สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๕

กษิต ภิรมย์ หารือเรื่องนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ และวิพากษ์วิจารณ์เอกสารนโยบายที่ไม่มีความต่อเนื่องและเป็นเพียงทฤษฎีเท่านั้น รัฐบาลได้ดำเนินการหลายอย่างเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมที่มีหลายศาสนาและหลายเชื้อชาติในภาคใต้ เช่น การจัดตั้งสํานักงาน ศอ.บต. การประชุมสภาที่ปรึกษาที่มีผู้แทนจากภาคประชาชน ภาคประชาสังคม และภาคศาสนา การจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาพื้นที่พิเศษ และการมอบเงินงบประมาณ 60,000 ล้านบาท เพื่อการดำเนินการโครงการที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสังคมในภาคใต้

นายกษิต ภิรมย์ บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธาน ทีแรกผมนึกว่า จะต้องกลับบ้านแล้วครับ เพราะฉะนั้นผมจะไม่ใช้เวลานาน ท่านประธานครับ ผมได้อ่าน เอกสารนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ ในฐานะเป็นสมาชิกรัฐสภา พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ แล้วก็อดคิดถึงท่านถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการ สมช. ไม่ได้ ถึงความเป็นมืออาชีพของท่าน เพราะถ้าเผื่อว่าเป็นเอกสารที่อดีต เลขาธิการ สมช. เขียน ผมคิดว่าคงจะมีความหนักแน่นแล้วก็มีความต่อเนื่อง ผมก็หวังว่าสิ่งที่ผม จะวิพากษ์วิจารณ์ต่อไปนี้คงจะทําให้ท่านเลขาธิการ สมช. คนใหม่เปลี่ยนจากมือสมัครเล่น เป็นมืออาชีพ และทําไมผมถึงคิดว่ามันยังสมัครเล่น เพราะว่าเอกสารที่เขียนมานั้นค่อนข้าง จะผิวเผินขาดความต่อเนื่องจากอดีต แล้วก็ที่สําคัญก็คือว่ามันจะเป็นทฤษฎีมากกว่าเป็น นโยบาย เพราะว่าถ้าเผื่อเป็นนโยบายจริง ๆ แล้วมันก็ควรจะมีการพูดถึงเป้าหมาย ทิศทาง แล้วก็มาตรการหลัก ๆ แต่อ่านแล้วก็ไม่ใช่ ก็เป็นทฤษฎีที่สวยงาม เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะ ขอเน้นเรื่องความต่อเนื่องจากอดีตที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เพราะมันจะได้รู้ความเป็นไปเป็นมาและมันจะได้ต่อเนื่องได้ ไม่อย่างนั้นเอกสาร พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ จะเป็นเอกสารที่ลอยอยู่ในอากาศ แล้วก็เพื่อให้ความต่อเนื่องนั้นเมื่อกี้นี้ ท่านดอกเตอร์กนกแล้วก็คุณเจะอามิงเพื่อน ส.ส. ของผมก็ได้พูดไว้แล้ว ผมเพียงอยากจะ ขอเสริมบางประเด็นเพื่อให้มันหนักแน่น แล้วก็จะได้ช่วยในการที่จะปรับตัวเอกสารนโยบาย หรือในการที่จะไปเขียนมาตรการว่าภายในช่วง ๓ ปีต่อไปนี้จะทําอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอัน เพื่อที่จะนําสันติภาพสันติสุขแล้วก็ความมั่งมีมั่งคั่งกลับมาสู่ภาคใต้ได้นะครับ

ประเด็นแรก ที่มันเป็นผลงานของรัฐบาลที่แล้วคือการออกพระราชบัญญัติ ศอ.บต. มีการตั้งสํานักงาน ศอ.บต. แล้วก็มีสภาที่ปรึกษาที่มาจากภาคประชาชน ภาคประชาสังคม และภาคศาสนาเป็นสําคัญ นอกจากนั้นแล้วก็มีคล้าย ๆ คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจภาคใต้ หรือว่าคณะกรรมการพัฒนาพื้นที่พิเศษ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีการประชุมเป็นประจํา แล้วก็ยังมีงบประมาณ ๓ ปีอีก ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท มีสภาพัฒน์เป็น เลขาธิการของงบประมาณอันนี้ แล้วก็ของคณะกรรมการพัฒนาภาคใต้หรือ ครม. ภาคใต้ด้วย แล้วก็การดําเนินการโครงการภายใต้งบประมาณพิเศษอันนี้ก็ไม่ได้เป็นการเพ้อฝันของ ฝ่ายการเมืองหรือว่าของฝ่ายข้าราชการประจํา แต่มาจาก ๔ เสาหลัก คือทางภาคประชาชน ภาคศาสนา ภาคประชาสังคม แล้วก็ฝ่ายผู้นําท้องถิ่นเพื่อมาช่วยกันคิดที่จะร่างโครงการ เพื่อจะนําพาการพัฒนาภาคใต้ให้บรรลุเป้าหมายต่าง ๆ เหล่านี้ นอกจากนั้นแล้วก็ได้มีการยก ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยกฎหมายชารีอะห์ที่เกี่ยวกับมรดก ที่เกี่ยวกับประเด็นปัญหาของ ครอบครัว รวมทั้งการที่จะให้ศาลยุติธรรมนั้นก็ประกอบไปด้วยผู้รู้กฎหมายศาสนาอิสลาม เป็นหลัก แล้วก็มีโครงการที่จะเชื้อเชิญให้ผู้ที่ถูกกล่าวหานั้นมามอบตัวแล้วก็เข้าโรงเรียน ฝึกอบรมเพื่อที่เขาได้กลับมาเป็นพลเมืองที่ดีแทนที่เขาจะต้องติดคุก ติดตะราง หรือจะต้อง ไปสู่กระบวนการยุติธรรม มีโครงการในการที่จะใช้งบเยียวยาให้มันเป็นกิจจะลักษณะทั่วถึง แล้วก็ต่อเนื่อง มีโครงการฝึกอบรมข้าราชการโดยเฉพาะทหาร ตํารวจ ในเรื่องกฎหมายว่าด้วย สิทธิมนุษยชน ทํากันระหว่างกระทรวงยุติธรรม ภาคประชาสังคม แล้วก็องค์การระหว่าง ประเทศ เช่น กาชาดสากลต่าง ๆ เหล่านี้ มีการประสานงานในเรื่องของกิจการฮัจญ์ให้มันดีขึ้น ที่กระทรวงการต่างประเทศก็ได้มีการเปิดสาขาสถานกงสุลฮัจญ์ที่เมืองเจดดาห์ แล้วก็เมืองเมกกะ มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงวัฒนธรรม แล้วก็ สํานักงาน ศอ.บต. นอกจากนั้นแล้วก็มีโครงการในการที่จะเปิดโลกทัศน์ของผู้นําท้องถิ่น นิสิตนักศึกษา ผู้นําทางศาสนาต่อโลกกว้าง โดยการจัดทุนผ่านกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับ ศอ.บต. ไปดูงานในต่างประเทศว่าสังคมที่หลากหลาย พหุสังคมต่างศาสนานั้น จะเป็นที่ประเทศแคนาดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย ประเทศออสเตรเลียเขาอยู่กันอย่างไร นอกจากนั้นแล้วเราก็ได้เชิญผู้นําทางศาสนาของ ประเทศอียิปต์ รองนายกรัฐมนตรีของประเทศคูเวตที่ดูแลเรื่องศาสนามาที่ประเทศไทยลงไป ที่ภาคใต้เพื่อจะได้ไปแสดงให้ข้อมูลวิสัยทัศน์ต่าง ๆ ว่าสังคมที่มีหลายศาสนา หลายเชื้อชาติ เขาอยู่กันอย่างไร นอกจากนั้นแล้วการพบปะระหว่างนายกรัฐมนตรีของประเทศมาเลเซีย ของประเทศไทยก็ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่กรุงเทพมหานคร แต่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้พา ท่านนายกรัฐมนตรีนาจิบลงไปที่ภาคใต้แล้วไปเน้นในเรื่องของการเป็นสังคมสันติ ปฏิเสธการใช้ ความรุนแรงการตีความทางด้านศาสนาเพื่อความรุนแรงนําไปสู่การฆ่าฟันกัน ตัวกระผมเอง ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้นําคณะทูตทุกสถานทูตที่กรุงเทพฯ ผมนําไป ๔ ครั้ง ไปดูภาคใต้เพื่อเขาได้เห็นสภาพความเป็นจริง ในขณะเดียวกันทางผู้นํา ทางท้องถิ่น แล้วก็ผู้นําทางศาสนานั้นจะได้พบปะและได้รับฟังคณะทูตานุทูตด้วย เป็นการ แสดงถึงความเปิดใจ เปิดกว้างให้เขาได้เห็นจริงเห็นจังว่าอะไรเป็นอะไร เขาสามารถที่จะ สอบถามผู้นําทางศาสนา ผู้นําทางภาคประชาชนได้อย่างเต็มที่ได้เห็นกับตาจับต้องได้ นั่นเป็นเรื่องที่เราได้ดําเนินการภายในประเทศไทย ภายนอกประเทศตัวกระผมเองได้ไปประชุม รัฐมนตรีต่างประเทศของโอไอซี ๒ ครั้งด้วยกันที่ประเทศทาจิกิสถาน ที่ประเทศคาซัคสถาน แล้วก่อนหน้านั้นผู้ช่วยรัฐมนตรีคุณพินิจก็ได้ไปประชุมที่ประเทศซีเรียและเราก็ได้มีการข้องแวะ กับสํานักเลขาธิการโอไอซีอย่างต่อเนื่อง แล้วก็ได้มีการไปพบปะกับผู้นําของประเทศ โลกมุสลิมในเคียงข้างของการประชุม จะเป็นของการประชุมผู้ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดนาม (NAM) การประชุมของกลุ่มประเทศเอเชียกลางซีกา (CICA) หรือว่าแม้กระทั่งการประชุมของ โอเอสซีอี (OSCE) ซึ่งมีสํานักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเวียนนาทางด้านความมั่นคงของยุโรปแต่ว่า เขามีสัมพันธภาพแล้วเราไปประเทศผู้สังเกตการณ์นะครับ นอกจากนั้นแล้วเราก็มีการ จัดการประชุมกลุ่มประเทศจีซีซี (GCC) การจัดการประชุมโลกอาหรับกับเอเชียที่ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นโอกาสในการที่เราจะได้ชี้แจงความเป็นไปในสังคมที่เปิดกว้าง สังคมประชาธิปไตย สังคมที่ชาวไทยมุสลิมทุกคนมีสิทธิเสรีภาพเทียบเท่ากับคนไทยอื่น ๆ เป็นการเสริมสร้างความเข้าอกเข้าใจ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มิได้สะท้อนอยู่ในเอกสารที่ทาง สํานักเลขาธิการ สมช. ได้ทําขึ้นมา มันก็เลยทําให้ไม่ทราบไว้แล้วในการต่างประเทศที่เรา จะต้องชี้แจงต่อไป เสริมสร้างความสัมพันธ์ ความไว้เนื้อเชื่อใจ ความเคารพต่อเกียรติภูมิของประเทศไทยต่าง ๆ เหล่านี้มันอยู่ที่ไหน นอกจากนั้นแล้วมันก็มีประเด็นที่มันค้างคาใจโลกอิสลาม ทั้งภายใน แล้วก็นอกประเทศ จะเป็นกรณีของตากใบ กรือเซะหรือสะบ้าย้อย ก็เป็นสิ่งที่เขายังติดใจอยู่ เขาก็อยากจะดูกระบวนการยุติธรรมจะไปถึงไหนเพื่อให้เกิดการปรองดอง แล้วก็เกิดการ เยียวยาที่ครบถ้วน ทั้งในเรื่องเงินทอง แล้วก็ในเรื่องของกระบวนการยุติธรรม นอกจากนั้น แล้วก็ยังคาใจเพราะว่ากฎอัยการศึกก็ดี พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินก็ดีนี้ จะทําให้ภาคใต้เสมือนว่าถูกปกครองโดยรัฐทหาร เขาเรียกว่าเป็นมิลิทารี ออคคิวเพชั่น (Military occupation) ผมขอโทษใช้คําภาษาอังกฤษนิดหน่อย และเราจะปรับอย่างไร นอกจากนั้นแล้วเราก็มีประเด็นปัญหาของงานข่าวกรองซึ่งเราได้ล้มเหลวแล้วก็ไม่ได้ มีการประสานงานกัน แล้วก็มีการที่จะใช้เทคโนโลยีในการที่จะสืบราชการลับตรวจสอบ การเคลื่อนไหวของขบวนการติดอาวุธอย่างไรนะครับ นอกจากนั้นแล้วเราก็ยังมีประเด็น ปัญหาในการที่จะปรับโครงสร้างภายในของเราเพื่อให้มีการกระชับความร่วมมือระหว่าง ศอ.บต. กับทางฝ่ายทหาร แล้วผมก็ไม่แน่ใจ เอกสารนโยบายที่ได้ทําขึ้นมานั้น ทางสภากลาโหมได้ พิจารณาเห็นชอบแล้วหรือไม่ หรือว่าทางฝ่ายพลเรือน โดย สมช. อยากจะเขียนอะไร ก็เขียนขึ้นมา ฝ่ายทหารก็ไปทําอีกอย่างหนึ่ง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันไม่ได้มาแจงในที่ชัดเป็นที่แจ้งว่า ได้มีการประสานงานแล้วก็เคลียร์ (Clear) เรื่องต่าง ๆ แล้วหรือยัง

ส่วนประเด็นสุดท้าย ก็คือว่าผมดูแล้วว่ามันเป็นเอกสารทฤษฎี ก็เสมือนว่า เอกสารนี้ได้ไปผ่านที่สภา สมช. ที่มีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แล้วต่อมาก็มาที่ ครม. ก็คิดว่าเป็นการพิจารณาให้มันผ่าน ๆ ไป เป็นเอกสารทฤษฎี ใจไม่ได้อยู่ที่สภา สมช. ใจไม่ได้ อยู่ที่ ครม. แล้วผมเองก็มีข่าวว่าจะมีการย้ายผู้อํานวยการ ศอ.บต. เสมือนว่าไปเอาซี ๑๑ ที่นั่น แล้วก็เด้งมา มันก็อาจจะเป็นการสะท้อนความไม่จริงจังจริงใจของรัฐบาลในการที่จะให้มี ความต่อเนื่องในการที่จะนําสันติภาพกลับมาสู่ภาคใต้ ผมคิดว่าประเด็นสั้น ๆ เหล่านี้ที่ผมได้ พูดสั้น ๆ บวกกับที่ดอกเตอร์กนกก็ดี ท่านเจะอามิงก็ดีได้พูดไว้คงจะนําไปสู่การปรับเอกสาร อันนี้ให้มันกระชับและให้เป็นนโยบาย แล้วก็มีมาตรการที่แน่ชัดอย่างแท้จริง เพื่อสันติสุข แล้วก็สันติภาพที่จะเกิดขึ้นในภาคใต้ ขอขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ