รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๑๘ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันพุธที่ ๓๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓
ณ ตึกรัฐสภา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน พรรคเพื่อไทย ผมต้องรายงาน ท่านประธานว่าผมได้เซ็นชื่อเป็นคนสุดท้ายที่ครบองค์ประชุม
ครับ ขอบคุณครับ มีอะไร ท่านบุญยอด
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมคิดว่า บรรยากาศในวันนี้ก็เริ่มต้นได้แล้วนะครับ แล้วทุกอย่างก็อยู่ในภาวะปกติ ไม่ว่าจะเป็น สัปดาห์นี้หรือสัปดาห์ที่แล้ว ผมอยากจะขอเรียนท่านประธานว่าเรามีวาระการประชุม ที่รออยู่อีกเยอะแยะมากมายที่รออยู่ ก็อยากให้ท่านประธานได้ดําเนินการไปตามวาระ การประชุมครับ
คือเปิดโอกาสให้ระบาย สักคนสองคนครับ เพราะว่าอัดอั้นตันใจกันนะครับ คุณบุญยอดต้องขออภัย เพราะว่า วันนี้ได้รับความกรุณาจากพรรคเพื่อไทยท่านมาเซ็นชื่อร่วมประชุม ฝ่ำยรัฐบาลเอง ก็มาไม่พร้อม ผมก็จําเป็นต้องเปิดโอกาสให้พรรคเพื่อไทยเพื่อไม่ให้เป็น ๒ มาตรฐาน อย่างคุณประสิทธิ์พูด เชิญคุณสถาพรครับ เอาสัก ๒-๓ นาทีแค่นั้นนะครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ สืบเนื่องมาจาก ผมได้รับร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในเขตกรุงเทพฯ ก็ดี ในเขตต่างจังหวัดก็ดี คือสถานการณ์ขณะนี้เขาไม่สบายใจเรื่องที่มีทหารแต่งชุดลายพรางมายืนตามสี่แยก ยืนตามถนนหนทาง แล้วก็มีการตั้งด่านตามต่างจังหวัด แล้วก็มีการไปตรวจสอบชื่อ นามสกุล ของผู้ที่เป็นแกนนําเสื้อแดง ซึ่งเรื่องอย่างนี้มันไม่เป็นบรรยากาศของการเป็น ระบอบประชาธิปไตย ผมไม่มีอะไรหรอกครับท่านประธานที่เคารพ เพราะว่าการเคลื่อนไหว ทางการเมืองเป็นการแสดงออกที่สงบสันติโดยปราศจากอาวุธนั้นเป็นสิทธิที่กฎหมาย รัฐธรรมนูญให้กับพี่น้องประชาชนไว้นี่ถือว่าเป็นสิทธิอันชอบธรรม แต่ประเด็นก็คือว่า วันนี้ฝ่ายความมั่นคงกําลังมีแนวคิดล้าหลัง ยังคิดว่าพี่น้องประชาชนมองการเมืองไม่ออก ยังคิดว่าเขาเป็นภัยต่อความมั่นคง ผู้คนเหล่านั้นเขาต้องการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน ระบอบประชาธิปไตย เขาต้องการเห็นบ้านเมืองนี้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ตรงนี้คือ หลักการจริง ๆ ไม่มีหรอกครับประเภทที่จะมาแล้วก็มาท้าตีท้าต่อยกันนี่ไม่มี เพราะฉะนั้น ผมกราบวิงวอนท่านประธานผ่านไปยังผู้มีอํานาจทั้งหลายว่า ได้โปรดสั่งการไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้ปรับวิธีคิดในการบริหารจัดการมวลชน และได้ปรับวิธีคิดของพี่น้องประชาชน เสียใหม่ มิฉะนั้นกฎหมาย กอ.รมน. เปลืองงบครับ ก็จะคิดแต่เรื่องหลัง ๆ เมื่อ ๓๐ ปี ๔๐ ปี ที่แล้ว ยังคิดว่าคนชั้นกลางชนบทจะเป็นภัยต่อความมั่นคง มีความคิดอะไรที่มันขัดหรือแย้ง ต่อฝ่ายปกครองจะต้องเป็นคนละพวก ไม่ถูกครับท่านประธาน ผมนําเรียนว่า วันนี้การมี กฎหมาย กอ.รมน. เราจะต้องปรับบุคลากรของ กอ.รมน. ใหม่ด้วย วันนี้คุณไม่สามารถ ที่จะชนะหรือไม่สามารถที่จะเป็นกลไกของรัฐได้เลย ถ้าตราบใดวิธีคิดของฝ่ายความมั่นคง ยังคิดว่าใครก็แล้วแต่ที่ไม่เห็นด้วยหรือแย้งกับฝ่ำยปกครองคนนั้นเป็นศัตรู ต้องไปจดชื่อ รายงานผู้ว่าราชการ และขณะเดียวกันผู้ว่าราชการก็เอาโซ่ไปล็อกศาลากลางอย่างนี้ พี่น้องประชาชนจะไปติดต่อราชการ อย่างจังหวัดลําพูนของกระผมนี่ปรากฏว่าเอาโซ่ ไปมัดประตูศาลากลางใส่กุญแจเรียบร้อย มันกลัวอะไรกันนักกันหนากับเรื่องของการพูดจา ในประสาของระบอบประชาธิปไตย นี่แหละมันถึงเป็นไพร่ ถึงเป็นอํามาตย์ก็อย่างนี้แหละ เพราะไม่ได้เข้าใจเลยว่าพี่น้องประชาชนวันนี้เขาต้องการอยากจะมีส่วนร่วมในการบริหาร จัดการประเทศ มีส่วนร่วมในการบริหารงบประมาณแผ่นดิน อยากรู้อยากเห็น และอยากจะ ขับเคลื่อนไปด้วยกัน ผมนําเรียนท่านประธานผ่านไปยังฝ่ายความมั่นคงว่า ได้โปรดเถอะครับ ความคิดที่ล้าหลังเมื่อ ๓๐ ปี ๔๐ ปีถอดออกเสีย วันนี้คุณต้องประมวลใหม่ทั้งหมด ข้อมูล ความคิดของประเทศวันนี้ต้องประมวลใหม่หมดเลย วันนี้เราลองไปนั่งฟังชาวบ้านพูด มันไปไกลกว่า ส.ส. บางคนอีกนะ ส.ส. หรือผู้มีอํานาจบางคนยังเกาะทหารอยู่ ยังไม่คิดจะ พึ่งพาเรื่องของการบริหารจัดการ ยังต้องไปพึ่งพาความมั่นคง ต้องเอาทหารตามเป็นร้อย อย่างนี้มันล้าหลังครับ วันนี้ถ้าเราเข้าใจเขาสักนิด บรรยากาศไม่เป็นอย่างนี้หรอกครับ เพราะฉะนั้นนําเรียนกราบขอบคุณท่านประธานที่ให้เวลาและเป็นการสะท้อนและได้โปรด สั่งการไปยังจังหวัดต่าง ๆ โดยเฉพาะจังหวัดลําพูนของกระผมได้โปรดเอาโซ่ออกจาก ศาลากลางเสียเถอะ มันเป็นสัญลักษณ์ที่เจ็บปวดที่สุดของราษฎรที่ไปกลัวราษฎรจะเข้า ศาลากลางอย่างนี้ ได้โปรดเถอะครับท่านประธาน กราบขอบคุณครับ
คุณทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย พรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ ๑ ของจังหวัดสกลนคร กระผมใคร่ขอ กราบเรียนที่กระผมได้รับโทรศัพท์ร้องเรียนจากพี่น้องชาวจังหวัดสกลนคร เขาแสดงทัศนะ อย่างกว้างขวางว่าไม่เห็นด้วยที่ท่านนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยจะไปนั่งคุยไปนั่งเจรจา กับแกนนําของม็อบ (Mob) ๒ วัน ๒ ครั้งที่ผ่านมา เพราะว่าเรามีการต่อสู้ เรามีการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เรามีรัฐสภา ทุกอย่างต้องมาพูดกัน ในสภานี้ ไม่ว่าฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล
ประท้วงอะไรคุณชลน่าน
ก็ควรจะมาพูดในสภานี้
เดี๋ยวคุณทวีวัฒน์ คุณหมอชลน่านประท้วงท่าน ประท้วงผมหรือประท้วงคุณทวีวัฒน์
ประท้วงท่านผู้อภิปรายครับ ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ผมขออนุญาตประท้วง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่กําลังอภิปรายอยู่ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตนําเรียนท่านประธานว่า การใช้ถ้อยคําในสภาแห่งนี้ในลักษณะที่เป็น การใส่ร้าย ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ถือว่าเป็นการผิดข้อบังคับตามข้อ ๖๓ ท่านประธานครับ ผู้อภิปรายได้กล่าวร้ายผู้ชุมนุมทางการเมืองว่าเป็ นม็อบ กระผมเองกราบเรียน ท่านประธานว่า คําว่า ม็อบ ในภาษาที่เขาเขียนเป็นภาษาต่างประเทศ ต้องขออนุญาต ใช้ถ้อยคําตามที่ท่านผู้อภิปรายได้ใช้ถ้อยคํา เพราะสภาแห่งนี้ไม่อนุญาตให้พูด ภาษาต่างประเทศ ถ้าจะพูดก็ต้องขออนุญาตท่านประธาน ท่านประธานครับ คําว่า ม็อบ แปลเป็นภาษาไทยว่า ผู้ชุมนุมที่ไร้เหตุผล
คือพอดีคุณทวีวัฒน์ เป็นอดีตครูบาอาจารย์ แกสอนภาษาอังกฤษแกก็เลยใช้คําว่า ม็อบ
ท่านประธานครับ ผมประท้วงตามข้อบังคับ ท่านต้องให้ผมชี้แจงครับ แล้วท่านค่อยวินิจฉัยครับ ท่านประธานครับ คําว่า ม็อบ ความหมายในภาษาไทยแปลว่า ผู้ชุมนุมที่ไร้เหตุผล กระทําด้วยอารมณ์ ด้วยความรุนแรง แต่ผู้ชุมนุมในสถานการณ์ขณะนี้เขาเป็นผู้ชุมนุมที่ไม่มีความรุนแรง สงบสันติ ภาษาอังกฤษ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเลยนะครับ เขาใช้คําว่า ดีมอนสเตรเตอร์ (Demonstrator) ถ้าจะใช้ให้ใช้ให้ถูกต้อง เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตท่านประธานขอให้ท่านผู้อภิปราย กรุณาถอนคําพูดคําว่า ม็อบ ด้วยครับ กราบขอบคุณครับ
คุณทวีวัฒน์ถอนคําว่า ม็อบ ได้ไหม
ท่านประธานที่เคารพครับ คําว่า ม็อบ นั้นเป็นคําที่ใช้พูดในสภานี้และนอกสภา พูดกันโดยทั่วไป ในความหมายก็เป็น อย่างที่คุณหมอชลน่านพูด ขอประทานอภัยที่เอ่ยนาม คุณหมอชลน่านได้ให้ความหมาย มาอย่างชัดเจนแล้ว ผมก็หมายถึงอย่างนั้นละครับ แต่ว่าผมไม่ถอนครับ
เชิญท่านมีอะไรคุณหมอ ก็พอสมนํ้าสมเนื้อกันนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน กระผมประท้วงท่านประธานให้ท่านประธานวินิจฉัย ตามข้อบังคับ ถ้าท่านเห็นว่าถ้อยคําประท้วงของผมถูกต้องตามข้อบังคับ ท่านกรุณาช่วย วินิจฉัยเท่านั้นเองครับ คําวินิจฉัยท่านถึงจะเป็นที่สุด ถ้าท่านไม่วินิจฉัย ท่านสมาชิก ก็สามารถที่จะดําเนินการอย่างไรก็ได้ คําว่า ถอนไหม มันเป็นคําถามของท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ผมอยากให้สภาแห่งนี้เป็นบรรทัดฐานครับ
เอาเป็นบรรทัดฐานเลยนะครับ คุณทวีวัฒน์ถอนหรือไม่ถอน ถ้าไม่ถอนผมให้ออกไป ถ้าถอนก็อยู่
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเป็น ผู้แทนราษฎรครั้งแรกตั้งแต่ปี ๒๕๒๖ ตอนนั้นผมสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ อยู่ใน พรรคประชาธิปัตย์มา ๒ สมัย เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการของรัฐมนตรี
เอากันง่าย ๆ เขารู้ ประวัติแล้วละ เอาง่าย ๆ ว่าท่านจะถอน หรือท่านไม่ถอน แค่นั้นเองครับ
คําที่ให้ผมถอนนั้นผมไม่ถอน และผมบังเอิญจําเป็นต้องออกไปธุระนอกห้องประชุมอยู่แล้ว ผมขออนุญาตครับ
เชิญออกไปได้เขาไม่ถอน มีอะไรคุณบุญยอด
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมขออนุญาตประท้วง คําวินิจฉัยของท่านประธานนะครับ เพราะว่าถ้าหากว่าเราจะคิดว่าการชุมนุมประท้วงนั้น มีเหตุผลหรือไม่ เราก็ต้องดูพฤติกรรมของผู้ประท้วงครับ ผมถามท่านประธานง่าย ๆ ครับ มีคนเอาเลือดไปเทที่หน้าบ้านท่านประธาน หรือหน้าบ้าน ส.ส. คนใดสักคนหนึ่ง ประท้วงแบบนี้มีเหตุผลไหมครับ ผมคิดว่าผมก็มองได้นะครับว่าการประท้วงแบบนี้ ไม่มีเหตุผลครับ
เอานะ ผู้กล่าวเขายอม ออกจากห้องแล้ว ก็ไม่ต้องเป็นตัวแทนเขาหรอกครับ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องกับท่านเลยครับ
ไม่ใช่ครับท่านครับ เพราะว่ามันจะเป็นบรรทัดฐานครับ เพราะท่านบอกว่าการตัดสินของท่านจะเป็น บรรทัดฐานในสภาแห่งนี้ ถ้าผมเห็นว่าการชุมนุมประท้วงนั้นไม่มีเหตุผลผมก็จะใช้ คํานี้อีกครับ เพราะผมเชื่ออย่างนั้นว่าการประท้วงนี้ไม่มีเหตุผลครับท่านประธาน
ท่านประสิทธิ์ประท้วงอีก เชิญ ประท้วงอะไร ประท้วงผมหรือประท้วงใครครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ผมประท้วงคุณบุญยอด คําวินิจฉัยของประธานถือเป็นที่สุด คุณไม่เคารพข้อบังคับ ในที่ประชุม ท่านประธานก็ยังให้เขาต่อล้อต่อเถียงกับท่านประธาน
พอแล้ว เขาเคารพแล้วนะครับ ไม่มีอะไรครับ
ผมว่าอย่างนี้ท่านประธานควรจะไล่ เขาออกไปนะ เขาไม่เชื่อท่านประธาน
เขาไม่ได้ผิดอะไรครับ คุณหมอประสิทธิ์มีอะไรต่อล่ะ เอาเลยครับ เพราะว่าตอนนี้เซ็นชื่อเรียบร้อยแล้ว อนุญาตให้พูดได้ครับ คือมาโดยมากเอาเปรียบเขา ไม่เซ็นชื่อแล้วมาพูดก่อนทุกที วันนี้เซ็นชื่อผมอนุญาตเลยครับ
ท่านประธาน ท่านอย่าพูดเรื่อง เอาเปรียบนะครับ มันเป็นเรื่องหน้าที่ ท่านอย่าไปใส่ร้ายคนครับ อย่าใส่ร้าย
คืออย่างนี้คุณหมอประสิทธิ์ พอพรรคเพื่อไทยเข้าไปเซ็นชื่อตอนนี้เกือบ ๓๐๐ คนแล้ว
ท่านอย่าไปใส่ร้ายคน อย่าใส่ร้าย ท่านเอาข้อบังคับข้อไหนครับว่าต้องเซ็นชื่อแล้วถึงจะพูดได้ ลองเขียนมาสิครับ ต้องเซ็นชื่อ ถึงจะพูดได้นี่มีไหมครับ
คุณไม่มีสิทธิที่จะเข้ามา ในห้องประชุมเสียด้วยซํ้าถ้าคุณไม่เซ็นชื่อเข้าประชุม
ต่อไปท่านก็เขียนสิครับ ต้องเซ็นชื่อ เท่านั้นถึงจะพูดได้ ลงชื่อเฉย ๆ
คืออย่าไปต่อความยาว สาวความยืดอะไรต่าง ๆ นะครับ คุณหมอจะพูดอะไรก็พูดไปเลยครับ
ความจริงผมกําลังจะพูด แต่ท่านประธาน ไปพูดที่ทําให้ผมเสียหายครับ
ไม่เสียหรอกครับ ดีมาก คือหมายความว่าไม่เซ็นชื่อมีสิทธิเข้าห้องประชุมแล้วพูดได้เลย คนอื่นเขาจะเอา ตัวอย่างท่าน ฉะนั้นนี่ท่านเป็นหมอนะครับ ท่านเป็นคนที่มีมารยาทดี คนเรียนหมอนี่ สุภาพเรียบร้อย รู้จักเอาอกเอาใจคนไข้ทุกอย่าง
ท่านประธานจะอบรมหรือว่า อย่างไรครับ
แล้วทีนี้ผมพูดแค่นี้ ท่านไม่เห็นแก่อาการคนไข้ก็ไม่รู้จะทําอย่างไรครับ
ไม่ต้องอบรมผมเลยครับ ท่านไม่ต้อง อบรมเลยนะครับท่านประธาน ผมพูดเลยนะครับ กราบเรียนท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกโห่แบบนี้มันผิดข้อบังคับหรือเปล่า โห่แบบนี้ผิดไหม
ยังไม่มีใครโห่อะไรเลยครับ เพียงแต่ว่าเขาระบายนิดหน่อยครับ ก็เปิดโอกาสไปครับ
ท่านประธานไม่ได้ยินหรือครับ โห่แบบนี้ผิดข้อบังคับนะครับ
คือเอาอย่างนี้ครับ ท่านจะ พูดหรือไม่พูด ถ้าไม่พูดจะให้คนอื่น เพราะเวลามันจํากัดนะครับ
ไม่ใช่ท่านประธาน ผมกําลังจะพูดนี่ เขาก็โห่ เพราะว่าผมเป็นฝ่ายค้านนี่ธรรมดา ถ้าผมทําให้คุณรักผมเป็นฝ่ายค้านไม่ได้หรอก คุณต้องเกลียดผม ถูกต้อง ตอนคุณเป็นฝ่ายค้านผมก็เกลียดพวกคุณเป็นเรื่องธรรมดา ถึงบอกว่าโห่นี่ผิดข้อบังคับ ผมไม่ได้ไม่ให้เขาโห่นะ เขาอยากโห่ก็โห่ แต่ว่าผิดข้อบังคับไหม ก็เท่านั้นเองท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ผมมีเรื่องที่จะเรียนท่านประธาน
คุณหมอครับ มีท่านผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดสงขลาเขาประท้วง เชิญครับ ประท้วงอะไรครับ ยังไม่ผิด ข้อบังคับอะไรเลย
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศิริโชค โสภา ส.ส. จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ คือผมเกรงว่าจะมีความเข้าใจผิดในเรื่องของ ภาษาอังกฤษนะครับ เพราะว่าที่ผ่านมานี่ คําว่า ม็อบ นี่มันแปลได้หลายอย่าง
มันผ่านไปแล้วครับ
ไม่ใช่ประท้วงผมท่านประธาน
พอดีผมมีคอนไซส์ ออกซ์ฟอร์ด อิงลิช ดิคชันนารี (Concise Oxford English Dictionary) ให้ทราบ เดี๋ยวคนที่ฟังทางบ้านจะเข้าใจผิด
ท่านประธาน ผมกําลังพูดอยู่ ท่านให้ ประท้วงใครก็ไม่ทราบ
พอแล้วครับ คุณศิริโชค พอแล้ว
ผิดข้อบังคับกันไปหมดเลย ท่านประธาน
ผมว่าจะประชุม หรือไม่ประชุมกันนี่
ผมขออนุญาตพูดนะท่านประธาน ผมมีเรื่องที่ไม่สบายใจที่ผมอยากเรียนปรึกษาท่านประธานเกี่ยวกับสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ อาทิตย์ที่แล้วนี้มีปัญหามากมาย ถ้าท่านประธานไม่ให้พูดนี่ผมว่า มันไม่จบ สภาผู้แทนราษฎรมันไม่เคยมีครับ ตั้งแต่ผมเป็ น ส.ส. ตั้งแต่ท่านเป็ น ผู้แทนราษฎรมา ผมอยากถามท่านประธานว่า มันเคยมีครั้งไหนไหมครับที่ทหารเอา ลวดหนามมาขึงรอบสภา มีครั้งไหนไหมครับที่เอาแท่งหินมาวางรอบสภา โดยที่ผมรู้ เบื้องหลังครับ ผมได้ทราบข่าวจากวงในว่าท่านประธานเป็ นคนสั่งให้เลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรทําหนังสือถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ นี่ไม่รู้ ข้อเท็จจริง เป็นอย่างไรนะครับ อย่าไปเอาโทษเลขาธิการเลยครับ เขาบอกเขาถูกสั่งมา
เอาอย่างนี้ง่าย ๆ ผมเป็น คนสั่งก็แล้วกัน
อย่างนั้นก็ชัดเจน โอเค (OK) เลยครับ รับผิดชอบ ผมอยากเรียนถามนะครับว่าทําไมถึงต้องทํา
แล้วก็เรียนต่อไปอีกว่า รายชื่อ ๑๑ ชื่อที่ท่านส่งมาให้ผม ที่ท่านกักรถผมที่หน้าสภานั้น ผมบอกว่าอย่าพูด ที่นี่ไม่ใช่ สภา มันถนน ให้มาพูดกันที่สภา
ท่านไม่ได้พูดอย่างนั้นเลยท่านประธาน
ถ้าวันนั้นท่านมาที่สภา ก็เสร็จตั้งแต่วันนั้นแล้ว
ท่านพูดว่าอย่างไรท่านทราบไหมครับ ท่านพูดว่าอย่ามาเห่าหอนนอกสภา คําพูดนี้มันเหมาะสมไหม
ไม่มีคําว่า เห่าหอน ท่านไปฟัง จากไหน หรือท่านได้ยิน
ท่านสุนัยได้ยินครับ
ปัทโธ่เอ๊ย คุณพูดนะคุณหมอ
ถึงมาเรียนถาม ผมก็ไม่เชื่อนะครับ
คุณใส่ร้ายป้ำยสีคนอื่น
ผมก็ไม่เชื่อว่ามันจะออกจากปากประธาน
ผมนี่บวชเรียนมา ถึงไม่ได้ เป็นหมอแต่รู้รักษาคนหรอกครับ
อย่าไปพูดถึงอาชีพหมอครับ ถ้าพูดถึง อาชีพหมอมันคนละเรื่องกับสภาผู้แทนราษฎร หมอเขาไม่ใส่ร้ายกันครับ หมอเขาไม่ได้ ใส่ร้ายกัน อันนี้เขาพูดความจริง ผมเป็น ส.ส. นะครับ ผมเป็น ส.ส. ถ้าหมอใส่ร้ายคงตาย กันหมดแล้วครับ
ผมเห็นหมอ ๒ หมอนะครับ หมอประสิทธิ์กับหมอวรงค์นะครับใส่ไฟกันเรื่อย
ผมไม่เคยพูดถึงหมอวรงค์เลยครับ ท่านวรงค์ยืนยันได้ ท่านวรงค์กับผมไม่เคยประท้วงกันเลยนะท่านประธาน เป็นข้อตกลง ของกรรมาธิการ ผมไม่เคยประท้วงหมอวรงค์ หมอวรงค์ก็ไม่เคยประท้วงผม หมอวรงค์ เขาประท้วงคนอื่นครับ ท่านประธานก็ผิดแล้ว อันนี้เขาเรียกว่าใส่ร้ายกันแล้ว ถามหมอวรงค์ สิครับ หมอวรงค์ยืนสิครับ ผมไม่เคยประท้วงหมอวรงค์เลย
พาดพิงแล้ว คุณหมอวรงค์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลกครับ ขออนุญาต ประท้วงท่านผู้อภิปรายครับ คือคุณหมอประสิทธิ์ที่ว่าทําผิดข้อบังคับการประชุม ข้อ ๒๒ ข้อ ๒๒ กําหนดไว้ว่า คุณหมอประสิทธิ์จะต้องคุยกับท่านประธานเท่านั้น พอดีเมื่อสักครู่ เขาชี้แล้วคุยกับผม เขาผิดข้อบังคับครับ
คนละเรื่องเลยครับ ประท้วงกันครั้งแรก ก็ผิดข้อตกลงแล้วครับ เพราะว่าผมไม่ได้พูดกับเขานะ แต่ผมอาจจะหันหน้าไปแต่ผมไม่ได้ พูดกับเขา พูดกับท่านประธาน
พอแล้วกระมังครับ
เข้าเรื่องดีกว่าท่านประธาน พอพูดอะไร ท่านประธานก็ทักตลอดมันก็เลยไม่ได้พูดสิครับ กราบเรียนท่านประธานนะครับ ผมมี ความรู้สึกละอายแก่ใจ ท่านประธานวุฒิสภานะครับท่านประธาน ท่านออกมาพูด
คุณอรรถพรประท้วงอะไร อีกล่ะ ผมว่าบรรยากาศเริ่มดีขึ้นแล้ว
ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือ ท่านประธานครับว่าผมอยากให้ช่วงเวลา
ขอหารือหรือครับ หารือ เขาหยุดแล้ว
อย่างนั้นก็ขอประท้วงท่านประธานครับ ผมอยากให้ท่านประธานควบคุมการประชุม ผมอยากให้เวลาของสภาแห่งนี้ได้เป็นไป เพื่อประโยชน์ของประชาชน ยังมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอีกมาก ทั้งประเทศที่ ส.ส. อยากจะหารือในสภาแห่งนี้ ผมไม่อยากให้เวลาของเราเป็นเรื่องของ คนกลุ่มเดียวหรือคนคนเดียว ท่านประธานก็ควบคุมการประชุมครับ แล้วผมอยากจะขอ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหยิบยกปัญหาชาวบ้าน ภัยแล้ง ราคาสินค้าเกษตร มาพูดมาคุย ในสภาแห่งนี้เพื่อบรรยากาศในการสร้างสรรค์ ผมไม่อยากให้มีใครบางคนมาสร้างบรรยากาศ ในสภาแห่งนี้ให้ภาพพจน์เสียลงแล้วไปสอดรับกับกระแสการกดดันยุบสภา ผมไม่อยากให้ เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นครับ เราเอาสภาแห่งนี้มารับใช้ชาวบ้านน่าจะเป็นประโยชน์สูงสุด ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานให้ คนอื่นลุกขึ้นมาพูดแสดงความเห็น ความจริงหลังจากที่ผมพูดแล้วก็แสดงความเห็นได้
ถูกต้องครับ แต่เมื่อกี้เขาบอก เขาประท้วง ผมก็ให้ประท้วง ประท้วงแล้วไม่มีเหตุผลก็นั่งลงได้ ก็ไม่มีอะไร
ผมอยากเรียนอย่างนี้นะครับ ผมรู้สึก อึดอัดใจ ขนาดท่านประธานวุฒิสภา ท่านประสพสุข บุญเดช ผมต้องเคารพท่าน ท่านมาจากการสรรหา ท่านมาจากการสรรหานะครับ ท่านยังมีความไม่เห็นด้วยกับ การกระทําของรัฐบาล การกระทําของทหาร ท่านพูดในทํานองที่ว่ามันเป็นเผด็จการมาก แล้วท่านประธานก็เห็นครับ ทําไมทําแบบนี้ ทําได้อย่างไร คิดได้อย่างไร เอารั้วลวดหนาม มาปิดกั้น แล้วท่านประธานบอกว่าพวกผมปิ ดกั้นท่านประธาน เพราะผมรู้ว่าท่านประธาน ไปตรงไหนเขาก็เปิดให้หมดครับ ถ้าพวกผมปิดกั้นจริงเข้ามาประชุมครบองค์ไม่ได้ ไม่มีทางครบองค์ ที่พวกผมทํานี่พวกผมต้องการให้รู้ว่านี่คือเผด็จการ มันเป็นเผด็จการ ยิ่งกว่าเผด็จการรัฐสภา เผด็จการรัฐสภาทหารควบคุมอีกต่อหนึ่ง ท่านประธาน ผมว่าเรื่องนี้ผมอยากให้ท่านประธานได้พิจารณา
มีผู้ประท้วง ท่านประสิทธิ์ ท่านเจะอามิงประท้วง
ผมจะจบแล้วครับ
มีท่านเจะอามิงประท้วง ประท้วงอะไร เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ว่า ผมขออนุญาตประท้วงท่านสมาชิกที่ได้พูดถึงเมื่อสักครู่ ว่าการแสดงออกของทหารนั้นเป็นเผด็จการจะทําให้ฝ่ายทหารนั้นเสียหาย ผมขออนุญาต ชี้แจงตรงนี้ว่า เหตุผลที่ทหารเข้ามาวันนั้นเราต้องยอมรับว่าช่วงหนึ่งที่มีการประท้วง
ท่านประธาน เขาประท้วงข้อบังคับ อะไรนี่ เขาจะมาชี้แจง ประท้วง เขาชี้แจงแทนรัฐบาล เดี๋ยวคุณค่อยพูดก็ได้
คุณหมอครับ เดี๋ยวครับ ท่านเจะอามิงประท้วงว่าผมทําผิดข้อบังคับหรือว่าท่านผู้อภิปรายผิดข้อบังคับ
ผมกําลังจะให้ท่านสมาชิกที่กําลัง อภิปรายนั้นได้กรุณาถอนคําพูดที่ใช้คําว่า เผด็จการ ลักษณะของทหารที่มาวันนั้นไม่ใช่มา เพราะเผด็จการครับ
คือท่านประท้วงไม่จําเป็น จะต้องไปอภิปราย ประท้วงว่าผมทําผิดข้อบังคับข้อไหน หรือผู้อภิปรายผิดข้อไหน ผมจะได้วินิจฉัย
ผู้อภิปรายกําลังเสียดสีทําให้ บุคคลอื่นได้รับความเสียหาย ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็จําเป็นที่จะต้อง ลุกขึ้นมาพูดเพื่อไม่ให้สภาแห่งนี้ได้เสียหายครับ ท่านประธานคงจะจําได้ว่าเดือนเมษายนนั้น เกิดอะไรขึ้นต่อสภาผู้แทนราษฎร และการที่ทหารเข้ามานี่ท่านประธานทําได้ถูกต้องแล้ว ที่ไปทําหนังสือถึงรัฐบาลขอให้ทหารมาดูแล เหตุผลครับ วันนั้นก่อนที่จะมีการประชุม สภาผู้แทนราษฎรพวกผมเข้ามาได้ครับ
ท่านประธานให้เขาชี้แจง ไม่ใช่ประท้วงนะ
แต่บรรยากาศวันนั้นฝ่ายผมเอง ที่พยายามทําหน้าที่
ผิดข้อบังคับอีกแล้วนะครับ ผมไม่อยากทักเลยนะท่านประธาน
คือคุณหมอครับ เดี๋ยวฟัง เขาให้จบเสียหน่อยว่าเขาประท้วงอย่างไร
คําพูดผมผมยังไม่ได้พูดอะไรมากเลย ว่ามันเป็นเผด็จการหรือไม่
เขาประท้วงอะไร แล้วก็ คุณหมอจะได้รู้เรื่องคําประท้วงของเขา ถ้าตอบโต้กันไปตอบโต้กันมามันก็ไม่จบครับ ฟังเขาหน่อยก็แล้วกันนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานวินิจฉัยถูกต้องครับ เพราะว่าสภาแห่งนี้เป็นสภาที่จะต้องรับฟังข้อคิดเห็น ไม่ใช่โต้แย้งเหมือนสภาโจ๊กครับ ที่กระผมจําเป็ นที่จะต้องลุกขึ้นมาพูดเพราะว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในที่แห่งนี้พยายามที่จะนําโยงปัญหาต่าง ๆ ว่ามันไม่เกิด ความเป็นธรรมแก่บุคคลที่จะต้องเข้ามาทําหน้าที่สภาผู้แทนราษฎร วันนั้นผมเข้ามา ในสภาผู้แทนราษฎรได้
คือเรื่องที่จะชี้แจง เดี๋ยวผมชี้แจงเองครับ
ถ้าอย่างนั้นขอให้ถอนคําว่า เผด็จการ ครับ ขอให้ท่านสมาชิกได้ถอนคําว่า เผด็จการ เพราะว่าในขณะนี้ไม่มีเผด็จการ ขอท่านประธานได้กรุณาวินิจฉัยด้วยครับ
ท่านประธานวินิจฉัยสิครับ
คุณหมอท่านว่า เผด็จการ เขาให้ถอนคําว่า เผด็จการ
ให้ท่านประธานวินิจฉัยมาสิครับ
เดี๋ยวนี้สภาก็ไม่ได้ เผด็จการ ทหารเขาก็ไม่ได้ปฏิวัติ มันก็ไม่มีเรื่องคําว่า เผด็จการ ผมวินิจฉัยว่าท่านควรถอน
อะไรนะครับ
ถอนคําว่า เผด็จการ
เผด็จการ ดูนะท่านประธาน ผมชี้แจงนิดหนึ่งว่า เผด็จการ หรือ ไม่เผด็จการ ทั่วโลกเขาเห็น ผมไม่ได้กล่าวหา หรือว่าใคร
คือประชุมมันเดินไปไม่ได้
ได้ ๆ อย่างนี้แสดงว่าเป็นการซ่อนรูป
มีผู้ประท้วงอีกครับ คุณสนองประท้วงอะไร
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สนอง
ท่านประธานผมถอนแล้วนะ
เวลาคุณหมอพูดทีไร มีคนประท้วงเป็นสิบทุกที มีอะไรว่ามา ประท้วงอะไร
ผมถอนเพราะว่าประธาน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ ขออนุญาตประท้วงผู้ที่กําลังอภิปรายอยู่ว่าผิดข้อบังคับ เมื่อประธานวินิจฉัยแล้ว ก็บอกให้ประธานวินิจฉัย ประธานวินิจฉัยเสร็จ ก็บอกให้ถอน ก็มีการต่อล้อต่อเถียง ทีท่านสมาชิกอีกท่านหนึ่งแค่คําว่า ม็อบ เขาไม่ถอนเขาก็ยัง เดินออกจากที่ประชุม เพราะฉะนั้นมาตรฐานของความรับผิดชอบของความรู้สึกละอาย ต่อการปฏิบัติหน้าที่ แค่นี้ก็เห็นแล้วว่าแตกต่างกันครับ ผมอยากให้ท่านประธาน ได้ดําเนินการประชุมตามข้อ ๘ ครับ
ถูกต้อง คุณหมอ ถอนคําว่า เผด็จการ ไป
ท่านประธาน เมื่อกี้ผมก็บอก ท่านประธาน ผมเห็นแก่ท่านประธานนะครับ ผมก็ได้ถอนคําว่า เผด็จการ แต่ว่าจริง ๆ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ผมก็บอกแล้วชาวโลกเขาเห็น ขนาดท่านประสพสุข บุญเดช ท่านยังบอกว่า เออ อย่างนี้มันแย่นะ ทําแบบนี้มันไม่น่าเกิดขึ้นในประเทศที่เป็นระบอบ ประชาธิปไตยที่แท้จริง ผมอยากเรียนท่านประธานครับว่าผมอยากให้ท่านประธาน หามาตรการที่ดี ต่อไปนี้ถ้ามีการขอกําลังตํารวจ ทหาร หรือของรัฐบาลนี่ ท่านประธาน ก็กรุณาเขียนหน่อยครับ อย่ามาล้อมสภา มาดูแลผมเห็นด้วยครับ เพื่อนสมาชิกที่จะต้อง มีความปลอดภัย แต่ท่านประธานก็ทราบว่าคนเสื้อแดงเขาประกาศชัดเจน เขาจะ ไม่มาสภา เขาไม่มานะครับ เขาบอกเขาไม่มา แต่รัฐบาลนี้วิตกจริต ถ้ามันเกิดขึ้นจริง ๆ กรมทหารราบที่ ๑๑ มันราบเละเทะไปหมดแล้วครับ คนเป็นแสน ต้องยอมรับนะครับว่า การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง
คุณเจะอามิงประท้วง อีกแล้ว ประท้วงอะไรครับ นี่ผมกําลังจะให้สรุปอยู่แล้ว
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตให้ท่านประธานได้กรุณาวินิจฉัยคําว่า วิตกจริต รัฐบาลนี้วิตกจริต การใช้คําพูดอย่างนี้ต่อรัฐบาลเป็นการที่ให้ร้ายป้ำยสีไม่ควรที่จะใช้ในสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ท่านสมาชิกที่พูดเมื่อสักครู่ได้กรุณาถอนด้วยครับ
คือรัฐบาลอยู่ข้างบน เขาไม่ประท้วงเลย ท่านก็เดือดร้อนแทนรัฐบาล
การใช้คําครับ ท่านประธานครับ การใช้คําครับ ในสภาผู้แทนราษฎรต้องมีมาตรฐานครับ
ผมว่าพอแล้ว เอาสรุปเลย ผมให้เวลา
จะจบอยู่แล้วครับท่านประธาน ความจริงจะพูดอีก ๒ คําแล้วจะลงแล้ว ก็ฝากท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงานสื่อสาร ตอนนี้สื่อสารทุกช่องนี่รัฐบาลควบคุมเกินกว่าเหตุ โดยเฉพาะหอยม่วงหัวทิ่มนี่ครับ ไม่รู้เป็นช่องของใคร ผมว่าผู้บริหารระดับสูงในช่อง ๑๑ นี่มันน่าจะมีจิตวิญญาณนะครับ ผมว่าท่านต้องระวังตัวนะครับ ถ้าท่านไปทําตามใจผู้บริหาร รัฐมนตรีนี่ ที่สุดไปด่าใคร ไปว่าใคร กรรมมันตามทันนะท่านประธาน
ขอบคุณครับ ผมโดน คุณเก่งด่า ผมยังไม่ว่าอะไรเลย ผมถือว่าลูกหลาน ผมยังไม่ถือสาเลย เชิญคุณเชน คนสุดท้าย แล้วนอกนั้นก็เอาไว้พรุ่งนี้
ท่านประธานที่เคารพ ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะอภิปรายก็ขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าเพื่อนสมาชิก ที่พูดไปเมื่อสักครู่นี้
คุณเก่งประท้วงครับ คุณเก่งประท้วง
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตครับ ผม การุณ โหสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ไม่กล้าที่จะประท้วงท่านประธานหรอกครับ ก็ใช้สิทธิพาดพิงนิดเดียวครับ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผมเองนั้นไม่บังอาจ แล้วไม่กล้าด่าผู้ใหญ่ที่น่าเคารพ อย่างท่านประธานครับ ก็ขออนุญาตให้ท่านประธานได้ถอนนะครับว่า ผมได้ด่า ท่านประธานยังไม่ถือสาเลย ผมไม่ได้ด่าครับ
ไม่ได้ด่าผม แต่ว่าผมครับ
ผมว่าท่านประธานเมื่อไรครับ
ว่าผม แล้วก็ทํา กิริยามารยาทคู่กับฝ่ายทหารอากาศที่เป็น ส.ส. นะครับ ผมก็เคารพ ถือว่าลูกหลาน ผมดูตลอด ไม่ใช่ผมไม่ดูครับ
ท่านประธานครับ ท่านไปเอา หลักฐานมาครับ แล้วก็ผมยืนยันว่าท่านต้องถอนนะครับ
หมอชลน่านผมก็ยังดูเลย
ผมไม่ได้ด่าท่านประธานครับ ยืนยันให้ท่านถอนครับ ผมไม่ได้ด่าท่านครับ ผมยืนยันครับ ผมเคารพท่านครับ
ก็ถือว่าว่าผมนิดหน่อย ไม่เป็นไร ลูกหลานไม่เป็นไร คุณเก่งไม่เป็นไร ถือว่าเราทําบุญร่วมกัน
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ผมเรียกท่านประธานว่าพ่อนะครับ
ขอบคุณครับ ลูกรัก นั่งลงเถอะ
กราบขอบคุณครับ
เชิญคุณเชน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมขออนุญาตท่านประธานครับ เพื่อให้ท่านผู้ฟังทางบ้านได้เข้าใจตรงกัน เมื่อสักครู่นี้คุณหมอประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ท่านพูดในสภาเกรงว่าจะ
ผมว่าอย่าพาดพิงคนอื่น อันนี้เราหารือ
ผมเกรงว่าจะทําให้เข้าใจ ผิดพลาด
ไม่ได้มีอะไรหรอกครับ มันก็จบไปแล้ว
ท่านประธานครับ โดยข้อบังคับ ข้อ ๑๘ บอกไว้ชัดเจนนะครับก่อนเข้าประชุมทุกครั้งให้สมาชิกลงชื่อในเอกสารที่จัดไว้
มันจบไปแล้วคุณเชน มันจบไปแล้ว
เพื่อให้เข้าใจท่านประธานครับ แล้วผมต้องขออนุญาตอีกประเด็นหนึ่งท่านประธานครับ กรณีท่านคุณหมอ โดยข้อเท็จจริงคุณหมอกับผมรักกัน แล้วต้องเรียนว่าเมื่อสักครู่นี้คุณหมอบอกว่า การที่ปิดกั้นในวันนั้น ผมเกรงว่าจะทําให้เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย เพราะว่าขณะที่รัฐบาล ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยควบคุมดูแล เกรงว่าจะมีม็อบเป็นการกระทําไปตามกฎหมาย
ไม่เป็นไร แต่เรื่องมัน ผ่านไปแล้วครับ ไปแจ้งความดําเนินคดีผมที่กองปราบด้วยครับ ผมก็จะแก้ต่างไปตาม กระบวนการยุติธรรม
เพื่อให้ความเข้าใจตรงกัน ผมขอถือโอกาสเรียนกับท่านประธานว่า เมื่อ ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ผมมาประชุมสภา ทุกครั้งที่ท่านประธานนัด เมื่อผมมาประชุมผมก็พบว่ามีกลุ่มคนเสื้อแดงได้ปิดประตู การประชุมสภา ผมก็ต้องเข้ามาด้านข้าง อันนี้เป็นข้อเท็จจริงครับ แล้วก็หลายครั้ง แม้แต่วันแถลงนโยบายที่เราต้องไปแถลงนโยบายของรัฐบาลกันที่กระทรวง การต่างประเทศ ก็เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่า
ผมว่ามันจะยาวนะครับ พอนะคุณเชน
ท่านประธาน จําเป็นจะต้องพูด ต้องฟังทั้ง ๒ ด้านนะครับ
เรื่องเดิม ๆ พอแล้วครับ เราวันนี้สมานสามัคคีทุกฝ่ายก็มาร่วมประชุมกันโดยพร้อมเพรียงแล้ว คุณเชนอย่าสร้าง ปัญหาให้สภาเลยครับ ผมขอความกรุณาผมจะควบคุมการประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๘ นะครับ
ท่านประธานต้องฟังทั้ง ๒ ด้านนะครับ
พอแล้วครับคุณเชน พอแล้วครับ ขอร้องเถอะครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ไม่เป็นไรครับ
ขอบคุณครับ
(นายสมคิด บาลไธสง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณสมคิดพอแล้วครับ ผมขออนุญาตให้คุณสุนัยคนสุดท้าย คุณสุนัยมีอะไรเชิญครับ คุณสมคิดพอแล้ว เขารู้น่า จังหวัดหนองคายเขาก็ลงคะแนนให้หมดแล้ว
ท่านประธานครับ จริง ๆ ผมเอง อยากจะขึ้นมาขอให้ท่านประธานที่มีฐานะเป็นประมุขของฝ่ำยนิติบัญญัติได้ชี้แจง เหตุการณ์วันที่ทหารปิดล้อมสภา แต่บังเอิญเมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกได้กล่าวนั้น ผมคิดว่าน่าจะเป็นความเท็จ ที่ท่านบอกว่ามีเสื้อแดงมาปิดสภา ไม่ใช่ ท่านประธานครับ ข้อเท็จจริงตรงนี้ขอนิดเดียวครับก่อนที่จะพูดถึง อยากจะให้ท่านประธานพูดมากกว่า เสื้อแดงเขาไม่ได้มาปิดสภา และเขาประกาศด้วยครับว่าถ้าทหารยังปิดสภาอยู่เขาจะมา เปิดสภา คนละเรื่องนะครับ การปิดสภานี้เราถูกภาพหลอนเมื่อเหตุการณ์ตอนที่พันธมิตร เสื้อเหลืองมาปิดสภา และเราไปวิตกกังวลตรงนั้น ผมก็บอกกับท่านนายกรัฐมนตรีแล้วว่า ท่านนายกรัฐมนตรีมันคนละมิติกัน เพราะเสื้อเหลืองนั้นเขาไม่ต้องการระบบรัฐสภาแบบนี้ เขาจึงเสนอ ๗๐ ต่อ ๓๐ แต่ของเรานี้ไม่ใช่ วันนี้ม็อบที่เป็นอยู่ที่ท่านว่ากันนี้ หรือกลุ่มคน เสื้อแดงเขาบอกว่าเขาไม่ใช่ เขาจะปกป้ องระบบสภา ดังนั้นตรงนี้ต้องขออภัยนะครับ ไม่ใช่ ไม่ใช่อย่างนั้น ส่วนข้อขัดข้องต่าง ๆ นั้นผมเองอยากให้ท่านประธานได้บอกกับ สาธารณชนเสีย ผมว่าอันนี้น่าจะเป็ นประโยชน์ที่สุด ผมต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ ตามที่ผมได้ไปคุยกับท่านประธานเงียบ ๆ กัน ๒ คนมันมีอะไรดี เยอะแยะ แต่ว่าเอาละไม่พูดตรงนี้ว่าท่านประธานมีเจตนาดี แต่ผมเกรงว่า ผมอยากเห็น ท่านประธานเป็นประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติที่เป็นอิสระ ไม่อยากเห็นท่านอยู่ใต้อิทธิพล ของรัฐบาล เพราะวันนี้รัฐบาลภาพเสียไปแล้วครับ เป็นรัฐบาลภายใต้การโอบอุ้มของ ทหารไปแล้ว แก้ไม่ได้แล้วนะครับ ดังนั้นวันนี้ผมอยากเห็นท่านประธานแสดงบทบาท ที่ชัดเจนว่าท่านไม่ได้ขึ้นกับรัฐบาล ยกตัวอย่างการประชุมเมื่อ ๒ สัปดาห์ก่อน
คุณสุนัยครับ คุณศิริโชค ประท้วง ประท้วงอะไร
ส.ส. สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ครับ ถามท่านประธานครับว่ามาตรฐานสภา ตกลงคําว่า ม็อบ ใช้ได้หรือเปล่าครับ เพราะคุณสุนัยใช้คําว่า ม็อบ เหมือนกันครับ ตกลงว่าใช้ได้หรือใช้ไม่ได้ครับ เพราะว่า คุณหมอชลน่านบอกใช้ไม่ได้ให้ถอนไป เมื่อสักครู่คุณสุนัยใช้คําว่า ม็อบ กับคนเสื้อแดงอีก ผมก็เลยอยากรู้ว่าตกลงว่าใช้ได้หรือไม่ได้ครับ
คงจะใช้ไม่ได้กระมังครับ เพราะได้ตกลงไปแล้ว
ท่านประธานครับ ก็กราบขอบพระคุณ ผมเพิ่งรู้ว่าวอลล์เปเปอร์ (Wallpaper) ก็พูดได้เหมือนกัน ผมไม่ได้พูดในลักษณะว่า ใครเป็นม็อบ แต่ผมบอกเหตุการณ์มันเป็นความ
คือหลีกเลี่ยงคําว่า ม็อบ ก็แล้วกัน
เป็นความหวาดวิตกจากสิ่งที่เคย เกิดขึ้นมาในอดีต
นี่ประท้วงอะไรกัน ๒-๓ คน พาดพิงอะไร
ท่านประธานครับ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วงท่านประธานในการควบคุมการประชุมอย่าให้เป็ น ๒ มาตรฐาน เมื่อสักครู่นี้คุณเชน เทือกสุบรรณ พยายามจะชี้แจงข้อเท็จจริงซึ่งเป็นที่ประจักษ์ต่อ สาธารณชน ท่านประธานควบคุมไม่ให้ได้อภิปรายจนกระจ่างแจ้ง แล้วก็มาถึงสมาชิก ผู้ทรงเกียรติท่านสุนัย ท่านก็พูดในลักษณะเดียวกันแต่ว่าท่านประธานก็ปล่อยให้คุณสุนัย ได้เหวงอยู่อย่างนี้ในสภาผู้แทนราษฎร มันไม่สร้างให้เกิดบรรยากาศที่ดีครับ ผมอยากให้ ท่านควบคุมการประชุมและนําเข้าสู่วาระการประชุมซึ่งเป็นประโยชน์กับประชาชนต่อไป ยังมีรออยู่อีกมากมายหลายวาระเป็ นกฎหมายสําคัญทั้งสิ้นนะครับ ขอเถอะครับ ช่วยกันสร้างสรรค์บรรยากาศของสภาแห่งนี้ให้เป็นบรรยากาศของการสร้างสรรค์ อย่ามาเหวงกันครับ
จะปฏิบัติครับ เชิญ คุณศิริโชค
ท่านประธานครับ ต้องขอประทานโทษ เพื่อนสมาชิก
เดี๋ยว ๆ ให้คุณศิริโชคเขา
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ศิริโชค โสภา ส.ส. จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่ท่านผู้ทรงเกียรติสุนัยก็พาดพิงถึงผม ผมก็เพิ่งรู้วันนี้ครับว่าพรรคเปลี่ยนได้นะครับ สีผมเปลี่ยนได้แต่สันดานไม่เคยเปลี่ยนครับ
มันจะแรงไปกระมังครับ คือผู้หลักผู้ใหญ่เขาอายุมากกว่า มันจะบาปครับ
ไม่เป็นไรหรอกครับท่านประธาน ถ้าท่านสร้างวัฒนธรรมอย่างนี้เดี๋ยวผมก็จะละลาบละล้วงถึงผู้ใหญ่ของเขาบ้าง ไม่เป็นไร ท่านประธานครับ
เอาสักนิดหน่อย สัก ๑ นาที ก็พอแล้ว จะเข้าสู่ระเบียบวาระแล้วครับ
คือต้องบอกก่อนท่านประธานครับ ผมได้ใช้สิทธิด้วยข้อบังคับในที่ประชุมไม่อาศัยการประท้วงมาอภิปราย ด้วยการยกมือตลอด แล้วท่านประธานได้ให้ความกรุณาผมให้ผมได้หารือในวาระนี้ เพื่อนสมาชิกบางท่านก็ไป เข้าใจผิด เข้าใจว่ามุ่งจะล่อผมอย่างเดียว มุ่งจะล่อผมอย่างเดียวเลยบอกว่า เอ๊ะ ไม่ใช่ วาระอภิปรายนะ ไม่ใช่วาระหารือนะ อ้าว ไปโน่น ท่านประธานให้ผม และผมเองนี่ครับ เห็นว่าสภาควรจะได้มีการประนีประนอมกัน ผมเองก็เสนอท่านประธานตั้งแต่ต้นว่า เราต้องดึงความร้อนจากถนนเข้ามาในสภา เรากินเงินเดือนเขาเดือนละแสนนี่ครับ เรากินเงินเดือนประชาชนเดือนละแสนแล้ว ไม่ไปเอาความร้อนจากถนนมาเข้าหาเราได้ อย่างไร ผมเองเป็นผู้เรียกร้องให้ประธานสภาเปิดและสนับสนุน ท่านประธานที่กล้าหาญ ตั้งแต่เมื่อวันอังคารก่อนที่ท่านเรียกประชุมแล้วรัฐบาลไม่มา ท่านประธานครับ ดังนั้นวันนี้ ผมคิดว่าถ้าท่านประธานไม่ชี้แจงผมจะขอเสนอญัตติด่วนด้วยปากเปล่าครับ ด้วยวาจาว่า ขอให้มีการหารือกันในเรื่อง
วันนี้ไม่ใช่เรื่องญัตติแล้วครับ วันนี้จะขอความกรุณาอย่างนี้คุณสุนัยครับ ให้พระราชบัญญัติผ่านสักฉบับหนึ่งก่อน
ท่านประธานครับ ผมขอใช้สิทธิ เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาคุยกันเสียเพื่อให้คลี่คลายปัญหา ท่านประธานจะได้ชี้แจง ในวาระนี้ในเรื่องของการที่ทหารปิดล้อมสภาจนทําให้ภาพลักษณ์ประเทศชาติเสียหาย ขอผู้รับรองครับ
ไม่ต้องเสนอญัตติหรอกครับ เสนอแล้วมีผู้รับรองถูกต้อง มีท่านใดมีความเห็นเป็นอย่างอื่นมีไหมครับ เชิญคุณบุญยอด
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมขออนุญาตที่จะต้อง อภิปรายว่าผมไม่เห็นด้วยต่อญัตตินี้ เพราะว่าทหารมิได้ปิดล้อมสภาแต่อย่างใด อันนี้เป็น ข้อเท็จจริงครับ ทุกคนที่เข้ามาก็สามารถเข้าได้
เปล่าครับ คืออย่างนี้ครับ มีผู้เสนอญัตติแล้วท่าน
ผมก็เสนอว่าไม่เป็นญัตติครับ ผมเสนอตามระเบียบวาระครับ ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ มีเสนอญัตติ มีอะไรเพิ่มเติมครับคุณสุนัย
ท่านประธานครับ ผมในฐานะ ผู้เสนอก็ขอให้เข้าสู่วาระเรื่องการให้เหตุผล ท่านประธานครับ สภาพสังคมขณะนี้ ต้องยอมรับว่ารัฐบาลของคุณอภิสิทธิ์นั้นแยกไม่ออกจากการก่อจลาจลของม็อบพันธมิตร ในอดีตที่ทําให้เกิดรัฐบาลขึ้น การตั้งรัฐบาลในค่ายทหารก็ดี รวมตลอดมาจนถึงเหตุการณ์ ที่ท่านประธานบอกว่าท่านขอร้องไปนั้น แต่สิ่งที่มันทํานี่เป็นเรื่องที่ทําให้ภาพลักษณ์ของ ระบอบประชาธิปไตยเสียหายอย่างยิ่ง ผมเป็นห่วงรัฐบาลและสภาของเรา รัฐบาลนี่ ผมไปเกี่ยวกับเขาไม่ได้แต่สภานี่ผมมีส่วน ดังนั้นวันนั้นที่พวกเราไม่ยอมมาร่วมนั้น ก็เพราะว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันเป็นภาพลักษณ์ที่เสียหายมาก ท่านประธานครับ ถ้าจะมี ทหารมาตั้งด่านบางส่วนไม่เป็ นไรครับ ปิ ดถนนทั้งสาย ใช้เครื่องกีดขวาง เป็นสิบชั้น บางจุดให้เดินเข้าเท่านั้น จุดที่ท่านประธานมานั้น มาถึงสภาก็ต้องจอดรถ ข้างนอกเดินเข้าไปอีก ท่านประธานครับ ท่านเห็นรถขยะไหมครับ รถขยะก็เหม็นอยู่แล้ว มีใครจะไปปีนรถขยะครับ ยังเอาลวดหนามพันรถขยะอีก ภาพลักษณ์อย่างนั้นท่านครับ มันเสียหายมาก เราก็เห็นว่าเราจะปกป้ องภาพลักษณ์ของสภาเราจึงไม่เข้ากัน แล้ววันนี้ก็ชัดเจนครับ แม้กระทั่งประธานวุฒิสภาก็ได้แสดงความเห็นว่าเป็นภาพ ที่ไม่เหมาะสม แล้ววันนี้กลุ่มคนเสื้อแดงก็พูดชัดเจนว่าเขาไม่มาบุกสภาแน่นอน แต่ถ้าทหารแสดงบทบาทเมื่อไรเขาจะมา มันก็ชัดเจนอีก ดังนั้นวันนี้ท่านประธานครับ ภาพลักษณ์ท่านเห็นไหมครับ พอมีการปิดล้อมสภานะครับ
เขาอภิปรายสนับสนุน ญัตติเขา
วันรุ่งขึ้นหนังสือพิมพ์ลงข่าวชัดเจน เลยครับว่าทหารได้โบนัสไปแล้วครับ กระทรวงกลาโหมชง ครม. อนุมัติแผนซื้ออาวุธ ๑๐ ปี ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน
เดี๋ยวเอารายละเอียด ตอนอภิปราย
ข่าวนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สะท้อน ให้เห็นว่าทําไมมาสอดรับกับสิ่งที่ทหารเข้ามาช่วยรัฐบาลอย่างนี้ มันสะท้อนให้เห็นชัด ท่านประธานครับ วันนี้ถึงได้บอกว่าอิทธิพล
ประท้วงอะไรล่ะครับ หมอประท้วงอะไร เดี๋ยวครับ คุณหมอจากจังหวัดตรังประท้วง
ท่านประธานครับ หมอดี ๆ ก็มีนะครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ เรื่องของ การควบคุมการประชุมให้อยู่ในสภาพที่มีเหตุมีผล สงบเรียบร้ อย ขอเรียนตรง ๆ ว่าตอนนี้ผมสับสนไปหมดแล้วครับท่านประธานว่ามันอยู่ในระเบียบวาระอะไร ในเมื่อท่านประธานยังไม่ได้เข้าระเบียบวาระแม้แต่น้อยเลย แล้วก็ยังหารืออยู่นะครับ แล้วอยู่ ๆ จะมาตั้ง
คือสิทธิของเขา ตามข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๑) (๕) เขาเขียนไว้ชัดเขาก็มีสิทธิ เมื่อเขาเสนอมา เขามีผู้รับรอง เราก็เปิดโอกาสให้เขา แต่ทีนี้เรื่องมันก็มีอยู่ว่าในข้อบังคับ ข้อ ๒๑ มันต้องเป็นมติที่ประชุม ว่าจะรับญัตตินี้หรือไม่ ต้องถามมติที่ประชุม
ถ้าอยู่ในวาระหารือนี่ก็ได้เลยหรือครับ เสนอญัตติเข้ามาได้เลยหรือครับ
ไม่มีปัญหาใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิก ดูข้อบังคับครับ
ถ้าอย่างนั้นก็ได้ครับ แต่ต้องเป็นมาตรฐาน อันนี้ต่อไปนะครับ
ท่านประธานครับ ผมเองอยากจะ เชิญชวนเพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาล เราไม่ได้ตําหนิท่าน ผมก็เห็นใจนายกรัฐมนตรีนะครับ ว่านายกรัฐมนตรีจะอยู่ในฐานะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเพราะอํานาจทหารมันคํ้าอยู่ แล้วรูปแบบมันชัดเจนครับ ปัญหาโครงสร้างของระบบเรานี่ทหารมีอํานาจ เป็นอํานาจ นอกระบบมายาวนาน วันนี้เรายิ่งเปิดช่องทางให้เขามามากเข้าอีก ด้วยภาพสัญลักษณ์ ของการประชุมคราวที่แล้ว ท่านครับ หลังจากมีการปิดล้อมสภาแล้ว ปรากฏว่าผมต้องขอ ประทานโทษท่านประธาน ขออ้างหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เพราะเป็นหนังสือพิมพ์ ที่น่าเชื่อที่สุด เพราะเขาเชียร์รัฐบาลอยู่แล้ว บอกเลยครับ ลงข่าวว่า กลาโหมชง ครม. อนุมัติแผนซื้ออาวุธ ๑๐ ปี ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่เป็นการให้รางวัลที่ดูดคุณภาพชีวิต ของประชาชนไปซื้ออาวุธ แล้วเดี๋ยวนี้ข้อเท็จจริงปรากฏในหนังสือพิมพ์ใกล้เคียงกัน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ เดี๋ยวนี้ทหารกินตั้งแต่อาวุธจนกระทั่งถึงตลาดศาลานํ้าร้อนครับ
คืออย่างนี้ได้ไหมครับ คุณสุนัย คุณสุนัยครับ รายละเอียดนี่เมื่อมติที่ประชุมได้เห็นชอบตามญัตติของท่าน แล้วค่อยอภิปรายเต็มที่ ตอนนี้ก็สรุปสั้น ๆ ครับ
ได้ครับ ปรากฏว่าชาวบ้าน ตลาดศาลานํ้าร้อนฝั่งธนบุรีประท้วงกลุ่มทหารที่มาผูกขาดตลาดด้วยครับ ตั้งแต่บนสุด ถึงล่างสุดนี่เทปลาประท้วงกันเต็มไปหมด ภาวะอย่างนี้พรรครัฐบาลยังจะนิ่งนอนใจอยู่ได้ อย่างไร
มีอะไร ประท้วงอะไร เดี๋ยวครับท่านสุนัย เชิญครับประท้วงอะไรครับ
นิดเดียวครับ ท่านประธาน ผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานครับให้ดําเนินการประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ให้เรียบร้อยนะครับ นิดเดียวครับว่า ข้อ ๔๖ ท่านสุนัยเสนอเป็นญัตติด่วน เพราะฉะนั้น ท่านสุนัยต้องอภิปรายครับว่ามันด่วนอย่างไร ตามข้อ ๔๖ (๑) ฉะนั้นท่านสุนัย ลากข้อเท็จจริงมาแบบนี้ผมว่าเอาไว้ตอนที่ญัตติของท่านได้รับความเห็นชอบก่อนดีไหม ครับ ตอนนี้ท่านช่วยบอกว่าด่วนอย่างไรเท่านั้นเองครับท่านประธาน ผมเคารพสิทธิ ซึ่งกันและกันครับ
ครับ ก็นั่นแหละผมก็บอก ผู้เสนอญัตติบอกเขาแล้วครับเมื่อกี้ท่านก็คงจะได้ยินครับ
ขอบพระคุณครับ ที่ด่วน เพราะว่าพอปิดล้อมเสร็จก็มีมติ หนังสือพิมพ์ลงข่าวให้ทหารซื้ออาวุธผูกพัน ๑๐ ปี ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างนี้ไม่ด่วนอย่างไร
ครับ กระผมว่าพอที่จะ สรุปได้กระมังครับ
ตรงนี้เองครับท่านประธาน เพราะผมรู้อนาคตว่า ถ้าผมไม่ได้ให้เหตุผลนี่เดี๋ยวท่านจะเข้าใจผมผิด แล้วท่านก็จะใช้ เสียงข้างมากลากไป โหวตโดยไม่มีการอภิปรายอีก ผมจึงขอถือโอกาสนี้ว่า ญัตติที่ผม เสนอนี้รัฐบาลก็จะได้มาแก้เสีย ทางนี้ว่าอย่างนี้ ว่าอย่างนี้ ว่าอย่างนี้ ท่านประธานก็จะได้ ชี้แจงเสียแล้วก็จะได้จบเสียวันนี้ ไม่อย่างนั้นมันก็คาใจไป ดังนั้นผมเองอยากจะขอไปทาง ฝ่ายรัฐบาลว่าเราใช้เวทีสภาเถอะครับมาแก้ภาพลักษณ์ที่เราเข้าใจผิดกัน ถ้าท่านคิดว่า เข้าใจผิดท่านก็แก้มา เราคิดว่าเราเข้าใจถูกเราก็พูดไปพาร์ลิเมนท์ (Parliament) พาร์ลิ (Parley) แปลว่าเราปกครองด้วยระบบรัฐสภา เราไม่ใช้รัฐสภาไปดูดความร้อน จากถนนมาได้อย่างไร หรือจะให้เขาไปร้อนอยู่ที่ถนน เพราะพูดไม่ได้ในนี้ ถนนก็มีบทบาท มากขึ้น เอาอย่างนั้นหรือครับท่านประธาน ผมจึงขอความร่วมมือเพื่อสภาทั้ง ๒ ฝ่าย ว่าเราเอาญัตตินี้เสีย แล้วมาถกเถียงกัน มาพูดจากันในสภา ท่านประธานครับเถียงกัน อย่างไรก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ เราไม่เคยที่จะแสดงบทบาทความเป็นศัตรู แล้ววันนี้สิ่งที่ มีการเรียกร้องให้มีการยุบสภานั้นแท้จริงแล้วเราก็มีบทเรียนมายาวนานครับ ทุกครั้งที่มีการยุบสภาใครจะไปเชื่อได้ครับว่าใครจะชนะ ไม่แน่นอนทั้งนั้นละครับ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าคราวหน้าพรรคนั้นกับพรรคนี้ที่ต่างเคยว่ากันจะไม่ผสมจับมือกัน มันไม่แน่นอนเพราะระบบรัฐสภานั้นตัวเลขเป็ นเรื่องสําคัญ ผมก็เลยคิดว่าวันนี้ เราใช้เวทีนี้เสียเถอะนะ ผมขอร้องท่านมา ๒ อาทิตย์ ๓ อาทิตย์แล้ว นี่ก็ขอร้องผ่านไป ทางรัฐบาลว่าเราเอาเวทีนี้มาพูดกันให้ผ่อนคลายความร้อนเสียจะเป็นประโยชน์ที่สุด จึงขอกราบขอบพระคุณท่านประธานจริง ๆ นะครับ ท่านจะได้ชี้แจงด้วยและขอเสียง สนับสนุนทุกฝ่าย ขอบคุณครับ
เชิญคุณหมออสิ
ผมขอขอบคุณท่านประธานที่อนุญาต ให้ผมได้พูดนะครับ ผมก็ยกมือมาตั้งนาน ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสตูล ผมขอแสดงความไม่เห็นด้วยกับญัตติที่เสนอมานี้ครับ เนื่องจากว่าวันที่ทหารได้มาล้อมทั้งหมดมันไม่ใช่ล้อมไม่ให้คนเข้านะครับ มีข่าวออกไปว่า ห้ามให้รถเข้า จริง ๆ ผมก็ขับรถเข้ามาเพียงแต่ว่าท่านอยากเข้าหรือไม่อยากเข้าเท่านั้นเอง แล้วการที่รัฐบาลทําอย่างนี้มันก็เนื่องจากประวัติศาสตร์มันเกิดขึ้นแล้ว เราอยู่ได้ การแก้ปัญหา การป้ องกันปัญหา ต้องดูประวัติศาสตร์ครับ ทําไมสงครามโลกครั้งที่ ๓ มันไม่เกิด เพราะเราดูบทเรียนจากสงครามโลกครั้งที่ ๑ และครั้งที่ ๒ อะไรที่เกิดขึ้น ที่พัทยา อะไรที่เกิดขึ้นตอนที่เลือกนายกรัฐมนตรี ผมนั่งรถตู้ออกไปโดนทุบรถตู้ โยนนํ้ามันเบนซินเข้าไปในรถ แล้วกําลังจะจุดไฟโยนเข้าไป แจ้งความอยู่ที่ สน. ดุสิต เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาลทําทั้งหมดมันเป็นเรื่องที่ชอบธรรมเพื่อป้ องกันไม่ให้เกิดปัญหา ขึ้นมา ผมเห็นใจนายกรัฐมนตรีที่ท่านมีความเป็นสุภาพบุรุษ ท่านตอบโต้ความไม่ถูกต้อง ด้วยความถูกต้องครับ นี่คือหลักการของศาสนาผมเอง ศาสนาอิสลามบอกว่า จงตอบโต้ความชั่วด้วยความดี เพราะฉะนั้นเราต้องทําดีเพื่อตอบโต้ความที่ไม่ถูกต้อง นี่คือสิ่งที่ท่านทําขึ้นมา แล้วผมก็อยากจะบอกว่าเราอย่าอยู่ด้วยความเกลียดชังต่อกันเลย ผมไม่เคยเกลียดชัง ฝ่ายค้าน มหาตมะ คานธี ซึ่งเป็นผู้นําของโลก เป็นรัฐบุรุษของโลกเคยพูดไว้ว่า ถ้าพระเจ้า มีอยู่ในหัวใจของคนทุกคนแล้วใครล่ะที่จะกล้ามาเกลียดชังต่อกัน เพราะฉะนั้นเราอย่า เกลียดชังต่อกัน ทําทุกอย่างด้วยความรักต่อกันแล้วจะสามารถแก้ปัญหาได้ ผมขอชื่นชม ท่านนายกรัฐมนตรีที่พยายามทุกทางที่จะทําให้เกิดการแก้ปัญหาขึ้นมา และตอนนี้ ผมก็คิดว่ามันก็สามารถแก้ปัญหาไปได้หลายอย่าง ถ้าทางท่านให้ความร่วมมือ ถ้าผู้ชุมนุมให้ความร่วมมือ ทุกอย่างก็สามารถแก้ปัญหาได้ แต่ถ้าท่านมีเจตนาที่จะไม่ให้ ความร่วมมือแต่แรกแล้วมันก็ยาก เพราะฉะนั้นผมคิดว่าวันนี้ญัตตินี้ยังไม่ควรจะเข้ามา มันไม่ถึงขนาดที่เราจะต้องเอามาเป็ นญัตติด่วน ปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อน ในประเด็นอื่น เช่น ขาดนํ้า ตอนนี้แล้ง ภาวะแล้ง นํ้าไม่เพียงพอต่อการบริโภค อย่าว่าแต่ ใช้ทําการเกษตรแม้กระทั่งบริโภคก็ยังไม่พอ ผมถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องประเด็นหลัก ที่สําคัญ สําหรับเรื่องการชุมนุมผมคิดว่ายังไม่ได้เป็นปัญหาที่สําคัญถึงขนาดที่จะไป สามารถเอามาเป็นญัตติด่วนได้ เพราะผมคิดว่าคนในประเทศนี้จํานวนมากที่ไม่เห็นด้วย กับการชุมนุม ในขณะที่ประเทศชาติสามารถเดินไปได้ด้วยดี ผมขอยํ้าอีกครั้งว่า จงมีความรักต่อกัน ถ้าพระเจ้าอยู่ในหัวของท่านของทุกคนแล้วขอให้เรามีความรักต่อกัน อย่าเกลียดชังต่อกันเลยครับ ขอบคุณครับ แล้วก็ขอค้านไม่เห็นด้วยกับการที่จะยื่นญัตตินี้ ขอบคุณครับ
ขอฟังวิป (Whip) ฝ่ำยรัฐบาลจะเห็นด้วยไหม เชิญครับ เดี๋ยวผมถามวิปรัฐบาลเขาจะเอาด้วยไหม ถ้าเอาด้วยเราก็จะได้ไม่ต้องโหวต เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิทยา แก้ วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ จะใช้เวลาท่านประธานไม่นานครับ ผมเข้าใจดีเพื่อนสมาชิก ที่เสนอญัตติเมื่อสักครู่ขึ้นมา แล้วก็เป็นเรื่องราวที่พูดกันไปพูดกันมาและค้างคาใจว่า ระหว่างปิดสภาหรือป้ องกันสภา แต่เนื่องจากวันนี้ผมก็ไม่ได้รับการประสานก่อนว่า จะเอาญัตตินี้เข้ามา ถ้าท่านคิดว่าจะเอาญัตตินี้จริง ๆ วันนี้ทําตามกติกาเสียก่อน พิจารณากฎหมายให้เสร็จ พรุ่งนี้เสนอญัตติเข้ามา แล้วผมคิดว่าเรื่องนี้ก็จําเป็นต้องพูด แล้วก็ไม่ขัดข้องถ้าเสนอในเวลาอันควร หลังจากกระทู้ถามเสร็จพรุ่งนี้แล้วจะเอาญัตติ ดังกล่าวเข้ามา ฝ่ายรัฐบาลก็พร้อมที่จะรับและให้พิจารณาเป็นญัตติด่วน
ก็เป็ นแนวทางที่ดี เหมือนกัน คือกฎหมายมหาวิทยาลัยพะเยายังคาราคาซังอยู่ อยากจะให้ชาวจังหวัด พะเยาได้ประโยชน์ เอาอย่างไรคุณสุนัยครับ คุณหมอชลน่านนี่พูดแล้วพูดอีก ฟังคนอื่น เขาบ้างคุณหมอครับ คุณสุนัยเจ้าของญัตติว่าอย่างไรครับ
ท่านประธานครับ ผมคิดว่า เราก็ใกล้กันเข้ามาเรื่อย ๆ อย่างน้อยที่สุดท่านประธานวิปของรัฐบาลกับผมนั้น ก็มีประวัติศาสตร์กันผูกขาดยาวนาน เราก็พยายามขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น ไม่เหมือน ที่ประชุมนายกรัฐมนตรีกับแกนนํา นปช. รู้สึกยิ่งพูดยิ่งห่าง ท่านประธานก็จะเห็น เหตุการณ์ ทีนี้ผมว่าอย่างนี้ดีไหม ก็ขอท่านวิทยาเถอะครับว่า ผมว่าสถานการณ์วันนี้ เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่าข้างนอกมันร้อนมาก เรารีบเข้ามาก่อนเถอะครับ ส่วนกฎหมาย ๓ ฉบับนั้น ผมคิดว่าเราอาจจะประชุมสภาวันนี้ให้ยาวหน่อยก็ได้ เอาเสียวันนี้เถอะครับเพื่อให้ประชาชนจะได้เกิดความมั่นใจว่าระบบรัฐสภามีทางออก คนที่ไม่ใช่เสื้อแดงก็เยอะ คนเสื้อสีอื่นก็มีเขาจะได้รู้สึกว่าสภานี้เป็นทางออก และเรามี ความรับผิดชอบร่วมกัน ไม่จําเป็นจะต้องเกี่ยงงอนเอาพรุ่งนี้ มะรืนนี้ ผมว่าเอาเสียวันนี้ แล้วก็ประชุมยาวหน่อย ก็ได้จะได้พิสูจน์ให้ประชาชนเห็นว่าเราทํางานกันจริงจัง แม้ท่านจะวางเกณฑ์ไว้ว่า ๕ โมงจบ วันนี้เอาถึง ๔ ทุ่มก็ได้ ท่านประธานครับ ๔ ทุ่ม ๕ ทุ่ม ก็ได้ครับ ดังนั้นผมเองคิดว่าเรามาจับมือกันแล้วสร้างบรรยากาศ ท่านบอกว่าไม่ใช่ปิดล้อมก็ว่ากัน เถอะครับ เราให้เหตุผลกัน แล้วเราพิสูจน์มาแล้วว่าสภาทําท่าจะแรงแต่ไม่มีอะไรสักที เราเป็นสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่สภากลาโหมจะได้สั่งซ้ายหัน ขวาหัน ไม่ใช่ครับ เราสร้าง บรรยากาศของสภาเถอะครับ จึงขอความกรุณาท่านประธานวิปอย่าได้เกี่ยงงอนว่า ไม่มาปรึกษาหารืออะไรกัน ปรึกษาอย่างนี้แหละครับ ก็ในเมื่อท่านนายกรัฐมนตรี ยังอยากจะเจรจาหลายรอบ ในสภาเราก็อยากจะเจรจาครับ จะได้คุยกัน มันไม่ดีหรือครับ ผมขอยืนเถอะครับ และขอร้อง ส่งมิตรไมตรีไปถึงท่านประธานวิป พี่ชายจะขอสักครั้ง ไม่ได้หรือ ไปเสี่ยงกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วครับ ขอยืนยันเหมือนเดิม ขอเถอะนะครับ
เมื่อเจ้าของญัตติยังยืนยัน กระผมก็เพื่อไม่ให้เสียเวลานะครับ คุณชลน่านครับ เราโหวตกันดีกว่าว่าจะรับ หรือไม่รับนะครับ ไม่ฟังแล้วครับ พอแล้วครับ เรากินเวลาไปมากสมควรแล้ว ๑๑ โมงแล้ว กระผมขอใช้บังคับ ข้อ ๒๑ ดําเนินการนะครับ ขอเชิญสมาชิกเข้ามาใช้สิทธิในการลงมติ ว่าจะรับญัตติของท่านสุนัยหรือไม่ มีอะไรอีกครับ คุณสุนัยครับ
ท่านประธานครับ นิดเดียว ผมว่าท่านวิทยาอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ อย่าให้เกิดบรรยากาศที่นั่นเลยครับ ผมว่าเป็น บรรยากาศที่สมานฉันท์นี่ดีที่สุดแล้ว รัฐบาลเขายังเจรจากับ นปช. เลย ทําไมพวกเรา อยู่ในสภาด้วยกัน กินเงินเดือนประชาชนไม่ทําครับ
เชิญสมาชิกเข้าห้องประชุม เพื่อลงมติครับ เพื่อให้ถูกต้องตามข้อบังคับครับ
(ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ประท้วงอะไรครับ คุณพงศ์พันธ์
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ก่อนที่จะลงมติผมขออนุญาตท่านประธาน นับองค์ประชุม โดยวิธีนับเป็นรายบุคคลครับ
ผมใช้สิทธิของผมเหมือนกัน ผมกําลังจะเรียกนับองค์ประชุมอยู่แล้ว ไม่ต้องเสนอหรอกครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ นอกห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมว่าจะครบหรือไม่ครบนะครับ เชิญท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุม ท่านใดที่อยู่ที่ห้องประชุมคณะกรรมาธิการอะไรก็สละเวลามาโหวต ก่อนนะครับ ท่านสมาชิกครับ เมื่อท่านเข้าสู่ห้องประชุมเรียบร้อย นั่งประจําที่เรียบร้อยแล้ว โปรดเสียบบัตรแสดงตนนะครับ โปรดเสียบบัตรแสดงตนทุกท่านนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เพราะขณะนี้ผู้เซ็นชื่อ เข้าประชุมมีอยู่ ๓๖๔ ท่าน เสียบบัตรแสดงตนกันเรียบร้อยหรือยังครับ ถ้าเรียบร้อยแล้ว ส่งผลมา มีผู้เสียบบัตรแสดงตน ๒๕๔ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมนะครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบตามญัตติ ของท่านสุนัย จุลพงศธร โปรดกดปุ่ ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นชอบเพื่อดําเนินการ ตามระเบียบวาระการประชุมโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียง ก็โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ เข้าใจนะครับ เข้าใจแล้วโปรดใช้สิทธิของท่านนะครับ เพราะครบ องค์ประชุมแล้วครับ เชิญใช้สิทธิครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบตามญัตติของท่านสุนัย จุลพงศธร ก็โปรดกดปุ่ ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบ เห็นให้ดําเนินการตามระเบียบวาระ การประชุมโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย หรือ ไม่เห็นชอบ แล้วก็ใครที่เห็นว่าจะงดออกเสียง ก็โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ครับ โปรดใช้สิทธิของท่านนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ทุกท่านใช้สิทธิเรียบร้อย แล้วนะครับ ถ้าใช้สิทธิเรียบร้อยแล้วกระผมของดการใช้สิทธินะครับ โปรดส่งผล มีผู้เข้าประชุมทั้งสิ้น ๓๕๗ ท่าน เห็นด้วยตามญัตติของคุณสุนัย จุลพงศธร ๑๑๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๒๙ ท่าน คือเอาตามระเบียบวาระการประชุม งดออกเสียง ไม่มีนะครับ ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๓ ท่าน ถือว่าดําเนินตามระเบียบวาระการประชุมนะครับ กระผม ขอดําเนินการไปเลยนะครับ
(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
มีอะไรครับ มันจบไปแล้วนะครับ คุณสุนัย
ท่านประธานครับ ขอความกรุณา ท่านประธานอีกนิดหนึ่งครับ ผมในฐานะเป็นผู้เสนอญัตติก็ยอมรับกติกาครับ เพียงแต่ผมเอง อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ฝ่ายค้านได้พยายามอย่างยิ่งที่จะหาทางปรองดอง ให้เกิดขึ้นทางความคิด
เอาไว้วันพรุ่งนี้ครับ พรุ่งนี้ ผมจะพยายาม ขอความกรุณา
แต่ว่าวันนี้เป็นอีกครั้งหนึ่ง มันไม่ใช่ เรื่องเดียวครับท่านประธาน เราเคยเสนอพระราชบัญญัติปรองดองแห่งชาติไว้ในสภาแล้ว ท่านก็ไม่แก้ เสนอแก้รัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้นแล้วรัฐบาลก็ไม่เอา ขอให้ท่านดําเนินคดีกับ แกนนําคนเสื้อเหลืองที่ยึดสนามบิน ยึดทําเนียบเพื่อลดแรงกดดัน เพื่อให้เสื้อแดง มีความชอบธรรม ท่านก็ไม่ทํา วันนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งครับ
พอแล้วครับท่านสุนัย
ก็ขอให้พี่น้องประชาชนได้รู้เถอะครับว่า ฝ่ายค้านเราได้ใช้ความพยายามอย่างยิ่งแล้ว
พอแล้วครับ เรื่องนี้จบแล้ว
ที่จะดูดความร้อน ทําหน้าที่ของสภา จากถนนเข้ามาในสภาแต่รัฐบาลยังเกี่ยงงอนอยู่ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ มีอะไรครับ ท่านรัฐมนตรี
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี บังเอิญว่าต้องขออนุญาตชี้แจงเนื่องจากว่าจะเกิดความเข้าใจผิดเรื่องรัฐบาลนะครับ ความจริงแล้วก่อนหน้านี้ก็มีหลายเรื่องซึ่งเพื่อนสมาชิกก็อภิปรายไป แล้วก็คิดว่าจะเกิด ความเข้าใจผิด แต่ว่ามีการชี้แจงกันหลายครั้ง แล้วก็คิดว่าพรุ่งนี้ก็น่าจะมีกระทู้ถามสด ของเพื่อนสมาชิกถามเรื่องสถานการณ์ ก็คงจะต้องได้ชี้แจงกันหลายเรื่องด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพระราชบัญญัติความมั่นคงก็ดี เรื่องอื่น ๆ ก็ดี อันนี้ก็คาดหมายไว้ ส่วนเรื่องกรณีของสภา ความจริงก็มีกระทู้ถามสดในสัปดาห์ที่แล้ว แล้วก็มีการชี้แจง ชัดเจนกันไปอีกรอบหนึ่ง แต่ถ้าหากว่ามีการสอบถามตรงนี้ก็คงจะได้ชี้แจง แต่เนื่องจากว่าเพื่อนสมาชิกสักครู่ ก็กล่าวหารัฐบาลว่า ไม่รับเรื่องนั้น เรื่องนี้ เรื่องโน้น เรื่องความปรองดอง ก็ต้องเรียน ท่านประธานสั้น ๆ ว่า ผมคงไม่ต่อความยาวสาวความยืดในส่วนนั้น แต่รัฐบาลก็มีหน้าที่ ที่จะทําให้บ้านเมืองมีความปกติสุข กลับสู่ความปกติโดยเร็ว อะไรที่เราสามารถที่จะรับได้ เดินหน้าได้เราก็ทํา อย่างกรอบการเจรจาที่เกิดขึ้นนั้นท่านนายกรัฐมนตรีก็รับแล้วก็ไป เจรจาด้วยตนเอง อันนี้ก็เป็นแนวทางที่จะสร้างความเรียบร้อยให้เกิดขึ้นได้
เอาไว้ชี้แจงพรุ่งนี้ได้ไหมครับ ท่านรัฐมนตรี
ผมเอง จะชี้แจงท่านประธานสั้น ๆ ว่า เดี๋ยวจะเกิดความเข้าใจผิดว่ารัฐบาลไม่รับเงื่อนไขอะไรเลย ความจริงเราก็รับทุกเงื่อนไข แล้วก็พยายามที่จะทําให้บ้านเมืองกลับสู่ความปกติ เพราะฉะนั้นเงื่อนไขสถานการณ์ทั้งหลายที่ท่านพูดถึงในวันนี้ วันพรุ่งนี้ถ้ามีการถาม ก็จะชี้แจงอย่างละเอียดครับ
ขอบคุณครับ ผมขอดําเนินการประชุมครับ ขณะนี้มีสมาชิกมาเซ็นชื่อ ๓๖๘ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พอแล้วคุณสุนัย พอแล้ว พรุ่งนี้ต่อกัน ผมว่าพอแล้วคุณสุนัยจะได้เดินหน้า เอานิดหน่อย พูดมากแล้วนะครับ
ท่านประธานด้วยความเคารพครับ เพื่อให้สังคมเข้าใจนี่คือเทคนิคทางการเมือง ผมก็อยู่สภามานานแล้วครับ การอภิปราย ในญัตติกับการอภิปรายในกระทู้ถามมันคนละเรื่อง ท่านรัฐมนตรีกําลังจะเบี่ยงเบนไม่ให้ มีการใช้สภาในการที่จะระดมความเห็น ท่านครับ ท่านไปดูสถานีวิทยุกระจายเสียง กรมประชาสัมพันธ์และหอยม่วงของท่านเถอะ ท่านได้กระทําการความแตกแยก อย่างหนักที่สุด กลับมาเถอะครับ
พอแล้วคุณสุนัย มันนอกการประท้วงแล้วครับ
เข้าใจครับ กลับมาเถอะครับ แต่ว่าเทคนิคอย่างนี้เข้าใจกันครับ พรุ่งนี้เขาจะเบี่ยงเบนให้เป็นเรื่องกระทู้ถาม ไปปรึกษา กันเถอะครับว่า สิ่งที่ผมเสนอนี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุด มาคุยในสภาดีกว่าครับ ญัตตินะครับ ขอบคุณครับ
กระผมขอดําเนิน การประชุมตามระเบียบวาระการประชุมนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
๒.๑ ผมขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบนะครับ เนื่องจากการประชุมสมัชชา สหภาพรัฐสภา ไอพียู (IPU) เราดําเนินการประชุมมานี้เป็นวันที่ ๕ แล้วนะครับ กระผม ขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า มีประเทศสมาชิกทั่วโลกซึ่งอยู่เป็นสมาชิกของไอพียูทั้งหมด ๑๕๑ ประเทศ สมาชิกไอพียูได้เดินทางเข้ามาประชุมที่ประเทศไทยที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และบางกอก คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัล เวิลด์ (Centara Grand Bangkok Convention Center at Central World) นี้ จํานวน ๑๓๘ ประเทศ มีสมาชิกใหม่ เพิ่มขึ้น ๒ ประเทศ มีผู้สังเกตการณ์ ๑ ประเทศ มีประเทศที่ส่งทูตมาแทน ๑ ประเทศ แล้วก็มีสมาชิกสมทบอีก ๕ ประเทศ ผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น ๒,๐๓๑ คน ปรากฏว่า มากที่สุดตั้งแต่มีการประชุมไอพียูมา ๑๒๒ ครั้ง ครั้งนี้เป็ นครั้งประวัติศาสตร์ ที่ประเทศไทยได้รับเกียรติอย่างสูงที่สุดนะครับ ก็ขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ ซึ่งมีรองประธาน มีประธานมามากที่สุดเป็นประวัติการณ์ของการประชุมสภาโลก ก็แจ้งให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
๒.๒ เนื่องจากทุกท่านเป็นสมาชิกของสหภาพรัฐสภากันทุกคนนะครับ เราได้ใช้เงินกองทุนที่ดําเนินการคนละ ๕๐๐ บาทที่หักทุก ๆ เดือน ก็ขอแจ้งว่าเราได้ทํา กระเป๋ำเพื่อมอบให้สมาชิก ๒,๐๐๐ กว่าท่านที่เดินทางมา แล้วผมก็ได้ทําอะไหล่ไว้ให้ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๔๗๕ ท่าน กับวุฒิสภา ๑๕๐ ท่านฉะนั้นท่านใด มีความประสงค์อยากจะได้กระเป๋ำและเอกสารก็รับได้ที่เจ้าหน้าที่สํานักงาน ประธานสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ไปเซ็นชื่อรับ บางท่านอาจได้รับแล้ว บางท่านไม่ได้รับ มีเวลาก็ปลีกไปเซ็นชื่อรับด้วย ก็ถือว่าเป็นเอกสิทธิ์ของท่าน ท่านอยากจะรับก็ได้ ท่านไม่รับก็ให้คนอื่นเขารับไป แต่ว่าต้องเซ็นชื่อรับนะครับ เพื่อเป็นหลักฐานว่าท่านได้รับ กระเป๋ำและเอกสารในการประชุมไอพียูครั้งนี้ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
กระผมขอเรียนเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ เชิญครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
การพิจารณาในวาระที่สองนี้ จะพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง คําปรารภ แล้วเรียงตามลําดับมาตรา และให้สมาชิกอภิปราย ได้เฉพาะถ้อยคํา หรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือผู้แปรญัตติที่มีการสงวน คําแปรญัตติ หรือกรรมาธิการที่มีการสงวนความเห็นไว้ ทั้งนี้ แล้วแต่ที่ประชุมจะลงมติ เป็ นอย่างอื่น ขอเชิญคณะกรรมาธิการ เมื่อท่านคณะกรรมาธิการพร้ อมแล้ว เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการแถลง เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้ แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปี ที่ ๓ ครั้งที่ ๙ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพุธที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ที่ประชุมได้ลงมติรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. .... (นายไพโรจน์ ตันบรรจง กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. .... (นายนคร มาฉิม กับ คณะ เป็นผู้เสนอ) โดยใช้ร่างพระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรีเป็นหลักในการพิจารณา คณะกรรมาธิการได้มีการประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. .... ทั้งหมดจํานวน ๔ ครั้ง
บัดนี้คณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว และได้เสนอรายงาน การพิจารณาของคณะกรรมาธิการพร้อมข้อสังเกตมาเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ให้ความเห็นชอบต่อไป ขอบคุณครับ
เชิญท่านเลขาธิการ ดําเนินการ
ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ มาตรา ๔ และมาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๑ บททั่วไป ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖ มีการแก้ไข
มีท่านผู้ใดติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีท่านผู้ใดติดใจ ผ่านนะครับ
มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๕ มีการแก้ไข
มีท่านเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ที่ขอแปรญัตติ ยังติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
พอใจนะครับ ผ่านนะครับ
มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ และมาตรา ๑๘ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๒ การดําเนินการ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘ และมาตรา ๓๙ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๓ การประกันคุณภาพและ การประเมิน ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๔ การบัญชีและการตรวจสอบ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๔๙ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๕ การกํากับและดูแล ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๑ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๖ ตําแหน่งทางวิชาการ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕๒ มาตรา ๕๓ มาตรา ๕๔ มาตรา ๕๕ และมาตรา ๕๖ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๗ ปริญญาและวิทยฐานะ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕๗ มาตรา ๕๘ มาตรา ๕๙ มาตรา ๖๐ มาตรา ๖๑ มาตรา ๖๒ มาตรา ๖๓ และมาตรา ๖๔ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๘ บทกําหนดโทษ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖๕ และมาตรา ๖๖ ไม่มีการแก้ไข บทเฉพาะกาล ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖๗ และมาตรา ๖๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖๙ มีการแก้ไข
มีท่านผู้ใดติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มี ผ่านครับ
มาตรา ๗๐ มีการแก้ไข
มีท่านผู้ใดติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีก็ผ่านนะครับ
มาตรา ๗๑ มีการแก้ไข
มีท่านผู้ใดติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มี ผ่านครับ
มาตรา ๗๒ มาตรา ๗๓ มาตรา ๗๔ มาตรา ๗๕ มาตรา ๗๖ และมาตรา ๗๗ ไม่มีการแก้ไข
จบการพิจารณาในวาระที่สอง เมื่อจบการพิจารณาเรียงตามลําดับมาตราแล้ว ต่อไปเป็ นการพิจารณาทั้งร่าง เป็นการสรุปอีกครั้งหนึ่งตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ มีสมาชิกท่านใดขอแก้ถ้อยคําหรือไม่ มีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มี ก็ถือว่า จบการพิจารณาในวาระที่สอง ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระที่สามหรือไม่นะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนที่จะลงมติ รับร่างพระราชบัญญัติในวาระที่สามครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ของสภาเข้าห้องประชุมนะครับ เมื่อท่านเข้าห้องประชุม นั่งประจําที่แล้วโปรดเสียบบัตร แสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เมื่อท่านเข้านั่งประจําที่ ในห้องประชุมแล้ว โปรดเสียบบัตรแสดงตน ทุกท่านเสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ มีท่านใดยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
เสียบบัตรแสดงตน เรียบร้อยแล้วนะครับ เมื่อเรียบร้อยแล้วส่งผลผู้ที่อยู่ในห้องประชุมมา มีท่านสมาชิก ที่อยู่ในห้องประชุมขณะนี้ ๒๙๓ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุม
ต่อไปผมจะขอมติที่ประชุม ท่านผู้ใดเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ โปรดกดปุ่ ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่า ควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิทุกท่านครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ใช้สิทธิกันเรียบร้อยแล้ว เรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ไม่มีนะครับ ถือว่าทุกท่าน ได้ใช้สิทธิเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็งดการใช้สิทธิ ส่งผลมา ผู้เข้าอยู่ในห้องประชุม ๓๕๙ ท่าน เห็นด้วย ๓๔๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๓ ท่าน ก็ถือว่าที่ประชุมนี้ได้รับร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. .... เรียบร้อยแล้ว
อย่าเพิ่งลุกไปไหนครับ เพราะมีข้อสังเกต ท่านต้องโหวตเสียง อีกครั้งนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๗ ก็อภิปรายไม่ได้ และได้ส่งเอกสารหลักฐาน ให้ท่านดูแล้วนะครับ ก็ถือเสียว่าที่ประชุมนี้ได้ดูเรียบร้อยแล้ว กระผมก็ขอถามนะครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบตามข้อสังเกตโปรดกดปุ่ ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิ ลงคะแนนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรื่องข้อสังเกต ทุกท่าน ใช้สิทธิกันเรียบร้อยแล้วนะครับ ไม่มีท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิ มี ๑ ท่าน เชิญครับ ไปไหนมาครับ ก็ถือว่าที่ประชุมนี้ใช้สิทธิกันเรียบร้อยแล้ว งดการใช้สิทธิ ส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๔๖ ท่าน เห็นด้วย ๓๒๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๓ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้รับรองข้อสังเกต เพื่อจะนําเสนอ ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ตอบไปยังสภาตามข้อบังคับต่อไปนะครับ
ต่อไปเป็ นการพิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมา พิจารณาก่อนนะครับ
๑. ร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
๒. ร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... (นายไพจิต ศรีวรขาน กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
๓. ร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... (นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
๔. ร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... (นางพัฒนา สังขทรัพย์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
๕. ร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... (นายนิอาริส เจตาภิวัฒน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมแถลง เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรม ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้เสนอร่างพระราชบัญญัติ วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... เพื่อให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา โดยมีหลักการและเหตุผล ดังนี้
หลักการ ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยวัฒนธรรมแห่งชาติ และกฎหมาย ว่าด้วยสํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
เหตุผล โดยที่พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๔๘๕ และพระราชบัญญัติสํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๒ ได้ใช้ บังคับมาเป็นเวลานาน ทําให้บทบัญญัติหลายประการไม่เหมาะสมกับสภาวการณ์ ในปัจจุบัน สมควรปรับปรุงเพื่อให้มีการอนุรักษ์และฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญา ท้องถิ่น ศิลปะ และวัฒนธรรมอันดีงามของชาติและของท้องถิ่น รวมทั้งการยกย่อง เชิดชูเกียรติให้แก่บุคคลที่สมควรเป็นศิลปินแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม หรือบุคคลที่มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม อันเป็นการรองรับและสร้างขวัญกําลังใจให้แก่ ประชาชนที่มีส่วนร่วมในการสืบสานเรื่องดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ภายใต้ การส่งเสริมและการประสานงานของคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติและหน่วยงาน ที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อให้การดําเนินการเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อให้ที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา โดยมีหลักการและเหตุผล ดังนี้
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ เพื่อกําหนดให้สํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติเปลี่ยนเป็น กรมวัฒนธรรมวิถีชีวิตและภูมิปัญญา (แก้ไขมาตรา ๓๗ (๕))
เหตุผล โดยที่เป็ นการสมควรยุบเลิกสํานักงานคณะกรรมการ วัฒนธรรมแห่งชาติ และเปลี่ยนเป็นกรมวัฒนธรรมวิถีชีวิตและภูมิปัญญา เพื่อทําหน้าที่ รับผิดชอบงานด้านวัฒนธรรมวิถีชีวิตและภูมิปัญญา จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ขอบคุณครับท่านประธาน
ผมอยากจะถามที่ประชุม ว่าเราควรจะเอากฎหมายพวงคือ ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... กับร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... พิจารณา ไปพร้อมเลยดีไหมครับ หรือว่าจะแยก คุณเจริญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดชัยภูมิ ขอให้แยกครับท่านประธาน
ให้แยกนะครับ
เพราะว่าการพิจารณากฎหมาย ที่ท่านรัฐมนตรีได้เสนอนั้น เท่าที่ได้อ่านแล้วก็ได้ศึกษาของท่านนี่มันจะเป็นคนละแบบกัน แล้วก็ของท่านเพียงแต่จะปรับปรุงหน่วยงานภายในของท่านเอง
ครับ ถ้าอย่างนั้นก็แยก
ฉะนั้นการนําเสนอแล้วก็วิธีการในการที่จะ อธิบายความนั้นมันก็อาจจะคนละแบบกัน ขอให้เป็นการพิจารณาทีละฉบับ ๆ ไป จะได้ง่ายขึ้น ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ เจ้าของร่างคือคุณไพจิต ศรีวรขาน กับคณะ เชิญคุณไพจิตครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติ วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งกระผมและคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อครั้งที่ ท่านประธานเองทําหน้าที่เป็นประธานวิปของพรรคพลังประชาชน ท่านมอบหมายให้ผม เป็นคนยกร่างและนําเสนอเพื่อให้มีงานในสภา แต่ว่าก็น่าเสียดายว่าล่วงเลยมานาน ก็ยังต้องกราบขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้เกียรติได้ทําหน้าที่ที่มีเกียรติ งานวัฒนธรรมนี่ เป็นงานที่สืบสานความคิดและแสดงถึงความรุ่งโรจน์ ความเจริญ ความมีอารยะ ของชุมชนที่สําคัญ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นในเรื่องของวัฒนธรรม แต่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของงานวัฒนธรรมเป็นกฎหมายที่ได้รับการพิจารณา บังคับใช้มาเป็นเวลานาน ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปการที่จะให้มีการสืบทอด ยกย่อง และเชิดชู งานทางวัฒนธรรมนั้นได้เป็นวิถีชีวิต ได้เป็นความต้องการของสังคม การสืบสาน ให้แสดงถึงความดีงามเป็นความตั้งใจอย่างยิ่งของสังคม ผมคิดว่าวันนี้สภาจะได้ทําหน้าที่ พิจารณากฎหมายที่เป็นผลประโยชน์ของประชาชนในเชิงจิตใจและความงอกงามที่ยั่งยืน ท่านประธานครับ งานฟื้นฟูจารีตประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นความจําเป็น ของสังคมที่เราต้องทะนุบํารุงรักษาและส่งเสริมให้มีความยั่งยืนและเป็นประโยชน์ ในการสร้างความสวยงามแห่งจิตใจ ความมีนํ้าใจที่สืบทอดต่อเนื่อง นั่นเป็นคุณลักษณะ ที่เราควรจะได้เชิดชูอย่างจริงจัง จริงใจ การสนับสนุนงบประมาณ การให้กําลังใจ กับบุคคลที่เกี่ยวข้องในเรื่องของงานวัฒนธรรมจึงมีความจําเป็น หน่วยงานที่เป็น หน่วยงานหลักเดิม ท่านประธานครับ ด้วยหลักการว่ากฎหมายสํานักงานคณะกรรมการ วัฒนธรรมแห่งชาติ ก็ใช้มานานแล้วควรที่จะมีการปรับปรุงเพื่อให้มีการส่งเสริมทางด้าน จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะและวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ รวมทั้ง การยกย่องเชิดชูบุคคลและผู้ที่เกี่ยวข้องให้ได้รับเกียรติ ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ในสังคม อย่างมีเกียรติและภาคภูมิใจ จึงเห็นควรที่จะมีการรองรับและสร้างขวัญกําลังใจ ภายใต้การส่งเสริมและประสานงานของคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติซึ่งเป็น หน่วยงานหลักครับ เดิมเรามีสํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติแล้วมีระดับ รัฐมนตรีเป็นผู้ที่เป็นประธานในการที่จะดูแลปัญหาเหล่านี้ ซึ่งถ้าเทียบส่วนงานของความ ยิ่งใหญ่ ความมโหฬารของคุณภาพและชีวิตของงานทางวัฒนธรรมแล้ว มาถึงยุคสมัยนี้ ควรที่จะต้องมีการปรับปรุงคณะกรรมการนี้ให้มีกรอบ ให้มีภาระ ให้มีศักยภาพ ในการ ที่จะสนับสนุนงานส่งเสริมทางวัฒนธรรมมากยิ่งขึ้น แล้วเห็นควรที่จะต้องปรับปรุง สิ่งต่าง ๆ แล้วเป็นเหตุที่จะทําให้การจัดสรรงบประมาณต่าง ๆ ไปสู่งานส่งเสริม ยกย่อง เชิดชู องค์กรและบุคคลที่เกี่ยวข้องงานทางวัฒนธรรมของเราให้มีความสําคัญมากยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ ในภาคอีสานของกระผมเวลามีงานเทศกาลซึ่งเป็นการ เขาเรียกว่า กลยุทธ์ของคนโบราณที่ต้องการให้มีความสามัคคีรวมพลังสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคมก็จะมี การทําบุญประเพณี ๑๒ เดือนก็จะมีประเพณีต่าง ๆ ท่านประธานทราบไหมครับ ว่าในอีสานเขามีคณะหมอลํา มีทั้งหมอลําเรื่อง หมอลํากลอน หมอลําเป็นคณะ ผมอยาก ให้มีการส่งเสริมคณะหมอลําซึ่งเป็นศิลปินท้องถิ่นของพวกผมให้ได้รับการยกย่องเชิดชู ให้เป็นศิลปินแห่งชาติ มีงานกลอน หมอลําบทร้องบทรํา ที่สร้างความเพลิดเพลินจรรโลง ใจ ก็เอามาขยายเผยแพร่ให้เกียรติคุณเขาได้มีชื่อเสียงครับ บุคคลเหล่านี้เป็นลูกหลาน ชาวไร่ชาวนาเป็นคนยากคนจนนะครับแต่ว่ามีพรสวรรค์ในการมารังสรรค์งานทางด้าน ศิลปะ การร้องรํา ซึ่งมันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ใจ ถ้าเห็นความสามารถของบุคคลเหล่านี้ ก็อยากให้มีการมายกย่อง เชิดชู แล้วก็เผยแพร่ไปยังในชั้นอนุชนรุ่นหลัง ๆ รุ่นเด็ก ๆ รุ่นเยาว์ เพื่อให้มีการส่งเสริมบททํานองท่าทีกลอนร้อง กลอนรํา ให้มีการรังสรรค์ ให้สวยงามยิ่งขึ้น ผมจึงเห็นว่าสภาควรได้พิจารณาแล้วก็ให้เกียรติ ให้งบประมาณ ให้การสนับสนุนในเชิงการยกย่องเชิดชูเหล่านี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นคนหนุ่มนะครับ ผมเห็นว่าท่านบางคนอาจจะบอกว่าผลงานไม่ค่อยมีแต่ผมให้กําลังใจ ท่านนะครับ ขอให้ทํา คนหนุ่มก็อย่างนี้แหละครับเวลาทํางานทําจริง แล้วก็ขอฝากเรื่อง หมอร้อง หมอลํา ท่านจะเป็นคนภาคกลางก็ตามนะครับ แต่ว่าคนอีสานเขาเชิดชูหมอลํา ถ้าบ้านไหนมีงานได้เอาหมอลําไปคณะหนึ่งจ้างกันเป็น ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท มันเป็นกุศล คนมาดูทีละ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ คนครับ ท่านประธาน เราก็ถือโอกาสไป พวกผู้แทนราษฎรก็ไปขึ้นเวทีหมอลํา ถือโอกาสพบปะ พี่น้องประชาชน ขอให้ท่านฝากเรื่องเหล่านี้นะครับ เอาให้เขาไปยกย่องให้หน่อย เอาโล่ไปจัดให้เขา ให้เขามีเงิน เขาเรียกว่า เงินค่าตอบแทนเป็นรายเดือน คณะหมอลํา ผมยังไม่มีสักคณะเดียวนะครับ หัวหน้าคณะใหญ่ ๆ อย่างคณะระเบียบวาทะศิลป์ ซึ่งเขาพัฒนาชั่วลูกชั่วหลานของเขา ท่านหาคณะที่ดัง ๆ แล้วก็ยกย่องเขาหน่อย ให้เป็นศิลปิน เป็นคณะที่เขารังสรรค์คน มีผู้ร้อง ผู้รํา หางเครื่องกว่า ๒๐๐-๓๐๐ คน มีการสร้างงาน มีการสร้างอาชีพ เหล่านี้ผมต้องการให้มีการยกย่อง ท่านประธานครับ ก็ถือโอกาสนี้ฝากกฎหมายฉบับนี้ให้กับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา ขอขอบพระคุณครับ
ต่อไปเชิญเจ้าของ ร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... คือคุณผ่องศรี ธาราภูมิ กับคณะ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขออนุญาตเป็ นตัวแทนคณะสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ร่วมกันเสนอ ร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... ได้นําเสนอหลักการและเหตุผล เพื่อประกอบการพิจารณาของท่านสมาชิกนะคะ
ในเบื้องต้นเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปนะคะว่าการรักษาวัฒนธรรมก็เป็น การรักษาชาติ แล้วชนชาติใดก็ตามที่มีการสืบทอดวัฒนธรรมรากฐานที่ดีงาม วัฒนธรรมก็ จะเป็นเครื่องสะท้อนความเจริญของคนในชาติ ดังนั้นกฎหมายวัฒนธรรมแห่งชาติ จึงเป็นกฎหมายที่มีความสําคัญ เป็นพื้นฐานกลไกที่จะขับเคลื่อนประเทศของเรา ไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง ความสมานสามัคคีแล้วก็มีวิถีชีวิตความเป็ นอยู่ที่ดีงาม เนื่องจากว่ากฎหมายวัฒนธรรมแห่งชาติที่ได้บังคับใช้มาตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๘๕ และฉบับปรับปรุงนะคะ ในช่วงปี ๒๕๒๕ นั้นได้บังคับใช้มานานแล้ว จึงสมควรได้มี การปรับปรุงแล้วก็ได้มีการยกเลิกในบางส่วนเพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัย
แล้ วก็โดยเหตุผล โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๖๖ ได้มีบทบัญญัติในเรื่องของสิทธิชุมชนในการอนุรักษ์และ ฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่นและของชาติ ตลอดจนในมาตรา ๗๓ แห่งรัฐธรรมนูญยังกําหนดให้เป็นหน้าที่ของบุคคลในการพิทักษ์ ปกป้ อง และสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น ดังนั้นในการปรับปรุง กฎหมายฉบับนี้ให้สอดคล้องกับยุคสมัยจึงได้คํานึงถึงรัฐธรรมนูญในปี ๒๕๕๐ มาเป็น หลักสําคัญที่จะต้องสร้างการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในการอนุรักษ์ สืบทอด วัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาไทย ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติ และของท้องถิ่น รวมทั้งการสร้างสรรค์วัฒนธรรมสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นเรื่องสากลโลก ให้การยอมรับในเรื่องของสิทธิมนุษยชน แล้วก็วัฒนธรรมประชาธิปไตยที่จะต้องพึงเรียนรู้ การยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย การมีจุดร่วม เป้ำหมายร่วมกัน ในการพัฒนาชาติ ในเรื่องของการขับเคลื่อนวัฒนธรรมประชาธิปไตยเพื่อดํารง ความเป็นไทยที่มีความเป็นเอกลักษณ์แล้วก็อยู่ในมาตรฐานสากล รวมทั้งให้มีการยกย่อง บุคคลที่สมควรได้รับการเชิดชูเกียรติให้เป็นศิลปินแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม ผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย อันจะเป็นการสร้างขวัญกําลังใจให้แก่ ประชาชนที่จะเป็นกลไกสําคัญในการขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ หมู่บ้าน ชุมชน ตําบล และจังหวัด ขึ้นมาเป็นประเทศชาติของเรา จึงสมควรได้มีการปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้
ในร่างพระราชบัญญัติที่ดิฉันและคณะเป็นผู้เสนอจะมีทั้งหมด ๒๘ มาตรา มีสาระสําคัญอยู่ก็คือเรื่องของการยกเลิกพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติและประกาศ ที่เกี่ยวข้องของเดิมนะคะ รวม ๕ ฉบับ แล้วก็มีส่วนที่เป็นสาระสําคัญคือ องค์ประกอบ และอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ มีเรื่องของการจัดตั้งกองทุน ส่งเสริมงานวัฒนธรรมวิถีชีวิตและภูมิปัญญาไทย และในสาระสําคัญในเรื่องของ การยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลที่มีบทบาททางด้านวัฒนธรรมและภูมิปัญญา ตลอดจน ศิลปินแห่งชาติ
เนื่องจากในร่างของดิฉันและคณะมีสาระบางประการที่แตกต่างจาก ร่างของคณะรัฐมนตรี ดิฉันขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ นะคะ เพื่อยกตัวอย่างให้เห็นประเด็น ที่เป็ นสาระสําคัญ ที่จะให้เพื่อนสมาชิกได้ช่วยสนับสนุนนะคะ ยกตัวอย่าง เช่น ในร่างพระราชบัญญัติที่ได้ยกเลิกไป แล้วก็ประกาศ ๕ ฉบับนั้น ดิฉันเห็นว่ากฎหมาย ฉบับเดิมมีสาระสําคัญบางเรื่องที่สมควรจะดํารงไว้ ไม่ยกเลิกไปทั้งมาตราแต่ว่านํามา ปรับปรุงให้เข้ายุคสมัย ในส่วนมาตรา ๖ ของดิฉันก็จะเป็นเรื่องของข้อกําหนดว่า ให้อํานาจคณะรัฐมนตรีได้มีการออกกฎหมายหรือข้อบัญญัติต่าง ๆ ในกรณีที่มี ความจําเป็น อาทิเช่น เรื่องของความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง เรื่องของ การแต่งกาย เนื่องจากว่าเราจะเห็นได้ว่าดิฉันไปในพื้นที่ก็จะมีพี่น้องประชาชนว่า กาลเทศะของเยาวชนหรือว่าพี่น้องประชาชนในเรื่องของการแต่งกายที่เหมาะสมกับ สาธารณสถาน หรือว่าวัด หรือว่าที่ที่เป็นสถานที่สําคัญ ขณะนี้เราก็ถือว่าเป็นประเทศ เสรีประชาธิปไตย แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากได้มีข้อที่เป็นหลักเกณฑ์ที่ตกลงร่วมกัน ก็จะเป็นสิ่งหนึ่งนะคะ นอกจากนั้นแล้วเรื่องของการมีธรรมาภิบาล การมีธรรมาภิบาล ในการประกอบสัมมาอาชีพ หรือว่าในองค์กรไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน อันนี้ก็เป็น สิ่งที่เรารณรงค์กัน เรื่องของความโปร่งใส เรื่องของการทําหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต อันนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่น่าจะได้ช่วยกันรณรงค์ ตลอดจนประเด็นสําคัญเลย ดิฉันได้อ่าน เรื่องค่านิยมพื้นฐาน ๕ ประการ ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมได้เคยมีประกาศเอาไว้ ดิฉันคิดว่า ไม่ล้าสมัยเลย ขออนุญาตท่านประธานนะคะสั้น ๆ นิดเดียว ในยุคนี้โดยเฉพาะบ้านเมือง ที่กําลังต้องการความสมานสามัคคี แล้วก็ร่วมกันหาจุดร่วมเพื่อพัฒนาชาติ ค่านิยม พื้นฐาน ๕ ประการที่กระทรวงวัฒนธรรมเคยประกาศไว้ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๒๕ คิดว่าถ้าได้นํามาบัญญัติไว้แล้วรัฐบาลก็นําไปรณรงค์น่าจะเป็นประโยชน์
ค่านิยมที่ ๑ ก็คือเรื่องของการพึ่งตนเอง ขยันหมั่นเพียร แล้วก็ มีความรับผิดชอบ
ค่านิยมที่ ๒ ก็คือเรื่องของการประหยัดและออม
ค่านิยมที่ ๓ เรื่องการมีระเบียบวินัยและการเคารพกฎหมาย
ค่านิยมที่ ๔ คือการปฏิบัติตามคุณธรรมของศาสนาทุกศาสนา
และที่สําคัญที่สุดก็คือค่านิยมของคนไทยที่ต้องมีเป็ นพื้นฐานเลย ก็คือ ความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นเสาหลักของประเทศไทยเรา เหล่านี้ ดิฉันคิดว่าในร่างกฎหมายเดิมที่ได้ยกเลิกไปน่าจะได้มีการนํามาบัญญัติเอาไว้ให้คงเดิม แล้วก็ปรับปรุงให้เข้ากับยุคสมัย ก็ยังคงอยู่
ในส่วนที่มีความต่างส่วนที่ ๒ ก็คือเรื่องขององค์ประกอบของ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ซึ่งในองค์ประกอบที่ในร่างของทั้งร่างของรัฐบาล แล้วก็เพื่อนสมาชิกก็จะมีส่วนตัวแทนของภาคราชการซึ่งจะมาจากกระทรวง หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็ นกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ หรือว่ากระทรวงการคลัง หรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม ดิฉันเห็นว่าเนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันให้ความสําคัญเรื่องการมีส่วนร่วมของ ภาคประชาชน และในข้อเท็จจริงในพื้นที่ขณะนี้เรามีสภาวัฒนธรรมตําบล สภาวัฒนธรรม อําเภอ แล้วก็สภาวัฒนธรรมจังหวัด ซึ่งคนเหล่านี้เป็นองค์กรภาคประชาชนที่ทํางาน ด้วยใจนะคะ เขาไม่มีเงินเดือน ไม่มีค่าตอบแทน ดิฉันเห็นว่าการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรม ในพื้นที่ที่เข้มแข็งแล้วก็เดินไปได้ เดินไปได้เพราะภาคประชาชนจริง ๆ ก็เลยเห็นว่า ในส่วนนี้ร่างกฎหมายของเราควรจะได้มีบัญญัติ ขณะนี้มันมีองค์กรอยู่แล้วก็คือ สภาวัฒนธรรมตําบล อําเภอ แล้วก็จังหวัด ไม่มีเงินเดือน ค่าตอบแทน แล้วก็ไม่มีกฎหมาย รองรับ ในร่างฉบับนี้ถ้าหากจะได้เพิ่มเติมให้กลไกเหล่านี้ได้มีองค์ประกอบที่ชัดเจน แล้วก็เคลื่อนงานในพื้นที่ได้ เขาเคลื่อนด้วยใจนะคะ เพราะฉะนั้นจะมีพลังทําให้เกิด ความร่วมมือ ดิฉันก็เลยเห็นว่าถ้ามีตัวแทนภาคประชาชนในองค์ประกอบของ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติก็น่าจะมีสัดส่วนขององค์กรภาคประชาชนที่มีผลงาน ทางด้านวัฒนธรรมอยู่ด้วย แทนที่จะมีตัวแทนของภาครัฐแต่เพียงอย่างเดียว นอกจากนั้นแล้ว ในเรื่องของกองทุนที่จะสนับสนุนเรื่องของกองทุนส่งเสริมวัฒนธรรมวิถีชีวิตและ ภูมิปัญญา ดิฉันก็เห็นว่าน่าจะเน้นเรื่องของภูมิปัญญาไทย ปัจจุบันเราก็มีทั้งภูมิปัญญาตะวันตก ภูมิปัญญาตะวันออก แล้วภูมิปัญญาของต่างชาติ ก็น่าจะได้เน้นมาเรื่องให้ใช้คําว่า ภูมิปัญญาไทย ซึ่งจะมีหลากหลายมาก อีกอันหนึ่ง ที่ดิฉันเห็นว่าควรจะได้มีการเพิ่มเติมก็คือว่าขณะนี้ประเทศไทยเราเป็นสมาชิกประชาคม อาเซียน แล้วเราก็เรียกว่าเราเป็นประชาชนอาเซียน การเชื่อมโยงวัฒนธรรมในระดับ ภูมิภาค ประเทศสมาชิกในเขตภูมิภาคนี้ที่มีวัฒนธรรมร่วมกันก็น่าจะถูกหยิบยกอยู่ใน สาระสําคัญของกฎหมายฉบับนี้ด้วย ตลอดจนมีเรื่องของการสนับสนุนให้มีภูมิต้านทาน ทางวัฒนธรรมเพื่อจะป้ องกันวัฒนธรรมที่ไหลบ่ามาจากตะวันตก อันนี้เราก็ควรจะมีนะคะ
นอกจากนั้นสุดท้ายนะคะท่านประธาน ขออนุญาตรบกวนเวลาก็คือ ในเรื่องของการยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลที่สมควรจะได้รับการเชิดชูเกียรติทางวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นศิลปินแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม แล้วก็บุคคลดีเด่นทางวัฒนธรรมนั้น ในร่างของดิฉันและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เห็นควรได้พิจารณาว่าน่าจะได้เชิดชูเกียรติ คนที่มีภูมิปัญญาในด้านต่าง ๆ ด้วย ขณะนี้เรามีภูมิปัญญาไทยที่อาจจะไม่ได้มีผลงาน ในเชิงวัฒนธรรม แต่เขาเป็นภูมิปัญญาอยู่ในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นการแพทย์แผนไทยก็ดี หรือแม้แต่ภูมิปัญญาในเรื่องของศิลปินในพื้นที่ อย่างเช่นที่ลพบุรีมีการจัดงานชุมนุม ภูมิปัญญาอาวุโสทุกปีค่ะ เดี๋ยววันที่ ๓ เมษายนนี้ก็จะมีภูมิปัญญาทุกด้านเลยมาชุมนุม ร่วมกัน คนเหล่านี้เขาเป็นคนที่มีองค์ความรู้อยู่ในตนเอง แต่ว่าถ้าจะมาเทียบว่าจะเป็น ศิลปินแห่งชาติก็ไม่ถึงระดับ แต่ว่าเขามีองค์ความรู้แล้วก็สามารถสืบทอดขยายผลได้ บางคนเป็ นผู้รู้เรื่องของการออกแบบลายผ้า ทอผ้า บางคนรู้เรื่องอาหารโบราณ อาหารบางอย่างสูญหายไปแล้วแต่ว่าในพื้นถิ่นก็ยังมีอยู่แล้วเขาก็ถ่ายทอดองค์ความรู้ ให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ เหล่านี้ถ้าให้มีการยกย่องเชิดชูเกียรติ มีขวัญกําลังใจ แล้วก็ได้มีการมอบภารกิจว่าเขาจะต้องฟื้นฟูแล้วก็สืบทอดให้กับเยาวชนลูกหลานก็จะ ทําให้ภูมิปัญญานั้นไม่สูญหาย ดิฉันก็ขอกราบเรียนว่า ในร่างพระราชบัญญัติ วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่ดิฉันและคณะเป็นผู้เสนอนั้นก็จะมีหลักการและเหตุผล ที่สอดคล้องกับร่างของรัฐบาล แต่ว่ามีรายละเอียดโดยสังเขปที่ดิฉันได้นําเรียนเสนอ ก็ขอเพื่อนสมาชิกได้โปรดให้การสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วย ขอกราบ ขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปร่างพระราชบัญญัติ วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... ของคุณพัฒนา สังขทรัพย์ กับคณะ เชิญครับ
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพัฒนา สังขทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคภูมิใจไทย กับคณะ ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... พร้อมด้วยบันทึกหลักการ และเหตุผล และบันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติประกอบกันมา เพื่อให้โปรดนําเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา และหากสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบ แล้วขอให้ได้โปรดเสนอวุฒิสภาต่อไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หลักการ สําหรับที่จะประกอบกับร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ....
หลักการ ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยวัฒนธรรมแห่งชาติ และกฎหมาย ว่าด้วยสํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
เหตุผล โดยที่พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๔๘๕ และพระราชบัญญัติสํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๒๒ ได้ใช้มาเป็นเวลานาน ทําให้มีบทบัญญัติหลายประการไม่สอดคล้องกับบริบทของ สังคมไทยในปัจจุบันและในยุคโลกาภิวัตน์ โดยสังคมไทยได้รับอารยธรรมของต่างประเทศ เข้ามาอย่างมาก ซึ่งมีผลต่อวัฒนธรรมของชาติไทย สมควรปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้ เหมาะสมกับสภาพการณ์เปลี่ยนแปลงของสังคมไทย และเพื่อให้มีการอนุรักษ์และฟื้นฟู จารีตประเพณีภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะและวัฒนธรรมอันดีของชาติและของท้องถิ่น รวมทั้งการยกย่องเชิดชูเกียรติให้แก่บุคคลที่สมควรเป็นศิลปินแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิ ทางด้านวัฒนธรรมหรือบุคคลที่มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมอันเป็นการรองรับและ สร้ำงขวัญกําลังใจให้ แก่ประชาชนที่มีส่วนร่วมในการสืบสานเรื่องดังกล่าว ได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ภายใต้การส่งเสริมและประสานงานของคณะกรรมการ วัฒนธรรมแห่งชาติและหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อการดําเนินการให้เป็นรูปธรรม และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
บันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรม แห่งชาติ พ.ศ. ....
๑. สาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติ
๑.๑ ยกเลิกพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๔๘๕ พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๖ พระราชบัญญัติ เครื่องแบบกรรมการสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๔๘๖ พระราชบัญญัติ สํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราชบัญญัติสํานักงาน คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๕๓๕ (ร่างมาตรา ๓)
๑.๒ กําหนดให้มีคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้เป็ น ประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นรองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนไม่เกินเก้าคนเป็ นกรรมการ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมเป็ นกรรมการและเลขานุการ (ร่างมาตรา ๖) ซึ่งเป็ น คณะกรรมการที่มีบทบาทในระดับชาติที่ต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับการดําเนินงานของ วัฒนธรรมทั้งประเทศ ซึ่งอํานาจหน้าที่ที่สําคัญ ได้แก่ การเสนอแนะและให้ความเห็นต่อ คณะรัฐมนตรีในเรื่องที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมของชาติ และการวางแนวทางการประสานงาน นโยบายและแผน เพื่อความร่วมมือและการปฏิบัติงานขององค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและ เอกชน ในเรื่องที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมของชาติให้คําปรึกษา แนะนํา และประสานงานกับ หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมงานวัฒนธรรมของชาติ ควบคุมและหาวิธีปลูกฝังวัฒนธรรมของชาติในจิตใจของประชาชนเพื่อให้ปฏิบัติตาม กํากับ ติดตาม และประเมินการดําเนินงานด้านวัฒนธรรม กําหนดแผนการเงิน และแผนงบประมาณรายจ่ายประจําปี ของกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมวิถีชีวิต และภูมิปัญญาเพื่อให้ภารกิจเกี่ยวกับการส่งเสริมและความรับผิดชอบในเรื่ อง วัฒนธรรมของประเทศรวมอยู่ที่คณะกรรมการนี้เพื่อเป็นเอกภาพและมีความสอดคล้อง แก่การปฏิบัติตามภารกิจดังกล่าว (ร่างมาตรา ๑๑)
๑.๓ กําหนดให้มีกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมวิถีชีวิตและ ภูมิปัญญาในกรมวัฒนธรรมวิถีชีวิตและภูมิปัญญา ซึ่งกองทุนนี้มีทรัพย์สินที่โอนมาจาก กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมตามพระราชบัญญัติสํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรม แห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๒๒ ด้วย (ร่างมาตรา ๑๓ และร่างมาตรา ๒๕) มีการบริหารงาน โดยคณะกรรมการกองทุนซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ในด้านการบริหารจัดการการเงินและด้านวัฒนธรรมวิถีชีวิตและภูมิปัญญา ซึ่งคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติเป็นผู้แต่งตั้ง (ร่างมาตรา ๑๕) มีอํานาจหน้าที่ ในการบริหารเงินกองทุนเพื่อการส่งเสริมงานวัฒนธรรมวิถีชีวิตและภูมิปัญญา และพิจารณาอนุมัติโครงการและกิจกรรมที่ส่งเสริมงานวัฒนธรรมวิถีชีวิตและภูมิปัญญา และติดตามการดําเนินงานและประเมินผลโครงการและกิจกรรมที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการส่งเสริมและการดําเนินงานที่สามารถใช้เงินกองทุนนี้ได้ (ร่างมาตรา ๑๗)
๑.๔ กําหนดให้มีการยกย่องเชิดชูเกียรติทางวัฒนธรรม ได้แก่ ศิลปินแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม และบุคคลที่มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม (ร่างมาตรา ๒๑) โดยการกําหนดสาขา คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือก รวมทั้ง ประโยชน์ตอบแทนศิลปินแห่งชาติ ให้เป็นไปตามที่กําหนดในกฎกระทรวง เนื่องจาก ศิลปินแห่งชาติถือเป็นบุคคลที่มีผลงานและประสบการณ์ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมาก เกี่ยวกับวัฒนธรรมของชาติ จึงได้กําหนดให้ผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่บุคคลดังกล่าว โดยออกเป็ นกฎกระทรวง ซึ่งอาจจะเป็ นเงินหรือสิทธิประโยชน์อื่นที่รัฐจะให้ ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม สําหรับผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม และบุคคลที่มีผลงาน ดีเด่นทางวัฒนธรรม ให้เป็ นไปตามที่คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติกําหนด ซึ่งเป็นบุคคลที่ทําคุณประโยชน์แก่วัฒนธรรมของชาติเช่นกัน แต่ยังไม่ถึงเกณฑ์เป็น ศิลปินแห่งชาติ (ร่างมาตรา ๒๒) ทั้งนี้ ได้กําหนดให้บุคคลที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ มีบทบาทช่วยเหลือราชการในการวิจัย พัฒนา ฟื้นฟู อนุรักษ์ ให้การศึกษา ส่งเสริม เผยแพร่งานศิลปะและวัฒนธรรม และให้คําแนะนําและคําปรึกษาทางศิลปะและ วัฒนธรรมแก่กระทรวงวัฒนธรรมด้วย อันจะเป็นการได้รับความรู้ความสามารถและ ประสบการณ์จากบุคคลดังกล่าวมาช่วยเหลืองานวัฒนธรรมตามพระราชบัญญัตินี้ (ร่างมาตรา ๒๓)
๑.๕ กําหนดบทเฉพาะกาลรองรับผู้ซึ่งเป็ นศิลปิ นแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม และผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม อยู่ในวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นศิลปินแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม และบุคคล ที่มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมตามพระราชบัญญัตินี้ แล้วแต่กรณี เพื่อรับรองให้แก่ บุคคลดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง (ร่างมาตรา ๒๖)
ดิฉันอยากจะขอสนับสนุนร่างมาตรานี้ก็เพราะว่าอย่างจังหวัดของดิฉัน เป็ นจังหวัดที่มีประเพณีศิลปวัฒนธรรมที่ดีแล้วก็มีชื่อเสียงมาตลอด อย่างเช่น งานผีตาโขน งานผีขนนํ้าบ้านนาซ่าว อําเภอเชียงคาน ซึ่งหลายท่านก็คงจะยังไม่ทราบ แล้วก็ยังจะมีงานแห่ต้นดอกไม้ของอําเภอท่าลี่ บ้านแสงภา ก็อยากจะขอเชิญชวนนะคะ ว่าถ้ากฎหมายนี้ผ่านไปได้ ก็จะเป็ นประโยชน์กับภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยแท้จริง เพราะว่าสิ่งเหล่านี้จะถูกกลืนไปหมดแล้วนะคะ ดิฉันเพิ่งไปปลุกขึ้นมาใหม่แล้วก็ได้ผล มาขั้นหนึ่งแล้ว ก็อยากจะขอฝากรัฐมนตรีด้วยว่าขอให้ช่วยสนับสนุนตรงนี้ต่อด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
ต่อไปร่างพระราชบัญญัติ วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... ของคุณนิอาริส เจตาภิวัฒน์ กับคณะ เชิญเจ้าของร่าง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนิอาริส เจตาภิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา จังหวัดนราธิวาส กระผมและคณะขอเสนอร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้
หลักการ ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยวัฒนธรรมแห่งชาติ และกฎหมาย ว่าด้วยสํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
เหตุผล โดยที่พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๔๘๕ และพระราชบัญญัติสํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๒๒ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานทําให้มีบทบัญญัติหลายประการไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ ในปัจจุบัน สมควรปรับปรุงเพื่อให้มีการอนุรักษ์และฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะ และวัฒนธรรมอันดีของชาติและของท้องถิ่น และเพื่อให้มีการเผยแพร่วัฒนธรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาไทยสู่นานาอารยประเทศ รวมทั้งการยกย่องเชิดชูเกียรติให้แก่บุคคล ที่สมควรเป็ นศิลปิ นแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรมหรือผู้ที่มีผลงานดีเด่น ทางวัฒนธรรม อันเป็นการรองรับและสร้างขวัญกําลังใจให้แก่ประชาชนที่มีส่วนร่วม ในการสืบสานเรื่องดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ภายใต้การส่งเสริมและประสานงาน ของคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติและหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อการ ดําเนินการให้เป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ขอบคุณครับท่านประธาน
ผู้เสนอร่างทุกท่านได้เรียบร้อย ต่อไปก็เป็นการอภิปรายนะครับ คือเรียงลําดับดังนี้ มีคุณอนันต์ คุณผุสดี คุณอํานวย คุณทศพล แล้วก็คุณพงศ์พันธ์ ตามลําดับนะครับ เชิญคุณอนันต์ ผลอํานวย ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอนันต์ ผลอํานวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกําแพงเพชร พรรคเพื่อไทย ขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... ผมคิดว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่มีความจําเป็นสําหรับประเทศไทย กฎหมายฉบับแรก ที่ออกมา พ.ศ. ๒๔๘๕ ถึงวันนี้ก็ ๖๘ ปี ความเจริญจากในต่างประเทศมันเริ่มหลั่งไหล ทะลักเข้ามาสู่ประเทศไทย ทําให้สิ่งต่าง ๆ ที่คนรุ่นหลังในประเทศจะได้รับมรดก ตกทอดไปก็ถูกห่างเหินไปเป็นระยะ ๆ สิ่งที่มันเป็นประเพณีและวัฒนธรรมอันดีของไทย นอกจากจะทําให้วิถีชีวิตของคนในประเทศเรามีความสุขแล้ว มันยังเป็นแหล่งที่จะทําให้ คนต่างชาติได้เข้ามาเรียนรู้แล้วได้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย มันไม่ได้เป็นเฉพาะ ในสิ่งที่มันเกิดกับคนเราเท่านั้น แต่ในเมื่อมีการปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้แล้ว ผมคิดว่า น่าจะปรับปรุงให้มันครบถ้วนแล้วก็สมบูรณ์ไป ก็จะได้ฝากกรรมาธิการไว้ คําว่า วัฒนธรรมและประเพณี วันนี้เราคงหลีกหนีจากความเป็ นจริงไปไม่ได้ว่ามันเป็ น ส่วนประกอบของ ๓ อย่างรวมกันที่อยู่ในตัวมันเอง ใน ๓ อย่างที่อยู่ในวัฒนธรรม และประเพณีของไทยนั้นมันก็มี ๑. เรื่องของความเชื่อ ๒. เรื่องของวิถีชีวิต ๓. เรื่องของ ศาสนา ทําอย่างไรจะให้ ๓ สิ่งนี้สามารถไปสู่การปฏิบัติแล้วก็บูรณาการรวมกันไปให้ได้ เราก็ต้องยอมรับว่าความเชื่อของคนในชาติแต่ละชาตินั้นมีความเชื่อที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าความเชื่อเรื่องผีสาง เทวดา หรือความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ท่านทั้งหลาย คงจะเห็นนะครับว่าวันนี้เรายังมีศาลเจ้าพ่อ ศาลเจ้าแม่ ศาลอะไรทั้งหลาย รวมทั้ง ความเชื่อในเรื่องของการไหว้เจ้า ในการทําบุญตักบาตรอะไรทั้งหลายมันยังมีความเชื่ออยู่ เราไม่สามารถไปหักล้างความเชื่อของคนเหล่านี้ไปได้ อันที่ ๒ วิถีชีวิต คนที่มี ความคุ้นเคยกับวิถีชีวิตอยู่ในพื้นที่สูง อยู่ในลุ่มนํ้า หรืออยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ คนที่มี วิถีชีวิตอยู่กับในสิ่งต่าง ๆ นั้นนานแค่ไหน เขาก็จะมีความสุขอยู่กับวิถีชีวิตของเขา หลายคนลูกหลานมีความรํ่ารวย มียศถาบรรดาศักดิ์อยู่ในบ้านเมือง แต่วิถีชีวิตของเขา เคยอยู่ในชุมชนหรืออยู่ในถิ่นที่อยู่เขาที่เขาอยู่มาประจํา ๔๐ ปี ๕๐ ปีนี่ เขาก็ไม่สามารถ มาอยู่ในสิ่งที่มันเจริญได้ เขาต้องกลับไปในถิ่นที่เป็นวิถีชีวิตเขา แล้วก็สุดท้ายศาสนา เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องยอมรับว่าทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี แล้วแต่ว่าใครจะรักและ นับถือศาสนาอะไรก็ตาม ดังนั้นวัฒนธรรมและประเพณีมันน่าจะรวม ๓ สิ่งเหล่านี้ อยู่ด้วยกัน แต่ผมก็เห็นด้วยในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่มีคณะกรรมการขึ้นมา แล้วก็มีการพูดถึงวิถีชีวิตของชุมชน แล้วก็อยากจะให้ครอบคลุมไปถึงเรื่องของความเชื่อ แล้วก็ศาสนาให้บูรณาการไปด้วยกัน ถ้ากรรมาธิการจะเขียนกฎหมายฉบับนี้ ให้มันสมบูรณ์แล้วก็ใช้ได้ทั้งในอนาคต แล้วก็เป็นการรักษาสิ่งที่คนไทยเราจะต้องมีอยู่ไว้ ให้สืบตลอดไป วันนี้เราจะเห็นว่าเราจะมีสภาวัฒนธรรมจังหวัด สภาวัฒนธรรมอําเภอ ผมดูแล้วก็มีแต่ หน้าที่ไปเก็บแต่ของเก่า ๆ สมัยโบราณเอาไปตั้งโต๊ะโชว์ไว้ตามวัดตามอะไร มันก็เป็น ประโยชน์ระดับหนึ่ง แต่มันก็ไม่ได้ไปเชื่อมโยงถึงวิถีชีวิต แล้วก็ความเชื่อ แล้วก็ศาสนา ที่สภาวัฒนธรรมในแต่ละจังหวัดได้ทําไป ก็อยากจะฝากกรรมาธิการว่าถ้าจะเอา ให้สมบูรณ์จริง ๆ ก็ขอให้มี ๓ อย่างเหล่านี้รวมไปอยู่ในกฎหมายฉบับนี้ด้วย ส่วนศิลปินแห่งชาติและคณะกรรมการต่าง ๆ ขึ้นมาก็ว่ากันไป ศิลปินแห่งชาติน่าทํา เป็นอย่างยิ่ง อันนี้มันเป็นความสามารถพิเศษเฉพาะคน เป็นภูมิปัญญาเฉพาะคนที่ มีความสามารถ อย่าไปยกย่องและสรรเสริญเขาตอนที่เขาเสียชีวิตไปหรือตอนที่เขา ทําอะไรไม่ได้ วันนี้คนหนุ่ม ๆ ก็อาจจะเป็นศิลปินแห่งชาติได้ คนหนุ่มสาวทั้งหลาย ที่มีความรู้ความสามารถพิเศษก็ต้องรักษาเอาไว้ เอาไว้สืบทอดกันนาน ๆ ก็ต้อง ฝากประเด็น ๓-๔ ประเด็นไว้ให้กับคณะกรรมาธิการ ก็ขอบคุณท่านกรรมาธิการครับ
ต่อไปคุณผุสดี ตามไท ครับ
ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานตั้งแต่แรกเลยว่า ดิฉันสนับสนุนในหลักการของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่ดิฉันมีอยู่สัก ๔-๕ ประเด็น ที่อยากจะกราบเรียนท่านประธาน เพื่อจะฝากผ่านไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญ เมื่อพิจารณาในรายละเอียด
ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องของมาตรา ๔ ที่พูดถึงเรื่องของนิยาม วัฒนธรรม ที่พูดถึงเรื่องของลักษณะที่แสดงถึงความเจริญงอกงามอะไรทั้งหลายนั้นก็ดี แต่พูดถึง ความกลมเกลียวก้าวหน้าของชาติ ดิฉันคิดว่าอย่างนี้ อาจจะต้องขอฝากไปดูนิดหนึ่ง ดิฉันพอจะจับเค้าลางได้ว่า ในการประชุมในการพิจารณาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในหลายคณะกรรมาธิการด้วยกันมักจะอ้างถึงพจนานุกรม ปทานุกรม หรือความหมาย ที่จะมีที่มาที่ไป เช่นจะเป็นการให้ความหมายของราชบัณฑิตยสถานหรืออะไรก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นอยากจะฝากดูนิดหนึ่งว่าอย่างน้อยที่สุดก็ให้ไปสอดคล้องกับความหมาย ที่ตรงนั้น นั่นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการ ว่าที่จริงแล้ววัฒนธรรมของไทย ดีมากเหลือเกิน ไม่ได้เป็นแต่เพียงวัฒนธรรมที่เราเห็นกันอยู่ หรือประเพณี หรืออะไร ที่เห็นกันอยู่เป็นการฟ้ อนรําหรืออะไรเท่านั้น แต่วัฒนธรรมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ก็ดีมากเลย ไม่ว่าจะเป็นความอาทร ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ ซึ่งมันหมายถึงเรื่องของความมีอารยะ ของผู้คนทั้งหลายที่อยู่ในสังคมไทยที่จะปฏิบัติต่อกันและกัน ดิฉันคิดว่าเมื่อมันเป็นเรื่อง ของชีวิต เป็นเรื่องของวิถีชีวิตการปฏิบัติต่อกัน การมีคณะกรรมการที่ประกอบด้วย คือดิฉันนับแล้วได้ทั้งหมดถึง ๑๒ คนด้วยกันที่เป็ นข้าราชการ แล้วก็มีเพียง ๙ คน ที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งดิฉันก็ไม่แน่ใจว่าการได้มาซึ่งผู้ทรงคุณวุฒิเหล่านั้นก็อาจจะมาจาก ทางภาคราชการอีกด้วยซํ้าไป เช่น อาจจะเป็นนักวิชาการก็ดี ใครก็ดี ดิฉันคิดว่า ท่านอาจจะต้องแบ่งสันปันส่วนให้มาจากภาคประชาชนได้มากขึ้นดีไหมคะ ทางภาคราชการนั้นน่าจะเป็นผู้เอื้ออํานวยความสะดวกเท่านั้นเอง ให้ผู้ที่เขาเป็นตัวแทน ของภาคประชาชนจริง ๆ ที่จะเป็นผู้นํา มีความคิดความอ่าน แล้วก็มีวิถีปฏิบัติในเรื่อง ของการที่สะท้อนการมีวัฒนธรรมแล้วก็อะไรหลายอย่างที่ดี ถ้าเผื่อเป็นอย่างนั้นได้ ก็จะดีมากเลย ดิฉันคิดว่าเราอาจจะยังคิดติดอยู่ในกรอบของความจําเป็นที่ต้องมี ข้าราชการมากเกินไป อยากจะต้องฝากด้วยนะคะ
ในประเด็นถัดมา เป็ นเรื่องของอํานาจหน้าที่ซึ่งก็อยู่ในมาตรา ๑๑ ท่านประธานคะ ดิฉันต้องขอประทานโทษอย่างมากทีเดียว ต้องขอวิพากษ์วิจารณ์ ตรงนี้ละว่าใน (๑) (๒) (๓) (๔) นั้นก็ไม่ค่อยเท่าไร อันอื่นก็ไม่เป็นไรก็ดีว่าเป็นการ เสนอแนะ เป็นการวางแนวทางประสานนโยบาย แต่ใน (๕) ควบคุมแล้วก็หาวิธีปลูกฝัง วัฒนธรรมของชาติในจิตใจของประชาชน เพื่อให้มีการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ ดิฉันว่ามันแคบเหลือเกิน ไปควบคุมทําไมคะ เรื่องของวัฒนธรรมนั้นมันก็มีการพัฒนา เจริญงอกงามไปตามวาระและเวลา แล้วก็รวมทั้งสถานการณ์ด้วย ที่จริงดิฉันคิดว่าถ้าเผื่อท่านจะเขียนไว้ว่าเป็นวิธีการแสวงหาไหมคะ หรืออย่างไรคะ เสนอแนะแนวทาง แล้วก็ปลูกฝังวัฒนธรรมที่ดี ไม่ต้องบอกในจิตใจเท่านั้นค่ะ เสนอแนะแนวทางปลูกฝังวัฒนธรรมที่ดีเพื่อให้มีการปฏิบัติจริงในวิถีชีวิต อย่างนี้ก็อาจจะ ฟังกันได้หน่อย มันไม่จําเป็นจะต้องตามพระราชบัญญัติเลย พระราชบัญญัติก็ว่าไป ด้วยหลักการ แต่ในแง่ของการที่มีวัฒนธรรมที่ดี ๆ ให้มีได้ไหม เกิดขึ้นจริงได้ไหม ในวิถีชีวิตประจําวัน แม้เราเป็นผู้หญิงถ้าเห็นผู้ชายที่ร่างกายอาจจะไม่สบายขึ้นมาอยู่บน รถเมล์ผู้หญิงก็ยังลุกขึ้นให้ได้ ด้วยสถานภาพของร่างกายนั้นไม่เหมือนกันก็ยินดี ซึ่งกันและกัน ความอาทรอย่างนี้ที่น่าจะต้องปลูกฝัง และยังให้คงมีไว้และสืบทอด ต่อไปได้เรื่อย ๆ อันนี้ไม่ใช่หรือคะที่เป็นความเข้มแข็งของสังคมไทย อันนี้ไม่ใช่หรือคะ ที่เป็นตัวเชื้อเชิญให้คนต่างชาติได้เข้ามาเที่ยวบ้านเราแล้วก็มาอยู่เสียด้วยซํ้า ถ้าท่านดู ในหลายจังหวัดบัดนี้ก็จะมีคนต่างชาติซึ่งทั้งเกษียณแล้วและมาทํางานอยู่ที่นี่ เยอะแยะเลย ท่านลองไปสัมภาษณ์แล้วคุยดูสิคะ แม้แต่การประชุมไอพียูที่ท่านประธาน ได้กรุณาเล่าให้พวกเราฟัง ถามดูเถอะค่ะ วันนี้ไม่มีใครปฏิเสธที่จะมาเลยแม้จะมี ความหวั่นเกรงนิด ๆ แต่เมื่อถามแล้วเขาก็บอกเขาชอบคนไทย หลายคนจํานวนมากเลย ที่มา มาเพราะคนค่ะ แล้วเราจัดอะไรไว้ให้ จัดนิสิต นักศึกษา เป็ นผู้ที่คอยช่วย ประสานงาน ดิฉันสังเกตเห็นว่าเขาพาไปแม้กระทั่งจะพาไปตัดผม คิดดูสิคะ พยายามไป พยายามจะทําให้คนที่มาบ้านเรานั้นรู้สึกมีความอิ่มอกอิ่มใจในการที่คนไทยซึ่งเป็น เจ้าของบ้านนั้นได้รับการดูแล ของอย่างนี้ที่ดิฉันคิดว่าไม่ต้องควบคุม ช่วยกันหาวิถีทาง ดีไหมคะ วิธีที่จะช่วยกันทําให้เกิดขึ้นจริงแล้วก็สืบทอดไปได้
ประเด็นต่อมาเป็นเรื่องของกองทุน ดิฉันคิดว่าในแง่ของกองทุนนั้นก็จะ ตั้งขึ้นไว้เพื่อที่จะสนับสนุนในเรื่องของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับงานวัฒนธรรมวิถีชีวิต และภูมิปัญญา ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในขณะเดียวกันก็มีพูดถึงเรื่องของการยกย่อง เชิดชูเกียรติทางวัฒนธรรมของบุคคลต่าง ๆ เช่น ศิลปิ นแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิ ทางวัฒนธรรม บุคคลที่มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม ที่จริงแล้วบุคคลเหล่านี้แน่นอนเลย สมควรที่จะได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ แต่เมื่อกี้เพื่อนสมาชิกได้กล่าวแล้วเหมือนกันว่า อย่าไปยกย่องตอนเขาเสียชีวิตได้ไหมคะ หรือไม่ต้องยกย่องตอนเขามีอายุไปถึงปลาย ได้ไหมคะ แต่ว่าอย่างไรเสียจะเป็นวัยไหนก็ตาม จะเป็นคนใดก็ตาม เป็นไปได้ไหม ที่จะเชื่อมโยงการใช้กองทุนเพื่อที่จะช่วยดูแลหากคนเหล่านั้นเขาไม่สามารถจะดูแลได้ ก็อยากจะให้ใช้กองทุนตรงนี้ขยายความไปอีกสักนิดหนึ่ง นอกเหนือจากการที่จะนํามา เป็นค่าใช้จ่ายในเรื่องของการสนับสนุนงานวัฒนธรรมแล้วก็ให้ดูแลบุคคลด้วย
ประเด็นสุดท้าย ที่จริงท่านก็เขียนไว้แล้วว่าการที่เราจะให้บุคคลเหล่านี้ ได้สามารถมาแบ่งปันศักยภาพ แบ่งปันความรู้ แบ่งปันความเข้าใจและความชํานาญนั้น เป็นสิ่งที่ดียิ่งเลย ดิฉันคิดว่าถ้าเราจะเขียนตรงไหนที่จะสามารถใช้ประโยชน์ แล้วก็ใช้คํานี้ อาจจะไม่ค่อยดีท่านประธาน ไม่ใช่ใช้ประโยชน์ แต่ว่าสามารถให้ศิลปินหรือบุคคลเหล่านี้ นอกเหนือเราจะตอบแทนอาจจะเป็นตัวเงินดูแลเขาในช่วงชีวิตต่าง ๆ ให้เขาได้สามารถ มีวิถีชีวิตได้อย่างดี แต่ว่าให้เขาได้มาแบ่งปันความรู้ ความชํานาญ อย่างเป็นประโยชน์ และอย่างมีประสิทธิภาพต่อสังคมด้วย ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ฝากข้อห่วงกังวลเหล่านี้ไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญซึ่งจะพิจารณาในรายละเอียด ต่อไป ขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านพงศ์พันธ์ สุนทรชัย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณผู้ที่ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องของการพัฒนา วัฒนธรรมแห่งชาติ เท่าที่ผมได้ศึกษารายละเอียดแล้วก็ได้รับฟังจากท่านผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ต้องขออนุญาตที่จะกราบเรียนแล้วก็มีข้อเพิ่มเติมฝากไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่จะได้ตั้งขึ้นมา ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศไทยของเรานั้นเป็นประเทศที่มี วัฒนธรรม มีประเพณี มีสิ่งจรรโลงสังคมให้อยู่ร่วมกันอย่างผาสุกซึ่งเป็นสิ่งที่ประเสริฐมาก หายากในโลกนี้ที่จะมีประเพณีที่ดีงามเหมือนกับประเทศไทย ที่ผมกล่าวเช่นนี้เพราะว่า ในแต่ละภาคส่วนของประเทศไทยนั้นเรามีประเพณีต่าง ๆ ที่น่าที่จะมีการอนุรักษ์ สนับสนุน พัฒนา ตามกาลเวลา สิ่งเหล่านี้ประเทศไทยเราได้ขึ้นชื่อและเป็นแหล่งที่ทั่วโลก โหยหาและอยากจะมาประเทศไทย แต่เนื่องจากว่าประเพณีของเรานั้นมีหลากหลาย บางประเพณีนั้นก็ถูกลืมเลือน บางประเพณี บางวัฒนธรรมก็ถูกพัฒนาปรับเปลี่ยน ตามอารยะและกาลเวลา นานาประเทศที่เรารับวัฒนธรรมต่าง ๆ เหล่านั้นมาเพื่อจะมา ปรุงแต่งในแต่ละประเพณี ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตที่จะกล่าวเป็นประเด็น ๆ เพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... ฉบับนี้ ประเด็นแรก เกี่ยวกับเรื่องสื่อ เกี่ยวกับเรื่องศิลปะ แล้วก็ตัวบุคลากรซึ่งเป็นสิ่งสําคัญ บุคลากรที่ได้ ขึ้นชื่อว่าเป็นปูชนียบุคคล เป็นศิลปิ นแห่งชาติ เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ แต่ละแขนงอาชีพ สิ่งเหล่านี้น่าจะหยิบยกขึ้นมาแล้วก็มีการสนับสนุน ส่งเสริม เชิดชู ในคุณงามความดี ในความสามารถของเขา ที่ผ่านมานั้นเราจะเห็นว่าบางคนเป็น ศิลปินแห่งชาติ บางคนเป็นบุคคลที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ บางคนเป็นนักมวย ระดับแชมป์ โลก เป็ นศิลปิ นที่มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่บั้นปลายของชีวิตไม่สวยเลย จบชีวิตด้วยการเป็ นบุคคลอนาถา สิ่งเหล่านี้มันสะท้อนให้เห็นว่าสิ่งที่เขาสร้าง คุณงามความดีมานั้นสังคมไม่ได้ให้การเอาใจใส่ดูแลเท่าที่ควร
สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อไปก็คือในเรื่องของวัฒนธรรมที่กําลังจะมี การกลายหรือว่ามีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคกลายพันธุ์ของวัฒนธรรม แม้แต่ในเรื่องของ มีบางท่านได้กล่าวถึงขนบธรรมเนียมหรือว่าเป็นศิลปินของภาคอีสาน ไม่ว่าจะเป็นหมอลําก็ดี หมอลํานี่เขาแตกแขนงไปเป็นหมอลําหลายประเภทซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่ภาคอีสานนั้น ทุกคนให้การชื่นชอบ แล้วก็ทุกคนถ้าผ่านภาคอีสานมาไม่รู้จักหมอลํานี่ค่อนข้างจะเป็น เรื่องแปลก หมอลํานี่เดิมทีเดียวเริ่มมาจากเป็นหมอลํากลอนแล้วก็มาเป็นหมอลําหมู่ หมอลําหมู่นี่คือเป็นคณะ แล้วก็มาเป็นหมอลําซิ่ง หมอลําซิ่งนี่ก็เป็นหมอลําที่เดี๋ยวนี้ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเพราะว่าอุปกรณ์จัดหาง่ายแล้วก็ใช้บุคลากรไม่มาก ให้ความสนุกสนาน จังหวะเร้าใจ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จรรโลงขนบธรรมเนียมประเพณี ของเรา ภาคอื่น ๆ ก็มี อย่างเช่น ภาคใต้ก็มีหนังตะลุง มีรํามโนราห์ มีรองเง็ง มีอะไรต่าง ๆ ภาคเหนือก็มีอะไรต่าง ๆ ผมเห็นว่าในเรื่องของการที่มีประเพณีเหล่านี้ มองเห็นว่า คนในสมัยโบราณ คนที่เป็นผู้ที่สรรหาประเพณีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสงกรานต์ บุญบั้งไฟ งานแข่งเรือ งานลอยกระทง งานแห่เทียนพรรษา ผมบอกแล้วว่าอัจฉริยะจริง ๆ อัจฉริยะมาก สามารถสร้างประเพณีขึ้นมาให้สอดคล้องกับ ฮีตสิบสองคองสิบสี่ อัจฉริยะจริง ๆ เราต้องชื่นชมคนในสมัยก่อน อย่างเช่นในฤดูร้อน เดือนเมษายนต้องการคลายร้อน เมื่อก่อนไม่มีพัดลม ไม่มีแอร์ (Air) ก็หานํ้ามาสาดกัน หานํ้ามาสาดกันเพื่อให้คลายความร้อนก็กลายเป็นประเพณีสงกรานต์ไป แล้วประเพณีอื่น ๆ อย่างประเพณีบุญมหาชาติ บุญมหาชาตินี่ก็เกิดก่อนที่จะทําการลงนา เป็นการรวมเอา ลูกหลานที่ไปทํางานถิ่นอื่นที่อยู่ห่างไกลหมู่บ้านกลับบ้าน เพื่อไปรวมกันแล้วสนุกสนาน มีดนตรี ร้องรําทําเพลงให้สนุกสนานก่อนที่จะลงนาอย่างนี้เป็นต้น บุญบั้งไฟก็เช่นกัน ไม่ใช่ว่าง่าย ๆ จะทําบุญบั้งไฟขึ้นมาได้ ประเพณีภาคอีสานนี่มีหลายสิ่งหลายอย่าง ที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ก็ได้บรรจุลงไปว่าในสิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นเรื่องสําคัญทั้งสิ้นนะครับ
สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนไปอีกนิดหนึ่ง ผมมองเห็นว่าในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ กล่าวถึงสภาวัฒนธรรมในระดับชาติ ในระดับจังหวัด ในระดับอําเภอ ถ้ามองลึก ๆ กันแล้วขนบธรรมเนียมประเพณีนั้นจริง ๆ แล้วรากหญ้า ไม่ใช่ว่าการจัดการนั้นจะอยู่ที่ ระดับสูงขึ้นมา มันอยู่ในระดับหมู่บ้าน ระดับหมู่บ้านนี่มีการประชุมกัน มีผู้ใหญ่บ้าน เป็นองค์กร มี อบต. มีอะไรที่มีการประชุมกัน จัดให้มีประเพณี รักษาขนบธรรมเนียม ประเพณี เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เราจะละเลยไม่ได้ องค์กรที่จะต้องลงลึกลงไปถึงรากหญ้า ไปถึงตําบล หมู่บ้านนั้น เป็นเรื่องสําคัญที่อยากจะฝากเอาไว้สําหรับคณะกรรมาธิการ ที่จะไปพิจารณากัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในเรื่องของประเพณีที่มันมีเป็นสิ่งดีงามอยู่แล้ว แต่การปฏิบัติกลับเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมขึ้นมาได้ ความสนุกสนาน มันเกินเลย มันเกินเหตุ รวมถึงมีสิ่งที่เข้ามาปะปนเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการพนันก็ดี อย่างเช่นในเรื่องของการส่งเสริมประเพณีบุญบั้งไฟก็มีการพนันเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็ทําให้ขนบธรรมเนียมประเพณีเหล่านี้มองว่าเป็นเรื่องของการพนัน ก็อยากจะฝาก เรื่องนี้ว่าทําอย่างไรในเรื่องของการส่งเสริมก็จริง การอนุญาตในการที่จะมีการแข่งขัน บั้งไฟก็จริง อยากให้ส่งเสริมในเรื่องของขนบธรรมเนียมประเพณีการแห่บั้งไฟมากกว่า การส่งเสริมการจุดบั้งไฟเป็นเรื่องที่สําคัญ เพราะว่าการพนันอยู่ที่ไหนก็เป็นบ่อเกิด แห่งความฉิบหาย เกิดอาชญากรรม เกิดในเรื่องของการลักเล็กขโมยน้อยเพิ่มขึ้นมานะครับ
อีกเรื่องหนึ่งในเรื่องของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ปะปนเข้ามา แล้วก็ มีการดื่มแล้วก็ฉลองกันในงานประเพณีต่าง ๆ ก็ก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาท จากเรื่อง เล็ก ๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ จากเรื่องการชกต่อยธรรมดากลายเป็ นเรื่องของการ มีเหตุการณ์ยิงกัน การปาระเบิด ก็หลายครั้งหลายคราที่เราเห็นว่ามีเหตุการณ์เหล่านี้ เกิดขึ้นเป็นประจํา มีถึงกับกล่าวคําว่า ถ้างานบุญไหนไม่มีการชกต่อย ไม่มีเรื่องกันนี่ ก็ถือว่าไม่เป็นบุญ อย่างนี้คําว่า บุญ หมายถึง งาน ภาษาอีสานบอกว่าถ้าไม่มีการชกต่อยกัน ก็ไม่เป็ นบุญ อย่างนี้ก็ไม่ใช่เป็ นสิ่งที่เราปรารถนานักนะครับ ก็ฝากเอาไว้ใน คณะกรรมาธิการนะครับ
หลายเรื่องนะครับที่ผมมองดูแล้วว่าสิ่งที่เราได้มีการเสนอร่าง พ.ร.บ. วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... นี้ขึ้นมาเป็นเรื่องที่ดี เราจะได้มีการขัดเกลาในเรื่องที่เป็น กฎหมายที่ส่วนไหนที่มันล้าสมัยก็นํามาปรับปรุง สิ่งไหนที่เราต้องเติมเต็มเราก็เติมเต็ม เข้าไป ช่วยกันในเรื่องการจรรโลงวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบุคคล เรื่องของประเพณี เรื่องของดนตรี แล้วก็สื่อต่าง ๆ เรื่องของอาชีพ แม้แต่เรื่องขนมไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ขนมไทยนี่เป็นอะไรที่เดี๋ยวนี้แทบจะไม่รู้จัก ลูกหลานเราไม่ค่อย รู้จักเท่าไรว่าขนมชนิดต่าง ๆ มันคืออะไร แม้แต่พวกเราหลายคนอยู่ในห้องประชุมนี้ ก็อาจจะลืมเลือนไปแล้วว่าขนมไทยมันมีอะไรบ้าง ที่มันสร้างความอร่อย แล้วก็เป็น ชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ผมอยากจะฝากคณะกรรมาธิการ ฝากท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมว่า ทําอย่างไรที่จะให้สิ่งเหล่านี้ปลูกฝังเข้าไปใน ลูกหลานตั้งแต่เล็ก ๆ เข้าไปในโรงเรียนจัดเป็นหลักสูตรที่เชื่อมโยงกันอย่างบูรณาการ เป็นเรื่องสําคัญนะครับ เด็กเดี๋ยวนี้ไหว้ไม่ค่อยเป็น ยกมือไหว้แป๊ บ ๆ อย่างนี้นะครับ ไหว้ไม่เป็น ไหว้ไม่สวย แล้วเด็กเดี๋ยวนี้กระด้าง ไม่รู้จักที่ตํ่าที่สูงเท่าที่ควร เพราะฉะนั้น ตรงนี้เป็ นเรื่องสําคัญที่ผมอยากจะฝาก แล้วก็ให้เป็ นสิ่งหนึ่งที่บรรจุเข้าไป แล้วก็การบูรณาการ การเชื่อมโยง ไม่ว่าจะเป็ นในเรื่องของกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับลูกหลาน กับตัวบุคคล กับสังคม ได้ช่วยกันในเรื่องของการจรรโลงวัฒนธรรม จรรโลงศิลปะ จรรโลงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ประเทศไทยของเราเป็นสยามเมืองยิ้ม การยิ้มให้กัน การไหว้กันนี่เป็นเรื่องสําคัญ เป็ นหนึ่งเดียวในโลกที่มีการไหว้กันและไหว้สวย เพราะฉะนั้นก็ฝากนะครับ ผมขอสนับสนุนอย่างเต็มที่ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ขอบคุณมากครับ
ก็มีสมาชิกประสงค์จะอภิปรายหลายท่าน ผมขอลําดับเผื่อท่านจะได้เตรียมตัวนะครับ จากนี้จะเป็นท่านทศพล เพ็งส้ม แล้วไปท่านพีรพันธุ์ แล้วมาคุณหมอบรรพต แล้วก็สลับไป ทางท่านชวลิตนะครับ เชิญท่านทศพลครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่เราจะมีกฎหมายที่เกี่ยวกับเรื่องวัฒนธรรม อยากตั้งข้อสังเกต ไปยังคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะเท่าที่ทราบก็คงใช้ร่างรัฐบาลเป็นหลัก ข้อสังเกต ที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าในส่วนของมาตรา ๑๑ ที่บอกว่า ให้คณะกรรมการมีอํานาจหน้าที่ ใน (๕) ควบคุมและหาวิธีปลูกฝังวัฒนธรรมของชาติ ในจิตใจของประชาชนเพื่อให้มีการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ แต่ปรากฏว่า ตามพระราชบัญญัตินี้ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องกองทุนบ้าง เป็นเรื่องของคณะกรรมการบ้าง ฉะนั้นเป็นไปได้ไหมครับว่าทําไมต้องไปล็อกว่า ควบคุมและปลูกฝังวัฒนธรรมของชาติ ในจิตใจของประชาชนเพื่อให้มีการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ น่าจะเป็นการปฏิบัติ ในจิตสํานึกในเรื่องประชาธิปไตยก็ดี หรือสิทธิมนุษยชนก็ดี ซึ่งในร่างนี้ไม่มี และโดยเฉพาะดูมาตรา ๑๑ ตั้งแต่ (๑) ถึง (๙) แล้วจะสังเกตนะครับว่าเรายังไม่มี การส่งเสริมการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรม เรายังไม่ให้ความสําคัญจริง ๆ เสียที ส่วนใหญ่เรื่องที่ปรากฏในร่างพระราชบัญญัตินี้จะเป็นเรื่องของกองทุน
อีกอันหนึ่งที่จะตั้งข้อสังเกตไว้เรื่องกองทุนครับ ท่านประธานครับ กองทุนนี่ ในมาตรา ๑๔ เป็นองค์ประกอบของกองทุน มาตรา ๑๕ นั้นเป็นเรื่องคณะกรรมการ ของกองทุน แล้วก็มาตรา ๑๖ เรื่องวาระ แม้กระทั่งมาตรา ๑๗ เรื่องคณะกรรมการกองทุน เรื่องอํานาจ ปัญหาที่อยากตั้งข้อสังเกตไว้ไปยังท่านรัฐมนตรี แล้วก็คณะกรรมการ ก็คือว่าคนที่รับผิดชอบเงินกองทุนจะเห็นได้ว่าเป็นรูปของคณะกรรมการ มันมีปัญหาครับ ก็คือว่าอย่างมาตรา ๑๗ การพิจารณาอนุมัติไม่ว่าเรื่องการศึกษาหรือวิจัย ปัญหาก็คือว่า การทําสัญญางานวิจัยนี่ครับ ในกรณีที่คณะกรรมการกองทุนอนุมัติให้ดําเนินการศึกษา และวิจัยหรือพัฒนาอะไรก็แล้วแต่ แต่ถ้าเกิดว่าไม่เป็นไปตามงานวิจัย ใครเป็นคน รับผิดชอบ มันจะต้องมีบุคคลคนหนึ่งไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการกองทุนก็ดี หรือแม้กระทั่ง คนที่ทําหน้าที่เป็นสํานักงานกองทุน แต่ปรากฏว่าในร่างพระราชบัญญัตินี้ไม่ได้มี การจัดตั้งสํานักงานกองทุนไว้เลย แล้วใครจะเป็นคนรับผิดชอบ ท่านประธานอย่าลืมนะครับว่าคณะกรรมการกองทุนยังไม่ได้ระบุไว้เลยนะครับว่าจะต้อง มีการประชุมเดือนละกี่ครั้ง ปี ละกี่ครั้ง สิ่งที่สําคัญที่ผมจะบอกก็คือว่าในส่วนของ มาตรา ๑๗ (๑) การบริหารกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์ก็ไปปรากฏ ในมาตรา ๑๓ ก็คือเพื่อเป็นทุนใช้จ่ายเกี่ยวกับการส่งเสริมและสนับสนุนวัฒนธรรม วิถีชีวิตและภูมิปัญญาตามพระราชบัญญัตินี้ ท่านประธานครับ พอตามพระราชบัญญัตินี้ เราดูทุกมาตราแล้ว ผมใช้ของรัฐบาลเป็นหลัก ปรากฏว่าในร่างพระราชบัญญัตินี้ ไม่มีรายละเอียดเลยนะครับ เป็นไปได้ไหมครับที่ในมาตรา ๑๗ (๑) บริหารกองทุน ให้เป็ นไปตามวัตถุประสงค์และนโยบายทางวัฒนธรรม ชี้ให้มันชัดเจนขึ้นไป เพราะไม่อย่างนั้นแล้วจะมีปัญหาในทางปฏิบัติว่า กรรมการกองทุนเมื่อเป็นไปตาม วัตถุประสงค์ที่เป็ นไปตามมาตรา ๑๗ (๑) แล้วต้องเป็ นตามวัตถุประสงค์ ตามพระราชบัญญัตินี้ กองทุนจะไม่สามารถใช้จ่ายในการสนับสนุนเกี่ยวกับเรื่อง วัฒนธรรมนอกเหนือจากนี้เลย และโดยเฉพาะวัฒนธรรมที่เป็นวัฒนธรรมใหม่ก็ดี วัฒนธรรมที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนก็ดี ก็ฝากท่านรัฐมนตรีปัจจุบันจะเห็นว่า ท่านยังไม่เคยจัดโซนนิ่ง (Zoning) หนังสือเลยว่าหนังสือประเภทใดบ้างที่บุคคลที่อายุ ไม่เกิน ๑๓ ปี ไม่เกิน ๑๔ ปี หรือไม่เกิน ๑๕ ปี หรือไม่เกิน ๑๘ ปี นั้นจะเข้าไปดูได้ ท่านรัฐมนตรีคงผ่านแผงหนังสือตามริมถนนนะครับว่าภาพที่ปรากฏไว้ในหนังสือ วารสารต่าง ๆ นั้นมันเหมาะสมกับเยาวชนหรือไม่ ที่ผมจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี กระบวนการต่าง ๆ ต้องให้คณะกรรมการวัฒนธรรมมีอํานาจ กํากับดูแลด้วย แต่ปรากฏว่าในมาตรา ๑๑ ตั้งแต่ (๑) ถึง (๙) นั้น คณะกรรมการ วัฒนธรรมแห่งชาตินั้นไม่มีอํานาจกํากับดูแลแนวทางหรือนโยบายเลยนะครับว่า ที่ตั้งขึ้นมานั้นคณะกรรมการควรจะมีอํานาจในการกํากับดูแลแนวทางการปฏิบัติ ในการส่งเสริมหรือติดตามแนวนโยบายทางวัฒนธรรมของประเทศให้เป็นหลักให้ได้ ก็คิดในส่วนนี้นะครับ อีกอันหนึ่งก็คือในหมวด ๓ ของมาตรา ๒๑ ที่ร่างไว้ ขออนุญาต ใช้ร่างของคณะรัฐมนตรีเป็นหลักนิดหนึ่งในการอภิปรายก็คือว่า บุคคลอาจได้รับ การยกย่อง ผมว่าจะได้รับการยกย่องหรือไม่ก็ได้ ท่านควรจะไปใช้แนวทางพิจารณาว่า บุคคลที่ต้องได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติทางวัฒนธรรมเป็ นอย่างไรบ้าง อย่าใช้ คําว่า อาจ เลย ขอบคุณท่านประธาน
เชิญท่านพีรพันธุ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร กระผมก็ได้ร่วมเสนอ กฎหมายฉบับนี้ด้วยโดยร่วมกับท่านไพจิต ศรีวรขาน จากจังหวัดนครพนม เนื่องจาก พวกเราเห็นว่าในแถบภาคอีสานมันมีเรื่องที่ควรจะส่งเสริมเรื่องวัฒนธรรมอีกมากมาย เพราะปรารถนาที่จะเห็นการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมของชาติเป็นไปอย่างมี ระบบครบถ้วน ประเพณีวัฒนธรรมที่มีหลากหลายมากในภาคอีสาน ซึ่งเราพูดง่าย ๆ ฮีตสิบสองคองสิบสี่นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตครับ ท่านประธานครับ ตอนที่พวกผม ได้เข้าร่วมกันเสนอกฎหมายนั้น หลังจากได้เสนอไปแล้วมันค้างอยู่เป็นเวลานาน ผมเองก็มีเวลาที่จะมานั่งทบทวนว่าสิ่งที่ได้เสนอไปแล้วท่านประธานก็ได้กรุณาบรรจุ ระเบียบวาระการประชุมเข้าไปนั้นเราเรียกว่า ร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... พร้อมกับที่คณะรัฐมนตรีเองก็ได้เสนอกฎหมายนี้มาด้วย ระหว่างนี้ผมก็ได้มีโอกาสไปช่วยค้นคว้าดูว่าประเทศที่เขาเจริญ ๆ เขามีระบบการบริหาร จัดการวัฒนธรรมอย่างไร ท่านประธานทราบไหมครับ เป็นเอกสารที่ผมไปค้นมาดู เจ้าหน้าที่ช่วยค้นมาให้ มีหลายประเทศครับ ของประเทศอินเดียเขามีสถาบันทาง วัฒนธรรมภาษา ของประเทศสหรัฐอเมริกาพูดถึงเรื่องมรดกแห่งชาติ ของประเทศ แคนาดาก็พูดถึงเรื่องความเป็นพลเมืองของประเทศแคนาดาและวัฒนธรรม ก็คือเอาเรื่อง วิถีชีวิตเข้ามาอยู่ในวัฒนธรรมด้วยนะครับ ประเทศญี่ปุ่นมีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง วัฒนธรรม อีกหลายประเทศครับ พวกโบราณคดีอะไรนี่ พวกนี้เขามีกฎหมายมาก แล้วก็เมื่อดูกฎหมายของประเทศเหล่านี้แล้ว ผมก็คิดว่ามันมีความก้าวหน้า มีความเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่พอมาดูกฎหมายว่าด้วยวัฒนธรรมแห่งชาติ ที่คณะรัฐมนตรีเสนอมา รวมทั้งของพวกกระผมเองด้วยนะครับ รัฐบาลให้เหตุผลบอกว่า กฎหมายนี้ใช้มานานตั้งแต่ปี ๒๔๘๔ มีบทบัญญัติหลายประการที่ไม่เหมาะสมกับปัจจุบัน สมควรปรับปรุงเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรม อันดีของชาติและของท้องถิ่น รวมทั้งการยกย่องเชิดชูเกียรติ แต่ท่านประธานเห็นไหมครับ ในเหตุผลที่รัฐบาลเสนอมามันกลับมีแต่เรื่องคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เรื่องการยกย่องเชิดชูเกียรติ ไหนล่ะครับท่านรัฐมนตรีครับ ที่ท่านบอกว่ากฎหมายนี้ มันใช้มานานไม่เหมาะสมกับปัจจุบัน แล้วท่านเสนออะไรมาแก้ไขในนี้ ไม่มีครับ ไม่มีเลย โผล่ขึ้นมาท่านก็เจอเรื่องคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ มีกองทุนมีการยกย่อง เชิดชูเกียรติ ๓ เรื่อง สิ่งที่พวกผมได้เสนอมาถึงวันนี้ผมเองก็ยังเสียใจว่า ถ้ามีเวลามากกว่านั้น ก็น่าจะปรับปรุงกฎหมายนี้ให้มันดีขึ้นกว่าเดิม ให้มันสมกับเป็นกฎหมายที่เรียกว่า พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ ที่จริงกฎหมายอย่างนี้หน้าตาเป็นอย่างนี้ ผมอยาก จะเรียกว่า พระราชบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติมากกว่า ไม่ใช่วัฒนธรรมแห่งชาติ พอไปดูนิยาม ท่านประธานครับ วัฒนธรรม หมายความว่า ลักษณะที่แสดงถึงความเจริญงอกงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความกลมเกลียว ก้าวหน้าของชาติ และศีลธรรมอันดีของประชาชน นิยามนี้นะครับ แต่พอไปดูในกฎหมายแล้ว แทบจะไม่เห็นประโยชน์ของนิยามอันนี้เลย ก็ไม่รู้เขียนมาทําไม แต่พอไปดูกฎหมายเก่า ปี ๒๔๘๔ ปี ๒๔๘๕ ที่เขาเขียนไว้ว่าวัฒนธรรมหมายความว่าอะไร เหมือนกันเลยครับ ก็ไม่ว่า ท่านรัฐมนตรีครับ ปี นี้ปี ๒๕๕๓ แล้วนะครับ ความหมายของวัฒนธรรม ท่านยังลอกเอาปี ๒๔๘๔ ด้วย เป๊ ะหมดเลย ไม่มีอะไรต่างกันเลย มันเปลี่ยนไปเยอะแล้ว แล้วทําไมไม่แก้ความหมายของวัฒนธรรม จะได้ใส่เข้าไปในกฎหมายด้วย เหมือนกันครับ ปี ๒๔๘๔ ในปี ๒๔๘๔ ฉบับเก่านั้นเขาพูดถึงว่าบุคคลมีหน้าที่ปฏิบัติตาม วัฒนธรรมแห่งชาติ เหมือนของประเทศอินเดียที่เขาบอกว่า บุคคลมีหน้าที่ต้องคุ้มครอง ดูแลศิลปวัฒนธรรมของประเทศ วัฒนธรรมซึ่งบุคคลต้องปฏิบัติตามนอกจากจะได้ กําหนดไว้โดยพระราชบัญญัตินี้แล้ว ให้กําหนดขึ้นเป็นกฤษฎีกาว่าด้วยความเป็นระเบียบ เรียบร้อยในการแต่งกาย ความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการปฏิบัติตนและปฏิบัติตน ต่อบ้านเรือน ความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการประพฤติปฏิบัติตน ซึ่งเกียรติภูมิของชาติ และพระพุทธศาสนา ความมีสมรรถภาพ มารยาท ความเจริญงอกงามทางจิตใจและ ศีลธรรมของประชาชน ความเจริญก้าวหน้าทางวัฒนธรรม ศิลปกรรม ความนิยมไทย เห็นไหมครับนี่คืออยู่ในนิยามของวัฒนธรรม แต่ฉบับนี้เขียนนิยามไว้แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ จากนิยามเลย น่าเสียดายครับท่านประธาน ถ้ามันรื้อได้ผมอยากจะไปรื้อ รื้ออย่างไรครับ คือรื้อให้มันพูดถึงเรื่องการจัดการเรื่องของวัฒนธรรม ที่จริงในเรื่องของวัฒนธรรม ปัจจุบันมันมีวัฒนธรรมที่เป็นวัตถุอย่างที่พวกเราเข้าใจกัน ท่านประธานครับ วัฒนธรรมปัจจุบันนี้ทางวิชาการเขาแบ่งออกเป็น ๒ ประเภทใหญ่ ๆ คือ
ส่วนที่ ๑ วัฒนธรรมที่เป็นวัตถุ หมายถึงมรดกทางวัฒนธรรมที่เน้นวัตถุ ที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งก็มีเครื่องมือวิทยาศาสตร์ เครื่องจักสาน ผ้าทอ ศิลปกรรมต่าง ๆ ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สามารถสัมผัสได้ จับต้องได้
ส่วนที่ ๒ ที่สําคัญก็คือวัฒนธรรมที่ไม่ใช่วัตถุ วัฒนธรรมส่วนนี้คือ ทุกสิ่งที่ไม่ใช่วัตถุ ได้แก่ ภูมิปัญญาชาวบ้าน ระบบคิด วิธีจัดการกับชีวิต ระบบวิธี การดํารงชีวิตทั้งหมดของสังคมที่เกี่ยวกับการทํามาหากิน ความเชื่อ ศาสนา โลกทัศน์ ดนตรี นาฏศิลป์ พิธีกรรม ตลอดจนเรื่องการเล่านิทาน ตํานานต่าง ๆ รวมทั้งวิถีชีวิต ที่ไม่หยุดนิ่ง แต่ปรับเปลี่ยนไปตามปัจจัยและบริบททางสังคม เมื่อกี้นี้ที่เพื่อนสมาชิก ได้พูดถึงหมอลําทางภาคอีสาน หมอลําพื้น หมอลําซิ่ง และจะมีหมอลําคาราโอเกะขึ้นไป ข้างหน้า ตรงนี้มันเป็นวิถีชีวิตทั้งนั้น มันกําลังเจริญงอกงาม เปลี่ยนแปลงไป แต่ผมไม่เห็น พูดในกฎหมายว่าด้วยวัฒนธรรมฉบับนี้เลยครับท่านประธาน เสียดายจริง ๆ อุตส่าห์ คิดกันตั้งนานว่าจะปรับปรุงกฎหมายวัฒนธรรมแห่งชาติ ไม่มีอะไรครับ ก็ใส่เข้าไปว่าด้วย คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติเข้ามา เพิ่มนายกรัฐมนตรีเข้าไป เพิ่มปลัดกระทรวง เข้าไป ก็ยังดีที่มีผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามา แต่รูปแบบอย่างนี้มันเป็นรูปแบบการจัดการ แบบราชการจริง ๆ แล้วภาคประชาชนอยู่ไหนล่ะครับ ภาคธุรกิจอยู่ไหนล่ะครับ ไม่มี นึกว่าเอานายกรัฐมนตรีเข้ามาคนเดียวแล้ววัฒนธรรมแห่งชาติมันเจริญหรือครับ เปล่า เพิ่มแต่คนอย่างนี้เข้ามาทั้งนั้น เป็นรูปแบบที่การบริหารประเทศมันล้าหลังจริง ๆ ทําไม ไม่คิดใหม่ ปรับปรุงใหม่ ให้คณะกรรมการอย่างนี้อย่างมากก็ทําหน้าที่เรื่องนโยบายไป แล้วใครจะเป็นคนจัดการให้สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้น บอกว่าคณะกรรมการนี้มีหน้าที่ไปทําโน่นทํานี่ แสดงความคิดเห็นโน่น เสนอแนะโน่น ก็นายกรัฐมนตรีนั่งอยู่ในคณะกรรมการนี้แล้ว เสร็จแล้วก็ไปอีกตําแหน่งหนึ่งก็ไปนั่งอยู่ใน ครม. เอาข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ไปเสนอ ครม. โดยคิดว่าถ้านายกรัฐมนตรีมาเป็นประธานเองก็คงจะง่ายขึ้น ความจริง มันก็ไม่ใช่อีก และน่าเสียดายครับท่านประธานว่าวิธีคิดเรื่องของจัดการอย่างนี้ไม่ได้คิด กันเลย ไม่ได้คิดปรับปรุงครับ เสียดายมาก มาถึงเรื่องเอาละมีกองทุนเกิดขึ้นมา ก็เช่นเดียวกันครับ อย่างน้อยก็มีแค่นี้ สิ่งที่ผมอยากจะเรียนเสนอต่อที่สภาแห่งนี้ ก็คืออยากจะเห็นระบบการจัดการระบบวัฒนธรรม ท่านประธานครับ ต้องเข้าใจว่า เรื่องวัฒนธรรมมันเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก ใหญ่กว่าการศึกษา แต่บ้านเราเราทําให้การศึกษา ใหญ่กว่าวัฒนธรรมมันถึงผิด เราถึงมีปัญหากันอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะอะไร ก็เพราะเราไม่มี ระบบการจัดการเรื่องของวัฒนธรรม สิ่งที่มันขาดหายไปเราไม่ค่อยจะมีสถาบัน ทางวัฒนธรรมที่ได้รับการส่งเสริมกันอย่างจริง ๆ จัง ๆ เรามีสถาบันวัฒนธรรมหลักคือวัด แต่วันนี้วัดหลายแห่งกับโรงเรียนก็แยกกัน การจัดตั้งกระทรวงวัฒนธรรมจึงไม่ใช่ การจัดการทุนทางวัฒนธรรมที่ดี ถ้าจะมีการจัดการวัฒนธรรมที่ดีนั้นจะต้อง มีการผสมผสานกันอย่างเป็นระบบ ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคเอกชน แต่ก่อนนี้เรามี การเสนอตั้งกระทรวงศึกษาธิการกับกระทรวงวัฒนธรรมเข้าอยู่ด้วยกันคนก็สับสน บอกถ้าเอาเรื่องของวัฒนธรรมเดี๋ยวไปอยู่กระทรวงการท่องเที่ยวก็จะสับสนกันอีก มีการให้เปิดคาราโอเกะ ขณะที่คนกระทรวงวัฒนธรรมก็อยากจะฟื้นฟูและรักษาเดิม ๆ ไว้ ก็นี่อย่างไรมันเป็นระบบคิด วิธีคิด ซึ่งมันไม่มีการเปลี่ยนแปลง ถ้าอย่างนั้นผมก็อยากจะ เห็นว่าไหน ๆ จะมีการปรับปรุงกันแล้ว แต่ผมไม่ทราบว่าจะทําได้ไหมในร่างกฎหมาย ที่เสนอมา เท่าที่พวกผมมีเวลาคิดก็พยายามจะเสนอให้มันใกล้เคียงกับร่างของรัฐบาล ไว้ก่อนเพื่อให้ได้มีโอกาสพิจารณา แต่ว่าถ้าอยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงกันจริง ๆ ในอนาคตก็อยากจะให้มีการรื้อให้มากกว่านี้ ควรจะมีการพูดถึงวัฒนธรรมที่เป็นวัตถุ วัฒนธรรมที่ไม่เป็ นวัตถุ ระบบการจัดการวัฒนธรรมโดยดึงภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ภาคธุรกิจ เข้ามาเกี่ยวข้องให้มากกว่านี้ คือให้เรื่องของวัฒนธรรมมันเป็น เรื่องของวิถีชีวิตจริง ๆ แต่ไม่ใช่เสนอกฎหมายนี้มาคนที่ได้ก็คือมีกรมหนึ่งขึ้นมา มีอธิบดี อีกกรมหนึ่งขึ้นมา ท่านเพิ่มเข้าไปเรื่องกรมวัฒนธรรมหรือวิถีชีวิตชุมชนขึ้นมาแค่นี้เอง ถ้าทําอย่างที่พวกผมเสนอไปได้ผมคิดว่าระบบของการจัดการวัฒนธรรมของเราก็จะดี มากขึ้น แล้วก็จะทําให้ระบบของวัฒนธรรมมันสามารถที่จะคุ้มครองวิถีชีวิต ดูแลวิถีชีวิต ของคนไทยต่อไปได้ ผมอยากเสนอแนวคิดไว้อย่างนี้ครับท่านประธาน
เชิญคุณหมอบรรพตครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอชื่นชมท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ท่านธีระ สลักเพชร ที่ได้นําเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เนื่องจากว่า ๗๕ ปีที่ผ่านไป พระราชบัญญัติ วัฒนธรรมแห่งชาติ ปี ๒๔๘๖ อันนั้นเป็นฉบับก่อนหน้านี้ เพราะฉะนั้นต้องถือว่า เป็ นความคิดริเริ่มสร้ำงสรรค์ของท่านรัฐมนตรีอย่างแท้จริงในการที่เสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้ามา จริง ๆ แล้วท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในขณะที่ท่านดํารงตําแหน่งจนถึงปัจจุบันท่านมีผลงานมากมายครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ผมเองอยู่ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็ได้รับผลจากความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของท่านในการที่เห็นความสําคัญของมรดก ทางวัฒนธรรม แล้วก็ทําให้มีแผนพัฒนาปรับปรุงอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เพื่อไม่ให้สอบตกหลุดออกจากมรดกโลก ซึ่งขณะนี้ก็มีงบเข้าไปดําเนินการถึง ๒๕๖ ล้านบาทแล้ว อันนี้ก็เป็นตัวอย่างอันหนึ่งที่ว่าท่านทําผลงานต่าง ๆ ไว้มากมาย ท่านอาจจะไม่ใช่นักประชาสัมพันธ์หรือว่าประชาสัมพันธ์ออกไปแล้วอาจจะไม่ค่อย มีคนทราบ คนรู้ คนเห็น แต่ผมยืนยันว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมนั้น มีผลงานมากมาย แล้วก็มีความเป็นนักวิชาการครับ เวลาท่านไปเปิดประชุมที่ไหนก็ตาม ท่านบรรยายเหมือนกับท่านเป็นนักวิชาการคนหนึ่ง รู้ลึกซึ้งถึงเรื่องของวัฒนธรรมทุกแง่ ทุกมุม อันนี้ก็เป็นที่ชื่นชมของคนทั่ว ๆ ไปที่ได้ไปฟังคํากล่าวเปิดหรือว่าคําปราศรัย ของท่าน ก็ขอเข้ามาสู่ตรงเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จริง ๆ แล้วกระผม ก็เห็นด้วยในหลักการที่จะให้มีการปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติฉบับนี้ เพียงแต่ว่ามีความคิดเห็นคล้าย ๆ กับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออภัยที่เอ่ยนาม คือท่านพีรพันธุ์ พาลุสุข ว่าจริง ๆ เราน่าจะใช้โอกาสร่วมคิดร่วมทําให้ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้มีเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์แล้วก็สอดคล้องกับเหตุการณ์ปัจจุบันและในอนาคต มากกว่านี้ เนื่องจากว่าอ่านดูแล้วดูเหมือนว่าจะให้ความสําคัญกับวัฒนธรรมทางวัตถุ หรือมากกว่านั้น ก็เป็นวัฒนธรรมทางด้านประเพณีต่าง ๆ เสียเป็นส่วนใหญ่ วัฒนธรรมอีกด้านหนึ่ง ผมคิดว่าสําคัญแล้วก็ขาดหายไป ผมจะขออนุญาตเรียกว่าเป็นวัฒนธรรมทางด้านจิตใจ ซึ่งอันนี้มันขาดหายไปไม่ได้กล่าว ไม่ได้พูดถึงเลย จริงอยู่วัฒนธรรมบางคนเข้าใจว่า นิยามนี้หมายถึงว่าสิ่งที่ปฏิบัติกันต่อ ๆ มาเรื่อยมาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน และเป็นที่ ยอมรับว่าสิ่งที่ปฏิบัติที่ยึดถือนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เป็นสิ่งที่งดงาม เป็นสิ่งที่มีคุณธรรม ความดีงามก็ถือว่าเป็ นวัฒนธรรม เพราะฉะนั้นก็จะเห็นว่ากระแสของวัฒนธรรม ก็เหมือนกับว่าเป็ นการยืนยันว่าสิ่งที่ผู้คนในชาติถือปฏิบัติกันมาเป็ นสิ่งที่ดีแล้ว สมควรที่จะยึดถือปฏิบัติกันต่อไปจนเป็ นวัฒนธรรม จากจุดนี้ผมเลยคิดว่าบางที กระทรวงวัฒนธรรมอาจคิดว่าเป็นการทํางานที่ปิดทองหลังพระหรือเปล่า จึงไม่ได้นําเอา วัฒนธรรมทางด้านจิตใจมาใส่ไว้ในพระราชบัญญัติฉบับนี้อย่างชัดเจนแต่ประการใดเลย อาจจะอธิบายได้ว่ามันมีอยู่แล้ว แต่ว่ามันไม่ชัดเจน ท่านประธาน ผมยกตัวอย่าง เช่น วัฒนธรรมการกระจายอํานาจ วัฒนธรรมในเรื่องของความซื่อสัตย์ วัฒนธรรมของการ ประนีประนอมสร้างความสมานฉันท์ วัฒนธรรมการใช้เหตุผล ลดอคติ และความงมงาย วัฒนธรรมการใช้สันติวิธี การไม่ใช้ความรุนแรง การแก้ไขปัญหาร่วมกัน ผมคิดว่าอันนี้ เป็นแค่ตัวอย่างส่วนหนึ่งเท่านั้นที่ผมคิดว่าจะต้องใช้มิติเชิงวัฒนธรรมมาเป็นตัวช่วย ให้สังคมประเทศชาติของเราเข้าสู่สิ่งที่ถูกที่ควรมากขึ้น เพราะมิฉะนั้นแล้วมันคือปัญหา ความขัดแย้งจนถึงความแตกแยกของชนในชาติในที่สุด เพราะฉะนั้นผมยกตัวอย่างอันหนึ่ง เรื่องของวัฒนธรรมความซื่อสัตย์ รวมทั้งวัฒนธรรมเรื่องสันติวิธีและการแก้ปัญหาโดย ไม่ใช้ความรุนแรง ผมคิดว่าประเทศเพื่อนบ้านของเราประเทศมาเลเซียเขาก็มีโรคชนิดหนึ่ง ก็คือโรคความซื่อตรงบกพร่อง แล้วก็อาจจะโรคของความขัดแย้งซึ่งก็มีอยู่ดํารงอยู่ใน ประเทศเพื่อนบ้านของเราตรงนี้ เพราะฉะนั้นเขาให้ความสําคัญตรงนี้เขาจึงมีแผนพัฒนา ความซื่อตรง ลดความขัดแย้งของคนในชาติเขา เริ่มต้นจากหน่วยงานของรัฐก่อน เมื่อ ค.ศ. ๑๙๙๘ ๑๒ ปีมาแล้ว ต่อมาก็ขยายผลเป็นแผนระดับชาติ ใช้ทั่วไปหมดเลย ไม่ว่าภาครัฐหรือเอกชน ใน ค.ศ. ๒๐๐๔ หรือ ๖ ปีมาแล้ว อันนี้เป็นผลงานจากการวิจัย มหาวิทยาลัย ๓ สถาบันร่วมกัน แล้วผลออกมาตรงกันว่า สาเหตุของการเกิดโรค ความซื่อตรงบกพร่องหรือความขัดแย้งของคนในชาติเขาก็คือ ๑. เป็ นเรื่องของ ปัจเจกบุคคล ๒. ความเป็นผู้นํา ๓. ระบบและวิธีการ ๔. เรื่องของโครงสร้างของ หน่วยงานต่าง ๆ และ ๕. น่าสนใจมากเรื่องของวัฒนธรรม ในประเด็นวัฒนธรรม ปรากฏว่าเขาพูดถึงเรื่องของการที่จะทําให้เกิดความขัดแย้งหรือการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) เกิดจากประเด็นย่อย ๆ ในเชิงวัฒนธรรม ๔-๕ ประเด็นด้วยกัน
ประเด็นที่ ๑ ความเกรงอกเกรงใจ ซึ่งผมก็เชื่อว่าถ้ามาวิจัยในประเทศชาติ ของเรานี้ อันนี้ก็คงมีไม่ใช่น้อยทีเดียวนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ความไม่เต็มใจ อาจจะใส่เกียร์ว่างหรือไม่ค่อยยอมทํางาน หรืออะไรต่าง ๆ ก็แล้วแต่
ประเด็นที่ ๓ การที่ไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์ถึงแม้จะเห็นสิ่งที่ไม่ถูกไม่ต้อง ไม่ควรก็ไม่วิพากษ์วิจารณ์เพราะความกลัว
ประเด็นที่ ๔ เรื่องการเอาตัวรอดและเห็นแก่ตัว
อันนี้คือเป็นเรื่องของมิติทางวัฒนธรรมทั้งสิ้นเลย เพราะฉะนั้นผมอยากจะ เสนอแนะเพียงประเด็นเดียวในเรื่องมาตราต่าง ๆ นี้ก็มีท่านผู้อภิปรายไปมากแล้ว ผมอยากจะเรียนผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการ เผอิญว่าผมอยู่ใน คณะกรรมาธิการสามัญ การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม จึงจําเป็นต้องมาอภิปรายเรื่องนี้ เพื่อจะได้เป็ นข้อสังเกต เป็ นข้อเสนอแนะ แล้วก็ไม่มีโอกาสที่จะเข้าไปอยู่ใน คณะกรรมาธิการวิสามัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมคิดว่าอยากจะเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมนะครับว่า เราควรจะทําในเรื่องของวัฒนธรรมทางด้านจิตใจให้มันชัดเจนอยู่ในร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ไม่ว่าจะทําอย่างไรที่จะทําให้โรคความไม่ซื่อตรงนั้นมันเกิดน้อยลงหรือไม่เกิดเลย วัฒนธรรมเรื่องการประนีประนอม การสมานฉันท์ วัฒนธรรมการใช้ เหตุผลต่าง ๆ มาตัดสินปัญหา ซึ่งรวมทั้งวัฒนธรรมการรับฟังข้อมูลอย่างเปิดใจกว้างเพื่อที่จะใช้ ระบบคิดของตัวเองในการพินิจพิจารณาว่าสิ่งใดถูกสิ่งใดไม่ถูก สิ่งใดควรสิ่งใดไม่ควร แล้วในที่สุดก็คือวัฒนธรรมสันติวิธี การไม่ใช้ความรุนแรงและการที่จะมาแก้ไขปัญหา ด้วยกัน ผมคิดว่าถ้าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้สามารถจะบรรจุเรื่องเหล่านี้ไว้ได้ผมคิดว่า จะเป็นคุณอเนกอนันต์ เป็นคุณประโยชน์อันมหาศาลเลยที่จะทําให้เกิดการรับลูกจาก พระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ ผมเองถ้ายังมีอายุความในสภาเพียงพอผมก็คิด ผมจะเสนอร่างพระราชบัญญัติการจัดการความขัดแย้งในสังคมไทยขึ้นมา ผมคิดว่า ร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติฉบับนี้สามารถที่จะรองรับในสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ให้กลายเป็ นวัตรปฏิบัติที่ชัดเจนแน่นอน และถือปฏิบัติจนกลายเป็ นวัฒนธรรม อันดีงามของชาติต่อไปในที่สุด ในที่สุดคือผมเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพียงแต่ว่าอยากจะให้ปรับโครงสร้างและทําความชัดเจนในเรื่องของวัฒนธรรมทางด้าน จิตใจดังที่ผมได้กล่าวมาแล้วทั้งหมดให้มีความชัดเจนและปฏิบัติได้ ซึ่งจะยังคุณประโยชน์ ให้กับสังคมไทยอย่างมากในที่สุด ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านชวลิตนะครับ ท่านสมาชิกครับถ้ากรณีไมโครโฟนของท่านกดแล้วสัญญาณไม่ขึ้น กรุณาถอดบัตรแล้วเสียบใหม่นะครับ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ทางเทคนิคว่าเมื่อสักครู่ ยูพีเอส (UPS) ระเบิดก็จําเป็นต้องปรับระบบ ฉะนั้นบัตรที่ท่านเสียบไว้กรุณาถอด แล้วก็เสียบใหม่ เดี๋ยวตอนตรวจสอบองค์ประชุมหรือลงมติก็กรุณาดึงออกแล้วก็ เสียบใหม่นะครับ เชิญท่านชวลิตครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัด นครพนม ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... นั้น มีความสําคัญยิ่ง เพราะวัฒนธรรมเป็นรากฐานของชาติ ชาติใดมีวัฒนธรรมของตนเอง เข้มแข็ง แน่นอนชาตินั้นก็มีความเข้มแข็งมั่นคง ชาติใดมีวัฒนธรรมของตนเอง เริ่มอ่อนแอลง ๆ ชาตินั้นก็จะต้องอ่อนแอตามไปด้วยแล้วก็จะนําไปสู่ความล่มสลาย ในที่สุด ในหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้สรุปได้ ๒ ประการครับ ท่านประธาน
ประการแรก คือการอนุรักษ์และฟื้นฟูจารีตประเพณีภูมิปัญญาท้องถิ่นและ วัฒนธรรมอันดีงามของชาติและของท้องถิ่น
ประการที่สอง ก็คือการยกย่องเชิดชูเกียรติให้แก่บุคคลที่สมควร เช่น เป็นศิลปินแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิที่สมควร หรือบุคคลที่มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม
ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ แต่เมื่อดูในร่างกฎหมายทั้งฉบับก็จะเห็นได้ว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ให้ความสําคัญทางด้านปัจเจกบุคคลคือ ให้ความสําคัญกับการยกย่องเชิดชูเกียรติ ศิลปินแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม บุคคลที่มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม เห็นดีด้วยอย่างยิ่งในการเชิดชูเกียรติกับบุคคลดังกล่าว แต่ผมคิดว่าองค์กรที่มีหน้าที่ดูแล ทางด้านวัฒนธรรมมีความสําคัญไม่แพ้กัน เช่น สภาวัฒนธรรม ศูนย์วัฒนธรรม ไม่ได้มีปรากฏอยู่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งสภาวัฒนธรรมในพื้นที่นั้น มีความสําคัญยิ่งกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีในพื้นที่ของตนเอง ก็คงขอฝากผ่าน ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี เป็ นไปได้ไหมที่ในขั้นกรรมาธิการจะเพิ่มเติม การให้ความสําคัญกับสภาวัฒนธรรม กําหนดกฎเกณฑ์ลงไปเฉพาะอย่างยิ่งในการดูแล ทางด้านงบประมาณสนับสนุนด้วย ผมยกตัวอย่างว่า สภาวัฒนธรรมในพื้นที่นั้นเขาก็ ดูแลตนเองตามมีตามเกิด โชคดีถ้าท้องถิ่นหรือผู้นําท้องถิ่นนั้นให้ความสําคัญ ให้ความสนใจ การดูแลวัฒนธรรมในตําบล หมู่บ้าน หรือจังหวัด หรืออําเภอนั้น ๆ ก็จะมี ความเข้มแข็งขึ้นไปด้วย ผมยกตัวอย่างในจังหวัดนครพนมของผมมี ๗ ชนเผ่าครับ ท่านประธาน มีย้อ มีโซ่ มีกะเริง มีภูไท มีแสก มีกวน มีลาวอีสาน แล้วก็ยังเพิ่มเติมขึ้นมา มีไทยใหม่คือคนไทยเชื้อสายเวียดนาม แล้วก็คนไทยเชื้อสายจีน ทั้งชนเผ่าต่าง ๆ นั้น อยู่กันในจังหวัดนั้นอย่างสงบสุข เป็นเรื่องเหลือเชื่อเพราะเขามีวัฒนธรรมเป็นรากฐานชีวิต ของตนเอง วัฒนธรรมนั้นมีทางด้านภาษา แต่ละเผ่าเขาก็มีภาษาของเขา วัฒนธรรม ทางด้านอาหาร การแต่งกาย ศิลปะแขนงต่าง ๆ วิถีชีวิต สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนหล่อหลอม ให้เขาดํารงอยู่ในพื้นที่นั้นอย่างสงบสุขตามวิถีชีวิตของเขา ขณะนี้ผมยังดีใจว่ายังมี ภาคเอกชนที่เขาสนใจที่จะดูแลส่งเสริมวัฒนธรรม ผมคงต้องยกย่องเขาผ่านการอภิปราย ครั้งนี้ก็คือ รายการพันแสงรุ้งที่ออกรายการทางทีวีเป็นประจํา ในอันที่จะดูแลส่งเสริม ศิลปวัฒนธรรมชนเผ่าต่าง ๆ เพราะนี่คือรากฐานอันแท้จริงของชาติของเรา ถ้ามันล่มสลายไปชาติเราก็ล่มสลายไปด้วย แต่ขณะนี้สิ่งที่ผมอยากจะฝากท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีดังที่กราบเรียนแล้วก็คือ เรื่ององค์กรทางด้านสภาวัฒนธรรม ผมเห็นหลายท่านได้อภิปรายแล้วก็แสดงความคิดเห็นคล้าย ๆ กันกับผม เมื่อเห็นพ้อง ต้องกันแล้วเราต้องสนับสนุนเพิ่มเติมลงไปในร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ สิ่งที่ผมอยากจะฝากเพิ่มเติมขึ้นไปยังท่านรัฐมนตรีอีกอันหนึ่งก็คือว่า การที่จะดูแล จัดระบบทางด้านวัฒนธรรมดังที่ทางท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข ได้เสนอก็มี ความสําคัญอย่างยิ่ง ขณะนี้ชนเผ่าต่าง ๆ ครูบาอาจารย์ที่เขาเกิดมาจากชนเผ่านั้น ๆ เช่น เผ่าย้อ เผ่าแสก เขาทําพจนานุกรมภาษาของเขา เพื่อให้ลูกหลานรุ่นต่อ ๆ มาได้ศึกษา ได้รู้รากฐานวิถีชีวิตของเขา หรือทางด้านศิลปะต่าง ๆ ผมยกตัวอย่างพื้นที่ของท่านไพจิต ศรีวรขาน ซึ่งเป็นเผ่าภูไท รําไทยแสกอยู่ในเขตอําเภอเมือง รําภูไทอยู่ในเขตเรณูนครของ ท่านไพจิต สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมคิดว่า ถ้าท้องถิ่นไม่เข้มแข็งโอกาสที่จะล่มสลายไป มันจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนจากวัฒนธรรมต่างชาติที่เข้ามา แล้วยิ่งขณะนี้การเมืองเข้าไป แทรกในทุกอณูถึงขั้นจัดงบประมาณในองค์การบริหารส่วนจังหวัดในอันที่จะสนับสนุน ดูแลงานประเพณี งานวัฒนธรรม ในแต่ละอําเภอ แต่ละตําบล พื้นที่ไหนเป็นพื้นที่ที่เป็น ทีมของตําบลตัวเอง อําเภอของตัวเอง ก็จัดงบประมาณลงไปมาก ๆ แต่พื้นที่ไหนที่ไม่ใช่ พื้นฐานของตัวเองงบประมาณแทบจะไม่มีหรือน้อย ดังนั้นการที่จัดระบบอย่างเป็นระบบ ในการสนับสนุนการดูแลสภาวัฒนธรรมเป็นเรื่องจําเป็นอย่างยิ่ง ปีนี้หวังที่จะเห็น งบประมาณของกระทรวงวัฒนธรรมเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นอย่างมีกฎมีเกณฑ์ เพิ่มขึ้นอย่างมี กฎกติกา ถ้าเราให้ความสําคัญจริง ๆ ว่าวัฒนธรรมเป็นรากฐานของชาติก็อยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีเพียงเท่านี้ครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านบุญยอดครับ จากท่านบุญยอดแล้วก็ท่านสมคิด บาลไธสง นะครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ ผมเป็ นผู้หนึ่งที่ได้ร่วมลงนามในร่างพระราชบัญญัติของ ท่าน ส.ส. ผ่องศรี ธาราภูมิ ด้วยซึ่งเป็นอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งก็ได้นําเสนอเข้ามาร่วมด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... ร่างของทางรัฐบาลในขณะนี้ ผมจึงมี ประเด็นที่แตกต่างจากสมาชิกท่านอื่น ผมพยายามที่จะพูดให้กระชับที่สุด เพราะว่า ถ้าประเด็นที่ซํ้ากันก็คงฝากถึงท่านรัฐมนตรีไปแล้วนะครับ ในส่วนของทางรัฐบาลก็จะพูด ถึงเรื่องคณะกรรมการกับเรื่องของกองทุนที่จะเป็ นหลัก ซึ่งก็มีส่วนที่คล้ายกัน แต่ว่าร่างของอาจารย์ผ่องศรี ธาราภูมิ นั้นนะครับ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านจะมีส่วน ที่เป็นรายละเอียดปลีกย่อยอื่น ๆ ที่มากขึ้น เช่น มาตรา ๕ บุคคลทุกคนมีหน้าที่รักษา ผดุงส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งชาติที่มีคุณค่าเพื่อความเจริญก้าวหน้าของชาติ โดยปฏิบัติ ตามวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงาม และช่วยกันปรับปรุงทะนุบํารุงและสรรค์สร้าง ให้ดียิ่งขึ้นตามกาลสมัย ผมคิดว่ามาตรานี้ก็เป็นมาตราที่ประชาชนจะสามารถเข้ามา มีส่วนร่วมในการที่จะเสริมสร้างวัฒนธรรมที่ดีให้แก่ชาติได้ ประเด็นนี้น่าสนใจ จึงฝากไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยว่า ถ้าหากประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมได้ด้วยวิธีการใดก็ตาม ก็คงจะต้องระบุเอาไว้ในพระราชบัญญัติ ในมาตรา ๖ ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ก็มีรายละเอียด ค่อนข้างมาก ได้ขอให้ทางคณะรัฐมนตรีมีอํานาจในการตราพระราชกฤษฎีกาในเรื่องของ ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ในการแต่งกาย จรรยามารยาทในที่สาธารณะ ความเป็น ระเบียบเรียบร้อยการปฏิบัติต่อสถานที่ต่อสาธารณสถานอย่างนี้เป็ นต้น ความมี ธรรมาภิบาล การปฏิบัติตนซึ่งแสดงออกถึงความจงรักภักดีและนํามาซึ่งเกียรติยศ ของสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ คงเป็นสิ่งที่ประชาชนคนไทยทุกคนปฏิเสธ ไม่ได้ว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็ นวัฒนธรรมอันดีที่พวกเราควรจะปลูกฝังเอาไว้ ดังนั้น ๘ วงเล็บที่อยู่ในมาตรา ๖ ผมฝากให้ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาพิจารณาผนวก เข้าไปกับร่างของทางรัฐบาล ซึ่งคงจะต้องเสนอเป็นร่างหลัก แต่ว่าอย่าได้ทิ้งกรณีของ มาตรา ๖ นี้ นอกจากนั้นผมก็ขออนุญาตที่จะได้ฝากอีก ๓-๔ เรื่อง ดูเข้าไปในร่างของ รัฐบาล ส่วนใหญ่มักจะเป็ นเรื่องของศิลปิ นแห่งชาติน่าจะเป็ นหลักนะครับ ประเด็นที่ผมขอฝากก็คือว่าเงินตอบแทนหรือว่าผลประโยชน์ที่ท่านจะให้กับ ศิลปินแห่งชาตินั้นคงจะต้องขอปรับให้มันมีวิธีการที่เป็นไปตามปัจจุบันหน่อยนะครับ คือบางทีเราอาจจะกําหนดตัวเงินตอบแทนเอาไว้จํานวนหนึ่ง แล้วกว่าจะแก้ให้กับท่านได้นี่ มันก็ไม่สามารถที่จะเอาไปใช้จ่ายในการครองชีวิตได้อย่างสมเกียรติสมฐานะของท่าน ก็เป็นรายละเอียดที่อยากจะขอฝากเอาไว้เป็นเรื่องที่ ๑ ครับ
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องที่ผมกังวลครับว่าคณะกรรมการซึ่งประกอบไปด้วย บุคคลสําคัญทั้งนั้นเลยครับท่านประธาน อยู่ในมาตรา ๖ ตั้งแต่ท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจจะมอบหมายรองนายกรัฐมนตรีมาได้ ปลัดกระทรวงต่าง ๆ อีกเยอะแยะมากมาย อีก ๙ ท่านนี่นะครับ ผมมีคําถามต่อท่านรัฐมนตรีว่าตกลงคณะกรรมการชุดนี้จะประชุมกัน ได้สักปี ละกี่ครั้ง ตามอํานาจหน้าที่ที่ท่านต้องทําซึ่งเป็นงานที่อยู่ในอํานาจหน้าที่ ในมาตรา ๑๑ มีอีก ๙ วงเล็บ ผมถามตรง ๆ เลยครับว่าตั้งแต่นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีไปถึงปลัดกระทรวง ๙ ท่านนี้ ปีหนึ่งท่านจะประชุมได้สักกี่ครั้ง เขียนกันไปให้ชัดเจนเลยดีไหมครับ เพราะผมกังวลว่าท่านจะประชุมแค่ปีละครั้งแล้วก็จบ แล้วก็มาดูรายงานเรื่องของศิลปินแห่งชาติ ดูว่าผลตอบแทนให้อย่างไร กองทุนดําเนินการอย่างไร ดูรายงานแค่นี้แล้วจบครับ แต่ท่านจะบรรลุวัตถุประสงค์ ๙ ข้อในมาตรา ๑๑ ได้อย่างไร ถ้าท่านไม่กําหนดให้มีปริมาณของการทํางาน การพิจารณาเรื่องสาระสําคัญนั้นให้ได้ อย่างพอเพียงครับ ก็ขอให้ท่านได้พิจารณาเพิ่มเติมนะครับ ผมเสนอว่าเอาง่าย ๆ ได้ไหม ปีละ ๓-๔ ครั้งเป็นอย่างน้อยได้ไหมครับ เพื่อที่จะได้ทํางานต่าง ๆ นั้นให้ลุล่วงนะครับ นอกจากนั้นอย่างที่ ส.ส. หลายท่านก็ได้พูดไปแล้วครับว่าเรื่องที่เป็นวัฒนธรรมแห่งชาติ ซึ่งพวกเราทุกคนปรารถนาอยากจะให้มี ผมไม่ทราบว่าคณะกรรมการซึ่งอยู่ใน ร่างพระราชบัญญัตินี้จะมีหน้าที่ดูแลหรือไม่ หรือท่านจะให้คนอื่นดูแลนะครับ เช่น ความซื่อสัตย์ เช่น ความขี้เกียจกับความขยัน ท่านประธานคงเห็นนะครับ ในรายการ โทรทัศน์มีการชิงโชคเยอะแยะเลย ผู้คนเดี๋ยวนี้มีบอกว่ารวยตลอดชาติอะไรอย่างนี้ มันขนาดนั้นแล้วนะครับ ให้ประชาชน ให้คนนี่มุ่งมั่นแต่จะเล่นหวยรวยเบอร์ ส่งสลาก ชิงโชค สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราแก้อย่างไรครับ เรื่องโชคลาภนะครับ เรื่องของการมีวินัย ไม่มีวินัยอย่างนี้นะครับ มีวินัย ไม่มีวินัย นี่ก็ดูง่าย ๆ ท่านครับ ไปสนามบินนะครับ ผมว่า เรามีปัญหากับเรื่องแท็กซี่สนามบินประจําเลยนะครับ แท็กซี่สนามบินของต่างประเทศ เขาไม่เห็นมีปัญหาว่าแท็กซี่จะต้องมาเข้าคิวรอขนาดไหน หรือว่ามีค่าต๋ง ค่าของ การอํานวยความสะดวกต่าง ๆ อย่างไร แล้วทําไมราคาจะต้องแพงขึ้นมากกว่าแท็กซี่ ที่ขับกันโดยทั่วไปอย่างนี้เป็นต้น เรื่องของการโกหกกับความจริงอย่างนี้นะครับ สังคมไทย ของเรามีคนโกหกเยอะครับ ทั้งในสภา ทั้งนอกสภา ท่านประธานครับ จะมีใครมาดูแล เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ และรวมไปถึงเรื่องของกฎหมู่ที่อยู่เหนือกฎหมายของคนบางกลุ่มนั้น ก็ฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีครับว่าถ้าหากว่ากรรมการชุดนี้จะดูแลเพิ่มขึ้น เป็นอํานาจหน้าที่ของท่านก็ขอให้ท่านระบุเอาไว้ในพระราชบัญญัตินี้ แต่ถ้าหากว่า เป็นหน้าที่ของคนอื่นหรือว่าส่วนอื่นของกระทรวงก็ต้องฝากต่อไป
มีเรื่องหนึ่งที่ผมขออนุญาตทิ้งท้ายครับ ที่กระทรวงวัฒนธรรมซึ่ง ๒ ปีที่แล้ว ผมไปเป็นกรรมาธิการงบประมาณด้วยนะครับ ผมก็เรียนถามทางกระทรวงวัฒนธรรม ว่าได้ของบประมาณในการที่จะปักเขตปักหมุดกับโบราณสถาน ซึ่งของบประมาณมา ค่อนข้างน้อยปี หนึ่งไม่กี่แสนบาทครับ ผมจึงเรียนถามเป็นข้อมูลว่ามีโบราณสถาน ที่สําคัญที่อยู่ริมชายแดนหรืออะไรต่าง ๆ ยังไม่ปักหมุดกันอีกเท่าไร ท่านก็ให้ตัวเลขมา ค่อนข้างมากนะครับ หลายพันแห่ง ผมก็เลยถามว่าท่านได้งบประมาณปีละไม่กี่แสนบาท ท่านจะใช้เวลากี่ปีกว่าจะปักหมุดกันเสร็จ กว่าจะจัดการเรื่องโบราณสถานซึ่งเป็นที่สําคัญ แล้วก็บอกขอบเขตประเทศไปด้วยจะได้ไม่มีใครลํ้าชายแดนใครอย่างนี้เป็นต้น ท่านได้ให้ ความสําคัญกับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้หรือไม่ ก็ต้องขอฝากว่าเราทุกคนหวงแหนวัฒนธรรม ของชาติ เราทุกคนหวงแหนโบราณสถาน โบราณวัตถุ ไปจนถึงจิตใจของคนในชาติ ที่จะต้องทําการปรับปรุง พัฒนา แล้วก็ทําให้ทุกคนนั้นสมัครสมานสามัคคีกันต่อไป ก็ขอฝากให้เป็ นหน้าที่ของทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและ ร่างพระราชบัญญัติต่อไปด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านสมคิด บาลไธสง ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดหนองคาย ผมขอร่วมการอภิปรายแสดง ความคิดเห็นกับร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... ดังนี้นะครับ มาตรา ๔ วัฒนธรรม หมายความว่า อันนี้ผมว่าความหมายแคบไปหรือเปล่า เพราะว่าวัฒนธรรม ตามมาตรา ๔ หมายความว่า ลักษณะที่แสดงถึงความเจริญงอกงาม ความเป็นระเบียบ เรียบร้อย ความกลมเกลียวก้าวหน้าของชาติและศีลธรรมอันดีของประชาชน ความหมายของวัฒนธรรมในที่นี้น่าจะรวมถึงประเพณีด้วย ประเพณีบางอย่างใช้เวลา ยาวนานแต่ก็ยังว่าเป็นประเพณี อย่างประเพณีวันสงกรานต์อย่างนี้ เราก็ยังว่าประเพณี ทั้ง ๆ ที่มันยืดยาวมาเป็นเวลาเป็นพัน ๆ ปีเรายังบอกว่าเป็นประเพณีอยู่ เพราะฉะนั้น ความหมายคําว่า วัฒนธรรม น่าจะรวมถึงประเพณีของเผ่าชนต่าง ๆ ตามภูมิภาครวมอยู่ด้วย มันถึงจะครอบคลุมไปถึง อันนี้ก็อยากแสดงความคิดเห็นตรงนี้คือความหมายรู้สึกว่า แคบไป ทําอย่างไรจะรวมถึงประเพณีอันดีงามด้วย เพราะว่าบางประเพณีใช้เวลายาวนาน กว่าจะพัฒนามาเป็นวัฒนธรรม อีกเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะเรื่องวัฒนธรรมต่าง ๆ นี้รู้สึกว่า บางเรื่องก็เกิดขึ้นมา แต่เท่าที่อ่านดูแล้วที่เราจัดขึ้นมาตรงนี้ก็เท่าที่ทราบเท่าที่ได้ยินมา ก็เป็นเรื่องสาขาของวัฒนธรรมสาขาต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะมาเน้นเรื่องการแสดงอะไรต่าง ๆ อย่างนี้ มาเน้นเรื่องศิลปิน ส่วนวัฒนธรรมทางความคิด วัฒนธรรมการเป็นอยู่ล่ะอยู่ไหน ตั้งแต่เกิดจนตาย วัฒนธรรมการเกิด เกิดมาเขาทําอย่างไรกันบ้าง พอโตขึ้นมากินอาหาร วัฒนธรรมการประกอบอาชีพอย่างนี้ก็เป็นวัฒนธรรม เพราะฉะนั้นผมถึงว่าวัฒนธรรม ความหมายในนี้มันแคบไปก็อยากฝากไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องได้ไปดูแลด้วย บางอย่างเป็น เวลาสั้น แต่เราก็บอกว่าเป็นวัฒนธรรม อย่างวัฒนธรรมการเมือง นักการเมืองก็เหมือนกัน การอภิปรายในสภาก็เหมือนกัน บางคนก็ว่าคนอื่นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่เวลาเขาอภิปราย ไม่เสร็จแล้วก็ประท้วงกันไม่มีเหตุผล อันนี้ก็เป็นวัฒนธรรมทางการเมืองที่ใช้ไม่ได้ อันนี้ก็อยากฝากผู้เกี่ยวข้อง ผมไม่จําเป็ นไม่ประท้วงนะ แต่ที่ประท้วงไม่มีเหตุผล มันน่าเบื่อหน่าย อันนี้ก็เป็นวัฒนธรรม เราไม่ได้ว่าเป็นประเพณีนะเป็นวัฒนธรรมเลย พอพูดถึงการเมืองผมกลัวอย่างเดียวว่าเกิดวัฒนธรรมต่อไปนี่เวลาจะมาประชุมสภา เอาทหารมาปิดล้อม ต่อไปอาจจะเป็นรถถังเป็น ๑๐ คัน ๒๐ คันมันจะเป็นวัฒนธรรม ทางการเมืองใหม่ของประเทศไทย อันนี้ก็อยากให้ผู้ที่ไปจัดการเรื่องกฎหมายนี้ได้ พิจารณาให้รอบคอบ ท่านประธานครับ ดูมาตรา ๖ ไปเลยครับเกี่ยวกับเรื่อง คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ มันมีหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้ อง มีทั้ง ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกิน ๙ คน ผมอยากเพิ่มเข้าไปก็คือสํานักงานตํารวจแห่งชาติ อย่าลืมงานประเพณีหรือว่าวัฒนธรรมก็ตามที่เราจัดขึ้นอยู่ในจังหวัดหรือในท้องถิ่นต่าง ๆ มันต้องเกี่ยวข้อง วัฒนธรรมบางอย่างพอทําขึ้นมาแต่ว่าเกิดมีเรื่องมีราวกันอยู่มันน่าจะ เกี่ยวข้องกับผู้รักษาความสงบเรียบร้อยในการจัดงานประเพณีวัฒนธรรมต่าง ๆ นี้ด้วย ก็อยากให้เอาสํานักงานตํารวจแห่งชาติเข้าไปด้วย อันนี้ก็ฝากไม่ใช่ว่ามีเรื่องราวแล้วถึงไป ร้องหาตํารวจ เพราะว่าเอาเข้ามาเป็นกรรมการด้วยกันเลยจะได้หาวิธีแก้ไข มาตรา ๗ เรื่อง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ ผมติดใจนิดหน่อยผมอยากยกตัวอย่างให้เห็น (๓) คือคุณสมบัติของผู้ทรงคุณวุฒิ ว่าไม่เป็นบุคคลล้มละลาย คือเป็นไม่ได้ถ้าเป็นบุคคลล้มละลาย แต่ผมอยากยกตัวอย่าง ให้เห็นว่าล้มละลายมันเป็นเรื่องการทําธุรกิจ ไม่ใช่เรื่องจิตใจ ไม่ใช่เรื่องความไม่ดีไม่งาม บางคนเขาไม่มีความรู้ในการพัฒนาเศรษฐกิจแล้วไปค้าขายมันขาดทุนไปอย่างนี้ แต่เขาเป็นคนดี ผมยกตัวอย่าง เทพ โพธิ์งาม อย่างนี้เป็นหัวหน้าดาวตลกทั้งประเทศ เขาเป็นกรรมการได้ไหม แต่เขาไม่ได้เป็นคนเลวนะ เขาเป็นหนี้ล้มละลายเขาก็บอก เขาล้มละลายเขาไม่ได้ไปโกงใคร นี่คือความล้มเหลวทางธุรกิจของเขา ไม่ใช่ ความล้มเหลวทางจิตใจ อันนี้เป็นได้ไหม ขอบคุณท่านสุนัยที่ยกนิ้วโป้ ง มาตรา ๘ วาระการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิก็แปลกอยู่ ปกติเขาเป็นอยู่ ๔ ปี วาระปกติของคณะกรรมการ ต่าง ๆ ก็น่าจะให้มันล้อกันไปทั้งประเทศเสีย มาเป็นครึ่ง ๆ กลาง ๆ ให้หลงเวลากันนะครับ ถ้าจะเป็น ๔ ปีเลยได้ไหม อันนี้ก็ขอเสนอแนะไว้แค่นั้นนะครับ
ในวรรคสามบอกว่า ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตําแหน่ง ตามวาระ หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้กรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตําแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตําแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่า กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่ แต่ น่าจะ แต่ ต่อไป แต่ไม่เกินกี่วัน ไม่ใช่ว่าไม่แต่งตั้ง คุณไม่แต่งตั้ง ๑๐ ปี คุณมาเป็นอยู่ ๑๐ ปีไม่ได้ นี่ผมไม่อยากให้เป็น แบบนี้ ถ้าอย่างนั้นมันลากยาว แล้วบางทีมีความขัดแย้งกันในคณะกรรมการกันนี่ไม่มี การแต่งตั้งกันเลย บางทีกระทรวงนั้น ผมเคยเห็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เคยลากยาวกันมาแล้ว ไม่มีการเลือกตั้งกรรมการของสันนิบาตสหกรณ์มาตั้งนานนะครับ จนเกิดปัญหาในการปฏิบัติ คือได้รับแต่งตั้งใหม่ เข้ารับหน้าที่นี่ทําหน้าที่แทนไปไม่ควรเกิน กี่วันน่าจะกําหนด จะว่า ๓๐ วันก็ได้ ๙๐ วันก็ได้ ๑๒๐ วัน คือกําหนดให้แน่นอนไว้ ไม่ใช่ว่าลากยาวไปเป็น ๑๐ ปีก็ได้ ถ้าเขียนไว้แบบนี้ไม่กําหนด ถ้ากูไม่พอใจกูไม่แต่งตั้ง ก็ได้นะครับ
มาตรา ๑๑ ให้คณะกรรมการมีอํานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ ผมสนใจตรงที่ว่า (๕) ควบคุมและหาวิธีปลูกฝังวัฒนธรรมของชาติในจิตใจของประชาชนเพื่อให้มี การปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ อีกตรงหนึ่งก็คือ (๗) การกําหนดแผนการเงินและแผน งบประมาณรายจ่ายประจําปีของกองทุน อันนี้คณะกรรมการกองทุนนะครับ ทําอย่างไร ผมถามว่า การตายนี่ การจัดการกับศพเป็นวัฒนธรรมไหม มันตายมาเป็นหลายหมื่นปีแล้ว ตั้งแต่เกิดเป็นมนุษย์มานี่ แต่ก็ยังเป็นประเพณีงานศพอยู่ ไม่ได้ว่าวัฒนธรรมงานศพนะ ทําไมไม่เป็น นี่ละผมถึงบอกว่าเวลาตีความคําว่า วัฒนธรรมกับประเพณี ทําไมไม่ตีความ ให้รวมกันไปเลย เพราะว่าอันนี้ถ้าทําตามความเข้าใจทางวิชาการก็ว่าประเพณีคือ ทําไม่นาน ถ้าทํานานต่อไปคนติดตามกันไปนาน ๆ แล้วก็กลายเป็ นวัฒนธรรม แต่อันนี้งานศพมันเป็นการทํางานตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว การฝังศพ การจัดฌาปนกิจศพ อย่างนี้นะครับ ผมอยากว่าตอนนี้เรามาคิดหน่อยว่าคนนี่เกิดมาครั้งเดียวแล้วก็ตาย ครั้งเดียว ทําอย่างไรจะให้เกียรติคนที่ตายไปแล้ว ทําเป็นวัฒนธรรมที่ดีงามของชาติเราว่า เราจะทําอย่างไร ภาคเหนืออย่างไร ภาคกลาง ภาคใต้อย่างไร โดยเสริมให้เป็นวัฒนธรรม ที่ดีงามในการจัดการกับการศพของคนที่ตายไป ถือว่าเป็นการให้เกียรติกับมนุษย์ ครั้งสุดท้ายนี่ ผมถึงว่าตลอดเวลาว่าถ้าผมมีอํานาจผมจะเสนอ ผมอยากเสนอว่า ทําอย่างไรทุกหมู่บ้านจะมีที่จัดการศพให้มันมีเกียรติเหมือน ๆ กัน เดี๋ยวนี้ในหมู่บ้าน ทุกหมู่บ้านเผาอยู่กับดินก็มี บางหมู่บ้านก็เป็นเมรุที่สวยงามเหมือนกับที่อยู่ของเทวดา แต่บางหมู่บ้านก็อยู่กับดิน ผมอยากให้กองทุนอันนี้ทําอย่างไรที่จัดการศพของคน ไม่ว่าศาสนาใดก็ตามให้มันสมศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ก่อนที่เขาจะฝังไปหรือ จะเผาไป ผมอยากให้ตรงนี้มันมีเกียรติ ทําอย่างไรอยากให้ผู้เกี่ยวข้องกองทุนหรือ ผู้ร่างกฎหมายนี้ไปดูแลตรงนี้ให้ดี ๆ ถ้าพุทธศาสนาทําอย่างไรจะมีเมรุสําหรับเผา ที่สวยงาม เหมาะสมกับความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่บางแห่งอยู่ติดกับดินฝุ่นเต็มเลยครับ ตามที่เราเป็น ส.ส. ไปร่วมงานเราก็สลดหดหู่ใจ ชาวบ้านเขาก็ขอมา ไม่รู้ทําอย่างไร เวลาทํางบประมาณไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เลย มีแต่บอกให้ทําถนน มีแต่บอกให้ไปขุด ไม่เคย บอกให้ไปจัดการเกี่ยวกับงานศพที่มันเป็นเกียรติเสียที ผมก็อยากฝากไปยังกระทรวง วัฒนธรรมให้ตั้งงบประมาณในเรื่องนี้ เพื่อทุกหมู่บ้านเขาจะมีที่จัดการศพที่มีเกียรติ
สุดท้ำยครับ คณะกรรมการกองทุน มาตรา ๑๕ เขาบอกว่า มีคณะกรรมการกองทุนไม่เกิน ๘ คน ผมก็งง ๆ ปกติแล้วคณะกรรมการต้องเป็นเลขคี่ หรือผมเข้าใจผิดอย่างไรไม่ทราบ จะเป็น ๗ คน ๙ คน ๑๑ คน ๑๓ คนก็ว่าไป มาตรา ๑๕ ก็ขอฝากผู้ที่เกี่ยวข้องด้วยนะครับ สําหรับเรื่องวัฒนธรรมต่าง ๆ ผมก็ขอยุติไว้เพียงเท่านี้ ก็ฝากให้ท่านคมเดชอธิบายรายละเอียดซึ่งได้พูดกันไว้แล้ว ขอบคุณครับ
เชิญท่านสุวโรชครับ เสร็จแล้วก็ต่อด้วยท่านสุนัย
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายสุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออภิปรายเพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่ทางท่านรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีได้นําเสนอพร้อมกับร่างของสมาชิก ในทุกร่างนะครับ ที่กราบเรียนต่อท่านประธานว่าผมขอสนับสนุนตรงนี้ ผมมีเหตุผล ที่อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานครับว่าชาติไทยของเราอยู่มาได้ถึงวันนี้ เพราะผม มองว่าเรามีวัฒนธรรมที่ดี แล้วก็มีคุณค่าต่อสังคมไทย แต่มาในวันนี้ก็ต้องยอมรับว่า จากการวิวัฒนาการของสังคม การลื่นไหลของนานาอารยประเทศก็อาจจะทําให้สิ่งที่มี คุณค่าต่อสังคมไทยอาจจะถดถอยหรือหมดคุณค่ากันไปได้ในบางครั้ง แต่ว่าตรงนี้ ต้องกราบขอบพระคุณทางรัฐบาล ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ที่ได้เห็นถึงคุณค่าของคําว่า วัฒนธรรม ท่านจึงไปดูร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว ซึ่งเป็น กฎหมายที่มีผลบังคับกันมานานแล้วแล้วก็นํามาปรับปรุงแล้วนําเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ผมชื่นชมตรงนี้ก็เพื่อจะบอกกับท่านประธานครับว่า ร่างลักษณะอย่างนี้ ร่างกฎหมายที่อยากจะเห็นการนําเสนอต่อสภา เพราะอะไรครับ ท่านประธาน เพราะว่าร่างกฎหมายที่เราเสนอต่อสภาผมมองว่าหลายร่างมีรายละเอียด หยุมหยิมมากจนเกินไป จนเวลานํากฎหมายไปสู่การปฏิบัติก็จะเกิดปัญหาสําหรับ ผู้ปฏิบัติ แต่ร่างกฎหมายที่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมที่ได้นําเสนอ ในวันนี้มีร่างกฎหมายที่เห็นถึงที่มาที่ไปของคําว่า วัฒนธรรม ถึงคําว่า คณะกรรมการ แล้วก็จะมีรายละเอียดบ้างบางประการ แต่ว่าจะให้รายละเอียดต่อคณะกรรมการ ไปดําเนินการตามกรอบอํานาจหน้าที่ วัตถุประสงค์ ที่ได้มีการบัญญัติไว้ในร่างกฎหมาย ฉบับดังกล่าวเหล่านี้ คือเปิดให้กว้างในการที่จะให้คณะกรรมการได้มีโอกาสแสดง ความคิดเห็น เพราะวัฒนธรรมผมมองเป็นเรื่องที่ใหญ่ วัฒนธรรมเป็นเรื่องที่มีความสําคัญ และมีคุณค่า ในบางเรื่องเป็นเรื่องที่อาจจะอยู่ในหมู่บ้าน ในตําบล ในอําเภอ อาจจะไม่มี คุณค่าในระดับชาติ ในบางครั้งถ้าหากเรามองข้ามไป แต่ในขณะเดียวกันสิ่งเหล่านั้น มีคุณค่าและมีความหมายต่อสังคมของคนที่อยู่ในหมู่บ้าน ในตําบล ที่อยากจะกราบเรียน ตรงนี้ก็เพื่อจะบอกกับท่านประธานครับว่าหยิบยกเป็นตัวอย่างให้เห็นสักเรื่องหนึ่ง แล้วก็ เป็ นเรื่องที่ผมนี่ตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ จนกระทั่งมาถึงเดี๋ยวนี้ ผมยืนอยู่กับงานตรงนี้ ก็คืองานในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในการขึ้นโขนชิงธง ท่านรัฐมนตรีธีระ สลักเพชร ได้ให้ความกรุณาลงไปดู ศิลปะที่มีความลึกลํ้ามากก็คือในขณะที่เรือกําลัง แข่งขันด้วยความเร็วด้วยฝีพายไม่น้อยกว่า ๓๐ ฝีพาย นายหัวเรือก็จะไต่เหมือนลิง ที่ขึ้นมะพร้าว แล้วก็เอาขาทั้งสองเกี่ยวกับปลายโขน แล้วใช้การฝึกฝนมาเป็นเวลานาน นับเกือบครึ่งปีก็ว่าได้ ความแข็งแกร่งของร่างกายคน แล้วก็ต่อเหมือนกับเป็นโขนต่อจาก โขนเรือออกไป แล้วก็จับแถบธงชัย จับปลายกระบอกไม้ไผ่ ซึ่งมันมีวัฒนธรรมที่มีมานาน ไม่น้อยกว่า ๑๔๐ ปี แต่สิ่งเหล่านี้ได้มีการปรับปรุง ได้มีการเปลี่ยนแปลงมา ขุดเรือยาวมา ซึ่งคนที่ขุดเรือยาวนี่เขาก็ขุดมาจนกระทั่งตายไปแล้ว ตอนนี้ก็มาถึงรุ่นลูก รุ่นหลาน รุ่นเหลน แต่ว่าคนเหล่านี้ก็ไม่ได้รับการเชิดชูเกียรติในสังคมมากเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นผมชื่นชมอย่างไรครับที่ว่าร่างกฎหมายวัฒนธรรมลักษณะอย่างนี้ ได้นําเข้าสู่การพิจารณาของสภาในวันนี้ ฝากผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีครับว่า สิ่งที่ผมกราบเรียนตรงนั้น ถ้าท่านจะมองให้ลึกในคุณค่าของกิจกรรมที่มีอยู่ เช่น การขึ้นโขนชิงธงในเรือยาวที่เห็นนั้น ถามว่าต้นไม้เขาใช้ต้นไม้ลักษณะอย่างไร และต้นไม้ ตรงนั้นเป็นต้นไม้ที่มีอายุไม่น้อยกว่ากี่ร้อยปี ในขณะเดียวกันการไปตัดต้นไม้ลงมา สักต้นหนึ่ง อาจจะเป็ นตะเคียนทอง ไม้มะค่าหรือไม้อะไรก็สุดแล้วแต่ที่มีคุณค่า ชีวิตของต้นไม้กว่าจะมีอายุไม่น้อยกว่าร้อยปีก็มีคุณค่าทางเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน มันก็มี ผลกระทบทางสังคมเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นเวลาจะตัดต้นไม้ไปสักต้นหนึ่ง จริงอยู่ครับ เพื่ออนุรักษ์ในมรดกการขึ้นโขนชิงธง แต่ว่าถ้าเกิดว่าเรือลํานั้นพอมาเป็นรูปลักษณ์ลงเรือ ลงนํ้าเสร็จแล้วเรือมันสวย ราคาของเรือที่ขุดเสร็จแล้วเป็นแสนแล้วก็ขายกันไปแล้วก็ ไปตัดต้นไม้ใหม่ นี่คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานว่า ร่างกฎหมายลักษณะ แบบนี้อยากจะให้มีการแฝงในคุณค่าของสิ่งที่เป็ นกิจกรรมไว้ในร่างกฎหมายนี้ เช่นเดียวกัน แต่ไม่อยากจะเห็นความหยุมหยิมที่ปรากฏในร่างแต่เปิ ดช่องให้กับ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาตินําไปคิดเวลาได้มีการประชุมปรึกษาหารือในกิจกรรม นั้น ๆ เรื่องต่อมาที่อยากจะกราบเรียนเช่นเดียวกันก็คือเมื่อมีการตัดต้นไม้เสร็จแล้ว ก็มีการฝึกเด็กนักเรียนขึ้นมา ตัวเล็ก ๆ อายุ นํ้าหนักก็ไม่เกิน ๓๐-๔๐ กิโลกรัม เหล่านี้ครับ ร่างกายถ้าเพรียว ร่างกายถ้าออกกําลังกายสมํ่าเสมอก็สามารถเป็ นนายหัวเรือ ในการขึ้นโขนชิงธงได้ ซึ่งตรงนั้นก็เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่เขาสั่งสมกันมากว่า ๑๔๐ ปี ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีเห็นไหมครับมีโรงเรียนในการฝึกลิงกังขึ้นมะพร้าว นั่นก็เป็นตัวอย่าง อันหนึ่งให้เห็นว่ามันมีคุณค่ามันมีความลึกลํ้าในกิจกรรมของมันเอง เพราะฉะนั้นตรงนี้ ถือได้ไหมว่าเป็นวัฒนธรรมที่ควรจะให้ความสําคัญในโอกาสต่อไป ต่อไปก็จะมีโรงเรียน ในการฝึกขึ้นโขนชิงธง แต่ถามว่าฝึกขึ้นโขนชิงธงไปเสร็จแล้วกิจกรรมตรงนั้นนําไปสู่ การท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ วัฒนธรรมเหล่านี้จะอยู่ในกฎหมายฉบับนี้ จะไปดําเนินการ กิจกรรมดังกล่าวเหล่านี้ให้มันมีคุณค่าให้มีความหมายและสังคมได้ตระหนักถึงการรักษา มรดกในสิ่งเหล่านี้ให้มีคุณค่าสืบไปชั่วลูกชั่วหลานในวันข้างหน้านี้ได้อย่างไร เมื่อพูดถึง เรื่องของคนเสร็จแล้วในร่างกฎหมายฉบับนี้ก็มีเรื่องของการตั้งกองทุน สิ่งหนึ่งที่ผม อยากจะเห็นและฝากผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ผมอยากจะเห็น การรายงานผลการปฏิบัติการในรอบ ๑ ปีที่ผ่านมาของร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรม พ.ศ. .... นี้เสนอต่อสภาหรือรายงานเพื่อให้สภาทราบได้หรือไม่ ที่กราบเรียนตรงนี้ เพื่ออะไรครับ เพื่อที่สภาจะได้รับรู้รับทราบครับ รัฐมนตรีธีระผมเชื่อในความโปร่งใส ในตัวท่านแต่คนอื่นล่ะครับ ผมขอมองหน้าก่อน เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเรากําหนด เป็นหลักเกณฑ์ไปเลยได้ไหม ผมเชื่อว่าในอนาคตข้างหน้ากฎหมายวัฒนธรรมแห่งชาติ จะเป็ นกฎหมายที่มีคุณค่าและมีความหมายต่อสังคมไทยแล้วก็จะเป็นกฎหมาย ที่เป็นหลักของประเทศในวันข้างหน้าเสียด้วยซํ้า เพราะฉะนั้นการที่จะเอางบประมาณ ซึ่งเป็นเงินอุดหนุนแต่ละปีงบประมาณใส่เข้าไป อย่างน้อย ๆ ให้สภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็น ผู้แทนของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศได้มีโอกาสรับรู้หน่อยได้ไหมว่างบประมาณ ที่ได้ไปนั้นท่านได้จัดไปให้กับกิจกรรมอะไรบ้างในแต่ละปีที่ผ่านมา ในกิจกรรมของ จังหวัดไหน ของภูมิภาคไหน เป็นกิจกรรมลักษณะอย่างไร ให้เท่าไร ใครเป็นคนขอ ขอมาอย่างไร เพราะการนํากฎหมายไปสู่การปฏิบัติก็คือรัฐมนตรีที่รักษาการ ผมกราบเรียนว่ารัฐมนตรีคนนี้ผมเชื่อแต่ถ้าคนอื่นผมขอดูหน้า แล้วถ้าเกิดถึงวันนั้นขึ้นมา ผมก็ไม่อยากที่จะลุกขึ้นมาแล้วก็บอกว่า ท่านรัฐมนตรีครับ จังหวัดนั้นเขาไม่เลือกท่าน ท่านเลยไม่ให้ใช่ไหม จังหวัดนี้เลือกท่านท่านถึงให้ มาเป็นเกณฑ์ในการพิจารณา งบประมาณใช่หรือไม่ เราไม่อยากจะลุกขึ้นมาอย่างนี้ เพราะฉะนั้นถ้าสมมุติว่าได้มี การรายงานผลตรงนั้นต่อสภาผู้แทนราษฎร ผู้แทนปวงชนไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ว่า จะเป็นรัฐบาลก็สามารถที่จะดูรายละเอียดการบริหารงบประมาณเงินอุดหนุนของ กฎหมายวัฒนธรรมแห่งชาติฉบับนี้ในปีที่ผ่านมา นั่นก็คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียนเพื่อเป็ นข้อสังเกตประกอบกับการสนับสนุน ในร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวเหล่านี้ ผมคงมีประเด็นที่อยากจะเสริมเพิ่มเติม อีกบางประเด็นครับท่านประธาน เพื่อที่จะให้กรอบตามเจตนารมณ์หรือตามวัตถุประสงค์ ของร่างกฎหมายวัฒนธรรมแห่งชาตินี้มีกรอบที่จะขยายก้าวไกลในการที่จะไปดูแล พี่น้องประชาชนได้มากยิ่งขึ้น ผมไม่อยากจะเห็นกฎหมายวัฒนธรรมแห่งชาติ เป็นกฎหมายที่เป็นข้าราชการ ขอโทษนะครับ ไม่ได้หมายความถึงข้าราชการที่เกษียณ อายุราชการแล้วเป็นคนไม่ดี แต่ผมอยากจะเห็นองค์กรตรงนี้เป็นองค์กรที่มาจากพี่น้อง ประชาชนที่เป็นคนที่มีคุณค่าต่อสังคมไทยในหมู่บ้าน ในตําบล ในอําเภอ ในจังหวัด จริง ๆ ได้มีโอกาสเข้ามานั่งเป็นคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติบ้างได้หรือไม่ ในร่างกฎหมาย ฉบับนี้ในมาตรา ๖ ถ้าดูแล้วก็จะมีภาคการเมืองมา ๒ ท่าน ก็จะมีจากภาคข้าราชการ มา ๑๐ ท่าน ที่เหลือก็จะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกิน ๙ ท่าน บวก ลบ คูณ หาร แล้วก็พอ สมนํ้าสมเนื้อพอไปได้ตัวเลข ๙ คน แต่ว่าผมคงฝากเป็นข้อสังเกตในชั้นกรรมาธิการครับ ว่าที่มาของผู้ทรงคุณวุฒิ ผมกลัวไป อาจจะเป็นความเกรงหรือเป็นความกริ่งเกรงที่เป็น ความวิตกเกินเหตุก็อาจจะเป็นไปได้ แต่ทักเอาไว้ก่อนเท่านั้นเองว่าถ้าทางกรรมาธิการ จะได้กรุณาดูรายละเอียดของผู้ทรงคุณวุฒิว่าน่าจะมีความหลากหลาย ที่มาในการสรรหา หรือจะมาอย่างไร จากความหลากหลายของกลุ่มคนแต่ละอาชีพบ้างได้หรือไม่ แล้วมี การกําหนดลงไปให้เห็นว่าคนที่เป็นตัวแทนของประชาชน แต่เขาไม่ได้เป็นข้าราชการ ในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งผมต้องกราบเรียนนะครับว่าข้าราชการที่ดี ๆ มีอยู่เยอะ แล้วก็มีคุณค่า ต่อสังคมไทย แต่ในขณะเดียวกันประชาชนจริง ๆ ที่เขาอยู่ในหมู่บ้าน ในตําบลที่เป็น ปราชญ์ชาวบ้าน ที่เป็ นคนที่มีคุณค่าต่อสังคมของพี่น้องประชาชนในหมู่บ้าน ในตําบลนี้ครับ เวลาขึ้นมาในฟลอร์ (Floor) ใหญ่ ๆ อย่างนี้ครับ มันผ่านขึ้นมายาก จบมาจากอะไร ไม่ได้จบปริญญาตรี ไม่ได้จบปริญญาโท ไม่ได้เป็นอดีตข้าราชการครู ไม่ได้เป็นอดีตผู้หลักผู้ใหญ่ ก็มักจะไม่ได้รับการใส่ใจแต่เขาเป็นคนที่สังคมในหมู่บ้าน ในตําบลนั้นยอมรับ เพราะฉะนั้นอยากจะให้คนเหล่านี้มีโอกาสได้เข้ามามีส่วนร่วม ในรูปของคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติเพราะ ๑ ใน ๙ ๑ ใน ๒๑ โดยประมาณนี่ครับ ผมคิดว่าถ้ามีโอกาสได้รับฟังจากคนที่อาจจะถูกลืมไปจากสังคม แล้วถ้าเปิดช่องให้ เขาได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นผมคิดว่าสิ่งเหล่านั้นอาจจะทําให้สิ่งที่เป็นกรอบอํานาจ หน้าที่ของคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติจะได้มีโอกาสฉุกคิดแล้วก็ได้หยิบยกในสิ่งที่ เป็นความวิตก ความกังวล หรือสิ่งที่ทางปราชญ์ชาวบ้านซึ่งเข้ามาในรูปของผู้ทรงคุณวุฒิ จะได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนสําคัญในการที่จะทําหน้าที่ตามอํานาจหน้าที่ของ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ นี่ก็คือสิ่งที่อยากจะฝากกราบเรียนอีกประการหนึ่ง เรื่องที่มาของผู้ทรงคุณวุฒิว่าควรจะมาจากพี่น้องประชาชนหรือคนที่มีประสบการณ์ มีความรู้ มีความสามารถจริง ๆ กับเรื่องของวัฒนธรรม
ในเรื่องต่อมาครับที่อยากจะกราบเรียน ก็จะอยู่ในมาตรา ๑๑ เรื่องอํานาจ หน้าที่ของคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ผมไปเปิดดูแล้ว ถ้าท่านประธานจะได้กรุณา ดูในรายละเอียด คงเห็นด้วยในกรอบอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ แต่ใน (๕) คือเราดูหมดแล้วทั้ง ๙ วงเล็บ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการควบคุม เป็นการหา วิธีการปลูกฝังแล้วก็เป็นเรื่องของการควบคุม หนักไปลักษณะอย่างนั้น ผมกลับมอง ในอีกรูปหนึ่งครับว่าเพื่อจะให้คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติได้มีความกว้างในการที่จะ ดําเนินการให้สมประสงค์กับเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ครับ ถ้าเราจะเติมคําว่า รวบรวม ใส่เข้าไปด้วยจะดีหรือไม่ในชั้นกรรมาธิการ เพราะอะไร เพราะหลายเรื่องครับ ท่านประธาน ถ้าเราใช้คําว่า ควบคุม มันหมายความว่าไปขีดกรอบเขาแค่นั้นเอง แล้วอันต่อไปก็คือหาวิธีในการปลูกฝังวัฒนธรรม คือหมายความว่าในการที่จะให้เขา เดินตามสิ่งที่เราควบคุม แต่ว่าสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากการควบคุมล่ะครับ ตรงนี้ถ้าเรา มองลึก ๆ แล้วมันก็สามารถจะเป็นที่มาของวัฒนธรรมอันนั้นได้ เพราะฉะนั้นเป็นไปได้ หรือไม่ในชั้นกรรมาธิการครับ ซึ่งท่านรัฐมนตรีคงเป็นประธานอยู่แล้ว ก็ฝากลองไปถก ลองไปคิดดูครับว่าใน (๕) ถ้าจะเติมคําว่า รวบรวม ควบคุมและหาวิธีปลูกฝังวัฒนธรรม ของชาติให้อยู่ในจิตใจของพี่น้องประชาชน ให้เป็นไปตาม (๕) ได้หรือไม่ ก็ขอฝาก ในประเด็นเหล่านี้เป็นประเด็นที่ไปถกกันในชั้นกรรมาธิการ
อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน ที่อยากจะกราบเรียนฝากในชั้นกรรมาธิการ นั่นก็คือในเรื่องของมาตรา ๒๑ ซึ่งเป็นเรื่องของการยกย่องเชิดชูเกียรติให้กับบุคคล ที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของมาตรา ๒๑ ซึ่งมีด้วยกัน ๓ วงเล็บ ผมเป็นห่วงตรงนี้ครับ ใน (๑) ไม่เป็นห่วงครับ แต่เป็นห่วง (๒) (๓) ที่เป็นห่วงตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีซึ่งจะเป็นประธาน เข้าใจว่าคงเป็นประธานในชั้น กรรมาธิการว่าให้ดูคนที่เขาไม่มียศถาบรรดาศักดิ์ ที่เป็นชาวบ้านธรรมดาที่ผมกราบเรียน ไปในเบื้องต้นนั่นแหละครับ ที่เป็นชาวบ้านแล้วก็มีคุณค่าของคนในหมู่บ้าน ในตําบล จริง ๆ แต่ว่าเขาไม่ได้เป็นเจ้าใหญ่นายโตใด ๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นคนที่ในหมู่บ้าน ในตําบล ให้ความเคารพ ให้ความนับถือ ผมยกตัวอย่างได้เลย ขออนุญาตเอ่ยนาม ซึ่งไม่ได้เสียหาย เช่น ช่างดํา ช่างวัน ซึ่งเป็นนายช่างที่ขุดเรือยาวที่เก่งที่สุดในประเทศไทยในขณะนี้ ภาคอีสานก็ไป ภาคเหนือก็ไป นั่นเป็นคนจังหวัดชุมพรนะครับ แต่ว่าถึงวันนี้ท่านก็เป็น ช่างดํา ช่างวัน อยู่เหมือนเดิมนั่นแหละครับ ไม่ได้มีอะไรเลยที่มีคุณค่าที่สังคมได้ยกย่อง เชิดชูเกียรติของท่าน แต่ว่าผลงานของท่าน เรือยาวแต่ละลําที่เห็นในลํานํ้า ไม่ว่าจะเป็น งานประเพณีที่ใดก็ตาม ส่วนใหญ่มาจากฝีมือของช่างดํา ช่างวันทั้งสิ้น แต่คนเหล่านี้ จะมีโอกาสไหมครับที่จะได้เป็นบุคคลที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ ผมเชื่อว่าถ้าเราไม่ได้ ตระหนัก เราไม่ได้ให้ความสําคัญ คนแบบช่างดํา ช่างวัน ก็เป็นช่างดํา ช่างวันอยู่อย่างนั้น แหละครับ แต่ถ้าเราได้ตระหนักถึงคุณงามความดีของท่าน แล้วก็ดูใน (๒) (๓) เขียนให้ดี ขีดเส้นให้ดี แล้วก็ลงไปดูในสิ่งเหล่านี้ ท่านจะได้เห็นเลยว่าวัฒนธรรม สิ่งที่เขาได้ทํา เบื้องหลังของการขุดเรือยาวแต่ละลํา เขามีวัฒนธรรมในการขุด ในการดําเนินการ แต่ละลําใช้เวลานานนับปี ในแต่ละห้วงเวลาทําอะไรลงไปบ้าง สิ่งเหล่านี้ครับเป็นสิ่งที่มี คุณค่าในเชิงสัญลักษณ์ และเป็นคุณค่าของสังคมไทยทั้งสิ้น ก็คงฝากประเด็นที่ผมได้ กราบเรียนไปทั้ง ๒-๓ ประเด็นนี้ในชั้นกรรมาธิการ และผมสนับสนุนในร่างกฎหมาย ฉบับนี้คนหนึ่งครับ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านสุนัยครับ ต่อจากท่านสุนัยจะเป็นท่านบัญญัติ แล้วก็มาท่านเรวัต สิรินุกุล เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ส.ส. ดอกเตอร์สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย วันนี้ต้องใส่ดอกเตอร์หน่อย เพราะว่าเรื่องวัฒนธรรมนี้ เป็นเรื่องใหญ่มาก ศึกษากันถึงปริญญาเอก ต้องขอบคุณเพื่อน ส.ส. ทุกท่านครับ โดยเฉพาะที่ได้ช่วยกันอภิปรายในกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งว่าจริง ๆ แล้วดูในสภาตอนนี้ ก็โหรงเหรง เรามักจะมองว่าเป็นกฎหมายฉบับเล็กไม่มีอะไร แต่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่อง ใหญ่มาก ผมถึงขอบพระคุณเพื่อน ส.ส. ทุกคนที่ได้ช่วยกันคิด ทีแรกก็อยากจะคล้อยตาม เพื่อน ส.ส. ที่บอกว่าขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่นําเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้มา แต่พออ่านดูแล้ว ตาย ท่านประธานครับ ขอบพระคุณไม่ได้เลยครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่าท่านก็เป็นคนหนุ่มนะครับท่านรัฐมนตรี ท่านกําลังทําหน้าที่เป็นเพียงแค่ซุปเปอร์ (Super) ปลัดกระทรวงเท่านั้นเอง คือทําหน้าที่เป็นเพียงแค่หัวหน้าข้าราชการประจํา ในการยกร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับนายกรัฐมนตรีที่ทํางานทั้งหมดคล้ายกับ ปลัดประเทศ ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจอะไรก็ไม่ได้ มีทหารอยู่ข้างหลังคอยคอนโทรล (Control) ต้องฟังเขา ซ้าย ขวาตลอดเวลา เราเป็นนักการเมืองครับท่านประธาน โครงสร้างของระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภานี้ สิ่งที่ลํ้าเลิศที่สุดก็คือได้คนหลากหลายเข้ามาในสภาช่วยกันออกกฎหมาย แล้วกฎหมายนี้ จะต้องผลักดันให้เกิดวิวัฒนาการของสังคมก้าวหน้าขึ้น ทําให้การผลิต เศรษฐกิจ การเมืองพัฒนาขึ้นในแต่ละฉบับ ที่ผมต้องกล่าวท้วงติงมิได้เป็นการตําหนิส่วนตัว ต่อท่านรัฐมนตรีครับท่านประธาน คิดง่าย ๆ ครับกฎหมายฉบับนี้ออกครั้งแรกปี ๒๔๘๕ ตั้งแต่สมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม ปี ๒๔๘๕ จนถึงวันนี้ประมาณเกือบ ๗๐ ปีแล้วครับ ยกร่างกฎหมายทั้งทีปรากฏว่าไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างอะไรเลยครับ ถามว่าเห็นด้วยไหม เห็นด้วยครับ แต่เห็นด้วยแค่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เดี๋ยวท่านฟังผมเถอะครับ ท่านรัฐมนตรี อย่าไปคิดว่า เอ๊ะ ฝ่ำยค้านมันจะมาว่าเรา ไม่ใช่ครับ ผมจะนําเสนอ ทางวิชาการให้ท่านเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่สุด ท่านเป็นคนหนุ่มที่ได้เป็นรัฐมนตรี แม้จะเป็นรัฐบาลที่ไม่ค่อยมีความชอบธรรมที่ร่วมกันก่อจลาจลขึ้นมา นั่นก็เป็นผลจาก วัฒนธรรมเหมือนกัน แล้วท่านจะเห็นความเป็นจริงว่าเมื่อผมอภิปรายไปแล้ว ถ้าท่าน ไม่เสียหน้านะกล้าแสดงความกล้าหาญเอากฎหมายฉบับนี้ไปปรับปรุงใหม่เลยครับ เปิดประชุมวงกว้างให้เพื่อนผู้แทนราษฎรวิเคราะห์กันเลยแล้วไปสร้างโครงสร้างใหม่ ไม่ใช่อย่างนี้ครับ แต่ถ้าท่านกลัวจะเสียหน้าก็ต้องผ่านกฎหมายไป ผมเองก็อยากจะช่วยท่าน ในเรื่องข้อคิดข้อเห็นนะครับเพราะเราเป็นผู้แทนราษฎร อะไรที่ดีต่อประเทศเราอยากช่วย ทั้งนั้น แต่ว่าผมอาจจะไม่ได้เข้าไปเป็นกรรมาธิการ เพราะว่ากรรมาธิการเขาก็มีกัน ครบแล้ว แต่ถ้าท่านจะตั้งผมไปเป็นกรรมาธิการในส่วนของท่านก็ได้นะ แต่จะต้องไป เปลี่ยนโครงสร้าง อะไรคือโครงสร้างนั้นครับ โครงสร้างกฎหมายที่ท่านยกร่างนี้ไม่ได้ เปลี่ยนไปจากรูปแบบเดิมเลย นั่นคือตีกรอบวัฒนธรรมในวงแคบว่าด้วยศิลปะและ วรรณกรรมเป็นหลักเท่านั้น ดูได้จากมาตราหลัง ๆ ของท่าน มาตรา ๒๖ เน้นเรื่องการเป็น ศิลปิ นแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม ศิลปิ นแห่งชาติเป็ นหลักเท่านั้นเอง ในมาตรา ๔ ว่ากันจริง ๆ แล้ววัฒนธรรมไม่ใช่เป็นเพียงแต่ลักษณะแสดงความเจริญ งอกงามความเป็ นระเบียบเรียบร้อย ไม่ใช่ครับ จริง ๆ มันกว้างมาก ผมขอจับ ให้ท่านเห็นชัด ๆ ก็แล้วกันว่า วัฒนธรรมทางการผลิตก็ใช่นะครับ ความเจริญก้าวหน้าทาง เทคโนโลยีนี้ก็เป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง วัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยก็เป็น วัฒนธรรมอย่างหนึ่ง และวันนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นในโลกนี้และกําลังสะท้อนมาอยู่ที่ ประเทศไทยเป็นปัญหาใหญ่ นั่นคือภาษาอังกฤษเขาเรียกคัลเจอร์ แล็ก (Culture lag) ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีลองจดไปสิครับ คัลเจอร์ แล็ก แล็กนี่แอลเอจี (Lag) คัลเจอร์ (Culture) ก็คัลเจอร์ทั่วไป วัฒนธรรม แปลภาษาไทยว่า การก้าวไม่ทัน ทางวัฒนธรรม การก้าวไม่ทันทางวัฒนธรรมนี้เองได้ส่งผลความขัดแย้งทางสังคม ในหลายมิติ ในภาคใต้ปัญหาใหญ่ก็คือคัลเจอร์ แล็ก วิกฤตการณ์ทางการเมืองตั้งแต่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ นั่นคือคัลเจอร์ แล็ก ท่านประธานครับ เราอยู่ในโครงสร้างเดิมของ วัฒนธรรมขุนนาง ปฏิเสธไม่ได้ครับ สังคมไทยพัฒนามาจากระบบการปกครองแบบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์จึงสร้างระบบวัฒนธรรมหนึ่งขึ้น ระบบวัฒนธรรมนั้นจะต้อง เชื่อมโยงกับระบบการผลิตทางเศรษฐกิจและเชื่อมโยงกับระบบการเมือง ถ้าท่าน ตีรูปสามเหลี่ยมง่าย ๆ ฐานล่างคือโครงสร้างของระบบการผลิตทางเศรษฐกิจ การผลิตหนึ่งจึงก่อให้เกิดวัฒนธรรมหนึ่ง แล้ววัฒนธรรมนั้นจึงไปหล่อเลี้ยงระบบ การเมืองหนึ่ง จึงไม่แปลกที่บาทหลวงจากประเทศฝรั่งเศสเดินทางเข้ามาในสมัย พระนารายณ์มหาราช สมัยเอกอัครราชทูตเดอ ลา ลูแบร์ เขาบอกว่าชาวสยาม สยามนั้น มีนกเต็มไปหมด ชาวสยามไม่ยิงนกเพราะชาวสยามเชื่อว่าวิญญาณของบรรพบุรุษเขานั้น อาจจะสิงอยู่ในนกนั้นก็ได้ ท่านครับ แต่ ณ เวลานั้นที่เดอ ลา ลูแบร์ เข้ามาพบ พระนารายณ์นั้นมีประธานบริษัทของประเทศฝรั่งเศสมาด้วย มีระบบบริษัทแล้ว วัฒนธรรมทางการผลิตของเขาได้ปฏิวัติอุตสาหกรรมแล้ว แต่เรายังล้าหลังอยู่ ด้วยโครงสร้างระบบวัฒนธรรมแบบขุนนางนี้เองได้สืบทอดต่อมาจนถึงเดี๋ยวนี้ กดความคิดของชั้นผู้น้อยไว้ กดความคิดของประชาชนไว้ ท่านไม่เชื่อไปหาหนังสือ เดอ ลา ลูแบร์ มาดูสิครับ เดอ ลา ลูแบร์ แปลกใจมากครับที่มีขุนนางที่พระนารายณ์ส่งมา พอมาถึงนั่งพับเพียบเรียบร้อยแล้วก็มองหน้าเดอ ลา ลูแบร์ ไม่พูดอะไรเลย จนกระทั่ง เดอ ลา ลูแบร์ ก็แปลกใจบอกเป็นเพราะอะไรเลยถาม พอล เดอ ลา ลูแบร์ ถือว่าเป็น เอกอัครราชทูตจากพระราชวังจากประเทศฝรั่งเศสมาเป็นผู้ใหญ่ เขามาพูดปั๊บขุนนางไทย จึงพูด เขาบันทึกไว้ว่า ขุนนางไทยคนไทยนั้นถ้าไปพบผู้ใหญ่ทุกคนจะไม่พูดก่อน ต้องรอให้ผู้ใหญ่พูดก่อนแล้วจึงจะแสดงพูดได้ ผมดูเดี๋ยวนี้ก็เหมือนกัน ตํารวจ ทหาร พอเจอหน้าผู้บังคับบัญชาตะเบ๊ะแล้วก็ยืนเฉย ไม่มีใครกล้าพูดก่อนหรอกครับ นี่คือโครงสร้างของวัฒนธรรมขุนนางเดิมที่เป็นอยู่ มันได้สร้างวัฒนธรรมลึกลงไปถึง ประชาชนโดยไม่ให้ประชาชนแสดงข้อคิดเห็น โดยสร้างวัฒนธรรมเป็นสโลแกน (Slogan) ไว้เลย เป็นคําขวัญไว้เลยว่า พวกนี้พวกคนหัวหมอไม่ดี ท่านครับ ในสังคมที่พัฒนา สมัยใหม่ ความคิดริเริ่มเป็นสิ่งสําคัญ การโต้แย้งสิทธิเป็นเรื่องสําคัญ การปกป้ องสิทธิ เป็นเรื่องสําคัญ แต่วัฒนธรรมไทยมีวิธีการครอบงําไว้เลยว่าพวกหัวหมอเป็นคนไม่ดี จริง ๆ คนหัวหมอ ชาวบ้านหัวหมอนั้นคือคนฉลาด มันก็โยงมาถึงโรงเรียนสิครับ เราพูดกัน ตั้งนานแล้วบอกว่า การศึกษานั้นจะต้องไม่ใช่เป็นนกแก้ว นกขุนทอง ไม่ใช่เชื่อตามที่ ผู้ใหญ่บอก ต้องคิดกัน แต่ทําเท่าไรก็ไม่ได้เพราะโครงสร้างของระบบครู ระบบข้าราชการ เป็นขุนนางหมดเลย ที่เสื้อแดงเขาบอกอํามาตยาธิปไตยนั้นคือของจริงครับ คือของจริง ดังนั้นจากวัฒนธรรมตรงนี้จึงไปเหนี่ยวรั้งการผลิตไว้ เหนี่ยวรั้งอย่างไร สินค้าที่มีราคา มากที่สุดวันนี้คือสินค้าความคิด ท่านเคยเห็นคนอย่างปิ แอร์ การ์แดง ปิแอร์ บอลแมง นักคิด นักดีไซเนอร์ (Designer) เกิดในประเทศเผด็จการไหม เกิดในประเทศลิเบียมีไหม ไม่มีครับ วันนี้เสื้อตัวหนึ่งผลิตตามพื้นฐานราคา ๕๐๐ บาท แต่ถ้าใส่เวอร์ซาเช (Versace) หยักคอนิด หยักคอหน่อย ใส่ความคิดเข้าไปราคาเพิ่มขึ้นทันทีเป็น ๒๐,๐๐๐ บาท แต่วันนี้ ระบบการศึกษาของเรายังไม่สามารถจะหนีข้ามขั้นต่อการให้มีความคิดเป็นอิสระได้เลย เพราะอะไรครับ เพราะโครงสร้างขุนนางของเรานี่แหละครับที่ปิดกั้น สําคัญมาก ดังนั้นในมาตรา ๔ นี้ ท่านครับลองดู ผมอาจจะไม่อธิบายทุกมาตราเพราะเป็นเรื่อง โครงสร้างของกฎหมาย วัฒนธรรม หมายความว่า ลักษณะที่แสดงถึงความเจริญงอกงาม ตัดออกเลยเอาง่าย ๆ วัฒนธรรม หมายความว่า ลักษณะที่แสดงถึงความเจริญก้าวหน้า ทางด้านศิลปะ วรรณกรรม การผลิตและการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ต้องใส่ไปครับ สมัย จอมพล ป. นี่เราเห็นใจ เทคโนโลยี โทรศัพท์ก็ไม่มี หนังกว่าจะดูกันก็ยาก ท่านครับ สมัยก่อนท่านจําได้ไหมท่านรัฐมนตรี จะดูหนังทีนี่นั่ง ๆ เผลอแพล็บ แวบ หนังขาด หนังไหม้ เครื่องก็ใหญ่โตมโหฬาร เดี๋ยวนี้ภาพยนตร์เอย ข่าวสารมันเข้าสู่ ยุคไฮเทคโนโลยี (High technology) และโลกาภิวัตน์แล้ว แล้วท่านยังให้โครงสร้าง กฎหมายอยู่เท่านี้ได้อย่างไรล่ะครับ หรือว่า ส.ส. รัฐบาลมีความสามารถเท่านี้เอง รัฐมนตรีมีความคิดเท่านี้เอง ร้ายที่สุดคนเซ็นชื่อก็คงไม่ได้คิดอะไร ชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เซ็นตามระเบียบราชการ ถ้าอย่างนั้นต้องไปปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ทําไมล่ะครับ ก็ให้ข้าราชการเขาปกครองเถอะ เสียเงินเดือนนักการเมืองเปล่า ๆ คนละแสนกว่าบาท ๆ เหมือนที่เมื่อเช้าผมพูดว่าเราต้องดึงความร้อน รับความร้อน จากประชาชนในถนนนี้เข้ามาในสภาก็ไม่ยอม อันเดียวกันนั่นแหละ ท่านครับ ตรงนี้เอง ที่ผมกราบเรียนท่านว่าในโครงสร้างนั้นจะต้องขยายกรอบวัฒนธรรม อย่างน้อยที่สุด ต้องให้เข้าสู่กระบวนการผลิต และเทคโนโลยี และระบบวัฒนธรรมของระบบการเมือง ประชาธิปไตย วันนี้ผมเจอผู้ใหญ่หลายคนครับ ไม่อยากจะเอ่ยชื่อท่าน เดี๋ยวจะไป ละลาบละล้วงพวกอํามาตย์เข้า บอกว่าเดี๋ยวนี้สังคมไทยแตกแยกหมดแล้ว ในหมู่บ้าน ไม่มีเอกภาพแล้ว ท่านครับ คนที่พูดเหล่านั้นเป็นพวกไม่ชอบเลือกตั้งทั้งนั้น และยังพูด อีกนะบอกว่า สังคมไทยต้องมีกํานันเป็นหลัก อบต. ไม่ต้องมีดีกว่าจะได้สามัคคีกัน มันหมดเวลาแล้ว วันที่เรามีกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ใน ๑๐๐ ปีที่แล้วต้องยอมรับความจริง ประชาชนไม่มีอํานาจต่อรอง ไม่มีอํานาจเถียงเลย เอกภาพในตําบลจึงเป็นเอกภาพ แห่งความกลัว แต่เมื่อสังคมพัฒนาไปแล้ว ๗๐ ปี เกิดวัฒนธรรมประชาธิปไตยเข้าไปแล้ว จึงเกิด อบต. ขึ้น เมื่อเกิด อบต. ขึ้นก็เลือกตั้งแข่งขันกันสิครับ ดังนั้นในอดีตนั้นไม่มี อบต. มีแต่กํานัน คนทั้งตําบลยกมือไหว้กํานัน เราไปหลงมิติว่านั่นคือเอกภาพ นั่นคือ ความกลมเกลียว นั่นคือความเรียบร้อย แต่ความจริงไม่ใช่ครับ นั่นคือความล้าหลัง ทางวัฒนธรรม หรือที่เรียกว่า คัลเจอร์ แล็ก วันนี้คนไหว้กํานันแค่ครึ่งตําบลเท่านั้นละครับ เพราะกํานันก็แข่งขันกันในระบอบประชาธิปไตย คนไหว้นายก อบต. ก็ครึ่งตําบลเท่านั้น พวกใครพวกมัน เราชอบไหมครับอย่างนี้ ผมคิดว่ามันเป็ นสิ่งที่มันเคลื่อนตัว ทางวัฒนธรรม โลกได้เปลี่ยนกระบวนการทางความคิดไปสู่กระบวนการความคิดปัจเจกแล้ว ไปสู่ความคิดเสรีแล้ว เราจึงต้องสร้างวัฒนธรรมใหม่ที่จะต้องอยู่ร่วมกันในตําบล บนพื้นฐานความแตกต่างกันทางความเชื่อและความคิด พวกคุณเป็นกํานันชนะไป พวกแพ้อย่าโกรธกันนะอยู่ด้วยกันไป อย่ายกพวกมาประท้วง อย่ามาล้มกํานันเขา อย่าไปฆ่ากํานันเขา อบต. เที่ยวนี้ชนะ รออีก ๔ ปี สร้างวัฒนธรรมการรอสิครับ ตอนพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ๒ รอบ ท่านชวนผมก็รอครับ ท่านบรรหารเป็น ผมเป็นฝ่ายค้านผมก็รอ พอพรรคผมเป็นรัฐบาลทําไมไม่รอบ้างล่ะครับ มันเป็นวัฒนธรรม เดียวกันนั่นเอง นั่นคือเราจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างวัฒนธรรมความแตกต่างอยู่ร่วมกัน ท่านเห็นไหมครับ เราเคยมีคําพูดมาเรื่อยว่าประเทศสหรัฐอเมริกาทําไมเขาไม่มีอย่างนี้ พ่อชอบพรรครีพับลิกัน (Republican) ลูกชอบพรรคเดโมแครต (Democrat) ก็นั่งกินข้าว ด้วยกันได้ครับ แต่พอมาเมืองไทย พอพ่อพรรคประชาธิปัตย์ ลูกพรรคไทยรักไทย พ่อเสื้อเหลือง ลูกเสื้อแดงจะฆ่ากัน ความจริงมันเป็นเรื่องเดียวกันครับ แต่ประเทศ สหรัฐอเมริกาเขาพูด กฎหมายเขามีเลยว่าเรื่องความเชื่อเป็นเรื่องส่วนบุคคล ห้ามมา ใส่ร้ายกัน แต่ของเรานี่พออันนี้เป็นเสื้อแดง มึงไม่จงรักภักดี กูใส่เสื้อเหลืองที่จงรักภักดี ไปไม่ได้แล้วครับอย่างนี้ สังคมอยู่ไม่ได้แล้วครับ และที่ร้ายที่สุดท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงวัฒนธรรมยังพาพรรคพวกมาต่อต้านคนชุมนุมที่ใช้สิทธิโดยชอบอีกครับ ท่านทําไปทําไม และที่ร้ายที่สุดคือรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีใช้ช่อง ๑๑ และกรมประชาสัมพันธ์ใส่ร้ายบุคคลเลยครับหาว่าจะล้มเจ้า ๆ ท่านครับ ถ้าคนเป็นล้านจะล้มเจ้าประเทศจะอยู่ได้หรือครับ ไปพูดอย่างนั้นก็หมิ่น พระบรมเดชานุภาพแล้วนะครับ ท่านผู้หญิงวิริยาจึงได้ไปแสดงให้เห็นว่าคนเสื้อแดง เขาไม่ได้คิดล้มเจ้า อย่าไปผลักดันให้ประชาชนเป็นศัตรูกับพระองค์ แต่วันนี้รัฐบาลนี้ ต่างหากที่ไปผลักดันให้ประชาชนไปเป็นศัตรูกับพระองค์ อันนี้ผิดอย่างยิ่ง ท่านครับ ในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นเราไปทํางานในประเทศสหรัฐอเมริกาก็ดี หรือเดินทาง เข้าประเทศสหรัฐอเมริกาก็ดี
ท่านสุนัยครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านวิทยาประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม วิทยา แก้วภราดัย ครับ ท่านประธานต้องควบคุมสักนิดนะครับ เดี๋ยวผมว่ามันจะเกินไป แล้วก็ ละลาบละล้วงไป ท่านจะต้องคุมนะครับ คําอภิปรายจะมีปัญหาครับ
ท่านสุนัยครับ ถ้าไม่จําเป็นก็ไม่ต้องพาดพิงถึงสถาบันหรือเรื่องที่ไกลไปกว่าหลักการ ของกฎหมายฉบับนี้นะครับ ขอความกรุณาครับ เชิญครับ
กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน ไม่เคยนึกว่าน้องจะไม่เข้าใจพี่ถึงขนาดนี้ หรือเป็นรัฐมนตรีแล้วเลยเปลี่ยนแนว
ท่านประท้วงอะไรอีกครับ เดี๋ยวครับ ท่านสุนัย มีท่านประท้วงอีกครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมขอให้ท่านผู้ที่อภิปรายถอนคําว่า รัฐบาลนี้เป็นผู้ผลักดันให้ประชาชน เป็นศัตรูกับพระองค์ ซึ่งหมายถึงองค์พระมหากษัตริย์ ขอให้ถอนครับท่านประธาน ท่านประธานโปรดวินิจฉัยด้วยครับ
ท่านสุนัยครับ จะขอความกรุณาท่านถอนประโยคดังกล่าว ขอความกรุณานะครับ
ท่านประธานครับ จริง ๆ ผมก็ไม่ได้ ขัดแย้งหรือไม่ได้ดื้อรั้นอะไร แต่คําอภิปรายของผมบอกว่า สิ่งที่รัฐบาลทําไปนี่ก็จริงนี่ครับ รายการช่อง ๑๑ ของท่าน แล้วออกใน ๙๒.๕ เมกะเฮิรตซ์ด้วยนะครับ ออกเลยครับว่า พวกนี้ล้มเจ้า ล้มเจ้า ล้มเจ้า
ท่านสุนัยครับ คือขอความกรุณาเถอะครับ อย่าได้ไปพาดพิงหรือไปกล่าวถึงสถาบัน โดยไม่จําเป็น จริง ๆ ข้อบังคับเราก็ห้ามอยู่แล้ว แล้วผมอยากจะขอความกรุณาท่าน ถอนคําพูดดังกล่าวด้วยนะครับ
ได้ครับท่าน ถอนได้ แต่ว่า ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าเป็นการกระทําที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ของท่านจริง ๆ ที่ทําเช่นนั้น ไม่เป็นไรหรอกครับ รัฐมนตรีมานั่งแล้วเดี๋ยวก็ชี้แจง ชี้แจงเก่งอยู่แล้ว
ท่านสุนัยก็ถอนแล้วนะครับ
ถอนแล้วก็นั่งสิครับ ผมจะได้พูดต่อ
ถอนแล้วครับ แล้วก็จะอภิปรายต่อขอให้อยู่ในประเด็นในหลักการของร่างพระราชบัญญัติ วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... ฉบับนี้นะครับ เชิญ ๆ
แน่นอนเลยครับท่านครับ ผมกําลัง พูดถึงคัลเจอร์ แล็ก นี่แหละครับ คัลเจอร์ แล็กคือการก้าวไม่ทันทางวัฒนธรรม ปรากฏว่า เลยลึกลงไปถึงการผลิต มีนักวิชาการที่ในสังคมยกย่องกันมาก บอกว่าประเทศไทย เหมือนเรือ อย่าออกทะเลนะ ทะเลคลื่นลมมันแรง อยู่เสียในคลองเถอะเรือจะได้ไม่ล่ม นี่คือการนําเสนอวัฒนธรรมทางการผลิตที่ก้าวไม่ทันทางวัฒนธรรมแล้ว คือถอยหลังแล้ว ท่านประธานครับ ผมยอมรับว่าในทะเลนั้นคลื่นลมแรงเรืออาจจะล่มได้ อยู่ในคลอง ปลอดภัยกว่า แต่ปลาใหญ่มันอยู่ในทะเลนะครับ ในคลองมีแต่ปลาแขยงนะครับ ลูกหลานเราเกิดทุกวันจะนั่งกินแต่ปลาในคลองได้อย่างไร แล้วโลกวันนี้ วัฒนธรรม แห่งโลกเราจับวัฒนธรรมอันเดียวไม่ได้ครับท่านรัฐมนตรี เราจับวัฒนธรรมเฉพาะไทยเรา อย่างเดียวไม่ได้ เราต้องยอมรับว่าอิทธิพลของโลกมันได้เข้ามาในประเทศแล้ว โลกาภิวัตน์ วันนี้ข้าวเวียดนามสามารถส่งเข้ามาตีตลาดขายในประเทศไทยได้ถ้าราคา ถูกกว่า สินค้า ๒๐๐ ชนิดในอาเซียนภาษีเป็นศูนย์แล้ว นั่นคือเราไม่สามารถจะห้ามเรือ เวียดนามเข้ามาในคลองของประเทศไทยได้แล้วครับ แต่ความคิดนี้ได้ถูกขยายผลว่า เป็นสิ่งดีงาม ถอยเข้ามาเถอะ ผลิตแค่พออยู่พอกินพอแล้ว ท่านครับ มันไปไม่ได้ เพราะอะไร เพราะโครงสร้างฐานรากของสามเหลี่ยมนี้มันได้เป็นฐานการผลิตใหม่ แล้วครับ มันเป็นฐานการผลิตแบบการตลาดแล้ว มันจึงไปสร้างกลไกว่าทําแบบปัจเจกขึ้น แล้วมันจึงไปสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง ที่เป็นประชาธิปไตยขึ้นครับ แล้ววันนี้เราพยายามจะเบี่ยงเบนโดยการกดดันการผลิต ให้เปลี่ยนแปลงไป เอาวัฒนธรรมมาปิดกั้นการผลิตยิ่งเจ๊งใหญ่ครับ วันนี้คนไทยตกอยู่ใน วาทกรรมว่า ถอยเรือเข้าคลองเถอะ ๆ อย่าไปต่อสู้ต่างประเทศเลย โลกาภิวัตน์เราสู้ มันไม่ไหวหรอก แล้วประเทศเวียดนามก็บุกเข้ามาได้ ประเทศเพื่อนบ้านก็บุกเข้ามาได้ เป็นสงครามเศรษฐกิจ ตรงนี้เองที่ได้ส่งผลให้เห็นตัวอย่างในประเทศแล้วว่า เมื่อเราก้าว ไม่ทันทางวัฒนธรรม ประเทศไหนที่ก้าวไม่ทันทางวัฒนธรรม เกิดความขัดแย้ง ทางวัฒนธรรมอย่างหนักเลยครับ และบางประเทศแก้ไม่ทัน ก้าวไม่ทัน ปรับตัวไม่ทัน ล่มครับ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของการก้าวไม่ทันทางวัฒนธรรมคือประเทศรัสเซีย ประเทศรัสเซียเป็นประเทศเดียวในโลกที่มนุษย์อวกาศขึ้นไปบนอวกาศแล้วลงมาไม่รู้ว่า กูอยู่ประเทศไหน เพราะแตกไปแล้ว ๑๕ ประเทศ การก้าวไม่ทันเช่นนี้ผมจะกราบเรียน ท่านประธานว่า โดยฐานการผลิตมันมี ๒ ขบวนเท่านั้นเอง ไม่ว่าจะเป็นทุนนิยม สังคมนิยม จารีตนิยม มันมี ๒ ขบวนเท่านั้น คือขบวนว่าด้วยการผลิตเพื่อการบริโภค เป็นหลัก หรือการผลิตเพื่อกลไกตลาดเป็นหลัก สังคมประเทศรัสเซียที่เป็นสังคมนิยม หรือคอมมิวนิสต์นั้นมีลักษณะเนื้อ ๆ จริง ๆ ในเวลานั้นเป็นการผลิตเพื่อบริโภคเป็นหลัก จึงสร้างวัฒนธรรมเช่นนั้นขึ้นมา ทุกการผลิตเน้นการแบ่งปันกันเป็นคอมมูน (Commune) ก็คล้าย ๆ รัฐวิสาหกิจนั่นละครับ พวกทหาร พวกขุนนางในประเทศรัสเซียที่เป็นคนชั้นสูง ของพรรคคอมมิวนิสต์รัสเซียก็พยายามจะพิทักษ์ระบบนี้ไว้ พิทักษ์เพราะอะไร เพราะมีประโยชน์ตัวจะได้นั่งขึ้นไปเป็นบอร์ด (Board) บอร์ดคอมมูนต่าง ๆ ประเทศจีน ก็เหมือนกัน วันนี้ประเทศไทยก็คล้ายกัน เพราะระบบของรัฐวิสาหกิจก็พัฒนามาจาก ปี ๒๔๘๕ พัฒนามาจากสมัย จอมพล ป. นี่ละครับ แล้วส่วนหนึ่งไม่ยอมให้เปลี่ยน เพราะขุนนางทั้งหลาย นายทหารทั้งหลาย พวกขุนนางชั้นผู้ใหญ่ชอบไปนั่งเป็นบอร์ด การบินไทย บอร์ดรัฐวิสาหกิจนั้น ๆ เหมือนกับประเทศรัสเซียไม่มีผิดตอนที่ก่อนจะแตก กอร์บาชอฟพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงกลไกวัฒนธรรมของเขาเสีย เปลี่ยนจากกลไก วัฒนธรรมผลิตเพื่อบริโภคได้เข้าสู่กลไกการตลาดที่เรียกว่า เปเรสตรอยกา (Perestroika) แปลเป็นภาษาไทยไม่มีครับ เป็นภาษารัสเซีย แต่ประเทศลาวเขาเอามาใช้เหมือนกัน เขาเรียกว่า จินตนาการใหม่ นั่นก็คือการพยายามจะเปลี่ยนโครงสร้างวัฒนธรรม ทางเศรษฐกิจแบบเดิมจากการผลิตเพื่อบริโภคเป็นหลัก ไม่เน้นการตลาด ไม่เน้นการขาย ไปสู่กลไกการตลาดเสีย ปรากฏว่าพวกส่วนหนึ่ง พวกขุนนางชั้นผู้ใหญ่ของประเทศรัสเซีย เสียประโยชน์ครับ เสียประโยชน์ในที่สุดไม่ยอม กอร์บาชอฟในฐานะเลขาธิการ พรรคคอมมิวนิสต์หัวใหม่หัวก้าวหน้าก็ยึดอํานาจ พอยึดอํานาจแตกโพละเลยครับ วันนี้ก็คล้ายกัน
ดอกเตอร์สุนัยครับ ก็ขอความกรุณากระชับหน่อยนะครับ ที่จริงเรื่องที่ท่านพูดน่าสนใจ อย่างยิ่ง แต่เนื่องจากมีผู้อภิปรายอีกหลายท่านนะครับ ขอความกรุณากระชับเข้าประเด็น ที่จะแนะนําเรื่องหลักการของกฎหมายนะครับ เชิญครับ
ผมกําลังจะแนะนําตรงนี้ละครับ ถ้าไม่อย่างนั้นเดี๋ยวท่านรัฐมนตรีก็มองไม่เห็นประเด็น เพราะถ้ามองเห็นประเด็น คงไม่เขียนง่าย ๆ อย่างนี้ครับ นี่เหมือนกฎหมายสมัย จอมพล ป. เลยครับ โลกมันเปลี่ยนไปตั้งเยอะแล้วนี่ครับท่านประธาน ในที่สุดประเทศรัสเซียพังครับ ประเทศจีนอยู่ในภาวการณ์เดียวกันในช่วงการผลัดเปลี่ยนอํานาจระหว่างประธานาธิบดี เหมา เจ๋อตุง จะตาย เติ้ง เสี่ยวผิง มองทัศนะไกลกว่า มองว่าต้องเข้าสู่กลไกตลาด จึงพยายามจะเปลี่ยนกลไก
มีผู้ประท้วง เชิญท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคงต้องควบคุมการอภิปรายของท่านสุนัย ผมเองก็เป็นคนหนึ่งซึ่งรอ การอภิปรายเพื่อจะชี้ประเด็นที่ชัดเจนในการที่จะพัฒนารังสรรค์วัฒนธรรมของชาติ ต่อไป ท่านอภิปรายไปไกลมากจากวัฒนธรรมท่านไปวัตถุนิยม วิภาษวิธี ท่านไป เปเรสตรอยกาไกลเหลือเกินครับ ผมพยายามฟัง ผมกราบเรียนท่านประธานตรง ๆ ว่า ถ้าเป็นดอกเตอร์แล้วพูดได้เหวงขนาดนี้ผมยอมจบ ป. ๔ ดีกว่าครับ
ประธานวินิจฉัยนะครับ ซึ่งประธานก็ได้เรียนให้ท่านสุนัยสรุปแล้ว ท่านกําลังจะสรุปว่า ที่ท่านพูดมาทั้งหมดนี่มันเกี่ยวข้องกับการแนะนําหลักการกฎหมายฉบับนี้อย่างไร เชิญท่านสุนัยครับ
ท่านครับ สิ่งที่ผมพูดนี่ไม่ไกล เลยครับ แต่บางคนไม่รู้จักการเดินทางต่างหากที่รู้สึกว่าไกล คนบางคนก็รู้สึกว่ากะลานั้น เป็นสิ่งที่กว้างมากแล้วเหมือนกัน
สรุปเลยครับ
ผมจึงกราบเรียนให้เห็นว่า ประเทศจีนก็เกิดปัญหาคัลเจอร์ แล็ก อย่างนี้ครับที่ไม่ยอมรับวัฒนธรรมใหม่ ทั้ง ๆ ที่โลก โลกาภิวัตน์ได้เข้าไปสู่ประเทศจีนแล้ว ทําให้คนจีนส่วนหนึ่งต้องการชีวิตที่ดีขึ้น นาส่วนตัวเจริญครับ แต่นารวมไม่ดี เติ้ง เสี่ยวผิง มีความคิด ๔ ทันสมัย ก็พัฒนาไป แต่ระหว่างจะพัฒนานั้นมันมีไคลแมกซ์ (Climax) ที่จะรบกัน ปะทะกันทางวัฒนธรรม เจียงชิงในฐานะเป็นเมียของประธานเหมา เจ๋อ ตุง ก็บอกว่าต้องยืนยันระบบคอมมูน อย่างนี้ต่อไป แบบเศรษฐกิจพออยู่พอกินอย่างนี้แบ่งกันไป เติ้ง เสี่ยวผิง บอกไม่ได้ อยู่ไม่ได้แล้วนะ จึงนําเสนอสู่กลไกตลาด แล้วปัญหาทางการเมืองก็ตามมา พอประธาน เหมา เจ๋อ ตุง ตายเท่านั้นเมียของประธานเหมา เจ๋อ ตุง ก็ชิงอํานาจทันที ยึดอํานาจเลย แต่ว่าทหารของเขาหัวทันสมัย ผมก็ไม่รู้ ทหารประเทศไทยทันสมัยหรือเปล่า เขาเป็นเอกภาพกันครับ พลิกกลับ ยึดอํานาจกลับจากเจียงชิง ทําให้ประเทศจีนไม่แตก และก้าวหน้าไป ๑๐ กว่าปีเท่านั้นครับ วันนี้ประเทศจีนส่งรถยนต์แล้วครับ ผลิตรถยนต์ มาตีตลาดแล้ว คนไทยรู้จักประเทศจีนดีที่สุด ในอดีตนั้นมีแต่ปู่ย่าตายายอยู่เท่านั้น ยากจนต้องขอเงิน เดี๋ยวนี้ประเทศจีนรวยแล้วครับ เห็นไหมครับ ๒ ประเทศจึงเป็นโมเดล (Model) ให้เห็นว่าเราต้องเข้าใจวัฒนธรรมและต้องเร่งตัวนี้ ท่านครับ วัฒนธรรม ความแตกต่างตรงนี้ในโลกที่เจริญแล้วเขาถือว่าความคิดเห็นต้องแยกกัน เป็นความเชื่อ ต้องแยกกัน ใครไปสมัครงานอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ในประเทศที่เจริญแล้ว เดินทางเข้าไป ศุลกากรถามไม่ได้นะครับว่าท่านนับถือศาสนาอะไร ถามไม่ได้ เป็นเรื่อง ความเชื่อ ใบสมัครงานในประเทศสหรัฐอเมริกาไม่มีรู้ว่าศาสนาอะไร ดังนั้นความเชื่อ จึงแยกกันเลยครับ แต่ของเรานี่เอาความเชื่อมาเป็ นการเมืองแล้วมาโจมตีกัน เราจึงไม่สามารถจะอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานความแตกต่างทางความเชื่อได้ และนี่คือ ปัญหาทางภาคใต้และปัจจุบัน ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้การชุมนุมของ เสื้อแดงเป็นตัวอย่างรูปธรรมที่สุดที่เราจะต้องแก้ปัญหา นี่คือการทําซํ้าทางวัฒนธรรม จากเสื้อเหลืองที่ใช้กระบวนการชุมนุมแล้วโค่นล้มรัฐบาลครับ ใช้กลไกต่าง ๆ โค่นล้มรัฐบาล ทําผิดกฎหมายถึงขนาดยึดสนามบิน ยึดทําเนียบรัฐบาล แต่รัฐบาล ของท่านก็ไม่ดําเนินคดี มันจึงเกิดการทําซํ้าทางวัฒนธรรมขึ้น
มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับท่านสุนัย
ดีครับ
เชิญท่านอรรถพรประท้วงอะไรครับ
ผมคิดว่าท่านประธานคงต้องใช้ อํานาจวินิจฉัยครับ การอภิปรายของท่านไปไกลและใช้เวลาอย่างเกินสมควร เฉพาะ ส.ส. ในพรรคของท่านที่รออภิปรายอยู่ก็ ๗-๘ คนครับ ในส่วนของผมก็มีอีกจํานวนมาก ผมว่าให้ได้ประเด็นที่เกิดประโยชน์กับกฎหมายฉบับนี้อย่างแท้จริง แล้วก็มาสร้างสรรค์ บรรยากาศกันดีกว่า ขอบคุณครับ
เดี๋ยวครับท่าน มีประท้วงอีกท่านหนึ่ง มีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส. พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครราชสีมา ผมขอประท้วง ตามข้อบังคับ สําหรับสมาชิกที่ประท้วงเมื่อกี้นี้ ผมเห็นว่าข้ออภิปรายของท่านสุนัยนี่ เป็นประโยชน์แล้วก็น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ผมกําลังฟังด้วยความสนใจอยู่นะครับ เมื่อกี้เพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตเอ่ยนาม คุณสุวโรช พะลัง ก็ได้ใช้เวลาตั้งนานแล้วก็อภิปรายมาตราต่าง ๆ ผมก็ทนฟังด้วยความเคารพ ไม่ได้โต้แย้งแต่อย่างใด ในเมื่อสมาชิกพรรคเพื่อไทยได้อภิปรายข้อความ ที่เป็นประโยชน์แล้ว ผมเห็นว่าเป็นเรื่องสําคัญ แล้วก็น่าจะปล่อยให้ท่านได้พูดให้จบ เสียก่อน ขอบคุณครับท่านประธาน
ก็อย่างนี้ครับ การอภิปรายก็เป็นสิทธิของท่านสมาชิก เราก็ไม่ได้กําหนดเวลา แต่ให้ ท่านสมาชิกคํานึงว่ามีสมาชิกอื่น ๆ ที่รออภิปรายอยู่ ถ้าจะกรุณาก็ขอความกรุณาสรุป ให้สั้นลงหน่อย ให้กระชับลงหน่อย เชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมคิดว่าเราให้เกียรติซึ่งกันและกันดีกว่านะครับ ว่าการอภิปรายเราทําหน้าที่ของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อจะให้กฎหมายฉบับนี้มีความสมบูรณ์ที่สุด ไม่ใช่ไปร่าง กันแล้ว ออกกันมาแล้วก็เหมือนกับเมื่อ ๗๐ ปีที่แล้ว ตรงนี้เป็นเรื่องสําคัญมากครับ ท่านประธาน ผมขออนุญาตอีกนิดเดียวครับท่านประธานครับ เหตุการณ์ที่ผมกราบเรียน มานี้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนในปัจจุบันของความขัดแย้งทางวัฒนธรรม เกิดการทําซํ้า ทางวัฒนธรรมของคนเสื้อเหลือง เมื่อรัฐบาลไม่ดําเนินคดีกับแกนนําในการกระทําที่ ผิดกฎหมาย คือการล้มรัฐบาลนี่เป็นความชอบธรรมนะครับ ในระบอบประชาธิปไตย ไม่เป็นไร เพราะไม่ทําอะไรเลย ๔ ปีรัฐบาลก็ต้องไปครับ แต่ว่าการล้มด้วยการกระทํา ผิดกฎหมายยึดสนามบินอันนี้ไม่ได้ เสื้อแดงเขาก็ใช้ความพยายามไม่ทําผิดกฎหมาย เห็นไหมครับ แต่ว่าวันนี้มันจึงเกิดปัญหาว่า เมื่อเราไม่ยอมรับกัน พอได้เสียงข้างมาก มาแล้วก็ไม่ยอมรับครับ ท่านประธานครับ ๑๙ กันยายน ยึดอํานาจไปนั่นก็หนักหน่วงแล้ว ต่อมาร่างกฎหมายเอง มีรัฐบาลเอง ป.ป.ช. กกต. พวกกันเองหมด แต่เลือกตั้งยังแพ้เขา อีกครับ มันต้องยอมปล่อยให้เขาเดินไปอีกครับ นี่ไม่ยอมครับ การกระทําอย่างนี้เอง ที่ทําให้เกิดการคอนฟลิคท์ (Conflict) เป็นความขัดแย้งทางสังคม ที่คนกลุ่มหนึ่งก็บอก ทําไมทําได้ ผมเป็นคนพูดในสภานี้เอง บอกท่านนายกรัฐมนตรีครับ ๒๖ สิงหาคม ผมบอกท่านผมตั้งกระทู้ถาม ถ้าท่านดําเนินคดีกับแกนนําคนเสื้อเหลืองเขาสิ ผิดตามกฎหมายก็ว่าไป คนเสื้อแดงจะหมดความชอบธรรมในการอ้าง แต่ปรากฏว่า นายกรัฐมนตรีตอบคําถามผมเสร็จเรียบร้อยดันไปเปิดทีวี (TV) ของคุณสนธิกับคุณสโรชา ตัดริบบิ้นด้วยกันอย่างนี้ นี่ไปด้วยนี่จริงหรือเปล่า ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ไปหรือเปล่า ไปนี่ ผมจําได้ มันก็ทําให้คนรับไม่ได้สิครับ คนเลยรับไม่ได้
ท่านสุนัยกรุณาเข้าประเด็นเรื่องหลักการกฎหมายเถอะครับ จะไปไกลแล้วครับ
ตรงนี้แหละครับ ท่านไปทําให้เกิด ความขัดแย้งทางวัฒนธรรม เป็น ๒ มาตรฐานขึ้นอย่างไรเล่า ตรงนี้ละครับ เป็นผล แห่งกรรมแล้ว พุทธศาสนาก็บอกแล้ว
มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ ท่านบุญยอดประท้วง
ประจําอยู่แล้วครับ คนนี้ไม่เป็นไรครับ น้องสาวไม่เป็นไร
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร อะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ นี่ ผมมองข้ามได้นะครับ แต่อย่าท้าทายกันบ่อย ๆ
เตรียมตวาดสิน้องเอ๊ย
ผมประท้วงต่อท่านประธานว่า สมาชิกท่านนี้พูดเท็จในสภา ๒ คํานะครับ รัฐบาลไม่ดําเนินการกับคดีพันธมิตรในเรื่อง ปิดสนามบินและยึดทําเนียบ รัฐบาลอธิบายเรื่องนี้มาหลายครั้งในสภา ซึ่งท่านเอง ก็บอกว่าท่านตั้งกระทู้ถาม รัฐบาลดําเนินการ ท่านกล่าวเท็จไหมครับ เรื่องที่ ๒ บอกว่า เลือกตั้งมาแล้วไม่ชอบ แล้วก็ไม่ยอมพรรคที่ได้มามากกว่า เราอยู่ในสภาเราก็รู้นะครับ ว่ามีรัฐบาลมา ๒ รัฐบาลก่อนหน้านี้ จนจะถึงมาที่เป็นรัฐบาลอภิสิทธิ์ เป็น ๒ คําพูด ที่เป็นเท็จ รวมทั้งสิ่งที่บิดเบือนข้อเท็จจริงก็คือว่าท่านจะไปเปิดสถานีโทรทัศน์กับใครนี่ เขาก็เป็นแค่ผู้ถูกกล่าวหา เขายังไม่ได้เป็นผู้ที่กระทําความผิด ถ้าท่านเรียนกฎหมายมา ท่านก็ต้องรู้ว่าเขายังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ อย่ากล่าวถึงบุคคลภายนอกที่พาดพิงให้เขาเสียหาย ท่านพูดไปแล้วหลายครั้งครับท่านประธาน กรุณาวินิจฉัยด้วยครับ
ท่านสุนัยครับ คืออย่างนี้ท่านก็รับผิดชอบคําพูดของท่านนะครับ ฉะนั้นผมอยากจะให้ ท่านกรุณาสรุปเลยครับ สรุปเรื่องนี้เลย ท่านใช้เวลามามากแล้วครับ สรุปเลย
ท่านครับ คนอื่นก็ใช้เวลามาก แต่ท่านไม่เคย ท่านประธานให้ความเป็นธรรมกันหน่อยเถอะครับ
ผมจับเวลาดูอยู่เหมือนกันครับ
ใช่ครับ แต่ว่าท่านไม่ได้กําหนดเวลา ไว้นี่ครับ
เชิญต่อ ท่านสุรพงษ์ไม่ต้องหรอกครับ เดี๋ยวให้ท่านสุนัยอภิปรายต่อครับ เดี๋ยวครับ
(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คือท่านบุญยอดครับ ถ้าท่านจะให้ท่านสุนัยที่บอกว่าท่านสุนัยกล่าวเท็จนี่นะครับ ก็เป็นความคิดของท่านบุญยอด อันนี้ผมก็เรียนแล้วว่าท่านสุนัยท่านก็จะรับผิดชอบ ในคําพูดของท่านที่พาดพิงไปถึงบุคคลอื่น ถ้าพาดพิงถึงสมาชิกรัฐสภาหรือคณะรัฐมนตรี เดี๋ยวท่านก็ชี้แจงของท่านเองนะครับ ถ้าพาดพิงถึงบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่เป็นสมาชิก รัฐสภาหรือ ครม. เขาก็ใช้สิทธิทางศาลได้ ท่านสุนัยจะรับผิดชอบคําพูดของท่านนะครับ ท่านนั่งเถอะครับ
ท่านครับ นี่คือวัฒนธรรมในสภา ที่ไม่ยอมรับความแตกต่างกัน
ท่านประธานครับ
พอแล้วครับท่านบุญยอด เดี๋ยวให้อภิปราย จะจบแล้วครับ
เรายอมรับความแตกต่างกัน ท่านก็คิดอย่าง ผมก็คิดอย่าง
เอาละครับ ๆ ท่านสุนัยอภิปรายแล้วก็สรุปเลยครับ
ผมขอประท้วงท่านประธาน
ท่านสุรพงษ์ประท้วงอะไรอีกครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกดอกเตอร์สุนัยอภิปราย กฎหมายนี่มีเนื้อหาสาระ ผมฟังดูแล้วเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง แต่ท่านประธานพยายาม จะตัดเวลาว่าเวลามีน้อย ผมสละสิทธิครับ ผมยกมือไว้แล้ว เดี๋ยวผมจะสละเวลาให้ ท่าน ส.ส. ดอกเตอร์สุนัยได้อภิปรายกฎหมายฉบับนี้ เพราะประเด็นที่ท่านอภิปราย มีความสําคัญฟังแล้วคล้อยตามหมดเลยครับ เห็นด้วยอย่างยิ่งครับท่านประธาน เป็นประโยชน์ครับ ขอบคุณครับ
คืออย่างนี้ครับ ผมไม่ได้ห้ามเรื่องเวลาอภิปราย ถ้าท่านฟังให้ดีผมก็ปล่อย ไม่ได้กําหนดเวลา แต่ขอความกรุณาเนื่องจากมีสมาชิกที่เข้าชื่ออภิปรายทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ำยค้านอีกหลายท่าน ก็เพียงแต่ขอให้ท่านรีบสรุปกระชับแล้วอย่าไปไกลมากไป ไปยกตัวอย่างจนกระทั่งก็มีการประท้วงอย่างนี้ละครับ เอาพอดี ๆ แล้วก็จะได้เห็นประเด็น ชัดเจนว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เราเห็นว่าหลักการมันไม่ดีอย่างไร ควรจะเพิ่มเติม ตกแต่งอย่างไร ก็ฝากไปถึงรัฐบาล ฝากไปถึงกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งนะครับ คือเจตนาของผมแบบนี้ไม่ได้ไปบอกว่าจํากัดเวลา เพราะท่านดอกเตอร์สุนัยพูด ไม่มีสาระ ไม่ได้พูดอย่างนั้นนะครับ ผมยังบอกว่าท่านพูดน่าฟัง มีสาระ แต่เวลาอาจจะ จํากัดก็ขอความกรุณากระชับนะครับ
(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านบุญยอดครับ สําหรับท่านบุญยอดผมวินิจฉัยไปแล้ว นั่งลงนะครับ พอแล้วครับ
น้องบุญยอดนั่งเถอะนะน้อง
เดี๋ยวให้ท่านสุนัยสรุปแล้วครับ
เดี๋ยวให้รัฐมนตรีเขาชี้แจงก็ได้นะ น้องนะ โอ๊ย น่ารักที่สุด
ประท้วงอะไรอีกครับท่านบุญยอด
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมประท้วงที่มาตรฐาน การตัดสินของท่านนี่นะครับ ท่านวินิจฉัยได้อย่างไรครับว่า กล่าวคําเท็จ อยู่ที่ว่า เขาต้องรับผิดชอบเอง กล่าวคําเท็จในสภาไม่ได้ ข้อบังคับมีครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็มีกรณี คลิป (Clip) เสียงตัดต่อก็กลับมาในสภาได้อีก เพราะว่าเขาบอกว่าเดี๋ยวเขารับผิดชอบเอง หรือว่าเขาตีความของเขาเองว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกอย่างนั้นหรือครับ ท่านปล่อยคนพูด ความเท็จอย่างนี้ไม่ได้ครับ รัฐบาลดูแลคดีนี้หรือไม่ ติดตามคดีนี้หรือไม่ ดําเนินคดีกับคดีนี้ หรือไม่ ท่านก็เข้าใจได้นี่ครับ ท่านอยู่สภาหรือเปล่าล่ะครับ ท่านเป็นประธานในที่ประชุม ถูกไหมครับ เพราะฉะนั้นท่านต้องพิจารณาวินิจฉัยตามข้อเท็จจริง
อย่าซีเรียส (Serious) นะน้องเอ๊ย
เรื่องนี้เขาพูดผิดข้อเท็จจริง ท่านปล่อยให้เขาทําต่อได้อย่างไรครับ
เอาละครับ ๆ นั่งก่อนครับ นั่งลง
ผมถึงต้องให้ถอนนะครับ
ถอนตรงไหน ผมถามหน่อย ท่านบุญยอดต้องเสนอมาด้วย ท่านบอกว่าเป็นการกล่าว คําเท็จนี่ เท็จประโยคไหน จะให้ถอนอะไร เชิญให้ชัด ๆ จะให้ท่านสุนัยถอนประเด็นไหน เดี๋ยวผมวินิจฉัย เดี๋ยวครับ อย่าเพิ่งประท้วงครับ เอาท่านบุญยอดก่อนครับ
คําแรกนะครับ รัฐบาล ไม่ดําเนินการคดีปิดสนามบิน ยึดทําเนียบ เป็นความเท็จ ให้ถอนครับ
แล้วประเด็นไหนอีก
ประเด็นที่ ๒ ครับ เลือกตั้ง มาแล้วก็ไม่พอใจ ไม่ยอมรับ เลือกตั้งมาเขาชนะได้มากกว่า ไม่พอใจ ไม่ยอมรับ เป็นความเท็จครับ
คืออย่างนี้ผมก็นั่งฟังอยู่นะครับ ท่านสุนัยท่านเท้าความว่าท่านเคยตั้งกระทู้ถาม ถามท่านนายกรัฐมนตรี เรื่องของการปฏิบัติโดยไม่เท่าเทียม ท่านก็บอกว่าท่านก็เคยตั้ง กระทู้ถามว่า ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีติดตามเร่งรัดดําเนินคดีกับผู้ที่ไปล้อมสนามบิน ที่ไปยึดทําเนียบ อีกฝ่ายหนึ่งเขาก็จะได้ไม่ต้องมากระทําซํ้า ที่ท่านพูดถึงวัฒนธรรม กระทําซํ้ากันนี่ ท่านก็บอกว่าถ้าท่านนายกรัฐมนตรีเร่งรัดดําเนินการเสียอีกฝ่ายก็จะได้ ไม่ทํา อันนี้เป็นข้อเสนอที่ท่านพูดเมื่อกี้นะครับ ส่วนเรื่องเลือกตั้งนี่ ตรงนั้นท่านสุนัย ก็บอกว่ามีการเลือกตั้ง พอผลการเลือกตั้งออกมาอีกฝ่ายก็ไม่ยอมรับก็เลยเป็นปัญหา ก็เป็นการแสดงความคิดเห็นของท่านสุนัย ผมก็ยังมองว่าไม่ใช่เป็นเรื่องที่ไปกล่าวหาใคร ให้เสียหายหรือเป็นความเท็จนะครับท่านบุญยอด เพราะวันนั้นที่ท่านสุนัยตั้งกระทู้ถาม ถามนายกรัฐมนตรีผมก็นั่งเป็นประธานอยู่ครับ นั่งเถอะครับ ท่านสุนัยอภิปรายต่อ แล้วก็ รีบสรุปครับ
เดี๋ยวจะจบแล้วครับท่านประธาน ท่านประธานครับ อันนี้คือการแสดงวัฒนธรรมอย่างหนึ่งว่าเป็นความแตกต่างทาง ความคิดเห็น เรารับฟัง ท่านบอกผมกล่าวเท็จ ถ้าผมกล่าวเท็จผมก็เสียหาย แต่ผมก็ไม่โกรธ มีคนกล่าวผมรุนแรงผมบอกไม่เป็นไร ไม่โกรธ แล้วผมก็เชื่อว่าท่านรัฐมนตรีเขาก็เตรียมแล้ว เดี๋ยวเขาเตรียมตอบแล้วก็เป็นสิทธิ ดังนั้นผมถึงอยากให้ท่านรัฐมนตรีช่วยดูเถอะครับ เรื่องวัฒนธรรมนี่ท่านอย่าไปจํากัดเพียง แค่เรื่องของวรรณกรรมและศิลปกรรม ใส่ให้กว้าง แล้วก็แก้ไขมาตราหลัง ๆ ด้วย เราก็จะได้ทําได้ ส่วนเรื่องที่ท่านอาจจะบอกว่าท่านดําเนินคดี ใช่ แต่ข้อเท็จจริงครับ นายตํารวจที่เขาทําเรื่องแกนนําพันธมิตรยึดสนามบินนั้นเขาสั่งฟ้ องเลยครับ แต่ผู้บัญชาการสํานักงานตํารวจแห่งชาติระงับไว้อีกครับ ปีกว่าแล้วครับสืบไม่เสร็จ ยังบอกว่าสํานวนยังไม่พออีก มันก็ทําให้สงสัยได้สิครับ ผมถึงบอกครับว่าผมเอง ก็อยากจะให้ ไหน ๆ มาแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมไปชี้ทางสว่างให้แล้ว ท่านไปดําเนินคดีเถอะ ไม่ต้องไปกลัวพันธมิตรเขา ไม่ต้องกลัวอะไรเขาทั้งนั้น ทําตาม กฎหมาย รับรองได้ว่าสังคมจะสงบ แต่ก็ไม่เกิดผล ด้วยเหตุนี้เองผมถึงบอกว่านี่คือปัญหา ความขัดแย้งทางวัฒนธรรม และเป็ นเรื่องของคัลเจอร์ แล็ก คือการก้าวไม่ทัน ทางวัฒนธรรมแล้ว คือเอาพวกฉันเป็นหลัก พอฉันได้อํานาจฉันก็พูดอีกอย่างหนึ่ง พอที่ฉัน ไม่ได้อํานาจฉันก็บอกคนแสนคน คน ๑ คน จําเป็นก็ต้องลาออกอะไรอย่างนี้ พอมาเป็น รัฐบาลลืมแล้ว บอกเวลาต่างกันแล้วอย่างนี้เป็นต้น นี่คือความแตกต่างทางบรรทัดฐาน ของสิ่งที่เรียกว่า วัฒนธรรมประชาธิปไตย ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ ผมไม่มี เจตนาอย่างอื่น แต่อยากจะบอกให้เห็นว่ากฎหมายฉบับนี้สําคัญมาก ท่านรัฐมนตรีครับ ถ้าท่านเห็นด้วยกับผมนี่ท่านลองไปดูสักหน่อยเถอะ จะเอากลับไปก่อนแล้วไปสังคายนา ใหม่ก็ได้ ไม่ใช่มาลงทุนกัน ๗๐ ปีผ่านไป ทําเหมือนสมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม ในขณะที่เทคโนโลยียังไม่พัฒนาก้าวหน้าเช่นนี้ วันนี้ความคิดคนเปลี่ยนไปหมดแล้วครับ ดังนั้นเราจึงต้องใส่เรื่องวัฒนธรรมทางความเชื่อที่จะอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานความแตกต่าง ทางความเชื่อ
เดี๋ยวจะจบแล้วครับ
ทนเสียบ้างสิครับ เป็นรัฐบาลนี่ แหมฟังใครไม่ได้เลย
ประท้วงเรื่องอะไรครับ เดี๋ยวครับท่านสุนัย ท่านใช้สิทธิประท้วง เชิญครับ ท่านถอดบัตร ท่านเสียบใหม่ก็ได้ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ส.ส. จังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วง ท่านประธานตามข้อ ๖๑ ครับ ผมนั่งฟังท่านสมาชิกอภิปราย นั่งฟังมานาน เกือบชั่วโมงแล้วครับท่านประธาน ก็ไม่ได้อยู่ในประเด็นที่สําคัญ เหมือนกับท่านสุรพงษ์ ได้พูดว่านี่คือประโยชน์ที่กําลังอภิปรายอยู่ ใช่ครับ ประโยชน์บางประโยชน์เท่านั้น แต่ส่วนที่สําคัญขอให้ท่านประธานฟังผมสักนิดหนึ่งนะครับ ในหลักของกฎหมาย ของวัฒนธรรมคืออยากจะให้ท่านผู้ที่กําลังอภิปรายให้พูดชัดเจน ให้คําแนะนําเรื่อง วิถีไทย ๆ ของวัฒนธรรมน่าจะดีที่สุดนะครับ นี่คืออยากจะเรียนบอกกับผู้อภิปราย แล้วก็ผมเรียนบอกกับท่านประธานว่าผู้อภิปรายเหมือนอภิปราย ท่านไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น อาทิเช่น พาดพิงถึงสถาบัน เหมือนท่านไม่กลัวตายนะครับ
เอาอีกแล้ว
ความจริงเรื่องนี้
เดี๋ยวก่อนนะครับ เรื่องนั้นจบไปแล้วครับ
นี่ชัดเจนที่สุด นี่ละครับความด้อย พัฒนาทางวัฒนธรรม
เอาอย่างนี้ พอแล้วครับ ผมเข้าใจประเด็นแล้วครับ เดี๋ยวย้อนกลับไปเรื่องเดิมอีก ก็จะเป็นปัญหาอีก คืออย่างนี้ครับ ท่านสุนัยกําลังสรุป แล้วก็เรียนเสนอทางรัฐมนตรี ท่านเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไหน ๆ จะแก้ก็ไปปรับปรุง จะรื้อโครงสร้างใหม่ ทั้งหมดหรืออย่างไร ก็เป็นความเห็นของท่านสุนัยที่เสนอนะครับ ท่านสุนัยก็ขอความกรุณา สรุปได้แล้วครับ เชิญครับ
ท่านครับ นี่คือตัวอย่างรูปธรรม สิ่งที่เรียกว่า คัลเจอร์ แล็ก
เอาละครับ ไม่เป็นไร สรุปเลยครับ
การก้าวไม่ทันทางวัฒนธรรมนี่ เราจึงไม่ยอมรับความคิดปัจเจกอย่างไรครับ จะหาเรื่องใส่กันทั้งนั้น คําก็ฆ่าสองคําก็ติดตะราง อะไรอย่างนี้ เอ๊ะ ท่านไปอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรกลัวกันขนาดนั้นแล้วเป็นผู้แทนราษฎร ได้อย่างไรล่ะครับท่านประธาน เราทําตามกรอบกฎหมายและเรายืนอยู่ในวัฒนธรรม ปัจเจกร่วมกันที่มีความเห็นแตกต่างกันและอยู่ร่วมกัน เห็นไหมครับ ตัวอย่างชัดเจนนะครับ แล้วชาวบ้านจะอยู่อย่างไรล่ะถ้าคุณทําอย่างนี้ ผมถึงบอกอย่างไรครับท่านประธาน ในวัฒนธรรม มาตรา ๔ นี้ท่านรัฐมนตรีต้องไปขยายผล ท่านเห็นไหมครับ ลูกพรรคท่านไม่ยอมรับเลย ความแตกต่างทางความคิด จะหาคุกตะรางยัดให้เขาอยู่เรื่อยไป แล้วประชาชนอยู่อย่างไร ล่ะครับอย่างนี้ มาดูมาตรา ๖ ไหมครับท่านประธาน
ท่านเสนออะไรกับรัฐมนตรี เชิญครับ
ท่านประธานครับ มาตรา ๖ เป็ นภาพสะท้อนให้เห็นชัดเจนครับ ท่านรัฐมนตรีครับว่า ปลัดกระทรวงที่นั่งเป็ น คณะกรรมการของท่านมิใช่เป็นปลัดกระทรวงเพื่อจะมาใส่แนวคิดใหม่ของการปฏิรูป กฎหมายฉบับนี้ ไม่ใช่ครับ มีลักษณะเป็ นข้าราชการประจําและท่านดูนะครับ ไม่มีกระทรวงไหนที่เกี่ยวกับการผลิตทางการเมือง หรือการพัฒนาทางเทคโนโลยีเลย ส่วนปลัดกระทรวงเทคโนโลยีที่ใส่นั้นว่าจริง ๆ แล้วก็คือไปประสานงานเพื่อจะให้กลไก ของโครงสร้างกฎหมายนี้ที่อยู่เฉพาะการจัดเลือกสรรคณะกรรมการมาเป็นแล้วก็เลือก ศิลปินแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิวัฒนธรรมเท่านั้นเองครับ นั่นคือโครงสร้างนี้ผมไม่เถียง เอาเถอะครับไปได้ แต่ว่ามัน ๗๐ ปีมาแล้วทําให้ดีกว่าสมัย จอมพล ป. สิครับ ขยายผล ออกไปสิครับ ขยายผลวัฒนธรรมไปสู่กระบวนการวัฒนธรรมทางการผลิตและวัฒนธรรม ทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยด้วย ไม่ใช่มีเฉพาะวัฒนธรรมทางด้านศิลปะ และวรรณกรรมเท่านั้น ด้วยความเคารพครับ ผมเองคิดว่าวันนี้สภาเราเองก็ต้องเข้าใจ ความแตกต่างทางความเชื่อและความคิดด้วย นั่นคือพื้นฐานของการออกกฎหมายฉบับนี้ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกํากับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ และสถานี วิทยุกระจายเสียงของกรมประชาสัมพันธ์ ต้องขออนุญาตสภาผู้แทนราษฎร และท่านประธานใช้เวลานี้ในการชี้แจงประเด็นพาดพิงของเพื่อนสมาชิกซึ่งได้อภิปรายจบ ลงไปเมื่อสักครู่นี้ เพราะถือว่าเป็นประเด็นสําคัญ เนื่องจากว่ามีการถ่ายทอดสดผ่านทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา
ท่านเจริญครับ เดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรีใช้สิทธิชี้แจงหน่อยครับ นั่งลงเถอะครับ
และทางสถานีวิทยุกระจายเสียงของรัฐสภาด้วย รวมทั้งมีสื่อมวลชนได้ทําข่าวอยู่เป็น จํานวนมากหากไม่ชี้แจงแล้วก็จะเกิดความเสียหาย ซึ่งก็เป็นสิทธิตามข้อบังคับการประชุม ของสภานี้ ผมเรียนท่านประธานว่าเพื่อนสมาชิกสักครู่นี้ได้มีการพาดพิงถึงรัฐบาล ในหลายกรณีด้วยกัน แล้วแต่ละกรณีนั้นก็ล้วนแต่เป็นกรณีที่ปราศจากข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ในประเด็นแรกที่พาดพิงถึงงานที่ผมเกี่ยวข้องก็คือท่านพูดถึงกรณีของสถานีวิทยุโทรทัศน์ แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยว่ามีรายการในทํานอง ที่เป็นรายการ
ท่านรัฐมนตรีครับ มีผู้ประท้วงเดี๋ยวผมให้ผู้ประท้วงได้ชี้แจงตามสิทธิเขาก่อน แล้วผมวินิจฉัย เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ผมประท้วง ท่านประธานครับ ขณะนี้เรากําลังพิจารณากฎหมายที่ทางรัฐบาลได้เสนอมา ขอให้พิจารณาในกฎหมายฉบับนี้ให้แล้วเสร็จก่อนได้ไหมถึงใช้สิทธิพาดพิง ท่านนั่งอยู่นี่ทั้งวันเดี๋ยวท่านก็ค่อยใช้สิทธิ อันนั้นเรากําลังพิจารณาในวาระที่เรากําลัง พิจารณาอยู่ ส่วนใช้สิทธิพาดพิงนั้นค่อยว่ากัน ขอให้เคารพในเรื่องของระเบียบ ท่านประธานวินิจฉัยครับ
ท่านรัฐมนตรีครับ
คงไม่ได้ครับท่านประธาน เพราะว่าอย่างไรผู้อภิปรายอีกเยอะนะครับ
ท่านใช้สิทธิ ผมอนุญาตให้ใช้แต่ขอให้กระชับหน่อยนะครับ เอาเฉพาะที่พาดพิงแล้วทําให้ ท่านเสียหาย สั้น ๆ
ได้ครับ
เชิญครับ
ทั้งในฐานะรัฐมนตรีกํากับและในฐานะรัฐบาลนะครับ ท่านพูดถึงสถานีวิทยุโทรทัศน์ แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ช่อง ๑๑ ว่าสร้างรายการนี้ทําให้เกิดความแตกแยก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสถาบัน ท่านพูดถึงคําว่า แดงล้มเจ้า แล้วท่านพูดเสมือนหนึ่งว่า พวกของท่านปกป้ องสถาบัน ไม่มีใครคิดอย่างนั้นหรอก แล้วก็คิดถึง ยกตัวอย่างถึงกรณี ที่มีการดําเนินการบางประการที่ท่านอ้างว่าเป็นกรณีของการปกป้ องสถาบัน เช่นเดียวกัน ผมเรียนว่าถ้าข้อเท็จจริงเป็นอย่างท่านว่าก็เป็นเรื่องดีครับ แต่พวกท่านหลายคนมีลักษณะ พูดอย่างทําอย่างครับ ผมเรียนท่านประธานว่า ที่พูดอย่างทําอย่างก็เพราะว่าในเวลา ซึ่งพูดถึงการปกป้ องสถาบันนั้นมีพวกท่านหลายคนนะครับที่ไปดําเนินการในลักษณะ ที่เป็นการจาบจ้วงสถาบัน หลายคนครับ
เดี๋ยวท่านสุนัยให้รัฐมนตรีชี้แจงจบแล้วเดี๋ยวผมให้ท่านพูด พูดทีละท่าน นั่งลงก่อนครับ ไม่อย่างนั้นก็ตอบโต้กัน ไม่เป็นไร เดี๋ยวท่านก็ชี้แจงได้นี่ถ้าพาดพิงท่าน ไม่ตรงข้อเท็จจริง ที่ท่านพูด เชิญท่านรัฐมนตรีต่อครับ
ที่ผมพูดอย่างนี้เพราะว่ากระบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองบนเวทีของผู้ชุมนุม นปช. หรือเสื้อแดงก็มีพรรคเพื่อไทยของท่านเป็นหนึ่งเดียวกันกับขบวนการแล้วในขณะนี้ ก็เห็นได้ชัด จากการไปอภิปรายปราศรัยบนเวที หลายคนที่แบ่งแยกกันทําเป็นขบวนการ ก็มีลักษณะซึ่งติดตามกันอยู่ ต้องยอมรับนะครับว่ารัฐบาลมีหน้าที่ปกป้ องสถาบัน พระมหากษัตริย์ แต่ในช่วงนี้มีเว็บไซต์ (Web site) หลายเว็บไซต์ครับที่เปิดขึ้นมาแล้วมี ลักษณะของการจาบจ้วงสถาบันอย่างรุนแรง แล้วไม่เคยปรากฏในช่วงก่อนหน้านี้มาก่อน มาปรากฏเอาในช่วงเคลื่อนไหวนี้ นี่เป็นเรื่องหนึ่งที่ทํากัน
ประการที่ ๒ รายการของช่อง ๑๑ เอง ซึ่งออกกรณีของแดงล้มเจ้าก็ดี เรื่องของคลิปต่าง ๆ ก็ดี ไม่ได้เป็นรายการที่จัดขึ้นมาแล้วมีการอ้างโดยลอย ๆ เท่านั้น แต่เป็นการเปิดคลิปเสียงจากการปราศรัยบนเวทีของเสื้อแดงอย่างชัดเจนในหลายเวที มีถ้อยคําคาบเกี่ยวสัมพันธ์และชี้ให้เห็นชัดว่าหมายถึงสถาบันหรือไม่ อย่างไร แม้แต่ กระทั่งคําพูดของอดีตนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ที่พูดถึงอํามาตย์ และมีการระบุอายุอย่างที่มีการออกโทรทัศน์ไปแล้ว ก็เป็นคําพูดที่พูดถึงเอง และหนึ่งใน คําพูดที่พูดถึงนั้นใช้คําที่เป็นลักษณะคําราชาศัพท์ ซึ่งถ้าหมายถึงคนปกติธรรมดาไม่ใช่แน่ ตัวอย่างก่อนหน้านั้นก็มีท่านประธานครับ กรณีที่ผมบอกว่ารัฐบาลจําเป็นจะต้องออกมา ปกป้ องสถาบันเพราะว่าคนจาบจ้วงอยู่ในกลุ่มซึ่งเกี่ยวพันกับพวกท่าน อย่างกรณี ดา ตอร์ปิโด ที่พูดที่สนามหลวง กรณีนายสุชาติ นาคบางไทร หรือที่ท่านปฏิเสธไม่ได้เลย นายจักรภพ เพ็ญแข ซึ่งขณะนี้คดีกําลังดําเนินการอยู่ และท่านนายกรัฐมนตรียังรู้สึก ด้วยซํ้าไปว่าคดีนี้ดําเนินการไปตามขั้นตอนรู้สึกว่าช้าแต่เราก็ไม่เคยเข้าไปแทรกแซงครับ นี่คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ แม้กระทั่งล่าสุดครับ มีผู้ร้องไปแล้วในหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง มีกลุ่มผู้ใช้นามว่า นปช. ยูเอสเอ (USA) ทําสถานีวิทยุแล้วก็มีเนื้อหา ในการจาบจ้วงและโจมตีสถาบัน ผมถามท่านครับว่า ความสัมพันธ์ท่านกับ นปช. นั้นเป็นอย่างไร ผมว่าท่านตอบทุกคนได้ว่าเป็นหนึ่งเดียวกัน นี่คือประเด็นที่จําเป็นครับ ในฐานะเป็นสื่อสารมวลชนของรัฐ นโยบายรัฐมีหน้าที่ปกป้ องสถาบันพระมหากษัตริย์ เราเป็ น ส.ส. ด้วยครับ พวกผมเป็ นรัฐมนตรี ทุกคนกล่าวคําปฏิญาณในสภานี้ ต่อหน้าเบื้องพระบรมสาทิสลักษณ์ เราต้องไม่ลืมตรงนั้นครับว่าเราจะต้องจงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไร รัฐบาลไม่มีหรอกครับที่พูดอย่างทําอย่าง แต่เราพูด อย่างไร มีนโยบายอย่างไร เราทําอย่างนั้น ผมว่าท่านรู้แก่ใจดี คําพูดที่บอกว่าเป็นรายการ ซึ่งทําให้คนไทยไม่รักกัน ไม่จริงหรอกครับ ขณะนี้เสียงเรียกร้องให้ดําเนินการกับคนซึ่ง จาบจ้วงหมิ่นสถาบันนั้นแรงขึ้นทุกขณะ แล้วการพูดบนเวที กระทั่งเมื่อคืนนี้ครับ ถ้าท่าน อยากทราบว่าพูดอย่างไร ท่านติดตามดูรายการครับ มีคนหนึ่งเป็นอดีต ส.ส. พรรคท่าน พูดชัดเจนถึงการถ่ายรูปคนบางคนแล้วกลับไปที่บ้าน แล้วไปติดรูปแทนบางรูปที่บ้าน ความหมายคืออะไรครับ ประชาชนคนดูเขาก็ติดตามดูอยู่ครับ ถ้าท่านบอกว่า สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยสร้างความแตกแยก ท่านดูสถานีโทรทัศน์ซึ่งท่านปราศรัย อยู่ทุกวันไหมครับว่าเนื้อหานําไปสู่การทําให้คนไทยรักกันหรือเปล่า นี่คือประเด็นที่รัฐบาล จําเป็นจะต้องสื่อความถึงพี่น้องประชาชน และจําเป็นจะต้องทําให้เกิดความเข้าใจว่า การปกป้ องสถาบันนั้นไม่ได้เป็นภาระหน้าที่รัฐบาลเท่านั้น แต่ภาระหน้าที่ของทุกคนที่เกิด มาเป็นคนไทยและมีสํานึกในความเป็นไทยต้องทํา เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมจะต้องชี้แจงกับสภานี้ก็คือว่าไม่มีหรอกครับรายการซึ่งรัฐบาลจะไป สร้างความรู้สึกแตกแยกหรือคนไทยไม่รักกัน และทุกอย่าง ทุกรายการนั้นมีหลักฐาน มีพยานชัดเจน หลังจากนี้คงมีอีกหลายคดีครับที่คงจะต้องดําเนินการกัน ผมขออย่างเดียว เท่านั้นว่าการพูดจาในสภานี้พวกเราก็พยายามที่จะไม่กระทบหรือก้าวล่วงไปถึงเรื่องของ สถาบันโดยไม่จําเป็น แต่ในเมื่อท่านหยิบยกกรณีนี้ขึ้นมาก็ดีแล้วครับ นี่เป็นกรณีหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลเองก็ถูกตําหนิจากหลายฝ่ายว่าทําไมถึงจัดการเรื่องนี้ไม่เด็ดขาด ผมก็เรียนครับ ว่าเราก็พยายามจัดการอย่างเต็มที่แล้ว แต่ต้องยอมรับครับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องซึ่งอันตราย จริง ๆ แล้วทุกฝ่ายกําลังมีความเป็นกังวลจริง ๆ ผมก็ขอว่าถ้าท่านพูดเรื่องนี้แล้วขอให้อยู่ บนพื้นฐานว่ามีจิตสํานึกในการปกป้ องสถาบันอย่างแท้จริง ถ้าเป็นอย่างนี้เราก็สามารถจะ ร่วมมือกันเพื่อจะปกป้ องสถาบันอันเป็นที่เคารพยิ่ง เป็นศูนย์กลางรวมดวงใจของคนไทย ทั้งชาติได้ครับ นี่คือจุดยืนของรัฐบาลครับ
คุณสุนัยใช้สิทธิพาดพิงนะครับ ขอให้รวบรัดด้วยนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อกี้ ผมก็ขอประทานโทษท่านรัฐมนตรีที่ผมต้องรีบขึ้นมาบอกก่อน เพราะผมกลัวท่านจะผิด มากไปกว่านั้น เพราะท่านใช้คําว่า พวกท่าน พวกท่าน พวกท่าน ท่านครับ เสื้อแดงไม่ใช่ พวกผมนะครับ พวกของผมคือพวกประชาชนครับ เราไม่แบ่งแยกครับ วันที่เสื้อเหลือง มาถล่มรัฐบาลคุณสมัคร จําได้ไหมครับท่านเป็นฝ่ำยค้านอยู่ ผมก็ไม่โจมตีมวลชน คนเสื้อเหลืองนะ นั่นเป็นสิทธิพลเมือง แต่พูดถึงกระบวนการทางความคิด ผมพูดเสมอนะ ดังนั้นการที่ท่านพูดอย่างนี้แสดงว่าท่านหมายความว่าเสื้อแดงคือไม่ใช่พวกท่านแล้ว ใช่ไหม ท่านยอมรับแล้วใช่ไหม อ๋อ นี่ท่านตกลงเป็นรัฐบาลที่ปฏิเสธคนเสื้อแดงแล้วใช่ไหม ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีมากครับ ปกติผม ไม่ค่อยฟังหอยม่วงของท่าน ผมก็เบื่อจริง ๆ เหมือนกัน บังเอิญฟัง ได้ยินชัดเจนเลยครับ พูดถึงแดงล้มเจ้าให้โทรศัพท์มาเบอร์ นี้ ขอหนังสือแดงล้มเจ้าได้ แจกได้ อ๋อ กรมประชาสัมพันธ์ทําเองแล้วนะ ท่านครับ สิ่งนี้เองที่ผมบอกว่าท่านกําลังทําในสิ่งที่ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ และนี่คือส่วนหนึ่งของ พ.ร.บ. นี้ที่ผมพูดถึงการก้าวไม่ทันทางวัฒนธรรม ถ้าเขาทําผิดกฎหมาย ทันทีเลยครับ คุณจักรภพ เพ็ญแข ผิดกฎหมาย ทําทันทีเลยครับ คุณดา ตอร์ปิโต ว่าไปเลยครับ ผมไม่ขวางเลยครับ แต่บังเอิญสิ่งที่คุณดา ตอร์ปิโด ทําผิดนั้น คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ได้เอามารีพีท (Repeat) ผิดเหมือนกันครับ แต่รัฐบาลท่าน ไม่ดําเนินคดีเสียทีครับ เห็นหรือยังครับ ตรงนี้แหละครับที่ท่านกําลัง
คุณสุนัยครับ มีผู้ประท้วงครับ คุณอรรถพรประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้ แทนราษฎรจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธาน ผมได้แสดงออกโดยเปิดเผยหลายครั้ง หลายหนว่าท่านไม่เหมาะที่จะนั่งตําแหน่งประธานในที่ประชุมแห่งนี้ ด้วยพฤติการณ์ ที่ขาดความเป็นกลาง
คือท่านต้องประท้วงในวาระอื่นนะครับ เดี๋ยวให้คุณสุนัยอภิปรายจบแล้วท่านไปประท้วง ตอนหลังจากจบอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ ผมยินดีรับฟังอยู่แล้วนะครับ แต่ตอนนี้ท่าน ต้องประท้วงเกี่ยวกับการอภิปรายนะครับ เชิญต่อครับ
ผมขออนุญาตครับ ผมจะสรุป อย่างนี้ครับ ผมจะประท้วงท่านสําหรับการดํารงตําแหน่งท่านด้วยการเดินออกจาก ห้องประชุมแห่งนี้ เพื่อประท้วงการดํารงตําแหน่งของท่านครับ
ไม่เป็นไรครับ ก็เป็นสิทธิของสมาชิกนะครับ ขอคุณสุนัยรวบรัดด้วยครับ
น้องอย่าเพิ่งออกเลย พี่ขอร้อง ไว้เถอะ อย่าเพิ่งไป
มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ ขอเชิญผู้ประท้วงครับ
ท่านประธานครับ ผม ประมวล เอมเปีย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วงท่านผู้ที่กําลัง อภิปรายเรื่องพาดพิง ท่านก็ใช้เวลามามากพอสมควรแล้ว ผมอยากจะให้เข้าเรื่อง เนื้อหาสาระ เพราะพูดไปพูดมาก็วกวนอยู่ตลอดเวลา แล้วบอกตรง ๆ จะบอกว่า รัฐบาล ๒ มาตรฐานนี่ ผมบอกคดีพัทยานี่ไปถล่มเรื่องการประชุมอาเซียน (ASEAN) ผมก็อยากจะถามรัฐบาลว่าดําเนินการไปถึงไหน รัฐบาลก็ใช้วิธีการดําเนินการ เช่นเดียวกับเสื้อเหลืองเหมือนกันนะครับ เพราะฉะนั้นท่านจะมาบอกว่ารัฐบาลนี้แยก เสื้อเหลือง เสื้อแดงแล้ว มันไม่ใช่ ทุกสีเราต้องการรักชาติสมานฉันท์เช่นเดียวกัน ท่านอย่า มาสร้างความแตกแยก เพราะทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่าฝ่ายค้าน
ท่านอภิปรายแล้วนะครับ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัย ขอคุณสุนัยรวบรัดด้วยครับ เอาเฉพาะ พาดพิงที่ทําให้เสื่อมเสียเท่านั้น ผมขอเรียนพวกเราทุกคนว่าขณะนี้มีผู้ประสงค์จะ อภิปรายอีกหลายท่าน หลังจากคุณสุนัยอภิปรายจบผมจะอนุญาตให้ท่านละ ๑๐ นาที เชิญคุณสุนัยรวบรัดด้วยครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ตรงนี้เองครับ ที่ผมอยากจะกราบเรียนว่า เราต้องยอมรับความแตกต่างทางความคิด ไม่ใช่ฝังจิต ฝังใจกันอยู่อย่างนั้นว่าเขานี่พวกนั้นพวกนี้ ไม่ครับ ผมเองก็ไม่ไปขึ้นเวทีเขานะครับ ถ้าท่านพูดอย่างนี้ท่านพาดพิงผมมาว่าพวกผม ๆ พวกคุณ ๆ ไม่ใช่ครับ แต่ที่ ส.ส. หลายคนเขาไปขึ้นมันอยู่ในกระแสที่จะเกิดการปราบปราม เขาเป็นผู้แทนเขาจึงไปเป็น ก้อนนํ้าแข็งในเตาไฟไว้ก่อน เขาระมัดระวังไว้ไม่ให้เกิดการปราบปรามกันกลัวเสียเลือดเนื้อกัน อันนี้เป็นหน้าที่ผู้แทน ประทานโทษครับท่านประธาน ท่านเพิ่งขึ้นมาเดี๋ยวเดียวท่านยัง ไม่ได้พูดอะไรเลย ประท้วงท่านประธานเดินออกไปแล้ว
ผมไม่เป็นอะไรครับ ก็เป็นสิทธิของสมาชิกที่ทําได้ ขอท่านรวบรัดเลยครับ
แต่ตรงที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่า
มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ คุณประมวล เอมเปีย ครับ
ท่านประธานครับ ผม ประมวล เอมเปีย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดชลบุรี ผมประท้วงท่านผู้อภิปรายว่า ท่านผู้อภิปรายนี่ผมว่าท่านพูดเท็จ เพราะว่าท่านเคยไปขึ้นเวทีเสื้อแดงอยู่แล้ว ท่านอย่า บอกว่าท่านไม่ขึ้น เพราะฉะนั้นผมบอกว่าการพูดจาอะไรในสภาให้มันมีประโยชน์ ในฐานะที่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ผมอยากจะเห็นอะไรใหม่ ๆ ในสังคม ใหม่ ๆ ในสภาผู้แทนราษฎร ผมเองก็บอกตรง ๆ ไม่อยากจะใช้กิริยามารยาท ที่ท่านประธานบอกว่าผมทําอะไรไม่เหมาะสมในสภานี่ ผมขึ้นมาผมก็บอกผมขึ้นมา ด้วยความขมขื่น เพราะผมบอกตรง ๆ ว่าผมก็ไม่อยากจะรับท่านมาเป็นรองประธาน อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นขอให้ท่านควบคุมการประชุมสภาให้ตรงไปตรงมาครับ
ครับ ก็ต้องขอคุณสุนัยรวบรัดด้วยนะครับ ขอให้พูดถึงเรื่องที่ถูกพาดพิงและเกิด ความเสื่อมเสียเท่านั้นนะครับ
ท่านประธานครับ เมื่อกี้ ขอประทานโทษเถอะครับ ท่าน ส.ส. ท่านประมวลนี่กล่าวหาผม ๒ เรื่อง เรื่องที่ ๑ บอกว่า ผมพูดเท็จ เรื่องที่ ๒ บอกผมว่าพูดไม่มีเนื้อหา อย่าเพิ่งออกไปไหนครับเดี๋ยวยกมือแล้ว ก็พูดให้มันมีเนื้อหาอย่างผมเสียหน่อยได้ไหม ผมจะได้ยกมือไหว้บ้าง ท่านประธานครับ ผมไม่ได้พูดเท็จครับ ถ้าท่าน
มีผู้ประท้วงอีกแล้ว คุณประมวล เอมเปีย ครับ
ท่านประธานครับ ผมไม่ได้พูดว่าไม่มี เนื้อหาสาระ แต่ผมบอกว่าใช้เวลามามากพอสมควร เพราะว่ามีผู้รออภิปรายอีก ตั้งเยอะแยะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่พูดมาผมบอกว่ามันซํ้าซากแล้วก็วกวนกันมาตลอด อภิปรายกี่ครั้งท่านเอาเทป (Tape) มาดูได้เลยว่าจริงไหม
โอ้โฮ ไม่มีซํ้าเลยครับ เรื่องใหม่ ๆ
ครับ ผมวินิจฉัยครับ ขอเชิญนั่งลงครับ ผมได้ฟังคุณสุนัยอภิปรายมาเป็นเวลานาน พอสมควรแล้วนะครับ แต่ตอนนี้คุณสุนัยได้อภิปรายจบไปแล้วแต่ขอใช้สิทธิพาดพิง เพราะฉะนั้นก็ขอให้รวบรัดนะครับ รวบรัดเฉพาะส่วนที่คิดว่าทําให้คุณสุนัยเสื่อมเสีย
เราเป็ นผู้แทนราษฎร ท่านจะกล่าวหาว่าผู้แทนราษฎรไปยืน พวกคุณไปรวมกันกับ นปช. คุณปฏิเสธไม่ได้ ใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นที่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ตอนนั้นเป็นหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านไปยืนบน เวทีพันธมิตรในทําเนียบรัฐบาลล่ะครับจะว่าอย่างไร เราไม่ได้ไปกล่าวหากันขนาดนั้น
ท่านใช้สิทธิพาดพิงที่ตัวเองเสื่อมเสียได้นะครับ แต่ท่านไม่มีสิทธิที่จะไปกล่าวหาผู้อื่นต่อ ไม่อย่างนั้นก็จะมีผู้ประท้วงกันมากมาย ก็ขอเชิญรวบรัดด้วยครับ
(นายศิริโชค โสภา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณศิริโชคครับ
ท่านประธานครับ ผม ศิริโชค โสภา
เมื่อเช้าก็เครียดไปทีแล้วนะน้องนี่
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ต้องขอให้ฟังผู้ประท้วงก่อนนะครับ
มีอารมณ์ขันหน่อยน้องเอ๊ย วอลล์เปเปอร์ไม่ได้ว่าอะไรกัน
คุณสุนัยต้องขอฟังผู้ประท้วงก่อนนะครับ เชิญคุณศิริโชคครับ
สันดานไม่เคยเปลี่ยนก็อย่างนี้แหละครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอประท้วงครับ เพราะคุณสุนัยกล่าวเท็จนะครับ
ไม่ได้ครับ เพราะว่าต้องประท้วงทีละคนครับ แล้วเดี๋ยวผมจะให้โอกาสแต่ละท่านประท้วงครับ เชิญนั่งลงก่อนครับ ขอให้คุณศิริโชคประท้วงจบก่อนครับ
ท่านประธานครับ ขอให้คุณสุนัยถอนครับ เพราะว่าคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไม่เคยไปขึ้นเวทีพันธมิตรในทําเนียบ รัฐบาล เป็นการกล่าวร้ายป้ำยสี เป็นการโกหกในสภาครับ
เมื่อกี้คุณสุนัยบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีไปขึ้นเวทีพันธมิตรที่ทําเนียบรัฐบาลหรือเปล่า ผมได้ยินไม่ถนัด แต่ได้ยินว่าไปเยี่ยมพันธมิตร ถ้าหากว่าบอกว่าไปขึ้นเวทีพันธมิตร ก็ต้องขอให้ถอนคําพูดด้วยนะครับ
ไปยืนพูดด้วยครับ ท่านก็เคยพูด ยอมรับเองท่านเข้าไป แต่ท่านให้เหตุผลว่าอย่างนี้ ๆ ก็ว่ากันไป
คือสรุปแล้วคุณสุนัยพูดคําว่า ท่านนายกรัฐมนตรีไปขึ้นเวทีพันธมิตร อันนี้ต้องขอให้ถอน คําพูด ท่านไม่เคยไปขึ้นเวทีพันธมิตร ต้องขอถอนคําพูดก่อนครับ แต่ถ้าไปเยี่ยม เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ต้องขอคุณสุนัยถอนคําพูดครับ
ท่านครับ ทั้งกระผมเองและ ท่านประธานไม่ใช่ผู้เสียหายนะครับ ให้ท่านนายกรัฐมนตรีมาตอบก็ได้ครับ เพราะใคร ก็เห็นว่าท่านเข้าไปในทําเนียบตอนที่เขายึดทําเนียบซึ่งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
คุณสุนัยผมได้วินิจฉัยไปแล้วให้คุณสุนัยถอนคําพูดว่า ท่านนายกรัฐมนตรีไปขึ้นเวที พันธมิตร ขอให้ถอนด้วยครับ
เอาเถอะครับท่านเพื่อให้มันราบรื่น ผมก็ถอนไปนะท่านประธานไม่เป็นอะไร
ขอบคุณครับ นายแพทย์ประสิทธิ์ประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ผมขอประท้วงคุณศิริโชค ที่ท่านพูดคําพูดเสียดสี กล่าวหาว่าพูดคําพูดว่า สันดานไม่เคยเปลี่ยน ผมว่ามันเป็น การเสียดสีให้ร้ายผู้อื่น ท่านลุกขึ้นมาท่านก็พูดเลย ผมอยากให้ท่านประธานวินิจฉัย ให้ถอนคําพูดด้วยครับ
ให้ถอนคําพูดอะไรนะครับ
ไม่เป็ นอะไรท่านประธาน ผมไม่ซีเรียส คุณหมอครับขอบพระคุณ
นายแพทย์ประสิทธิ์ไม่ต้องประท้วงแล้วเพราะว่าเจ้าตัวก็ไม่ติดใจ
ผมประท้วง ทีนี้ผมว่ามันเสียหาย ในสภา มันจะเป็นบรรทัดฐานที่ไม่ดี
คุณหมอจะขอให้ถอนคําพูดอะไรนะครับ
พูดเสียดสีว่า สันดานไม่เคยเปลี่ยน มันเสียหาย
เน้นมากมันจะไปทางโน้น
เสียดสีว่าอะไรนะ ผมได้ยินไม่ถนัด
ท่านประธานฟัง ๒ ครั้งแล้ว ก็อยาก เรียนเพราะว่าคําพูดนี้มันเป็นคําพูดที่เสียดสี ให้เขาถอนคําพูดเขารู้
คําพูดอะไรครับที่จะให้ขอถอน
มันเป็นคําที่ไม่สุภาพ ท่านประธาน เป็นการใส่ร้ายคนอื่น
ต้องกราบขอบพระคุณ คุณหมอครับ กระผม ส.ส.
คือคุณหมอต้องบอกนะครับว่า ประท้วงโดยจะขอให้คุณศิริโชคถอนคําพูด คําพูด อะไรนะครับ ประธานถึงจะวินิจฉัยได้
พอแล้วหมอ ช่างมันเถอะ
คือผมบอกประธานไป ๒ ครั้ง ประธานไม่ได้ยิน เพราะว่าคําพูดนี่เป็นคําพูดที่น่ารังเกียจผมก็เลยไม่พูด พูดอีกครั้งหนึ่ง มันก็ไม่ดี พูด ๒ ครั้งประธานไม่ได้ยินมันก็แปลกแล้ว ขอบคุณครับ
สรุปแล้วก็ไม่ติดใจนะครับ
คือท่านประธานครับ ท่านผู้นี้ก็พูด ๒ ครั้ง เมื่อเช้าก็พูด แต่เผอิญผมเดี๋ยวนี้มันสุญตา ไม่มีตัวตนเสียแล้ว
ขอคุณสุนัยรวบรัดด้วยครับ
ก็ผมเข้าใจดีว่าสําเนียงส่อภาษา กิริยาส่อ จุด จุด จุด ท่านประธานครับ ตรงนี้ที่ผมต้องขอสิทธิพาดพิงก็คือว่าเป็นห่วง ท่านรัฐมนตรี ถ้าท่านเป็น ส.ส. ผมไม่พูดอย่างนี้นะ ท่านเป็นรัฐมนตรีนั้นท่านต้องถือเอา พวกเสื้อแดงเป็นพวกท่านด้วย เขาเป็นประชาชนที่มีความเห็นต่างจากท่าน และการเข้าไป ในหมู่กลุ่มเสื้อเหลืองที่ประท้วงกันสมัยนั้น ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์หลายคนก็เข้าไป ขึ้นไปบนเวทีเหมือนกัน แต่เราต้องรักษาสิครับอย่าให้เกิดกระบวนการที่บิดเบี้ยวทาง วัฒนธรรมอย่างนั้น ผมก็เน้นตรงนี้ และที่ร้ายที่สุดผมจับตัวได้เดี๋ยวนี้เองว่าคนที่อยู่ เบื้องหลังคือคุณสาทิตย์ที่ทํารายการหรืออนุญาตให้ทํารายการในช่อง ๑๑ และกรมประชาสัมพันธ์ ในรายการนั้นท่านตัดเสียงผู้คนมาด้วยนะ อันนี้ของจริงเลย ตัดเป็นตอน ๆ ไม่เอาทั้งหมดมานะ แล้วก็ใส่ร้ายคนนั้น ใส่ร้ายคนนี้ ท่านกําลังทําในสิ่งที่ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ผมเตือนท่านเท่านี้เอง
มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ คุณธนา ชีรวินิจ ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานที่ทําผิดข้อบังคับ แล้วก็ ผมเชื่อว่าท่านสมาชิกก็จับตาการทํางานของท่านประธานอยู่ ผมกราบเรียนท่านประธาน อย่างนี้ครับว่าสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านสุนัยลุกขึ้นมาใช้สิทธิพาดพิง ท่านไม่มี สิทธิอภิปรายหรอกครับ ท่านก็มีสิทธิลุกขึ้นมาชี้แจงว่าข้อพาดพิงที่พาดพิงถึงท่านนั้น เป็นอย่างไร แต่ว่าท่านประธานอนุญาตให้ท่านสมาชิกไปกล่าวใส่ร้ายป้ำยสีบุคคลอื่น ด้วยซํ้าไปอีก อย่างนี้ท่านประธานต้องทําหน้าที่ให้เข้มแข็งครับ ท่านประธานต้องบังคับ ให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภาไม่อย่างนั้นเดินหน้าไม่ได้ ท่านเห็นไหมครับว่า ท่านสมาชิกอภิปรายมีคนประท้วงขนาดไหน อย่างไร
ก็มันเข้าเนื้ออย่างไรเล่า
ท่านประธาน ปล่อยอย่างนี้ ได้อย่างไรครับ ผมถึงกราบเรียนท่านประธานว่า เมื่อพาดพิงมีสิทธิลุกขึ้นมาชี้แจงเท่านั้น ไม่มีสิทธิอภิปราย แต่ท่านประธานปล่อยให้เลยไปถึงขนาดไปกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็ไม่เป็นความจริง ไปกล่าวหาท่านรัฐมนตรีต่ออีก ผมกราบเรียนท่านประธานใช้อํานาจ บังคับการประชุมของประธานให้เป็นกลาง ให้เป็นที่ประจักษ์กับประชาชนทั่วไปด้วย เถอะครับ ขอบคุณครับ
ผมขอวินิจฉัยอีกครั้งนะครับ หลังจากที่วินิจฉัยไป ๓ ครั้งนะครับว่าคุณสุนัยมีสิทธิ อภิปรายเฉพาะพาดพิงที่ทําให้เสื่อมเสีย แล้วก็ต้องขอคุณสุนัยรวบรัดด้วย ขอให้พูดเฉพาะ สิ่งที่ถูกพาดพิงและทําให้เสื่อมเสียนะครับ
ท่านประธานครับ ผมก็บอกแล้ว เขามาพาดพิงว่า พวกท่าน ๆ ผมก็บอกไม่ใช่ เสื้อแดงไม่ใช่พวกผม ประชาชนสิเป็น พวกผมทั้งนั้น ทั้งเหลือง ทั้งแดง แล้วผมไม่แบ่ง ผมยังเตือนท่านว่าท่านเป็นรัฐมนตรี อย่าแบ่ง
ต้องขอให้รวบรัดเลยนะครับ
อีกเรื่องหนึ่ง ผมได้ฟังข่าวกับหู จริง ๆ รายการที่ว่า มีการตัดต่อเทปจริง ๆ เลย เอาคําพูดของคนบางคนมาพูด ๆ แล้วบอก คนนี้ผิดอย่างนี้ ๆ ล้มเจ้าอย่างนี้ ๆ ผมบอกนี่กําลังทําในสิ่งที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ท่านประธานจะไปเวทีหรือเปล่า ผมไม่ทราบ แต่ผมได้ดูทีวีได้เห็นคนเสื้อแดงที่ท่าน กล่าวหานั่นจุดเทียนชัยถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครับ
มีคนประท้วงแล้ว คุณประมวลครับ
ท่านประธานครับ ผม ประมวล เอมเปีย ผมประท้วงท่านผู้อภิปรายครับ เขาบอกว่าท่านประธานจะไปเวทีปราศรัยคนเสื้อแดง หรือเปล่าเขาไม่รู้ ผมว่าถ้าไม่รู้ก็ไม่ต้องอภิปรายต่อละครับ เพราะว่าเห็นท่านประธาน ขึ้นเวทีเสื้อแดงอยู่ประจําเลยครับ อย่างนี้พูดโกหกหรือเปล่าครับ ก็โกหก
ผมวินิจฉัยนะครับ คุณประมวลครับ ผมไปขึ้นเวทีเสื้อแดงครับ เพราะว่าผมมีเหตุผลว่า อํานาจนิติบัญญัติถูกล่วงละเมิดโดยอํานาจบริหารครับ วันนั้นผมเข้ามาทําหน้าที่ ในสภาผู้แทนราษฎรเข้าไม่ได้ครับ แล้วผมก็ประกาศแถลงข่าวเลยว่าขอให้ฝ่ายบริหารถอน กําลังทหารและตํารวจในรัฐสภาออกไป เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้ให้ความกรุณา ถอนทหารและตํารวจออกไปนอกรัฐสภา ผมก็ไม่มีความจําเป็นจะต้องไปทํางานการเมือง ภาคประชาชนครับ อันนี้เป็นสิ่งพาดพิงที่จะต้องชี้แจงให้ทราบ ขอคุณสุนัยรวบรัดด้วยครับ แล้วจบเลยครับ
ผมอยากจะได้พูด
ยังมีผู้ประท้วงครับ คุณประมวลครับ
ท่านประธานถ้าฟังผมนิดหนึ่ง ก่อนที่ท่านประธานจะตอบ ผมก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าท่านประธานไม่ขึ้นเวทีเสื้อแดง แต่ผมบอกว่า ท่านผู้อภิปรายกําลังพาดพิง ท่านก็ปล่อยให้อภิปรายอยู่นี่ แล้วท่านก็บอกว่าท่านไม่รู้ว่า ท่านประธานขึ้นเวทีเสื้อแดง ถ้าบอกว่าไม่รู้ก็ไม่ต้องมาอภิปรายต่อในสภาแล้ว ไม่ใช่เวทีโกหกตรงนี้ครับ คนทั้งประเทศเขาเห็นว่าท่านประธานขึ้นเวทีเสื้อแดง ท่านขึ้น ในสถานภาพอะไรผมไม่ว่า แต่ผมบอกว่าผมขึ้นมาพูดตรงนี้ อยู่ในสภาตรงนี้ ผมขึ้นมา ด้วยความขมขื่น เพราะผมเห็นท่านไปขึ้นเวทีเสื้อแดง ก่อนหน้านั้นผมนับถือท่าน ด้วยความเคารพจริง ๆ ว่าท่านเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร แต่ผมบอกท่านตรง ๆ ว่าผมนั่งอยู่ในสภาตอนนี้ผมบอกผมขมขื่นจริง ๆ ที่ผมเห็นท่านเป็นรองประธานสภาอยู่ ปัจจุบันนี้
แล้ววันที่พวกพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเสื้อเหลืองไม่ขมขื่นหรือ
อย่าตอบโต้กันครับ ผมฟังคุณประมวลด้วยความเคารพนะครับ แล้วก็ได้เรียนชี้แจงเหตุผล ไปแล้ว เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ขอให้คุณสุนัยจบเถอะครับ เราจะได้อภิปรายกันต่อ ยังเหลือผู้อภิปรายทั้งหมด ๙ ท่าน ซึ่งผมกําหนดไว้ท่านละ ๑๐ นาที ก็จะใช้เวลาประมาณ ชั่วโมงครึ่ง เดิมตั้งใจว่าวันนี้จะอภิปรายให้จบร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ ฝ่ายอัยการ พ.ศ. .... ซึ่งดูแล้วคงไม่จบแน่ครับ คุณสุนัยรวบรัดเลยครับ
(นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ได้ยืนและยกมือชึ้น)
มีผู้ประท้วงครับ คุณยุคลครับ
ท่านประธานครับ จริง ๆ ผมจะจบ อยู่แล้ว แต่ก็ท่านประท้วงนี่อาศัยช่องว่าง
คุณยุคลประท้วงนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ส.ส. จันทบุรี ผมขอร้องท่านสุนัยว่าท่านพูดมา เยอะมากเรื่องร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... ท่านยังไม่จบสักที หรือครับ ท่านจบได้แล้ว
ไปนอนหลับมาหรืออย่างไร ผมจบ ไปแล้ว
ไม่ต้องขอร้องนะครับ ผมอย่างนี้ครับ เพื่อการประชุมสภาได้ดําเนินต่อไปได้ ผมขอร้อง คุณสุนัยหยุดอภิปรายเถอะครับ แล้วเราให้ท่านผู้อื่นอภิปรายต่อนะครับ ขอสรุปเลยครับ สรุปสั้น ๆ เลยนะครับ
ท่านประธานครับ จริง ๆ จะจบแล้ว ท่านก็มาชักใบให้เรือเสียอีก หาว่าผมอภิปรายไม่จบ ผมจบไปแล้ว นี่กําลังเรื่องขอใช้สิทธิ พาดพิง และสิทธิพาดพิงนี้
มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สัญชัย อินทรสูตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานครับว่า ท่านประธานพูดโกหกครับ คราวที่ท่านประธานบอกว่าท่านประธานเข้าสภาไม่ได้นี่นะครับ บอกได้เลยครับ เข้าสะดวกมากเลยครับ ผมมาจากทางสะพานพระราม ๘ ลงมาแล้ว เลี้ยวซ้าย เลี้ยวซ้ายแล้วผ่านคุรุสภามาเรื่อย ๆ ถึงแยกการเรือนแล้วเลี้ยวขวา ตํารวจ กับทหารเขาจะบริการอย่างดีเลยครับท่านประธานครับ
ผมวินิจฉัยอย่างนี้นะครับ ผมได้บอกเหตุผลไปแล้ว ที่ผมมีความจําเป็นต้องไปทํางาน การเมืองภาคประชาชนก็เพราะว่าผมเห็นว่าอํานาจบริหารล่วงละเมิดอํานาจนิติบัญญัติ หลังจากที่มีการถอนทหาร การที่เอาทหารกับตํารวจมาล้อม ผมถือว่าเป็นเรื่องที่สามารถ ปฏิบัติได้ แต่การที่เอาทหารกับตํารวจเข้ามาอยู่ในอาคารของรัฐสภา ผมไม่เห็นด้วย อย่างยิ่งครับ แล้วก็ได้แถลงข่าวไป เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้กรุณาเอาทหาร กับตํารวจออก ผมก็ไม่มีความจําเป็นจะต้องไปทําหน้าที่การเมืองภาคประชาชนนะครับ เรื่องนี้อย่าเพิ่งประท้วงนะครับ เดี๋ยวเราจะเอาต่อนะครับ
ท่านประธานโกหกว่าท่านประธาน เข้าสภาไม่ได้ ผมจะอธิบายว่าเข้าได้ครับท่านประธานครับ
ผมฟังนะครับ
ผมลงมาทางสะพานพระราม ๘ เจอตํารวจกับทหารนี่เขายังตะเบ๊ะผมเลยครับ ผมยังบอกว่าตะเบ๊ะผมได้อย่างไร
พวกเดียวกันอย่างไร
ขอพวกเราไม่ต้องประท้วงครับ ก็ต้องเรียนอย่างนี้ครับ วันนั้นกว่าผมจะเข้ามาได้ผมใช้ เวลาครึ่งชั่วโมงนะครับ แล้วถามนายสิบกับพลทหารเลยครับ ผมเข้าไปไหว้เขานะครับ ขอร้องบอกว่าผมเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรจะต้องเข้ามาประชุมเตรียมการ การประชุมไอพียูนะครับ อันนี้ก็คือข้อเท็จจริงที่จะเรียนให้พวกเราทราบนะครับ ผมว่า เรื่องนี้ต้องขอความกรุณาเถอะครับ ผมไม่ได้เป็นห่วง การที่ท่านจะวิพากษ์วิจารณ์ผม แต่ผมคิดว่าเรายังมีพระราชบัญญัติที่จะต้องดําเนินการต่อนะครับ ขอคุณเจือ ราชสีห์ ครับ ท่านอื่นนั่งลงก่อนครับ เพราะว่าได้ประท้วงกันไปหลายท่านแล้วนะครับ ขอคุณเจือ ราชสีห์ ครับ
ท่านประธานครับ ผมขอ ๑ นาทีครับ ผมไม่เคยใช้เวลาของสภาแห่งนี้นะครับท่านประธานครับ ปกติผมไม่ค่อยได้พูดนะครับ ท่านประธาน
ผมอนุญาตครับ ๑ นาทีนะครับ
ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผมอธิบายอย่างนี้ครับท่านประธาน ผมลงจากสะพานพระราม ๘ เลี้ยวซ้ายเข้ามาทาง คุรุสภา แล้วมาถึงสี่แยกการเรือนจะมีตํารวจกับทหารคอยบริการโบกรถให้เข้าเลยครับ แล้วพอเลี้ยวขวาเข้าสภานี่
ผมเรียนอย่างนี้ครับ ที่ท่านพูดมันเป็นวันพุธไม่ใช่วันอังคารครับ วันที่ผมพูดเป็นวันอังคาร วันที่ผมเข้าไม่ได้เป็นวันอังคารนะครับ
ยังไม่ถึง ๑ นาทีเลยครับ ผมจะ อธิบายว่าผมเข้าได้อย่างไรครับท่านประธาน
ผมขอให้ทุกคนนั่งครับ
ยังไม่ถึง ๑ นาทีครับท่านประธาน
อย่างนั้นต่อให้อีกครึ่งนาทีนะครับ
พอเข้ามาปั๊บ ตํารวจกับทหาร เขาให้ความคุ้มกันอย่างดีครับ เขายังตะเบ๊ะผมเลย ผมยังเปิดกระจกลงแล้วถามว่า รู้จักผมหรือ เขาบอกไม่รู้จักหรอก ที่ตะเบ๊ะเพราะตะเบ๊ะสติ๊กเกอร์สีแดง เพราะฉะนั้น ถ้าท่านประธานเป็น ส.ส. ใส่สติ๊กเกอร์สีแดงตํารวจกับทหารเขาตะเบ๊ะทุกคนละครับ ท่านประธานสะดวกมากครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานโกหกว่า เข้าไม่ได้ครับ
ผมขอพาดพิงครับ วันที่ท่านบอกนั้นเป็นวันพุธ แต่วันที่ผมเกิดเหตุการณ์เป็นวันอังคาร แล้วถามนายสิบ พลทหาร ได้ครับ ผมเข้าไปไหว้เขาบอกผมเป็ นรองประธาน สภาผู้แทนราษฎร แต่เรื่องนี้ผมไม่ได้ติดใจครับ สิ่งที่ผมติดใจก็คือการเอาทหารกับตํารวจ เข้ามาอยู่ในอาคารรัฐสภาซึ่งบัดนี้ก็ถอนไปแล้ว การเอาทหารกับตํารวจมาล้อม ผมว่า เป็นเรื่องธรรมดาเป็นสิทธิที่ทําได้ แต่การเอาทหารกับตํารวจเข้ามาในอาคารรัฐสภา ผมถือว่าเป็นการล่วงละเมิดอํานาจนิติบัญญัติของฝ่ายบริหารครับ เชิญคุณเจือครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต เรียนกับท่านประธานอย่างนี้ครับ เมื่อสักครู่ผมได้ยินท่านประธานพูดกับพวกเราว่า ท่านเข้ามาในสภาไม่ได้ เพราะว่าฝ่ายบริหารใช้อํานาจทางทหารมาละเมิดฝ่ายนิติบัญญัติ ผมอยากจะเรียนกับท่านประธาน เมื่อเช้านี้เพื่อนสมาชิกของเราก็พูดเรื่องนี้ในสภาครับ บอกว่าทหารมาอย่างไร ท่านประธานชัยเป็นผู้บอกกับที่ประชุมเองว่าท่านเป็นผู้ร้องขอ ไปเองนะครับ ก็เลยอยากจะทําความเข้าใจว่าเรื่องนี้ฝ่ายบริหารไม่ได้สั่งการโดยพลการ เป็นการร้องขอของท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งท่านเป็นรองประธานอยู่นั่นละ ท่านจะรับทราบหรือไม่ผมไม่ทราบ แต่ว่ามันเป็นหน้าที่ที่มาดูแลความปลอดภัยให้กับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภา เพราะเรามีบทเรียนมาหลายรอบหลายครั้งแล้วครับ ท่านประธานครับ ต้องขออนุญาตทําความเข้าใจตรงนี้ แล้วก็ข้อเท็จจริงมันจะได้ตรงกันครับ ขอบคุณครับ
เรื่องนี้ผมได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไปนะครับ วันนั้นพอผมเข้าไม่ได้ผมก็โทรศัพท์ถาม ท่านประธานชัยว่าผมเข้าไม่ได้ ถามว่าท่านทราบเรื่องไหม ท่านก็ตอบผมมาว่า ท่านไม่ทราบเรื่องเลย ทหารเข้ามาอยู่ในอาคารรัฐสภาได้อย่างไร ผมก็โทรศัพท์สอบถาม ท่านเลขาธิการพิทูร พุ่มหิรัญ ด้วยตัวเอง โทรศัพท์สอบถามท่านรองเลขาธิการสุวิจักขณ์ ท่านรองเลขาธิการคัมภีร์ ท่านก็บอกว่าไม่ทราบเรื่องเลย ถึงแม้ตัวท่านเลขาธิการพิทูรเอง ก็ไม่สามารถเข้าสภาได้ในวันอังคาร ซึ่งในภายหลังท่านประธานชัยพูดอย่างนี้ ผมไม่แน่ใจว่า มันเกิดอะไรขึ้นนะครับ แต่ผมมั่นใจว่าเดิมรัฐสภาไม่ได้ทําเรื่องร้องขอไป เพราะทุกคน ตอบบอกว่าไม่ทราบเรื่อง จนกระทั่งประมาณ ๙ โมงกว่า ๆ ท่านประธานเข้าได้ ก็มีอยู่แค่ ๒ คน มีท่านประธานกับผม ๒ คน ผมก็เข้าไปกราบเรียนท่านบอกว่า ผมต้องขอเลยครับ ถอนทหารออกไปนอกอาคารรัฐสภาโดยเร็ว ท่านก็ยังไม่ได้บอกว่าเราไปขอ แต่มันก็เป็น ความคิดเห็น อันนี้คือความสัตย์จริงที่ผมได้พูดคุยกับท่านประธานรัฐสภา ส่วนพวกเรา จะเชื่อใครก็เป็นสิทธิของท่านนะครับ ผมว่าขออนุญาตเรื่องนี้เอาไว้หารือพรุ่งนี้ดีกว่าครับ แล้วผมจะขึ้นทําหน้าที่นะครับ เราจะได้ทําหน้าที่ต่อในเรื่องร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ พรุ่งนี้เช้าผมขออนุญาตขึ้นตอนเช้าได้เปิดโอกาสให้เราสอบถามกันอย่างเต็มที่จะได้ ไม่เสียเวลา คุณศิริโชคเป็นคนสุดท้ายนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้รับฟังจาก ท่านประธานบอกว่า เหตุที่ท่านต้องไปขึ้นเวทีเสื้อแดงเพราะมีทหารเข้ามาในรัฐสภา ก็เลยมีความจําเป็นต้องไปแสดงออกในเวทีประชาชน แต่ที่ผมสงสัยก็คือว่าเวลาท่านไป พูดบนเวทีท่านบอกว่า ผมขอเป็นตัวแทนไปเจรจาแต่ไม่ใช่กับอภิสิทธิ์ เพราะอภิสิทธิ์ ไม่ใช่ผู้มีอํานาจจริง แต่จะขอเจรจากับ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ โดยจะเจรจา ๓ ข้อ คือคืนอํานาจให้กับประชาชนผ่านการเลือกตั้งคือยุบสภา นอกจากนี้ต้องคืน ความเป็นธรรมให้แก่บ้านเมือง และ พลเอก เปรมต้องลาออก หากท่านพร้อมเมื่อไร ให้คนโทรศัพท์มาตามผมได้ ผมก็งงครับ มันไปเกี่ยวอะไรกับการล้อมรัฐสภาครับ ๓ ข้อ ที่ท่านเสนอไป เพราะฉะนั้นช่วยชี้แจงด้วยครับ
ท่านประธานครับ ผมขอประท้วง
ผมเรียนอย่างนี้ครับ มันไม่ได้เกี่ยวกันกับการล้อมรัฐสภา แต่มันเป็นต้นเหตุของปัญหา พวกเรารู้กันดีปัญหาของชาติบ้านเมืองเราเกิดจากอะไรนะครับ ผมขออย่างนี้ก็แล้วกันครับ คุณประมวลครับ พรุ่งนี้ไปใช้เวลาในการหารือดีกว่าครับ จะได้ไม่เปลืองเวลาในการอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ ขอคุณประมวลคนสุดท้ายนะครับ
ให้ผมพูดอีกสักประโยคเถอะครับ จะได้จบไป
จะได้ประท้วงชุดประท้วงไปนะครับ แล้วเดี๋ยวคุณสุนัยก็จะจบเลยครับ ขอคุณประมวล ก่อนครับ
ท่านประธานครับ ผมประท้วง ท่านประธานครับ
เดี๋ยวขอให้คุณประมวลประท้วงให้จบก่อนครับ
ก็เป็ นแบบนี้แล้วจะมาอภิปราย เรื่อง พ.ร.บ. วัฒนธรรม
ก็เอาที่คุณประมวลประท้วงก็แล้วกันครับ เพื่อบรรยากาศมันจะได้ไปได้ครับ
ผมกําลังจะประท้วงท่านประธาน ก็แทรกมาตลอดเวลา ประท้วงแทรกมาตลอด แล้วอภิปรายมาได้อย่างไร ร่าง พ.ร.บ. วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... อภิปรายกันเป็นชั่วโมง นี่พาดพิงนิดเดียวพาดพิงกัน ตั้งเยอะแล้ว
ก็ขอคุณประมวลประท้วงอะไรครับ
ก็ผมกําลังจะประท้วง เลยพูดให้ ท่านประธานฟังว่าอย่าแทรกสิครับ นิดเดียว ๓๐ วินาทีก็ยังดีครับ ท่านประธานครับ ผมประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านต้องควบคุมการประชุมว่าอภิปรายมาเกือบจะ ชั่วโมงหนึ่งแล้วครับ ตอนนี้พาดพิงแต่ว่าพาดพิงนี่ใช้เวลาเกือบ ๓๐ นาที มีที่ไหนบ้างครับ ท่านต้องจบนะครับ ท่านก็เห็นอยู่แล้วว่าเวลาประท้วงแทรกมาตลอด แล้วถามอย่างนี้จะมี มารยาทมาอภิปรายได้อย่างไรในเรื่อง พ.ร.บ. วัฒนธรรม แค่นี้ครับท่านประธาน
ผมวินิจฉัยนะครับ เดี๋ยวจะมีผู้ประท้วงอีก ๑ ท่านนะครับ คือคุณจุมพฏ บุญใหญ่ และคุณสุนัยสรุปเลยนะครับ ผมให้เวลาครึ่งนาทีในการสรุปนะครับ คุณจุมพฏ บุญใหญ่ ครับ
กราบขอบคุณท่านประธานครับ ผม จุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคเพื่อไทย กระผมไม่ได้ประท้วงนะครับ กระผมใช้สิทธิพาดพิงเพื่อชี้แจงเรื่องการเข้าสภาวันอังคาร ท่านประธานครับ ในวันอังคารตอนเช้าวันนั้นประชุมรัฐสภานะครับ เป็นคําสั่งเรียกประชุม รัฐสภา กระผมได้เดินทางเข้ามาประชุมที่รัฐสภา เดินทางเข้ามาได้ด้วยความปลอดภัยครับ มาตอนเช้าผมลงชื่อเข้าประชุมคนแรก ซึ่งมี ส.ส. พรรคเพื่อไทยอีก ๒ ท่าน ขออนุญาตเอ่ยชื่อพาดพิงก็แล้วกันครับ มีท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ จากจังหวัด มหาสารคาม และท่านไชยวัฒน์ ติณรัตน์ จากจังหวัดมหาสารคาม ไม่มีการขัดขวาง การเดินทางเข้าประชุมสภา ไม่มีการขัดขวางสมาชิกรัฐสภาครับท่านประธาน ขอชี้แจง เพื่อประชาชนที่ได้รับฟังได้ทราบครับ ขอบคุณครับ
ผมว่าคุณจุมพฏจําวันผิดครับ วันที่ประชุมวันนั้นเป็นวันพุธนะครับ ไม่ใช่วันอังคาร วันอังคารทหารเข้ามาล้อมรัฐสภาตั้งแต่ตีสามนะครับ ผมถามทหารเขาหมดครับ ผมว่า เรื่องนี้ก็ต้องขอไปหารือในวาระอื่นดีกว่านะครับ ให้เวลาคุณสุนัยครึ่งนาทีนะครับ
ท่านประธานครับ เดี๋ยวคนฟังจะ เข้าใจผิดว่าผมใช้สิทธิพาดพิงยาว จริง ๆ ท่านประมวลก็ประท้วงผมยาวเหลือเกินครับ และประท้วงไปท่านประธาน
ขอให้อภิปรายในส่วนที่พาดพิงครับ ครึ่งนาทีครับ จับเวลานะครับ
ท่านประธานครับ ที่ท่านรัฐมนตรี ได้แสดงท่าทีบอกอย่างเชื่อมั่นเลยว่าพวกแดงล้มเจ้า ล้มเจ้านี่เป็นจุดที่อันตรายที่สุด ไม่ต่างอะไรกับผู้มีอํานาจในอดีตที่บอกว่าคนมีความเห็นแตกต่างเป็นคอมมิวนิสต์ ตรงนี้เองผมขออยากจะให้ท่านถอนเสีย แต่ถ้าท่านไม่ถอน ผมก็ไม่ว่านะ นี่หวังดีที่สุด ท่านเป็นรัฐมนตรีนี่ท่านทําอย่างนั้นไม่ได้หรอกครับ เพราะขณะนี้คนเสื้อแดงกําลัง วิตกกังวลว่ารัฐบาลกําลังจะอ้างข้ออ้างเพื่อจะปราบปราม ดังนั้นสิ่งที่ท่านพูดตรงนี้ ผมจึงต้องพูดในนามตัวแทนประชาชนว่า ท่านครับ ระมัดระวังตรงนี้จะเป็นเหยื่อ และขอยืนยันว่าพวกเสื้อแดงเขาได้ร่วมกันจุดเทียนชัยถวาย
หมดเวลาแล้วครับ ขอสรุปเลยครับ ขอบคุณครับ
เขาได้แสดงความจงรักภักดี ไม่ใช่ อย่างที่ท่านเข้าใจ ท่านอย่ายัดเยียดความเป็นศัตรูทางการเมืองให้แก่ประชาชนครับ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ความจริงผมได้ชี้แจงชัดเจนไปแล้วนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง ใช้เวลา ไม่มากครับว่าประเด็นที่มีการพาดพิงแล้วมีการยกขึ้นมาพูดในสภานี่ ก็คือกรณีรายการ ในช่อง ๑๑ ซึ่งท่านมีการพูดถึงว่ามีรายการซึ่งเกี่ยวข้องกับการปกป้ องสถาบัน แล้วก็เป็น รายการที่ลักษณะท่านใช้คําว่า ไปสร้างความแตกแยก ผมก็เรียนกับท่านประธานว่า ภาระหน้าที่ของรัฐบาลและคนไทยทุกคนคือการปกป้ องสถาบันพระมหากษัตริย์ เมื่อผมชี้แจงไปผมใช้คําว่า พวกท่าน ซึ่งผมพูดถึงท่านที่อยู่ในที่นี้ ท่านก็พยายาม จะบิดเบือนด้วยการใช้คําพูดบอกว่า รัฐบาลกําลังแบ่งแยกประชาชน ตรงนี้ครับสําคัญ เพราะวิธีการพูดของท่านเป็นวิธีการพูดที่บิดเบือนแล้วก็ปลุกระดม รายการซึ่งหลายคน พยายามช่วยกันทําในการชี้แจงเรื่องสถาบันก็เพราะว่าในบรรดามวลชนที่มาชุมนุมกันอยู่นี่ หลายคนมาด้วยความบริสุทธิ์ใจตามความเชื่อของเขา มีความจงรักภักดีในสถาบัน แต่สิ่งที่เรากังวลก็คือการชี้นําของหลายคนบนเวทีมันเป็นการชี้นําไปคาบเกี่ยวกับเรื่องของ สถาบัน รายการต่าง ๆ จึงต้องเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเวลาท่านพูดถ้าชี้แจงไม่ได้ ต้องอย่ายืน บังหลังมวลชน เวลาท่านชี้แจงไม่ได้ท่านก็ยกมวลชนขึ้นมาบังหน้า แล้วก็บอกว่ารัฐบาล แบ่งแยก สิ่งที่เราทําคือการชี้แจงข้อเท็จจริง หลายคนที่อยู่ที่นั่นขณะนี้เข้าใจ จากเหตุการณ์ซึ่งเราชี้แจงไป หลายคนเข้าใจจากเหตุการณ์ซึ่งมีการเจรจาผ่านโต๊ะเจรจากัน ๒ วันว่าจุดยืนที่แท้จริงและมีการบิดเบือนบนเวทีปราศรัยโดยแกนนําบางคนนั้นเป็น อย่างไร นี่คือประเด็นแรกที่ต้องเรียนท่านประธานว่าไม่มีการแบ่งแยกมวลชนแต่กําลัง ทําข้อเท็จจริงให้เกิดขึ้นจากการครอบงํามวลชน แม้กระทั่งการพูดที่บอกว่าอย่าไปดูโทรทัศน์ช่องอื่นเพราะถูกครอบงําหมดแล้ว ให้ดูเฉพาะ ช่องนี้เท่านั้น นี่ก็เป็นสื่ออีกประการหนึ่งที่รัฐบาลก็วิตกกังวล จึงต้องชี้แจงข้อเท็จจริง อย่าใช้มวลชนที่บริสุทธิ์ไปเพื่อประโยชน์ตัวเอง นี่คือประเด็นที่เราเป็ นห่วงครับ ส่วนประเด็นอีกประเด็นหนึ่งซึ่งผมคิดว่าเดิมทีที่คิดว่าไม่จําเป็นต้องพูด แต่ท่านประธานใช้ คําพูดคําหนึ่ง ด้วยความเคารพผมต้องเรียนนะครับ ท่านใช้คําว่า อํานาจฝ่ายบริหาร ล่วงละเมิดอํานาจนิติบัญญัติ ผมเรียนว่ารัฐบาลในฐานะเป็ นฝ่ำยบริหาร ท่านนายกรัฐมนตรีกับพวกผมมาจากสถาบันนิติบัญญัติเราเคารพการทําหน้าที่แต่ละฝ่าย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่แล้วนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี ท่านรองนายกรัฐมนตรี สุเทพพยายามชี้แจงหลายครั้ง ผมเรียนสั้น ๆ เท่านั้นแหละครับ ถ้าจะไปอภิปรายพรุ่งนี้ ก็ไม่เป็นไรครับ แต่เรียนว่าประการที่ ๑ ก็คือว่าอํานาจบริหารไม่เคยล่วงละเมิดอํานาจ นิติบัญญัติ เราเคารพ พวกเราทุกครั้งที่มาฟังการอภิปราย การตรวจสอบการทําหน้าที่ คือการยอมรับอํานาจนิติบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ แต่ต้องเข้าใจอย่างหนึ่งครับว่า การมาป้ องกันสภาในสัปดาห์ที่แล้ว เหตุก็เกิดเนื่องจากว่าแกนนําของ นปช. นั้นเอง ที่ประกาศหลายครั้งก่อนหน้านี้ว่าไม่ว่านายกรัฐมนตรีไปที่ไหนเขาจะยกพวกไปขัดขวาง ไม่ให้นายกรัฐมนตรีทํางาน เป็นที่ทราบกันครับว่าวันพุธ วันพฤหัสบดี ท่านนายกรัฐมนตรี ต้องมาสภาผู้แทนราษฎร วันอังคารต้องประชุมคณะรัฐมนตรี เราก็ทําเพื่อป้ องกัน ผมเรียนด้วยความเคารพและท่านประธานก็ทราบว่าท่านก็เป็นทหาร ในการดําเนินการ ใด ๆ ที่จะเข้ามาปกป้ องนั้นในเมื่อมีกลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ใกล้เคียงการดําเนินการก็ย่อม มีระยะเวลา แต่เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ผมก็เรียนว่าการประสานงานทางสภาผมไม่ทราบ แต่เราก็ทราบเพียงแต่ว่าในเมื่อท่านประธานทําหนังสือไปก็จําเป็นที่จะต้องดําเนินการ ส่วนจะประสานกันด้วยวาจาอย่างไรนั้นก็เป็ นเรื่องที่กระผมก็สุดจะคาดได้ว่า จะมีการดําเนินการหรือไม่ อย่างไร แต่สิ่งนี้ไม่ใช่เป็ นการละเมิดฝ่ำยนิติบัญญัติ เรามาปกป้ อง อย่างน้อยที่สุดก็ปกป้ องสมาชิกครับ เพราะเหตุการณ์วันที่ ๗ ตุลาคม ท่านประธานจําได้ วันนั้นก็มีการปิดสภากัน คนจะเข้าคนจะออกเป็นปัญหา
มีผู้ประท้วงครับท่านรัฐมนตรี ท่านประยุทธ์ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานว่ากระผมต้องใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๓ และข้อ ๘ ประท้วงท่านประธาน กระผม พยายามรักษามารยาทในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวที่เรากําลังพิจารณา ท่านประธานเองก็ปล่อยทั้งล่างทั้งบนอยู่ตลอด ไม่เป็นไรหรอกครับท่านรัฐมนตรีครับ ถ้าหากใจกว้างพอพรุ่งนี้พูดกันใหม่ ผมอยู่ในเหตุการณ์ตลอดผมจะสะท้อนข้อเท็จจริง ให้ท่านฟังว่ามันมีการบีบคั้นอย่างไร ผมอยากจะให้วาทะสิทธิ
เพราะว่าท่านอภิปรายนั้นนะครับ ผมฟังคําประท้วงท่านจบแล้วนะครับ ในการที่ ท่านรัฐมนตรีตอบแล้วนอกเหนือจากการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ ผมจะวินิจฉัยให้ เชิญคุณประยุทธ์นั่งเถอะครับ ท่านรัฐมนตรีท่านก็ใช้สิทธิพาดพิงนะครับ แล้วก็พาดพิงมา ว่าสิ่งที่ผมพูดท่านคิดว่าไม่เป็นจริง เราก็ต้องฟังเหตุผลท่าน เชิญคุณประยุทธ์นั่งเถอะครับ แล้วท่านรัฐมนตรีสาทิตย์เชิญต่อครับ เชิญท่านนั่งเถอะครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ท่านประธานครับ ท่านประธานรู้คนอย่างผมไม่ใช่คนเกเร ผมยังไม่พูดจบท่านบอกว่าผมประท้วงจบแล้ว ที่ผมกําลังจะแสวงหาความร่วมมือของทุกฝ่ายทั้งล่างทั้งบน ผมไม่เจตนาที่อยากจะให้ต่อ ความยาวสาวความยืดด้วยซํ้าไป เพราะผมเป็นสมาชิกสภาผมคิดว่าท่านประธานเอง จะต้องทําหน้าที่อย่างแหลมคม โดยข้อบังคับ ข้อ ๘ ที่ท่านมีอํานาจ ผมคิดว่า ท่านประธานจะต้องใช้ดุลยพินิจ ถ้าแลกกันไปแลกกันมาประท้วงกันไปประท้วงกันมา เดี๋ยวแฉลบมาถึงผม ผมบอกพาดพิงถึงผมอีก ไม่จบครับท่าน
ผมใช้ดุลยพินิจครับ ท่านสาทิตย์ก็ใช้สิทธิพาดพิงแต่ก็ต้องขอรวบรัดด้วยนะครับ
ท่านประธานผมเรียนประเด็นสั้น ๆ สุดท้ายครับว่าเหตุการณ์ที่ทําไปก็ไม่ใช่เป็นการละเมิด ฝ่ายนิติบัญญัติแต่ก็เป็นการป้ องกันไม่ให้เกิดเหตุเกิดขึ้น เป็นการป้ องกันสมาชิกด้วย ถ้าท่านประธานจําได้ครับ วันนี้สภาแห่งนี้ลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็มีกลุ่มคนที่ไปชุมนุมหน้าสภาแล้วก็มีการทุบทําร้ายรถของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ปรากฏเป็นข่าวโดยทั่วไป เพราะฉะนั้นก็คือนี่เป็นการปกป้ องไม่ให้เกิดปัญหาใด ๆ เกิดขึ้น ในนามรัฐบาลเองเราก็ได้ขออภัยต่อทุกฝ่ายที่ทําให้เกิดความไม่สะดวกรวมถึง พี่น้องประชาชนด้วย เพียงแต่กระผมต้องเรียนเรื่องนี้เพราะว่าไม่อย่างนั้นคนจะเกิด ความเข้าใจผิด ผมคิดว่าเป็นสิทธิท่านประธานครับที่จะบอกว่าท่านรับไม่ได้ที่ทหารเข้ามา อยู่ในสภาเสมือนเป็นการละเมิด แต่กระผมก็มีสิทธิตั้งคําถามครับว่า ในวันที่ ๗ ตุลาคม และวันต่อเนื่องกันนั้น กําลังตํารวจจํานวนมากเข้ามาสู่ที่นี่ เข้ามาอยู่ในสภานี้ ไม่มีใครพูด เลยครับว่านั่นเป็นการละเมิดฝ่ายนิติบัญญัติ ผมเพียงแต่เรียนเปรียบเทียบเท่านั้นเอง แล้วก็คิดว่าวันพรุ่งนี้ถ้ามีการอภิปรายก็คงจะต้องมีการชี้แจงในจุดประเด็นที่เราต้องทํา หน้าที่ในการปกป้ องรักษาสภาและสมาชิกต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ
คุณสุนัยไม่ต้องพาดพิงแล้วครับ ผมไม่อนุญาตให้ประท้วงนะครับ เพราะว่าไม่อย่างนั้น ก็ไม่จบครับ แล้วร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เราก็เดินหน้าต่อไม่ได้ครับ คุณสุนัยใช้สิทธิ ประท้วงหรือครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผมใช้สิทธิประท้วง ท่านประธาน เพราะว่าเมื่อสักครู่นี้ท่านประธานก็ปล่อยให้ท่านรัฐมนตรีนั้นได้ ทําผิด ข้อบังคับ ชี้แจงเกินกว่าที่พาดพิงและยังตวัดมาเชือดเฉือนผมอีก โดยคําว่า พวกท่าน ผมใช้คําว่า พวกท่าน ยังยืนยันอีกนะครับ ก็พวกท่านนั่นแหละ และทําการแอบแฝง ท่านครับ ผมไม่ชี้แจงอะไรมาก ผมอภัยให้ท่าน และตัดกรรมเสียไม่ต้องต่อความยาว แต่ที่ผมให้ท่านพูดยาวเลยนั่นนะ ท่านกําลังแสดงท่าทีที่ขุดหลุมฝังตัวท่านเอง ทางการเมือง กราบขอบพระคุณครับ
ดอกเตอร์พีรพันธุ์จะใช้สิทธิอภิปรายหรือจะประท้วงครับ อภิปรายใช่ไหมครับ ถ้าอภิปราย เดี๋ยวผมขอสลับมาทางนี้นะครับ ตามคิวที่จดไว้ก็จะเป็นนายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ท่านผู้อภิปรายตอนนี้ผมขอเวลาอย่างนี้ครับ เนื่องจากมีผู้อภิปรายหลายท่าน ก็ขอใช้เวลา ท่านละ ๗ นาทีก็แล้วกันนะครับ ยังเหลืออีกหลายท่านครับ ท่านนายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ คุณเจริญประท้วงหรือครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ ในฐานะวิปฝ่ายค้าน ผมขอความกรุณาท่านประธาน อย่างนี้ได้ไหมครับว่า เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีความสําคัญ การที่จะกําหนด ระยะเวลาในการให้เหตุผล ให้ข้อมูลต่าง ๆ นั้นขอความกรุณาท่านประธานเถอะครับว่า อย่าไปกําหนดเลย เราจะได้ฟังว่าแต่ละท่าน วันนี้เราได้นั่งฟังมาตั้งหลายชั่วโมงนี่ มีเหตุผลกันทั้งนั้น แล้วก็กฎหมายฉบับนี้เป็นที่สงสัยอยู่อีกอย่างหนึ่งที่เรานั่งฟังอยู่ คือเพียงแต่ยกเลิกแล้วก็ยกฐานะสํานักงานขึ้นมาเป็นกรมเท่านั้นเอง เราอยากจะนั่งฟังกันอยู่ ฉะนั้นเหตุผลท่านสุนัยก็ดี ท่านสมาชิกหลายท่านก็ดี ถ้าเกิดฟังตั้งแต่เช้ามาล้วนแต่มี เหตุผลกันทั้งนั้น ฉะนั้นในกฎหมายสําคัญอย่างนี้ขอความกรุณาท่านประธานเถอะครับ อย่าไป ๗ นาทีหรือกี่นาที เอาเหตุผลของแต่ละท่านที่นําเสนอมาให้พวกเราได้มีโอกาสได้ นั่งฟัง ขอความกรุณาท่านประธานอย่ากําหนดเลย
ผมวินิจฉัยอย่างนี้ครับ เหตุผลในการอภิปรายก็เป็นเรื่องสําคัญ แต่เวลาในการอภิปราย ก็จะต้องมาพิจารณาประกอบด้วย ผมเพิ่งกลับจากการประชุมไอพียู ก็ให้อภิปรายกัน ท่านละ ๔ นาทีเท่านั้นเองนะครับ ผมขออย่างนี้ครับ เดินสายกลางเอาสัก ๑๐ นาทีนะครับ ท่านละ ๑๐ นาที แล้วถ้าเกิดท่านใดอภิปรายยังมีเนื้อความสําคัญแล้วยังไม่จบผมก็จะต่อ ให้ครับ ผมใช้วิจารณญาณทุกครั้งอยู่แล้ว ก็ขอเชิญนายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ๑๐ นาทีครับ
(นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านพีรพันธุ์ประท้วงหรือครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานเมื่อกี้นี้ที่ผมยกมือขึ้น ประท้วงไว้ก่อน แต่ว่าเครื่องเสียงขัดข้อง ผมจะขออนุญาตท่านประธานครับ ก่อนที่จะให้ ท่านผู้อภิปรายอภิปรายต่อไป คือผมฟังคําชี้แจงของท่านรัฐมนตรีท่านพูดผมก็รู้สึกทันทีว่า ท่านพูดพาดพิงมาถึงพวกผม กล่าวหาหลายเรื่อง สุดท้ายก็คือเรื่องการที่พวกเราเข้ามา สภาไม่ได้ เมื่อวันพุธผมก็มาอยู่ที่ถนนราชวิถีครับท่านประธาน เห็นสภาพอย่างนั้นแล้ว รั้วลวดหนาม ทั้งรถกั้นเป็นชั้น ชั้น ชั้น ผมไม่เข้า แต่ท่านบอกท่านยังเข้าทางอื่นได้ โดยสะดวก
ถ้าเป็นเรื่องนี้ผมต้องขอความกรุณาไม่ต้องประท้วงแล้วครับ เพราะว่าถ้าจะหารือก็ไป หารือพรุ่งนี้ หรือจะเป็นกระทู้ถามสดอะไรก็ว่ากันไปนะครับ
คือแต่ละคนก็อธิบายในแง่มุมของตนเอง ผมก็บอกว่ามันไม่มีเกียรติที่จะเข้ามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ควรจะเข้ามาทํางาน ท่ามกลางอาวุธกับสิ่งที่มาห้อมล้อมสภาอยู่นะครับ
เรื่องที่ ๒ ที่ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีพูดถึงเรื่องการใช้สื่อ ส่วนตัวผมเคยพูดกับท่านนะครับว่าทําไมคน
สรุปแล้วท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์ประท้วงเรื่องอะไรนะครับ
ก็ประท้วงคําชี้แจงของรัฐมนตรี ท่านบอกว่าท่านจําเป็นต้องใช้สื่อ ใช้ทีวีของรัฐเพื่อชี้แจง แล้วก็กล่าวหาว่าทีวีช่องอื่น เว็บไซต์ช่องอื่นนี่ไปทําลาย ไม่เคารพต่อสถาบัน ท่านกําลังกล่าวหาประชาชนไม่เคารพ ต่อสถาบัน แล้วมันพาดพิงไปถึงพวกผมด้วย ผมก็ฝากท่านรัฐมนตรีไปแล้ว บอกเอาอย่างนี้ไหมครับ ช่องหอยม่วงท่านจัดเวลาให้พวกผมหน่อยได้ไหม ท่านรัฐมนตรี เคยได้ดูไหมครับรายการ วันจันทร์ใครจัด วันพุธใครจัด วันศุกร์ใครจัด เปิดมาดูจะเจอ อาจารย์เจิมศักดิ์ เสรี วงษ์มณฑา และอีกคนเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง รายการท่านไปดูเนื้อหา มันสิครับ ถ้าท่านดูเนื้อหาแล้ว ท่านรัฐมนตรีครับ มาอ่านบทความของอาจารย์สุกัญญา สุดบรรทัด สมาชิกวุฒิสภา เป็นผู้สอนสาขานิเทศศาสตร์มานานปี ลูกศิษย์ลูกหานี่มีอยู่ ทั่วประเทศ บทความวันที่ ๒๒ มีนาคม สื่อกับสังคม
ท่านเลยการประท้วงไปแล้วนะครับ ผมขอให้ท่านนั่งลงเถอะครับ
ถ้าท่านจะชี้แจงนี่ก็ขอให้ชี้แจงอย่างมีสติ และใช้สื่ออย่างมีสติ ตามที่บทความนี้ได้บอกไว้ ไม่อย่างนั้นแล้วคนก็จะไม่เคารพ ไม่ฟังสื่อที่ท่านกําลังจะใช้อยู่ ต้องย้อนกลับไปดูของท่านเองครับ
ต้องขอให้ท่านสรุปด้วยนะครับ ไม่อย่างนั้นก็จะประท้วงกันกลับไปกลับมานะครับ เรื่องพวกนี้ก็เก็บไว้หารือในวันพรุ่งนี้นะครับ คุณผ่องศรี ธาราภูมิ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอหารือ ท่านประธานเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการอภิปรายนะคะ เมื่อช่วงเช้าตอนที่ท่านรัฐมนตรี เสนอร่างกฎหมายนี่ท่านเสนอทั้ง ๒ ร่าง คือร่าง พ.ร.บ. วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... แล้วก็ร่าง พ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จากนั้นท่านประธาน ชัย ชิดชอบ ที่ท่านนั่งทําหน้าที่อยู่ในช่วงเวลานั้น ท่านได้ถามสมาชิกว่าให้พิจารณารวม หรือว่าแยกการพิจารณา โดยดิฉันจําได้นะคะ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านเจริญ จรรย์โกมล ก็ได้ลุกขึ้นบอกว่าให้พิจารณาแยก แต่ว่าเมื่อกี้ที่ท่านได้ลุกขึ้นถามว่าท่านรัฐมนตรี ยังไม่ตอบเรื่องของการยกขึ้นมาเป็นกรมนี่ ดิฉันคิดว่ามันจะอยู่ในร่างที่ ๒ ดิฉันก็เลยขอ ความชัดเจนว่าที่จริงแล้วถ้าเราสามารถอภิปรายรวมกันไปเลยทั้ง ๒ ร่างและลงมติ ทีละฉบับก็จะดีนะคะ เพราะว่ายังมีผู้อภิปรายอีกหลายท่าน แล้วก็เป็ นเรื่องที่มี ความสําคัญ ดิฉันเองก็อยากจะเปิดโอกาสให้เพื่อนสมาชิกอภิปราย แต่ว่าบางคนก็มา ถามว่าเขาจะรอร่างที่สองหรือร่างแรก เพราะเป็นเนื้อหาเดียวกันค่ะ
ผมขอวินิจฉัยนะครับ เมื่อเช้าท่านประธานท่านได้พูดไปอย่างนั้น แต่ผมเห็นว่าจริง ๆ มันเป็ นเรื่องคล้ายคลึงกัน ถึงแม้ว่าหลักการจะแตกต่างกันบ้าง ก็ขอเป็ นมติ ที่ประชุมเลยได้ไหมครับว่าเราอภิปรายรวมกันไป แต่เดี๋ยวการลงมติอาจจะลงมติ แยกฉบับ เพื่อความสะดวกแล้วก็การอภิปรายจะดําเนินไปได้อย่างรวดเร็ว
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีท่านใดติดใจนะครับ ก็เป็ นอันว่าเราอภิปรายรวมกันไปนะครับ เชิญ นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ท่านละ ๑๐ นาทีนะครับ คุณผ่องศรีขอสักนิดหนึ่งครับ
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่ต้องไปย้อนทางนะคะ เพราะว่าเมื่อเช้านี้ผู้ที่เสนอร่าง ร่างของเพื่อนสมาชิก ท่านรัฐมนตรีเสนอแล้วทั้ง ๒ ร่าง แต่ว่าเพื่อนสมาชิกที่เป็นเจ้าของ ร่างยังไม่ได้เสนอ อันนี้ถ้าเกิดว่าที่ประชุมจะเห็นเป็นอย่างไรนะคะ
ก็ต้องเป็นไปตามนั้นนะครับ เพราะว่าเมื่อเราพิจารณารวมผมก็จะต้องให้สิทธิผู้ที่เสนอร่าง ได้อภิปรายก่อนนะครับ ร่างของ คุณไพจิต ศรีวรขาน กับคณะ เป็นผู้เสนอ
ขออภิปรายแสดงเหตุผลครับ ขอเชิญคุณไพจิต ศรีวรขาน ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
หลักการ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ เพื่อกําหนดให้สํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติเป็นกรม วัฒนธรรมวิถีชีวิตและภูมิปัญญา (แก้ไขมาตรา ๓๗ (๕))
เหตุผล โดยที่เป็นการสมควรยุบเลิกสํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรม แห่งชาติ เปลี่ยนเป็นกรมวัฒนธรรมวิถีชีวิตและภูมิปัญญาเพื่อทําหน้าที่รับผิดชอบงาน ด้านวัฒนธรรมวิถีชีวิตและภูมิปัญญา จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
รายละเอียดดังที่ได้กราบเรียนต่อท่านสมาชิกเพื่อโปรดพิจารณา ท่านประธานที่เคารพครับ โดยความตั้งใจแท้จริงแล้วก็ต้องการให้ยกฐานะของสํานักงาน วัฒนธรรมแห่งชาติขึ้นมาทําหน้าที่เป็นหน่วยงานที่ใหญ่ขึ้นในระดับกรม แท้จริงแล้วเจตนา ที่สําคัญจริง ๆ ก็ต้องการให้ทําหน้าที่ในการส่งเสริมในการพัฒนา ในการรักษาเชิดชู บทบาทภารกิจของงานวัฒนธรรมให้เป็นกระบวนที่มีประสิทธิภาพ มิได้มีเจตจํานงเพียง บอกว่าให้มีอธิบดี มีรองอธิบดี มีความเติบโตทางด้านงานบริหารราชการแต่อย่างใด แต่ว่าต้องการให้มีเจ้าภาพหลักแล้วมีงบประมาณ มีคนมีการจัดการในการบริหารงาน ทางวัฒนธรรมที่จะเป็นการพัฒนาให้เป็นสมบัติของลูกของหลานของชาติบ้านเมือง ฟังคําอภิปรายของสมาชิกหลายท่านแล้วก็วิตกว่าถ้าได้ใส่ความคิด แนวทาง เจตนารมณ์ ของกระผมและท่านสมาชิกในพรรคเพื่อไทย ซึ่งได้เสนอไว้ร่วม ๒ ปี ในร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้เนื่องจากเห็นว่าขณะนี้งานวัฒนธรรมได้เข้าไปถึงชีวิตจิตใจของพี่น้องประชาชน ไม่ได้มีเจตจํานงเฉพาะมีคณะกรรมการวัฒนธรรมในระดับชาติที่วันนี้เอาท่านนายกรัฐมนตรี มาเป็นเจ้าภาพใหญ่ มีคณะกรรมการวัฒนธรรมระดับจังหวัด มีคณะกรรมการวัฒนธรรม ระดับอําเภอรวมไปถึงตําบลครับ มีความจําเป็นอย่างยิ่งที่ความชัดเจนในการจัดองค์กร เหล่านี้จะต้องเข้าไปถึงเพื่อนํามาสู่กระบวนการบริหารจัดการ มียุคสมัยที่เปลี่ยนไป เมื่อมีวัฒนธรรมจังหวัด มีเจ้าภาพเยอะแยะกระจายไปสู่วัฒนธรรมอําเภอ แต่ยังไม่ได้เป็น หน่วยงานที่ถูกต้องก็ยุบพวกวัฒนธรรมอําเภอกลับมาอยู่จังหวัด งานที่ทําเชื่อมต่องาน วัฒนธรรมเป็นอัมพาตไปหมด ยังดีเมื่อสมัยที่พรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาลเขาพยายาม จัดองค์กรเหล่านี้ออกไป แต่ว่าหน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพหลักก็ยังมีความจําเป็นต้องฝาก เรื่องนี้กับทางรัฐบาล ผมเข้าใจว่าในชั้นการพิจารณาในรายละเอียดจะต้องมองว่า ในระดับจังหวัดทําอย่างไร ศักยภาพที่เป็นรูปธรรม ในระดับอําเภอทําอย่างไร องค์กรของ งานวัฒนธรรมอําเภอ ในระดับตําบลทําอย่างไร ท่านจําเป็นต้องมีวัฒนธรรมไปอยู่ตาม อบต. ตามเทศบาลหรือแค่ไหน อย่างไร ก็จําเป็นต้องคิดถึงงานเหล่านี้เพราะมันเป็น การสืบทอดจิตวิญญาณของพี่น้องประชาชนมาสู่ภาคของรูปธรรมในการที่จะทําให้งาน วัฒนธรรมของเราอยู่คู่บ้านคู่เมือง เพราะฉะนั้นกระผมและมวลสมาชิกพรรคเพื่อไทยก็ขอ เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขอขอบพระคุณครับ
คุณผ่องศรี ธาราภูมิ จะเสนอไหมครับ สําหรับผู้เสนอร่างผมจะไม่จํากัดเวลานะครับ เชิญคุณผ่องศรี ธาราภูมิ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน ขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ นะคะ เพื่อเป็นตัวแทนของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็น ผู้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
ซึ่งมีหลักการสําคัญก็คือ การแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พุทธศักราช ๒๕๔๕ ในเรื่องของกระทรวงวัฒนธรรมนะคะ โดยกําหนดให้สํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติเปลี่ยนเป็นกรมวัฒนธรรม วิถีชีวิตและภูมิปัญญา ซึ่งเป็นการแก้ไขในมาตรา ๓๗ (๕) นะคะ
สําหรับเหตุผลนั้นก็สืบเนื่องจากได้มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติ วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งมีการปรับปรุงโครงสร้างแล้วก็มีการจัดตั้งกองทุน วัฒนธรรมวิถีชีวิตและภูมิปัญญาและในคณะกรรมการบริหารกองทุนก็จะได้มีโครงสร้าง ของอธิบดีกรมวัฒนธรรมวิถีชีวิตและภูมิปัญญา แล้วก็เพื่อให้งานของกระทรวงวัฒนธรรมนั้น ได้มีกลไกการทํางานที่มีประสิทธิภาพ สามารถขับเคลื่อนภารกิจที่สําคัญ เพราะว่า ปัจจุบันนี้ทางกระทรวงวัฒนธรรมเองแม้จะมีระดับชาติแล้วก็พอลงไปในระดับจังหวัดก็จะ มีเพียงวัฒนธรรมจังหวัดใช่ไหมคะ แล้วก็มีวัฒนธรรมอําเภอแต่ก็ยังไม่ได้มีกลไกมือไม้ ที่จะช่วยขับเคลื่อนงาน มีเพียงงานที่ทําโดยภาคประชาชนแล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นถ้าหากได้มีการยกฐานะสํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ แล้วก็ เปลี่ยนเป็นกรมวัฒนธรรมวิถีชีวิตและภูมิปัญญาก็จะทําให้มีภารกิจแล้วก็มีกลไก การทํางานที่มีประสิทธิภาพ สามารถสร้างวัฒนธรรมให้เป็นรากฐานในการพัฒนาชาติ ให้เจริญก้าวหน้า ให้คนไทยของเราให้ไปสู่เป้ำหมาย เป็นคนที่มีวัฒนธรรมแล้วก็มีค่านิยม พื้นฐาน คุณลักษณะคนไทยที่พึงประสงค์ ดิฉันและคณะก็ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังกล่าว สําหรับรายละเอียดนั้นเพื่อนสมาชิกจะได้อภิปรายในเวลาต่อไป ขอขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปขอเชิญคุณพัฒนา สังขทรัพย์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพัฒนา สังขทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอ ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... พร้อมด้วยหลักการ และเหตุผล
คุณพัฒนาครับ เรากําลังอภิปรายกันเรื่องกระทรวงวัฒนธรรมอยู่นะครับ
ก็ใช่สิคะ กฎหมายพวงไม่ใช่หรือคะ
เป็นร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... ครับ คุณพัฒนา สังขทรัพย์ กับคณะ เป็นผู้เสนอด้วยนะครับ
ใช่ค่ะ มันจะมีกฎหมายอยู่ ๒ ร่างใช่ไหมคะ
ครับ
ร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... แล้วก็อันนี้ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งยังไม่ได้เสนอ
ก็ตกลงเสนอทั้ง ๒ ร่างเลยนะครับ
เมื่อเช้าเสนอไปแล้วค่ะ
อ๋อ ร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... คุณพัฒนาเสนอไปเมื่อเช้าแล้ว ใช่ไหมครับ
เสนอไปเมื่อเช้าแล้วค่ะ
ขออภัยครับ ผมไม่ได้เข้ามาทําหน้าที่ ขออภัยด้วยครับ
บันทึกหลักการและเหตุผล ประกอบ ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พุทธศักราช ๒๕๔๕ เพื่อกําหนดให้สํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เปลี่ยนเป็นกรมวัฒนธรรมวิถีชีวิตและภูมิปัญญา (แก้ไขตามมาตรา ๓๗ (๕))
เหตุผล โดยที่เป็นการสมควรยุบเลิกสํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรม แห่งชาติ และเปลี่ยนเป็น กรมวัฒนธรรมวิถีชีวิตและภูมิปัญญา เพื่อทําหน้าที่รับผิดชอบ งานด้านวัฒนธรรมวิถีชีวิตและภูมิปัญญา จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
๑. สรุปสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เหตุผลและความจําเป็นในการเสนอร่างพระราชบัญญัตินี้ก็คือ
โดยที่เป็นการสมควรยุบเลิกสํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ และเปลี่ยนเป็นกรมวัฒนธรรมวิถีชีวิตและภูมิปัญญา เพื่อทําหน้าที่รับผิดชอบงาน ด้านวัฒนธรรมวิถีชีวิตและภูมิปัญญา รวมทั้งกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมวิถีชีวิต และภูมิปัญญา จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
๒. สาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติ
๒.๑ ยุบเลิกสํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ในกระทรวง วัฒนธรรม และจัดตั้งกรมวัฒนธรรมวิถีชีวิตและภูมิปัญญา ในกระทรวงวัฒนธรรม (ร่างมาตรา ๓ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๗ (๕))
๒.๒ โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และเงินงบประมาณของสํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวง วัฒนธรรม ไปเป็นของกรมวัฒนธรรมวิถีชีวิตและภูมิปัญญา กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อเป็น การรองรับกิจการและบุคลากรจากสํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติเดิม
๒.๓ กําหนดการรองรับบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ คําสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีใด ที่อ้างถึงสํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรม แห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของสํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ให้ถือว่าบทบัญญัติ แห่งกฎหมายนั้นเป็นของกรมวัฒนธรรมวิถีชีวิตและภูมิปัญญาค่ะ
ต่อไปขอเชิญคุณนิอาริส เจตาภิวัฒน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดชัยภูมิ พรรคชาติไทยพัฒนา กระผมพร้อมด้วยเพื่อนสมาชิกจากพรรคชาติไทยพัฒนา ใคร่ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... พร้อมด้วยบันทึกหลักการและเหตุผล ดังนี้
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พุทธศักราช ๒๕๔๕ เพื่อกําหนดให้สํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เปลี่ยนเป็นกรมวัฒนธรรมวิถีชีวิตและภูมิปัญญา (แก้ไขมาตรา ๓๗ (๕))
เหตุผล โดยที่เป็นการสมควรยุบเลิกสํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรม แห่งชาติ และเปลี่ยนเป็นกรมวัฒนธรรมวิถีชีวิตและภูมิปัญญา เพื่อทําหน้าที่รับผิดชอบ งานด้านวัฒนธรรมวิถีชีวิตและภูมิปัญญา จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
กระผมพร้อมด้วยคณะจึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มาเพื่อให้ สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณารับหลักการเพื่อผ่านร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ขอกราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปท่านผู้อภิปรายผมขอสักคนละ ๑๐ นาที นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ อย่างที่ท่านสมาชิกได้ปรึกษาท่านประธานว่า ในเรื่องของวัฒนธรรมนี้ เป็นเรื่องใหญ่เพราะเป็นเรื่องของกรอบแนวความคิด แล้วก็เป็ นเรื่องของการออกแบบ เป็นเรื่องของจินตนาการ เพราะฉะนั้นถ้าอย่างไรเสียท่านประธานจะได้ยืดหยุ่นเรื่องเวลา ให้สมาชิกได้อภิปรายได้กว้างขวางมากขึ้นก็จะเป็นเรื่องที่ดี ผมต้องขอกราบขอบพระคุณ ทางคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ที่ได้นํากฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ คือ ร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยกระทรวงวัฒนธรรมมาให้สภาได้พิจารณารับหลักการ ในวาระที่หนึ่ง กระผมได้พิจารณาร่างของทางคณะรัฐมนตรีและร่างของเพื่อนสมาชิกอีก ทั้ง ๔ ร่าง รวมทั้งหมด ๕ ร่างแล้วก็พบว่าทั้ง ๕ ร่างนั้นเห็นสมควรที่สภาจะได้รับหลักการ แล้วก็ส่งให้กรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาแล้วก็ปรับปรุงให้เหมาะสมเพื่อที่จะได้เป็น กฎหมายที่ใช้สําหรับในการกําหนดกรอบวิถีชีวิตของความเป็ นคนไทยที่จะมี ความสามารถที่จะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความปกติสุข แล้วก็ที่สําคัญก็จะต้องมีเอกลักษณ์ มีความยั่งยืน มีเสน่ห์ และเป็นที่ยกย่องเชิดชูของชาวโลกนะครับ เรื่องวัฒนธรรมนั้นเป็น เรื่องของวิถีชีวิตตลอดชีวิตของมนุษย์ตั้งแต่ก่อนจะเกิดจนกระทั่งถึงตาย ในเรื่อง วัฒนธรรมของแต่ละชุมชน แต่ละท้องถิ่น แต่ละประเทศ นั้นมักจะมีต้นกําเนิดมาจาก พื้นฐานทางด้านศาสนาทั้งสิ้น ซึ่งในประเทศไทยนั้นพุทธศาสนานั้นก็เป็นศาสนาที่มีผู้ที่ ถือปฏิบัติแล้วก็ยึดถือเป็นศาสนาประจําชาติถึงเกือบกว่า ๙๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็วิถีชีวิต ต่าง ๆ ซึ่งได้พัฒนามาจนเป็นวัฒนธรรมในการดําเนินชีวิตนั้นก็ล้วนแต่มาจากพื้นฐาน คุณธรรมตามพระพุทธศาสนาทั้งสิ้น ซึ่งไม่แตกต่างจากศาสนาอื่น ๆ ในแต่ละภูมิภาคนั้นที่ มีพี่น้องประชาชนนับถือศาสนาแตกต่างหลากหลายนั้น พื้นฐานทางศาสนานั้นก็เป็น พื้นฐานของวัฒนธรรมที่ชุมชนท้องถิ่นและภูมิภาคยึดถือมาปฏิบัติเช่นเดียวกัน ทีนี้ในระยะเวลาที่ผ่านมาก็มีความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางด้านของวัตถุ และในเรื่องของทุน ก็ทําให้วัฒนธรรมต่าง ๆ นั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก ผลของการเปลี่ยนแปลงนั้นก็เป็ นธรรมดา เป็ นธรรมชาติของโลกมนุษย์นะครับ แต่ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นบางครั้งถ้าหากว่ารัฐไม่ได้มีการควบคุมที่ดีวัฒนธรรม หลายอย่างมันก็จะเป็นความเสื่อม เมื่อเป็นความเสื่อมพี่น้องประชาชนที่ยึดคุณค่าทาง วัฒนธรรมเหล่านั้นก็เป็นพี่น้องประชาชนที่อาจจะไม่มีความสุขและอาจจะอยู่ในสังคม ด้วยความขัดแย้ง แล้วก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหา แล้วก็ทําให้การปกครองเป็นไปด้วย ความยากลําบาก สุดท้ายแล้วความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติและของชุมชนท้องถิ่น เหล่านั้นก็มีปัญหา ทางกระทรวงวัฒนธรรมได้เสนอร่างนี้ผ่าน ครม. ร่วมกับผองเพื่อน สมาชิกนั้น ได้กําหนดให้คณะกรรมการซึ่งเป็นเปรียบเสมือนสถาปนิกในการออกแบบ วัฒนธรรมของชาติ โดยคิดคํานึงถึงทุกกระทรวงที่รับผิดชอบภารกิจการงานของประเทศ แต่ผมได้ศึกษาในองค์ประกอบของคณะกรรมการแล้วก็รู้สึกเป็ นห่วง เพราะว่า หลายกระทรวงไม่ได้มีส่วนร่วมในการเป็นคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ยกตัวอย่าง กระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงกลาโหมก็ไม่ได้เป็นกรรมการ ซึ่งกระทรวงกลาโหมนั้น ก็ดูแลกําลังพลหลายแสนนาย ในส่วนของข้าราชการตํารวจ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ก็ดูแลข้าราชการตํารวจถึงกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ราย ก็ไม่ได้มีโอกาสเข้าไปนั่งเป็ น คณะกรรมการในส่วนนี้ ตลอดจนสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือมหาเถรสมาคม ก็ไม่มีตัวแทนมาเป็ นคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ซึ่งก็น่าคิดว่าวัฒนธรรม หรือศาสนามันแยกกันหรืออย่างไร หรือตัวแทนของศาสนิกอื่น ๆ เช่นอธิบดีกรมการศาสนาซึ่งมีหน้าที่เผยแผ่หลักธรรมทาง พุทธศาสนาและศาสนาอื่น ๆ ในประเทศไทย ในส่วนนี้ก็จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเปิดให้ ตัวแทนของศาสนิกที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในแง่คุณค่าของศาสนาแต่ละศาสนานั้น เข้ามานั่งเป็นคณะกรรมการด้วย อันนี้ผมก็ขอตั้งข้อสังเกตฝากให้ท่านกรรมาธิการ วิสามัญและทางรัฐบาลได้พิจารณาด้วยนะครับ สืบเนื่องจากวัฒนธรรมนั้นเป็นเรื่อง วิถีชีวิต เพราะมนุษย์มีความแตกต่างจากสัตว์เดียรัจฉานก็เพราะเรื่องของศาสนา เรื่องของคุณธรรม เรื่องของปัญญา มนุษย์เกิดมาก็เป็นมนุษย์ หากว่าไม่ได้รับการบ่ม อบรมจากการศึกษาในทางโลกก็ดี ในทางธรรมก็ดี ก็คงจะไม่สามารถที่จะเข้าสังคม ด้วยกันได้ แม้นว่ามีการศึกษาในทางโลกแล้วก็ตาม ศึกษาในทางธรรมแล้วก็ตาม แต่ในประเทศหนึ่งเป็นธรรมชาติว่าจะต้องมีหลายศาสนา หรือแต่ละศาสนาจะมารวมกันได้ แล้วอยู่ด้วยกันได้ นั่นละครับต้องใช้ค่านิยมร่วมของศาสนาต่าง ๆ ซึ่งคณะกรรมการ วัฒนธรรมนี่ละครับจึงมีหน้าที่มาทําให้เกิดวัฒนธรรมร่วมสมัยระหว่างลัทธิความเชื่อ ศาสนาต่าง ๆ ที่จะมาหลอมรวมกันแล้วก็ออกแบบเป็นวัฒนธรรมร่วมสมัยเพื่อให้ พี่น้องประชาชนในชุมชน ในท้องถิ่น ในประเทศชาติ แล้วก็เร็ว ๆ นี้ก็จะต้องขยาย อาณาเขตว่าอาณาเขตประเทศนั้นจะไม่ใช้พรมแดนทางภูมิศาสตร์แล้ว จะใช้พรมแดน ทางด้านชีววิทยา จะใช้พรมแดนทางด้านอื่น ๆ เป็นพรมแดน อย่างเช่น ประเทศไทยนั้น ก็ต้องขยายเป็นอาเซียน หรือในหลาย ๆ ภูมิภาคของโลกก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น วัฒนธรรมนั้นเราอย่าไปยึดมั่นถือมั่นว่าจะต้องเป็นวัฒนธรรมเมื่อ ๑๐๐ ปี ๑,๐๐๐ ปี ที่แล้วเรื่อยไป ทุกอย่างนั้นจําเป็นจะต้องมีวิวัฒนาการ แต่การวิวัฒนาการนั้นคงจะปล่อย ให้เป็นตามธรรมชาติไม่ได้ จะต้องมีรัฐหรือมีภูมิภาคมาร่วมกันกําหนดวัฒนธรรม ที่พึงประสงค์เพื่อที่จะให้ประชาชนในชุมชน ในท้องถิ่น ในประเทศชาติ หรือในภูมิภาค หรือแม้กระทั่งในองค์กรโลก นั้นสามารถที่จะอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุข ผมขออนุญาต เปรียบเทียบมนุษย์แต่ละคนก็เหมือนกับชิ้นส่วนอะไหล่หรือเป็นเหมือนไม้หน้าสาม นายช่างเฟอร์นิเจอร์ (Furniture) หรือเป็นไม้กระดานต่าง ๆ ก็ดี จะมาประกอบเป็น เฟอร์นิเจอร์เพื่อใช้งานก็จําเป็นจะต้องไปลบเหลี่ยมเสียก่อน จําเป็นจะต้องไปปรับปรุงไม้ ให้เข้ากันดีเสียก่อนจึงจะมาประดิษฐ์รวมกันเป็นชิ้นงานชิ้นหนึ่งได้ ปัจจุบันสังคม ประเทศไทยก็อยู่ในช่วงของการวิวัฒนาการเช่นเดียวกัน แล้วก็หลาย ๆ ปรากฏการณ์นั้น ก็บ่งบอกว่าประชาชนคนไทยนั้นยังเป็นไม้หน้าสามกัน ยังเป็นไม้ซุงกันบ้าง เป็นไม้จิ้มฟัน กันบ้าง ยังไม่ได้มีการมาปรุงไม้ เรียกว่า มาปรุงไม้ เพราะฉะนั้นงานวัฒนธรรมนั้นก็คือ การปรุงประชาชนโดยอาศัยกิจกรรม โดยอาศัยวิถีชีวิตตั้งแต่เกิดจนตายนั่นละครับ เพื่อที่จะให้เกิดการถ่ายทอดรูปแบบที่สามารถที่จะหลอมรวมกิจกรรมในการดํารงชีวิต หรือการหลอมรวมวิถีชีวิต ความรู้สึกนึกคิดต่าง ๆ เข้าด้วยกันได้ ผมขอเรียนท่านประธานว่า ในระยะหลังนี้สังคมไทยนี้ ขออนุญาตนิดหนึ่งนะครับ การที่จะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นนั้นมันหมดไปจากสังคมไทยแล้ว คนที่นั่งเครื่องบินก็ไม่คุยกัน คนที่นั่งรถทัวร์ก็ไม่คุยกัน คนนั่งสองแถวอาจจะคุยกันบ้าง คนไปตลาดก็ไม่ค่อยคุยกัน เข้าห้างไม่ค่อยคุยกัน เพราะฉะนั้นการแลกเปลี่ยนถ่ายเท ทางความรู้สึกนึกคิด ความเชื่อต่าง ๆ นั้นมันได้หมดไปจากสังคมเป็ นอันมากแล้ว มันก็เลยเหลือการเรียนรู้ทางรูปแบบก็คือโรงเรียน หรือในมหาวิทยาลัย หรือในองค์กร ของแต่ละองค์กรไป เพราะฉะนั้นกระทรวงวัฒนธรรมจําเป็นจะต้องสร้างเวทีแห่งการ เรียนรู้เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้สึกนึกคิดแล้วก็คุณค่าหรือแม้กระทั่งเรื่องของสติปัญญา ความเชื่อต่าง ๆ หรือวิถีชีวิต หรือภูมิปัญญาต่าง ๆ ก็ดีให้มากขึ้น ให้มากที่สุดอย่างไม่มี ประมาณ เพราะฉะนั้นรูปแบบการออกแบบสังคมในส่วนนี้นั้นก็ฝากคณะกรรมการ วัฒนธรรมแห่งชาติ ได้ฝากไปคิดคํานึงด้วยว่าจะสามารถออกแบบมาในรูปแบบใดบ้าง โดยสรุปประเด็นที่ผมฝากก็คือว่าฝากปลัดกระทรวงทุก ๆ กระทรวงให้เป็นคณะกรรมการ ในคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาตินะครับ
ในประเด็นอีกประเด็นหนึ่งก็คือว่ากองทุน ประเด็นของกองทุนวัฒนธรรม ก็มีความเห็นเช่นเดียวกับเพื่อนสมาชิก ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านสุวโรช พะลัง ก็อยากให้มารายงานกิจการต่อสภาผู้แทนราษฎรปี ละครั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้ทาง สภาผู้แทนราษฎรได้ให้ข้อคิดความเห็นต่าง ๆ เพื่อที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนางาน ทางด้านวัฒนธรรมต่อไป แล้วก็การพัฒนาวัฒนธรรมนั้นก็อยากจะให้ท้องถิ่นนั้น มีความสําคัญเป็ นอันดับหนึ่ง ในส่วนกลางนั้นให้มีความสําคัญเป็ นอันดับรอง เพื่อเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นนั้นได้ใช้จินตนาการและได้ใช้พัฒนาการอย่างมีส่วนร่วมของ พี่น้องประชาชน หากเป็นวัฒนธรรมที่บังคับแล้วก็คงไม่ยั่งยืนนะครับ วัฒนธรรมที่ไม่ยั่งยืน เราเรียกว่า นวัตกรรม นวัตกรรมก็เป็ นชิ้นงานที่หยาบ ๆ ออกแบบมาเพื่อรณรงค์ เป็นครั้งคราว แต่ถ้าหากว่าประชาชนนั้นมีความรู้สึกว่าอยากจะใช้วิถีชีวิตแบบนั้น อยากจะใช้กิจกรรมหรือเทศกาลอย่างนั้นในการที่จะเป็นของที่ยั่งยืนกับชุมชนท้องถิ่นแล้ว เราจึงจะเรียกสิ่งนั้นว่าวัฒนธรรม เช่น วัฒนธรรมในเรื่องของสุขภาพปัจจุบันก็เสื่อม เป็นอันมาก วัฒนธรรมในการบริโภคที่มากเกินไป วัฒนธรรมในการประชุม เราก็ยังไม่มี วัฒนธรรมในการประชุมที่เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดกันดีเท่าที่ควร วัฒนธรรมในการชุมนุม เรียกร้องทางการเมือง ก็ยังไม่มีรูปแบบวัฒนธรรม ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้ก็อยากจะให้ทาง คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติได้ออกแบบแล้วก็ให้ทุกท่านมีส่วนร่วม แล้วก็อย่าบังคับ ท้องถิ่นจนเกินไป กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ต่อไปเชิญคุณคมเดช ไชยศิวามงคล ผมจดเรียงตามลําดับไว้แล้วนะครับ ถ้าฝ่ายค้านก็จะมีคุณคมเดช
ท่านประธานครับ กราบเรียน ช่วยอ่านชื่อคนต่อไปสัก ๓-๕ คนด้วยครับ
จะเป็นคุณคมเดช ไชยศิวามงคล คุณวัชระ เพชรทอง คุณนิยม เวชกามา คุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล คุณเรวัต สิรินุกุล คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง ดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว
ท่านประธานครับ ช่วงก่อนได้ เรียกชื่อท่าน ส.ส. ที่อยู่ ท่านเรวัตตั้งแต่เช้าแล้วครับ
จะขอให้คุณเรวัตก่อนใช่ไหมครับ ได้ครับ เชิญคุณเรวัต สิรินุกุล ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรม แห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยรัฐบาล แล้วก็ของสมาชิกเกือบทุกพรรคนะครับ เมื่อสักครู่ ผมได้ฟังท่านสุนัย จุลพงศธร ต้องขอประทานโทษเอ่ยนามท่าน ถ้าฟังดี ๆ ท่านประธาน ฟังให้เข้าใจดี ๆ ท่านพูดดีนะ พูดแล้วก็เข้าใจ แล้วก็ยกตัวอย่างซึ่งท่านมีความรู้เยอะ พอสมควร ยกตัวอย่างต่างประเทศในเรื่องของวัฒนธรรม ความเป็นมาจนกระทั่งเติบใหญ่ อย่างไร ๆ ท่านก็ได้คุยให้ฟัง ก็น่ารับฟังครับ ทีนี้ผมก็เลยอยากจะกราบเรียนว่า ผมเห็นด้วยนะครับ ผมเห็นด้วยที่ท่านพูดมาเรื่องวัฒนธรรมว่าต้องให้กว้างกว่านี้ ให้ก้าวไกลกว่านี้นะครับ ที่เป็นอยู่จากปี ๒๔๘๕ จนถึงวันนี้ปี ๒๕๕๓ ๖๘ ปี คํานิยามนี้ ไม่เปลี่ยนแปลงเลยนะครับท่านประธาน ไม่เปลี่ยนแปลงเลย ขออนุญาตอ่านนะครับ วัฒนธรรม หมายความว่า ลักษณะที่แสดงถึงความเจริญงอกงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความกลมเกลียวก้าวหน้าของชาติ และศีลธรรมอันดี ของประชาชน ในนี้พูดชัดเจนอย่างนี้ แต่ของท่านสุนัยพูดไกลไปกว่านั้นอีก พูดไปไกลกว่า อีกครับ ซึ่งกระผมก็เห็นด้วย ก็ฝากท่านประธานกับท่านรัฐมนตรีครับ เรียนท่านรัฐมนตรี เลยว่าสิ่งที่จะก้าวไกลไปขนาดไหนก็ฝากท่านไว้ แล้วก็สุดแท้แต่ว่าคณะกรรมาธิการ วิสามัญจะพิจารณา แต่ผมเห็นด้วยว่าน่าจะเติมลงไปด้วย เพราะว่าไม่อย่างนั้นอีก ๒๐ ปี หรือ ๓๐ ปี ๔๐ ปี ๕๐ ปีเราก็ต้องมาแก้ไขกันอีก นี่เราก้าวหน้าไปเลย และอีกมาตราหนึ่ง ในมาตรา ๖ ท่านก็ได้บอกว่า น่าจะหมายถึง เพิ่มไปอีกครับ ให้มีปลัดกระทรวงกระทรวงอื่น ที่หมายถึงว่าทางการผลิตและทางการเมือง ผมก็เห็นด้วยนะครับ ก็เห็นด้วยว่า ท่านสุนัยท่านมีความคิดก้าวหน้า จริง ๆ แล้วบางทีท่านสมาชิกทั้งหลายบางทีท่านก็พูดไป อะไรต่ออะไรไป ก็ดูว่าจะอย่างโน้นอย่างนี้ แต่จริง ๆ พูดแล้วมีสาระพอสมควรนะครับ ท่านสุนัยนี่ เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากเรื่องนี้ครับ ฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าถ้าเติมได้ไม่เสียหายอะไรแล้วเป็นประโยชน์เติมไปเถอะครับ แก้ไขไปเลย ในทํานองเดียวกัน เพราะว่าจริง ๆ แล้วทั้งหมดไม่ได้แก้อะไรมาก เพราะมาถึงวันนี้ เพียงแต่ว่าท่านต้องการตั้งหรือเปลี่ยนแปลงเป็นกรมวัฒนธรรมวิถีชีวิตและภูมิปัญญา เท่านั้น นี่คือสาระสําคัญที่แท้จริง เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นอย่างนี้ผมก็ฝากท่านไปด้วยว่า น่าจะเปลี่ยนแปลงไปในคราวเดียวกันเลย ทีนี้มาดูในมาตรา ๒๒ ในมาตรา ๒๒ น่าสนใจ แล้วกระผมเองก็ไม่ทราบว่าในกฎหมายเก่าที่อยู่ในกฎกระทรวงได้มีเป็นอย่างไร ถ้าเป็นไปได้ ท่านรัฐมนตรีก็ตอบให้กระผมได้รับฟังสักนิดหนึ่งว่า สิ่งที่ปัจจุบันนี้ศิลปินแห่งชาติ ได้รับประโยชน์การตอบแทนจากเงินกองทุนที่กําหนดไว้มีอะไรบ้าง ได้เดือนละเท่าไรครับ และมีเขาเรียกว่าประโยชน์เกื้อกูล ค่ารักษาพยาบาล ค่าอะไรต่ออะไรนี่มีไหมครับ เท่าไรครับ แล้วเมื่อมาเปลี่ยนแปลงเป็นกรมนี่จะได้มากขึ้นไหมครับ แล้วมีกฎหมายรองรับ ชัดเจนนี่จะระบุไว้เป็นบัญชีไหมครับ แล้วก็จะได้มากขึ้นไหมครับ แต่ถ้าหากว่าได้น้อยลง กระผมไม่เห็นด้วยนะ ท่านประธานครับ กระผมไม่เห็นด้วย ท่านรัฐมนตรีไหน ๆ จะทําทั้งที เพื่อให้คนทั้งชาติเป็ นประโยชน์ ศิลปิ นแห่งชาติก็ดีทั้งหลายนี่ จริง ๆ แล้ว ต้องยอมรับว่าศิลปินแห่งชาติจริง ๆ เราไม่ค่อยได้สนใจเท่าไร และไม่ค่อยได้รู้จัก แล้วพอมารู้จักเข้าก็เกือบสาย อายุก็สูงขึ้น อะไรก็มากขึ้น ก็เลยไม่รู้ว่าท่านทั้งหลายดี อย่างไร แล้วก็มีชีวิตอยู่กันอย่างไร เพราะว่าเราไม่ได้ดูแล เสมือนหนึ่งไม่ได้ดูแลเขาเลย เวลาประกาศขึ้นมาก็รู้เลยว่าศิลปินแห่งชาติ แต่ไม่ได้ดูแลคลุกคลีเหมือนกับศิลปิน ทั่ว ๆ ไปที่แสดงกันอย่างนี้ เขามีรายได้มีค่าครองชีพมีอะไรดีมากอย่างนี้เป็ นต้น ก็เลยอยากจะรู้ครับท่านประธานครับ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีชี้แจงให้ทราบหน่อยนะครับว่า ในปัจจุบันนี้เขามีค่าครองชีพอยู่กันอย่างไร และรัฐบาลดูแลอย่างไร ชี้แจงให้ทราบหน่อยนะครับว่าในปัจจุบันนี้เขามีค่าครองชีพอยู่กันอย่างไร แล้วรัฐบาล ดูแลอย่างไรนะครับ ท่านประธานครับ พูดถึงวัฒนธรรมประจําชาติไทย ท่านรัฐมนตรีครับ ประจําชาติไทยอะไรครับ เท่าที่ผมดู เท่าที่ผมเห็น ที่มีประจําชาติไทยเราก็คือการไหว้ ถูกไหมครับ ใช่ไหมการไหว้ อย่างนี้ไหว้วัฒนธรรมประจําชาติไทย ก็สวยงามมีเสน่ห์ ทั่วโลกก็รู้ เมื่อกี้ฟังท่านสมาชิกได้พูดกันเยอะเกี่ยวกับในภาคต่าง ๆ ในภาคกลาง ผมก็มีนะ ในภาคกลางก็มีแต่ก็ยังไม่มีใครพูดถึง อย่างในภาคกลางก็แล้วกันเขามีว่า ร้องรําทําเพลง อีแซวอย่างนี้ รําเหย่ยอย่างนี้ ท่านประธานเคยได้ยินไหมครับรําเหย่ย ที่จังหวัดกาญจนบุรี อําเภอพนมทวนรําเหย่ยเยอะ เขาก็รําสวยงาม แต่ไม่เคยมีว่าได้เป็น ศิลปินแห่งชาติในเรื่องรําเหย่ยเลย ไม่เข้าขั้นหรืออย่างไรผมก็ไม่ทราบ มีวัฒนธรรมตรงนี้ ไหมครับ วัฒนธรรมอย่างนี้มีไหมครับ ก็เลยอยากจะฝากไว้ด้วยว่าศิลปินอะไรทุกแขนง มันน่าจะมีว่า แขนงนี้ สาขานี้ ในนี้ก็บอก กฎหมายมีบอกไว้แต่ละสาขากําหนดสาขา คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ ถ้ามีอย่างนี้ ในกฎหมายรองรับ อย่างนี้ก็น่าจะมีทุกสาขา ในขณะนี้ก็อยากฟังครับ ผมก็อยากฟังครับท่านประธานครับ ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า มีสาขาอะไรบ้างที่ขณะนี้เป็นศิลปินแห่งชาติ เพราะจริง ๆ ผมก็เชื่อว่าท่านสมาชิกทั้งหลายที่อยู่นี่ก็ไม่ค่อยได้รู้จักกัน จะมาบอกว่ารู้ทั้งหมด ผมไม่เชื่อ เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีได้ช่วยกรุณาบอกให้หน่อย ผมถามไปหลายข้อ ท่านจดหรือยังครับ ให้จดไว้นะหลายข้อแล้ว แล้วก็ช่วยบอกให้รับทราบด้วย เพื่อว่าจะได้ ไปบอกเขาว่าต่อไปนี้ในจังหวัดกาญจนบุรีรําเหย่ยจะได้เป็นศิลปินแห่งชาติแล้ว แล้วก็จะมี เงินเดือนเท่าไร มีอะไรเท่าไร ๆ อย่างนี้เป็นต้น นี่คือสิ่งที่กระผมเห็นด้วยนะ ผมเห็นด้วย จริง ๆ ว่าท่านรัฐมนตรีมาทําในเรื่องนี้ก็เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ก็คิดว่าสิ่งเหล่านี้ เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จริงอยู่ แต่ว่าเป็นประโยชน์แล้วก็เป็นไปในอนาคตด้วย จึงอยากจะฝาก ที่เรียนมาแล้วว่าให้ท่านประธานผ่านไปทางรัฐมนตรีว่า เมื่อผ่านสภาในวาระแรกนี้แล้วไป วาระที่สอง แล้วก็ไปพิจารณาวาระที่สามก็แล้วแต่ก็ขอให้ท่านได้ปรับปรุง ผมเห็นด้วย จริง ๆ ต้องยํ้าอีก ต้องยํ้าแล้วยํ้าอีกว่าที่ท่านสุนัยพูดมาเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แล้วก็เป็นเรื่องที่ น่าจะต้องเอาไว้ใช้ ในเรื่องวัฒนธรรมพูดไกลไปกว่านี้แล้วก็พูดไปถึงมาตรา ๖ ด้วยว่า ควรจะมีปลัดในทางการเมืองอย่างนี้เป็ นต้น ผมก็คงจะกราบเรียนไว้เท่านี้ครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณมากครับ
ท่านสมาชิกครับ ผมขอหารืออย่างนี้ได้ไหมครับ ร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เราใช้เวลามานานพอสมควรแล้ว แล้วเดี๋ยวเรามีร่างพระราชบัญญัติที่สําคัญที่น่าจะต้อง ผ่านสภาในวันนี้คือ ร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... ผมจะขอความกรุณาเรายุติการอภิปรายได้ไหมครับ แล้วผมจะให้ท่านรัฐมนตรีธีระ สลักเพชร ได้สรุปอีกครั้งหนึ่ง สําหรับท่านที่ยกมือค้างไว้เดี๋ยวก็ไปอภิปราย ในร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... อย่างนี้จะได้ไหมครับ เพราะว่าไม่อย่างนั้นร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... ก็จะไม่สามารถนําเข้าได้ในวันนี้ ซึ่งเป็นพระราชบัญญัติที่สําคัญนะครับ เชิญคุณวัชระ เพชรทอง ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้ แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ตามที่ท่านประธานได้หารือนั้นผมก็ต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่า ผมมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติ
ถ้าจําเป็นก็ขอเชิญอภิปรายแล้วก็รวบรัดสักนิดหนึ่งครับ ท่านนิพิฏฐ์ด้วยครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ผมก็ใช้เวลาที่ท่านประธานกําหนดให้ไม่เกินจากนี้ละครับ ท่านประธานครับ วัฒนธรรม ของชาติไทยนั้นเป็นวัฒนธรรมที่นานาชาติต่างทึ่งในความเป็นชาติไทย ในความเป็น คนไทย เรามีนิสัยโอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และมีรอยยิ้มที่งดงาม และยอมรับ ในความแตกต่างของผู้คนไม่ว่านับถือศาสนาใด ท่านประธานอาจจะชอบสีแดง และชอบอย่างยิ่ง ผมอาจจะชอบสีเหลือง และชอบสีฟ้ำและรักที่สุด ท่านประธานครับ การที่ท่านประธานชอบสีแดงไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย ในขณะเดียวกันเราก็ยอมรับ ความคิดเห็นที่แตกต่าง ท่านประธานยังไปปราศรัยที่เวทีเสื้อแดงก็เป็ นสิทธิของ ท่านประธาน แต่ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรีได้นําเสนอมานี้รวมแล้ว ๒๖ มาตรา เพื่อต้องการแก้หรือยกเลิกร่างเดิม ประทานโทษ พระราชบัญญัติฉบับเดิมซึ่งตราขึ้นไว้ในปี ๒๔๘๕ ซึ่งกระผมก็ยังไม่เกิด แต่กฎหมายฉบับนี้ชราภาพมากแล้ว เป็นเวลา ๖๐ กว่าปี ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น เมื่อนํามาเสนอใหม่ในยุคที่ท่านรัฐมนตรีธีระ สลักเพชร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง วัฒนธรรม ผมขอสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง และโดยเฉพาะในมาตรา ๔ ที่ได้ให้ความหมายไว้ว่า วัฒนธรรม หมายความว่า ลักษณะที่แสดงถึงความเจริญงอกงาม ความเป็นระเบียบ เรียบร้อย ความกลมเกลียว ก้าวหน้าของชาติ และศีลธรรมอันดีของประชาชน ท่านประธานครับ ผมอยากจะสะท้อนท่านประธานให้ท่านประธานได้รับทราบไปยัง คณะรัฐมนตรี เพื่อได้รับรู้ว่าปัจจุบันนี้นั้นสภาพสังคมไทยเป็นอย่างไร โดยเฉพาะในสังคม แถบชานกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ มีสมาชิกหลายท่านได้ลุกขึ้นอภิปรายบอกว่า มีเด็ก ๆ ไม่ยกมือไหว้ ถ้าผู้ใหญ่ซึ่งไม่น่าเคารพก็ไม่ควรยกมือไหว้ครับ แต่สําหรับผมนั้น เมื่อลงไปพบเด็ก ๆ นักเรียนในเขตหนองแขม บางแค ภาษีเจริญ น้อง ๆ นักเรียน ก็ยกมือไหว้เพราะอะไรครับ เพราะเราไปบอกนักเรียน ลูกหลานของพี่น้องประชาชน ให้เป็นเด็กดีของคุณพ่อคุณแม่ เชื่อฟังครูบาอาจารย์ เชื่อฟังบิดามารดา กลับไปแล้ว ให้ช่วยพ่อแม่ทํางานบ้าน ท่านประธานครับ สังคมในกรุงเทพฯ นั้นเป็นเรื่องที่น่าวิตก และน่าเป็นห่วง ซึ่งท่านประธานก็คงทราบดีจากหลาย ๆ ปัญหาที่เกิดขึ้น ท่านประธานครับ พูดไปก็เป็ นความเจ็บชํ้าของคนที่เป็ นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะพ่อแม่ ครอบครัวต่าง ๆ นั้นก็รู้สึกเจ็บชํ้าไม่ยิ่งไปกว่าเพราะอะไรครับ เพราะวัฒนธรรมอันดีงามนั้น นับวันจะค่อย ๆ หายไป ท่านประธานครับ นักเรียนทุกวันนี้ก็ปรากฏว่า วิชาพระพุทธศาสนาก็แทบจะไม่มีให้เรียนหรือถ้ามีก็น้อยมาก วิชาประวัติศาสตร์ก็แทบจะ ไม่มีหรือถ้ามีก็น้อยมาก ซึ่งอย่างนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการก็ต้องไปทํา การปรับปรุงหลักสูตร เพราะวัฒนธรรมโดยรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมนั้นจะไม่สามารถ ที่จะสร้ำงวัฒนธรรมอันดีงามของชาติได้เลยถ้าปราศจากความร่วมมือจาก กระทรวงศึกษาธิการ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ทุกวันนี้ท่านประธานก็ขับรถ ประทานโทษ ท่านประธานอาจจะมีพลขับ ถ้าท่านประธานสังเกตนะครับ บริเวณท้ายรถปิคอัพ (Pickup) หลายคันครับ ท่านประธานอย่าคิดว่าผมจะพูดถึงสติ๊กเกอร์สีแดง มิได้ครับ แต่เป็ นสติ๊กเกอร์ภาพผู้หญิงกําลังถอดกางเกงในมีติดอยู่มากมายเหลือเกินครับ มีการพิมพ์ออกมาแล้วก็ขายแล้วก็ติดกัน ผมก็ไม่เข้าใจครับว่าติดทําไม ภาพสติ๊กเกอร์ ผู้หญิงกําลังถอดกางเกงในที่ท้ายรถกระบะ ท้ายรถยนต์ มีประเทศไทยประเทศเดียวครับ ที่ติดสติ๊กเกอร์ในลักษณะอย่างนี้ ผมว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ประทานโทษ ก็ต้องไปทําการรณรงค์นะครับ ถ้ามีสติ๊กเกอร์อย่างนี้ติดมาก ๆ ก็เป็นการยั่วยุทางหนึ่ง เหมือนกัน วัฒนธรรมของประเทศเรานั้นชายไทยเมื่ออายุครบ ๒๐ ปี ก็ต้องไปบวช เพื่อทดแทนคุณของบิดามารดา แต่ปรากฏว่าแม้กระทั่งคนที่ใส่สูท (Suit) ผูกเนคไท (Necktie) บางคนก็ยังไม่มีความกตัญํูต่อบิดามารดา ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ไม่เคารพต่อแม่บังเกิดเกล้าอันนี้ก็มีครับ ท่านประธานครับ แสดงว่าสภาพที่ใส่สูท ผูกเนคไท ไม่ได้หมายความว่าเป็นคนที่มีจิตใจสูง อาจจะเป็นคนที่มีจิตใจตํ่าก็เป็นได้ แล้วท่านประธานทราบไหมครับว่า ในขณะนี้ มีการตั้งตู้เรี่ยไรเงินที่บริเวณตลาดบ่อหลา เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ตั้งตู้เรี่ยไรเงิน ข้างถนนครับ ผมว่ากระทรวงวัฒนธรรมหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไปตรวจสอบว่า ถ้ามีการเรี่ยไรเงินประชาชนอย่างนั้นผิดหรือถูกกฎหมายอย่างไร แต่ผมในฐานะที่เป็น นักกฎหมายทราบว่าถ้าไม่มีการอนุญาตจากทางราชการไม่อาจที่จะจัดให้มีการเรี่ยไรเงิน ข้างถนนได้โดยเด็ดขาด ท่านประธานที่เคารพครับ สภาพปัจจุบันได้สะท้อนให้เห็นว่า วัฒนธรรมไทยนั้นน่าเป็นห่วงครับเพราะอะไรครับ เพราะอ่านจากสื่อมวลชนซึ่งเป็นกระจก ส่องสังคมเราก็จะเห็นว่าสื่อมวลชนนั้นบางส่วนเลือกแอบอิงผลประโยชน์กับคนที่มีเงิน แล้วฉุยฉายลอยหน้าลอยตาอ้างจรรยาบรรณอันจอมปลอม เผยแพร่ข่าวสารข้อมูล ที่มอมเมาพี่น้องประชาชน มีความรุนแรงปรากฏตามหน้าหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ นานา ท่านประธานครับ การมอมเมาข่าวสารข้อมูลกับพี่น้องประชาชนนั้นถึงขั้นที่ว่า จะเปลี่ยนแปลงประเทศของเรา เปลี่ยนแปลงประเทศของเราไม่ให้คนมีความจงรักภักดี ท่านประธานครับ ทําถึงขนาดนั้น สิ่งนี้น่าเป็นห่วงครับท่านประธานครับ ท่านประธาน ในฐานะซึ่งเป็นผู้อาวุโสกว่า ท่านประธานก็เคยให้คําปฏิญาณในการจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ แต่ปัจจุบันนี้นั้นกลับมีคนที่พยายามลบล้างวัฒนธรรม อันดีงามอันนี้ ผมเชื่อว่าท่านประธานก็วิตก ผมก็วิตกในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และอยากจะกราบเรียนพรรคการเมืองทุกพรรค พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ รวมไปถึง เพื่อนข้าราชการทุกกรม กอง โดยเฉพาะเกี่ยวกับความมั่นคง ปัจจุบันนี้นั้นภัยที่ร้ายแรง ต่อวัฒนธรรมอันดีงามของชาติไทยคือภัยที่จะลบล้างค่านิยมในความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ท่านประธานครับ ในสมัยที่ผมเป็นนักเรียนผมได้กล่าว คําปฏิญาณอันนี้หน้าเสาธงตั้งแต่เป็ นเด็กนักเรียนครับ และในที่สุดเมื่อมาเป็ น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมกล่าวคําปฏิญาณเอาไว้ในสภาผู้แทนราษฎรก่อนทําหน้าที่นี้ อย่างไรผมก็ต้องประพฤติและปฏิบัติเช่นนั้นในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ และที่สําคัญอย่างยิ่งคือการจงรักภักดีต่อสถาบันสําคัญของชาติ ท่านประธานครับ ปัจจุบันมีการใช้วัฒนธรรมทางการเมืองที่รุนแรง ท่านประธานทราบดีว่า ถึงขั้นที่มีการเทเลือดก็ไม่อาจพิสูจน์ทราบได้ว่าเป็นเลือดคนกี่เปอร์เซ็นต์ เลือดสัตว์ ชนิดต่าง ๆ กี่เปอร์เซ็นต์ แต่บรรดาแม่ค้าในตลาดหนองแขมบอกผมว่าเช้าวันนั้นขาดเลือด ที่จะจําหน่ายให้กับพี่น้องประชาชนในการทําอาหารของชาวอีสาน ท่านประธานครับ การเทเลือดไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ทางการเมืองของประเทศเราแต่ก็เกิดขึ้นแล้ว ท่านประธานคิดไหมครับว่าสิ่งนี้หมายความว่าอย่างไร และเอาเลือดนั้นไปเทหน้าบ้าน คนอื่น ไปเทหน้าพรรคการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ ไปเทหน้าทําเนียบรัฐบาล ท่านประธานครับ นี่คือวัฒนธรรมอันดีงามของประเทศเราหรืออย่างไร ท่านประธาน ที่เคารพ ปรากฏว่าเขาพยายามรณรงค์ไม่ให้มีการเคารพสถาบัน ไม่เคารพศาลยุติธรรม ไม่เคารพองคมนตรี ไม่เคารพผู้ใหญ่ ไม่เคารพคนดีของสังคม กลับไปเคารพยกย่องคนโกง คนทุจริต คนทําผิดกฎหมายแต่รํ่ารวยเงินทองมหาศาล ท่านประธานครับ ไม่จริง หรอกครับคนรวยแล้วไม่โกง รวยแล้วบางคนก็ยิ่งโกงและนี่คืออันตรายของสังคมไทยเรา คนรวยแต่โกงทําอะไรก็ถูกหมดครับ แต่คนจน ๆ ซึ่งสุจริตทําอะไรก็ผิด ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในฐานะที่ท่านประธานเป็นผู้อาวุโสท่านประธานต้องเป็นหลักให้กับสังคม และทั้งพูดทั้งคิดให้เป็ นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ไม่ใช่ว่าถ้าเราชอบกัน ให้เอ็ม ๑๕๐ (M150) แต่ถ้าไม่ชอบให้เอ็ม ๗๙ (M79) อย่างนี้ก็ไม่ไหวครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะเห็นวัฒนธรรมไทยยอมรับในความคิดเห็นที่แตกต่าง ยิ้มเข้าหากันแม้จะมีความคิดที่แตกต่างกัน ขอให้เราเป็ นเพื่อนคนไทยที่ยอมรับ ในความคิดที่แตกต่างและเป็นคนไทยเหมือนเดิมทุกประการ ขอบคุณครับ
ก็ต้องขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ เหลืออีก ๒ ท่าน คุณคมเดช ไชยศิวามงคล แล้วก็จะ เป็นคุณนิพิฏฐ์ เชิญคุณคมเดชครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล ส.ส. จังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย กราบเรียนท่านประธานครับ ผมเห็นคุณสุนัยพูดถึงเรื่องวัฒนธรรมแห่งชาติจากมาตรา ๔ ผมคิดว่าทางรัฐบาล ที่เสนอมามันได้ประโยชน์น้อยไป มันแคบไปตามที่ดูย้อนหลังไปตั้งแต่ปี ๒๔๘๐ ปี ๒๔๘๔ ปี ๒๔๘๕ ๖๐-๗๐ ปีที่ผ่านมากับร่างใหม่ ๒๕-๒๖ มาตราตรงนี้นะครับ ส่วนใหญ่มันจะ เป็นกลุ่มของฝ่ายบันเทิงแค่นั้นเอง ความจริงมันน่าจะครอบคลุมไปถึงด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านการเมือง ด้านความมั่นคง เป็นหลักด้วย มีตัวอย่างครับท่านประธาน อย่างประเทศเกาหลีก็เอาหนังมาฉายในบ้านเรา แดจังกึมอย่างนี้ แล้วเขาก็ทะลวงเข้ามาในจุด จุดนี้มาทําการตลาดในด้านสินค้าต่าง ๆ ตัวอย่าง เช่น เสื้อผ้า หรืออะไรต่าง ๆ ที่ผ่านมา แม้แต่การมาเป็นตลาดของภาษา เราจะเห็นว่าการเรียนพิเศษมีทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาเกาหลี ภาษาจีน อย่างนี้มันสอดแทรกเข้ามาหมดแล้ว วัฒนธรรมประเพณีพวกนี้ ท่านควรจะเอาเข้าไปในกระบวนการของมันด้วย มันจะได้ประโยชน์มากกว่านี้ มันเป็น การแสดงออกถึงวิสัยทัศน์ที่อาจจะน้อยไปหน่อยนะครับท่าน ถ้าเป็นไปได้ท่านถอนร่างนี้ ออกไปแล้วก็ไปพิจารณาอย่างกว้างขวาง ระดมความคิดหลากหลาย สังคม วัฒนธรรม ประเพณี มันทําให้เกิดกฎหมายขึ้นมาจากอดีตที่ผ่านมา ไม่ว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายอะไรต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมามันทําให้ชีวิตความเป็ นอยู่ของคนแตกต่างกันไป ท่านครับ ตัวอย่างที่เราเห็นในประเทศของเรา วัฒนธรรมประเพณีด้านการเมือง ไม่ว่าการเรียกร้องนอกสภา นอกกฎหมาย มันมีผลประโยชน์แอบแฝงแตกต่างกันไป แต่การเรียกร้องต่าง ๆ อย่างที่เราผ่านมาทุกคนก็ทราบดีว่ามีเสื้อเหลือง เสื้อแดง เสื้อนํ้าเงิน แล้วก็เสื้อสีอื่น ๆ ตามมา ทั้งคนที่แอบอยู่หน้า อยู่หลัง อยู่ข้างขวา ข้างซ้าย แทรกออกมาหมดแต่มันเป็นระบอบประชาธิปไตย ตัวอย่าง เช่น การมาเรียกร้องมันมีผล อย่างไรกับบ้านเมืองบ้าง การเรียกร้องในระบอบประชาธิปไตย อย่างของกลุ่มเสื้อแดง มาแบบอหิงสา มาแบบธรรมะ มาแบบ ๑๐ นิ้ว มาแบบขันธ์ ๕ ขันธ์ ๘ มาแบบเรียบง่าย ไม่มีอาวุธ อย่างนี้มันก็ทําให้สถานการณ์ของบ้านเมืองมันคลายออกไป ซึ่งมันแตกต่างกัน กับการมาเรียกร้องแบบเสื้อสีอื่น การยึดสนามบินผลเสียหายด้านเศรษฐกิจ แบงก์กสิกรไทยประเมินว่าตกประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท การมาล้อมสภาทําให้ความเชื่อมั่นถดถอยออกไป วัฒนธรรม ประเพณีด้านกฎหมาย ด้านการเมือง ด้านตุลาการ เสื่อมถอยไป ทําให้เกิดความไม่พอใจ ของประชาชนส่วนใหญ่ส่วนรวม อันนี้ทางรัฐบาลท่านรัฐมนตรีควรจะเอาเข้ามาใน กระบวนการของวัฒนธรรมประเพณีด้วยมันจะได้เป็นประโยชน์สูงสุด เพราะว่าถ้าเรา มีวัฒนธรรมประเพณีอย่างนี้แล้ว อนาคตข้างหน้าการเมืองภาคประชาชนมันเกิดขึ้นแล้ว แต่การเรียกร้องมันจะไปในทิศทางไหน การสงบแบบสันติ อันไหนมันดี อันไหนไม่ดี อันไหนถูกต้อง อันไหนไม่ถูกต้อง อันไหนถูกแทรกแซง อันไหนไม่ถูกแทรกแซง ผมคิดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ถ้าท่านดําเนินการให้มันมีประโยชน์มากกว่านี้จะสร้างสังคม ของประเทศไทยให้มีความสุขมากขึ้น ข้อขัดแย้งจะน้อยลง เราโจมตีกัน รัฐบาลไปอยู่สีนี้ ฝ่ำยค้านไปอยู่สีนี้ ความจริงการพูดในการใช้โวหารในลักษณะต่าง ๆ มันพูดได้ ทุก ๆ ประเด็นครับท่านประธาน มันพูดได้ทุก ๆ ประเด็น อย่างเราเป็น ส.ส. ผมไปดูแล ประชาชนในพื้นที่อย่างนี้ ถ้าพูดในแนวทางของตําแหน่งหน้าที่ของ ส.ส. มันก็เป็นตําแหน่ง หน้าที่ที่จะต้องไปดูแลพี่น้องประชาชน เพราะว่ามันไม่ใช่มากันจุดไหนจุดหนึ่ง มาเกือบ ทั้งประเทศ ในความคิดผมนี่ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยก็แสดงออกถึงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ในการลงประชามติของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นี่เราไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้น สิ่งหนึ่งที่เรามองไปในอนาคตข้างหน้าก็คือการเรียกร้องประชาธิปไตย การเรียกร้อง ในภาคเอกชน เป็ นวัฒนธรรมประเพณีที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับ ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีดูข้อมูลรายละเอียดพวกนี้มันจะส่งผลถึง การบริหารประเทศด้วย เพราะว่าวัฒนธรรมประเพณี วิวัฒนาการต่าง ๆ มันเปิดกว้างมาก เราจะเห็นสังคมของสื่อมวลชนซึ่งเดี๋ยวนี้จะถูกกล่าวหาทั้ง ๒ ฝ่ายที่ดูแล้ว ถูกกล่าวหา ทั้ง ๒ ฝ่าย ถ้าออกมาเป็นเชิงลบฝ่ายค้านก็คิดไปแนวหนึ่ง ฝ่ายรัฐบาลก็คิดไปอีกแนวหนึ่ง เพราะฉะนั้นในสังคมของสื่อแทนที่จะเป็นกระจกก็กลับกลายว่าเป็นวัฒนธรรมประเพณี ที่การสื่อสารยากขึ้น โดยเฉพาะสื่อหลักซึ่งมันต่างกันกับอดีต เพราะว่าในยุคมือถือครับ ถ้าท่านสื่อสารข้อมูลที่ไม่มีความเป็นจริงออกไปมันก็สวนทางกันกับมือถือ มันสวนทางกัน กับมือถือ ลูกหลานชาวบ้านที่มาทํางานในกรุงเทพฯ หรือมาเรียกร้องในระบอบ ประชาธิปไตยเขาโทรศัพท์หากันทุกวัน เขาโทรศัพท์หากันทุกวัน ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ๆ มันเกิดขึ้นมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นในสังคมยุคนี้ถ้าเราไม่สามารถที่จะยืนหยัด เอาวัฒนธรรมประเพณีเป็นรากฐานของประเทศได้ มันจะเกิดการล้มละลายในวัฒนธรรม ประเพณีของประเทศนั้น ๆ การเอาเหตุผลมาพูดคุยแล้วก็เชื่อมโยงกันนี่ อันนี้ก็เป็น ส่วนหนึ่งในการทําลายของระบบ ตัวอย่าง เช่น ถ้าผมจะพูดว่าทําไมภาครัฐบาลไปสร้าง วัฒนธรรมประเพณีในการตั้งรัฐบาลอยู่ค่ายทหาร อย่างนี้มันก็จะไม่เข้าหู ทําไมมันเกิด เหตุการณ์อย่างนั้น ทําไมเกิดเหตุการณ์สร้างวัฒนธรรมประเพณีในสภา ทําไมมีการซื้อขาย ส.ส. กลางสภา สภาทําไมเหมือนเป็นตลาดวัวตลาดควาย ทําไมมัน ซื้อขายกันได้ อย่างนี้มันก็จะเป็นภาพลบของสภา เป็นภาพลบของภาคการเมืองไปมันก็จะ ไม่เกิดผล เพราะฉะนั้นผมคิดว่าความคิดเห็นของท่านสุนัย ท่านลองดูแง่มุมอีกมุมหนึ่ง ประเทศชาติมีรากฐานสิ่งเหล่านี้อยู่ การที่เราเอาแง่มุมต่าง ๆ ของหลายฝ่ายมาโจมตีกัน โดยเฉพาะเรื่องสถาบันมันไม่ควรเกิดขึ้นเลย อย่างพรรคเพื่อไทย ผมสรุปเลยนะครับท่าน บิ๊กจิ๋วพานายพลเข้ามา ๒๐๐ คน ๓๐๐ คน ถ้าพรรคพลังประชาชนหรือพรรคเพื่อไทย คิดล้มล้างสถาบัน มันจะมีนายพลเข้าไปถึง ๒๐๐ คน ๓๐๐ คนอย่างไร มันเป็นไป ไม่ได้เลย ท่านผู้หญิงวิริยาอย่างนี้ท่านไปจุดเทียนชัยอย่างชัดเจน อันนี้ก็อยากกราบเรียน ท่านประธานว่าสังคมวัฒนธรรมประเพณีต่าง ๆ เป็นรากฐานของประเทศ ท่านรัฐมนตรี เอาแง่มุมน้อยไปครับ ผมดูส่วนใหญ่มันเป็นสายบันเทิงทั้งนั้นเลย เอาเศรษฐกิจ เอาสังคม เอาการเมือง เอาความมั่นคงเข้าไปด้วยจะเป็นประโยชน์มากกว่านี้ครับ
ต่อไปเชิญคุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นกระผมขออนุญาตชื่นชมท่านรัฐมนตรีนะครับ ซึ่งนาน ๆ ครั้งที่ผมจะยืนขึ้นแล้วก็ ชื่นชมรัฐมนตรี ที่ผมเริ่มต้นกล่าวอย่างนี้ก็เพราะว่าผมอ่านข้อเขียนหรือว่าความเห็น ของท่านรัฐมนตรีเรื่องวัฒนธรรมในหลาย ๆ ครั้ง โดยเฉพาะใน จะเรียกว่าเป็นหนังสือ หรือจุลสารของสภาวัฒนธรรมแห่งชาติหรืออะไรก็แล้วแต่นะครับ ท่านรัฐมนตรีได้พูดถึง วัฒนธรรมในเรื่องของสังคมประชาธิปไตย ซึ่งผมคิดว่าเป็นข้อเขียนที่ดีมาก ควรได้รับ การขยายไปยังสถานการศึกษาหรือเยาวชน แต่ว่าเมื่อท่านรัฐมนตรีได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... ฉบับนี้ขึ้นมา กระผมเห็นด้วยกับเพื่อน สมาชิกหลายท่านนะครับที่ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานถึงรัฐมนตรีและ คณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นว่า คําจํากัดความของวัฒนธรรมตามมาตรา ๔ นั้นค่อนข้าง จะแคบไป ความจริงแล้วเรามีวัฒนธรรมหลายเรื่องนะครับ ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม ทางการเมืองซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้อภิปรายไปแล้ว วัฒนธรรมด้านการพูด วัฒนธรรมในการแต่งงาน วัฒนธรรมในการเคารพนับถือซึ่งกันและกัน ผมคิดว่า วัฒนธรรมมันต้องกว้างกว่าคําจํากัดความในมาตรา ๔ ซึ่งคงจะได้มีการแปรญัตติ เพื่อให้กว้างขวางยิ่งขึ้นครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อพูดถึงวัฒนธรรม เขาบอกว่า ในสังคมประชาธิปไตยนั้นความเป็นประชาธิปไตยจะมีได้ยั่งยืนหรือไม่ ประการสําคัญประการหนึ่งก็คือเรื่องวัฒนธรรมของประชาธิปไตย มันต้องดูว่า ในสังคมนั้นมันมีวัฒนธรรมในทางประชาธิปไตยหรือไม่ ถึงแม้ว่ามีการเลือกตั้งแต่ว่า สังคมนั้นไม่มีวัฒนธรรมของประชาธิปไตย ประชาธิปไตยในประเทศนั้นหรือในสังคมนั้น ก็ยากที่จะยืนยงอยู่ได้ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานเริ่มต้นอย่างนี้ก็เพราะว่าวันนี้เวลามี การพูดถึงกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานจะเห็นว่าเพื่อนสมาชิกเกือบทุกท่านได้พูดถึงเรื่อง ของการชุมนุม ได้พูดถึงเรื่องของการแสดงความคิดเห็นของประชาชนที่เกิดขึ้นในประเทศ ในขณะนี้ ท่านประธานอย่าไปกังวลหรืออย่าไปวิตกเลยครับ ผมคิดว่าคําอภิปรายของ เพื่อนสมาชิกเหล่านี้จะถูกบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ ใน ๑๐ ปี ๒๐ ปีข้างหน้าถ้าเรามาดู บันทึกการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๓ เราพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... แต่เราพูดถึงการชุมนุมการประท้วง ของผู้คนในประเทศนี้ คนที่เขาอ่านรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในอีก ๑๐ ปี ๒๐ ปีข้างหน้าเขาจะทราบเลยทีเดียวครับว่าในขณะที่เรามีการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ บ้านเมืองในขณะนี้มีการชุมนุม มีการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอย่างหลากหลาย ผมขออนุญาตพูดเฉพาะวัฒนธรรมซึ่งคิดว่าควรจะได้มีการพูดถึงในชั้นกรรมาธิการ คือวัฒนธรรมสังคมประชาธิปไตย ผมเห็นด้วยกับท่านรัฐมนตรีหลายเรื่องนะครับ ในเรื่องวัฒนธรรมของสังคมประชาธิปไตย ในสังคมประชาธิปไตยนั้นนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าการชุมนุม การประท้วง มันเกิดขึ้นและสังคมที่เป็ นประชาธิปไตยนั้นเขาสนับสนุนให้ประชาชนได้แสดง ความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุม การคัดค้าน หรือการประท้วงก็ตาม เขาสนับสนุน ทั้งสิ้นครับ แต่ว่าท่านประธานที่เคารพครับ เวลาเราอ้างถึงประชาธิปไตยนั้นผมเคยพูด หลายครั้งในสภาแห่งนี้ว่าเวลาพูดถึงประชาธิปไตยนั้นเราจะมองไปที่ประเทศอังกฤษ เรายึดถือกันทีเดียวครับว่าประเทศอังกฤษนั้นเป็นแม่แบบของสังคมประชาธิปไตย เวลาการต่อสู้ การประท้วงในขณะนี้ผู้ชุมนุม ผู้ประท้วง บอกว่าการต่อสู้ของประชาชน ในประเทศในขณะนี้เป็ นการชุมนุม การประท้วง หรือการต่อสู้ เชิงสัญลักษณ์ ของประชาธิปไตย มีการพูดอย่างนั้นครับว่ามีการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ของความเป็น ประชาธิปไตย เขามีการกล่าวอ้างว่าสังคมในประเทศนี้ไม่เป็นประชาธิปไตย เวลาเราพูดถึง ประชาธิปไตย เรายึดถือประเทศอังกฤษเป็นแม่แบบครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า มีพี่น้องประชาชนในประเทศนี้ครับ ในประเทศไทยเราหลายคนมาพบกับกระผม และบอกว่าท่านผู้แทนราษฎรเขาเข้าประเทศอังกฤษไม่ได้ เขาต้องการไปเรียนไปศึกษาต่อ หรือแม้กระทั่งไปประกอบอาชีพในประเทศอังกฤษ ผู้แทนราษฎรช่วยหน่อยเถอะ ช่วยขอวีซ่า (Visa) เข้าประเทศอังกฤษให้สักหน่อย ผมบอกว่าประเทศอังกฤษนั้นเมื่อเรา ยอมรับว่าประเทศอังกฤษเป็นแม่แบบของประชาธิปไตย คนไหนหรือมนุษย์หน้าไหน จะเข้าประเทศอังกฤษได้มันย่อมอยู่ในดุลยพินิจของประเทศอังกฤษโดยแท้ครับ แม้กระทั่ง รัฐมนตรีในประเทศนี้หลายคนไม่สามารถเหยียบย่างเข้าไปประเทศอังกฤษได้ครับ อย่าว่าขนาดรัฐมนตรีเลยครับ ขนาดนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้บางคนยังเข้า ประเทศอังกฤษไม่ได้ ทําไมล่ะครับ ทําไมเป็ นอย่างนั้นล่ะครับ เมื่อเรายอมรับว่า ประเทศอังกฤษเป็นแม่แบบของประชาธิปไตย แล้วในขณะนี้ประเทศนี้ต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ ของประชาธิปไตย ทําไมอดีตนายกรัฐมนตรีบางท่านถึงเข้าประเทศอังกฤษไม่ได้ ประเทศอังกฤษควรจะอ้าแขนยอมรับอดีตนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีเหล่านั้น ทําไม อ้างประชาธิปไตยแล้วเข้าประเทศที่เป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตยไม่ได้ล่ะครับ ผมคิดว่าโจทย์นี้ครับเป็นโจทย์ที่ประชาชนในประเทศนี้ต้องมีคําตอบ ท่านประธาน เข้าประเทศอังกฤษได้ไหมครับ ผมไม่แน่ใจ ต้องไปขอวีซ่าดูครับ คนจะเป็นประชาธิปไตย หรือไม่เขาบอกว่าต้องดูว่าเข้าประเทศอังกฤษได้หรือเปล่า ประการที่ ๑ นอกจาก ประเทศอังกฤษแล้ว เรายอมรับประเทศไหนล่ะครับที่เป็นประชาธิปไตยรองลงมา ผมคิดว่าประเทศสหรัฐอเมริกาก็น่าจะเป็นประชาธิปไตยนะครับ ท่านประธานลองขอวีซ่า เข้าประเทศสหรัฐอเมริกาดูสิครับ ใช้สิทธิไม่ได้นะครับ ไม่มีการวิ่งเต้นนะครับ ใครเข้า ประเทศสหรัฐอเมริกาต้องเป็นไปตามกฎหมายของประเทศนั้น อย่าว่าคนไทยธรรมดาเลย ครับ อดีตนายทหารบางคน อดีตนักการเมืองหลายคนเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาไม่ได้ นะครับ เหนือไปกว่านั้นครับ อดีตนายกรัฐมนตรีบางท่านไม่สามารถเหยียบย่าง เข้าประเทศสหรัฐอเมริกาได้นะครับ ทําไมล่ะครับ หรือว่าอดีตนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรี อดีตนายทหาร อดีตนักการเมือง เหล่านั้นไม่ได้เป็นประชาธิปไตยหรือครับ หรือเป็ นเผด็จการหรือครับ ทําไมประเทศที่เป็ นประชาธิปไตยไม่ต้ อนรับ อดีตนายกรัฐมนตรีที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย เป็นคําถาม เป็นโจทย์ที่ คนในประเทศนี้ต้องหาคําตอบครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไล่มา ๒ ประเทศแล้ว นะครับ ผมไล่มาจากประเทศอังกฤษ ผมไล่มาถึงประเทศสหรัฐอเมริกา ลองประเทศ เยอรมนีดูสักอีกประเทศไหมครับ ท่านประธานเข้าประเทศเยอรมนีได้ไหมครับ ผมคิดว่า ท่านประธานอาจจะเข้าได้แต่ว่าการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ที่มันเกิดขึ้นในประเทศนี้ในขณะนี้ มีบางคน ที่กลุ่มคนในประเทศไทยเราขณะนี้ครับ ยึดถือว่าเป็นแม่แบบของประชาธิปไตย เข้าประเทศเยอรมนีไม่ได้ครับ แล้วคนเหล่านั้นที่เข้าประเทศที่เป็ นแม่แบบของ ประชาธิปไตยไม่ได้
คุณนิพิฏฐ์ครับ มีผู้ประท้วงครับ คุณประเสริฐประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขอประท้วงผู้ที่กําลังอภิปรายในข้อ ๖๑ ครับ การอภิปรายต้องอยู่ในประเด็น แล้วพวกเรา ก็ได้ใช้เวลาพอสมควร สมาชิกพรรคฝ่ายค้านหลายคนจะอภิปรายก็ยังยอมเสียสละเวลา เนื่องจากอยากให้กฎหมายเกี่ยวกับอัยการได้เข้านะครับ แล้วท่านก็มาพูดในเรื่องที่ไม่ได้ เกี่ยวข้องกับเรื่องของกฎหมายที่กําลัง พิจารณาอยู่ ท่านประธานช่วยพิจารณาด้วยครับ
ผมวินิจฉัยนะครับ คุณนิพิฏฐ์กําลังอภิปรายเรื่องวัฒนธรรมของระบอบประชาธิปไตย ยังอยู่ในประเด็นนะครับ เชิญอภิปรายต่อครับ ขอจํากัดเวลา ๑๐ นาทีด้วยนะครับ
ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างแค่ ๓ ประเทศ มีเพื่อนสมาชิกท่านจุติ ขออภัยเอ่ยนามท่าน ท่านบอกว่า ทําไมไม่ยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นหรือประเทศออสเตรเลียต่อล่ะ ผมบอกเอาแค่นั้นละครับ เพราะว่าเราไม่สามารถปฏิเสธความเป็นประชาธิปไตยของประเทศอังกฤษได้เลย ถ้าใคร ปฏิเสธความเป็นประชาธิปไตยของประเทศอังกฤษยกมือขึ้นสิครับ แล้วเราจะถก เรื่องนี้กัน เราไม่สามารถปฏิเสธความเป็นประชาธิปไตยของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้หรอกครับท่านประธาน ขณะเดียวกันเราก็ไม่สามารถปฏิเสธความเป็นประชาธิปไตย ของประเทศเยอรมนีได้เลยครับ ผมยกตัวอย่างแค่ ๓ ประเทศนะครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานเพื่อตอกยํ้าถึงท่านประธานฝากไปถึงรัฐมนตรี เพื่อนสมาชิกครับว่า เวลาเรา พูดถึงเรื่องการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ของคนที่เรายึดถือว่าเป็นประชาธิปไตยนั้น กรุณาหา คําตอบให้ผมสักนิดเถอะครับว่าคนที่ท่านเทิดทูนนักเทิดทูนหนาว่าเป็นแม่แบบของ ประชาธิปไตยนั้นเท้าเหยียบประเทศที่เป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตยไม่ได้แม้แต่ เท้าเดียวครับ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นครับ ผมพูดแค่นี้ในเรื่องของประเทศที่เป็นสัญลักษณ์ ของประชาธิปไตย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตต่อเวลาท่านประธานอีกนิดเถอะครับ คราวที่แล้วท่านประธานไม่ได้มา ผมพาดพิงถึงท่านประธานค่อนข้างเยอะครับ ผมกําลัง จะบอกท่านประธานว่านอกจากสังคมประชาธิปไตยแล้ว วัฒนธรรมประชาธิปไตยแล้ว เรามีวัฒนธรรมระหว่างผู้ใหญ่กับเด็ก เรามีวัฒนธรรมของสมาชิกที่ควรจะปฏิบัติต่อกัน เรามีวัฒนธรรมประเพณีของประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรในการปฏิบัติ หน้าที่ วันที่พรรคประชาธิปัตย์เป็ นรัฐบาล ครั้งหนึ่งท่านอาจารย์มารุต บุนนาค เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ผมกราบเรียนท่านประธานว่าท่านอาจารย์มารุต บุนนาค ผมเคยต่อว่าท่าน วันนี้ผมสํานึกผิดว่าผมผิดจริง ๆ ที่ไปต่อว่าท่านอาจารย์มารุต บุนนาค ผมเคยไปต่อว่าท่านอาจารย์มารุต บุนนาค ว่าท่านมารุตครับวันที่พรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาล ท่านเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ผมไม่เคยเห็นท่านอาจารย์มารุต บุนนาค เข้าประชุมพรรคประชาธิปัตย์เลยครับ ไม่เคยเลยแม้แต่ครั้งเดียวครับ ท่านอาจารย์มารุต บอกผมว่าท่านไม่สามารถเข้าประชุมพรรคประชาธิปัตย์ได้ เพราะท่านต้องวางตัว เป็นกลางในทางการเมือง แต่ว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์ พรรคฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาล จะประสานงานท่านในเรื่องของตําแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรให้มาพบท่าน ที่สภาผู้แทนราษฎร วันนี้ผมทราบว่านั่นคือวัฒนธรรมที่ดีของท่านอาจารย์มารุต บุนนาค ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเป็นสิ่งที่ผมคิดไม่ถึงว่านั่นคือการตัดสินใจและเป็น แบบอย่างที่ดีของท่านอาจารย์มารุต บุนนาค ท่านประธานครับ ท่านประธานวาง วัฒนธรรมของประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ไม่ดี เกิดขึ้นในสังคมประชาธิปไตยครับ อย่าไปเถียงกันว่าท่านประธานขึ้นเวทีของคนเสื้อแดง เมื่อวันที่เท่าไรเลยครับ ผมจําได้ ท่านประธานขึ้นเวทีของคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๓ เวลา ๒๐.๓๐ นาฬิกา ผมอธิบายครับ ท่านประธานเริ่มต้นว่าเมื่อประธาน สภาผู้แทนราษฎรไม่ทําหน้าที่ ผมเลยต้องทําหน้าที่แทนประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านไปเอาเทปเปิดดูได้ครับ ท่านพูดเสมือนหนึ่งว่าในขณะที่ท่านยืนอยู่บนเวทีของ คนเสื้อแดงนั้นท่านได้ทําหน้าที่ของประธานสภาผู้แทนราษฎรแทนท่านชัย ชิดชอบ ท่านบอกว่าในฐานะประธานสภาผู้แทนราษฎรขอสั่งให้ทหารทําอย่างนั้น ๆ ไปเปิดเทปดูสิครับ แค่นั้นผมไม่ติดใจ ถ้าท่านประธานพูดแค่นั้นผมไม่ติดใจเลยครับ ท่านมีเหตุผลพอ ที่จะพูดได้ ผมพอรับฟังได้ว่าการประสานงานในวันนั้นไม่ดีพอ ผมยอมรับครับ ผมไม่โต้แย้งท่าน แต่ว่าวัฒนธรรมที่ท่านประธานสร้างขึ้นนั้นได้เป็นวัฒนธรรมที่เลวร้าย มากครับ ไม่น่าเชื่อ ท่านเป็นประธานที่มี ๒ บุคลิก อย่างนี้น่ากลัวมากครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานเรียกนายกรัฐมนตรีว่า รัฐบาลนี้ลักษณะ ๔ ด จําได้นะครับ
๑. คือเด็ก ไม่เคยหิว ไม่รู้ว่าความยากลําบากเป็ นอย่างไร ท่านว่า นายกรัฐมนตรี
๒. ด้าน ไม่ยุบสภา ท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎรไปยืนบนเวที แล้วบอกให้นายกรัฐมนตรียุบสภา ไม่ถูกต้องนะครับ ท่านบอกว่ารัฐบาลนี้ปล้นเขามา
๓. ท่านบอกว่า ด่า รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่ด่าฝ่ายค้าน เอาละครับ
๔. ท่านบอกว่า แดก ผมว่าเกินเลยไปนะครับ ไม่สมควรครับ ผมจะไม่ใช้ ความรู้สึก
มีผู้ประท้วงครับ ไม่ต้องประท้วงหรอกครับ ให้ท่านพูดไปจนจบ เดี๋ยวผมรับฟัง คุณประเสริฐนั่งลงเถอะครับจะได้ไม่ต้องประท้วงจะจบแล้วครับ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีธีระ ก็จะตอบ เชิญคุณนิพิฏฐ์ แต่ขอรวบรัดสักนิดไม่ต้องลงรายละเอียดนะครับ คุณประเสริฐ นั่งลงเถอะครับ คุณนิพิฏฐ์เลยเวลาไปเกือบ ๓ นาที ขอรวบรัดเลยนะครับ ผมยินดีรับฟัง แต่ทีนี้เพื่อรักษาเวลาด้วย
ขอบพระคุณท่านประธานครับ ขออนุญาตต่อรองเวลาท่านประธานนิดเดียวครับ ในคราวที่แล้วผม
คุณประเสริฐประท้วงอีกแล้ว ก็ขอเวลาอีกสัก ๑ นาทีครับ คุณประเสริฐนั่งลงเถอะครับ เดี๋ยวเราจะได้ลงมติกัน ก็ขอนาทีเดียวนะครับ ขอพวกเรานั่งลงเถอะครับ
ท่านประธานครับ เวลาผมกําลังพูดถึง ท่านประธานผมต่อรองนิดเถอะครับ ท่านจะใช้เวลาชี้แจงเท่าไรผมไม่ติดใจ ผมเคยพูด อย่างนี้ครับ ผมเสียดายและผมขอโทษท่านด้วยวันนั้นผมคิดว่าท่านอยู่ในสภา และผม บอกกับท่านประธานว่า ในคราวที่แล้วผมบอกว่าคนอย่างผมไม่อภิปรายใครลับหลัง ผมคิดว่าวันนั้นท่านอยู่ในสภาแล้วฟังผมอภิปราย แต่ว่าวันนี้เราเผชิญหน้ากันแล้ว ท่านก็ เป็นลูกผู้ชาย ผมไม่ได้ติดยศนายทหารเลยครับ ท่านยศพันเอก เรามาเผชิญหน้ากัน พูดความจริงกัน
เอาเข้าเรื่องดีกว่า ไม่ต้องยศหรอกครับ
ท่านบอกว่าท่านเสนอ ๔ ข้อ ผมกําลัง บอกว่านี่แหละครับเป็นวัฒนธรรมที่ไม่ดี เด็กมันจะเอาเป็นตัวอย่าง ท่านบอกว่า รัฐบาล ต้องยุบสภา คืนความเป็นธรรม มีเมตตา และมีความสร้างสรรค์ ท้ายที่สุดครับที่ผมกําลัง กราบเรียนท่านประธาน ท่านไปพูดถึง พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ท่านประธานอายุเท่าไร ๙๐ กว่าไหมท่านไปท้า พลเอก เปรมหรือครับ ท่านคิดได้อย่างไร อายุขนาดท่านประธานไปท้า พลเอก เปรม อายุ ๙๐ กว่าได้อย่างไร ผมไม่คิดละครับว่า นั่นเป็นคําพูดที่ออกมาจากปากของนายทหารที่ติดยศพันเอก มันต้องท้าทายคนอายุ ใกล้เคียงกันอย่างผมนี่ครับ ท่านอาจจะแก่กว่าผม ผมอาจจะเอาเปรียบท่านนิดหนึ่ง อย่าไปท้าทายคนเหล่านั้นเลยครับ ที่ผมกราบเรียนอายุไม่สําคัญหรอกครับ แต่ความดี ที่มนุษย์สร้างสมให้กับสังคม ความดีที่ พลเอก เปรม ประธานองคมนตรีสร้างสม ให้กับสังคมกับท่านประธานนั้นเปรียบเทียบกันไม่ได้ครับแม้แต่นิดเดียว ท่านประธาน ที่เคารพครับ ประธานองคมนตรีคนที่เป็นรัฐบุรุษในประเทศนี้มี ๒ ท่านเท่านั้นครับ
ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ จะจบแล้ว ใกล้จบแล้ว เชิญคุณนิพิฏฐ์ต่อรวบรัดนะครับ
รัฐบุรุษในประเทศนี้มี ๒ คนครับ มีท่านปรีดี พนมยงค์ และ ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ผมไม่กล้าตัดสินนะครับว่า ท่านประธานมีความดีอะไรบ้าง เพราะผมไม่เคยเห็น แต่ว่าถ้าเปรียบเทียบความดี ของท่านกับความดีของรัฐบุรุษเปรม ติณสูลานนท์ ท่านบังอาจมากที่ไปท้าทายรัฐบุรุษ ท่านมีความดีอะไรที่สร้างในแผ่นดินยกตัวอย่างให้ผมเห็นสักข้อเถอะครับที่กล้าไปท้าทาย ประธานองคมนตรีซึ่งเป็นรัฐบุรุษ วัฒนธรรมอย่างนี้มันไม่ควรเกิดขึ้นกับคนที่เป็น รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสบายดีไหมครับในตําแหน่งตรงนั้นในเก้าอี้ตรงนั้น ท่านบอกว่า ฯพณฯ รัฐบุรุษอย่าทําตนเป็นกรวดในรองพระบาท เงยหน้าขึ้นไปดูสิครับ เหนือศีรษะของท่านเป็นพระบรมสาทิสลักษณ์ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านทําอย่างนี้ทําไม ท่านมีเจตนาอะไรซ่อนอยู่พูดมาให้หมดเถอะครับ ถ้าท่านเป็น ลูกผู้ชายชาติทหารที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยแตะบ่าท่าน ผมไม่เคยได้รับ การแตะบ่าจากองค์พระประมุข ท่านเคย ผมกราบเรียนว่า วัฒนธรรมสิ่งที่ท่านกระทําอยู่ ในขณะนี้ เมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๓ เป็นการทําลายวัฒนธรรมของประชาธิปไตย เป็นการทําลายวัฒนธรรมของรัฐสภาโดยสิ้นเชิงครับ ไม่ควรจะทําอย่างนั้นให้เป็น แบบอย่างครับ ขอบพระคุณครับ
ผมคงไม่ต้องตอบแล้วครับ แต่ผมพาดพิงสั้น ๆ ที่ผมไปพูดอย่างนั้นเพราะว่าเรามี ความคิดเห็นแตกต่างกัน ฯพณฯ พลเอก เปรม ท่านคิดว่าบ้านเมืองต้องควบคุมกํากับ ดูแลด้วยอํามาตย์ ด้วยทหาร แล้วเมื่อนั้นชาติบ้านเมืองจะพัฒนาได้เร็วเหมือนสมัยที่ท่าน เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านคิดด้วยความรักชาติครับ ผมเองก็คิดด้วยความรักชาติ ผมคิดว่า บ้านเมืองต้องเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงเท่านั้น สถาบันจะอยู่อย่างสมพระเกียรติ แล้วก็ อยู่อย่างมั่นคงถาวร อันนี้เป็นความคิดเห็นแตกต่างกันเท่านั้นเองครับ ก็ขอเรียนพวกเรา พอสมควรแก่เวลานะครับ เชิญท่านนิพิฏฐ์ยังพาดพิงต่อหรือครับ ผมไม่ได้พาดพิง ท่านนิพิฏฐ์ต่อเลยนะครับ
ท่านประธานครับ ผมว่านี่คือหัวใจ ที่เราประชุมกันวันนี้ อย่าไปเร่งรีบเลยครับ ที่ผมกราบเรียนสังคมประชาธิปไตยนี่นะครับ
ถ้าไม่เร่งรีบเดี๋ยวก็จะมีคนประท้วง เพราะเดี๋ยวเราตกลงกันไว้ว่าจะไม่อภิปรายต่อนะครับ เดี๋ยวจะมีร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... เพราะว่า เรื่องมันเกี่ยวพันกับผมนะครับ ต้องขอให้ท่านนิพิฏฐ์พูด ผมขอนาทีหนึ่งก็แล้วกันนะครับ นาทีหนึ่ง ผมอยากจะขออย่างนี้ครับท่านสมาชิกครับ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้น ความสวยงามมันอยู่ที่การรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างนะครับ เป็นเรื่องสําคัญครับ ขอความกรุณาอย่าประท้วงเลยครับ ให้คุณนิพิฏฐ์สักนาทีหนึ่ง ขอสักนาทีหนึ่งก็แล้วกัน นะครับ
ขอบคุณครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
เชิญนั่งลงเถอะครับ
(นายวิทยา บุรณศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านวิทยาครับ
กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิก พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ ขอให้ท่านปฏิบัติหน้าที่ตามข้อบังคับ ข้อ ๘ สิ่งที่ท่านนิพิฏฐ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านได้พูดไว้ผมคิดว่าสิ่งที่ท่านประธานปฏิบัติ เป็ นเรื่องส่วนตัวแล้วก็นอกการปฏิบัติหน้าที่ในสภา เวลานี้เรามีเรื่องสําคัญ แล้วผมก็ยอมที่จะดําเนินการให้เป็นไปตามระเบียบวาระการประชุม ผมเกรงใจเพื่อนสมาชิก ท่านนิพิฏฐ์ครับ ผมคิดว่าท่านก็เกินเวลามาพอสมควรแล้ว และสิ่งที่ท่านต่อว่า ท่านประธานก็เป็นเรื่องข้างนอกไม่ได้เกี่ยวกับงานที่ปฏิบัติหน้าที่ตรงนี้ แล้วก็เป็นเรื่อง ส่วนตัวของท่านประธาน ผมคิดว่าท่านประธานก็ชี้แจงพวกเรา รับฟังพอสมควรแล้ว ขออนุญาตให้ท่านรัฐมนตรีชี้แจงเกี่ยวข้องกับร่าง พ.ร.บ. ของท่าน แล้วเราก็จะได้ พิจารณาเรื่องต่อไปครับ
ก็ขอพวกเราอย่าประท้วงนะครับ ให้คุณนิพิฏฐ์พูดอีกสักนาทีหนึ่งนะครับ
(นายไพจิต ศรีวรขาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านไพจิตนั่งลงเถอะครับ ประท้วงแล้วมันจะเสียเวลาเกินกว่านาทีนะครับ เชิญนั่งลง เถอะครับ ผมขอความกรุณาเถอะครับ เราจะได้ฟังท่านนิพิฏฐ์ ขอนาทีเดียวนะครับ มีผู้ประท้วงนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมใช้สิทธิประท้วง ท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านประธานต้องกํากับการประชุมให้อยู่ในข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ใครจะไปยกย่องชมเชยใครให้ไปใช้ สถานที่อื่น ผมว่าไว้เลยตั้งแต่เมื่อเช้าเราขอให้เปิดญัตติในเรื่องนี้ แต่ว่าก็รอมชอมกัน ก็บอกไม่เอา เพราะฉะนั้นถ้ายังจะพูดแบบนี้อีก ผมขอเป็นญัตติเลยนะครับ สลับกันพูด ใช้เวทีแห่งนี้เป็นเวทีที่ต้องถอดหัวใจพูดกันว่าใครรับใช้ใคร ผมไม่อยากเห็นภาวะแบบนี้ครับ ท่านประธาน ผมขอความกรุณาขอเป็นพรุ่งนี้ครับ
ก็ขออย่างนี้ครับ คุณนิพิฏฐ์จะขอเวลานาทีเดียวก็ฟังคุณนิพิฏฐ์สักนาทีหนึ่งนะครับ ขออนุญาตไม่ต้องประท้วงก็แล้วกันครับ ก็ขอรวบรัดนาทีหนึ่งครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ในสังคม ประชาธิปไตยที่ท่านประธานชอบอ้างนักชอบอ้างหนา ในสังคมประชาธิปไตยทุกประเทศ ละครับ ท่านประธานจบเมืองนอกเมืองนามา ผมนี่ไปครูพักลักจําเขามาครับ ในสังคม ประชาธิปไตยการพูดที่ก่อให้เกิดความหวาดกลัวหรือการพูดที่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง พูดไม่ได้มีความผิดเป็นโทษอาญาด้วย พูดไม่ได้นะครับ เวลาเราอ้างประชาธิปไตย ท่านประธานต้องเอามาทั้งหมดนะครับ อย่าเลือกเฉพาะบางคําพูด บางประโยค บางอย่างมาใช้ ในสังคมประชาธิปไตยเขาบังคับทุกประเทศ การปราศรัยในทางการเมือง แล้วก่อให้เกิดความหวาดกลัวหรือก่อให้เกิดความเกลียดชังนั้นเขาไม่ให้พูดครับ แล้วถ้าใครพูดอย่างนี้มีโทษจําคุกด้วย มีโทษทางอาญาด้วย ที่ท่านประธานพูดเมื่อสักครู่ ว่า ฯพณฯ พลเอก เปรมใช้อํานาจทางทหารกํากับบ้านเมือง ผมพอจะจําได้เลา ๆ อย่างนี้ครับ นั่นเป็นความรู้สึกของท่าน แต่ว่าความรู้สึกเหล่านี้
หมดเวลาแล้วครับ ก็ขอไปใช้การหารือดีกว่านะครับ เพราะว่าตามกติกาเราพูดกันไว้
(นายไพจิต ศรีวรขาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ขอความกรุณาไม่ต้องประท้วงนะครับ ท่านสมาชิกครับ เราได้อภิปรายมาเป็ น เวลาพอสมควร ผมเห็นควรปิดการอภิปรายนะครับ เดี๋ยวจะให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรมได้กล่าวสรุปครับ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ผมต้องกราบขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกอีก ๔ คณะที่ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ร่าง เข้ามาเพื่อประกบไปกับร่างของรัฐบาล แล้วก็ขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านเลยที่ได้ แสดงความคิดเห็นทั้งที่เห็นด้วยซึ่งส่วนใหญ่ ก็จะมีส่วนน้อยที่เห็นต่าง ก็ต้องขอบคุณ นะครับ ผมจดของทุก ๆ ท่านเลย แล้วก็แทบไม่ได้ลุกไปรับประทานข้าวกลางวันด้วยซํ้า ก็ใช้เวลาชี้แจงเพียงเล็กน้อย เพราะว่าทางวิปทั้ง ๒ ฝ่ายได้มีเอกสารประสานมาว่า ตามที่ท่านประธานได้นําเรียนเราว่าเราจะนําร่างของอัยการเข้ามา ท่านใดที่เข้าไปเป็น กรรมาธิการเราคงจะมีโอกาสได้พูดคุยกันในชั้นกรรมาธิการ ในคําถามที่ท่านได้ถามผม คงมีโอกาสได้พูดคุย สําหรับท่านใดที่ไม่ได้เข้าไปเป็นกรรมาธิการ ผมจะพยายามตอบ ในส่วนตัวในคําถามที่ท่านถามในที่ประชุมวันนี้นะครับ ผมนําเรียนสั้น ๆ นะครับว่า ทุกวันนี้คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติมีอยู่ มีผมเป็นประธานเอง เป็นประธาน โดยตําแหน่งในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จึงเป็นที่มาของสํานักงาน คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ แต่วันนี้ในเมื่อเราจะยกระดับให้เป็นงานระดับชาติ เราก็อยากเห็นนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธาน จําเป็นต้องย้ายคณะกรรมการชุดนี้ไปอยู่ที่ สํานักงานปลัดกระทรวง เพราะฉะนั้นพอยกฐานะตรงนั้นขึ้นไป หน่วยงานแห่งนี้คือ สํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติก็ต้องเปลี่ยน เพราะภารกิจมันเปลี่ยน ต้องเปลี่ยนจากสํานักเป็ นกรมนะครับ แล้วก็ทางปลัดกระทรวงจะทําหน้าที่เป็ น ฝ่ำยเลขานุการ จะมีอีกประเด็นหนึ่งที่หลายท่านพูดถึง เรื่องงานของวัฒนธรรมว่า กินความได้ไม่หมด พูดไปถึงคํานิยามนะครับ คํานิยามตรงนี้ผมชี้แจงนิดหนึ่ง คํานิยามผมถือว่ากินความกว้างแล้วก็ครอบคลุมพอสมควร คําว่า ลักษณะที่แสดงถึง ความเจริญงอกงาม วัฒนธรรมคือวิถีชีวิต มันกินความหมด กินความเรื่องของเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง กินความครอบคลุมหมดครับ คํานี้เป็นคําที่กว้างมาก ๆ เพราะฉะนั้น เราจะมีพูดคุยกันอีกในชั้นกรรมาธิการถ้าท่านใดติดใจนะครับ สําหรับเนื้อหาภารกิจ ที่หลายท่านยังแคลงใจคิดว่าไม่ครอบคลุม ความจริงแล้วอํานาจอยู่ที่คณะกรรมการ วัฒนธรรมแห่งชาติ ที่มีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และผมนําเรียนท่านว่าที่ผ่านมา คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นประธาน เราประชุมทุกเดือนเลยครับ แต่ผมก็ยังมองว่ายังเป็นงานที่ไม่เป็นระดับชาติเท่าที่ควร แล้วผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็ นอยู่ทุกวันนี้ก็เป็ นคนที่มีภูมิรู้ กว้างขวาง ส่วนใหญ่เป็ น ภาคประชาชนนะครับ ถ้าได้ยกฐานะขึ้นไปเป็นระดับชาติมีท่านนายกรัฐมนตรีมาเป็น ประธาน ผมคิดว่าจะไปคาน ไปสร้างความสมดุลกับทางทุนนิยม วันนี้ท่านจะเห็นว่าเรามีเรื่องของคณะกรรมการเศรษฐกิจ ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เรื่องของเศรษฐกิจวันนี้เป็นเรื่องของทุนนิยมล้วน ๆ ที่เราเห็นกันอยู่ หลายท่านได้พูดถึงเรื่องของสภาวัฒนธรรมหมู่บ้าน ตําบล อําเภอ หรือจังหวัด ผมอยากเชิญชวนให้หลายท่านที่มีความเห็นในเรื่องนี้ได้แปรญัตติเข้ามานะครับ ผมมีความคิดที่จะไปถึงการมีสภาวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ทุกวันนี้เราจะทราบว่าเรามี สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สิ่งเหล่านี้เราน่าจะไป พูดคุยในชั้นกรรมาธิการ วันนี้ผมต้องกราบขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกอีกครั้ง แล้วก็ นําเรียนอีกครั้งหนึ่งว่าที่ผมไม่ได้ตอบท่านสมาชิกทุกท่านด้วยเงื่อนไขของเวลา แต่จะพยายามตอบกับท่านเป็นส่วนตัว หลายท่านที่เข้าไปเป็นกรรมาธิการร่วมกับผมก็จะ ได้มีการพูดคุยกันในชั้นกรรมาธิการ ขอขอบพระคุณท่านสมาชิกอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านสมาชิกครับ เราได้จบการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เรียบร้อยแล้ว นะครับ ต่อไปจะขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติครับ
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติครับ เมื่อสมาชิกเข้าห้องประชุมแล้ว กรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ ขอเชิญสมาชิกเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
อย่าเพิ่งสรุปองค์ประชุมนะครับ เพราะว่ายังเดินกันมานะครับ เดี๋ยวผมจะบอกเองครับว่า ให้สรุปองค์ประชุมเมื่อไรนะครับ เชิญคุณบุญยอดครับ
ท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร เนื่องจากว่าได้สังเกตจากเพื่อนข้าง ๆ เขามีปัญหากันว่าไฟมันไม่ขึ้นเลยครับ บางคนขึ้นกะพริบ แล้วบางคนก็ไม่ขึ้นครับ ขอให้ ท่านประธานสั่งเจ้าหน้าที่ได้ดูด้วยครับ
ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ ท่านใดที่คอมพิวเตอร์ขัดข้อง กรุณายกมือขึ้นด้วยนะครับ ท่านที่มีปัญหากดไฟไม่ขึ้นนะครับ ดึงบัตรออกแล้วก็เสียบ ใหม่นะครับ ดึงบัตรออกแล้วก็เสียบใหม่ครับ มีท่านใดยังไม่เสียบบัตรนะครับ ท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ยังมีปัญหานะครับ ขอส่งผลการแสดงตนครับ ผู้เข้าร่วมประชุม ๒๕๑ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ รวมทั้งท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ด้วย เป็น ๒๕๒ คนนะครับ
ต่อไปถึงแม้ว่าเราอภิปรายรวมกันร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับ แต่เวลา ลงมติเราจะลงมติแยกกันนะครับ ผมจะถามมติจากท่านสมาชิกครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบกับ ร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... ทั้ง ๔ ฉบับ กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญท่านสมาชิกลงมติได้แล้วครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
คุณประเสริฐมีอะไรหรือครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส. พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครราชสีมา ตะกี้ท่านประธาน ได้บอกว่า ๔ ฉบับ ผมเข้าใจว่า ๒ ฉบับนะครับ ท่านประธานช่วยกรุณาตรวจสอบหน่อยนะครับ
๒ ฉบับนะครับ แต่ในร่างมันมี ๔ ร่าง จะต้องใช้คําว่า ๔ ร่างก็แล้วกันครับ แต่อันนี้ ฉบับแรก ร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... ๔ ร่าง ของคณะรัฐมนตรี แล้วก็อีก ๔ ร่างคือ ของคุณไพจิต ศรีวรขาน คุณผ่องศรี ธาราภูมิ คุณพัฒนา สังขทรัพย์ และคุณนิอาริส เจตาภิวัฒน์ นะครับ ก็คือร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... ฉบับเดียว แต่มีผู้เสนอทั้งหมดรวมเป็น ๕ ร่าง ท่านผู้ใดเห็นชอบกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ขอส่งผลคะแนนด้วยครับ ผู้เข้าร่วมประชุม ๓๒๐ ท่าน เห็นด้วย ๓๐๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๐ ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๓ ท่าน เป็นอันว่าสภาผู้แทนราษฎรมีมติ เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... เรียบร้อยแล้วครับ
ดอกเตอร์ชัยวัฒน์มีอะไรครับ
เห็นด้วยครับท่านประธาน ไฟไม่ติดครับ
ก็เพิ่มเข้าไปอีก ๑ คะแนนเสียง ดอกเตอร์ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง เห็นด้วย ผมขออย่างนี้นะครับ เราลงมติทั้ง ๒ ฉบับเลย แล้วเดี๋ยวก็ตั้งคณะกรรมาธิการทีละฉบับ
ต่อไปจะขอเชิญท่านสมาชิกลงมติร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านผู้ใดเห็นด้วยหรือเห็นชอบกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญลงมติได้แล้วครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ขอส่งผลการลงมติครับ มีสมาชิกเข้าร่วมประชุม ๓๑๙ ท่าน เห็นด้วย ๓๐๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๓ ท่าน เป็ นอันว่าสภา ผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เรียบร้อยแล้วนะครับ
ต่อไปจะเป็นการตั้งคณะกรรมาธิการครับ ผมเห็นว่ามันเป็นเรื่องเดียวกัน อยากจะขอท่านตัวแทนสมาชิกเสนอว่า เราควรจะตั้งคณะกรรมาธิการคณะเดียวกันเลย หรือไม่ อย่างไร ขอเชิญคุณธนิตพล ไชยนันทน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ขอเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ทั้ง ๒ ร่าง โดยใช้คณะกรรมาธิการ คณะเดียวกันครับ ขอผู้รับรองครับ
ขอเสนอจํานวนสมาชิกและสัดส่วนด้วยครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ขอเสนอจํานวนคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จํานวน ๓๖ ท่านครับ โดยใช้ร่างของ รัฐบาลเป็นหลักครับท่านประธาน
ไม่มีท่านใดไม่เห็นด้วยนะครับ ก็เป็นอันเอาตามนั้นครับ ขอเชิญคณะรัฐมนตรีเสนอ คณะกรรมาธิการในสัดส่วน ๕ ท่านครับ เชิญท่านรัฐมนตรีธีระ สลักเพชร ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม ธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในสัดส่วน ของรัฐบาล จํานวน ๕ ท่าน ประกอบด้วยดังนี้ครับ ๑. นายธีระ สลักเพชร ๒. นายอภินันท์ โปษยานนท์ ๓. รองศาสตราจารย์ธงทอง จันทรางศุ ๔. นายสมชาย เสียงหลาย ๕. นายสุชัย งามจิตต์เอื้อ
ต่อไปขอเชิญพรรคเพื่อไทย ๑๒ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน ลินดา เชิดชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครราชสีมา ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย มีรายนามดังนี้ ๑. นางนฤมล ธารดํารงค์ ๒. นางสาวพรพิมล ธรรมสาร ๓. นางละออง ติยะไพรัช ๔. นางสิรินทร รามสูต ๕. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ๖. นายไพจิต ศรีวรขาน ๗. นางบุญรื่น ศรีธเรศ ๘. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ๙. นางอนุรักษ์ บุญศล ๑๐. ว่าที่ร้อยตรี ถิรวัฒน์ จําปาไชยศรี ๑๑. นายจํารัส เวียงสงค์ ๑๒. นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ขอผู้รับรองค่ะ
ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคประชาธิปัตย์ ๑๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วน ของพรรคประชาธิปัตย์ดังนี้ ๑. นางนิภา พริ้งศุลกะ ๒. นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ๓. นายสัมพันธ์ ทองสมัคร ๔. นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ๕. นายธนิตพล ไชยนันทน์ ๖. นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ๗. นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์ ๘. นายสุขวิชชาญ มุสิกุล ๙. นายมงคล บุญวงศ์ ๑๐. ศาสตราจารย์ปรีชา เถาทอง และ ๑๑. นายจักรวาล ท้วมเจริญ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ แบบสัดส่วน พรรคภูมิใจไทย จังหวัดนครพนม ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... ในสัดส่วน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน ๑. นางพัฒนา สังขทรัพย์ ๒. นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดชัยภูมิ พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของ พรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่าน คือ ๑. นายนิอาริส เจตาภิวัฒน์ ๒. นายอภิวัฒน์ บัวพันธ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนรพล ตันติมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อแผ่นดิน ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรม แห่งชาติ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดิน จํานวน ๒ ท่าน คือ ๑. นายอุดร ทองประเสริฐ ๒. นายมารุต มัสยวานิช ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรครวมใจไทยชาติพัฒนากับพรรคกิจสังคม ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ไกร ดาบธรรม พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ขอเสนอกรรมาธิการ ในสัดส่วนของพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาและพรรคกิจสังคม จํานวน ๑ ท่าน ท่านณัฎฐ์ วัลลิโภดม ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคประชาราช พรรคมาตุภูมิ ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคมาตุภูมิ พรรคประชาราช ๑ ท่าน นายมุข สุไลมาน ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ท่านสมาชิกครับ สภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... เรียบร้อยแล้ว แล้วก็ได้เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เรียบร้อยแล้วเช่นกัน แต่การตั้ง คณะกรรมาธิการเราจะตั้งเป็นคณะเดียวกันพิจารณาทั้ง ๒ ฉบับนะครับ เชิญครับ
ดิฉัน นางลินดา เชิดชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขต ๓ ค่ะ ท่านประธานคะ ขอแก้รายชื่อ เมื่อกี้ได้ อ่านนางละออง ติยะไพรัช ขอแก้เป็น นางสาวละออง ติยะไพรัช ส.ส. จังหวัดเชียงราย
นี่เรื่องสําคัญเสียด้วยครับ ไม่ขัดข้องนะครับ ขอเชิญท่านเลขาธิการสรุปครับ
รายนามคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จํานวน ๓๖ ท่าน ๑. นายธีระ สลักเพชร ๒. นายอภินันท์ โปษยานนท์ ๓. รองศาสตราจารย์ธงทอง จันทรางศุ ๔. นายสมชาย เสียงหลาย ๕. นายสุชัย งามจิตต์เอื้อ ๖. นางนฤมล ธารดํารงค์ ๗. นางสาวพรพิมล ธรรมสาร ๘. นางสาวละออง ติยะไพรัช ๙. นางสิรินทร รามสูต ๑๐. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ๑๑. นายไพจิต ศรีวรขาน ๑๒. นางบุญรื่น ศรีธเรศ ๑๓. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ๑๔. นางอนุรักษ์ บุญศล ๑๕. ว่าที่ร้อยตรี ถิรวัฒน์ จําปาไชยศรี ๑๖. นายจํารัส เวียงสงค์ ๑๗. นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ๑๘. นางนิภา พริ้งศุลกะ ๑๙. นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ๒๐. นายสัมพันธ์ ทองสมัคร ๒๑. นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ๒๒. นายธนิตพล ไชยนันทน์ ๒๓. นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ๒๔. นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์ ๒๕. นายสุขวิชชาญ มุสิกุล ๒๖. นายมงคล บุญวงศ์ ๒๗. ศาสตราจารย์ปรีชา เถาทอง ๒๘. นายจักรวาล ท้วมเจริญ ๒๙. นางพัฒนา สังขทรัพย์ ๓๐. นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ๓๑. นายมารุต มัสยวานิช ๓๒. นายอุดร ทองประเสริฐ ๓๓. นายนิอาริส เจตาภิวัฒน์ ๓๔. นายอภิวัฒน์ บัวพันธ์ ๓๕. นายณัฎฐ์ วัลลิโภดม ๓๖. นายมุข สุไลมาน
ขอสมาชิกเสนอร่างใดเป็นร่างหลักในการพิจารณาและระยะเวลาในการแปรญัตติด้วยครับ เชิญคุณธนิตพล ไชยนันทน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผมขอเสนอ ร่างของรัฐบาลเป็นร่างหลักในการพิจารณาครับ และขอเสนอการแปรญัตติภายใน ๗ วัน ตามข้อบังคับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ไม่มีท่านใดขัดข้องนะครับ เป็นอันจบการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เรียบร้อยแล้วนะครับ
ต่อไปเป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงาน อัยการ พ.ศ. .... คุณผ่องศรี เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอเสนอเลื่อน ก่อนที่จะพิจารณาวาระต่อไปนะคะ ขอเสนอเลื่อนระเบียบวาระการประชุม จากให้ พิจารณาในสัปดาห์ต่อไปนะคะ มีผลในคราวต่อไป ก็คือขอเสนอเลื่อนระเบียบวาระ
เรื่องด่วนที่ ๒ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
เรื่องด่วนที่ ๓ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร และบุคลากรกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
ขอเสนอเลื่อนขึ้นมาพิจารณาต่อจากเรื่องที่ที่ประชุมขอเลื่อนมาพิจารณา ไว้ลําดับที่ ๑๒ ต่อเป็นลําดับต่อไปนะคะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ไม่มีท่านใดขัดข้องนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีท่านใดขัดข้อง เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติให้เลื่อนเรื่องด่วนที่ ๒ และเรื่องด่วนที่ ๓ ขึ้นมา พิจารณาหลังเรื่องเลื่อนที่ ๑๒ คุณสุวโรช พะลัง
ท่านประธานครับ
ขอคุณสุวโรช พะลัง ก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวคุณสุนัยครับ คุณสุนัยไม่เห็นด้วยใช่ไหมครับ ผมสรุปไปแล้วครับ เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลาลงมตินะครับ ก็ต้องขออภัยคุณสุนัยครับ เผอิญผมกล่าวสรุปไปเสียแล้ว ขออภัยด้วยไม่เห็นครับ คุณสุวโรช พะลัง ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะถามหาความรับผิดชอบจากท่านประธานในเรื่องเกี่ยวกับการบรรจุ ระเบียบวาระการประชุม ท่านประธานครับ ที่ผมกราบเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ เพราะว่าผมเป็นผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... และผมจําได้ครับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขออภัยที่เอ่ยนามท่านครับ ท่านอํานวย คลังผา เป็นผู้ขอเลื่อนญัตติดังกล่าวขึ้นมาสู่ การพิจารณาหลังจากเสร็จการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ประชุม อนุมัติเห็นชอบ เมื่อที่ประชุมอนุมัติเห็นชอบ ท่านประธานดูข้อบังคับ ข้อ ๒๑ ครับ มันก็ต้องเป็นไปตามระเบียบวาระการประชุม แล้วในระเบียบวาระการประชุมยกเว้น ในสัปดาห์นี้ที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี่มีมาตลอดเลยครับ พอหมดร่างพระราชบัญญัติ วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... พอมาถึงร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... อันต่อไปก็จะเป็นร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้าม ที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... ของท่านประนอม โพธิ์คํา แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของ ทางราชการ พ.ศ. .... ที่ผมเป็นเจ้าของร่างและคณะ แต่พอมาสัปดาห์นี้ปรากฏว่า ร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... ทั้ง ๒ ร่างที่ผมได้กราบเรียนไปนี่ถูกปล้นกลางวันแสก ๆ หายไปเฉยเลย แล้วก็ ไม่ทราบว่าเหตุผลกลใดครับ ร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... ก็โผล่พรวดแซงมาเลย ทั้ง ๆ ที่ผมจําได้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขออภัยเอ่ยนามท่าน เช่นเดียวกัน ท่านผ่องศรี ธาราภูมิ เลื่อนขึ้นมาก็บอกว่าร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการ และพนักงานอัยการ พ.ศ. .... นี่มาอยู่หลังจากเสร็จเรื่องของร่างพระราชบัญญัติ การยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... แต่ผมไม่ทราบว่าฝ่ำยที่บรรจุระเบียบวาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรนี่ครับ ไม่ได้ปฏิบัติตามข้อบังคับ นี่ขนาดสภามีข้อบังคับอยู่นะครับ ผู้ที่รับผิดชอบ ยังไม่ดําเนินการเลย เพราะฉะนั้นเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นคนลงนามแล้วส่ง เอกสารระเบียบวาระการประชุมไปที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องรับผิดชอบครับ ส่วนใครจะเป็นคนสั่งตรงนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ผมจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องกราบเรียน เพื่อจะถามเรื่องดังกล่าวครับว่าใครเป็นคนปรับปรุงแก้ไขระเบียบวาระการประชุม และร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทาง ราชการ พ.ศ. .... ตรงนี้รอมานานเหมือนกันครับ เขาก็อยากจะให้เรื่องนี้พูดในที่ประชุม สภาเหมือนกัน แต่พอมาถึงอยู่ ๆ มติของที่ประชุมบอกให้เลื่อนขึ้นมา แต่ก็ปรากฏว่า มันหายไปเฉย ๆ ตรงนี้ครับ ท่านประธานต้องรับผิดชอบให้ผมเกี่ยวกับการบรรจุ ระเบียบวาระการประชุม เพราะฉะนั้นก่อนที่จะไปสู่การพิจารณาของเรื่องต่อไป ที่ท่านประธานบอกว่าร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... ตรงนี้ผมไม่ขัดข้องในตรงนั้น แต่ว่าต้องให้คําตอบกับผมว่าร่างที่ได้มีการเลื่อนขึ้นมาแล้ว แล้วมันหายไปนี่ครับ นี่ข้อบังคับการประชุมสภายังหายไปได้ แล้วเรื่องอย่างอื่นทําไม จะหายไม่ได้ล่ะครับ ท่านประธานต้องหาผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้ให้กับผมก่อนที่จะพิจารณา ในลําดับต่อไปครับ
ผมวินิจฉัยอย่างนี้นะครับ เมื่อคุณสุวโรช พะลัง ได้เสนอเลื่อนร่างพระราชบัญญัติขึ้นมา พิจารณาและได้รับความเห็นชอบจากสภาแห่งนี้แล้ว สํานักการประชุมจะต้องบรรจุ ระเบียบวาระการประชุมตามที่คุณสุวโรช พะลัง ได้ขอเลื่อนขึ้นมา ซึ่งโดยปกติแล้วก็ จะต้องขึ้นมาอยู่หน้าร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... อันนี้คือเรื่องที่ถูกต้องครับ แต่ช่วงที่เลื่อนเผอิญผมไม่ได้มาทําหน้าที่ก็ไม่ทราบว่าปัญหา เกิดจากอะไรนะครับ ก็รับปากคุณสุวโรชไปเดี๋ยวจะสอบถาม อาจจะเป็นความผิดพลาด ของสํานักการประชุมหรืออะไรอย่างไรนี่ แต่ข้อเท็จจริงแล้วจะต้องเลื่อนขึ้นมาพิจารณา ก่อนร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... เชิญคุณสุวโรช อีกครั้งหนึ่งครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ เอกสารที่อยู่ในมือผม เป็ นบันทึกการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันพุธที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ มีรายละเอียดอยู่หมดเลยครับท่านประธานว่าหลังจากเสร็จเรื่องของร่างพระราชบัญญัติ วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... แล้วต้องเอาเรื่องที่ดินเข้ามาก่อน แล้วถ้าท่านประธานบอก ว่าวันนี้เอาร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... เข้ามาก่อน แล้วร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของ ทางราชการ พ.ศ. .... จะไปพิจารณาเมื่อไรครับ เอาไว้รัฐบาลชุดต่อไป สภาชุดต่อไปอีก ๒๐ ปีหรือครับ ท่านประธานต้องรับผิดชอบสิครับ ท่านต้องให้คําตอบในสิ่งดังกล่าว เหล่านี้ในที่ประชุมสิครับ เพราะถ้าท่านไม่มีคําตอบใด ๆ เลยแล้วบอกค่อยไปพูดครั้งต่อไป ค่อยไปพูดในโอกาสต่อไป นั่นเขาเรียกว่าพูดแบบไม่รับผิดชอบครับ ข้อบังคับการประชุม สภานะครับ นี่สภาผู้แทนราษฎรไม่ใช่สภา อบต. เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตที่จะส่ง เอกสารบันทึกการประชุมเพื่อยืนยันในเรื่องดังกล่าวว่าผมพูดในเรื่องจริงที่มันเกิดขึ้น แล้วท่านลองถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายบรรจุระเบียบวาระการประชุม ชะโงกหน้ามาดูสิครับ ผมทําหนังสือถึงท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็ยังไม่ได้รับคําตอบในเรื่องดังกล่าว ทําไมต้องหมกเม็ดกันล่ะครับ เวลาทุกข์ของประชาชน ทุกข์ของคนที่มีปัญหา เรื่องที่ดินทํากินในที่ดินของรัฐที่เสื่อมโทรมแล้ว ที่เสื่อมสภาพแล้ว ทําไมมันยากเย็น แสนเข็ญจริง ๆ ทําไมมันถึงไม่ได้ล่ะครับ แล้วทําไมเอามาพูด
อย่าเพิ่งประท้วงครับ เพราะว่าคุณสุวโรชใช้สิทธิ แล้วผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณา เชิญคุณสุวโรชต่อเลยครับ
ผมขออนุญาตส่งเอกสารที่เป็นบันทึก การประชุมครับ เพื่อให้ท่านประธานได้เห็นประกอบการพิจารณา และต้องให้คําตอบผม ก่อนที่จะพิจารณาต่อไปนะครับ กราบขอบพระคุณครับ
ผมเรียนอย่างนี้นะครับ ผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ผมวินิจฉัยว่าเมื่อสภามีมติให้เลื่อน ร่างพระราชบัญญัติที่คุณสุวโรช พะลัง เสนอขึ้นมา สํานักการประชุมในการประชุม ครั้งถัดไปนี่ต้องจัดระเบียบวาระการประชุมตามมติของสภาผู้แทนราษฎร แต่เนื่องจากว่า ผมไม่ได้ทําหน้าที่ในขณะนั้น ไม่ทราบว่าอาจจะเกิดความผิดพลาดจากการเข้าใจอะไร บางประการหรือเปล่า อย่างไรก็ตามก็ต้องขออภัยคุณสุวโรชละครับที่เกิดเหตุการณ์ ผิดพลาดอย่างนี้ เดี๋ยวผมขอสอบถามนะครับว่าทําไมถึงเป็นอย่างนี้ เจ้าหน้าที่จะชี้แจง ไหมครับ
(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านสุนัยประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย เมื่อสักครู่ที่ผมพยายามยกมือแล้วท่านประธานบังเอิญไม่เห็น ก็เพราะว่าผมได้ทราบ ข้อเท็จจริงเหล่านี้ไว้ และผมเห็นว่าเพื่อให้เวลามีค่านี้ ซึ่งร่างพระราชบัญญัติของอัยการ เขากําลังจะเข้า ถ้าการเสนอนี้ผมรู้อยู่แล้วครับว่า ร่างของท่านสุวโรช พะลัง กับของ ท่านผ่องศรีนั้นขัดแย้งกัน แล้วก็ด้วยความเห็นใจท่านสุวโรชอย่างมากครับ เพราะท่าน ก็เอาการเอางานเรื่องนี้ ดูแลเรื่องประชาชนเขา แต่ถ้าผมได้มีโอกาสพูดกับท่านประธาน เสียก่อนตอนนั้นทุกอย่างก็จะไม่มีปัญหา นั่นก็คือว่าการจะเสนอเลื่อนอันนี้นี่ปัญหา ทั้งหมดมันเป็นปัญหาจากรั้วลวดหนามมาล้อมสภาตอนนั้นแหละครับ ได้เกิดปัญหา ความปั่นป่วนหลายอย่าง
มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการเลื่อนญัตตินะครับ
ไม่ใช่ ท่านประธานครับ ข้อเท็จจริง อย่างนั้นจริง ๆ ครับท่านประธาน เกิดตอนนั้นจริง ๆ ครับท่านสุวโรช นี่ด้วยความเห็นใจ ดังนั้นในวันนี้ขอประทานโทษครับท่านประธาน คืออย่างไรเสียนี่ก็ต้องไปใช้คราวหน้า วันนี้ทางอัยการเขามาแล้ว
วันนี้แก้ไขไม่ได้แล้วครับ
เสนอร่างพระราชบัญญัติองค์กร อัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... อัยการเข้ามาเลยครับท่านประธาน จะได้รวดเร็ว ครับ
วันนี้คงแก้ไขอะไรไม่ได้นะครับ แต่อย่างไรก็ตามจะต้องสอบถามว่าเหตุผลที่ทําให้ ร่างพระราชบัญญัติของท่านสุวโรชไปต่อร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงาน อัยการ พ.ศ. .... นั้นมันมีเหตุผลอะไร ผมจะขอสอบถามจากเจ้าหน้าที่สํานักการประชุม แล้วก็จะแจ้งให้คุณสุวโรชทราบอีกครั้งหนึ่งนะครับ เชิญคุณสุวโรชครับ
ท่านประธานครับ ผม สุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ครับ ความจริงก็ไม่อยากจะรบกวนเวลาของท่านประธาน และที่ประชุมนะครับ ที่ต้องพูดนี้เพื่อที่ให้มีการบันทึกเป็นหลักฐาน เพราะว่านี่เราเป็น การประชุมสภาผู้แทนราษฎรซึ่งผมก็เห็นใจ ผมรู้ดีครับ ไม่ใช่ไม่รู้ มีเสียงกระซิบมาบอก อยู่แล้ว ทางฝ่ายที่เขาทําเรื่องนี้โดยตรงซึ่งเป็นข้าราชการว่า อ้ายโม่งคนไหนที่เป็นคนสั่ง ที่ต้องพูดตรงนี้เพื่อจะบอกให้มันชัดเจนว่าข้อบังคับการประชุมสภามันต้องมีความสําคัญ ในการที่จะเอามาใช้ในการประชุมสภา การบรรจุระเบียบวาระการประชุมเองยังต้องมี การหมกเม็ด ยังมีการขยักเอาไว้เลย แล้วเมื่อตอนเช้าท่านประธานเองก็บอกผมว่าให้ผม ไปคุยกับท่านประธานเป็นการส่วนตัว ผมก็ไปแล้วแต่ปรากฏว่าท่านก็ไม่อยู่ ผมก็ไม่รู้จะไป ปรึกษากับใครอีกครับ เพราะถ้าผมไม่ท้วงติงในเรื่องดังกล่าวไว้แล้วต่อไปมีเหตุการณ์ อย่างนี้ก็จะไม่มีผู้รับผิดชอบอีก ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรก็ไม่มี ความศักดิ์สิทธิ์ การทํางานในสภาก็ไม่มีความหมาย ใครนึกจะเปลี่ยน ใครนึกจะเลื่อน ใครนึกจะทําอะไรมติของที่ประชุมสภาเขาทําไปแล้วก็ไม่มีค่า ไม่มีความหมาย ร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนังานอัยการ พ.ศ. .... ผมก็เห็นความสําคัญ แต่ในขณะเดียวกันข้อบังคับการประชุมสภามันต้องมีความศักดิ์สิทธิ์และต้องนําไปสู่ การปฏิบัติได้ ผมเคารพในคําดําริของท่านประธานที่บอกว่าเที่ยวต่อไป แต่ผมถามว่าแล้ว ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... ตรงนี้มันอยู่ในระเบียบวาระการประชุมอยู่แล้ว แล้วไปครั้งต่อไปได้อย่างไรล่ะ ครับ วันนี้มีคนลบออก ท่านลองไปดูเมื่อ ๒-๓ สัปดาห์ที่ผ่านมาสิครับมันจะมีเรื่องนี้ ต่อท้ายมาอยู่แล้วแล้วเอกสารที่เป็นบันทึกการประชุมที่ผมให้ท่านประธาน ท่านประธาน ก็ลองอ่านดูสิครับ มันเห็นอยู่ชัดเจน แล้วอยู่ ๆ มันหายไป แล้วไม่มีผู้รับผิดชอบอย่างนี้ มันจะทําได้หรือครับ ท่านประธานจะพูดง่าย ๆ ว่าวันนี้ทําไม่ได้ ผมว่าคงไม่ใช่ละครับ เพราะเรื่องเดิมมันมีอยู่แล้ว และมันหายไปมันต้องมีคนทําให้หายมันถึงหายไป เพราะฉะนั้นท่านประธานลองไปเปิดดูรายงานการประชุมสัปดาห์ที่ผ่านมาสัก ๒ สัปดาห์ ที่ผ่านมาก็ได้ครับว่ามีเรื่องนี้อยู่ และลองถามท่านอํานวย คลังผา ดูสิครับว่าจริงไหม ท่านเป็นคนขอเลื่อน ไม่ใช่ผมเป็นคนขอเลื่อน แล้วที่ประชุมก็ได้มีมติเห็นชอบตามที่ ท่านอํานวย คลังผา ขออภัยเอ่ยนามท่านนะครับ ได้เสนอและมันจบไปแล้วและอยู่ ๆ ก็มี ร่างอันอื่นมาแทรกแล้วก็หายไปเฉย ๆ ร่างที่มีอยู่ในระเบียบวาระการประชุมและตรงนี้ ท่านประธานไม่รับผิดชอบแล้วใครจะรับผิดชอบ จริงอยู่ครับในวันนั้นท่านประธาน ไม่ได้รู้ แต่ในขณะนี้ท่านประธานทําหน้าที่เป็ นประธานอยู่ ท่านประธานต้องหา ผู้รับผิดชอบสิครับ และต้องวินิจฉัยภายใต้ข้อบังคับที่ผมบอก ก็คือข้อ ๒๑ ท่านประธาน ดูสิครับ ถ้าท่านประธานบอกไปเที่ยวหน้าแล้วข้อ ๒๑ ที่บอกว่า ต้องเรียงลําดับ ระเบียบวาระการประชุมที่ได้แจ้งให้กับสมาชิกไป แล้วมันจะพิจารณาได้อย่างไรครับ เพราะคราวที่แล้วเขาแจ้งมีเรื่องที่ดินอยู่ แต่พอมาคราวนี้มันไม่มี แล้วลําดับตรงนี้ จะถือลําดับไหนเป็นหลักล่ะครับท่านประธาน นี่แหละครับก็คือสิ่งที่ผมต้องการคําตอบ จากท่านประธานในการเคร่งครัดในการบังคับใช้ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร
ผมวินิจฉัยนะครับ เราต้องเดินตามข้อบังคับการประชุมสภาอย่างเคร่งครัด เมื่อมี การเสนอเลื่อนร่างพระราชบัญญัติขึ้นมาพิจารณาก่อนของคุณสุวโรช ให้เสนอขึ้นมาก่อน ร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... แล้วสภาลงมติเห็นชอบ นั่นก็คือว่าต้องพิจารณาร่างพระราชบัญญัติของคุณสุวโรชก่อนร่างพระราชบัญญัติองค์กร อัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... จะต้องเดินไปตามนั้น แต่อย่างไรก็ตามผมไม่ทราบว่า ทําไมสํานักการประชุมถึงจัดระเบียบวาระการประชุมให้เรื่องที่คุณสุวโรชเสนอขึ้นมาอยู่ ตามหลังร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... คุณผ่องศรี ยกมือขึ้นจะชี้แจงใช่ไหมครับ อาจจะทราบรายละเอียดนะครับ แต่โดยหลักต้องเป็น อย่างที่ผมวินิจฉัยไปนะครับ
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สั้น ๆ นิดเดียวนะคะ เพื่อจะได้เข้าใจร่วมกัน ดิฉันขออนุญาตชี้แจงว่า สิ่งที่ดิฉันเสนอเลื่อนกับที่ท่านสุวโรชได้ให้ข้อสังเกตนั้นไม่ได้ขัดแย้งกันค่ะ ตรงกันนะคะ แต่ว่าวาระของท่านสุวโรชก็ยังอยู่นะคะ ไม่ได้หายไปไหนยังอยู่ในเรื่องด่วนที่ ๘ ที่ ๙ นะคะ เพราะฉะนั้นก็ต่อจากร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... แต่ว่าที่เป็นข้อสังเกตนั้นก็ขอชี้แจง เพราะเมื่อสักครู่ท่านสุนัยบอกว่าขัดแย้งกัน ไม่มีใครขัดแย้งนะคะแล้วก็การที่ดิฉันจะเสนอเลื่อนนั้นก็เสนอตามมติวิปนะคะ แล้วก็เห็นว่าเป็นความจําเป็นที่จะต้องเลื่อนขึ้นมา ขอกราบเรียนสั้น ๆ ค่ะ
คุณวรศุลีครับ
ท่านประธานคะ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ท่านประธานคะ เกี่ยวกับเรื่องญัตติที่เข้าที่ประชุมนี้กฎหมายนี้ ดิฉันมีหลักฐานอยู่ในนี้นะคะ ท่านประธานไม่ต้องไปดูที่ไหนค่ะ ในนี้มีอยู่วันที่ ๑๙ ที่แจ้งไปให้ทราบว่าในการประชุมวันพุธที่ ๒๔ มีนาคม วันพุธที่ ๒๔ มีนาคมนี้มี ระเบียบวาระการประชุมที่บรรจุอยู่ในนี้เรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน ก็คือมี ๑. ร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... ๒. ร่างพระราชบัญญัติ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วก็ ๓. ร่างพระราชบัญญัติ การยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... หลักฐานนี้ ยืนยันอยู่นะคะ แต่เมื่อเช้านี้ที่ดิฉันได้มา ดิฉันได้ดูในนี้นะคะก็มีร่างในนี้ได้เขียนเอาไว้ว่า บรรจุเข้าที่ประชุมนี้ อันดับที่ ๑ ก็คือร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... อันดับที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ใช่ตามที่เมื่อเช้านี้อภิปรายมา แต่พออันที่ ๓ นี้จะเป็นร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการ และพนักงานอัยการ พ.ศ. .... ร่างที่ ๔ ก็คือร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ ฝ่ายอัยการ พ.ศ. .... ร่างอัยการนี้ดิฉันไม่ติดใจนะคะ คิดว่าก็คงมี ๒ ส่วนในช่วงนี้
ผมเข้าใจแล้วครับ
ท่านประธานคะ ท่านฟังดิฉัน ไว้ก่อนนะคะ วันนี้เสียงแหบไปหน่อยค่ะ เพราะสู้กับเสื้อแดงที่มุกดาหารนะคะ ไม่ไหว วันนี้เลยต้องใส่เสื้อเขียวมาค่ะ เพื่อให้เขียวผ่านตลอด หน้า ๕ นั้นก็ยังมาเขียนต่ออีกว่า เป็นร่างพระราชบัญญัติบริหารราชการ
ผมขออย่างนี้ครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลานะครับ ผมขอวินิจฉัยทางแก้อย่างนี้ครับ โดยหลักการแล้ว ผมขออนุญาตชี้แจงสักนิดนะครับ แล้วเสนอแนวทางออก
ท่านฟังดิฉันพูดไว้หน่อย ได้ไหมคะ
ผมเข้าใจที่คุณวรศุลี ทราบแล้วครับ
ท่านประธานคะ คือที่ดิฉัน ได้ลุกขึ้นมาร้องต่อท่านประธานนี้เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ตกมาอยู่ อันดับ ๙ แต่ถ้าหากว่าอาทิตย์หน้าท่านบอกว่าจะเลื่อนขึ้นมาหลังจากที่พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... เสร็จ ก็จะต้องขึ้นมา กลับมาเป็นอันที่ ๔ ของวันนี้ใช่ไหมคะ แต่ในร่างที่ ๔ นั้นมันไม่ใช่นะคะ มันไม่ใช่ ตัวกฎหมายการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินนี้มันไปตกเป็นอันดับ ๙ โน่นค่ะ ท่านคะ ไม่อย่างนั้นดิฉันก็คงจะไม่ลุกขึ้นมาพูดหรอกค่ะ ดิฉันอยากจะให้ท่านพิจารณากฎหมายนี้ ตอนนี้มันมีปัญหาเกิดขึ้น ที่ขึ้นมาชุมนุมประท้วงตอนนี้ก็คือมีปัญหาเรื่องที่ดินนี่แหละค่ะ ที่ดินทับที่ราชการ ราชการทับที่ของเอกชน ประชาชนอย่างนี้ ท่านต้องเอาขึ้นมาพิจารณา แต่ครั้งก่อนนี้ท่านบอกว่าตกลงแล้วในบันทึกนี้ไว้ว่าเป็นอันดับที่ ๓ แต่พอมาวันนี้อันดับ ที่ ๓ เป็นร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... ดิฉันไม่ว่านะคะ แต่ถ้าต่อไปแล้วอันดับที่ ๔ กลายมาเป็นเรื่องอื่นไปอีกแล้วจะรอไปถึงไหน ท่านคะ ดิฉัน ถึงบอกว่าถ้าหากว่าดิฉันได้เสนอขึ้นมานี้ ก็คือว่าครั้งนี้ให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... แล้วประชุมครั้งหน้านั้นการประชุมกฎหมาย เรื่องที่ดินนี้ต้องเป็ นอันดับแรกนะคะ ไม่ใช่ว่าเรียงตามลําดับ ต้องเป็นอันดับแรก ในการพิจารณาในอาทิตย์หน้านี้ค่ะ
ผมวินิจฉัยอย่างนี้นะครับ ถ้าเราปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมสภา ร่างพระราชบัญญัติ ที่เสนอโดย คุณสุวโรช พะลัง จะต้องพิจารณาต่อจากการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แต่ผมไม่ทราบครับว่าด้วยสาเหตุใด การจัดระเบียบวาระการประชุมจึงเป็นอย่างนี้ ซึ่งก็ต้องขอรับผิดนะครับ แต่ทางแก้ ผมอยากจะขอเสนออย่างนี้ได้ไหมครับ ผมขอเสนอเลื่อนระเบียบวาระการประชุมของ คุณสุวโรช พะลัง จากลําดับที่ ๙ เข้ามาต่อการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการ และพนักงานอัยการ พ.ศ. .... ทั้ง ๒ ฉบับ อย่างนี้ก็จะเป็นทางแก้ แต่ต้องถามคุณสุวโรช ยินดีไหมครับ แต่ถ้าไม่ยินดีคุณสุวโรชขอความกรุณาเสนอเลื่อนอีกครั้งหนึ่งได้ไหมครับ เสนอเลื่อนอีกครั้ง แล้วก็ขอมติที่ประชุมตรงนี้เข้ามาอยู่หน้าร่างพระราชบัญญัติองค์กร อัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... ก็จะเป็นทางแก้ได้ ซึ่งผมก็ต้องขออภัยด้วยครับ ไม่ทราบว่ามันเกิดความผิดพลาดได้อย่างไร ผมต้องขอฟังเจ้าของร่างก่อนนะครับ
(นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณอรรถวิชช์ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องประท้วงท่านประธานละครับ เพราะว่า ข้อวินิจฉัยของท่านประธานจะทําให้กระบวนการมันยุ่งเข้าไปอีกครับ เพราะวันนี้ คุณสุวโรชก็ยืนยันแล้วว่าร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... ต้องเข้ามาก่อนร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการ และพนักงานอัยการ พ.ศ. .... แต่ว่าท่านประธานครับ ถ้าเกิดว่าเรื่องแบบนี้ท่านออกมาว่า ให้เอาร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... ก่อนในลักษณะ แบบนี้ แปลว่ากระบวนการในชั้นของฝ่ายเลขาธิการของสภามีปัญหา ผมเสนออย่างนี้ ได้ไหมท่านประธาน ท่านลองใช้ดุลยพินิจของท่านในการใช้ข้อบังคับ ข้อ ๒๕ ท่านจะ สั่งพัก สั่งเลื่อน สั่งปิด ท่านทําไปเถอะครับ เป็นข้อบังคับ ข้อ ๒๕ แล้วท่านไปคุยกัน ให้จบก่อน แต่ถ้าท่านเอาของท่านสุวโรชให้เลื่อนกันวันนี้ มันก็ต้องไปว่ากันคราวหน้ำ แล้วมันจะอีนุงตุงนังกันเข้าไปอีกครับท่านประธาน ขอให้ท่านประธานลองใช้ดุลยพินิจ ตามข้อบังคับ ข้อ ๒๕
ก็ขอนายแพทย์ชลน่านบ้างครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าท่านอนุญาต ผมจะไม่ใช้สิทธิประท้วง ขออนุญาตอภิปรายเพื่อจะให้เหตุผลเกี่ยวกับเรื่องนี้ในข้อวินิจฉัย ของท่าน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดน่าน ตามที่ท่านได้บรรจุระเบียบวาระการประชุมเข้ามาในวันนี้ ข้อคําถามของ เพื่อนสมาชิก ข้อทักท้วงของเพื่อนสมาชิกท่านสุวโรช ขออภัยเอ่ยนามท่าน ถือว่าเป็นสิ่งที่ ต้องพิจารณา แต่ผมมีข้อคําถามนิดเดียวเท่านั้นเองว่าในการเลื่อนระเบียบวาระการประชุม ในวันที่ ๒๔ ของสมาชิกที่มาประชุมในสภาแห่งนี้ซึ่งมีหลักฐานบันทึกอยู่ ผมคิดว่า สํานักการประชุมบันทึก อย่าได้โทษฝ่ายเลขาธิการอย่างเดียวนะครับ ถ้าสภาแห่งนี้ ไม่เลื่อนตามมติวิปนี่ไม่มีสิทธิที่จะบรรจุระเบียบวาระการประชุมหรอกครับ เพราะฉะนั้น ยืนยันสักนิดสิครับว่าวันที่ ๒๔ ท่านได้ขอเลื่อนร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการ และพนักงานอัยการ พ.ศ. .... ขึ้นมาต่อจากร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... ถ้าท่านยืนยันอย่างนี้ก็ไปดูมติสภา ถ้ามติสภาเป็ นอย่างนั้นการบรรจุ ระเบียบวาระการประชุมวันนี้ก็ชอบ ก็ดําเนินการตามระเบียบวาระการประชุมไป ก็ไม่เห็นแปลกอะไร เพียงแต่ตอบคําถามเท่านั้นเองว่าวันที่ ๒๔ วันนั้นผมไม่ได้เข้ามา เพราะผมไม่อยากลอดลวดหนามเข้ามา ไม่อยากคลานเข้ามา ท่านต้องตอบให้ได้ว่า ท่านเลื่อนมาต่อจากร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... จริง ถ้าท่านเลื่อน จริงอย่างนั้น มติสภาเป็นอย่างนั้น มติสภาครั้งหลังสุดก็สามารถไปลบล้างมติสภา ครั้งก่อนได้ครับ เพราะเป็นสิทธิอยู่แล้ว ถ้าท่านบอกว่าต่อจากตรงนี้มันก็ไปจากตรงนี้ ถึงแม้มติสภาจากวันที่ ๑๙ ที่ท่านแจ้งระเบียบวาระการประชุมไปร่างพระราชบัญญัติ การยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... จะต่อจาก ร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... แต่เมื่อวันที่ ๒๔ เมื่อมีมติให้เลื่อน เรื่องอื่นมาต่อจากร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... มติสภาครั้งหลังสุด ก็ต้องถือปฏิบัติ เพราะฉะนั้นร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... ถ้าบรรจุอย่างนี้มติสภาอย่างนั้นก็ถือว่าถูกต้อง แต่ผมเข้าใจว่าวันนั้นผู้เลื่อน ได้เลื่อนร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... กฎหมายพวง ๔ ฉบับ และยังแถมไปอีกนิดหนึ่งในเรื่องของพิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ในเรื่องที่ ๗ แถมเข้ามาด้วย เรื่องของท่านสุวโรชเลยตกไปอยู่ที่ ๘ ยืนยันสิครับ วิปรัฐบาล ต้องยืนยันให้สภาแห่งนี้ทราบ ถ้าไม่ยืนยันนะครับ ผมต้องเอาตามที่ท่านประธานวินิจฉัย แล้วกฎหมายอัยการไม่ได้พิจารณาถือว่าเป็นความผิดพลาดของฝ่ายเสียงข้างมากนะครับ
ผมขออย่างนี้ครับ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัยเลยแล้วแก้ไขระเบียบวาระการประชุม ผมจะต้อง ถามว่าในการประชุมหลัง ๆ จากการขอเลื่อนระเบียบวาระการประชุมของท่านสุวโรช พะลัง ได้มีการเลื่อนระเบียบวาระการประชุมร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการ และพนักงานอัยการ พ.ศ. .... เข้ามาพิจารณาหลังจากร่างพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ ถ้าไม่มี ผมวินิจฉัยเลยนะครับ ขอให้เจ้าหน้าที่ของสภาแก้ไขระเบียบวาระการประชุมเสียใหม่ให้เป็ นไปตามที่ คุณสุวโรช พะลัง คือผมก็จะต้องวินิจฉัยไปตามข้อบังคับละครับ
(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณสุนัยเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานครับ อย่าเพิ่งวินิจฉัย ครับท่านประธาน ถ้าเป็นอย่างนั้นวันนี้ระเบียบวาระการประชุมนี่ก็ไม่มีค่าสิครับ ไม่ได้ครับ ท่านประธาน ผมกราบเรียนว่าวันที่ ๒๔ วันที่ ๒๕ นั้นฝ่ายค้านไม่ได้อยู่ในสภาเลย เป็นผล มาจากการล้อมลวดหนามสภา ดังนั้นระเบียบวาระการประชุมอันนี้จึงเกิดจากฝ่ายรัฐบาล ก็ต้องยอมรับอันนี้ อัยการวันนี้เขาก็มาคอยอยู่แล้วครับ ก็เอาร่าง พ.ร.บ. ของเขา เข้าเสียก่อน แล้วตามระเบียบวาระการประชุมอื่นก็ว่ากันต่อไป ถ้าอย่างนี้ก็ไม่เป็นธรรม ต่อสิ่งที่เป็นอยู่ในวันนี้สิครับท่านประธานครับ
ผมถึงพยายามจะเสนอทางออกที่ประนีประนอมทุกฝ่าย คุณสุวโรชครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ เพราะว่าการที่ท่านประธานปล่อยให้มีการแสดงความคิดเห็นที่คลาดเคลื่อน ต่อความเป็ นจริงทําให้พวกผมซึ่งอยู่ในที่ประชุมสภาในสัปดาห์นั้นเสียหายด้วย ซึ่งความจริงไม่ได้เกี่ยวกับเสียงข้างมาก เสียงข้างน้อยครับตรงนี้ พวกผมไม่มีสิทธิในการ ที่จะไปพิมพ์ระเบียบวาระการประชุม เพราะฉะนั้นท่านประธานแหละครับต้องดูว่า ในส่วนของผู้ที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ไปทําเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร ตรงนั้นเท่านั้นเอง ไม่ใช่เป็นเรื่องการเมือง ไม่ได้เป็นเรื่องอะไรเลย เป็นเรื่องที่ถ้าปฏิบัติตรงไปตรงมาปัญหา มันก็จะไม่เกิด แล้วเมื่อตอนเช้าผมก็เคารพให้ผมไปผมก็ไปแล้ว แต่ว่าผมไปแล้วไม่เจอ จะทําอย่างไรล่ะครับ แล้วพอถึงเรื่องนี้ขึ้นมาถ้าผมไม่ทักท้วงเสียหายไหมล่ะครับ เพราะฉะนั้นผมต้องกราบเรียนต่อท่านประธานเพื่อหาข้อยุติในเรื่องนี้ก่อนว่า ร่างตรงนี้ ผมเรียนยืนยันได้ว่าในสัปดาห์ที่แล้วที่อาจารย์ผ่องศรีซึ่งเป็นผู้เสนอเรื่องนี้เหมือนที่ ท่านบอกนั่นแหละครับ ถ้าว่ากันตรงไปตรงมาแล้วก็คืออยู่หลังจากร่างพระราชบัญญัติ การยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... พอร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทาง ราชการ พ.ศ. .... เสร็จแล้วถึงขึ้นมาเป็นเรื่องของร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการ และพนักงานอัยการ พ.ศ. .... ครับ แต่ผมไม่ทราบว่าเพราะเหตุผลกลใดเวลาเลขาธิการสภา พิมพ์ระเบียบวาระการประชุมส่งไปให้สมาชิก กลับเอาเรื่องร่างพระราชบัญญัติ องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... มาอยู่ก่อนเรื่องร่างพระราชบัญญัติการ ยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... ก็แค่นั้นเอง เพราะฉะนั้นผมเสนอทางออกต่อท่านประธานเพื่อที่จะให้จบ ในเรื่องนี้สําหรับวันนี้ ผมไม่ทราบนะครับ แต่เพื่อที่จะให้มันเดินไปได้แล้วก็ถูกต้องตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ แล้วก็ข้อบังคับด้วย ผมอยากจะเสนอต่อท่านประธานนี่ก็ห้าโมงเย็นแล้ว เราก็ปิดประชุม วันนี้ไป แล้วก็ไปสืบสวนสอบสวนดูว่าทําไมมันเกิดเหตุเหล่านี้ได้ แล้วท่านก็วินิจฉัย ออกมาอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ถูกต้องตามข้อบังคับในการประชุมครั้งต่อไปครับ
คือโดยหลักแล้วผมก็จะต้องวินิจฉัยให้มีการแก้ไขระเบียบวาระการประชุมให้ถูกต้อง คือเมื่อสภาได้มีมติอนุมัติให้ร่างพระราชบัญญัติของคุณสุวโรช พะลัง ขึ้นมาต่อ ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ระเบียบวาระการประชุม ก็จะต้องจัดต่อเป็นเรื่องด่วนที่ต่อฉบับนั้นครับ
ใช่ครับ ก็มีแค่นั้นแหละครับ ไม่มีครับ
แล้วหลังจากนี้ถ้าหากไม่มีการเลื่อนร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... ขึ้นมานี่มันต้องเดินไปตามนั้นครับ
ถูกต้องครับ
ใครก็ไม่สามารถที่จะมาจัดระเบียบวาระการประชุมอย่างไม่ถูกต้องได้
ใช่ครับ
เพราะฉะนั้นผมขอวินิจฉัย ณ ที่นี้เลยนะครับ ขอให้เจ้าหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร ไปเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุมให้ถูกต้องครับ วันนี้ขอปิดประชุมครับ