สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๕

เหวง โตจิราการ แสดงความเห็นชอบต่อนโยบายการบริหารและการพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเข้าใจปัญหาของภาคใต้และให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่เป็นสาเหตุของปัญหา และมีการส่งเสริมสนับสนุนการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการสนับสนุนเยาวชนและศาสนา การสนับสนุนการศึกษาวิชาสามัญและการสนับสนุนกีฬา และการเปลี่ยนแปลงเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบดูแลปัญหาภาคใต้จากทหารเป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจหรือพลเรือน เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคใต้

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียนท่านประธาน ก่อนนะครับว่าผมสนับสนุนและเห็นด้วยกับนโยบายการบริหารและการพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานแบ่งการ อภิปรายของผมเป็น ๒ ส่วน ซึ่งน่าเสียดายที่มีเวลาน้อยมากนะครับ ดังนั้นผมก็จะพยายาม ที่จะรวบรัด ส่วนแรกก็คือต้องกราบเรียนท่านประธานก่อนนะครับว่านโยบายเล่มนี้จะต้องอ่าน ให้ละเอียดนะครับแล้วท่านจะเห็นว่าคนทํานโยบายเขาเข้าใจปัญหาภาคใต้ได้ดีครับ แล้วคิดว่า ถ้าใครต้องการให้คําแนะนํามากกว่านี้ก็น่าจะนําเสนอในเชิงสร้างสรรค์ แต่ผมดูแล้วนะครับ เริ่มตั้งแต่ความนําเป็นต้นมาไปจนถึงสถานการณ์ในภาพรวมผมเห็นว่าผู้จัดทํานโยบายนี้ เขาสามารถเข้าใจปัญหาในภาคใต้ได้อย่างดี อย่างเรื่องความนําท่านก็บอกนะครับว่า ท่านเขียนนโยบายเรื่องนี้จากความจําเป็นตามมาตรา ๔ ของพระราชบัญญัติบริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการทํานโยบายอันนี้ท่านให้ความสําคัญกับการมีส่วนร่วม อย่างกว้างขวางครอบคลุมนะครับ โดยมีการติดตามประสานงานจากภาครัฐและรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริงในเชิงลึก รวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงจากประชาชนทั้งชาวไทยมุสลิม ชาวไทยพุทธนะครับ ผู้นําศาสนา ผู้นําชุมชน รวมทั้งการรับฟังความเห็นจากคนไทยมุสลิมในต่างประเทศ ตรงนี้กราบเรียนท่านประธานนะครับ นี่แสดงถึงความใจกว้างนะครับ โปรดกรุณาอย่าไป ตีความว่าปัญหาของภาคใต้ลุกลามกลายเป็นปัญหาทางสากล มิได้ครับ เป็นการแสดง ความใจกว้างรับฟังทัศนะจากพี่น้องชาวไทยเราที่เป็นไทยมุสลิมในต่างประเทศ รับฟังความคิดเห็นจากสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ แล้วก็ให้ความสําคัญปัญหาที่เป็นรากเหง้าควบคู่กับปัญหาที่เป็นปรากฏการณ์ โดยพยายาม ที่จะมุ่งขจัดเงื่อนไขที่การใช้ความรุนแรงทุกระดับนะครับ ขณะเดียวกันในปัญหา เรื่องสถานการณ์ในภาพรวมคนเขียนก็เข้าใจนะครับว่ามีการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ เป็นต้นมา จากเดิมที่ส่วนใหญ่เป็นการทําของผู้ก่อความรุนแรงที่มีอุดมการณ์ต่างจากรัฐ แต่ในขณะนี้มีแรงจูงใจจากสัดส่วนอื่นที่มากขึ้น อย่างเช่น ความขัดแย้งในเรื่องผลประโยชน์ ของกลุ่มอิทธิพล ความแค้นจากอารมณ์เกลียดชังนะครับ ความแค้นจากเรื่องส่วนตัว ความรุนแรงยังส่งผลขยายตัวไปถึงอํานาจมืดธุรกิจผิดกฎหมาย ความบาดหมางของคน ต่างศาสนา และเกิดข้อจํากัดในการพัฒนาชีวิตของประชากรและอาจจะมีการแทรกแซง อาจจะเท่านั้นเองนะครับ อาจจะมีการแทรกแซงจากภายนอกประเทศได้มากขึ้น ตรงนี้ อย่าไปมองในแง่ร้ายนะครับ ต้องมองในแง่ดีที่ว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รัฐบาลของเรานี้เข้าใจ ปัญหาได้ตรงและมากขึ้นและครอบคลุมมากขึ้นนะครับ แล้วก็ยังมีปัจจัยเสริมที่เป็น แรงผลักดันให้มีปัญหาความรุนแรง ให้รุนแรงและมีความเข้มแข็งมากขึ้นก็คือใช้คําว่ากระแส นะครับ กระแสนี้ไม่ได้หมายถึงองค์กรหรือบุคคลนะครับ กระแสจากภายนอกมีกระแส ท้องถิ่นนิยม กระแสต่อสู้ด้วยแนวทางสุดโต่ง กระแสความขัดแย้งระหว่างตะวันตกกับโลกมุสลิม กระแสสิทธิทางการเมือง นี่เป็นการยกตัวอย่างเท่านั้นเองนะครับท่านประธาน น่าเสียดายจริง ๆ ถ้าผมมีเวลามากพอผมก็จะกราบเรียนท่านประธานในรายละเอียดว่าทําไมเราถึงต้องรับรอง นโยบายเล่มนี้ เพราะถ้าหากว่าผมกราบเรียนท่านประธานไปให้ละเอียดนี้ผมก็จะเสียเวลา ของผมในการอภิปรายสิ่งที่พิจารณาเห็นว่าสําคัญที่อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ทีนี้ผมอยากจะกราบเรียนเพิ่มเติมก็คือว่าภาครัฐนี้ตระหนักและเรียนรู้ที่จะเข้าใจ การเปลี่ยนแปลงและให้ความสําคัญในการแก้ไขเรื่องที่เป็นสาเหตุของปัญหา ดังนั้นจึงมีการ ปรับทัศนคตินะครับ วิธีคิดในการบริหารจัดการและตรงนี้ก็มุ่งเน้นเลยนะครับว่า ให้ความสําคัญสูงสุดต่อการส่งเสริมสนับสนุนการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายบนพื้นฐาน ของความไว้วางใจและการให้เกียรติเพื่อเสริมสร้างบรรยากาศของการยอมรับ การเห็นคุณค่า ของกระบวนการมีส่วนร่วม เห็นไหมครับท่านประธานครับ คือตรงนี้ตระหนักถึงความสําคัญ ของการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคฝ่ายแล้วนะครับ ยังมีการวิเคราะห์ถึงเงื่อนไข ความรุนแรงนะครับ เงื่อนไขระดับบุคคล เงื่อนไขในระดับโครงสร้างแล้วก็เงื่อนไขในระดับ วัฒนธรรม รวมถึงการพูดถึงกรอบแนวคิดของนโยบายการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนอย่างแท้จริงภายใต้ หลักยุทธศาสตร์พระราชทานนะครับ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา แล้วก็ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เปิดพื้นที่ร่วมกันและแปรเปลี่ยนการต่อสู้ด้วยความรุนแรงมาเป็นแนวทางการต่อสู้ด้วย สันติวิธีนะครับ และสร้างสมดุลระหว่างกัน สร้างอํานาจทางปกครอง และการบริหาร ราชการส่วนกลางกับส่วนพื้นที่ การเคารพสิทธิมนุษยชน การรับรู้และเข้าใจสถานการณ์ ที่เป็นจริงว่าปัญหาชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาร่วมกันของสังคมไทย และการมีส่วนร่วม ของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหา แล้วก็ต้องมีการดําเนินนโยบายภายใต้กลไกที่ประสาน สอดคล้องและส่งเสริมกันในทุกมิติอย่างสมดุล นี่ผมสรุปอย่างคร่าว ๆ นะครับ ทีนี้สิ่งที่ ผมอยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ก็คือว่าเราต้องมองปัญหา ในภาคใต้ในลักษณะที่ว่าเป็นปัญหาของการแย่งชิงประชาชน เป็นสงครามประชาชน เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานใน ๒ เรื่อง

อันที่ ๑ บุคลากรที่ลงไปทํางานในภาคใต้ผมต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานไม่ทราบเวลาจะพอหรือเปล่านะครับ ถ้าไม่พอก็ต้องกราบเรียนท่านประธาน ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้กรุณาไปค้นคว้า เพราะว่าล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๖ พระองค์ท่าน ทรงมีพระราชรัฐประศาสโนบายในการจัดส่งคนไปที่ภาคใต้ อันนี้ยังใช้ได้จนถึงปัจจุบัน น่าเสียดายที่ว่าผมมีเวลาน้อยนะครับ ดังนั้นจึงไม่สามารถจะกราบเรียนประธานได้ โดยละเอียดว่าพระองค์ท่านได้ทรงตราไว้อย่างไร มีทั้งหมด ๖ ข้อนะครับ ผมอยากจะ กราบเรียนเสนอนะครับว่า สมช. ควรจะตีพิมพ์เอกสารชิ้นนี้ในมือผม ขออนุญาต ท่านประธาน แต่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ ตีพิมพ์ในปกหลัง หรือในหนังสือทุกเล่มที่ให้กับ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ลงไปทํางานที่ภาคใต้ แล้วก็ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายช่วยกรุณาน้อมนํา อัญเชิญเอาพระราชรัฐประศาสโนบายของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๖ มาปฏิบัติอย่างจริงจัง คราวนี้ ประเด็นก็คือว่าการทําสงครามแย่งชิงประชาชน ที่สําคัญก็คือเราต้องพยายามที่จะแยกน้ํา ออกจากปลา หรือแยกปลาออกจากน้ํานะครับ ก็คือว่าเราต้องพยายามที่จะแยกประชาชน ออกจากกลุ่มคนที่ไม่ประสงค์ดีต่อประเทศชาติบ้านเมืองให้ได้ ที่จริงดูแล้วมีประชาชน อยู่ประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน ผมเพิ่งรวมตัวเลขจากสถิติของกรมการปกครอง ของปี ๒๕๕๔ นะครับ แต่ผมเข้าใจว่ามีคนที่ไม่ปรารถนาดีต่อบ้านเมืองมีในระดับพันคนเท่านั้นเอง คําถามคือทําไมเราไม่สามารถที่จะแยกประชาชนออกจากกลุ่มคนดังกล่าวได้ ประเด็นก็คือว่า เราชนะใจประชาชนแล้วหรือยัง เพราะฉะนั้นปัญหาในการชนะใจประชาชนนี้เป็นปัญหา สําคัญที่สุดเลยนะครับ ทั้งหลายทั้งปวงที่ท่านเขียนออกมาจะล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ถ้าท่าน ไม่สามารถชนะใจประชาชนได้ แล้วทั้งหลายทั้งปวงจะผลิตผลออกเป็นผลสัมฤทธิ์ก็คือว่า ท่านชนะใจประชาชนได้ ผมมีเวลาเหลือไม่ถึง ๓ นาที ผมก็จะเลือกเอาประเด็นที่สําคัญ กราบเรียนท่านประธาน

ประการแรก ผมอยากจะให้หน่วยงานราชการทุกหน่วยงานให้ความสําคัญ ในการชนะใจเยาวชนครับ เพราะว่าเท่าที่ผมทราบเยาวชนมีจํานวนมากกว่า ๖๐๐,๐๐๐ คน และขณะนี้เยาวชนก็ไปอยู่ที่โรงเรียนตาดีกากับอยู่โรงเรียนปอเนาะ เพราะฉะนั้นเจ้าหน้าที่ ทุกคนต้องให้ความสําคัญกับโรงเรียนตาดีกา กับโรงเรียนปอเนาะนะครับ หลายท่านอภิปราย ไปแล้วผมจะไม่พูดซ้ํา ก็คือเราจะต้องให้ความรู้ทางภาษา ซึ่งภาษานอกจากภาษายาวีซึ่งเรา จะต้องเคารพเขา เราต้องให้สิทธิเขาในการที่จะศึกษาภาษายาวีให้แตกฉาน กระทั่งถ้าเขา ต้องการที่จะไปศึกษาความลึกซึ้งของภาษายังประเทศเจ้าของภาษานี้ในตะวันออกกลาง เราก็อย่าไปปิดกั้นเขานะครับ

เรื่องที่ ๒ คือเรื่องศาสนา เราต้องสนับสนุนนะครับว่าพี่น้องใน ๓ จังหวัด ที่เขามีลักษณะพิเศษต่างจากพี่น้องในภาคส่วนอื่น เพราะฉะนั้นเราต้องสนับสนุนอย่างเต็มที่ ในการศึกษาเรื่องศาสนา

ประการที่ ๓ ก็คือว่าเราต้องให้การศึกษาวิชาสามัญ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ การเอาใจใส่ในเรื่องนี้สําคัญมาก นอกจากนี้เยาวชนทางภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ที่ผมทราบก็คือว่า เขานิยมชมชอบในการเล่นกีฬาครับ ผมได้มีโอกาสคุย ผมได้มีโอกาสลงไปทางภาคใต้อยู่นานระยะหนึ่ง แล้วไปหลายครั้งด้วย ก็เลยทราบมาว่า เยาวชนเขานิยมกีฬาหลายประเภท อันหนึ่งที่ผมเห็นชัดก็คือกีฬาฟุตบอล ดังนั้นท่านควร จะต้องสนับสนุนให้มีการเล่นกีฬาฟุตบอลให้ทั่วถึงนะครับ นอกจากนี้เขาก็นิยมชมชอบในการ ที่จะเล่นดนตรี เพราะฉะนั้นเราใช้การรุกคืบทางวัฒนธรรมทางการกีฬา และทางการศึกษา ผมเชื่อว่าเราสามารถที่จะเอาชนะใจเยาวชน และหากว่าเราสามารถเอาชนะใจเยาวชนได้ แล้วก็จะส่งผลสะเทือนต่อพี่น้องที่เป็นผู้ปกครองของเยาวชนต่าง ๆ ดังกล่าว ซึ่งถ้าเราใช้ วิธีการอย่างนี้ แล้วก็รุกคืบอย่างมีเป้าหมาย แล้วก็มีเช็ก ลิสท์ (Check list) ผมเชื่อว่าในเวลา ไม่นานนัก อาจจะมีโครงการปีแรก ๒ ปี ๓ ปี ๕ ปี ผมเชื่อว่าเราสามารถที่จะชนะใจประชาชน ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เป็นส่วนใหญ่ ผมมีเวลาจํากัดจริง ๆ เลย ผมอยากจะกราบเรียนสิ่งที่อาจจะตรงข้ามกับสมาชิกหลายท่านพูดมา ข้อที่ ๑ ผมมีตัวเลข นะครับ ผมมีตัวเลขครับ และผมมีตัวเลขเปรียบเทียบระหว่างเหตุการณ์ร้ายในปี ๒๕๕๕ กับปี ๒๕๕๔ ท่านประธานอนุญาตให้ผมเกินเวลาสักนิดหนึ่งนะครับ ไม่อย่างนั้นผมจะรน และจะพูดเร็ว ซึ่งไม่ดีเลยในการที่จะอภิปรายในเรื่องที่ดี ๆ ให้ท่านประธาน ก็คือว่าตัวเลขของ การก่อการร้ายหรือสิ่งที่ไม่ดีไม่งามทั้งหลาย เมื่อเปรียบเทียบระหว่างปี ๒๕๕๔ กับปี ๒๕๕๕ แล้ว ปี ๒๕๕๕ ลดลงเดือนต่อเดือน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ทั้งจํานวนและทั้งระดับความรุนแรง นี่เรื่องที่ ๑ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ที่จะกราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้สรรค์สร้างสิ่งที่ดี ๆ ขึ้นมาครับ

เรื่องที่ ๒ ก็คือต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ ผมได้ข้อมูลจาก คณะกรรมการอิสลาม จังหวัดปัตตานีนะครับ ท่านบอกว่าเลขาธิการองค์การสันนิบาตมุสลิมโลก ได้ทําหนังสือชมเชยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ต่อรัฐบาลซาอุดิอาระเบียว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ ได้ดําเนินการดูแลพี่น้องมุสลิมในจังหวัดภาคใต้อย่างดีเยี่ยม เขาให้การชมเชยนะครับ โดยไม่มี ใครไปกะเกณฑ์ และโดยเป็นเรื่องที่เป็นธรรมชาติของเขาเองที่เขาทําการสํารวจตรวจสอบดู เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นเรื่องดีนะครับ ที่เกิดขึ้นในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทีนี้ประเด็นที่ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานต่อไปก็คือว่าถ้าหากเราสามารถที่เอาชนะใจประชาชนได้อย่างที่ว่า เริ่มจากเยาวชนก่อนแล้วก็ไปชนะใจประชาชนในระดับพ่อแม่ผู้ปกครอง สิ่งที่สําคัญที่สุด ที่รัฐบาลจะต้องพิจารณาในการทําก็คือว่าเราต้องแปรหรือเปลี่ยนสนามรบ สนามการต่อสู้ เผชิญหน้าด้วยอาวุธให้กลายเป็นสนามเศรษฐกิจ สนามการสร้างผลผลิต และผมจําได้ว่า ในสมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณท่านเคยพูดถึงเรื่องการทําโรงงานฮาลาลใน ๓ จังหวัดภาคใต้ แล้วก็ส่งสินค้าดังกล่าวไปขายทั่วโลก ซึ่งผมคิดว่าตัวเลขนี่นะครับ มากเป็นพันล้านยูเอสดอลลาร์ เพราะฉะนั้นถ้าเราทําทีละขั้นทีละตอนอย่างนี้นะครับ ผมว่าเราก็สามารถที่จะไปบรรลุ เป้าหมายสุดท้ายก็คือว่าเราสามารถที่จะทําให้ชีวิตทางเศรษฐกิจของพี่น้อง ๓ จังหวัดภาคใต้ เขาแข็งแรง แข็งแกร่งแล้วก็อาจจะร่ํารวยเทียบได้กับภาคอื่น ๆ ของประเทศไทย ซึ่งถ้าเป็น อย่างนี้ผมก็เชื่อว่าเราสามารถที่จะทําให้สันติสุขเกิดขึ้นในภาคใต้ได้

สุดท้ายจริง ๆ ครับท่านประธาน ผมเห็นด้วยกับท่านสมาชิกหลายท่านที่ได้ อภิปรายนะครับ ในทัศนะส่วนตัวของผม กราบเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านโปรดกรุณายกเลิกกฎอัยการศึกได้ไหมครับ โปรดกรุณายกเลิก พ.ร.ก. การบริหาร ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ไหมครับ โปรดกรุณายกเลิก พ.ร.ก. ความมั่นคงแห่งชาติ ได้ไหมครับ เพราะตราบเท่าที่ยังมี ๓ พ.ร.ก. อยู่นี้นะครับ ประชาชนในภาคใต้เขาจะมองเห็น เจ้าหน้าที่บ้านเมืองเป็นศัตรูครับ เพราะว่าเขาจะเห็นว่าเจ้าหน้าที่บ้านเมืองใช้กฎหมาย ทั้ง ๓ อย่างดังกล่าวไปรังแกพวกเขา ผมมีเอกสารที่เขาร้องเรียนมายังประธานสภาของเรา คือท่านสมศักดิ์นะครับ เขาร้องเรียนมาว่าจากการที่เราใช้กฎหมาย ๓ อย่างดังกล่าว นี่เป็นประเด็นที่ผมกราบเรียนท่านประธานเลยครับ ก็คือว่าเยาวชนในภาคใต้จํานวนมากเลย ถูกควบคุมตัวโดยใช้กฎหมาย ๓ ฉบับดังกล่าว ซึ่งว่าไปแล้วเป็นกฎหมายกรงเล็บปีศาจนะครับ ควบคุมตัวโดยที่ไม่ต้องทําอะไรเลยนะครับ ปราศจากหลักประกัน ๓๗ วันนะครับท่านประธาน แล้วก็ไม่มีหลักประกันที่เพียงพออันเป็นเหตุให้มีการละเมิดสิทธิในชีวิตร่างกายและสิทธิ ในกระบวนการยุติธรรม ดังนั้นจึงมีหน่วยงานเอกชนที่เขานําเสนอต่อท่านประธานสภา คือท่านสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ของเรานี่นะครับ ว่าให้พิจารณาปัญหานี้ แล้วก็ดําเนินการ แก้ไขโดยด่วน ดังนั้นคือเป็นประเด็นสุดท้ายจริง ๆ ก็คือกราบเรียนท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ โปรดพิจารณายกเลิกกฎหมายทั้ง ๓ ฉบับเถอะครับ แล้วก็

อีกประการหนึ่ง ก็คือว่าโปรดกรุณาเปลี่ยนอย่างมีจังหวะก้าว เจ้าหน้าที่ ที่ทํางานในภาคใต้ไม่ควรจะเป็นทหารครับ ในทัศนะส่วนตัวผม ไม่ควรจะเป็นทหารเลยนะครับ ควรจะเป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจหรือเจ้าหน้าที่พลเรือน และข้อต่อมากราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพนะครับ ถ้าหากว่าพูดไปแล้วทําให้บางหน่วยงานมีความรู้สึกขัดข้องหมองใจ ต้องขอประทานโทษด้วย แต่ผมคิดอย่างนั้นจริง ๆ เพราะว่าหน่วยงานทางการทหารหลาย ๆ หน่วย ซื้ออุปกรณ์ทางการทหารที่มุ่งเน้นที่จะไปใช้ในภาคใต้ แต่เอาเข้าจริงใช้ไม่ได้ อาทิเช่น เรือเหาะนะครับ ท่านประธานครับ เรือเหาะนี่นะครับ ไม่สามารถไปใช้กับภาคใต้ ขณะนี้ยังเหาะไม่ได้เลยครับ และนอกจากนี้ในภาคใต้เป็นป่าครับ เพราะฉะนั้นคุณจะใช้อะไร ในการที่จะไปตรวจสอบการเคลื่อนไหวของมนุษย์ได้ และที่เขาตรวจสอบก็คืออุณหภูมิ ร่างกายครับ และอุณหภูมิร่างกายมันไม่ใช่มีแต่มนุษย์อย่างเดียวนะครับ สิ่งที่มีชีวิตที่เป็น สัตว์เลือดอุ่นมีหมด เพราะฉะนั้นถ้าปรากฏภาพ คุณจะจําแนกได้อย่างไรว่าเป็นสัตว์ที่อยู่ในป่า หรือถ้าคุณเก่งพอในการที่จําแนกว่าเป็นมนุษย์ แล้วคุณจะจําแนกได้อย่างไรว่าเป็นผู้ไม่ดี ไม่งามที่ก่อการร้ายหรือว่าเป็นชาวบ้านที่ไปกรีดยาง อย่างนี้เป็นต้นครับ รวมทั้งรถถัง หุ้มเกราะยูเครนนี่ก็เหมือนกันนะครับ เปิดลงข้าง ไม่ได้ครับ เพราะภาคใต้เขาซุ่มยิงข้าง ๆ และล้อนี่นะครับ โดนตะปูเรือใบอันเดียวก็ไปไม่เป็นแล้วครับ เมื่อเขาโรยตะปูเรือใบปุ๊บ คุณจอด จอดปุ๊บคุณเปิดข้างปุ๊บ เขาซุ่มอยู่ข้าง ๆ ผมว่าพี่น้องทหารหาญเราอาจจะเสียชีวิต ทั้งหมดก็ได้ ดังนั้นการซื้ออาวุธของฝ่ายทหารที่ลงไปใช้จัดการกับปัญหาภาคใต้มีปัญหาเยอะ ดังนั้น กราบเรียนท่านประธานเป็นประโยคสุดท้ายจริง ๆ ว่าควรจะพิจารณาเปลี่ยนบุคลากรที่ไป ดูแลปัญหาภาคใต้ จากทหารเป็นส่วนอื่นเถอะครับ อาจจะเป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจหรือพลเรือน ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ