คมเดช ไชยศิวามงคล วิจารณ์ร่างวัฒนธรรมแห่งชาติว่าแคบเกินไปและควรครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และความมั่นคง โดยเสนอให้รัฐบาลพิจารณาใหม่อย่างกว้างขวางเพื่อสร้างสังคมที่มีความสุข ลดความขัดแย้ง และส่งเสริมการเรียกร้องประชาธิปไตยแบบสันติผ่านสื่อและเทคโนโลยีสมัยใหม่
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล ส.ส. จังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย กราบเรียนท่านประธานครับ ผมเห็นคุณสุนัยพูดถึงเรื่องวัฒนธรรมแห่งชาติจากมาตรา ๔ ผมคิดว่าทางรัฐบาล ที่เสนอมามันได้ประโยชน์น้อยไป มันแคบไปตามที่ดูย้อนหลังไปตั้งแต่ปี ๒๔๘๐ ปี ๒๔๘๔ ปี ๒๔๘๕ ๖๐-๗๐ ปีที่ผ่านมากับร่างใหม่ ๒๕-๒๖ มาตราตรงนี้นะครับ ส่วนใหญ่มันจะ เป็นกลุ่มของฝ่ายบันเทิงแค่นั้นเอง ความจริงมันน่าจะครอบคลุมไปถึงด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านการเมือง ด้านความมั่นคง เป็นหลักด้วย มีตัวอย่างครับท่านประธาน อย่างประเทศเกาหลีก็เอาหนังมาฉายในบ้านเรา แดจังกึมอย่างนี้ แล้วเขาก็ทะลวงเข้ามาในจุด จุดนี้มาทําการตลาดในด้านสินค้าต่าง ๆ ตัวอย่าง เช่น เสื้อผ้า หรืออะไรต่าง ๆ ที่ผ่านมา แม้แต่การมาเป็นตลาดของภาษา เราจะเห็นว่าการเรียนพิเศษมีทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาเกาหลี ภาษาจีน อย่างนี้มันสอดแทรกเข้ามาหมดแล้ว วัฒนธรรมประเพณีพวกนี้ ท่านควรจะเอาเข้าไปในกระบวนการของมันด้วย มันจะได้ประโยชน์มากกว่านี้ มันเป็น การแสดงออกถึงวิสัยทัศน์ที่อาจจะน้อยไปหน่อยนะครับท่าน ถ้าเป็นไปได้ท่านถอนร่างนี้ ออกไปแล้วก็ไปพิจารณาอย่างกว้างขวาง ระดมความคิดหลากหลาย สังคม วัฒนธรรม ประเพณี มันทําให้เกิดกฎหมายขึ้นมาจากอดีตที่ผ่านมา ไม่ว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายอะไรต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมามันทําให้ชีวิตความเป็ นอยู่ของคนแตกต่างกันไป ท่านครับ ตัวอย่างที่เราเห็นในประเทศของเรา วัฒนธรรมประเพณีด้านการเมือง ไม่ว่าการเรียกร้องนอกสภา นอกกฎหมาย มันมีผลประโยชน์แอบแฝงแตกต่างกันไป แต่การเรียกร้องต่าง ๆ อย่างที่เราผ่านมาทุกคนก็ทราบดีว่ามีเสื้อเหลือง เสื้อแดง เสื้อนํ้าเงิน แล้วก็เสื้อสีอื่น ๆ ตามมา ทั้งคนที่แอบอยู่หน้า อยู่หลัง อยู่ข้างขวา ข้างซ้าย แทรกออกมาหมดแต่มันเป็นระบอบประชาธิปไตย ตัวอย่าง เช่น การมาเรียกร้องมันมีผล อย่างไรกับบ้านเมืองบ้าง การเรียกร้องในระบอบประชาธิปไตย อย่างของกลุ่มเสื้อแดง มาแบบอหิงสา มาแบบธรรมะ มาแบบ ๑๐ นิ้ว มาแบบขันธ์ ๕ ขันธ์ ๘ มาแบบเรียบง่าย ไม่มีอาวุธ อย่างนี้มันก็ทําให้สถานการณ์ของบ้านเมืองมันคลายออกไป ซึ่งมันแตกต่างกัน กับการมาเรียกร้องแบบเสื้อสีอื่น การยึดสนามบินผลเสียหายด้านเศรษฐกิจ แบงก์กสิกรไทยประเมินว่าตกประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท การมาล้อมสภาทําให้ความเชื่อมั่นถดถอยออกไป วัฒนธรรม ประเพณีด้านกฎหมาย ด้านการเมือง ด้านตุลาการ เสื่อมถอยไป ทําให้เกิดความไม่พอใจ ของประชาชนส่วนใหญ่ส่วนรวม อันนี้ทางรัฐบาลท่านรัฐมนตรีควรจะเอาเข้ามาใน กระบวนการของวัฒนธรรมประเพณีด้วยมันจะได้เป็นประโยชน์สูงสุด เพราะว่าถ้าเรา มีวัฒนธรรมประเพณีอย่างนี้แล้ว อนาคตข้างหน้าการเมืองภาคประชาชนมันเกิดขึ้นแล้ว แต่การเรียกร้องมันจะไปในทิศทางไหน การสงบแบบสันติ อันไหนมันดี อันไหนไม่ดี อันไหนถูกต้อง อันไหนไม่ถูกต้อง อันไหนถูกแทรกแซง อันไหนไม่ถูกแทรกแซง ผมคิดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ถ้าท่านดําเนินการให้มันมีประโยชน์มากกว่านี้จะสร้างสังคม ของประเทศไทยให้มีความสุขมากขึ้น ข้อขัดแย้งจะน้อยลง เราโจมตีกัน รัฐบาลไปอยู่สีนี้ ฝ่ำยค้านไปอยู่สีนี้ ความจริงการพูดในการใช้โวหารในลักษณะต่าง ๆ มันพูดได้ ทุก ๆ ประเด็นครับท่านประธาน มันพูดได้ทุก ๆ ประเด็น อย่างเราเป็น ส.ส. ผมไปดูแล ประชาชนในพื้นที่อย่างนี้ ถ้าพูดในแนวทางของตําแหน่งหน้าที่ของ ส.ส. มันก็เป็นตําแหน่ง หน้าที่ที่จะต้องไปดูแลพี่น้องประชาชน เพราะว่ามันไม่ใช่มากันจุดไหนจุดหนึ่ง มาเกือบ ทั้งประเทศ ในความคิดผมนี่ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยก็แสดงออกถึงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ในการลงประชามติของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นี่เราไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้น สิ่งหนึ่งที่เรามองไปในอนาคตข้างหน้าก็คือการเรียกร้องประชาธิปไตย การเรียกร้อง ในภาคเอกชน เป็ นวัฒนธรรมประเพณีที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับ ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีดูข้อมูลรายละเอียดพวกนี้มันจะส่งผลถึง การบริหารประเทศด้วย เพราะว่าวัฒนธรรมประเพณี วิวัฒนาการต่าง ๆ มันเปิดกว้างมาก เราจะเห็นสังคมของสื่อมวลชนซึ่งเดี๋ยวนี้จะถูกกล่าวหาทั้ง ๒ ฝ่ายที่ดูแล้ว ถูกกล่าวหา ทั้ง ๒ ฝ่าย ถ้าออกมาเป็นเชิงลบฝ่ายค้านก็คิดไปแนวหนึ่ง ฝ่ายรัฐบาลก็คิดไปอีกแนวหนึ่ง เพราะฉะนั้นในสังคมของสื่อแทนที่จะเป็นกระจกก็กลับกลายว่าเป็นวัฒนธรรมประเพณี ที่การสื่อสารยากขึ้น โดยเฉพาะสื่อหลักซึ่งมันต่างกันกับอดีต เพราะว่าในยุคมือถือครับ ถ้าท่านสื่อสารข้อมูลที่ไม่มีความเป็นจริงออกไปมันก็สวนทางกันกับมือถือ มันสวนทางกัน กับมือถือ ลูกหลานชาวบ้านที่มาทํางานในกรุงเทพฯ หรือมาเรียกร้องในระบอบ ประชาธิปไตยเขาโทรศัพท์หากันทุกวัน เขาโทรศัพท์หากันทุกวัน ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ๆ มันเกิดขึ้นมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นในสังคมยุคนี้ถ้าเราไม่สามารถที่จะยืนหยัด เอาวัฒนธรรมประเพณีเป็นรากฐานของประเทศได้ มันจะเกิดการล้มละลายในวัฒนธรรม ประเพณีของประเทศนั้น ๆ การเอาเหตุผลมาพูดคุยแล้วก็เชื่อมโยงกันนี่ อันนี้ก็เป็น ส่วนหนึ่งในการทําลายของระบบ ตัวอย่าง เช่น ถ้าผมจะพูดว่าทําไมภาครัฐบาลไปสร้าง วัฒนธรรมประเพณีในการตั้งรัฐบาลอยู่ค่ายทหาร อย่างนี้มันก็จะไม่เข้าหู ทําไมมันเกิด เหตุการณ์อย่างนั้น ทําไมเกิดเหตุการณ์สร้างวัฒนธรรมประเพณีในสภา ทําไมมีการซื้อขาย ส.ส. กลางสภา สภาทําไมเหมือนเป็นตลาดวัวตลาดควาย ทําไมมัน ซื้อขายกันได้ อย่างนี้มันก็จะเป็นภาพลบของสภา เป็นภาพลบของภาคการเมืองไปมันก็จะ ไม่เกิดผล เพราะฉะนั้นผมคิดว่าความคิดเห็นของท่านสุนัย ท่านลองดูแง่มุมอีกมุมหนึ่ง ประเทศชาติมีรากฐานสิ่งเหล่านี้อยู่ การที่เราเอาแง่มุมต่าง ๆ ของหลายฝ่ายมาโจมตีกัน โดยเฉพาะเรื่องสถาบันมันไม่ควรเกิดขึ้นเลย อย่างพรรคเพื่อไทย ผมสรุปเลยนะครับท่าน บิ๊กจิ๋วพานายพลเข้ามา ๒๐๐ คน ๓๐๐ คน ถ้าพรรคพลังประชาชนหรือพรรคเพื่อไทย คิดล้มล้างสถาบัน มันจะมีนายพลเข้าไปถึง ๒๐๐ คน ๓๐๐ คนอย่างไร มันเป็นไป ไม่ได้เลย ท่านผู้หญิงวิริยาอย่างนี้ท่านไปจุดเทียนชัยอย่างชัดเจน อันนี้ก็อยากกราบเรียน ท่านประธานว่าสังคมวัฒนธรรมประเพณีต่าง ๆ เป็นรากฐานของประเทศ ท่านรัฐมนตรี เอาแง่มุมน้อยไปครับ ผมดูส่วนใหญ่มันเป็นสายบันเทิงทั้งนั้นเลย เอาเศรษฐกิจ เอาสังคม เอาการเมือง เอาความมั่นคงเข้าไปด้วยจะเป็นประโยชน์มากกว่านี้ครับ