สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๕

อัตถาวงศ์ หารือเรื่องนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยหารือปัญหาที่เกิดขึ้นในด้านการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาทั้งหมดนี้

นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ นครราชสีมา

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม สัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขออภิปรายนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้นําเสนอต่อสภา ในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสถานการณ์ความรุนแรง ในภาคใต้ ผมเองนั้นติดตามข่าวสารมาตลอด แล้วก็ไม่เคยคิดที่จะโทษว่าใครเป็นคนสร้างปัญหา แต่พยายามครับว่าปัญหามันเกิดขึ้นจากอะไร สาเหตุที่ผมอยากจะรู้ว่าปัญหาเกิดขึ้นจากอะไรนั้น เนื่องจากว่าผมเองเคยมีโอกาสไปเที่ยวทาง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี ผมเองเสียดายครับ โอกาสทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะจังหวัดยะลานั้น เป็นจังหวัดที่มีผังเมืองสวยงามได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดที่มีความสะอาด ความสงบเรียบร้อย แต่วันนี้ภาพเหตุการณ์ความรุนแรงทําให้ชื่อเสียงของจังหวัดยะลานั้นเลือนรางหายไป สถานที่ท่องเที่ยวอย่างอําเภอเบตงแทนที่จะเป็นนักท่องเที่ยวจากยุโรป วันนี้ได้รับนักท่องเที่ยว จากประเทศมาเลเซียเท่านั้น เพราะอะไรครับ เพราะสถานการณ์ความรุนแรงที่ทาง ต่างประเทศได้ยินนั้นทําให้คนไม่อยากจะมาเที่ยว ผมเองจึงหาข้อมูลครับ ถามเพื่อน ๆ ที่เคยไปทํางาน เคยไปอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าจริง ๆ แล้วสาเหตุเกิดจากอะไร หลายคนก็แสดงความคิดเห็นเหมือนกันบ้าง ต่างกันบ้าง แต่พอจะสรุปได้ว่าหลังจากที่ทาง รัฐบาลจะมี พ.ร.บ. ออกมา แล้วให้ทาง สมช. ไปศึกษาปัญหา มันก็ไม่ต่างครับ ส่วนหนึ่งก็มีจากข้าราชการที่ไปปฏิบัติหน้าที่ให้ความไม่ไว้วางใจกับพี่น้องประชาชน หลายส่วนก็บอกว่าพี่น้องประชาชนได้รับความไม่เป็นธรรม หลายคนก็บอกว่าเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรมมันต่างกันแล้วทําให้มีผลกระทบจากความเป็นอยู่ของพี่น้องใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ผมเองครับได้คุยกับพี่น้องที่รู้จักกันและเป็นข้าราชการที่ไปทํางานที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ หลายคนก็เป็นตํารวจ หลายคนก็เป็นฝ่ายปกครอง หลายคนก็เป็นทหาร ๓ ส่วนนี้จะจริงเท็จผมเชื่อว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ที่นี่ก็มีประสบการณ์ ความเป็นเอกภาพในการแก้ปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนหนึ่งคือฝ่ายปกครอง ฝ่ายปกครองก็มีข้อมูลอย่างหนึ่ง ฝ่ายตํารวจก็มีข้อมูลอย่างหนึ่ง ฝ่ายทหารก็มีข้อมูลอีกอย่างหนึ่ง ๓ ข้อมูลตรงนี้ล่ะครับมีคนแสดงความคิดเห็นว่าต่างคนต่างปิดบังข้อมูล กลัวว่าใครเอา ผลงานไปแล้วจะได้หน้า ก็เลยแข่งกันทําผลงานต่างคนต่างทํา การบรรลุผลสําเร็จในการ แก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ไม่เกิดขึ้น ก็มีครับในอดีตตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ปัญหา ก็เกิดขึ้น แต่หลังจากปี พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นต้นมา ความรุนแรงมันอาจจะเป็นช่วงของกาลเวลา ที่มันหมักหมมมานานแล้วมาปะทุขึ้น ก็เป็นช่วงเวลาที่นโยบายของรัฐบาลต้องการจะพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ภาพของการใช้การทหารนําการเมืองให้เป็นการเมืองนําการทหาร เพื่อที่จะให้ภาคใต้นั้นพัฒนาเท่าเทียมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ให้เศรษฐกิจดีขึ้น แต่ปัญหา ความรุนแรงมาปะทุขึ้น ณ เวลานั้น ผมเชื่อว่ารัฐบาลเองก็ต้องการที่จะแก้ปัญหาในตอนนั้น วันนั้นครับผมจําได้ต้องขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ท่านเป็น ผบ.ทบ. ผบ.ทบ. ครับท่านก็บอกว่าท่านไม่มีอํานาจเต็มในการบริหารจัดการโดยเฉพาะ ในเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณก็ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้อย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายครับ ในหลังจากรัฐบาลนั้นก็เป็นรัฐบาลที่มาจาก คมช. ท่านก็มีอํานาจเต็มในการบริหารจัดการ งบประมาณตลอดจนมาถึงท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่เป็นนายกรัฐมนตรี นโยบายของ ท่าน พลเอก สุรยุทธ์ ก็พร้อมที่จะไปเจรจากับผู้นําก่อการร้ายตรงไหนขอให้บอก ขอให้นัด ถ้าพูดเป็นภาษาชาวบ้านได้ ถ้าปูผ้าขาวได้ก็จะปู แต่ปัญหาก็ไม่ได้คลี่คลาย ก็ต่อเนื่องมาเลยครับ จนมาถึงรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมก็เชื่อครับคนที่เป็นนายกรัฐมนตรี ใคร ๆ ก็อยากจะแก้ปัญหา ใคร ๆ ก็อยากจะได้คะแนน ใคร ๆ ก็อยากจะสร้างชื่อเสียง แต่สุดท้ายครับโทษกันไปโทษกันมา ปัญหาก็แก้ไม่ได้ แก้ไม่ได้ก็นี่อย่างไรครับ ท่านก็คิดว่า ปัญหาที่ท่านแก้ไม่ได้เพราะอํานาจในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย ท่านก็เลยออก พ.ร.บ. นี้ มาอย่างไรครับ พอออก พ.ร.บ. นี้มาก็มาให้ทาง สมช. ไปศึกษาหาข้อมูลมาว่าปัญหาทั้งหมด ทั้งสิ้นนั้นมันมีอะไรบ้าง สมช. ก็สรุปได้ว่าเป็นรูปเล่มนี้ครับ ได้มาเป็นรูปเล่มนี้ก็เสนอ ต่อรัฐบาล คณะรัฐมนตรีก็นํามาเสนอต่อสภาแห่งนี้ นี่ครับก็คือที่มาที่ไป ผมเองก็ต้องบอกว่า สรุปแล้ว ไปศึกษามาแล้ว สรุปแล้วดีไหม ใช่ไหม ผมเองบอกว่าถ้าปัญหาที่ท่านสรุปมา สามารถนําไปปฏิบัติแล้วเป็นรูปธรรมจริง ผมเชื่อว่าปัญหาจะคลี่คลายไป แต่ปัญหานี้ไม่ใช่ ปัญหาใหม่ครับเป็นปัญหาที่ไปถามตรงไหน ไปพูดตรงไหนก็ได้คําตอบที่เหมือนกัน ผมเอง ก็คาดหวังครับว่าวันนี้ถ้าเรามัวกล่าวหากันว่ารัฐบาลโน้นผิดพลาด รัฐบาลนี้ผิดพลาด เราไม่มี ทางแก้ปัญหาอะไรได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราจะแก้ปัญหาได้โดยเฉพาะวันนี้เพื่อนสมาชิกที่เป็น ผู้แทนราษฎรใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเชื่อว่าท่านเองนั้นก็ลําบากใจ อึดอัดใจ เพราะคนที่เป็นผู้แทนราษฎรนั้นไม่มีใครอยากเห็นความตกทุกข์ได้ยากของพี่น้องประชาชน ทุกคนอาสามาเพื่อที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน แต่วันนี้ปัญหาในภาคใต้นั้นก็ยังไม่ดีขึ้น ผมเองจึงขอนะครับว่าถ้าเรามีความรู้สึกเฉกเช่น คนไทยทั้งประเทศ ร่วมกันนะครับ อย่ากล่าวร้ายป้ายสี อย่าใช้วาทศิลป์ อย่าใช้วิวาทะ กล่าวโจมตีรัฐบาลโน้นผิดพลาด รัฐบาลนี้ผิดพลาด เป็นเพราะคําพูดว่าโจรกระจอกแล้วทําให้ สถานการณ์รุนแรงขึ้น ผมถามว่าจะใช้คําพูดอะไรครับท่านประธาน ที่จะให้ความสงบ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมันดีขึ้น ทั้งหมดทั้งสิ้นนั้นพอจะสรุปได้ว่า ปัญหาไม่ได้เกิดมา จากใครใช้คําพูดว่าอะไร ปัญหาก็มาจากที่ท่าน สมช. ได้ไปศึกษามานี่นะครับ ในข้อมูลที่ท่าน สมช. ได้ศึกษามานี่ไม่มีประโยคไหนครับที่สรุปว่าความรุนแรงเกิดขึ้นจากคําพูดว่า โจรกระจอก นี่คือหลักฐานชัดเจนครับว่าปัญหาทั้งหมดทั้งสิ้นนั้นเป็นปัญหารากหญ้า หมักหมมมานาน วันนี้แนวทางการแก้ปัญหาก็ต้องกลับมาตรงนี้ ผมเองได้อ่านวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะวัตถุประสงค์ข้อที่ ๗ เป็นความตั้งใจของผู้ที่ไปศึกษานะครับว่าไปสรุปปัญหา มาแล้วมาเขียนเพื่อที่จะให้สังคมภายนอกประเทศให้การสนับสนุนและมีบทบาทเกื้อกูล ในการแก้ปัญหา วันนี้เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาครับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปเยือนประเทศมาเลเซีย ท่านนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ของประเทศมาเลเซียก็มีท่าทีที่สนับสนุนในการที่จะร่วมแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านให้ท่าทีมาที่พอจะสรุปได้เป็น ๕ ข้อ

ปัญหาข้อที่ ๑ ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาภายในประเทศ ของไทย ดังนั้นความพยายามแบ่งแยกดินแดนใด ๆ ย่อมเป็นที่ยอมรับไม่ได้

ปัญหาข้อที่ ๒ ท่านนายกรัฐมนตรีราจิบแห่งประเทศมาเลเซียท่านบอกว่า ให้การสนับสนุนปัญหาชายแดนภาคใต้ของไทยอย่างสันติ ไม่เห็นด้วยกับความรุนแรง ทุกรูปแบบ และประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เองต้องปฏิเสธการใช้ความรุนแรง และลัทธิสุดโต่งต่าง ๆ ด้วย

ปัญหาข้อที่ ๓ ต้องป้องกันและขจัดเงื่อนไขความขัดแย้งไม่ให้เกิดขึ้น

ปัญหาข้อที่ ๔ สนับสนุนให้ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย มีความจงรักภักดีและเคารพในสถาบันพระมหากษัตริย์

ปัญหาข้อที่ ๕ สนับสนุนให้รัฐบาลไทยเร่งรัดการพัฒนา โดยเฉพาะในด้าน การศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมให้มากขึ้น รวมทั้งให้คนไทยในพื้นที่มีส่วนร่วมในการ ตัดสินใจด้านเศรษฐกิจของตัวเอง

นี่คือท่าทีของนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศมาเลเซียครับท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอรบกวนเวลาอีกครึ่งนาทีครับว่า ผมเองนั้นก็เป็นคนไทยคนหนึ่งที่ต้องการจะเห็น ประเทศไทยของเรานั้น โดยเฉพาะใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเชื่อว่าไม่ว่าใครจะมาเป็น นายกรัฐมนตรี มาเป็นผู้นําของประเทศไทย ไม่ว่าในรัฐบาลใดรัฐบาลไหน ทั้งในอดีต และปัจจุบัน ปรารถนาให้จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่อย่างสงบเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชน ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ใช้ชีวิตอย่างปกติสุขเฉกเช่นจังหวัดอื่น ๆ ในประเทศนี้ ผมจึงไม่อยากให้ใครมาโจมตีใคร วันนี้เราต้องร่วมกันสมานฉันท์เพื่อให้พี่น้องชาวภาคใต้ อยู่อย่างมีความสุข ขอบคุณครับท่านประธาน