลยครับ
ไม่ใช่เป็นความเท็จครับ ผมไม่ได้บอกว่า ๓๔ โรงเรียนครับ ผมบอกว่า ๒๐ โรงเรียนครับ ท่านประธานครับ และผมไม่ได้บอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความผิดของนายชวนเลยครับ ผมบอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในยุคนั้น ผมพูดแค่นั้นเองครับ ท่านประธานครับ
ท่านประธานครับ แต่การใช้คําว่า เริ่มต้น สมัยท่านชวนเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นการกล่าวที่เสียหายมาก
เริ่มต้นเผาโรงเรียน ๒๐ โรงเรียนนะครับ
ท่าน อย่าเถียงกันสิครับ ท่านมีสิทธิพูดกับประธานเท่านั้นเองนะครับ เอาอย่างนี้ ท่านวรชัยครับ กรุณาอยู่ในประเด็นแล้วก็อย่าไปกล่าวพาดพิงคนอื่นนะครับ เมื่อกี้ผมให้เขาถอนแล้ว คุณหมอสุกิจ ก่อนหน้านั้นผมให้เขาถอน เขาก็ยอมถอน เขาถอนแล้วก็ถือว่าจบ ก็เมื่อกี้ผมให้ เขาถอนแล้ว ถอนแล้วครับ เอาในประเด็น อย่าได้พาดพิงอีก จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ อย่าประท้วงครับ ให้ครั้งนี้การประชุมผ่านไปได้ พอแล้วครับ ไม่ประท้วงแล้วครับ ประเด็นนี้ ไม่เอาแล้วครับ ก็จะให้พูดต่อแล้วครับ ทีนี้เอาอย่างนี้ ผมให้ตั้งกติกาว่าอย่าได้พาดพิงถึงทั้ง ๒ ฝั่ง เพื่อจะให้การอภิปรายต่อไปได้ พอแล้วครับ ท่านจ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ พอแล้ว ท่านวรชัย เสียสละ เราเป็นรัฐบาล พูดไป
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เรื่องชายแดนใต้นั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมายาวนาน ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาลครับ ท่านประธานครับ ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาในชายแดนใต้เลย ไม่ว่าฝ่ายไหนเป็นรัฐบาล ไม่ว่าพรรคของท่าน เป็นรัฐบาล ส.ส. ของท่านเป็นรัฐบาลก็ตาม หรือว่าฝ่ายรัฐบาลก็ตามครับ ปัญหายืดเยื้อยาวนาน แล้วก็เรื้อรังครับ เพราะฉะนั้นแสดงให้เห็นว่าปัญหาแก้ไม่ถูกจุดครับ เหมือนกับคุณหมอ รักษาไข้ครับ รักษาไม่ถูกโรคก็แก้ปัญหาไม่ได้ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ปัญหาของคน ๓ จังหวัดภาคใต้นั้นเป็นเรื่องที่ทุกคนจะต้องศึกษาให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาษา สําเนียง ขนบธรรมเนียมประเพณีของคนปักษ์ใต้ ซึ่งในยุคที่ผ่านมานั้นไม่ว่าจะเป็นการยึดอํานาจหรือว่าไม่ยึดอํานาจก็ตามครับ รัฐส่งเจ้าหน้าที่ ไปปกครอง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเดียว แต่รัฐไม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปพัฒนาดูแล ปักษ์ใต้เลยครับ ทําให้คน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีปัญหา เพราะข้าราชการนั้นส่งเข้าไป เอาผู้ว่าราชการจังหวัดคนอีสานไปอยู่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เอาผู้ว่าราชการจังหวัด กรุงเทพมหานครไปครับ ไปอยู่ชายแดนใต้ ผู้กํากับ ผู้การ ก็ดีครับ เพราะฉะนั้นการเข้าใจ ปัญหา การเข้าถึง การที่รู้ปัญหาที่แท้จริงนั้นไม่มี เพราะฉะนั้นก็แก้ปัญหาไม่ถูกจุดว่าคนใต้ เขาต้องการอะไร ความแตกแยก ความขัดแย้ง ความอยุติธรรม ๒ มาตรฐาน ทําให้คน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ระแวงรัฐบาล ระแวงกลไกของรัฐที่ไปดูแลใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นี่คือปัญหาประการที่ ๑
ปัญหาประการที่ ๒ ในเรื่องของอาชีพครับ ท่านประธานครับ อาชีพของ คนปักษ์ใต้นั้น ส่วนมากเป็นเกษตรกรครับ รัฐบาลไม่ได้รู้เรื่องปัญหาของเกษตรกรปักษ์ใต้ ไม่ได้ลงไปดูแล เอาใจใส่เท่าที่ควร เพราะฉะนั้นในเมื่อเขาไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ในเรื่อง อาชีพ เขาก็ยากจนครับ คนปักษ์ใต้โดยพื้นฐานจริง ๆ แล้วใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นคนยากจนมากครับท่านประธานครับ ผมเคยไปเยี่ยมครับ ผมเคยมีเพื่อนครับ สินค้าเกษตร บางอย่างในอดีตครับ ลองกองนี้ครับท่านทราบไหมครับว่าบางครั้งกิโลกรัมละ ๖ บาท ๗ บาท ซึ่งไม่คุ้มทุนเลยครับ หลายตัวครับ ผลไม้ก็ดีครับ มันมีปัญหาจริง ๆ สิ่งต่อไป คือปัญหาผู้มีอิทธิพลครับ คนปักษ์ใต้ถูกกดขี่ข่มเหงจากผู้มีอิทธิพล ของเถื่อน ยาเสพติด มากมายก่ายกองหมด แล้วอีกเรื่องหนึ่งก็คือใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเป็นเรื่องของ การหาผลประโยชน์จากข้าราชการหลายกลุ่ม หลายอาชีพด้วยกัน โดยเฉพาะการสร้าง สถานการณ์ที่เกิดขึ้น มันเป็นเรื่องของการสร้างสถานการณ์บางโอกาส บางจังหวะ เงื่อนไข ที่บอกว่าโจรแบ่งแยกดินแดนครับ มีคนแก่ ๆ เก่า ๆ แค่นั้นเองครับท่านประธานครับ แต่คนรุ่นใหม่ ผมว่าน้อยมากครับ เป็นเรื่องของไม่มีอาชีพครับ เป็นเรื่องของการจ้างวาน เป็นเรื่องของ การกระทําจากนอกประเทศ มีบางส่วนครับ เพราะว่านักธุรกิจที่มีเงิน มีทุนที่เป็น เชื้อสายเดียวกันนะครับ เขาก็พยายามที่จะเข้าใจ เห็นใจคนบางกลุ่ม เพราะฉะนั้น เรื่องเหล่านี้จึงเป็นเรื่องของการให้ทุนของคนเหล่านี้ครับ ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหา ของปักษ์ใต้มายาวนาน เรื้อรัง ยืดเยื้อ เพราะฉะนั้นรัฐบาลเห็นปัญหาครับ ต้องแก้ไขปัญหา และเมื่อรู้ว่าปัญหาของชายแดนภาคใต้ ๓ จังหวัดนี้มาจากอะไร รัฐบาลต้องคิดแก้ปัญหา โดยการเอาการเมืองนําการทหารครับก็คือการพัฒนานะครับ การพัฒนาคืออะไรครับ ๑. สร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างงาน ขจัดผู้มีอิทธิพล ดูแลข้าราชการที่เอารัดเอาเปรียบ พี่น้องประชาชนคนปักษ์ใต้ครับ เพราะฉะนั้นถ้าการจัดการแก้ปัญหาเรื่องเหล่านี้ก็จะทําให้ พี่น้องชายแดนใต้ไม่ระหวาดคนที่เป็นกลไกของรัฐครับ ไม่ระแวงเจ้าหน้าที่ของรัฐ ท่านครับ การสร้างอาชีพเป็นเรื่องสําคัญ การสร้างงานเป็นสิ่งสําคัญครับ เพราะฉะนั้นนโยบายในการ ที่จะแก้ปัญหาสถานการณ์ชายแดนใต้ได้นั้นต้องได้ใจคนครับ การได้ใจคนนั้นก็คือการดูแล เอาใจใส่การให้ใจเขาเหมือนกันครับ เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องเข้าใจปัญหา เจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องเอาคนในพื้นที่ครับ ท่านประธานครับ ลงไปเพราะเขารู้จักขนบธรรมเนียมประเพณี ใกล้ชิดซึ่งกันและกัน รัฐบาลนั้นอย่าไปก้าวก่ายมากเกินไปครับ ข้าราชการนั้นต้องเป็นข้าราชการที่ซื่อสัตย์สุจริต ที่ยึดถือความถูกต้องและให้ความเป็นธรรมกับคดีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผู้ที่ก่อคดีในจังหวัดภาคใต้มีมากมายครับ เพราะฉะนั้นผมว่ารัฐบาลต้องสนใจเรื่องนี้ พวกเหล่านี้ที่เคยทําคดีไว้หลบหนีอยู่ในป่า เข้าป่า หรือว่าอยู่ในเมืองนั่นละครับ แต่ว่าพอเผลอปุ๊บ ก็ออกมาก่อคดีทันทีครับ ผมมีความเห็นครับว่าถ้าจะใช้การเมืองนําการทหารนิรโทษกรรม คดีที่เกิดขึ้นในปักษ์ใต้ให้หมดทุกคดีครับท่านประธานครับ แล้วก็รัฐบาลต้องเจรจาปรองดอง เพื่อที่จะหันหน้าเข้ามาหากันไม่ใช่ใช้วิธีที่เอาแต่ความรุนแรงครับ ใช้อาวุธไม่มีทางสําเร็จ แน่นอนครับ ท่านประธานครับ วิธีที่แก้ปัญหาดีที่สุดเรียกมาทุกกลุ่มมาเจรจา มาคุยกัน ตกลงกันว่าผู้ที่ก่อความไม่สงบทั้งหลายนั้นต้องการอะไรแน่ และต้องการให้รัฐบาล ช่วยอย่างไร ต้องให้หลักประกันในชีวิตถ้าเขาออกมาร่วมในการที่จะปรองดอง ออกมา ร่วมมือในการที่จะแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จริง รัฐบาลต้องให้ความคุ้มครองครับ ต้องดูแลเอาใจใส่ครับท่านประธานครับ ท่านคงเห็นครับว่าในสมัยยุคที่มีพรรคคอมมิวนิสต์อยู่ ท่านคงเห็นครับว่านโยบายในการปราบปรามเข่นฆ่าในการใช้อาวุธเข้าไปทําลายล้างนั้น รัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาได้เลยครับ ต้องใช้นโยบาย ๖๖/๒๓ มาแก้ปัญหาชายแดนใต้ ก็คือเอาการเมืองนําการทหาร เข้าใจปัญหา เข้าใจ รู้ปัญหา แก้ปัญหาให้เขาครับ หาที่ทํากิน ให้เขา และคดีต่าง ๆ นั้นออกกฎหมายนิโทษกรรมให้หมดแล้วความสงบเกิดขึ้นครับ หลังจากนั้นเป็นต้นมาท่านเห็นไหมครับว่า ๖๖/๒๓ สามารถแก้ปัญหาคอมมิวนิสต์ได้ครับ สามารถแก้ปัญหาความแตกแยกของคนไทย แก้ปัญหาไม่ให้คนไทยรบกันเอง สู้กันเองครับ นี่คือการเอาการเมืองนําการทหาร เพราะฉะนั้นวันนี้สถานการณ์ชายแดนใต้มันไม่ต่างกันครับ ๑. ความยุติธรรมต้องเกิดขึ้น ๒. ต้องสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้คนปักษ์ใต้ครับ ๓. ผู้มีอิทธิพลต้องหมดไปครับ ๔. ข้าราชการทุกคนต้องทําหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์อย่าหา ผลประโยชน์บนความทุกข์ยาก บนเงื่อนไขของความขัดแย้งอันนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ ถ้ารัฐบาลนี้ทําได้เป็นเรื่องที่ดี และวันนี้นโยบายที่ออกมาว่าจะแก้ปัญหาภาคใต้ด้วยการ บริหารการจัดการ การแก้ปัญหาในการที่จะเอาการเมืองนําการทหารนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะถ้าไม่ทําอย่างนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ปักษ์ใต้ไม่สามารถสงบได้แน่นอน ท่านจําได้ไหมครับว่า ยุคที่ท่านเป็นรัฐบาลท่านมี ส.ส. ในรัฐบาลแก้ปัญหาไม่ได้ท่านรู้ปัญหาครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ เราต้องเปลี่ยนยุทธวิธีครับ ยุทธศาสตร์สู่ความสงบครับ ยุทธวิธีต้องแก้ปัญหาให้คนมีความสุข มีความสงบ ให้อาชีพ มีความรักมีความผูกพัน เอารอยยิ้มเข้าหากันท่านประธานครับ แล้วความสงบจะเกิดขึ้นชายแดนใต้ครับ ใน ๒ ปีที่ผ่านมาเราจะเห็นว่ามีการซื้ออาวุธ หลายหมื่นล้านบาท อาวุธเหล่านั้นเป็นเงินภาษีของพี่น้องประชาชน แล้วก็เอาไปฆ่าพี่น้อง ประชาชนคนปักษ์ใต้ด้วยกัน ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าพี่น้องคนปักษ์ใต้ล้มตาย บางครั้งจับผิดตัวก็มี ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นความเคียดแค้นชิงชัง ญาติพี่น้องที่ไม่ได้ทําผิดแต่ถูกสอบสวน แต่ถูกจับกุมท่านประธานครับ ใครไม่เจ็บปวดครับ ออกมาก็หนีไปเลยท่านประธานครับ เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นมายืดเยื้อยาวนาน เพราะฉะนั้นวันนี้รัฐบาลนี้ภายใต้การนําของ ท่านยิ่งลักษณ์เห็นความสําคัญ ผมดูนโยบายในการบริหารและต้องการพัฒนาภาคใต้แล้ว เรื่องนี้ต้องให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วม เป็นเรื่องดีที่สุด เพราะฉะนั้นถ้าให้พี่น้องประชาชน มีส่วนร่วมด้วย เราต้องเข้าถึงครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่กี่วันมานี้ ผมได้ข่าวว่าเป็นเรื่องของ การเข้าใจผิด มีเจ้าหน้าที่ทหารได้เอาภรรยาของผู้ก่อความไม่สงบ ผมก็ไม่ทราบว่าคนนั้น ก่อความไม่สงบหรือเปล่า เอาไปสอบสวนครับ และพอเหตุการณ์กลางคืนครับ ก็มีการถล่ม ค่ายทหารครับ นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันมานี้ เพราะฉะนั้นผมว่าการเหวี่ยงแห เพื่อที่จะคลุมหมด โดยที่ว่าแหนั้นไปครอบเอาผู้บริสุทธิ์ครับ เขาก็มีความไม่พอใจ เพราะฉะนั้นเรื่องเหล่านี้ท่านครับ ขอให้เรามาช่วยกันเถอะ ไม่ว่าฝ่ายค้าน ท่านเป็น ส.ส. ในพื้นที่ภาคใต้ มีปัญหาอะไรครับ นําปัญหามาคุยกับรัฐบาล ร่วมกันทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ผมว่า ความสงบต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน อย่าแทงกัน อย่าใส่ร้ายป้ายสีกันครับ ถ้าเป็นอย่างนั้น ความขัดแย้งไม่สิ้นสุดหรอกครับท่านประธาน ต้องใช้ความละอ่อน ความนุ่มนวล ความเป็นมิตร มาร่วมกันแก้ไขปัญหาปักษ์ใต้ ปักษ์ใต้จะสงบได้ด้วยทุกคนครับ ท่านประธานครับ ขอขอบคุณครับ
ท่าน อภิชาต การิกาญจน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต การิกาญจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช จากรายงานนโยบายการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๕๗ ที่เสนอโดยสํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผมมีประเด็นที่จะแสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวเพียงประเด็นเดียวนะครับ คือประเด็นข้อ ๓ ในเรื่องเงื่อนไขของการใช้ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่ง สมช. เสนอมา ๓ ระดับ คือเงื่อนไขระดับบุคคล เงื่อนไขระดับโครงสร้างและเงื่อนไขระดับวัฒนธรรม ในข้อ ๒ การใช้ความรุนแรงโดยกลุ่มบุคคลที่มีความคิด ความเชื่อ และอุดมการณ์ที่ต่างจากรัฐ เรื่องนี้เป็นเรื่องน่าสนใจครับว่าทําไมบุคคลส่วนหนึ่งจึงมีความคิด ความเชื่อและอุดมการณ์ ที่แตกต่างไปจากรัฐไทย ปัญหาความรุนแรง ปัญหาการก่อเหตุ ส่วนหนึ่งเราจะเห็นว่าถ้ามอง ให้ลึก ๆ จริงๆ แล้ว ความคิด ความเชื่อและอุดมการณ์เหล่านี้ ไม่ได้เกิดขึ้นและเป็นไป โดยธรรมชาติ แต่สิ่งเหล่านี้มีที่มา ที่เขาใช้กลไกในการสร้างคนอีกชุดหนึ่ง โดยใช้กลไกของ การศึกษา ในระยะไกล ๆ ในระยะยาว ๆ ข้างหน้า นอกเหนือจากการแก้ปัญหาระยะแรก ที่อาจต้องใช้กําลัง อาจต้องใช้แนวทางการเมืองแล้ว ถ้าเราไม่ทราบว่าปัญหาส่วนนี้มีกลไกลึก ๆ มาจากการศึกษา แล้วเราไม่แก้ด้วยการศึกษา เราไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาใน ๓ จังหวัดภาคใต้ อย่างยั่งยืนได้ ทําไมถึงพูดเช่นนี้ เราต้องยอมรับนะครับว่าเรามีนักเรียนจาก ๓ จังหวัดภาคใต้ ซึ่งพ่อแม่จะส่งเสริมในเรื่องการเรียนศาสนา ไปเรียนในต่างประเทศ ไม่ว่าจะในประเทศอินโดนีเซีย ในตะวันออกกลาง คนเหล่านี้เมื่อกลับมาแล้ว ก็มาทําหน้าที่ในการสอนหนังสือ การสอนศาสนา ไม่ว่าจะในโรงเรียนตาดีกา ไม่ว่าจะในโรงเรียนปอเนาะ หรือในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ระยะหลังจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ จากการมีเขตการศึกษา มาเป็นเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งถ้าเป็นเขตการศึกษาแล้ว จะมีสํานักงานการประถมศึกษาอําเภอ สํานักงานการประถมศึกษาจังหวัด มีตัวแทนจากโรงเรียนเอกชน สช. การดูแลอย่างใกล้ชิด เหล่านั้นสามารถกํากับควบคุมว่าการเรียน การสอนศาสนา ไม่ว่าจะในโรงเรียนตาดีกา ในโรงเรียนปอเนาะ หรือในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามเขาสอนอย่างไร การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ของกระทรวงศึกษาธิการที่ไม่มีการกํากับดูแลอย่างใกล้ชิดในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน ของการปรับโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการในยุคการปฏิรูปการศึกษานี่ เป็นส่วนหนึ่ง ที่ผมเชื่อว่าทางบ้านเมืองไม่ได้ทราบเลยว่าการเรียนการสอนที่พ่อแม่ฝากลูกที่มีอายุตั้งแต่ ๗ ปี เข้าไปอยู่ในสถานศึกษาเหล่านั้นเป็นระยะเวลาราว ๑๐ ปี จนอายุ ๑๗ ปี เป็นหนุ่ม พร้อมที่จะเป็นนักรบ พร้อมที่จะก่อเหตุร้าย พร้อมที่จะดําเนินการต่าง ๆ ที่จะเป็นปัญหา ในพื้นที่ เราจึงไม่แปลกใจที่เห็นปรากฏการณ์ว่ามีการต่อสู้ มีการดําเนินการก่อเหตุร้าย กลายเป็นว่าเป็นศัตรูที่ฝ่ายรัฐไม่สามารถเห็นตัวได้ ไม่มีผู้นําในการสั่งการ แต่คนเหล่านี้ที่ผ่าน การศึกษาซึ่งเราเชื่อว่ามีการเบี่ยงเบนคําสอน มีการบิดเบือนคําสอนในทางศาสนา จนเกิดความเชื่อ จนมีความคิดและอุดมการณ์ที่สามารถดําเนินการในการตัดสินใจทําเรื่องต่าง ๆ อันเป็นเหตุร้าย ด้วยตนเองได้ เหตุการณ์ผ่านมา ๗-๘ ปี เราไม่สามารถจะจัดกระบวนคนในการนั่งเจรจาได้ว่า ใครคือหัวหน้าที่แท้จริง ใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังในการสั่งการ ทําไมเขาถึงสามารถตัดสินใจ ก่อเหตุต่าง ๆ ได้ด้วยตนเองได้ สั่งการด้วยตัวเองได้ ไม่จริงหรอกครับ เรื่องมีเฉพาะตัว มีเฉพาะแขน ขา ไม่มีหัวนี่ ไม่มีทางสั่งการได้ แต่ให้เราได้เห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับการสร้างคน ให้มีความคิด ให้มีความเชื่ออุดมการณ์ในการบิดเบน ในการบิดเบือนคําสอนทางศาสนา เป็นเรื่องที่น่าเชื่อว่าเกิดขึ้นจริงในพื้นที่เหล่านี้ การเว้นระยะช่วงที่ไม่ได้สอดส่องดูแลอย่างแท้จริง สามารถสร้างค่ายฝึกกําลังคนที่เพียงพอที่จะก่อเหตุร้าย ผมไม่พูดไปถึงการปฏิวัติหรือ การเรียกร้องในสิ่งที่เป็นอิสรภาพของกลุ่มอัตลักษณ์ของ ๓ จังหวัดภาคใต้ เพราะฉะนั้น เราจะทําอย่างไรในเงื่อนไขที่เราได้เห็นว่ามันเป็นเงื่อนไขหนึ่งว่าอุดมการณ์ความคิดและความเชื่อ ผ่านกลไกของการเรียนการสอน การให้การศึกษาที่ผิด เราจะใช้การศึกษาที่ถูกต้องในการ แก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไร แน่นอนครับการใช้การศึกษาเป็นกลไกเป็นเครื่องมือในการแก้ไข ปัญหาอาจต้องใช้ระยะเวลายาวนาน แต่ผมอยากจะขอเรียนให้สํานักงานสภาความมั่นคง แห่งชาติได้เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญที่ต้องดําเนินการโดยการใช้การศึกษาแก้ปัญหา การให้การศึกษาที่ผิด ๆ กับลูกหลานของเราใน ๓ จังหวัดภาคใต้ ต้องเปลี่ยนทัศนะของผู้คน ในหลายเรื่องครับ เพราะ ๑. เราไปสัมผัสไปพบเห็นจะเห็นว่าผู้คน ผู้ปกครอง ให้ความสนใจ ที่จะเน้นให้ลูกเรียนเรื่องศาสนามากกว่าเรียนวิชาสามัญหรือวิชาชีพ เรียนศาสนาดีหรือไม่ ดีครับ เป็นคนดีแน่นอน เป็นคนดีของสังคม แต่การมีชีวิตในโลกนี้ไม่ได้มีชีวิตอยู่ด้วยการไม่มีงานทํา ไม่มีความรู้ หรือไม่มีรายได้ เราจะทําอย่างไรให้การศึกษาศาสนาควบคู่ไปกับการเรียนวิชาสามัญ ที่มีความรู้วิชาการที่เพียงพอที่จะเรียนต่อในระดับวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยได้ เราจะทําอย่างไร ให้เรียนศาสนาพร้อมกับการมีวิชาชีพที่มีงานทําที่มีรายได้ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือเราไม่สามารถจูงใจให้ผู้ปกครองใน ๓ จังหวัดภาคใต้ได้เน้นให้บุตรหลาน ของตนเองไปเรียนวิชาสามัญและเรียนวิชาชีพที่จะมีโอกาสของการมีงานทําอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นการไม่มีงานทํา การขาดโอกาสของการมีงานทํา การไม่มีวิชาการที่แข็งแกร่งพอที่จะ สอบเรียนต่อหรือต่อสู้กับนักเรียนส่วนอื่น จึงเป็นเรื่องยากที่จะสร้างคนที่มีความพร้อมไป สู่โลกของการทํางานได้ เมื่อไม่มีงานทํา การมีชีวิตครอบครัวตั้งแต่อายุยังน้อย ๑๕ ปีเริ่มมี ครอบครัวนะครับ ไม่มีงานทํา ไม่มีรายได้ การถูกจูงใจให้ทําในสิ่งที่ทําอะไรก็ได้ที่ให้มีเงินมา ไม่ว่าจะโดยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง วิธีการที่ผิดกฎหมาย ลงทุนน้อยเสี่ยงหน่อยได้เงินมาก จึงไม่น่าแปลกใจหลายคนเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการเครือข่ายค้ายาเสพติด เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะได้เห็นว่าปัญหาลึก ๆ จริง ๆ การเกิดความรุนแรง การสร้างค่ายฝึกกําลังคนให้ใช้ ความรุนแรงเกิดจากการให้การศึกษาที่ไม่ถูกต้อง สภาความมั่นคงแห่งชาติเองก็ต้องหา วิธีการนะครับว่าเราจะทําอย่างไรที่จะประสานกับกระทรวงศึกษาธิการในการให้การศึกษา ที่ถูกต้อง ให้การศึกษาที่มีคุณภาพ ให้การศึกษาที่จะสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ สร้างการมีงานทํา ผมคิดว่าเป็นความจําเป็นที่ต้องใช้นโยบายด้านการศึกษาเป็นเครื่องมือ ในการแก้ปัญหา เพราะเราเห็นแล้วว่าตลอดระยะเวลา ๗ ปีที่ผ่านมา เราใช้นโยบายการเมือง ก็ยังไม่ประสบความสําเร็จ ใช้นโยบายการทหาร เราต้องใช้ทรัพยากรมากขึ้น ใช้คนมากขึ้น ใช้งบประมาณมากขึ้น การใช้กําลังที่มากขึ้น ใช้ความรุนแรงที่มากขึ้นเท่านั้นที่จะสยบปัญหา ต่าง ๆ ได้ แต่แม้จะสยบได้จริงก็ต้องมีการสูญเสียเลือดเนื้อชีวิตอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ผมขอฝาก ประเด็นเดียวเท่านั้นละครับ ให้เราได้เข้าใจว่าปัญหาพื้นฐานลึก ๆ เกิดจากการให้การศึกษา หรือการสอนศาสนาที่ถูกบิดเบือนเบี่ยงเบนไป เพราะฉะนั้นเราต้องแก้ด้วยการให้การศึกษา ที่ถูกต้องและสามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างสังคมใหม่ที่คนมีโอกาสในการทํางาน มีชีวิตที่มีคุณภาพขึ้นมาได้ครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านวิรุฬห์ พื้นแสน ครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในวันนี้ ที่รัฐบาลได้มาให้นโยบายและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่บางท่านได้บอกว่านโยบายนี้ได้ออกมาตามพระราชบัญญัติการบริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการตั้ง ศอ.บต. โดยกําหนดให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นผู้ดําเนินการ แต่ผมอยากจะเรียนให้พี่น้องและท่านประธานสภาได้ทราบว่า ตามความหมายจังหวัดชายแดนภาคใต้นี้หมายถึง ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูล ตามพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่สถานการณ์ที่เรากําลังจะ พูดกันต่อไปนี้เป็นปัญหาชายแดนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือจังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และ ๔ อําเภอในจังหวัดสงขลา ความจริงเหตุการณ์ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เหตุการณ์มีมานานแล้วครับ เป็นมาเป็นเวลายาวนาน แต่ผมก็ไม่ขออยากจะพูดไปถึงนานเท่าไร แต่จากที่ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา ๙๘ เดือน ผมอยากจะเรียนให้ทราบว่าสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้นั้น เป็นอย่างไร ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อให้เราในสภานี้และรัฐบาลรวมทั้งภาคประชาชนที่จะช่วยกันแก้ไข ปัญหาที่สําคัญของชาติไม่ใช่เป็นปัญหาของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่ใช่เป็นปัญหาเฉพาะรัฐบาล ไม่ใช่เป็นปัญหาของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่เป็นปัญหาของชาติซึ่งจะต้องรีบแก้ไข ถ้าไม่รีบแก้ไขจะมีเหตุการณ์บานปลายเกิดขึ้นครับ ๙๘ เดือนนี้ มีเหตุการณ์เกิดขึ้นทั้งหมด ๑๑,๕๐๐ เศษครั้ง และมีคนตายไป ๕,๐๘๖ คน บาดเจ็บ ๘,๔๘๕ ราย ปรากฏว่าไทยพุทธ ตายไป ๑,๙๕๑ ราย ชาวมุสลิมตายไป ๒,๙๙๖ ราย และไม่ทราบศาสนาตายไป ๑๓๙ ราย บาดเจ็บชาวไทยพุทธ บาดเจ็บไป ๕,๑๔๑ ราย มุสลิมบาดเจ็บไป ๒,๗๕๑ ราย รวมทั้งหมด ๘,๔๘๕ ราย ท่านจะเห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นปัญหาคนไทยไม่ว่าเชื้อสายใด ศาสนาใด ที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้ง ๔ อําเภอในจังหวัดสงขลาเป็นปัญหาของชาตินะครับ ถ้าเราไม่รู้แก้ปัญหาเราจะแก้ปัญหาอะไร สิ่งที่เรากําลังเผชิญหน้าอยู่ทุกวันนี้คือเหตุการณ์ ตายรายวัน ระเบิดรายวัน ถ้าดูนโยบายของรัฐบาลที่เสนอโดยสภาความมั่นคงแห่งชาตินี้ เราเห็นแล้วว่านโยบายเป็นสิ่งที่ดีทั้งด้านวิสัยทัศน์ ท่านกําหนดไว้ทิศทางที่ดีและแนวทาง ในการเริ่มทางการเมืองท่านก็ดําเนินการไปในสิ่งที่ถูกต้องในแนวความคิดว่าเหตุการณ์ ทั้งหลายที่เกิดขึ้นนี้ได้กําหนดนโยบายไปพูดถึงให้มีการพูดคุยกัน ทําความเข้าใจกันเป็นสิ่งที่ปรากฏ และเหตุการณ์ที่ผ่านมาที่เป็นแผลหัวใจทั้งมีผู้บาดเจ็บและล้มตาย ทางรัฐบาลนี้ในปัจจุบันนี้ ได้จัดการให้มีการเยียวยาเกิดขึ้น ซึ่งเข้าใจว่ารายละเอียดคงจะผ่านมติ ครม. ที่คาดว่าเป็น สัปดาห์หน้า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้แสดงว่าแนวทางของรัฐบาลนี้กําหนดนโยบายมาที่ท่านว่าทั้ง การศึกษาก็ตาม การอํานวยความยุติธรรมก็ตาม การส่งเสริมอาชีพ การพัฒนาเศรษฐกิจและ ให้ไปถึงประชาชนรากหญ้าในพื้นที่ตรงนั้น รวมทั้งการจัดระบบทั้งหลายในการปกครอง ในการพัฒนา ซึ่งเรามีการพัฒนาหลายรัฐบาล รวมทั้งประสบการณ์ที่ผ่านมา สิ่งที่บกพร่อง จนถึงรัฐบาลขณะนี้ได้ช่วยกัน สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดี เราก็ได้พูดว่าบางทีสิ่ง ณ วันนี้ที่เราจะคุยกัน ในภาคการเมืองไม่ว่าวันนี้จะเป็น ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน มาช่วยกันคิดครับ มาช่วยกัน แก้ปัญหาร่วมมือกัน และเท่าที่เราคุยกันมาในบรรดาผู้ที่ถกเถียงปัญหาชายแดนภาคใต้ เราบอกการแก้ปัญหาภาคใต้ไม่เลือกสี ไม่เลือกพรรคการเมืองต้องช่วยกันในฐานะคนไทย ได้แก้ปัญหาของชาติ สิ่งหนึ่งนะครับ เราจะพูดกันว่าการเมืองนําการทหารที่เราเคยพูดกันมา พูดกันมานานแล้วครับตั้งแต่เกิดความไม่สงบในเรื่องคอมมิวนิสต์หรือในปัจจุบัน ผมก็ฝากไว้ทางฝ่ายผู้ปฏิบัติว่าการเมืองนําการทหาร การบ้านนําการเมือง การบ้านการเมือง นําเรื่องอะไรครับ การทําให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข มีความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน ให้ประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ตรงนั้นได้รับความเป็นธรรม ได้รับความเสมอภาคพอสมควรก็จะช่วยปัญหาต่าง ๆ ไม่ให้เกิดขึ้น สิ่งที่ผมเป็นห่วงใยทุกวันนี้นโยบายเล่มที่ท่านเสนอมานี้สมบูรณ์ครับ แทบจะหา ที่ติมิได้ แต่สิ่งปัญหาที่ผมเป็นห่วงใยว่าภาคของเจ้าหน้าที่ของเราเข้าใจนโยบายนี้ถูกต้องหรือไม่ เข้าใจนโยบายยังไม่พอ จะต้องเข้าใจในแนวทางปฏิบัติเข้าไปสู่ความสําเร็จ ซึ่งท่านพูดถึง ปัจจัยแห่งความสําเร็จอยู่แล้วว่าถ้าจะทํากันนั้นได้หรือไม่ สําคัญที่สุดคือภาครัฐบาล ภาครัฐบาลคือใน ครม. ของเราเอง ภาคของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ว่า กอ.รมน. ไม่ว่า ศอ.บต. หรือทั้งอําเภอ จังหวัด และท้องถิ่น รวมทั้งประชาชนตรงนั้นจะทําอย่างไรให้เกิดความเข้าใจกัน ผมเป็นห่วงเป็นใยครับ เป็นห่วงเป็นใยตรงไหน แต่ผมก็รู้ว่ารัฐบาลกําลังแก้ไขอยู่ในระดับบน มีหน่วยงานสําคัญที่จะต้องแก้ไขอยู่ก็คือ กอ.รมน. และสํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เราตั้ง ศอ.บต. ขึ้นมากําหนดเป็นนโยบายให้นายกรัฐมนตรีเป็นแกนกลาง ผมก็เป็นห่วง แกนกลางอะไร ท่านนายกรัฐมนตรีท่านเป็น ผอ. กอ.รมน. ท่านนายกรัฐมนตรีท่านรับผิดชอบ ในการบริหารในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๕ จังหวัด ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีและมี รองนายกรัฐมนตรีหรือมีรัฐมนตรีที่ประกอบกัน ภาครัฐบาลที่อยู่ส่วนกลางได้กระทํา ความเข้าใจกันดีพอไหม ร่วมมือกันไหม ไม่ว่ากระทรวงศึกษาธิการ ท่าน ส.ส. ที่ผ่านไป เมื่อสักครู่นี้ท่านพูดว่าแก้ปัญหาคน แก้ปัญหาที่เด็ก แก้ที่การศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เข้าใจเรื่องนี้ไหม คอนเซพท์ (Concept) ที่จะแก้ปัญหาภาคใต้กระทรวงศึกษาธิการเข้าใจไหม มีเรื่องนี้โดยเฉพาะไหม แก้เรื่องการศึกษา เรื่องศาสนา วัฒนธรรม เข้าใจหรือยัง องค์กรต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นสมัยที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทยเป็นกระทรวงหลัก แก้ปัญหาบําบัดทุกข์บํารุงสุข ของประชาชน กระทรวงมหาดไทยเข้าใจปัญหานี้ไหม ลงมือแก้ไขตรงไหม ต้องคิดเรื่องนี้ บําบัดทุกข์บํารุงสุข ศอ.บต. ขึ้นกับนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย ท่านจัดการระบบทําไมจะบูรณาการข้างบนให้ทํางานให้ตรงกัน มีองค์กร มีคณะที่จะเสริมไหม ที่จะให้เดินไปข้างหน้า สิ่งที่เราจะต้องพูดเพื่อไปตามนโยบายของท่าน และการที่ข้างล่างครับ หน่วยในสนาม ผมขอใช้ว่าหน่วยสนามหรือหน่วยที่ปฏิบัติในพื้นที่ ทั้ง ศอ.บต. กอ.รมน. กองทัพภาคที่ ๔ เข้าใจไหม แล้วมีใครเป็นคนประสานแผน ประสานการปฏิบัติ แล้วการปฏิบัติที่นี่คนไหนจะไปการทหาร คนไหนจะไปการพัฒนาจะเดินไปด้วยกัน ชะลอกัน เดินสอดคล้องกันไหม แล้วอํานวยการปฏิบัติหรืออํานวยการทํางานให้เกิดผลตามนโยบาย ของท่านได้ดําเนินการให้เกิดผลมีประสิทธิภาพ เรื่องนโยบายเราไม่มีปัญหา
และประการสุดท้าย ก็ฝากให้ท่านไว้ว่าปัญหานี้เป็นปัญหาสําคัญของชาติ เป็นมะเร็ง เป็นมายาวนานแล้ว เราจะแก้ปัญหาตรงนี้ไหม ถ้ามะเร็งจะเริ่มที่แขน ถ้าแก้ปัญหา ที่แขนไม่ได้ก็ระบาดเข้าไปที่คอและในชีวิตของประเทศไทยเราก็จะเป็นปัญหา อย่างนั้น ปัญหานี้ไม่มีพรรคการเมือง ไม่กําหนดไว้เฉพาะประชาชน ประชาชนก็ต้องมีส่วนร่วมในการคิดการทําและภาครัฐบาลด้วยครับ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องร่วมมือร่วมใจกันอย่างจริงจังครับ ผมสนับสนุนที่ท่านกําหนดยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี นโยบายและปัจจัยแห่งความสําเร็จที่กําหนดไปนี้ทุกประการครับ เราเพียงแต่สนับสนุน ขอความสําเร็จของท่านแก้ไขปัญหาสู่การปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพครับ ผมขอเรียนในที่ ประชุมเพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านเจือ ราชสีห์
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลาก็เป็นอีกจังหวัดหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ที่กฎหมายฉบับใหม่ฉบับนี้บังคับใช้ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเป็นผู้หนึ่งที่รับทราบปัญหานี้เป็นอย่างดี ก่อนที่จะลงไปใน นโยบายการบริหารและการพัฒนาชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ ที่รัฐบาลชุดนี้ได้มา รายงานต่อรัฐสภานั้น ผมขออนุญาตทําความเข้าใจแล้วก็เรียนกับท่านประธานต่อข้อมูล ที่เพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาลเมื่อสักครู่ที่ผ่านมาได้พูดถึงรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ผมเองจําได้ดีครับ เหตุการณ์ในครั้งนั้นว่าจริง ๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดจริง ๆ ก็เกิด มาหลายรัฐบาลที่ผ่านมา แต่ทุกรัฐบาลแก้ปัญหาได้หมด รัฐบาลพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ก็แก้ปัญหาได้ รัฐบาลนายชวน หลีกภัย ก็เกิดเหตุความไม่สงบไม่ใช่ไม่มีก็มีนะครับท่านครับ แต่ว่าก่อนที่จะหมดรัฐบาลชวน หลีกภัย เหตุความไม่สงบมีแค่ ๘ ครั้งเท่านั้นล่ะครับ นั่นคือความเป็นธรรมต้องให้ความเป็นธรรมและสภานี้ต้องบันทึกข้อมูลที่ถูกต้องเอาไว้ ผมไม่มั่นใจว่าสมาชิกฝ่ายรัฐบาลเมื่อสักครู่ท่านไม่ทราบเพราะว่าท่านยังไม่ได้มาเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือท่านตั้งใจพูดไม่หมด อันนั้นต้องเรียนกับท่านประธานนะครับ แต่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดความรุนแรงหลังจากปี ๒๕๔๔ ซึ่งผมได้เริ่มเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รัฐบาลในสมัยนั้นต่างหากที่ทําให้เกิดความรุนแรงเกิดขึ้นเป็นลําดับ ๆ อดีตนายกรัฐมนตรี ท่านก็ยอมรับว่ามีเกิดความผิดพลาด ท่านยอมรับเองครับท่านประธาน อันนั้นเพื่อการให้ สภาได้บันทึกข้อเท็จจริงในสภาเอาไว้ ผมคงไม่ก้าวล่วงว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านไหน แต่ว่ามันเป็นข้อเท็จจริง ก็ต้องเรียนเพราะว่าสมาชิกฝ่ายรัฐบาลเป็นคนพูดขึ้นมาก่อน ผมเลยถือโอกาสตรงนี้จะได้บันทึกข้อเท็จจริงเอาไว้ ต่อนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ที่ได้นําเสนอ ซึ่งเป็นครั้งแรก ต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีท่านก็ได้ทํานโยบายเรื่องแรก ก็คือว่าประกาศกับรัฐสภาว่า จะตั้งสํานักงานบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นองค์กรถาวร แล้วก็ทํากฎหมาย ฉบับนี้เรียบร้อย แล้วก็เขียนไว้ในกฎหมายว่าต้องมารายงานต่อรัฐสภา ผมไม่แน่ใจว่า ท่านประธานสภาบรรจุให้ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรไม่แน่ใจว่าตรงต่อกฎหมายนี้หรือไม่ อันนี้ขอนําเรียนกับท่านประธานเอาไว้ก่อนนะครับ เพราะว่าในตัวกฎหมายบอกว่า ให้คณะรัฐมนตรีนําเสนอต่อรัฐสภาเพื่อทราบ อันนั้นต้องเรียนต่อท่านประธานแล้วก็ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นะครับ
ท่านประธานครับ ผมเองมาดูในตัวนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ดูได้ว่ามันเป็น นามธรรมเป็นส่วนใหญ่ ยังไม่มีความชัดเจนในการแก้กฎหมายซึ่งต่างกันมาก ๆ ครับ สมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตอนสมัยนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถ้าไปดูถึงความตั้งใจในการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ต่างกันมากครับ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นี้บอกว่าปัญหาชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องสําคัญ พูดแล้วก็ทําจริง ๆ ไม่ใช่เหมือนกับรัฐบาลชุดนี้ บอกว่าสําคัญ แต่ว่าเวลาไปดูภาคปฏิบัติมันไม่มีหน่วยงานโดยตรงที่จะต้องทํางานนะครับ ถามว่าต่างกันอย่างไร รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พอมาเป็นรัฐบาลก็ประกาศเลยตั้ง ครม. ใต้ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปประชุมที่ภาคใต้ด้วยตัวเอง แล้วก็ นําคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไปประชุมกันที่ภาคใต้เลย แต่ว่าถ้าเทียบกับนายกรัฐมนตรีท่านนี้ ก็ไปอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมจําได้คือท่านไปหาเสียงแล้วหลังจากนั้นก็ยังไม่เห็นเลย อันนี้คือข้อแตกต่าง เอาล่ะท่านอาจจะไม่มีเวลาในการไปก็ไม่ได้ว่าอะไรท่าน เพียงแต่ว่าโครงสร้างในการที่จะไปแก้ปัญหา มันทําไม่ได้ครับ ท่านไม่มีแนวทางที่ชัดเจน คณะรัฐมนตรีภาคใต้ที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ นําคณะรัฐมนตรีว่าการที่เกี่ยวข้องไปนี้นะครับได้ไปทําอยู่ ๒ เรื่องที่ชัดเจนก็คือ เรื่องที่ ๑ ทําเรื่องความมั่นคง เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องการพัฒนานะครับ สําคัญนะครับ ท่านประธานครับ กราบเรียนไปถึงรัฐบาลด้วย ท่านรองนายกรัฐมนตรีมารับทราบ ไม่ใช่ทําเฉพาะเรื่องความมั่นคง อย่างเดียวนะครับ ต้องทําเรื่องพัฒนาด้วย เมื่อกี้สมาชิกฝ่ายรัฐบาลพูดบอกว่าปัญหาภาคใต้ เพราะว่าพี่น้องยากจน ถูกครับ แต่ว่ารัฐบาลที่แล้วได้ทําเรื่องการพัฒนา ถามว่าทําอย่างไร ก็คือว่าได้แต่งตั้ง ครม. ใต้ ได้ตั้งอนุกรรมการขับเคลื่อนแผนพัฒนาพิเศษ ๕ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ มีท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นประธาน ถามว่าทําอย่างไร ทําก็คือว่าเราก็มาตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าเราจะให้รายได้ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้เพิ่มขึ้น เอาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามานะครับ ท่านสุเทพเป็นประธานเองนะครับ ดูแลยกฐานะ ยกรายได้แล้วก็เดินทางไปภาคใต้ทุกอาทิตย์ครับ นั่นคือสิ่งที่แตกต่างและยังไม่เห็นแนวทาง ลู่ทางของรัฐบาลชุดนี้ว่าจะทําแบบนี้ ผมคิดว่านโยบายแบบนี้ที่กําลังรายงานต่อสภาเรานี้ ผมคิดว่ามันยังไม่เห็นแนวทางอะไรนะครับ หรือว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีจะชี้แจงกับสภาว่า จะมีแนวทางอย่างไร จะยกคุณภาพรายได้ชาวบ้านให้ดีขึ้นอย่างไรนะครับ นั่นคือสิ่งที่ อยากจะเรียนว่ามันต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ เรามี ครม. ใต้ เรามีอนุกรรมการขับเคลื่อน แผนพัฒนาพิเศษ ถามว่าแผนพัฒนาพิเศษขณะนี้ทําอะไรไปแค่ไหน อย่างไร เราไปส่งเสริม อาชีพให้กับพี่น้องทาง ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ มีเงินพัฒนาในหมู่บ้าน ๕ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ที่เราบอกว่าชาวบ้านยากจนนี้นะครับ รัฐบาลที่แล้วก็ให้เงินหมู่บ้านละ ๒๒๘,๐๐๐ บาททุกหมู่บ้านใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้หมู่บ้านคิดกันเอง ทํากันเอง บางหมู่บ้านนะครับ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าเขามีที่ดินว่างนี่ เขาบอกเอาเงินนี้ไป ปลูกยางพารานะครับ แล้วก็ให้คนในหมู่บ้านมากรีดยาง มีน้ํายางออกแล้วก็มีรายได้ แล้วก็ มาเป็นของส่วนรวมกันนะครับ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สามารถที่จะยกคุณภาพชีวิตได้ เลี้ยงแพะ เป็นโครงการที่มีประโยชน์ แล้วก็สิ่งที่สําคัญมากนั่นก็คือว่าโครงการที่พัฒนาหลายโครงการ ที่รัฐบาลที่แล้วได้ริเริ่ม เพราะว่าภาคใต้นี้ท่านครับ เราเสียโอกาสมาหลายปี อดีตนายกรัฐมนตรี ท่านหนึ่งท่านได้บอกว่าถ้าพื้นที่ไหนไม่ได้เลือกพรรคเขาก็ไม่ให้เงินพัฒนานะครับ เราเสียโอกาสไปหลายปี แต่ว่าเมื่อรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี เราก็ให้ความเป็นธรรมทั่วประเทศ แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ทางภาคใต้อย่างน้อยจังหวัดสงขลาซึ่งอยู่ ติดกับชายแดนภาคใต้นี้ครับ แต่ว่าเมื่อรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี เราก็ให้ความเป็นธรรมทั่วประเทศนะครับ แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ทางภาคใต้อย่างน้อยจังหวัดสงขลาซึ่งอยู่ติดกับจังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ เรามีด่านชายแดน ซึ่งขณะนี้ประเทศมาเลเซียเขาทําไปเยอะแล้ว หลายด่านมาก ๆ นะครับ อันนี้ก็ฝากรัฐบาลชุดนี้ด้วยว่า เมื่อทําไปแล้วขนาดรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ทําไปแล้วนี่ รัฐบาลชุดนี้ก็ต้องไปทําต่อนะครับ เป็นสิ่งที่ต้องให้ความเป็นธรรมและต้องทําให้ มันทัดเทียมกันระหว่างเพื่อนบ้านของเรานะครับ สิ่งเหล่านี้ที่ผมจะต้องเรียนกับท่านประธาน ไปยังรัฐบาลว่า ก็ยังไม่เห็นแนวทางว่ารัฐบาลจะทําอย่างไรเรื่องเหล่านี้นะครับ เป็นเรื่องที่ ต้องเรียนกับท่านประธานนะครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านอาจจะเดินทางไปในพื้นที่ ภาคใต้แล้วนะครับ ท่านอาจจะมีข้อมูลบ้างแล้ว แต่ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนในพื้นที่ต้องการ คนในพื้นที่อยากจะให้ทางรัฐบาลได้มีความสนใจ อยากจะให้ทางรัฐบาลได้มีการดูแลให้มากยิ่งขึ้น เรื่องความมั่นคงเป็นเรื่องที่มีความสําคัญครับท่านประธาน เรื่องการพัฒนาก็ยิ่งมีความสําคัญ มากยิ่งขึ้น แต่ว่าผมเองก็ยังเห็นแนวทางของรัฐบาลไม่ชัดครับ เพราะว่าท่านรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงท่านก็ดูส่วนงานหนึ่ง ก็มีรองนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องตํารวจนะครับ อันนี้มันยังดูว่าการบูรณาการในการบังคับบัญชา ก็ยังดูไม่เป็นแนวทางอันเดียวกัน ก็อยากฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าจะทําอย่างไร จึงจะให้การบังคับบัญชาของข้าราชการแต่ละส่วนงานจะได้เป็นเอกภาพ เพื่อจะได้ลงไปดูแล ให้พี่น้องภาคใต้ได้มีความปลอดภัยในเรื่องความมั่นคงนะครับ ผมคงจะใช้เวลาไม่มากนะครับ ท่านประธาน แต่ว่าอยากเห็นแนวทางของรัฐบาลชุดนี้ได้ขับเคลื่อนไปจริง ๆ จัง ๆ แล้วก็ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกรัฐมนตรีท่านน่าจะให้ความสําคัญกับเรื่องการแก้ปัญหา ชายแดนภาคใต้ให้มากกว่านี้ ไม่ใช่ท่านเขียนไว้เฉพาะในนโยบายว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทํา แต่ว่าท่านเองก็ไม่แน่ใจว่าท่านเข้าใจปัญหานี้แค่ไหนนะครับ อยากให้ท่านให้ความสําคัญ และจริงจังต่อแนวทางในการแก้ปัญหาภาคใต้ ถ้าอย่างนั้นผมยังไม่เห็นแนวทาง ลู่ทางที่จะ แก้ปัญหาได้ครับ ผมขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ ขอขอบคุณครับ
ท่านวิภูแถลงครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิภูแถลง พัฒนภูมิไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่า การมองสรรพสิ่ง การมองปรากฏการณ์ทุก ๆ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งรวมทั้งปัญหาในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ และบางอําเภอของ จังหวัดสงขลา เราต้องมองอย่างเป็นองค์รวม เรามองอย่างบูรณาการ และสามารถที่จะ เชื่อมโยงกันได้ ต้องมองเห็นช้างทั้งตัวครับท่านประธานที่เคารพรักครับ และวิธีการมอง ปัญหาที่เกิดขึ้นเราต้องมองอย่างมีโยนิโสมนสิการ นั่นคือต้องพินิจพิจารณาให้เห็นระบบ ความสัมพันธ์ของเหตุปัจจัยและผลที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้และบางอําเภอของ จังหวัดสงขลาว่ามีเหตุปัจจัยอะไร การดับปัญหา การแก้ปัญหาต้องแก้ที่ต้นทาง ต้องแก้ที่เหตุ ฉะนั้นวันนี้ผมได้พิจารณานโยบายการบริหารและการพัฒนาพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้และ บางอําเภอในจังหวัดสงขลา ผมถือว่าชัดเจน ครอบคลุมครับ ท่านประธานที่เคารพรักครับ เรื่องแรกถือเป็นเรื่องใหญ่ นั่นคือระบบคิดต้องได้เสียก่อนครับ ภาษาพระเรียกว่าต้องมี สัมมาทิฐิ ต้องคิดให้ถูกเสียก่อน ต้องใช้ปัญญาคิดนะครับ ต้องมองให้เห็นความเป็นจริง ปัญญาก็คือสามารถที่จะรู้อะไรตามความเป็นจริง วันนี้ระบบต้องมาก่อน ถ้าลําคลองมันคดเคี้ยว น้ํามันจะไหลเป็นเส้นตรงไม่ได้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เราจะมีความปรารถนาดีอย่างไร เราจะมีความอยากอย่างไร สังคมนี้ไม่สามารถจะเปลี่ยนแปลงอะไรไปตามความอยาก ของใครได้หรอกครับ มันขึ้นอยู่กับความเป็นจริงทางภาวะวิสัยที่เราต้องรู้ นั่นคือต้องใช้ ปัญญารู้ตามความเป็นจริง วันนี้ใน ๓ จังหวัดภาคใต้ในพื้นที่ชายแดน สิ่งแรกเราต้องคิดใหม่ ต้องใช้ระบบความคิดใหม่ ต้องเลิกคิดแบบผู้ปกครองปกครองผู้ใต้ปกครอง วิธีคิดแบบ เอาส่วนกลางเป็นหมุดหลัก ใช้ไม่ได้แล้วครับ อย่าไปเที่ยวโทษคนโน้น คนนี้ คนนั้นอยู่เลยครับ ต้องแก้ที่ระบบคิด ผมเชื่ออย่างนี้ ทุก ๆ นายกรัฐมนตรีมีความปรารถนาดี มีเจตนาดี ตั้งใจดี ไม่ว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ไม่ว่าท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ท่านบรรหาร ศิลปอาชา และท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เจตนาดี อยากให้ ๓ จังหวัดสงบ อยากให้ ชายแดนเรียบร้อย อยากให้ประชาชนมีความสุข แน่นอน ยิ่งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ของประชาชน วัตถุประสงค์ในการบริหารประเทศมีวัตถุประสงค์แรกและวัตถุประสงค์เดียว เท่านั้น นั่นคือต้องดูแลชีวิตและความสุขของประชาชน อย่างอื่นไม่มี ฉะนั้นถ้าจะพลาด ในวิธีการ ไม่ใช่ความชั่ว ไม่ใช่ความผิด ไม่ใช่ความเลวที่จะขุดมาประณามกัน พุทธวัจจะบอกว่า เจตนาหัง ภิกขเว สีลัง วทามิ ความผิดให้ดูที่เจตนา ฉะนั้นวันนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องมาดู ระบบกันนะครับ อย่ามัวเสียเวลาอยู่กับไล่ล่าด่ากัน ทําลายล้างกันเลยครับ เสียเวลาจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ ระบบคิดก็ง่าย อย่าคิดแบบผู้ปกครองกับผู้ใต้ปกครอง ต้องคิดแบบให้ ประชาชนร่วมคิด ร่วมทํา ร่วมแก้ปัญหา ซึ่งปรากฏอยู่แล้วในนโยบายนี้ครับ ผมดีใจครับ และโดยเฉพาะท่านเลขาธิการ ศอ.บต. เท่าที่ผมรู้จัก ผมไม่เคยเชื่อมั่นในคนครับ แต่ผมเห็นว่า จะอย่างไรถ้ากล้าสู้ กล้าเอาชนะ มันก็ต้องใช้คนเป็นส่วนประกอบ ท่าน พันเอก ทวี สอดส่อง ขออนุญาตเอ่ยชื่อท่าน เป็นบุคคลคนหนึ่งที่สุขุมคัมภีรภาพ และได้ศึกษาเรื่องนี้มายาวนาน ผมเชื่อมั่นอยู่ในระดับหนึ่งว่าท่านตั้งใจจริงที่จะแก้ปัญหา พอมาเห็นนโยบายที่ปรากฏก็ยิ่ง มั่นใจในเนื้อหาครับ แต่วันนี้ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าปัญหาที่สําคัญวันนี้ ที่จะต้องนําไปขบคิด เรียนผ่านประธานไปยังผู้รับผิดชอบในด้านความมั่นคง
เรื่องแรกก็คือปัญหาการบริหารจัดการของภาครัฐ ต้องจัดการให้ได้ เสียก่อนครับ ท่านประธานครับ เรื่องแรกคือเรื่องความเป็นเอกภาพครับ สําคัญที่สุด คิดกัน คนละหน คิดกันคนละครั้ง แล้วก็ไม่เป็นหนึ่งเดียวกัน ยากครับ ทุกเครื่องยนต์ต้องขับเคลื่อน ไปด้วยกันครับ วันนี้ตามกฎหมายใหม่ ศอ.บต. ก็พยายามที่จะสร้างเอกภาพในการบริหาร จัดการการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาถูกทางแล้วครับ แต่จะอย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในข้อกฎหมายนี้ก็ในบางส่วนราชการ เช่น ตุลาการและทหารก็ยังถือว่า ยังรวมกันอยู่อย่างหลวม ๆ อยู่ แต่จะอย่างไรก็ตาม ท่วงทํานองของเลขาธิการ ศอ.บต. ผมเชื่อว่าเป็นท่วงทํานองมิตร เป็นท่วงทํานองปรับทุกข์สร้างมิตร เป็นท่วงทํานองที่ปรึกษาหารือ คงจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ คือความเป็นเอกภาพครับ ประเทศนี้ไม่มีพระเอกครับ ต้องทีมเวิร์ค (Team work) เท่านั้นครับ และต้องคิดใหม่ทําใหม่ครับ อย่าอยู่ในวังวนของความคิดเก่าเลยครับ ถ้าถูกมันสงบไปตั้งนานแล้วละครับ และในการบริหารจัดการของภาครัฐ สิ่งที่สําคัญคือการดู พัฒนาการการเชื่อมโยง การเกี่ยวร้อยสัมพันธ์กันครับ นี่คือสิ่งที่สําคัญ ผมเองเคยรับราชการ และเคยอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้มาร่วม ๑๐ ปีครับ ท่านประธานครับ เป็นวิทยากร กอ.รมน. ในพื้นที่ภาคใต้มายาวนานครับ เคยไปเป็นประชาสัมพันธ์ของ ศอ.บต. มาแล้วครับ พบพี่น้องมุสลิม ไปเห็นมาแล้ว ไปพบมาแล้วเรียกว่ารับรู้ผ่านการได้ไปปฏิบัติ จึงอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้เรื่องการบริหารจัดการคือเอกภาพกับการบูรณาการ
ปัญหาที่ ๒ ที่จะต้องนําไปขบคิดก็คือกองกําลังติดอาวุธในส่วนของ ภาคประชาชนที่รัฐบาลไปติดอาวุธให้เขา ตรงนี้มีปัญหาครับ คนพอมีอาวุธมันฮึกเหิมครับ เพราะโดยธรรมชาติคนมีอัตตาสูงอยู่แล้วครับ ฉะนั้นพอมีอาวุธเข้าไปอีกก็ยกกําลัง ๒ เข้าไปแล้วครับ แทนที่จะเป็นคุณบางครั้งกลายเป็นโทษครับ ท่านประธานครับ ไม่ว่าจะชุด ชรบ. ชุดคุ้มครองหมู่บ้านอะไรต่าง ๆ มันสร้างความไม่เข้าใจให้เกิดขึ้นได้ระหว่างรัฐ กับประชาชนหรือระหว่างประชาชนกับประชาชนด้วยกันครับ ตรงนี้ผมก็อยากจะฝาก ท่านประธานไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและเจ้าหน้าที่จาก ศอ.บต. ว่าต้อง ระมัดระวัง มันเป็นดาบสองคมอยู่ครับ ท่านประธานครับ พอถืออาวุธมา อาวุธมันต้องคู่ กับวินัยครับท่านประธานครับ ถ้าอาวุธไร้วินัยเมื่อไรก็คือโจรดี ๆ นี่เองครับ ท่านประธานครับ ตรงนี้สําคัญครับ ผมอยากให้ทางรัฐบาล ทางฝ่ายความมั่นคงต้องเข้าไปดูแลและทําความเข้าใจ ทางความคิด แต่จะอย่างไรก็ตามต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของประชาชนต้องมีส่วนร่วมเสมอครับ ท่านประธานครับ อย่าเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ต้องเอาท์ไซด์ อิน (Outside in) อย่าอินไซด์ เอาท์ (Inside out) ต้องคิดจากนอกเข้ามาข้างใน อย่าคิดจากในออกไปข้างนอก มันจะผิดพลาดครับ ท่านครับ แล้วปัญหาที่ผมอยากจะฝากไว้ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ผ่านท่านประธานไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงซึ่งท่านเป็นคนที่สุขุมคัมภีรภาพ อยู่แล้ว บุคลิกท่วงทํานองของท่านก็สามารถที่จะเยียวยาพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ ปัญหาการเปิดพื้นที่ทางอัตลักษณ์และวัฒนธรรมครับ วันนี้เราต้องอยู่กับความเป็นจริง อย่าอยู่กับความโกหก เรื่องแรกต้องเคารพวัฒนธรรมของพี่น้องเราในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อนว่าปัตตานีดารุสสลามมันมีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ อย่าพยายามจะไปบิดเบือน อย่าพยายามจะทําให้เฉไฉ ของจริงต้องยอมรับครับว่ารัฐปัตตานีมีอยู่จริง นางพญาตานี ที่หน้ากระทรวงกลาโหมอธิบาย การอธิบายบางครั้งไม่ต้องอธิบายด้วยคําพูดครับท่านประธาน เขาเรียกว่า อวัจนะ ครับ อธิบายโดยไม่ต้องใช้คําพูด นางพญาตานีอธิบายว่ารัฐนี้เคยยิ่งใหญ่ มาจริง มหานครปัตตานี เราต้องเคารพเสียก่อน เคารพในเอกลักษณ์ ในอัตลักษณ์ของเขา ไม่ใช่ว่าใส่ชุดฮิญาบแล้ว ท่วงทํานองท่าทีของข้าราชการที่ไปอยู่ในพื้นที่จะรู้สึกว่าเขาไม่ใช่ พวกเรา รูป การณ์ จิตสํานึกแบบนี้ต้องไม่มีครับ นั่นคือเสน่ห์ครับ ความแตกต่างคือเสน่ห์ครับ สวนดอกไม้ที่งดงามที่สุดคือสวนดอกไม้ที่หลากสีและสามารถบานอยู่ในสวนเดียวกันได้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นั่นคือสิ่งที่สําคัญที่สุด ฉะนั้นแม้แต่ภาษาถิ่นผมอยู่ที่นั่นเคยไปเป็น อาจารย์สอนหนังสือด้วยนอกจากเป็นวิทยากร กอ.รมน. แล้ว นักเรียนแม้แต่คนเดียวไม่พูด ภาษาไทยกรุงเทพฯ เลยครับ ท่านประธานครับ พูดภาษาท้องถิ่นที่เรียกว่า ภาษายาวี พูดไป พูดมาจนผมก็พูดได้ เราต้องเคารพเขา เคารพภาษาเขา ฉะนั้นวันนี้ถ้าใช้ภาษาเขาให้ติดต่อ ราชการได้เป็นภาษาราชการด้วยไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายอะไรครับ ท่านครับ แต่เราพยายาม จะทําคนให้เป็นคนกรุงเทพฯ ครับ บ้านเมืองมันจึงมีปัญหาอยู่ทุกวันนี้ พี่น้องผมที่อยู่อีสาน ก็พูดภาษาเว้าอีสานก็โอเคอยู่แล้ว แต่ไปพยายามให้เขาพูดกรุงเทพฯ ให้ไพเราะเพราะพริ้ง เหมือนกับคนกรุงเทพฯ ผมเป็นคนใต้พอพูดกรุงเทพฯ เขาก็หาว่าทองแดงครับ ท่านประธานครับ อย่าว่าแต่พี่น้องที่พูดยาวีเลยครับ ดูถูกเหยียดหยามผมแล้วหาว่าพูดทองแดง นี่ก็คือปัญหา ของความมั่นคง นี่ก็คือปัญหาของความขัดแย้ง เพราะไม่เคารพกันในอัตลักษณ์และภาษา ที่ใช้พูด ในประเพณีหรือว่าในศีลของมุสลิม พี่น้องอิสลาม ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตท่านประธานจริง ๆ ผมอยู่ในพื้นที่นั้นมายาวนาน บางคนไม่รู้จริงแล้วบอกว่า พี่น้องมุสลิมทําไมต้องไปละหมาดวันละ ๕ ครั้ง พี่น้องมุสลิมทําไมต้องไปถือศีลอด ในเดือนรอมฎอน ไม่รู้แล้วไม่พูดบ้างได้ไหมครับ เราต้องเข้าใจเขา ยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าถึง เข้าใจ พัฒนา ไม่ใช่หรือครับ หรือว่ามีไว้ ท่องวันละ ๓ เวลาหลังอาหาร แล้วไม่นําไปปฏิบัติเราต้องเข้าใจว่าทําไมต้องอดอาหาร อดอาหารเพื่อให้รู้ทุกข์ยากของคนที่ยากจนข้นแค้น เป็นอุบายของพระศาสดาที่จะให้เข้าใจว่า คนที่อดอยากหิวโหยที่เขาอดทุกวันไม่เฉพาะแต่ในเดือนรอมฎอน นั่นคือคนยากคนจน อยากจะให้ผู้ปกครองประเทศได้เห็นอกเห็นใจเขาบ้าง เพราะผู้ปกครองประเทศที่เป็นมุสลิม อดเฉพาะเดือนรอมฎอนได้รู้รสชาติของความหิวโหยว่ามันทนทุกข์ทรมานอย่างไร พี่น้อง ประชาชนอด ๓๖๕ วัน นี่อดแค่เดือนเดียว จะได้เกิดความรัก ความเมตตา และจะได้เข้าใจ ความจนอย่างไรละครับท่านประธาน นี่คืออัตลักษณ์ของเขา ฉะนั้นอยากจะฝากไว้ต่อ ท่านประธานผ่านไปยังฝ่ายความมั่นคงที่จะปฏิบัติ
เรื่องสําคัญอีกเรื่องหนึ่งครับ ท่านประธานต้องยอมรับความจริง นั่นก็คือ ใน ๓ จังหวัดภาคใต้ และบางอําเภอของจังหวัดสงขลา ผู้มีอิทธิพลมีอยู่จริง ผู้ค้าของเถื่อน มีอยู่จริง ผู้ค้ายาเสพติดมีอยู่จริง วันนี้ก็เลยกลายเป็นผ้าป่าสามัคคีครับท่านประธาน ไม่ใช่เหตุการณ์เกิดขึ้นเฉพาะแต่อุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนแต่เพียงอย่างเดียว บุคคลกลุ่มนี้ อยากให้บ้านเมืองมันฝุ่นตลบจะได้ทําบาปง่ายอย่างไรละครับท่านประธาน เมฆหมอก แห่งความรุนแรงมันจะได้บดบังเสีย มองไม่เห็นคนค้ายาเสพติด มองไม่เห็นคนค้าของเถื่อน มองไม่เห็นพวกที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนของชาติ นี่ละครับคือข้อเท็จจริงที่ดํารงอยู่จริงที่จะ ปฏิเสธไม่ได้เลย ฉะนั้นวันนี้เราต้องแก้ด้วยระบบครับท่านประธาน ระบบเลวทําให้คน มันเป็นผีครับท่านประธาน ถ้าระบบมันดีผีจะกลับมาเป็นคนครับ ฉะนั้นการด่ากันไปมา บ้านเมืองมันทรุดโทรมเหลือเกินแล้วครับ ผมสลดใจมากครับ เพราะการแก้ปัญหาชาติ เราต้องร่วมแรงร่วมใจ พื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ต้องคิดใหม่ ทําใหม่ครับท่านประธาน ฉะนั้น ผู้ค้ายาก็ดี ผู้ค้าของเถื่อนหนีภาษีก็ดี ยังแถมสมคบกับเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วย แต่ผมมาดู ในนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ผมอบอุ่นครับท่านประธาน ผมไม่ใช่คนจะไปประจบและสอพลอใคร ครอบคลุมและเอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง พาร์ทิซิเพชั่น (Participation) ชั้นหนึ่ง นั่นคือการมีส่วนร่วมของประชาชน เราอย่าไปตอบแทน ประชาชน อย่าไปคิดแทนประชาชน ชุมชนเข้มแข็ง ประเทศเข้มแข็ง ประชาชนเข้มแข็ง ประเทศเข้มแข็ง ความมั่นคงของประเทศคือความมั่นคงของประชาชนครับ
เรื่องสําคัญอีกเรื่องหนึ่ง คือกระบวนการยุติธรรม ผมอภิปรายในสภานี้ มาครั้งหนึ่งแล้ว วันนี้ขออนุญาตท่านประธานอภิปรายผ่านไปยังฝ่ายความมั่นคง นี่ล่ะตัวเงื่อนไขที่จะนําไปสู่ความขัดแย้งและแตกแยกภายในชาติ ไม่ว่าที่ ๓ จังหวัด หรือที่กรุงเทพมหานคร หรือที่ตารางนิ้วใดของประเทศนี้ เพราะพระนบีมูฮะหมัดได้พูด กับพระสหายชัดเจนในนครแบกแดดว่า มนุษย์ทนทุกอย่างได้ มีเรื่องเดียวที่มนุษย์ไม่ยอม อดทนเป็นอันขาดคือความอยุติธรรมครับท่านประธาน ฉะนั้นถ้าหากว่า ๓ จังหวัดภาคใต้ยังมี ความอยุติธรรมดํารงอยู่ อย่าคิดฝันว่าดอกไม้จะมีโอกาสบานที่ด้านหน้าของภูเขาเลยครับ ไม่มีจริง ๆ ไม่ว่าในมุมใดของประเทศนี้เหมือนกันหมดครับ วันนี้อย่า โอ้โห สังคมไทย เป็นสังคมปากกับใจไม่ตรงกันครับ ถ้าพูดกันหยาบ ๆ ผมไม่อยากจะเอ่ยชื่อ ไม่อยากจะ เดี๋ยวถอนคําพูดอีกครับ ไม่เสียเวลาครับ ประท้วงไปมาละครับ ผมไม่มีรสนิยมแบบนั้นครับ ท่านประธาน ฉะนั้นด้านความยุติธรรมต้องอํานวยการความยุติธรรมให้เกิดขึ้นจริง เป็นนิติรัฐจริง ประเทศนี้ คําว่า นิติรัฐ คือกฎหมายเป็นใหญ่ในรัฐ ไม่ใช่ปืนเป็นใหญ่ ฉะนั้นตรงนี้ละครับ คือต้นทางของปัญหา ประเทศนี้ถ้าเป็นนิติรัฐจริงไม่มีการยึดอํานาจถึง ๒๓ ครั้งหรอกครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากคนบางคนยึดอํานาจและมีประโยชน์กับตัวเอง แล้วก็เคยมีรสนิยมไปทางเห็นดี เห็นชอบกับการยึดอํานาจ สําหรับผมการยึดอํานาจจะยึดให้ใครอย่างไรก็แล้วแต่ ไม่เคยต้องการ ปฏิเสธครับ ไม่ยอมรับว่าเงื่อนไขในประเทศนี้จะอนุญาตให้ใครยึดอํานาจได้ครับ เพราะผมไม่เคยเชื่อว่าคนที่ปล้นบ้านสําเร็จและจะได้ทรัพย์สินในบ้านนั้นไปด้วยความชอบธรรม ท่านประธานครับ ฉะนั้นความยุติธรรมต้องอํานวยการให้เกิดขึ้น
เรื่องที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธานครับ ปัญหาเรื่องความทรงจํา และบาดแผล แผลทําท่าจะหายแล้วท่านประธานครับ แต่บางครั้งก็ไปสะกิดมันขึ้นมาใหม่ครับ พี่น้องกําลังจะลืมแล้วเหตุการณ์ที่ตากใบ เหตุการณ์ที่กรือเซะ เหตุการณ์ที่อําเภอสะบ้าย้อย กลัวคนจะหายโกรธกันหรืออย่างไร เอามาพูดซ้ําพูดซาก พูดแล้วพูดอีก พูดอยู่นั่นละครับ ท่านประธาน ผมไม่เข้าใจ ฉะนั้นการเมืองต้องมาหลัง บ้านเมืองต้องมาก่อนครับ พี่น้องมุสลิม ผมรักพี่น้องมุสลิมทุกคน แต่ผมก็ขอโทษพี่น้องมุสลิม อะไรที่มันผิดพลาดบกพร่องไป และผมไม่เคยเชื่อว่าอดีตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยจะไปคิดไม่ดีกับมุสลิม ไม่อย่างนั้นไม่มี แผ่นดินประเทศดูไบอยู่หรอกครับท่านประธาน มุสลิมเขามีความเป็นมิตรกันทั่วโลก เขาเป็น พี่น้องกันทั่วโลก คนฆ่ามุสลิมมือเปื้อนเลือดมาและยังมานอนเสวยสุขอยู่ที่ประเทศดูไบ ไม่มีวันเกิดขึ้นครับ นี่คือภาษาที่เขาเรียกอวัจนะครับ ผมกราบเรียนพี่น้องมุสลิมอยู่เสมอ ว่านี่คือความจริง ก็พี่น้องมุสลิมเขามีความรู้สึกว่าเป็นพี่น้องกันทั่วโลก ถ้าฆ่ามุสลิมมามือ เปื้อนเลือดอยู่นี่นะครับ ไม่มีบรูไนดารุสซาลามให้พักร่มเงาหรอกครับ ถ้ามีเจตนาฆ่าคนมุสลิม ใน ๓ จังหวัดภาคใต้จริง ไม่มีประเทศดูไบให้อยู่ ไม่มีประเทศซาอุดีอาระเบียให้ไปหรอกครับ ท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ฉะนั้นบาดแผลแห่งความทรงจําที่มันเป็นบาดแผล ลืมมันเสียบ้างเถอะครับ ลืมมันเสียบ้างเถอะครับ ผมไปอ่านหนังสือเดอะ ซีเคร็ท (The secret) ท่านประธาน ให้คิดบวกให้คิดสร้างสรรค์จะได้สิ่งที่สร้างสรรค์ พ่อแม่ผมสอนมา ยาวนานว่าคิดอย่างไรก็ได้อย่างนั้น อย่าไปคิดเลยลบ ๆ คิดยกย่องเพื่อน คิดชมเพื่อนบ้าง ก็ไม่เป็นอะไร คู่แข่งขันยกย่องกันบ้าง อะไรทําดีก็ดี เพราะคนแต่ละคนถ้าทําไม่ดีมันก็หนี ไม่พ้นกฎแห่งวัตตติ โลโกอยู่แล้วท่านประธาน กรรมทําหน้าที่ครับ บางทีกฎหมายไม่ได้ ทําหรอกครับ กรรมทํางานเองครับท่านประธานครับ ฉะนั้นเรื่องอะไรที่เป็นบาดแผลเป็นรอยร้าว เราอย่าขุดขึ้นมาเลย อย่าเปิดขึ้นมาเลย มันจะหายแล้ว อย่าเอาปืนไปยิงซ้ําเลยครับ ปัญหาใน ๓ จังหวัดภาคใต้ก็เช่นนี้ กาลเวลาจะรักษาทุกสิ่งทุกอย่างครับ เว้นเสียแต่ว่าเรายัง มีความสุขกับอดีตเพราะเอาความเจ็บปวดนั้นมาอธิบายแล้วทําให้เราได้ประโยชน์จาก ความเจ็บปวดของอดีต เขาก็โกรธขึ้นมาอีก เขาก็แค้นขึ้นมาอีกครับ ท่านประธานครับ อีก ๒ ข้อครับท่านครับ
ปัญหาการขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน วันนี้เราต้องยอมรับความจริง แม้แต่ระบอบประชาธิปไตย ระบบตัวแทนกําลังจะล้มเหลวทั่วโลก ประชาธิปไตยที่กําลัง จะเกิดขึ้นในอนาคต เขาเรียกว่าพาร์ทิซิเพชัน ดีมอคเครซี่ (Participation democracy) ก็คือประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมของประชาชน วันนี้การแก้ปัญหาในภาคใต้ก็เช่นเดียวกัน ประชาชนไม่ได้กินแกลบนะครับ ประชาชนกินข้าวเหมือนพวกเรานี่ละครับ เรื่องบางเรื่อง ประชาชนฉลาดกว่าเราเยอะครับ การออกทีวีบ่อยไม่ได้อธิบายว่าประชาชนจะชอบนะครับ เขาดูว่าออกเรื่องอะไร มีเนื้อหาอย่างไรครับ ประชาชนวันนี้ก้าวไกลไปมากแล้ว ไม่ใช่ประชาชน ในศตวรรษที่ ๑๘ ศตวรรษที่ ๑๙ นี่ประชาชนในศตวรรษที่ ๒๑ ครับ ท่องอินเทอร์เน็ตแล้วครับ ท่านประธาน ฉะนั้นวันนี้เขาคิดเป็น เขาทําเป็น เขาแก้ปัญหาเป็น เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในการแก้ปัญหาทุกพื้นที่ ทุกองคาพยพเถอะท่านประธาน แต่ผมก็ภูมิใจครับ ปรากฏอยู่ชัดเจน ถูกกล่าวถึงในหลาย ๆ บรรทัดในนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ ผมดีใจและผมภูมิใจ ท่านประธานที่เคารพครับ คืนนี้เรื่องหนึ่งที่สําคัญมากเลย เลิกทีเถอะครับ เลิกคิดจะไปปกครองเขานะ การปกครองที่ดีที่สุด ท่านประธานครับ ตามปรัชญารัฐศาสตร์คือผู้ใต้ปกครองไม่รู้สึกตัวว่าถูกปกครองครับ เราทําอย่างไร ให้ผู้ใต้ปกครองรู้สึกตัวว่าเขาไม่ถูกปกครอง นั่นละสุดยอดของวิชาปกครองครับ กระบี่ที่สูงสุดก็คือกระบี่ที่ไม่ต้องใช้กระบี่ครับ ท่านประธานครับ ตรงนี้สําคัญครับ ฉะนั้นประชาชนต้องมาก่อนจริง ๆ และต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาให้สอดคล้อง กับความต้องการของประชาชน ต้องตอบโจทย์ประชาชน เอาเงินถมเข้าไป เอาทหารใส่เข้าไป ท่านประธานที่เคารพครับ เราไม่สามารถทําให้ประชาชนรู้สึกแพ้ชนะได้โดยปืนหรอกครับ ปืนชนะไม่ได้ ระเบิดชนะไม่ได้ รถถังชนะไม่ได้ การยึดกุมดินแดนไม่ใช่ชัยชนะครับ ขงเบ้ง หรือจูกัดเหลียงบอกว่าชัยชนะที่แท้จริงคือต้องยึดกุมหัวใจครับ เรายึดกุมหัวใจได้หรือเปล่าครับ เราต้องยึดกุมหัวใจให้ได้ สิบจับสิบปล่อยเคยได้ยินไหมครับ สิบจับสิบปล่อยเพราะยังไม่ได้ใจ ได้แต่เพียงดินแดน จับได้แล้วปล่อย นั้นคือยุทธศาสตร์ของขงเบ้งในสามก๊ก เจ็ดจับเจ็ดปล่อย ปล่อยจนกระทั่งได้ใจเขา แผ่นดินนั้นจึงสงบครับ ๓ จังหวัดภาคใต้ผมอยากให้เป็นอย่างนั้นครับ ท่านประธานครับ
ข้อสุดท้ายครับท่านประธาน นั่นคือปัญหาทางการเมืองการปกครองครับ ผมไม่รู้จะยกมือไหว้ใครครับ ผมบอกจริง ๆ ครับ ท่านครับ อย่ามุ่งเอาชนะกันทางการเมือง โดยเอาเหตุการณ์ความเจ็บปวดในอดีตของ ๓ จังหวัดในภาคใต้มาเล่าแล้วเล่าอีกเลยครับ ผมไม่สบายใจ ผมมีความทุกข์ครับ เราชนะแล้วประเทศแพ้มันจะมีความสุขตรงไหนครับ ไม่รู้ชนะ ไปเพื่อใครครับ ชนะอยู่บนความบอบซ้ํา ชนะอยู่ท่ามกลางเสียงปืนและกับระเบิด เราชนะไป เพื่อใครครับ ฉะนั้นการเอาเหตุการณ์ที่เจ็บปวดในอดีตเพื่อมาเป็นเครื่องมือเอาชนะกัน ทางการเมือง ผมไม่รู้จะไปขอใครครับ คงคิดว่าจะไปขอกับพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรนะครับ ไม่รู้จะไปขอใครให้ดลจิตดลใจให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในประเทศของผมครับ ฉะนั้นการแก้ปัญหา ภาคใต้การเมืองต้องวางไว้ก่อนครับ เอาบ้านเมืองขึ้นมาเป็นธงนําครับ ฉะนั้นวันนี้ ท่านประธานที่เคารพรักครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าสรุปคือเราต้องไม่ยึดเอา ส่วนกลางเป็นหลักหมุดในการแก้ปัญหา เราไม่อัตตา เราไม่ยกตนข่มท่าน เราไม่ยืนเขย่งเท้า เพื่อให้สูงกว่าคนอื่นเพราะจะยืนไม่ได้นาน เราจะไม่ก้าวเท้ายาว ๆ เพื่อให้เร็วเพราะจะเหนื่อย
ท่านบุญยอด มีอะไรครับ
วันนี้ผมกราบเรียนท่านประธาน แต่เพียงเท่านี้ ด้วยความเคารพรักครับ สวัสดีครับ ท่านประธานครับ
เชิญท่าน นริศ ขํานุรักษ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่าเพราะเหตุที่รัฐบาลชุดที่แล้วเข้าใจว่าปัญหาภาคใต้มันมีหลายปัญหารวมกัน ไม่ใช่เป็นปัญหาหนึ่งปัญหาใด จึงเป็นที่มาของรัฐบาลชุดที่แล้ว และสภาชุดที่แล้วช่วยกัน ผลักดันให้มีพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ฉบับนี้เกิดขึ้น และกฎหมายฉบับนี้ละครับ นํามาสู่การที่ให้ สมช. ได้จัดทํานโยบายสําหรับการบริหาร และการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่พวกเรากําลังร่วมกันพิจารณาและนําซักถาม ผู้มาชี้แจงอยู่ในขณะนี้ แต่ว่าผมขออนุญาตเริ่มต้นอย่างนี้ท่านประธานครับว่าประเทศไทย กับประเทศมาเลเซียชายแดนติดกัน พรมแดนบางส่วนเป็นภูเขา บางส่วนเป็นลําคลอง บางส่วนเป็นแม่น้ํา ส่วนที่เป็นภูเขาแบ่งกัน บนสันเขา ข้ามไปฝั่งโน้นเป็นประเทศมาเลเซีย ส่วนที่เป็นภูเขาแบ่งกันบนสันเขา ข้ามไปฝั่งโน้น เป็นประเทศมาเลเซีย ข้ามมาฝั่งนี้เป็นประเทศไทย ส่วนที่เป็นลําคลองห่างกัน ๕ เมตร ห่างกัน ๑๐ เมตร ส่วนที่เป็นแม่น้ําห่างกัน ๓๐ เมตร ๔๐ เมตร แต่ว่า ๒ ประเทศนี้แตกต่าง กันมากครับ แม้ว่าความห่างระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซียห่างกันแค่ ๑๐ เมตร ๒๐ เมตร ๕ เมตร หรือบางแห่ง ๑ เมตร ต่างกันมาก ผมจึงขออนุญาตสอบถามผู้ทํานโยบาย ว่าท่านได้ใคร่ครวญหยิบยกเรื่องนี้มาเป็นประเด็นในการทํานโยบายนี้หรือไม่ หรือท่าน เอาเรื่องนี้ปรากฏการณ์ที่กระผมเรียนกับท่านประธานมาเป็นโจทย์ในการทํานโยบายในครั้งนี้ หรือไม่ ฝั่งประเทศไทยวุ่นวาย รุนแรง เข่นฆ่าคนล้มตาย ๓,๐๐๐ คน ๔,๐๐๐ คน ๕,๐๐๐ คน และเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ข้ามไปอีกฝั่งคลองสงบสุขร่มเย็นมีความสุข แค่ ๑๐ เมตรเองครับ ฝั่งประเทศไทยเศรษฐกิจมีปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้ลงทุนไม่มี การท่องเที่ยวไม่มี แต่ฝั่งประเทศมาเลเซียการเติบโตในทางเศรษฐกิจเติบโตแล้วเติบโตอีก เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การศึกษาข้ามฝั่งคลองฝั่งโน้นคนบินจากทั่วโลกมาเรียนครับ มาจากประเทศทางแถบ ตะวันออกกลางซึ่งเป็นเพื่อนมุสลิมด้วยกัน ในยุโรปยังมาเรียนครับ ขณะนี้คนจีนเข้ามาเรียน แต่ในฝั่งประเทศไทยคนใน ๓ จังหวัดหนีออกจากพื้นที่มาเรียนแถบจังหวัดพัทลุง มาเรียน กรุงเทพมหานคร ที่มากที่สุดก็คือไปเรียนในประเทศมาเลเซีย อะไรคือทําให้ ๒ พื้นที่นี้ แตกต่างกัน ในประเทศมาเลเซียท่านประธานครับ มัสยิดเป็นที่ปลอดภัยที่สุด ไปละหมาด อิ่มเอิบใจมีความสุข ประเทศไทยในมัสยิดไม่มีความปลอดภัย หลายครั้งที่ถูกฆ่ากันในมัสยิด หลายครั้งที่มัสยิดถูกปิดล้อม ในมัสยิดยังไม่มีความปลอดภัย ท่านผู้ทํานโยบายได้หยิบยก ประเด็นปัญหานี้ ปรากฏการณ์นี้ขึ้นมาทํานโยบายนี้หรือไม่ นี่คือคําถามข้อที่ ๑
คําถามข้อที่ ๒ ท่านได้ทํานโยบายนี้ครอบคลุมประเด็นปัญหาที่พระราชบัญญัติ ฉบับนี้ได้กําหนดไว้หรือไม่ ก็คือในมาตรา ๔ กําหนดว่าให้ทําแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ให้ครบถ้วน นั่นหมายถึงว่าท่านต้องทําทั้งหมด ๑๐ ส่วนด้วยกัน ในหมวด ๕ แนวนโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐตามรัฐธรรมนูญ ทั้งด้านความมั่นคงของรัฐ ทั้งด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งด้านศาสนา สังคม สาธารณสุข ศึกษาและวัฒนธรรม ทั้งทางด้านการยุติธรรม และกฎหมาย ทั้งทางด้านการต่างประเทศ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ พลังงาน และการมีส่วนร่วมของประชาชน คําถามของผมว่า ๑. ท่านทําครบถ้วนแล้วหรือไม่ เพราะผมอ่านจากนโยบายของท่านดูว่าจะครบถ้วนอยู่นะครับ แต่ว่าการทํานโยบายตั้งแต่ ปี ๒๕๕๕-๒๕๕๗ นโยบายต้องสะท้อนสถานการณ์นะครับ นโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ๑๐ ส่วน ท่านได้วางปัญหาใดไว้เป็นปัญหาสําคัญที่สุด ถ้าท่านตอบว่า ๑๐ ด้านนี้ทําเท่ากัน ไม่จริงครับ ในโลกแห่งความเป็นจริงไม่มีครับเท่ากันนี่ ในวันที่ท่านทํานโยบายท่านได้วางค่าน้ําหนักว่า ท่านได้ให้ค่าความสําคัญกับนโยบายด้านใด ใน ๑๐ ส่วนตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ความมั่นคง หรือเศรษฐกิจ ท่านไล่เลียงให้ผมหน่อยว่าท่านจัดลําดับวางน้ําหนักการจัดทํา นโยบายพื้นฐานแห่งรัฐไว้ในนโยบายที่ท่านมาชี้แจงกับเราในวันนี้ หรือเศรษฐกิจ ท่านไล่เลียง ให้ผมหน่อยว่าท่านจัดลําดับวางน้ําหนักการจัดทํานโยบายพื้นฐานแห่งรัฐไว้ในนโยบายที่ท่าน มาชี้แจงกับเราในวันนี้ของนโยบายการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านจัดเรียงไว้อย่างไรนะครับ
ประเด็นถัดมามีอยู่ในนโยบายของท่านแต่ว่าเขียนไว้ไม่มาก ผิวเผิน ผมกราบเรียนท่านประธานว่าในนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ส่วนที่ ๘ แนวนโยบายด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมเรียนท่านประธานถึงปรากฏการณ์ตรงนี้ว่า สถานการณ์ในขณะนี้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ การออกเอกสารสิทธิทําได้ช้ามาก เจ้าหน้าที่ ไม่กล้าออกไปทํา มีปัญหาเรื่องที่ดินเพราะว่าการชี้แนวเขตเป็นเรื่องสําคัญ ท่านรัฐมนตรี ถาวร เสนเนียม ดูแลขณะนั้นพยายามทุ่มเทและทําได้ส่วนหนึ่ง แต่ว่ามีอีกมากครับ เจ้าหน้าที่ไม่กล้าออกไปชี้แนวเขตและแนวเขตนี้เป็นปัญหาความขัดแย้งที่ไม่อาจยุติ ความขัดแย้งเรื่องที่ดินระหว่างรัฐกับพี่น้องประชาชนได้ พื้นที่ป่าไม้พูดได้ว่าขณะนี้ ๓ จังหวัด เหมือนกับรัฐอิสระครับท่านประธาน ใครใคร่ถางตรงไหนป่าบุกถางได้เลย ใครใคร่ตัดไม้ ตรงไหนตัดได้เลย เจ้าหน้าที่ล่ะครับ เจ้าหน้าที่รัฐผมก็เห็นใจครับ ทําได้แค่ดูแลหน่วยตัวเอง ปกป้องหน่วยตัวเองไม่กล้าออกเดินลาดตระเวน ไม่กล้าเดินมาปกป้อง นาน ๆ จะมีคดีสักครั้ง ถางป่าคดีก็ไม่มีผู้ต้องหา ไม่กล้าจับผู้ต้องหา ทรัพยากรธรรมชาติถูกบุกรุกทําลายมาก แล้วสิ่ง ที่เป็นปัญหาตามมาจากการบุกรุกแผ้วถางทรัพยากรป่าไม้ก็คือน้ํา ขณะนี้น้ําในจังหวัด ชายแดนภาคใต้มีแม่น้ําหลักอยู่ ๓ สาย คือแม่น้ําปัตตานี แม่น้ําสายบุรี และแม่น้ําสุไหงโก-ลก ๓ แม่น้ํานี้ดูแลตอนใต้ของประเทศไทย จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส และดูแลภาคเหนือของประเทศมาเลเซียเพื่ออุปโภค เพื่อบริโภค เพื่ออุตสาหกรรมและเพื่อ เกษตรกรรม จากการที่เราบุกรุกกันอย่างอิสระทําให้ป่าถูกบุกรุกบางจังหวัดเป็นแสนไร่นะครับ กระทบต่อแหล่งน้ํา กระทบต่อต้นน้ํา และขณะนี้กระทบต่อปริมาณน้ําและคุณภาพน้ํา ผมกราบเรียนท่านประธานไปยัง สมช. ว่าการขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติเป็นปัญหา ความมั่นคงใหม่ของโลก เป็นปัญหาความมั่นคงใหม่ของประเทศ ไม่มีประเทศใดในโลก ประชาชนจะมีความสุขได้ บ้านเมืองจะมั่นคงได้โดยขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ โดยความเสื่อมโทรม โดยความทรุดโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ ในนโยบายที่ท่านเขียน เอาไว้ผมคิดว่าผิวเผินมาก เพราะหากว่านโยบายด้านอื่นของท่านประสบความสําเร็จ บ้านเมืองสงบขึ้นในวันข้างหน้า แต่ถ้าทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้ น้ํา ยังขาดแคลน ยังเสื่อมโทรม ประชาชนไม่มีความสุขครับท่านประธาน ไม่มีวันมีความสุขและความมั่นคงที่แท้จริง จะไม่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัด สิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้ทาง สมช. ได้จัดทําในรอบครั้งต่อไป ผมขออนุญาตฝากว่าในพื้นที่ ๓ จังหวัดสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่ประชาชน ไว้เนื้อเชื้อใจมากกว่าทุกสถาบัน เหตุเพราะว่าไม่เพียงแต่มีพระราชวังอยู่ที่พระตําหนัก ทักษิณราชนิเวศน์ แต่ว่าโครงการพระราชดํารัส โครงการพระราชดําริ โครงการพระราชเสาวนีย์ ที่ไปอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ล้วนแต่เกิดคุณประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ทุกด้านเลยครับ ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านอาชีพ โดยเฉพาะทางด้านสังคม นโยบายที่ท่านเขียนท่านไม่ได้เทน้ําหนัก ทุ่มน้ําหนักไปเพื่อสนับสนุน งานในโครงการ พระราชดําริเท่าที่ควร แก้ไขได้ครับ รอบหลังปี ๒๕๕๗ ความมั่นคงใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในโครงการพระราชดําริเท่าที่ควร แก้ไขเถอะครับ รอบหลังปี ๒๕๕๗ ความมั่นคงใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องไปสนับสนุนงานโครงการพระราชดําริ โครงการพระราชเสาวนีย์ และโครงการพระราชดํารัสอย่างจริงจังและทุ่มเท
เรื่องสุดท้าย ท่านประธานครับ เช่นเดียวกับผู้อภิปรายหลายคน เชื่อว่า นโยบายดี ๆ ต้องมีการทํางานจากคนดี ๆ เพื่อคนในพื้นที่อย่างจริงจังและเข้าใจ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าผู้ปฏิบัติในพื้นที่สําคัญที่สุด นอกจากมีนโยบายที่ดีแล้วถามว่าขณะนี้ เจ้าหน้าที่กองกําลังบางกองกําลัง บางหน่วยงานทํางานเต็มพื้นที่เต็มศักยภาพหรือไม่ บางหน่วยงานมีหน้าที่แค่ส่งครูไปโรงเรียนแล้วรับครูกลับ นอกจากนั้นไม่มีครับ บางหน่วยงาน เต็มกําลังหรือไม่ก็ไม่รู้ครับ ผู้ร้ายโจมตีกองร้อยมีกันอยู่แค่ ๕ คน เป็นข่าวหนังสือพิมพ์อยู่แล้วครับ กองร้อยมีได้อย่างไรแค่ ๕ คน เต็มกําลังหรือไม่ เต็มพื้นที่หรือไม่ แล้วก็ได้ทําครบถ้วน ตามกฎหมายที่ตัวเองเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่หรือไม่ เขาบอกว่าบรรทุกไม้เถื่อนผ่านหน้า ค่ายทหาร ผ่านหน้าโรงพัก ไม่จับครับ ทั้ง ๆ ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ ทหารเกือบทุกตําแหน่ง ตํารวจทุกตําแหน่ง กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอําเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด รองนายก อบต. รองนายกเทศบาล นายกเทศมนตรี ล้วนแต่เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ทั้งสิ้น ขณะนี้พื้นที่ถูกทําลายทางด้านทรัพยากรธรรมชาติ เหตุเพราะว่ายังไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ ครบถ้วนตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ครูเขาทุ่มเทนะครับ เขารักพื้นที่ รักเด็ก แต่ว่าคําสั่งย้าย ของเขาที่เขาย้ายมามากมายเราตอบสนองได้น้อยมาก ย้ายเขามาเถอะครับ เขาอยากมาก็ให้มา แล้วก็พยายามที่จะให้โรงเรียนเป็นของท้องถิ่นเสีย แล้วเขาจะรับคนท้องถิ่นเข้ามาเพิ่ม อย่างนี้ แก้ปัญหาเรื่องบุคลากรเหล่านี้ได้นะครับ ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าส่วนไหน ในพื้นที่ภาคใต้ที่มากเกินท่านต้องลดลงให้ได้นะครับ ไม่ว่าอิทธิพล อํานาจมืด แหล่งผลประโยชน์ลดลง ส่วนไหนที่น้อยเกินท่านไปเติมนะครับ โดยเฉพาะท่านเติมคนดีลงใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มาก ข้าราชการคนไหนดี ๆ มีฝีมือท่านส่งไปที่นั่นเถอะครับ ทหารดี ๆ ตํารวจดี ๆ ท่านส่งไปที่นั่นเถอะครับ เติมคนดีลงไปใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมคิดว่านโยบายที่ท่านได้ให้กับเราไว้จะเกิดมรรคผลสมเจตนารมณ์ของรัฐบาลชุดที่แล้วที่ได้ ผลักดันให้เกิดพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้สมกับเจตนารมณ์ ของสภาชุดที่แล้วที่พยายามผลักดันกฎหมายฉบับนี้ และสมเจตนารมณ์ของ สมช. ที่ได้เพียรทํา นโยบายฉบับนี้ขึ้นมาเพื่อตอบสนอง เพื่อให้เกิดความสันติสุข เพื่อให้เกิดความสุขแก่พี่น้อง ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมขออนุญาตได้ซักถามและได้ฝากข้อเสนอแนะ บางประการไว้กับผู้ชี้แจง กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านนพคุณครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นพคุณ รัฐผไท ส.ส. จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ผมขอขอบคุณคณะรัฐมนตรีที่ได้นํา นโยบายการบริหารราชการและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ นําเสนอสภาเพื่อรับทราบในวันนี้นะครับ แล้วก็ขอขอบคุณสํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่ได้รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เพื่อประมวลมาจัดทําเป็นแผนและนโยบายที่นําเสนอในวันนี้ด้วย ผมได้ศึกษานโยบายฉบับนี้แล้วนะครับ ก็มีความเห็นด้วยเป็นส่วนใหญ่ ก็มีข้อสังเกตอยู่ ๓ ประการ ซึ่งกระผมจะขออนุญาตท่านประธานได้ชี้แจงสิ่งที่ผมตั้งข้อสังเกตไว้ ๓ ประการ ผมเชื่อมั่นว่า การทําแผนฉบับนี้ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติคงได้รวบรวมข้อมูลและฟังความคิดเห็น จากภาคประชาชนด้วย เพื่อที่จะให้ประชาชนนั้นได้มีส่วนร่วมตามกฎหมาย พระพระราชบัญญัติ ศอ.บต. ที่ใช้อยู่เมื่อปี ๒๕๕๓ แผนที่ผมเห็นด้วยรู้สึกว่าจะมีการกําหนด ยุทธศาสตร์ ๙ ข้อ แล้วก็มีประเด็นที่ครอบคลุมไปเกือบทั้งหมดนะครับ แต่ก็ระบุถึงเงื่อนไข ของความสําเร็จของแผนนี้ว่าแผน ๓ ปีถึงแม้ว่าจะกําหนดไว้ ๓ ปีแต่ก็มีการปรับปรุงได้ ยืดหยุ่นได้ อันนี้ก็เป็นข้อดีของแผนเป็นลักษณะของการทําแผนทั่วไปนะครับ ปัจจัยที่ทําให้ เกิดความสําเร็จของนโยบาย ๙ ข้อนี้ มีอยู่ ๔ ประการที่ท่านบอกว่าเป็นเงื่อนไขของความสําเร็จ ผมเห็นด้วยที่ว่าทั้ง ๔ ข้อนั้นได้มุ่งเน้นถึงความสําคัญของบุคลากรทั้งหมดนะครับ เงื่อนไข ของความสําเร็จนั้นขึ้นอยู่กับการบริหารราชการของ ศอ.บต. นี่เป็นประการแรกที่จะทําให้ เกิดความเข้าใจแล้วก็นํานโยบายไปปฏิบัติให้เกิดความเป็นจริงเป็นจังขึ้นมาตามที่ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านได้ให้ข้อสังเกตไว้
ประการที่ ๒ ในเรื่องของราชการที่อยู่ปฏิบัติงานหน้าที่อยู่ในภาคใต้นะครับ ซึ่งงานนี้ก็เหมือนกันเน้นในเรื่องบุคลากร เรื่องคน
ประการที่ ๓ ในเรื่องของประชาชนหลายภาคส่วนต้องมีความเข้าใจ ในนโยบายฉบับนี้ แล้วก็เข้าใจถึงขนาดที่ว่าให้ความร่วมมือกับทางราชการในการแก้ปัญหา ในเรื่องของความมั่นคง
ประการสุดท้ายในเรื่องของความสําเร็จนี่ ก็ต้องการที่จะให้ประชาชนนั้น มีส่วนร่วม
เพราะฉะนั้นลักษณะของแผนฉบับนี้นั้นที่สําคัญ ๆ ก็มีอยู่ ๓ ประการ ก็คือ
ประการแรก ก็คือการพัฒนา พัฒนาอย่างไรให้มีประสิทธิภาพใช้เม็ดเงิน ใช้งบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนะครับ
ประการที่ ๒ ในเรื่องของความเป็นธรรม แผนฉบับนี้ได้เน้นในเรื่องของ การพัฒนาแล้วก็ได้เน้นในเรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชนด้วย เพราะฉะนั้นการพัฒนา การมีส่วนร่วม แล้วก็การให้ความสําคัญของประชาชนในเรื่องของความเป็นธรรมนั้น จึงเป็นปัจจัยสําคัญที่จะทําให้เกิดความสําเร็จนะครับ อันนี้ผมก็เห็นด้วยแล้วก็เอาใจช่วยให้ ทางการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้รวมทั้งการแก้ปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ประสบความสําเร็จ ในสมัยก่อนนั้นเราเคยมี ศอ.บต. แล้วก็ถูกยุบเลิกไป ก็มีการกล่าวหาว่า สาเหตุที่ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้รุนแรงหรือเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องนั้นเป็นเพราะว่า เราไปยุบหรือไม่มี ศอ.บต. คอยดูแล คอยกํากับ หรือคอยรับงาน ในการที่จะแก้ไขปัญหา ของประชาชน แต่บัดนี้เรามี ศอ.บต. เกิดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งแล้ว แล้วผมก็เห็นว่าการแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน การแก้ไขปัญหาความมั่นคงของประชาชนนั้นก็คงจะ เกิดความสําเร็จ ยิ่งตอนนี้เรามีนโยบายการบริหารราชการและการพัฒนาเป็นแม่บท เป็นเสมือนหนึ่งเป็นกฎเหล็กที่จะให้ข้าราชการนั้นสามารถนําไปปฏิบัติได้ไม่สับสนนะครับ ขณะเดียวกันนโยบายอันนี้ทางคณะรัฐมนตรีก็ได้เห็นชอบแล้ว เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่า สถานการณ์ต่าง ๆ นั้นคงจะดีขึ้น แต่จะดีขึ้นมากน้อยแค่ไหนนั้นก็อยู่ที่ผู้ปฏิบัติ เพราะผมเห็นว่า หน่วยงานที่ปฏิบัติที่มีความสําคัญที่จะนํานโยบายนี้ไปปฏิบัติให้เกิดความสําเร็จมากน้อย ก็ขึ้นอยู่กับ ศอ.บต. เป็นหลักนะครับ ในหน่วยงานนี้สามารถประสานงาน สามารถกํากับดูแล เรียกได้ว่าสามารถกํากับดูแล การบริหารราชการแผ่นดินของผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคใต้ได้ด้วย สามารถให้คุณงามความดี สามารถให้โทษกับข้าราชการที่ปฏิบัติด้วย อันนี้ก็เป็นที่เชื่อมั่นว่าถ้าหาก ศอ.บต. รับไป ปฏิบัติตามนโยบายนี้อย่างจริงจังอย่างที่สภาความมั่นคงแห่งชาติได้เขียนไว้ก็คิดว่าจะลด ปัญหาได้มาก สุดท้ายนี้ผมอยากจะขอให้ข้อสังเกตอยู่ ๓ ประการนะครับ ตามวัตถุประสงค์ ข้อที่ ๘ ที่ท่านบอกว่าต้องการที่จะพูดคุยกับภาคประชาชน กับบุคคลในพื้นที่กับผู้ที่มีส่วนร่วม เพื่อหารูปแบบในเรื่องของการกระจายอํานาจ แล้วก็ยังเขียนกํากับไว้ว่าเป็นลักษณะ ของการกระจายอํานาจแบบพหุภาคีของหลาย ๆ จังหวัด อันนี้ผมเป็นห่วงมากที่สุด เพราะว่า ลักษณะของการกระจายอํานาจหรือในทางทฤษฎีที่เรียนมามันคือการปกครองท้องถิ่นนั่นเอง ราชการบริหารมีอยู่ ๓ อย่างคือราชการบริหารส่วนกลาง ราชการบริหารส่วนภูมิภาค คือจังหวัดและอําเภอ แล้วก็ราชการบริหารส่วนท้องถิ่นนะครับ ถ้าหากว่าท่านจะกระจาย อํานาจตามรูปแบบ ตามยุทธศาสตร์ข้อ ๘ ตามเป้าหมายว่าสิ่งที่ท่านพูดเมื่อวานนี้บอกว่า ชาวบ้านเขาอึดอัดใจ เขาต้องการที่จะ ผมไม่ได้เรียกว่า ต้องการปกครองตนเองนะครับ ผมเรียกว่า สิ่งที่ท่านพูดถึงก็คือการกระจายอํานาจให้กับเขา ให้เขามีบทบาท มีส่วนร่วม ในการดูแลตนเอง มีส่วนร่วมในการพัฒนาตนเอง แล้วก็มีส่วนรับผิดชอบในวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ของเขาเอง เพราะฉะนั้นหลักการกระจายอํานาจนั้นก็เป็นสิ่งจําเป็น ถ้าหากว่าวัตถุประสงค์ ของท่านที่เขียนไว้ในยุทธศาสตร์เป็นแบบนี้นะครับ การกระจายอํานาจนั้นตามทฤษฎีของ ที่เรียนมานี้มันหมายถึงการปกครองท้องถิ่น การปกครองท้องถิ่นก็คือการปกครองตนเอง ของราษฎรในเขต อาณาเขตที่แน่นอนนะครับ แต่ไม่กว้างขวาง มีงบประมาณของตนเอง ของท้องถิ่น ซึ่งไม่ต้องพึ่งงบประมาณของรัฐเท่าไรนัก แล้วก็นอกจากนั้นผู้บริหารท้องถิ่น ข้อ ๓ ต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชนในท้องถิ่น เพราะฉะนั้นการที่ท่านเขียนพหุภาคี หลาย ๆ จังหวัดนี้เป็นหน่วยการปกครองท้องถิ่นหนึ่งนี้ ประการแรกเลยมันปกครองดูแล ทุกข์สุขของประชาชนไม่ได้เลยนะครับ แม้กระทั่งผู้ว่าราชการจังหวัดดูแลแค่จังหวัดเดียว ก็ไม่สามารถดูแลทุกข์สุขของประชาชนได้อย่างทั่วถึง สังเกตเห็น ส.ส. วันพุธ วันพฤหัสบดี เอาเรื่องหารือ ความเดือดร้อนของประชาชนมีทุกครั้งที่มีการประชุม ครั้งหนึ่งก็เป็นชั่วโมง ชั่วโมงครึ่ง อันนี้ก็คือลักษณะของการบริหารราชการส่วนภูมิภาค แต่ถ้าหากว่าเอา ๓ จังหวัดนี้ มาเป็นท้องถิ่นเดียวกันถ้าเข้าใจอย่างนั้นนี้นะครับ ผมว่ามันเป็นอาณาเขตการปกครองท้องถิ่น ที่ใหญ่มาก อาจจะใหญ่ที่สุดในโลกก็ได้ มันไม่มีที่ไหนที่ผมไปเจอมานะครับ ก็อยากให้ปรับ โครงสร้างการปกครองท้องถิ่นหรือรูปแบบการกระจายอํานาจให้เล็กลงจุดประสงค์ของ การกระจายอํานาจก็คือเพื่อให้เขาแก้ปัญหาของเขาเองได้นะครับ เพราะฉะนั้นหลักนิยมอันนี้ ต้องเป็นหลักใหญ่ หลักสําคัญของการกระจายอํานาจนะครับ ไม่ใช่ที่รูปแบบว่าจะเป็น รูปแบบไหน จะมีกี่ตําแหน่ง ตําแหน่งนั้นจะอยู่กี่ปี แล้วก็มีงบประมาณมาจากไหนบ้าง อันนี้เป็นเรื่องเล็กครับ อันนี้เป็นส่วนประกอบเท่านั้นเอง แต่หลักการสําคัญของการปกครอง ส่วนท้องถิ่นหรือการกระจายอํานาจนั้นกระจายอย่างไรประชาชนในเขตนั้น ๆ ถึงสามารถ แก้ปัญหาของเขาเองได้ ด้วยความยินยอมพร้อมใจของราษฎรในเขตท้องถิ่นนั้น ๆ นะครับ อันนี้เป็นประการแรกที่ผมอยากจะกราบเรียนฝากไว้ ถ้าหากว่าเพื่อจะให้เกิดความรอบคอบ ก็อยากจะให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ ศอ.บต. ก็ได้นะครับร่วมกันทําวิจัยแล้วก็สอบถาม ความคิดเห็นหรือให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งที่เป็นกลางไปทําการวิจัยเชิงวิชาการ โดยปราศจากอคติในเรื่องของการเมืองว่าเขาต้องการอย่างไร กระจายอํานาจแบบไหน ที่ไม่ขัดรัฐธรรมนูญด้วยนะครับ อันนี้เป็นประการแรกที่ผมตั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ
ประการที่ ๒ ในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ นโยบายนี้ ๓ ปีเป็นนโยบายใหม่ ที่เป็นหลักประกันให้กับข้าราชการว่าหน่วยเหนือคือ รัฐบาลมีนโยบายอย่างไร มีแนวทางอย่างไร มีข้อกําหนดอย่างไร มีข้อห้ามอย่างไร มีถนนที่จะเดินไปนี่ ไปสิ้นสุดตรงไหนนะครับ เป้าหมายที่แท้จริงนั้นคืออะไร อันนี้จะทําให้ข้าราชการทุกฝ่ายที่อยู่ในภาคใต้ ๓ จังหวัด สามารถที่จะนํายึดถือเป็นแนวทางได้ ไม่สามารถที่จะบิดเบือน แล้วก็ไม่สามารถที่จะปัด ความรับผิดชอบได้ อันนี้เป็นข้อดีของนโยบายนะครับ
ประการสุดท้าย ในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ก็ในเมื่อมันมีความสําคัญ ต่อประชาชนโดยตรงนะครับ เรามีนโยบาย ผู้ที่ได้รับนโยบาย ได้รับผลดีจากนโยบายก็คือ ประชาชน เพราะฉะนั้นสมาชิกเมื่อเช้าหลายท่านได้พูดถึงว่าเราควรจะมีการประชาสัมพันธ์ ให้กับประชาชนได้เข้าใจ แล้วก็ได้รับทราบถึงเจตนารมณ์ของนโยบายนะครับ ก็อยากจะฝาก ศอ.บต. ว่าทําอย่างไรเราถึงจะให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้เข้าถึงนโยบายด้วยนะครับ เพราะเขาจะได้ให้ความร่วมมือ ถ้าหากนโยบายใดหรือภารกิจใดของราชการ ประชาชน ไม่เข้าใจแล้วก็ไม่ให้ความร่วมมือเราจะโทษใครไม่ได้เลยนะครับ เพราะว่านโยบายนี้มันมา จากราชการ มาจากรัฐบาล แล้วก็มาจากฝ่ายความมั่นคงหลายฝ่ายนะครับ
สุดท้ายก็คือ เงื่อนไขของความสําเร็จของนโยบายนี่นะครับ เมื่อสักครู่ ผมได้พูดถึงว่าเงื่อนไขของความล้มเหลวที่ท่านกําหนดไว้ในนโยบายว่านโยบายที่ทําให้เกิด ความสําเร็จนั้นก็อยู่ที่คนนะครับ เพราะฉะนั้นคนก็คือข้าราชการ ก็พยายามอย่างไรที่จะให้ เอาคนที่มีประสิทธิภาพ คนที่ไม่สร้างปัญหานะครับ แล้วก็ควรที่จะส่งเสริมให้เขา มีความก้าวหน้า ให้เขามีกําลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ถ้าหากว่าเขามีผลงานที่ดีก็ควรจะ ส่งเสริมและให้กําลังใจ ตัดการเล่นพรรคพวก เล่นพวกพ้องออกให้เหลือน้อยที่สุดนะครับ อันนี้ก็จะเป็นสิ่งหนึ่งที่จะทําให้เกิดความสําเร็จในการปฏิบัติงาน นํานโยบายนั้นไปสู่ ความสําเร็จได้
และสิ่งที่สําคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ท่านจะทํางานสําเร็จได้ก็โดยที่ว่า ท่านจะต้องดึงประชาชนในพื้นที่ให้มาร่วมงานกับท่านให้ได้นะครับ สิ่งนั้นก็คิดว่านโยบาย ของท่านที่เสนอสภาวันนี้ก็สามารถนําไปสู่ความสําเร็จได้ แล้วก็เป็นความหวังของประชาชน ทั้งประเทศที่อยากจะให้จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีความสงบสุขครับ ขอบคุณครับ
ท่านวัชระ เพชรทอง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นับประเทศ เป็นเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ผมเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อ ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง ของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ พี่น้องชาวมุสลิมก็ลงคะแนนให้กับพรรคประชาธิปัตย์ เป็นจํานวนมาก และเมื่อปัญหาของพี่น้องชาวมุสลิมเข้ามาพิจารณายังสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ผมจึงจําเป็นต้องลุกขึ้นมาอภิปรายเพื่อที่จะส่งผ่านไปยังท่านประธานไปถึงหน่วยงาน ที่รับผิดชอบ รวมถึงรัฐบาลชุดนี้ ท่านประธานครับ นโยบายการบริหารและการพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ ๓ ปีนับจากนี้ท่านจะบริหารไปตามนโยบาย ที่นําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ๗ บท ๒๐ หน้า พร้อมกับลายเซ็น นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านประธานครับ หน่วยงานที่รับผิดชอบ คือสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งวันนี้ท่านเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พลตํารวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ได้ให้เกียรติต่อสภาผู้แทนราษฎรและมานั่งรับฟังปัญหาด้วยตนเอง พร้อมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูง ต้องขอขอบคุณท่านเลขาธิการที่ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านหนึ่งอ้างว่าท่านสมัครใจมาเป็นเลขาธิการ สมช. เป็นความจริงหรือไม่ผมไม่ทราบ แต่เมื่อท่านมานั่งตรงนี้ก็ขออนุญาตสอบถามไว้ล่วงหน้าว่าจริงหรือไม่ที่ท่านสมัครใจมาเอง ไม่มีการบังคับข่มขืนจิตใจให้มา ท่านประธานครับ นโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัด ชายแดนภาคใต้เกิดขึ้นจากรัฐบาลท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งผ่านกฎหมาย และกฎหมายบังคับให้ สมช. ต้องนําเสนอรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร นับว่าเป็นสิ่งที่ดี ที่ผู้แทนของพี่น้องประชาชนจะได้อภิปรายในสิ่งที่ท่านคิด สิ่งที่ท่านเขียน แล้วนําไปเสนอ คณะรัฐมนตรี ซึ่งบัดนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านพลเอกอาวุโสได้มานั่งฟังก็ต้อง ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ มีผู้คนบาดเจ็บล้มตายมากมายจากเหตุการณ์ดังกล่าว แทบจะเรียกได้ว่ามากกว่า ๕,๐๐๐ ศพ ประชาชนถามว่าคนที่ตาย ๕,๐๐๐ ศพ คนที่บาดเจ็บ เกือบ ๑๐,๐๐๐ คนนั้นจะได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาลเท่าเทียมกับกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาทหรือไม่ หรือถ้าตายเบ็ดเสร็จบวกค่าปลงศพอีก ๒๕๐,๐๐๐ บาท เป็น ๗,๗๕๐,๐๐๐ บาท ได้เท่าเทียมกันหรือไม่ ได้โปรดตอบแก่สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ คนตาย คนบาดเจ็บล้มตายมากมาย เกิดขึ้นตั้งแต่ประวัติศาสตร์ ตั้งแต่สมัยที่ท่านประธานยังไม่เกิด ประทานโทษ ผมก็ยังไม่เกิด และตั้งแต่สมัยผมเรียน มหาวิทยาลัยรามคําแหงก็มีเพื่อนนักศึกษาหัวรุนแรงที่ไปฝึกอาวุธที่ประเทศอัฟกานิสถาน เพื่อสงครามปลดปล่อย ต้องการให้อิสลามเป็นอิสระ ท่านประธานครับ โดยสายเลือด ของความเป็นนักสู้ของวัยหนุ่มของชนทุกชาติ ทุกศาสนา ไม่ว่าชาติใด ศาสนาใด ผมเชื่อว่า ไม่มีใครทนได้ต่อความอยุติธรรม และเมื่อบรรดาเพื่อนเหล่านั้นไปอบรมจากต่างประเทศ จากตะวันออกกลาง และบัดนี้ก็กลับมาคุมกําลังในประเทศไทย ผมเชื่อว่าหลายคนเราเคย เห็นหน้า หลายคนเรารู้จัก และบางคนเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้มาก่อน ท่านประธานครับ เราจะปล่อยให้สงคราม ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ยืดเยื้อไปถึงไหน เราจะปล่อยให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนทั้งไทยมุสลิม ไทยพุทธ บาดเจ็บล้มตายกันอีกสักเท่าไร ปัญหานี้จึงจะยุติ ผมถึงอธิบายต่อท่านประธานไปถึง สมช. ว่ารวมถึงพี่น้องเงาะป่าซาไก แห่งอําเภอธารโต จังหวัดยะลาด้วยเช่นเดียวกัน ก็ได้รับผลกระทบ ท่านประธานครับ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือที่บางท่านบอกว่าตามกฎหมายนั้น ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ที่มีปัญหามาก ๆ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พี่น้องไทยพุทธ พี่น้องไทยจีนเดือดร้อน เป็นอย่างยิ่ง เรียกว่าปัจจุบันต้องละทิ้งถิ่นฐาน ยอมขายที่ดินราคาถูก อพยพมาอยู่ใน กรุงเทพมหานคร อพยพมาอยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ เรียกว่าแทบจะทุกจังหวัดที่พี่น้องชาวไทยพุทธ ไทยจีน อพยพหนีภัยสงครามขึ้นมา สมช. ท่านต้องคิดครับว่าทําไมเป็นอย่างนี้ แล้วเราจะ แก้ไขปัญหากันอย่างไร ท่านประธานครับ สมช. ได้ชื่อว่าเป็นสภาความมั่นคงแห่งชาติ แต่เมื่อคราวมาของบประมาณต่อคณะอนุกรรมาธิการงบประมาณอบรม สัมมนา ประชาสัมพันธ์ งบดําเนินงาน ค่าจ้างเหมาบริการ ค่าจ้างที่ปรึกษา การวิจัยถ่ายทอดเทคโนโลยี ค่าเช่า ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศ กองทุน เงินอุดหนุนและรายจ่ายอื่นของ สภาผู้แทนราษฎร ถามเรื่องปัญหาภัยต่อความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์ เจ้าหน้าที่ สมช. ตอบไม่เป็น พูดไม่เป็น ผมไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร แต่อย่างหนึ่งต้องขอบคุณกราบเรียนท่านประธานไปยังเลขาธิการ สมช. ซึ่งมานั่งตรงนี้ว่า ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ของท่านที่ได้พูดจาเต็มปากเต็มคํากรณีเหตุการณ์ระเบิดเมื่อต้นปี ที่ผ่านมา ที่มีรองนายกรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ตํารวจออกมาแถลงข่าวใหญ่โตนั้น เจ้าหน้าที่ สมช. ของท่านพูดเต็มปากเต็มคํา ผมต้องขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ นั่นก็คือเจ้าหน้าที่ของท่านพูดว่า เป็นระเบิดที่ไม่มีดินระเบิด นั่นก็หมายความว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งพร้อมกับ เจ้าหน้าที่ตํารวจมาแถลงข่าวนั้นเป็นระเบิดปลอม คือเรียกว่า แหกตาประชาชน หรือถ้าพูด ให้สุภาพก็คือแหกเนตรประชาชน ท่านประธานครับ นี่ผมต้องขอบคุณ สมช. อย่าลืมให้ ๒ ขั้นกับเจ้าหน้าที่ผู้นั้นด้วยที่กล้าพูดความจริงในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ เมื่อมาพิจารณาในเนื้อหาสาระท่านประธาน ถ้าท่านประธานมีเวลาและท่านประธานไม่มี ธุรกิจอะไรมากกรุณาเปิดไปหน้าที่ ๓ บรรทัดที่ ๓ ท่านประธานครับ ในรายงานนี้ เขียนชัดเจนครับว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๗ นับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๗ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๗ พ.ศ. ๒๕๔๗ ใครเป็นนายกรัฐมนตรี ใครเป็นรัฐบาล ท่านประธานครับ พูดได้ครับ ต้องยกย่องในคุณงามความดีของท่านถ้าหากมี ก็คือนายกรัฐมนตรีชื่อ ทักษิณ ชินวัตร และในรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ แค่บรรทัดเดียวของรายงานฉบับนี้ต้องยอมรับ สมช. ว่าได้เขียนความจริงประจักษ์เอาไว้ และความจริงนี้เป็นสิ่งไม่ตายครับ ใครที่เคยกล่าวหาขบวนการแบ่งแยกดินแดนว่าเป็นโจรกระจอก แล้วกระจอกจริงหรือไม่ ตายถึงบัดนี้ ๕,๐๐๐ กว่าศพ บาดเจ็บอีกร่วม ๑๐,๐๐๐ คน ทั้งพี่น้องมุสลิมและไทยพุทธ แล้วผมก็ไม่ทราบว่าพี่น้องซาไกจะได้รับบาดเจ็บบ้างหรือไม่ อย่างไร ท่านประธานครับ เมื่อรัฐบาลได้นําเสนอนโยบายเข้ามา เราก็คาดหวังว่าสิ่งที่เขียนอย่างสวยหรู ด้วยการประดิษฐ์ถ้อยคําต่าง ๆ นานานั้น จะได้รับผลการปฏิบัติที่ปรากฏเป็นจริง ท่านประธานครับ เรามาดูวัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์ในรายงานฉบับนี้เขียนไว้ทั้งสิ้น ๙ ข้อ ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานบางข้อก็คือว่า ข้อที่ ๑ ท่านเขียนบอกว่า เพื่อให้สังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความปลอดภัยและปกติสุข ภายใต้หลักยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สิ่งนี้สําคัญยิ่งครับท่านประธานครับ ถ้ารัฐบาลได้ปฏิบัติ อย่างจริงจังไม่ใช่งบประมาณเหมือนกับงบฟื้นฟูน้ําท่วม ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเรียกกันถึง ๒๔ เปอร์เซ็นต์อย่างนี้ไม่ได้ ท่านประธานครับ ผมเชื่อเหลือเกินครับภายใต้การดูแลของ ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านนี้จะไม่มีการทุจริต แต่ผมจะไม่เชื่อถ้าหากคนอื่นมารับผิดชอบ อย่างที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้วมีการเรียกงบประมาณถึง ๒๔ เปอร์เซ็นต์ เรียกใต้โต๊ะ เรียกผู้ว่าราชการจังหวัดมา ๔ จังหวัดที่จังหวัดอุบลราชธานี ขอทุกโครงการ ๒๔ เปอร์เซ็นต์จ่ายสดจาก ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท งบฟื้นฟูน้ําท่วมท่านประธานครับ นั่นคือ การทุจริตรูปแบบหนึ่ง และผมหวังอย่างยิ่งว่าใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ควรมีการทุจริต ในงบประมาณ ๒๔ เปอร์เซ็นต์ และคนที่เรียกเจ้าหน้าที่ เรียกผู้ว่าราชการจังหวัด ๔ จังหวัด นายอําเภอ ๔ จังหวัดไปประชุมก็คือ พลเอกคนหนึ่ง ผมขอให้สมญานามว่า พลเอก ทเวนตี้ โฟร์ (Twenty four) ท่านประธานครับ เมื่อมาดูใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของเรามีการสูญเสีย เป็นอันมาก เราสูญเสียผู้พิพากษา ท่านระพินทร์ เรือนแก้ว ท่านประธานทราบไหมครับว่า ถูกยิงตายคาสี่แยกไฟแดงกลางเมืองปัตตานี ท่านระพินทร์ เรือนแก้ว นั้นถูกยิงตายครับ และกระทรวงยุติธรรมดูแลได้เงินเท่าไรครับ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ชีวิตผู้พิพากษาได้เงินแค่ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ตํารวจ ทหาร ถูกยิงตาย บาดเจ็บล้มตายได้หลักแสนบาท พี่น้องครูตายเป็น ๑๐๐ ศพ ก็ได้แค่หลักแสนบาท พระถูกฆ่าตายทั้ง ๆ ที่เดินบิณฑบาต ทั้ง ๆ ที่อยู่ในวัด สามเณรไม่ได้สักบาท ท่านประธานครับ เมื่อเป็นดังนี้จึงอยากกราบเรียน ท่านประธานไปยัง สมช. ว่าผู้พิพากษาชีวิตมีค่าแค่ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ตํารวจ ทหาร ไม่ถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท พี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้พวงหรีดพวงเดียว แล้วกลุ่มผู้ชุมนุม จากเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองจะได้ถึง ๗,๗๕๐,๐๐๐ บาทต่อ ๑ ศพ ยุติธรรมไหมครับ เพราะฉะนั้นความยุติธรรมไม่ใช่มีเฉพาะสี่แยกราชประสงค์ครับ ความยุติธรรมต้องมีทั้งแผ่นดิน ท่านประธานครับ มีการตัดไม้ทําลายป่า เจ้าหน้าที่ไม่กล้าจับกุม ผมไม่โทษเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ผมไม่โทษเจ้าหน้าที่อุทยานครับ เพราะแม้กระทั่งรัฐมนตรีในรัฐบาลท่านก็ไม่กล้าลงไป ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐมนตรีของท่านหลายคน รวมทั้งคนที่ชอบพูดว่า อ่านกฎหมายรู้ ดูกฎหมายเป็น แต่ว่าเข้าพรรคไหนหัวหน้าพรรคตายหมด รวมทั้งคนนั้นด้วย ไม่กล้าไป ท่านประธานครับ ในเมื่อรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีไม่กล้าไป ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วจะให้เจ้าหน้าที่ ข้าราชการ มีขวัญกําลังใจได้อย่างไร ไม่เหมือนสมัยรัฐบาลท่านอาจารย์ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านอดีตรัฐมนตรีถาวร เสนเนียม ไปในทุกตําบล ทุกอําเภอ ทุกจังหวัด นั่นเป็นตัวอย่างที่ดี ท่านประธานครับ ตัวอย่างที่ดีรัฐบาลชุดนี้ก็ควรไปประพฤติปฏิบัติ ถ้าประกาศว่าเป็นรัฐบาลของประชาชน เป็นรัฐบาลจะทําเพื่อพี่น้องประชาชนอย่าเพียงแค่ สวมสุดฮิญาบสีแดงไปหาเสียงชั่วโมงเดียวครับ ท่านพูดอะไรไว้ท่านต้องลงไปประพฤติ และปฏิบัติ ค่าแรง ๓๐๐ บาทใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้หรือไม่ จบปริญญาตรีได้เดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้หรือไม่ สิ่งใดที่รัฐบาลสัญญาไว้ต้องไปปฏิบัติ อย่าให้พี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เห็นว่าถูกหลอกลวง ไม่ว่าสัญญาอะไรไว้ ต้องไปทําตามนั้น ท่านประธานครับ ผมอยากยกตัวอย่างสัก ๑ กรณี คือท่านผู้ใหญ่บ้าน ดอเลาะ เซ็งมะสู ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๙ ตําบลปะแต อําเภอยะหา จังหวัดยะลา ถูกบรรดาพวกที่ นิยมจะแบ่งแยกดินแดน รุมถล่มบ้านด้วยอาวุธสงครามนานาชนิด ลูกชายตาย หลานชายตาย รถยนต์ถูกเผา ๓ คัน ผู้ใหญ่บาดเจ็บแต่เอาชีวิตรอดได้ ท่านประธานครับ เป็นผู้ใหญ่บ้าน ที่มีความกล้าหาญ ผู้ใหญ่บ้านดอเลาะที่ไม่มีชื่อเสียงอะไร แต่มีความกล้าหาญในการรักษา ปกปักษ์มาตุภูมิแผ่นดินเกิด ปกปักษ์รักษาบ้านเกิดเมืองนอนเอาไว้ไม่ให้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพล ของพวกแบ่งแยกดินแดน รัฐบาลยิ่งลักษณ์ตอบแทนอะไรบ้าง ลูกชายของผู้ใหญ่ดอเลาะ เซ็งมะสู ได้หรือไม่ ๗,๗๕๐,๐๐๐ บาท หลานชายของผู้ใหญ่ดอเลาะ เซ็งมะสู ได้หรือไม่ ๗,๗๕๐,๐๐๐ บาท ไม่ได้ครับ และรัฐบาลก็ไม่เหลียวแล ซึ่งจริง ๆ แล้วนั้นรัฐบาลชุดนี้ก็ควรจะเชิดชูผู้ใหญ่ ดอเลาะ เซ็งมะสู ให้เป็นผู้ใหญ่บ้านตัวอย่างเสียด้วยซ้ํา ในฐานะที่เป็นคนไทยมุสลิมที่มี ความกล้าหาญ กล้าจับปืนยิงต่อสู้กับกลุ่มแบ่งแยกดินแดน ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นคนไทยหรือ คนต่างชาติชาติใดบ้าง ท่านประธานครับ ถ้าเราไม่สนับสนุนพี่น้องประชาชน ไม่ว่าพุทธ มุสลิม หรือศาสนาใดใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ปกปักษ์รักษาแผ่นดินของตนเอง ถามว่าท่านประธานนั่งอยู่ใจกลางเมืองหลวง ในห้องแอร์อันเย็นฉ่ําแห่งนี้ ท่านประธานไม่ได้ รู้ลึกหรอกครับว่าหรือท่านประธานไม่ได้รู้สึกหรอกครับว่าเสียวสันหลังนั้นเป็นอย่างไร แต่ถ้าท่านประธานไปเปิดประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จังหวัดปัตตานีบ้างเถอะครับ ท่านประธานจะรู้สึกว่าเราอยู่ในภาวะสงครามจริง ๆ และในทุ่งสงครามแห่งนั้นท่านประธานครับ เรามีพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์อยู่จํานวนนับล้านคน เราจะรักษาชีวิตพี่น้องประชาชนอย่างไร พี่น้องข้าราชการครู ที่ต้องการย้ายออกนอกพื้นที่ ถามว่ารัฐบาลจะดูแลอย่างไร รัฐบาล จะไม่อนุมัติ จะกักขังพี่น้องครูเหล่านั้นให้อยู่ในทุ่งสังหารอย่างนั้นหรือ ท่านประธานครับ มีข้าราชการครูหลายท่าน และผมเชื่อว่าท่านประธานก็รู้ซึ้งถึงวิชาชีพครู คุณครูบางท่าน ท่านประธานครับ ตายทั้ง ๆ ที่มีลูกอยู่ในท้อง ข้าราชการครูบางท่านเป็นสุภาพสตรี ถูกยิงตาย หน้าชั้นในขณะที่มือกําชอล์ก (Chalk) แน่น กําชอล์กสีขาวครับท่านประธาน ข้าราชการครู ผู้หญิงถูกฆ่าตาย ถูกยิงตายอย่างโหดเหี้ยม นั่นเพราะอะไรครับ และบางรายข้าราชการครู ผู้ชายเขาก็เอาน้ํามันมาราดและเผาซ้ําอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ นั่นเพราะว่า กลุ่มผู้ก่อการมองว่านโยบายด้านการศึกษาของรัฐไทยนั้นต้องการที่จะล้างสมองของเด็ก ๆ ชาวมุสลิมและที่จะจัดการได้ง่ายที่สุดก็คือการสังหารคุณครูใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อเป็นดังนี้ท่านประธานครับ กระทรวงศึกษาธิการ ผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ไปยัง สมช. และกระทรวงศึกษาธิการว่าถ้าข้าราชการครูท่านใดมีความประสงค์จะย้ายออก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มาอยู่จังหวัดอื่นนั้น ขอได้โปรดอนุมัติทันที อย่าได้โยกโย้ ยึกยัก เอาไว้เลยครับ ท่านประธานครับ เพราะหลายกรณี หลายตัวอย่าง ปรากฏเห็นเด่นชัดแล้ว เมื่อภรรยาซึ่งเป็นคุณครูถูกฆ่าตาย สามีซึ่งเป็นคุณครูเช่นเดียวกันก็ให้สัมภาษณ์บอกว่า ได้ทําเรื่องขอโยกย้ายแล้ว แต่ไม่ได้รับการอนุมัติ จึงต้องมาถูกฆ่าตาย ท่านประธานครับ เราจะปล่อยให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นซ้ําแล้วซ้ําเล่ากับคุณครูผู้บริสุทธิ์กับคุณครูที่ไม่มีอาวุธ กับคุณครูที่เมตตาสั่งสอนเด็กอย่างนั้นหรือ นี่ผมยังไม่ได้พูดถึงกรณีคุณครูจูหลิง ปงกันมูล ซึ่งเป็นคุณครูสอนศิลปะและถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยมจากกองกําลังที่เรียกว่านินจา ท่านประธานครับ นินจา หรือ อาร์เคเค (RKK) เขาลือกันในขณะนั้นว่ามีกองกําลังนินจา แต่แท้ที่จริงก็เป็นกลุ่มที่ต้องการแบ่งแยกดินแดนและฆ่าคุณครูท่านนี้ตาย รัฐบาลช่วยอะไรบ้าง ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้บางท่าน ก็บอกว่า เรามาถูกทางแล้ว ถ้ามาถูกทางจริง ปัญหาการฆ่า ปัญหาอาชญากรรมต้องลดน้อยลง ท่านประธานครับ ทั้งหลายทั้งปวง ผมจึงอยากจะสรุปให้ท่านประธานว่าเป็นเพราะจาก บรรทัดที่ ๓ หน้า ๓ ในสมัย พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เป็นต้นมาที่ก่อให้เกิดความรุนแรง ขึ้นในภาคใต้และรุนแรงมาจนถึงบัดนี้ ท่านประธานครับ เพราะคําว่า โจรกระจอก แท้ ๆ กัมมุนา วัตตติโลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม และในที่สุดอดีตนายกรัฐมนตรีท่านนี้ ก็ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวชาวต่างประเทศว่าเขาได้ผิดไปแล้วในการใช้นโยบายกําปั้นเหล็ก ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ สํานึกผิดว่าผิดไปแล้ว แล้วจะดูแลพี่น้อง ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไร ในเมื่อน้องสาวของเขาขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ คนพูดเท็จไม่ทําบาปย่อมไม่มี เพราะนักการเมืองที่เข้าไปปกครองพูดเท็จ กับพี่น้องประชาชน ไม่ทําตามสัญญาที่ให้ไว้กับพี่น้องประชาชน และใช้นโยบายอุ้มฆ่า พี่น้องประชาชน จึงก่อให้เกิดเหตุการณ์ที่รุนแรง มีการฆ่าตัดตอนเกือบ ๓,๐๐๐ ศพ และรวมถึงทนายสมชาย นีละไพจิตร ซึ่งถูกอุ้มที่หน้ามหาวิทยาลัยรามคําแหงใกล้ ๆ กับ ส.น. หัวหมาก ท่านประธานครับ ทนายมุสลิมท่านนี้ถูกอุ้มก็เพราะเรื่อง ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ และ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ก็รู้เห็นเป็นใจ ซึ่งได้บอกในขณะนั้น ด้วยว่าทนายสมชายไปเที่ยว ไปหาภรรยาน้อย
ท่านครับ พันตํารวจโท ทักษิณ ก็รู้เห็นเป็นใจ ใส่ร้ายครับ ท่านถอนเถอะครับ
ขอบคุณท่านประธานที่กรุณาเปิดไมโครโฟน (Microphone) ท่านประธานครับ ที่ผมกล่าวเช่นนั้นเพราะท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ
ท่านถอนเถอะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมพูดว่า ทักษิณรู้เห็นเป็นใจ
ท่านถอนครับ ถอนเถอะ จะได้อภิปรายต่อ
ท่านให้ถอนตรงไหนครับ กรุณาบอกผมครับ
ผมบอกแล้วครับ พันตํารวจโท ทักษิณ รู้เห็นเป็นใจ ตรงนั้นถอนเสีย
ครับ ท่านประธานพูดแล้ว ผมก็ถอนครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมกราบขอบคุณ ท่านประธาน และคนที่มีอํานาจอย่าได้กรุณาเหลิงอํานาจ อย่าได้กรุณาเมาในอํานาจ และกรุณาอย่าบ้าอํานาจ ท่านประธานครับ เพราะอะไรครับ เพราะคนเราเกิดมาอายุไม่เกิน ๑๐๐ ปีก็ตาย แต่เมื่ออาสามาทํางานให้พี่น้องประชาชนก็ควรที่จะทํางานให้พี่น้องประชาชน แบบตรงไปตรงมา ใครรับเงินใครก็พูดให้คนนั้น ใครรับเงินใครก็ทําให้คนนั้น ท่านประธานครับ ผมกินเงินเดือนจากภาษีอากรพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ผมทํางานให้พี่น้องทั้งประเทศ นับประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง ท่านประธานที่เคารพ เมื่อปัญหาเกิดขึ้นและสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้สรุปเอาไว้ ผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานต่อไปว่าวิสัยทัศน์หรือพันธกิจ หรือสิ่งต่าง ๆ นา ๆ ที่ท่านเขียนเอาไว้นี้ อ่านแล้วเหมือนกับเรียงความ แต่ท่านทราบหรือไม่ มันดูสวยหรู แต่ท่านเขียนขึ้นบนหยาดน้ําตาของพี่น้องประชาชนทั้งพุทธและมุสลิม ท่านเขียนขึ้นบนหยาดเลือด บนรอยเลือด บนซากศพของประชาชน ท่านประธานครับ ในหน้าที่ ๗ ท่าน สมช. ท่านบอกว่าจะยึดมั่นแนวทางสันติวิธี ท่านประธานครับ ขอให้เป็นจริงเถอะครับ เพราะเมื่อท่านพิจารณาแต่งตั้งบุคคลลงไปรับผิดชอบนั้นก็เป็น นายตํารวจที่ซึ่งมีชื่อเสียงในทางที่ไม่ดีนัก และมีชื่อเสียงไปในทางที่ติดลบกับพี่น้องประชาชน แล้วจะให้พี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เชื่อถือได้อย่างไร ท่านประธานครับ ผมสงสารบรรดาผู้กอง ผู้หมวด เด็กหนุ่มทั้งหลายที่อาสาไปปกปักษ์รักษาอธิปไตยของชาติ เป็นฐานที่มั่น เป็นฐานกองร้อยแต่ละกองร้อยใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ คนเหล่านี้เป็นคนหนุ่ม ยศร้อยโท ร้อยเอก เป็นคนหนุ่มครับ ตั้งใจต่อสู้ ตั้งใจทํางาน เพื่อรักษาชาติ และแม้กระทั่งชีวิตก็สละได้เพื่อแผ่นดินนี้ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นคนใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ แต่ท่านประธานครับ กี่ศพแล้วครับ ศพแล้วศพเล่า หมวดหนุ่ม ๆ ผู้กองหนุ่ม ๆ ไปตายใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทิ้งให้บิดา มารดา ในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ต้องโศกาอาดูร ต้องร่ําไห้ เพราะจิตใจที่รักชาติ เพราะคิดว่าที่นั่นอย่างไรก็พูดจากันรู้เรื่อง แต่ท่านประธานครับ ปรากฏว่าพูดกันไม่รู้เรื่องครับ และมักจะล้อมฐาน บุกยึดฐานเสมอ ๆ ท่านประธานที่เคารพ ผมนั้นสมัยเป็นนักศึกษารามคําแหงก็มีเพื่อนในลักษณะนี้อยู่มาก พอสมควร ทั้งชายแดนและต่างประเทศ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานไปยังคนหนุ่มทั้งหลาย ที่ต้องการไปรักษาอธิปไตยของชาติใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าเราต้องศึกษากลยุทธ์ โดยเฉพาะกลยุทธ์ของเวียดกงในการขุดอุโมงค์ ขุดรู เพื่อที่จะต่อสู้กับฝ่ายตรงข้าม ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าในยุคหนึ่งใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เรามีกองกําลังที่เข้มแข็งมากในนามของพรรคคอมมิวนิสต์มาลายา พรรคคอมมิวนิสต์มาลายา เขตอิทธิพลของเขาปรากฏว่าพวกขบวนการแบ่งแยกดินแดนจะไม่เข้าไปแผ้วพานเลย แม้แต่นิดเดียว เพราะพรรคคอมมิวนิสต์มาลายานั้นมียุทธวิธีที่สามารถที่จะสู้รบกับ ขจก. หรือขบวนการแบ่งแยกดินแดนได้เป็นอย่างดี มีการขุดอุโมงค์ มีอุดมการณ์ และมีความเสียสละ ซึ่งผมก็เสียดายว่าปัจจุบันพรรคคอมมิวนิสต์มาลายานั้นได้วางอาวุธแล้วตามข้อตกลงกับ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ทําให้ประเทศมาเลเซียเบาใจเป็นอย่างยิ่ง แต่ถ้ากองกําลังนั้นยังมีอยู่ ก็สามารถยันขบวนการแบ่งแยกดินแดนในบริเวณดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ท่านประธานครับ ผมจึงอยากกราบเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบว่าบางครั้งเมื่อเราไปเซ็นสัญญา สงบศึกกับกองกําลังหนึ่ง ก็ปล่อยให้อีกกองกําลังหนึ่งขึ้นมามีอิทธิพลทดแทน และกองกําลัง ที่มีอิทธิพลทดแทนนั้นก็บั่นทอนต่ออํานาจอธิปไตยของชาติเรา ทําให้ความสูญเสียปรากฏ ขึ้นมาจนถึงวันนี้ จากนโยบายที่ใช้ความรุนแรงสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ท่านประธานครับ ผมจึงอยากจะเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่าถ้าท่านจะแก้ไขปัญหาจริง ๆ นั้น รัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ต้องไปใน ๓ จังหวัดภาคใต้ อย่าปล่อยให้ข้าราชการประจํา ข้าราชการที่รับผิดชอบ ปฏิบัติงานอย่างโดดเดี่ยว และที่สําคัญยิ่งอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยัง สมช. ว่า นอกจากภาระหน้าที่ของท่านในการจัดการดูแลเรื่อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ถูกโจมตีอยู่ในขณะนี้เป็นภาระสําคัญยิ่งกว่าพันธกิจอื่นใด ที่ท่านมี ผมพูดต่อหน้าท่านประธาน กราบเรียนไปยังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ สมช. ทุกท่านว่า ถ้าท่านยังปล่อยปละละเลยต่อปัญหานี้เราก็จะหาความสงบสุขได้ยาก ท่านประธานที่เคารพ ผมมีข้อแนะนําบางประการที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังสภาความมั่นคงแห่งชาติ และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ข้อเสนอแนะประการแรก ท่านประธานครับ เรื่องข้าราชการ ซึ่งผมได้ฟัง เพื่อน ส.ส. บางท่านก็ได้อภิปรายไปแล้ว ท่านประธานครับ มันไม่ใช่เพียงแต่ว่าใครจะไปก็ไป ใครจะปฏิบัติหน้าที่ก็ไป อย่างนั้นไม่ใช่ครับ ควรจะสมัครใจ มีจิตใจที่เสียสละ อาสาสมัคร อย่างเช่นนโยบายยุคหนึ่งของผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติที่ให้ตํารวจระดับสูงไปเป็นผู้กํากับ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นั่นเราก็ได้ตํารวจที่เสียสละลงไปอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างแท้จริง อย่าได้ข่มขืนจิตใจข้าราชการไม่ว่าหน่วยงานใดให้ไปปฏิบัติงานใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้โดยเด็ดขาด เพราะถ้าท่านไปลงโทษ ไปข่มขืนจิตใจให้ข้าราชการไม่ว่า กรม กองใดไปทํางาน ก็เท่ากับท่านผลักความทุกข์ไปให้พี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ ในขณะเดียวกันความในข้อนี้สําหรับข้าราชการที่อยู่ใน ทุ่งสังหารดังกล่าว ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านต้องอนุมัติให้ข้าราชการทุกกรม กอง ที่อยากจะย้ายออกมาให้ย้ายออกมาเถอะครับ พี่น้องข้าราชการครู พี่น้องฝ่ายปกครอง ปลัดอําเภอ นายอําเภอ พี่น้องทหาร ตํารวจ แต่สําหรับทหาร ตํารวจนั้นเป็นหน้าที่อยู่แล้ว แต่ถ้าใครไม่พร้อมก็ให้ออกมา
ท่านประธานครับ ข้อเสนอแนะข้อที่ ๒ ฝ่ายการเมืองโดยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องจริงใจ ต้องกล้าไปในพื้นที่ดังกล่าว ท่านจะขี้ขลาดท่านไม่ได้ครับ ถ้าท่านขี้ขลาด ท่านไม่ควรเป็นรัฐบาลครับ ท่านต้องกล้าลงไปใน ๓ จังหวัดภาคใต้ให้พี่น้องชาวมุสลิม ให้พี่น้องไทยพุทธ ไทยจีน รวมทั้งพี่น้องซาไกได้เห็นว่ารัฐบาลนั้นจริงใจไม่ได้พูดแต่ปาก หรือลอยหน้าลอยตาออกแต่โทรทัศน์
ข้อที่ ๓ ต้องแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างจริงจังครับ ท่านประธานทราบไหมครับ ลองกองที่ตําบลตันหยงมัสอร่อยที่สุดในโลก ถ้าท่านประธานได้รับประทานแม้แต่เมล็ดเดียว ท่านประธานจะจํารสชาติของลองกอง ตันหยงมัสไปได้ตลอดชีวิตครับ จึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังรัฐบาลว่ารับซื้อเถอะครับ พืชผลทางเศรษฐกิจทุกชนิดของพี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเฉพาะลองกอง ตั้งราคาประกันรับซื้อมาเลยครับ และรวมถึงยางพารา ไม่ใช่ให้พี่น้องชาวมุสลิมไปกรีดยาง แล้วไปเจอกับระเบิด ไปกรีดยางแล้วไปเจออาร์เคเค ไปกรีดยางแล้วไม่ได้กลับมาหาลูกเมีย ท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่เจ็บปวดและผมเชื่อว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านนี้ ที่ท่านนั่ง อยู่นี้ท่านรู้ซึ้งอยู่แก่ใจเป็นอย่างดีเพราะท่านนั้นเป็นทหารเก่าและเข้าใจว่าเป็นทหารที่มี คุณธรรมมากพอสมควร ท่านประธานครับ นอกจากนี้ที่ผมเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหา ทางเศรษฐกิจใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างจริงจังก็เพราะว่าถ้าพี่น้องประชาชนมีกําลังซื้อ มีเงินออม พี่น้องประชาชนก็สามารถที่จะอยู่ได้ด้วยตัวเองได้ แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่า ปรากฏว่า อบต. ที่บางท่านมาบอกว่าย่อมาจากอมเบี้ยตายายหรืออมทุกบาททุกสตางค์ อบต. องค์การบริหารส่วนตําบลครับท่านรองนายกรัฐมนตรี อบต. บางแห่งท่านประธานครับ เจ้าหน้าที่ข้าราชการบอกชัดเจนว่าเป็นของพวกเขาและงบประมาณที่ลงไปก็ไปทํานุบํารุง กองกําลังแบ่งแยกดินแดนในบาง อบต. ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ ตรงไปตรงมาครับ ผมไม่ได้ว่าทั้งหมด บาง อบต. แล้วท่านประธานทราบไหมครับท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังท่านต้องลงไปด้วย เพราะว่าขณะนี้มีการเก็บภาษีพี่น้องประชาชนที่ไปกรีดยาง มีการเก็บภาษีประชาชนจากร้านค้าที่ขายในตลาดต่าง ๆ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยอ้างว่าเป็นเงินภาษีเพื่อบํารุงกองกําลังแบ่งแยกดินแดน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นั่งอยู่ได้อย่างไร ปล่อยให้เก็บภาษีซ้ําซ้อนกับรัฐบาล ท่านประธานครับ ท่านประธานอีกท่านหนึ่ง ส่งสัญญาณว่าให้ผมควรจะหยุดพูดผมก็จะปฏิบัติตาม ท่านประธานครับ เพราะว่าผมเคารพมาก ท่านประธานท่านที่ ๓ เพราะท่านยุติธรรมและเป็นกลางอย่างแท้จริง
สุดท้ายข้อที่ ๔ ครับท่านประธาน ต้องฟังเสียงประชาชนในพื้นที่ครับ ไม่ว่า ท่านเป็นใครใหญ่มาจากไหนมีเงินเป็นหมื่นล้านบาทหรือมีอํานาจซื้อใครต่อใครก็ได้ ให้ใคร ไปเซ็นใบลาออก ส.ส. ล่วงหน้าก็ได้ ท่านไม่มีอิทธิพลต่อพี่น้องประชาชนหรอกครับ ท่านต้องฟังเสียงประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพ ต้องฟังเสียง พี่น้องมุสลิม ฟังเสียงพี่น้องไทยพุทธที่ปวดร้าวต้องอพยพหนีมาจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และฟังเสียงพี่น้องซาไก
ท่านประธานครับ สุดท้ายคือข้อที่ ๕ ผมเสนอแนะท่านเจ้าหน้าที่ระดับสูง และรัฐบาลรวม ๕ ข้อ แต่สุดท้ายก็คือเหนือสิ่งอื่นใดครับท่านประธาน คือเหนือศีรษะของ ท่านประธานต้องยึดในพระราชดํารัสขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา รวมทั้งหลักเศรษฐกิจพอเพียง แต่ท่านประธานครับ เข้าใจเข้าถึงพัฒนา เข้าถึง รัฐมนตรี โดยเฉพาะรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงยังไม่กล้าไปใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงคือใคร ไม่ใช่ท่านที่นั่งอยู่ในตรงนี้ แต่ก็ไม่ทราบว่าไปอ่าน กฎหมายรู้ ดูกฎหมายเป็นที่ไหน แต่ไม่กล้าไป ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เสียชื่อคนฝั่งธนบุรี จริง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมได้กราบเรียนมาทั้งหมดเพื่อที่จะบอกท่านประธานว่า ปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือที่รัฐบาลบอกว่าเป็น ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เป็นปัญหาที่สําคัญยิ่ง และถ้าเราไม่ปรึกษาหารือกันอย่างจริงจัง ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ ท่านอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านนัจมุดดีน อูมา ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม เป็นรุ่นพี่ผมที่รามคําแหง ท่านนัจมุดดีน อูมา รู้ปัญหานี้ดีครับ ท่านอดีต ส.ส. อารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ รู้ปัญหานี้ดีครับ ท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ รู้ปัญหานี้ดีครับ และข้าราชการระดับสูง ในอดีตของประเทศเราหลายคนก็รู้กฎหมายดี ท่านประธานครับ รัฐบาลสัญญาได้ไหมครับว่า จะไม่มีการอุ้ม หมายถึงอุ้มพี่น้องประชาชนไปอุ้มฆ่าเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ท่านสัญญา ได้ไหมครับว่าจะไม่ใช้วิธีการวิสามัญฆาตกรรมใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือในทุก จังหวัดทั้ง ๗๗ จังหวัดทั่วประเทศไทย ท่านประธานครับ สัญญาได้ไหมครับว่ารัฐบาลจะไม่ใช้ วิธีการที่โหดร้ายและโหดเหี้ยมเหมือนกับที่เกิดขึ้นในอดีต
ท่านวัชระ มีผู้ประท้วงแล้วครับ เชิญ จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมขอประท้วงสมาชิกผู้อภิปรายกระทําผิดกฎข้อบังคับ ข้อ ๖๑ อภิปรายวกวน ฟุ่มเฟือยวนเวียนซ้ําซากใส่ร้ายบุคคลอื่นโดยไม่จําเป็น และที่สําคัญที่สุดเหมือนเป็นการพูดว่า รัฐบาลชุดนี้เคยปฏิบัติหน้าที่เป็นรัฐบาลชุดที่แล้วและไปอุ้มฆ่าอย่างนั้น มันเสียหายท่านประธาน
พอแล้วครับ ผมวินิจฉัย ท่านวัชระจะจบแล้วใช่ไหมครับ เมื่อสักครู่นี้รับปากผม ท่าน ๓๐ กว่านาทีแล้ว ผมจับเวลาท่าน เพราะยังมีผู้รออภิปรายประมาณ ๒๐ กว่าท่าน ท่านสรุปได้แล้วครับ พอแล้วครับ
กราบขอบพระคุณท่านประธาน ผู้มีความยุติธรรมอย่างยิ่ง นั่นก็หมายความว่าการประท้วงของเพื่อนสมาชิกนั้นเป็นอันตกไป กราบเรียนท่านประธานนะครับว่าปัญหานี้สําคัญจริง ๆ ถ้าผมเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อผมไม่ลุกขึ้น อภิปรายต่อปัญหานี้ ผมก็ไม่ควรจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกต่อไป ท่านประธานครับ ผมพูดแทนหัวอกของพี่น้องชาวมุสลิม อัสสลามมุอาลัยกุม ผมพูดแทนหัวอกของพี่น้อง ชาวไทยพุทธที่สวดมนต์ทุกเช้า นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต แต่ท่านประธานครับ พี่น้อง นั่งละหมาดในมัสยิดถูกยิงตายอย่างโหดเหี้ยม มีที่ไหนครับฆ่ากันในมัสยิด ปัญหานี้ที่จริง ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีกต่อไป ผมจึงเรียกร้องต่อรัฐบาล โดยเฉพาะท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านนี้ ได้โปรดลุกขึ้นสัญญากับสภาผู้แทนราษฎรว่าจะไม่มีวิธีการดังที่ผมกล่าวมาแล้วอีก ท่านประธานครับ พูดก็พูดเถอะครับ ภาคใต้ของเราเป็นแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองและมั่งคั่ง ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ กราบเรียนท่านประธานนิดเดียวครับ แม้กระทั่งบุตรชายของ ประมุขแห่งรัฐในประเทศมาเลเซียยังข้ามมาเที่ยวที่หาดใหญ่ และล่าสุดข้ามไปเที่ยวถึงเกาะพีพี ที่จังหวัดกระบี่ เรามีทรัพยากรที่ไม่มีประเทศอื่นใดมี จึงควรพัฒนาให้ล้ําค่าที่สุด ผมนั้นเคารพท่านประธานและเมื่อได้สัญญากับท่านประธานเอาไว้แล้วผมก็ขอยุติ การอภิปราย และกราบเรียนท่านประธานว่าสํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาตินอกจาก มานําเสนอแผนนโยบายบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ท่านต้องกลับไปคิดว่า จะปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไร ขอขอบคุณ
คืออย่างนี้ครับ ท่านสมาชิกครับ เหลือผู้อภิปรายประมาณ ๒๐ ท่านได้นะครับ ถ้าให้เวลาคนละ ๒๐ นาที จะใช้เวลาอยู่ประมาณเที่ยงคืน เพราะฉะนั้นก็ขอฝั่งรัฐบาลก่อน กรุณาสัก ๑๐ นาที และทางฝั่งโน้นที่มีปัญหาก็จะพิจารณาเป็นรายบุคคลไป ท่านเจะอามิงผมให้ท่านพิเศษอยู่แล้ว ผมรู้แล้วครับ ท่านนั่งลงครับ ท่านประเสริฐด้วยครับ ท่านอันวาร์ สาและ ผมรู้แล้วท่านพิเศษ ก็ขอแล้ว ผมขอทางฝั่งรัฐบาล ๑๐ นาที ท่านประเสริฐใจเย็น ๆ เชิญท่านสมคิดครับ ท่านสมคิดต่อเลยครับ ท่านสมคิดให้ท่านประเสริฐหารือก่อนครับ เชิญแป๊บเดียวครับ
พี่สมคิดขอหารือหน่อยนะครับ
ท่านสมคิด เดี๋ยวนะครับ ของท่านสัมภาษณ์ก่อน ผิด ท่านนั่งลงก่อนครับ เชิญครับ ท่านประเสริฐ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็ถือรายชื่ออยู่นะครับ ที่มีท่านสมาชิกไปแจ้งความจํานงไว้นะครับ ของซีกฝ่ายค้านก็ ๒๐ กว่าท่าน ซีกรัฐบาลก็ร่วม ๆ ๒๐ ท่าน ทีนี้ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจําเป็น เป็นเรื่องสําคัญ เพราะว่าโอกาสที่เราจะได้มีเวลามาพิจารณาอย่างนี้ไม่มี มีครั้งนี้ เป็นครั้งแรกนะครับ แล้วจริง ๆ ก็เป็นประโยชน์กับรัฐบาลครับ ที่จะต้องร่วมกันพิจารณา ผมคิดว่าวันนี้เราควรกําหนดถ้ามันไม่จบก็เอาเท่าระดับเวลาหนึ่งแล้วต่อพรุ่งนี้ก็ได้ครับ เมื่อวานนี้เราก็เหนื่อยกันมามากแล้วครับ ผมคิดว่าถ้าได้เวลาสัก ๒ ทุ่ม แล้วเราก็จบ แล้วพรุ่งนี้ก็ดําเนินการต่อหลังกระทู้ถามให้มันจบ ผมว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายครับ
ก็มี เหตุผลเดี๋ยวให้วิปทั้ง ๒ ฝ่ายตกลงกันก็แล้วกันนะครับ ก็เอาอย่างนี้ที่อภิปรายผ่านมานี้ ก็เป็นไปด้วยดีทั้ง ๒ ฝ่าย ทางซีกฝ่ายค้านก็ให้ความร่วมมือดี ทางรัฐบาลก็ดีนะครับ ผ่านมาก็ให้คําแนะนําแต่ว่าไม่มีใครพยายามไม่พูดไปกระทบกระเทียบกับฝ่ายตรงข้าม เชิญท่านสัมภาษณ์ก่อน เชิญครับ
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม สัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขออภิปรายนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้นําเสนอต่อสภา ในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสถานการณ์ความรุนแรง ในภาคใต้ ผมเองนั้นติดตามข่าวสารมาตลอด แล้วก็ไม่เคยคิดที่จะโทษว่าใครเป็นคนสร้างปัญหา แต่พยายามครับว่าปัญหามันเกิดขึ้นจากอะไร สาเหตุที่ผมอยากจะรู้ว่าปัญหาเกิดขึ้นจากอะไรนั้น เนื่องจากว่าผมเองเคยมีโอกาสไปเที่ยวทาง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี ผมเองเสียดายครับ โอกาสทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะจังหวัดยะลานั้น เป็นจังหวัดที่มีผังเมืองสวยงามได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดที่มีความสะอาด ความสงบเรียบร้อย แต่วันนี้ภาพเหตุการณ์ความรุนแรงทําให้ชื่อเสียงของจังหวัดยะลานั้นเลือนรางหายไป สถานที่ท่องเที่ยวอย่างอําเภอเบตงแทนที่จะเป็นนักท่องเที่ยวจากยุโรป วันนี้ได้รับนักท่องเที่ยว จากประเทศมาเลเซียเท่านั้น เพราะอะไรครับ เพราะสถานการณ์ความรุนแรงที่ทาง ต่างประเทศได้ยินนั้นทําให้คนไม่อยากจะมาเที่ยว ผมเองจึงหาข้อมูลครับ ถามเพื่อน ๆ ที่เคยไปทํางาน เคยไปอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าจริง ๆ แล้วสาเหตุเกิดจากอะไร หลายคนก็แสดงความคิดเห็นเหมือนกันบ้าง ต่างกันบ้าง แต่พอจะสรุปได้ว่าหลังจากที่ทาง รัฐบาลจะมี พ.ร.บ. ออกมา แล้วให้ทาง สมช. ไปศึกษาปัญหา มันก็ไม่ต่างครับ ส่วนหนึ่งก็มีจากข้าราชการที่ไปปฏิบัติหน้าที่ให้ความไม่ไว้วางใจกับพี่น้องประชาชน หลายส่วนก็บอกว่าพี่น้องประชาชนได้รับความไม่เป็นธรรม หลายคนก็บอกว่าเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรมมันต่างกันแล้วทําให้มีผลกระทบจากความเป็นอยู่ของพี่น้องใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ผมเองครับได้คุยกับพี่น้องที่รู้จักกันและเป็นข้าราชการที่ไปทํางานที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ หลายคนก็เป็นตํารวจ หลายคนก็เป็นฝ่ายปกครอง หลายคนก็เป็นทหาร ๓ ส่วนนี้จะจริงเท็จผมเชื่อว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ที่นี่ก็มีประสบการณ์ ความเป็นเอกภาพในการแก้ปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนหนึ่งคือฝ่ายปกครอง ฝ่ายปกครองก็มีข้อมูลอย่างหนึ่ง ฝ่ายตํารวจก็มีข้อมูลอย่างหนึ่ง ฝ่ายทหารก็มีข้อมูลอีกอย่างหนึ่ง ๓ ข้อมูลตรงนี้ล่ะครับมีคนแสดงความคิดเห็นว่าต่างคนต่างปิดบังข้อมูล กลัวว่าใครเอา ผลงานไปแล้วจะได้หน้า ก็เลยแข่งกันทําผลงานต่างคนต่างทํา การบรรลุผลสําเร็จในการ แก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ไม่เกิดขึ้น ก็มีครับในอดีตตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ปัญหา ก็เกิดขึ้น แต่หลังจากปี พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นต้นมา ความรุนแรงมันอาจจะเป็นช่วงของกาลเวลา ที่มันหมักหมมมานานแล้วมาปะทุขึ้น ก็เป็นช่วงเวลาที่นโยบายของรัฐบาลต้องการจะพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ภาพของการใช้การทหารนําการเมืองให้เป็นการเมืองนําการทหาร เพื่อที่จะให้ภาคใต้นั้นพัฒนาเท่าเทียมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ให้เศรษฐกิจดีขึ้น แต่ปัญหา ความรุนแรงมาปะทุขึ้น ณ เวลานั้น ผมเชื่อว่ารัฐบาลเองก็ต้องการที่จะแก้ปัญหาในตอนนั้น วันนั้นครับผมจําได้ต้องขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ท่านเป็น ผบ.ทบ. ผบ.ทบ. ครับท่านก็บอกว่าท่านไม่มีอํานาจเต็มในการบริหารจัดการโดยเฉพาะ ในเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณก็ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้อย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายครับ ในหลังจากรัฐบาลนั้นก็เป็นรัฐบาลที่มาจาก คมช. ท่านก็มีอํานาจเต็มในการบริหารจัดการ งบประมาณตลอดจนมาถึงท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่เป็นนายกรัฐมนตรี นโยบายของ ท่าน พลเอก สุรยุทธ์ ก็พร้อมที่จะไปเจรจากับผู้นําก่อการร้ายตรงไหนขอให้บอก ขอให้นัด ถ้าพูดเป็นภาษาชาวบ้านได้ ถ้าปูผ้าขาวได้ก็จะปู แต่ปัญหาก็ไม่ได้คลี่คลาย ก็ต่อเนื่องมาเลยครับ จนมาถึงรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมก็เชื่อครับคนที่เป็นนายกรัฐมนตรี ใคร ๆ ก็อยากจะแก้ปัญหา ใคร ๆ ก็อยากจะได้คะแนน ใคร ๆ ก็อยากจะสร้างชื่อเสียง แต่สุดท้ายครับโทษกันไปโทษกันมา ปัญหาก็แก้ไม่ได้ แก้ไม่ได้ก็นี่อย่างไรครับ ท่านก็คิดว่า ปัญหาที่ท่านแก้ไม่ได้เพราะอํานาจในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย ท่านก็เลยออก พ.ร.บ. นี้ มาอย่างไรครับ พอออก พ.ร.บ. นี้มาก็มาให้ทาง สมช. ไปศึกษาหาข้อมูลมาว่าปัญหาทั้งหมด ทั้งสิ้นนั้นมันมีอะไรบ้าง สมช. ก็สรุปได้ว่าเป็นรูปเล่มนี้ครับ ได้มาเป็นรูปเล่มนี้ก็เสนอ ต่อรัฐบาล คณะรัฐมนตรีก็นํามาเสนอต่อสภาแห่งนี้ นี่ครับก็คือที่มาที่ไป ผมเองก็ต้องบอกว่า สรุปแล้ว ไปศึกษามาแล้ว สรุปแล้วดีไหม ใช่ไหม ผมเองบอกว่าถ้าปัญหาที่ท่านสรุปมา สามารถนําไปปฏิบัติแล้วเป็นรูปธรรมจริง ผมเชื่อว่าปัญหาจะคลี่คลายไป แต่ปัญหานี้ไม่ใช่ ปัญหาใหม่ครับเป็นปัญหาที่ไปถามตรงไหน ไปพูดตรงไหนก็ได้คําตอบที่เหมือนกัน ผมเอง ก็คาดหวังครับว่าวันนี้ถ้าเรามัวกล่าวหากันว่ารัฐบาลโน้นผิดพลาด รัฐบาลนี้ผิดพลาด เราไม่มี ทางแก้ปัญหาอะไรได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราจะแก้ปัญหาได้โดยเฉพาะวันนี้เพื่อนสมาชิกที่เป็น ผู้แทนราษฎรใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเชื่อว่าท่านเองนั้นก็ลําบากใจ อึดอัดใจ เพราะคนที่เป็นผู้แทนราษฎรนั้นไม่มีใครอยากเห็นความตกทุกข์ได้ยากของพี่น้องประชาชน ทุกคนอาสามาเพื่อที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน แต่วันนี้ปัญหาในภาคใต้นั้นก็ยังไม่ดีขึ้น ผมเองจึงขอนะครับว่าถ้าเรามีความรู้สึกเฉกเช่น คนไทยทั้งประเทศ ร่วมกันนะครับ อย่ากล่าวร้ายป้ายสี อย่าใช้วาทศิลป์ อย่าใช้วิวาทะ กล่าวโจมตีรัฐบาลโน้นผิดพลาด รัฐบาลนี้ผิดพลาด เป็นเพราะคําพูดว่าโจรกระจอกแล้วทําให้ สถานการณ์รุนแรงขึ้น ผมถามว่าจะใช้คําพูดอะไรครับท่านประธาน ที่จะให้ความสงบ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมันดีขึ้น ทั้งหมดทั้งสิ้นนั้นพอจะสรุปได้ว่า ปัญหาไม่ได้เกิดมา จากใครใช้คําพูดว่าอะไร ปัญหาก็มาจากที่ท่าน สมช. ได้ไปศึกษามานี่นะครับ ในข้อมูลที่ท่าน สมช. ได้ศึกษามานี่ไม่มีประโยคไหนครับที่สรุปว่าความรุนแรงเกิดขึ้นจากคําพูดว่า โจรกระจอก นี่คือหลักฐานชัดเจนครับว่าปัญหาทั้งหมดทั้งสิ้นนั้นเป็นปัญหารากหญ้า หมักหมมมานาน วันนี้แนวทางการแก้ปัญหาก็ต้องกลับมาตรงนี้ ผมเองได้อ่านวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะวัตถุประสงค์ข้อที่ ๗ เป็นความตั้งใจของผู้ที่ไปศึกษานะครับว่าไปสรุปปัญหา มาแล้วมาเขียนเพื่อที่จะให้สังคมภายนอกประเทศให้การสนับสนุนและมีบทบาทเกื้อกูล ในการแก้ปัญหา วันนี้เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาครับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปเยือนประเทศมาเลเซีย ท่านนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ของประเทศมาเลเซียก็มีท่าทีที่สนับสนุนในการที่จะร่วมแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านให้ท่าทีมาที่พอจะสรุปได้เป็น ๕ ข้อ
ปัญหาข้อที่ ๑ ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาภายในประเทศ ของไทย ดังนั้นความพยายามแบ่งแยกดินแดนใด ๆ ย่อมเป็นที่ยอมรับไม่ได้
ปัญหาข้อที่ ๒ ท่านนายกรัฐมนตรีราจิบแห่งประเทศมาเลเซียท่านบอกว่า ให้การสนับสนุนปัญหาชายแดนภาคใต้ของไทยอย่างสันติ ไม่เห็นด้วยกับความรุนแรง ทุกรูปแบบ และประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เองต้องปฏิเสธการใช้ความรุนแรง และลัทธิสุดโต่งต่าง ๆ ด้วย
ปัญหาข้อที่ ๓ ต้องป้องกันและขจัดเงื่อนไขความขัดแย้งไม่ให้เกิดขึ้น
ปัญหาข้อที่ ๔ สนับสนุนให้ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย มีความจงรักภักดีและเคารพในสถาบันพระมหากษัตริย์
ปัญหาข้อที่ ๕ สนับสนุนให้รัฐบาลไทยเร่งรัดการพัฒนา โดยเฉพาะในด้าน การศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมให้มากขึ้น รวมทั้งให้คนไทยในพื้นที่มีส่วนร่วมในการ ตัดสินใจด้านเศรษฐกิจของตัวเอง
นี่คือท่าทีของนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศมาเลเซียครับท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอรบกวนเวลาอีกครึ่งนาทีครับว่า ผมเองนั้นก็เป็นคนไทยคนหนึ่งที่ต้องการจะเห็น ประเทศไทยของเรานั้น โดยเฉพาะใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเชื่อว่าไม่ว่าใครจะมาเป็น นายกรัฐมนตรี มาเป็นผู้นําของประเทศไทย ไม่ว่าในรัฐบาลใดรัฐบาลไหน ทั้งในอดีต และปัจจุบัน ปรารถนาให้จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่อย่างสงบเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชน ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ใช้ชีวิตอย่างปกติสุขเฉกเช่นจังหวัดอื่น ๆ ในประเทศนี้ ผมจึงไม่อยากให้ใครมาโจมตีใคร วันนี้เราต้องร่วมกันสมานฉันท์เพื่อให้พี่น้องชาวภาคใต้ อยู่อย่างมีความสุข ขอบคุณครับท่านประธาน
ให้หารือ แป๊บหนึ่ง หมอชลน่าน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน ต้องขออนุญาต ท่านประธานกรณีเพื่อนสมาชิกได้หารือเรื่องของการอภิปรายแล้วก็เวลาที่จะอภิปรายนะครับ เท่าที่ผมได้ตรวจสอบดูรายชื่อเพื่อนสมาชิกที่ได้ให้ความสนใจขณะนี้เหลืออยู่ทั้งหมด ๒๑ ท่าน ก็ถือว่าเพื่อนสมาชิกได้ให้ความสนใจเป็นอย่างมากนะครับ สําหรับการอภิปราย เรื่องนี้ซึ่งเป็นเรื่องสําคัญครับ เป็นนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามแผนที่นําเสนอต่อสภา ผมขออนุญาตท่านประธานครับ เท่าที่ปรึกษาหารือกัน วันนี้ก็เปิด โอกาสให้เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปโดยประมาณก็ใกล้เวลา ๒๑.๐๐ นาฬิกา ขึ้นกับ ดุลยพินิจของท่านประธานที่จะปิดการประชุมแล้วก็พรุ่งนี้ค่อยมาต่อในเวลาที่เหลือนะครับ ก็จะได้ไปส่วนหนึ่งในเวลาที่ท่านประธานกําหนดโดยประมาณ สําหรับเพื่อนสมาชิกบางท่าน ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท่านประธาน ขออนุญาตเป็นอย่างนี้ครับ ผมได้ปรึกษาหารือกับ ท่านประธานวิป ท่านอุดมเดช รัตนเสถียร แล้วก็ทางพรรคเพื่อไทยไม่ได้ขัดข้องที่จะต่อพรุ่งนี้ครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญท่าน เจะอามิงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตท่านประธานขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายการบริหารและการพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ ซึ่งเป็นนโยบายระดับชาติที่จัดทําขึ้น ตามพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๓ ในมาตรา ๔ ที่กําหนดให้สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติทํานโยบายเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบ และวันนี้คณะรัฐมนตรีก็ให้ความเห็นชอบนําเสนอต่อสภาเพื่อทราบ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่จะลงในเนื้อหาในการอภิปรายถึงปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมขออนุญาตเรียนกับเพื่อนสมาชิกและท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายว่ากฎหมายศูนย์อํานวยการ บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดขึ้นภายใต้ในการกํากับดูแลของรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มีการประกาศใช้เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๕๔ นั่นแสดงให้เห็นว่าผลิตผลและความตั้งใจ ของรัฐบาลภายใต้การนําของท่านอภิสิทธิ์ในสมัยนั้น มีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้อย่างชัดเจน และเนื้อหาสาระของกฎหมายก็ได้มีบรรจุไว้อย่างชัดเจน ไว้ในเนื้อหาเพื่อให้เป็นไปตามวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน สาระสําคัญ ของกฎหมายในขณะนั้นเรามีการพูดถึงว่าศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถูกยุบลงตอนที่รัฐบาลของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เป็นรัฐบาล เป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล ในขณะนั้น การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในขณะนั้นมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้ขาดคนดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะศูนย์อํานวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้ในขณะนั้นมีการพูดกันเปรย ๆ ว่าเป็นยักษ์ไม่มีกระบอง เพราะอํานาจในขณะนั้นไม่ได้ให้กับศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. เลย มีการพูดคุยในสภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาลก็นําไปพิจารณาจนมีการยื่นญัตติ เพื่อออกกฎหมายเรื่องนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ การทํากฎหมาย ศอ.บต. ก็มี การพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครับ มีทั้งพรรคฝ่ายค้านและรัฐบาลในขณะนั้น มาร่วมกันดูแลเรื่องกฎหมายศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งมีความพิเศษ ที่จะต้องไปกํากับดูแลจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นการเฉพาะ ในเนื้อหาสาระของกฎหมาย ศอ.บต. ท่านประธานคงจะได้แลเห็นแล้วว่าการให้อํานาจนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี มากํากับดูแลเป็นการเฉพาะ ผู้อํานวยการ ศอ.บต. เดิมทีมาเป็นเลขาธิการ ศอ.บต. โดยมี การบูรณาการราชการซึ่งอยู่ภายใต้การนําของ ศอ.บต. ใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อยู่ภายใต้กฎหมาย ศอ.บต. ความพิเศษของมันอย่างไรครับ ความพิเศษก็คือว่านี่คือเป็น ผลิตผลมาจากกฎหมายของ ศอ.บต. ที่ออกในรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์สมัยที่พรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาลและนําเสนอต่อสภาเพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ เพราะปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกคนถือว่าเป็นปัญหาระดับชาติ ทุกคนให้ความสําคัญ ดังนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนในสภาผู้แทนราษฎรนี้ สามารถที่จะวิพากษ์วิจารณ์และแสดงข้อคิดเห็นเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขให้ชัดเจน สาระสําคัญอีกประเด็นหนึ่งในกฎหมาย ศอ.บต. ต้องยอมรับว่าในการจะต้องไปคิดกรอบ ในการแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองก็สามารถที่จะนําแก้ไขปัญหาภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายอยู่แล้ว แม้กระทั่งการเรียนให้เป็นไปตามวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนก็มีการบรรจุไว้ในกฎหมาย ศอ.บต. แม้กระทั่งในการจัดสรรงบประมาณก็ไปคิดเอง ทําเอง โดยพาในการทําประชาคม ในจังหวัดชายแดนภาคใต้และนําเสนอต่อเลขาธิการ ศอ.บต. ให้สภา ศอ.บต. เสนอต่อ เลขาธิการสภา ศอ.บต. นําเสนอต่อรัฐมนตรีและนําเสนอต่อนายกรัฐมนตรีเป็นการลัด ขั้นตอนจะได้เร็วขึ้น แม้กระทั่งข้าราชการซึ่งเป็นกลไกของรัฐ ซึ่งไปทําปัญหากับพี่น้อง ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มีบัญญัติไว้ในกฎหมายอย่างชัดเจนว่าหากมีเจ้าหน้าที่หรือกลไก ของรัฐไปมีปัญหากับพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนสามารถที่จะร้องเรียนไปถึง ศอ.บต. ซึ่งตั้งแต่การใช้กฎหมาย ศอ.บต. ผมจําความได้ว่าวันที่ ๓ ธันวาคมมาถึงวันนี้นะครับ มีเจ้าหน้าที่และกลไกของรัฐที่ไปทําผิดพลาดกับพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จนมีการร้องเรียนถึงศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการไปตรวจสอบแล้ว ข้อมูลเป็นจริงตามข้อร้องเรียน ก็ใช้อํานาจของกฎหมาย ศอ.บต. นี้ครับ ย้ายกลไกของรัฐ ซึ่งมีปัญหากับพี่น้องประชาชนออกจากพื้นที่ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้แลเห็นว่า ในขณะที่รัฐบาลของท่านยิ่งลักษณ์มาเป็นนายกรัฐมนตรีและมาเป็นรัฐบาลนั้นกําลังจะ สร้างปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดขึ้นอีกครับ สิ่งที่สําคัญก็คือในการบูรณาการ ในการทํางานของรัฐบาล วันนี้ถ้าดูแนวทางในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลภายใต้การนําของ ท่านยิ่งลักษณ์เสมือนหนึ่งว่าปลายอุโมงค์ไม่มีแสงสว่างได้แลเห็นเลยครับ สิ่งที่ผมจะ ยกตัวอย่างวันนี้ว่ารัฐบาลของท่านยิ่งลักษณ์กําลังผิดพลาดในนโยบายอีกครั้งหนึ่งและไม่ยอม ทําตามกฎหมายศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีการออกหนังสือ ในวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ผมจะขอรวบรัดในสมัยที่ พลตํารวจเอก โกวิท เป็นรองนายกรัฐมนตรีซึ่งดูแลฝ่ายความมั่นคง เนื้อหาสาระมันอยู่ตรงนี้ครับท่านประธานว่า ความผิดพลาดของรัฐบาลของท่านยิ่งลักษณ์กําลังจะผิดพลาด ข้อ ๒.๑.๒ ให้มีการจัดตั้ง คณะกรรมการบูรณาการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เรียกว่า กบ.ชต. เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการบูรณาการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งปวง ในระดับพื้นที่และมีผู้อํานวยการ ผอ.รมน. ภาค ๔ แม่ทัพภาค ๔ เป็นประธานกรรมการ และมีผู้ว่าราชการจังหวัด ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้และผู้แทน ศอ.บต. เป็นประธาน คณะกรรมการ โดยจัดตั้งศูนย์บูรณาการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ทําหน้าที่เป็น สํานักงาน ที่สําคัญที่สุดในเนื้อหาสาระผมขออนุญาตไปวรรคท้ายเลยครับท่านประธาน ผู้อํานวยการ ผอ.รมน. ภาค ๔ แม่ทัพภาค ๔ ในฐานะประธาน กบ.ชต. จะเป็นผู้รับผิดชอบ หลักทําหน้าที่บูรณาการการทํางานของหน่วยงานเกี่ยวข้องกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ แทนเลขาธิการ ศอ.บต. ท่านประธานครับ อย่างนี้ผมถือว่ามันมีความผิดพลาดหรืออาจจะ เป็นเพราะว่ากฎหมาย ศอ.บต. เป็นกฎหมายที่ออกในรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลในขณะนั้น รัฐบาลภายใต้การนําของท่านยิ่งลักษณ์มาเป็นรัฐบาลแล้วไม่ยอมรับ มีการประกาศ ใช้กฎหมายอย่างชัดเจนว่า การดําเนินการ การดูแลปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกหน่วยงาน ทุกกรม กอง ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเงื่อนไขเดียวกัน แต่วันนี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทําผิดพลาด โดยให้ กอ.รมน. เป็นผู้กํากับดูแล เท่ากับไม่ยอมรับกฎหมาย ศอ.บต. ท่านประธานครับ วันนี้เนื้อหาทั้งหลายทั้งปวง วันนี้ที่มีปัญหาและเงื่อนไขประเด็นหนึ่ง ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มันเกิดจากนโยบายของรัฐบาลด้วยจริง ๆ วันนี้ถ้าจะ วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของท่านยิ่งลักษณ์วันนี้ ถ้าจะบอกว่าติดกระดุมผิดจะพูดอย่างนั้น ก็คงไม่ได้ เพราะวันนี้ท่านยังไม่ได้ติดกระดุมสักเม็ดเลย ท่านใส่เสื้อแล้วยังไม่ติดกระดุม สักเม็ดเลย ยังไม่ได้มีกรอบความคิดกับแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เป็นที่อุ่นใจของพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้เลย วันนี้ผมอยากจะเรียกร้อง นายกรัฐมนตรีที่บอกว่าบริหารเก่งนักเก่งหนา มารับฟังปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้านความมั่นคง ซึ่งท่านเป็นประธาน กอ.รมน. อยู่ ท่านมานั่งมารับฟังหน่อยครับ สิ่งที่สําคัญ ที่สุดที่ผมจะต้องบอกต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่าแนวกรอบความคิดของการบริหารงาน ภายใต้การนําของท่านอภิสิทธิ์ ณ วันนั้นคือว่าการเมืองนําการทหารบวกด้วยการพัฒนา แต่ภายใต้การนําของรัฐบาลของท่านยิ่งลักษณ์ ณ วันนี้คือการที่จะเอาการทหารนําการเมือง เพราะปัญหามันเคยเกิดขึ้นในอดีตอย่างไรครับ วันนี้ถึงไม่แปลกใจว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนหนึ่งมันเกิดจากปัญหาซึ่งเป็นปัญหาหัวใจของมันอย่างชัดเจน สาเหตุของปัญหาที่เกิด จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาที่มันกดหนักจริง ๆ ณ วันนี้ คือความเป็นธรรม และความอยุติธรรม ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไปกระทํากับพี่น้องประชาชนก็ยังมีการกระทําอยู่ ซึ่งเกิดจากกลไกของรัฐบางส่วน ไม่ใช่ทั้งหมดนะครับ ปัญหาใจกลางของปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้เราต้องยอมรับว่าหัวใจของปัญหามันก็คือว่า มีกลุ่มที่มีเป้าหมาย อย่างชัดเจนต้องการแยกดินแดนมีจริง ๆ เราต้องยอมรับตรงนี้ แต่ว่าการเขียน ในเอกสารรายงานของนโยบายบริหารการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้มีเขียน อย่างชัดเจน ที่ผมจะต้องพูดอย่างชัดเจนอย่างนี้เพราะว่าถ้าเราไม่รู้ถึงปัญหาอย่างชัดเจน เราก็จะนําไปสู่ในการแก้ไขปัญหาผิดพลาดอีก และปัญหาที่ไม่สามารถจะดําเนินการ โดยรุกในการทํางานในการแก้ไขระดับนโยบายให้มีประสิทธิภาพประสิทธิผลอีกประเด็นหนึ่ง ก็คือเกิดข้อขัดแย้งระหว่างกลไกของรัฐด้วยกันเอง วันนี้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มันมีปัญหาก็คือกลไกของรัฐต่างคนต่างไม่ยอมรับในการที่จะทํางาน ต่างคนต่างชิง ต่างคนต่างนํา ต่างคนต่างอยากจะแสดงผลงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้กับแนวทางในการ แก้ไขปัญหา ต่างทิศต่างทาง ในที่สุดผลกระทบจากการแก้ไขปัญหาซึ่งไม่เป็นไปตามนโยบาย ตามกรอบกฎหมายที่ได้วางไว้ แล้วผลกระทบไปลงที่ไหนครับ มันไม่ได้ลงที่ระดับนโยบาย หรือรัฐมนตรีครับ ปัญหาทั้งหมดไปลงที่พี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาที่เกิดจากกลไกของรัฐผมอยากจะนําเรียนถึงท่านประธานผ่านไปถึงทาง สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติว่าวันนี้ท่านจะต้องมีการกําหนดอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ การที่จะต้องใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกันกับทุกคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าจะ เป็นการกระทําของเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือแม้กระทั่งพี่น้องประชาชนซึ่งมีการใช้อํานาจ เหนือกว่ากฎหมาย ทั้งหลายทั้งปวงต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ผมจะยกตัวอย่างว่า วันนี้ที่มันเกิดปัญหาที่รุนแรงขึ้น ท่านประธานต้องยอมรับนะครับว่า เกิดจากกลไกของรัฐ บางกลไกไปทําปัญหา อาทิเช่น ในกรณีการข่มขืนสตรีที่ระแว้ง อําเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ซึ่งเกิดปัญหาจากกลไกของรัฐ ในกรณีการจับกุมผู้ต้องสงสัย จับกุมไปไว้ในสถานที่ที่ควบคุม แล้วยังมีการกระทําในการ ละเมิดสิทธิมนุษยชนอยู่อีก ผมจะไม่ลงลึกว่าพื้นที่ใด แต่พื้นที่เหล่านี้ยังเกิดขึ้นจากกลไก ของรัฐบาลหน่วยงานเล็ก ๆ ยังมีปัญหาอยู่ แม้กระทั่งในกรณีประชาชนถูกยิง ๔ ศพ ที่ตําบลปุโละปุโย อําเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ก็เกิดจากกลไกของรัฐอย่างชัดเจน ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็น ๓ เงื่อนไขเล็ก ๆ ที่ผมพูดถึงนี่นะครับ ทําให้ฝ่ายตรงข้าม นําจับข้อผิดพลาดกลไกของรัฐนําไปขยายผลทําให้มีปัญหาเกิดขึ้น ทั้ง ๓ รายการที่ผมพูดถึงนี้ มันเกิดจากภายในรัฐบาลนี้ทั้งนั้นเลย และผมจะยกตัวอย่างในกรณี ๔ ศพที่อําเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ท่านลองไปสังเกตดูว่าวันนี้ถ้าไปดูสถิติที่เกิดปัญหาและความรุนแรงมากขึ้น วันนี้ ในสถานที่ที่ผมพูดถึง ที่อําเภอยะรังก็ดี ที่อําเภอหนองจิกก็ดี วันนี้หลังจากมีเหตุการณ์ เหล่านี้แล้ว เหตุการณ์ก่อเหตุความรุนแรงมีสถิติสูงขึ้น นั่นแสดงให้เห็นว่าในพื้นที่ที่มีปัญหา ตรงนั้น มันเกิดการเทค แอคชั่น (Take Action) จากฝ่ายตรงข้ามเพื่อต้องการแสดงให้เห็นว่า เขาสามารถที่จะทําร้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐได้หรือพี่น้องประชาชนได้ เลยทําให้เกิดเหตุการณ์ ที่รุนแรงขึ้น ๆ นี่คือตัวที่สร้างปัญหาเพิ่มเติมอีกประเด็นหนึ่งที่ไม่สามารถจะหยุดเงื่อนไขลงได้ วันนี้นโยบายของรัฐบาล ท่านจะต้องไปกํากับดูแลกลไกของรัฐให้มีสติและอย่ามีอารมณ์ ซึ่งไปใช้กับพี่น้องประชาชน ให้ยึดกฎหมายและสร้างความเป็นธรรม วันนี้ผมถาม ท่านประธานถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประเด็นครั้งแรก ตอนที่มีการยิง ๔ ศพ ที่ตําบลปุโละปุโย ผมตกใจครับ เห็นท่านรัฐมนตรีสัมภาษณ์ เวลาเกิดเหตุปั๊บสัมภาษณ์ อย่างชัดเจนเลยครับ ท่านบอกว่า ๔ ศพที่ถูกยิงหลังรถเป็นฝ่ายตรงข้าม ท่านประธานครับ วันนี้เป็นอย่างไรครับ บทพิสูจน์ว่าวันนี้บนพื้นฐานในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐมนตรีเองไม่มีข้อมูลพื้นฐานที่เป็นจริง การที่รัฐมนตรีไปพูดว่า ๔ ศพที่อําเภอหนองจิก เป็นฝ่ายก่อการ ฝ่ายก่อเหตุ ผมสรุปวันนี้มีการพิสูจน์แล้วครับว่าเป็นชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ อย่างชัดเจน ช่วงหลังท่านรัฐมนตรีและอีกหลายท่านซึ่งอยู่ในหน่วยงานรับผิดชอบ ที่ระดับใหญ่และระดับนโยบายออกมายอมรับว่ามันเกิดความผิดพลาดเกิดจากการกระทํา ของเจ้าหน้าที่ของรัฐและจะมีการเยียวยาให้ ๗.๕ ล้านบาท ไปสัญญากับพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ วันนี้ก็ยังไม่ได้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นเหล่านี้ที่ยกตัวอย่างให้เห็น อย่างชัดเจนอย่างนี้ว่าคนที่อยู่ในระดับนโยบายต้องไม่หูเบา อย่าไปตรวจงานและฟังแต่รายงาน วัน ว เวลา น และเชื่อเลย วันนั้นผมยืนยันอย่างชัดเจนครับ ผมได้ลงพื้นที่กับท่าน ส.ส. อันวาร์ ท่าน ส.ส. อิสมาแอล ซึ่งเป็น ส.ส. ในพื้นที่ไปตรวจสอบหาข้อเท็จจริงและไปในนาม ของคณะอนุกรรมาธิการปรองดองก็ไปตรวจสอบอีก มีการยืนยันอย่างชัดเจนจากพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่และผู้ที่ไม่เสียชีวิตจากการกระทําของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เล็ก ๆ นี่ครับ ประเด็นเหล่านี้ที่ผมต้องยกคือ
๑. การเป็นคนที่อยู่ระดับนโยบายต้องไม่หูเบาแล้วต้องกํากับกลไกของรัฐ ในพื้นที่ต้องมีความอดทน เพราะฝ่ายตรงข้ามนําไปขยายครับ ฝ่ายตรงข้ามนําไปขยาย เพื่อสร้างมวลชนให้เกลียดชังเจ้าหน้าที่ของรัฐและรัฐบาลมากขึ้น นี่อย่างไรครับ ที่มันเกิดว่า ทําไมถึงแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มันยากนักยากหนา ปัญหาใจกลางส่วนหนึ่งที่ต้อง แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทําอย่างไรวันนี้นโยบายของรัฐต้องดึงมวลชนกลับมาให้ได้ ถ้าดูในนโยบายของรัฐบาล การทํางานของรัฐบาลในขณะนี้ มันไม่มีอะไรที่จะดึงใจเพื่อดึงมวลชนกลับมาเป็นคนของรัฐได้เลย ผมไม่ตําหนิสภาความมั่นคงนะครับ แต่ที่ผมต้องพูดถึงเผื่อสื่อสารไปถึงก็คือรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบด้านความมั่นคง โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีที่กํากับการดูแลข้างบนสุด ต้องรู้ลึกถึง ปัญหาในการแก้ไขจังหวัดชายแดนภาคใต้ถึงจะสามารถขับเคลื่อนได้ในระดับหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างรายงานในหน้า ๓ ผมขออนุญาตอ่าน ความรุนแรงที่เกิดขึ้น นับตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ วันนี้ผมว่าท่านสภาความมั่นคงแห่งชาติต้องไปศึกษาใหม่ครับ ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าตามกันจริง ๆ ก็คือเริ่มเกิดตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ท่านคงจะจําได้ว่าสัญญาณความรุนแรงจังหวัดชายแดนภาคใต้ปี ๒๕๔๔ มีเหตุระเบิดที่ สถานีรถไฟหาดใหญ่ นั่นเป็นการส่งสัญญาณของฝ่ายตรงข้ามกับแนวทางในการก่อเหตุ ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังจากนั้นมีการปล้นอาวุธปืนที่บันนังสตา มีการปล้นอาวุธปืนเป็นระยะ ๆ จนไปถึงที่จังหวัดนราธิวาส ท่านประธานครับ ผมยืนยันว่า ความรุนแรงเริ่มนับตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ มันคงไม่ถูก ท่านต้องไปดูเพราะเนื้อหาเหล่านี้เป็นเนื้อหา ที่เอกสารที่ท่านเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ท่านกลับไปคิดใหม่ครับท่านประธานครับ ฝากท่าน สมช. กลับไปคิดใหม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตท่านประธานอาจจะ ต้องใช้เวลานิดหนึ่งเพื่อทําความเข้าใจและจะได้แลเห็นว่าวันนี้รัฐบาลมีอคติกับการออก นโยบายกับแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้จริง ๆ ว่า ๑. ในการกําหนด นโยบายในการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พวกผมซึ่งอยู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในสมัย พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้จํากัดโซน (Zone) อย่างชัดเจน สีเหลือง สีแดง สีเขียว ใครเลือกพรรคไทยรักไทยจะจัดสรรงบประมาณ ให้ นี่คือประเด็นส่วนหนึ่งที่ทําให้เกิดปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทําให้คนไม่พอใจ นโยบายของรัฐบาล แต่เผอิญรัฐบาลในสมัยนั้นเป็นรัฐบาลของท่านทักษิณ นี่คือเขานําไปพูด ในการสร้างความไม่ชอบธรรมว่ารัฐบาลไม่ให้ความเป็นธรรมกับเขา นี่อย่างไรครับ ที่เป็นเงื่อนไขระดับนโยบาย วันนี้รัฐบาลภายใต้การนําของท่านยิ่งลักษณ์วันนี้ต้องอย่าคิด นโยบายแปลกแยกในการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้เลย
ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมเป็นห่วงวันนี้ไปดูในการรายงานของ สมช. ในการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมขออนุญาตเรียนว่าแม้กระทั่งในการพัฒนาในด้าน การศึกษา ท่านจะสังเกตจะแลเห็นว่ารัฐบาลสมัยพรรคประชาธิปัตย์ได้ทําไว้ ผมจะ ยกตัวอย่างในกรณีของจังหวัดนราธิวาส มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มีมหาวิทยาลัย มีแต่ป้ายชื่อแต่ไม่มีงบประมาณครับท่านประธาน ส่วนใหญ่เด็กที่เรียนในมหาวิทยาลัย นราธิวาสราชนครินทร์จะต้องไปฝากเรียนที่อื่น แต่ท่านประธานที่เคารพครับ มันมี บทวิเคราะห์เวลาไปศึกษาที่ไหน ไปเรียนที่ไหน ไปดูเอกสารที่ไหนก็แล้วแต่ มันจะมีการ พูดถึงอย่างชัดเจนว่าปัญหาส่วนหนึ่งจังหวัดชายแดนภาคใต้คือจะต้องเสริมให้มีการศึกษา ให้มากขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทางนายกรัฐมนตรีท่านอภิสิทธิ์วันนั้นได้มอบเงิน ไปพัฒนามหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ๑๓๐ ล้านบาท เพื่อจะเอาเด็กที่ไปฝากเรียน ที่อื่นกลับมาเรียนที่จังหวัดนราธิวาส วันนี้สร้างตึกกันมโหฬารครับท่านประธาน เด็กนราธิวาสบอกว่าค่าจีดีพี (GDP) รายได้ต่อหัวต่อคนต่อปีจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดนราธิวาสเป็นจังหวัดที่ตกต่ําที่สุด ยากจน ก็เอางบประมาณไปให้เพื่อให้เด็ก ในจังหวัดนราธิวาสมีโอกาสเรียนมหาวิทยาลัยในจังหวัดนราธิวาสเองไม่ต้องไปอาศัยที่อื่น ซึ่งต้องมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น แต่รัฐบาลนี้ต้องไปคิดในการที่จะต่อยอดในสมัยของรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ทําไว้ ท่านไปทําต่อ แม้กระทั่งเงิน กยศ. วันนี้มันมีปัญหา เด็กจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเป็นเด็กยากจน ไม่สามารถไปเรียนต่อที่ไหนได้ เพราะไม่สามารถกู้เงินของ กยศ. ได้ วันนี้รัฐบาลก็ต้องไปดูแลครับ นี่จะสังเกตเห็นว่ารัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ที่ผมต้องพูดตัวอย่างลงไปในพื้นที่เพื่อให้เห็นได้ชัดเจนว่าการศึกษารัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ก็ทําไว้ให้แล้วท่านมาต่อยอด อย่าคิดว่าอะไรที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ทําแล้วถ้าทําต่อเนื่องต่อไปมันจะเป็นผลงานของพรรคประชาธิปัตย์ อย่าไปคิดอย่างนั้นครับ บ้านเมืองเดียวกัน ใช้กฎหมายเดียวกัน ให้งบประมาณไปพัฒนาครับ แม้กระทั่งสนามบิน บ้านทอนที่จังหวัดนราธิวาสรัฐบาลภายใต้การนําของท่านอภิสิทธิ์ให้งบประมาณไป ๔๗๔ ล้านบาท เพื่อขยายลานบิน เพื่อที่จะนําคนไปประกอบพิธีฮัจญ์ใช้สนามบินที่ จังหวัดนราธิวาสต่อไปประเทศซาอุดิอาระเบียเลย วันนี้รัฐบาลใช้เงินไทยเข้มแข็งจัดไปแล้วครับ และสร้างเสร็จแล้ว วันนี้ฝากไปถึง สมช. และฝากไปถึงรัฐมนตรีซึ่งดูแลความมั่นคงให้ดีว่า วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ได้ทําไว้แล้ว สนามบินสามารถเอาเครื่องบินใหญ่โบอิ้ง (Boeing) ลงได้แล้ว วันนี้เราไม่ได้เป็นรัฐบาล ท่านเป็นรัฐบาลท่านช่วยทําและกํากับ วันนี้ ปีนี้คนที่จะ ไปประกอบพิธีฮัจญ์วันนี้ให้ขึ้นที่สนามบินบ้านทอนจังหวัดนราธิวาสให้ได้ เรื่องง่าย ๆ เหล่านี้ ถ้าท่านไม่สามารถทําได้ผมถือว่าท่านไม่มีประสิทธิภาพ เพราะกระบวนการในการจัด ซึ่งเราทําไว้แล้ว และการดําเนินการกันที่จะนําคน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ใช้สนามบินบ้านทอน สามารถทําได้ง่าย ๆ เลยครับ แต่เผอิญในช่วงนั้นเราทําสนามบินเสร็จแล้วมันมีการยุบสภาเสีย ก็ว่ากันไป นี่จะสังเกตให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์คิดทั้งระบบ คิดถึงการพัฒนาพื้นที่ คิดถึงอินฟราสทรัคเจอร์ (Infrastructure) เส้นทางการคมนาคมก็เหมือนกันครับ มันมีอยู่ ๒ เส้นทางในจังหวัดยะลา และจังหวัดยะลาเชื่อมต่อจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นเส้นทางที่ สร้างแล้วมันไม่เสร็จเป็นเส้นทางที่ยาวนานใช้ระยะเวลาอันยาวนานจริง ๆ คือเส้นทาง ตะโล๊ะหะลอ-ปาลอบาต๊ะ อําเภอรามัน จังหวัดนราธิวาส ใช้งบประมาณ ๑๒๐ ล้านบาท รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์สมัยท่านอภิสิทธิ์ได้ทําไว้แล้ว วันนี้ถนนเริ่มเสีย ท่านลองไปดูเพราะ ถนนนี้เป็นถนนทางด้านความมั่นคง สร้างใช้ระยะเวลายาวนาน สมัยรัฐบาลผมจําได้วันนั้น ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนาม ท่านได้ให้งบประมาณไปแต่ว่าสร้างไม่เสร็จ ทิ้งแล้วทิ้งอีกงาน แม้กระทั่งเส้นทาง ของสายยะลาสี่แยกดอนยางที่จังหวัดปัตตานี ก็เป็นเส้นทางอีกเส้นหนึ่งที่สร้างไม่เสร็จ ในสมัยรัฐมนตรี วันมูหะมัดนอร์ มะทา ท่านประธานครับ รัฐบาลภายใต้การนําของ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นํางบประมาณเข้าไปบูรณะแล้วก็ทําถนนขึ้นมาใหม่ วันนี้ เสร็จหมดแล้วแต่ว่าช่วงเวลา ๒-๓ ปีเกิดช่วงน้ําท่วมนี่ละครับ มันมีลูกคลื่นซัดการคมนาคม ไม่สะดวก ผมฝากถึงท่านที่รับผิดชอบ ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงช่วยไปดูแล หน่อยทําให้ต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้ที่ผมพยายามที่จะยกว่าเพราะมีการพูดถึง ในการพูดถึง รายงานของ สมช. พูดถึงในด้านการคมนาคม พูดถึงในด้านการศึกษา ผมบอกสิ่งเหล่านี้ เขาทําเป็นระบบ ที่สําคัญที่สุดภายใต้กฎหมาย ศอ.บต. นี่ล่ะครับ สามารถที่จะใช้งบประมาณ ภายใต้ของตัวเอง แต่สิ่งที่ผมเป็นห่วงมากที่สุดวันนี้ ท่านได้เขียนไว้ในนโยบายอีกส่วนหนึ่ง ก็คือ ในการกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่น ท่านประธานครับ ผมกลับมองไปดูว่าการกระจาย อํานาจสู่ท้องถิ่นถ้าย้อนไปดูนโยบายของท่านที่ได้ทําไว้ก่อนที่จะมาเป็นรัฐบาลก็คือ เรื่องนครรัฐปัตตานี ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนว่านโยบายศูนย์อํานวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นนโยบายที่ดีแล้ว เพิ่งออกกฎหมายเพียงไม่กี่เดือนเอง ท่านใช้นโยบาย ศอ.บต. นี่ขับเคลื่อนไป กับหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้เป็นระบบ ท่านอย่าไปคิดว่ากฎหมาย ศอ.บต. ซึ่งออกโดยพรรคประชาธิปัตย์แล้วท่านมาเป็นรัฐบาล ท่านไม่ยอมตาม อ้ายอย่างนี้เขาเรียกว่ามันเป็นการที่ไม่ยอมรับระบบนิติรัฐจริง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไปดูในเนื้อหาในการกระจายอํานาจที่สมัยท่านได้ไปหาเสียง ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เรื่องนครรัฐปัตตานี ผมกลัวที่ว่ามันจะเป็นเหตุปัญหาอีกส่วนหนึ่งทําให้มีปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าท่านไปใช้นครรัฐปัตตานีใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในความหมายเหล่านี้ที่ผมตาม ในเอกสารว่าในพรรคของท่านได้ทําร่างกฎหมายไว้แล้วครับ ท่านได้บันทึกหลักการ และเหตุผลประกอบร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการนครปัตตานี พรรคเพื่อไทย ได้ทําไว้แล้วและวันนี้มาประกาศอย่างชัดเจนในนโยบายของ สมช. ผมถามว่า สมช. มีข้อเสนอแนะให้ใช้ในการบริหารการจัดการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไปที่จะใช้ การบริหารแบบนครรัฐปัตตานีหรือไม่ แต่ผมยืนยันว่าวันนี้ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ใช้กฎหมาย ศอ.บต. ไปแก้ไขให้เป็นไปตามวิถีชีวิตความพิเศษของเนื้อหาของกฎหมาย มันอยู่ตรงนั้นแล้วครับ ถ้าท่านไปออกกฎหมายอีกฉบับหนึ่งคือบริหารราชการนครรัฐปัตตานี มันจะสร้างปัญหา ทําให้คนอีกกลุ่มหนึ่งไม่สบายใจ ให้ใช้กฎหมายแบบทั่ว ๆ ไป ในความพิเศษ จริง ๆ ในกฎหมาย ศอ.บต. มันมีอยู่แล้วครับ แต่พวกผมไม่ใช่เป็นพวกที่จะต้องใช้เงื่อนไข เหตุผลเพื่อในการทําการเมืองและหาเสียง ที่เหตุผลต้องใช้ว่ากฎหมาย ศอ.บต. ที่จริงถ้าพวก จะใช้ว่ากฎหมายสลาตันก็ได้ แต่ผมไม่ใช้เพราะใช้แล้วมันจะเป็นเงื่อนไข วันนี้ท่านอย่าไปคิด นะครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีอย่าไปคิดทําอย่างนี้นะครับ ผมคนที่เกิดที่นั่นผมไม่ใช่ว่า เป็นไปเพียงรับราชการ ไม่ใช่ไปอยู่เพียง ๓-๔ ปี ผมเกิดที่นั่น อยู่ที่นั่น อยู่ตั้งแต่แบเบาะ มาถึงวันนี้ก็ยังอยู่ที่นั่น รู้ปัญหา ผมรู้ละครับ ถ้าท่านไปคิดนโยบายนครรัฐปัตตานีที่ท่านกําลังคิด อยู่กับ สมช. มันจะเป็นตัวเชื้อในการสร้างปัญหาอีกประเด็นหนึ่งครับ ประเด็นเดิมที่เรา มีปัญหาอยู่ก็ยังแก้ไม่เสร็จ นี่ก็จะสร้างไปอีกปัญหาหนึ่ง อีกเงื่อนไขหนึ่ง ท่านประธาน ที่เคารพครับ เราก็ต้องยอมรับอย่างเป็นธรรมครับ พวกผมเป็น ส.ส. ตรงนี้ยอมรับอย่างเป็นธรรมว่า การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มันมีหลายเงื่อนไข แต่ละเงื่อนไขเราค่อย ๆ แก้ไป อย่ามีอคติซึ่งกันต่อกัน อย่ามีอคติต่อกันครับ ท่านประธานครับ การแก้ไขปัญหายากลําบาก ใครมาเป็นรัฐบาลก็ลําบากครับ แต่ว่ากระบวนการที่แก้ไขปัญหาเราต้องยอมรับว่าหลังจาก ออกกฎหมาย ศอ.บต. แล้วนะครับ ผมมีในเชิงสถิติในช่วงวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๕๔ สถิติในขณะนั้นลดลง สถิติการก่อเหตุลดลงเหลือแค่ ๗๘ ครั้ง นั่นแสดงให้เห็นว่า การออกกฎหมาย ศอ.บต. วันที่ ๓ ธันวาคม การก่อเหตุทั้งเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคมนี้ ๑ เดือนเกิดเหตุแค่ ๗๘ ครั้ง นั่นเป็นการส่งสัญญาณว่าเป็นการยอมรับกฎหมาย ศอ.บต. ด้วยหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมต้องการที่จะเห็นอันนี้ผมไม่อยากที่จะบอกว่า คนที่อยู่ที่กรุงเทพฯ แม้ท่านจะเคยเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเคยเป็น ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แต่ท่านเองถึงจะเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แต่ว่าท่านจะไม่เข้าใจอะไร ลึกมากกว่าพวกผมซึ่งเป็น ส.ส. ในพื้นที่แน่นอน พวกผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ท่านลองนึกดูสิครับ ขณะที่เกิดเหตุการณ์อะไรต่าง ๆ ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พวกผมไม่เคยซ้ําเติมนะครับ นอกจากพูดความจริงกับ พี่น้องประชาชนและสภาผู้แทนราษฎร ท่านไม่ต้องระแวงพวกผมหรอกครับ สิ่งที่พวกผม พูดในสภาผู้แทนราษฎรหรือในขั้นกรรมาธิการท่านนําไปผนวกประมวลผล และท่านนําไป แก้ไขปัญหาก็ได้ประโยชน์เยอะแยะถ้าท่านไม่มีอคติ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ความเจ็บปวดของคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่าไปนึกนะครับว่าการใช้งบประมาณ อย่างเดียวจะสามารถแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่ละครับ สถานการณ์ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าอาศัยที่ท่านพูดถึงตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ถึงวันนี้การใช้งบประมาณในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าตัวเงินสามารถกําหนดและแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้จริง ๆ วันนี้สถานการณ์มันก็สงบแล้วครับ หัวใจมันไม่ใช่อยู่ที่ งบประมาณอย่างเดียว งบประมาณวันนี้ ๘ ปี กับ ๗ รัฐบาล กับ ๖ นายกรัฐมนตรี ใช้งบประมาณในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปแล้ว ๑.๖๑ แสนล้านบาท มากไหมครับ ท่านประธาน ๑.๖๑ แสนล้านบาท โดยเฉพาะในปีงบประมาณปี ๒๕๕๕ ได้ตั้งงบประมาณไว้ ๑.๖ หมื่นล้านบาท แต่ท่านประธานครับ พอเวลาไปดูในเนื้องานของงบประมาณที่ไป บริหารการจัดการจังหวัดชายแดนภาคใต้จริง ๆ งบประมาณเหล่านี้ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ไปอยู่กับ งบของทหาร ของตํารวจ ของ กอ.รมน. การพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ท่านรายงานไว้ต่อสภาแค่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เท่ากับว่าวันนี้คนจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็จะ ขาดงบประมาณไปบูรณาการในการแก้ไขปัญหาในการพัฒนาพื้นที่อีกครับ งบประมาณ ทั้งหมดไปโป่งอยู่กับฝ่ายกองกําลัง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมบอกว่างบประมาณลงไป แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าตราบใดที่นโยบายของรัฐบาลและกลไกของรัฐ ไม่สามารถจะครองใจคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ มันไม่มีทางหรอกครับที่เราจะแก้ปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ วันไหนที่เราไม่สามารถดึงพี่น้องประชาชนซึ่งเริ่มออกห่างจาก กลไกของรัฐ ถ้าเราไม่สามารถดึงคนเหล่านี้กลับมาได้ เอางบประมาณไปอีกกี่แสนล้านบาท มันก็ไม่จบ สถานการณ์มันก็ไม่ลดลงหรอกครับ ผมทราบครับว่าท่านเองก็เป็นห่วง ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็เคยเดินทางไป รู้ และหลายท่านก็เดินทางไป แต่การเดินทาง ของท่านไปที่สํานักงานให้หน่วยงานราชการรายงาน วัน ว เวลา น เกิดเหตุสถานการณ์ เสร็จแล้วก็นั่งเครื่อง ฮ. กลับที่หาดใหญ่มากรุงเทพฯ มันไม่ได้ข้อมูลที่เป็นจริงครับ วันนี้รัฐบาลยังขาดในการแก้ไขปัญหานโยบายของรัฐบาลของคุณยิ่งลักษณ์ขาดอย่างชัดเจน ก็คือการทํางานเชิงรุก นโยบายเชิงรุก คิดในเรื่องที่จะดึงมวลชน แต่ไม่เป็นอย่างนั้นครับ ท่านประธาน วันนี้กฎหมาย ศอ.บต. ใช้กํากับบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ประเด็น สําคัญวันนี้ผมเพิ่งได้ฝากถึง สมช. ช่วยตรวจสอบด้วยสิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ ผมไปทํากิจกรรม ที่อําเภอเมืองนราธิวาสและที่อําเภอรือเสาะ ๒ แห่ง มีการร้องเรียนกับกลุ่มสตรีว่า มีเจ้าหน้าที่ระดับนโยบายอ้างว่าเป็นคนระดับนโยบาย เป็นอดีต ส.ส. หญิงจากภาคเหนือ ไปเชิญประชุมที่โรงแรมใหญ่แห่งหนึ่งในจังหวัดนราธิวาส เชิญกลุ่มสตรีมาบอกว่าจะให้เงิน แก่กลุ่มสตรี แล้วให้เซ็นชื่อกํากับในสําเนาทะเบียนบ้านและสําเนาบัตรประชาชน กลุ่มสตรี ก็พอใจอยากจะได้เงิน โดยผ่านใครครับ ผ่านกับ ศอ.บต. แต่ว่าเวลาไปนั่งทานข้าว กับอดีต ส.ส. ลัดดาอะไรสักอย่างซึ่งเป็นอดีต ส.ส. ที่อยู่ภาคเหนือครับ ผมไม่ใส่ชื่อเต็ม เพราะเป็นบุคคลภายนอก อดีต ส.ส. ภาคเหนือชื่อลัดดา มาพูดในวงทานข้าวบอกว่าจะเอา รายชื่อนี้ส่วนหนึ่งไปประกอบในการขอนิรโทษกรรมของผู้นํา พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ด้วย ถ้ามีการขอการออกกฎหมายนิรโทษกรรมต่อไปในอนาคต ผมฝาก สมช. ว่า คน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านจะต้องตรวจสําเนาทะเบียนบ้านว่า กลุ่มสตรีเหล่านี้มีการยืมกู้เงินกู้ของกลุ่มสตรีหรือไม่ ถ้ามีท่านต้องถอนนะครับ วันนี้ ผมรับปากกับกลุ่มสตรีที่จังหวัดยะลาและที่จังหวัดนราธิวาสบอกว่าเรื่องนี้ให้ช่วยไปพูด กับรัฐบาล วันนี้ผมมาสะท้อนในสภาผู้แทนราษฎรเลยว่า วันนี้คนจังหวัดชายแดนภาคใต้ กําลังจะถูกพวกท่านทั้งหลายเอาระดับนโยบายและไปขับเคลื่อน โดยผู้นําของ ศอ.บต. เป็นตัวขับเคลื่อนในการทํางานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าไปทําอย่างนั้นให้ถอนเลยนะครับ ผมฝาก สมช. ว่าท่านจะต้องตรวจสอบคนใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้ากลุ่มสตรีท่านต้อง ถอนออกนะครับ ถ้ามีการทําเอกสารเพื่อขอนิรโทษกรรมอดีตผู้นํา ท่านประธานที่เคารพครับ เหล่านี้ต่างหากครับ วันนี้สถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ความเป็นความตายของ พี่น้องประชาชนก็ยังเกิดอยู่ แล้วระดับนโยบายก็ไปสร้างปัญหาขึ้นมาอีก หยุดได้ไหมครับ หยุดพฤติกรรมเหล่านี้ได้ไหมครับ และที่สําคัญที่สุดคือหยุดการใช้อํานาจที่ได้ให้ไว้ตาม กฎหมาย ศอ.บต. แล้ว หยุดในการรังแก หยุดในการที่เอาพี่น้องประชาชนมาเป็นเครื่องมือ อีก ท่านประธานครับ ๒-๓ เรื่องใหญ่ ๆ ที่ผมบอกท่านประธาน เล่าสู่ท่านประธานผ่านไปถึง ผู้ที่มีความรับผิดชอบว่าพฤติกรรมเหล่านี้ผู้คนจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามทันนะครับ อย่าสร้างเงื่อนไขเพิ่มเติม ท่านประธานที่เคารพครับ แม้กระทั่งเงินการเยียวยา ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่บอกว่า ๔ ศพจะได้ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท ไป ๆ มา ๆ ถามว่าวันนี้ ทําท่าจะไม่ได้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไปไหนแล้วครับ ลองมาตอบหน่อย เถอะครับว่า ๔ ศพของอําเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ตามที่ท่านบอกว่าจะได้ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท ได้ไหม แล้วเงื่อนไขการเยียวยาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเข้าไปดูแลจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีเงื่อนไขเยอะแยะหมด สรุปแล้ววันนี้มีการตรวจสอบเอกสารในกรณีการเกิดเหตุที่อําเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส แนวโน้มว่าน่าจะได้ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท เพราะถือว่าเป็นความผิดพลาด ระดับนโยบายและกลไกของรัฐกระทํากับพี่น้องประชาชน ในมัสยิดกรือเซะทําท่าจะได้ แต่ท่านประธานครับ ในกรณีของอําเภอสะบ้าย้อยของนักฟุตบอลที่อําเภอสะบ้าย้อยก็ถามว่า ทําท่าจะได้แนวโน้มที่มีการพูดถึง ผมถามว่าช่วยตอบสิ่งเหล่านี้ในสภาหน่อยครับว่า หลักเกณฑ์ของการที่จะได้ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาทในจังหวัดชายแดนภาคใต้มันมีหลักเกณฑ์อย่างไร และใช้กรอบอะไร ที่สําคัญที่สุดวันนี้จังหวัดชายแดนภาคใต้เขาเอาไปเปรียบเทียบครับ ท่านประธานผ่านไปถึง สมช. มันจะเป็นอีก ๑ เงื่อนไขที่เป็นเงื่อนไขที่จะสร้างปัญหา ขึ้นมาอีกในจังหวัดชายแดนภาคใต้คนเริ่มไม่พอใจ ในกรณีการก่อม็อบ (Mob) เสื้อแดง ในกรุงเทพมหานครประกาศชัดเจนว่าต้องได้ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท มีวางหลักเกณฑ์ อย่างชัดเจน แล้วคนจังหวัดชายแดนภาคใต้บ้านผมนั่งอยู่บนร้านกาแฟอยู่ ๆ เอาปืนมายิง ไม่รู้ใครที่ไหนมายิง ซึ่งผมถือว่าพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดจาก นโยบายสมัยรัฐบาลท่านทักษิณ ผิดพลาดทําให้มีปัญหาถึงขนาดนี้ครับ ขับรถเครื่องไป ก็ถูกยิงเสียชีวิต เอาล่ะนี่พี่น้องประชาชนถามว่าคนเหล่านี้ได้ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาทไหมครับ ในกรณีของครูจูหลิงที่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสักครู่ ท่านเป็นคน ภาคเหนือไปสอนที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันหนึ่งถูกฆ่า ท่านไม่เคยมีปัญหากับใครเลยครับ แล้วครูจูหลิงซึ่งเป็นคนภาคเหนือไปเสียชีวิตจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท ไหมครับ ผมอยากจะถามหลักเกณฑ์อะไรไปให้กับกลุ่มคนที่ก่อม็อบในกรุงเทพมหานคร กับคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในกรณีนักเรียนนั่งรถมากับบิดา ผู้ปกครองมาส่งที่โรงเรียน ถูกยิงเสียชีวิตพร้อมกับบิดา คนเหล่านี้ได้ไหมครับ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท ในขณะที่กลุ่มครูอีก ๑๔๘ คนที่เสียชีวิตวันนี้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเขาเสียสละไปให้ความรู้กับ พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คนเหล่านี้จะได้ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาทไหมครับ สิ่งเหล่านี้นะครับ ทําให้คนจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความไม่พอใจรัฐบาลอีกส่วนหนึ่ง อีกหลายพันคนถามว่าถ้าจะจ่ายแล้วทําไมไม่จ่ายให้หมด ลองไปคิดดูสิครับ ทาง สมช. ลองไปคิดในกรอบความคิดให้ดีนะครับ วันนี้เป็นที่ทราบนะครับว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรมแล้วก็เลขาธิการ ศอ.บต. เป็นผู้ที่จะคัดกรอง ถ้าไม่ได้เรื่องนี้มันมีปัญหาอีกครับ มันจะเป็นการสสร้างความหนักอกให้กับคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่ารัฐบาลนี้ขึ้นมาด้วย กลุ่มคนของกลุ่มหนึ่งที่ไปก่อม็อบแล้วมาเป็นรัฐบาล หรือคนทางโน้นมันไม่ใช่เป็นคน กลุ่มเดียวกันเลยไม่ได้ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท ปัญหาทั้งหลายทั้งปวงนี้ไปเกิดไปทับถมอยู่ที่บ้านผมครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่พูดด้วยความจริงไม่ใช่เสแสร้ง ไม่ใช่มาให้ร้าย และปัญหาเหล่านี้ มันจะเกิด มันสร้างความไม่พอใจให้กับพี่น้องประชาชนอย่างชัดเจน ท่านประธานที่เคารพครับ แม้กระทั่งวันนี้เราต้องยอมรับครับว่าคนที่เสียชีวิตในจังหวัดชายแดนภาคใต้มากที่สุด ไม่ใช่ใครหรอกครับ พี่น้องประชาชนตาดํา ๆ ซึ่งเป็นคนที่ไม่มีอาวุธนี้ครับ ๔,๒๑๕ คน เสียชีวิต ในขณะที่ทหารเสียชีวิต ๓๕๑ คน ตํารวจ ๒๘๐ คน ครู ๑๔๘ คน พระ ๗ รูป แต่คนร้ายเสียชีวิตเพียง ๒๔๒ คน ท่านประธานที่เคารพครับ แม้กระทั่งผู้บาดเจ็บ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้ามีการเยียวยาต้องเยียวยาอย่างเท่าเทียมกันอย่าทําเป็น ๒ มาตรฐาน ผู้บาดเจ็บในจังหวัดชายแดนภาคใต้ท่านจะคิดอย่างไรครับ ๘,๙๔๑ คน ประชาชน ๕,๘๕๕ คน ทหาร ๑,๗๑๒ คน ตํารวจ ๑,๑๗๓ คน ครูและบุคลากรครูอีก ๑๔๔ ราย คนเหล่านี้จะได้รับการเยียวยาเพิ่มเติมอย่างไรบ้างครับ โต๊ะครู โต๊ะอิหม่าม ว่าอย่างไรครับ ท่านไปคิดไหมครับ ประเด็นเหล่านี้นะครับ สิ่งที่พี่น้องประชาชน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้สะท้อนมาถึงผม ผมอยากจะขออนุญาตนําสะท้อนให้ท่านรับทราบ อีกส่วนหนึ่งว่าประเด็นทั้งหลายทั้งปวง ผมพูดถึงเรื่องการเยียวยา ถ้าไม่ได้รับการเยียวยา อย่างเท่าเทียมกัน คนจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็อาจจะสร้างอีกส่วนหนึ่งให้มีปัญหาว่ารัฐบาลไม่ได้มีความจริงใจ กับแนวทางในการแก้ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างชัดเจน ก็จะเป็นอีก ๑ เงื่อนไข ใหญ่ ๆ ทั้งนั้นล่ะครับท่านประธาน ๗ เดือนนี้ ๔-๕ เงื่อนไขแล้วนะครับ อย่าว่าแต่ ไปแก้ปัญหาเลย ๗ เดือน ๓-๔ เงื่อนไขเพิ่มแต่ปัญหาขึ้นไปอีก ท่านประธานที่เคารพครับ แต่สิ่งที่ต้องยอมรับอยู่อย่างหนึ่ง การพูดคุยเพื่อสันติวิธี อันนี้พอไปได้ แต่ในทางปฏิบัติจริง ๆ การพูดคุยในทางสันติวิธี ผมว่าทุกรัฐบาลล่ะครับ เขาก็ทําอยู่แต่เขาไม่เปิดเผย แต่ไม่ใช่ การเจรจา ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เราต้องยอมรับครับว่าเป็นปัญหาภายในประเทศเรา
แต่สิ่งที่ผมเห็นอีกส่วนหนึ่งที่น่าจะมีข้อผิดพลาดหรือเป็นการล่อแหลม ต่อการรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรอีกส่วนหนึ่งก็คือ การนําสารวัตถุระเบิดมาจากประเทศ เพื่อนบ้าน ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเอกสารเหล่านี้หลุดไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน มีการแปลเอกสาร ไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน ถามว่าประเทศเพื่อนบ้านซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนของเรานี้นะครับ เป็นมิตรประเทศที่ดีมาก ไม่เคยมีปัญหากับประเทศไทยเลย วันนี้เรากําลังเพิ่มเชื้อไปว่า สารวัตถุระเบิดส่วนหนึ่งมีการลักลอบนําอาวุธในการก่อเหตุร้ายนี่นะครับ และวัสดุที่นํามาใช้ ประกอบระเบิด มาจากพื้นที่ในประเทศและภายนอกประเทศ เห็นไหมครับ ตรงหน้า ๙ ทําไมเวลาท่านไปเขียนท่านต้องไปโยงเรื่องเหล่านี้ไปเรื่องนอกประเทศ เท่าที่ผมดูนะครับ เท่าที่มีประสบการณ์ที่อยู่จังหวัดชายแดนภาคใต้นี่มันเป็นเรื่องภายใน และวัสดุต่าง ๆ ในการ ประกอบวัตถุระเบิดสามารถหาได้ทั้งนั้นละครับ อย่าไปโยงได้ไหม ตัดข้อความนี้ออกได้ไหมครับ ประเทศเพื่อนบ้านเราให้ความร่วมมือกับประเทศไทยมาตลอด อย่างนี้ทําให้ผมมีความเข้าใจว่า วันนี้รัฐบาลภายใต้การนําของท่านยิ่งลักษณ์วันนี้กําลังจะนําปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ นําไปสู่การเจรจาและการพูดคุยในระดับต่างประเทศใช่ไหมครับ เกือบทุกเรื่องไปโยงทําไม กับต่างประเทศ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องของภายในประเทศยืนยัน ท่าน สมช. ครับ ท่านลองอ่านข้อความใน (๔) บรรทัดที่ ๔ ครับ ท่านตัดข้อความนี้ได้ไหมครับ มันเป็นการ ล่อแหลมมากในการที่นําเอกสารนี้ออกไปสู่สาธารณะ และความร่วมมือของประเทศ เพื่อนบ้านซึ่งอยู่ด้านชายแดน ให้ความร่วมมือกับทุกรัฐบาล ใครมาเป็นรัฐบาลท่านก็ให้ ความร่วมมือครับ แต่สิ่งที่เราต้องพูดถึงอย่างหนึ่งที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงว่าท่านนายกรัฐมนตรี ประเทศเพื่อนบ้าน ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม พูดถึงในเรื่องสิทธิมนุษยชน ประเด็นเหล่านี้ ต่างหากที่เป็นความสําคัญ ประเด็นสิทธิมนุษยชนเหล่านี้ท่านต้องให้ความสําคัญว่า การละเมิดสิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้วันนี้กลไกของรัฐต้องควบคุมให้ดี ท่านต้องมีนโยบายกําชับอย่างชัดเจนให้ทําเหมือนสมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ ให้มีการควบคุม กลไกของรัฐ อย่าทําอะไรนอกกรอบ ถึงแม้จะเป็นกลไกบางส่วนเล็ก ๆ แล้วจะทําให้มีปัญหา กับพี่น้องประชาชนและให้ฝ่ายตรงกันข้ามนําไปขยายผล ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตท่านประธานว่าในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เราก็ต้องยอมรับ อย่างตรงไปตรงมาว่า การขับเคลื่อนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาที่มันเกิดที่สําคัญที่สุด วันนี้คือเท่ากับการควบคุมพื้นที่ถ้าฝ่ายกองกําลังในพื้นที่ที่ไปดูแลจังหวัดชายแดนภาคใต้ ฝ่ายกองกําลังจะกระทําได้เพียงแต่ควบคุมพื้นที่ที่มีปัญหาที่เกิดเหตุ ให้สามารถควบคุม อยู่ในพื้นที่เท่านั้นเอง กองกําลังไม่สามารถจะควบคุมพื้นที่ได้ทั้งหมดเลยครับ แต่สิ่งที่สําคัญ วันนี้คือปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องไปคิดและทบทวนกันให้ดีว่าการก่อเหตุแต่ละครั้ง วันนี้มันไม่ได้เกิดเหตุในหมู่บ้าน ส่วนใหญ่จะก่อเหตุและเกิดเหตุในพื้นที่ซึ่งมีด้านเศรษฐกิจ มีความเจริญด้านเศรษฐกิจคือตัวเมือง ถามว่าท่านต้องมีนโยบายและสั่งไปที่หน่วยฝ่ายกองกําลัง ไปคิดรูปแบบมาให้ดีครับ โดยไม่ต้องกระทบวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของเขา จะควบคุมพื้นที่ ในตัวเมืองได้อย่างไร ผมไปดูในเอกสารทั้งหมดที่ผมมีอยู่นี่นะครับ ความถี่ของการที่ เกิดเหตุการณ์ทั้งหมดนี่มันเกิดความถี่ในตัวเมืองทั้งนั้นเลยครับ และทําไมเราวันนี้มีทั้งกําลังพล มีทั้งเงิน มีทั้งงบประมาณ มีทั้งอาวุธ ทุกอย่างพร้อม แล้วทําไมจึงไม่สามารถ ควบคุมเหตุการณ์ซึ่งเกิดเหตุความรุนแรงได้ ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างนี้ สมช. ต้องคิดละครับ ทาง สมช. ต้องไปคิดแล้วก็ไปผนึกให้ได้ว่าฝ่ายความมั่นคง ที่ไปดูแลในด้านความมั่นคงต้องไปคิดเรื่องแบบให้ดี ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อีกหลายเรื่องที่จะต้องวิพากษ์วิจารณ์ แต่ผมเชื่อว่าเนื้อหาต่าง ๆ เหล่านี้มีเพื่อนสมาชิก ในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะพูดอีกเยอะครับ สิ่งที่กระผมต้องใช้เวลานานก็ต้องขออภัย เพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาลและท่านผู้มาชี้แจงด้วยว่านี่คือความตั้งใจจริงที่ผมพูด ไม่ได้ มีการใส่ร้าย และพูดบนพื้นฐานของความเป็นจริง วันนี้คนจังหวัดชายแดนภาคใต้มี ความว้าเหว่ต่อนโยบายของรัฐบาล และไม่เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์เลยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ท่านสมคิด เชื้อคง ท่านเจะอามิงให้เวลาเต็มที่แล้วครับ ๕๐ นาที
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี เรื่องกรณีปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้เราก็แค่มารับทราบ แต่ว่าอย่างน้อย ๆ เพื่อนสมาชิกทั้งหลายส่วนมากก็ได้นําเสนอ หลายๆ เรื่องให้ผู้มาชี้แจงได้รับทราบ การเกิดเหตุที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ถ้าเราจะบอกว่า มันเกิดเพราะใคร เกิดเพราะรัฐบาลไหน ถ้าจะมาเริ่มต้นเมื่อปี ๒๕๔๗ ผมว่ามันเกิดมานาน ก่อนนั้นด้วยซ้ําไป เพราะเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ สังคม ความเป็นอยู่ที่แตกต่างเท่านั้นเองครับ ถ้าจะมาโทษกันไปกันมาผมว่าไม่เห็นได้ประโยชน์อะไรเลย ผมเชื่อว่าคนไทยที่อยู่ด้วยกัน ผมว่าอยู่ได้ มันมีเรื่องของเครือข่ายเฝ้าระวังสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ ได้ใช้คําพูดของ นายมัสลัน มาหะมะ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา บอกว่าความแตกต่าง ทางวัฒนธรรมไม่ได้เป็นต้นเหตุของความขัดแย้งในภาคใต้ ซึ่งผมก็เชื่ออย่างนั้น เพราะว่า เรื่องลึก ๆ เรื่องที่ละเอียดอ่อนเหล่านั้นเราก็ไม่สามารถที่จะมานั่งอธิบายกันทุกคําพูดได้ ไม่ต้องอธิบายว่าหนังสือเล่มนี้จะทําอย่างไร เป็นข้อมูลไม่ว่ารัฐบาลไหนจะทํานโยบายนี้ ผมก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี อะไรที่ดีอยู่แล้วผมก็เชื่อว่ารัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ก็ดําเนินต่อไป ไม่เห็นเป็นปัญหาตรงไหน เท่าไร สิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากท่านประธานไปยัง ฝ่ายความมั่นคง ผมสงสัยแค่ตั้งข้อสังเกตเรื่อง พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งเพิ่งต่อไปเมื่อสักวันที่ ๑๙ มีนาคม ถ้าจําไม่ผิด ผมไม่แน่ใจว่าท่านมี พ.ร.ก. การบริหาร ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินอยู่ตลอดนี่เราจะดําเนินการแก้ปัญหาได้หรือไม่ครับ เพราะว่า สังเกตจากว่าไม่ว่าจะเป็นฝ่ายทหาร ฝ่ายข้าราชการทั่วไปก็ยังมีปัญหาในการเกิดเหตุการณ์ รุนแรงอยู่ ผมเข้าใจว่ากรณีแบบนี้ กฎหมายอย่างนี้ทั้ง ๆ ที่เป็นไม้เป็นมือให้รัฐบาลอยู่ก็ยัง ไม่สามารถดําเนินการได้ แปลว่าทางฝ่ายความมั่นคงข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือเปล่า ฝ่ายความมั่นคงไม่เข้าใจปัญหาลึกซึ้งหรือเปล่า เรื่องเหล่านี้ลองไปทําดู เราจะเติมกําลังทหาร ไปเท่าไร จะเติมเงินงบประมาณไปเท่าไร ผมเชื่อว่ามันไม่น่าจะแก้ปัญหาได้ สมช. กับฝ่ายความมั่นคงลองไปดูก็แล้วกันว่าเราก็ทํามาเยอะแยะ ทําไมมันถึงเดินไปไม่ได้
อีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องงบประมาณที่ไปดําเนินการเมื่อสักครู่นี้สมาชิก ท่านผู้มีเกียรติก็ได้พูดกัน ปัญหาของงบประมาณมันเป็นปัญหาที่ไม่มีจุดสิ้นสุด ชาวบ้าน พี่น้องมีความรู้สึกว่าเขาได้รับการดูแลทั่วถึงหรือเปล่า ไม่ใช่งบประมาณไปกระจุกอยู่กับ หน่วยราชการ ซึ่งชาวบ้านไม่ได้รับประโยชน์จากสิ่งเหล่านั้น ผมเชื่อว่าชาวบ้านทุกวันนี้เขาทันสมัย เขาพร้อมที่จะรับรู้ข้อมูล เพราะฉะนั้นวิธีปฏิบัติงานของฝ่ายความมั่นคงไม่ว่าจะเป็นทหาร ตํารวจ อะไรก็แล้วแต่ ต้องละเอียดอ่อนครับ ไม่ใช่ปฏิบัติการผลัวะจะมานั่งแถลงข่าวอย่างนี้ มันเกิดกรณี ๔ ศพที่มีปัญหา ก็ไม่ได้โทษว่าใครผิดใครถูกหรอกครับ มันเกิดอุบัติเหตุ ได้ทุกเมื่อ เพราะฉะนั้นกรณีของทหารหลักผมก็ไม่แน่ใจว่ายอดเท่าไร แต่ว่าสิ่งที่ผมมีเพื่อน ๆ ทางภาคใต้พูดเรื่องหนึ่งคือเรื่องทหารพราน ก็ปฏิบัติงานส่วนมากก็เป็นคนในพื้นที่ แต่ว่า ฝ่ายกองกําลังทหารหลักได้ฝึกอย่างไร ฝึกให้เข้าใจวิธีการปฏิบัติงานหรือเปล่า ฝึกให้รู้จัก สังคม มวลชนดีหรือเปล่า สร้างปัญหาได้พอสมควรจากข่าวที่แล้วมานี้นะครับ เพราะฉะนั้น ผมได้ข่าวว่ากองกําลังทหารพรานนี้ประมาณ ๑๔,๐๐๐ คน ปีนี้จะเพิ่มอีก ๕,๐๐๐ คน เป็น ๑๙,๐๐๐ คน ถามว่าเพิ่มแล้วเราจะลดปัญหาความรุนแรงทางภาคใต้ได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นทั้งหลายเหล่านี้ล่ะครับ ต่อให้ใครมาบอกว่าเกิดเพราะรัฐบาลนี้รัฐบาลนั้นผมเอง ก็แม้จะมาอยู่สภาใหม่ก็พอจะจําความได้ว่าปัญหาภาคใต้เป็นปัญหายาวนาน เราต้อง มาช่วยกันแก้ไข เราต้องมาช่วยกันดูว่าอะไรมันดี ไม่ดี ผมก็เชื่อว่าวันนี้ผู้ที่มาชี้แจงต้อง ได้คําตอบ และได้คําถามพอสมควรจากข้อมูลของเพื่อนสมาชิกทั้งหลาย และผมก็เชื่อว่า รัฐบาลไหนก็แล้วแต่ขึ้นมาหวังให้ภาคใต้สงบทั้งสิ้น ไม่มีทางหรอกครับว่ารัฐบาลไหน จะบอกว่าภาคใต้ดีเพราะตัวเอง หรือไม่ดีเพราะตัวเอง ผมไม่เคยไปโทษใครเลย อยู่ตรงนี้ ก็ไม่ได้เคยโทษว่ารัฐบาลชุดก่อน ๆ หรือชุดที่แล้ว ไม่ต้องหรอกครับ ปัญหามันเกิด แล้วช่วยกันแก้เท่านั้นเองครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ใช้เวลาได้ดีมาก เชิญดอกเตอร์กนกครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมจะขออนุญาต ใช้เวลาพอสมควรนะครับ ท่านประธานครับ เพื่อที่จะชี้ประเด็นที่ผมเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ กับรัฐบาลและสภาความมั่นคงแห่งชาติโดยเฉพาะนะครับ ท่านประธานครับ มีถึงเพื่อน สมาชิกจํานวนมากพูดตลอดเวลาว่าเราไม่ควรจะโทษกัน ไม่ควรจะกล่าวอ้างว่ารัฐบาลไหนทําดี รัฐบาลไหนทําไม่ดีนะครับ ซึ่งก็เป็นความเห็นที่รับฟังได้ แต่ที่สําคัญมากกว่าก็คือว่า เราได้ศึกษาบทเรียนจากอดีตอย่างไรบ้าง และเราได้ประเมินผลสิ่งที่เราทํามาอย่างไรบ้าง ผมคิดว่าตรงนี้เป็นสิ่งที่สําคัญมากกว่า แล้วก็ในประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากจะเรียนกับรัฐบาล โดยเฉพาะกับทาง สมช. กับท่านเลขาธิการ ท่านรองเลขาธิการนะครับว่า สิ่งที่เรายังขาดวันนี้ ก็คือการประเมินผลอย่างเป็นระบบ ผมคิดว่ามีความจําเป็นที่เราควรจะต้องย้อนเวลากลับไป ถ้าประวัติศาสตร์ของเหตุการณ์ในภาคใต้ผมจําไม่ผิด ถ้าเราย้อนหลังกลับไปประมาณ ๓๐ ปี เราจะเห็นสถานการณ์ที่ขึ้นลง ขึ้นหมายถึงว่า รุนแรง ลงหมายถึงว่า สงบ ความรุนแรง น้อยลงแล้วก็มีความสงบมากขึ้นนะครับ มันจะเกิดเป็นคลื่น เป็นช่วงของมัน ผมคิดว่า จําเป็นที่เราจะต้องไปศึกษาแล้วก็ดูว่าทําไมความขัดแย้ง ความรุนแรงมันจึงมากขึ้น และในบางช่วงทําไมความขัดแย้งและความรุนแรงจึงน้อยลง ในส่วนนี้ผมอยากขออนุญาต ให้ท่านได้กรุณาแยกเป็น ๒ ระดับ
ในระดับที่ ๑ เป็นการประเมินระดับยุทธศาสตร์ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของ สภาความมั่นคงโดยตรง นั่นหมายความว่าในช่วง ๓๐ ปีที่ผ่านมานี้ สมช. จะต้องกลับไปดูว่า ยุทธศาสตร์แต่ละช่วงของท่านที่ปฏิบัตินั้นมันเกิดผลในเหตุการณ์จริงในพื้นที่อย่างไรบ้าง มันมีความสําเร็จในเรื่องอะไรบ้าง แล้วก็มีความล้มเหลวในเรื่องอะไรบ้าง และที่สําคัญก็คือ เพราะเหตุใด ผมเชื่อว่าถ้าท่านทําการประเมินตรงนี้ด้วยข้อมูลที่เป็นจริง ไม่มีอคติ มันจะช่วยให้เราเรียนรู้ได้เยอะมากว่าในรอบ ๓๐ ปีที่ผ่านมานั้น เราทําอะไรได้ดีและเราทํา อะไรที่ผิดพลาดไป ตรงนี้จะเป็นประโยชน์ในเชิงยุทธศาสตร์อย่างยิ่ง ผมเชื่อว่าท่านเข้าใจในความหมายที่ผมพูด ในความหมายทางยุทธศาสตร์ ผมไม่จําเป็นจะต้องอธิบายในรายละเอียด เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว คงจะต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมง
ในระดับที่ ๒ ที่ผมคิดว่ามีความสําคัญควบคู่กันไป ก็คือระดับปฏิบัติการ ในระดับปฏิบัติการนั้นท่านจับช่วงเวลาเดียวกัน เช่น สมมุติว่าท่านให้ช่วงเวลาปี ๒๕๓๐ ถึงปี ๒๕๓๕ สมมุตินะครับ ในการประเมินทางยุทธศาสตร์ท่านก็ประเมินการปฏิบัติ ในช่วงเวลานั้นเหมือนกัน แล้วท่านก็จะเห็นว่าการปฏิบัติการของท่านในช่วงเวลาดังกล่าวมันมี การปฏิบัติการในเรื่องอะไร ในด้านอะไรที่ประสบความสําเร็จ และในทางกลับกันมีเรื่องอะไร มีด้านอะไรที่ประสบความล้มเหลว เพราะเหตุผลอะไร โดยดูจากข้อมูลจริง โดยดูจาก ผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยดูจากข้อมูลในเชิงเอกสาร เป็นต้น และเมื่อท่านประเมินอย่างนี้ตลอด ๓๐ ปี ท่านก็จะเห็นภาพทันทีว่าการปฏิบัติการของเราที่ดีมีอะไรบ้าง และการปฏิบัติการของเรา ที่ผิดพลาด และทําให้เกิดความรุนแรงมากขึ้นมีอะไรบ้าง และเมื่อท่านนําผลของการประเมิน ในระดับยุทธศาสตร์ และในระดับปฏิบัติการมากางเป็นแผนที่ตามกาลเวลาในแต่ละช่วง ซ้อนกัน ท่านก็จะเห็นทันทีเลยว่ายุทธศาสตร์ของท่านกับการปฏิบัติการนั้นสัมพันธ์กันหรือไม่ และต้องใช้เวลานานเท่าไร เมื่อเราดําเนินการทางยุทธศาสตร์แล้วจึงจะเห็นผลในระดับ ปฏิบัติการ และในทางกลับกันการปฏิบัติการที่ผิดพลาดใช้เวลานานเท่าไรจึงจะส่งผลที่ทําให้ เกิดความเสียหายในระดับยุทธศาสตร์ได้ อย่างนี้เป็นต้น ถ้าเราทําการประเมินศึกษาอย่างนี้ เราไม่ต้องมาโทษกันละครับว่าใครผิดใครถูก รัฐบาลไหนผิด รัฐบาลไหนถูก มันจะชัดในตัว มันเอง เพื่อที่เราจะได้นําข้อผิดพลาดเหล่านั้นมาแก้ไข มาปรับปรุงยุทธศาสตร์ของเรา การปฏิบัติการของเราให้ดีขึ้นได้ ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนกับท่านเลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติโดยเฉพาะในที่นี้ ซึ่งผมก็รู้จักกับท่านเป็นการส่วนตัว ผมอยากจะ ขออนุญาตให้ท่านได้ทําเรื่องนี้อย่างจริงจัง ในด้านของระดับปฏิบัติการ วันนี้โครงสร้างของ เราได้แบ่งออกเป็น ๒ ส่วน ด้านหนึ่งคือปฏิบัติการทางด้านความมั่นคง อีกด้านหนึ่งคือ ด้านการปฏิบัติการในด้านการพัฒนา ถ้าย้อนกลับไป ๓๐ ปี เราก็ทําแบบนี้เหมือนกันละครับ เพียงแต่รูปแบบและวิธีการเราอาจจะต่างกันไป แต่คําถามก็คือทําไมบางช่วงการพัฒนาของเรา ประสบความสําเร็จ และทําไมบางช่วงความมั่นคงจึงประสบความล้มเหลว สิ่งเหล่านี้จะเป็น ประโยชน์อย่างยิ่งในการที่เราจะสรุปบทเรียนในรอบ ๓๐ ปีที่ผ่านมา ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ น่าเสียดายที่วันนี้เราได้เห็นเฉพาะนโยบายที่ท่านจะบอกว่าอีก ๓ ปีข้างหน้าท่านจะทําอะไร แต่เรามองไม่เห็นภาพเลยว่า ๓ ปีที่แล้ว ๕ ปีที่แล้ว ๑๐ ปีที่แล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง มีอะไรบ้าง ที่เป็นข้อผิดพลาด เพราะถ้าเราไม่นําความจริงมาเปิดเผยให้ปรากฏ อย่างน้อยกับผู้ที่ รับผิดชอบ เราก็จะไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้น แล้วเราก็จะใช้มายาคติ ใช้ความรู้สึกของตัวเราเอง ปิดบังข้อผิดพลาด และปิดบังสิ่งที่เราไม่ชอบ ผมคิดว่าตรงนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เราจําเป็น ที่จะต้องกลับไปทบทวนในเรื่องเหล่านี้ และในส่วนนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ได้กรุณาอยู่ใน ห้องประชุม ผมอยากจะขออนุญาตท่านได้กรุณาจดประเด็นนี้เลยนะครับ และกรุณาไป นําเรียนท่านนายกรัฐมนตรีด้วยว่าขอความกรุณาให้การสนับสนุนเพื่อการศึกษาประเมินผล ว่า ๓๐ ปีที่ผ่านมา ยุทธศาสตร์และการปฏิบัติการของประเทศไทยของเราในการแก้ไขปัญหา ภาคใต้เป็นอย่างไร เราจะได้เข้าใจครับว่าทําไมที่มาถึงวันนี้ เหตุการณ์ที่เป็นอย่างเช่นวันนี้ ซึ่งเมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกได้อธิบายไปแล้วนะครับว่าเราเสียชีวิตไปแล้วกว่า ๕,๐๐๐ คน มันเพราะอะไรครับ แล้วจะต้องเสียมากกว่านี้อีกหรือไม่ แล้วเสียชีวิตที่มากกว่านี้ แล้วเหตุการณ์จะดีขึ้นไหม จะสงบหรือไม่ สิ่งเหล่านี้เรานึกเอาเองไม่ได้ครับ เราจะต้อง กลับไปทบทวนประวัติศาสตร์ ทบทวนความเป็นจริง แล้วก็เรียนรู้กับมันนะครับ นั่นคือประเด็นที่ ๑ ครับท่านประธานที่ผมอยากจะขออนุญาตนําเรียนกับท่านรองนายกรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานแล้วก็ท่านเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติว่า ผมคิดว่าท่านต้องเอาจริง เอาจังกับการเรียนรู้บทเรียนในอดีตว่าเป็นอย่างไร อย่ารีบศึกษาสรุป ๆ แล้วก็รวบรัด แล้วก็จบ แล้วบอกว่าจะทําแบบนี้ กรุณาอย่าทําอย่างนั้น เพราะว่าเราผิดพลาดมา ๓๐ ปีแล้วอย่างน้อย เราไม่ควรจะผิดพลาดอีก ๓๐ ปีนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นตรงนี้ด้วยความเคารพจริง ๆ อยากจะขอให้ท่านได้ทําเรื่องนี้ อย่างน้อยที่สุดเราจะได้บอกได้ว่า ความถูกต้องมันเริ่มขึ้นแล้ว ในการแก้ไขปัญหาภาคใต้ในยุคนี้ของเรา
ประการที่ ๒ ครับท่านประธานครับ ถ้าจากประเด็นแรกที่ผมพูดนั้น ผมเรียน กับท่านประธานได้เลยว่าปัญหาหลักเบื้องต้นที่สําคัญมากที่ผมจะต้องพูดในประเด็นที่ ๒ ก็คือปัญหาที่เราไม่สามารถนํานโยบายหรือยุทธศาสตร์ที่ดีไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลตามที่ นโยบายหรือยุทธศาสตร์ได้กําหนดไว้ ผมคิดว่าถ้าเรามีใจที่เป็นธรรมนะครับ นโยบายความมั่นคง ใน ๓ ปีที่ท่านเขียนมานี้ ผมคิดว่าร้อยละ ๙๐ ถูกต้องครับ แล้วก็ดี มีความคิดใหม่ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการให้ประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วม การเคารพอัตลักษณ์ และวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สิ่งเหล่านี้มีน้ําหนักมากขึ้นในนโยบายนี้ เป็นสิ่งที่ดีครับ แต่คําถามก็คือว่า ผมเชื่อว่าท่านเลขาธิการและท่านรองเลขาธิการ รวมทั้งรองนายกรัฐมนตรี ด้วยนี่นะครับ ในใจท่านก็รู้อยู่ว่าจบอีก ๓ ปีมันก็ไม่เกิดอะไรขึ้นครับ และท่านก็ไม่ได้มั่นใจ เลยว่าท่านจะสามารถปฏิบัติได้ตรงตามที่ท่านพูดหรือที่ท่านเขียนไว้ในนโยบายแห่งนี้ และท่านก็ จะมีเหตุผลอธิบาย ผมเชื่อครับ ตรงนี้คือสิ่งที่เป็นปัญหาครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น จําเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องกลับมาดูกันอย่างจริงจังว่านโยบายซึ่งสภาความมั่นคงแห่งชาติ รับผิดชอบในระดับยุทธศาสตร์นั้น จะนําไปสู่การปฏิบัติได้อย่างไร ตรงนี้เป็นโจทย์ที่ใหญ่ ผมขออนุญาตตั้งเป็นประเด็นเพื่อให้ท่านได้นําไปพิจารณาประกอบในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้
ในประการแรกจะทําอย่างไรจึงจะทําให้เกิดความสอดคล้องระหว่างนโยบาย กับหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ครับ วันนี้เสียงอภิปรายของเพื่อนสมาชิกทั้งซีกรัฐบาลแล้วก็ซีกฝ่ายค้าน ก็ได้บอกชัดเจนว่านโยบายที่กรุงเทพฯ กับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่มันเป็นคนละเรื่องกัน และบ่อยครั้งสวนทางกัน ขัดแย้งกัน และสร้างปัญหาให้แก่กันและกัน ผมไม่จําเป็นจะต้อง อธิบายหรือยกตัวอย่างในรายละเอียด เพราะอาจจะทําให้เพื่อนสมาชิกเข้าใจผิดว่าผมมา ชวนทะเลาะกับท่าน ไม่ใช่เลยครับ แต่อันนี้เป็นปัญหาจริง ๆ ครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมอยากให้สภาความมั่นคงแห่งชาติได้กรุณาตอบและให้ความมั่นใจกับเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีนะครับ ว่าท่านจะทําอย่างไรให้นโยบายความมั่นคง ที่นํามาเสนอในสภาวันนี้ลงไปสู่การปฏิบัติที่ไปในทิศทางเดียวกันของเจ้าหน้าที่ในภาคสนาม
ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน ปัญหาของการปฏิบัตินั้นมันเกิดขึ้นจาก หน่วยปฏิบัติต่าง ๆ ในพื้นที่เองที่ต่างคนต่างทํา ตั้งแต่ถ้าจะพูดในเชิงลบก็ต่างคนต่างแย่ง ผลงาน ต่างคนต่างแย่งงบประมาณ ต่างคนต่างแย่งทรัพยากร และไม่อยากพูดเลยก็คือ ต่างคนต่างแย่งที่จะเอาหน้าทางการเมือง สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นจะทําอย่างไรจึงจะทําให้หน่วยปฏิบัติในพื้นที่กลับไปสู่สภาวะของการรับ นโยบายความมั่นคงเดียวกันและแปลงไปสู่แผนปฏิบัติการที่สอดคล้องกัน ผมตั้งประเด็น เป็นรูปธรรมเลยครับ สภาความมั่นคงแห่งชาติและท่านรองนายกรัฐมนตรีจะทําอย่างไรครับ ที่จะทําให้เส้นแบ่งขอบเขตอํานาจหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างส่วนราชการในพื้นที่ที่บอกว่า อันนี้พื้นที่ผม อันนี้เขตของผม คนอื่นไม่เกี่ยว เพราะในชีวิตจริงของพื้นที่และพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ไม่มีเส้นแบ่งครับ ท่านประธานครับ แต่วันนี้ผมเชื่อว่าสิ่งที่สภาความมั่นคงแห่งชาติหนักใจอยู่ อย่างยิ่ง ถ้าผมเอาใจผมไปใส่ใจท่านนี่ผมจะทราบเลยครับว่าที่ท่านหนักใจก็คือว่าเส้นแบ่ง เหล่านี้มันทําให้นโยบายความมั่นคงปฏิบัติไม่ได้ครับ แต่ไม่ใช่ท่านยอมจํานนกับสภาพแล้วก็ นําเสนอท่านนายกรัฐมนตรีแล้วหวังว่าจะได้รับการแก้ไข มันไม่ได้ผลหรอกครับ ผมคิดว่า ท่านจะต้องมีภาวะที่สร้างสรรค์ทางความคิดและวิธีการที่มากกว่านี้ที่จะทําให้เราสามารถ ทะลุเส้นแบ่งของส่วนราชการที่อยู่ในพื้นที่ให้ได้ และที่สําคัญก็คือว่าทําอย่างไรที่จะทําให้ ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่ทั้งหมดมีความรู้สึกว่าแต่ละท่าน แต่ละหน่วย จะรับผิดชอบร่วมกันในการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ไม่ใช่ฝ่ายความมั่นคงก็บอกว่าผมรับผิดชอบ เรื่องความมั่นคง เรื่องพัฒนาผมไม่เกี่ยว ศอ.บต. ก็บอกว่าผมรับผิดชอบเรื่องการพัฒนา เรื่องความมั่นคงผมไม่เกี่ยว กระทรวงสาธารณสุขก็บอกว่าผมรักษาอย่างเดียวอย่างอื่นผมไม่เกี่ยว ทั้ง ๆ ที่กระทรวงสาธารณสุขที่โรงพยาบาล ท่านประธานทราบไหมครับว่าหมอ พยาบาล และบุคลากรของโรงพยาบาลนั้นคือคนที่รู้ข้อมูลลึกมากที่สุดในพื้นที่ เพราะว่าคนป่วย คนเจ็บ และญาติที่มาเยี่ยมนั้นคือคนที่อยู่ในพื้นที่แล้วอยู่ในเหตุการณ์ทั้งสิ้น ทําไมเราจะไม่ได้ ข้อมูลแล้วรับฟังความคิดเห็นจากเจ้าหน้าที่หรือบุคลากรทางด้านการรักษาพยาบาล ผมไม่ได้ หมายความว่าใช้เขาเป็นแหล่งข่าวแล้วสร้างความอันตรายหรือความเสี่ยงให้กับเขา ไม่ใช่ แต่เราควรจะต้องรับฟังและทําความเข้าใจกับเขา อย่างนี้เป็นต้น สมช. จะทําอย่างไรครับ ในเรื่องเหล่านี้ เพราะถ้า สมช. คิดแค่แต่เพียงว่าผมทํานโยบายนี้จบแล้วก็จบครับ มันก็จบ จริง ๆ ครับ แล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นครับ ท่านประธานครับ
ในประเด็นที่ ๓ จะทําอย่างไรให้หน่วยงานในพื้นที่ แทนที่จะคิดว่าตัวเอง ปฏิบัติหน้าที่ของตัวแต่เพียงด้านเดียว ให้เขาเอื้อมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งไม่ใช่ หน่วยงานหลักเพราะหน่วยงานหลักในพื้นที่ก็มีกองทัพภาค มี กอ.รมน. มี ศอ.บต. นี่คือ หน่วยงานหลัก แต่หน่วยงานอื่น ๆ ที่มีบทบาทมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล มหาวิทยาลัย กรมส่งเสริมการเกษตร อย่างนี้เป็นต้น ทําอย่างไรเราจะเอื้อมมือของ ส่วนราชการเหล่านี้ที่เป็นหน่วยงานหลักไปยังหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่และทํางาน ร่วมกัน วันนี้ครับ ท่านประธานครับ หน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่เขาบอกบอกว่ากองทัพภาค กอ.รมน. ศอ.บต. พยายามจะแย่งงานและทุกอย่างไปทําเองหมดแล้วครับ แต่เวลาประกาศ นโยบายที่กรุงเทพฯ ก็บอกว่าเราจะให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วม เราจะให้หน่วยงานปฏิบัติ ซึ่งเป็นหน่วยประจํารับผิดชอบเป็นหลัก แต่ความจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้นนะครับ ท่านประธานครับ และผมไม่อยากจะไปสรุปว่าทําไมจึงเป็นอย่างนั้น ผมคิดว่าคนที่มีสามัญสํานึกก็คิดออกครับ ว่าทําไมจึงเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นเรื่องที่สําคัญมากครับท่านประธาน การที่จะ แปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัตินั้น ผมอยากขออนุญาตเน้นกับ สมช. นะครับว่าทําอย่างไรที่เรา จะประสานกับหน่วยงานที่รับนโยบายนี้ไปแปลงให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนครับ รูปธรรม ที่ชัดเจนไม่ได้หมายความว่าเขียนเป็นตัวหนังสือแล้วอ่านออกครับ แต่หมายความว่าปฏิบัติ ได้จริงครับ ท่านประธานครับ การปฏิบัติได้จริงตรงนั้นไม่ใช่ปฏิบัติแล้วเลิกเป็นผักชีโรยหน้า แต่เป็นการปฏิบัติที่ต่อเนื่องครับ ท่านประธานครับ ทําอย่างไรจึงจะทําให้เกิดความต่อเนื่อง ของการปฏิบัติ ผมไม่ต้องพูดถึงการต่อเนื่องระหว่างรัฐบาลหนึ่งไปอีกรัฐบาลหนึ่งนะครับ อันนั้นก็เป็นปัญหามากอยู่แล้ว แม้กระทั่งในรัฐบาลเดียวกันนะครับ พอเปลี่ยนหัวหน้า ส่วนราชการ เปลี่ยนหัวหน้าหน่วย ไม่ต่อครับ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราจะต้องตระหนักแล้วก็ แก้ไข การกระทําอย่างนี้ที่เราไม่สามารถเห็นผลในทางปฏิบัติจากการแปลงนโยบายได้ ผมอยากจะขออนุญาตเรียกร้องความเป็นธรรม เรียกร้องความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชน ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ๕ จังหวัดก็ตาม เขาจะต้องเป็นผู้รับปัญหา รับเคราะห์กรรม จากการไม่ประสานงาน และการต่อสู้ของส่วนราชการกันเอง ตรงนี้เป็นปัญหาท่านประธานครับ ที่ทําให้นโยบายไปสู่ การปฏิบัติไม่เกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคงจะไม่ต้องพูดเรื่องการปฏิบัตินโยบายอีก แต่ผมอยากจะขออนุญาตนํากรอบที่ผมได้พูดเมื่อสักครู่นี้ลงไปสู่การอธิบายในรายละเอียด ผมจะยกตัวอย่างเพียงบางเรื่องเท่านั้น เพื่อให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีแล้วก็ท่านเลขาธิการ สภาความมั่นแห่งชาติคงได้เข้าใจและเห็นรูปธรรม และถ้าท่านจะกรุณาก็นําไปใช้ประโยชน์ ได้ไม่สงวนลิขสิทธิ์แต่ประการใด
ประการที่ ๓ ที่ผมอยากพูดถึงก็คือว่า ในนโยบายความมั่นคงที่ท่านพูดถึงนี้ นะครับ ผมต้องขออนุญาตชมนะครับ วัตถุประสงค์ ๙ ข้อของท่านมาถูกทางครับ แต่วัตถุประสงค์ ๙ ข้อนั้น ผมจะไม่ไล่เป็นรายข้อนะครับ เพราะจะเสียเวลาที่ประชุมมากเกินไป แต่ผมอยากจะบอกกับท่านว่าวัตถุประสงค์ ๙ ข้อนี้ น้ําหนักไม่เท่ากันในแต่ละช่วงเวลา ผมอยากจะขออนุญาตชี้เพียง ๕ ประเด็น และยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมให้กับท่าน เผื่อท่านจะนําไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อไปในการปฏิบัติให้เกิดผลสําเร็จ
เรื่องที่ ๑ คือเรื่องการศึกษา
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ
เรื่องที่ ๓ คือเรื่องการอํานวยความยุติธรรม
เรื่องที่ ๔ คือการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อหลักศาสนาอิสลาม
เรื่องที่ ๕ คือเรื่องการกระจายอํานาจ
ผมจะขออนุญาตที่จะพูดเป็นประเด็น เพื่อประโยชน์ต่อสภาความมั่นคง และรัฐบาลที่จะนําไปใช้ต่อไปครับ ท่านประธาน ในเรื่องการศึกษาครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ปัญหาภาคใต้เมื่อสักครู่ผมได้พูดแล้วว่าเกิดขึ้นมาและเรามีปัญหาต่อเนื่องมา มากกว่า ๓๐ ปีแล้ว ถ้านับตั้งแต่เด็กที่เกิดวันแรกในช่วงเวลาดังกล่าววันนี้เขาอายุ ๓๐ ปีแล้วนะครับ นั่นหมายความว่าเวลาเป็นเรื่องใหญ่มาก และที่สําคัญก็คือปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้น ถึงที่สุดแล้วคือปัญหาของคนครับ เพราะฉะนั้นเราจะต้องสร้างคน ถ้าเด็กที่เกิดวันนี้และเรา ทําการสร้างคนคนนี้อย่างถูกต้อง ผมเชื่อว่าอีก ๓๐ ปีข้างหน้าปัญหาภาคใต้ไม่มีแล้วครับ ความสงบสุขและสันติสุขจะกลับมาอย่างมั่นคงและถาวร ยกตัวอย่างเช่น ในเรื่องการศึกษาครับ ท่านประธาน นั่นหมายความว่าการศึกษาควรจะต้องเป็นยุทธศาสตร์หลักของการแก้ไขปัญหา ความขัดแย้งในภาคใต้ รูปธรรมครับท่านประธาน ในภาคใต้เราทราบดีอยู่ว่าเป็นพื้นที่มุสลิม และมีความละเอียดอ่อน โรงเรียนทางด้านศาสนาของภาคใต้ที่เป็นหลักใหญ่ ๆ ก็จะมี โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา แล้วก็มีโรงเรียนตาดีกา นอกเหนือจากนั้นก็เป็นโรงเรียนหลัก ๆ ก็คือ โรงเรียนสามัญของรัฐบาล ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเป็นรูปธรรมเลยนะครับ มีอาจารย์จบปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ที่วิทยาเขตปัตตานี จบปริญญาเอกนะครับ เป็นอาจารย์ครับ เป็นมุสลิม ผมถามอาจารย์ว่าอาจารย์ครับ อาจารย์ส่งลูกไปเรียนหนังสือที่ไหนครับ อาจารย์ตอบผมว่าส่งไปโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาครับ ผมถามว่าทําไมครับ อาจารย์เป็นอาจารย์ ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มีสิทธิส่งไปโรงเรียนสาธิต ทําไมไม่ส่งไปโรงเรียนสาธิตละครับ ปรากฏว่าคําตอบเป็นอย่างนี้ครับ ท่านเลขาธิการฟังดี ๆ นะครับ อาจารย์ตอบผมบอกว่า ถ้าผมส่งลูกผมไปโรงเรียนสามัญของรัฐ หรือโรงเรียนสาธิตอย่างที่อาจารย์กนกบอกนั่นนะ ผมรู้ว่าลูกผมจะเก่งวิชาสามัญครับ แต่ผมไม่มั่นใจเลยว่าลูกผมจะเป็นมุสลิมที่ดีได้ เพราะฉะนั้นถ้าจะต้องเลือกกับการให้ลูกผมเก่งวิชาสามัญกับเป็นมุสลิมที่เลว ผมเลือกที่จะให้ ลูกผมรู้วิชาสามัญไม่ต้องมากนัก หรืออ่อนวิชาสามัญ แต่เป็นมุสลิมที่ดี อันนี้คือทางเลือก ของคนจบปริญญาเอกนะครับ สําหรับชาวบ้านที่พี่น้องมุสลิมทั่วไปไม่ต้องพูดเลยครับ ไม่ต้องตัดสินใจอะไรเลย ไม่ส่งไปโรงเรียนสามัญโดยเด็ดขาดเพราะเชื่อว่าไปโรงเรียนสามัญแล้วลูกจะไม่เป็นมุสลิมที่ดี นี่คือเสียงสะท้อนความเป็นจริงที่บอกกับเราว่าเรากําลังผิดพลาดเชิงนโยบาย ที่ท่านเขียนมา นี่ละครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมถามอาจารย์ต่อไปว่าแล้วถ้าอย่างนั้นอาจารย์จะทําอย่างไรครับ ลูกอาจารย์เป็นมุสลิมที่ดีแต่วิชาสามัญอ่อน เราก็รู้อยู่ว่าต่อไปวิชาชีพจะอ่อนเพราะเข้า มหาวิทยาลัยไม่ได้อาจารย์จะแก้ปัญหาอย่างไรครับ อาจารย์ตอบผมว่าผมจะพยายามวิ่งเต้นหาทุน เพื่อส่งลูกผมไปเรียนมหาวิทยาลัยอิสลามในประเทศมุสลิม เช่น ประเทศตุรกี ประเทศจอร์แดน ประเทศโมร็อกโก ประเทศอียิปต์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย เป็นต้น นี่คือเสียงจากใจของคน เป็นพ่อเป็นแม่ที่เป็นมุสลิมครับ นั่นก็หมายความว่าวันนี้เราจะต้องกลับมาทบทวนเรื่อง การศึกษากันใหม่ ผมขออนุญาตเสนอเป็นรูปธรรมเลยนะครับ ถ้าสภาความมั่นคงแห่งชาติ จะกรุณารับและท่านรองนายกรัฐมนตรีจะกรุณารับไปปฏิบัติก็จะเป็นอานิสงส์กับประเทศชาติ ของเราก็คือเรารู้ว่าโรงเรียนสอนศาสนาเอกชนอิสลามอ่อนวิชาสามัญ ท่านฟื้นฟูครูวิชาสามัญ ให้กับโรงเรียนเหล่านี้ได้ไหมครับ และการสอนอบรมติวเข้มวิชาสามัญไม่ใช่บอกว่าทํา ๒๐๐ คน แล้วก็เอามาบอกว่าทําแล้วไม่ใช่นะครับ ที่ผมพูดนี่หมายความว่าทําทุกคนครับท่านประธาน เพราะถ้าทํา ๒๐๐ คน ก็มีโรงเรียนอยู่ ๔-๕ โรงเรียนได้ประโยชน์แต่โรงเรียนอีก ๘๐๐ โรงเรียน ไม่ได้ประโยชน์หรอกครับ นี่คือทางเลือกที่ ๑
ทางเลือกที่ ๒ ที่ดีกว่านั้นอีกครับท่านประธานก็คือโรงเรียนสามัญของ รัฐบาลแต่เราเอาอิสลามศึกษาเข้าไปในโรงเรียนสามัญให้ได้สิครับ และให้โรงเรียนสามัญ ซึ่งเก่งวิชาสามัญสอนอิสลามศึกษาด้วยสิครับ ถ้าอย่างนี้เรามีโรงเรียนสามัญที่มีคุณภาพแล้วมี อิสลามศึกษาที่ดีทันทีเลยนะครับท่านประธาน วิธีการทําอย่างไรผมมีรายละเอียดครับ ท่านประธานแต่ไม่จําเป็นต้องพูดในที่ประชุมแห่งนี้ ผมยินดีจะให้คําตอบกับท่านนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ขอความกรุณาท่านรองนายกรัฐมนตรีช่วยเรียนท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ อย่างน้อยขอสักเรื่องหนึ่งได้ไหมครับ เอาอิสลามศึกษาเข้าไปในโรงเรียนสามัญเพื่อเปิดโอกาส ให้พ่อแม่พี่น้องที่มีลูกมีหลานใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เขาได้ลูกที่รู้วิชาสามัญและเรียนต่อ วิชาชีพได้และที่สําคัญคือเป็นมุสลิมที่ดีครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ตัวอย่างที่ ๒ แค่นั้น ยังแก้ปัญหาไม่หมดหรอกครับ วันนี้เรามีฐานเริ่มต้นแล้วคือมีวิทยาลัยอิสลามศึกษา คนหนึ่งที่ร่วม ก่อตั้งท่านอาจารย์พีรยศนั่งอยู่ตรงนี้แล้วครับ ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และท่านก็เป็นอาจารย์อยู่ที่นั่น ผมไม่ทราบท่านคิดอย่างไรท่านลาออกแล้วมาเป็น ส.ส. ผมยังอยากให้ท่านกลับไปเป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยอิสลามศึกษา วันนี้นะครับท่านประธาน เด็กไทยที่เป็นมุสลิม ลูกอาจารย์แบบที่ผมพูดเมื่อไปเรียนในต่างประเทศได้ทุนนะครับ ขอทุน ซึ่งเงินก็ไม่มากเลยแต่ต้องเสียเวลา ๒ ปี เข้าไปเรียนภาษาอาหรับเพราะว่าที่นั่นใช้ภาษาอาหรับ ทั้งหมดแล้วครับ เป็นไปได้ไหมครับเราจะตั้งศูนย์สอนและทดสอบภาษาอาหรับที่วิทยาลัย อิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และผมเรียนท่านประธานได้ นะครับว่าเราได้ทําโครงการนี้แล้ว รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้การอนุมัติแล้ว ผมขออนุญาต ฟ้องท่านประธานอีกครั้งนะครับ แต่งบประมาณถูกตัดโดยกระทรวงศึกษาธิการ ตรงนี้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกรุณานํากลับมาได้ไหมครับ เพื่อที่ว่าอย่างน้อยที่สุดเด็กไทยที่เป็น มุสลิมอีกหลายพันคนไม่ต้องไปตกระกําลําบาก ๒ ปีครับท่านประธาน และผมได้เดินทาง ไปพบเด็กนักเรียนเหล่านั้นด้วยตัวผมเอง แล้วผมเห็นสภาพการเป็นอยู่ของเขาท่านทราบไหมครับว่า เงินที่พ่อแม่เจียดกําใส่มือไปธนาคารประเทศที่เขาไปคือประเทศซูดานไม่มีธนาคาร ที่แลกเปลี่ยนกับประเทศไทยได้นะครับ ต้องไปที่ประเทศอียิปต์และจากคนที่จะไปแลกจาก ประเทศอียิปต์มาประเทศซูดานได้เขาเก็บเงินค่าพิเศษในการรับจ้างไปแลกอีกครับ แล้วผมถามน้อง ๆ เหล่านั้นว่าได้เงินเดือนละเท่าไรครับท่านประธานเพื่อดํารงชีวิต เดือนละ ๑,๐๐๐ บาทครับ ที่พ่อแม่ส่งไปให้ และผมถามว่าส่งเท่านี้หรือ เขาบอกว่ามีเท่านี้ ครับ นี่คือสภาพชีวิตของเด็กพี่น้องมุสลิมที่อยู่ในต่างประเทศ ท่านประธานครับ คนเหล่านี้ เมื่อกลับมาแล้วผมถามว่าเขาจะรักประเทศไทยได้อย่างไรล่ะครับ ตรงนี้ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่สําคัญ อย่างยิ่ง จึงอยากจะขออนุญาตเสนอกับท่านประธานว่ารีบกรุณาตั้งศูนย์สอนและทดสอบ ภาษาอาหรับที่วิทยาลัยอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์โดยเร็วที่สุด และผมเรียน ท่านรองนายกรัฐมนตรีเลยนะครับ ผมได้ไปเจรจาขออาจารย์จากประเทศโมร็อกโก จากประเทศจอร์แดน แล้วก็ประเทศตุรกีเรียบร้อยแล้วครับ เขาสามารถที่จะบินมาได้ทันที แล้วก็เอาหลักสูตรมาเลยครับ ถ้าท่านอยากจะทําบอกนะครับ พรรคประชาธิปัตย์ผมนี่นะครับ ยินดีที่จะช่วยท่านเพื่อให้แก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของเรา
ประการที่ ๓ ท่านรัฐมนตรีครับ ในการทํางานตรงนี้ทุกคนทราบดีอยู่ว่า คนเรียนอิสลามศึกษาจบลง ตกงานครับ ผมไปที่ประเทศซูดานนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ส่งผมไปครับ ไปที่ประเทศซูดาน รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานของเขาบอกว่านักศึกษา ที่เรียนอิสลามในประเทศมุสลิมคือประเทศซูดานร้อยละ ๙๕ ตกงานครับ ที่ตกงานเพราะว่า วิชาอิสลามศึกษาที่สอนเป็นเรื่องของศาสนาเป็นหลัก แต่ไม่ใช่วิชาชีพ เราไม่ควรจะผิดพลาด แบบนั้นอีก เราสอนอิสลามศึกษาเพื่อการเป็นมุสลิมที่ดี แต่เราต้องมีวิชาชีพให้กับพี่น้อง มุสลิมของเราครับ วันนี้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้ทดลองทําโครงการ ๒ ปริญญา เรียบร้อยแล้วครับ ที่เราทํางานกันมาเมื่อ ๔-๕ ปีที่แล้วต่อเนื่องกันมา วันนี้มีรัฐศาสตร์ มีนิติศาสตร์ มีศึกษาศาสตร์บวกกับอิสลามศึกษาครับ ท่านประธานครับ แล้วเรากําลัง เตรียมการที่จะทําให้เกิดพยาบาล วิศวกรรมศาสตร์ แล้วก็แพทย์ศาสตร์ครับ ท่านประธานครับ แต่การกระทําแบบนี้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ต้องทําด้วยตัวเอง ไม่มีใครไปช่วยเลยครับ ในช่วงท้ายที่ผมเข้าไปเกี่ยวข้องในรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ทําโครงการหมดเลยครับ แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของท่านละครับ ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม ไม่ให้ครับ ตรงนี้เป็นปัญหาครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะขออนุญาตเรียนกับ ท่านประธานด้วยความเคารพจริง ๆ ว่านี่คือรูปธรรมที่ผมนําเสนอว่าเวลาผมพูดถึงว่า แปลงนโยบายสู่การปฏิบัติคืออย่างนี้ครับ ท่านเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
ประการที่ ๔ เพื่อให้ท่านเห็นภาพในทางระหว่างประเทศและเราได้ทําเป็น ตัวอย่างแล้ว ก็คือการจัดอินเตอร์เนชั่นแนล คอนเฟอเรนซ์ ออน อิสลามมิก สตัดดี (International Conference on Islamic Study) เมื่อประมาณ ๒ ปีที่แล้วในเดือนธันวาคม เราจัดครั้งที่ ๑ ครับท่านประธาน แล้วผมก็ได้อภิปรายในสภาแห่งนี้ตอนงบประมาณครับ ท่านประธาน ถ้าท่านประธานจําได้ ผมไม่ขอพูดในรายละเอียด แล้วมันเกิดอะไรขึ้น ท่านประธานทราบไหมครับ คืนวันนั้นตีสามครับ เจ้าหน้าที่สํานักงบประมาณโทรไปที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์บอกว่าจะให้แล้ว งบประมาณจะให้แล้ว ผมถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น กับระบบของเราในวันนี้ เราทํางบประมาณมาอย่างถูกต้อง เสนอมาตัดออกหมด พอมา โวยวายในสภา มาพูดในสภาก็บอกว่าให้แล้ว ๆ ถ้าอย่างนั้นท่านกําลังบอกผมใช่ไหมครับว่า ผมต้องโวยวายทุกเรื่องจึงจะได้ ผมพยายามอย่างยิ่งนะครับ ท่านประธานครับ ที่จะนําเสนอ อย่างสร้างสรรค์และช่วยแก้ไขปัญหาจริง ๆ เพราะผมอยากเห็นบ้านเมืองของเราสงบ ปรองดองเดินหน้าครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมเรียนท่านประธานเลยนะครับ ฝากท่านประธานและฝากท่านรองนายกรัฐมนตรีเลยนะครับ เราจะจัดอินเตอร์เนชั่นแนล อิสลามมิก สตัดดี (International Islamic Study) ครั้งที่ ๒ ในเดือนมกราคม ๒๕๕๖ และจะใช้ งบประมาณในปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ครับ ท่านประธานครับ หัวข้อที่เราจะจัดก็คือเรื่อง ความท้าทายของอิสลามศึกษากับการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบันและอนาคต และขณะนี้ เราเชื่อว่าจะมีมหาวิทยาลัยชั้นนําโดยเฉพาะอธิการบดีและรองอธิการบดีไม่ต่ํากว่า ๕๐ แห่ง ทั่วโลกมาประชุม และเราจะมีมุฟตี้ จะมีอิหม่าม แกรนด์อิหม่ามจากไม่น้อยกว่าอีก ๑๐ ประเทศนะครับ ที่จะมาประชุม ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานนะครับ ในการจัดครั้งที่ ๑ เราประสบความสําเร็จอย่างยิ่ง จนกระทั่งการประชุมโอไอซี (OIC) ถัดจากนั้นหลังจากการประชุม ของเราไม่มีสมาชิกในโอไอซีต่อว่าประเทศไทยอีกเลยครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าผู้นําแกรนด์อิหม่าม มุฟตี้ ที่มา เขาบอกกับผมเองว่าดอกเตอร์กนก ผมไม่อยากจะเชื่อว่าประเทศไทยให้เสรีภาพกับพี่น้องมุสลิมมากกว่าประเทศมุสลิม บางประเทศด้วยซ้ําไปครับ นี่คือความเป็นจริง ท่ามกลางปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราก็มีข้อดีอยู่นี่คือตัวอย่างครับ และเราจะจัดอีกครั้งหนึ่งนะครับ และที่สําคัญต้องขออนุญาต ขอบคุณท่านจุฬาราชมนตรีครับ ท่านให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังมาโดยตลอด ให้คําแนะนํา ที่เป็นประโยชน์มาก ผมขออนุญาตฟ้องท่านรองนายกรัฐมนตรีเลยนะครับว่าในตอนนั้น เราขอความร่วมมือจากหน่วยงานทางด้านความมั่นคงเราได้รับน้อยมากเลยอย่างนี้เป็นต้น นะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ท่านประธานครับผมอยากจะขออนุญาตเรียนกับท่านประธานว่า ในด้านการศึกษาที่ผมยกตัวอย่างมานี้น่าจะเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนพอที่จะทําให้ท่านได้เห็นภาพ
ประการที่ ๒ ครับ วันนี้เราพูดกันว่าภาษามลายู บางคนเรียกภาษายาวี ขอความกรุณาใช้กันให้ถูกต้องนะครับ เพื่อการเคารพต่อพี่น้องมุสลิม เขาเรียกว่าภาษามลายู แต่การเขียนตัวอักษรเขาใช้ภาษาอาหรับที่เขาเรียกว่ายาวี ส่วนภาษามลายูที่ประเทศมาเลเซียใช้ หรือประเทศอินโดนีเซียใช้เขาใช้ภาษาโรมันหรือภาษาอังกฤษเป็นตัวสะกดไม่ได้ใช้ภาษาอาหรับ เป็นตัวสะกด เพราะฉะนั้นของเราเราใช้ภาษามลายูแต่การเขียนเราใช้ภาษายาวี ตัวอย่างครับ ท่านเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติครับ ผมไม่อยากให้เรามองภาษามลายูเป็นอันตราย ต่อความมั่นคง ในทางกลับกันผมคิดว่าเราควรจะต้องส่งเสริมให้โรงเรียนทั้งหมดแม้กระทั่ง โรงเรียนพุทธสอนภาษามลายู ในปี ๒๐๑๕ เราจะเปิดประชาคมอาเซียนครับท่านประธานครับ ผมถามว่ามีคนไทยกี่คนที่เข้าใจภาษามลายู ข้าราชการไทยที่อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าใจภาษามลายู และประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซียเป็นคู่ค้าที่สําคัญของประเทศไทย ทําไมเราไม่คิดว่าภาษามลายูก็เหมือนกับภาษาอังกฤษรู้อีก ๑ ภาษามันก็ดีมากขึ้นไม่ได้เป็น ปัญหาความมั่นคงเลย และถ้าเรามีบัณฑิต มีอาชีวะที่จบและรู้ภาษามลายูต่อไปเราจะไปทํางาน ในประเทศมาเลเซียสบายมากเลยครับ ไปทํางานที่ประเทศอินโดนีเซียก็สบายมากเลยครับ บริษัทไทยจะไปลงทุนที่ประเทศอินโดนีเซียเรามีคนไทยไปเป็นผู้จัดการมีพี่น้องมุสลิมของเรา ไปเป็นผู้จัดการบริษัทที่มาเลเซียได้อย่างง่ายดายมากครับ เพราะฉะนั้นเราทําภาษามลายู ให้เป็นภาษาที่เราคิดว่าเหมือนกับภาษาอังกฤษที่จะเป็นประโยชน์และช่วยทําให้เศรษฐกิจ ของประเทศเจริญเติบโตในอนาคต ตรงนี้ละครับท่านประธานครับ นี่คือตัวอย่างที่ผม อยากจะเรียนกับท่านประธานว่าการศึกษาควรจะเป็นยุทธศาสตร์นําและเราต้องรีบทําแล้วก็ ใช้เวลาอดทนกับมัน และผมเชื่อว่าใน ๑๐ ปีข้างหน้าทุกอย่างจะเรียบร้อย ตัวอย่างที่ ๒ การพัฒนาเศรษฐกิจ ในการพัฒนาเศรษฐกิจนี้หลักใหญ่ที่สุดเลยที่ท่านเขียนเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เศรษฐกิจพอเพียงนั้น ในความคิดของผมเรื่องตรงไปตรงมาที่สุดก็คือแก้ไขปัญหา ความยากจน ถ้าคนจนแล้วใครไปให้ความหวังอะไรเขาก็เชื่อหมดละครับ ใครไปหลอกอะไร เขาก็เชื่อละครับ เพราะฉะนั้นเราต้องแก้ไขปัญหาความยากจนให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนที่อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทําอย่างไรครับ สร้างทักษะ ให้เขา สร้างอาชีพให้เขาสิครับ ตรงนี้ทางกองทัพบกได้ทํา กอ.รมน. ได้ทํา ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ติด ระบบงบประมาณของเรา ทําอย่างไรขยายผลให้ได้ ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ทําให้มากขึ้นอย่างนี้เป็นต้น
ส่วนที่ ๒ คือการแก้ไขปัญหาที่ทํากินครับ ที่หลวงไปทับที่ราษฎรแก้ให้หมด ได้ไหมครับ เทือกเขาบูโดที่พี่น้องมุสลิมของเราต้องถูกไล่ออกจากพื้นที่และกลายเป็นพื้นที่ รกร้างมันเกิดจากการใช้กฎหมายของรัฐที่ไม่ยุติธรรมกับพี่น้องประชาชน โดยไม่มีให้โอกาส กับพี่น้องประชาชนที่จะพิสูจน์สิทธิ และการพิสูจน์สิทธิก็เป็นปัญหาครับ ท่านใช้เกณฑ์ของ ทางราชการไม่ได้ใช้เกณฑ์ข้อเท็จจริงหรอกครับ อย่างนี้เป็นต้น ทําอย่างไรเราจะแปรรูป เพิ่มผลผลิตทั้ง ๆ ที่เรามีความพร้อมในหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับอาหารฮาลาล ตรงนี้ล่ะครับท่านประธานครับผมจะ ไม่ยกตัวอย่างมากกว่านี้ในเรื่องพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ต้องการบอกกับท่านว่าเราต้องพัฒนาคนครับ แล้วเมื่อคนมีความรู้ มีทักษะ มีทัศนคติที่ถูกต้องและมีโอกาสที่จะทํางาน ผมคิดว่าตรงนั้น จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
ประการที่ ๓ ครับท่านประธานครับ การอํานวยความยุติธรรม พี่น้องมุสลิม สิ่งที่เขารู้สึกอย่างมากก็คือความยุติธรรม ไม่ใช่ว่าเงินเยียวยาจะไปซื้อเขาได้นะครับ เงินเยียวยา เป็นเงื่อนไขที่จําเป็นจะต้องปฏิบัติ แต่ที่สําคัญไม่แพ้กันหรือมากกว่าด้วยซ้ําไปก็คือความรู้สึก ว่าเขาได้รับความยุติธรรม เพราะในหลักศาสนาอิสลามความยุติธรรมเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมอยากให้สภาความมั่นคงแห่งชาติแปลงนโยบายตรงนี้ไปสู่การปฏิบัติ ด้วยการทําความจริงให้ปรากฏครับท่านประธานครับว่าอะไรเกิดขึ้น ประเด็นที่พี่น้องมุสลิม เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรมนี้ความจริงมันคืออะไร ทําให้ปรากฏครับ เมื่อพี่น้องมุสลิม เขาเข้าใจว่าความเป็นจริงคืออะไร เขาจะยอมรับครับ อย่าเอาเรื่องที่เราเขียนขึ้นมาแล้วไป บีบบังคับให้เขาเชื่อ ตรงนั้นเป็นอันตรายและเป็นเงื่อนไขที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีกเลย มันน่าจะ เป็นข้อผิดพลาดที่เราสรุปมาได้แล้วนะครับท่านประธาน สิ่งหนึ่งที่สําคัญมากที่ท่านเขียน คําว่าอัตลักษณ์และวิถีชีวิตวัฒนธรรมนั้นนะครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเดียวในเรื่องนี้ ที่เป็นประโยชน์ กระบวนการของการอํานวยความยุติธรรมนั้นนะครับ ท่านประธานครับ เราจะต้องใช้กลไกทางสังคมและวัฒนธรรมให้เป็นประโยชน์ ในกระบวนการของสังคม อิสลามเองเขามีกระบวนการอํานวยความยุติธรรมในชุมชนของเขาในสังคมของเขา เรายอมรับ กระบวนการตรงนี้สิครับแล้วจะช่วยเราทํางาน แล้วก็ส่งเสริมให้กระบวนการตรงนี้มี ความเข้มแข็งครับ ซึ่งในส่วนนี้ท่านประธานครับ ขออนุญาตเรียนไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรี นะครับ รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ทํานโยบายเรื่องความยุติธรรมชุมชนครับ แล้วใช้ได้ผล ท่านประธานครับ ตรงนี้ท่านไม่ต้องรังเกียจเลยครับเอาไปทําต่อเลยแล้วจะได้ผลมากขึ้นครับ เพราะฉะนั้นความยุติธรรมชุมชนเป็นเครื่องมือสําคัญนะครับที่จะช่วยให้เราสามารถที่จะเอาใจ ของพี่น้องมุสลิมกลับมาอยู่ข้างเรามากขึ้น ในเรื่องความยุติธรรมอันสุดท้ายครับที่สําคัญ ท่านประธานครับคือความเร็วครับท่านประธาน วันนี้เราต้องไม่ปฏิเสธว่าสถานการณ์ ใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นการต่อสู้กันนะครับ การต่อสู้ถ้าเราช้าเมื่อไร มีเวลามากเท่าไร ฝ่ายตรงกันข้ามก็ทํางานได้มากขึ้นเท่านั้นล่ะครับ เพราะฉะนั้นจําเป็นที่เราจะต้องทําให้เร็ว ความยุติธรรมที่มาช้ามันเป็นความไม่ยุติธรรมนะครับท่านประธานครับ เราจะต้องทําให้ ความยุติธรรมเกิดขึ้นให้เร็ว ทําความจริงให้เกิดขึ้นให้เร็ว เอาตัวอย่างให้ชัดเจนนะครับ หลังสุดคือกรณีหนองจิกครับ นี่โชคดีนะครับที่เกิดการรับฟังในเรื่องเหล่านี้มากขึ้น อย่างน้อย ที่สุดการแก้ไขปัญหาเรื่องหนองจิกก็ยังเร็วกว่าเรื่องอื่น ๆ ในอดีต แต่ถึงกระนั้นก็ตามครับ ท่านประธานครับ การแก้ไขปัญหาเรื่องหนองจิกก็ยังช้าอยู่ดี ในความรู้สึกของพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ครับ เพราะฉะนั้นเรื่องของความเร็วไม่ใช่โวหาร ไม่ใช่วาทกรรมที่ผมนํามากล่าวครับ เพราะว่าถ้าท่านไม่รู้ว่าคนที่อยู่ในพื้นที่แล้วเสี่ยงตลอดเวลานั้นชั่วโมงต่อชั่วโมงที่ผ่านไปนั้น เขารู้สึกอย่างไร เพราะฉะนั้นความเร็วเป็นเรื่องที่สําคัญอย่างยิ่งครับท่านประธาน
ประการที่ ๔ ครับท่านประธาน การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับหลักศาสนา อิสลาม ผมไม่ใช่มุสลิมครับท่านประธาน แต่ผมศึกษาเรื่องอิสลามและผมมีเพื่อนมุสลิม เยอะมากโดยเฉพาะที่เป็นอาจารย์ เป็นผู้รู้ เพื่อนอาจารย์ผมสอนผมว่าหลักศาสนาอิสลาม เป็นหลักของการเน้นการสร้างสันติสุขและความสมานฉันท์ หลักการตรงนี้เป็นหลักการ ที่ปฏิเสธความสุดโต่ง ความสุดขั้ว ความรุนแรง และตรงนี้ผมยืนยันได้ด้วยปฏิญญาปัตตานี ที่เกิดขึ้นจากการประชุมในเดือนธันวาคม ๒ ปีที่ผ่านมาที่ผมได้เรียนไปแล้ว ได้มีการเขียนไว้ชัดเจนว่าเราปฏิเสธการใช้ศาสนาอิสลามแบบสุดโต่งสุดขั้ว แล้วเซ็นชื่อ โดยผู้นําศาสนาอิสลามของโลกครับ ผมอยากเห็นรัฐบาลนี้ครับ เอาปฏิญญาปัตตานีที่เราทํานั้น ไปพิมพ์แล้วแจกให้หมดเลยครับ กับพี่น้องมุสลิมว่าเป็นอย่างไร ยิ่งไปกว่านั้นวันนี้ในโลก มุสลิมทั้งหมดทุกคนพูดเป็นภาษาเดียวกันว่าทางสายกลางของอิสลามเป็นทางออกของ อนาคต เขาใช้คําว่า มอเดอเรท (Moderate) อิสลาม เป็นทางออกของอนาคตของโลกมุสลิม ตรงนี้เป็นโอกาสที่ดีอย่างยิ่งของประเทศไทยของเราครับ ที่จะทําความเข้าใจกับพี่น้องมุสลิม ให้มาเดินในเส้นทางนี้ และที่สําคัญก็คือว่าในหลักศาสนาอิสลามได้สอนตลอดเวลาว่า พี่น้องมุสลิมถ้าท่านเกิดในแผ่นดินใด ท่านต้องรักและทําแผ่นดินนั้นให้เจริญเติบโตครับ ตรงนั้นศาสนาได้บอกกับพี่น้องมุสลิมว่าเขาต้องรักแผ่นดินไทย เป็นเพราะเราต่างหากหรือเปล่า ที่ผลักเขาออกไปแล้วสร้างปัญหาด้วยตัวของเราเอง และที่สําคัญมากครับท่านประธาน หลักใหญ่ของความเชื่อของศาสนาอิสลามคือศรัทธาครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศรัทธาต่อ พระผู้เป็นเจ้า เป็นสิ่งที่สําคัญที่สุด และเป็นตัวชี้ขาดของความเป็นมุสลิม ถ้าเรานําหลักอันนี้ ซึ่งเป็นคําสอนของพระผู้เป็นเจ้าในคัมภีร์อัลกุราอาน ๑,๔๐๐ ปีไม่มีการแก้แม้แต่คําเดียว แล้วทุกคนท่องกันมาแล้วก็เชื่อกันมาอย่างนั้น ถ้าเราทําให้ความเข้าใจต่อคัมภีร์อัลกุราอาน เป็นอย่างถูกต้อง ทุกอย่างจะจบครับ เพราะเขาเชื่อและศรัทธาว่าอันนั้นคือคําสอน ของพระผู้เป็นเจ้า ตรงนี้ละครับคือการแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติ ในความหมายที่ท่านพูดถึง เรื่องอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตครับ นี่คือ ๑ ตัวอย่าง
ประการที่ ๕ ท่านประธานครับ การกระจายอํานาจ ในการกระจายอํานาจนี้ ผมขออนุญาตเน้นเลยนะครับ รูปแบบของการปกครองในพื้นที่จะเป็นอย่างไรไม่ใช่ เรื่องสําคัญ ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ผมย้ําเลยนะครับ รูปแบบการปกครองจะเป็นอย่างไร ในพื้นที่ไม่ใช่ประเด็นสําคัญ เพราะฉะนั้นกรุณาอย่ามาพูดเรื่องนครปัตตานี กรุณาอย่ามาพูด เรื่องรวมจังหวัดเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ตรงนั้นไม่ใช่ประเด็นใหญ่ครับ ประเด็นที่สําคัญ ก็คือ ท่านเลขาธิการ สมช. ครับ กรุณาจดนะครับ
๑. การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างบริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่เขาพูดแล้วเราฟัง แล้วเลือกเชื่อตามที่เราชอบ เราต้องฟังให้ครบ ฟังให้หมดและนํามาใช้ประโยชน์ก่อนที่เรา จะตัดสินใจครับ ไม่ใช่เรามาฟังหลังจากตัดสินใจไปแล้วแล้วมันผิด แล้วเราบอกว่าอย่างนี้เอง ที่มันผิด ไม่ใช่ครับ ไม่มีประโยชน์ครับ ก่อนที่เราจะตัดสินใจฟังพี่น้องประชาชนอย่างสุจริตใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่จะกระทบต่อวิถีชีวิตของเขา ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง เป็นรูปธรรมนะครับ ในสภาแห่งนี้ก็ผิดเหมือนกันครับ ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานจําได้ มีการเสนอกฎหมายฉบับหนึ่งเข้ามาว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับการกระทําผิดทางเพศ และท่านเจะอามิง นี่ละครับ ลุกขึ้นอภิปราย ผมก็นั่งอยู่ตรงนี้นะครับท่านประธาน เพราะในหลักศาสนาอิสลาม การกระทําผิดทางเพศถือเป็นบาปหนักนะครับ และท่านก็เตือนแล้วว่ากรุณาถอนกลับไปเถอะ แก้อีกหน่อยหนึ่ง ท่านก็เข้าใจผิดนะครับ ท่านรัฐมนตรีที่มาชี้แจงนี่ท่านเข้าใจผิดท่านบอกว่า ไม่เป็นไร ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เรายกเว้นให้ ตรงนั้นเป็นความไม่รู้ที่น่าละอายอย่างยิ่ง เลยนะครับ
ประการแรก ก็คือว่ามุสลิมของเราไม่ได้มีเฉพาะ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นะครับ ที่อําเภอหนองจอกก็มีครับ ที่อําเภอมีนบุรีก็มีครับ ที่จังหวัดเชียงใหม่ก็มีครับ แล้วถ้าท่านบอกว่ากฎหมายนี้ยกเว้น ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วมุสลิมที่กรุงเทพฯ ต้องทําตามนี้หรือครับ เราพยายามเตือนตลอดเวลาว่ากรุณาเถอะครับ ถอนไปเถอะ ท่านคิดเป็นเกมการเมืองหมดเลย และผมเตือนท่านเลยว่าจะเกิดปัญหาครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นกรุณาเถอะครับ เรื่องเหล่านี้เราไม่เอามาเล่นเป็นการเมืองครับ เพราะเราต้องการให้ประเทศชาติของเรา เดินหน้าจริง ๆ เพราะฉะนั้นในส่วนของการกระจายอํานาจนี้ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต ของเขา ฟังเขาครับ ประการที่ ๒ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติที่อยู่ในพื้นที่นั้น ฟังเขาครับ เพราะเขาอยู่ที่นั่นและเขาต้องตายที่นั่นครับ ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ ไม่ว่าจะเป็นดิน ไม่ว่าจะเป็นน้ํา การใช้ประโยชน์ในเรื่องเหล่านี้ ฟังเขาเถอะครับ แล้วเราจะได้ความคิดดี ๆ ที่จะทําให้เกิดความสมดุลและความสอดคล้องของนโยบายของท่านกับวิถีชีวิตและการร่วมมือ ของพี่น้องประชาชน
ในเรื่องของการกระจายอํานาจในส่วนที่ ๒ ครับ ขออนุญาตเป็นรูปธรรม ก็คือในการตัดสินใจนี้ ในเรื่องต่าง ๆ ทางนโยบาย กรุณากระจายอํานาจลงไปในพื้นที่ให้มากขึ้น ให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่มีอํานาจในการตัดสินให้มากขึ้น เพราะว่าในรายละเอียดเมื่อเราลงไป ในพื้นที่วิธีปฏิบัติมันไม่เหมือนกันหรอกครับ เงื่อนไขรายละเอียดไม่เหมือนกัน เมื่อเขาเข้าใจ นโยบาย เข้าใจหลัก เข้าใจยุทธศาสตร์ เราต้องไว้ใจข้าราชการของเราว่าเขาจะทําในสิ่งที่ดี แต่แน่นอนครับ กลไกการตรวจสอบติดตามประเมินผลต้องเข้มข้นครับ ผมคิดว่าถ้าเราปฏิบัติ ๒ อย่างนี้ได้ ในเวลา ๕ ปี ๑๐ ปีข้างหน้ามันจะคลี่คลายออกมาเองว่ารูปแบบการบริหาร ราชการในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ตามจะเป็นอย่างไร แล้วผมยืนยันว่าตัวที่มันจะเกิดขึ้นตรงนั้นจะเป็นรูปแบบการปกครองที่ประเทศไทย ไม่ถูกแบ่งแยก และเป็นประเทศไทยที่เจริญก้าวหน้าและมั่นคง และที่สําคัญก็คือเป็นประเทศไทย ที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่เหล่านั้นมีความสุขและมีความรักต่อประเทศไทยครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตไปประเด็นที่ ๔ ต้องขอประทานโทษ ที่ประชุมอีกนิดเดียวครับ สมช. ครับ ท่านต้องเป็นตัวหลักในด้านยุทธศาสตร์นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประสานกับ กอ.รมน. กับ ศอ.บต. ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ วันนี้ถ้าท่านถามเลขาธิการ สมช. หรือว่าท่านรองเลขาธิการ โดยเฉพาะที่ท่านอยู่มาหลายปีแล้ว ลึก ๆ ถามท่านเลยครับว่า กอ.รมน. กับ ศอ.บต. เขาให้น้ําหนักกับ สมช. แค่ไหน ผมขออนุญาต ที่จะไม่พูดรายละเอียด แต่ท่านถามในที่ลับเถอะครับ แล้วตรงนั้นท่านก็จะได้คําตอบเองว่า ปัญหาการบริหารราชการภาคใต้ของเรามีปัญหาเพราะอะไร ในส่วนนี้นะครับ ผมไม่อยากให้ สมช. คิดแค่ ศอ.บต. กับ กอ.รมน. ซึ่งเป็นคนในระนาบเดียวกันกับท่าน แต่ผมอยากให้ท่าน คิดถึงหน่วยงานที่อยู่ในระนาบที่ต่ํากว่าท่าน ต่ํากว่า ๒ หน่วยงานนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส่วนราชการที่เป็นหลัก ๆ ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการใช้งบประมาณ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการปฏิบัติงาน ว่าแผนงานต่าง ๆ เหล่านั้นมันสอดคล้องกันหรือเปล่า ผมถามว่า แผนการรักษาสุขภาพชุมชนสอดคล้องกับแผนการพัฒนาทักษะชีวิตและการศึกษาในชุมชนนั้น หรือไม่ นี่คือกระทรวงสาธารณสุขกับกระทรวงศึกษาธิการ ไม่เลยนะครับ แล้วผมเชื่อว่า ถ้าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมานั่งตรงนี้ ท่านไม่รู้เรื่องเลยนะครับ เรื่องที่ผม พูดอยู่ในขณะนี้ และท่านไม่เข้าใจด้วย ที่เป็นเช่นนั้นเพราะอะไรครับท่านประธาน ผมไม่ได้ กล่าวหาท่าน เพราะว่าท่านเลขาธิการ ศอ.บต. นําหน่วยงานทางด้านการศึกษา ๗๐ คน ที่เป็นผู้นํามาพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการท่านนี้ละครับ แล้วก็มาบอกว่าปัญหา คืออะไร อยากให้ทําอะไรบ้าง ท่านตอบคําเดียวครับ ผมไม่รู้ว่าผมจะทําได้หรือเปล่า ขอคิด ดูก่อนครับ นี่คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของท่านครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมไม่ได้กล่าวหาเลยนะครับ แต่ข้อมูลที่ผมเห็น ได้รับนั้นมันเป็นอย่างนั้นครับ แล้วที่สําคัญครับ ท่านประธาน ในฐานะที่ผมเป็นกรรมาธิการปรองดองแก้ไขปัญหาภาคใต้ คณะอนุกรรมาธิการ พี่วิรุฬห์ได้เชิญผู้รับผิดชอบกระทรวงศึกษาธิการมาชี้แจงในที่ประชุม ผมก็ถามว่าท่านทํา อะไรบ้าง ทําอันนี้ไหม ทําอันนี้ไหม ท่านทําหมดเลยครับ ผมก็นึกดีใจ ท่านก็ภาคภูมิใจมากว่า ท่านให้ทุนนักศึกษา ท่านพัฒนาครู ท่านปรับปรุงหลักสูตร ท่านอบรมอาชีพ ท่านรายงาน ต่อที่ประชุมด้วยความภาคภูมิใจ ผมก็ดีใจกับท่าน แต่สุดท้ายผมบอกว่าท่านผู้ตรวจการครับ ผมถามคําถามเดียวครับ ถ้าท่านทําดีขนาดนี้ ทําไมการศึกษามันแย่ขนาดนี้ล่ะครับ ขอประทานโทษนะครับท่านนั่งหลังพิงพนักเลยครับ ไม่คิดว่าผมจะสวนขนาดนี้ ผมไม่ได้ตั้งใจ จะหักหน้าท่านเลยแต่ผมต้องการจะบอกว่าสิ่งที่ท่านบอกว่าท่านทํา ท่านทําเยอะแล้วดูมันดี มันไม่มีผลจริงต่อพื้นที่ครับ ท่านถามคือทําไมครับท่านประธาน ท่านเลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติผมฝากบอกท่านเลยนะครับ ข้าราชการของเราโดยเฉพาะ ข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการ ท่านไม่เข้าใจคอนเซ็พท์ อันหนึ่งในทางเศรษฐศาสตร์ ที่เรียกว่า คริทิเคิล แมส (Critical Mass) การสร้างปริมาณที่มากพอ ที่จะนําไปสู่การเปลี่ยนแปลง ท่านให้ทุนนักศึกษาไปเรียนต่างประเทศที่ผมพูดนี้ให้ ๔ ทุน ในขณะที่เราต้องการ ๕,๐๐๐ ทุน อบรมครู ท่านอบรมครับ ๒๐๐ คน แต่เราต้องการ ๔๐,๐๐๐ คนครับ อย่างนี้เป็นต้นครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น สมช. ท่านกรุณาได้ไหมครับ ท่านต้องเป็นหลักในเรื่องนี้และผลักดันให้เกิด การปฏิบัติที่จะสร้างคริทิเคิล แมส ให้เกิดขึ้นในพื้นที่ให้ได้ เพื่อที่จะนําไปสู่การเปลี่ยนแปลง เพราะถ้าไม่อย่างนั้นแล้วรายงานในสภานี้นะครับ มันจะดูดีไปหมดเลยครับ แต่สถานการณ์ มันไม่ดีขึ้นหรอกครับ ตรงนี้เป็นปัญหาครับท่านประธานครับ
ประการที่ ๕ ครับท่านประธาน ผมยังเหลืออีก ๒ ประเด็น ผมพยายาม รวบรัดครับท่านประธาน เรื่องของการเยียวยาและชดเชยท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ ท่านเจะอามิงได้พูดแล้วนะครับ ผมอยากขออนุญาตสรุปสั้น ๆ และบอกเกณฑ์ได้เลย เพราะท่านเจะอามิง ถามท่านว่าจะมีเกณฑ์อะไร ผมจะตอบให้ครับถ้าท่านเห็นด้วยกรุณาเอาไปใช้ เลยครับ ท่านจะได้ไม่ต้องคิด เราช่วยกันคิดครับ ในการเยียวยานี้หัวใจหลักเบื้องต้นเลยก็คือว่า วันนี้สถานการณ์มันเกิดการเปรียบเทียบจริง ๆ ครับท่านประธาน ผมไม่ต้องอธิบาย รายละเอียด และได้ถูกนําไปใช้เป็นเครื่องมือเพื่อสร้างความขัดแย้งใหม่ครับ คําถามก็คือว่า เราจะรีบจัดการตรงนี้อย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์มันรุนแรงและลุกลามมากไปกว่านี้
ข้อที่ ๑ ท่านเลขาธิการครับ กรุณาจดนะครับ ผมพูดภาษาง่าย ๆ ให้กรุงเทพฯ เท่าไร ให้ภาคใต้เท่ากัน รายละเอียดผมไม่ขอพูดครับ เพราะถ้าไม่เท่านะครับ ท่านประธานครับ ถ้าให้แล้วไม่เท่ามันมีค่าเท่ากับไม่ให้ครับท่านประธานครับ เพราะมันจะถูกนําไปกล่าวอ้างอีกเยอะมาก แล้วจะสร้างปัญหาในพื้นที่ครับ เพราะฉะนั้นขอให้จดเลยนะครับ ให้กรุงเทพมหานครเท่าไร ให้ภาคใต้เท่ากันในทุกเรื่อง เพราะนี่คือเบื้องต้นของความยุติธรรมครับ
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ เกณฑ์ข้อที่ ๒ ผู้ที่บริสุทธิ์ไม่รู้เรื่อง แต่ต้องเสียชีวิต เพราะปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากข้อผิดพลาดเชิงนโยบายและการปฏิบัตินโยบาย ของเราที่ผ่านมา ผมไม่ยกตัวอย่างนะครับ มีครู มีประชาชน ชาวบ้าน เจ้าของร้านค้า แม้กระทั่งชาวพุทธที่ต้องอพยพออกจากพื้นที่ แล้วก็ไปอยู่อีกจังหวัดหนึ่ง คนเหล่านั้นเราต้อง ดูแลเขาครับ ผู้บริสุทธิ์เหล่านี้ต้องได้รับการดูแล
ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ เวลา เหตุการณ์ที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร มันมีจุดเริ่มต้น มีจุดจบ เพราะเหตุการณ์มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดและจบครับ แต่เหตุการณ์ ภาคใต้วันนี้มันยังไม่จบแล้วไม่รู้จะจบเมื่อไรครับ เพราะฉะนั้นเกณฑ์ข้อที่ ๓ ก็คือว่าเวลาของ ภาคใต้ต้องปลายเปิดครับท่านประธาน เหตุการณ์จบเมื่อไรจบเมื่อนั้น ตรงนี้เพื่อจะเป็น อุทาหรณ์และเป็นเครื่องเตือนใจกับรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของรัฐว่าท่านปล่อยให้ความรุนแรง เกิดขึ้นไปนานเท่าไร มันจะเป็นความรับผิดชอบและความเสียหายของชาติบ้านเมือง มากเท่านั้น และตัวอย่างที่จะเป็นรูปธรรมก็คือเงินที่ท่านต้องจ่ายเพื่อการเยียวยาและชดเชย ท่านประธานครับ ผมขอ ๓ ข้อนี้ล่ะครับ ถ้าท่านทําอย่างนี้ได้ สมช. ผลักดันเรื่องนี้ให้ได้ได้ไหม ครับ พี่น้องประชาชนจะได้บอกว่า สมช. เคยได้ยินแต่ชื่อไม่เคยเห็นผลงานเลย แต่วันนี้ เห็นรูปธรรมชัดเจน เกณฑ์การชดเชย ๓ ข้อนี้ สมช. ผลักดันจนเป็นผลสําเร็จ ให้พี่น้องประชาชน ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เขาได้ชื่นใจกับ สมช. บ้างได้ไหมครับ
ประการสุดท้ายครับท่านประธาน การสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ที่ผมจะขออนุญาตเรียนสรุปก็คือว่า สมช. ครับ ไม่ใช่ท่านทํานโยบายนี้แล้วก็จบนะครับ ท่านจะต้องอธิบายสื่อสารกับหน่วยงานต่าง ๆ หนึ่งในส่วนกลางครับ ให้เข้าใจตรงกันครับ ท่านประธานครับ และผมขออนุญาตยกหน่วยงาน ๓ หน่วยเท่านั้นละครับ
หน่วยแรก คือสํานักงบประมาณครับท่านประธาน ถ้าเราเข้าใจยุทธศาสตร์ เดียวกัน เวลาตัดงบประมาณจะได้ไม่ตัดสุ่มสี่สุ่มห้าเหมือนกับว่าอินเตอร์เนชั่นแนล คอนเฟอเรนซ์ (International conference) ตัด ศูนย์สอนภาษาอิสลาม ตัด มันจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ขึ้นครับ ถ้าสํานักงบประมาณเข้าใจเรื่องเหล่านี้ ท่านต้องเอาเจ้าหน้าที่สํานักงบประมาณ มาอ่านอันนี้ แล้วเอาไปสอบนะครับว่าเข้าใจจริงไหม แล้วปฏิบัติจริงไหม ถ้าไม่ปฏิบัติจริง สมช. ต้องเป็นคนลุกขึ้นมาชี้แจง แล้วก็ต่อสู้เรื่องนี้สิครับ
หน่วยงานที่ ๒ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติครับ คนที่ประเมิน อะไรเยอะแยะไปหมดครับ เขาไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้หรอกครับ ท่านทําให้ท่านเข้าใจสิครับ เราจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาบอกว่าโครงการนี้ไม่ได้ ไม่คุ้มทุน คิดอินเทอร์นอล เรท ออฟ รีเทิร์น (Internal rate of return) แล้วต่ําเกินไป ผมไม่ได้ตั้งโครงการอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นี่ครับ อยู่ที่จังหวัดปัตตานีครับ อย่างนี้เป็นต้น และ
หน่วยงานที่ ๓ ก็คือสํานักนโยบายและแผนของทุกกระทรวง ผมคิดว่านี่คือ ๓ หน่วยงานที่ท่านต้องทําความเข้าใจ ให้เขาได้เข้าใจสิ่งเหล่านี้ เพราะหน่วยเหล่านี้คือหน่วย ที่จะแปลงนโยบายของท่านไปสู่การปฏิบัติครับท่านประธาน ถ้าเราไม่เข้าใจอย่างนี้ เขาไม่เห็น ความสําคัญ เขาไม่ได้เออออไปกับท่าน เขาไม่อยู่ในกระแสของความคิด ความมั่นใจ เหมือนกับท่าน สุดท้ายนโยบาย ๓ ปีนี้ พอจบปี ๒๕๕๗ ท่านก็มีเล่มใหม่ แล้วเล่มนี้ก็โยน ทิ้งไป แล้วไม่เกิดอะไรขึ้นหรอกครับ ท่านประธานครับ การทํางานในภาคใต้ต้องทุ่มเทครับ ท่านประธาน ต้องเสียสละครับ แล้วก็ละเอียดอ่อนครับ และที่สําคัญคือต้องการกําลังใจครับ ที่ผมอภิปรายนี้ผมต้องการให้กําลังใจท่านนะครับ และที่สําคัญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ต้องการการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องครับ ไม่ใช่เป็นครั้ง เป็นคราว
เพราะฉะนั้นผมอยากจะขออนุญาตสรุปอย่างนี้นะครับ ท่านประธาน การทํางานเพื่อแก้ไขปัญหาภาคใต้ โดย สมช. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในเชิงยุทธศาสตร์ภายใต้ นโยบายของรัฐบาล ผมอยากเห็นหน่วยงานทั้งหมดทํางานด้วยสมองครับ ด้วยความเข้าใจ ด้วยข้อมูล ด้วยการคิดวิเคราะห์บนฐานของความเป็นจริง และประสบการณ์ที่ผ่านมา ในส่วนนี้เรียกว่าการทํางานด้วยสมองที่สําคัญอย่างยิ่ง และผมเชื่อว่าท่านก็ได้ทําเรื่องนี้ได้ดี พอสมควร เพียงแต่ว่าการประสานงานยังมีปัญหา อย่างที่ผมได้อธิบายไปแล้ว แต่สิ่งที่เรา ขาดครับ ท่านประธานครับ แล้วผมขออนุญาตฝากท่านรองนายกรัฐมนตรีกรุณาไปเรียน ท่านนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับว่าในการปฏิบัติงานเพื่อแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้นั้น เราไม่ต้องการสมองอย่างเดียวครับ สมองอย่างเดียวไม่พอครับ เราต้องการใจ ด้วยครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเป็นรูปธรรมครับ ถ้าท่านลงไปในพื้นที่ ถ้าท่านไปด้วยสมอง ท่านจะเก็บข้อมูลแบบหนึ่งครับ เก็บเรื่องอัตราการเกิด อัตราการตาย ปริมาณน้ําฝน พื้นที่ป่า ที่ดิน คุณสมบัติของดินเป็นอย่างไร ท่านเก็บข้อมูลที่เป็นวิทยาศาสตร์ หมดเลย เพราะสมองมันบอก ทฤษฎีมันบอกครับ แต่ถ้าท่านไปเก็บข้อมูลด้วยใจ ท่านจะรู้สึก เลยครับว่าแววตาของชาวบ้านเศร้าลงมากกว่าคราวที่แล้ว ชาวบ้านร้องไห้มากกว่าคราวที่แล้ว พูดคุยกับหญิงหม้าย สีหน้าของเขาหม่นหมองกว่าเดิม นี่คือการเก็บข้อมูลด้วยใจครับ ท่านประธานครับ ผมถามว่าถ้าเจ้าหน้าที่ของเราใช้ใจทํางานเขาจะรู้สึกเลยครับว่ามันเกิด อะไรขึ้นกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ของเรา งบประมาณของเราที่ลงไป ในพื้นที่เยอะมากครับ เราไปด้วยสมองแต่ไม่ได้เอาใจไปครับ ผมอยากจะขออนุญาตเรียกร้องไปยัง สมช. ว่า เงื่อนไขความสําเร็จที่ท่านเขียนไว้ ๔ ข้อนั้น ผมไม่เชื่อหรอกครับว่าท่านจะทําได้ ผมขอท้าทายท่านเลยนะครับ ท้าทายเพื่อให้ท่าน ไปสู้ครับ เพราะว่าถ้า ๔ ข้อที่ท่านเขียนในปัจจัยแห่งความสําเร็จหรือคริทิเคิล เซ็คเตอร์ (Critical sector) นั้น ไม่เกิดนะครับ ท่านรองเลขาธิการก็รู้ครับว่ามันไม่ได้ผลหรอกครับ เพราะฉะนั้นท่านต้องสู้ให้ ๔ ข้อนี้เกิดครับ และท่านบอกผม ผมจะสู้กับท่านด้วย เพราะ ๔ ข้อ ที่ท่านพูดนั้นสําคัญมากนะครับ แต่การที่เราจะชนะใน ๔ ข้อนั้นได้ในปัจจัยแห่งความสําเร็จ ผมคิดว่าเราต้องมีใจเต็มร้อยครับ เพราะฉะนั้นเราแก้ปัญหาภาคใต้ด้วยสมองมาเยอะแล้ว ผมอยากเรียกร้องให้เราแก้ไขปัญหาภาคใต้ด้วยใจให้มากขึ้น แล้วเราเอาใจของเราไปภาคใต้ครับ ไม่ใช่เอาแต่สมองอย่างเดียว แต่ไม่มีใจ ไม่มีวิญญาณไปด้วย ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ฟังท่านอาจารย์กนก สอน สมช. เสียจน ท่านไม่ต้องจดนะครับ สมช. เพราะว่าจดของอาจารย์กนกมาเยอะแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นต้องกราบขออภัยถ้าเกิดว่าการอภิปรายหรือการนําเสนอ ไปพาดพิงถึงพี่น้องชาวไทยมุสลิมหรือพี่น้องเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากพี่น้อง ไทยมุสลิม ผมไม่ได้มีเจตนาอะไรนะครับ เพียงแต่วิจารณ์อยู่บนพื้นฐานเท่าที่ตัวเองมีความรู้ กอร์ปกับวันนี้ที่สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติหรือ สมช. ได้นํารายละเอียดที่เป็น นโยบายเข้าสู่สภาในวันนี้ ก็น่าจะเป็นมิติใหม่อีกมิติหนึ่ง เป็นแนวทางหนึ่งที่จะนําไปสู่ ความสําเร็จของปัญหาในภาคใต้ ผมกราบเรียนต่อท่านประธานอย่างนี้นะครับ ปัญหา ในภาคใต้ผมคิดว่า ไม่ว่าใครขึ้นมาเป็นรัฐบาลครับท่านประธานครับ มันยากที่จะแก้ไข ท่านประธานรู้ไหมครับตั้งแต่ผมเด็ก ๆ ผมจําได้ ลุง ป้า น้า อา ผมบอกว่าน่ากลัวอยู่ ๒-๓ อย่าง ๑. โจรคอมมิวนิสต์ ตอนผมเด็ก ๆ ผมไม่รู้ว่าคอมมิวนิสต์หน้าตาอย่างไรก็คิดอยู่ตลอด แต่ก็กลัว ๒. โจรแยกดินแดน ขบวนการแยกดินแดนทางใต้ เราก็กลัวมากตอนนั้น บังเอิญผมก็เป็น คนใต้ครับท่านประธาน ผมเกิดอยู่ที่นั่น เราก็เลยทําให้กลัวเรื่องเหล่านี้ จนกระทั่งว่าท้ายที่สุด เรื่องนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อวาน มันไม่ได้เกิดเมื่อปี ๒๕๔๗ มันไม่ได้เกิดปี ๒๕๔๘ ปี ๒๕๔๙ มันเกิดขึ้นมานานแล้ว แล้วมันยิ่งหมักหมมเพราะเชิงโครงสร้างมันซับซ้อน จริง ๆ ผมว่าเมื่อกี้ ที่อาจารย์กนกบรรยายก็ดี หรือที่ สมช. เขียนมานี่ค่อนข้างที่จะสมบูรณ์แล้ว แล้วใครไปเป็น นายกรัฐมนตรีไม่มีใครหรอกครับที่ไม่อยากเห็นปัญหาทางใต้มันสงบ บิ๊กจิ๋ว พลเอก ชวลิต ขึ้นไปเป็นนายกรัฐมนตรี ก็เอาโครงการฮารับปันบารูลงไปช่วย นายกรัฐมนตรีทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี ปี ๒๕๔๔ พวกผมเป็นผู้แทนภาคอีสาน งบประมาณแทบจะไม่ไปเลย เอาลงทางใต้หมด เอาใจหมด ผู้แทนราษฎรก็ได้มาไม่กี่คนหรอกครับ แต่ก็ต้องการแก้ปัญหา ท้ายที่สุดพูดผิดพลาดนิดเดียวโดนด่า โดนตอกย้ํา โดนกระทืบ โดนซ้ําจนถอดใจ ท่านชวน หลีกภัย นักการเมืองอาวุโสที่น่าเคารพนับถือท่านหนึ่ง ท่านก็มีความตั้งใจแก้ปัญหา แต่ถามว่ายุคท่านชวน หลีกภัย มีไหม มี ท่านอภิสิทธิ์ที่ท่านชมกันนักกันหนา ทุกคนขึ้นมาวันนี้ ถามว่ามีไหม มี และถามว่าท่านอภิสิทธิ์มีความตั้งใจในการทํางานไหม ตั้งใจ คนหนุ่มด้วย อยากเป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกในวันข้างหน้า ถามว่าทําไมไม่มีความตั้งใจละครับ แต่มันแก้ไม่ได้ เพราะมันเป็นเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อน เด็ก ๆ ท่านประธานครับ ผมไปจังหวัดยะลา ผมออกจาก จังหวัดยะลาเพื่อจะไปอําเภอรามันขับรถมอเตอร์ไซค์ไปเที่ยว ท่านประธานเชื่อไหมครับ ผมไม่รู้จักอําเภอรามัน ลงจากรถมอเตอร์ไซค์ไปถามเขาเป็นภาษาไทยนะครับ พูดเขาไม่ตอบ เขาไม่พูด เพราะผมพูดภาษามลายูไม่ได้ เขามองว่าพวกผมกับเขามันไม่ใช่พวกกันหรืออย่างไร ผมไม่เข้าใจในวันนั้น ทีนี้มาวันหลัง จริง ๆ ที่ท่านเขียน สมช. ผมพยายามพูดสั้น ๆ เพราะว่าเวลาค่อนข้างจํากัดแล้วก็พี่น้องเราง่วงนอน ท่านทํามาดีแล้วนะครับ สมช. แต่ว่า ผมติงท่านนิดเดียว ที่ท่านทํามาทั้งหมดในหนังสือทั้งวัตถุประสงค์ ๙ ข้อ นโยบาย ๓๔ ข้อ ปัจจัยแห่งความสําเร็จ อย่างอื่นดีหมด แต่ปัจจัยความสําเร็จท่านตกไปนิดหนึ่ง ผมให้ท่าน สอ บตก ท่านดูนิดหนึ่งครับที่ข้อ ๔ ข้อสุดท้ายเลย ท่านบอกมีการส่งสัญญาณในการสนับสนุน การดําเนินตามนโยบายการบริหารและการพัฒนาชายแดนภาคใต้จากรัฐบาล ท่านเติมให้ผม นิดหนึ่ง และนักการเมืองฝ่ายค้านที่จริงจัง ชัดเจนและต่อเนื่อง ปัญหาทั้งระบบในเชิง โครงสร้างของประเทศไทยมันไปจากนี่ล่ะครับความขัดแย้ง ถ้าตรงนี้มีความขัดแย้งน้อย ปัญหาเชิงโครงสร้างทุกระบบจะไม่ค่อยมีความขัดแย้งหรอกครับ เมื่อคืนก็มีท่านผู้อาวุโส ท่านหนึ่งท่านบอกว่าทุกอย่างมันไปจากนี้ล่ะครับ บ้านเมืองมันไปปรองดองกันไม่ได้ ก็เหมือน ทางใต้อย่างไร รัฐบาลทักษิณพลาดนิดเดียวกระทืบซ้ําวันนี้ ๑๐ ปีแล้ว บางคนยังมาพูดคําว่า โจรกระจอกอยู่เลย ลูกผมนี่เพื่อนผมถามว่ามานิตย์ถ้าเอ็งเป็นรัฐมนตรี หรือเอ็งเป็นอะไร เอ็งจะแก้ปัญหาอย่างไรทางภาคใต้ ผมบอกไม่ยาก ถ้าผมมีวาสนาอยู่ผมจะเปลี่ยนชื่อพรรค ฝ่ายค้านให้เป็นพรรคฝ่ายชม วันหลังผมเป็นฝ่ายค้านผมจะชม ช่วยกันชมสิครับ กรือเซะเกิดมา ไม่ได้มากไม่ได้มายตอนนั้นก็กลายเป็นประเด็นใหญ่ แต่ถามว่าใหญ่ไหมคนตาย ใหญ่ครับ แต่วิดีโอ (Video) เต็มพื้นที่ กระทืบซ้ําเลย กระทืบซ้ํา แล้วมันจะปรองดองแล้วมันจะไปแก้ ปัญหาได้อย่างไรล่ะครับ ก็ยกตัวอย่างวันนี้นโยบายของยิ่งลักษณ์ นโยบายของทักษิณ นโยบายของสมัคร นโยบายของสมชายลงไปทางใต้ถามว่า ๓๐ บาทรักษาทุกโรคเอาไหม เอา เอสเอ็มแอล (SML) เอาไหม เอา อะไรทั้งหมดเอาหมด แต่ถามว่ารัฐบาลเหล่านี้ดีไหม ไม่ดี ผมกําลังสืบหาคําตอบอยู่ท่านประธาน ผมกลับไปใต้แต่ละทีผมไปถามญาติผมว่าทําไมไม่ดี นี่ขนาดว่าผมนี่ลูกหลานเขาอยู่พรรคเพื่อไทยเขาบอกยังไม่ดี ผมถามมันไม่ดีตรงไหน ไม่รู้ว่า ไม่ดีตรงไหน แต่เขาว่าไม่ดี ก็ช่วยกันไปกระทืบซ้ํา แต่ถ้าช่วยกันไปแก้ปัญหาล่ะครับ วันนี้ผมอยากเห็น ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นักการเมืองปีกฝ่ายค้านกับรัฐบาลไม่ว่าใครขึ้นมา มาทําเอ็มโอยู (MOU) กัน ช่วยกันดูแล ช่วยกันแก้ไข ช่วยกันหาโครงสร้าง ผมเชื่อแน่ว่า แก้ไปได้ไวกว่านี้ ผมยังชอบท่านอาจารย์กนกพูดไว้ ประโยค ๒-๓ ประโยค แต่จริง ๆ ผมชอบ หลายประโยคนะครับ แต่ท่านบอกว่ากลัวว่าจะแย่งเอาหน้ากันทางการเมือง อ้ายนี่ล่ะสําคัญ ผมก็เห็นใจพี่น้องผมครับ เพราะมันเป็นเมืองหลวง มันเป็นยุทธศาสตร์ แต่ท่านไม่ต้องกลัวเลยว่า ผมดูแนวทางแล้ว พรรคเพื่อไทยไปแย่งพื้นที่ที่ตรงนั้นยาก ยกเว้นอันดามัน ๑๑๗ โครงการ ๘.๔ หมื่นล้านบาทเอาไปให้ตอนประชุม ครม. สัญจร ตรงนี้อันตราย แต่ตรงนั้นไม่มีทางล่ะครับ มันไปแล้ว ฉะนั้นผมฝาก สมช. คุณทําอย่างไรให้นักการเมืองมาเอ็มโอยูกันล่ะ ให้ไปช่วยกัน อ้ายนี่ล่ะปัจจัยสําคัญ สําคัญกว่าการศึกษาอีกเพราะผมมองไม่ต่างกับอาจารย์กนกหรอกครับ อาจารย์กนกเขาเป็นนักการศึกษาที่ยิ่งใหญ่ ผมเป็นครูบ้านนอก เรามองการศึกษาตรงกันว่า สังคมตรงไหนการศึกษาเข้าถึงคนมีความรู้ประเทืองปัญญา ประเทืองทางสติแล้วนี่โอกาส ที่เขาได้วิเคราะห์ข้อมูล โอกาสที่เขาได้รู้ว่าอันไหนของแท้ อันไหนของปลอม อันไหนข้อเท็จ ข้อจริงมันง่ายขึ้น การทํางานมันก็ง่ายขึ้น ฉะนั้นวันนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะเอาการศึกษาลงไป ทําเถอะครับ ส่วนอย่างอื่นทดลองมาหมดแล้ว ทางใต้งบประมาณ ๓ จังหวัด ๔ จังหวัด ชายแดนภาคใต้เยอะมาก แล้วก็ได้รับสิทธิประโยชน์หลายอย่าง โรงเรียนตํารวจกลุ่มหนึ่งเข้าฟรี กลุ่มหนึ่งสอบ ทุนการศึกษาเข้ามหาวิทยาลัยได้ ได้โน่น ได้นี่ ได้นั่น ถามว่าพวกผมอิจฉาไหม ไม่ ผมเป็นผู้แทนราษฎรเวลาผมไปเล่าให้พี่น้องครูผมที่จังหวัดสุรินทร์ฟัง ผมบอกว่าเวลาวันครู พวกเราจัดโต๊ะจีน โต๊ะอาหารมากินกันอิ่มหนําสําราญ ร้องเพลงกัน อยากให้พวกเราคิดถึงครู ทางใต้เขาอยู่กันอย่างไร เขากินกันอย่างไร น่าสงสารไหมครับ วันนี้ผมดีใจที่กระทรวงศึกษาธิการบอกว่าให้วิทยฐานะไป ให้ความชํานาญการ ให้เชี่ยวชาญ ให้ไปเถอะ ทําประกันชีวิตให้กับข้าราชการ วันนี้ทุกอย่างมันพร้อมค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว ในเรื่องของสวัสดิการ แต่ความแตกแยกมันเกิด ซึ่งความแตกแยกในพื้นที่ที่ผมบอก ท่านประธานในเบื้องต้นว่าเชิงโครงสร้างมันซับซ้อนมันมีอยู่แล้ว แต่บังเอิญการยุแหย่ การไปยุ ไปแหย่ ไปสร้างความกดดัน วันนี้ทักษิณมีคนมาอภิปราย มองพวกผมซึ่งเป็นผู้นําแทบจะลง ไปไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ไปทําอะไรกับพี่น้องทางนั้นเลย ท่านประธานครับ ท่านมาช่วยกันสิครับ อ้ายนั่นมันมีปัญหาอย่างนี้ อ้ายนี่มันมีปัญหาอย่างนี้ เรามาช่วยกัน วันนี้ปัญหาภาคใต้ นานแล้วครับ ๓๐ กว่าปี ผมว่ามันคลี่คลายไปในทางที่ดีแล้วนะครับ วันนี้มันยิ่งเกิด ยิ่งเกิด ยิ่งเกิด และผมไม่เห็นมีรัฐบาลไหนบ้างที่ไปแอนตี้ (Anti) กับทางภาคใต้ ไม่มี นี่ยิ่งลักษณ์ก็ไปอีก พวกเราก็ว่าอีกมันไม่ดี ทักษิณตั้งธนาคารมุสลิมให้ทุกอย่างไม่มีอะไรไม่ให้ ให้ความสําคัญกับ จุฬาราชมนตรี ให้ความสําคัญกับพี่น้องไทยมุสลิม เราดูแลเวลาถึงเทศกาลไปเมกกะก็ดูแลกันมา ทุกรัฐบาลเลยครับ ฉะนั้นผมอยากให้ค้นหาความจริง แล้วท่านเป็น สมช. วันนี้ หรือ ศอ.บต. หรือ กอ.รมน. ก็จริง ท่านไม่ต้องกลัวหรอกครับ ผมรู้ เพราะท่านเป็นข้าราชการท่านอยู่ ภายใต้การดูแลของข้าราชการการเมือง วันนี้เอาความจริงมาพูดสิครับ ให้นักการเมือง ทั้ง ๒ ซีกมาทําเอ็มโอยู มาดูแลกันจริง ๆ มาช่วยกันจริง ๆ ผมเชื่อแน่ว่าปัญหาทางภาคใต้ แก้ไม่ได้ยากหรอก และผมไม่เชื่อว่าทางภาคใต้จะแยกดินแดนได้ครับ เพราะความรู้สึกของคน อีกส่วนหนึ่งจํานวนมากทีเดียวเขาไม่เห็นด้วยที่เขาจะต้องแยกออกจากประเทศไทยไป ก็ฝากเป็นข้อคิดด้วย เวลาจํากัดครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านกษิต ครับ
ขอบคุณท่านประธาน ทีแรกผมนึกว่า จะต้องกลับบ้านแล้วครับ เพราะฉะนั้นผมจะไม่ใช้เวลานาน ท่านประธานครับ ผมได้อ่าน เอกสารนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ ในฐานะเป็นสมาชิกรัฐสภา พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ แล้วก็อดคิดถึงท่านถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการ สมช. ไม่ได้ ถึงความเป็นมืออาชีพของท่าน เพราะถ้าเผื่อว่าเป็นเอกสารที่อดีต เลขาธิการ สมช. เขียน ผมคิดว่าคงจะมีความหนักแน่นแล้วก็มีความต่อเนื่อง ผมก็หวังว่าสิ่งที่ผม จะวิพากษ์วิจารณ์ต่อไปนี้คงจะทําให้ท่านเลขาธิการ สมช. คนใหม่เปลี่ยนจากมือสมัครเล่น เป็นมืออาชีพ และทําไมผมถึงคิดว่ามันยังสมัครเล่น เพราะว่าเอกสารที่เขียนมานั้นค่อนข้าง จะผิวเผินขาดความต่อเนื่องจากอดีต แล้วก็ที่สําคัญก็คือว่ามันจะเป็นทฤษฎีมากกว่าเป็น นโยบาย เพราะว่าถ้าเผื่อเป็นนโยบายจริง ๆ แล้วมันก็ควรจะมีการพูดถึงเป้าหมาย ทิศทาง แล้วก็มาตรการหลัก ๆ แต่อ่านแล้วก็ไม่ใช่ ก็เป็นทฤษฎีที่สวยงาม เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะ ขอเน้นเรื่องความต่อเนื่องจากอดีตที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เพราะมันจะได้รู้ความเป็นไปเป็นมาและมันจะได้ต่อเนื่องได้ ไม่อย่างนั้นเอกสาร พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ จะเป็นเอกสารที่ลอยอยู่ในอากาศ แล้วก็เพื่อให้ความต่อเนื่องนั้นเมื่อกี้นี้ ท่านดอกเตอร์กนกแล้วก็คุณเจะอามิงเพื่อน ส.ส. ของผมก็ได้พูดไว้แล้ว ผมเพียงอยากจะ ขอเสริมบางประเด็นเพื่อให้มันหนักแน่น แล้วก็จะได้ช่วยในการที่จะปรับตัวเอกสารนโยบาย หรือในการที่จะไปเขียนมาตรการว่าภายในช่วง ๓ ปีต่อไปนี้จะทําอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอัน เพื่อที่จะนําสันติภาพสันติสุขแล้วก็ความมั่งมีมั่งคั่งกลับมาสู่ภาคใต้ได้นะครับ
ประเด็นแรก ที่มันเป็นผลงานของรัฐบาลที่แล้วคือการออกพระราชบัญญัติ ศอ.บต. มีการตั้งสํานักงาน ศอ.บต. แล้วก็มีสภาที่ปรึกษาที่มาจากภาคประชาชน ภาคประชาสังคม และภาคศาสนาเป็นสําคัญ นอกจากนั้นแล้วก็มีคล้าย ๆ คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจภาคใต้ หรือว่าคณะกรรมการพัฒนาพื้นที่พิเศษ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีการประชุมเป็นประจํา แล้วก็ยังมีงบประมาณ ๓ ปีอีก ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท มีสภาพัฒน์เป็น เลขาธิการของงบประมาณอันนี้ แล้วก็ของคณะกรรมการพัฒนาภาคใต้หรือ ครม. ภาคใต้ด้วย แล้วก็การดําเนินการโครงการภายใต้งบประมาณพิเศษอันนี้ก็ไม่ได้เป็นการเพ้อฝันของ ฝ่ายการเมืองหรือว่าของฝ่ายข้าราชการประจํา แต่มาจาก ๔ เสาหลัก คือทางภาคประชาชน ภาคศาสนา ภาคประชาสังคม แล้วก็ฝ่ายผู้นําท้องถิ่นเพื่อมาช่วยกันคิดที่จะร่างโครงการ เพื่อจะนําพาการพัฒนาภาคใต้ให้บรรลุเป้าหมายต่าง ๆ เหล่านี้ นอกจากนั้นแล้วก็ได้มีการยก ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยกฎหมายชารีอะห์ที่เกี่ยวกับมรดก ที่เกี่ยวกับประเด็นปัญหาของ ครอบครัว รวมทั้งการที่จะให้ศาลยุติธรรมนั้นก็ประกอบไปด้วยผู้รู้กฎหมายศาสนาอิสลาม เป็นหลัก แล้วก็มีโครงการที่จะเชื้อเชิญให้ผู้ที่ถูกกล่าวหานั้นมามอบตัวแล้วก็เข้าโรงเรียน ฝึกอบรมเพื่อที่เขาได้กลับมาเป็นพลเมืองที่ดีแทนที่เขาจะต้องติดคุก ติดตะราง หรือจะต้อง ไปสู่กระบวนการยุติธรรม มีโครงการในการที่จะใช้งบเยียวยาให้มันเป็นกิจจะลักษณะทั่วถึง แล้วก็ต่อเนื่อง มีโครงการฝึกอบรมข้าราชการโดยเฉพาะทหาร ตํารวจ ในเรื่องกฎหมายว่าด้วย สิทธิมนุษยชน ทํากันระหว่างกระทรวงยุติธรรม ภาคประชาสังคม แล้วก็องค์การระหว่าง ประเทศ เช่น กาชาดสากลต่าง ๆ เหล่านี้ มีการประสานงานในเรื่องของกิจการฮัจญ์ให้มันดีขึ้น ที่กระทรวงการต่างประเทศก็ได้มีการเปิดสาขาสถานกงสุลฮัจญ์ที่เมืองเจดดาห์ แล้วก็เมืองเมกกะ มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงวัฒนธรรม แล้วก็ สํานักงาน ศอ.บต. นอกจากนั้นแล้วก็มีโครงการในการที่จะเปิดโลกทัศน์ของผู้นําท้องถิ่น นิสิตนักศึกษา ผู้นําทางศาสนาต่อโลกกว้าง โดยการจัดทุนผ่านกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับ ศอ.บต. ไปดูงานในต่างประเทศว่าสังคมที่หลากหลาย พหุสังคมต่างศาสนานั้น จะเป็นที่ประเทศแคนาดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย ประเทศออสเตรเลียเขาอยู่กันอย่างไร นอกจากนั้นแล้วเราก็ได้เชิญผู้นําทางศาสนาของ ประเทศอียิปต์ รองนายกรัฐมนตรีของประเทศคูเวตที่ดูแลเรื่องศาสนามาที่ประเทศไทยลงไป ที่ภาคใต้เพื่อจะได้ไปแสดงให้ข้อมูลวิสัยทัศน์ต่าง ๆ ว่าสังคมที่มีหลายศาสนา หลายเชื้อชาติ เขาอยู่กันอย่างไร นอกจากนั้นแล้วการพบปะระหว่างนายกรัฐมนตรีของประเทศมาเลเซีย ของประเทศไทยก็ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่กรุงเทพมหานคร แต่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้พา ท่านนายกรัฐมนตรีนาจิบลงไปที่ภาคใต้แล้วไปเน้นในเรื่องของการเป็นสังคมสันติ ปฏิเสธการใช้ ความรุนแรงการตีความทางด้านศาสนาเพื่อความรุนแรงนําไปสู่การฆ่าฟันกัน ตัวกระผมเอง ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้นําคณะทูตทุกสถานทูตที่กรุงเทพฯ ผมนําไป ๔ ครั้ง ไปดูภาคใต้เพื่อเขาได้เห็นสภาพความเป็นจริง ในขณะเดียวกันทางผู้นํา ทางท้องถิ่น แล้วก็ผู้นําทางศาสนานั้นจะได้พบปะและได้รับฟังคณะทูตานุทูตด้วย เป็นการ แสดงถึงความเปิดใจ เปิดกว้างให้เขาได้เห็นจริงเห็นจังว่าอะไรเป็นอะไร เขาสามารถที่จะ สอบถามผู้นําทางศาสนา ผู้นําทางภาคประชาชนได้อย่างเต็มที่ได้เห็นกับตาจับต้องได้ นั่นเป็นเรื่องที่เราได้ดําเนินการภายในประเทศไทย ภายนอกประเทศตัวกระผมเองได้ไปประชุม รัฐมนตรีต่างประเทศของโอไอซี ๒ ครั้งด้วยกันที่ประเทศทาจิกิสถาน ที่ประเทศคาซัคสถาน แล้วก่อนหน้านั้นผู้ช่วยรัฐมนตรีคุณพินิจก็ได้ไปประชุมที่ประเทศซีเรียและเราก็ได้มีการข้องแวะ กับสํานักเลขาธิการโอไอซีอย่างต่อเนื่อง แล้วก็ได้มีการไปพบปะกับผู้นําของประเทศ โลกมุสลิมในเคียงข้างของการประชุม จะเป็นของการประชุมผู้ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดนาม (NAM) การประชุมของกลุ่มประเทศเอเชียกลางซีกา (CICA) หรือว่าแม้กระทั่งการประชุมของ โอเอสซีอี (OSCE) ซึ่งมีสํานักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเวียนนาทางด้านความมั่นคงของยุโรปแต่ว่า เขามีสัมพันธภาพแล้วเราไปประเทศผู้สังเกตการณ์นะครับ นอกจากนั้นแล้วเราก็มีการ จัดการประชุมกลุ่มประเทศจีซีซี (GCC) การจัดการประชุมโลกอาหรับกับเอเชียที่ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นโอกาสในการที่เราจะได้ชี้แจงความเป็นไปในสังคมที่เปิดกว้าง สังคมประชาธิปไตย สังคมที่ชาวไทยมุสลิมทุกคนมีสิทธิเสรีภาพเทียบเท่ากับคนไทยอื่น ๆ เป็นการเสริมสร้างความเข้าอกเข้าใจ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มิได้สะท้อนอยู่ในเอกสารที่ทาง สํานักเลขาธิการ สมช. ได้ทําขึ้นมา มันก็เลยทําให้ไม่ทราบไว้แล้วในการต่างประเทศที่เรา จะต้องชี้แจงต่อไป เสริมสร้างความสัมพันธ์ ความไว้เนื้อเชื่อใจ ความเคารพต่อเกียรติภูมิของประเทศไทยต่าง ๆ เหล่านี้มันอยู่ที่ไหน นอกจากนั้นแล้วมันก็มีประเด็นที่มันค้างคาใจโลกอิสลาม ทั้งภายใน แล้วก็นอกประเทศ จะเป็นกรณีของตากใบ กรือเซะหรือสะบ้าย้อย ก็เป็นสิ่งที่เขายังติดใจอยู่ เขาก็อยากจะดูกระบวนการยุติธรรมจะไปถึงไหนเพื่อให้เกิดการปรองดอง แล้วก็เกิดการ เยียวยาที่ครบถ้วน ทั้งในเรื่องเงินทอง แล้วก็ในเรื่องของกระบวนการยุติธรรม นอกจากนั้น แล้วก็ยังคาใจเพราะว่ากฎอัยการศึกก็ดี พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินก็ดีนี้ จะทําให้ภาคใต้เสมือนว่าถูกปกครองโดยรัฐทหาร เขาเรียกว่าเป็นมิลิทารี ออคคิวเพชั่น (Military occupation) ผมขอโทษใช้คําภาษาอังกฤษนิดหน่อย และเราจะปรับอย่างไร นอกจากนั้นแล้วเราก็มีประเด็นปัญหาของงานข่าวกรองซึ่งเราได้ล้มเหลวแล้วก็ไม่ได้ มีการประสานงานกัน แล้วก็มีการที่จะใช้เทคโนโลยีในการที่จะสืบราชการลับตรวจสอบ การเคลื่อนไหวของขบวนการติดอาวุธอย่างไรนะครับ นอกจากนั้นแล้วเราก็ยังมีประเด็น ปัญหาในการที่จะปรับโครงสร้างภายในของเราเพื่อให้มีการกระชับความร่วมมือระหว่าง ศอ.บต. กับทางฝ่ายทหาร แล้วผมก็ไม่แน่ใจ เอกสารนโยบายที่ได้ทําขึ้นมานั้น ทางสภากลาโหมได้ พิจารณาเห็นชอบแล้วหรือไม่ หรือว่าทางฝ่ายพลเรือน โดย สมช. อยากจะเขียนอะไร ก็เขียนขึ้นมา ฝ่ายทหารก็ไปทําอีกอย่างหนึ่ง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันไม่ได้มาแจงในที่ชัดเป็นที่แจ้งว่า ได้มีการประสานงานแล้วก็เคลียร์ (Clear) เรื่องต่าง ๆ แล้วหรือยัง
ส่วนประเด็นสุดท้าย ก็คือว่าผมดูแล้วว่ามันเป็นเอกสารทฤษฎี ก็เสมือนว่า เอกสารนี้ได้ไปผ่านที่สภา สมช. ที่มีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แล้วต่อมาก็มาที่ ครม. ก็คิดว่าเป็นการพิจารณาให้มันผ่าน ๆ ไป เป็นเอกสารทฤษฎี ใจไม่ได้อยู่ที่สภา สมช. ใจไม่ได้ อยู่ที่ ครม. แล้วผมเองก็มีข่าวว่าจะมีการย้ายผู้อํานวยการ ศอ.บต. เสมือนว่าไปเอาซี ๑๑ ที่นั่น แล้วก็เด้งมา มันก็อาจจะเป็นการสะท้อนความไม่จริงจังจริงใจของรัฐบาลในการที่จะให้มี ความต่อเนื่องในการที่จะนําสันติภาพกลับมาสู่ภาคใต้ ผมคิดว่าประเด็นสั้น ๆ เหล่านี้ที่ผมได้ พูดสั้น ๆ บวกกับที่ดอกเตอร์กนกก็ดี ท่านเจะอามิงก็ดีได้พูดไว้คงจะนําไปสู่การปรับเอกสาร อันนี้ให้มันกระชับและให้เป็นนโยบาย แล้วก็มีมาตรการที่แน่ชัดอย่างแท้จริง เพื่อสันติสุข แล้วก็สันติภาพที่จะเกิดขึ้นในภาคใต้ ขอขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณ ท่านกษิตรักษาเวลาได้ดีมากครับ ท่านสงวนครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้เวลาในการแสดงความคิดเห็น ท่านประธานครับ ผมจะใช้เวลาสั้น ๆ รายงานต่อท่านประธานเพื่อผ่านไปยังผู้มาชี้แจงทั้ง ๒ ฝ่าย คือฝ่ายรัฐบาลและฝ่าย สมช. ท่านครับ การทํางานวันนี้ผมถือว่าเป็นการทํางานเรื่องจริง ไม่ใช่เสมือนจริง เพราะว่าท่านจะต้องรับฟังฝ่ายที่เขาเสนอความเห็นในเรื่องนี้ ผมจะใช้เวลา สัก ๒ นาที เพื่อจะพูดให้ท่านเห็นว่าคนที่ยืนพูดนี้จริงใจในการเสนอปัญหา และมีประวัติศาสตร์ ตัวเองมาอย่างไร ผมไม่อยากให้เวทีนี้และตัวท่านเองและทางฝ่ายรัฐบาลตัดตอน ประวัติศาสตร์ ประเทศเพื่อนบ้านเรา ผู้นําท่านหนึ่งพอได้อํานาจก็บอกรัฐนี้เป็นรัฐของ กรรมกร ชาวนาและทหารเท่านั้น ฉันเป็นพหูสูตทําขึ้นมา และในที่สุดเป็นอย่างไรครับ เขาล้มวันเผาศพเขาไม่มีใครไม่ได้โผล่หน้าให้คนเห็น เพราะกลัว ผมคิดว่าผมหมายถึงใคร ท่านคงรู้ ท่านครับ ผมเป็นคนคนหนึ่งซึ่งเป็นพุทธ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ตระกูลเดิมผมนี้ มะหะมัด นามสกุลนี้ ๒ ท่านเป็นอิหม่าม อีก ๑ ท่านเป็นดอกเตอร์หนุ่มสอนศาสนาอยู่ทางสื่อ ขณะนี้ พ่อผมสอนศาสนา พ่อผมเสียชีวิตเมื่อผมอายุ ๑๑ เดือน เรื่องที่ผมพูดไม่เป็น ประโยชน์กับผมเท่าไร แต่จะบอกให้ท่านรู้ท่านฟังผมหน่อยว่าผมติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่เมื่อไร พ่อผมถูกฆ่าตายเมื่อผมอายุ ๑๑ เดือน แต่ผมรู้ว่าพ่อถูกฆ่าเมื่อผมอายุ ๒๑ ปี ผมไม่ได้ไปศึกษาต่างประเทศเหมือนคนอื่นเพราะผมเป็นพุทธ ท่านครับ ทั้งหมดที่ท่านเขียนดูดี หมดครับ แต่ข้อสรุปของท่านที่พูด ผู้ทรงเกียรติที่พูดก่อนผมมันสรุปทั้งหมดที่พูดมาทั้งวัน ผมฟัง ๔ ชั่วโมง ผมได้ยินคําว่ารักทหาร ผมได้ยินคําว่าแบ่งแยกดินแดน ในสภาแห่งนี้ เป็นครั้งแรกที่ผมอยู่มา ๑๐ กว่าปี เมื่อก่อนคนในซีกทางขวามือผมไม่กล้าพูดเรื่องแบ่งแยก ดินแดนครับ และรัฐบาลก็ไม่กล้าพูดแต่วันนี้ได้ยิน ผมได้ยินคําว่าข่าวกรองล้มเหลว ผมได้ยิน คําว่าเราทําเพื่อผ่านไปเท่านั้น น่าจะจริงนะครับท่านประธาน เพราะว่าให้ฝ่ายนี้พูด ๑๐ นาที ฝ่ายโน้นพูดเท่าไรก็ได้ ก็เหมือนกับว่าทางนี้ให้พูดเพียงแค่ผ่านไป ๗ นาทีที่เหลือจากนี้ ท่านฟังผมหน่อยครับ
ข้อ ๑ ท่านฟังแค่นี้ไม่พอ ท่านต้องจัดประชุมขยายวงแต่เล็ก ๆ ปิดลับ และท่าน เห็นว่าคนในสภานี้มีคุณค่าในการแสดงความคิดเห็นไหมเชิญไปครับ ผู้รู้ทั้งหลายในประเทศนี้ มีเยอะแยะ ในประเด็นบางประเด็นพูดให้ลึกซึ้ง
ข้อต่อไป ท่านจะต้องแก้กฎหมาย ศอ.บต. นะครับ เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้ คือการสร้างการปกครองรูปแบบใด ใน ๓ ประเด็นต่อไปนี้ท่านฟังให้ดีนะครับ
ประเด็นที่ ๑ เลขานุการ ศอ.บต. ต้องเป็นตําแหน่งทางการเมือง ใครเป็น รัฐบาลก็ต้องเปลี่ยนได้ ไม่ใช่เปลี่ยนไม่ได้ ต้องเปลี่ยนเลยทันที ถ้าเปลี่ยนรัฐบาลต้องเปลี่ยน ทางนี้ทันทีเลย
ประเด็นที่ ๒ สภาที่ปรึกษาตามกฎหมายต้องมาจากการเลือกตั้งอําเภอละ ๑ คน มากํากับดูแลนโยบายทั้งหมด
ประเด็นที่ ๓ ต้องแก้กฎหมายในพื้นที่นั้นเพิ่มอํานาจท้องถิ่นลดอํานาจ ส่วนภูมิภาค ๓ ข้อนะครับ ตําแหน่งเลขานุการต้องเป็นตําแหน่งทางการเมือง ข้อ ๒ ท่านต้อง กําหนดเลยนะครับว่าสภาที่ปรึกษามาจากการเลือกตั้งตรงของอําเภอละคนให้มากํากับดูแล ในทุกเรื่อง ข้อ ๓ เพิ่มอํานาจท้องถิ่นงดอํานาจส่วนภูมิภาค
เรื่องต่อไปที่อยากจะพูดถึงก็คือว่าแล้วเมื่อมีวันนี้ผมเสนอว่าห่วงโซ่ใจกลาง ที่ต้องทําทันทีคือเรื่องอะไร
เรื่องที่ ๑ ไม่ต้องแก้กฎหมาย ยกเลิกระเบียบที่สําคัญที่สุดมาก่อให้ประโยชน์ มหาศาลคือเรื่องอะไรครับ งบประมาณทั้งหมดจ้างพิเศษตัดทันที ให้ประมูลเหมือนกับที่อื่น ไม่อย่างนั้นผลประโยชน์มหาศาลครับ หลายเรื่องเป็นเรื่องไม่จริง เรื่องของงบประมาณทั้งสิ้น เรื่องนี้ยกเลิกได้โดยไม่ต้องแก้กฎหมาย ใช้มติ ครม. หรือว่าใช้คําสั่งของสํานักนายกรัฐมนตรี ได้เลยครับ
เรื่องที่ ๓ การใช้งบประมาณใน ๑๐๐ บาท ท่านฟังให้ดี ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นที่เราจะใช้กับกองกําลัง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ใช้กับการข่าว เพราะการข่าวท่านเป็นการข่าว ตั้งรับล้มเหลวสิ้นเชิง
เรื่องต่อไป ๔๕ เปอร์เซ็นต์ถึงจะมาบริหารพัฒนา ๒๕ เปอร์เซ็นต์กองกําลังครับ มีประเทศเดียวในโลกครับ การข่าว ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ๗๕ เปอร์เซ็นต์กองกําลังครับ อย่างนี้ แพ้แน่นอนครับ ท่านครับ ผมคิดว่าเริ่มต้นเรื่องที่ ๑ ยกเลิกตรงนั้น เปลี่ยนแปลงวิธีการ งบประมาณที่เราใช้ไป
เรื่องที่ ๒ ท่านต้องทําทันทีในเขตเทศบาลใหญ่ เขตเมืองใหญ่ยกเลิกกฎหมาย ทุกอย่าง เพราะว่าเรื่องนี้ทั้งฉบับที่ท่านเขียนมาไม่สามารถจะใช้กับภาคใต้สักพื้นที่ เพราะคน ภาคใต้สูญเสียสาระสําคัญแห่งสิทธิ โดยกฎหมายความมั่นคง กฎหมายหลาย ๆ ฉบับที่ใช้ ที่นั่นมันใช้ไม่ได้ มันเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุด ออกจากบ้านไม่รู้ว่าจะถูกจับข้อหาอะไร สูญเสีย สิทธิความเป็นมนุษย์ ต้องเลิกอย่างนี้ครับ ถ้าเลิกเสร็จทุกอย่างอุดมการณ์ที่ต้องการเกิดขึ้น เขาจะมาร่วมแก้ไขปัญหากับท่านครับ เขตนี้เป็นเขตที่ยกเลิกกฎหมายทุกอย่าง เขาเป็น บุคคลธรรมดาของประเทศ เขามีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ปัญหาความเลวร้ายที่นั่น เขาป้องกันให้ท่าน เพราะเขากลัวอะไร เขากลัวกฎหมาย การแบ่งแยกดินแดนคือกระบวนการ ขณะนี้เราต้องใช้กระบวนการแย่งชิงประชาชน สิ่งที่ผมเสนอมาคือกระบวนการแย่งชิง ประชาชนให้กลับมาอยู่กับฝ่ายเราท่านครับ ทําอย่างอื่นไม่ได้ ผมพูดในเวลาอันสั้นแต่เป็น ข้อสรุปที่ผมเสนอให้ท่านในเรื่องเหล่านี้จําเป็นต้องทํา โดยเฉพาะการยกเลิกกฎหมายกดหัว ประชาชน ต้องยกเลิกทันที ทดลองสัก ๓ พื้นที่ ท่านจะเห็นว่าสิ่งที่ผมพูดนี้เป็นจริง วันนี้ตัดตอนประวัติศาสตร์ขนาดบอกว่าทุกอย่างเกิดตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ สร้างวัฒนธรรม ทางการเมืองเพื่อทําลายทักษิณเท่านั้น แต่ผลกลับมาเขาหัวเราะนะท่านครับ ถ้าเรื่องนี้เป็นจริง เพราะทักษิณบอกว่าดูถูกว่าเป็นโจรกระจอกเขาแค้นเขาถึงต่อสู้ขนาดนี้ ถ้าเรื่องนี้เป็นจริง ผมถามว่า ปี ๒๔๑๑ เกิดอะไรขึ้น ท่านรู้ไหมครับ วันนี้เขาบอกว่าสยามโกงเขา ประเทศอังกฤษ ยึดเขาไปกึ่งหนึ่งคืนแต่สยามไม่คืน ท่านตอบคําถามนี้อย่างไร สนธิสัญญา ๓ ฝ่าย ระหว่าง ประเทศอังกฤษ ปัตตานี และสยาม หายไปไหนจากประวัติศาสตร์ไทย ระหว่างประเทศอังกฤษ เชียงใหม่ ลําพูน ลําปาง หายไปไหนจากประวัติศาสตร์ไทย วันนี้ค้นในแผ่นดินทั้ง ๒ ที่ขุดเจอ เจออะไรครับ เจอตอไม้ เจอต้นไม้ฝังดิน มียี่ห้ออะไร บีบีซี (BBC) ครับ บอร์เนียว เบอร์ม่า คัมปานี (Borneo Burma Company) ด้วยสัญญาฉบับนั้น ถ้าเราไม่พูดถึงเรื่องนี้แก้ปัญหาไม่ได้ ท่านครับต้องยอมรับ หลักที่สุดคือความคิดแยกดินแดนครับ ความคิดไม่ยอมรับ แต่สิ่ง ที่ผมเสนอจะทําให้คนรุ่นใหม่เข้าใจว่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มันไม่ต้องแยกดินแดนก็ได้ ประเทศไทยปกครองโดยอะไรครับ ด้วยสภาความมั่นคงแห่งชาติ ด้วย สมช. ไม่ใช่สภาแห่งนี้ อํานาจสูงสุดอยู่ที่ท่าน ถ้าตรงนั้นไม่เซย์ เยส (Say Yes) ที่นี่ทําอะไรไม่ได้สักอย่างหนึ่ง วันนี้คนบ้านนอกอย่างผมเสนอตรงนี้ลองไปคิดดูถ้าไม่อย่างนั้นสิ่งที่ผมทายต่อไปนี้ขอเวลาอีก สัก ๒ นาทีท่านครับ คืออะไรครับ ผมไม่ค่อยทายผิด สถานการณ์ภาคใต้ขณะนี้ท่านประธาน ยกระดับสงครามแล้วใช่ไหม ยอมรับไหม ยกระดับสงครามแล้ว วันนี้คาร์บอม (Car bomb) ระเบิดในเมืองนั้นคืออะไร เขาไม่ยอมให้จับเป็น นั่นคือระเบิดพลีชีพ คุณคอยดูถ้าไม่เชื่อผม มันยกระดับแล้ว ท่านผ่านกองกําลังท่าน คุมกําลังมาก่อน ที่ผมพูดท่านเข้าใจ ผมทําไมกล้าพูด ไม่มีช่องทางพูด วันนี้จําเป็นต้องพูดเพราะมันถึงเวลาจะต้องพูด ปล่อยอย่างนี้ไม่ได้อีกแล้วครับ เราจะเสียหาย ที่เราเข้าไปได้บ้านไหนสบาย ไม่ถูกทําลายบ้านนั้นเขายึดแล้วครับ รู้ไหมครับ หลายที่เก็บภาษี ๒ ทาง พูดแค่นี้ท่านเข้าใจ เรื่องหลายเรื่องเปิดเผยไม่ได้ เรื่องหลายเรื่อง พูดที่นี่ไม่ได้ เชิญไปพูดในกลุ่มเล็ก ๆ นะครับจะบอกให้ฟัง ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ขอบคุณ ที่รักษาเวลาครับ เชิญดอกเตอร์พีรยศครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพและเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ กระผม นายพีรยศ ราฮิมมูลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องขอบคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้พูดในคืนนี้ จริง ๆ แล้วเรื่องของจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านก็ได้นําเสนอข้อคิดเห็นมากมาย สําหรับกระผม ผมคิดว่าจะใช้เวลาไม่มากนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้นํานโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พุทธศักราช ๒๕๕๕-๒๕๕๗ อันนี้เกิดขึ้นจากอานิสงส์ของ พ.ร.บ. ศอ.บต. ตามมาตรา ๔ ที่ให้มีสํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ไปร่างนโยบาย ไปรับฟังความคิดเห็นจัดสัมมนามาแล้วก็ผ่านคณะรัฐมนตรีมาสู่สภา แจ้งเพื่อทราบนะครับ พวกเราก็ได้มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็น จริง ๆ แล้วนโยบายความมั่นคงฉบับนี้ผมถือว่าเป็นฉบับแรกที่แตกต่างจากฉบับก่อน ๆ เพราะอะไรครับ เพราะนโยบายความมั่นคงเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ผ่านมาเราจะใช้ คําว่านโยบายความมั่นคงเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งนี้เป็นนิมิตหมายที่เราไม่มี คําว่าความมั่นคง เราใช้นโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใต้ พ.ร.บ. ศอ.บต. ใหม่ ถ้าผมจะเปรียบเทียบ ขออนุญาตท่านประธานนะครับ เปรียบเทียบกับ นโยบายความมั่นคงที่ผ่านมาแล้วนี่นะครับ หลาย ๆ นโยบาย อย่างเช่น นโยบายความมั่นคงแห่งชาติ เกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ฉบับแรกปี ๒๕๒๑-๒๕๒๕ แล้วก็นโยบายความมั่นคงเกี่ยวกับ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี ๒๕๓๑ แล้วก็ฉบับที่ ๓ ปี ๒๕๓๗ ผมสามารถจะกล่าวตรงนี้ได้เลยว่า เป็นนโยบายความมั่นคงค่อนข้างจะเป็นนโยบายปิด ไม่ได้เปิดไปสู่สาธารณะ และการยกร่าง นโยบายความมั่นคง ฉบับที่ ๔ คือตั้งแต่ปี ๒๕๔๒-๒๕๔๖ ผมถือว่าเป็นนโยบายความมั่นคง เกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้เล่มนี้ครับ ที่มีการยกร่างขึ้นมาจากประชาชนทุกภาคส่วน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ผ่านการจัดสัมมนาระดมความคิดเห็นเป็นเวลา ๓ ครั้ง และตลอด ระยะเวลา ๓ ครั้งกระผมก็มีส่วนร่วมในการเป็นวิทยากรและช่วยกันกับสํานักงาน สภาความมั่นคงแห่งชาติ ตรงนี้ผมคิดว่าท่านสมเกียรติยืนยันได้ และอาจารย์ปิยะซึ่งอยู่ตรงนี้ รองเลขาธิการ ศอ.บต. ปัจจุบันนี้ก็ยืนยันได้ เราร่วมกันยกร่างขึ้นมา และครั้งสุดท้ายที่เราจัด สัมมนา ผมเป็นคนหนึ่งที่ลุกขึ้นมาพูดในการสัมมนายกร่างนโยบายความมั่นคงเกี่ยวกับ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี ๒๕๔๒-๒๕๔๖ นั้นว่า เมื่อผ่านขั้นตอนคณะรัฐมนตรีแล้ว ประกาศใช้แล้วขอให้นโยบายความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้ ฉบับปี ๒๕๔๒-๒๕๔๖ เป็นนโยบายความมั่นคงที่เป็นสาธารณะ เป็นพับลิค โพลิซี (Public policy) เพราะที่ผ่านมา คนส่วนใหญ่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ยินแต่ว่านโยบายความมั่นคง แต่หน้าตารูปร่าง ของนโยบายความมั่นคงเป็นอย่างไร ผมเองในฐานะที่เป็นอาจารย์ทางด้านรัฐศาสตร์ก็พยายาม ศึกษานโยบายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมติคณะรัฐมนตรีในสมัยระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และมาถึง นโยบายของรัฐบาลแต่ละรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดชายแดนภาคใต้นี่นะครับ เพื่อจะดูว่า การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มีการพัฒนาอย่างไร มาถึงฉบับปัจจุบันที่เรานําเสนอ วันนี้ผมก็ถือว่าเป็นความก้าวหน้าอีกระดับหนึ่งในการจัดทํานโยบาย แม้จะมีบางประเด็น ที่เราจะต้องยอมรับความจริงที่ผมเป็นห่วงอยู่ในนี้ อย่างน้อยที่สุดท่านเจะอามิงได้พูดถึง เกี่ยวกับการเขียนที่ว่าวัตถุระเบิดนั้นมาจากประเทศเพื่อนบ้านอะไรต่าง ๆ ตรงนี้ก็ต้อง ระมัดระวังนะครับ ผมรู้สึกไม่สบายใจ แล้วก็อีกประเด็นหนึ่งที่อยู่ในนี้ที่บอกว่า ขออนุญาต ท่านประธานครับ หน้า ๒ ที่บอกว่า รับฟังความคิดเห็นจากคนไทยมุสลิมในต่างประเทศ ผมไม่แน่ใจว่าคนไทยมุสลิมในต่างประเทศนั้นทางสํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติไปรับฟัง ไทยมุสลิมที่ไหนครับในต่างประเทศ จะเป็นเพียงเฉพาะประเทศมาเลเซียอย่างเดียวหรือเปล่า เพราะผมเคยนําเสนอในการสัมมนาหลายครั้งว่าให้เราติดตามไปดูคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ ในประเทศสวีเดนก็ดี ในประเทศเยอรมันก็ดี ในตะวันออกกลาง เอเชียใต้ และเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ในประเทศอินโดนีเซีย เราต้องไปฟังเขาเหล่านั้นด้วย เพราะบุคคลเหล่านั้น เคยเดินทางออกจากประเทศไทยไปสู่ดินแดนนั้นเพราะผลกระทบจากนโยบายของรัฐบาล ในอดีต เมื่อเขาเรียนจบแล้วเขาไม่กล้ากลับมาในประเทศไทย เขาไปอยู่ต่างประเทศ สามารถ จัดตั้งเป็นชมรม เป็นสมาคมขึ้นมา ซึ่งบุคคลเหล่านั้นจบระดับปริญญาโท ปริญญาเอก มากมายนะครับ มันจะมีผลอย่างมากต่อนโยบายความมั่นคงของเราที่จะแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้
และอีกหนึ่งประเด็นที่ผมดูในนี้นะครับ อันนี้ต้องยอมรับว่าการแทรกแซง จากภายนอกประเทศมากขึ้น และอาจจะมีการแทรกแซงจากภายนอกประเทศมากขึ้น ในหน้า ๓ ครับ อันนี้ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติยืนยันได้ไหมครับ ประเทศอะไร ที่แทรกแซง ถ้าเรายอมรับว่ามีต่างประเทศแทรกแซงก็แสดงให้เห็นว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่หลาย ๆ คนเข้าใจว่ามันเป็นโลเคิล อิชชู (local issue) หรือเป็นปัญหาเฉพาะพื้นที่หรือท้องถิ่น ถ้าเป็นไปตามนี้แสดงว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ วันนี้กลายเป็นอินเตอร์เนชั่นแนล อิชชู (International issue) แล้ว มันกลายเป็นปัญหาระดับชาติแล้ว ที่ได้รับความสนใจจากต่างประเทศ ที่เราเขียนว่าอาจจะแทรกแซงจากภายนอกประเทศมากขึ้นนะครับ
และอีกประเด็นหนึ่งที่ผมได้อ่านตรงนี้ก็เป็นห่วงเช่นเดียวกันนะครับ มันค่อนข้างจะขัดแย้งกันเองนะครับ ในเอกสารนี่นะครับ ในหน้า ๑๕ วัตถุประสงค์ ข้อ ๖ แล้วก็ข้อ ๑ เสริมสร้างความเข้าใจกับสังคมไทยและผู้เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ เพื่อปรับทัศนคติและวิธีคิดให้เอื้อต่อการอยู่ร่วมกันโดยสันติและตระหนักว่า ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาร่วมกันของประเทศ อันนี้แสดงว่าปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเป็นปัญหาระดับชาติแล้ว ถือว่าเนชั่นแนล อิชชู ใช่ไหมครับ มัน ๒ จุดนี้ เป็นการยืนยันให้เห็นว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นไม่เพียงแต่เป็นโลเคิล อิชชูแล้ว มันไปสู่ระดับชาติและระดับนานาชาติ เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหานั้น ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติจะต้องกําหนดนโยบายอีกแบบหนึ่งเพื่อให้สอดคล้องกับที่ มันไปสู่ระดับนานาชาติ ผมจะยกตัวอย่างตรงนี้นะครับ ผมเคยย้ําหลายครั้งหลายเวทีว่า การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศอิหร่านหรือการปฏิวัติอิสลามในอิหร่าน ปี ๑๙๗๘ ปี ๑๙๗๙ ผลจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนั้น การปฏิวัติครั้งนั้นมันส่งผลต่อแนวคิดของบรรดา พี่น้องมุสลิมทั่วโลกนะครับ นั่นก็คือกระแสของคําว่าอิสลามนิยมหรืออิสลามมิสต์ (Islamist) หลายท่านอาจจะไม่เคยได้ยินสิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้นกระแสอิสลามมิสต์กําลังเกิดขึ้นทุกมุม ของโลกที่มีประชากรมุสลิมอยู่ รวมทั้งประเทศไทยของเราด้วย ถ้าเราคิดว่าปัญหาของ จังหวัดชายแดนภาคใต้มันเป็นปัญหาท้องถิ่นนั้นมันผิดเสียแล้ว ณ วันนี้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติต้องตระหนักเรื่องนี้ให้มากขึ้นว่าปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ไม่ใช่เป็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับประชาชนหรือประชาชนกับ หน่วยงานของรัฐอย่างเดียว มันจะมีกลุ่มบุคคลที่มีแนวความคิดที่กลับไปสู่พื้นฐานของอิสลาม ที่เราเรียกว่าฟันดะเมนเทิล (Fundamental) ในภาษาอังกฤษนะครับ แต่ฟันดะเมนเทิลตรงนี้ ถ้าเราแปล และความหมายของตะวันตกกับอิสลามมันแตกต่างกัน เพราะฟันดะเมนเทิล ในอิสลามนั้นหมายถึงจะกลับไปสู่ในยุคของท่านศาสดามูฮัมหมัดเคยได้ปฏิบัติอย่างไร ในขณะที่ชาติตะวันตกกลับไปตีความว่าฟันดะเมนเทิล มุสลิม ฟันดะเมนเทิลลิส (Muslim fundamentalism) นี่ จะกลายเป็นมุสลิมหัวรุนแรง หรือเป็นพวกกลุ่มก่อการร้าย ซึ่งความหมาย มันแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ผมขอฝากท่านประธานไปยังสภาความมั่นคงแห่งชาติ อย่าละเลยสิ่งเหล่านี้เพราะว่า เราอาจจะไล่ไม่ทันกับเหตุการณ์ที่กําลังเกิดขึ้น จึงขอฝากไปถึงท่านเลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติและท่านรองเลขาธิการ ตลอดจนท่านรองเลขาธิการ ศอ.บต. ด้วย ช่วยกันพิจารณาให้รอบคอบ เพราะประเด็นปัญหาวันนี้มันไม่ใช่กระแสภายในประเทศอย่างเดียว มันเกิดจากกระแสของโลกในขณะที่ ขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวครับ กระแสที่เรียกว่า โกลบาไลเซชั่น (Globalization) ก็คือโลกาภิวัตน์ ในขณะที่กระแสอีกกระแสหนึ่งที่เรียกว่าอิสลาม ไมเซชั่น (Islamization) หรือเรียกว่ามุสลิมนุวัฒน์ เพราะฉะนั้น ๒ กระแสนี้จะเป็นกระแส ที่ปะทะกันในโลกปัจจุบันนี้ และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เราก็ยอมรับ มีประชากรมุสลิม มากกว่าพื้นที่อื่น เพราะฉะนั้นกระแสนี้ก็กําลังไหลเข้ามาสู่ในพื้นที่ เราจะต้องดําเนินนโยบาย อย่างไรเพื่อที่จะสกัดกั้นปัญหาเหล่านี้ไม่ให้ลุกลามไปนะครับ อันนี้ผมฝากไว้ ขอบคุณครับ เวลามีจํากัดครับ
ขอบคุณ ดอกเตอร์พีรยศ รักษาเวลาได้ดีมากครับ เชิญคุณหมอเหวงครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียนท่านประธาน ก่อนนะครับว่าผมสนับสนุนและเห็นด้วยกับนโยบายการบริหารและการพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานแบ่งการ อภิปรายของผมเป็น ๒ ส่วน ซึ่งน่าเสียดายที่มีเวลาน้อยมากนะครับ ดังนั้นผมก็จะพยายาม ที่จะรวบรัด ส่วนแรกก็คือต้องกราบเรียนท่านประธานก่อนนะครับว่านโยบายเล่มนี้จะต้องอ่าน ให้ละเอียดนะครับแล้วท่านจะเห็นว่าคนทํานโยบายเขาเข้าใจปัญหาภาคใต้ได้ดีครับ แล้วคิดว่า ถ้าใครต้องการให้คําแนะนํามากกว่านี้ก็น่าจะนําเสนอในเชิงสร้างสรรค์ แต่ผมดูแล้วนะครับ เริ่มตั้งแต่ความนําเป็นต้นมาไปจนถึงสถานการณ์ในภาพรวมผมเห็นว่าผู้จัดทํานโยบายนี้ เขาสามารถเข้าใจปัญหาในภาคใต้ได้อย่างดี อย่างเรื่องความนําท่านก็บอกนะครับว่า ท่านเขียนนโยบายเรื่องนี้จากความจําเป็นตามมาตรา ๔ ของพระราชบัญญัติบริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการทํานโยบายอันนี้ท่านให้ความสําคัญกับการมีส่วนร่วม อย่างกว้างขวางครอบคลุมนะครับ โดยมีการติดตามประสานงานจากภาครัฐและรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริงในเชิงลึก รวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงจากประชาชนทั้งชาวไทยมุสลิม ชาวไทยพุทธนะครับ ผู้นําศาสนา ผู้นําชุมชน รวมทั้งการรับฟังความเห็นจากคนไทยมุสลิมในต่างประเทศ ตรงนี้กราบเรียนท่านประธานนะครับ นี่แสดงถึงความใจกว้างนะครับ โปรดกรุณาอย่าไป ตีความว่าปัญหาของภาคใต้ลุกลามกลายเป็นปัญหาทางสากล มิได้ครับ เป็นการแสดง ความใจกว้างรับฟังทัศนะจากพี่น้องชาวไทยเราที่เป็นไทยมุสลิมในต่างประเทศ รับฟังความคิดเห็นจากสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ แล้วก็ให้ความสําคัญปัญหาที่เป็นรากเหง้าควบคู่กับปัญหาที่เป็นปรากฏการณ์ โดยพยายาม ที่จะมุ่งขจัดเงื่อนไขที่การใช้ความรุนแรงทุกระดับนะครับ ขณะเดียวกันในปัญหา เรื่องสถานการณ์ในภาพรวมคนเขียนก็เข้าใจนะครับว่ามีการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ เป็นต้นมา จากเดิมที่ส่วนใหญ่เป็นการทําของผู้ก่อความรุนแรงที่มีอุดมการณ์ต่างจากรัฐ แต่ในขณะนี้มีแรงจูงใจจากสัดส่วนอื่นที่มากขึ้น อย่างเช่น ความขัดแย้งในเรื่องผลประโยชน์ ของกลุ่มอิทธิพล ความแค้นจากอารมณ์เกลียดชังนะครับ ความแค้นจากเรื่องส่วนตัว ความรุนแรงยังส่งผลขยายตัวไปถึงอํานาจมืดธุรกิจผิดกฎหมาย ความบาดหมางของคน ต่างศาสนา และเกิดข้อจํากัดในการพัฒนาชีวิตของประชากรและอาจจะมีการแทรกแซง อาจจะเท่านั้นเองนะครับ อาจจะมีการแทรกแซงจากภายนอกประเทศได้มากขึ้น ตรงนี้ อย่าไปมองในแง่ร้ายนะครับ ต้องมองในแง่ดีที่ว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รัฐบาลของเรานี้เข้าใจ ปัญหาได้ตรงและมากขึ้นและครอบคลุมมากขึ้นนะครับ แล้วก็ยังมีปัจจัยเสริมที่เป็น แรงผลักดันให้มีปัญหาความรุนแรง ให้รุนแรงและมีความเข้มแข็งมากขึ้นก็คือใช้คําว่ากระแส นะครับ กระแสนี้ไม่ได้หมายถึงองค์กรหรือบุคคลนะครับ กระแสจากภายนอกมีกระแส ท้องถิ่นนิยม กระแสต่อสู้ด้วยแนวทางสุดโต่ง กระแสความขัดแย้งระหว่างตะวันตกกับโลกมุสลิม กระแสสิทธิทางการเมือง นี่เป็นการยกตัวอย่างเท่านั้นเองนะครับท่านประธาน น่าเสียดายจริง ๆ ถ้าผมมีเวลามากพอผมก็จะกราบเรียนท่านประธานในรายละเอียดว่าทําไมเราถึงต้องรับรอง นโยบายเล่มนี้ เพราะถ้าหากว่าผมกราบเรียนท่านประธานไปให้ละเอียดนี้ผมก็จะเสียเวลา ของผมในการอภิปรายสิ่งที่พิจารณาเห็นว่าสําคัญที่อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ทีนี้ผมอยากจะกราบเรียนเพิ่มเติมก็คือว่าภาครัฐนี้ตระหนักและเรียนรู้ที่จะเข้าใจ การเปลี่ยนแปลงและให้ความสําคัญในการแก้ไขเรื่องที่เป็นสาเหตุของปัญหา ดังนั้นจึงมีการ ปรับทัศนคตินะครับ วิธีคิดในการบริหารจัดการและตรงนี้ก็มุ่งเน้นเลยนะครับว่า ให้ความสําคัญสูงสุดต่อการส่งเสริมสนับสนุนการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายบนพื้นฐาน ของความไว้วางใจและการให้เกียรติเพื่อเสริมสร้างบรรยากาศของการยอมรับ การเห็นคุณค่า ของกระบวนการมีส่วนร่วม เห็นไหมครับท่านประธานครับ คือตรงนี้ตระหนักถึงความสําคัญ ของการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคฝ่ายแล้วนะครับ ยังมีการวิเคราะห์ถึงเงื่อนไข ความรุนแรงนะครับ เงื่อนไขระดับบุคคล เงื่อนไขในระดับโครงสร้างแล้วก็เงื่อนไขในระดับ วัฒนธรรม รวมถึงการพูดถึงกรอบแนวคิดของนโยบายการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนอย่างแท้จริงภายใต้ หลักยุทธศาสตร์พระราชทานนะครับ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา แล้วก็ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เปิดพื้นที่ร่วมกันและแปรเปลี่ยนการต่อสู้ด้วยความรุนแรงมาเป็นแนวทางการต่อสู้ด้วย สันติวิธีนะครับ และสร้างสมดุลระหว่างกัน สร้างอํานาจทางปกครอง และการบริหาร ราชการส่วนกลางกับส่วนพื้นที่ การเคารพสิทธิมนุษยชน การรับรู้และเข้าใจสถานการณ์ ที่เป็นจริงว่าปัญหาชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาร่วมกันของสังคมไทย และการมีส่วนร่วม ของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหา แล้วก็ต้องมีการดําเนินนโยบายภายใต้กลไกที่ประสาน สอดคล้องและส่งเสริมกันในทุกมิติอย่างสมดุล นี่ผมสรุปอย่างคร่าว ๆ นะครับ ทีนี้สิ่งที่ ผมอยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ก็คือว่าเราต้องมองปัญหา ในภาคใต้ในลักษณะที่ว่าเป็นปัญหาของการแย่งชิงประชาชน เป็นสงครามประชาชน เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานใน ๒ เรื่อง
อันที่ ๑ บุคลากรที่ลงไปทํางานในภาคใต้ผมต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานไม่ทราบเวลาจะพอหรือเปล่านะครับ ถ้าไม่พอก็ต้องกราบเรียนท่านประธาน ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้กรุณาไปค้นคว้า เพราะว่าล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๖ พระองค์ท่าน ทรงมีพระราชรัฐประศาสโนบายในการจัดส่งคนไปที่ภาคใต้ อันนี้ยังใช้ได้จนถึงปัจจุบัน น่าเสียดายที่ว่าผมมีเวลาน้อยนะครับ ดังนั้นจึงไม่สามารถจะกราบเรียนประธานได้ โดยละเอียดว่าพระองค์ท่านได้ทรงตราไว้อย่างไร มีทั้งหมด ๖ ข้อนะครับ ผมอยากจะ กราบเรียนเสนอนะครับว่า สมช. ควรจะตีพิมพ์เอกสารชิ้นนี้ในมือผม ขออนุญาต ท่านประธาน แต่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ ตีพิมพ์ในปกหลัง หรือในหนังสือทุกเล่มที่ให้กับ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ลงไปทํางานที่ภาคใต้ แล้วก็ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายช่วยกรุณาน้อมนํา อัญเชิญเอาพระราชรัฐประศาสโนบายของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๖ มาปฏิบัติอย่างจริงจัง คราวนี้ ประเด็นก็คือว่าการทําสงครามแย่งชิงประชาชน ที่สําคัญก็คือเราต้องพยายามที่จะแยกน้ํา ออกจากปลา หรือแยกปลาออกจากน้ํานะครับ ก็คือว่าเราต้องพยายามที่จะแยกประชาชน ออกจากกลุ่มคนที่ไม่ประสงค์ดีต่อประเทศชาติบ้านเมืองให้ได้ ที่จริงดูแล้วมีประชาชน อยู่ประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน ผมเพิ่งรวมตัวเลขจากสถิติของกรมการปกครอง ของปี ๒๕๕๔ นะครับ แต่ผมเข้าใจว่ามีคนที่ไม่ปรารถนาดีต่อบ้านเมืองมีในระดับพันคนเท่านั้นเอง คําถามคือทําไมเราไม่สามารถที่จะแยกประชาชนออกจากกลุ่มคนดังกล่าวได้ ประเด็นก็คือว่า เราชนะใจประชาชนแล้วหรือยัง เพราะฉะนั้นปัญหาในการชนะใจประชาชนนี้เป็นปัญหา สําคัญที่สุดเลยนะครับ ทั้งหลายทั้งปวงที่ท่านเขียนออกมาจะล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ถ้าท่าน ไม่สามารถชนะใจประชาชนได้ แล้วทั้งหลายทั้งปวงจะผลิตผลออกเป็นผลสัมฤทธิ์ก็คือว่า ท่านชนะใจประชาชนได้ ผมมีเวลาเหลือไม่ถึง ๓ นาที ผมก็จะเลือกเอาประเด็นที่สําคัญ กราบเรียนท่านประธาน
ประการแรก ผมอยากจะให้หน่วยงานราชการทุกหน่วยงานให้ความสําคัญ ในการชนะใจเยาวชนครับ เพราะว่าเท่าที่ผมทราบเยาวชนมีจํานวนมากกว่า ๖๐๐,๐๐๐ คน และขณะนี้เยาวชนก็ไปอยู่ที่โรงเรียนตาดีกากับอยู่โรงเรียนปอเนาะ เพราะฉะนั้นเจ้าหน้าที่ ทุกคนต้องให้ความสําคัญกับโรงเรียนตาดีกา กับโรงเรียนปอเนาะนะครับ หลายท่านอภิปราย ไปแล้วผมจะไม่พูดซ้ํา ก็คือเราจะต้องให้ความรู้ทางภาษา ซึ่งภาษานอกจากภาษายาวีซึ่งเรา จะต้องเคารพเขา เราต้องให้สิทธิเขาในการที่จะศึกษาภาษายาวีให้แตกฉาน กระทั่งถ้าเขา ต้องการที่จะไปศึกษาความลึกซึ้งของภาษายังประเทศเจ้าของภาษานี้ในตะวันออกกลาง เราก็อย่าไปปิดกั้นเขานะครับ
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องศาสนา เราต้องสนับสนุนนะครับว่าพี่น้องใน ๓ จังหวัด ที่เขามีลักษณะพิเศษต่างจากพี่น้องในภาคส่วนอื่น เพราะฉะนั้นเราต้องสนับสนุนอย่างเต็มที่ ในการศึกษาเรื่องศาสนา
ประการที่ ๓ ก็คือว่าเราต้องให้การศึกษาวิชาสามัญ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ การเอาใจใส่ในเรื่องนี้สําคัญมาก นอกจากนี้เยาวชนทางภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ที่ผมทราบก็คือว่า เขานิยมชมชอบในการเล่นกีฬาครับ ผมได้มีโอกาสคุย ผมได้มีโอกาสลงไปทางภาคใต้อยู่นานระยะหนึ่ง แล้วไปหลายครั้งด้วย ก็เลยทราบมาว่า เยาวชนเขานิยมกีฬาหลายประเภท อันหนึ่งที่ผมเห็นชัดก็คือกีฬาฟุตบอล ดังนั้นท่านควร จะต้องสนับสนุนให้มีการเล่นกีฬาฟุตบอลให้ทั่วถึงนะครับ นอกจากนี้เขาก็นิยมชมชอบในการ ที่จะเล่นดนตรี เพราะฉะนั้นเราใช้การรุกคืบทางวัฒนธรรมทางการกีฬา และทางการศึกษา ผมเชื่อว่าเราสามารถที่จะเอาชนะใจเยาวชน และหากว่าเราสามารถเอาชนะใจเยาวชนได้ แล้วก็จะส่งผลสะเทือนต่อพี่น้องที่เป็นผู้ปกครองของเยาวชนต่าง ๆ ดังกล่าว ซึ่งถ้าเราใช้ วิธีการอย่างนี้ แล้วก็รุกคืบอย่างมีเป้าหมาย แล้วก็มีเช็ก ลิสท์ (Check list) ผมเชื่อว่าในเวลา ไม่นานนัก อาจจะมีโครงการปีแรก ๒ ปี ๓ ปี ๕ ปี ผมเชื่อว่าเราสามารถที่จะชนะใจประชาชน ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เป็นส่วนใหญ่ ผมมีเวลาจํากัดจริง ๆ เลย ผมอยากจะกราบเรียนสิ่งที่อาจจะตรงข้ามกับสมาชิกหลายท่านพูดมา ข้อที่ ๑ ผมมีตัวเลข นะครับ ผมมีตัวเลขครับ และผมมีตัวเลขเปรียบเทียบระหว่างเหตุการณ์ร้ายในปี ๒๕๕๕ กับปี ๒๕๕๔ ท่านประธานอนุญาตให้ผมเกินเวลาสักนิดหนึ่งนะครับ ไม่อย่างนั้นผมจะรน และจะพูดเร็ว ซึ่งไม่ดีเลยในการที่จะอภิปรายในเรื่องที่ดี ๆ ให้ท่านประธาน ก็คือว่าตัวเลขของ การก่อการร้ายหรือสิ่งที่ไม่ดีไม่งามทั้งหลาย เมื่อเปรียบเทียบระหว่างปี ๒๕๕๔ กับปี ๒๕๕๕ แล้ว ปี ๒๕๕๕ ลดลงเดือนต่อเดือน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ทั้งจํานวนและทั้งระดับความรุนแรง นี่เรื่องที่ ๑ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ที่จะกราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้สรรค์สร้างสิ่งที่ดี ๆ ขึ้นมาครับ
เรื่องที่ ๒ ก็คือต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ ผมได้ข้อมูลจาก คณะกรรมการอิสลาม จังหวัดปัตตานีนะครับ ท่านบอกว่าเลขาธิการองค์การสันนิบาตมุสลิมโลก ได้ทําหนังสือชมเชยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ต่อรัฐบาลซาอุดิอาระเบียว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ ได้ดําเนินการดูแลพี่น้องมุสลิมในจังหวัดภาคใต้อย่างดีเยี่ยม เขาให้การชมเชยนะครับ โดยไม่มี ใครไปกะเกณฑ์ และโดยเป็นเรื่องที่เป็นธรรมชาติของเขาเองที่เขาทําการสํารวจตรวจสอบดู เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นเรื่องดีนะครับ ที่เกิดขึ้นในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทีนี้ประเด็นที่ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานต่อไปก็คือว่าถ้าหากเราสามารถที่เอาชนะใจประชาชนได้อย่างที่ว่า เริ่มจากเยาวชนก่อนแล้วก็ไปชนะใจประชาชนในระดับพ่อแม่ผู้ปกครอง สิ่งที่สําคัญที่สุด ที่รัฐบาลจะต้องพิจารณาในการทําก็คือว่าเราต้องแปรหรือเปลี่ยนสนามรบ สนามการต่อสู้ เผชิญหน้าด้วยอาวุธให้กลายเป็นสนามเศรษฐกิจ สนามการสร้างผลผลิต และผมจําได้ว่า ในสมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณท่านเคยพูดถึงเรื่องการทําโรงงานฮาลาลใน ๓ จังหวัดภาคใต้ แล้วก็ส่งสินค้าดังกล่าวไปขายทั่วโลก ซึ่งผมคิดว่าตัวเลขนี่นะครับ มากเป็นพันล้านยูเอสดอลลาร์ เพราะฉะนั้นถ้าเราทําทีละขั้นทีละตอนอย่างนี้นะครับ ผมว่าเราก็สามารถที่จะไปบรรลุ เป้าหมายสุดท้ายก็คือว่าเราสามารถที่จะทําให้ชีวิตทางเศรษฐกิจของพี่น้อง ๓ จังหวัดภาคใต้ เขาแข็งแรง แข็งแกร่งแล้วก็อาจจะร่ํารวยเทียบได้กับภาคอื่น ๆ ของประเทศไทย ซึ่งถ้าเป็น อย่างนี้ผมก็เชื่อว่าเราสามารถที่จะทําให้สันติสุขเกิดขึ้นในภาคใต้ได้
สุดท้ายจริง ๆ ครับท่านประธาน ผมเห็นด้วยกับท่านสมาชิกหลายท่านที่ได้ อภิปรายนะครับ ในทัศนะส่วนตัวของผม กราบเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านโปรดกรุณายกเลิกกฎอัยการศึกได้ไหมครับ โปรดกรุณายกเลิก พ.ร.ก. การบริหาร ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ไหมครับ โปรดกรุณายกเลิก พ.ร.ก. ความมั่นคงแห่งชาติ ได้ไหมครับ เพราะตราบเท่าที่ยังมี ๓ พ.ร.ก. อยู่นี้นะครับ ประชาชนในภาคใต้เขาจะมองเห็น เจ้าหน้าที่บ้านเมืองเป็นศัตรูครับ เพราะว่าเขาจะเห็นว่าเจ้าหน้าที่บ้านเมืองใช้กฎหมาย ทั้ง ๓ อย่างดังกล่าวไปรังแกพวกเขา ผมมีเอกสารที่เขาร้องเรียนมายังประธานสภาของเรา คือท่านสมศักดิ์นะครับ เขาร้องเรียนมาว่าจากการที่เราใช้กฎหมาย ๓ อย่างดังกล่าว นี่เป็นประเด็นที่ผมกราบเรียนท่านประธานเลยครับ ก็คือว่าเยาวชนในภาคใต้จํานวนมากเลย ถูกควบคุมตัวโดยใช้กฎหมาย ๓ ฉบับดังกล่าว ซึ่งว่าไปแล้วเป็นกฎหมายกรงเล็บปีศาจนะครับ ควบคุมตัวโดยที่ไม่ต้องทําอะไรเลยนะครับ ปราศจากหลักประกัน ๓๗ วันนะครับท่านประธาน แล้วก็ไม่มีหลักประกันที่เพียงพออันเป็นเหตุให้มีการละเมิดสิทธิในชีวิตร่างกายและสิทธิ ในกระบวนการยุติธรรม ดังนั้นจึงมีหน่วยงานเอกชนที่เขานําเสนอต่อท่านประธานสภา คือท่านสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ของเรานี่นะครับ ว่าให้พิจารณาปัญหานี้ แล้วก็ดําเนินการ แก้ไขโดยด่วน ดังนั้นคือเป็นประเด็นสุดท้ายจริง ๆ ก็คือกราบเรียนท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ โปรดพิจารณายกเลิกกฎหมายทั้ง ๓ ฉบับเถอะครับ แล้วก็
อีกประการหนึ่ง ก็คือว่าโปรดกรุณาเปลี่ยนอย่างมีจังหวะก้าว เจ้าหน้าที่ ที่ทํางานในภาคใต้ไม่ควรจะเป็นทหารครับ ในทัศนะส่วนตัวผม ไม่ควรจะเป็นทหารเลยนะครับ ควรจะเป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจหรือเจ้าหน้าที่พลเรือน และข้อต่อมากราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพนะครับ ถ้าหากว่าพูดไปแล้วทําให้บางหน่วยงานมีความรู้สึกขัดข้องหมองใจ ต้องขอประทานโทษด้วย แต่ผมคิดอย่างนั้นจริง ๆ เพราะว่าหน่วยงานทางการทหารหลาย ๆ หน่วย ซื้ออุปกรณ์ทางการทหารที่มุ่งเน้นที่จะไปใช้ในภาคใต้ แต่เอาเข้าจริงใช้ไม่ได้ อาทิเช่น เรือเหาะนะครับ ท่านประธานครับ เรือเหาะนี่นะครับ ไม่สามารถไปใช้กับภาคใต้ ขณะนี้ยังเหาะไม่ได้เลยครับ และนอกจากนี้ในภาคใต้เป็นป่าครับ เพราะฉะนั้นคุณจะใช้อะไร ในการที่จะไปตรวจสอบการเคลื่อนไหวของมนุษย์ได้ และที่เขาตรวจสอบก็คืออุณหภูมิ ร่างกายครับ และอุณหภูมิร่างกายมันไม่ใช่มีแต่มนุษย์อย่างเดียวนะครับ สิ่งที่มีชีวิตที่เป็น สัตว์เลือดอุ่นมีหมด เพราะฉะนั้นถ้าปรากฏภาพ คุณจะจําแนกได้อย่างไรว่าเป็นสัตว์ที่อยู่ในป่า หรือถ้าคุณเก่งพอในการที่จําแนกว่าเป็นมนุษย์ แล้วคุณจะจําแนกได้อย่างไรว่าเป็นผู้ไม่ดี ไม่งามที่ก่อการร้ายหรือว่าเป็นชาวบ้านที่ไปกรีดยาง อย่างนี้เป็นต้นครับ รวมทั้งรถถัง หุ้มเกราะยูเครนนี่ก็เหมือนกันนะครับ เปิดลงข้าง ไม่ได้ครับ เพราะภาคใต้เขาซุ่มยิงข้าง ๆ และล้อนี่นะครับ โดนตะปูเรือใบอันเดียวก็ไปไม่เป็นแล้วครับ เมื่อเขาโรยตะปูเรือใบปุ๊บ คุณจอด จอดปุ๊บคุณเปิดข้างปุ๊บ เขาซุ่มอยู่ข้าง ๆ ผมว่าพี่น้องทหารหาญเราอาจจะเสียชีวิต ทั้งหมดก็ได้ ดังนั้นการซื้ออาวุธของฝ่ายทหารที่ลงไปใช้จัดการกับปัญหาภาคใต้มีปัญหาเยอะ ดังนั้น กราบเรียนท่านประธานเป็นประโยคสุดท้ายจริง ๆ ว่าควรจะพิจารณาเปลี่ยนบุคลากรที่ไป ดูแลปัญหาภาคใต้ จากทหารเป็นส่วนอื่นเถอะครับ อาจจะเป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจหรือพลเรือน ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ
เชิญท่านฮอชาลี ม่าเหร็ม ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเป็น ส.ส. มาจากจังหวัดสตูล ซึ่งเป็นหนึ่งใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ก็ขอเรียน กับท่านว่าเป็นพื้นที่ที่มีความสงบทั้ง ๆ ที่มีวัฒนธรรม มีประเพณี มีวิถีชีวิตที่เหมือนกันกับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ในพื้นที่ของจังหวัดสตูลนั้นไม่เคยเกิดเหตุการณ์ในทํานอง ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้แม้แต่ครั้งเดียวนะครับ ตรงนี้เป็นเรื่องที่ทาง สมช. น่าจะได้ลงไป วิจัย ลงไปศึกษาว่าทําไมพื้นที่จังหวัดสตูลพี่น้องมุสลิม ๘๐ เปอร์เซ็นต์ทุกอย่างทําไมจึงไม่เกิด เหตุการณ์ตรงนี้นะครับ นั่นก็เป็นเพราะว่าเท่าที่ผมอยู่ในพื้นที่มานี้ภาครัฐไม่เคยไปสร้าง เงื่อนไขในพื้นที่ของจังหวัดสตูล แต่จะไปสร้างเงื่อนไขในพื้นที่ของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ความจริงแล้วเงื่อนไขตรงนี้นั้นได้ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัย จอมพล ป. ที่เริ่มจริง ๆ ก็คือการที่เอา ส.ส. ในพื้นที่จังหวัดปัตตานีแล้วก็ผู้นําศาสนาในปัตตานีก็คือหะยีสุหลง ไปถ่วงน้ํา ไปถ่วง ที่ไหนครับ ไปถ่วงน้ําที่หัวเขาใหญ่ที่จังหวัดสงขลาและจนกระทั่งมาบัดนั้น ชาวปัตตานี ต้องการคําตอบว่าคุณหะยีสุหลงศพของเขาถูกถ่วงน้ําที่ไหน ทางราชการตอบไม่ได้ ซึ่งเกิดขึ้น ในสมัยของยุค จอมพล ป. แล้วก็เช่นกันนะครับ โจรมลายู โจรภาคใต้นั้นก็เป็นจําเลย ในหลาย ๆ สถานการณ์ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าทองอินทร์ ภูริพัฒน์ แล้วก็วีรบุรุษ ในภาคอีสาน ๓-๔-๕ ท่านที่เป็น ส.ส. ในสภาของเราที่เสียชีวิตที่ตายไปที่กรุงเทพฯ คนที่ถูก บอกว่าเป็นจําเลยในการสังหาร ส.ส. ที่เป็นวีรบุรุษของประเทศที่มาจากภาคอีสานคือใครครับ ก็คือโจรมลายู ทั้ง ๆ ที่มันอยู่ห่างไกลกันหลายพันกิโลเมตร แต่ว่ามันเป็นคําตอบที่บอกว่า อะไรที่มันน่าเกลียดน่ากลัวก็โยนให้โจรมลายู ความรู้สึกตรงนี้มันก็เลยสั่งสมเหมือนกับที่ เพื่อน ส.ส. บอกว่ากลัวทั้งโจรคอมมิวนิสต์ แล้วก็กลัวทั้งโจรมลายู เพราะสังคมเราถูก ยัดเยียดให้เกลียดในสิ่งเหล่านั้น ท่านประธานที่เคารพครับ มันจึงกลายเป็นที่มาของ ปัญหาว่าส่วนราชการไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดหรือว่าข้าราชการที่มาจากแดนไกล ถ้าถูกส่งไปรับราชการในพื้นที่จังหวัดสตูล จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส ความรู้สึกก็คือว่าไม่อยากจะอยู่แล้วก็อยากจะย้ายกลับมาอยู่ในส่วนกลาง นั่นคือปัญหา ที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นคนที่เป็นตัวสร้างปัญหาจึงถูกส่งมาอยู่ในพื้นที่ของ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ แล้วก็ ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้มาโดยตลอด และเป็นปัญหาที่สั่งสมมาตลอด แต่ในทุกยุคทุกสมัยทุกรัฐบาลที่ผ่านมาก็ได้มีการแก้ไขปัญหา พยายามที่จะเอาชนะใจมวลชน เอาชนะใจคนโดยใช้วิธีการเมืองนําการทหาร เรามีองค์กรที่จะบริหารในพื้นที่อย่างเป็น กรณีพิเศษก็คือ ศอ.บต. ซึ่งตั้งในสมัย พลเอก เปรม รัฐบุรุษของเมืองไทย ตั้งมาในสมัย พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมในการบูรณาการการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ มี พตท. ๔๓ แล้วก็ทุกอย่างอยู่ภายใต้การบริหารของหน่วยงานเหล่านี้ สถานการณ์ มันก็เริ่มดีขึ้น ดีขึ้น ดีขึ้น อาจจะมีการวางระเบิด อาจจะมีการจับเรียกค่าไถ่บ้างแต่ไม่รุนแรง พยายามที่จะรักษาสิ่งเหล่านี้มาตลอดทุกยุคทุกสมัย เพื่อนสมาชิกก็บอกว่าใครมาเป็น นายกรัฐมนตรีก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ ยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก แต่ทุก นายกรัฐมนตรีที่มามีการซ้ําเติมปัญหาไม่เหมือนกันแต่ละคนเช่นกัน เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลก ที่ข้อมูลของนโยบายเล่มนี้จึงเขียนชัดว่าความรุนแรงที่มันเริ่มต้นในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งพวกเรา ก็รู้แล้วก็เจ็บปวดไม่อยากจะรื้อฟื้นแต่มันถูกบันทึกเอาไว้เป็นประวัติศาสตร์ในนโยบายของ การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าความรุนแรงซึ่งมันมีมาก่อนแต่ไม่ถูกระบุ แต่มาถูก ระบุในปี ๒๕๔๗ เพราะว่านโยบายในยุคนั้นต่างกันสิ้นเชิงกับนโยบายหลาย ๆ รัฐบาลที่ผ่านมา การอุ้มฆ่าเกิดขึ้น ในสมัยนั้น การสั่งเก็บแล้วก็บอกว่าจํานวนโจรมีกี่ร้อยคน แล้วก็สั่งให้เก็บตามจํานวนนั้น ๓ เดือนจบ นั่นคือการส่งสัญญาณนโยบายที่ผิด ก็เลยทําให้ผู้ปฏิบัติจะเป็นตํารวจ จะเป็น ทหารในพื้นที่ก็ต้องสนองนโยบายของผู้นํารัฐบาลในยุคนั้น มันก็เลยกลายเป็นไฟที่มันลุกโชน ขึ้นมา ผมเห็นด้วยที่ท่านได้เขียนระบุเอาไว้ ปี พ.ศ. อย่างชัดเจน นั่นเป็นเพราะนโยบาย ที่เขียนขึ้นมา นโยบายที่ออกมายุคนั้นรุนแรงมาก แล้วก็เป็นการซ้ําเติมสถานการณ์สั่งสม มาเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของตากใบหรือกรือเซะ แล้วก็การล้มตาย ๘๐ กว่าศพที่ตากใบ ผมเองก็เคยเป็นกรรมการอิสลามประจําจังหวัดสตูล และเคยเป็นกรรมการกลางอิสลาม แห่งประเทศไทย ปัญหานี้ได้ถูกหยิบยกในที่ประชุมของกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย เพราะว่าจากเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นที่ตากใบนั้น ซึ่งไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้น ซึ่งไม่มีใคร อยากจะให้เกิดขึ้น แต่มันทําให้การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องถอยหลังไป อย่างน้อยอีก ๒๐ ปี ได้กลายมาเป็นปัญหาในรัฐบาลยุคหลัง ๆ รวมถึงรัฐบาลชุดนี้จะต้องมา ช่วยกันแก้ไขทําให้มันค่อย ๆ เย็นลง แล้วก็ยังมีการซ้ําเติมสถานการณ์ในยุคนั้นด้วยก็คือว่า การที่จะบอกว่าให้ปิดโรงเรียนปอเนาะ ซึ่งโรงเรียนปอเนาะเป็นที่ที่สอนให้คนทําความดี เป็นที่ที่เรียนศาสนา แล้วก็ไม่เคยเกิดปัญหา แล้วก็สั่งให้ปิดโรงเรียนปอเนาะ แล้วก็ยังมี การเสนอในสภาผู้แทนราษฎรของเราตรงนี้ด้วย มีการแถลงข่าวอย่างชัดเจนเป็นตัวแทนของ สภาซึ่งลงไปศึกษาปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็คือต้องการที่จะให้นําคนภาคอื่น ซึ่งไม่ใช่ ๓ จังหวัดไปอยู่ที่นั่นให้เยอะ เพื่อไปแต่งงานแล้วก็จะได้กลมกลืน มันจะได้ไม่เป็นมลายู ที่แบ่งแยกดินแดน นี่คือสิ่งที่มันเป็นการผิดนโยบายออกมาที่ต่างกัน เพราะฉะนั้นหลังจากที่ เรามี ศอ.บต. แล้ว แล้วก็เรามีการกําหนดอย่างชัดเจนในมาตรา ๔ บอกว่าจะต้องมีการทํา นโยบายขึ้นมา เพราะฉะนั้นรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลนี้หรือรัฐบาลไหนต่อไปก็จะต้องมี นโยบายตัวนี้เป็นบรรทัดฐาน ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนกลับไปเป็นนโยบายโจรกระจอก หรือนโยบายอุ้มเก็บฆ่าต่าง ๆ จะต้องยึดถือตรงนี้เป็นคัมภีร์ในการที่จะเดินงานในปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเองก็เห็นใจนะครับว่าหน่วยปฏิบัติในพื้นที่กับนโยบายที่ลงมา จากข้างบนนั้นค่อนข้างที่จะไม่สอดประสานกัน คนที่ปฏิบัติงานในพื้นที่นั้นยังกังวลอยู่ว่า การนํานโยบายไปปฏิบัติจะมี ศอ.บต. เป็นตัวนํา หรือจะให้ฝ่ายทหารเป็นตัวนํา เพราะทางรัฐบาล ก็พยายามที่จะให้มีองค์กรอีกองค์กรหนึ่ง ตั้งขึ้นมาใหม่อีกองค์กรหนึ่ง แล้วก็มีการบูรณาการ การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้ท่านแม่ทัพกองทัพภาคที่ ๔ เป็นตัวนํา นําทั้ง ในความมั่นคงและนําทั้งในการพัฒนาการใช้งบประมาณ ซึ่งจะลงไปใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นั่นหมายความว่างบประมาณก็ต้องไปอยู่ในทหารเหมือนกัน ตรงนี้เป็นสิ่งที่มีความกังวล ทั้ง ๆ ที่นโยบายก็ออกมาอย่างดี แล้วก็โครงสร้างถูกออกแบบ ถูกดีไซน์ (Design) ออกมาดี แต่ว่าเริ่มจะมีการเบี่ยงเบน สิ่งเหล่านี้อยากจะฝากทาง สมช. ซึ่งท่านเป็นหน่วยงานที่ปฏิบัติ ในพื้นที่ขอให้มีความมั่นคงในแนวทางที่เราได้สร้างตรงนี้มา ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นนอกเหนือจากปัญหาความมั่นคงแล้ว ยังมีปัญหาของ การพัฒนาในพื้นที่ ในหลายยุคหลายรัฐบาลที่ผ่านมาเราได้มีการเอาใจใส่ให้ความเป็นพิเศษ ในการพัฒนาในพื้นที่ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ความจริงแล้วศักยภาพของคนในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ดูว่าด้อยการศึกษา แต่ว่ายังมีศักยภาพความสามารถในเชิง การศึกษาที่ภาคกลางไม่มี ที่ภาคอื่นไม่มี ทําไมเด็กใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้พูดอาหรับได้ ทําไมกระทรวงศึกษาธิการจึงไม่ใช้ศักยภาพของเด็กที่จบ ม. ๖ ที่พูดภาษาอาหรับได้นํามาใช้ ประโยชน์ในการเป็นล่าม เป็นผู้ที่ทํางานในเรื่องของภาษาอาหรับกับโลกอาหรับ กับคนป่วย โลกอาหรับที่มารักษาที่โรงพยาบาลใหญ่ ๆ ที่กรุงเทพฯ มาใช้ประโยชน์ในกิจการของการบิน หรือว่าการจัดการการบินให้เกี่ยวข้องกับพวกที่อยู่ตะวันออกกลาง ซึ่งเราสามารถจะนําศักยภาพตรงนี้ ผมเองจบชั้น ๑๐ พูดภาษาอาหรับได้ในสมัยนั้น แต่ตอนนี้ ก็ลืมแล้ว ในสมัยที่จบผมเรียนที่โรงเรียนตาดีกาอาดียะห์ที่จังหวัดนราธิวาสจบชั้น ๑๐ จบ ม. ๖ ด้วย แต่ว่าผมก็พูดภาษาอาหรับได้เพราะมีการเรียนทั้ง ๒ ด้านก็คือทางด้านศาสนา แล้วก็ทางด้าน สามัญ ตรงนี้รัฐบาลควรจะนําเอาศักยภาพที่ไม่มีตรงนี้เอามาใช้ได้ และอีกอย่างหนึ่ง ณ ตอนนี้ก็คือเราต้องการที่จะผลิตอาหารเป็นครัวโลกในเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ อาหารฮาลาล เมื่อผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลนั้นสิ่งที่ต้องการจากโลกมุสลิมไม่ว่าจะเป็น ตะวันออกกลางหรือว่ายุโรปตะวันออก หรือว่าในพื้นที่ไหนที่เป็นพื้นที่มุสลิมสิ่งที่เขาต้องการ ก็คือความมั่นใจว่าฮาลาลจริงหรือไม่ ทําไมรัฐบาลไม่ตั้งคณะในมหาวิทยาลัย คณะฟู้ดไซน์ (Food science) วิทยาศาสตร์การอาหาร ซึ่งเด็กเหล่านี้ที่จบจากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา อิสลามเขารู้ในเรื่องของกระบวนการเชือด กระบวนการผลิตอาหารที่มันฮาลาลและสามารถ ที่จะสร้างความมั่นใจได้ ตรงนี้คือสิ่งที่เราสามารถที่จะริเริ่ม นี่คือข้อเสนอนะครับ พรรคฝ่ายค้าน นอกเหนือจากเราพูดข้อเท็จจริงที่มันเกิดขึ้นเรายังเสนอแนะต่อรัฐบาลให้ทําในสิ่งเหล่านี้ นั่นก็คือการพัฒนาเยาวชน เพราะเยาวชนเราเป็นห่วงเหลือเกิน เพราะตอนนี้เยาวชน ในภาคใต้นั้นถูกมอมเมาด้วยทั้งใบกระท่อม ทั้งในเรื่องของยาเสพติด ยาไอซ์ (Ice) สารพัด ทุกอย่างซึ่งมันแฝงเข้ามาในเรื่องของสถานการณ์ของ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จนกระทั่งว่า มันกลายเป็นหนึ่งปัจจัยที่มันเข้ามาแทรกแซงในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ นั่นคือสิ่งที่อยากจะเสนอแนะให้ทางรัฐบาลรับสิ่งเหล่านี้ไป แล้วก็ร่วมกันพัฒนาครับ แล้วก็ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มันสงบอย่างจังหวัดสตูลท่านก็อย่าลืมนะครับ อย่าคิดว่าสงบ แล้วท่านไม่ส่งงบประมาณลงไปตรงนี้ต้องช่วยกันดูแลอย่าให้คนที่สงบเขารู้สึกว่าเราน้อยใจ โครงการสนามบินของจังหวัดสตูลขอให้รัฐบาลได้เดินหน้าต่อ โครงการเจาะอุโมงค์เพื่อเชื่อม การส่งสินค้าความสัมพันธ์ระหว่างจังหวัดสตูลกับรัฐปะลิสของประเทศมาเลเซีย แล้วก็ สามารถจะออกไปได้จนถึงประเทศสิงคโปร์ ไปถึงประเทศบรูไน แล้วก็เชื่อมเป็นอาเซียน (ASEAN) ได้เราก็สามารถที่จะเปิดเกทเวย์ (Gateway) ทางด้านตรงนี้ได้ ก็ขอให้ทางรัฐบาล ช่วยกันลงไปดูแลโครงการใหญ่ ๆ เมื่อเรามีการพัฒนาเศรษฐกิจดีขึ้น การศึกษาดีขึ้น ผมก็ เชื่อมั่นเหลือเกินว่าในระยะยาวทุกอย่างก็จะดีขึ้นตามไปนะครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญ ท่านเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรอยู่ชายแดนนะครับ ผมก็ขอถือโอกาสนี้แสดงความเห็นต่อปัญหา ชายแดนภาคใต้ ซึ่งถ้าเปรียบเสมือนไปก็เหมือนกับคนไข้ที่เป็นแผลเรื้อรังอย่างยาวนาน มาเป็นระยะเวลาหลายสิบปีนะครับ บางครั้งก็ถูกอะไรข่วนหน่อยหรือกระแทกหน่อย เลือดก็ออกโกรกอย่างที่เราเห็นนี้ ระยะหลัง ๆ นี้เลือดที่เกิดจากแผลเรื้อรังมันออกบ่อย เพราะฉะนั้นก็จะเป็นสาเหตุที่ทําให้สังคมไทยเราไม่เข้มแข็งและเป็นปัญหา ในวันนี้ ในเรื่อง ของนโยบายที่เกี่ยวกับการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี ๒๕๕๔ ถึงปี ๒๕๕๗ ที่ได้ทํามานี้นะครับ ผมได้อ่านดูแล้วก็เห็นว่าส่วนใหญ่ก็เป็นประโยชน์แน่ เพียงแต่ปัญหาก็คือ ปัญหาอยู่ในแนวทางของการปฏิบัติครับ ต้องเป็นการปฏิบัติที่จริงจังและได้ผล ผมลุกมา อภิปรายในครั้งนี้ก็เพื่อที่จะตอกเน้นความสําคัญที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดไปหมดแล้ว ผมจะตอกย้ําถึงเรื่องของความเป็นอิสลามของภาคใต้นะครับ การที่เราจะชัยชนะในการทํา ให้เกิดสันติสุขให้เกิดกับภาคใต้ได้ ก็คือต้องรู้หัวใจว่าหัวใจของเขาคืออะไร จริง ๆ แล้วคนมุสลิม คนอิสลามพื้นฐานดีทุกอย่างครับ ผมในฐานะที่เป็นแพทย์ได้ตรวจคนอิสลามมากมายก็ได้พบว่า พื้นฐานทางด้านความคิด การดํารงชีวิตทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบง่าย ถ้าถามว่า เป็นเศรษฐกิจพอเพียงอย่างที่เรากําลังเสนอหรือเปล่านี้ ผมว่าคนส่วนใหญ่ของสังคมมุสลิม จะเป็นอย่างนั้นนะครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมต้องตอกย้ําก็คือว่าในเรื่องของดวงใจ หรือหัวใจของคนอิสลามนี้ ก็คือว่าทุกสิ่งทุกอย่างของความเป็นอิสลามคือกฎนะครับ กฎของศาสนาคือสิ่งที่เป็นหัวใจ ดวงเดียวที่ชาวอิสลามสู้ด้วยชีวิต ผมอยากให้เราใช้ความคิดในด้านของการทํานโยบาย ยึดหลักตรงนี้ไว้ แล้วก็นํายุทธศาสตร์และยุทธวิธีให้สอดคล้องกับหัวใจของพี่น้องชาวอิสลาม นี่ก็คือสิ่งที่จะทําให้โอกาสประสบผลสําเร็จมีอย่างสูง ในส่วนที่เป็นหัวใจสําคัญของการจะทํา ให้ความสําเร็จเกิดขึ้นได้ นั่นก็คือการสร้างความยุติธรรมครับ เพื่อนสมาชิกทุกท่านได้เน้น ในเรื่องของการสร้างความยุติธรรม ผมขอย้ําว่าในเรื่องของกระบวนการยุติธรรมของไทยเรา เราทําได้ดี แต่ในกระบวนการ ผมพูดถึงกระบวนการยุติธรรมมันยังมีการย่อหย่อน หรือบกพร่องในส่วนของด้านระดับเจ้าหน้าที่ เช่น ระดับเจ้าหน้าที่ที่ทําหน้าที่เกี่ยวกับ การสืบสวน สอบสวน ซึ่งก็คงหนีไม่พ้นกับทางด้านเจ้าหน้าที่ตํารวจ ในส่วนของทางด้าน ฝ่ายอัยการ ส่วนที่ ๓ ที่เราตั้งขึ้นมาก็คือส่วนของดีเอสไอ (DSI) เราทําอย่างไรถึงจะทําให้ ๓ กระบวนหลักที่จะนําไปสู่การยุติธรรมที่ได้เกิดอย่างสมบูรณ์ให้มีความเป็นเอกภาพ ใน ๓ หน่วยงานหลัก นี่คือหัวใจที่จะทําให้พี่น้องอิสลาม พี่น้องภาคใต้ของเราเกิดความเชื่อมั่น เชื่อมั่นในระบบความยุติธรรมให้เกิดเป็นผลอย่างจริงจังและภายในระยะเวลาอันพอสมควร กราบเรียนว่าความยุติธรรมบางครั้งอาจจะต้องใช้เวลา แต่ถ้าใช้เวลานานเกินไปคนมันท้อถอย แล้วก็ไม่ถือว่าเอาเป็นตัวอย่างทําได้ ที่ยึดถือเป็นตัวอย่างได้ เข้าทํานองว่าคนชั่วทําได้ก็ไม่เห็น เป็นอะไรเลย ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย เพราะฉะนั้นถ้าเขาทําก็ไม่น่าจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างทัศนคติที่ผิด และนับวันสิ่งเหล่านี้จะตอกย้ําขยายวงกว้างขึ้นไปทุกที ผมเรียนกับท่านประธานเมื่อสักครู่นี้ว่าพี่น้องอิสลามในเมื่อพื้นฐานดีแล้ว สิ่งต่าง ๆ ที่เราทุ่มเท ไปทางด้านนโยบายก็ดี มันก็ไม่น่าจะแก้ไขไม่ได้เสียเลย เพียงแต่เราจะต้องอาศัยคนที่มี ความรู้ความเข้าใจเข้าไปสู่ในพื้นที่ สิ่งสําคัญก็คือเรื่องของการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ผมได้มีโอกาสไปจังหวัดชายแดนภาคใต้ดังกล่าวเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งเหตุการณ์ก็รุนแรง มาก ก็ได้ไปดูทั้งภูมิประเทศ ทั้งสถานที่และผู้คน ก็สรุปไปไม่ต่างกับที่ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าคนส่วนใหญ่เท่าที่ผมพบเห็นคือคนอยู่กับศาสนา จุดแข็งก็คือศาสนาอิสลาม อย่างที่หลายท่านได้อภิปรายไปถึงเรื่องของการศึกษา ถ้าเลือกให้ศึกษาระหว่างศึกษาอาชีพ กับศึกษาทางด้านศาสนาน้ําหนักจะไปทางด้านศึกษาศาสนามากกว่า เพราะฉะนั้นผมเชื่อมั่น ว่าถ้าการจัดทํานโยบายในเรื่องเหล่านี้เราเชิญทางด้านผู้นําศาสนา ซึ่งผมเชื่อว่าท่านก็คง ได้เชิญมาแล้ว แล้วผู้มีเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมเอามาสังเคราะห์ให้ดีขึ้น ให้เข้มข้นมากขึ้น ปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ผมเชื่อว่าการแก้ปัญหาเหล่านี้จะแก้ได้ ในเรื่องของสุขภาพ ประชาชนของพี่น้องก็ยังเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงที่มีสถิติว่าเด็กที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ดังกล่าวเป็นเด็กที่ไม่แข็งแรง น้ําหนักและส่วนสูงไม่ได้สัมพันธ์กันกับวัยที่โตขึ้นมา สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงว่าการกระจายทรัพยากร ความยากจน สิ่งต่าง ๆ ยังปรากฏอยู่ แม้ว่าทุกฝ่ายจะพยายามแก้ไข วันนี้ผมได้อ่านในเรื่องของที่ท่านทํานโยบายมาแล้วผมก็อด เป็นห่วงไม่ได้ว่าเราจะต้องแปรสิ่งต่างๆ เหล่านี้ให้เกิดเป็นรูปธรรมขึ้นโดยเร็ว โดยเฉพาะในเรื่องของการยึดถือตัวบุคคลที่อยู่ในพื้นที่นั้น ๆ เอาเป็นหลักใหญ่นะครับ สิ่งใด ๆ ก็ตามที่จะมากระทบต้องแก้ไขได้หมด ในส่วนที่จะเพิ่มเติมอีกอย่างก็คือว่าควรจะต้องมี การสร้างบรรยากาศที่ดีนะครับ นั่นก็คือการส่งเสริมศิลปะพื้นบ้าน พื้นเมืองนะครับ ศิลปวัฒนธรรม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเสน่ห์ของจังหวัดเหล่านี้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การด้านอาชีพ การเพาะปลูกหรือแม้แต่ภาษา ล้วนแต่มีความงดงามตามท้องถิ่นนะครับ ผมเชื่อมั่นว่านโยบายถ้าทําดีเพียงใดก็ตาม ออกมาดีเพียงใดก็ตามแต่ขาดการปฏิบัติ ขาดการทํา ที่ต่อเนื่อง โอกาสล้มเหลวหรือไม่เกิดผลใด ๆ ก็จะเกิดขึ้น ยกตัวอย่างวิสัยทัศน์ที่เขียนมา ถ้าเขียนว่าวิสัยทัศน์ดังที่ปรากฏในนโยบายก็เห็นว่าดีแต่มันจับต้องอะไรไม่ได้ แต่ถ้าเรา เปลี่ยนใหม่ว่าถ้าเราเห็นว่าความยากจนหรือความไม่เสมอภาคทางด้านเศรษฐกิจก็คือสาเหตุ ส่วนหนึ่ง เราก็บอกไปเลยครับว่าใน ๓ ปีเราจะแก้ความยากจนให้หมดไปในระดับใด รายได้ จะต้องมีไม่ต่ํากว่าเท่าไรต่อปี ก็เพื่อจะให้ภาคส่วนต่าง ๆ รวมตัวกันเป็นเป้าหมายเป้าหลัก เช่นเดียวกับกระบวนการยุติธรรมที่ผมได้เรียนให้ท่านประธานทราบนะครับ ก็น่าจะถือเป็น ธงนําในการที่ว่าจะต้องเน้นให้เห็นเลยว่าคดีแต่ละคดีจะต้องนําสืบ นําข้อเท็จจริงมาพิจารณา ไต่สวนนะครับ และตัดสินโดยรวดเร็ว ในกรณีที่มีพยานหลักฐานอื่น ๆ เพิ่มเติมหลังจาก ที่ได้ตัดสินมาแล้วเราก็ได้มีกฎหมายอนุญาตอยู่แล้วให้มีการยื่นขอแย้งในคําตัดสินนั้นได้ หรือยื่นหลักฐานใหม่ ๆ ได้เพื่อช่วยพยุงความยุติธรรมให้ดีมากขึ้น ผมขอถือโอกาสนี้ กราบเรียนให้ท่านประธานผ่านไปยัง สมช. สภาความมั่นคงแห่งชาติว่าท่านจะต้องเน้น ในเรื่องของการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ อย่างรวดเร็วแล้วก็ให้เกิดความเข้าใจดี และที่สําคัญหัวใจก็คือความมีส่วนร่วมกับคนในท้องถิ่นนั้น นี่คือประเด็นที่สําคัญ ขอขอบคุณครับ
เชิญท่าน เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติตอบคําถาม
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม พลตํารวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะผู้ชี้แจงครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณ ในความคิดเห็น ข้อเสนอแนะหรือข้อสังเกต กราบเรียนว่าในฐานะที่เป็นผู้จัดทํานโยบาย ในส่วนของนโยบายก็จะรับไปดําเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องนะครับ อันที่เป็นส่วนในระดับ ยุทธศาสตร์ ซึ่งโดยปกติยุทธศาสตร์นั้นเป็นเรื่องของ ศอ.บต. กับ กอ.รมน. ที่จะไปดําเนินการ ตามยุทธศาสตร์ความมั่นคง ยุทธศาสตร์การพัฒนา ภายใต้เรื่องนโยบายของสภาความมั่นคง แห่งชาตินะครับ ผมขออนุญาตตอบคําถามและชี้แจงบางประเด็นประมาณ ๔ เรื่องนะครับ
เรื่องแรก ความสอดคล้องของนโยบายมีคําถามจากท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ได้ถามตั้งแต่ต้นว่านโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งนี้นั้น สอดคล้องกับนโยบายของสภาความมั่นคงแห่งชาติหรือไม่ กราบเรียนอย่างเรื่องนี้ครับว่า ในการจัดทํานโยบายปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นดําเนินไปภายใต้กรอบนโยบายที่สําคัญ ๒ ฉบับครับ ฉบับแรกคือนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาซึ่งเป็นกรอบการทํางาน ผ่านแผนบริหารราชการแผ่นดิน ฉบับที่ ๒ คือนโยบายความมั่นคงแห่งชาติภายใต้การดําเนินการ และภายใต้การเสนอแนะของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นนโยบายระดับชาติ ซึ่งมีความต่อเนื่องไม่สิ้นสุดไปตามสมัยของรัฐบาล แล้วก็ต้องกราบเรียนว่านโยบาย ความมั่นคงแห่งชาตินั้นได้ดําเนินการมาควบคู่ไปกับนโยบายการบริหารและการพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ ในชั้นนี้ในวันที่ ๒๗ มีนาคม ก็ได้มีการผ่านความเห็นชอบ ของคณะกรรมการนโยบายความมั่นคงแห่งชาติไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นกราบเรียนว่า ก็จะสอดคล้องกันมาโดยตลอดนะครับ
ในเรื่องที่ ๒ ขออนุญาตกราบเรียนย้ําอีกส่วนหนึ่งก็คือการมีส่วนร่วมของ การจัดทํานโยบายนะครับ เผอิญว่าสํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติในฐานะผู้รับผิดชอบ ตามที่กําหนดไว้ในมาตรา ๔ แห่ง พ.ร.บ. บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๓ ที่ใช้เวลาในการจัดทํามากว่า ๑ ปีครึ่ง ในการดําเนินกระบวนการรับฟังข้อมูลความเห็น ข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคประชาชนพื้นที่ตลอดจนสภาที่ปรึกษาการบริหารพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ กระบวนการจัดทําดังกล่าวเป็นไปตามแนวทางที่กําหนดไว้ในมาตรา ๔ ดังที่เรียนแล้วนะครับ กําหนดให้ทางสํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติหรือ สมช. เสนอต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อขอให้ได้รับความเห็นชอบก่อนนะครับ แล้วจึงขอเสนอให้รับความเห็นชอบจาก คณะรัฐมนตรีและท้ายที่สุดจึงเข้ามานําเสนอต่อรัฐสภาแห่งนี้นะครับ
อีกประการหนึ่ง ก็คือกําหนดให้การจัดทํานโยบายนั้นก็ต้องมีเนื้อหา ครอบคลุมอย่างน้อยในด้านความมั่นคงในการพัฒนานะครับ อันนี้เป็นข้อกฎหมายในมาตรา ๔ ของ พ.ร.บ. ดังกล่าวครับ นอกจากนี้ก็ยังมีการให้ใช้กระบวนการมีส่วนร่วมโดยนําความคิด ของประชาชนทุกภาคส่วน รวมทั้งสภาที่ปรึกษาการบริหารพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของ ศอ.บต. ไปใช้ในการจัดทํานโยบาย ผมขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมรายละเอียดนิดหนึ่งครับ เพราะว่ามีท่านสมาชิกท่านข้องใจหลายท่านว่าการจัดทํานโยบายนั้นที่จริงแล้วมีภาคส่วน ทุกคนในพื้นที่หรือว่ามีการดําเนินการที่เป็นไปตามกฎหมายแค่ไหนเพียงไรนะครับ กราบเรียนว่าทาง สมช. ให้ความสําคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางนะครับ ครอบคลุมหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกพื้นที่ในจังหวัด ชายแดนภาคใต้โดยประมวลข้อมูล ผ่านการรับฟังข้อมูลแลกเปลี่ยนความคิดเห็นสถานการณ์ ปัญหาและแนวทางแก้ไขจากการประสานงานติดตามผลการดําเนินการของหน่วยงานของรัฐ ทั้งมีในส่วนการลงพื้นที่เป็นประการแรกครับ
ประการที่ ๒ รวบรวมข้อเท็จจริงข้อมูลเชิงลึกและข้อคิดเห็นจากการจัด ประชุมเฉพาะกลุ่มกับหน่วยภาครัฐและภาควิชาการในเรื่องของความรู้ มีผลงาน และติดตาม สถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่องทั้งส่วนกลางภายในพื้นที่ รวมทั้งรับข้อเสนอ ของคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามเร่งรัด ประเมินผลการแก้ปัญหาและพัฒนาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ของวุฒิสภาอีกด้วยนะครับ
ประการที่ ๓ รวบรวมข้อมูลและข้อคิดเห็นจากประชาชนทั้งชาวไทยมุสลิม ชาวไทยพุทธ ผู้นําศาสนา ผู้นําชุมชน ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจเอกชน ภาคสตรี เยาวชน รวมทั้งกลุ่มเป้าหมาย ผลกระทบโดยผ่านกระบวนการวิจัย จัดการประชุมสัมมนาและพูดคุย เฉพาะกลุ่ม รับฟังความคิดเห็นจากไทยมุสลิมในต่างประเทศนะครับ ไม่น้อยกว่า ๓ ประเทศ อย่างเช่น ประเทศซาอุดิอาระเบีย ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย เมื่อสักครู่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ถามว่ามีการได้ไปสรุปความคิดเห็นประเทศไหน อย่างไรนะครับ อย่างน้อย ๓ ประเทศนี้ครับ เท่าที่ผมจําได้นะครับ
ประการที่ ๕ การรับฟังความคิดเห็นจากสภาที่ปรึกษาการบริหารพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ อันนี้คือการมีส่วนร่วมทางการจัดทํากระบวนการจัดทํานโยบาย ซึ่งเป็นปัจจัยสําคัญในการที่จะนํานโยบายไปสู่การปฏิบัติ มีข้อกรอบนโยบายที่สําคัญ ผมอยากจะกราบเรียนมีท่านสมาชิกผู้มีเกียรติได้กล่าวถึงหลายท่าน คือกรอบนโยบาย การเมืองนําการทหาร มีแนวการดําเนินการอย่างไรนะครับ แนวคิดเรื่องการเมืองนําการทหาร ได้ถูกกําหนดไว้อย่างชัดเจนในนโยบายการบริหารพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ นี้ โดยมีความเห็นว่าการเมืองคือการจัดสรรผลประโยชน์ อํานาจ หรือจัดสรรอํานาจอย่างเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ การอํานวยความยุติธรรม ความเข้าใจ ในวิถีชีวิต อัตลักษณ์ของพื้นที่และการให้ความสําคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน อย่างแท้จริงในการเข้ามา ร่วมทั้งในเรื่องการแก้ปัญหาการพัฒนาพื้นที่นะครับ ในนโยบาย ฉบับนี้ได้กําหนดไว้อย่างชัดเจนว่าให้ดําเนินนโยบายการเมืองนําการทหาร และการใช้พลัง ทางสังคมในการมุ่งปรับเปลี่ยนทัศนคติ วิธีคิดของทุกฝ่ายจากการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหามาสู่การยึดมั่นแนวทางสันติวิธี โดยไม่ได้มองกลุ่มผู้เห็นต่างเป็นศัตรูหมดนะครับ มุ่งปรับเปลี่ยนแนวทางการต่อสู้ของกลุ่ม ที่เลือกใช้ความรุนแรงหรือเลือกใช้การต่อสู้ด้วยแนวทางสันติวิธี แทนที่จะไม่มุ่งปรับความคิด ความเชื่อ หรือใช้อุดมการณ์เพียงอย่างเดียวครับ ดังนั้นนโยบายทางการเมือง นโยบาย การเมืองนําการทหารจึงให้ความสําคัญกับเรื่องดังต่อไปนี้ครับ
๑. ยึดมั่นแนวทางสันติวิธีในการแก้ไขปัญหา โดยไม่ใช้แนวทางการใช้ ความรุนแรง
๒. ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแนวทางการต่อสู้ของกลุ่มที่เลือกใช้ความรุนแรง มาเลือกใช้การต่อสู้ด้วยให้แนวทางสันติวิธีครับ
๓. สร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นในการดําเนินการในกระบวนการ ยุติธรรมตามหลักยุติธรรม และหลักสิทธิมนุษยชนให้เป็นที่พึ่งของประชาชนและขจัดเงื่อนไข ความไม่ยุติธรรมทุกรูปแบบ
๔. เสริมสร้างการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนในการดูแลและปกป้องทุกวิถีชีวิต และทุกศาสนา วัฒนธรรม ด้วยการเปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนบนพื้นฐาน ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน เพื่อนํามาเป็นพลังสร้างสรรค์ในการแก้ไขปัญหา และพัฒนา พื้นที่อย่างแท้จริง
๕. สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและเอื้อต่อการพูดคุยในการแสวงหา ทางออกจากความขัดแย้งและการให้หลักประกันในการเข้ามามีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง และผู้มีส่วนได้เสียในกระบวนการสันติภาพนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งผมขออนุญาตท่านประธานครับ ในประเด็นเรื่องการพูดคุย สันติภาพตามกรอบนโยบาย กราบเรียนว่านโยบายฉบับนี้กําหนดแนวทางดําเนินการ เรื่องการพูดคุยสันติภาพไว้บนพื้นฐานของความคิดเรื่องสันติวิธีและเป้าหมายของการใช้สันติวิธี ต่อปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือการแสวงหาหนทางลดความรุนแรงยุติการสูญเสียชีวิต และทรัพย์สิน ดังนั้นแนวทางการดําเนินการจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ละเลยที่จะต้องเป็นเรื่องของ การพยายามปรับเปลี่ยนทัศนวิธี วิธีคิดของทุกฝ่ายไม่ให้มองกลุ่มผู้เห็นต่างเป็นศัตรู มุ่งปรับเปลี่ยนแนวทางการต่อสู้ของกลุ่มที่เลือกใช้ความรุนแรงมาให้ใช้การต่อสู้ด้วยแนวทาง สันติ แทนที่จะมุ่งปรับเปลี่ยนความคิดหรือความเชื่ออย่างที่กราบเรียนไปแล้วนะครับ สิ่งที่ต้องทําความเข้าใจกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในที่นี้ก็คือ การพูดคุยเพื่อสันติภาพ ภาษาอังกฤษขออนุญาตใช้คําว่า พีซ ไดอะล็อก (Peace dialog) ซึ่งเป็นคนละความหมาย กับคําว่า การเจรจาต่อรอง หรือนีโกชิเอชั่น (Negotiation) ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่นโยบายกําหนดไว้ นีโกชิเอชั่นนโยบายไม่ได้กําหนดไว้ แต่การพูดคุยตามนโยบายนี้หมายถึงมุ่งไปที่การประสาน เสวนาระหว่างผู้มีส่วนได้เสียกับปัญหาทุก ๆ ฝ่าย เพื่อทําความเข้าใจและร่วมแก้ปัญหา ของกันและกัน ตลอดจนร่วมกันมองอนาคตของพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ที่แต่ละฝ่ายต้องการ ซึ่งจําเป็นต้องมีการเปิดพื้นที่ให้มาพูดคุย ให้ถกเถียงกันได้อย่างปลอดภัย ในการเปิดพื้นที่ ดังกล่าวนี้ วิธีการก็คือเปลี่ยนจากใช้วิธีความรุนแรงมาสู่วิธีการพูดคุยเป็นแนวทางที่จะ กําหนดไว้ชัดเจนในวัตถุประสงค์นโยบายข้อ ๘ เรื่องการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และเอื้อต่อการพูดคุยในการแสวงหาทางออกและความขัดแย้งและการให้หลักประกัน ในการเข้ามามีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้เสียในกระบวนการเสริมสร้างสันติภาพ ส่งเสริมการพูดคุยระหว่างกลุ่มคนที่มีส่วนได้เสีย ในเรื่องหลักการ เป้าหมาย รูปแบบของ การกระจายอํานาจที่เหมาะสมบนพื้นฐานของสังคมของจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่อยู่ภายใต้ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และเป็นหลักสากลที่ได้รับการยอมรับ มิใช่เป็นเงื่อนไขไปสู่การแบ่งแยกดินแดน เราส่งเสริมต่อเนื่องกับกระบวนการพูดคุย เพื่อสันติภาพ กลุ่มบุคคลที่เห็นถึงความแตกต่างจากรัฐที่เลือกใช้ความรุนแรงต่อสู้กับรัฐ อย่างไรก็ตามกระบวนการเรื่องพูดคุยสันติภาพนี้ทําโดยลําพังไม่ได้ ต้องดําเนินการอื่นควบคู่ ไปด้วย เพื่อส่งเสริมเกื้อกูลบรรยากาศของการใช้แนวทางสันติปลดเงื่อนไขของปัญหา และการใช้อาวุธ ลดความหวาดระแวง ผมกราบเรียนว่า การพูดคุยสันติภาพ จริง ๆ เราทํา กันมา ๕-๖ ปีแล้วครับ แต่ว่าในคราวนี้เป็นนโยบายที่เขียนไว้ชัดเจนครับ
ประการสุดท้าย ขออนุญาตกราบเรียนเพื่อสร้างความมั่นใจว่า สมช. หรือว่า ทีมงานใน สมช. ไม่ใช่ว่าทํานโยบายแล้วจะปล่อยทิ้ง เป็นหน้าที่ของ สมช. ที่จะไปขับเคลื่อนนะครับ ไปชี้แจงทําความเข้าใจในฐานะที่กฎหมายให้อํานาจในการที่ทํานโยบายและทางส่วนของ ศอ.บต. ไปทํายุทธศาสตร์และการพัฒนา ส่วนของ กอ.รมน. ไปดูยุทธศาสตร์เรื่องความมั่นคง. สมช. มีหน้าที่ไปประสาน ทําให้การขับเคลื่อนด้านยุทธศาสตร์เป็นไปตามนโยบายที่ได้รับ ความเห็นชอบจากทางสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทาง ครม. และหลังจากการได้รับทราบจาก รัฐสภา จากสภาผู้แทนราษฎรก็คงไปที่วุฒิสภาอีกครั้งหนึ่งนะครับ กราบเรียนว่า การบริหารงานปัจจุบันที่สภาความมั่นคงแห่งชาติซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ทั้งนี้เป็นการใช้นโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ฉบับนี้ยึดโยงเป็นการ ทํางานทั้งด้านการพัฒนาและด้านความมั่นคงให้เป็นไปตามกรอบและทิศทางเดียวกันนะครับ ส่วนการนํานโยบายไปสู่การปฏิบัตินั้น ท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้อํานวยการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร ก็ใช้บทบาทของ กอ.รมน. หรือกองอํานวยการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักรเป็นการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงโดยมียุทธศาสตร์ความมั่นคงรองรับ เป็นยุทธศาสตร์ที่ดําเนินการไปภายใต้นโยบายการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ฉบับนี้ครับ ตามที่ผมกราบเรียน ส่วนด้านการพัฒนาซึ่งครอบคลุมหลายมิตินั้นก็ตามที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาให้คําแนะนําไปถึงยุทธศาสตร์ ไปถึงโครงการ ไปถึงมาตรการ เป็นส่วนที่อยู่ในส่วนของยุทธศาสตร์การพัฒนานะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็เป็นประธาน คณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ กพต. โดยมี ศอ.บต. เป็นหน่วยงานประสานงานในพื้นที่ มียุทธศาสตร์การพัฒนาเป็นเครื่องมือ นํานโยบาย ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาดําเนินการในพื้นที่ร่วมกับกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้องนะครับ อันนี้ก็กราบเรียนว่าจะไปสู่ความสําเร็จได้นะครับ นอกจากความมุ่งมั่น จากกําลังใจที่ได้รับ ก็คงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกส่วนนะครับ แม้แต่ท่านสมาชิกแห่งสภานี้นะครับ ขอกราบเรียนในประเด็นเบื้องต้นเท่านี้ก่อนครับ
ขณะนี้ เหลือ ๑๒ ท่าน เราไปต่อพรุ่งนี้นะครับ เชิญท่านประธานวิปครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม อุดมเดช รัตนเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย สืบเนื่องมาจากนโยบาย การบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ เป็นนโยบายที่ทาง รัฐบาลได้นํามาแถลงต่อสภาแห่งนี้ ก็เป็นที่ต้องการอภิปรายกันอยู่มากพอสมควร ในขณะเดียวกันก็มีการประสานงานมาว่าถ้าจะพูดกันตั้งแต่เย็นจนเสร็จก็คงจะใช้เวลามาก แต่อย่างไรก็ตามเท่าที่ทราบในส่วนของเพื่อนสมาชิกพรรคฝ่ายค้านยังเหลืออีกประมาณสัก ๑๑ คนใช่ไหมครับ ถ้าหากว่าทางฝ่ายค้านสามารถจะควบคุมเวลาของผู้อภิปรายได้บ้าง ผมคิดว่าในวันพรุ่งนี้เราก็จะสามารถที่จะใช้วาระอื่น ๆ ในการที่จะประชุมต่อได้ แต่ผม ไม่ค่อยแน่ใจ อยากจะขอคํายืนยันจากตัวแทนของวิปฝ่ายค้านว่าวันพรุ่งนี้พอที่จะกําหนด กรอบเวลาให้ได้บ้างไหม เพื่อเราจะได้บริหารจัดการการประชุมได้เป็นที่เรียบร้อย เพราะว่า ยังมีอีกหลายเรื่องที่จะต้องมีการพิจารณาต่อในวันพรุ่งนี้อีก ๒-๓ เรื่องนะครับ ก็ขออนุญาต ให้ทางตัวแทนวิปฝ่ายค้านได้พูดคุยในรายละเอียดเพื่อที่จะได้ทราบว่าพรุ่งนี้ ๑๑ คนของฝ่ายค้าน ผมดูแล้วถ้าสัก ๒ ชั่วโมงครึ่งจะไหวไหม ถ้าอยู่ในกรอบนี้ จริง ๆ ถ้าคนละ ๑๐ นาทีก็แค่ ๑๑๐ นาที ไม่ถึง ๒ ชั่วโมง แต่ก็เห็นว่าบางท่านก็อาจจะมีสาระสําคัญที่อาจจะมากกว่านี้ ก็เผื่อสัก ๒ ชั่วโมงครึ่ง ถ้าเป็นอย่างนี้ได้ก็จะบริหารจัดการได้ครับ ขออนุญาตให้ทางตัวแทน วิปฝ่ายค้านได้ชี้แจงสักเล็กน้อยครับท่าน
เชิญ ท่านนริศครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพัทลุง ที่จริงวันนี้เราตกลงคร่าว ๆ กันว่าจะยุติสัก ๓ ทุ่ม แต่ว่า เมื่อมีการประสานงานกันว่าจะต่อเวลานิดหน่อยซึ่งมีประธานด้วย และเพื่อนสมาชิก จากพรรคฝ่ายค้านก็ยังตั้งใจอภิปรายก็เราต่อกันมาพอสมควรนะครับ แล้วก็เพื่อที่จะให้เหลือ วันพรุ่งนี้น้อยนะครับ ซึ่งเวลาที่จะใช้ในวันพรุ่งนี้ก็คิดว่าเป็นไปตามข้อเท็จจริงและไม่มากครับ ท่านประธาน ไม่ต้องกังวล พวกผมไม่ได้ใช้เวลาพร่ําเพรื่อมาก การอภิปรายวันนี้จะได้เห็นว่า มีสาระ การอภิปรายวันนี้ผมคิดว่าเป็นประโยชน์ทั้งจาก สมช. ที่นั่งรับฟังและจากบุคคล ทั่วไปที่ได้ฟังการอภิปราย เพราะว่าเป็นบรรยากาศที่ดี อย่าได้หวั่นไหวเรื่องอื่นเลยนะครับ ผมว่าพรุ่งนี้ให้เป็นไปตาม ข้อเท็จจริงและพวกเราจะใช้เวลาไม่มากนะครับ แล้วก็ขอบคุณครับท่านประธานนะครับ ที่ได้กรุณาทําหน้าที่ด้วยดี ประนีประนอมจนประชุมลุล่วงมาสําเร็จได้ขณะนี้ประมาณนี้ ผมคิดว่าท่านได้ทําหน้าที่ที่ดีที่สุดแล้วนะครับ จึงขออนุญาตอย่าได้กําหนดเวลาตรงนี้ ซึ่งใครก็ทําไม่ได้ครับ ผมจึงขออนุญาตท่านประธานว่าพรุ่งนี้เริ่มแล้วก็เวลาเป็นไป ตามข้อเท็จจริงและทางพรรคฝ่ายค้านก็ใช้ไม่มากครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
วันนี้ ต้องขอบคุณฝ่ายค้านและรัฐบาลนะครับ ที่ประชุมกันด้วยความสมานฉันท์ ปรองดอง สร้างสรรค์ ประเทศชาติเจริญแน่นะครับ ท่านรังสิมากลับบ้านได้แล้วครับ ปิดการประชุม