วัชระ เพชรทอง หารือปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาด้วยความจริงใจ โดยเฉพาะการฟังเสียงประชาชนในพื้นที่ และเร่งแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ รวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว
ท่านประธานที่เคารพ ผมกราบขอบคุณ ท่านประธาน และคนที่มีอํานาจอย่าได้กรุณาเหลิงอํานาจ อย่าได้กรุณาเมาในอํานาจ และกรุณาอย่าบ้าอํานาจ ท่านประธานครับ เพราะอะไรครับ เพราะคนเราเกิดมาอายุไม่เกิน ๑๐๐ ปีก็ตาย แต่เมื่ออาสามาทํางานให้พี่น้องประชาชนก็ควรที่จะทํางานให้พี่น้องประชาชน แบบตรงไปตรงมา ใครรับเงินใครก็พูดให้คนนั้น ใครรับเงินใครก็ทําให้คนนั้น ท่านประธานครับ ผมกินเงินเดือนจากภาษีอากรพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ผมทํางานให้พี่น้องทั้งประเทศ นับประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง ท่านประธานที่เคารพ เมื่อปัญหาเกิดขึ้นและสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้สรุปเอาไว้ ผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานต่อไปว่าวิสัยทัศน์หรือพันธกิจ หรือสิ่งต่าง ๆ นา ๆ ที่ท่านเขียนเอาไว้นี้ อ่านแล้วเหมือนกับเรียงความ แต่ท่านทราบหรือไม่ มันดูสวยหรู แต่ท่านเขียนขึ้นบนหยาดน้ําตาของพี่น้องประชาชนทั้งพุทธและมุสลิม ท่านเขียนขึ้นบนหยาดเลือด บนรอยเลือด บนซากศพของประชาชน ท่านประธานครับ ในหน้าที่ ๗ ท่าน สมช. ท่านบอกว่าจะยึดมั่นแนวทางสันติวิธี ท่านประธานครับ ขอให้เป็นจริงเถอะครับ เพราะเมื่อท่านพิจารณาแต่งตั้งบุคคลลงไปรับผิดชอบนั้นก็เป็น นายตํารวจที่ซึ่งมีชื่อเสียงในทางที่ไม่ดีนัก และมีชื่อเสียงไปในทางที่ติดลบกับพี่น้องประชาชน แล้วจะให้พี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เชื่อถือได้อย่างไร ท่านประธานครับ ผมสงสารบรรดาผู้กอง ผู้หมวด เด็กหนุ่มทั้งหลายที่อาสาไปปกปักษ์รักษาอธิปไตยของชาติ เป็นฐานที่มั่น เป็นฐานกองร้อยแต่ละกองร้อยใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ คนเหล่านี้เป็นคนหนุ่ม ยศร้อยโท ร้อยเอก เป็นคนหนุ่มครับ ตั้งใจต่อสู้ ตั้งใจทํางาน เพื่อรักษาชาติ และแม้กระทั่งชีวิตก็สละได้เพื่อแผ่นดินนี้ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นคนใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ แต่ท่านประธานครับ กี่ศพแล้วครับ ศพแล้วศพเล่า หมวดหนุ่ม ๆ ผู้กองหนุ่ม ๆ ไปตายใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทิ้งให้บิดา มารดา ในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ต้องโศกาอาดูร ต้องร่ําไห้ เพราะจิตใจที่รักชาติ เพราะคิดว่าที่นั่นอย่างไรก็พูดจากันรู้เรื่อง แต่ท่านประธานครับ ปรากฏว่าพูดกันไม่รู้เรื่องครับ และมักจะล้อมฐาน บุกยึดฐานเสมอ ๆ ท่านประธานที่เคารพ ผมนั้นสมัยเป็นนักศึกษารามคําแหงก็มีเพื่อนในลักษณะนี้อยู่มาก พอสมควร ทั้งชายแดนและต่างประเทศ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานไปยังคนหนุ่มทั้งหลาย ที่ต้องการไปรักษาอธิปไตยของชาติใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าเราต้องศึกษากลยุทธ์ โดยเฉพาะกลยุทธ์ของเวียดกงในการขุดอุโมงค์ ขุดรู เพื่อที่จะต่อสู้กับฝ่ายตรงข้าม ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าในยุคหนึ่งใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เรามีกองกําลังที่เข้มแข็งมากในนามของพรรคคอมมิวนิสต์มาลายา พรรคคอมมิวนิสต์มาลายา เขตอิทธิพลของเขาปรากฏว่าพวกขบวนการแบ่งแยกดินแดนจะไม่เข้าไปแผ้วพานเลย แม้แต่นิดเดียว เพราะพรรคคอมมิวนิสต์มาลายานั้นมียุทธวิธีที่สามารถที่จะสู้รบกับ ขจก. หรือขบวนการแบ่งแยกดินแดนได้เป็นอย่างดี มีการขุดอุโมงค์ มีอุดมการณ์ และมีความเสียสละ ซึ่งผมก็เสียดายว่าปัจจุบันพรรคคอมมิวนิสต์มาลายานั้นได้วางอาวุธแล้วตามข้อตกลงกับ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ทําให้ประเทศมาเลเซียเบาใจเป็นอย่างยิ่ง แต่ถ้ากองกําลังนั้นยังมีอยู่ ก็สามารถยันขบวนการแบ่งแยกดินแดนในบริเวณดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ท่านประธานครับ ผมจึงอยากกราบเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบว่าบางครั้งเมื่อเราไปเซ็นสัญญา สงบศึกกับกองกําลังหนึ่ง ก็ปล่อยให้อีกกองกําลังหนึ่งขึ้นมามีอิทธิพลทดแทน และกองกําลัง ที่มีอิทธิพลทดแทนนั้นก็บั่นทอนต่ออํานาจอธิปไตยของชาติเรา ทําให้ความสูญเสียปรากฏ ขึ้นมาจนถึงวันนี้ จากนโยบายที่ใช้ความรุนแรงสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ท่านประธานครับ ผมจึงอยากจะเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่าถ้าท่านจะแก้ไขปัญหาจริง ๆ นั้น รัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ต้องไปใน ๓ จังหวัดภาคใต้ อย่าปล่อยให้ข้าราชการประจํา ข้าราชการที่รับผิดชอบ ปฏิบัติงานอย่างโดดเดี่ยว และที่สําคัญยิ่งอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยัง สมช. ว่า นอกจากภาระหน้าที่ของท่านในการจัดการดูแลเรื่อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ถูกโจมตีอยู่ในขณะนี้เป็นภาระสําคัญยิ่งกว่าพันธกิจอื่นใด ที่ท่านมี ผมพูดต่อหน้าท่านประธาน กราบเรียนไปยังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ สมช. ทุกท่านว่า ถ้าท่านยังปล่อยปละละเลยต่อปัญหานี้เราก็จะหาความสงบสุขได้ยาก ท่านประธานที่เคารพ ผมมีข้อแนะนําบางประการที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังสภาความมั่นคงแห่งชาติ และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ข้อเสนอแนะประการแรก ท่านประธานครับ เรื่องข้าราชการ ซึ่งผมได้ฟัง เพื่อน ส.ส. บางท่านก็ได้อภิปรายไปแล้ว ท่านประธานครับ มันไม่ใช่เพียงแต่ว่าใครจะไปก็ไป ใครจะปฏิบัติหน้าที่ก็ไป อย่างนั้นไม่ใช่ครับ ควรจะสมัครใจ มีจิตใจที่เสียสละ อาสาสมัคร อย่างเช่นนโยบายยุคหนึ่งของผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติที่ให้ตํารวจระดับสูงไปเป็นผู้กํากับ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นั่นเราก็ได้ตํารวจที่เสียสละลงไปอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างแท้จริง อย่าได้ข่มขืนจิตใจข้าราชการไม่ว่าหน่วยงานใดให้ไปปฏิบัติงานใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้โดยเด็ดขาด เพราะถ้าท่านไปลงโทษ ไปข่มขืนจิตใจให้ข้าราชการไม่ว่า กรม กองใดไปทํางาน ก็เท่ากับท่านผลักความทุกข์ไปให้พี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ ในขณะเดียวกันความในข้อนี้สําหรับข้าราชการที่อยู่ใน ทุ่งสังหารดังกล่าว ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านต้องอนุมัติให้ข้าราชการทุกกรม กอง ที่อยากจะย้ายออกมาให้ย้ายออกมาเถอะครับ พี่น้องข้าราชการครู พี่น้องฝ่ายปกครอง ปลัดอําเภอ นายอําเภอ พี่น้องทหาร ตํารวจ แต่สําหรับทหาร ตํารวจนั้นเป็นหน้าที่อยู่แล้ว แต่ถ้าใครไม่พร้อมก็ให้ออกมา
ท่านประธานครับ ข้อเสนอแนะข้อที่ ๒ ฝ่ายการเมืองโดยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องจริงใจ ต้องกล้าไปในพื้นที่ดังกล่าว ท่านจะขี้ขลาดท่านไม่ได้ครับ ถ้าท่านขี้ขลาด ท่านไม่ควรเป็นรัฐบาลครับ ท่านต้องกล้าลงไปใน ๓ จังหวัดภาคใต้ให้พี่น้องชาวมุสลิม ให้พี่น้องไทยพุทธ ไทยจีน รวมทั้งพี่น้องซาไกได้เห็นว่ารัฐบาลนั้นจริงใจไม่ได้พูดแต่ปาก หรือลอยหน้าลอยตาออกแต่โทรทัศน์
ข้อที่ ๓ ต้องแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างจริงจังครับ ท่านประธานทราบไหมครับ ลองกองที่ตําบลตันหยงมัสอร่อยที่สุดในโลก ถ้าท่านประธานได้รับประทานแม้แต่เมล็ดเดียว ท่านประธานจะจํารสชาติของลองกอง ตันหยงมัสไปได้ตลอดชีวิตครับ จึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังรัฐบาลว่ารับซื้อเถอะครับ พืชผลทางเศรษฐกิจทุกชนิดของพี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเฉพาะลองกอง ตั้งราคาประกันรับซื้อมาเลยครับ และรวมถึงยางพารา ไม่ใช่ให้พี่น้องชาวมุสลิมไปกรีดยาง แล้วไปเจอกับระเบิด ไปกรีดยางแล้วไปเจออาร์เคเค ไปกรีดยางแล้วไม่ได้กลับมาหาลูกเมีย ท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่เจ็บปวดและผมเชื่อว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านนี้ ที่ท่านนั่ง อยู่นี้ท่านรู้ซึ้งอยู่แก่ใจเป็นอย่างดีเพราะท่านนั้นเป็นทหารเก่าและเข้าใจว่าเป็นทหารที่มี คุณธรรมมากพอสมควร ท่านประธานครับ นอกจากนี้ที่ผมเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหา ทางเศรษฐกิจใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างจริงจังก็เพราะว่าถ้าพี่น้องประชาชนมีกําลังซื้อ มีเงินออม พี่น้องประชาชนก็สามารถที่จะอยู่ได้ด้วยตัวเองได้ แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่า ปรากฏว่า อบต. ที่บางท่านมาบอกว่าย่อมาจากอมเบี้ยตายายหรืออมทุกบาททุกสตางค์ อบต. องค์การบริหารส่วนตําบลครับท่านรองนายกรัฐมนตรี อบต. บางแห่งท่านประธานครับ เจ้าหน้าที่ข้าราชการบอกชัดเจนว่าเป็นของพวกเขาและงบประมาณที่ลงไปก็ไปทํานุบํารุง กองกําลังแบ่งแยกดินแดนในบาง อบต. ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ ตรงไปตรงมาครับ ผมไม่ได้ว่าทั้งหมด บาง อบต. แล้วท่านประธานทราบไหมครับท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังท่านต้องลงไปด้วย เพราะว่าขณะนี้มีการเก็บภาษีพี่น้องประชาชนที่ไปกรีดยาง มีการเก็บภาษีประชาชนจากร้านค้าที่ขายในตลาดต่าง ๆ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยอ้างว่าเป็นเงินภาษีเพื่อบํารุงกองกําลังแบ่งแยกดินแดน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นั่งอยู่ได้อย่างไร ปล่อยให้เก็บภาษีซ้ําซ้อนกับรัฐบาล ท่านประธานครับ ท่านประธานอีกท่านหนึ่ง ส่งสัญญาณว่าให้ผมควรจะหยุดพูดผมก็จะปฏิบัติตาม ท่านประธานครับ เพราะว่าผมเคารพมาก ท่านประธานท่านที่ ๓ เพราะท่านยุติธรรมและเป็นกลางอย่างแท้จริง
สุดท้ายข้อที่ ๔ ครับท่านประธาน ต้องฟังเสียงประชาชนในพื้นที่ครับ ไม่ว่า ท่านเป็นใครใหญ่มาจากไหนมีเงินเป็นหมื่นล้านบาทหรือมีอํานาจซื้อใครต่อใครก็ได้ ให้ใคร ไปเซ็นใบลาออก ส.ส. ล่วงหน้าก็ได้ ท่านไม่มีอิทธิพลต่อพี่น้องประชาชนหรอกครับ ท่านต้องฟังเสียงประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพ ต้องฟังเสียง พี่น้องมุสลิม ฟังเสียงพี่น้องไทยพุทธที่ปวดร้าวต้องอพยพหนีมาจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และฟังเสียงพี่น้องซาไก
ท่านประธานครับ สุดท้ายคือข้อที่ ๕ ผมเสนอแนะท่านเจ้าหน้าที่ระดับสูง และรัฐบาลรวม ๕ ข้อ แต่สุดท้ายก็คือเหนือสิ่งอื่นใดครับท่านประธาน คือเหนือศีรษะของ ท่านประธานต้องยึดในพระราชดํารัสขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา รวมทั้งหลักเศรษฐกิจพอเพียง แต่ท่านประธานครับ เข้าใจเข้าถึงพัฒนา เข้าถึง รัฐมนตรี โดยเฉพาะรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงยังไม่กล้าไปใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงคือใคร ไม่ใช่ท่านที่นั่งอยู่ในตรงนี้ แต่ก็ไม่ทราบว่าไปอ่าน กฎหมายรู้ ดูกฎหมายเป็นที่ไหน แต่ไม่กล้าไป ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เสียชื่อคนฝั่งธนบุรี จริง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมได้กราบเรียนมาทั้งหมดเพื่อที่จะบอกท่านประธานว่า ปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือที่รัฐบาลบอกว่าเป็น ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เป็นปัญหาที่สําคัญยิ่ง และถ้าเราไม่ปรึกษาหารือกันอย่างจริงจัง ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ ท่านอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านนัจมุดดีน อูมา ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม เป็นรุ่นพี่ผมที่รามคําแหง ท่านนัจมุดดีน อูมา รู้ปัญหานี้ดีครับ ท่านอดีต ส.ส. อารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ รู้ปัญหานี้ดีครับ ท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ รู้ปัญหานี้ดีครับ และข้าราชการระดับสูง ในอดีตของประเทศเราหลายคนก็รู้กฎหมายดี ท่านประธานครับ รัฐบาลสัญญาได้ไหมครับว่า จะไม่มีการอุ้ม หมายถึงอุ้มพี่น้องประชาชนไปอุ้มฆ่าเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ท่านสัญญา ได้ไหมครับว่าจะไม่ใช้วิธีการวิสามัญฆาตกรรมใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือในทุก จังหวัดทั้ง ๗๗ จังหวัดทั่วประเทศไทย ท่านประธานครับ สัญญาได้ไหมครับว่ารัฐบาลจะไม่ใช้ วิธีการที่โหดร้ายและโหดเหี้ยมเหมือนกับที่เกิดขึ้นในอดีต