สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๕

ฮอชาลี ม่าเหร็ม หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะปัญหาการก่อการร้ายและความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่นั้น และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดให้มีการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและไม่เหมือนกับในสมัยก่อน

นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สตูล

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเป็น ส.ส. มาจากจังหวัดสตูล ซึ่งเป็นหนึ่งใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ก็ขอเรียน กับท่านว่าเป็นพื้นที่ที่มีความสงบทั้ง ๆ ที่มีวัฒนธรรม มีประเพณี มีวิถีชีวิตที่เหมือนกันกับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ในพื้นที่ของจังหวัดสตูลนั้นไม่เคยเกิดเหตุการณ์ในทํานอง ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้แม้แต่ครั้งเดียวนะครับ ตรงนี้เป็นเรื่องที่ทาง สมช. น่าจะได้ลงไป วิจัย ลงไปศึกษาว่าทําไมพื้นที่จังหวัดสตูลพี่น้องมุสลิม ๘๐ เปอร์เซ็นต์ทุกอย่างทําไมจึงไม่เกิด เหตุการณ์ตรงนี้นะครับ นั่นก็เป็นเพราะว่าเท่าที่ผมอยู่ในพื้นที่มานี้ภาครัฐไม่เคยไปสร้าง เงื่อนไขในพื้นที่ของจังหวัดสตูล แต่จะไปสร้างเงื่อนไขในพื้นที่ของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ความจริงแล้วเงื่อนไขตรงนี้นั้นได้ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัย จอมพล ป. ที่เริ่มจริง ๆ ก็คือการที่เอา ส.ส. ในพื้นที่จังหวัดปัตตานีแล้วก็ผู้นําศาสนาในปัตตานีก็คือหะยีสุหลง ไปถ่วงน้ํา ไปถ่วง ที่ไหนครับ ไปถ่วงน้ําที่หัวเขาใหญ่ที่จังหวัดสงขลาและจนกระทั่งมาบัดนั้น ชาวปัตตานี ต้องการคําตอบว่าคุณหะยีสุหลงศพของเขาถูกถ่วงน้ําที่ไหน ทางราชการตอบไม่ได้ ซึ่งเกิดขึ้น ในสมัยของยุค จอมพล ป. แล้วก็เช่นกันนะครับ โจรมลายู โจรภาคใต้นั้นก็เป็นจําเลย ในหลาย ๆ สถานการณ์ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าทองอินทร์ ภูริพัฒน์ แล้วก็วีรบุรุษ ในภาคอีสาน ๓-๔-๕ ท่านที่เป็น ส.ส. ในสภาของเราที่เสียชีวิตที่ตายไปที่กรุงเทพฯ คนที่ถูก บอกว่าเป็นจําเลยในการสังหาร ส.ส. ที่เป็นวีรบุรุษของประเทศที่มาจากภาคอีสานคือใครครับ ก็คือโจรมลายู ทั้ง ๆ ที่มันอยู่ห่างไกลกันหลายพันกิโลเมตร แต่ว่ามันเป็นคําตอบที่บอกว่า อะไรที่มันน่าเกลียดน่ากลัวก็โยนให้โจรมลายู ความรู้สึกตรงนี้มันก็เลยสั่งสมเหมือนกับที่ เพื่อน ส.ส. บอกว่ากลัวทั้งโจรคอมมิวนิสต์ แล้วก็กลัวทั้งโจรมลายู เพราะสังคมเราถูก ยัดเยียดให้เกลียดในสิ่งเหล่านั้น ท่านประธานที่เคารพครับ มันจึงกลายเป็นที่มาของ ปัญหาว่าส่วนราชการไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดหรือว่าข้าราชการที่มาจากแดนไกล ถ้าถูกส่งไปรับราชการในพื้นที่จังหวัดสตูล จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส ความรู้สึกก็คือว่าไม่อยากจะอยู่แล้วก็อยากจะย้ายกลับมาอยู่ในส่วนกลาง นั่นคือปัญหา ที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นคนที่เป็นตัวสร้างปัญหาจึงถูกส่งมาอยู่ในพื้นที่ของ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ แล้วก็ ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้มาโดยตลอด และเป็นปัญหาที่สั่งสมมาตลอด แต่ในทุกยุคทุกสมัยทุกรัฐบาลที่ผ่านมาก็ได้มีการแก้ไขปัญหา พยายามที่จะเอาชนะใจมวลชน เอาชนะใจคนโดยใช้วิธีการเมืองนําการทหาร เรามีองค์กรที่จะบริหารในพื้นที่อย่างเป็น กรณีพิเศษก็คือ ศอ.บต. ซึ่งตั้งในสมัย พลเอก เปรม รัฐบุรุษของเมืองไทย ตั้งมาในสมัย พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมในการบูรณาการการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ มี พตท. ๔๓ แล้วก็ทุกอย่างอยู่ภายใต้การบริหารของหน่วยงานเหล่านี้ สถานการณ์ มันก็เริ่มดีขึ้น ดีขึ้น ดีขึ้น อาจจะมีการวางระเบิด อาจจะมีการจับเรียกค่าไถ่บ้างแต่ไม่รุนแรง พยายามที่จะรักษาสิ่งเหล่านี้มาตลอดทุกยุคทุกสมัย เพื่อนสมาชิกก็บอกว่าใครมาเป็น นายกรัฐมนตรีก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ ยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก แต่ทุก นายกรัฐมนตรีที่มามีการซ้ําเติมปัญหาไม่เหมือนกันแต่ละคนเช่นกัน เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลก ที่ข้อมูลของนโยบายเล่มนี้จึงเขียนชัดว่าความรุนแรงที่มันเริ่มต้นในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งพวกเรา ก็รู้แล้วก็เจ็บปวดไม่อยากจะรื้อฟื้นแต่มันถูกบันทึกเอาไว้เป็นประวัติศาสตร์ในนโยบายของ การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าความรุนแรงซึ่งมันมีมาก่อนแต่ไม่ถูกระบุ แต่มาถูก ระบุในปี ๒๕๔๗ เพราะว่านโยบายในยุคนั้นต่างกันสิ้นเชิงกับนโยบายหลาย ๆ รัฐบาลที่ผ่านมา การอุ้มฆ่าเกิดขึ้น ในสมัยนั้น การสั่งเก็บแล้วก็บอกว่าจํานวนโจรมีกี่ร้อยคน แล้วก็สั่งให้เก็บตามจํานวนนั้น ๓ เดือนจบ นั่นคือการส่งสัญญาณนโยบายที่ผิด ก็เลยทําให้ผู้ปฏิบัติจะเป็นตํารวจ จะเป็น ทหารในพื้นที่ก็ต้องสนองนโยบายของผู้นํารัฐบาลในยุคนั้น มันก็เลยกลายเป็นไฟที่มันลุกโชน ขึ้นมา ผมเห็นด้วยที่ท่านได้เขียนระบุเอาไว้ ปี พ.ศ. อย่างชัดเจน นั่นเป็นเพราะนโยบาย ที่เขียนขึ้นมา นโยบายที่ออกมายุคนั้นรุนแรงมาก แล้วก็เป็นการซ้ําเติมสถานการณ์สั่งสม มาเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของตากใบหรือกรือเซะ แล้วก็การล้มตาย ๘๐ กว่าศพที่ตากใบ ผมเองก็เคยเป็นกรรมการอิสลามประจําจังหวัดสตูล และเคยเป็นกรรมการกลางอิสลาม แห่งประเทศไทย ปัญหานี้ได้ถูกหยิบยกในที่ประชุมของกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย เพราะว่าจากเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นที่ตากใบนั้น ซึ่งไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้น ซึ่งไม่มีใคร อยากจะให้เกิดขึ้น แต่มันทําให้การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องถอยหลังไป อย่างน้อยอีก ๒๐ ปี ได้กลายมาเป็นปัญหาในรัฐบาลยุคหลัง ๆ รวมถึงรัฐบาลชุดนี้จะต้องมา ช่วยกันแก้ไขทําให้มันค่อย ๆ เย็นลง แล้วก็ยังมีการซ้ําเติมสถานการณ์ในยุคนั้นด้วยก็คือว่า การที่จะบอกว่าให้ปิดโรงเรียนปอเนาะ ซึ่งโรงเรียนปอเนาะเป็นที่ที่สอนให้คนทําความดี เป็นที่ที่เรียนศาสนา แล้วก็ไม่เคยเกิดปัญหา แล้วก็สั่งให้ปิดโรงเรียนปอเนาะ แล้วก็ยังมี การเสนอในสภาผู้แทนราษฎรของเราตรงนี้ด้วย มีการแถลงข่าวอย่างชัดเจนเป็นตัวแทนของ สภาซึ่งลงไปศึกษาปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็คือต้องการที่จะให้นําคนภาคอื่น ซึ่งไม่ใช่ ๓ จังหวัดไปอยู่ที่นั่นให้เยอะ เพื่อไปแต่งงานแล้วก็จะได้กลมกลืน มันจะได้ไม่เป็นมลายู ที่แบ่งแยกดินแดน นี่คือสิ่งที่มันเป็นการผิดนโยบายออกมาที่ต่างกัน เพราะฉะนั้นหลังจากที่ เรามี ศอ.บต. แล้ว แล้วก็เรามีการกําหนดอย่างชัดเจนในมาตรา ๔ บอกว่าจะต้องมีการทํา นโยบายขึ้นมา เพราะฉะนั้นรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลนี้หรือรัฐบาลไหนต่อไปก็จะต้องมี นโยบายตัวนี้เป็นบรรทัดฐาน ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนกลับไปเป็นนโยบายโจรกระจอก หรือนโยบายอุ้มเก็บฆ่าต่าง ๆ จะต้องยึดถือตรงนี้เป็นคัมภีร์ในการที่จะเดินงานในปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเองก็เห็นใจนะครับว่าหน่วยปฏิบัติในพื้นที่กับนโยบายที่ลงมา จากข้างบนนั้นค่อนข้างที่จะไม่สอดประสานกัน คนที่ปฏิบัติงานในพื้นที่นั้นยังกังวลอยู่ว่า การนํานโยบายไปปฏิบัติจะมี ศอ.บต. เป็นตัวนํา หรือจะให้ฝ่ายทหารเป็นตัวนํา เพราะทางรัฐบาล ก็พยายามที่จะให้มีองค์กรอีกองค์กรหนึ่ง ตั้งขึ้นมาใหม่อีกองค์กรหนึ่ง แล้วก็มีการบูรณาการ การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้ท่านแม่ทัพกองทัพภาคที่ ๔ เป็นตัวนํา นําทั้ง ในความมั่นคงและนําทั้งในการพัฒนาการใช้งบประมาณ ซึ่งจะลงไปใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นั่นหมายความว่างบประมาณก็ต้องไปอยู่ในทหารเหมือนกัน ตรงนี้เป็นสิ่งที่มีความกังวล ทั้ง ๆ ที่นโยบายก็ออกมาอย่างดี แล้วก็โครงสร้างถูกออกแบบ ถูกดีไซน์ (Design) ออกมาดี แต่ว่าเริ่มจะมีการเบี่ยงเบน สิ่งเหล่านี้อยากจะฝากทาง สมช. ซึ่งท่านเป็นหน่วยงานที่ปฏิบัติ ในพื้นที่ขอให้มีความมั่นคงในแนวทางที่เราได้สร้างตรงนี้มา ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นนอกเหนือจากปัญหาความมั่นคงแล้ว ยังมีปัญหาของ การพัฒนาในพื้นที่ ในหลายยุคหลายรัฐบาลที่ผ่านมาเราได้มีการเอาใจใส่ให้ความเป็นพิเศษ ในการพัฒนาในพื้นที่ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ความจริงแล้วศักยภาพของคนในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ดูว่าด้อยการศึกษา แต่ว่ายังมีศักยภาพความสามารถในเชิง การศึกษาที่ภาคกลางไม่มี ที่ภาคอื่นไม่มี ทําไมเด็กใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้พูดอาหรับได้ ทําไมกระทรวงศึกษาธิการจึงไม่ใช้ศักยภาพของเด็กที่จบ ม. ๖ ที่พูดภาษาอาหรับได้นํามาใช้ ประโยชน์ในการเป็นล่าม เป็นผู้ที่ทํางานในเรื่องของภาษาอาหรับกับโลกอาหรับ กับคนป่วย โลกอาหรับที่มารักษาที่โรงพยาบาลใหญ่ ๆ ที่กรุงเทพฯ มาใช้ประโยชน์ในกิจการของการบิน หรือว่าการจัดการการบินให้เกี่ยวข้องกับพวกที่อยู่ตะวันออกกลาง ซึ่งเราสามารถจะนําศักยภาพตรงนี้ ผมเองจบชั้น ๑๐ พูดภาษาอาหรับได้ในสมัยนั้น แต่ตอนนี้ ก็ลืมแล้ว ในสมัยที่จบผมเรียนที่โรงเรียนตาดีกาอาดียะห์ที่จังหวัดนราธิวาสจบชั้น ๑๐ จบ ม. ๖ ด้วย แต่ว่าผมก็พูดภาษาอาหรับได้เพราะมีการเรียนทั้ง ๒ ด้านก็คือทางด้านศาสนา แล้วก็ทางด้าน สามัญ ตรงนี้รัฐบาลควรจะนําเอาศักยภาพที่ไม่มีตรงนี้เอามาใช้ได้ และอีกอย่างหนึ่ง ณ ตอนนี้ก็คือเราต้องการที่จะผลิตอาหารเป็นครัวโลกในเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ อาหารฮาลาล เมื่อผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลนั้นสิ่งที่ต้องการจากโลกมุสลิมไม่ว่าจะเป็น ตะวันออกกลางหรือว่ายุโรปตะวันออก หรือว่าในพื้นที่ไหนที่เป็นพื้นที่มุสลิมสิ่งที่เขาต้องการ ก็คือความมั่นใจว่าฮาลาลจริงหรือไม่ ทําไมรัฐบาลไม่ตั้งคณะในมหาวิทยาลัย คณะฟู้ดไซน์ (Food science) วิทยาศาสตร์การอาหาร ซึ่งเด็กเหล่านี้ที่จบจากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา อิสลามเขารู้ในเรื่องของกระบวนการเชือด กระบวนการผลิตอาหารที่มันฮาลาลและสามารถ ที่จะสร้างความมั่นใจได้ ตรงนี้คือสิ่งที่เราสามารถที่จะริเริ่ม นี่คือข้อเสนอนะครับ พรรคฝ่ายค้าน นอกเหนือจากเราพูดข้อเท็จจริงที่มันเกิดขึ้นเรายังเสนอแนะต่อรัฐบาลให้ทําในสิ่งเหล่านี้ นั่นก็คือการพัฒนาเยาวชน เพราะเยาวชนเราเป็นห่วงเหลือเกิน เพราะตอนนี้เยาวชน ในภาคใต้นั้นถูกมอมเมาด้วยทั้งใบกระท่อม ทั้งในเรื่องของยาเสพติด ยาไอซ์ (Ice) สารพัด ทุกอย่างซึ่งมันแฝงเข้ามาในเรื่องของสถานการณ์ของ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จนกระทั่งว่า มันกลายเป็นหนึ่งปัจจัยที่มันเข้ามาแทรกแซงในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ นั่นคือสิ่งที่อยากจะเสนอแนะให้ทางรัฐบาลรับสิ่งเหล่านี้ไป แล้วก็ร่วมกันพัฒนาครับ แล้วก็ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มันสงบอย่างจังหวัดสตูลท่านก็อย่าลืมนะครับ อย่าคิดว่าสงบ แล้วท่านไม่ส่งงบประมาณลงไปตรงนี้ต้องช่วยกันดูแลอย่าให้คนที่สงบเขารู้สึกว่าเราน้อยใจ โครงการสนามบินของจังหวัดสตูลขอให้รัฐบาลได้เดินหน้าต่อ โครงการเจาะอุโมงค์เพื่อเชื่อม การส่งสินค้าความสัมพันธ์ระหว่างจังหวัดสตูลกับรัฐปะลิสของประเทศมาเลเซีย แล้วก็ สามารถจะออกไปได้จนถึงประเทศสิงคโปร์ ไปถึงประเทศบรูไน แล้วก็เชื่อมเป็นอาเซียน (ASEAN) ได้เราก็สามารถที่จะเปิดเกทเวย์ (Gateway) ทางด้านตรงนี้ได้ ก็ขอให้ทางรัฐบาล ช่วยกันลงไปดูแลโครงการใหญ่ ๆ เมื่อเรามีการพัฒนาเศรษฐกิจดีขึ้น การศึกษาดีขึ้น ผมก็ เชื่อมั่นเหลือเกินว่าในระยะยาวทุกอย่างก็จะดีขึ้นตามไปนะครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ