สาทิตย์ วงศ์หนองเตย พูดถึงการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่โจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ และเรียกร้องให้รัฐบาลและสื่อสารมวลชนของรัฐมีความรับผิดชอบในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์
ที่ผมพูดอย่างนี้เพราะว่ากระบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองบนเวทีของผู้ชุมนุม นปช. หรือเสื้อแดงก็มีพรรคเพื่อไทยของท่านเป็นหนึ่งเดียวกันกับขบวนการแล้วในขณะนี้ ก็เห็นได้ชัด จากการไปอภิปรายปราศรัยบนเวที หลายคนที่แบ่งแยกกันทําเป็นขบวนการ ก็มีลักษณะซึ่งติดตามกันอยู่ ต้องยอมรับนะครับว่ารัฐบาลมีหน้าที่ปกป้ องสถาบัน พระมหากษัตริย์ แต่ในช่วงนี้มีเว็บไซต์ (Web site) หลายเว็บไซต์ครับที่เปิดขึ้นมาแล้วมี ลักษณะของการจาบจ้วงสถาบันอย่างรุนแรง แล้วไม่เคยปรากฏในช่วงก่อนหน้านี้มาก่อน มาปรากฏเอาในช่วงเคลื่อนไหวนี้ นี่เป็นเรื่องหนึ่งที่ทํากัน
ประการที่ ๒ รายการของช่อง ๑๑ เอง ซึ่งออกกรณีของแดงล้มเจ้าก็ดี เรื่องของคลิปต่าง ๆ ก็ดี ไม่ได้เป็นรายการที่จัดขึ้นมาแล้วมีการอ้างโดยลอย ๆ เท่านั้น แต่เป็นการเปิดคลิปเสียงจากการปราศรัยบนเวทีของเสื้อแดงอย่างชัดเจนในหลายเวที มีถ้อยคําคาบเกี่ยวสัมพันธ์และชี้ให้เห็นชัดว่าหมายถึงสถาบันหรือไม่ อย่างไร แม้แต่ กระทั่งคําพูดของอดีตนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ที่พูดถึงอํามาตย์ และมีการระบุอายุอย่างที่มีการออกโทรทัศน์ไปแล้ว ก็เป็นคําพูดที่พูดถึงเอง และหนึ่งใน คําพูดที่พูดถึงนั้นใช้คําที่เป็นลักษณะคําราชาศัพท์ ซึ่งถ้าหมายถึงคนปกติธรรมดาไม่ใช่แน่ ตัวอย่างก่อนหน้านั้นก็มีท่านประธานครับ กรณีที่ผมบอกว่ารัฐบาลจําเป็นจะต้องออกมา ปกป้ องสถาบันเพราะว่าคนจาบจ้วงอยู่ในกลุ่มซึ่งเกี่ยวพันกับพวกท่าน อย่างกรณี ดา ตอร์ปิโด ที่พูดที่สนามหลวง กรณีนายสุชาติ นาคบางไทร หรือที่ท่านปฏิเสธไม่ได้เลย นายจักรภพ เพ็ญแข ซึ่งขณะนี้คดีกําลังดําเนินการอยู่ และท่านนายกรัฐมนตรียังรู้สึก ด้วยซํ้าไปว่าคดีนี้ดําเนินการไปตามขั้นตอนรู้สึกว่าช้าแต่เราก็ไม่เคยเข้าไปแทรกแซงครับ นี่คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ แม้กระทั่งล่าสุดครับ มีผู้ร้องไปแล้วในหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง มีกลุ่มผู้ใช้นามว่า นปช. ยูเอสเอ (USA) ทําสถานีวิทยุแล้วก็มีเนื้อหา ในการจาบจ้วงและโจมตีสถาบัน ผมถามท่านครับว่า ความสัมพันธ์ท่านกับ นปช. นั้นเป็นอย่างไร ผมว่าท่านตอบทุกคนได้ว่าเป็นหนึ่งเดียวกัน นี่คือประเด็นที่จําเป็นครับ ในฐานะเป็นสื่อสารมวลชนของรัฐ นโยบายรัฐมีหน้าที่ปกป้ องสถาบันพระมหากษัตริย์ เราเป็ น ส.ส. ด้วยครับ พวกผมเป็ นรัฐมนตรี ทุกคนกล่าวคําปฏิญาณในสภานี้ ต่อหน้าเบื้องพระบรมสาทิสลักษณ์ เราต้องไม่ลืมตรงนั้นครับว่าเราจะต้องจงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไร รัฐบาลไม่มีหรอกครับที่พูดอย่างทําอย่าง แต่เราพูด อย่างไร มีนโยบายอย่างไร เราทําอย่างนั้น ผมว่าท่านรู้แก่ใจดี คําพูดที่บอกว่าเป็นรายการ ซึ่งทําให้คนไทยไม่รักกัน ไม่จริงหรอกครับ ขณะนี้เสียงเรียกร้องให้ดําเนินการกับคนซึ่ง จาบจ้วงหมิ่นสถาบันนั้นแรงขึ้นทุกขณะ แล้วการพูดบนเวที กระทั่งเมื่อคืนนี้ครับ ถ้าท่าน อยากทราบว่าพูดอย่างไร ท่านติดตามดูรายการครับ มีคนหนึ่งเป็นอดีต ส.ส. พรรคท่าน พูดชัดเจนถึงการถ่ายรูปคนบางคนแล้วกลับไปที่บ้าน แล้วไปติดรูปแทนบางรูปที่บ้าน ความหมายคืออะไรครับ ประชาชนคนดูเขาก็ติดตามดูอยู่ครับ ถ้าท่านบอกว่า สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยสร้างความแตกแยก ท่านดูสถานีโทรทัศน์ซึ่งท่านปราศรัย อยู่ทุกวันไหมครับว่าเนื้อหานําไปสู่การทําให้คนไทยรักกันหรือเปล่า นี่คือประเด็นที่รัฐบาล จําเป็นจะต้องสื่อความถึงพี่น้องประชาชน และจําเป็นจะต้องทําให้เกิดความเข้าใจว่า การปกป้ องสถาบันนั้นไม่ได้เป็นภาระหน้าที่รัฐบาลเท่านั้น แต่ภาระหน้าที่ของทุกคนที่เกิด มาเป็นคนไทยและมีสํานึกในความเป็นไทยต้องทํา เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมจะต้องชี้แจงกับสภานี้ก็คือว่าไม่มีหรอกครับรายการซึ่งรัฐบาลจะไป สร้างความรู้สึกแตกแยกหรือคนไทยไม่รักกัน และทุกอย่าง ทุกรายการนั้นมีหลักฐาน มีพยานชัดเจน หลังจากนี้คงมีอีกหลายคดีครับที่คงจะต้องดําเนินการกัน ผมขออย่างเดียว เท่านั้นว่าการพูดจาในสภานี้พวกเราก็พยายามที่จะไม่กระทบหรือก้าวล่วงไปถึงเรื่องของ สถาบันโดยไม่จําเป็น แต่ในเมื่อท่านหยิบยกกรณีนี้ขึ้นมาก็ดีแล้วครับ นี่เป็นกรณีหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลเองก็ถูกตําหนิจากหลายฝ่ายว่าทําไมถึงจัดการเรื่องนี้ไม่เด็ดขาด ผมก็เรียนครับ ว่าเราก็พยายามจัดการอย่างเต็มที่แล้ว แต่ต้องยอมรับครับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องซึ่งอันตราย จริง ๆ แล้วทุกฝ่ายกําลังมีความเป็นกังวลจริง ๆ ผมก็ขอว่าถ้าท่านพูดเรื่องนี้แล้วขอให้อยู่ บนพื้นฐานว่ามีจิตสํานึกในการปกป้ องสถาบันอย่างแท้จริง ถ้าเป็นอย่างนี้เราก็สามารถจะ ร่วมมือกันเพื่อจะปกป้ องสถาบันอันเป็นที่เคารพยิ่ง เป็นศูนย์กลางรวมดวงใจของคนไทย ทั้งชาติได้ครับ นี่คือจุดยืนของรัฐบาลครับ