สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๓

นิพิฐ์ อินทรสมบัติ หารือเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของวัฒนธรรมที่ดีในงานบริหารของประธานสภา และเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิบัติตามหลักการดังกล่าว รวมถึงไม่ปล้นทรัพย์สินของประชาชน ไม่ด่าฝ่ายค้าน และไม่แดก

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างแค่ ๓ ประเทศ มีเพื่อนสมาชิกท่านจุติ ขออภัยเอ่ยนามท่าน ท่านบอกว่า ทําไมไม่ยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นหรือประเทศออสเตรเลียต่อล่ะ ผมบอกเอาแค่นั้นละครับ เพราะว่าเราไม่สามารถปฏิเสธความเป็นประชาธิปไตยของประเทศอังกฤษได้เลย ถ้าใคร ปฏิเสธความเป็นประชาธิปไตยของประเทศอังกฤษยกมือขึ้นสิครับ แล้วเราจะถก เรื่องนี้กัน เราไม่สามารถปฏิเสธความเป็นประชาธิปไตยของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้หรอกครับท่านประธาน ขณะเดียวกันเราก็ไม่สามารถปฏิเสธความเป็นประชาธิปไตย ของประเทศเยอรมนีได้เลยครับ ผมยกตัวอย่างแค่ ๓ ประเทศนะครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานเพื่อตอกยํ้าถึงท่านประธานฝากไปถึงรัฐมนตรี เพื่อนสมาชิกครับว่า เวลาเรา พูดถึงเรื่องการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ของคนที่เรายึดถือว่าเป็นประชาธิปไตยนั้น กรุณาหา คําตอบให้ผมสักนิดเถอะครับว่าคนที่ท่านเทิดทูนนักเทิดทูนหนาว่าเป็นแม่แบบของ ประชาธิปไตยนั้นเท้าเหยียบประเทศที่เป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตยไม่ได้แม้แต่ เท้าเดียวครับ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นครับ ผมพูดแค่นี้ในเรื่องของประเทศที่เป็นสัญลักษณ์ ของประชาธิปไตย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตต่อเวลาท่านประธานอีกนิดเถอะครับ คราวที่แล้วท่านประธานไม่ได้มา ผมพาดพิงถึงท่านประธานค่อนข้างเยอะครับ ผมกําลัง จะบอกท่านประธานว่านอกจากสังคมประชาธิปไตยแล้ว วัฒนธรรมประชาธิปไตยแล้ว เรามีวัฒนธรรมระหว่างผู้ใหญ่กับเด็ก เรามีวัฒนธรรมของสมาชิกที่ควรจะปฏิบัติต่อกัน เรามีวัฒนธรรมประเพณีของประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรในการปฏิบัติ หน้าที่ วันที่พรรคประชาธิปัตย์เป็ นรัฐบาล ครั้งหนึ่งท่านอาจารย์มารุต บุนนาค เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ผมกราบเรียนท่านประธานว่าท่านอาจารย์มารุต บุนนาค ผมเคยต่อว่าท่าน วันนี้ผมสํานึกผิดว่าผมผิดจริง ๆ ที่ไปต่อว่าท่านอาจารย์มารุต บุนนาค ผมเคยไปต่อว่าท่านอาจารย์มารุต บุนนาค ว่าท่านมารุตครับวันที่พรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาล ท่านเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ผมไม่เคยเห็นท่านอาจารย์มารุต บุนนาค เข้าประชุมพรรคประชาธิปัตย์เลยครับ ไม่เคยเลยแม้แต่ครั้งเดียวครับ ท่านอาจารย์มารุต บอกผมว่าท่านไม่สามารถเข้าประชุมพรรคประชาธิปัตย์ได้ เพราะท่านต้องวางตัว เป็นกลางในทางการเมือง แต่ว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์ พรรคฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาล จะประสานงานท่านในเรื่องของตําแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรให้มาพบท่าน ที่สภาผู้แทนราษฎร วันนี้ผมทราบว่านั่นคือวัฒนธรรมที่ดีของท่านอาจารย์มารุต บุนนาค ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเป็นสิ่งที่ผมคิดไม่ถึงว่านั่นคือการตัดสินใจและเป็น แบบอย่างที่ดีของท่านอาจารย์มารุต บุนนาค ท่านประธานครับ ท่านประธานวาง วัฒนธรรมของประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ไม่ดี เกิดขึ้นในสังคมประชาธิปไตยครับ อย่าไปเถียงกันว่าท่านประธานขึ้นเวทีของคนเสื้อแดง เมื่อวันที่เท่าไรเลยครับ ผมจําได้ ท่านประธานขึ้นเวทีของคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๓ เวลา ๒๐.๓๐ นาฬิกา ผมอธิบายครับ ท่านประธานเริ่มต้นว่าเมื่อประธาน สภาผู้แทนราษฎรไม่ทําหน้าที่ ผมเลยต้องทําหน้าที่แทนประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านไปเอาเทปเปิดดูได้ครับ ท่านพูดเสมือนหนึ่งว่าในขณะที่ท่านยืนอยู่บนเวทีของ คนเสื้อแดงนั้นท่านได้ทําหน้าที่ของประธานสภาผู้แทนราษฎรแทนท่านชัย ชิดชอบ ท่านบอกว่าในฐานะประธานสภาผู้แทนราษฎรขอสั่งให้ทหารทําอย่างนั้น ๆ ไปเปิดเทปดูสิครับ แค่นั้นผมไม่ติดใจ ถ้าท่านประธานพูดแค่นั้นผมไม่ติดใจเลยครับ ท่านมีเหตุผลพอ ที่จะพูดได้ ผมพอรับฟังได้ว่าการประสานงานในวันนั้นไม่ดีพอ ผมยอมรับครับ ผมไม่โต้แย้งท่าน แต่ว่าวัฒนธรรมที่ท่านประธานสร้างขึ้นนั้นได้เป็นวัฒนธรรมที่เลวร้าย มากครับ ไม่น่าเชื่อ ท่านเป็นประธานที่มี ๒ บุคลิก อย่างนี้น่ากลัวมากครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานเรียกนายกรัฐมนตรีว่า รัฐบาลนี้ลักษณะ ๔ ด จําได้นะครับ

๑. คือเด็ก ไม่เคยหิว ไม่รู้ว่าความยากลําบากเป็ นอย่างไร ท่านว่า นายกรัฐมนตรี

๒. ด้าน ไม่ยุบสภา ท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎรไปยืนบนเวที แล้วบอกให้นายกรัฐมนตรียุบสภา ไม่ถูกต้องนะครับ ท่านบอกว่ารัฐบาลนี้ปล้นเขามา

๓. ท่านบอกว่า ด่า รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่ด่าฝ่ายค้าน เอาละครับ

๔. ท่านบอกว่า แดก ผมว่าเกินเลยไปนะครับ ไม่สมควรครับ ผมจะไม่ใช้ ความรู้สึก