เจะอามิง วิพากษ์นโยบายบริหารใต้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๕

นายเจะอามิง โตะตาหยง วิพากษ์วิจารณ์นโยบายการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ โดยชี้ให้เห็นความตั้งใจของรัฐบาลอภิสิทธิ์ในการแก้ไขปัญหาและเปรียบเทียบกับยุคที่ขาดการดูแลอย่างใกล้ชิด

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตท่านประธานขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายการบริหารและการพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ ซึ่งเป็นนโยบายระดับชาติที่จัดทําขึ้น ตามพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๓ ในมาตรา ๔ ที่กําหนดให้สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติทํานโยบายเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบ และวันนี้คณะรัฐมนตรีก็ให้ความเห็นชอบนําเสนอต่อสภาเพื่อทราบ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่จะลงในเนื้อหาในการอภิปรายถึงปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมขออนุญาตเรียนกับเพื่อนสมาชิกและท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายว่ากฎหมายศูนย์อํานวยการ บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดขึ้นภายใต้ในการกํากับดูแลของรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มีการประกาศใช้เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๕๔ นั่นแสดงให้เห็นว่าผลิตผลและความตั้งใจ ของรัฐบาลภายใต้การนําของท่านอภิสิทธิ์ในสมัยนั้น มีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้อย่างชัดเจน และเนื้อหาสาระของกฎหมายก็ได้มีบรรจุไว้อย่างชัดเจน ไว้ในเนื้อหาเพื่อให้เป็นไปตามวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน สาระสําคัญ ของกฎหมายในขณะนั้นเรามีการพูดถึงว่าศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถูกยุบลงตอนที่รัฐบาลของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เป็นรัฐบาล เป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล ในขณะนั้น การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในขณะนั้นมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้ขาดคนดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะศูนย์อํานวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้ในขณะนั้นมีการพูดกันเปรย ๆ ว่าเป็นยักษ์ไม่มีกระบอง เพราะอํานาจในขณะนั้นไม่ได้ให้กับศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. เลย มีการพูดคุยในสภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาลก็นําไปพิจารณาจนมีการยื่นญัตติ เพื่อออกกฎหมายเรื่องนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ การทํากฎหมาย ศอ.บต. ก็มี การพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครับ มีทั้งพรรคฝ่ายค้านและรัฐบาลในขณะนั้น มาร่วมกันดูแลเรื่องกฎหมายศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งมีความพิเศษ ที่จะต้องไปกํากับดูแลจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นการเฉพาะ ในเนื้อหาสาระของกฎหมาย ศอ.บต. ท่านประธานคงจะได้แลเห็นแล้วว่าการให้อํานาจนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี มากํากับดูแลเป็นการเฉพาะ ผู้อํานวยการ ศอ.บต. เดิมทีมาเป็นเลขาธิการ ศอ.บต. โดยมี การบูรณาการราชการซึ่งอยู่ภายใต้การนําของ ศอ.บต. ใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อยู่ภายใต้กฎหมาย ศอ.บต. ความพิเศษของมันอย่างไรครับ ความพิเศษก็คือว่านี่คือเป็น ผลิตผลมาจากกฎหมายของ ศอ.บต. ที่ออกในรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์สมัยที่พรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาลและนําเสนอต่อสภาเพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ เพราะปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกคนถือว่าเป็นปัญหาระดับชาติ ทุกคนให้ความสําคัญ ดังนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนในสภาผู้แทนราษฎรนี้ สามารถที่จะวิพากษ์วิจารณ์และแสดงข้อคิดเห็นเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขให้ชัดเจน สาระสําคัญอีกประเด็นหนึ่งในกฎหมาย ศอ.บต. ต้องยอมรับว่าในการจะต้องไปคิดกรอบ ในการแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองก็สามารถที่จะนําแก้ไขปัญหาภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายอยู่แล้ว แม้กระทั่งการเรียนให้เป็นไปตามวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนก็มีการบรรจุไว้ในกฎหมาย ศอ.บต. แม้กระทั่งในการจัดสรรงบประมาณก็ไปคิดเอง ทําเอง โดยพาในการทําประชาคม ในจังหวัดชายแดนภาคใต้และนําเสนอต่อเลขาธิการ ศอ.บต. ให้สภา ศอ.บต. เสนอต่อ เลขาธิการสภา ศอ.บต. นําเสนอต่อรัฐมนตรีและนําเสนอต่อนายกรัฐมนตรีเป็นการลัด ขั้นตอนจะได้เร็วขึ้น แม้กระทั่งข้าราชการซึ่งเป็นกลไกของรัฐ ซึ่งไปทําปัญหากับพี่น้อง ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มีบัญญัติไว้ในกฎหมายอย่างชัดเจนว่าหากมีเจ้าหน้าที่หรือกลไก ของรัฐไปมีปัญหากับพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนสามารถที่จะร้องเรียนไปถึง ศอ.บต. ซึ่งตั้งแต่การใช้กฎหมาย ศอ.บต. ผมจําความได้ว่าวันที่ ๓ ธันวาคมมาถึงวันนี้นะครับ มีเจ้าหน้าที่และกลไกของรัฐที่ไปทําผิดพลาดกับพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จนมีการร้องเรียนถึงศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการไปตรวจสอบแล้ว ข้อมูลเป็นจริงตามข้อร้องเรียน ก็ใช้อํานาจของกฎหมาย ศอ.บต. นี้ครับ ย้ายกลไกของรัฐ ซึ่งมีปัญหากับพี่น้องประชาชนออกจากพื้นที่ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้แลเห็นว่า ในขณะที่รัฐบาลของท่านยิ่งลักษณ์มาเป็นนายกรัฐมนตรีและมาเป็นรัฐบาลนั้นกําลังจะ สร้างปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดขึ้นอีกครับ สิ่งที่สําคัญก็คือในการบูรณาการ ในการทํางานของรัฐบาล วันนี้ถ้าดูแนวทางในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลภายใต้การนําของ ท่านยิ่งลักษณ์เสมือนหนึ่งว่าปลายอุโมงค์ไม่มีแสงสว่างได้แลเห็นเลยครับ สิ่งที่ผมจะ ยกตัวอย่างวันนี้ว่ารัฐบาลของท่านยิ่งลักษณ์กําลังผิดพลาดในนโยบายอีกครั้งหนึ่งและไม่ยอม ทําตามกฎหมายศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีการออกหนังสือ ในวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ผมจะขอรวบรัดในสมัยที่ พลตํารวจเอก โกวิท เป็นรองนายกรัฐมนตรีซึ่งดูแลฝ่ายความมั่นคง เนื้อหาสาระมันอยู่ตรงนี้ครับท่านประธานว่า ความผิดพลาดของรัฐบาลของท่านยิ่งลักษณ์กําลังจะผิดพลาด ข้อ ๒.๑.๒ ให้มีการจัดตั้ง คณะกรรมการบูรณาการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เรียกว่า กบ.ชต. เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการบูรณาการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งปวง ในระดับพื้นที่และมีผู้อํานวยการ ผอ.รมน. ภาค ๔ แม่ทัพภาค ๔ เป็นประธานกรรมการ และมีผู้ว่าราชการจังหวัด ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้และผู้แทน ศอ.บต. เป็นประธาน คณะกรรมการ โดยจัดตั้งศูนย์บูรณาการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ทําหน้าที่เป็น สํานักงาน ที่สําคัญที่สุดในเนื้อหาสาระผมขออนุญาตไปวรรคท้ายเลยครับท่านประธาน ผู้อํานวยการ ผอ.รมน. ภาค ๔ แม่ทัพภาค ๔ ในฐานะประธาน กบ.ชต. จะเป็นผู้รับผิดชอบ หลักทําหน้าที่บูรณาการการทํางานของหน่วยงานเกี่ยวข้องกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ แทนเลขาธิการ ศอ.บต. ท่านประธานครับ อย่างนี้ผมถือว่ามันมีความผิดพลาดหรืออาจจะ เป็นเพราะว่ากฎหมาย ศอ.บต. เป็นกฎหมายที่ออกในรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลในขณะนั้น รัฐบาลภายใต้การนําของท่านยิ่งลักษณ์มาเป็นรัฐบาลแล้วไม่ยอมรับ มีการประกาศ ใช้กฎหมายอย่างชัดเจนว่า การดําเนินการ การดูแลปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกหน่วยงาน ทุกกรม กอง ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเงื่อนไขเดียวกัน แต่วันนี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทําผิดพลาด โดยให้ กอ.รมน. เป็นผู้กํากับดูแล เท่ากับไม่ยอมรับกฎหมาย ศอ.บต. ท่านประธานครับ วันนี้เนื้อหาทั้งหลายทั้งปวง วันนี้ที่มีปัญหาและเงื่อนไขประเด็นหนึ่ง ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มันเกิดจากนโยบายของรัฐบาลด้วยจริง ๆ วันนี้ถ้าจะ วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของท่านยิ่งลักษณ์วันนี้ ถ้าจะบอกว่าติดกระดุมผิดจะพูดอย่างนั้น ก็คงไม่ได้ เพราะวันนี้ท่านยังไม่ได้ติดกระดุมสักเม็ดเลย ท่านใส่เสื้อแล้วยังไม่ติดกระดุม สักเม็ดเลย ยังไม่ได้มีกรอบความคิดกับแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เป็นที่อุ่นใจของพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้เลย วันนี้ผมอยากจะเรียกร้อง นายกรัฐมนตรีที่บอกว่าบริหารเก่งนักเก่งหนา มารับฟังปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้านความมั่นคง ซึ่งท่านเป็นประธาน กอ.รมน. อยู่ ท่านมานั่งมารับฟังหน่อยครับ สิ่งที่สําคัญ ที่สุดที่ผมจะต้องบอกต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่าแนวกรอบความคิดของการบริหารงาน ภายใต้การนําของท่านอภิสิทธิ์ ณ วันนั้นคือว่าการเมืองนําการทหารบวกด้วยการพัฒนา แต่ภายใต้การนําของรัฐบาลของท่านยิ่งลักษณ์ ณ วันนี้คือการที่จะเอาการทหารนําการเมือง เพราะปัญหามันเคยเกิดขึ้นในอดีตอย่างไรครับ วันนี้ถึงไม่แปลกใจว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนหนึ่งมันเกิดจากปัญหาซึ่งเป็นปัญหาหัวใจของมันอย่างชัดเจน สาเหตุของปัญหาที่เกิด จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาที่มันกดหนักจริง ๆ ณ วันนี้ คือความเป็นธรรม และความอยุติธรรม ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไปกระทํากับพี่น้องประชาชนก็ยังมีการกระทําอยู่ ซึ่งเกิดจากกลไกของรัฐบางส่วน ไม่ใช่ทั้งหมดนะครับ ปัญหาใจกลางของปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้เราต้องยอมรับว่าหัวใจของปัญหามันก็คือว่า มีกลุ่มที่มีเป้าหมาย อย่างชัดเจนต้องการแยกดินแดนมีจริง ๆ เราต้องยอมรับตรงนี้ แต่ว่าการเขียน ในเอกสารรายงานของนโยบายบริหารการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้มีเขียน อย่างชัดเจน ที่ผมจะต้องพูดอย่างชัดเจนอย่างนี้เพราะว่าถ้าเราไม่รู้ถึงปัญหาอย่างชัดเจน เราก็จะนําไปสู่ในการแก้ไขปัญหาผิดพลาดอีก และปัญหาที่ไม่สามารถจะดําเนินการ โดยรุกในการทํางานในการแก้ไขระดับนโยบายให้มีประสิทธิภาพประสิทธิผลอีกประเด็นหนึ่ง ก็คือเกิดข้อขัดแย้งระหว่างกลไกของรัฐด้วยกันเอง วันนี้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มันมีปัญหาก็คือกลไกของรัฐต่างคนต่างไม่ยอมรับในการที่จะทํางาน ต่างคนต่างชิง ต่างคนต่างนํา ต่างคนต่างอยากจะแสดงผลงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้กับแนวทางในการ แก้ไขปัญหา ต่างทิศต่างทาง ในที่สุดผลกระทบจากการแก้ไขปัญหาซึ่งไม่เป็นไปตามนโยบาย ตามกรอบกฎหมายที่ได้วางไว้ แล้วผลกระทบไปลงที่ไหนครับ มันไม่ได้ลงที่ระดับนโยบาย หรือรัฐมนตรีครับ ปัญหาทั้งหมดไปลงที่พี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาที่เกิดจากกลไกของรัฐผมอยากจะนําเรียนถึงท่านประธานผ่านไปถึงทาง สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติว่าวันนี้ท่านจะต้องมีการกําหนดอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ การที่จะต้องใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกันกับทุกคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าจะ เป็นการกระทําของเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือแม้กระทั่งพี่น้องประชาชนซึ่งมีการใช้อํานาจ เหนือกว่ากฎหมาย ทั้งหลายทั้งปวงต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ผมจะยกตัวอย่างว่า วันนี้ที่มันเกิดปัญหาที่รุนแรงขึ้น ท่านประธานต้องยอมรับนะครับว่า เกิดจากกลไกของรัฐ บางกลไกไปทําปัญหา อาทิเช่น ในกรณีการข่มขืนสตรีที่ระแว้ง อําเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ซึ่งเกิดปัญหาจากกลไกของรัฐ ในกรณีการจับกุมผู้ต้องสงสัย จับกุมไปไว้ในสถานที่ที่ควบคุม แล้วยังมีการกระทําในการ ละเมิดสิทธิมนุษยชนอยู่อีก ผมจะไม่ลงลึกว่าพื้นที่ใด แต่พื้นที่เหล่านี้ยังเกิดขึ้นจากกลไก ของรัฐบาลหน่วยงานเล็ก ๆ ยังมีปัญหาอยู่ แม้กระทั่งในกรณีประชาชนถูกยิง ๔ ศพ ที่ตําบลปุโละปุโย อําเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ก็เกิดจากกลไกของรัฐอย่างชัดเจน ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็น ๓ เงื่อนไขเล็ก ๆ ที่ผมพูดถึงนี่นะครับ ทําให้ฝ่ายตรงข้าม นําจับข้อผิดพลาดกลไกของรัฐนําไปขยายผลทําให้มีปัญหาเกิดขึ้น ทั้ง ๓ รายการที่ผมพูดถึงนี้ มันเกิดจากภายในรัฐบาลนี้ทั้งนั้นเลย และผมจะยกตัวอย่างในกรณี ๔ ศพที่อําเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ท่านลองไปสังเกตดูว่าวันนี้ถ้าไปดูสถิติที่เกิดปัญหาและความรุนแรงมากขึ้น วันนี้ ในสถานที่ที่ผมพูดถึง ที่อําเภอยะรังก็ดี ที่อําเภอหนองจิกก็ดี วันนี้หลังจากมีเหตุการณ์ เหล่านี้แล้ว เหตุการณ์ก่อเหตุความรุนแรงมีสถิติสูงขึ้น นั่นแสดงให้เห็นว่าในพื้นที่ที่มีปัญหา ตรงนั้น มันเกิดการเทค แอคชั่น (Take Action) จากฝ่ายตรงข้ามเพื่อต้องการแสดงให้เห็นว่า เขาสามารถที่จะทําร้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐได้หรือพี่น้องประชาชนได้ เลยทําให้เกิดเหตุการณ์ ที่รุนแรงขึ้น ๆ นี่คือตัวที่สร้างปัญหาเพิ่มเติมอีกประเด็นหนึ่งที่ไม่สามารถจะหยุดเงื่อนไขลงได้ วันนี้นโยบายของรัฐบาล ท่านจะต้องไปกํากับดูแลกลไกของรัฐให้มีสติและอย่ามีอารมณ์ ซึ่งไปใช้กับพี่น้องประชาชน ให้ยึดกฎหมายและสร้างความเป็นธรรม วันนี้ผมถาม ท่านประธานถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประเด็นครั้งแรก ตอนที่มีการยิง ๔ ศพ ที่ตําบลปุโละปุโย ผมตกใจครับ เห็นท่านรัฐมนตรีสัมภาษณ์ เวลาเกิดเหตุปั๊บสัมภาษณ์ อย่างชัดเจนเลยครับ ท่านบอกว่า ๔ ศพที่ถูกยิงหลังรถเป็นฝ่ายตรงข้าม ท่านประธานครับ วันนี้เป็นอย่างไรครับ บทพิสูจน์ว่าวันนี้บนพื้นฐานในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐมนตรีเองไม่มีข้อมูลพื้นฐานที่เป็นจริง การที่รัฐมนตรีไปพูดว่า ๔ ศพที่อําเภอหนองจิก เป็นฝ่ายก่อการ ฝ่ายก่อเหตุ ผมสรุปวันนี้มีการพิสูจน์แล้วครับว่าเป็นชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ อย่างชัดเจน ช่วงหลังท่านรัฐมนตรีและอีกหลายท่านซึ่งอยู่ในหน่วยงานรับผิดชอบ ที่ระดับใหญ่และระดับนโยบายออกมายอมรับว่ามันเกิดความผิดพลาดเกิดจากการกระทํา ของเจ้าหน้าที่ของรัฐและจะมีการเยียวยาให้ ๗.๕ ล้านบาท ไปสัญญากับพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ วันนี้ก็ยังไม่ได้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นเหล่านี้ที่ยกตัวอย่างให้เห็น อย่างชัดเจนอย่างนี้ว่าคนที่อยู่ในระดับนโยบายต้องไม่หูเบา อย่าไปตรวจงานและฟังแต่รายงาน วัน ว เวลา น และเชื่อเลย วันนั้นผมยืนยันอย่างชัดเจนครับ ผมได้ลงพื้นที่กับท่าน ส.ส. อันวาร์ ท่าน ส.ส. อิสมาแอล ซึ่งเป็น ส.ส. ในพื้นที่ไปตรวจสอบหาข้อเท็จจริงและไปในนาม ของคณะอนุกรรมาธิการปรองดองก็ไปตรวจสอบอีก มีการยืนยันอย่างชัดเจนจากพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่และผู้ที่ไม่เสียชีวิตจากการกระทําของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เล็ก ๆ นี่ครับ ประเด็นเหล่านี้ที่ผมต้องยกคือ

๑. การเป็นคนที่อยู่ระดับนโยบายต้องไม่หูเบาแล้วต้องกํากับกลไกของรัฐ ในพื้นที่ต้องมีความอดทน เพราะฝ่ายตรงข้ามนําไปขยายครับ ฝ่ายตรงข้ามนําไปขยาย เพื่อสร้างมวลชนให้เกลียดชังเจ้าหน้าที่ของรัฐและรัฐบาลมากขึ้น นี่อย่างไรครับ ที่มันเกิดว่า ทําไมถึงแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มันยากนักยากหนา ปัญหาใจกลางส่วนหนึ่งที่ต้อง แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทําอย่างไรวันนี้นโยบายของรัฐต้องดึงมวลชนกลับมาให้ได้ ถ้าดูในนโยบายของรัฐบาล การทํางานของรัฐบาลในขณะนี้ มันไม่มีอะไรที่จะดึงใจเพื่อดึงมวลชนกลับมาเป็นคนของรัฐได้เลย ผมไม่ตําหนิสภาความมั่นคงนะครับ แต่ที่ผมต้องพูดถึงเผื่อสื่อสารไปถึงก็คือรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบด้านความมั่นคง โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีที่กํากับการดูแลข้างบนสุด ต้องรู้ลึกถึง ปัญหาในการแก้ไขจังหวัดชายแดนภาคใต้ถึงจะสามารถขับเคลื่อนได้ในระดับหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างรายงานในหน้า ๓ ผมขออนุญาตอ่าน ความรุนแรงที่เกิดขึ้น นับตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ วันนี้ผมว่าท่านสภาความมั่นคงแห่งชาติต้องไปศึกษาใหม่ครับ ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าตามกันจริง ๆ ก็คือเริ่มเกิดตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ท่านคงจะจําได้ว่าสัญญาณความรุนแรงจังหวัดชายแดนภาคใต้ปี ๒๕๔๔ มีเหตุระเบิดที่ สถานีรถไฟหาดใหญ่ นั่นเป็นการส่งสัญญาณของฝ่ายตรงข้ามกับแนวทางในการก่อเหตุ ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังจากนั้นมีการปล้นอาวุธปืนที่บันนังสตา มีการปล้นอาวุธปืนเป็นระยะ ๆ จนไปถึงที่จังหวัดนราธิวาส ท่านประธานครับ ผมยืนยันว่า ความรุนแรงเริ่มนับตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ มันคงไม่ถูก ท่านต้องไปดูเพราะเนื้อหาเหล่านี้เป็นเนื้อหา ที่เอกสารที่ท่านเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ท่านกลับไปคิดใหม่ครับท่านประธานครับ ฝากท่าน สมช. กลับไปคิดใหม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตท่านประธานอาจจะ ต้องใช้เวลานิดหนึ่งเพื่อทําความเข้าใจและจะได้แลเห็นว่าวันนี้รัฐบาลมีอคติกับการออก นโยบายกับแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้จริง ๆ ว่า ๑. ในการกําหนด นโยบายในการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พวกผมซึ่งอยู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในสมัย พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้จํากัดโซน (Zone) อย่างชัดเจน สีเหลือง สีแดง สีเขียว ใครเลือกพรรคไทยรักไทยจะจัดสรรงบประมาณ ให้ นี่คือประเด็นส่วนหนึ่งที่ทําให้เกิดปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทําให้คนไม่พอใจ นโยบายของรัฐบาล แต่เผอิญรัฐบาลในสมัยนั้นเป็นรัฐบาลของท่านทักษิณ นี่คือเขานําไปพูด ในการสร้างความไม่ชอบธรรมว่ารัฐบาลไม่ให้ความเป็นธรรมกับเขา นี่อย่างไรครับ ที่เป็นเงื่อนไขระดับนโยบาย วันนี้รัฐบาลภายใต้การนําของท่านยิ่งลักษณ์วันนี้ต้องอย่าคิด นโยบายแปลกแยกในการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้เลย

ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมเป็นห่วงวันนี้ไปดูในการรายงานของ สมช. ในการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมขออนุญาตเรียนว่าแม้กระทั่งในการพัฒนาในด้าน การศึกษา ท่านจะสังเกตจะแลเห็นว่ารัฐบาลสมัยพรรคประชาธิปัตย์ได้ทําไว้ ผมจะ ยกตัวอย่างในกรณีของจังหวัดนราธิวาส มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มีมหาวิทยาลัย มีแต่ป้ายชื่อแต่ไม่มีงบประมาณครับท่านประธาน ส่วนใหญ่เด็กที่เรียนในมหาวิทยาลัย นราธิวาสราชนครินทร์จะต้องไปฝากเรียนที่อื่น แต่ท่านประธานที่เคารพครับ มันมี บทวิเคราะห์เวลาไปศึกษาที่ไหน ไปเรียนที่ไหน ไปดูเอกสารที่ไหนก็แล้วแต่ มันจะมีการ พูดถึงอย่างชัดเจนว่าปัญหาส่วนหนึ่งจังหวัดชายแดนภาคใต้คือจะต้องเสริมให้มีการศึกษา ให้มากขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทางนายกรัฐมนตรีท่านอภิสิทธิ์วันนั้นได้มอบเงิน ไปพัฒนามหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ๑๓๐ ล้านบาท เพื่อจะเอาเด็กที่ไปฝากเรียน ที่อื่นกลับมาเรียนที่จังหวัดนราธิวาส วันนี้สร้างตึกกันมโหฬารครับท่านประธาน เด็กนราธิวาสบอกว่าค่าจีดีพี (GDP) รายได้ต่อหัวต่อคนต่อปีจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดนราธิวาสเป็นจังหวัดที่ตกต่ําที่สุด ยากจน ก็เอางบประมาณไปให้เพื่อให้เด็ก ในจังหวัดนราธิวาสมีโอกาสเรียนมหาวิทยาลัยในจังหวัดนราธิวาสเองไม่ต้องไปอาศัยที่อื่น ซึ่งต้องมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น แต่รัฐบาลนี้ต้องไปคิดในการที่จะต่อยอดในสมัยของรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ทําไว้ ท่านไปทําต่อ แม้กระทั่งเงิน กยศ. วันนี้มันมีปัญหา เด็กจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเป็นเด็กยากจน ไม่สามารถไปเรียนต่อที่ไหนได้ เพราะไม่สามารถกู้เงินของ กยศ. ได้ วันนี้รัฐบาลก็ต้องไปดูแลครับ นี่จะสังเกตเห็นว่ารัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ที่ผมต้องพูดตัวอย่างลงไปในพื้นที่เพื่อให้เห็นได้ชัดเจนว่าการศึกษารัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ก็ทําไว้ให้แล้วท่านมาต่อยอด อย่าคิดว่าอะไรที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ทําแล้วถ้าทําต่อเนื่องต่อไปมันจะเป็นผลงานของพรรคประชาธิปัตย์ อย่าไปคิดอย่างนั้นครับ บ้านเมืองเดียวกัน ใช้กฎหมายเดียวกัน ให้งบประมาณไปพัฒนาครับ แม้กระทั่งสนามบิน บ้านทอนที่จังหวัดนราธิวาสรัฐบาลภายใต้การนําของท่านอภิสิทธิ์ให้งบประมาณไป ๔๗๔ ล้านบาท เพื่อขยายลานบิน เพื่อที่จะนําคนไปประกอบพิธีฮัจญ์ใช้สนามบินที่ จังหวัดนราธิวาสต่อไปประเทศซาอุดิอาระเบียเลย วันนี้รัฐบาลใช้เงินไทยเข้มแข็งจัดไปแล้วครับ และสร้างเสร็จแล้ว วันนี้ฝากไปถึง สมช. และฝากไปถึงรัฐมนตรีซึ่งดูแลความมั่นคงให้ดีว่า วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ได้ทําไว้แล้ว สนามบินสามารถเอาเครื่องบินใหญ่โบอิ้ง (Boeing) ลงได้แล้ว วันนี้เราไม่ได้เป็นรัฐบาล ท่านเป็นรัฐบาลท่านช่วยทําและกํากับ วันนี้ ปีนี้คนที่จะ ไปประกอบพิธีฮัจญ์วันนี้ให้ขึ้นที่สนามบินบ้านทอนจังหวัดนราธิวาสให้ได้ เรื่องง่าย ๆ เหล่านี้ ถ้าท่านไม่สามารถทําได้ผมถือว่าท่านไม่มีประสิทธิภาพ เพราะกระบวนการในการจัด ซึ่งเราทําไว้แล้ว และการดําเนินการกันที่จะนําคน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ใช้สนามบินบ้านทอน สามารถทําได้ง่าย ๆ เลยครับ แต่เผอิญในช่วงนั้นเราทําสนามบินเสร็จแล้วมันมีการยุบสภาเสีย ก็ว่ากันไป นี่จะสังเกตให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์คิดทั้งระบบ คิดถึงการพัฒนาพื้นที่ คิดถึงอินฟราสทรัคเจอร์ (Infrastructure) เส้นทางการคมนาคมก็เหมือนกันครับ มันมีอยู่ ๒ เส้นทางในจังหวัดยะลา และจังหวัดยะลาเชื่อมต่อจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นเส้นทางที่ สร้างแล้วมันไม่เสร็จเป็นเส้นทางที่ยาวนานใช้ระยะเวลาอันยาวนานจริง ๆ คือเส้นทาง ตะโล๊ะหะลอ-ปาลอบาต๊ะ อําเภอรามัน จังหวัดนราธิวาส ใช้งบประมาณ ๑๒๐ ล้านบาท รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์สมัยท่านอภิสิทธิ์ได้ทําไว้แล้ว วันนี้ถนนเริ่มเสีย ท่านลองไปดูเพราะ ถนนนี้เป็นถนนทางด้านความมั่นคง สร้างใช้ระยะเวลายาวนาน สมัยรัฐบาลผมจําได้วันนั้น ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนาม ท่านได้ให้งบประมาณไปแต่ว่าสร้างไม่เสร็จ ทิ้งแล้วทิ้งอีกงาน แม้กระทั่งเส้นทาง ของสายยะลาสี่แยกดอนยางที่จังหวัดปัตตานี ก็เป็นเส้นทางอีกเส้นหนึ่งที่สร้างไม่เสร็จ ในสมัยรัฐมนตรี วันมูหะมัดนอร์ มะทา ท่านประธานครับ รัฐบาลภายใต้การนําของ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นํางบประมาณเข้าไปบูรณะแล้วก็ทําถนนขึ้นมาใหม่ วันนี้ เสร็จหมดแล้วแต่ว่าช่วงเวลา ๒-๓ ปีเกิดช่วงน้ําท่วมนี่ละครับ มันมีลูกคลื่นซัดการคมนาคม ไม่สะดวก ผมฝากถึงท่านที่รับผิดชอบ ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงช่วยไปดูแล หน่อยทําให้ต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้ที่ผมพยายามที่จะยกว่าเพราะมีการพูดถึง ในการพูดถึง รายงานของ สมช. พูดถึงในด้านการคมนาคม พูดถึงในด้านการศึกษา ผมบอกสิ่งเหล่านี้ เขาทําเป็นระบบ ที่สําคัญที่สุดภายใต้กฎหมาย ศอ.บต. นี่ล่ะครับ สามารถที่จะใช้งบประมาณ ภายใต้ของตัวเอง แต่สิ่งที่ผมเป็นห่วงมากที่สุดวันนี้ ท่านได้เขียนไว้ในนโยบายอีกส่วนหนึ่ง ก็คือ ในการกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่น ท่านประธานครับ ผมกลับมองไปดูว่าการกระจาย อํานาจสู่ท้องถิ่นถ้าย้อนไปดูนโยบายของท่านที่ได้ทําไว้ก่อนที่จะมาเป็นรัฐบาลก็คือ เรื่องนครรัฐปัตตานี ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนว่านโยบายศูนย์อํานวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นนโยบายที่ดีแล้ว เพิ่งออกกฎหมายเพียงไม่กี่เดือนเอง ท่านใช้นโยบาย ศอ.บต. นี่ขับเคลื่อนไป กับหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้เป็นระบบ ท่านอย่าไปคิดว่ากฎหมาย ศอ.บต. ซึ่งออกโดยพรรคประชาธิปัตย์แล้วท่านมาเป็นรัฐบาล ท่านไม่ยอมตาม อ้ายอย่างนี้เขาเรียกว่ามันเป็นการที่ไม่ยอมรับระบบนิติรัฐจริง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไปดูในเนื้อหาในการกระจายอํานาจที่สมัยท่านได้ไปหาเสียง ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เรื่องนครรัฐปัตตานี ผมกลัวที่ว่ามันจะเป็นเหตุปัญหาอีกส่วนหนึ่งทําให้มีปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าท่านไปใช้นครรัฐปัตตานีใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในความหมายเหล่านี้ที่ผมตาม ในเอกสารว่าในพรรคของท่านได้ทําร่างกฎหมายไว้แล้วครับ ท่านได้บันทึกหลักการ และเหตุผลประกอบร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการนครปัตตานี พรรคเพื่อไทย ได้ทําไว้แล้วและวันนี้มาประกาศอย่างชัดเจนในนโยบายของ สมช. ผมถามว่า สมช. มีข้อเสนอแนะให้ใช้ในการบริหารการจัดการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไปที่จะใช้ การบริหารแบบนครรัฐปัตตานีหรือไม่ แต่ผมยืนยันว่าวันนี้ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ใช้กฎหมาย ศอ.บต. ไปแก้ไขให้เป็นไปตามวิถีชีวิตความพิเศษของเนื้อหาของกฎหมาย มันอยู่ตรงนั้นแล้วครับ ถ้าท่านไปออกกฎหมายอีกฉบับหนึ่งคือบริหารราชการนครรัฐปัตตานี มันจะสร้างปัญหา ทําให้คนอีกกลุ่มหนึ่งไม่สบายใจ ให้ใช้กฎหมายแบบทั่ว ๆ ไป ในความพิเศษ จริง ๆ ในกฎหมาย ศอ.บต. มันมีอยู่แล้วครับ แต่พวกผมไม่ใช่เป็นพวกที่จะต้องใช้เงื่อนไข เหตุผลเพื่อในการทําการเมืองและหาเสียง ที่เหตุผลต้องใช้ว่ากฎหมาย ศอ.บต. ที่จริงถ้าพวก จะใช้ว่ากฎหมายสลาตันก็ได้ แต่ผมไม่ใช้เพราะใช้แล้วมันจะเป็นเงื่อนไข วันนี้ท่านอย่าไปคิด นะครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีอย่าไปคิดทําอย่างนี้นะครับ ผมคนที่เกิดที่นั่นผมไม่ใช่ว่า เป็นไปเพียงรับราชการ ไม่ใช่ไปอยู่เพียง ๓-๔ ปี ผมเกิดที่นั่น อยู่ที่นั่น อยู่ตั้งแต่แบเบาะ มาถึงวันนี้ก็ยังอยู่ที่นั่น รู้ปัญหา ผมรู้ละครับ ถ้าท่านไปคิดนโยบายนครรัฐปัตตานีที่ท่านกําลังคิด อยู่กับ สมช. มันจะเป็นตัวเชื้อในการสร้างปัญหาอีกประเด็นหนึ่งครับ ประเด็นเดิมที่เรา มีปัญหาอยู่ก็ยังแก้ไม่เสร็จ นี่ก็จะสร้างไปอีกปัญหาหนึ่ง อีกเงื่อนไขหนึ่ง ท่านประธาน ที่เคารพครับ เราก็ต้องยอมรับอย่างเป็นธรรมครับ พวกผมเป็น ส.ส. ตรงนี้ยอมรับอย่างเป็นธรรมว่า การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มันมีหลายเงื่อนไข แต่ละเงื่อนไขเราค่อย ๆ แก้ไป อย่ามีอคติซึ่งกันต่อกัน อย่ามีอคติต่อกันครับ ท่านประธานครับ การแก้ไขปัญหายากลําบาก ใครมาเป็นรัฐบาลก็ลําบากครับ แต่ว่ากระบวนการที่แก้ไขปัญหาเราต้องยอมรับว่าหลังจาก ออกกฎหมาย ศอ.บต. แล้วนะครับ ผมมีในเชิงสถิติในช่วงวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๕๔ สถิติในขณะนั้นลดลง สถิติการก่อเหตุลดลงเหลือแค่ ๗๘ ครั้ง นั่นแสดงให้เห็นว่า การออกกฎหมาย ศอ.บต. วันที่ ๓ ธันวาคม การก่อเหตุทั้งเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคมนี้ ๑ เดือนเกิดเหตุแค่ ๗๘ ครั้ง นั่นเป็นการส่งสัญญาณว่าเป็นการยอมรับกฎหมาย ศอ.บต. ด้วยหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมต้องการที่จะเห็นอันนี้ผมไม่อยากที่จะบอกว่า คนที่อยู่ที่กรุงเทพฯ แม้ท่านจะเคยเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเคยเป็น ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แต่ท่านเองถึงจะเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แต่ว่าท่านจะไม่เข้าใจอะไร ลึกมากกว่าพวกผมซึ่งเป็น ส.ส. ในพื้นที่แน่นอน พวกผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ท่านลองนึกดูสิครับ ขณะที่เกิดเหตุการณ์อะไรต่าง ๆ ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พวกผมไม่เคยซ้ําเติมนะครับ นอกจากพูดความจริงกับ พี่น้องประชาชนและสภาผู้แทนราษฎร ท่านไม่ต้องระแวงพวกผมหรอกครับ สิ่งที่พวกผม พูดในสภาผู้แทนราษฎรหรือในขั้นกรรมาธิการท่านนําไปผนวกประมวลผล และท่านนําไป แก้ไขปัญหาก็ได้ประโยชน์เยอะแยะถ้าท่านไม่มีอคติ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ความเจ็บปวดของคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่าไปนึกนะครับว่าการใช้งบประมาณ อย่างเดียวจะสามารถแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่ละครับ สถานการณ์ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าอาศัยที่ท่านพูดถึงตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ถึงวันนี้การใช้งบประมาณในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าตัวเงินสามารถกําหนดและแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้จริง ๆ วันนี้สถานการณ์มันก็สงบแล้วครับ หัวใจมันไม่ใช่อยู่ที่ งบประมาณอย่างเดียว งบประมาณวันนี้ ๘ ปี กับ ๗ รัฐบาล กับ ๖ นายกรัฐมนตรี ใช้งบประมาณในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปแล้ว ๑.๖๑ แสนล้านบาท มากไหมครับ ท่านประธาน ๑.๖๑ แสนล้านบาท โดยเฉพาะในปีงบประมาณปี ๒๕๕๕ ได้ตั้งงบประมาณไว้ ๑.๖ หมื่นล้านบาท แต่ท่านประธานครับ พอเวลาไปดูในเนื้องานของงบประมาณที่ไป บริหารการจัดการจังหวัดชายแดนภาคใต้จริง ๆ งบประมาณเหล่านี้ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ไปอยู่กับ งบของทหาร ของตํารวจ ของ กอ.รมน. การพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ท่านรายงานไว้ต่อสภาแค่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เท่ากับว่าวันนี้คนจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็จะ ขาดงบประมาณไปบูรณาการในการแก้ไขปัญหาในการพัฒนาพื้นที่อีกครับ งบประมาณ ทั้งหมดไปโป่งอยู่กับฝ่ายกองกําลัง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมบอกว่างบประมาณลงไป แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าตราบใดที่นโยบายของรัฐบาลและกลไกของรัฐ ไม่สามารถจะครองใจคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ มันไม่มีทางหรอกครับที่เราจะแก้ปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ วันไหนที่เราไม่สามารถดึงพี่น้องประชาชนซึ่งเริ่มออกห่างจาก กลไกของรัฐ ถ้าเราไม่สามารถดึงคนเหล่านี้กลับมาได้ เอางบประมาณไปอีกกี่แสนล้านบาท มันก็ไม่จบ สถานการณ์มันก็ไม่ลดลงหรอกครับ ผมทราบครับว่าท่านเองก็เป็นห่วง ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็เคยเดินทางไป รู้ และหลายท่านก็เดินทางไป แต่การเดินทาง ของท่านไปที่สํานักงานให้หน่วยงานราชการรายงาน วัน ว เวลา น เกิดเหตุสถานการณ์ เสร็จแล้วก็นั่งเครื่อง ฮ. กลับที่หาดใหญ่มากรุงเทพฯ มันไม่ได้ข้อมูลที่เป็นจริงครับ วันนี้รัฐบาลยังขาดในการแก้ไขปัญหานโยบายของรัฐบาลของคุณยิ่งลักษณ์ขาดอย่างชัดเจน ก็คือการทํางานเชิงรุก นโยบายเชิงรุก คิดในเรื่องที่จะดึงมวลชน แต่ไม่เป็นอย่างนั้นครับ ท่านประธาน วันนี้กฎหมาย ศอ.บต. ใช้กํากับบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ประเด็น สําคัญวันนี้ผมเพิ่งได้ฝากถึง สมช. ช่วยตรวจสอบด้วยสิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ ผมไปทํากิจกรรม ที่อําเภอเมืองนราธิวาสและที่อําเภอรือเสาะ ๒ แห่ง มีการร้องเรียนกับกลุ่มสตรีว่า มีเจ้าหน้าที่ระดับนโยบายอ้างว่าเป็นคนระดับนโยบาย เป็นอดีต ส.ส. หญิงจากภาคเหนือ ไปเชิญประชุมที่โรงแรมใหญ่แห่งหนึ่งในจังหวัดนราธิวาส เชิญกลุ่มสตรีมาบอกว่าจะให้เงิน แก่กลุ่มสตรี แล้วให้เซ็นชื่อกํากับในสําเนาทะเบียนบ้านและสําเนาบัตรประชาชน กลุ่มสตรี ก็พอใจอยากจะได้เงิน โดยผ่านใครครับ ผ่านกับ ศอ.บต. แต่ว่าเวลาไปนั่งทานข้าว กับอดีต ส.ส. ลัดดาอะไรสักอย่างซึ่งเป็นอดีต ส.ส. ที่อยู่ภาคเหนือครับ ผมไม่ใส่ชื่อเต็ม เพราะเป็นบุคคลภายนอก อดีต ส.ส. ภาคเหนือชื่อลัดดา มาพูดในวงทานข้าวบอกว่าจะเอา รายชื่อนี้ส่วนหนึ่งไปประกอบในการขอนิรโทษกรรมของผู้นํา พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ด้วย ถ้ามีการขอการออกกฎหมายนิรโทษกรรมต่อไปในอนาคต ผมฝาก สมช. ว่า คน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านจะต้องตรวจสําเนาทะเบียนบ้านว่า กลุ่มสตรีเหล่านี้มีการยืมกู้เงินกู้ของกลุ่มสตรีหรือไม่ ถ้ามีท่านต้องถอนนะครับ วันนี้ ผมรับปากกับกลุ่มสตรีที่จังหวัดยะลาและที่จังหวัดนราธิวาสบอกว่าเรื่องนี้ให้ช่วยไปพูด กับรัฐบาล วันนี้ผมมาสะท้อนในสภาผู้แทนราษฎรเลยว่า วันนี้คนจังหวัดชายแดนภาคใต้ กําลังจะถูกพวกท่านทั้งหลายเอาระดับนโยบายและไปขับเคลื่อน โดยผู้นําของ ศอ.บต. เป็นตัวขับเคลื่อนในการทํางานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าไปทําอย่างนั้นให้ถอนเลยนะครับ ผมฝาก สมช. ว่าท่านจะต้องตรวจสอบคนใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้ากลุ่มสตรีท่านต้อง ถอนออกนะครับ ถ้ามีการทําเอกสารเพื่อขอนิรโทษกรรมอดีตผู้นํา ท่านประธานที่เคารพครับ เหล่านี้ต่างหากครับ วันนี้สถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ความเป็นความตายของ พี่น้องประชาชนก็ยังเกิดอยู่ แล้วระดับนโยบายก็ไปสร้างปัญหาขึ้นมาอีก หยุดได้ไหมครับ หยุดพฤติกรรมเหล่านี้ได้ไหมครับ และที่สําคัญที่สุดคือหยุดการใช้อํานาจที่ได้ให้ไว้ตาม กฎหมาย ศอ.บต. แล้ว หยุดในการรังแก หยุดในการที่เอาพี่น้องประชาชนมาเป็นเครื่องมือ อีก ท่านประธานครับ ๒-๓ เรื่องใหญ่ ๆ ที่ผมบอกท่านประธาน เล่าสู่ท่านประธานผ่านไปถึง ผู้ที่มีความรับผิดชอบว่าพฤติกรรมเหล่านี้ผู้คนจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามทันนะครับ อย่าสร้างเงื่อนไขเพิ่มเติม ท่านประธานที่เคารพครับ แม้กระทั่งเงินการเยียวยา ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่บอกว่า ๔ ศพจะได้ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท ไป ๆ มา ๆ ถามว่าวันนี้ ทําท่าจะไม่ได้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไปไหนแล้วครับ ลองมาตอบหน่อย เถอะครับว่า ๔ ศพของอําเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ตามที่ท่านบอกว่าจะได้ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท ได้ไหม แล้วเงื่อนไขการเยียวยาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเข้าไปดูแลจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีเงื่อนไขเยอะแยะหมด สรุปแล้ววันนี้มีการตรวจสอบเอกสารในกรณีการเกิดเหตุที่อําเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส แนวโน้มว่าน่าจะได้ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท เพราะถือว่าเป็นความผิดพลาด ระดับนโยบายและกลไกของรัฐกระทํากับพี่น้องประชาชน ในมัสยิดกรือเซะทําท่าจะได้ แต่ท่านประธานครับ ในกรณีของอําเภอสะบ้าย้อยของนักฟุตบอลที่อําเภอสะบ้าย้อยก็ถามว่า ทําท่าจะได้แนวโน้มที่มีการพูดถึง ผมถามว่าช่วยตอบสิ่งเหล่านี้ในสภาหน่อยครับว่า หลักเกณฑ์ของการที่จะได้ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาทในจังหวัดชายแดนภาคใต้มันมีหลักเกณฑ์อย่างไร และใช้กรอบอะไร ที่สําคัญที่สุดวันนี้จังหวัดชายแดนภาคใต้เขาเอาไปเปรียบเทียบครับ ท่านประธานผ่านไปถึง สมช. มันจะเป็นอีก ๑ เงื่อนไขที่เป็นเงื่อนไขที่จะสร้างปัญหา ขึ้นมาอีกในจังหวัดชายแดนภาคใต้คนเริ่มไม่พอใจ ในกรณีการก่อม็อบ (Mob) เสื้อแดง ในกรุงเทพมหานครประกาศชัดเจนว่าต้องได้ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท มีวางหลักเกณฑ์ อย่างชัดเจน แล้วคนจังหวัดชายแดนภาคใต้บ้านผมนั่งอยู่บนร้านกาแฟอยู่ ๆ เอาปืนมายิง ไม่รู้ใครที่ไหนมายิง ซึ่งผมถือว่าพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดจาก นโยบายสมัยรัฐบาลท่านทักษิณ ผิดพลาดทําให้มีปัญหาถึงขนาดนี้ครับ ขับรถเครื่องไป ก็ถูกยิงเสียชีวิต เอาล่ะนี่พี่น้องประชาชนถามว่าคนเหล่านี้ได้ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาทไหมครับ ในกรณีของครูจูหลิงที่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสักครู่ ท่านเป็นคน ภาคเหนือไปสอนที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันหนึ่งถูกฆ่า ท่านไม่เคยมีปัญหากับใครเลยครับ แล้วครูจูหลิงซึ่งเป็นคนภาคเหนือไปเสียชีวิตจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท ไหมครับ ผมอยากจะถามหลักเกณฑ์อะไรไปให้กับกลุ่มคนที่ก่อม็อบในกรุงเทพมหานคร กับคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในกรณีนักเรียนนั่งรถมากับบิดา ผู้ปกครองมาส่งที่โรงเรียน ถูกยิงเสียชีวิตพร้อมกับบิดา คนเหล่านี้ได้ไหมครับ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท ในขณะที่กลุ่มครูอีก ๑๔๘ คนที่เสียชีวิตวันนี้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเขาเสียสละไปให้ความรู้กับ พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คนเหล่านี้จะได้ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาทไหมครับ สิ่งเหล่านี้นะครับ ทําให้คนจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความไม่พอใจรัฐบาลอีกส่วนหนึ่ง อีกหลายพันคนถามว่าถ้าจะจ่ายแล้วทําไมไม่จ่ายให้หมด ลองไปคิดดูสิครับ ทาง สมช. ลองไปคิดในกรอบความคิดให้ดีนะครับ วันนี้เป็นที่ทราบนะครับว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรมแล้วก็เลขาธิการ ศอ.บต. เป็นผู้ที่จะคัดกรอง ถ้าไม่ได้เรื่องนี้มันมีปัญหาอีกครับ มันจะเป็นการสสร้างความหนักอกให้กับคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่ารัฐบาลนี้ขึ้นมาด้วย กลุ่มคนของกลุ่มหนึ่งที่ไปก่อม็อบแล้วมาเป็นรัฐบาล หรือคนทางโน้นมันไม่ใช่เป็นคน กลุ่มเดียวกันเลยไม่ได้ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท ปัญหาทั้งหลายทั้งปวงนี้ไปเกิดไปทับถมอยู่ที่บ้านผมครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่พูดด้วยความจริงไม่ใช่เสแสร้ง ไม่ใช่มาให้ร้าย และปัญหาเหล่านี้ มันจะเกิด มันสร้างความไม่พอใจให้กับพี่น้องประชาชนอย่างชัดเจน ท่านประธานที่เคารพครับ แม้กระทั่งวันนี้เราต้องยอมรับครับว่าคนที่เสียชีวิตในจังหวัดชายแดนภาคใต้มากที่สุด ไม่ใช่ใครหรอกครับ พี่น้องประชาชนตาดํา ๆ ซึ่งเป็นคนที่ไม่มีอาวุธนี้ครับ ๔,๒๑๕ คน เสียชีวิต ในขณะที่ทหารเสียชีวิต ๓๕๑ คน ตํารวจ ๒๘๐ คน ครู ๑๔๘ คน พระ ๗ รูป แต่คนร้ายเสียชีวิตเพียง ๒๔๒ คน ท่านประธานที่เคารพครับ แม้กระทั่งผู้บาดเจ็บ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้ามีการเยียวยาต้องเยียวยาอย่างเท่าเทียมกันอย่าทําเป็น ๒ มาตรฐาน ผู้บาดเจ็บในจังหวัดชายแดนภาคใต้ท่านจะคิดอย่างไรครับ ๘,๙๔๑ คน ประชาชน ๕,๘๕๕ คน ทหาร ๑,๗๑๒ คน ตํารวจ ๑,๑๗๓ คน ครูและบุคลากรครูอีก ๑๔๔ ราย คนเหล่านี้จะได้รับการเยียวยาเพิ่มเติมอย่างไรบ้างครับ โต๊ะครู โต๊ะอิหม่าม ว่าอย่างไรครับ ท่านไปคิดไหมครับ ประเด็นเหล่านี้นะครับ สิ่งที่พี่น้องประชาชน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้สะท้อนมาถึงผม ผมอยากจะขออนุญาตนําสะท้อนให้ท่านรับทราบ อีกส่วนหนึ่งว่าประเด็นทั้งหลายทั้งปวง ผมพูดถึงเรื่องการเยียวยา ถ้าไม่ได้รับการเยียวยา อย่างเท่าเทียมกัน คนจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็อาจจะสร้างอีกส่วนหนึ่งให้มีปัญหาว่ารัฐบาลไม่ได้มีความจริงใจ กับแนวทางในการแก้ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างชัดเจน ก็จะเป็นอีก ๑ เงื่อนไข ใหญ่ ๆ ทั้งนั้นล่ะครับท่านประธาน ๗ เดือนนี้ ๔-๕ เงื่อนไขแล้วนะครับ อย่าว่าแต่ ไปแก้ปัญหาเลย ๗ เดือน ๓-๔ เงื่อนไขเพิ่มแต่ปัญหาขึ้นไปอีก ท่านประธานที่เคารพครับ แต่สิ่งที่ต้องยอมรับอยู่อย่างหนึ่ง การพูดคุยเพื่อสันติวิธี อันนี้พอไปได้ แต่ในทางปฏิบัติจริง ๆ การพูดคุยในทางสันติวิธี ผมว่าทุกรัฐบาลล่ะครับ เขาก็ทําอยู่แต่เขาไม่เปิดเผย แต่ไม่ใช่ การเจรจา ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เราต้องยอมรับครับว่าเป็นปัญหาภายในประเทศเรา

แต่สิ่งที่ผมเห็นอีกส่วนหนึ่งที่น่าจะมีข้อผิดพลาดหรือเป็นการล่อแหลม ต่อการรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรอีกส่วนหนึ่งก็คือ การนําสารวัตถุระเบิดมาจากประเทศ เพื่อนบ้าน ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเอกสารเหล่านี้หลุดไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน มีการแปลเอกสาร ไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน ถามว่าประเทศเพื่อนบ้านซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนของเรานี้นะครับ เป็นมิตรประเทศที่ดีมาก ไม่เคยมีปัญหากับประเทศไทยเลย วันนี้เรากําลังเพิ่มเชื้อไปว่า สารวัตถุระเบิดส่วนหนึ่งมีการลักลอบนําอาวุธในการก่อเหตุร้ายนี่นะครับ และวัสดุที่นํามาใช้ ประกอบระเบิด มาจากพื้นที่ในประเทศและภายนอกประเทศ เห็นไหมครับ ตรงหน้า ๙ ทําไมเวลาท่านไปเขียนท่านต้องไปโยงเรื่องเหล่านี้ไปเรื่องนอกประเทศ เท่าที่ผมดูนะครับ เท่าที่มีประสบการณ์ที่อยู่จังหวัดชายแดนภาคใต้นี่มันเป็นเรื่องภายใน และวัสดุต่าง ๆ ในการ ประกอบวัตถุระเบิดสามารถหาได้ทั้งนั้นละครับ อย่าไปโยงได้ไหม ตัดข้อความนี้ออกได้ไหมครับ ประเทศเพื่อนบ้านเราให้ความร่วมมือกับประเทศไทยมาตลอด อย่างนี้ทําให้ผมมีความเข้าใจว่า วันนี้รัฐบาลภายใต้การนําของท่านยิ่งลักษณ์วันนี้กําลังจะนําปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ นําไปสู่การเจรจาและการพูดคุยในระดับต่างประเทศใช่ไหมครับ เกือบทุกเรื่องไปโยงทําไม กับต่างประเทศ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องของภายในประเทศยืนยัน ท่าน สมช. ครับ ท่านลองอ่านข้อความใน (๔) บรรทัดที่ ๔ ครับ ท่านตัดข้อความนี้ได้ไหมครับ มันเป็นการ ล่อแหลมมากในการที่นําเอกสารนี้ออกไปสู่สาธารณะ และความร่วมมือของประเทศ เพื่อนบ้านซึ่งอยู่ด้านชายแดน ให้ความร่วมมือกับทุกรัฐบาล ใครมาเป็นรัฐบาลท่านก็ให้ ความร่วมมือครับ แต่สิ่งที่เราต้องพูดถึงอย่างหนึ่งที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงว่าท่านนายกรัฐมนตรี ประเทศเพื่อนบ้าน ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม พูดถึงในเรื่องสิทธิมนุษยชน ประเด็นเหล่านี้ ต่างหากที่เป็นความสําคัญ ประเด็นสิทธิมนุษยชนเหล่านี้ท่านต้องให้ความสําคัญว่า การละเมิดสิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้วันนี้กลไกของรัฐต้องควบคุมให้ดี ท่านต้องมีนโยบายกําชับอย่างชัดเจนให้ทําเหมือนสมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ ให้มีการควบคุม กลไกของรัฐ อย่าทําอะไรนอกกรอบ ถึงแม้จะเป็นกลไกบางส่วนเล็ก ๆ แล้วจะทําให้มีปัญหา กับพี่น้องประชาชนและให้ฝ่ายตรงกันข้ามนําไปขยายผล ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตท่านประธานว่าในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เราก็ต้องยอมรับ อย่างตรงไปตรงมาว่า การขับเคลื่อนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาที่มันเกิดที่สําคัญที่สุด วันนี้คือเท่ากับการควบคุมพื้นที่ถ้าฝ่ายกองกําลังในพื้นที่ที่ไปดูแลจังหวัดชายแดนภาคใต้ ฝ่ายกองกําลังจะกระทําได้เพียงแต่ควบคุมพื้นที่ที่มีปัญหาที่เกิดเหตุ ให้สามารถควบคุม อยู่ในพื้นที่เท่านั้นเอง กองกําลังไม่สามารถจะควบคุมพื้นที่ได้ทั้งหมดเลยครับ แต่สิ่งที่สําคัญ วันนี้คือปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องไปคิดและทบทวนกันให้ดีว่าการก่อเหตุแต่ละครั้ง วันนี้มันไม่ได้เกิดเหตุในหมู่บ้าน ส่วนใหญ่จะก่อเหตุและเกิดเหตุในพื้นที่ซึ่งมีด้านเศรษฐกิจ มีความเจริญด้านเศรษฐกิจคือตัวเมือง ถามว่าท่านต้องมีนโยบายและสั่งไปที่หน่วยฝ่ายกองกําลัง ไปคิดรูปแบบมาให้ดีครับ โดยไม่ต้องกระทบวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของเขา จะควบคุมพื้นที่ ในตัวเมืองได้อย่างไร ผมไปดูในเอกสารทั้งหมดที่ผมมีอยู่นี่นะครับ ความถี่ของการที่ เกิดเหตุการณ์ทั้งหมดนี่มันเกิดความถี่ในตัวเมืองทั้งนั้นเลยครับ และทําไมเราวันนี้มีทั้งกําลังพล มีทั้งเงิน มีทั้งงบประมาณ มีทั้งอาวุธ ทุกอย่างพร้อม แล้วทําไมจึงไม่สามารถ ควบคุมเหตุการณ์ซึ่งเกิดเหตุความรุนแรงได้ ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างนี้ สมช. ต้องคิดละครับ ทาง สมช. ต้องไปคิดแล้วก็ไปผนึกให้ได้ว่าฝ่ายความมั่นคง ที่ไปดูแลในด้านความมั่นคงต้องไปคิดเรื่องแบบให้ดี ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อีกหลายเรื่องที่จะต้องวิพากษ์วิจารณ์ แต่ผมเชื่อว่าเนื้อหาต่าง ๆ เหล่านี้มีเพื่อนสมาชิก ในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะพูดอีกเยอะครับ สิ่งที่กระผมต้องใช้เวลานานก็ต้องขออภัย เพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาลและท่านผู้มาชี้แจงด้วยว่านี่คือความตั้งใจจริงที่ผมพูด ไม่ได้ มีการใส่ร้าย และพูดบนพื้นฐานของความเป็นจริง วันนี้คนจังหวัดชายแดนภาคใต้มี ความว้าเหว่ต่อนโยบายของรัฐบาล และไม่เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์เลยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ